สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๘ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ปรีชา บุตรศรี หารือเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเสนอแนวคิดในการพัฒนาความรู้ด้านการเงินและการธนาคารแก่ประชาชน โดยเน้นการออมเป็นหลัก และเรียกร้องการความร่วมมือจากธนาคารออมสินและธนาคารกสิกรไทยในการฝึกอบรม พร้อมเสนอแนวทางในการพัฒนากองทุนหมู่บ้านและกองทุนสัจจะออมทรัพย์ให้มีความเข้มแข็งและประสิทธิภาพ

นายปรีชา บุตรศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ ผมมีข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นครับ ประการที่ ๑ ผมเห็นด้วย แล้วก็ขอสนับสนุนเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเฉพาะ

ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ทั้งนี้ก็เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีกองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้านมากมาย แล้วเราก็พยายามที่จะบูรณาการกองทุน ต่าง ๆ เหล่านี้ให้รวมกลุ่มกัน เพื่อที่จะให้เปึนทุนสําหรับเกษตรกรในการที่จะนําไปใช้ ในการประกอบอาชีพ แต่ท่านทราบไหมครับว่ามันมีพระราชบัญญัติการเงิน การธนาคารอยู่ ถ้าไม่มีกฎหมายมารองรับแล้วก็จะทําให้ผิดกฎห มายการเงิน การธนาคารได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความยินดีเปึนอย่างยิ่งที่มีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะทําให้เปึนการรองรับระบบการเงินฐานราก ให้มีความมั่นคง มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ข้อสังเกตประการที่ ๒ ของผมผมคิดว่า ผมอยากจะให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงบางอย่าง ในฐานะที่ผมเคยมีประสบการณ์ อยู่บ้างตอนที่เปึนอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เรื่องแรกนั้นเราจะเห็นว่าเรื่องปรัชญา แนวคิดของกองทุนต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์เราส่งเสริม ให้ประชาชนได้มีการออม เอาเงินของตัวเองมาออมวันละบาท ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นรู้จักออม รู้จักประหยัด แล้วก็เอาเงินของตัวเองออมได้นั้นมาลงทุน มากู้ยืมสําหรับประกอบอาชีพ

เพราะฉะนั้นประชาชนจะมีวินัยกับการออม เพราะว่าเปึนเงินของตัวเองสะสมมา ด้วยน้ําพักน้ําแรงก็จะมีวินัย แล้วก็สามารถรักษากองทุนนี้ไว้ได้ แล้วสามารถที่จะเอา เงินในกองทุนนี้ไปประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคงขึ้นได้ อยู่ ๆ มาก็มีกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเข้ามา โดยให้หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนนี้ จริง ๆ ก็คือต้องการให้ประชาชนนั้นได้กู้ยืมไปประกอบอาชีพเพื่อแก้ปัญหาความยากจน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ข้อเท็จจริงพอมีกองทุนนี้เข้ามาก็เกิดปัญหาทันทีก็คือว่าประชาชน ที่เคยออมก็กลับออมน้อยลงหรือไม่ออมเลยก็มีก็เปึนอุปสรรคต่อกองทุนสัจจะออ มทรัพย์ เพราะว่ากองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทประชาชนมุ่งจะกู้ไปใช้เพื่อการบริโภคอย่างเดียว แล้วประสบการณ์ที่ผมพบก็คือว่าในจํานวน ๘๐,๐๐๐ กว่ากองทุนนี่ท่านทราบไหมว่า กองทุนเหล่านี้มีเอ็นพีแอลอยู่บางส่วนซึ่งผมว่าถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนที่ผมเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีมีอยู่ ๕๐๐ กว่าหมู่บ้านมี ๕๐๐ กว่ากองทุนสามารถจัดตั้งเปึน นิติบุคคลได้เพียง ๒๐๐ กว่ากองทุนเท่านั้นเอง ที่เหลือไม่สามารถจะตั้งได้เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ามีการทุจริต กรรมการไม่สามารถจะตามเงินกู้มาคืนได้ เพราะฉะนั้นเขาก็วางกฎไว้ว่า ถ้าไม่สามารถที่จะเอาเงินกู้มาคืนเขาได้ก็ไม่สามารถจะตั้งเปึนนิติบุคคลได้ อันนี้คือปัญหา ซึ่งบางทีนักการเมืองด้วยซ้ําไปไปส่งเสริมบอกว่าไม่ต้องเอาไปคืนหรอกอันนี้เงินหลวง ก็ทําให้ประชาชนเข้าใจผิดไปใหญ่ เราต้องไปตามแก้ แล้วที่สําคัญก็คือว่างานนี้ มีคณะกรรมการระดับชาติดูแลอยู่ก็จริง แต่ว่าในทางพื้นที่ไม่มีใครดูแลก็ไปมอบให้ กรมการพัฒนาชุมชนดูแลก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นมันก็เกิดเขย่งกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องดูแล เรื่องนี้ก็เหมือนกับงานฝากไว้กรมการพัฒนาชุมชน เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าความแตกต่าง ของกองทุนแต่ละกองทุนมีปรัชญามีแนวคิดที่ต่างกัน การจะนํา ๒-๓ กองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ มาส่งเสริมตามพระราชบัญญัติกองทุนการเงินฐานรากก็จะมีปัญหา เนื่องจากว่ากองทุนหนึ่ง มีคนมุ่งกู้ อีกกองทุนหนึ่งส่งเสริมให้คนออมมันก็ขัดกันครับ อันนี้ผมก็อยากจะฝากไว้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะมีข้อเสนออย่างนี้ว่า ประการที่ ๑ นั้นเราต้องมีการพัฒนากองทุน ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเปึนกองทุน ก ข ค จ กองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนสัจจะ ออมทรัพย์เหล่านี้ให้มันมีความเข้มแข็ง ให้มันมีประสิทธิภาพ ให้มันสามารถเปึนนิติบุคคลได้ ก็จะทําให้เปึนฐานรากที่สําคัญ ถ้าเราไม่สามารถทําตรงนี้ได้ มันก็จะทําให้ระดับบน

มันก็จะล้มเหลวได้ เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันว่าในระดับล่างควรจะต้องไปทําเรื่องนี้ ให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นมาให้ได้ ประการที่ ๒ สร้างวินัยในการออมเน้นการออมเปึนหลัก ไม่ใช่เน้นการกู้เปึนหลัก ถ้าเราเน้นการกู้เปึนหลักก็จะเกิดความล้มเหลวก็จะเกิดเอ็นพีแอล ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรื่องของการเน้นความสามารถในการออมจึงเปึนเรื่องหลัก เปึนเรื่องสําคัญ ประการที่ ๓ ผมคิดว่าการพัฒนาความรู้ด้านการเงิน การธนาคารให้กับ พี่น้องประชาชนที่จะทําเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญจะต้องให้ความรู้ทางบัญ ชี จะต้องให้ ความรู้เรื่องต่าง ๆ ให้มันมากขึ้น เพราะว่าชาวบ้านยังไม่มีความรู้เพียงพอ ถ้าเราสามารถ ให้ความรู้เขาได้ก็จะทําให้เรื่องนี้สามารถดําเนินการไปได้ โดยให้ธนาคารออมสินก็ดี หรือว่า ธ.ก.ส. ก็ดีเปึนแม่ข่ายในการที่จะฝ๊กอบรมเรื่องนี้ ผมก็เรียนเสนอเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ