ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เสนอการแก้ไขกฎหมายโทรคมนาคมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะมาตรา 27 และ 31-32 เพื่อเพิ่มบทบาทของ กสทช. ในการออกมาตรการคุ้มครองประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกครับ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ จะมาพูดเรื่องการกํากับกลไกคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เรามีปัญหาเยอะมาก ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเยอะมาก ประชาชนทุกคนคือผู้บริโภค ผู้บริโภคก็คือประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าต้องการให้มีการคุ้มครองเรื่องเหล่านี้ก็ต้องมีการแก้ไขทั้งหมดนะครับ
สิ่งที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ศึกษาเราพบว่าการคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีปัญหาข้อที่ ๑ ไม่สามารถทําหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าดูสไลด์จะมีตัวเลข ของการร้องเรียนมีจํานวนเรื่อง การยุติเรื่อง กระบวนการพิจารณานี่จะชักช้ามากเลยนะครับ มีการละเมิดสิทธิผู้บริโภคจํานวนมาก หลายกรณีเปึนปัญหาที่เกิดจากหน่วยงานกํากับ ของ กสทช. เอง ข้อที่ ๒ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้บังคับบัญชาของ กสทช. ไม่กล้าที่จะดําเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา อันนี้ก็มีตัวอย่าง ถ้าเราได้ ติดตามข่าวมีปัญหาการร้องเรียน การออกใบอนุญาต การตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคม ก็ไม่ได้ไปทําความเข้าใจกับคนในพื้นที่ การติดปัายหรือเรื่องอื่น ๆ ปัญหาการคิดค่าบริการ เกินกว่าอัตราสูง ๙๙ สตางค์ กทค. กิจการโทรคมนาคมสั่งให้บริษัทคืนเงินเฉพาะผู้ร้องเรียน
แต่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโ ภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ใน กสทช. นี่เห็นว่า กทค. ควรมีมติสั่งการแก้ไขเปึนกรณีทั่วไป นี่ก็เปึนปัญหา ปัญหา ๓ จี (3G) ไม่ลดลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคก็มีปัญหามีความเห็น ที่ขัดแย้งกันอยู่ในสํานักงาน กสทช. นะครับ ตัวอย่างเหล่านี้เปึนปัญหาที่สะท้อนให้เห็นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และกระจายเสียง วิทยุและโทรทัศน์ก็มีปัญหา พวกเราคณะกรรมาธิการก็เลยสรุป ๑. กลไกคุ้มครองผู้บริโภคที่เปึนเพียงอนุกรรมการ ไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๒. กสทช. ด้านผู้บริโภค ก็เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็ส่งผลต่อนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค การคุ้มครองผู้บริโภคที่ผ่านมาเปึนเพียงกลไกตั้งรับ ผ่านกลไกรับเรื่องร้องเรียน และกลไก การไกล่เกลี่ย จริง ๆ แล้วในกฎหมาย กสทช. ป้ ๒๕๕๓ มีมาตราที่กําหนดเรื่องนี้ไว้ แต่เมื่อไปปฏิบั ติก็มีปัญหาทําให้เกิดปัญหาคอขวดในการแก้ปัญหา เพราะทุกเรื่อง อนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนพิจารณาส่งให้ กสทช. เปึนคนวินิจฉัย รอยต่อตรงนี้ ทําให้การเยียวยาก็ดี หรือการแก้ปัญหาพวกเราซึ่งเปึนผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และกิจการกระจายเสียง วิทยุและโทรทัศน์ ไม่สามารถทันท่วงที แล้วก็เยียวยาได้ทันท่วงที ทําให้เกิดปัญหา กรรมาธิการเห็นว่าเปึนเรื่องที่เราต้องปรับกลไกโดยการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ที่กําหนดการทํางานของการคุ้มครองผู้บริโภคในร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้มีความชัดเจน เดี๋ยวผมจะพูดต่อนะครับ ว่าจะเปึนอย่างไร อย่างไรก็ตามคณะกรรมการได้ศึกษาให้เห็นปัญหาโดยรวมของ กสทช. เราเห็นว่าการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเพิ่มบางมาตราไปที่เกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภคนั้นไม่เพียงพอ เราก็ได้ทําการศึกษาปัญหา กสทช. ในระดับโครงสร้างทั้งพระราชบัญญัติทั้งหมด โดยใช้หลัก ๗ ประการสําคัญในการศึกษา หลักกํากับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ คนที่ไปทํางาน ด้านโทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียงต้องเปึนผู้เชี่ยวชาญ เรามีผู้เชี่ยวชาญในที่นี้หลายคน เดี๋ยวพี่นิพนธ์ นาคสมภพ ก็อาจจะช่วยอภิปรายทําความเข้าใจ หรืออาจารย์วัฒนาว่า หลักนี้มันมีความสําคัญอย่างไร แต่ตาม พ.ร.บ. กสทช. ป้ ๒๕๕๓ มีส่วนทําให้คนที่เข้ามา นั่งกํากับ กสทช. ปัจจุบัน หรือบริหารปัจจุบันมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมอย่างแท้จริง มาทําหน้าที่ได้อย่างไม่เต็มที่ เพราะในมาตรา ๗ (๑๒) ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีประสบการณ์
ที่เคยเปึนผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมาในระยะเวลา ๑ ป้ ก่อนได้รับเสนอชื่อเข้ามาเปึนกรรมการ เลยนะครับ ทําให้กรรมการ กสทช. ชุดนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะวิศวกรรมโดด ๆ เลย ไม่มีความเข้าใจในเรื่องธุรกิจโทรคมนาคม แล้วก็การกํากับกิจการเหล่านี้ ได้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์เปึนเพียงแค่เคยจัดรายการวิทยุ หรือได้ผู้เชี่ยวชาญ โทรคมนาคมมากํากับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ อันนี้คือเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เราเองต้องการแก้ปัญหาตรงนี้เพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ มากํากับคลื่นความถี่โทรคมนาคม วิทยุ โทรทัศน์ เดี๋ยวผมจะพูดรายละเอียดว่าเราจะแก้อย่างไร ๒. หลักความเปึนอิสระ ของการกํากับดูแล อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก ในร่างแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ของ ครม. มีการแก้หลักการสําคัญบางอย่าง ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศเคยเสนอไปแล้ว หลักความอิสระของการกํากับดูแล ตรงนี้สําคัญของ กสทช. เราต้องคงเอาไว้ จะให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปบังคับให้ กสทช. เสนอแผนทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบายอย่างนี้คงเปึนไปไม่ได้ คงมีปัญหา ในความเปึนอิสระอย่างแน่นอน หลักการกํากับดูแลแล้วก็แข่งขันเสรีที่เปึนธรรม ที่ผ่านมา กสทช. ปัจจุบันกฎหมายก็กําหนดเรื่องนี้ไว้ แต่ว่าการปฏิบัติก็ยังมีปัญหาอยู่ หลักวินัย การเงินการคลังซึ่งถูกวิจารณ์เยอะมากที่ผ่านมา
แต่ว่าจะเอาเงินที่ได้ในการจัดการทั้งหมดใน กสทช. ไปมอบให้กับคณะกรรมการดิจิทัล โดยอัตโนมัติเราคิดว่ายังไม่เหมาะสมนะครับ ต้องใช้วิธีการทุกอย่างผ่านวิธีการ งบประมาณแผ่นดิน และไปกําหนดรายได้ของ กสทช. ว่าต้องได้ไม่เกินเท่าไร ไปจํากัดเอาไว้ นี่คืออาจจะเปึนแนวทางในการแก้ปัญหาการใช้งบประมาณที่ฟุ์มเฟ๋อยหรือสุรุ่ยสุร่ายของ กสทช. อันนี้คือหลักที่ ๔ หลักที่ ๕ คือการประเมินผล ที่ผ่านมากฎหมายป้ ๒๕๕๓ ได้ออกแบบให้มีคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งเปึนองค์กรภายนอกหรือที่เรารู้จักกันดี ในนาม กตป. แต่ว่าไปออกแบบให้ กตป. อยู่ภายใต้สํานักงาน กสทช. ทําให้เกิดปัญหา อย่างมากมายในการทํางาน ขาดความอิสระ ไม่ได้รับความร่วมมือจาก กสทช. สํานักงาน กสทช. ซึ่งตอนนี้ก็เปึนปัญหา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นว่าควรแก้ปัญหานี้ การประเมินผลและการตรวจสอบการทํางานของ กสทช. มีความสําคัญจึงจําเปึนที่จะต้องมี กตป. แต่ว่าต้องเปึนองค์กรที่ไม่อยู่ภายใต้ สํานักงาน กสทช. เหมือนเดิม เราเห็นว่าควรกลับมาอยู่กับสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเปึนคนให้ความเห็นชอบในการคัดสรรหรือเดิม ต่งตั้ง แต่ว่ากรรมาธิการเองก็เสนอว่า ควรมาอย่างไร ข้อ ๖ คือการมอบอํานาจหน้าที่ด้านคุ้มครองผู้บริโภค อันนี้เราแก้ ทั้งมาตราเลย เดี๋ยวผมจะพูดในรายละเอียดเรื่องนี้ ข้อ ๗ คือการปรับปรุงถ้อยคําต่าง ๆ ของกฎหมาย กสทช. ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นว่าถ้ามีการปรับหรือแก้ปัญหาของ พ.ร.บ. ฉบับเดิม ป้ ๒๕๕๓ โดยภาพรวม ในประเด็นสําคัญเหล่านั้น ผมคิดว่าจะช่วยทําให้การคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งก็คือคุ้มครอง พวกเราที่เปึนประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรรมาธิการจึงเห็นด้วยกับหลักการที่จะแก้ไข พ.ร.บ. องค์กรกํากับและประกอบกิจการ ๒๕๕๓ มีทั้งหมดประมาณ ๔๘ มาตรา ซึ่งผมคงไม่อ่านรายละเอียดเพราะว่าทั้งหมดอยู่ในรายงานของพวกเราอยู่แล้ว เราเสนอปรับแก้กําหนดผู้เชี่ยวชาญในมาตรา ๖ เหลือเพียง ๗ คน ไปดูรายงานได้เลยนะครับ หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ เขียนไปให้เปึนการเฉพาะด้านเลยว่าด้านไหนที่ควรมาเปึน กรรมการกิจการโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ ต้องการได้ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง อันนี้อันแรก อันที่ ๒ คณะกรรมการสรรหา ไม่เห็นด้วยกับร่างที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรีไป ที่ไปกําหนดให้มี ๗ คนเปึนผู้สรรหา อยากให้กลับไปใช้ตามร่างเดิมแล้วก็ปรับปรุ งให้ดีขึ้นในมาตรา ๑๔ ประเด็นที่ ๓ เราปรับแก้หลักการสําคัญในมาตรา ๒๗ ในอนุต่าง ๆ ตั้งแต่มาตรา ๒๗ (๑)
มาตรา ๒๗ (๔) มาตรา ๒๗ (๕) มาตรา ๒๗ (๑๒) เรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่ แล้วก็ มาตรา ๒๗ (๑๓) เรื่องการคุ้มครองสิทธิเส รีภาพของประชาชนที่ถูกเอาเปรียบจาก ผู้ประกอบการ อันนี้ก็แก้ให้ดีขึ้น แล้วก็มาตรา ๒๗ (๑๔) แล้วก็มาตรา ๒๗ (๑๘) อันนี้คือเรื่องสําคัญ แล้วก็มีการเพิ่มบทบาท เพิ่มอํานาจให้ กสทช. ที่สามารถออกมาตรการ คุ้มครองประชาชนที่ถูกเอาเปรียบเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนตัวก็ดี หรือเรื่องการละเมิด สิทธิส่วนตัวก็ดีให้มีมากขึ้น แล้วก็เพิ่มอํานาจถ้าผู้ประกอบการไม่แก้ปัญหาหรือเพิกเฉย ก็มีอํานาจที่จะพักใบอนุญาตต่าง ๆ อะไรได้ นี่คือประเด็นที่ ๓ ที่มีการเสนอเปึน หลักการสําคัญที่มีการปรับแก้ ให้ดีขึ้น ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเปึนหลักการสําคัญของกฎหมายตรงนี้ ทางคณะกรรมการเห็นว่าเพื่อทําให้การแก้ปัญหา ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์เราจึงยกเลิกความเดิม ในมาตรา ๓๑ ของ พ.ร.บ. ๒๕๔๓ โดยแก้ใหม่ก็คือ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภค มิได้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการก ระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จํานวน ๕ คน อันนี้เราเพิ่มการทํางานตรงนี้ขึ้นมา ให้ชัดเจน เลยนะครับ
ประกอบด้วยตัวแทนจากสมาพันธ์ผู้บริโภคนะครับ องค์กรวิชาชีพสื่อ ตัวแทนจาก สภาทนายความ ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทนะครับ อันนี้คืออันแรกที่เราต้องการเพิ่ม เข้าไปนะครับ แล้วก็เพิ่มอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น คือส่งเสริมสนับสนุนคุ้มครองผู้บริโภครับและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน เมื่อก่อนแค่รับ เรื่องร้องเรียน แล้วก็ส่งให้คณะกรรมการ กสทช. ไปเปึนผู้วินิจฉัยทําให้ปัญหาคอขวดเกิดขึ้น เราต้องการแก้ปัญหาตรงนี้นะครับ ตรวจสอบปัองกันการกระทําที่ เปึนการเอาเปรียบ ผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ ทั้งหมดอยู่ในมาตรา ๓๑ แล้วก็ให้มีขั้นตอนของ การอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องไม่เห็นด้วยกับ คําสั่งต่าง ๆ ก็สามารถอุทธรณ์ได้ แล้วก็ให้มีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์เปึนหน่วยงานธุรการ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเราต้องการให้เข้ามาทํางานตรงนี้อย่างจริงจัง เราเชื่อว่า ถ้ากลไกนี้ได้รับการแก้ไขจะทําให้มีกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับในกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์แล้วก็โทรคมนาคมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถแก้ปัญหานะครับ การถูกเอาเปรียบ การที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบได้ทันท่วงทีขึ้น เราแก้ไขมาตรา ๓๒ เดิม ก็คือ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ถูกเอาเปรียบนะครับ ก็เปึนการเพิ่มอํานาจให้กับ กสทช. ที่จะออกมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิความเปึนส่วนตัวแล้ วก็เสรีภาพในการสื่อสาร ก็คือเปึนเรื่องของพวกเราทุกคน เลยนะครับ ไม่ใช่เปึนผู้บริโภคครับ ผู้บริโภคทุกคนไม่ว่าจะยากจนมีรวยเท่าไรก็คือผู้บริโภค เราต้องการคุ้มครองแล้ วก็ดูแลเรื่องเหล่านี้นะครับ แล้วก็ถ้าผู้ประกอบการเพิกเฉย อย่างที่ผมเรียนไว้แล้วก็มีสิทธิออกอํานาจ มีอํานาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบประกอบกิจการได้ ปัจจุบันเราก็รู้กันดีว่ามีการไปโฆษณาที่เกินจริง พวกผมเองไปต่างจังหวัดได้รับการร้องเรียน จํานวนมากนะครับ เราต้องการเพิ่มหรือติดดาบให้กับคณะกรรมการด้านนี้ได้ทํางาน เพื่อคุ้มครองประชาชนได้มากขึ้น นี่คือสาระสําคัญ ต่อไปก็คือเรื่อง กตป. คณะกรรมการ ประเมินผลของกิจการกระจายเสียง เราเองก็ต้องการปรับให้มีการทํางานที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ก็จะมีตัว แทนด้านกระจายเสียง ๑ คน ด้านกิจการโทรทัศน์ ๑ คน เหล่านี้ เปึนหน่วยงานอิสระอยู่กับสํานักงานเลขา ธิการวุฒิสภามากขึ้นนะครับ เราปรับปรุง การบริหารกองทุน กสทช. ใหม่ ก็เพิ่มสัดส่วนกรรมการเข้าไป นี่คือสาระสําคัญ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่าถ้ามีการแก้ไขในประเด็นสําคัญทั้งหมด
๔๘ มาตรา แล้วก็เปึนประเด็นสําคัญที่ผมพูดไว้นะครับ ก็สามารถช่วยคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเราจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการเหล่านี้มากขึ้นนะครับ ผมจึงเสนอให้ ที่ประชุมนี้ได้รับหลักการแล้วก็แนวทางของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมครับ ขอบคุณมากครับ