สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๘ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ภูดิศ ทัตติยโชติ หารือเรื่องการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำบทบาทของภาครัฐในการปกป้องสิทธิของประชาชน และเสนอข้อเสนอแนะ 4 ประเด็นเพื่อการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ครอบคลุมต่องานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน และจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเฉพาะด้านเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคและป้องกันการหลอกลวง

พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ สมาชิก สปช. หมายเลข ๑๖๕ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณากล่าวนําไปบ้างแล้ว เราจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ในกระแสของโลกาภิวัตน์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการค้าเสรีนั้นก่อให้เกิดสภาพปัญหาขึ้นอย่ำงมากมาย แล้วก็มี ประเด็นที่ท้าทายได้น่าสนใจเกิดขึ้นในหลาย ๆ อย่างนะครับ คณะกรรมาธิการเราเห็นว่า ในวงจรหรือกระบวนการของการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งจะประกอบด้วย ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ก็คือ ภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคผู้ประกอบการ โดยมีภาครัฐนั้นเปึนส่วนที่ถือความสมดุล หรืออยู่ตรงกลาง แต่ละภาคส่วนนั้นก็จะมีความสําคัญ แล้วก็มีบทบาทแตกต่างกันไป ในฐานะที่เปึนคณะอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐนั้น ก็จะขอกล่าวถึงบทบาทเฉพาะภาครัฐเท่าที่จําเปึนนะครับ ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่า ภาครัฐไม่ได้ทําหน้าที่อย่างมากมาย ประการแรก ก็คือจะเห็นว่าจําเปึนจะต้องมีหน้าที่ ในการปกปัองและคุ้มครองประชาชนไม่ใ ห้ถูกเอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ปกปัองสิทธิ ของประชาชน เพื่อให้เปึนไปตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกันเองภาครัฐนั้นก็ยังมีบทบาท หรือมีหน้าที่ที่จะต้องดูแล ส่งเสริมพัฒนาการในการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการ ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางกำรค้าอย่างเสรี และเปึนธรรม อันนี้คือบทบาทหน้าที่ของ ภาครัฐที่อยากจะให้พวกเราได้รับทราบถึง ความสําคัญของตัวภาครัฐ ในฐานะที่เปึนผู้ถือดุลที่อยู่ตรงกลางระหว่างประชาชน

ในฐานะผู้บริโภค แล้วก็ผู้ประกอบการ ด้วยบทบาทความสําคัญของภาครัฐที่ได้กล่าว ไปแล้วนั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้กําหนดให้มีการปฏิรูประบบ คุ้มครองผู้บริโภคภาครัฐ ซึ่งเปึนประเด็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเด็นของการปฏิรูปเพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภค เพื่อทําให้ภาครัฐนั้นได้ทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ในการดูแลเรื่องสิทธิของประชาชน ในฐานะผู้บริโภคแล้วก็ผู้ประกอบการด้วย จากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการนั้น เราก็ได้ศึกษากันอย่างกว้างขวาง แล้วก็ได้จัดทําข้อเสนอแนะที่สําคัญเพื่อให้เกิดการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้ บริโภค ทั้งนี้ ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้ภาครัฐนั้น สามารถปฏิบัติงานตอบสนอง แล้วก็แก้ไข ตลอดจนเยียวยาปัญหาของผู้บริโภค ในกระแสโลกาภิวัฒน์และการค้าเสรีได้อย่างทัน ท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ประเด็น ในการปฏิรูปหลัก รวม ๔ ประเด็น ตามกรอบแนวทางการปฏิบัตินั้น คณะอนุกรรมาธิการ ของเรานั้นก็ได้เคยเสนอต่อสภาแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีจํานวน ด้วยกัน ๔ ประเด็นดังนี้ ประเด็นปฏิรูปของคณะอนุกรรมำธิการ ประเด็นแรก ก็คือว่า เพิ่มประสิทธิภาพกลไกและกระบวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครอง ผู้บริโภค ๒. การบูรณาการโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของภาครัฐ ๓. สร้างเสริมระบบฐานข้อมูล การเชื่อมโยง และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร ในการคุ้มครองผู้บริโภค ๔. พัฒนาความเข้มแข็งของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคีเครือข่ายในการคุ้มครองผู้บริโภค เรียนท่านสมาชิกที่เคารพนะครับว่าจากประเด็น ในข้อเสนอในการปฏิรูปภาครัฐทั้ง ๔ ประเด็นปฏิรูปนี้ได้เคยเสนอที่สภาแห่งนี้ไปแล้ว ครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าเพื่อความรอบคอบของคณะกรรมาธิการ เราอยากให้ได้ผลงาน ที่เปึนผลงานที่เปึนรูปธรรม แล้วก็เกิดประสิทธิภาพจริง ๆ นั้น

เราได้มีการเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนในภาคต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการ ตลอดจน มีการจัดการสัมมนา ตลอดจนถึงเปึนเรื่องสุดท้ายก็คือว่าเราได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง หลาย ๆ หน่วยงาน ในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็เจาะจงเฉพาะหน่วยงานที่เนื่องจาก ปัจจัยเวลาที่จํากัด เราก็ได้เชิญหน่วยงานที่มีสถิติการร้องเรียนอยู่มากและเกี่ยวข้อง แล้วก็สถิติเหล่านี้ก็ยังคงอยู่แล้วก็ไม่ลดหรือยังปรากฏอยู่ในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา จํานวน ๙ หน่วยงานด้วยกัน แล้วก็ได้จัดทําข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ตามประเด็นต่าง ๆ ซึ่ง ๔ ประเด็นที่ผมได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมขอเสนอ แต่ละประเด็นเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เกิดความเข้าใจนะครับ ในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ นั้นก็คือ เรื่องการเพิ่มประสิทธิ ภาพ กลไก และกระบวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค เราได้เสนอข้อเสนอแนะไว้ในประเด็นปฏิรูปนี้จํานวน ๓ หัวข้อ ประเด็นแรกก็คือการปรับปรุงบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ครอบคลุมกับสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคในระดับสากล เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ตั้งแต่มี การออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ มานั้น ก็ได้กําหนดสิทธิพื้นฐานของประชาชนไว้เพียง ๕ ประการ แต่สิทธิ ที่ระบุไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคป้ ๒๕๒๒ นั้น แล้วก็แก้ไขป้ ๒๕๒๑ นั้น มีจํานวน ๕ ประการ ก็ยังไม่ครอบคลุมไปถึงสิทธิของผู้บริโภคที่สหพันธ์องค์การผู้บริโภคสากล ได้เสนอไว้ ซึ่งมีจํานวนทั้งสิ้น ๓ ประการก็คือสิทธิในการเข้าถึงสินค้าและบริการจําเปึนพื้นฐาน อันที่ ๒ ก็คือสิทธิได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภค ๓. สิทธิที่จะดํารงชีวิ ต ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย อันนี้ก็เปึนประการแรกที่เราเสนอให้มีการแก้ไขบรรจุอยู่ใน ตัวพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๒ และแก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๑ ประการที่ ๒ ที่ข้อเสนอแนะในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ นั้น ก็คือเรื่องเราเสนอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเฉพาะด้านเพิ่มเติมขึ้นนะครับ รวมไปถึงว่าให้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการเพิ่มเติมขึ้นตามความจําเปึน ก็ด้วยเหตุที่เรามองเห็นว่าสถานการณ์ ของการบริโภคในปัจจุบันนั้น กระแสโลกาภิวัตน์ การแข่งขันทางการค้าเสรี หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้น ทําให้ปัญ หาของการคุ้มครองผู้บริโภค มีความหลากหลายมากกว่าเดิม จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคป้ ๒๕๒๒ แล้วก็พระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๑ นั้นจะกําหนดให้มีคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

เพียง ๓ ด้านเท่านั้น ก็คือ คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก และคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ซึ่งเรามองว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเห็นควรที่จะมี การเพิ่มเติมคณะกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้นอีก เพื่อให้ครอบคลุมต่องานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในบริบทที่เปึนจริงในสังคม ที่พลวัตของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งการแก้ไข ตัวกรรมการเฉพาะเรื่องเหล่านี้ก็มีความจําเปึนจะต้องไปแก้ไขตัวพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภคด้วยนะครับ นอกจากนี้แล้วเรายังเห็นว่านอกจากการเพิ่มเติมในเรื่องของ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องแล้ว ก็ยังมีความจําเปึนที่จะเพิ่มเติมคณะอนุกรร มการต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งสามารถจะแต่งตั้งได้เอง แต่ก็อาจจะติดขัดในเรื่องบุคลากรหรืองบประมาณ อันนี้ก็จะต้องไปดําเนินการแก้ไขกันต่อไป จะเห็นได้ว่าก็อยากจะย้ําอีกสักนิดหนึ่งว่ายกตัวอย่างคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่เรา อยากให้เกิดขึ้นนะครับ ก็เช่นคณะกรรมการเฉพาะเรื่องทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เราเรียกว่าอีคอมเมิร์ ซ (e-Commerce) อันนี้เปึนแค่ตัวอย่าง ถ้ามีความจําเปึน หรือจะเพิ่มเติมอื่น ๆ อีกก็สามารถดําเนินการได้ อันนี้เพียงตัวอย่างเท่านั้น เพราะเรา มองเห็นว่าปัจจุบันนี้การทําธุรกรรมผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเปึนทางอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบคอมพิวเตอร์ ในเรื่องเกี่ยวกับการธนาคาร บัตรเครดิต เงินกู้ อะไรต่าง ๆ นี้เปึนเรื่องที่ประชาชนจําเปึนจะต้องได้รับการคุ้มครองนะครับ ข้อเสนอสําหรับ ประเด็นปฏิรูปในที่ ๑ นี้ ข้อที่ ๓ ก็คือว่าเสนอให้มีการปรับปรุงแล้วก็บัญญัติกฎหมาย ที่ทันสมัยเพิ่มเติมขึ้นมาอีกจากที่มีอยู่เดิมนะครับ

คณะกรรมาธิการเราพิจารณาแล้วเห็นว่ากฎหมายนั้นเปึนเครื่องมือที่สําคัญของภาครัฐ ที่จะนําไปใช้ในการคุ้มครองประชาชนในฐานะผู้บริโภค ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ได้ใช้ กฎหมายนั้นเปึนเครื่องมือในการปกปัองดูแลตัวเองแล้วก็สิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภค ผู้ประกอบการเองก็จะมีเครื่องมือและมีแนวทางใ นการดําเนินการรวมทั้งปกปัองคุ้มครอง สินค้าการบริการที่สุจริตและสมควรของตนเอง จึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เช่นกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค หรือมีการร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่มีความจําเปึน อาทิเช่น ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ร่างพระราชบัญญัติความปล อดภัยในสินค้า และการเตือนภัย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งจะมี ผู้ที่มีความรู้ได้ชี้แจงในลําดับถัด ๆ ไปนะครับ สําหรับสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ในประเด็นปฏิรูปที่ ๒ ก็คือการบูรณาการโครงสร้างแล้วก็บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ของภาครัฐ ในประเด็นนี้คณะกรรมาธิการเราได้เสนอให้มีการจัดทําแผนคุ้มครองผู้บริโภค ระดับชาติขึ้น เพื่อทําหน้าที่ในการชี้นําแล้วก็กํากับนโยบายตลอดจนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน อันนี้จะเห็นได้ว่าตลอดเวลาตั้งแต่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๒ เปึนต้นมานั้นยังไม่เคยปรากฏว่ามีแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติเกิดขึ้นเลย แผนนี้อาจจะเปึนชื่ออะไรอันนี้ก็ไม่เปึนไร แต่ขอให้แผนนี้เกิดขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่ในการชี้นํา การดําเนินงานกําหนดแนวทางการปฏิบัติตลอดจนวางมาตรการในการกํากับดูแล แล้วก็บูรณาการการปฏิบัติให้สอดคล้องแล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน จากการหารือ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐเกือบจะทุกหน่วยเลยก็ว่าได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แล้วเห็นว่ามีความจําเปึนจะต้องเกิดขึ้น โดยปัจจุบันนี้ต่างคนต่างก็ทํา ต่างคนต่างก็มี กฎหมาย ต่างคนต่างก็พยายามทําหน้ำที่ของตนให้อย่างดีที่สุด แต่ก็การทํางานนั้น บางครั้งมันมีเรื่องที่เปึนปัญหาซึ่งครอบคลุมไปถึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานเดียว บางทีก็ครอบคลุม ไปถึง ๒ หน่วยงาน ๓ หน่วยงานเสียด้วยซ้ําไป สิ่งเหล่านี้จึงมีความจําเปึนที่จะต้องให้เกิด แผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ สําหรับแผนคุ้ มครองผู้บริโภคระดับชาตินั้น ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าตัว สคบ. เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดแผนคุ้มครองผู้บริโภค ระดับชาติ แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่บรรลุผลสําเร็จนะครับ ก็อยากจะให้พวกเราได้ช่วยกัน สนับสนุนให้เกิดแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติเกิดขึ้นด้วย สําหรับข้อเสนอประการที่ ๒ ต่อประเด็นปฏิรูปที่ ๒ นี้ก็คือว่าเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของผู้บริโภค

แห่งชาติขึ้นเพื่อทําหน้าที่รวบรวมข้อมูลการร้องเรียนตลอดจนความเสียหายให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ฟังดูก็เปึนเรื่องที่เหมือนง่าย แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ยากมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามทีถ้าเราไม่ได้เริ่มทํากันตั้งแต่บัดนี้ไปโอกาสที่เกิดเปึนจริงนั้นก็คงจะยาก จากการที่พูดคุยกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เราพบว่าต่างคนต่างมีความพยายาม ในการที่จะตั้งศูนย์เรื่อง ราวทุกข์ของตัวเอง ทุกคนพยายามปรับปรุง ทุกคนพยายาม พัฒนาขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ฉะนั้นศูนย์นี้ก็มีลักษณะของต่างคนต่างทํากัน เมื่อเราเสนอ ให้มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่เปึนกลางหรือเปึนแห่งชาติหรือรวมไว้ ณ ที่เดียวกัน ในลักษณะที่เราเรียกว่าวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) นั้นทุกคนก็เห็นด้วย แต่ก็ได้พูดคุยกันว่าเปึนเรื่องที่ยังยากอยู่ที่จะเกิดอันใกล้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเกิดได้ เปึนจริงไหมก็ต้องมีการศึกษาแล้วก็มีการทําการวิจัยก็อาจจะให้ภาคสถานศึกษา มหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เปึนสิ่งที่จําเปึน สําหรับศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์แห่งชาติ ซึ่งเปึนศูนย์กลางนี้ ขณะนี้ตัว สคบ. ก็พยายามทําอยู่ แต่ว่ามองแล้วก็ได้แต่เพียง ๒-๓ หน่วยงานเท่านั้นเอง คงจะยากและคงจะเปึนไปสู่เปัาหมายตามที่คาดไว้ไม่ได้ จากการหารือร่วมกันนั้นเราตั้งความหวังไว้กับศูนย์รับเรื่องราว ร้องทุกข์แห่งนี้ว่าศูนย์นี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนที่มาร้องทุกข์ให้สามารถให้ได้รับทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับข้อร้องทุกข์หรือว่าวอต (What) หรือปัญหาถูกส่งต่อไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบอันใดก็คือแวร์ (Where) คือไปที่ไหน ต่อไปคือใครเปึนผู้รับผิดชอบ ในการแก้ปั ญหาฮู (Who) เมื่อใดที่จะได้รับผลการดําเนินงานเวน (When) แล้วต้องมีการดําเนินงานต่อไปอย่างไรบ้างฮาว (How)

อันนี้คือความคาดห วังของพวกเราว่าศูนย์ที่เกิดขึ้นนี้จะตอบสนองหรือตอบคําถาม วอต แวร์ ฮู เวน ฮาว ได้อย่างไรนะครับ อันนี้จะต้องมีการศึกษา แล้วก็คิดว่าจะต้องมี ความตั้งอกตั้งใจหรือมุ่งมั่นที่จะทําให้เกิดขึ้นจริง ให้เปึนไปได้ แล้วเมื่อมีการศึกษากันชัดเจน หรือว่ากําหนดรูปแบบที่จะจัด ตั้งให้เปึนรูปธรรมแล้ว ศูนย์นี้ก็น่าจะเปึนส่วนหนึ่งที่บรรจุ อยู่ในแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติที่จะต้องมีการบัญญัติขึ้นต่อไปนะครับ สําหรับข้อ ๓ ก็คือให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น มีอํานาจ ในการรับเรื่องราวร้องเรียน แล้วก็ฟัองคดีแทนผู้บริโภค สภาพปัญหาปัจจุบันนี้ระดับจังหวัด ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เปึนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่ว่าในอํานาจหน้าที่ต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์นั้นปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เพียงพอนะครับ และที่สําคัญก็คือว่าที่ปัจจุบันนี้ทําได้ก็คือเพียง หน้าที่ ที่หลัก ๆ ก็คือการไกล่เกลี่ยเรื่องราว ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ก็ต้องส่งมาส่วนกลาง อันนี้ก็มีผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค ซึ่งจะต้อง ใช้เวลาเนิ่นนานในการแก้ไขปัญหาของเขาเอง มีการเสนอว่าจะต้องเพิ่มบทบาท และอํานาจหน้าที่ แล้วก็ผู้คนหรือเครื่องไม้เครื่องมือ ให้กับระดับจังหวัด และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าให้มีการฟัองคดีแทนผู้บริโภคให้เสร็จสิ้นที่จังหวัด อันนี้ถ้าทําได้นั้น ปัญหาเรื่องผู้บริโภคที่มันค้างคาแล้วก็ล่าช้า แล้วก็มาหมักหมมอยู่ที่ส่วนกลางก็จะลดลง อันนี้เปึนข้อเสนอในประเด็นปฏิรูปที่ ๒ สําหรับประเด็นปฏิรูปหน่ วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ในประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าการเสริมสร้างระบบฐานข้อมูล ในการใช้ประโยชน์และความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ในประการที่ ๓ นี้จากการหารือ ร่วมกันหลาย ๆ ฝ์าย การไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด ตลอดจน การสัมมนาที่เกิ ดขึ้นที่เราเคยจัดขึ้นก็กําหนดแนวความคิดพื้นฐานไว้ว่าการคุ้มครอง ปกปัองผู้บริโภคที่ดีที่สุดก็คือการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนผู้บริโภค ให้สามารถดูแลปกปัองตนเองได้ในเบื้องต้น เราตั้งหลักว่าถ้าประชาชนไม่มีความรู้แล้วนี่ เขาปกปัองตัวเองไม่ได้ ถึงแม้ว่าภาครัฐจะมีความเข้มแข็งหรือว่ากระบวนการในการคุ้มครอง ผู้บริโภคจะมีความเข้มแข็งเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถจะปกปัองตัวเองได้ เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือว่าการให้ประชาชนมีความรู้หรือการให้ประชาชนได้บริโภคความรู้ที่ถูกต้อง เปึนเบื้องแรก สําหรับประเด็นนี้คณะอนุ กรรมาธิการเราได้เสนอให้มีการพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงกับข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค เปึนข้อมูล

ที่ทันต่อเหตุการณ์ เปึนข้อมูลที่เผยแพร่ได้ ให้ประชาชนได้รับความรู้ นี่คือประเด็นแรก ก็ไปสอดคล้องกับแนวความคิดที่จะส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ สําหรับประเด็นที่ ๒ ก็คือว่านอกจากนี้แล้วสมควรที่จะให้สถานศึกษาอย่างเช่นมหาวิทยาลัยทําการศึกษาวิจัย ต่อประเด็นของปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ปัญหาที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศด้วย ในต่างประเทศ เพื่อมาเปึนบทเรียนในการที่จะไว้เปึน ข้อมูลสําหรับเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป อันที่ ๓ ก็คือว่าให้มีการดําเนินการ เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับสิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับประชาชนออกไป อย่างกว้างขวาง อันนี้ก็เปึนเรื่อ งที่ไม่ง่ายเหมือนกับที่เราก็พูดกัน ไม่ง่ายก็เหมือนกับ ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ แต่ก็ต้องทํากัน แล้วก็ทําให้เกิดจริง ถึงแม้ว่าหลาย ๆ หน่วย ให้ความเห็นชอบแล้วก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังขาดการบูรณาการ สาเหตุทั้งหมด ก็คือเราไม่มีแผนคุ้มครองผู้บริโภคอันกลางที่ ใช้เปึนตัวยึดโยงในการที่จะกําหนด มาตรการต่าง ๆ หรือไม่มีธงนําในการที่จะดําเนินการให้เปึนมรรคเปึนผล สําหรับประเด็น การปฏิรูปที่ ๔ คือการพัฒนาความเข้มแข็งและความร่วมมือระหว่างภาครัฐแล้วก็ ภาคีเครือข่ายนั้น อันนี้ก็เกิดจากแนวความคิดที่เรามองไว้ว่ารัฐเองนั้นไม่มีกํา ลังเพียงพอ ที่จะดําเนินการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็เหมาะสมนะครับ อันนี้จําเปึนจะต้องมีเครือข่าย หรือว่าเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

เครือข่ายนี้ไม่ใช่เครือข่ายที่ตั้งใหม่แต่เครือข่ายเหล่านี้ที่เดิมก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าต่างคน ต่างใช้ เช่น อย. ก็จะมี อสม. เปึนเครื่องมือแต่ก็ทํางานตอบสนองให้กับตัว อย. เปึนหลัก ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องของ อย. นะครับ แต่ในความหมายของเรานี้ก็คือการที่เรา จะสร้างความเข้มแข็งแล้วก็ความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายนั้นเรามีความมุ่งหวังว่า กระบวนการภาคีเครือข่ายของแต่ละส่วนนั้นสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น อสม. เองนอกจากจะดูแลช่วยเหลืองานของ อย. แล้วก็สามารถจะให้ความรู้ประชาชน ในด้านอื่น ๆ ได้นะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่พูดกันอย่างกว้างขวางแล้วก็อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เราจึงเสนอให้ ประการแรกก็คือว่าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริโภคทั้งไม่ว่าจะเปึน ภาคประชาชนหรือว่าเปึนผู้ประกอบการนั้นให้มีการรวมกลุ่มกันแล้วก็จัดตั้งเปึนกลุ่ม เปึนเครือข่าย ต่าง ๆ ให้มากขึ้นนะครับ นอกจากว่าเมื่อตั้งมาแล้วก็จะต้องมีกิจกรรม ที่จะสนับสนุนแล้วก็เผยแพร่ให้ประชาชนได้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ภาครัฐเองรวมทั้ง พวกเราเองก็เห็นว่านอกจากนี้แล้วก็จะต้องเสริมสร้างความรู้หรือมีการอบรม มีการให้ความรู้ กับภาคีเครือข่ายนี้ด้วยเช่ นกัน สิ่งเหล่านี้ทั้ง ๔ ประเด็นปฏิรูปแล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนประเด็นปฏิรูปทั้ง ๔ ข้อนั้น ก็ขออนุญาตเสนอเพียงสั้น ๆ แต่ว่ารายละเอียดนั้น ก็จะปรากฏอยู่ในรายงานของเราที่ได้แจกจ่ายให้ท่านไปแล้วนะครับ เราหวังว่า การดําเนินงานแล้วก็รายงานและข้อเสนอของเราต่อประเด็นปฏิรูปทั้ง ๔ ประเด็นไปแล้ว น่าจะส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับสิทธิความคุ้มครองจากภาครัฐให้สามารถดําเนินชีวิต ได้อย่างเหมาะสม ก้าวทันต่อยุคสมัยแล้วก็มาตรฐานสากลรวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะเกิดการบูรณาการงาน ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถตอบสนองต่อปัญหา และมีประสิทธิภาพตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง เปึนไปตามที่ประชาชนได้คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้น และสุดท้ายก็คือว่าภาคเอกชนและผู้ประกอบการจะมีบทบาท มีส่วนร่วมในการคุ้มครอง ผู้บริโภคที่เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมโอกาส และขีดความสามารถในการแข่งขันในการประกอบธุรกิจ อายุของการรวมตัวและแข่งขันกัน ในระดับภูมิภาคและระดับโลกจนเปึนผลสําเร็จ ผมขอจบรายงานข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคโดยย่อ ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ