ชาติชาย ณ เชียงใหม่ หารือเรื่องการกระจายอำนาจ โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่เพียงการกระจายความเจริญเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรให้กับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ได้สมดุลอำนาจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงกลไกการบริหารและการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเสริมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคราวที่แล้วที่ได้มี ผู้ให้ความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวกับการกระจายอํานาจ ๔-๕ ประเด็นสั้นๆ ประเด็นแรก ในเรื่องของจุดมุ่งหมายของการกระจายอํานาจ คราวที่แล้วอาจจะยังพูดได้ไม่ชัด เมื่อมีคนให้ความคิดเห็นมาขอประมวลว่าเวลานี้เรากําลั งเคลื่อนการกระจายอํานาจ จากการที่เราใช้การกระจายอํานาจเปึนนโยบายในการสร้างความเจริญหรือกระจาย ความเจริญไปสู่ภูมิภาค แล้วก็ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้การกระจายอํานาจ เปึนเครื่องมือที่จะกระจายการจัดบริการสาธารณะไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทําแทนรัฐในส่วนกลาง เรากําลังเคลื่อนไปสู่การกระจายอํานาจในความหมายของ การกระจายอํานาจการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากร เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นนั้นเขาจัดการ ชีวิตของเขาเองในเรื่องที่เขาจัดการได้ดีมีประสิทธิภาพ แล้วขณะเดียวกันนั้นบ้านเมืองเรา เวลานี้มีปัญหาสําคัญ ก็คือสมดุลอํานาจความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจจึงจะถูกใช้ในคราวนี้เปึนกลไกที่จะทําให้เกิด จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอํานาจของส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นในการที่จะอยู่ร่วมกัน ในโลกสมัยใหม่นี่นะครับ เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจในแนวที่เราได้เขียน ความคิดขึ้นมาแล้วจะไปปรากฏอยู่ในกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระจายอํานาจแห่งชาติ ที่จะร่างหลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่เกิดขึ้นนั้น ก็จะเปึนการเน้นในเรื่องที่ว่าการกระจาย อํานาจจะเปึนการกระจายโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จะริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ตามปัญหาความจําเปึนของเขาเอง การกระจายอํานาจจะเปึนเรื่อง ของการกระจายความรับผิดชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ชุมชนท้องถิ่นทํา แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าถ้าเปึนไปได้หรือในกรณีที่เปึนไปได้ก็คือการกระจายอํานาจ ก็จะเปึนเรื่องของการคืนอํานาจรัฐบางเรื่องที่ชุมชนชาวบ้านสามารถทําได้ให้แก่ชุมชน ไปจัดการกันเองต่อไปในวันหน้า เพราะฉะนั้นในความหมายอย่างนี้หลักการการกระจาย อํานาจในชั้นต่อไปจึงจะเน้นใน ๒ เรื่องใหญ่ ก็คือเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะให้เขาจัดการตนเองร่วมกับชุมชน ให้ได้มากที่สุด กับเรื่องที่ให้ชุมชนท้องถิ่นหรือว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมไม้ร่วมมือกันทําอะไรร่วมกันให้มากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะ เปึนหน่วยที่จัดทํากิจการของใครของมัน เพราะว่าจะดูแลปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะฉะนั้นในกฎหมายใหม่นั้นการกระจายอํานาจก็จะเ น้นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ก็จะมีภารกิจที่จะต้องทํา ๓ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือภารกิจที่รัฐธรรมนูญใหม่กําหนด ภารกิจที่ ๒ ก็คือเรื่องที่มีกฎหมายที่ส่วนราชการต่าง ๆ ที่ออกมาอยู่แล้ว แล้วไปเขียนว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ช่วยสนับสนุนช่วยทําอะไร แต่ที่สําคัญอยู่ที่ส่วนที่ ๓ เปึนเรื่อง ของการริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ที่จะเป่ดพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้ทําอะไร ในสิ่งที่เปึนความต้องการของตนเอง แล้วก็ที่จะตอบโจทก์ได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้น ในการกระจายอํานาจในกฎหมายฉบับใหม่นี้จะเน้นว่าต้องเขียนให้ชัดใน ๓ เรื่อง คืออํานาจที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไป ความรับผิดชอบที่จะต้องมีและหน้าที่ที่ต้องทํา ๓ อย่างนี้ต้องได้สมดุลกันในทุกเรื่องจะได้จบปัญหาที่เราบอกว่ากระจายไม่จริง มีแต่หน้าที่ ไปให้ อํานาจก็ไม่ให้ สตางค์ก็ไม่ให้ หรือความรับผิดชอบก็ไม่ชัด อย่างนี้เปึนต้น แล้วเมื่อพูด ถึงเรื่องนี้รายได้ของท้องถิ่นนั้นที่จะเปึนเรื่องใหม่ ก็คือเรื่องการประกันรายได้ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกําหนด ก็จะมีการคิด เรียกว่ายูนิต คอสต์ (Unit cost) ที่จะมีการศึกษาแล้วก็จะประกันรายได้นะครับ
แล้วก็จะเน้นเรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุนโดยเน้นหลักของความเสมอภาคและความอิสระ ให้มากขึ้นเพื่อจะแก้ปัญหาเดิม ซึ่งทําให้ท้องถิ่นต้องไปทําในสิ่งซึ่งตัวเองเหมือนกับรับทําให้ ส่วนกลางนะครับ แล้วก็จะมีการเน้นในเรื่องการทํากรอบวินัยการเงินการคลังเสียใหม่นะครับ เมื่อท้องถิ่นในยุคใหม่กระจายอํานาจให้อิสระริเริ่มอะไรมากขึ้น ก็จะเน้นในเวลาเดียวกัน ความรับผิดชอบก็คือการกํากับดูแลครับ ก็จะแยกงานกํากับดูแลออกเปึน ๒ อย่าง ถ้าภารกิจพื้นฐานก็จะกํากับทั้ง ในเรื่องของการกระทํา กฎหมายต่าง ๆ จะเปึน การตรวจก่อนทํา แต่ถ้าเปึนอะไรที่ท้องถิ่นริเริ่มเองนั้นจะเปึนการใช้กลไกของการเรียกว่า การตรวจทีหลัง แล้วก็ใช้กลไกของศาลเข้ามาเปึนคนที่จะมาตัดสินว่าไปละเมิดหรือว่า เหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในส่วนสุดท้ายครับ เรื่องของกลไกการบริหาร การกระจายอํานาจที่เดิมนี้มีคณะกรรมการ การกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ที่ผ่านมาในกฎหมายที่ใช้ปัจจุบันก็เปึนองค์กรที่พยายามที่จะทําหน้าที่ในเชิง การบริหาร อาจจะมีปัญหาทําให้การถ่ายโอนไม่ได้ถ่ายโอนจริง หรือว่าถ้ามีปัญหาในทาง ปฏิบัติมากมาย ในร่างใหม่นี้ก็จะเรียกว่าเปึนสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ ชื่อคล้าย ๆ อย่างนี้ แต่จุดสําคัญก็คือว่าจะทําให้การถ่ายโอนนั้นเกิดขึ้นได้จริงทั้ง ๓ อย่าง ทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งงาน โดยเฉพาะสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ริเริ่มใหม่นั้นก็จะสามารถทําได้เล ย แล้วก็ค่อยตามไปประเมิน ตามไปตรวจแก้ทีหลังครับ นอกนั้นก็เปึนเรื่องของการตรวจสอบ ของภาคประชาชน อันนั้นก็เปึนสิ่งที่มีกลไกรัฐธรรมนูญใหม่อยู่แล้วนะครับ ผมขอเพิ่มเติม แค่นี้ครับจากที่ได้มีคนให้ความคิดเห็นมาในคราวที่แล้ว ขอบคุณมากครับ