สารี อ๋องสมหวัง พูดถึงการขอบคุณรายงานของคณะกรรมาธิการและสนับสนุนการปฏิรูปการเงิน โดยมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ความรู้ทางการเงินพื้นฐานแก่ประชาชน และหารือเรื่องการให้ความรู้ทางการเงินและการขายบริการทางการเงิน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการจัดตั้งหน่วยงานที่ให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน และใช้ข้อมูลของผู้คนในการป้องกันปัญหาการเงินในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์และการช่วยเหลือผู้มีปัญหาการเงิน
ขอบพระคุณท่านประธาน จริง ๆ ดิฉันสนับสนุน แล้วก็ชื่นชมรายงานทั้ง ๓ ฉบับของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง แล้วก็สนับสนุนการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ แล้วก็แนวทางการส่งเสริม ให้ความรู้ทางการเงินพื้นฐานแก่ประชาชน ดิฉันมีข้อคิดเห็นต่อเรื่องการส่งเสริมให้ความรู้ ทางการเงินพื้นฐานแก่ประชาชน เพราะดิฉันคิดว่าดูเหมือนทางกรรมาธิการเอง ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะมีหน่วยงาน ใหม่ไหม แล้วก็จากการที่องค์กรผู้บริโภคเอง เราได้ทํางานเยอะกับเรียกว่าศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทย ซึ่งดิฉันต้องชื่นชมก็ต้องถือว่าเปึนหน่วยหนึ่งที่ทําหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภค เมื่อเกิดปัญหาทางการเงินมาก แล้วมีประสิทธิภาพระดับหนึ่งก็ต้องชื่นชมไว้ด้วย
แล้วดิฉันคิดว่าจริง ๆ หน่วยที่น่าจะเปึนหน่วยช่วยการทําเรื่องไฟแนนเชียล ลิเทอเรซี (Financial literacy) หรือการให้ความรู้ทางด้านการเงินน่าจะใช้หน่วยงานนี้ ทําไมเราถึงต้อง ใช้หน่วยงานนี้ ดิฉันคิดว่าคนที่จะทําเรื่องการเงินต้องรู้ว่าความทุกข์ของคนจากเรื่องการเงิน หรือปัญหาในเรื่องการเงินคืออะไร เพราะฉะนั้นหน่วยนี้จะมีข้อมูลที่รู้ว่าประชาชน มีข้อบกพร่องทางการเงินคืออะไร แล้วก็รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัญหาการเงินของประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าจริง ๆ เราสามารถใช้ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทยในแง่ที่จะให้เขาเพิ่มหน่วยงานหรือสนับสนุนให้เขาเกิดหน่วยงาน ที่จะทําหน้าที่เรื่องการให้ความรู้ทางการเงินกับประชาชนนะคะ เพราะว่าจะสามารถ เชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนจริงเรื่องการเงิน เพราะว่าก็ต้องเรียนนะคะว่า คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนที่ประชาชน ทดลองนําร่อง โดยมีท่านอาจารย์เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ เปึนประธานอนุกรรมาธิการ แล้วก็มีท่านอาจารย์ จิราพร ลิ้มปานานนท์ ช่วยสนับสนุนอยู่นี่อย่างน้อยก็ได้สนับสนุน ในเรื่องนี้มากทีเดียวนะคะ แล้วก็มีความร่วมมือเปึนอย่างดี รวมทั้งเราทําสิ่งที่ ท่านอาจารย์ชิงชัยแนะนําให้ทํานะคะ ขอเอ่ยนามท่าน ก็คือเรตติง คอมพาราทีฟ เทสต์ (Rating comparative test) ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากในการที่จะทําให้คน ได้ข้อมูลเรื่องการเงินที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าจริง ๆ หน่วยที่เหมาะสม ในแง่ของการที่จะทําเรื่องนี้ก็คือ ศูนย์คุ้มครองผู้ให้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทย แล้วก็สามารถที่จะใช้ข้อมูลของผู้คนของป ระชาชน แล้วก็อันนั้น ก็ถือว่าเปึนการทํางานเพื่อปัองกันปัญหานอกเหนือจากสิ่งที่ศูนย์คุ้มครองทําหน้าที่ตั้งรับ ในการช่วยสนับสนุนก็สามารถนําข้อมูลนั้น มาปัองกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้ ในอนาคต แล้วดิฉันก็สนับสนุนนะคะว่าถ้าเราจะทําแบบเพื่อนบ้านเราคือประเทศมำเลเซีย ดิฉันมีโอกาสได้คุยกับองค์กรผู้บริโภคที่เรียกว่าเฟเดอเรชัน ออฟ มาเลเซียน คอนซูเมอร์ส แอสโซซิเอชัน (Federation of Malaysian Consumers Associations) หรือสมาคม ผู้บริโภคของประเทศมาเลเซียซึ่งเขามีหลักสูตรที่ทําตั้งแต่เรียกว่าใครจะผ่านชั้นนี้ไป ทุกคนต้องเรียนเรื่องไฟแนนเชียล ลิเทอเรซีทั้งหมดนะคะ โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภครับทําหลักสูตรที่ทุกคนต้องผ่านหลักสูตรนี้ทุกคนที่เปึน
เด็กนักเรียน แล้วดิฉันพบว่ามันได้ผลมากทําให้เด็กเข้าใจเรื่องกำรบริหารการเงินนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ขณะนี้ถ้าใคร ดิฉันก็คิดว่า อยากให้รายงานนี้ได้รวมไปถึงภาคเอกชนที่ทํางานอยู่ที่ดิฉันเอ่ยถึงไปแล้ว แล้วก็ส่วนที่ สําคัญมากซึ่งเปึนเครือข่ายของคนที่เปึนหนี้ก็คือชมรมหนี้บัตรเครดิตและ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งรวมตัวกันมีสมาชิกหลายหมื่นคน แล้วเวลาเขามีปัญหาอะไรเขาก็จะใช้จะช่วยกันนะคะ เข้าไปที่ออนไลน์ (Online) เวิลด์ ไวด์ เวบ คอนซูเมอร์ ไทย ดอต โออาร์จี (www.consumerthai.org) มีคําแนะนําทุกประเภทว่าขณะนี้ถ้าคุณเปึนหนี้มีบัตรเครดิต เกิน ๓ ใบ คุณจะจัดการชีวิตอย่างไร ถ้าคุณเปึนหนี้พรุ่งนี้จะต้องไปศาล คุณจะแก้ปัญหา อย่างไร คุณจะคุยกับผู้พิพากษาอย่างไร คุณจะจัดการตัวเองอย่างไร หรือว่าถ้าคุณทวงหนี้ ทวงหนี้แบบไหนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าชมรมหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลก็ควรจ ะได้แอกนอลเลจ (Acknowledge) ในรายงานชิ้นนี้ แล้วรวมถึงคณะกรรมการ อนุกรรมการการเงินการธนาคารของคณะกรรมการองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนนะคะ แล้วก็ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ ดิฉันอยากเห็นว่าเราต้องแยกระหว่างการให้ความรู้ทางการเงินกับการขายบริการทางการเงิน เพราะทั้ง ๒ เรื่องมันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการให้ความรู้ทางการเงินกับการมีบริการ ทางการเงินหรือการขายบริการทางการเงินควรจะแยกจากกัน แล้วก็ประเด็นสุดท้าย ดิฉันคิดว่าดิฉันเองอยากให้เราคิดเรื่องการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ไม่อยากให้เปึนภาระ ทางสังคม
ดิฉันคิดว่าเราต้องยอมรับนะคะว่าประเทศเราอย่างไรก็ต้องลงทุนกับ ทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข หรือแม้กระทั่งสวัสดิการของผู้สูงวัย เพราะฉะนั้นดิฉันว่าอันนี้ก็คือการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ เราต้องช่วยกันคิดเรื่องนี้ให้ดี แต่อย่าคิดว่านี่เปึนภาระทางสังคม แต่นี่คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน