เทียนฉาย กีระนันทน์ หารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบมาตรฐานผลิตสินค้าและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนที่ไม่เหมาะสม และเห็นด้วยที่จะทําให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด
ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่าเครื่องติดแล้ว รายชื่อเข้ามาเยอะเลยตอนนี้ ถัดไป ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ คุณหมออําพล จินดาวัฒนะ ดอกเตอร์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ คุณทวีกิจ จตุรเจริญคุณ และ คุณชาลี เจริญสุข ก่อนนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ก่อนครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในประการต้นก็คิดว่าทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคค่อนข้างจะทํางาน ได้อย่างดี แล้วก็มีความขยันขันแข็งในเรื่องนี้มาก ผมก็อยากจะกราบเรียนในลักษณะที่มี ความเห็นที่อาจจะไม่ใช่ท้วงติง แต่เปึนเรื่องที่ฉายภาพทางด้านผู้ประกอบการ ซึ่งบางครั้ง คนก็มองว่าอยู่ตรงข้ามกับผู้บริโภค แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะว่าขณะนี้เรามีซีเอสอาร์ (CSR) มีการที่จะต้องคุ้มครองผู้บริโภค เราคิดอยู่เสมอว่าผู้ประกอบการทุกวั นนี้อยู่ได้ เพราะว่าผู้บริโภคให้อยู่ วันไหนที่ผู้บริโภคไม่ให้อยู่วันนั้นเราขายของไม่ได้ ก็เจ๊งไป โดยอัตโนมัตินะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าจากที่พยายาม ออกกฎหมายในหลายฉบับคงจะพูดรวม ๆ ไม่สามารถจะเจาะจงได้เนื่องจากเวลาไม่พอ อันแรกก็คือในเรื่องของมาตรฐานเปึนสิ่งที่ดี แต่มาตรฐานนั้นในการผลิตจะเห็นได้ว่า ในประเทศที่กําลังพัฒนากับประเทศที่พัฒนาแล้วมาตรฐานต่างกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่า ถ้าจะมีหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือว่าลองดูถ้าสมมุติ เขาไม่ได้ทําตามมา ตรฐานที่มีอยู่ เพราะมาตรฐานมันจะขยับขึ้นไปเรื่อย สมมุติทั้งโลก มี ๑๐๐ มาตรฐาน ขณะนี้เราอยู่ที่ ๑๐ มาตรฐาน เพื่อเราจะได้ผลิตสินค้าขายในย่านนี้ ได้ทั้งหมด ไม่สามารถไปถึง ๑๐๐ มาตรฐานได้ เพราะถ้าถึง ๑๐๐ มาตรฐานนี่มันขายทั้งโลก ราคามันจะแพงขึ้น ตรงนี้หน้าที่ก็คื อไปดูว่าที่ผลิตออกมาอยู่ใน ๑๐ มาตรฐาน สมมุติว่า ๑๐ มาตรฐานของเราอยู่ในนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีถือว่าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในย่านนี้ เนื่องจากว่าสินค้ามีหลายระดับ มีหลายเกรด (Grade) จะเห็นว่าสินค้าจีนที่ออกมา ตั้งแต่ ๒๕๒๑-๒๕๒๒ นั้นคุณภาพใช้ไม่ได้เลย แต่จาก การที่เขาพัฒนาต่อมา อย่างโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง เซี่ยวมี่ซึ่งเคยปลอมหรืออะไรในระยะต้น ๆ ผลิตไม่มีคุณภาพ แต่ขณะนี้ติดอันดับ ๑ ของประเทศจีน ติดเบอร์ ๔ ของโลก อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น มีการพัฒนาในส่วนนี้
เพราะฉะนั้นถ้าเราไปออกมาตรฐานหรือไปกําหนดกติกา กฎเกณฑ์ในลักษณะที่สุดยอดไปเลย ผู้ผลิตตายอย่างเดียวครับ คือทําแล้วขายไม่ได้ คือขายในย่านนี้ก็แพง ถ้าไปขายข้างนอก ก็เรียกว่าคุณภาพอาจจะขายได้แต่ของราคาแพงมาก อันนี้ต้องคํานึงถึง นะครับ คือไม่ได้ บอกว่าผู้บริโภคจะต้องทําของที่ไม่มีคุณภาพออกไปขายแต่มาตรฐานตรงนี้กําหนดไว้ ให้มันได้มาตรฐานของมัน ขณะเดียวกันในเรื่องของการร้องเรียนก็เรียนฝากทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปกา รคุ้มครองผู้บริโภคว่าผมก็เคยโดน ลูกค้าเอาความสะใจ คือจริง ๆ ความผิดอยู่กับเขาแต่เขาก็โทษมาที่สินค้าของเราว่าสินค้าไม่ได้เรื่อง หลังจากที่ พิสูจน์กันไปแล้วกว่าจะจบแก ลงเฟซบุก (Facebook) ไปทั่วโลก ทั่วประเทศหมดแล้ว เสียหายไปแล้วแต่ไม่รู้แกไปฟัองร้องกับใคร เรื่องของเรื่องก็คือแกเอารถมาจอด แล้วมีรอยขีดข่วน เขาบอกว่าที่บริษัทผมเปึนคนเอาเหรียญบาทไปกรีด เขาบอกว่าของผม ไม่ใช่เคาะ พ่นสี ผมเปึนเรื่องของธุรกิจอีกแบบหนึ่งเลย ไม่เกี่ยวกับเคาะ พ่นสี ถ้ารถมีรอย แล้วผมจะไปพ่นสีรถคุณได้อย่างไร ต้องเอากล้องวงจรป่ดมาเป่ดเผยถึงจ ะยอม แต่ว่าว่อน อินเทอร์เน็ต (Internet) ไปเรียบร้อยหมดแล้ว เสียหายไปแล้ว กว่าจะแก้ไขมาได้ ๑ ป้เต็ม ๆ ตรงนี้ผมก็คิดว่ามาตรฐานต่าง ๆ จริง ๆ แล้วอยากจะให้มีลาเบล (Label) หรือสัญลักษณ์ ติดไว้เสียด้วยซ้ําว่าในกรณีที่สินค้าของท่าน ได้รับเครื่องหมายอันนี้จากคณะกรรมกำร คุ้มครองผู้บริโภคนี่เชื่อถือได้เลยว่าไม่เอารัดเอาเปรียบ เหมือนกับไอเอสโอ (ISO) หรือเปึน สัญลักษณ์ตรงนี้ติดอยู่ เหมือนกับฮาลาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าของเรา ไม่เปึนลักษณะที่จะไปเอารัดเอาเปรียบแน่นอน ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เปึนกังวลก็คือ ว่า ในกฎหมายกลางนิยามรวมไปถึงเรื่องของจิตวิญญาณค่อนข้างเปึนห่วง แต่ที่อธิบายได้เห็นชัด ในกรณีไส้กรอกไก่ ไส้กรอกหมู แต่จริง ๆ แล้วอันนั้นเปึนเครื่องห มายอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าสามารถไปคัฟเวอร์ (Cover) สินค้าทุกตัวนี่ เรื่องจิตวิญญาณนี่ผมเองยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง เลยว่าจิตวิญญาณคืออะไรแน่ เปึนเรื่องของทางศาสนา เรื่องของที่มันเหนือกว่าจิตธรรมดา เพราะฉะนั้นการที่อธิบายยังไม่ได้ชัดเจน อย่างกรณีของดอกเตอร์วินัยที่ยกตัวอย่างมาเมื่อกี้นี้ อันนั้นเห็นชัด แต่ว่าสินค้าทุกตัวมันไม่ไปเกี่ยวข้องกับอันนั้นทั้งหมด แต่ถ้าไปกําหนด กฎเกณฑ์ตรงนี้ในเรื่องจิตวิญญาณด้วยมันจะมาก คือคล้าย ๆ ว่ามันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรือเปล่า โดยสินค้าโดยรวม แต่ถ้ากําหนดเปึนสินค้าเฉพาะอย่างโอเค (OK) สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา เพราะฉะนั้นด้วยความเปึนห่วง ว่าถ้าอย่างนั้นแล้วผู้ผลิตจะผลิตสินค้าอะไร
ที่จะไปรองรับตลาดแทบไม่ได้เลย เพราะเขาบอกว่าอันนี้มันทําลายเรื่องจิตวิญญาณ ท่านจะต้องรับผิดชอบมันก็ยุ่งหน่อย ส่วนในเรื่องของสินค้าที่กําหนดเปึนเรื่องของสิ่งของ ที่เห็นในบทนิยามนั้นบอกว่าสินค้าหมายความว่าสิ่งของ สิ่งของจริง ๆ มันจับต้องได้ กับจับต้องไม่ได้ จับต้องไม่ได้แสดงว่าไม่เกี่ยวกับอันนี้หรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วสินค้า ในภาคบริการที่จับต้องไม่ได้มีเยอะที่ขายออกไปแล้วมีผลเสียหาย กระทบต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นถ้าจะรวมไปถึงสินค้าที่จับต้องไม่ได้ซึ่งขณะนี้มีเยอะมาก ท่านก็จะต้องแก้ไข ตรงบทนิยามที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งของ คือที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้รวมหมด มันก็ได้ คัฟเวอร์หมดในสินค้าที่จะออกมาทั้งปัจจุบันและอนาคต อันนั้นก็เปึนสิ่งที่จะบอกว่า จริง ๆ แล้วโปรดัก ต์ ไลอะบิลิตี (Product liability) หรือเลมอน ลอว์ที่ออกมา กฎหมายออกป้ ๒๕๕๑ เปึนกฎหมายที่มาจากในต่างประเทศคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา จริง ๆ มีความจําเปึน แต่ของเราอย่างที่บอกว่าเราอยู่ในช่วงของการพัฒนา ถ้ากฎหมายบางตัว ออกจากเรียกว่า ขั้นเบาไปหาหนักตรงนี้ก็จะทําให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น โดยเฉพาะ ในภาคการผลิตที่จะปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเอาหนักเลยมันไปเทอร์มิเนต (Terminate) การผลิตทั้งหมดเลยเศรษฐกิจมันจะไปไม่ได้ ก็ด้วยความเปึนห่วงตรงนี้เท่านั้น แต่เห็นด้วย ทุกอย่างที่จะทําให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด และเข้าข้างผู้บริโภคครับ เพราะว่าธุรกิจนั้น อยู่ได้ด้วยผู้บริโภคจริง ๆ ก็สนับสนุน แต่ว่าถ้ามีการปรับปรุงในส่วนนี้เพื่อเป่ดช่องให้หายใจ ในภาคของการผลิตได้บ้างก็จะเปึนสิ่งที่ดีแล้ วเหมาะสมกับประเทศของเรา กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญหมออําพลครับ