นายกอบศักดิ์ ภูตระกูลได้เสนอรายงานรอบที่ 2 เรื่องการปฏิรูปการเงินฐานราก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนรายได้น้อย โดยเน้นรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก นายกอบศักดิ์ ภูตระกูลยังอธิบายถึงอำนาจในการเพิกถอนสมาชิกสถาบันการเงินลูกข่ายเมื่อมีการละเมิดกฎหมาย และชี้แจงประโยชน์ของ พ.ร.บ. ในการสร้างความมั่นคงให้สถาบันการเงินชุมชนเพื่อจัดตั้งเครือข่ายใหม่ได้ภายในระยะเวลา 10 ปี
ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในวาระปฏิรูป เรื่องของการปฏิรูปการเงินฐานราก ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปด้านความเหลื่อมล้ํา ทางเศรษฐกิจทําการศึกษา วันนี้เปึนการนําเสนอเปึนรอบที่ ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ มีความสําคัญมากต่อการยกระดับชีวิตของประชาชนที่มีรายได้น้อย ทั้งในเมือง แล้วก็ในชนบทซึ่งมีจํานวนมากครับ ประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคน
โดยการปฏิรูปในเรื่องนี้นั้นจะให้โอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน ทั้งไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการออม การกู้ การโอน การชําระเงิน ตลอดจนจะช่วยสร้างอาชีพ ช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้สามารถพึ่งตนเองได้ในทางการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจอันเปึน ๑ ในเปัาหมายสําคัญของการปฏิรูปของ สภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ สําหรับการนําเสนอในวันนี้ผมก็จะพูดใน ๗ ประเด็น โดยในประเด็น ๑ ถึง ๔ เปึนเรื่องที่เราได้คุยกันมาแล้วในรอบที่ ๑ ผมจะผ่านไปเร็ว ๆ ก็คือ เรื่องของสถานการณ์ปัจจุบัน แนวทางแก้ไขปัญหา ปัญหาหลักที่ยังต้องแก้ไขต่อไป แล้วก็แนวทางการปฏิรูป ซึ่งได้ยกร่างไว้ในรอบที่แล้ว ส่วน ๓ ประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ ตลอดจนตัวชี้วัด เปึนเรื่องที่จะขอพูดในรอบนี้โดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ผมขอเริ่มจากสถานการณ์ปัจจุบันครับ ในภาพจะพบว่าระบบการเงินของประเทศนั้นให้ความสําคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและ รายได้กลาง ปกติแล้วเปึนเช่นนี้ก็เพราะว่าการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้านั้นมีต้นทุน ในการให้บริการทําให้ไม่สามารถลงไประดับฐานรากได้อย่างทั่วถึง แล้วก็เกิดช่องว่างของ การให้บริการกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อ ย ในเรื่องนี้ผมอยากให้ดูตารางข้อมูลประกอบครับ ในตารางถัดมานี้ก็จะเห็นว่าจํานวนผู้ฝากเงินเรามีทั้งหมด ๘๗ ล้านบัญชีในขณะนี้ เมื่อกลางป้ ที่ผ่านมาบัญชีที่มีเงินฝากมากกว่า ๑๐ ล้านบัญชี หลายท่านคงไม่ทันเฉลียวใจว่ามีเพียงแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บัญชีเท่านั้น ทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ บัญชีมีเงินรวมกันทั้งหมดประมาณ ๕.๕ ล้านล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของเงินฝากทั้งระบบ ส่วนที่เหลือ สําหรับบรรทัดสุดท้ายในตารางดังกล่าวมากกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของบัญชีทั้งหมด หรือประมาณ ๗๕ ล้านบัญชีมีเงินฝากเฉลี่ยแค่ประมาณบัญชีละ ๔,๗๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งอันนี้สะท้อนความจริงว่าลูกค้าของธนาคารพาณิชย์จํานวนมากไม่ได้มีเงินฝากมากนัก แต่สิ่งที่ไม่ได้ปรากฏในตารางนี้แล้วเปึนสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือกลุ่มของคนจนที่ยังเข้าไม่ถึง ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มเหล่านี้มีเงินไม่มากพอทําให้ไม่คุ้มทุนกับธนาคารพาณิชย์ที่จะไปเอา กลุ่มเหล่านี้มาเปึนลูกค้า เพราะฉะนั้นในกลุ่มนี้ก็เลยเปึนกลุ่มที่ตกหล่นและเปึนกลุ่มที่ เกิดช่องว่างทางการเงินจากระบบการเงินที่เรียกว่าฟอร์มอล เซกเตอร์ (Formal sector) ของเมืองไทยเข้าไปไม่ถึง แล้วนี่คือจุดที่เราต้องมีการปฏิรูปเพื่อนําระบบการเงินเข้าสู่
กลุ่มของคนจนที่มีรายได้ไม่มากนัก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาการไม่เข้าถึงบริการ ทางการเงินก็คือเรื่องของระยะทาง ภาพที่ผมแสดงในขณะนี้นั้นเปึนภาพของการศึกษา เพื่อจัดทําแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๑ อันนี้เปึนแผนมาสเตอร์ แพลน (Master plan) เฟส (Phase) แรกของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เราพบว่าจังหวัดต่าง ๆ ของเมืองไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อย่างในภาพนี้ก็คือภาพของ จังหวัดนครพนม ซึ่งที่มีเปึนจุดดวงดาวบ้าง สามเหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง จุดนั้นก็คือจุดที่มี สาขา ถ้าเกิดเปึนดวงดาวก็คือ ธ.ก.ส. กลม ๆ ก็คือธนาคารออมสิน สามเหลี่ยมคือธนาคาร พาณิชย์ สี่เหลี่ยมก็คือธนาคารของภาครัฐ อันนี้จะเห็นเลยว่ามันกระจุกตัวอยู่ บางอําเภอเท่านั้น โดยเฉพาะอําเภอเมืองและอําเภอใหญ่ ๆ คนจนที่อยู่นอกอําเภอ จะเดินทางไปต้องใช้ต้นทุนในกำรเดินทางมาก ซึ่งขณะนั้นเขาคํานวณว่าจากเฉลี่ย ของเงินฝากที่มีอยู่ใน ธ.ก.ส. ขณะนั้นประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ปรากฏว่าดอกเบี้ยทั้งป้ ถ้าเกิดฝากเงินได้ดอกเบี้ยประมาณ ๘๓ บาท เดินทางครั้งหนึ่งต้องใช้เงินทั้งหมด ๒๗ บาท ในการเดินทาง นี่ไม่นับเรื่องของค่าเสียเวลานะครับ ก็หมายความว่าแค่ค่าเดินทาง ๓ รอบ ก็ไม่คุ้มกับการเดินทางไปฝากเงินแล้ว แล้วถ้าเกิดรวมถึงค่าเสียเวลาเรียกง่าย ๆ ว่า ประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกลสาขาธนาคารพาณิชย์จะตัดสินใจว่าไม่มีความจําเปึน ที่ต้องเดินไปสู่สาขาธนาคารพาณิชย์หรือว่าธนาคารของภาครัฐเหล่านั้น เนื่องจากว่าไม่คุ้ม กับการไปรับบริการ อันนี้ก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ตัวของบริการทางการเงินนั้นเข้าไม่ถึง ด้วยเหตุนี้ในตารางถัดมาก็จะพบว่าเมื่อสํานักงานสถิติแห่งชาติทําการสํารวจเกี่ยวกับ สถาบันการเงินหลักของผู้ฝากเงิน เราถามว่าคุณใช้อะไรเปึนหลัก พบว่าในเมืองส่วนใหญ่ ใช้ธนาคารพาณิชย์เปึนหลัก
ก็คือประมาณ ๘๕.๗ เปอร์เซ็นต์ใช้ธนาคารพาณิชย์ แต่ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในชนบท มีเพียง ๓๓.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้บริการทางการเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ส่วนที่เหลือนี่ ใช้ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน แล้วก็ผ่านกลุ่มออมทรัพย์ ของตนเองเข้ามาเสริม และขณะเดียวกันที่น่าสนใจที่สุดคือบรรทัดแรกก็คือว่ายัง มีคน อีกกลุ่มหนึ่งประมาณ ๑๘.๑ เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่ยังไม่มีบัญชีเงินฝากขณะที่ทําการเซอร์เวย์ (Survey) ฉบับนี้มันสะท้อนว่าประเทศไทยมีคนอีกจํานวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ ทางการเงิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของจนเกินไปก็จริง หรือว่าอยู่ห่างไกลเกินไป อันนี้ก็เลยนํามาถึงเรื่องของ ความจําเปึนในการแก้ไข แนวทางของการแก้ไขในช่วงที่ผ่านมาก็มีกระบวนการ การดําเนินการหลากหลายอย่าง ทางภาครัฐก็มีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แห่งชาติขึ้นในป้ ๒๕๔๔ อันนี้ก็ตั้งใจจะให้เปึนแหล่งทุนของชุมชนและช่วยแก้ปัญหา ความยากจน ปัจจุบันจัดตั้ง ขึ้นมาได้ประมาณ ๘๐,๐๐๐ แห่ง มีเงินหมุนเวียนประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มกองทุนอื่น ๆ ที่ประชาชนตั้งเอง อันนี้เราได้ยินชื่อ ในนามของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้าน กองทุนซะกาต เปึนต้น อันนี้ก็มีอีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง นี่รวมกันก็เปึนกระบวนการ ในการแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมา นํามาถึงภาพถัดมาก็คือจํานวนที่บอกไปแล้ว ๘๐,๐๐๐ แห่ง นี่ดูแลโดยสํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ อีก ๓๐,๐๐๐ แห่ง ของกลุ่มออมทรัพย์นี่ดูแลโดยกรมการพัฒนาชุมชน และ พอช. และยังมีอีกกลุ่มหนึ่งก็ คือ กลุ่มสหกรณ์ที่อยู่ในชุมชน อันนี้อีกประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง รวมกันแล้วเบ็ดเสร็จ เรามีกองทุนเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยประมาณ ๑๑๕,๐๐๐ แห่ง ซึ่งพยายามตอบโจทย์ ที่ธนาคารพาณิชย์เข้าไม่ถึงคนเหล่านั้น ผมอยากให้ดูตัวอย่างครับว่าหลังจากพัฒนา มาระดับหนึ่งแล้วนี่ก็มี บางส่วนเรียกง่าย ๆ ว่าดิวิชัน ๑ (Division 1) เปึนผู้นําของ กลุ่มกองทุนเหล่านี้สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อีกระดับหนึ่ง อันนี้ผมให้ดูในรอบที่แล้ว ก็คือเรื่องของกลุ่มสถาบันการเงินชุมชนตําบลหนองสาหร่าย อันนี้ก็มีการยกระดับตัวเองขึ้นมา ให้บริการทางการเงินอย่างกว้างขวางขึ้น แล้วก็ปรากฏอยู่ในภาคผนวกที่ ๓ ของรายงาน การศึกษา ซึ่งเปึนสถาบันการเงินที่เรียกง่าย ๆ มีความซับซ้อนในการให้บริการอย่างครบถ้วน แก่ชุมชนตนเอง ผมอยากให้ไปเร็ว ๆ นี่คือภาพภายในสถาบันการเงินชุมชนเป่ดทําการ ตั้งแต่ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ มีพนักงานแค่ ๓-๔ คนเท่านั้นก็ให้บริการกับประชาชนได้
มีสมุดบัญชีเงินฝาก มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พัฒนาขึ้นเอง โดยจ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๔๐,๐๐๐ บาท ทํามาเพื่อบันทึกธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นก็มีบริการอย่าง กว้างขวาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบริการเงินฝาก เงินกู้ รับโอนเงิน และขณะเดียวกัน รับบริการชําระเงินสู่สาธารณูปโภคต่าง ๆ อันนี้เรียกง่าย ๆ ว่าพอยกระดับถึงระดับหนึ่ง เขาสามารถทําธุรกรรมทางการเงินได้อย่างครบถ้วน แล้วก็ตอบโจทย์ของประชาชน อย่างกองทุนหมู่บ้านนี่เป่ดสัปดา ห์ละครั้ง จะถอนเงินทีก็ต้องรอ ๑ สัปดาห์ แต่แห่งนี้ เป่ด ๕ วันต่ออาทิตย์ แล้วก็เป่ดตั้งแต่เช้าจดเย็นก็สามารถให้บริการทางการเงินได้ ในเวลาสั้น ๆ เพียง ๙ ป้ครับ สถาบันการเงินแห่งนี้มีสมาชิกถึง ๓,๓๐๐ คน จาก ๙ หมู่บ้าน เปึนสถาบันการเงินระดับตําบล มีเงินออมเพิ่มจาก ๓๗๐,๐๐๐ บาทเมื่อตอนเริ่มตั้ง ปัจจุบัน มีเงินทั้งหมด ๑๓ ล้านบาท ให้กู้ยืมแก่ลูกค้า ๓๔๐ ราย เปึนเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๒ ล้านบาท ช่วยปลดหนี้นอกระบบให้กับประชาชนประมาณ ๑๗ ล้านบาท และ ขณะเดียวกันเขาบอกว่าเขาช่วยลดภาระของประชาชนในชุมชนของเขาในการเดินทางไป ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารพาณิชย์ ได้ถึงป้ละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขาบอกว่า เดินทางครั้งหนึ่งใช้ค่าเสียโอกาส ค่าแต่งหน้า ค่าสารพัดอย่างนี่ประมาณ ๒๐๐ บาทต่อครั้ง ประหยัดไปได้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ประหยัดเรื่องของภาระดอกเบี้ยให้กับ หนี้นอกระบบได้ถึงป้ละ ๑๕ ล้านบาท นี่คือเงินของชุมชนที่สามารถเก็บออมได้แล้วทําให้ชุมชน เอาเงินดังกล่าวมาช่วยในการพัฒนาชุมชน ของตนเองเพิ่มขึ้น ผมอยากให้ดูตัวอย่างที่ ๒ อันนี้ก็เพิ่งไปสํารวจมา อยู่ที่ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เองอยู่ที่อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่อยู่ในเมืองที่ ตลาดสดพิชัย มีลูกค้าหลากหลายจากคนในชุมชน พ่อค้าในตลาด แม้กระทั่งรูปข้างล่างเห็นไหมครับ นั่นคือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มาฝากเงิน เพื่อชําระเงินกู้ อันนี้คือมีลูกค้าที่หลากหลายมาก
แล้วก็ขณะเดียวกันที่มีการอยากให้ดูภาพนะครับ ที่ทําการไม่ใช่เล็ก ๆ ใช้ได้มีสแตนดาร์ด (Standard) ที่ดีมาก ๆ เลย นี่คือประชาชนทําเอง ไม่ต้องอาศัยเงินรัฐบาล มีที่ทําการ ๒ ชั้น มีห้องประชุมบรรยายชั้น ๒ มีลูกค้าคึกคักแม้ว่าอยู่ในเมือง และขณะเดียวกันขนาดที่ข้างหน้า มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) ของธนาคารออมสินอยู่ข้าง ๆ ประชาชนก็ยังเลือกใช้ที่จะฝากเงินที่นี่ แล้วแห่งนี้สีชมพูเพราะว่าธนาคารออมสินเปึนคนสนับสนุนให้ความรู้ ถ้าเกิดเข้าไปข้างใน จะพบว่ามีพนักงานทั้งหมด ๙ คน เห็นไหมครับว่าผมเข้าไปแป็บเดียวมีคนเข้ามาเยอะแยะ แล้วก็มีแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็มาจัดการทําธุรกรรมทางการเงินที่ค้างกันอยู่ แล้วก็มีระบบคอมพิวเตอร์ใช้บันทึกธุรกรรมอย่างชัดเจน ไม่ต่างจากสถาบันการเงิน ขนาดใหญ่ และขณะเดียวกันเขามีบริการเสริมครับ ในรูปนี้ก็คือเดินออกไปรับฝา กเงิน นอกสถานที่จากพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ฝากได้ครั้งหนึ่งอย่างน้อยต้องไม่ต่ํากว่า ๕๐ บาท แล้วผมอยากให้ดูว่าธุรกรรมทางการเงินคึกคักมาก ในรูปนี้ก็คือใบถอน ใบฝาก ใบจ่ายชําระหนี้ต่าง ๆ เห็นไหมครับกองเยอะเลย ถ้าเกิดฝากเงิน ๑๐๐ บาท จ่ายเงินกู้ งวด ๓ วัน ๙๐๐ บาท อันนี้ก็จะเห็นว่าเขาทําธุรกรรม และขณะเดียวกันลูกค้าบางกลุ่ม ขวามือที่อ ยู่ในตะกร้า อันนั้นคือสมุดบัญชีออมทรัพย์ฝากทิ้งไว้ที่ธนาคารเลย และขณะเดียวกันองค์กรแห่งนี้ก็ก้าวหน้าจนสามารถทํารายงานการประชุมแล้วก็เป่ดเผย ต่อสมาชิกที่เข้ามาดูได้เปึนระยะ ๆ อันนี้เปึนรายงานการประชุมที่เกิดขึ้นแล้วก็สามารถ กลับไปดูได้ ก็มีความโปร่งใสในการทํางานถึงระดับหนึ่ง จากทํางานมา ๑๔ ป้สถาบันการเงิน ชุมชนแห่งนี้มีเงินให้กู้ยืม ๑๕๐ ล้านบาท เทียบกับกองทุนหมู่บ้านแล้วนะครับ ในขณะนี้ เขามีแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น นี่อาศัยเงินตนเองไปถึง ๑๕๓ ล้านบาท มีเงินฝาก ๑๒๐ ล้านบาท มีเงินฝากประจําถึง ๕ ป้ เงินฝากประจํา ๕ ป้ ที่ขนาดแบงก์ พาณิชย์นี่อย่างมากก็ ๓ ป้ และขณะเดียวกันก็มีสมาชิก ๒,๓๑๕ คน ทําการสอนอาชีพ ให้กับสมาชิกเพื่อเพิ่มรายได้พร้อม ๆ กันไปด้วย ตัวอย่างสุดท้ายที่ผมอยากจะไปเร็ว ๆ ก็คือ เรื่องของชุมชนสุขสําราญที่อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อันนี้อยู่ชายแดนประเทศเมียนมาร์ ตั้งมาเมื่อ ๑๒ ป้ที่แล้ว อันนี้สีเขียวได้รับการสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. ช่วงแรกมีห้องทําการ แค่ห้องเดียว สักพักหนึ่ง ๒-๓ ป้ให้หลังขยายเปึน ๓ ห้อง แล้วก็มีตู้เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส. ให้บริการอยู่ด้านหน้าด้วย แล้วถ้าเกิดไปดูที่ทํางาน ข้างในก็มีที่ทํางานและมีเคาน์เตอร์ (Counter) ต่าง ๆ ถ้าเกิดไปดูอีกก็จะเห็น อันนี้ก็ชัดเจน ธ.ก.ส. มาเยี่ยมชม
และขณะเดียวกันถ้าเกิดปากเกร็ดสีชมพูคือธนาคารออมสิน อันนี้เปึนสีเขียวคื อ ธ.ก.ส. กําลังช่วยให้บริการอยู่ และขณะเดียวกันเขาให้บริการที่น่าสนใจ ทางขวามือคือรับชําระ สินเชื่อรถยนต์ให้กับธนาคารธนชาติ อันนี้ก็คือประชาชนทําเองสามารถทําได้ถึงขนาดนี้ ล่าสุดมีสมาชิกอีก ๓,๑๐๐ คน มีเงินฝาก ๕๐.๑ ล้านบาท เงินกู้ ๕๖ ล้านบาท และขณะเดียวกันช่วยกันสร้างอาชีพ ถ้าเกิดท่าน สปช. ไปที่สุวรรณภูมิ สถาบันการเงินแห่งนี้ กับชุมชนแห่งนี้เปึนเจ้าของร้านกาแฟชื่อสุขสําราญในสุวรรณภูมิ และเปึนคนส่งออกกาแฟ ยี่ห้อสุขสําราญ ตัวอย่างทั้งสามที่ผมยกมาเปึนตัวอย่างที่ดี ที่ชี้ถึงศักยภาพของสถาบันการเงิน ชุมชนในการระดมเงินออม ในการขยายกิจการทางการเงินที่ซับซ้อนให้กับสมาชิก โดยพึ่งพาเงินออมของสมาชิกเปึนเงินทุนในการดําเนินการ โดยไม่จําเปึนต้อง ขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเช่น ในกรณีของกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง และขณะเดียวกันขณะที่กองทุนหมู่บ้านซึ่งพึ่งพาเงินของภาครัฐ ประชาชนที่พึ่งพาเงินออม ของตนเองเหล่านี้ที่ทําได้ดีสามารถก้าวถึงระดับ ๑๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท บางแห่งที่เคยเรียนไปครั้งที่แล้ว พระอาจารย์มนัส พระอาจารย์สุบินที่ภาคตะวันออก ระดับ ๒๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เปึนกลไกสําคัญในการพัฒนาชุมชน ของตนเอง ระหว่างทําการศึกษาทางเราก็พบหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการคลัง พอช. สํานักงานกองทุนหมู่บ้าน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ ตลอดจนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย แล้วก็เราตกผลึกร่วมกั นพบว่ามีปัญหาหลัก ๔ ด้าน ที่ต้องแก้ไข อย่างที่พูดไปแล้วกองทุนในอดีตของเราส่วนมากเปึนกองทุนที่เน้นการกู้ยืม อย่างกองทุนหมู่บ้านเปึนต้น อันนี้เราก็ต้องพยายามเปลี่ยนจากการเปึนหนี้ไปสู่กองทุน ที่เน้นเรื่องของการออม
อันนี้ก็ปรากฏว่าส่วนมากเน้นเรื่องของการกู้ยืมเปึนหลักทําให้มีข้อจํากัดในการขยาย ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีการขาดมาตรฐานในการจัดการ ในการบัญชี ในการบริหารความเสี่ยง และบางแห่งก็มีปัญหาเรื่องของความมั่นคงที่อาจจะนําไปสู่ความเสียหายได้ ผมอยากให้ดู ตัวอย่างในหน้าถัดมานี่ก็คือเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากรายงานครั้งที่แล้วมีกรณีเกิดขึ้น ๒ กรณีอย่างน้อยเปึนกลุ่มออมทรัพย์ที่มีคนมาแห่ถอนเงินในวันที่ ๑๗ เมษายน นี่คือกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่บ้านตะโก จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชาชน ๓๐๐ กว่าราย มาบุกถอนเงินหลังจากพบว่ามีการขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการ อันนี้ก็เปึนหลัก ๑๐ ล้านบาท วันที่ ๗ มิถุนายน ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มออมทรัพย์หนึ่งเปึนกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิตบ้านสามพราน จังหวัดอุดรธานี มีสมาชิกเกือบ ๑,๓๐๐ คนก็มีปัญหา สภาพคล่องเช่นเดียวกัน ทําให้ไม่มีเงินให้สมาชิกถอนอันนี้ก็หลัก ๓๐ ล้านบาท พวกนี้ สะท้อนว่ามันมีปัญหาในการบริหารจัดการได้เช่นเดียวกัน กลุ่มที่ดีก็ดี กลุ่มไม่ดีก็มีปัญหา ซึ่งพอกลุ่มที่มีปัญหาหมายค วามว่ามันมีความจําเปึนจะต้องจัดการแก้ไขดูแล เรื่องของความมั่นคง ประเด็นที่ ๓ ผมอยากกลับมาก่อนหน้านิดหนึ่งก็คือเรื่องของปัญหา เรื่องของการขาดผู้ส่งเสริมกํากับดูแลอย่างประสานสอดคล้องเพื่อยกระดับมาตรฐาน ของการดําเนินงานของสถาบันชุมชนเหล่านี้ อันนี้ผมกลับไปดูว่ากระทรวงการคลังก็เคยทํา แผนแม่บทการพัฒนาระบบการเงินฐานราก อันนี้ถ้าเกิดดูในเอกสารแนบก็จะปรากฏอยู่ ในเอกสารแนบที่ ๒ เอกสารผนวกที่ ๒ ในด้านแรงงานฉบับนี้ครับ จะพบว่าเขาทําแผนแม่บท อย่างละเอียดหลายสิบหน้าเลยครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการขับเคลื่อนขับเคลื่อนได้ไม่ดีนัก แล้วก็มีหลายประเด็นที่ยังขับเคลื่อนไม่ได้ แล้วขณะเดียวกันก็มีปัญหาเรื่องของการกํากับดูแล อันนี้ก็มีความจําเปึนที่ต้องหาทางขับเคลื่อนและกํากับดูแลสถาบันการเงินชุมชนเหล่านี้ แล้วประเด็นสุดท้ายเปึนประเด็นที่เวลาคุยกับกองทุนชุมชนเหล่านี้เขาบอกว่ากังวลใจมา ก โดยเฉพาะแม้กระทั่งกองทุนที่ประสบความสําเร็จที่เรายกตัวอย่างให้เห็น เราถามเขาว่า อยากได้อะไรที่สุด เขาบอกว่าสิ่งที่เขาขาดในปัจจุบันก็คือขาดกฎหมายรองรับการทํางาน ของเขา เขาไม่มีความเปึนนิติบุคคลครับ เขาอาจจะงอกเงยมาจากกองทุนหมู่บ้านจัดตั้งเปึน สถาบันการเงินชุมชนมี ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินดูแล แต่เนื้อแท้คือเขาทําโดยไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย เขารู้ตัวแต่เขาก็ทําเพราะประชาชนต้องการ เสร็จแล้วเขาบอกว่า สิ่งที่เขาทําวันนี้เขากังวลใจมาก เพราะว่าเขาไปรับจํานองที่ดินเพื่อเปึนหลักประกัน
ในการปล่อยสินเชื่อ ปรากฏว่าอย่างไรรู้หรือเปล่าครับ ปรากฏว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ถูกฟัองร้องยักยอกทรัพย์ได้ทันที เขากังวลใจมาก เพราะเขาทําธุรกรรมไม่ได้ด้วยตัวเอง แล้วขณะเดียวกันถ้าเกิดขึ้นมาจากกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านมีกฎเกณฑ์ว่าปล่อยกู้ได้แค่ ๗๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนที่ปล่อยกู้มากกว่านั้นเช่น ๒๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้างผิดกฎเกณฑ์ทั้งนั้นเลย อันนี้ก็คือสิ่งที่เปึนสิ่งที่ประชาชนกังวลใจแล้วก็ เรียกร้องให้มีการดําเนินการแก้ไข ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจําเปึนในการที่จะต้องปฏิรูป ระบบการเงินระดับฐานรากเพื่อให้เปึนแหล่งออมและแหล่งทุนของประชาชนที่มีรายได้น้อย ทั่วประเทศไทย โดยข้อเสนอของกรรมาธิการหลังจากหารือกับทุกฝ์ายเสร็จแล้วก็มีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้ อันที่ ๑ ก็คือการปรับองค์กรการเงินเหล่านี้จากการกู้ยืมที่ทําให้โตไม่ได้มาสู่ การเปึนกองทุนหรือองค์กรการเงินเพื่อการออมครับ แล้วพอเพื่อการออมแล้วมันจะสามารถ เดินไปข้างหน้าได้เราไม่ต้องพึ่งพาเงินจากรัฐอย่างเดียว ประเด็นที่ ๒ เรามีถึง ๑๒๐,๐๐๐ องค์กรทั่วประเทศไทยในระดับชุมชน เราคงไม่สามารถทําทั้งหมดได้ เพราะมีจํานวนมากเกินไป แนวทางของเราก็คือว่าเราจะทยอยคัดเลือกกลุ่มที่ เรียกว่า ดิวิชัน วัน (Division one) กลุ่มที่เปึนนักเตะเบอร์ ๑ อย่างซิโก้นี่เข้าสู่ลีก (League) ของเรา ซึ่งเราตั้งใจว่าจะมีการคัดสรรยกระดับกองทุนชุมชนประมาณ ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ในช่วง ๑๐ ป้ข้างหน้าแล้วเราไม่ได้ตั้งใจทําทีเดียวเหมือนกองทุนหมู่บ้าน เพราะถ้าเกิด ทําทีเดียวมีปัญหาได้ครับ ทยอยทําซึ่งในขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ธนาคารออมสินคาดว่าจะสามารถทําได้ประมาณ ๑,๕๐๐ แห่งในช่วงต้น ๆ อันนี้ก็จะกลายเปึนสถาบันการเงินชุมชนระดับตําบล แล้วก็จะเกาะกลุ่มกันเปึนโครงข่ายการเงิน ให้ประชาชนระดับฐานรากทั่วประเทศไทย สิ่งต่อไปก็คือการจัดสรรแรงจูงใจที่เหมาะสม ให้กองทุนเหล่านั้นสมัครเข้ามาเปึนสมาชิกของเครือข่าย แล้วก็ทํางานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ในการยกระดับ แล้วพอสุดท้ายก็คือเรื่องของการจัดตั้งองค์กรกลาง
ในการรับผิดชอบในการกําหนดยุทธศาสตร์ กําหนดแผนแม่บทและขับเคลื่อนเรื่องนี้ อย่างจริงจัง พูดง่าย ๆ ว่าต้องการเจ้าภาพหลัก เจ้าภาพที่มีอํานาจในการขับเคลื่อน ประสานงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะนําไปสู่ภาพถัดมานะครับ ก็คือภาพกรอบความคิดรวบยอด ที่เราเคยนําเสนอในรอบที่แล้ว จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเปึนเจ้าภาพที่ผมพูดถึง เปึนองค์กรกลางหลัก เปึนองค์กรเรียกว่าคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก ทํางานร่วมกับทางสํานักงานกองทุนหมู่บ้าน กรมการพัฒนาชุมชน และ พอช. กรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วก็ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และคนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็เปึน คนกําหนดนโยบาย กําหนดแผนแม่บท หลังจากนั้นก็เปึนคนดูแลแต่งตั้งแม่ข่ายแล้วก็แต่งตั้ง เกณฑ์ให้แม่ข่ายไปคัดเลือกลูกข่ายออกมาจํานวนประมาณ ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ก็ตกประมาณ ๑ ตําบลต่อ ๑ แห่งครับ และขณะเดียวกันลูกข่ายที่เกิดขึ้ นก็จะเปึน ตัวเชื่อมโยงบูรณาการกองทุนต่าง ๆ อยู่ในตําบล อย่างของตําบลหนองสาหร่ายเขาเปึน คนบูรณาการ ๙ กองทุนหมู่บ้านที่อยู่ใต้เขาให้เปึนกองทุนที่ทํางานร่วมกัน แล้วหลังจากนั้น ก็จะมีการสนับสนุนจากสมาคมธนาคารไทยเปึนต้น ในส่วนนี้ถ้าเกิดย้อนกลับไปก็จะเห็นว่า พอเรามีองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ และมีข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีความจําเปึนครับ ซึ่งจะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายให้กับองค์กรการเงินระดับฐานราก แล้วก็สร้างความโปร่งใสในการดําเนินการและยกระดับการกํากับดูแล ในประเด็นนี้ในเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติที่พูดถึงนี่นะครับ จะมีความสําคัญมากครับ เนื่องจากประเทศไทย กําลังอยู่ในห้วงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สําคัญในการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานรากที่ปัจจุบัน ก้าวมาถึงจุดเสี่ยงสําคัญ มีกองทุนจํานวนมากประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ แห่ง แต่ว่าขาดระบบ กํากับดูแล ติดตามกลไกพัฒนาที่เหมาะสมพอเพียง ซึ่งถ้าเราไม่ทําอะไรในจุดนี้นะครับ ก็อาจจะเกิดปัญหาความไม่มั่นคงในระบบการเงินฐานรากในอนาคตได้ แต่ถ้าเกิดเรามี กรอบกฎหมายที่ดีก็จะเปึนกลไกสําคัญในการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานรากให้เปึนกําลัง สําคัญของประเทศต่อไป ผมอยากสรุปตรงนี้ง่าย ๆ ครับว่าระบบการเงินฐานรากที่เ รา มีปัจจุบัน กองทุนต่าง ๆที่เรามีวันนี้ครับ เหมือนกับเด็กที่กําลังเข้าสู่วัยรุ่น แต่ก่อน ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ที่แล้วเขายังเล็ก ๆ อยู่เราไม่ต้องกังวลใจ แต่วันนี้เขาอยู่ในจุดหักเหที่สําคัญ เราเริ่มเห็น หลาย ๆ แห่งเริ่มเสียหายเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทําอะไรในวันนี้ ไม่ออกกฎหมายที่มีอํานาจ ในการกํากับดูแลและจัดมาตรฐานต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วก็ดูแลยกระดับคนเหล่านี้ขึ้นมา
อย่างเปึนระบบ ๑๐ ป้ให้หลัง เราอาจจะเกิดปัญหาสําคัญในระดับฐานรากได้ นี่คือ ความจําเปึนที่เราจะต้องนํามาสู่เรื่องของร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ที่จะได้พูดต่อไปครับ เปัาหมายสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือเรื่องของ การป่ดช่องว่างทางการเงินระดับฐานรากในพีระมิดรายได้ที่เราได้ดูในภาพแรก ๆ นะครับ อันนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของการเพิ่มการเข้าถึงทางการเงินให้ประชา ชน ให้บริการที่ครบถ้วน สร้างมาตรฐานในการดําเนินการที่ดี การกํากับดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นคงและขณะเดียวกัน ก็นําไปสู่การดําเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีทั้งหมด ๓๕ มาตรา มีทั้งหมด ๖ หมวด หมวดต่าง ๆ ที่ผมจะได้พูดถึงในช่วง ต่อไปก็มีดังนี้ครับ หมวด ๑ ก็คือหมวดเรื่องของคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก อันนี้ก็มี องค์ประกอบสําคัญก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนประธาน กรรมการจาก หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วก็มีผู้แทนจากองค์กรการเงินระดับฐานรากภาคละ ๑ คน จํานวน ๕ คน อันนี้ชุมชนเปึนคนเสนอครับว่าแต่ละภาคมีความแตกต่าง แล้วอยากให้ คนคนนั้นเปึนคนที่ช่วยขยายผลในภาคของตนเองแล้วก็เปึนผู้นําในภาคนั้น ๆ เขาเลยขอ ภาคละคน แล้วบวกผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินฐานราก การพัฒนาชุมชน กฎหมายด้านละ ๑ คน แล้วสุดท้ายก็คือผู้ดําเนินงานของ สศค. ก็คือ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง เปึนกรรมการและเลขานุการที่เราเลือกกระทรวงการคลังเปึนเพราะว่ากระทรวงการคลัง เปึนคนดูแล ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน เปึนคนดูแลภาพรวมของระบบการเงินของประเทศไทย และขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานคือ สศค. เปึนคนทําเรื่องนี้อยู่แล้วในอดีต เพียงแต่ว่า ขาดกรอบอํานาจ ขาดกระบวนการดําเนินการอย่างเปึนบูรณาการในการประสานงาน คนต่าง ๆ และขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังเขาก็บอกนะครับว่าแม้กระทั่ง ขอข้อมูลผ่านหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างกองทุนหมู่บ้าน บางครั้งก็ไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว อันนี้ก็เลยทําให้การดําเนิ นการของเราหยุดชะงักและไม่สามารถดําเนินการในภาพรวมได้ กฎหมายฉบับนี้ก็พยายามแก้ไขประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วสุดท้ายครับที่เลือก กระทรวงการคลัง
ก็เพราะว่าระบบการเงินฐานรากไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของชุมชนทําเท่านั้น แต่เกี่ยวกับ เรื่องของสถาบันการเงินจะลงไปเล่นให้บริการกับฐานรากหรือคนจนด้วย ซึ่งเราพบลักษณะ เช่นนี้ในต่างประเทศ หรือกลุ่มนอนแบงก์ (Non-bank) หรือประเภทอิออน เฟ่ร์สช้อย เซทเทเลม พวกนี้เขาลงไปเล่นในกลุ่มข้างล่าง แล้วขณะเดียวกันก็จะมีกลุ่มที่เปึน พวกเทเลคอม (Telecom) ที่ทําเรื่องของเงินอิเลกทรอนิกส์ โมบาย เพย์เมนต์ (Mobile payment) โมบาย วอลเลท (Mobile wallet) ต่าง ๆ เหล่านี้ก็สนใจการเงินฐานราก ซึ่งเราพบตัวอย่างเหล่านี้ในต่างประเทศ คณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีอํานาจในการดูแล ทั้ง ๓ ระดับ คือโครงข่ายของชุมชน เรื่องของสถาบันการเงินที่ลงมาเล่นเอง หรือแม้กระทั่ง เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามาดูแลในส่วนนี้ ในมาตรา ๗ ตัวของคณะกรรมการพัฒนา ระบบการเงินฐานรากก็จะมีหน้าที่ต่ำง ๆ เช่น เปึนผู้จัดทําแผนแม่บท การพัฒนา ระบบการเงินฐานราก มีบทบาทในการพัฒนา ในการคัดเลือกแม่ข่าย ในการกําหนดเกณฑ์ว่า ลูกข่ายจะเข้าสู่โครงข่ายต้องมีลักษณะอย่างไร เปึนผู้ที่เสนอนโยบายในการพัฒนาต่อ ครม. เปึนผู้ที่บูรณาการหน่วยงานของรัฐเพื่อดําเนินการตามแผนแม่บท นี่คืออํานาจต่าง ๆ ที่มีตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วขณะเดียวกันก็มีอํานาจในการกํากับดูแลซึ่งมีความสําคัญเช่นกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ในช่วงของวัยรุ่นที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นในบางส่วน เราก็ต้องการผู้ที่กําหนดเกณฑ์ในการประเมินลูกข่าย ตลอดจนกําหนดเกณฑ์การบริหาร ความเสี่ยงมาตรฐานการบัญชี และมีอํานาจในการตรวจสอบในบางครั้ง แล้วอันนี้คือสิ่งที่อยู่ ในมาตรา ๗ ส่วนในหมวด ๒ มาตรา ๑๓ จะมีการกําหนดเรื่องของแผนแม่บทที่ต้องทํา ทุก ๔ ป้ เราพบว่าทางกระทรวงการคลังได้พยายามทําเรื่องนี้มา แต่ว่าแผนแม่บทครั้งที่แล้ว คือ ๗ ป้ที่แล้ว แล้วครั้งนี้ก็อาจจะกําลังเริ่มทํา สนใจ แต่ว่าปัญหาคือว่าพอไม่มีการขับเคลื่อน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ต่อเนื่องก็ทําให้ทําบ้างไม่ทําบ้าง อันนั้นก็จะเปึนปัญหาสําคัญที่เราต้อง จัดระบบขึ้นมาให้เกิดการพัฒนาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ในแผนแม่บทก็จะประกอบด้วย ๓ เรื่องสําคัญ ก็คือแนวทางการส่งเสริมพัฒนาระบบการเงินฐานราก เรื่องของการประเมิน ความเสี่ยงในระบบการเงินฐานรากที่เราเริ่มเห็นว่ามีความเสี่ยงในบางจุด เรื่องของ การคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการปกปัองที่เหมาะสม อันนี้ก็คือเรื่องของมาตรา ๑๓ โครงข่ายการเงินฐานรากในหมวด ๓ อันนี้ก็คือตัวของโครงข่ายที่เราอยากจะจัดตั้งขึ้นมา ประกอบด้วย แม่ข่าย ลูกข่าย แล้วก็ฐานข้อมูลร่วม ซึ่งอันนี้อย่างที่บอกก็คือว่าจะมี
การจัดแรงจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้ ๑๒๐,๐๐๐ แห่งแข่งกันเข้ามามาเปึนสมาชิกของโครงข่าย ทีนี้ก็จะมีเรื่องต่าง ๆ ที่แม่ข่ายจะเปึนคนทําให้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของมาตรฐานบัญชี โปรแกรมการธนาคาร อย่างที่เห็นว่าเปึนโปรแกรมที่เขากรอกคอมพิวเตอร์ใน ๒ องค์กร ที่ผมให้ดูไป อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ทําร่วมแล้วก็สร้างขึ้นมาให้ทุกคนใช้ร่วมกัน เพื่อจะได้ กรอกบัญชีต่าง ๆ กรอกธุรกรรมทางการเงินที่เหมาะสม แล้วก็รวมเปึนแหล่งข้อมูล แหล่งเดียวได้ ทําหน้าที่เรื่องของการโอนเงิน เรื่องของการกู้ยืมข้ามเครือข่าย เรื่องของ ไมโครอินชัวรันซ์ (Microinsurance) ให้ความรู้ทางการเงิน และเปึนช่องทางนําไปสู่ กอช. ได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็ได้คุยกับทาง กอช. ไว้ กอช. ก็บอกว่าถ้าเราจัดตั้ง โครงข่ายลักษณะนี้ได้ เขาตั้งใจที่จะใช้ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินเปึนช่องทางของเขาในการเอา กอช. หรือการออมเงินบํานาญไปสู่ประชาชนระดับฐานรากอยู่แล้ว แต่เขาจะใช้โครงข่าย เปึนช่องทางของ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะทําให้ถึงประชาชนอย่างแท้จริง ในโครงข่ายผมอยากให้ดูมาตราต่าง ๆ ที่สําคัญ ในเรื่องของแม่ข่าย มาตรา ๑๖ เราจะให้ อํานาจแม่ข่ายในการคัดสรรลูกข่าย มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบต่าง ๆ ในด้านต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาแล้ว มีหน้าที่ในการเพิ่มศักยภาพให้บุคลากร มีหน้าที่ในการให้บริการทางการเงิน มีหน้าที่ในการช่วยประเมินผลให้กับลูกข่าย อันนี้ก็ช่วยทางการในการดูแลลูกข่ายที่กําลัง เข้ามาสู่ระบบ แล้วขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเราก็มีมาตรา ๑๗ ทุกอย่างที่ทํา เพื่อโครงการนี้จะจัดเปึนบัญชีเฉพาะสําหรับโครงการนี้เพื่ อให้เห็นว่าเรามีภาระต่าง ๆ เกิดขึ้นกับภาครัฐมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมผมพบมาในต่างประเทศการทําธุรกรรมกับคน จนสามารถมีกําไรได้ เพราะฉะนั้นในช่วงแรกอาจจะมีต้นทุนในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโอนเงิน ระบบเพย์เมนต์ต่าง ๆ แต่ในระยะยาวโครงข่ายนี้จะมีกําไรที่เหมาะสม แล้วก็ สามารถที่จะมาหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ได้อย่างดี ไม่เปึนภาระต่อทางการ สําหรับลูกข่าย มีมาตรา ๑๘ ให้ความเปึนนิติบุคคลเพื่อให้เขาสบายใจว่าทุกอย่างที่เขาทํามีกฎหมายรองรับ แล้วไม่นําไปสู่เรื่องของการถูกฟัองร้อง และสามารถทําธุรกรรมต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจ มาตรา ๒๐ กําหนดอํานาจหน้าที่ในการให้บริการทางเงินของลูกข่าย โดยเฉพาะเรื่องของ การให้บริการพื้นฐาน ฝาก โอน เช่าซื้อ ชําระเงิน เปึนช่องทางขายประกันรายย่อย ดําเนินการต่าง ๆ เพื่อลูกข่าย
อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่รองรับการทําธุรกรรมของเขา แล้วระบบฐานข้อมูลก็จะเปึนสิ่งที่สําคัญ อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็คือแม่ข่ายมีหน้าที่ในการทําฐานข้อมูลร่วม ฐานข้อมูลอันนี้ ไม่ยากเลยครับ โปรแกรมที่เราจะส่งให้กับลูกข่ายคือสิ่งที่จะสร้างฐานข้อมูลให้ กด กรอก เข้าไปใช่ไหมครับ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะถูกส่งเข้าแหล่งกลางจะมีบันทึกหมดเลยครับว่าลูกข่าย หรือสมาชิกของลูกข่ายมีการฝากเงิน ถอนเงิน กู้เงิน มีพฤติกรรมในการจ่ายคืนอย่างดี มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็จะเปึนแหล่งข้อมูลสําคั ญของประเทศในระยะยาว เพราะว่า มันจะทําให้เราเห็นภาพว่าประชาชนที่ฐานรากเขามีความสามารถในการชําระเงิน มีวินัย ทางการเงิน แล้วก็มีปัญหามากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็จะเปึนเรื่องที่สําคัญ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของหน่วยงานที่เปึนเลขานุการก็คือ สศค. ก็จะมีหน้าที่ในการทํา ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับระบบการเงินฐานรากเพื่อนําไปสู่การพัฒนาครับ ในหมวด ๔ เปึนเรื่องของ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก เงินทุนนะครับไม่ได้มาจากทางการ เราไม่ตั้งใจให้เปึนภาระกับทางการครับ อันนี้จะมาจากกําไรที่ผมบอกว่าจะเกิดขึ้น ในช่วงหลัง ๆ จากดําเนินการไปแล้ว ๒-๓ ป้ พอมีกําไรเสร็จแล้วนี่คณะกรรมการมีอํานาจ ในการกําหนดอัตราส่วนแบ่งของกําไรอย่างน้อยไม่ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งมาให้กับกองทุนเพื่อให้ วัตถุประสงค์หลักคืออะไรครับ นี่คือเงินของประชาชนครับ เขาโอนสตางค์เขาจ่าย ๓ บาท เขาชําระเงินเขาจ่ายอีก ๓ บาท เขาดําเนินการต่าง ๆ เขามีต้นทุนที่เกิดขึ้น เงินเหล่านี้ ไม่ควรจะไหลจากชุมชนที่ชุมชนในชนบทออกจากเขามา เราก็ตั้งใจว่าถ้าเกิดเปึนลักษณะนี้ คณะกรรมการก็มีอํานาจแบ่งสันปันส่วนของกําไรที่เกิดขึ้นออกมาสู่การจัดตั้งกองทุน เพื่อให้กองทุนแห่งนี้ดําเนินการส่งเสริมและพัฒนาระบบการเงิน ระดับฐานราก ซึ่งคนที่จะ เปึนคนดูแลกองทุนก็คือคณะกรรมการที่เราตั้งขึ้นมา อันนี้ก็จะทําให้คณะกรรมการชุดนี้ มีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาการเงินฐานรากได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปรองบประมาณของทางราชการจัดสรรมาให้ แต่เปึนเงินของประชาชน ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทําธุรกรรมต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมา อันนี้ก็คือสาเหตุว่าทําไมเราต้องทํา บัญชีแยกต่างหากนะครับ เราก็จะเห็นจากบัญชีต่าง ๆ เหล่านั้น ในหมวด ๕ ครับ เปึนหมวดที่สําคัญอีกหมวดหนึ่งก็คือเรื่องของการกํากับดูแลและความมั่นคงทางการเงิน ระยะยาว อันนี้สําคัญมากเพราะเราเริ่มเห็นว่ามีปัญหาใช่ไหมครับ เราต้องจัดตั้งเรื่องนี้ให้ดี มีเรื่องของมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ครับ เปึนมาตราที่พูดถึงกรณีปกติที่จะสร้างความโปร่งใส
ให้กับการดําเนินการและการตรวจสอบประเมินผลที่เกิดขึ้นอย่างเปึนปร ะจํา โดยแนวคิด สําคัญในส่วนนี้นะครับก็คือต้องมีมาตรฐานในการกํากับดูแลที่เหมาะสมแต่ไม่มากเกินไป จนกลายเปึนภาระและข้อจํากัด อันนี้เราก็เลยนําเอากฎเกณฑ์ในการกํากับดูแลจากของ กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์บางส่วนนี่มาประยุกต์ใช้ให้กับการเงินฐานราก ในมาตรา ๒๘ ก็คือว่าคณะกรรมกา รมีอํานาจในการกําหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานบัญชี มีอํานาจ ในการกําหนดเกณฑ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงของลูกข่าย อันนี้เพื่อให้ทุกคนที่เข้าสู่ โครงข่ายมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีเพื่อจะได้ ไม่ต้องเข้าไปถึงจุดที่เปึนปัญหา มาตรา ๒๙ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส่ในการดําเนินงานก็คือ ให้ลูกข่ายเป่ดเผยงบดุลและรายงานผลการดําเนินงานประจําป้ต่อสมาชิกและสาธารณชน อันนี้อย่างที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นที่ปากเกร็ดใช่ไหมครับ เขาจัดตั้งเลย ทํารายงาน ประชาชน ก็สามารถเข้าไปดูได้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสว่าเงินไปถึงไหนแล้ว แล้วก็บริหารจัดการดี มากน้อยแค่ไหน และขณะเดียวกันก็จัดส่งให้แม่ข่ายแล้วแม่ข่ายมีหน้าที่ประเมินมาตรฐาน การให้บริการคุณภาพ ตลอดจนความเสี่ยงเปึนประจําทุกป้ แล้วก็แจ้งต่อคณะกรรมการ ลูกข่ายและสมาชิก ในหน้าถัดมาครับ ในกรณีที่เกิดปัญหาตัวของคณะกรรมการมีอํานาจ ในการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบในมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มีอํานาจ ในการเรียกดูข้อมูล แล้วก็ให้ลูกข่ายมาชี้แจงข้อเท็จจริง อันนี้จะทําให้เวลาเกิดปัญหา ต่าง ๆ ขึ้น เรามีอํานาจทางกฎหมายเพื่อจะดูแลปัญหา ในมาตรา ๓๑ สามารถเข้าไป ตรวจสอบได้ในสํานักงานของลูกข่าย มาตรา ๓๒ ก็คือมีอํานาจในการตรวจสอบกิจการแล้วก็ ฐานะการเงินของลูกข่าย อันนี้ทําขึ้นไปเพื่อว่าหาก มีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถที่จะ ดําเนินการจัดการแล้วก็ดูแลต่าง ๆ ตามเหมาะสม มาตรา ๓๓ ก็คือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แล้วทางการหรือแม่ข่ายตักเตือนแล้ว
การลงโทษก็คือการเพิกถอนความเปึนสมาชิกโครงข่ายของสถาบันการเงินที่เปึนลูกข่าย โดยมาตรา ๓๓ ของ พ.ร.บ. กําหนดไว้ว่าถ้าเกิดคณะกรรมการดําเนินการขอ ง ลูกข่ายกระทําการ หรืองดเว้นกระทําการในการ ปฏิบัติหน้าที่ของตน จนทําให้สูญเสีย ผลประโยชน์ของลูกข่ายหรือสมาชิก หรือลูกข่ายมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับ การเงิน การบัญชี หรือกิจการ หรือฐานะการเงิน ตามรายงานการสอบบัญชีหรือรายงานการตรวจสอบ ให้แม่ข่ายเสนอแนะให้คณะกรรมการดําเ นินการของลูกข่ายแก้ไขข้อบกพร่อง หรือระงับการปฏิบัติบางส่วนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว ถ้าเกิดไม่ดําเนินการแก้ไขตามเวลา ที่กําหนดแม่ข่ายก็สามารถเสนอต่อคณะกรรมการให้เพิกถอนการเปึนลูกข่ายได้ อันนี้ก็เปึน อํานาจที่เราสามารถดําเนินการได้ครับ กระผมได้นํา พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปหารือกับตัวแทน ขององค์กรการเงินระดับฐานราก เขาส่งผู้แทนมา ๕ เครือข่ายทั่วประเทศไทยครับ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชุมพร จากที่ต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน แล้วทางตัวแทนของสถาบันการเงินชุมชนบอกว่าจะเปึนประโยชน์ต่อการดําเนินงานของเขาอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนร่างกฎหมายที่เขารออยู่เปึนเวลานาน สําหรับประเด็นเรื่องของการเป่ดเผยข้อมูล ตลอดจนเรื่องของการตรวจสอบนั้นเขาชี้แจงอย่างนี้ครับว่าสําหรับเขาแล้วเขาคิดว่าเปึนสิ่งที่จะ ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันการเงินของเขา เพราะว่าพอเขามีเงินมาก ๒๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ประชาชนเริ่มกังวลใจ แล้วถ้าเกิดมีผู้มาช่วยตรวจสอบดูแลให้เปึนระยะ ๆ มันจะช่วยทําให้เกิดความเชื่อมั่นกับองค์กรของเขา เขาก็คิดว่าเปึนสิ่งที่สามารถทําได้ สําหรับผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ก็คือเรื่องของสามารถจัดตั้งโครงข่ายการเงินฐานรากได้ อย่างน้อย ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ในช่วง ๑๐ ป้ข้างหน้าตามความพร้อมและความต้องการ ของประชาชน ช่วยประชาชนประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคนในชนบทครับ ถ้าองค์กรหนึ่ง มีประมาณ ๓,๐๐๐ คน ถ้าเกิดมี ๗,๐๐๐ แห่งก็ตกประมาณ ๒๑ ล้านคน อันนี้ก็จะเปึน จุดเริ่มต้นที่จะให้บริการทางการเงินที่ดี ในระยะยาว มีความครบถ้วนในด้านต่าง ๆ และ ขณะเดียวกันองค์กรที่เขาเข้ามาเปึนสมาชิกก็จะเปึนองค์กรที่มีความมั่นคงในการฝากเงิน แล้วก็เปึนแหล่งทุนในการประกอบการของเขา แล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของเขา และขณะเดียวกันเราก็คิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะนําไปสู่กลไกการกํากับดูแลโครงข่ายการเงิน ฐานรากที่เปึนระบบแล้วก็ช่วยปัองกันความเสี่ยงทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบการเงิน ของประเทศต่อไป สําหรับตัวชี้วัดมีอยู่ประมาณ ๕-๖ ด้านครับ อันที่ ๑ ก็คือ
จํานวนขององค์กรการเงินชุมชนที่เข้าสู่โครงข่าย จํานวนที่ด้วยการปรับเปลี่ยนจากที่เพื่อ การกู้ยืมเปึนเพื่อการออม และขณะเดียวกันอันนี้ก็วัดจากสมาชิกที่ออมอย่างต่อเนื่อง ระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน โดยวัดจากตัวสมาชิกขององค์กรเหล่านี้ ยอดการทําธุรกรรมต่าง ๆ ว่าทําธุรกรรมได้มากน้อยแค่ไหน ตัวของมาตรฐานการบริหารจัดการ ซึ่งเรามีการประเมินผล และเขาจะมีเกณฑ์ว่าใครที่เข้าสู่ระดับที่ดี ที่น่าพึงพอใจนี่ มีสัดส่วนเท่าไร อันนี้ก็จะเปึนเปัาหมายระยะยาว และขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงกัน เปึนเครือข่ายอย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วในระดับต่าง ๆ และขณะเดียวกันก็จะสามารถ ช่วยทําให้เกิดการรวมตัวกันในระดับที่ใหญ่ขึ้นมาได้ครับ ทั้งหมดนี้จะนําไปสู่การป่ดช่องว่าง ของการให้บริการทางการเงินที่ฐานของพีระมิดรายได้ที่เรากล่าวไปถึงตอนแรก นี่คือวงกลมสีฟัาที่กําลังจะเข้ามา ซึ่งเมื่อรวมกับการปฏิรูประบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ท่านดอกเตอร์ธวัชชัย แล้วก็การปฏิรูปเรื่องของความรู้ทางการเงินที่ท่านไพบูลย์ จะได้กล่าวต่อไป จะเปึนการปฏิรูปการเงินฐานรากครั้งสําคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตคนไทย นับ ๒๐ ล้านคน ๓๐ ล้านคน วางรากฐานของการพัฒนาที่สมดุล ลดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ สร้างอนาคตให้กับประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ