สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๘ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

อําพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายและเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเสนอแนวคิดการสร้างกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ป่วยและแพทย์

นายอําพล จินดาวัฒนะ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ต้องขอชื่นชมทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ วาระปฏิรูปที่ ๓๑ ผมขออนุญาต อภิปรายเพียง ข้อเดียวคือข้อ ๕ เรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุขและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมันจะสืบเนื่องกัน ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ดีใจที่ทางคณะกรรมาธิการ ท่านได้กรุณานํามาเข้าสู่รอบ ๒ ซึ่งมีร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ คงจะเปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปครับว่าการเข้ารับบริการสาธารณสุขนี่ไม่ว่าจะเปึนเจ็บป์วย เรื่องอะไร เวลาเข้ารับบริการก็จะเหมือนการไปรับบริการอื่น ๆ คือมันจะมีโอกาส เกิดความเสียหายได้ ซึ่งก็จะมีความเข้าใจผิดบางทีคิดว่ำมันเปึนความผิดจากบุคคล ที่ให้บริการ แท้ที่จริงแล้วการบริการสาธารณสุขมันก็เหมือนกับบริการอื่น ๆ นั่นเอง ถ้าเรายิ่งใช้บริการมากหรือมีการให้บริการแล้วมีเทคโนโลยีมากเท่าไร โอกาสที่มันจะเกิด ผลกระทบในทางลบก็มีมากตามไปด้วย แม้ว่าการรักษานั้นจะดีเท่าไรก็ตาม เทคโนโลยีนั้น จะดีเท่าไรก็ตาม สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็เกิดจาก ๑. คือมันเหตุสุดวิสัยและเหตุที่ไม่มีใครบอกได้ เรื่องชีวิต เรื่องร่างกาย เรื่องยา เรื่องเทคโนโลยี บางทีมันบอกไม่ได้ครับว่าเกิดขึ้นจากอะไร ที่มันเกิดความเสียหายนั้น อันที่ ๒ เกิดจากเรื่องระบบซิสเตม เออร์เรอ (System error) ซึ่งจะเกิดได้ อันที่ ๓ ก็เกิดจากฮิวแมน เออร์เรอ (Human error) คืออาจจะจากบุคคลก็ได้ ซึ่งทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ก็มีส่วนทําให้เกิดผลกระทบได้ เราจะทราบกันดีครับว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานี่วิทยาศาสตร์การแพทย์เจริญก้าวหน้ามาก ในแต่ละป้ก็มีคนที่ได้รับผลกระทบจากบริการ สาธารณสุขนี่ถึงกับเสียชีวิต พิการ แล้วก็ได้รับผลกระทบเจ็บไข้ได้ป์วยต่อเนื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มีจํานวนมากเปึนแสน เสียชีวิตอย่างเดียวก็เปึนหมื่นแล้ว ในบ้านเราเมื่อวิทยาการเทคโนโลยีก้าวหน้ามากก็จะมี โอกาสเกิดสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ผมคิดว่าเมื่อเกิดแล้วเปึนสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดแน่นอน ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เดิมช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างดี แต่พอเกิดเรื่องแล้ว ก็จะกลายเปึนเรื่องคู่ปฏิปักษ์ อาจจะต้องมีการฟัองร้อง มีการกระทบกระทั่งกัน ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็หายไปหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าหลักการและเหตุผล ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่อยู่ในหน้า ๑๙ ของเอกสาร ผมคิดว่าเขียนไว้ได้อย่างครอบคลุม

เมื่อมีการเสียหายเกิดขึ้นแล้วถ้าไม่มีระบบที่ดีในการดูแลเยียวยา ถึงแม้ว่าการเยียวยานั้น ไม่สามารถจะเอาชีวิตคืนมาได้ หรือความพิการคืนมาได้ หรือการเจ็บป์วยที่มันเปึนผลกระทบ คืนมาได้ แต่ถ้ามีการเยียวยาช่วยเหลือกันในลักษณะที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกันมันก็จะยังมีต่อไป เพราะฉะนั้นการเสนอให้มีกองทุนนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้องครับ กองทุนจะไม่ได้เอาไปให้ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ไปให้คนที่เขาเสียหายเกิดขึ้นจากอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันจะสร้างความสัมพันธ์กลับมาในระหว่างผู้ป์วยแล้วก็แพทย์ผู้ให้บริการ มันก็จะดีขึ้น เรื่องนี้เปึนเรื่องสร้างสรรค์อย่างยิ่ง ผมอยากจะเรียกว่ามันเปึนวิน วิน ลอว์ (Win win law) คือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่มันเกิด ในสังคมที่ผ่านมาหลายป้ ที่มีความพยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้แล้วบางส่วนก็ยังมี การโต้แย้ง แล้วก็ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเกิดความเข้าใจผิดในส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการ บางกลุ่มบางส่วนเท่านั้นว่ามันจะทําให้เกิดการฟัองร้องมากขึ้น ท่านประธานและท่านสมาชิก ลองดูสิครับ ถ้าอ่านดูกฎหมายนี้ทั้งหมดอย่าง แตกฉานลึกซึ้งจะพบว่ามันจะยิ่งทําให้ลด การฟัองร้อง จะทําให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน คนไหนเสียหายก็ได้รับการดูแล การฟัองร้องจะเบาบางลงไป ความสัมพันธ์จะดีขึ้น เพราะมีกองทุนมีหน่วยที่ดูแล มีกรรมการ ที่จะดูแลให้เกิดการสนับสนุนการช่วยเหลือกัน ผมคิดว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็อยากจะเรียนว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการและเหตุผล แต่ถึงแม้ว่าสภาของเราเห็นชอบแล้วผ่านเรื่องนี้ไป เปึนข้อเสนอจาก สปช. กว่าจะออกไปเปึนกฎหมายก็อาจจะยังมีแรงเสียดทานอีกมาก ผมถึงอยากจะกราบเรียนตรงนี้ไว้ว่าท่านสมาชิก และผู้ฟังและประชาชนทั้งหลาย อาจจะต้องสร้างความเข้าใจ ทําความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น แล้วจะพบว่า เรื่องอย่างนี้แหละครับคือกลไกเครื่องมือที่ส ร้างความปรองดองในประเทศไทย โดยการปรองดองเกิดขึ้นในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน