สมชัย ฤชุพันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการเงินในประเทศไทยที่ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงบริการจากระบบธนาคารได้ และเสนอแนวทางปฏิรูปการเงินเพื่อลดหนี้สินภาคครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารกองทุนฐานรากและเสนอแนะให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับการกำกับดูแลอย่างจริงจังเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาที่รักครับ ผม นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ขออนุญาตนําเสนอรายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๓ เปึนการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ จํานวน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกเปึนเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานราก ในเรื่องนี้จะมี ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ด้วย ๑ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ภาคครัวเรือนของประเทศไทยกําลังมีปัญหาหนักหน่วงคือปัญหาหนี้สิน หนี้สินภาคครัวเรือนของประเทศไทยขณะนี้มีขนาดใหญ่โตถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นับว่าเปึนหนี้ขนาดใหญ่มากซึ่งส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในการใช้จ่ายในการบริโภค ของภาคครัวเรือน แล้วเลยทําให้การบริโภคโดยรวมของประเทศชะลอตัวลงไปด้วย และเพราะการบริโภคที่ชะลอตัวนี่แหละเปึนสาเหตุสําคัญที่ทําให้เศรษฐกิจไทยขณะนี้ ต้องประสบการชะลอตัวลง นั่นเปึนด้านหนึ่งนะครับ ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งก็คือว่า
ระบบธนาคารของประเทศไทยตอนนี้ไม่สามารถให้บริการอย่างทั่วถึงกับประชาชนทุกคน ในประเทศไทยได้ นี่เปึนเรื่องปกติของประเทศกําลังพัฒนา เพราะว่าระบบธนาคาร ย่อมจะดําเนินการตามหลักการที่มีเหตุมีผลแล้วก็ใช้หลักประกันที่มั่นคงนะครับ ขณะนี้ ระบบธนาคารของเราให้บริการได้ ๗๔.๒ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนทั้งหมด เปึนบริการของ ธนาคารพาณิชย์เสีย ๔๕.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เปึนบริการของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปึนต้น พวกนี้ให้บริการได้อีก ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วเปึน ๗๔.๒ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ขณะเดียวกันเราก็มี สหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งถือเปึนการเงินในระบบเหมือนกัน กับกลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นให้บริการต่อประชาชนได้อีกรวมแล้ว ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ เปึนของ สหกรณ์ออมทรัพย์เสีย ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้ารวมทั้งหมด ๔ ประเภทนี้แล้วถือเปึนการเงินในระบบ ภาคการเงินในระบบนี่ ให้บริการได้ ๘๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือคนไทยอีก ๑๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่สามารถ ได้รับบริการจากระบบธนาคารและการเงินในระบบของประเทศไทยได้ เขาจึงต้องไปอาศัย การเงินนอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยแพงมากนะครับ
โดยเหตุนี้เองรัฐบาลจึงได้ตั้งกองทุนการเงินรากฐานขึ้นมา เปึนกองทุนหมู่บ้าน กองทุน ชุมชนเมืองบ้าง ขณะนี้มีจํานวนมากนะครับ กองทุนหมู่บ้านนี่มี ๘๐,๐๐๐ กว่ากองทุน กองทุนการออมออมทรัพย์นี้มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ากองทุน รวมแล้วมีกองทุนเล็ก ๆ อย่างนี้อยู่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่ากองทุนนะครับ ทีนี้กองทุนเหล่านี้ด้านที่มีประโยชน์และ ทําภารกิจได้ดีก็คือเปึนกองทุนที่อยู่ใกล้ชิดบุคคลที่อยู่ในฐานราก แล้วก็ให้บริกา รต่อ ประชาชนในฐานรากได้อย่างดี แต่ว่าก็มีปัญหา กองทุนนี้มีปัญหาที่สําคัญอยู่ ๔ ประการ ประการแรกคือขาดผู้บริหารที่มีความรู้ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน กรรมการก็จะ มาจากผู้นําหมู่บ้านหรือคนที่เชี่ยวชาญทางสหกรณ์อะไรอย่างนี้ ก็จะมีความรู้ มีความตั้งใจดี แต่ว่าขาดความรู้ความสามารถในการบริหารทางการเงิน ประการที่ ๒ ก็คือกองทุนเหล่านี้ กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศไทยตามตําบล หมู่บ้านต่าง ๆ แล้วก็ไม่มีความเกี่ยวโยงกัน จึงขาดพลัง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมโยงกันเปึนเครือข่าย ขณะนี้ก็ยังไม่มีการเชื่อมโยงกัน ในลักษณะนั้นนะครับ ประการที่ ๓ เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์เปึนนิติบุคคล แต่ว่า กองทุนเล็ก ๆ เหล่านั้นไม่มีสภาพเปึนนิติบุคคลจึงไม่สามารถกระทํานิติกรรมอย่างเปึนระบบ ที่มีประสิทธิภาพได้ ประการที่ ๔ ขาดการกํากับดูแลในเชิงการเงิน สิ่งที่กองทุนเหล่านี้ทํา ก็คือการให้กู้เงิ นนะครับ แต่ว่าผู้บริหารกองทุนก็คือ ๑. คือขาดความรู้ ขณะเดียวกัน การกํากับดูแลในเชิงการเงินนี้ก็ยังไม่มี ยังไม่ได้ตั้งองคาพยพนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เห็นว่ามีความจําเปึนต้องปฏิรูประบบนี้ให้เกิด ความกระชับขึ้นมา เพื่อจะได้ให้บริการที่มีคุณภาพได้ดีแล้วก็มีความยั่งยืน จึงได้เสนอ ให้มีร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ซึ่งพระราชบัญญัตินี้มุ่งแก้ปัญหา ที่สําคัญ ๔ ประการตามที่กล่าวไปแล้วนะครับ ประการแรกคือให้สภาพนิติบุคคลแก่กองทุน ประการที่ ๒ คือจัดการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเปึนเครือข่ายอย่างเปึนระบบ ประการที่ ๓ คือ สร้างผู้บริหารที่มีความรู้ทางการเงินที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินได้ และประการที่ ๔ คือจัดให้มีการกํากับดูแลและส่งเสริมการพัฒนากิจการของกองทุนเหล่านี้ อย่างเปึนระบบ ในเรื่องกองทุนฐานรากนี้ในรายละเอียด ผมจะเชิญให้ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ได้รายงานต่อไปนะครับ แต่ว่ายังไม่รายงานตอนนี้นะครับ ผมจะขออนุญาตกล่าวนํา ทั้ง ๓ เรื่องไปแล้วจะได้พูดสั้น ๆ นะครับ ในเรื่องที่ ๒ เรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์และ เครดิตยูเนียน สหกรณ์ออมทรัพย์นี้เปึนสหกรณ์ เพราะฉะนั้นก็ใช้หลักการของสหกรณ์
เหมือนสหกรณ์ทั่ว ๆ ไป แต่ว่าภารกิจของสหกรณ์ออมทรัพย์นี้ก็ทําหน้าที่รับฝากเงิน จากสมาชิกและให้กู้เงินกับสมาชิกซึ่งเปึนบริการทางการเงิน ในบทบาทการรับฝากเงิน การออมและการให้กู้เงินให้กับสมาชิกนี่มีลัก ษณะที่เปึนภารกิจของสถาบันการเงิน จึงมีความเสี่ยงเหมือนอย่างสถาบันการเงิน แต่สหกรณ์ออมทรัพย์เหล่านี้ก็ไม่ได้มีการกํากับดูแล ไม่มีใครกํากับดูแลในเรื่องที่ว่าให้เขาปฏิบัติตามหลักการปฏิบัติที่ควรของการบริหารการเงิน อย่างสถาบันการเงินนะครับ ขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ก็อยู่ในการกํากับดูแลของหน่วยงาน ๒ หน่วย คือกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเปึนผู้ดูแลสหกรณ์ทั่ว ๆ ไป แต่ว่าสหกรณ์ออมทรัพย์นี้มีลักษณะพิเศษเพราะว่าไปบริหารจัดการเงิน แต่ว่าผู้ที่กํากับดูแล ทั้ง ๒ หน่วยนั้นก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารควา มเสี่ยงทางการเงิน ขณะเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนียน
ตอนนี้ก็มีขนาดของการให้กู้ยืมเปึนจํานวนมากขึ้นทุกทีนะครับ แล้วกิจการก็ขยายกว้างขึ้น นอกจากจะได้รับเงินฝากจากสมาชิกและให้กู้กับสมาชิกแล้ว เขาก็ยังรับเงินฝากและให้กู้กันเอง ในกลุ่มสหกรณ์ด้วยกัน แล้วก็ยังให้กู้กับบุคคล แล้วก็กิจการซึ่งอยู่นอกความเปึนสมาชิกด้วย ขณะเดียวกันในระยะใกล้ ๆ นี้เราก็จะเห็นว่ามีข่าวเกี่ยวกับความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นกับสหกรณ์ อันเนื่องมาจากการที่ไม่มีการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ก็เปึนความเดือดร้อน ของผู้ฝากเงินออมไว้ที่สหกรณ์ เพราะฉะนั้นเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมนี่ก็จําเปึนจะต้องปรับปรุง ปฏิรูปเรื่องนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ก็คือว่า เห็นควรจะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยให้มี หน้าที่หลัก ๆ ๔ ประการ ประการแรกคือกํากับดูแลการดําเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ ในเชิงความเสี่ยงทางการเงิน ประการที่ ๒ คือส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์ให้สามารถ ให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ประการที่ ๓ คือพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถของผู้บริหาร สหกรณ์ออมทรัพย์ และประการที่ ๔ คือพัฒนาให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้มีการดําเนินกิจการ ในระดับที่สูงขึ้นตามความเหมาะสม ในนานาชาติสหกรณ์ก็เปึนแบงก์เปึนธนาคารใหญ่ ถึงกับเปึนธนาคารนานาชาติก็มีนะครับ ทีนี้ไปถึงเรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เรื่องแนวทาง การส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐาน เปึนเรื่องสําคัญในการดําเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ มีความสําคัญและความจําเปึนเทียบได้ เท่ากับการอ่านหนังสือออกและการเขียนหนังสือได้ คนที่ไม่มีความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐาน จึงเหมือนคนที่อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ในทางการเงิน ความจริงแล้วเปึนภาระ ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบดําเนินการให้ประชาชนพลเมืองของตนมีความรู้ขั้นพื้นฐาน ทางการเงิน เพื่อจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ ไม่ถูกหลอกลวงทางการเงิน รู้จักประมาณการรายได้ และรายจ่ายของตนเอง รู้จักตรวจวัด และจัดการความสมดุลของรายได้และรายจ่าย มีวินัย ในการใช้จ่ายเงิน รู้จักเก็บออมและสะสมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินและไว้เพื่อลงทุน กํากับ พฤติกรรมของตนเองในการใช้จ่ายได้ รู้จักจัดการกับเงินออมที่ตนสะสมไว้ และรู้จักนําเงินออม ของตนไปลงทุนได้อย่างฉลาดตามสภาพของตนเอง ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทําในเรื่องนี้ อย่างเปึนระบบ จึงมีความจําเปึนต้องทําการปฏิรูปงานด้านนี้ของรัฐบาล โดยจัดให้มี กลไกของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ทางการเงิน ท่านอาจารย์ไพบูลย์จะเปึนคนลงในรายละเอียดนะครับ สําหรับเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์
ก็อาจารย์ธวัชชัยจะเปึนผู้มานําเสนอในรายละเอียด ในเบื้องต้นนี้ผมขอเชิญ อาจารย์กอบศักดิ์ก่อนนะครับ ได้รายงานเรื่องการเงินฐานราก ขอบคุณครับ