วิทยา เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๘ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วิทยา กุลสมบูรณ์ เสนอกรอบแนวคิดการปฏิรูปกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นความปลอดภัยข้อมูลและการบูรณาการหน่วยงานรัฐผ่านพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งชี้ให้เห็นปัญหาสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยจากการเก็บข้อมูลเฉลี่ย 19.3 ครั้งต่อฉบับต่อปี รวมถึงประเด็นสารสเตียรอยด์ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สุขภาพและสารไดคลอโรมีเทนในยาสมุนไพร

นายวิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม วิทยา กุลสมบูรณ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะขอนําเรียน ในส่วนต่อเนื่องจากที่ท่านประธานสารีได้กล่าวถึงวาระปฏิรูปที่ ๓๑ คุ้มครองบริโภค ในส่วนที่ เปึนกรอบแนวความคิดที่เรียกว่าคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) และท่าน พลเอก ภูดิศได้กล่าวถึงโอเปอเรชันนอล ดีไซน์ (Operational design) ในเชิงกระบวนการ ตามข้อกําหนดของคณะกรรมำธิการวิสามัญวิสัยทัศน์ ครับ ในส่วนของกฎหมาย ดังที่ท่านประธานสารีได้กล่าวแล้วนะครับว่าเราทําตามกรอบซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๔ ด้าน ก็คือ เรื่องของการมีส่วนร่วมในกรณีกฎหมายองค์การอิสระและท่าน พลเอก ภูดิศได้พูดถึงเรื่อง การบูรณาการภาครัฐซึ่งอยู่ใน ๒ เซกเตอร์ (Sector) ในลําดับต่อไปนี้ก็จะเปึน กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับในด้านหนึ่งก็คือข้อมูลและความปลอดภัย ในอีกด้านหนึ่งก็จะเปึนในเรื่องของ การชดเชยและเยียวยาในกฎหมาย ๖ ฉบับ กฎหมายฉบับแรกที่ผมจะขออนุญาตนําเรียนนี้ ก็เปึนกฎหมายที่มีลักษณะเด่นที่พยายามจะดูสภาพการ ณ์ของสังคมในปัจจุบันในขณะนี้ ที่ได้ออกกฎหมำยกลางก็คือพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวก ซึ่งออกกฎหมาย เพียง ๑ ฉบับ สามารถที่จะบูรณาการหน่วยงานของรัฐตามหลักที่ท่าน พลเอก ภูดิศ ได้ปรารภเรื่องของการบูรณาการ ในส่วนของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมขออนุญาตเรียน เปึน ๓ ส่วนด้วยกันครับ ในส่วนแรกจะขออนุญาตนําเรียนเรื่อง ของปัญหาโดยย่อ เพราะว่าได้เรียนไปในรอบที่ ๑ แล้ว ขอนําสไลด์เพื่อเสนอนะครับ ใน ๓-๔ สไลด์แรกนี้ ก็จะพูดถึงตัวปัญหาโดยย่อนะครับว่าขณะนี้สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยจากการเก็บข้อมูล ของสถานการณ์ตัวชี้วัดการคุ้มครองผู้บริโภคก็พบนะครับ เฉลี่ยแล้ว ๑๙.๓ ครั้งต่อฉบับต่อป้ เปึนค่าเฉลี่ย

ก็แสดงว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย ครับ ในลําดับต่อไป ในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานตามกฎหมาย ซึ่งจากสถิติของสํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฉพาะในส่วนอาหารก็ดี ในสไลด์ต่อไป ยา เครื่องสําอาง แล้วก็ในส่วนของเครื่องมือแพทย์ก็ดี วัตถุอันตรายก็ปรากฏว่ามีแนวโน้ม ที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นในสินค้าบางชนิด อันนี้ก็จะทําให้เปึนข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่า ไม่ปรากฏโดยตัวของผู้บริโภคเอง อีกสไลด์ต่อไปชี้ว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ทํางานร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ แล้วใช้การดําเนินการที่เรียกว่าอิ สชู ไพรเวไทเซชัน (Issue privatization) คือจัดลําดับ ความสําคัญความไม่ปลอดภัยของสินค้า เราจะพบความแตกต่างในรายภาคในสินค้าต่าง ๆ บางภาคอาจจะมีน้ําหนักไปในเรื่องของสินค้าบางชนิดที่แตกต่างกัน เช่น มีน้ําหนักไป ในเรื่องของเครื่องสําอางบ้าง มีน้ําหนักไปในเรื่องของอาหารบ้าง มีลักษณะที่ปัญหาเกี่ยวกับ สารเคมีการเกษตรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสเตอรอยด์ (Steroid) ซึ่งเปึนสารที่ก่อพิษ ที่แทรกและปะปนอยู่ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ไม่ใช่ยาก็ยังมีปะปน เพราะฉะนั้นความแตกต่าง ตรงนี้ก็เปึนประเด็นปัญหาที่นํามาสู่แนวทางว่าเราจะดําเนินการอย่างไร สไลด์สุดท้าย เกี่ยวกับปัญหา ขออนุญาตนําเสนอรูปธรรม ซึ่งวันนี้ผมได้เรียนเชิญท่านเภสัชกรวรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ท่านเปึนผู้ช่วยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมาร่วมพัฒนากฎหมาย ฉบับนี้ ร่วมกับทาง สคบ. ร่วมกับทาง สมอ. แล้วก็ทางฝ์ายพาณิชย์ด้วย ก็เห็นปัญหาอย่างนี้ ว่าบางสินค้านี่ประชาชนไม่รู้จักหรอกครับ เช่นท่านคงไม่ทราบว่าสารชื่อว่าไดคลอโรมีเทนนี่ (Dichloromethane) คืออะไร แต่ปนอยู่ในยาสมุนไพรเพราะผู้ผลิตยาสมุนไพรคิดว่า จะทดแทนความหวานจากสารคลอโรฟอร์ม (Chloroform) และสารกันบูดนั้น แต่ก็ไม่ทราบ ท่านไปเอามาจากไหนเหมือนกันจนเขาได้ตรวจพบ แต่ระยะเวลากว่าที่จะแจ้งเตือนภัย ให้ประชาชนได้ใช้เวลานานมาก เพราะว่ากฎหมายที่เราจะได้นําเรียนต่อไปมีลักษณะปฏิบัติ ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ค้นพบปัญหาแล้วจะนําแจ้ง นี่จะต้องเปึนไปตามบทบัญญัติของ กฎหมายแต่ละฉบับ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างหนึ่ง ตัวอย่า งที่ ๒ ซึ่งเปึนผลงานของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็คือตะกั่วในถังน้ําเย็นที่เด็กนักเรียนรับประทานกันทั่วประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อประมาณสัก ๕ ป้ที่แล้ว ในสมัยนั้นการบูรณาการระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กับสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยท่านเลขาธิการ

ได้ดําเนินการสําเร็จ โดยประกาศตู้ถังน้ําเย็นเปึนสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งกฎหมายของ สคบ. นั้นเอื้อต่อการที่จะทําให้เกิดกลไกในลักษณะเช่นนี้ แล้วก็ได้เตือนภัยไปอีกเรื่องหนึ่งว่า ต้องต่อสายเพื่อเปึนสายดินที่ไม่ให้เกิดปัญหา ก็ปรากฏว่ายังมีเด็กที่จังหวัดลําปางต้องเสียชีวิตจาก การรับประทานน้ําจากถังน้ําเย็น เพราะฉะนั้นปัญหาที่มีอยู่ในสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ในโรงเรียนนี่หลังจากที่ได้ดําเนินการกันโดยไม่ต้องรอให้ สมอ. ประกาศมาตรฐานก็สามารถ ทําให้โรงเรียนต่าง ๆ ปลอดภัยได้ เรายังมีอีกหลายเรื่องในวันนี้ไม่ว่าจะเปึนในพวกอาหาร เช่นในน้ํามันพืชที่ขณะนี้อาจจะมีการเอาน้ํามันเก่ามารีไซเคิล (Recycle) แล้วเอามาขายกันโดยไม่รู้ เรายังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของขวดนมที่มีสารบีพีเอ (BPA) ซึ่งน่าดีใจที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกเลิกไปในเร็ว ๆ นี้เอง แล้วก็จะปรากฏออกมาภายในปลายป้นี้หลังจากประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ปัญหาสารตะกั่วในสีทาอาคาร ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ก็กําลังดําเนินการอยู่ แล้วปัญหาที่แทบไม่น่าเชื่อครับ วัยรุ่นของเรายังเอาฟันที่มีลักษณะ เปึนฟันแฟชันใส่เข้าไปในปาก บางคนเอากาวซีเมนต์ตราช้างใส่เข้าไปด้วย เมื่อทันตแพทย์ มาพบก็เปึนปัญหา ขณะที่ทาง สคบ. ก็ได้ดําเนินการปัอ งกันปัญหานี้โดยประกาศเปึน สินค้าไม่ปลอดภัย นี่คือเรื่องในเชิงลบ แต่เรื่องในเชิงบวกขออนุญาตสไลด์ต่อไป อันนี้ก็คือ กลไกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ทางกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ได้นําเรียนท่านรัฐมนตรี แล้วท่านรัฐมนตรี ได้นําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ท่านเดินตรวจเยี่ยมบูธ (Booth) ของกระทรวงสาธารณสุข เปึนตัวอย่างของอาหารและยาและตัวอย่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทําเว็ บไซต์ (Web site) เรื่องทําดี ดอต โออาร์จี/อะเลิร์ต (www.tumdee.org/alert) ก็เปึนรูปธรรมที่ดีมากเพราะวันนี้ โซเชียล มีเดีย (Social media) ซึ่งอยู่ในมือของ อสม. อยู่ในมือของนักเรียนสามารถกดเข้าไปแล้วดูได้ว่า สินค้าชื่อนี้มันไม่ปลอดภัยอย่างไร แต่กฎหมายอย่างไรจะเอื้อที่ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สามารถทําเช่นนี้ได้ ก็ต้องรอหวังพึ่งกฎหมายฉบับนี้ซึ่งจะขออนุญาตนําเรียนในเชิงหลักการ ในส่วนที่ ๒ และรายละเอียดของกฎหมายต่อไปครับ ในหลักการสไลด์ต่อไปนี้ก็จะบอกว่า จากการทบทวนของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้พบว่าในต่างประเทศนั้นกฎหมายชื่อว่าโปรดักต์ เซฟตี (Product safety) ปรากฏครับในยุโรป

แล้วเรียกว่า เจเนอรัล โปรดักต์ เซฟตี ไดเรกชัน (General product safety direction) ซึ่งมีหลักการที่สําคัญ แล้วก็มีจุดเด่น แล้วก็มีผลได้ที่อนุวัตเข้ามาในกฎหมายที่เรา จะก่อร่างสร้างตัวขึ้น ประการแรกก็คือปรินซิเป่ล ออฟ ไฮ เลเวล คอนซูเมอร์ โพรเทกชัน (Principle of high level consumer protection) ก็คือทําอย่างไรถึงจะ ทําให้ประชาชน ทุกคนจะได้รับการปกปัองอย่างสูงสุด ทั้งนี้กฎหมายแต่ละฉบับจะมีลักษณะเปึนแท่งดิ่งลงไป ก็คือเกิดเปึนกฎหมายตามชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหาร เครื่องสําอาง วัตถุมีพิษ แล้วก็สินค้าต่าง ๆ จนที่เหลือไม่มีอะไรจะดูแลแล้วก็ยกให้ สคบ. เราต้องการกฎหมายกลาง ที่เรียกว่าฮอริซอนทัล ลีจิสเลชัน (Horizontal Legislation) ซึ่งคัฟเวอร์ (Cover) ออกฉบับเดียว และช่วยทุกกระทรวง ทบวง กรม จุดเด่นก็คือไม่ได้ยกเลิกมาตรฐานที่ท่านมีอยู่ และจุดที่สําคัญคือหากกฎหมายฉบับใดจะมีมาตรฐานที่สูงขึ้นก็สามารถทําได้ ผลที่ได้ก็คือ ยกระดับตามที่ได้เรียนแล้วว่าคอนซูเมอร์ สุพรีมมาซี (Consumer supremacy) ก็คือ ประชาชนสามารถที่จะได้รับการคุ้มครองจากทุกกระทรวง ทบวง กรม จากการวิเคราะห์ กฎหมายทั้งหมด ๘ ฉบับในลําดับต่อไป พบความแตกต่างในเรื่องของการตรวจสอบ การประกาศ และการเรียกเก็บตามลักษณะที่แตกต่างกันในกฎหมายแต่ละฉบับ เช่น บางฉบับก็กําหนดให้การตรวจสอบเปึนหน้าที่ของรัฐที่ทําได้เต็มที่ บางส่วนก็ให้ ผู้ประกอบการเปึนหลัก ในเรื่องของการประกาศก็เช่นเดียวกัน พระราชบัญญัติอาหาร บอกให้ทําได้เลย บางพระราชบัญญัติต้องให้ประกาศรอกรรมการ บางพระราชบัญญัติ ต้องหารือกับผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับการเรียกเก็บ จากการวิเคราะห์ ๒ สไลด์นี้จึงนํามาสู่ เปัาหมายของเราว่ากฎหมายฉบับนี้จะยึดก็คือหลักการดังต่อไปนี้ สินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น ไม่เปึนเพียงให้หลักประกันกับผู้บริโภคครับ ผมคิดว่าเราซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประเทศญี่ปุ์น ก็เพราะว่าเขามีคอนซูเมอร์ สุพรีมมาซี ก็เขาถือว่าผู้ที่ใช้นั้น มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นการแข่งขันในตลาดโลกนั้นถ้าประเทศใดที่มีภาพลักษณ์ ที่ดี สินค้าของประเทศเราที่เมื่อวานนี้เราพูดถึงการลงทุนในต่างประเทศก็ได้รับการยอมรับครับ เราซื้อสินค้าของประเทศญี่ปุ์น ประเทศเยอรมนี ประเทศสหรัฐอเมริกา เราค่อนข้างไว้วางใจ เรามีปัญหากับบางประเทศ ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงประเทศดังกล่าว หรือหลาย ๆ ประเทศ ก็เปึนเพราะว่าเราไม่เชื่อมั่น เรารู้สึกว่าประเทศนี้ชอบปลอม ประเทศนี้ชอบทําสินค้าไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่เพียงการปกปัองประชาชน

ในประเทศ แต่สินค้านี้จะสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ และประกาศว่าประเทศของเรานั้น ไม่เพียงดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่จะเปึนการปกปัองผู้ที่ซื้อทั่วประเทศด้วย ต่างประเทศด้วย กฎหมายกลางฉบับนี้จะป่ดช่องว่าง แล้วก็จะทําให้กฎหมายที่มีอยู่นั้น ดําเนินการไปได้ ขออนุญาตนําเรียนสั้น ๆ เกี่ยวกับสาระในกฎหมายซึ่งมีทั้งหมด ๒๒ มาตรา อยู่ในนิยาม ๖ มาตรา หมวด ๑ อํานาจหน้าที่รัฐและพนักงาน ๓ มาตรา มาตรการปลอดภัย ๗ มาตรา หน้าที่ผู้ประกอบธุรกิจ ๑ มาตรา และบทกําหนดโทษ ๔ มาตรา จุดเด่น ในสไลด์ต่อไปก็คือความเปึนกฎหมายกลางที่ผมนําเรียนแล้วครับ กฎหมายฉบับนี้บอกว่า หากมีกฎหมายใดที่บัญญัติโดยเฉพาะไว้แล้ว บทบัญญัติที่ได้บัญญัติไว้แล้วก็จะเอาไปเสริม หรือไปเพิ่มในส่วนที่ต่ํากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้ดีขึ้นครับ ในสไลด์ต่อไปนี้ จะเปึนเรื่องของนิยามนะครับ ซึ่งจํานวนไม่น้อยก็นิยามมาจากพระราชบัญญัติความรับผิด ต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งได้ออกเปึนกฎหมายไปแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๑ ท่านมีข้อสังเกต ที่น่าสนใจก็คือความเสียหายครับ ในนี้มีความเสียหายนอกเหนือจากต่อจิตใจ ก็คือ ต่อจิตวิญญาณ ท่านอาจจะตั้งคําถามนะครับ คําว่าจิตวิญญาณนั้นหมายความว่าอย่างไร ท่านอาจารย์วินัยจะตอบได้ครับว่าเคยมีไส้กรอกที่ประกาศว่าเปึนไส้กรอกไก่ แต่เมื่อผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามบริโภคปรากฏว่าศูนย์ฮาลาลของอาจารย์วินัยตรวจพบว่า มีเนื้อสุกรปนอยู่ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องจิตใจ แต่มันลึกซึ้งไปถึงจิตวิญญาณ ของผู้ที่เขาบริโภคครับ ความเชื่อถือ ความนับถือทางศาสนามันไม่ได้เจ็บป์วยทางร่างกาย หรือทุกข์ทรมานมีบาดแผล แต่มันทําลายความศรัทธา ความเชื่อมั่น เราได้ใช้บทบัญญัตินี้ ครอบคลุมไปถึงเรื่องนี้ด้วยครับ ในสไลด์ต่อไปนะครับ จะเปึนเรื่องของหลักการของกฎหมาย ที่พูดถึงอุดมคติของกฎหมายว่ารัฐจะต้องทําในสิ่งต่อไป นี้ ผู้ประกอบการจะต้องทํา ในสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่นั้นจะไม่ได้ระบุในเรื่องเหล่านี้ แต่ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเปึนส่วนเพิ่มเติมเพื่อให้ครบถ้วน และให้เปึนไปในทางแนวเดียวกัน ในสไลด์ที่ผมจะนําเรียนในตัวของกฎหมายก็จะมีในส่วนของอํานาจหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ซึ่งก็เปึนอํานาจหน้าที่โดยที่ดําเนินการได้ตามกฎหมา ยอยู่ในส่วนหนึ่ง แต่จะเพิ่มบางส่วน เช่น ในข้อ ๒ การจัดทําลักษณะของฐานข้อมูลที่ให้ประชาชนตรวจสอบ

ยืนยันเกี่ยวกับความปลอดภัย ดังที่ผมได้แสดงเรื่องการประกาศสินค้าไม่ปลอดภัย ของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปึนตัวอย่างครับ การทดสอบ การเฝัาระวังก็สามารถทําได้ อย่างเต็มที่

แล้วก็ที่สําคัญที่ สุดก็คือการแจ้งเตือนภัยในสไลด์ต่อไปนี่ ที่จะนําข้อมูลร่วมในระบบแจ้ง เตือนภัยไม่เฉพาะในประเทศ ถ้าท่านได้ทบทวนดูในอียู (EU) ตอนนี้เราจะเปึนอาเซียน (ASEAN) จะมีองค์การบางองค์กรเช่นอินเตอร์เนชันแนล เฮลต์ คอนซูเมอร์ โพรเทกชัน (International Health Consumer Protection) ซึ่งศึกษาหมดเลยเกี่ยวกับเรื่องข้อมูล ความอันตราย ความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ในอนาคตถ้าเราทําได้ดีอาจจะเปึนผู้นําทางด้าน ความปลอดภัยในอาเซียน และประการที่ ๕ ซึ่งเปึนประการสุดท้ายครับ การระงับ จําหน่าย แจก จ่าย การโฆษณา ส่งมอบต่าง ๆ เหล่านี้ บางชนิดนั้นไม่เพียงจะต้องเก็บ แต่ต้องส่งคืน ออกนอกราชอาณาจักรด้วย เช่นหากมีการปนเปุ๋อนเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีเปึนต้น สไลด์ ๒ อันสุดท้ายจะเปึนการบอกถึงการระบุหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งท่านวรรณชัย ซึ่งเปึนสมาชิกของคณะกรรมาธิการของเราด้วยนั้นแนะไว้ว่าควรจะบอกไว้ว่าควรจะ ดําเนินการอะไรเพื่อจะได้เห็นและได้มองได้ว่ามันเปึนสิ่งที่พึงกระทําครับ ในสไลด์ที่ ๔ จึงระบุเรื่องกรณีเรียกคืนสินค้าก็ดี เก็บสินค้าก็ดี หรือการแจ้งโฆษณาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนสไลด์สุดท้ายนั้นเปึนบทกําหนดโทษ ซึ่งจะขออนุญาตจบด้วยสไลด์สุดท้ายนี่ว่า บทกําหนดโทษนี้นั้ นได้กําหนดขึ้นบนมาตรฐานของกฎหมายพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภค ก็ได้ใช้หลักของกฎหมายฉบับนั้นเพื่อกําหนดบทลงโทษให้อนุมัติตามกัน ก็ขออนุญาตนําเรียนหลักการ เหตุผล ความสําคัญของกฎหมายฉบับนี้นะครับ และขอให้ท่าน พิจารณาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ทางคณะของเราก็จะได้ปรับปรุง แล้วก็จะได้ส่งมอบต่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องคณะรัฐมนตรีต่อไป ขอบพระคุณครับ