สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๑ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ รายชื่อสมาชิกที่ยื่นขอปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ มีดังต่อไปนี้

พรรคร่วมฝ่ายค้านท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ นายสำลี รักสุทธี นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นางสาวจิราพร สินธุไพร นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายกูเฮง ยาวอหะซัน นางสมหญิง บัวบุตร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายรังสรรค์ มณีรัตน์ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นางสาวธนพร โสมทองแดง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลนะครับ นายอันวาร์ สาและ นายระวี มาศฉมาดล นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข นายสรชัด สุจิตต์ นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายอิสสระ สมชัย นายสฤษดิ์ บุตรเนียร นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอเชิญคุณวันนิวัติครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายสุรทิน พิจารณ์ นิดหนึ่ง ท่านประธานครับ รายชื่อผมแทนหมอระวี มาศฉมาดล ปรากฏว่ามีรายชื่อหมอระวีอยู่ จะเปลี่ยนหมอระวีเป็นผม สุรทิน พิจารณ์ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ชื่อ ให้หน่อยนะครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผมขอหารือแทนท่านวันนิวัติครับ ซึ่งยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายวันนิวัติ สมบูรณ์

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ครับผม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปลี่ยนเป็น

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านด้วยหรือครับ เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้มีเรื่องที่จะ ปรึกษาหารือท่านประธานเนื่องจากได้ลงพื้นที่ช่วงหลังน้ำลดก็ได้พบปัญหาที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชน อำเภอดอนมดแดงต่อไปถึงอำเภอตระการพืชผล ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง สะพาน คสล. ข้ามแม่น้ำลำเซบก จากบ้านท่าเมือง หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านสะพือ หมู่ที่ ๖ ตำบลสะพือ อำเภอตระการพืชผล ซึ่งเป็นการสัญจรระหว่างพี่น้องชาวอำเภอดอนมดแดงไป อำเภอตระการพืชผล ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนได้ขนสินค้าพืชผลการเกษตรไปที่แหล่ง รับซื้อได้ใกล้เคียง และโครงการที่ ๒ ได้พบปะพี่น้องอำเภอศรีเมืองใหม่ก็ขอโครงการก่อสร้าง สะพานข้ามห้วยท่าแตงจากบ้านนาคำ ถึงบ้านทุ่งบุญ ถึงบ้านหนองเชือก ตำบลคำไหล อำเภอ ศรีเมืองใหม่ ซึ่งจะเป็นถนนเชื่อมสัญจรระหว่างศรีเมืองใหม่โขงเจียมเป็นสายยุทธศาสตร์ นอกจากนั้นแล้วท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนได้ฝากถามเกี่ยวกับเงินประกัน รายได้ที่จะจ่ายไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ตอนนี้เพิ่งได้ไร่ละ ๕๐๐ บาท อีก ๑,๕๐๐ บาทเมื่อไรจะได้ ส่วนค่าเกี่ยวข้าวปีนี้ทราบว่าไม่มีค่าเกี่ยวซึ่งมีความเห็นว่าอยากเกี่ยวก็เกี่ยว ไม่อยากเกี่ยว ก็แล้วไป พี่น้องก็ถามมาว่าจะได้หรือไม่ ส่วนต่างรายได้ซึ่งพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ปลูกข้าวเหนียว ซึ่งไม่ได้ส่วนต่างจาก การประกันรายได้เลย ปี ๒๕๖๓ ต่อปี ๒๕๖๔ จะทำอย่างไร จึงมีเรื่องฝากเรียนท่านประธาน ให้ช่วยได้แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำเกษตรกรรม ซึ่งในขณะนี้พืชผลทางการเกษตร ราคาตกต่ำทุกชนิดเลยนะครับ เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น จึงอยากจะได้ส่วนต่างรายได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรของพี่น้องประชาชนครับ ขอขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณสมาชิกนะครับ รักษาเวลา ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอันวาร์ สาและ ครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นาย อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเราเดินทางผ่านตรงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีม็อบ (Mob) ของประมงจาก ๒๒ จังหวัด มาเรียกร้องในเรื่องของความเดือดร้อนของเขา และตรงนั้นเอง ก็จะมีสมาชิกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบกันว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้มี ๕ จังหวัดที่มีพื้นที่อยู่ติดชายทะเล อาชีพหลักก็คือประมง อย่างไรขอฝากเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับว่า วันนี้ขอสินเชื่อพิเศษให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนด้วยครับ เพราะว่าในพื้นที่ตรงนี้มีปัญหาซ้ำซ้อนอยู่หลายเรื่อง ในเรื่องของความไม่สงบ เศรษฐกิจ ก็ย่ำแย่อยู่แล้วครับ และมาเจอกันภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในขณะนี้ และทำให้ในพื้นที่อยู่กัน ค่อนข้างจะยากลำบาก ผมอยากจะเรียกร้องให้ทางรัฐบาลช่วยไปดูแลยืดชีวิตของเขาในช่วงนี้ เพราะว่าเอาสินเชื่อพิเศษ ถ้าเป็นไปได้ขอสินเชื่อพิเศษที่ปราศจากดอกเบี้ย เพราะว่าคน ในพื้นที่ตรงนั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวมุสลิม ถ้าสมมุติว่าเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยก็ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นขอให้ท่านช่วยฝากเรื่องไปทางรัฐบาลว่าขอสินเชื่อพิเศษลงในพื้นที่ในเร็ววันนี้นะครับ แล้วก็ขอให้ดูในเรื่องของการจ้างงานในนิสิตที่เพิ่งจบใหม่ บัณฑิตต่าง ๆ ผมว่าอันนี้จะเป็น แนวทางหนึ่งที่จะช่วยเหลือให้พื้นที่ตรงนั้นมีเม็ดเงินกระจาย แล้วก็ความเป็นอยู่ในพื้นที่ดีขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากนะครับ ต่อไปนายสำลี รักสุทธี ครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายปดิพัทธ์ จะสลับกับท่านสำลีครับ ผมเบอร์ ๑๒ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเปลี่ยนสลับให้ เชิญเลยครับ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคต ใหม่ครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดพิษณุโลก ๓ ประการที่จะมาหารือกับสภา แห่งนี้นะครับ

ประการแรก ก็คือเรื่องของราคารับซื้อขยะที่ตกต่ำเป็นอย่างมาก ผมมีโอกาส ได้นำขยะที่ผมรวบรวมไว้จากที่บ้านแล้วก็จากโรงเรียนนำไปขาย ๑๖๔ กิโลกรัม ได้ราคามา แค่ ๑๖ บาท ตอนนี้ขยะที่เป็นกระดาษของเรากิโลกรัมละแค่ ๑๐ สตางค์เท่านั้นเอง สิ่งนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ เพราะว่ามันเกิดจากการนำเข้าขยะจำนวนมหาศาลจาก ต่างประเทศและสิ่งนี้จะเป็นปัญหาในระยะยาวเมื่อผู้รับซื้อขยะแล้วก็ซาเล้งที่เก็บขยะ ไม่สามารถที่จะขายสินค้าของตัวเองได้

ประการที่ ๒ ที่เป็นเรื่องตกต่ำเหมือนกันก็คือเรื่องของราคาผลผลิตพืชผัก ตอนนี้ผักคะน้าที่ตำบลบึงพระ จังหวัดพิษณุโลก กิโลกรัมละแค่ ๕ บาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็ มาจากการนำเข้าผักจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศเช่นเดียวกัน ถ้ารัฐบาลยังมีนโยบายการ นำเข้าโดยไม่มีทิศทางแบบนี้ สินค้าไม่ว่าจะเป็นผลผลิตพืชผักทางการเกษตร จนไปถึงขยะ จะถูกแทรกแซงทั้งหมด และจะทำให้เศรษฐกิจฐานรากนั้นพังได้นะครับ

ประการที่ ๓ คือเรื่องน้ำประปาคุณภาพต่ำที่เทศบาลนครจังหวัดพิษณุโลก ตำบลอรัญญิก แล้วก็ตำบลวัดจันทร์ เทศบาลแล้วก็ อบต. ต่าง ๆ พยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ว่าเรายังไม่ได้รับงบประมาณแล้วก็การบริหารจัดการที่ดีพอ อันนี้เป็นความเดือดร้อน ชาวจังหวัดพิษณุโลกเป็นอย่างมาก อยากให้มีการจัดสรรงบประมาณและมีการตรวจสอบ ประสิทธิภาพการดำเนินงานของตำบลดังกล่าวด้วยนะครับ

ประการสุดท้าย คือมลภาวะทางเสียงจากสถานบันเทิง สืบเนื่องมาจาก การจัดโซนนิ่ง (Zoning) ให้มีสถานบันเทิงไปอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่า มีสถานบันเทิงบางที่ที่มีมลภาวะทางเสียงและพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เป็นจำนวนมาก รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐยังไม่มีการเข้าไปตรวจสอบดำเนินงานอย่างจริงจัง ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ กระผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ชุมนุมที่ข้างกระทรวงศึกษาธิการ มีผู้ชุมนุมมาเรียกร้องความเป็นธรรมที่ข้าง กระทรวงศึกษาธิการประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน นายกรัฐมนตรีเมตตาเซ็นคำสั่งเพื่อ แก้ปัญหาทั้งหมดตั้งแต่ ครม. ประชุมเสร็จแล้วคือเที่ยงวันเมื่อวานนี้ ให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองประธานในการแก้ปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ พอลงมาแก้ปัญหาจริง ๆ แล้วให้พี่น้องกลับตั้งแต่บ่ายโมง นายกรัฐมนตรีบัญชาแล้วว่าให้กระทรวงคมนาคมขนพี่น้องกลับ แต่มาติดขัดที่ข้าราชการ ไม่มีรถมารับพี่น้องตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง ๒ ทุ่ม พอถึง ๒ ทุ่มเอารถมารับ รถก็เป็นรถบรรทุก สิ่งของมารับพี่น้อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดูในภาพครับ รถไม่มีเบาะนั่ง ท่านประธานครับ พอพี่น้องประชาชนจำนวนเรือนหมื่นขึ้นรถคันละ ๕๐-๖๐ คนขึ้นไปยัง ไม่ได้ออกจากกรุงเทพมหานคร เป็นลมอยู่ที่สวนจตุจักรเกือบ ๕๐ คนต้องขนลงจากรถอีก อันนี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งที่นายกรัฐมนตรีบัญชามาแล้ว ท่านเมตตา มาแล้ว ดูภาพข้างรถสิครับ เป็นรถที่เอารถราชการมารับพี่น้องกลับบ้าน แต่ปัญหามันเกิดขึ้น ครับ ฝากท่านประธานบอกไปที่รัฐบาลว่านี่คือความเดือดร้อนอย่างหนึ่งของพี่น้องประชาชน ที่มาเรียกร้องความเป็นธรรมข้างทำเนียบรัฐบาล ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมาจังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้ สืบเนื่อง จากที่ผมได้รับร้องเรียนเข้ามาว่า บริษัท น้ำตาลเอราวัณ จำกัด ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและทรัพยากรของประเทศชาติหลายอย่าง หลายประเด็น แต่ผมจะขอยกตัวอย่างให้ฟังสัก ๒-๓ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยโดยใช้ กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต แต่ไม่ได้มีมาตรการควบคุมฝุ่นหรือตะกอนที่เกิดจากการ เผาไหม้ ทำให้ฝุ่นหรือตะกอนฟุ้งกระจายอยู่เต็มพื้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งฝุ่นหรือตะกอนตัวนี้พี่น้องประชาชนของผมเขาจะเรียกว่า หิมะขาว

ประเด็นที่ ๒ ผมได้รับแจ้งเข้ามาว่าโรงงานแห่งนี้ยังสูบน้ำจากคลองสาธารณะ ไปใช้ในโรงงานทำให้พี่น้องเกษตรกรผู้อยู่ใต้คลองสาธารณะไม่มีน้ำที่จะใช้ในการ ทำการเกษตร สินค้าเกษตรล้มตายเสียหายเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาทเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ประเด็นที่ ๓ ขอภาพขึ้นเลยครับ ประเด็นนี้สำคัญมากครับ ผมได้รับแจ้งร้องเรียนเข้ามาว่าโรงงานแห่งนี้มีการแอบปล่อยน้ำ เสียลงคลองสาธารณะ ซึ่งภาพที่ท่านประธานเห็นอยู่นี้เป็นคลองห้วยอีเก้ง ซึ่งคลองห้วยอีเก้ง จะไหลลงสู่คลองลำพะเนียง คลองลำพะเนียงจะไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เป็นการทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ทำลายสิ่งแวดล้อมของประเทศชาติเป็นอย่างมาก กระผมจึงขอฝากปัญหาความเดือดร้อนและข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชนไปยังกระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรด ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการดำเนินงาน การดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชน และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศชาติของโรงงานแห่งนี้โดยด่วน ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนพดล แก้วสุพัฒน์

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอปรึกษาหารือต่อท่านประธาน ดังนี้

เรื่องที่ ๑ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งบ้านเรือนอาศัยและประกอบกิจการตามถนนชยางกูรช่วงสะพานห้วยแดง ถึงร้านขายสังฆทานด้านซ้ายมือจะเข้าจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีประปา หรือไม่มีท่อเมน (Main) ประปา จึงขอให้การประปาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ให้การประปาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันตอนนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มมีความเค็มจำนวนมากขึ้น ไปถึงจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนครปฐมทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวสวนผลไม้ไม่ว่าจะ เป็นทุเรียนหรือสวนกล้วยไม้ได้รับความเดือดร้อน กระทั่งมีความเค็มไปถึงจุดที่จะทำ น้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชนก็เค็มไปด้วย ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการมีมาตรการที่จะแก้ไขให้ชัดเจน เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก

เรื่องที่ ๓ เรื่องการจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่ง ไม่สอดคล้องพอเพียงกับภารกิจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะว่ามีเงินบางส่วน ที่เป็นเงินอุดหนุนทั่วไปที่มีเงื่อนไข เช่น เงิน อสม. เงินอาหารกลางวัน หรือเบี้ยยังชีพไปนับ รวมเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยทั้งที่เป็นรายการของรัฐบาลทำให้ท้องถิ่น ไม่สามารถดำเนินการตามภารกิจหรืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย สำนักงานกระจายอำนาจ หรือสำนักงบประมาณ ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกิตติชัยครับ

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ มีเรื่องนำเรียนปรึกษาหารือในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องแรก ปัญหาภัยแล้งในขณะนี้อำเภอเมืองและอำเภออื่น ๆ ของจังหวัด ฉะเชิงเทราเกิดปัญหาเรื่องน้ำแล้ง น้ำแห้งอย่างวิกฤต ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้องเกษตรกรไม่มีน้ำทำนา นาข้าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก น้ำดิบไม่เพียงพอต่อการ ผลิตน้ำประปา น้ำในการอุปโภคและบริโภคมีปริมาณน้อย ฝากทุก ๆ หน่วยงานดำเนินงาน แก้ไขปัญหาและวางแผนการแก้ไขปัญหาในอนาคตด้วยครับ

เรื่องต่อไป เรื่องตลิ่งพังเนื่องจากระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว จากปัญหาภัยแล้งจึงทำให้ตลิ่งริมคลองต่าง ๆ พังหรือทรุดตัวในหลายพื้นที่ เช่น ในอำเภอ เมืองฉะเชิงเทรา ตำบลวังตะเคียน ตำบลบางเตย ฝากถึงหน่วยงานราชการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้พ่อแม่พี่น้องด้วยครับ

ต่อไปเรื่องเงินชดเชยประกันราคาข้าวหรือเงินส่วนต่าง ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจำนวนมากจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ฝากความห่วงใยมาว่า หลายเดือนแล้วเงินจำนวนนี้ยังไม่ได้รับ ฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินงานแก้ไข ปัญหานี้ด้วยครับ

ต่อไปเรื่องสุนัขจรจัด เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างจำนวนมากจึงมีแคมป์ (Camp) คนงานจำนวนมากและหลายที่ เมื่อแคมป์ (Camp) คนงานย้ายที่ทิ้งสุนัขไว้ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย อาทิ เป็นอันตรายกับบุคคล ชุมชนทำให้เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะ รวมถึงการนำไปปล่อยที่วัดซึ่งเป็นภาระของพระสงฆ์ ฝากทุก ๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ในขณะที่พวกเรากำลังนั่งประชุมอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ วันนี้มีกลุ่มพี่น้องชาวประมง จากทั่วทั้งประเทศเดินทางมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะยื่นหนังสือและขอพบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวประมง ประเด็นที่พี่น้องชาวประมงถูกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมบังคับใช้ในการประกอบ อาชีพ ซึ่งกฎหมายที่ออกมาในบางข้อนั้นก็ต้องยอมรับครับว่ายังขาดการกลั่นกรอง การพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่นในเรื่องของบทการลงโทษที่มีความรุนแรงเกินไป ท่านทราบ หรือไม่ครับว่าโทษของกฎหมายประมงไทยวันนี้ต้องเรียกได้ว่ามีโทษรุนแรงที่สุดในบรรดา ประเทศใกล้เคียง ในบางข้อหาในบางเรื่องที่ทำผิดบางประเทศมีการปรับแค่หลักหมื่นบาท แต่กลับกันครับในประเทศไทยมีการปรับถึงหลักล้านบาท สิบล้านบาทไปจนถึงหลักร้อยล้านบาท นอกจากกฎหมายเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้วก็ยังมีกฎระเบียบที่ออกมาและกำลัง จะออกมาไม่จบสิ้นออกมาเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการบังคับในเรื่องการทำ ประกันสังคม การบังคับเครื่องติดตามเรือในเรือประมงขนาดเล็ก รวมไปถึงระเบียบการเติมน้ำมัน กลางทะเลผ่านฟลีตการ์ด (Fleet Card) ทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มภาระ ทางต้นทุนให้พี่น้องชาวประมงทั้งสิ้น และผมเชื่อว่าถ้าพี่น้องชาวประมงทำได้เขาก็พร้อมที่จะ ทำให้ แต่ก็ต้องบอกว่าวันนี้เป็นวันที่สาหัสจริง ๆ สำหรับพี่น้องชาวประมง ผมเองในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้มีการเร่งรัดช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้โดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวจิราพรครับ

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก เกี่ยวกับการปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ช่วงค่ะ ช่วงที่ ๑ จากตัวเมืองจังหวัดร้อยเอ็ดถึงบ้านยางเฌอ ตำบลขี้เหล็ก อำเภอ อาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร เส้นทางนี้ปัจจุบันได้รับการ ขยายช่องทางจราจรแล้วก็ขยายไหล่ทางเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ปรากฏว่าช่วงที่ ๒ จากบ้านยางเฌอ ดังกล่าวถึงบ้านโปง ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางทั้งหมดประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงถนนค่ะ เส้นทางนี้ผ่านหลายตำบลไม่ว่าจะเป็น ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ ผ่านไปยังสี่แยกบ้านโนนชัยศรี ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพรไปจนถึงบ้านโปง ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดศรีสะเกษ แต่ปัจจุบันช่องจราจรมีเพียง ๒ เลน (Lane) แล้วก็ไหล่ทางแคบมากรถเล็กสัญจรลำบากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอฝากท่าน ประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการขยายช่อง จราจรย่านชุมชนจาก ๒ เลน (Lane) เป็น ๔ เลน (Lane) และขยายไหล่ทาง ๒ ข้างจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนและยังเป็นการส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวค่ะ

เรื่องที่ ๒ เป็นประเด็นการพัฒนาลำน้ำเสียวระยะทาง ๒๔๕ กิโลเมตร ซึ่งผ่านทั้งหมด ๔ จังหวัด ๑๖ อำเภอ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ในจังหวัดร้อยเอ็ด ในอำเภอที่ดิฉันดูแล คืออำเภอพนมไพร อำเภอโพนทราย และอำเภอหนองฮี ประสบปัญหาซ้ำซากทุกปีค่ะ ในช่วงน้ำหลากก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมแล้วก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาลำน้ำเสียวเชิงบูรณาการอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในระยะยาว ให้พี่น้องสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดตาก วันนี้ผมมีเรื่องนำเรียน หารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง คือเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าในการพัฒนาฝากไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากมีระเบียบที่ต้องให้หน่วยงาน ต่าง ๆ ที่จะทำการพัฒนาหรือก่อสร้างต่าง ๆ ในโครงสร้างพื้นฐานจะต้องขออนุญาตเจ้าของ พื้นที่ก่อน ในพื้นที่จังหวัดตากโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตผม ส่วนใหญ่ จะเป็นป่าไม้หมด พื้นที่ทั้ง อบต. ทั้งเทศบาลจะมีพื้นที่อยู่ในป่าไม้การจะทำถนนหนทาง ต่าง ๆ สิ่งก่อสร้างประปาอะไรต่าง ๆ ต้องขออนุญาตป่าไม้หมด แต่การขออนุญาตป่าไม้ ที่ผ่านมามันใช้เวลานานมาก ผมก็ได้พูดในสภาไปรอบหนึ่งแล้ว ใช้เวลาบางแห่ง ๒ ปี ยังไม่ได้ รับอนุมัติทำให้เงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่จะใช้ไม่สามารถใช้ได้ ที่ผมพูดทุกครั้งชาวบ้านที่อยู่บนดอย บนภูเขา เขาก็ด้อยโอกาสอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอกฎหมาย อันนี้อีกอันหนึ่งก็ทำให้การพัฒนาของท้องถิ่นช้ามากเงินก็ตกกลายเป็นเงินสะสม พอสะสม รัฐให้ใช้ก็ไม่ได้ใช้อีก โดยเฉพาะมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือสำนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วนใหญ่จะมีงบประมาณลงพื้นที่เยอะมากแต่ก็ไปติดที่ป่าไม้นี่ล่ะครับ การขออนุญาต ก็ทำไปได้ช้ามากกว่าจะอนุมัติมางบก็ตกไปอีกทำให้มีปัญหามากนะครับ ถ้าจะให้แก้ไขปัญหา เร่งรัดในเรื่องด่วนตอนนี้ผมอยากจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้หน่วยงานของท่านที่อยู่ภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานป่าไม้ สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติให้จะเป็นการดีที่สุดแล้ว ก็รวดเร็วตรงกับความต้องการของประชาชนโดยเร่งด่วน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรณีผลกระทบชาวเลชาวไทยพลัดถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ ในเขตอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปี ๒๕๖๒ ที่ออกโดยคณะ คสช. พื้นที่หลาย ๆ พื้นที่โดยเฉพาะที่เกาะตาครุฑ เกาะเหลา เกาะช้าง และเกาะทรายดำ ในพื้นที่จังหวัดระนองยังมีกลุ่มชาวไทยพลัดถิ่นชาวเลที่ยังไม่มี บัตรประชาชน ซึ่งก็จะเป็นอุปสรรคต่อการขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองที่ดินและ ผู้เก็บผลประโยชน์ในเขตอุทยาน ซึ่งปัจจุบันก็ยังโดนฟ้องคดีเป็นบางรายด้วยซ้ำทุกเกาะ ที่กฎหมายให้เก็บหาประโยชน์แล้วก็อาจทำประมงได้ ๒๐ ปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ เหมือนกับการขับไล่ชุมชนท้องถิ่นให้ออกจาก ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นการยุติธรรมเป็นข้อกังวลของชาวไทยพลัดถิ่น และชาวเลนะครับ ในเขตอุทยานแห่งชาติก็มีข้อเสนอแนะว่าให้ชุมชนได้สามารถจัดการ ร่วมกันโดยใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายได้ของผู้เข้าไปในเขตอุทยานซึ่งตามกฎหมายให้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์สำหรับท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่าน มาในจังหวัดกระบี่อุทยานแห่งชาติมีการเปิดเผยข้อมูลแล้วว่าที่ผ่านมา ๖๐๐ ล้านบาทต่อปี ใบอนุญาตต่าง ๆ ที่อุทยานออกเอง แล้วก็ไม่นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน อันนี้ เป็นความอัปยศอย่างยิ่งเลยนะครับที่การออกกฎหมายไม่แฟร์ (Fair) ฝากเรียนท่านประธาน หารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสรชัด สุจิตต์ครับ

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ ผมมีเรื่องหารือทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกก็คือ เรื่องเกษตรกรในสวนมะม่วง ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสนามคลี ประมาณ ๑๗,๘๑๕ ไร่ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดส่งน้ำในคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ซึ่งรอบของเขาจะได้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ในปัจจุบันยังไม่ได้น้ำเลย และตอนนี้สวนมะม่วง ก็เกิดความเดือดร้อน อย่างน้อยตอนนี้ก็คือ ๓,๗๐๐ กว่าไร่ที่กำลังกระทบโดยที่ไม่มีน้ำเลย ตอนนี้เกษตรกรช่วยเหลือตัวเองโดยการสูบน้ำจากบึงลาดน้ำเตียนผ่านคลอง ร.๗ สูบน้ำ ประมาณ ๔-๕ ต่อ มีค่าใช้จ่ายในการสูบประมาณชั่วโมงละ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ บาท อันนี้ ด้วยความเดือดร้อนก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ช่วยจัดหาน้ำส่งช่วยเหลือเกษตรกร สวนมะม่วงให้ด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องถัดไปจะเป็นเรื่องของระบบน้ำประปาของตำบลสวนแตง ซึ่งน้ำประปาแห่งนี้จะใช้ทั้งหมด ๕ ตำบลใน ๒ อำเภอ ก็คือ ตำบลสวนแตง ตำบลศาลาขาว ตำบลบางกุ้ง และตำบลดอนโพธิ์ทองของอำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอ บางปลาม้าในตำบลวังน้ำเย็น ซึ่งมีผู้ใช้น้ำอยู่ประมาณ ๓,๘๙๙ ครัวเรือน ซึ่งน้ำดิบตรงนี้ ไม่พอเพียง ซึ่งเหลือน้ำดิบอยู่ประมาณไม่เกิน ๒๐ วัน ซึ่งถ้าเกิดได้รับการสนับสนุนจัดส่งน้ำ จากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยาได้ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของการใช้น้ำ ของประชาชนได้

ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ก็คือพยาบาลของ โรงพยาบาลสามชุกซึ่งมีที่พักอาศัยในหอพักของโรงพยาบาลอยู่กันอย่างแออัด ๔-๕ คน มาอย่างยาวนานแล้ว การพักผ่อนของบุคลากรเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการที่จะดูแล รักษาพยาบาลให้กับพี่น้องประชาชนก็ขอความอนุเคราะห์ไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยดูแลในเรื่อง สวัสดิภาพของพยาบาลด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาล ๓ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร เนื่องจากว่า ขณะนี้พี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษนั้นได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าขยายเขต เพื่อการเกษตรมาก เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องไฟฟ้าให้กับพี่น้อง เกษตรกร โดยจัดสรรงบประมาณให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นได้แก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนได้ทั่วถึง ยกตัวอย่างเช่น ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง ทั้งหมด ๑๐ หมู่บ้าน ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนและบ้านหนองใหญ่-ตาไทย ตำบลศรีโนนงาม อำเภอ ศรีรัตนะและอีกหลาย ๆ หมู่บ้าน ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นอาจจะส่งให้กับทางท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องถนนเนื่องจากผมได้หารือในสภาแห่งนี้ หลายครั้ง เรื่องถนนจากบ้านจันทร์บัวถึงบ้านกระหวัน ตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะ ครั้งแรกว่าอยู่ในความดูแลของโยธาธิการจังหวัดไปประสานงานแล้วโยธาธิการจังหวัด บอกว่าเป็นของ อบจ. คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประสานกันไปประสานกันมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรับผิดชอบผู้ที่เดือดร้อนคือพี่น้องประชาชน และอีกเส้นทางหนึ่ง คือเส้นทางถนนบ้านกุดผักหนาม ตำบลหนองฮางไปยังบ้านเขวาธะนัง ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ขณะนี้ได้รับความเสียหายมาก เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้เรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแล

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ข้อขัดแย้งระหว่างนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกับ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว อำเภอศรีรัตนะได้ขัดแย้งกันมานานแล้วได้ร้องเรียนมา ๓ ปีเกือบ ๔ ปีแล้วยังไม่ดำเนินการแก้ไข จึงเป็นปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและ การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเสื่องข้าว กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ครับ

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ฝากไปยังกรมทางหลวงให้ช่วยดำเนินการก่อสร้างขยายถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๐๙ จากซอยบึงขุนทะเล อำเภอเมืองไปยังอำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากที่จะขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งถนนเส้นนี้ยังใช้เป็นเส้นทางในการเชื่อมโยงไป ยังแหล่งท่องเที่ยวของอ่าวไทยแล้วก็อันดามันนะครับ ซึ่งการสัญจรไปมาของถนนเส้นนี้สูงถึง ๑๖,๙๙๔ คันต่อวัน จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการด้วยค่ะ

เรื่องต่อมาให้ช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการขยายถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๑๕ จากอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปยังอำเภอฉวาง จังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งผ่านบ้านพรุกระแชงแล้วก็บ้านห้วยปริกถนนเส้นนี้สร้างมาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี แล้วก็ถนนมีขนาดเล็กการสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบากจึงอยากให้ขยาย ช่องทางจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ถนนเส้นนี้ชาวบ้านใช้ในการเดินทางไปยัง สถานีรถไฟแล้วก็ใช้ในการลำเลียงพืชผลทางการเกษตร จึงอยากฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงอยากฝาก ขอบคุณท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ทำให้ราคาปาล์ม สูงถึง ๔ บาทกว่าแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาทุกข์ใจอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของราคายาง จึงอยาก ฝากนำเรียนประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมมีเรื่องหารืออยู่เรื่องเดียวเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดที่เขาตะเว ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสในพื้นที่ผม ถ้าตามข่าวที่ได้ฟังมาก็คือว่ามีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ทหารกับโจรก่อการร้ายบนเขาตะเวและมีผู้เสียชีวิต ๓ ท่านเป็นชาวบ้าน แต่ความเป็นจริง เมื่อเข้าไปสำรวจในพื้นที่กลับกลายเป็นว่าพบแต่เลื่อยยนต์เครื่องเดียวแล้วก็มีผู้เสียชีวิตอยู่ ๓ ท่าน ตอนหลังสรุปว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นการผิดพลาดในการทำหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่รัฐ แล้วเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ ได้ลงไปในพื้นที่ได้ไปตรวจพื้นที่ด้วยตัวเองก็ยอมรับว่า ผู้ที่เสียชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเป็นชาวบ้านเป็นผู้คนที่หากินอยู่ตามเขา เก็บของป่า แล้ววันนั้น พอดีไปเลื่อยไม้แค่จะเอาไม้มาแต่งที่พักหรือว่าซ่อมแซมบ้านพักตัวเองแค่นั้นเอง แล้วก็วันนี้ชาวบ้านได้ขอเรียกร้องว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้วทางรัฐจะมีความรับผิดชอบ อย่างไร

ข้อที่ ๑ ขอเรียกร้องว่าให้เอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ให้แสดงให้เห็นถึง หลักนิติธรรมความเสมอภาคในหลักนิติธรรมในพื้นที่

ข้อที่ ๒ ขอเยียวยาผู้เสียชีวิตตามกฎระเบียบของ กพต. ที่ให้สิทธิผู้เยียวยาได้ เพื่อผู้ตายจะได้รับความสำคัญ ได้รับความเห็นใจ

ข้อที่ ๓ ที่สำคัญที่สุดก็คือชีวิตที่เสียไปในวันนั้นที่สำคัญนะครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอกำชับเลยให้รัฐบาลได้ทราบว่าเมื่อเกิดการเสียชีวิตอย่างนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับแรกขอให้ญาติสามารถนำศพเขาไปบำเพ็ญบุญตามศาสนานะครับ ไปทำพิธีทางศาสนาก่อน ๒๔ ชั่วโมง เราจะมีปัญหามาตลอดครับเรื่องนี้ เมื่อวานก็มีชาวบ้าน ออกมาชุมชนกันในเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขอหารือต่อท่านประธานเรื่องการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว ป่าคลองเกาะสุย ตำบลบางริ้น ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัด ระนองซึ่งทั้งหมดมีแปลง ๒๔๒ ไร่ แปลง ๒๒๔ ไร่ และแปลง ๑๗ ไร่ รวมทั้งหมด ๔๘๔ ไร่ เดิมกรมป่าไม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองและ เทศบาลเมืองระนองเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจัดที่ดินราษฎรเข้าอยู่อาศัยและ จัดให้เป็นย่านการค้าและอุตสาหกรรมเพื่อจัดทำเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ต่อมาปี ๒๕๓๙ ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ติดอยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ให้ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วสภาพที่นี้ทั้งหมด ป่าชายเลนไม่ได้เป็นอย่างที่ว่าไว้นะครับ ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปพัฒนา ในระบบสาธารณูปโภคได้ ในส่วนนี้เรื่องที่ดินนี้ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณา โดยมีท่านอธิบดี กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาดูแลและแก้ไขในส่วนนี้ร่วมกับ ท่านผู้ว่าราชการการจังหวัดระนองที่มีมติที่ประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๒ ดังนี้

๑. ให้คณะทำงานเห็นชอบแนวทางการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ให้ออกเป็นกฎกระทรวงพร้อมทั้งส่งมอบพื้นที่ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลต่อไป

๒. ให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าดำเนินการปรับปรุงเขตป่าชายเลน โดยตัดพื้นที่ออก ๔๘๔ ไร่ ออกจากเขตป่าตามมติ ครม. กระผมถึงขอฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโปรดช่วยดูแลพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระนอง ต่อไป ขอกราบขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสมหญิง บัวบุตร ครับ

นางสมหญิง บัวบุตร อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอนำปัญหาของพี่น้องประชาชน นำเรียนผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลเกี่ยวกับ เรื่องน้ำท่วม พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังไม่ได้รับการเยียวยา โดยเฉพาะ พี่น้องจังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอหัวตะพาน อำเภอเมืองส่วนหนึ่งในบางรายประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ น้ำท่วมถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ข้าวไม่มีจะกินแล้ว และไม่มีที่จะซื้อ เนื่องจากว่าพี่น้องอยู่ใกล้กันเขาก็ต้องการนำข้าวมาขายให้กับพี่น้องที่น้ำท่วม ตอนนี้เขารอ ไม่ไหวแล้วเขาต้องนำข้าวไปขายให้โรงสี ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตอนนี้ ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชนได้นำสิทธิที่จะได้จากรัฐบาลบอกว่าไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท นำสิทธิตรงนั้นไปขายเพื่อจะนำเงินไปซื้อข้าวกิน ตอนนี้พี่น้องประชาชนนั่งจับกลุ่มกันเป็น กลุ่ม ๆ เขาพูดว่าอย่างไรคะ ท่านประธานขอให้รัฐบาลเลิกเรื่อง ส.ป.ก. ที่ป่าสงวนก่อน มาช่วยเขาก่อนได้ไหมเขาจะตายแล้ว นั่นเป็นความเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคนจนไม่มีเงินก็ยังทนได้ แต่ถ้าคนจนไม่มีข้าวจะกินมันเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์ ที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่ดูแลในเรื่องนี้ พี่น้องประชาชนหลายคนได้มาร้องเรียน ได้มาขอร้อง หยิบยืมเงินเพื่อจะไปซื้อข้าวก่อนตอนนี้ข้าวที่โรงสีมันก็ราคาแพงมากแล้ว แต่พออยู่กับ ชาวบ้านนี่มันไม่มีราคา ความเดือดร้อนเรื่องนี้ฝากท่านประธานได้ประสานงานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐบาลทุกท่านได้ให้ความเอาใจใส่ให้ความสนใจกับปัญหาเรื่องนี้ค่ะ กราบขอบคุณ ท่านประธานค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องจะหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ตามที่ได้เกิดอุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อเดือนสิงหาคมถึง เดือนตุลาคมปีนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายทุกตำบล รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณให้ตำบลละ ๕ ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำท่วม ทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลที่ประสบภัยพิบัติและทำโครงการเสนอ เข้ามาแล้ว แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินงบประมาณให้ดำเนินการ ประชาชนเดือดร้อนมาก ขอให้กระผมแจ้งให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดอนุมัติเงินงบประมาณเพื่อให้ดำเนินการต่อไปด้วย

เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากนายกิติศักดิ์ พ้นภัย อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัด ศรีสะเกษ ว่าอ่างเก็บน้ำห้วยตามายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เก็บน้ำได้ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ประชาชนในเขตอำเภอกันทรลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอน้ำเกลี้ยง และ อำเภอโนนคูณน้อย รวม ๕ อำเภอ ในจังหวัดศรีสะเกษได้อาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เพื่อ อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ตลอดปี แต่ปัจจุบันนี้อ่างเก็บน้ำตื้นเขิน บางพื้นที่ กลายเป็นทุ่งหญ้าทำให้ไม่มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง ประชาชนทั้ง ๕ อำเภอต้องการให้ กรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยตามายเพื่อให้ ประชนชนทั้ง ๕ อำเภอได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดปีต่อไป

เรื่องที่ ๓ กระผมได้รับแจ้งจากนายภูมิสิทธิ์ มาประจง ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัด บุรีรัมย์ ว่าอ่างเก็บน้ำเวียลเวงที่ตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนใน ตำบลไพศาลกว่า ๘๐๐ ครอบครัวได้อาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค และมีพื้นที่ทำการเกษตรกว่า ๔,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันในฤดูแล้งน้ำในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้แห้งขอด ไม่มีน้ำใช้ได้ตลอดปีเนื่องจากตื้นเขิน ประชาชนตำบลไพศาลต้องการให้กรมชลประทานหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขุดลอกอ่างเก็บน้ำเวียลเวงเพื่อให้ประชาชนในตำบลภาคอีสาน ได้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปีต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันนี้ผมมีปัญหาในเขตบางแค ๒ เรื่องที่อยากจะนำมา ปรึกษาหารือกับท่านประธาน ดังต่อไปนี้

ในประเด็นปัญหาข้อแรกเกี่ยวกับเรื่องของการย้ายตลาดบางแคไปยังตลาด แห่งใหม่ ผมอยากจะให้ท่านประธานทำหนังสือส่งตรงไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ท่านพิจารณาเว้นการเก็บค่าเช่าแผงลอยเป็นการลดภาระให้กับทางพ่อค้าแม่ขาย ในช่วงระยะแรกเริ่มของการย้ายตลาด เนื่องจากว่าพวกเขาอาจจะยังมีรายได้ที่ยังไม่แน่นอน

ในประเด็นส่วนที่ ๒ นั้น ก็คือในเรื่องของบ่อนรับแทงบอลและบ่อนการพนัน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศไม่เว้นแต่ในเขตบางแคของกระผม ซึ่งผมได้รับแจ้งเรื่อง ร้องทุกข์ผ่านมายังทีมงานจากน้องที่เป็นวัยรุ่นในพื้นที่ เนื่องจากเขากำลังมีปัญหา ในครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวติดการพนันอย่างหนักเขาหันไปที่ไหนก็ไม่มีที่พึ่ง แจ้งไปทางสำนักนายกรัฐมนตรีก็แล้ว หรือแจ้งไปทางสื่อมวลชนมีการลงข่าวในหน้า หนังสือพิมพ์ก็แล้วแต่เรื่องก็ยังเงียบอยู่ ซึ่งผมได้ทำการประสานงานไปยัง สน. ในพื้นที่แล้ว แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่าทางเจ้าหน้าที่เองก็อาจจะยังทำอะไรไม่ได้มากนัก ได้แต่ขอว่าให้ ส.ส. เต้นแต่พองามแล้วกัน ท่านประธานฟังประโยคนี้แล้วรู้สึกอย่างไรครับ ผมทราบดีว่า ปัญหาลักษณะนี้ถ้าเราไม่แก้ที่โครงสร้างหรือไม่แก้ที่กฎหมายก็คงจับแล้วเดี๋ยวก็กลับมาอีก แต่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรไม่ได้ถืออำนาจฝ่ายบริหาร ไม่ได้ถืออำนาจตุลาการ ทำเรื่องนี้โดยตรงไม่ได้ แต่พวกเราทรงสิทธิในอำนาจนิติบัญญัติ ผมอยากยืนยันครับพวกเรา สามารถพูดในสิ่งที่ถูกต้องในรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ อยากจะให้ท่านประธานทำหนังสือ ส่งตรงไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รีบเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเร็ว เพราะแม้แต่น้องวัยรุ่นเด็กธรรมดาคนนี้ยังรู้เลยว่าบ่อนนี้ตั้งอยู่ห่างจาก สน. แห่งนี้ ไม่เกิน ๒ กิโลเมตร แล้วทำไมตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงจะไม่รู้เรื่อง พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเจอความอยุติธรรมในสังคมพวกเราจะไม่ถอยและไม่ทนครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือทั้งในเรื่องของโครงการจัดสรร ที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล หรือ คทช. ซึ่งเริ่มมีนโยบายมาตั้งแต่สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ของท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ประชาชนผู้ยากไร้มีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย มีความมั่นคงสร้างอาชีพ มีรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาหนี้สิน สอดคล้องกับ นโยบายแนวทางยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี บัดนี้บ้านโนนฝาว ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับจัดสรรที่ดินประมาณ ๖๙ ไร่ แบ่งเป็นให้เกษตรกร ๔๑ ราย นำโดย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล และท่านนายอำเภอวัลลภ ประวัติวงศ์ ชาวบ้านโนนฝาวได้ร่วมกับสมาชิกนำโดยนายธเนศ ยังจิตร ร่วมกันคิดแนวทางสร้างชุมชน ในแนวใหม่จากแนวความคิดของธนาคารเวลาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันลงแขกลงแรง ช่วยกันสร้างเองประหยัดค่าใช้จ่ายโดยนำแนวความคิดจากธนาคารกรามีนประเทศ บังกลาเทศ นักพัฒนาเพื่อคนจนมาสร้างทฤษฎีและนำทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ร่วมกันสร้างบ้านประหยัด ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท บัดนี้ประชาชนได้สร้างบ้านแล้ว แต่ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลให้เร่งออกบ้านเลขที่ทุกบ้าน

๒. เพื่อนำไปให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกบินทร์บุรีได้ขยายเขตการไฟฟ้า ต่อไป อีกทั้งให้สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสหกรณ์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดมาให้ ความรู้ความอ่านกับชาวบ้านเพื่อจะได้มีความรู้ในการทำการเกษตรอย่างประหยัด ถูกต้อง และยั่งยืนต่อไป เพื่อเป็นแนวความคิดในโนนฝาวโมเดล (Model) นำการศึกษามาพัฒนา คุณภาพชีวิตเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย เนื่องจากผม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกนาวี ศรีวิจี๋ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงแก้ว ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ว่าเนื่องจากฝายลุงวงค์หรือฝายแม่เทยซึ่งได้ก่อสร้างมา ประมาณ ๓๗ ปี และปี ๒๕๖๑ ได้พังทลายลง ทาง อบต. ได้เสนอโครงการของบกลางกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจรองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ประจำปี ๒๕๖๓ จำนวน ๒,๕๑๔,๘๐๐ บาท ดังนั้นจึงขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยว่า การพิจารณาและอนุเคราะห์อนุมัติงบประมาณดังกล่าวด้วยครับ

๒. องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงแก้วได้ทำโครงการปรับปรุงและพัฒนา แหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรลำห้วยแม่เทย บ้านแม่เทยพัฒนา หมู่ที่ ๑๔ ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ความจุไม่น้อยกว่า ๖,๗๙๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ขอสนับสนุน งบเฉพาะกิจปรับปรุงแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปี ๒๕๖๒ จนบัดนี้ ผ่านมา ๑ ปีแล้วยังไม่ได้รับงบสนับสนุน จึงขอท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่นช่วยอนุมัติงบประมาณดังกล่าวด้วย

๓. อบต. เวียงแก้วได้ขอสนับสนุนงบเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำ บริเวณบ้านสว่างวงศ์พัฒนา หมู่ที่ ๑๕ ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ความกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๗๐๐ เมตร ลึก ๓.๕๐ เมตร มูลค่า ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้ของบประมาณ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในปีนี้ ปี ๒๕๖๓ ดังนั้นจึงขอท่านประธานผ่านไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้อนุมัติงบประมาณดังกล่าวด้วย แล้วขออนุญาตส่งเอกสาร ประกอบการหารือ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวฐิติภัสร์ เชิญเลยครับ

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่กำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง เกี่ยวกับ ไฟฟ้าแสงสว่างในที่สาธารณะภายในพื้นที่เขตบางกะปิ วังทองหลาง มีการดับกว่า ๑๖ จุด ซึ่งดิฉันได้ขอนำส่งรายละเอียดเป็นเอกสารเสนอผ่านไปยังท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว ขอขอบพระคุณท่าน ผอ.เดชา ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตบางกะปิที่ได้ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม ไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณถนนหัวหมากเป็นที่เรียบร้อยเป็นอย่างดีค่ะ นอกจากนี้ดิฉันขอนำเรียน หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ในฐานะที่กำกับดูแลการเคหะแห่งชาติให้ท่านได้โปรดพิจารณาจัดสรรหา งบประมาณเพื่อซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณโดยรอบพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่นทั้ง ๓๐ อาคารชุด เพราะปัจจุบันไฟฟ้าแสงสว่างซึ่งอยู่ภายในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ ดับเป็นจำนวนมาก เมื่อสอบถามไปยังการเคหะแห่งชาติก็ทราบว่าการเคหะแห่งชาติไม่มีงบประมาณดูแลในด้าน สาธารณูปโภคหรือที่มีอยู่ก็น้อยมาก หากทางรัฐบาลหรือสำนักงบประมาณไม่ได้จัดสรร งบประมาณให้กับการเคหะแห่งชาติในการดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นไปได้หรือไม่ที่การเคหะแห่งชาติจะกันเงินรายได้จากการเก็บค่าจัดประโยชน์ประมาณ อย่างน้อย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้ใช้เงินจำนวนนั้นเข้าไปดำเนินการ ในการบริหารจัดการดูแลระบบสาธารณูปโภคและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เอง ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสำลี รักสุทธี ครับ

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมได้รับปัญหาจากพี่น้องบ้านดู่ บ้านบัว ตำบลหนองแวง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ดว่าได้รับผลกระทบจากการสร้างสะพาน เลี่ยงเมืองหรือถนนบายพาส (Bypass) รอบเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งการสร้างถนนนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การสร้างถนนดังกล่าวไปกั้นทางเดินของน้ำทำให้น้ำท่วมทุกปี ส่งผลให้ข้าวกล้าของพี่น้อง ที่ปักดำไว้นั้นได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากครับ พี่น้องที่ทำนาไม่ได้รับการเก็บเกี่ยว อันนี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องอย่างแสนสาหัสแล้วก็เป็นภาระแก่รัฐบาลต้องชดเชย ค่าเสียหายทุกปีตลอดมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผมได้รับคำแนะนำจากนายไสว สุทธิประภา ชาวบ้านที่ได้พบเห็นปัญหาอย่างซ้ำซากว่าควรจะแก้ไขด้วยการเปิดถนนแล้วก็สร้างสะพาน หรือบอกซ์คัลเวิร์ต (Box culverts) เพื่อให้เป็นทางระบายน้ำให้น้ำได้เดินได้สะดวกแล้วน้ำก็จะ ไม่ท่วมอีกต่อไปนะครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้ส่งผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ได้ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

กราบสวัสดีค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย และเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องอาคารสูงในกรุงเทพมหานครนะคะ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะ ล่าสุดที่บริเวณสุขุมวิท ๑๘ ซึ่งจะมีการสร้างคอนโดขนาด ๕๓ ชั้น จำนวน ๒ ตึกด้วยกันนะคะ ท่านทราบหรือไม่ว่าโครงการที่ผ่านการพิจารณาอีไอเอ (EIA) จาก คชก. กทม. ได้รับ การอนุมัติโครงการอีไอเอ (EIA) ทั้งสิ้น ๓๓๔ โครงการทั่วกรุงเทพมหานครภายในระยะเวลา ๓ ปีเท่านั้นค่ะ คือปี ๒๕๖๐-๒๕๖๒ และเขตวัฒนาของดิฉันขึ้นอันดับ ๑ ที่ได้ผ่าน การพิจารณาอีไอเอ (EIA) จำนวน ๔๑ โครงการด้วยกัน และเขตคลองเตยติดอันดับ ๓ ค่ะ คือ ๓๐ โครงการ ท่านประธานคะ ท่านประธานคงทราบดีว่าไม่มีใครที่อยากจะมีบ้านที่อยู่ ใกล้กับการก่อสร้างอาคารสูง ซึ่งต้องบอกว่าปัญหาที่จะตามมามากมายนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการก่อสร้างที่สร้างความสั่นสะเทือนและทำให้บ้านทรุด แม้กระทั่งฝุ่น เสียง การจราจร รวมไปถึงวัสดุที่ตกหล่นใส่บ้านเรือน แถมเวลาสร้างเสร็จแล้วยังบดบังแสงแดด และทิศทางลม และที่สำคัญที่สุด ปัญหาที่ตามมาก็คือในเรื่องของการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่มีไว้ไม่ได้รองรับกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างเช่น ท่อระบายน้ำอาจจะเล็กเกินไป ถ้ามีคนจำนวนมากเป็นพันคนที่มาอาศัยอยู่บริเวณนั้น แน่นอนที่สุดปัญหาตามมาแน่นอนนะคะ ท่านประธานดิฉันเองอยากจะหาทางออกว่าเรา ควรจะต้องมาเริ่มต้นแก้ปัญหาที่ต้นตอก็คือในเรื่องของ พ.ร.บ. ผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในเร็ววันนี้ แล้วก็ พ.ร.บ. ผังเมืองชุดใหม่นี้จะเปิดทางให้กับ ประชาชนและเจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถที่จะมาจัดทำผังเมืองเฉพาะได้ เช่น เขตไหน ที่มีอาคารสูงมากเกินแล้วก็ควรจะหยุดหรือชะลอก็ให้กระจายความเจริญไปยังเขตอื่น ๆ ดิฉัน ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรุงเทพมหานครร่วมกันหาทางออกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนคนเมืองนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวุฒิชัย กิตติธเนศวร ครับ

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นครนายก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคเพื่อไทย กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครนายก มาหารือท่านประธานสภาจำนวน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยซ่อมแซมถนนสายเส้นทางเลี่ยงเมือง นครนายก เริ่มจากสี่แยกช้างไปยังสามแยกเจริญผลระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถนนสายนี้ถือว่าเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากเส้นทางหนึ่ง เป็นเส้นทางที่ผ่านไป ยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกและยังเป็นเส้นทางที่ใช้ผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยว ต่าง ๆ ในจังหวัดนครนายกไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง น้ำตกวังตะไคร้ และ เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นต้น มีรถราใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมากปัจจุบันเส้นทางนี้ได้ ชำรุดเสียหายมากเกือบตลอดเส้นทาง

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินช่วยดำเนินการขยายถนนเส้นทางจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร โดยเริ่มจากสี่แยกสามสาวไปยังอำเภอบ้านสร้าง ระยะทาง ประมาณ ๒๖ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นถนน ๒ ช่องทางจราจร ถนนสายนี้เป็นถนนที่มี ความสำคัญมากเส้นทางหนึ่งใช้เป็นถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดนครนายกกับจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออก เป็นถนนที่มีรถราใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมากมักเกิด อุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งทำให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก ในแต่ละปี ขอให้ท่านประธานสภาทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเพียง เรื่องเดียว แต่ขอแบ่งเป็น ๓ ประเด็นครับ ในเรื่องของปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ ทางการศึกษาในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งในพื้นที่อำเภอสัตหีบของผม มีสถานศึกษาจำนวนมากถึง ๓๘ สถานศึกษานะครับ

ประเด็นแรก สถานศึกษาของเราขาดสื่อเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น ในจำนวนนักเรียน ๑ ห้องมีจำนวน ๕๐ คน เรามีจำนวน เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงแค่ ๒๐-๒๕ เครื่องเท่านั้น เพราะฉะนั้นจำนวนนักเรียนคือ ๒ คน ต่อ ๑ เครื่อง แย่ไปกว่านั้นครับท่านประธาน ในบางเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นซอฟต์แวร์ (Software) หรือโปรแกรม (Program) ต่าง ๆ มีความล้าสมัยนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าสตีฟ จอบส์ยังอยู่ก็คงอัปเกรด (Upgrade) ไม่ได้ อันนี้คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ คือสื่อการเรียนการสอนรายวิชาของระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษา ซึ่งไม่มีงบประมาณในการสนับสนุนให้กับสถานศึกษาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ เป็นสื่อการเรียนการสอนโดยข้าราชการครูเป็นผู้กระทำเอง ซึ่งไม่มีความคงทน ๒-๓ เดือน ก็ชำรุดและเสียหาย

ประเด็นที่ ๓ สื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัยหรืออนุบาล ยกตัวอย่าง เช่น สื่อมอนเตสซอรี (Montessori) ซึ่งมีราคาแพงมาก ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ของผม มีประมาณ ๗-๘ แห่ง มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่มีสื่อมอนเตสซอรี (Montessori) อย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในพื้นที่อำเภอสัตหีบซึ่งเป็นพื้นที่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในประเทศ สิ่งนี้เอง เราจะป้อนทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้สู่ ๑๒ อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพราะฉะนั้นผมอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ แม้ว่าทรัพยากรมนุษย์จะพัฒนาเห็นผลช้าที่สุด แต่ผมมองว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากร ที่มีค่ามากที่สุดในประเทศไทย ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวธนพร โสมทองแดง ครับ

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ภูมิลำเนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีพี่น้องชาวตำบล หนองน้ำส้ม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนมาว่าไม่มีน้ำทำนา ไม่มีน้ำ ทำพืชผลทางการเกษตร ในเบื้องต้นชาวบ้านได้เรี่ยไรเงินกันคนละ ๕๐๐ บาท เพื่อจ้างแบกโฮ (Backhoe) มาขุดลอกคูคลองและตักผักตบชวาทิ้ง เพื่อตั้งท่อสูบน้ำ ๒ จุด จุดแรกคือ จุดที่ตำบลบ้านช้าง จุดที่ ๒ คือหน้าวัดขนอน ตำบลหนองน้ำส้ม และได้รับความอนุเคราะห์ จากนายก อบต. ตำบลหนองน้ำส้ม นายกเสน่ห์ ผูกชอบ ให้การสนับสนุนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อมาซื้อน้ำมันเพื่อวิดน้ำแกลลอนละ ๕,๐๐๐ บาท ดิฉันต่อสายไปหาพรรคพวกที่อยู่ กรมชลประทานในเรื่องขอให้เปิดน้ำให้ชาวบ้านได้ทำนา ปรากฏว่าชลประทานตอบว่า นโยบายรัฐบาลยังไม่ให้ชาวบ้านทำนา เพราะว่าชลประทานไม่มีน้ำ ท่านประธานคะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองเกษตรกรนะคะ ชาวบ้านต้องทำนา แล้วก็เมือง อุตสาหกรรมในเมื่อไม่มีน้ำทำนาแล้วจะเอารายได้มาจากไหน ชาวบ้านบางกลุ่มเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม เป็นแม่บ้าน เป็นยาม ซึ่งโรงงานก็ทยอย ปิดตัวลงแล้วอย่างนี้ชาวบ้านอยู่ได้อย่างไรเมื่อเช้านี้ก็มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งมาว่าตอนนี้น้ำมัน ที่มีอยู่ใกล้หมดแล้ว จะต้องเรี่ยไรเงินกันเพื่อไปขอหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) เพื่อติดมอเตอร์วิดน้ำเข้าทุ่งนานะคะ ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวและขอความอนุเคราะห์ท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้เร่ง อนุมัติหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านอย่างเร่งด่วน และสุดท้ายขอกราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส.เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ซึ่งท่านเป็นเจ้าของพื้นที่ท่านได้เดินทางไปพบปะพี่น้อง ประชาชนและให้กำลังใจ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ วันนี้ดิฉันเองขอนำเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกันแบ่งเป็น ๒ ประเด็น

เรื่องแรก ดิฉันเองได้รับแจ้งจากทางท่านกำนันในเขตพื้นที่ตำบลนาเกลือ และก็ตำบลแหลมฟ้าผ่าแจ้งมาในเรื่องเกี่ยวกับน้ำเสียในลำคลอง ซึ่งปัญหาที่เราพบเจอกันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้คือสัตว์น้ำได้ลอยคอตาย ซึ่งดิฉันเองก็ได้แจ้งประสานไปที่อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อที่จะเข้ามาดูแล ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็ได้เข้ามาตรวจสอบแล้วก็แจ้งว่าโรงงาน ที่ปล่อยน้ำเสียอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานนะคะ แต่มันสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเรา ยังเห็นสัตว์น้ำยังลอยตายอยู่ แล้วก็เป็นผลพวงทำให้คนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง ประมงพื้นบ้านไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ ซึ่งเป็นผลในวงกว้างมากในเขตพื้นที่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ดิฉันเองขอนำเรียนฝากท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาดูแลแล้วก็มีมาตรการอย่างจริงจังค่ะ แล้วก็ลงมาทำงานเชิงรุกมาตรวจสอบ อย่างจริงจังมากขึ้นนะคะ

แล้วก็เรื่องที่ ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ ซึ่งในเขตพื้นที่จังหวัด สมุทรปราการในเขตพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์เอง ณ วันนี้ค่าเอคิวไอ (AQI) วันนี้วัดได้อยู่ที่ ๑๐๑-๑๕๐ ซึ่งพรุ่งนี้ค่ายังจะอยู่ที่ ๑๕๐ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปล่อยควันจากโรงงาน อุตสาหกรรมแล้วก็ปล่อยก๊าซจากโรงงานต่าง ๆ แล้วก็รถยนต์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหา ที่พวกเราเองได้แบกรับแล้วก็เป็นปัญหาที่คนในพื้นที่กังวลเป็นอย่างยิ่งนะคะ ดิฉันเองก็ ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตลาดกระบัง ท่านประธานปีนี้พี่น้องประชาชนประสบปัญหาเรื่องน้ำแล้ง เป็นอย่างมากเลยนะคะ รวมถึงพี่น้องที่ทำเกษตรกรรมอยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบังเช่นเดียวกัน พี่น้องร้องเรียนกับดิฉันว่าที่ผ่านมานั้นต้องช่วยเหลือตัวเองโดยการที่รวบรวมเงินของชาวนา ไปสูบน้ำจากคลองหลักมาเพื่อที่จะมาใช้สำหรับการปลูกข้าวแล้วพี่น้องก็เลยประสานดิฉันว่า อยากที่จะให้หน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น เรื่องของการ ขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการดูแลมาหลายปีแล้วมีลักษณะตื้นเขินเป็นอย่างมาก ฉะนั้น แล้วถ้าหากช่วงนี้ทางหน่วยงานรัฐลงไปดูแลก็จะทำให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้รับการ คลี่คลายไปในที่สุดนะคะ ซึ่งคลองที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมา ๑. คลองหลุมบัว ๒. คลอง ลำตาอู ๓. คลองลำอ้ายแบน ๔. คลองลำตาอิน ๕. คลองเจ็ก ๖. คลองลำมะละกอ ๗. คลองลำชวดเตย ดิฉันต้องขอประสานให้กรุงเทพมหานครทำงานร่วมกับกรมชลประทาน ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่ง อาทิตย์ที่แล้วดิฉันได้มีโอกาส เจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร ท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และได้ยื่นเรื่องให้ท่านทราบแล้ว แต่ ณ บัดนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดของราชการ ทำงานเลย ขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ กทม. ช่วยเหลือพี่น้องในชุมชนหมู่ที่ ๑๑ แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบังที่ประสบปัญหาไม่มีถนนสาธารณะใช้ในการสัญจร เนื่องจากที่ผ่านมาพี่น้อง ต้องไปโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็เดินทางกันด้วยความยากลำบากเป็นอย่างมากเลยนะคะ ขอให้ กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายค่ะ ดิฉันต้องขอขอบคุณศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน ๓ สำนัก การโยธา กรุงเทพมหานครที่เข้าดำเนินการถนนทางเข้าวัดขุมทอง ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา เขต ๑ มีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงคมนาคม ได้รับคำร้องเรียนจาก ชาวบ้านหมู่ที่ ๑ บ้านแค่ ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ว่าถนนสายแค่-หาดทราย คับแคบและมีชำรุดเสียหาย เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา เป็นรอยต่อ ระหว่างตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา กับตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัด สงขลา และเป็นเส้นทางเดียวที่ใช้สัญจรสู่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ใช้เป็นเส้นทางขน ผลิตผลทางการเกษตร ปีที่แล้วทำรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ประมาณ ๓๕ ล้านบาท จึงขอให้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนกับเส้นทางที่ชำรุดแล้วก็คับแคบนะครับ

เรื่องที่ ๒ มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้รับ คำร้องเรียนจากประชาชนหมู่ ๖ บ้านหาดทราย ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัด สงขลา ซึ่งมีพื้นที่รอยต่อกับตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ประชาชนในพื้นที่ ตำบลธารคีรี หมู่ ๖ ดังกล่าวนี้จะใช้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการติดต่อสื่อสารก็คือจาก อำเภอยะหา จังหวัดยะลาทั้งสิ้น ขอความช่วยเหลือในประเด็นเรื่องของขยายไฟฟ้าจากระบบ ไฟฟ้า ๑ เฟส (Phase) ซิงเกิลเฟส (Single phase) เป็นไฟ ๓ เฟส (Phase) ซึ่งปัจจุบันนี้ มีประชากรจำนวนมาก แล้วก็กรณีไฟฟ้าตกหรือดับต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม ๒-๓ วัน เพราะว่าบ้านอยู่ในเชิงเขาลำบากในการซ่อม ช่างไฟฟ้าที่จะเข้าไปซ่อมแซมก็ต้อง มาจากอำเภอยะหา จังหวัดยะลา ปัจจุบันนี้ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในส่วนของ จังหวัดยะลาได้เดินสายไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) ถึงหมู่ที่ ๑ รอยต่อของอำเภอสะบ้าย้อยแล้ว จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการต่อในหมู่ ๖ ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัด สงขลาด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดการปรึกษาหารือ ก็ขอขอบคุณสมาชิกที่พยายามรักษาเวลานะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ........... คน

ผมขออนุญาตว่าขณะนี้ก็มี ผู้มาลงชื่อแล้ว ๓๓๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ถึงแม้วาระต่อไปกระทู้ถามต้องการ องค์ประชุมเพียง ๑ ใน ๕ แต่ว่าเมื่อที่ประชุมได้เข้ามาครบองค์ประชุมแล้วก็ขอถือโอกาส เปิดประชุม และขอความกรุณาดำเนินการไปตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

ในระหว่างที่เราซักถามกระทู้ กระทู้ถามแยกเฉพาะก็ดำเนินการต่อไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นไม่มีการถ่ายทอดในขณะนี้ แต่เมื่อสิ้นสุดการประชุมสภาก็จะ มีการถ่ายทอดหลังจากนั้นนะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มีทั้งหมด ๓ กระทู้นะครับ

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๔ ส. (นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ขออภัยด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากวันนี้ท่านมีภารกิจ เร่งด่วนมีความจำเป็นต้องลงพื้นที่จากเหตุการณ์รุนแรงในโรงเรียนและมีนักเรียนเสียชีวิต ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ เรียนนางสาวกุลธิดารับทราบนะครับ ก็จะตามให้ในสัปดาห์ ต่อไปครับ

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๕ ส. (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ

เชิญท่านวิโรจน์ครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เรื่องที่ผมจะสอบถามทางท่านรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานนะครับ วันนี้เป็นเรื่องเบา ๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำเอาพลทหารไปใช้งาน แล้วก็สัดส่วนของพล ทหารบริการแล้วก็พลทหารรับใช้ต่าง ๆ ผมขอเรียกชื่อเล่น ที่จริงชื่อจริงเขาคือพลทหาร ประจำผู้บังคับบัญชา จริง ๆ เรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจกันมาก เพราะว่างบประมาณ ที่ใช้กับทหารกองประจำการที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ประมาณ ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รวมกับงบส่งกำลังบำรุงต่าง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก ๆ จริง ๆ หลายปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เราพบว่ามีการนำเอาพลทหารไปเลี้ยงไก่ อย่างในปี ๒๕๖๑ ก็มีพลทหาร คนหนึ่งที่ฝึกอยู่ที่ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ถูกส่งมาเลี้ยงไก่ ที่บ้านนาย พอไก่นายเป็นแผลก็ถูกด่าทอ ถูกทุบตี เรื่องนี้โฆษกกองทัพบกก็เคยให้คำชี้แจงว่า เป็นการไหว้วาน แต่ไหว้วานอะไรก็ไม่รู้ ไหว้วานตั้ง ๖ เดือน และถ้าไม่เป็นข่าวก็คงจะไหว้ วานกันต่อไป สุดท้ายผลการสอบพบว่ามีการลงโทษทางวินัย แต่ลงโทษกันอย่างไร อะไร อย่างไรก็ไม่มีใครรู้ ผ่านมาแค่ ๑ ปี ในปี ๒๕๖๒ คราวนี้แอดวานซ์ (Advance) ขึ้นครับ ไก่เป็นสัตว์ปีกแต่บินไม่ได้ ตุลาคม ๒๕๖๒ คราวนี้มาเลี้ยงนกนำพลทหารจากหน่วย บัญชาการอากาศโยธินไปเลี้ยงนก พอทำนกนายตายต้องเอาเบี้ยเลี้ยงไปซื้อนกตัวใหม่มาคืน นายอีก เรื่องนี้ก็มีการตั้งกรรมการสอบแต่ก็ยังไม่มีคำตอบให้กับสาธารณชนและสังคม ผมก็ ไม่เข้าใจว่าจะเลี้ยงกันทำไม ไก่ นก ผมแนะนำว่าควรหันมาเลี้ยงงูน่าจะดีกว่านะครับ ท่านประธานคงเคยได้ยินนวนิยายที่ชื่อว่า ผู้กองยอดรัก กันมาบ้าง เรื่องนี้ถูกทำเป็นซีรีย์ (Serie) ละครถึง ๗ ครั้ง และคิดว่าคงจะไม่มีครั้งที่ ๘ แล้วหลังจากที่ผมได้อภิปรายในสภา พระเอกเขาชื่อว่าไอ้พัน ไอ้พันนี้เป็นชาวสุพรรณบุรี มาเป็นทหารรับใช้ที่บ้านผู้พันผวนแล้วก็ ไปพบรัก จนผมต้องพูดเหน่อตามไปเลยนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิโรจน์ครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

มาพบรักกับผู้กองฉวีผ่อง เรื่องนี้ผมชี้ครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิโรจน์ครับ กระทู้ถามครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจะเข้าสู่คำถามนิดหนึ่งครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องนี้มันชี้ชัดว่าแม้แต่ผู้พัน ก็สามารถมีพลทหารรับใช้ได้ เรื่องนี้สำคัญ เพราะเท่าที่ปรากฏเป็นข้อมูลใน ๓-๔ ปี ที่ผ่านมาพลทหาร ความต้องการของทหารกองประจำการมีประมาณแสนนาย เมื่อรวมกับ ที่มีอยู่เดิมและหักจากปลดประจำการไปเข้าใจว่ามีอยู่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ นาย ผมทราบมาว่า ระดับพันโทขึ้นไปขอทหารรับใช้ได้ ขอพลทหารประจำผู้บังคับบัญชาได้ ผมถามมาหลายเวทีครับ ท่านประธาน ผมจำเป็นต้องถามและบอกรายละเอียดเพราะผมอัดอั้น ผมถามมาทุกเวที ไม่เคยมีคำตอบ ผมเลยต้องประเมินให้ท่านรัฐมนตรีทราบว่าผมประเมินแม่นหรือไม่ พันโท ขึ้นไปได้พลทหารรับใช้ นายพลของประเทศไทยมีประมาณ ๑,๔๐๐ คน เมื่อรวมกับพันโทกับ พันเอก ผมตีหยาบ ๆ ว่ามีสัก ๓,๐๐๐ คน ยังครับ ด้วยวัฒนธรรมที่ต้องดูแลนายไปตลอดชีวิต จะต้องส่งพลทหารรับใช้ไปบ้านนายที่เกษียณไปแล้วด้วย คือนายพลที่เกษียณก็ได้รับ พลทหารรับใช้ด้วย ซึ่งผมประเมินกันไว้ว่าประมาณ ๑๒,๐๐๐ คนที่ยังมีชีวิตอยู่รวมแล้ว ๑๕,๐๐๐ คนที่มีทหารรับใช้ ๑ บ้านมี ๒ คน คือมีถึง ๓๐,๐๐๐ นาย ผมตั้งคำถาม เข้ามาสู่ คำถามว่าตกลงแล้วถ้าเป็นตัวเลขตามที่ผมว่า ๓๐,๐๐๐ คน จาก ๑๒๐,๐๐๐ คนนี่อันตราย และกระทบกับความมั่นคงอย่างมาก คือร้อยละ ๒๕ ไปอยู่บ้านนาย ตั้งคำถามเลยว่า แล้วตกลงที่ผมประเมินถูกหรือผิด และขอข้อมูลชัด ๆ จากท่านรัฐมนตรีว่าพลทหารรับใช้มี ทั้งสิ้นกี่นาย อยู่บ้านนายที่ยังรับราชการอยู่กี่นาย อยู่บ้านนายที่เกษียณไปแล้วกี่นาย และพล ทหารที่ทำหน้าที่เป็นพลทหารบริการที่วัน ๆ อยู่ในปั้ม ทำสวน เป็นเด็กเสิร์ฟ รบกับหญ้า ฆ่ากับมดอีกกี่นายจาก ๑๒๐,๐๐๐ นาย คำถามที่ ๑ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ ท่านทราบระยะเวลาเขาให้ไว้เท่าไรตามข้อบังคับ เชิญครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามและข้อห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องของทหารกองประจำการหรือพลทหาร ตามที่เรียกกันนะครับ ก่อนที่จะตอบคำถามผมขออนุญาตสร้างความเข้าใจกับท่านสมาชิก ก่อนว่ากระทรวงกลาโหมและกองทัพก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของทหารกองประจำการ ตลอดมาตั้งแต่การพัฒนายกระดับชีวิตในช่วงที่เข้ามารับราชการเป็นทหารประจำการ เรื่อง ของการศึกษาก็ตาม เรื่องของการดูแลความเป็นอยู่สิทธิประโยชน์ ผมขออนุญาตเรียนว่า เราอาจจะเห็นภาพในอดีตนั้นทหารกองประจำการและพลทหารเข้ามาจะเหมือนกับว่า มีความโหดร้ายไม่น่าที่จะเข้ามาเป็นกองประจำการ แต่ปัจจุบันนั้นเรียนว่าทุกกองทัพได้มีการ พัฒนาทั้งที่อยู่ ที่นอน อาหาร สวัสดิการต่าง ๆ ผมคิดว่าไม่ทัดเทียมกับที่เขาอยู่ที่บ้านหรือ อาจจะดีกว่าอยู่ที่บ้านด้วยซ้ำไปในบางหน่วยที่เขามีขีดความสามารถในการดูแลทหาร กองประจำการได้อย่างดี ที่สำคัญก็คือว่าได้มีนโยบายที่จะให้กับหน่วยทุกหน่วยใช้หลัก เมตตาธรรมและหลักมนุษยธรรมแล้วก็ให้เกียรติ คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ความเป็น ทหารควบคู่กันไป ขออนุญาตเรียนให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าทหารกองประจำการนั้นเมื่อเข้ามา รับราชการตั้งแต่เริ่มวันที่มารายงานตัวนั้นก็ได้นำคุณพ่อ คุณแม่ ญาติเข้ามาที่หน่วยด้วย ให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ไปส่งถึงหน่วยฝึกทหารใหม่แล้วก็ให้เยี่ยมญาติได้ทุกสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ก็จะมีญาติมาเยี่ยมทหารใหม่ หมายความว่าในช่วงที่เข้าไปอยู่ในหน่วยนั้น เขาได้รับการดูแลอย่างไร เมื่อเขาฝึก ๑๐ สัปดาห์ไปแล้วก็จะไปฝึกเบื้องสูงต่อในระดับหมู่ หมวด กองร้อย กองพัน นอกจากนั้นแล้วกองทัพก็ยังส่งเสริมให้ทหารกองประจำการได้เรียน ในระดับสูงขึ้นซึ่งผมได้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในที่นี้แล้วก็ได้รับแนวทางข้อเสนอ ของท่าน ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องที่จะพัฒนาให้ทหารกองประจำการเหล่านั้น ได้มีอาชีพได้เรียนระดับ ปวช. ซึ่งปัจจุบันนี้บางหน่วยงานทหารก็ได้มีเรียนกันบางหน่วยแล้ว สมาชิกท่านได้ให้ข้อเสนอนั้นกระทรวงกลาโหมเองก็ได้หารือกับกระทรวงศึกษาธิการที่จะ ทำอย่างไรที่จะให้ทหารกองประจำการเข้ารับราชการใน ๒ ปีนั้นให้เขาได้ศึกษาในระดับ ปวช. เพื่อที่จะทำให้เขาได้มีความรู้ไปช่วยเอกชนในการส่งเสริมภาคเอกชนด้วย ซึ่งก็ดำเนินการ อยู่ในขณะนี้ ส่วนกรณีที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถามเรื่องที่มีปรากฏตามสื่อแล้วนำทหาร ขออนุญาตเรียนว่าปัจจุบันหรือเดี๋ยวนี้คำว่า ทหารประจำตัว ทหารตามบ้าน ทหารประจำ วิชานั้นก็เรียกว่า ทหารบริการ ขอเรียนว่าที่มีคลิป (Clip) ออกมานั้นต้องเรียนก่อนว่าคลิป (Clip) ที่ท่านได้กล่าวถึงเรื่องเลี้ยงไก่ลงโทษอย่างไรนั้น ทางกองทัพเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้ที่นำไปนั้นก็ถูกขัง ๑๕ วันและถูกงดบำเหน็จก็ถือว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรง ส่วนเรื่อง อากาศโยธินที่ว่านั้นก็มีการธำรงวินัยและต่อไปก็จะมีการลงทัณฑ์ด้วย ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนของการทำงานนอกหน่วยนั้นท่านถามว่าสัดส่วนมีเท่าไร ในระดับกองพันถือว่า เป็นหน่วยกำลังรบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ใน ๑ กองพันนั้นก็จะมีกำลังพลประมาณ ๙๐๐ นาย ซึ่งจะประกอบด้วยนายทหาร นายสิบ และทหารกองประจำการ ทหารกองประจำการจะมี ประมาณ ๖๐๐ นายใน ๑ กองพันที่เป็นหน่วยกำลังรบ ก็จะมีทหารบริการ ๔๒ นาย ๔๒ นายนี้ ก็มีภารกิจตามอัตราการจัดหรือทหารบริการมีหน้าที่ในเรื่องของสนับสนุนงานด้านธุรการ และงานบริการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับผู้บังคับบัญชาของหน่วยนั้น ๆ ก็คือผู้บังคับบัญชาก็มีภารกิจในเรื่องของการฝึกการปกครองผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตามหน้าที่ ก็จะมีทหารบริการจำนวน ๔๒ นายที่จะอำนวยความสะดวกหรือทำงานธุรการ สำหรับ หน่วยงานอื่น ๆ ก็จะมีอัตราทหารบริการตามภารกิจของหน่วยนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นหน่วย เกี่ยวกับสถานพยาบาลก็จะมีตำแหน่งเป็นพลสูทกรรม พลเปล พลบริการดูแลเรื่องงานด้าน สวัสดิการต่าง ๆ รวมทั้งถ้ามีกองพันบริการก็จะมีทหารบริการที่จะดูแลช่วยเหลือในงานบริการของหน่วย รวมทั้งกรณีที่มีหน่วยงานภายนอกร้องขอก็จะไปสนับสนุนเรื่องงานบริการเช่นเดียวกับ ทุกหน่วยงาน รวมทั้งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ทหารเหล่านี้ก็จะไปช่วยเหลือในเรื่องของ การช่วยเหลือภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วย

ทีนี้จะให้ตอบว่ามีจำนวนสัดส่วนเท่าไรนั้นผมขออนุญาตเรียนว่าในการ สนับสนุนผู้บังคับบัญชาที่ท่านกล่าวนั้นการสนับสนุนบริการ ทหารบริการให้กับ ผู้บังคับบัญชานั้นเป็นการดำเนินการในเรื่องของการไปดูแลสวัสดิการ ดูแลเรื่องการ รักษาพยาบาล เพราะบุคคลเหล่านั้นได้ทำหน้าที่อยู่ในกองทัพได้สนับสนุน ได้รับใช้กองทัพ ดูแลประเทศชาติมา ด้านสวัสดิการและการรักษาพยาบาลนั้นกองทัพก็ดูแลท่านเหล่านั้น โดยมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ ซึ่งจะมีทั้งกำลังพล ทหารนายสิบที่จะไปดูแลผู้บังคับบัญชาชั้นสูงในเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ นั้นตามที่ได้รับการ ร้องขอซึ่งเป็นการปฏิบัติงานในเวลาราชการนะครับ ขอยืนยันว่าในปัจจุบันกองทัพไม่มี นโยบายที่จะนำทหารบริการไปนอกเหนือภารกิจ ซึ่งเรียนว่าถ้าตรวจพบว่ามีการใช้ทหาร กองประจำการผิดประเภทนั้นกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยกองทัพต่าง ๆ ก็จะดำเนินการ สอบสวนตามขั้นตอนแล้วก็พิจารณาลงโทษทางวินัยทหารต่อไปตามที่ผมได้กราบเรียน ให้ท่านสมาชิกได้ทราบนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิโรจน์ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ การได้ยิน คำตอบเดี๋ยวผมคงต้องถามยืนยันอีกทีหนึ่งนะครับ อย่างนี้ครับว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าว มันไม่ใช่ว่าตั้งแต่ปีมะโว้นะครับท่านประธาน ล่าสุดในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ก็มีปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากในละครผู้กองยอดรักมากเลย คือมันไม่โรแมนติก (Romantic) อย่างนั้นนะครับ ลูกสาวนายพลท่านหนึ่งได้โพสต์ (Post) ภาพทหารเกณฑ์ที่มา ทำงานที่บ้านของตนที่อยู่ในค่ายทำหน้าที่ล้างรถ ทำความสะอาดบ้านเตรียมจัดงานบุญ แม้กระทั่งปลอกทุเรียนให้กิน พร้อมกับข้อความในเชิงคอมเมนต์ (Comment) ที่แสดง อำนาจและดูหมิ่นทหาร เช่นทหารที่บ้านมีแต่หน้าลาบ ๆ พลทหารอุตสาห์มาช่วยล้างรถ ให้แท้ ๆ กับถูกด่าทอ ทหารใหม่มาทำดีเอาหน้าไม่รู้เวลาฉันจะออกไปข้างนอกโดนด่า ไปอีก ๓ คน ผมรู้สึกเสียใจมาก ๆ ครับท่านรัฐมนตรีคนที่ดูหมิ่นทหารกลับเป็นทหาร ด้วยกันเอง นอกจากนี้นี่แค่ดูหมิ่นอย่างเบาะ ๆ แต่ที่ผ่านมามีการซ่อมกันจนถึงตาย ผมก็ ตกใจว่าทหารเขามีซ่อมกันด้วยเป็นทหารหรือเป็นพี่เบิร์ดกันแน่ เอะอะก็ซ่อมได้อย่างเดียว ปี ๒๕๖๐ พลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม ทหารเกณฑ์ค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสียชีวิตระหว่างถูกขังคุกทหารอวัยวะภายในบอบช้ำรุนแรง ปีเดียวกันค่ายเดียวกันพลทหาร นพดล วรกิจพันธ์ ก็เสียชีวิตจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เดือนกันยายน ๒๕๖๑ พลทหารคชา พะชะ ทหารเกณฑ์ที่ค่าย ร.๓๑ พัน ๓ รอ. จังหวัดลพบุรี ก็ถูกรุ่นพี่ ๓ นาย ซ่อมธำรงวินัย จนเสียชีวิต ปี ๒๕๖๒ พลทหารลือชานนท์ นันทบุตร ก็เสียชีวิตอีกเช่นเดียวกัน ย้อนไป ปี ๒๕๕๙ พลทหารทรงธรรม หมุดหมัด ค่ายพยัคฆ์ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ก็ถูกซ้อม ทรมานจนตาย ปี ๒๕๕๗ พลทหารสมชาย ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนตายผู้ตายระบุว่า ถูกลงโทษด้วยการคุมปี๊บและใช้อาวุธตีศีรษะ และปี ๒๕๕๔ พลทหารวิเชียร เผือกสม ญาติของ ผู้ตายถูกฟ้องด้วยนะครับ พลทหารวิเชียรที่อำเภอเจาะไอร้องถูกทหาร ๑๐ นายรุมทำร้าย พลทหารหรือทหารของเราถ้าต้องพลีชีพควรพลีชีพด้วยคมอาวุธของอริราชศัตรูไม่ใช่พลีชีพ ภายใต้รองเท้าคอมแบทของพวกเดียวกัน เรื่องราวนี้ผมฟังแล้วผมทุกข์ใจและ ผมมีความยินดีมาก ๆ ที่ท่านรัฐมนตรียืนยันว่าปัจจุบันนี้จะไม่มีเหตุการณ์นี้อีกแล้ว และเมื่อสักครู่ท่านยืนยันด้วยว่าไม่มีนโยบายในการส่งพลทหารไปรับใช้นายอีกแล้ว ถ้ามี ถ้าพบ ผมมีข้อมูลในนี้อยู่แล้ว ถ้ามี ถ้าพบแจ้งที่ใคร และนายทหารผู้นั้นต้องรับโทษทางวินัยอย่างไร และได้รับโทษอาญา หรือไม่ อย่างไร ผมจะได้เชิญชวนให้คนที่ได้รับผลกระทบแจ้งไปตามช่องทางที่ท่านรัฐมนตรี ให้เอาไว้ในสภาแห่งนี้ครับ นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ สำหรับข้อมูลที่ท่านสมาชิกได้กรุณากล่าว ผมจะให้ทางกองทัพได้ตรวจสอบว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร ในส่วนของการตรวจพบนั้นก็ขอให้ได้ส่งไปที่แต่ละกองทัพหรือจะมาที่ศูนย์เรื่องราว ร้องทุกข์ของกระทรวงกลาโหมได้จะได้มีการตรวจสอบ ข่าวที่มีการซ่อมแล้วถึงเสียชีวิตนั้น ก็เรียนท่านสมาชิกนะครับว่าเราอาจจะทราบในข้อมูลด้านเดียว ถ้าเกิดว่ามีข้อมูลอะไร ก็พร้อมที่จะตรวจสอบผู้ที่กระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยในขั้นต้น ถ้ามีความผิด เรื่องอาญาก็ถูกลงโทษตามอาญา ตามกระบวนการต่อไปครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิโรจน์ได้อีกครั้ง เชิญครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมก็ยังกลับมาถามท่านอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านก็ยืนยันแล้วว่าตอนนี้พลทหารประจำ ผู้บังคับบัญชาไม่มีแล้ว อันนี้ผมก็ถือว่าประกาศให้ประชาชนทั้งประเทศรับทราบร่วมกันว่า ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการยืนยันในสภาแห่งนี้ว่าไม่มีพลทหารประจำตัวผู้บังคับบัญชา ไม่มีการจัดส่งพลทหารไปรับใช้นาย ไม่มีการจัดส่งพลทหารไปล้างล้อแม็ก ไม่มีการจัดส่ง พลทหารไปเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงนก ทำความสะอาดซักผ้า ถูบ้านให้บ้านนายพล นายพัน อีกต่อไป และถ้าเกิดมีก็สามารถแจ้งได้ตามที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ให้ข้อมูลเอาไว้ หรือจะแจ้งให้ผมทราบเดี๋ยวผมจะช่วยประสานงานไปให้ แต่สุดท้ายกลับมาที่คำถามแรกมัน เป็นเงินภาษีของประชาชน เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงพลทหารบริการ ผมอยากจะทราบจริง ๆ ครับ กลับมาที่คำถามที่ ๑ และเป็นคำถามสุดท้ายก็คือ พลทหารบริการทั้งหมดที่ทำหน้าที่บริการ จาก ๑๒๐,๐๐๐ นายที่เป็นทหารกองประจำการมีทหารบริการกี่นาย และจำนวนพลทหารบริการ จำนวนนี้ถูกส่งไปดูแลนายพลที่เกษียณอายุราชการไปแล้วกี่นาย ผมว่าประชาชนต้องทราบ เพราะเงินภาษี ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทใช้กับทหารกองประจำการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทควรถูกใช้ สำหรับทหารประจำการในการรบ ในการทำภารกิจของทหาร ไม่ใช่เอาไปรับใช้ใคร ไม่ใช่ เอาไปให้ลูกสาวใครย่ำยีแบบที่เป็นข่าว ขอตัวเลขชัด ๆ ช้า ๆ ให้ผมได้จดเลกเชอร์ (Lecture) ด้วยท่านรัฐมนตรีครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ที่ผมเรียนแล้วว่ามันเป็นอัตราการจัดในระดับกองพันนั้นก็จะมี ทหารบริการ ๔๒ นาย ทีนี้มันต้องคำนวณว่ามีกี่กองพันแล้วก็ยอดเท่าไร ด้วยระยะเวลาตรงนี้ ก็ไม่สามารถที่จะกำหนดได้ชัดเจนว่ามีอัตราเท่าไร แต่ขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าที่ผม กล่าวว่าไม่มีทหารประจำผู้บังคับบัญชานั้นก็คือว่าใช้เรียกว่าทหารบริการ แล้วก็การที่จะใช้ ทหารบริการนั้นก็มีหลักเกณฑ์ในการใช้ที่ผมได้กราบเรียนในขั้นต้นไว้แล้ว ในการดำเนินการ ใช้สำหรับทหารบริการที่ไปดูแลอำนวยความสะดวกผู้บังคับบัญชานั้นที่ผมเรียนว่าไปในกรอบ ของศูนย์ประสานงานนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ คือไปดูแลอำนวยความสะดวก เรื่องการรักษาพยาบาลก็ตาม เรื่องสิ่งต่าง ๆ ที่เราสามารถสนับสนุนผู้บังคับบัญชาที่ได้ทำ คุณงามความดีกองทัพไว้ได้ก็ไปสนับสนุนในการดำเนินการในเวลาราชการ สำหรับในยอดนั้น ขออนุญาตเรียนว่าในขณะนี้นั้นก็คงไม่สามารถจะตอบได้ชัดเจนเพียงแต่ว่าในโครงสร้างการ จัดกองพันใน ๖๐๐ นั้นก็จะมีอยู่ ๔๒ นายในภาพของทหารบริการที่มีหน้าที่ตามภารกิจ ตามที่กำหนดไว้ในอัตราการจัดของหน่วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่าย รักษาเวลา กระทู้ในลำดับต่อไป

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๖ ส. (นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบ

เชิญนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากกระทู้ถามด้วยวาจาวันนี้สิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ต้องบอกว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะคุ้นเคยหรือคุ้นชินกับตัวเลขสถิติต่าง ๆ จนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเหมือนปกติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเราก็คือเรื่องสถิติของการ เกิดอุบัติเหตุ แล้วที่สำคัญท่านประธานอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้เราก็จะถึงช่วงต้องบอกว่าเป็นช่วง ปีใหม่ที่เริ่มมีการเดินทางกันมากขึ้น แต่สถิติที่เกิดขึ้นย้อนหลังไปต้องบอกว่าหลายปีทีเดียว แต่ว่าถ้าจะเอาข้อมูลล่าสุดในปัจจุบันที่เราสามารถอ้างอิงเป็นฐานข้อมูลได้ก็คือข้อมูล เมื่อปี ๒๕๕๙ สถิติการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ กว่าราย เฉพาะในปี ๒๕๕๙ ที่มีตัวเลขรับรอง และทางดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ใช้ตัวเลขนี้ เป็นฐานข้อมูลของการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยเรา ซึ่งในปีนั้นเป็นเหตุให้ประเทศไทยเรานั้น มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในจำนวนสมาชิกของประเทศอาเซียน (ASEAN) ทั้งหมดอยู่ใน อันดับ ๙ ของโลก แล้วย้อนไปอีกตัวเลขหนึ่งถ้าเราดูเทียบกันใน ๑๕ ปีย้อนหลังการก่อความ ไม่สงบในทางภาคใต้มีจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าราย เกิดความสูญเสียทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าราย แต่ถ้าเทียบกันกับตัวเลขของผู้สูญเสียในการเกิดอุบัติเหตุนั้นย้อนหลังไป ๑๕ ปีจำนวนตัวเลขไม่ได้คงที่จะอยู่ที่ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ รายย้อนหลังไป ๑๕ ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่แทบจะบอกว่าเกิดขึ้นเป็นเหมือนชีวิตประจำวันของ คนไทย ในแต่ละวันเราจะเห็นข่าวอุบัติเหตุมาตลอด แล้วทางราชการเองหรือทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะมาเริ่มตื่นตัวก็จริงในช่วงของหน้าเทศกาล อย่างเช่นอีกไม่กี่วัน ๑. ก็คือเทศกาล ปีใหม่ ๒. ก็คือเทศกาลสงกรานต์ เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากตัวเลขของผู้สูญเสียแล้วจะ มีเหตุของผู้ที่สูญเสียอวัยวะเป็นผู้พิการหรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละปีตัวเลขจำนวน อุบัติเหตุเกือบล้านครั้งในแต่ละปี ซึ่งในบางปีเกิดเป็นล้านครั้งด้วยซ้ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดต้อง ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามาตรการจริง ๆ แล้วทางเราหลายท่านอาจจะ อยากสอบถามในเรื่องใกล้ ๆ ในช่วงปีใหม่ แต่จริง ๆ แล้วจะต้องย้อนถามไปมากกว่าว่า อีกไม่กี่วันจะจบปีแล้ว มาตรการตลอดปีที่ผ่านมากับตัวเลขอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อทั้งปี ในปี ต่อ ๆ ไปเราอย่าเพิ่งนับเฉพาะเทศกาล ในปีต่อ ๆ ไปทางรัฐบาลจะมีกลไกอะไรหรือจะมี เครื่องไม้เครื่องมืออะไร หรือจะออกวิธีการแบบไหนเพื่อปกป้องผู้ใช้รถผู้ใช้ถนนร่วมกัน ทั้งหมดเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด นี่เป็นคำถามแรกค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านแนน ซึ่งในกระทู้นี้ผมคิดว่าข้อมูลตัวเลขที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่เป็นตัวเลขที่ใช้เป็นบรรทัดฐานของ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือองค์การอนามัยโลกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งพวกเราเองก็ไม่อยากจะ ให้เกิดถือว่าตัวเลขดังกล่าวนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมากมาย ในมาตรการที่รัฐบาลได้นำมา เป็นเครื่องมือในการแก้ไขอยู่ในขณะนี้ก็คืออาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ ป้องกันและการลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งได้กำหนดโครงสร้างตั้งแต่ระดับที่ เรียกว่า ระดับนโยบาย ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีระดับที่เรียกว่า ระดับอำนวยการ ก็คือมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน หรือว่า ศปถ. ในระดับชาติที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นฝ่ายเลขานุการ และในส่วนของ ระดับปฏิบัติการก็คือระดับจังหวัด เรามี ศปถ. จังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการเป็นประธานคณะกรรมการ ศปถ. จังหวัดและมีกลไก ศปถ. อำเภอ ก็คือ มีนายอำเภอเป็นประธาน แล้วในระเบียบดังกล่าวก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แต่งตั้ง ศปถ.อปท. คือศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประเทศเรา ขณะนี้เรามีถนนทั้งสิ้น ระยะทางที่เป็นรถใช้ในการสัญจรไปมาอยู่ประมาณสัก ๔๕๒,๒๓๘ กิโลเมตร ในจำนวน ดังกล่าวเป็นถนนที่อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวงประมาณสัก ๕๑,๘๑๓ กิโลเมตร อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวงชนบทประมาณสัก ๔๗,๙๖๐ กิโลเมตร ส่วนอีกประมาณ ๓๕๒,๔๖๕ กิโลเมตรอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วมันสอดคล้องกัน โดยคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ถนนก็ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขกลม ๆ อยู่ในการดูแลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สอดคล้องกับอุบัติเหตุและการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เกิดขึ้นบนถนนที่อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองท้องถิ่นและ เสียชีวิตก็ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจึงเป็นที่มาที่ สนช. ได้นำไปสู่การแก้ไข กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ ฉบับ นั่นก็คือพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การ บริหารส่วนจังหวัด พระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาล พ.ร.บ. เทศบาล และ พ.ร.บ. อบต. โดยแก้ไขเพิ่มอำนาจหน้าที่ในเรื่องการดูแลความเรียบร้อยและให้ความช่วยเหลือส่งเสริม สนับสนุนดูแลการจราจรและรักษาความสงบเรียบร้อย นี่ในส่วนของ อบจ. ให้มีหน้าที่ ดังกล่าว ในส่วนของเทศบาลก็ให้มีหน้าที่เพิ่มขึ้น คือรักษาความสงบเรียบร้อยการดูแลจราจร และการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ในส่วนของกฎหมาย สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลแก้ไขเหมือนกันครับ เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นในการ รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย การดูแลการจราจรและการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าขณะนี้เราเริ่มในการใช้กลไกท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแล ในเรื่องการจราจร ในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เครื่องมือกลไกในการ บริหารจัดการในขณะนี้ ผมเองก็พยายามที่จะได้ตระเวนไปเยี่ยมเยียนจังหวัดต่าง ๆ แล้วไป ทำความเข้าใจ แล้วก็ได้เชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ องค์กร ก็คือทั้งในส่วนของ สมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคม อบต. แห่งประเทศไทยมาพูดคุยมาหารือถึงการที่ต้องปรับเปลี่ยนแผน เพราะเมื่อกฎหมาย ให้อำนาจท้องถิ่นมาดูแลเรื่องดังกล่าว เมื่อก่อนนี้ท้องถิ่นไม่มีอำนาจนะครับ ท้องถิ่นไม่ทำ เรื่องการแก้ปัญหาจราจรเพราะทำเข้าก็บอกว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้อง มาแก้กฎหมายให้ท้องถิ่นเข้ามามีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการจราจร เพราะที่เรียนว่า ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ถนนหนทางที่ใช้อยู่นี้เป็นการดูแลของท้องถิ่นในประเทศเรา เพราะฉะนั้น กลไกที่สำคัญในขณะนี้คือทำความเข้าใจกับท้องถิ่นให้มีการปรับแผนให้บรรจุโครงการ ที่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน เกี่ยวกับเรื่องวินัยจราจร แล้วก็เกี่ยวกับเรื่อง สัญญาณไฟจราจรต่าง ๆ นี้ท้องถิ่นทำได้ แม้กระทั่งการอบรม การสร้างวินัยตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก การจ้างเทศกิจมาคอยอำนวยความสะดวกให้เด็กนักเรียนได้ข้ามทางเข้าไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ อย่างนี้ท้องถิ่นจะทำได้มากขึ้น แล้วก็จะเป็นช่องทางที่จะลดอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งที่สำคัญในการแก้ไขก็คือการสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน และการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในชุมชนมีความสำคัญกับความสำเร็จของโครงการคือ ลดการเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ลดการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมรวมถึงการทำให้ประชาชน ได้ตระหนักในเรื่องวินัยการใช้รถใช้ถนน เมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย ก็ได้ไป ปาฐกถาให้ในโอกาสที่ได้เชิญภาคีเครือข่ายทั้งหมดมาประชุมร่วมกันที่เมืองทองธานี เพื่อที่จะ ได้กำหนดมาตรการการลดความสูญเสียบนท้องถนนลงให้ได้ ที่สำคัญก็คือการสร้างวินัย คนในชาติให้เคารพกฎจราจรให้มีวินัยในการใช้รถใช้ถนนซึ่งผมคิดว่าภายใต้บริบทที่บอกว่า ถ้าตราบใดที่คนเรายังไม่มีวินัยเรายากที่จะลดความสูญเสีย เพราะฉะนั้นกลไกท้องถิ่นจะเป็น กลไกหนึ่งที่จะช่วยกันสร้างระบบการเรียนรู้ การรับรู้ และการสร้างให้มีวินัยตั้งแต่ระดับ ครัวเรือน ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้านขึ้นมาถึงระดับตำบล ขึ้นมาถึงระดับอำเภอและจังหวัด ผมคิดว่านี่คือมาตรการที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญและเร่งรัดดำเนินการอยู่ในขณะนี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน ส.ส. แนน บุณย์ธิดา ถามได้ครั้งที่ ๒ ครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ขอบคุณค่ะท่านประธาน จากคำตอบของท่านรัฐมนตรีในคำถามแรก คือเหมือนกับว่าได้มีการเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่น มากขึ้น แต่ว่าประเด็นหนึ่งที่น่าจะเป็นข้อสงสัยแล้วก็อาจจะเกิดความไม่เข้าใจกันในเรื่องของระดับ ท้องถิ่น เมื่อท่านบอกว่าถนนประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศขึ้นอยู่กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อปท. ต่าง ๆ นี้ สืบเนื่องจากอาทิตย์หน้าอีก ๒ อาทิตย์เราจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่แล้ว หลาย ๆ จุดอาจจะไปให้ความสนใจในถนนหลวง เสียส่วนใหญ่ซึ่งตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุอยู่ในถนนตามหมู่บ้าน ถนนเชื่อมระหว่างตำบล ก็เยอะนะคะท่านประธานเลยอยากสอบถาม ต้องบอกว่านอกเหนือจากมาตรการระยะยาว ในตลอดทั้งปีแล้วในการเสริมสร้างวินัยที่ให้อำนาจกับท้องถิ่น แต่มาตรการระยะสั้น พอดีว่า ได้ตามข่าวที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์บอกว่านอกเหนือจากที่ท่านบอกว่าเพิ่มอำนาจ ให้กับท้องถิ่นแล้วท่านบอกว่าท่านจะมีกลไก ท่านจะมีเหมือนกับมาตรการระยะสั้น ดูแล พี่น้องประชาชนในช่วงปีใหม่ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเหมือนกับว่าท่านไปมอบอำนาจ เหมือนไปมอบนโยบายให้กับทางจังหวัด ให้กับทางอำเภอประสานไปแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้ ตั้งด่านเพิ่มในแต่ละหมู่บ้านอันนี้จริงหรือไม่ ข้อที่ ๑ แต่ความหมายก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านอธิบาย ท่านอธิบายในส่วนของเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็น อบต. เทศบาล แต่ทีนี้เท่าที่ตามข่าวมาดูเหมือนทางฝ่ายปกครองเองจะเน้นไปทางท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านผู้ช่วย ท่านสารวัตรกำนันเหมือนดูแลเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็คงต้องสอบถามว่า ในส่วนระเบียบที่ท่านออกใน ๒ ส่วนนี้ทางอำเภอจะเป็นเจ้าภาพให้กับทางท้องถิ่น คือท้องที่ และท้องถิ่นในฝ่ายปกครองเองด้วยหรือเปล่านะคะ เป็นคำถามที่ ๒ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ครับว่าในส่วนของท้องถิ่นกับท้องที่นั้น ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าทั้งท้องถิ่นและท้องที่เป็นกลไกสำคัญของ กระทรวงมหาดไทยในการใช้บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นการใช้ลำพัง ขาใดขาหนึ่งนั้นไม่ได้ต้องใช้ทั้ง ๒ ขาควบคู่กัน นั่นก็คือท้องถิ่นมีงบประมาณแต่ว่าอาจจะ ขาดกำลังคน เราก็ต้องใช้กำนันเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะร่วมกันตั้งจุดตรวจต่าง ๆ แล้ว ท้องถิ่นมีงบประมาณก็สามารถที่จะใช้เป็นเบี้ยเลี้ยงหรือว่าเป็นค่าใช้จ่ายเป็นค่าตอบแทน ให้กับคนที่ท่านผู้บริหารท้องถิ่นสั่งไปปฏิบัติหน้าที่ได้นะครับ เมื่อก่อนทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะถือว่าท้องถิ่นไม่มีหน้าที่ แต่ว่าเมื่อกฎหมายซึ่งแก้ไขและมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็เริ่มเห็นความสำคัญของท้องถิ่นมากขึ้นในการที่จะเข้ามารับผิดชอบในส่วน ถนนที่ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนั้น ต่อไปเราจะปิดช่องว่างตรงนั้น ถ้าเราปิดช่องว่าง ตรงนั้นแล้วเราเอากำลังคนในท้องถิ่นได้มาดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่ามาตรการหนึ่งที่เราหวังว่าไปดูพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว นั่นก็คือด่านครอบครัวนะครับ อยากให้คนในชุมชนได้ดูแลกันเองมากขึ้น มีด่านครอบครัวคือ ในครอบครัวต้องรู้ว่าใครที่ในเทศกาลแล้วไปดื่มเหล้า ถ้ามีอาการมึนเมาต้องไม่ให้ขับรถต้อง ไม่ให้กุญแจรถ เสร็จจากด่านครอบครัวเราก็ยังต้องมีด่านชุมชนที่จะช่วยกันดูว่าในหมู่บ้าน บริเวณไหนที่เขาจัดงานเทศกาลอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นต้องมีด่าน ให้ด่านในชุมชนคอยตักเตือน คอยดูแลกันเอง ที่สำคัญด่านโรงเรียนก็จะทำควบคู่กันไปมีด่านโรงเรียนในโรงเรียนก็ต้องเริ่ม สอนนักเรียนในโรงเรียนให้ดูแล สอนนักเรียนให้เคารพกฎจราจรเริ่มตั้งแต่ใส่หมวกนิรภัยหรือ หมวกกันน็อก (Knock) เริ่มตั้งแต่รู้จักข้ามถนนมีทางม้าลายเริ่มให้ท้องถิ่นเข้ามาดูแล ให้ความสำคัญกับจุดเสี่ยงในถนนของท้องถิ่นมากขึ้น กระบวนการอย่างนี้ได้กำชับไปแล้ว ในขณะนี้เวลาผมไปเยี่ยมเยียนหน่วยปฏิบัติการหรือว่าให้นโยบายก็กำชับสิ่งเหล่านี้ ขอให้ ถือว่าในช่วง ๗ วันอันตรายที่จริงเป็นช่วงที่เรากำชับกำชากันพิเศษเข้มงวดขึ้นมากกว่าปกติ แต่ว่าเราจะทำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพราะว่าในวันปกติในช่วงที่ไม่มีเทศกาลก็มีคนตาย ทุกวัน วันหนึ่งโดยเฉลี่ยผมดูตัวเลขทุกวันในขณะนี้ของบริษัทกลางผู้ประสบภัยจากรถ วันธรรมดาเราจะตายประมาณ ๕๐-๖๐ คนทุกวันในขณะนี้ แต่ว่าช่วงไหนที่มีเทศกาลเราจะ เสียชีวิตหรือว่าตายประมาณสัก ๗๐-๘๐ คน ถ้า ๗๐ คน ๗ วันอันตรายเป็นที่มาตัวเลข ๔๐๐ กว่าคนทุกปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำเข้มงวดตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นกลไกท้องถิ่นจึงเป็นกลไกหนึ่งในสิ่งที่เราหวังว่าจะทำควบคู่กับการสร้างวินัยให้ คนในชาติของเราได้ตระหนักถึงอันตรายของการใช้รถใช้ถนนอย่างไม่ระมัดระวัง เพราะฉะนั้นในเทศกาลปีใหม่นี้ก็จะเริ่มใช้กลไกมาตรการดังกล่าวนี้เริ่มตั้งแต่เราจะเน้นไปที่ ๗ มาตรการหลัก นั่นก็คือเราจะปิดจุดเสี่ยงทั้งในเรื่องของเรื่องคนไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ คนขับรถเร็วก็ดี ขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือว่าคนขับรถเมาแล้วขับก็ดี หรือแม้กระทั่งขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัยหรือไม่สวมหมวกกันน็อก (Knock) ก็ดี อันนี้จะ เริ่มเพ่งเล็งไปที่จุดเสี่ยงที่คน แล้วก็ไปดูจุดเสี่ยงที่รถว่ารถโดยสารโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเทศกาลคนใช้รถโดยสารก็มากขึ้น เราก็จะดูรถว่ามาตรการความปลอดภัยของรถ มีความพร้อมหรือไม่ โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมก็จะดูแลในส่วนนี้ แล้วก็เรื่องคนขับเราจะให้คนขับพักตามกฏตามเกณฑ์ นอกจากนั้นก็คือว่าแม้กระทั่ง การเกิดอุบัติต่อนักท่องเที่ยวก็ดีเราก็จะเข้มงวดเรื่องนี้ หรือถ้าหากว่ามันเกิดเหตุขึ้นแล้วเรา ป้องกันไม่ได้แล้ว เราก็ต้องทำอย่างไรว่าให้เขาเสียหายน้อยที่สุด ไม่ให้เจ็บป่วยรุนแรงจนถึง ขนาดเสียชีวิตหรือพิการได้นั่นก็คือระบบการแพทย์ฉุกเฉินต้องเข้ามารองรับหลังจาก เกิดอุบัติเหตุแล้ว แต่สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นก็คือไม่อยากให้เกิดเหตุอันตรายหรือว่า เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพราะถ้าเราป้องกันได้ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเราก็สามารถลดภารกิจ ของหมอที่โรงพยาบาลได้ด้วย แล้วก็ลดเตียงผู้ป่วยไปได้ด้วยให้คนที่เขาไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ ได้ใช้เตียงหมอจะได้รักษาคนกลุ่มอื่น เพราะฉะนั้นนี่คือช่วง ๗ วันอันตราย มาตรการต่าง ๆ เราก็จะสั่งให้พื้นที่ได้ดูแลสิ่งเหล่านี้ด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ส.ส.แนน บุณย์ธิดา ถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี 🔗

ขอบคุณค่ะท่านประธาน สืบเนื่องจากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบเมื่อสักครู่นี้คืออย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่แรกว่า เมื่อมาถึง ใกล้หน้าเทศกาลทางหน่วยงานราชการเองหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเน้นเหมือนที่ ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าช่วง ๗ วันอันตราย แต่ซึ่งจริง ๆ แล้วในสภาวะปัจจุบัน ในการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ต้องบอกว่าจริง ๆ ควรจะเป็น ๓๖๕ วัน อันตรายเพราะว่าเนื่องจากเรามีเหตุการณ์ที่เป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นแทบทุกวันหนักเบา แล้วแต่ช่วง และเอาเข้าจริง ๆ แล้วถ้าจะฝากความหวังไว้กับทางกระทรวงมหาดไทยเอง ก็คงจะลำบาก เพราะว่าเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเองได้แจ้งมาแล้วว่าสิ่งที่ท่านได้กล่าวถึง ได้ตอบมาเป็นเรื่องของปลายเหตุ แต่ต้นเหตุสุดท้ายแล้วคงจะต้องมีการพูดคุยกันในหลายกระทรวง เพราะว่าการใช้รถใช้ถนน บางทีอาจจะไม่ได้เกิดจากรถเอง บางทีอาจจะไม่ได้เกิดจากผู้ขับขี่เอง แต่บางทีอาจจะ เกิดจากสภาพถนนจุดบอดของบริเวณนั้น ๆ จุดเสี่ยงของบริเวณนั้น ๆ สภาพการทุก ๆ อย่าง ทำให้อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ นอกเหนือจากวินัยการจราจรที่ต้องบอกว่าในหลาย ๆ ครั้งเรา หย่อนยานเองทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนและต้องบอกว่าผู้บังคับใช้บนท้องถนนเองนะคะท่านประธาน

ทีนี้ค่ะท่านประธาน ในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่าได้เพิ่มอำนาจให้กับ ท้องถิ่นในการสร้างวินัยให้กับคนในชุมชนในการที่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณในการที่จะ อบรมหรืออะไรก็ตามแต่ค่ะท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นต้องบอกว่าในหลาย ๆ จังหวัด ที่เกิดขึ้นก็คือว่าการที่จะให้คนในชุมชนซึ่งอยู่ห่างไกลตัวเมืองเข้าไปทำใบขับขี่หรือ สอบใบขับขี่ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องเป็นการประสานจากกระทรวงมหาดไทยไปทางกระทรวง คมนาคมเอง อาจจะต้องมีการขยายมาที่ทางอำเภอบ้าง ตามที่ห่างไกลตัวจังหวัดบ้างนะคะ อย่างเช่นจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอที่ไกลที่สุดที่จะเข้ามาตัวจังหวัดใช้เวลา ๒ ชั่วโมงกว่านะคะ ท่านประธาน แล้ววันหนึ่งชาวบ้านในการเข้ามาก็ต้องยาก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำได้ นอกเหนือจากที่ท่านให้ความรู้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนเรื่องวินัยจราจรแล้วก็คงต้องฝาก ทางท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าในเรื่องงบประมาณ ในการที่ท่านจะดูแลเพื่อเพิ่ม ความรู้ให้กับเด็กเล็ก ๆ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าตามชนบทนั้นเราจะเห็นลูกหลานเรา อายุไม่ถึง ๑๓-๑๔ ปีที่สามารถขี่รถจักรยานยนต์ในหมู่บ้านได้ บางท่านต้องบอกว่าขี่มาถึง ในตัวอำเภอด้วยซ้ำก็มีนะคะ เพราะว่าเนื่องจากอาจจะขาดความรู้เรื่องวินัยจราจรหรือ เนื่องจากอาจจะขาดคนแล้วก็จริง

ทีนี้ค่ะท่านประธาน มันจะย้อนกลับไปที่คำถามสุดท้ายที่จะถามท่านรัฐมนตรี ที่ท่านบอกว่าทางหน่วยงานท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่จะมาเป็น เทศบาล เป็น อบต. หรือเป็น อบจ. ท่านเพิ่มอำนาจในการที่จะสามารถดูแลเรื่องการจราจร ในการเสริมสร้าง ในการส่งเสริมหรือในการดูแลในท้องที่นั้น ๆ ของเขา แต่ทีนี้ค่ะ ท่านประธาน ในกลุ่มที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เช่นอย่างที่บอกคือฝ่ายปกครอง ทางกำนัน ทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยที่เขาต้องตั้งด่านตามคำสั่งของอำเภอ ซึ่งต้องบอกว่าในช่วงปีใหม่ทุกปี อยู่แล้ว แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะคนกลุ่มนี้อาจจะมีทางพยาบาลบ้าง หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ที่ไปตามด่านต่าง ๆ แต่เมื่อทางอำเภอได้เพิ่มตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีเองนี่ค่ะ ได้เพิ่ม ไปตามจุดต่าง ๆ ของทุกหมู่บ้านแล้วนั้นก็ต้องบอกว่าเหมือนเพิ่มงานให้กับทางฝ่ายปกครอง ขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องขอฝากและเป็นคำถามกับท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะว่าในอนาคต อันใกล้นี้หรือว่าอย่างไรก็ตามแต่จะมีแผนในการที่จะดูแลส่งเสริมในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของค่าตอบแทน ในการที่ต้องบอกว่าหน่วยงานฝ่ายปกครอง ก็ตรง ๆ เลยค่ะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการทำงานดูแลพี่น้องประชาชนต้องบอกว่า ๗ วันต่อสัปดาห์ ไม่มีวันหยุดพัก เพราะฉะนั้นถ้ามีสิ่งใดที่ท่านสามารถจะตอบให้เพื่อพี่น้องฝ่ายปกครองได้ฟังอยู่ว่าในการที่ ทำงานเพิ่มงานขึ้นมาในแต่ละครั้ง ในแต่ละเดือนต้องบอกว่าหลายกระทรวงเพิ่มงานมาตลอด ล่าสุดนี้ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรายงานคือ ๒๒ กระทรวงที่เขาต้องดูแลในหมู่บ้านเขา เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าถ้าท่านมีมาตรการในการดูแลเรื่องสวัสดิการหรืออาจจะมี เพิ่มค่าตอบแทนหรืออะไรก็ตามแต่เพื่อเป็นพลังใจ เพื่อเป็นพลังทำงานต่อไปในอนาคต เพราะไม่ว่าจะออกมาตรการอะไรก็ตามแต่ทุกคนอยากมีส่วนร่วม เพราะว่าความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนในชุมชนก็เป็นลูกหลานกันหมดก็จะขอฝาก เป็นทั้งเรื่องฝากและเป็นทั้ง เรื่องคำถามที่จะผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐมนตรีมีเวลาอยู่ ๒ นาทีเศษครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านแนนที่ได้ฝากประเด็นเรื่องสำคัญก็คือเมื่อเพิ่ม ภารกิจให้กับท้องถิ่นสิ่งที่ตามมาก็คือต้องเพิ่มคนให้กับท้องถิ่นด้วย แล้วก็ต้องเพิ่ม งบประมาณให้ท้องถิ่นด้วยอันนี้คิดว่าต้องไปด้วยกัน แล้วผมได้แจ้งกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยไปเมื่อตอนเช้านี้เองบอกว่าให้นัดทุกฝ่าย ทั้งกรมท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นแล้วก็ตำรวจด้วยมาดูกันว่าเมื่อกฎหมายใหม่เขียนออกมาอย่างนี้ให้ท้องถิ่นมีหน้าที่ ดูแลในเรื่องการจราจร ต่อไปนี้เราจะพูดถึงเรื่องงบประมาณกันอย่างไรไม่ให้มันซ้ำซ้อนกันกับ ของตำรวจ ตอนนี้ภาระของตำรวจจราจรมีอยู่อย่างไร อันนี้จะเชิญมาหารือกันทั้งหมด ก็ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ห่วงใยเรื่องนี้ ก็รับว่าคิดตรงกันเพราะเมื่อเช้าผม ได้แจ้งไปที่กรมให้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือประเด็นนี้เพราะเป็นประเด็นใหม่ แล้วเรา จะให้ต่างคนต่างคิดเอาเองไม่ได้ก็ต้องบูรณาการเรื่องนี้กัน เพราะมันเป็นเรื่องใหม่จริง ๆ กฎหมายเพิ่งบังคับใช้เมื่อประมาณสัก ๖ เดือนที่ผ่านมานี้เองครับ เพราะฉะนั้นก็จะเร่งรัดให้ ทุกฝ่ายได้เตรียมรองรับเรื่องนี้กันอย่างเป็นระบบแล้วคิดว่าอันนี้จะเป็นปิดจุดเสี่ยง เพราะว่า ท้องถิ่นเมื่อก่อนเป็นชนบท ตอนนี้ชนบทเราเกือบจะหมดแล้วเรามีแต่เมืองขนาดเล็ก เมืองขนาดกลาง และเมืองขนาดใหญ่ แล้วเมื่อก่อนท้องถิ่นมีรถไม่กี่คัน เดี๋ยวนี้ในแต่ละ หมู่บ้าน ในแต่ละชุมชนรถหนาแน่นมากขึ้น เพราะฉะนั้นสัญญาณไฟต่าง ๆ เริ่มมีความจำเป็น มากขึ้น ก็ต้องคุยหารือกันว่าท้องถิ่นเมื่อมีภารกิจเรื่องจราจรด้วยท้องถิ่นต้องรับไปดูแลเรื่องนี้ เหมือนกับเรื่องที่บอกว่าท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลเรื่องความสะอาดท้องถิ่นก็เก็บขยะ วันนี้ กฎหมายเขียนบอกว่าท้องถิ่นต้องดูแลเรื่องการจราจร เรื่องความสงบเรียบร้อย ท้องถิ่นก็ต้อง ไปปรับแผนของท้องถิ่นนะครับ เมื่อปรับแผนปฏิบัติการแผน ๔ ปีแล้ว จากแผนปฏิบัติการ ไปสู่แผนงบประมาณต่อไป เพราะฉะนั้นก็จะเชิญทุกฝ่ายมาร่วมประชุมหารือกันเป็นเบื้องต้น เกี่ยวกับเรื่องการจราจรว่าเราจะสร้างความปลอดภัยให้กับคนที่ใช้รถใช้ถนนอย่างไร จะร่วมกันกำหนดมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้อย่างไร เราไม่หวังว่าจะ ไม่เกิดอุบัติเหตุเลยเราไม่หวังอย่างนั้น เราหวังว่าให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลก เขารับได้ว่าควรจะเกิดขึ้นต่ออัตราแสนประชากรแล้วมันควรเกิดขึ้นเท่าไร เพราะฉะนั้นนี่คือ เกณฑ์ที่เราเข้มงวดว่าต้องช่วยกันทุกฝ่าย ต้องบูรณาการกันทุกฝ่าย ต้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันปิด จุดเสี่ยงบนท้องถนนลงให้ได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาพอดีนะครับ ขอบพระคุณท่านผู้ถามและผู้ตอบนะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาก็จบ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๖ เรื่อง กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ

ก็เรียนให้ทราบว่าได้รับ แจ้งว่าท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถาม แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ มีภารกิจเข้าร่วมประชุมหารือโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการ จัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ ๑ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ก็เรียนท่านเจ้าของกระทู้ถามคุณครูมานิตย์รับทราบครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๗ เรื่อง ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินราคา (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ

ได้รับแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถาม ขอเชิญคุณยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคาแล้วก็เป็นปัญหา อย่างต่อเนื่องและราคาก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เป็นกระทู้ถามทั่วไป ผมเองก็เป็น ส.ส. ที่จังหวัดมหาสารคาม ผมเป็น ส.ส. จากอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งท่านประธานเองก็เคยไป ที่บ้านผมตอนสมัยที่ผมอยู่กับท่านประธานพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้ รับทราบปัญหาเพราะว่าชาวบ้านในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือเรียกกันว่าขายลอตเตอรีเป็นจำนวนมาก ถ้าถามว่าทำไมคน จังหวัดมหาสารคาม คนอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยถึงไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกันเยอะ ก็เนื่องจากว่าคนทางภาคอีสานบ้านผมอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ พอหมด ฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็คือทำนา ปีหนึ่งก็ทำนาได้ครั้งเดียว หลังจากนั้นคนแถวบ้านผมก็ต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ถามว่าแล้วไม่ไปหาอย่างอื่นมันก็ ไม่มีเพราะเนื่องจากว่ามันแล้งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ก็มีอาชีพไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือไปขายลอตเตอรี่ก็ไปขายทั่วภาคอีสาน มาขายถึงกรุงเทพมหานคร ไปขายถึงจังหวัด ระยองถึงจังหวัดชลบุรี อันนี้คือการอาชีพสุจริตที่ทำเพื่อเลี้ยงครอบครัว ทีนี้ท่านประธานครับ ปัญหาของคนที่ขายลอตเตอรี่ซึ่งถ้าว่าไปแล้วที่ภาคอีสานก็คงไม่ได้มีเฉพาะที่จังหวัด มหาสารคาม จังหวัดเลย อำเภอวังสะพุงก็เยอะนะครับ แล้วแต่ละที่ปัญหาคือ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็บอกว่าห้ามขายลอตเตอรี่เกินราคา ๘๐ บาท ถ้าเกินอะไรจะเกิดขึ้นตำรวจจับครับ ใครจะอยากให้ตำรวจจับเพราะว่าไปขาย ลอตเตอรี่ซึ่งท่านประธานก็ต้องทราบว่าทุกวันนี้กว่าจะขายลอตเตอรี่ให้ใบหนึ่ง ใบหนึ่งก็คือ คู่หนึ่งซึ่งราคา ๘๐ บาท ถ้าขายเกินราคาก็ถูกตำรวจจับ แต่ว่ากว่าจะขายได้ใบหนึ่งก็ยากเย็น แสนเข็ญเพราะอะไรครับ เพราะคนซื้อไม่มีเงินจะซื้อ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีคนก็ประหยัด เงินทองก็หายาก แต่ว่าคนเหล่านี้ก็จำเป็นที่จะต้องขายลอตเตอรี่คือถ้าไม่ขายก็ไม่รู้จะไป ทำอะไรกินมันก็เป็นลักษณะที่ว่าเป็นวิถีชีวิตของคนที่บ้านผมเป็นอย่างนี้ ลอตเตอรี่ต้นทุน ที่ซื้อกันจริง ๆ ใบหนึ่งก็ประมาณ ๗๐ บาท แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า ๗๐ บาท ถ้าคุณไปกดตู้อันนี้ก็กดตู้ตามธนาคารกรุงไทย ถ้าไปกดตู้ถ้าโชคดีบางงวดก็ได้มาขายก็โชคดีไป แต่ว่ามีเฉพาะคนส่วนน้อยที่ได้ คนส่วนใหญ่ที่ขายลอตเตอรี่ก็ไม่ได้ ทีนี้จะทำอย่างไรก็ต้อง ไปหาซื้อจากคนที่ขายที่กรุงเทพฯ เขาเรียกว่ายี่ปั๊วคืออะไรครับ ก็คือเป็นที่มาของที่บอกว่า ห้าเสือกองสลากที่รับจำนวนมากมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอุตตม สาวนายน ท่านดูแลอยู่นะครับ แต่ว่าวันนี้ท่านก็ไม่มาตอบ ผมอีกมัวแต่ไปยุ่งกับงบประมาณอยู่ก็ให้รัฐมนตรี สันติ พร้อมพัฒน์ มาตอบ ท่านก็ไปดูแล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดี๋ยวท่านต้องตอบผมให้ดีนะ เพราะว่าท่านไม่ได้ดูแล ท่านรู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทีนี้ก็เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณยุทธพงศ์ตั้งกระทู้ถาม ๑๕๒ อย่าลืมท่านยุทธพงศ์กลับรู้ดีว่า

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมรีบ เข้าประเด็นเลยผมได้ ๒ คำถาม ท่านประธานครับ ซื้อมา ๙๐ บาทก็ไปขาย ๑๐๐ บาท ก็ได้กำไรคู่ละ ๑๐ บาท แต่ก็ไปถูกตำรวจจับเพราะว่าขายเกินราคา ถ้าไม่จับก็ต้องไปเสียเงิน ให้ตำรวจท้องที่เป็นอำเภอ เป็นงวด ๆ เลยนะครับ นี่คือลักษณะที่มันเกิดขึ้นเป็นปัญหา ของคนบ้านผม เข้าคำถามเลยครับ

คำถามที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่ท่านดูแล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลท่านจะแก้ปัญหาลอตเตอรี่เกินราคาอย่างไร แล้วท่านจะมีวิธี อย่างไรให้ชาวบ้านที่เขาขายลอตเตอรี่ให้เขาไปซื้ออย่างไรให้ได้ไม่เกิน ๘๐ บาทเขาจะได้มา ขาย ๘๐ บาทได้ นี่คือคำถามที่ ๑

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบคุณท่านที่มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาว มหาสารคาม ซึ่งท่านก็บอกว่าพี่น้องชาวมหาสารคามนั้นว่างเว้นจากฤดูหรือผู้ที่ว่างงาน ก็พยายามขวนขวายหาอาชีพ เพราะฉะนั้นอาชีพของการขายสลากก็เป็นอาชีพที่ยอดนิยม ก็ขอขอบคุณท่านที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของราคายี่ปั๊ว ซาปั๊ว และท่านก็ได้สอบถาม กองสลากว่าจะแก้ปัญหาสลากขายเกินราคาได้อย่างไร ผมต้องขอกราบเรียนท่านนะครับว่า จริง ๆ แล้วเรื่องปัญหาสลากเกินราคานั้นกองสลากเองได้แก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะสถิติว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ กองสลากได้พิมพ์สลากขาย ๓๔ ล้านฉบับก็ไม่พอเพียง ก็เกิดปัญหาอย่างที่ท่านได้พูดถึงปี ๒๕๔๗ ขยายเป็น ๔๘ ล้านฉบับ และปี ๒๕๕๒ ขยายเป็น ๕๐ ล้านฉบับ และปี ๒๕๕๗ ก็ขยายจำนวนสลากเป็น ๗๔ ล้านฉบับ โดยเฉพาะปี ๒๕๖๒ นี้ ก็ได้ขยายเป็น ๑๐๐ ล้านฉบับ ๑๐๐ ล้านฉบับ ประกอบด้วย แยกส่วนเป็น ๒ ส่วนใหญ่ ๆ

ส่วนแรกก็คือสำหรับกึ่ง ๆ การกุศล ก็คือมีสมาคมมูลนิธิของคนพิการ มีทั้งหมด ๙๐๐ กับ ๑ องค์กร มีสมาชิกที่รับสลากไปขาย ๑๗,๘๕๘ ราย แล้วก็ยังมีบุคคล ทั่วไปรายย่อย ๒๘,๖๗๐ ราย แล้วก็คนพิการอิสระที่ไม่ได้อยู่ในสมาคมนั้นอีก ๓,๖๓๕ ราย นี่คือจัดสรรในภาคส่วนของกึ่ง ๆ การกุศล จำนวนทั้งสิ้น ๓๓ ล้านฉบับ โดยแบ่งเป็นองค์กร ตามที่ผมพูดถึงนั้น ๑๕ ล้านฉบับ บุคคลทั่วไปรายย่อย ๑๔.๕ ล้านฉบับ แล้วก็คนพิการอิสระ อีก ๑๓.๕ ล้านฉบับ ก็ประมาณ ๑ ใน ๓

อีกส่วนหนึ่งที่ท่านบอกว่ามี ๕ เสืออยู่ในกองสลาก ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้วนะครับ เพราะว่าเป็นการจองซื้อโดยแรนดอม (Random) ผ่านระบบจองซื้อของธนาคารกรุงไทย ซึ่งระบบนี้ก็ขายทั้งหมด เข้าไปอยู่ในนี้ทั้งหมดอีกประมาณ ๖๗ ล้านฉบับ รวมแล้วก็เป็น ๑๐๐ ล้านฉบับในปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียน ๑๖๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีผู้ได้รับจองซื้อสลาก ซึ่งกระจายออกไปคนละ ๕ เล่ม ๕ เล่ม ๕ เล่มนั้น เวลาแรนดอม (Random) แล้วก็จะได้ ๑๓๔,๐๐๐ ราย ก็เป็นจำนวนมาก ๕ เล่มนี้ถือว่าเป็นรายย่อยแล้ว เพราะฉะนั้นตามที่ท่านบอกว่า ยังมียี่ปั๊ว ซาปั๊ว อันนั้นก็ต้องเรียนว่าถ้าท่านย้อนหลังกลับไปปี ๒๕๕๗ ตอนที่ได้เปลี่ยนเป็น ระบบที่ไม่เอา ๕ เสือแล้ว เอาเป็นระบบแรนดอม (Random) นี้แล้ว ช่วงต้น ๆ ท่านจะเห็นว่า การขายสลากของรายย่อย ๕ เล่ม ๕ เล่มที่ว่านี้ขายขาดทุนเพราะว่ารับมาเอง ๗๐.๔๐ บาท ผู้ค้าไปขาย ๘๐ บาทก็จะได้กำไร ๙.๖๐ บาท ซึ่งเฉลี่ยสัดส่วนแล้วตั้ง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการค้าเดือนหนึ่ง ๒ ครั้งก็ไม่ใช่น้อย แต่ว่าหลังจากที่แรนดอม (Random) แล้วลูกค้า ใน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าราย รวมทั้งในส่วนของกึ่งการกุศลนั้นอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ รายเศษ รวมแล้วก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ รายนั้น ผู้ค้าก็เป็นผู้ค้าที่รู้จักกันเสียส่วนใหญ่ ก็พบปะเจอกัน ก็เกิดการแลกเปลี่ยนโดยธรรมชาติ แลกเปลี่ยนก็ขายต่อกันเป็นช่วง ๆ อย่างที่ท่านว่าเป็น ยี่ปั๊วอย่างนั้น ซึ่งถ้าขายเกินราคาก็ผิดระเบียบ ผิดกฎหมายก็จะเกิดปัญหาอย่างที่ท่านว่า ซึ่งผมเองผมได้ หารือกับกองสลากว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร กองสลากก็แจ้งผม ผมก็เลยแจ้งผ่าน ท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. ว่ากองสลากมีเครื่องพิมพ์สลากอยู่ ๓ ชุด ชุดหนึ่งจะพิมพ์ได้ต่องวด ประมาณ ๓๕ ล้านฉบับ แล้วใน ๓ เครื่องนั้นใช้เวลาพิมพ์เดือนหนึ่งได้หยุดพักประมาณ ๔ วันเท่านั้นเอง แล้วในแต่ละวันใช้งานอยู่ตั้งแต่ ๗ โมงเช้าถึง ๒ ทุ่ม ซึ่งต้องเรียนตรง ๆ ว่า เต็มประสิทธิภาพแล้วที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน การพัฒนาของผู้ซื้อและผู้ขาย ก็พัฒนาไป ซึ่งก็ต้องเรียนว่าสลากเป็นที่นิยมเนื่องจากว่าเรามีผู้ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ก็จะมีข่าวทุกงวดว่า นาย ก นาย ข ถูกลอตเตอรีงวดนี้ ๑๐๐ กับ ๒ ล้านบาทบ้าง ๓๓ ล้านบาทบ้าง เป็นเงินจำนวนมากก็เลยทำให้เป็นตัว ประชาสัมพันธ์และเป็นตัวจูงใจทำให้สลากได้รับความนิยม ซึ่งผมได้ถามกองสลากแล้วว่า เราจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหาไม่ให้สลากขายเกินราคา เนื่องจากว่า ๘๐ บาท ซื้อมา ๗๐.๔๐ บาท รายได้ผลตอบแทนมันคุ้มและมากเกินพออยู่แล้วจะทำอย่างไรดี ทางกองสลากก็บอกว่า กองสลากเองกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มสลาก แต่ก็เพิ่มไม่ได้เนื่องจากเครื่องจักรไม่พอแล้ว ผมก็ บอกว่าถ้าอย่างนั้นท่านอาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเครื่องจักรอีกสักชุดหนึ่งเพื่อจะได้ยืดหยุ่น แต่ถึงอย่างไรก็ดีเมืองไทยเราขายสลากได้งวดละถึง ๑๐๐ ล้านฉบับ ในขณะที่ประชากรมีอยู่ ๖๘ ล้านคน เพราะฉะนั้นฟังแล้วก็น่าดีใจ แล้วก็น่าตกใจ เฉลี่ยคนหนึ่งซื้อสลากเกินกว่า ๑ ใบ ก็ได้บอกกองสลากไปว่าก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของการมอมเมาต่าง ๆ การที่จะทำดีมานด์ (Demand) ให้พอก็มีข้อดีและข้อเสีย ก็เลยขอให้กองสลากเขาไปค้นคว้าวิจัยดูสิว่า ถ้าเราจะ เพิ่มอีกจะเหมาะสมอย่างไร แล้วก็ด้วยวิธีอื่นจะแก้ไขอย่างไร ค้าเสรีเลยดีไหม ทุกมาตรการ ที่จะปรับปรุงนั้นมีทั้งข้อดี ข้อเสีย เพราะฉะนั้นกองสลากเขาก็กำลังพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ อยู่ กำลังตั้งใจแก้ปัญหาอยู่ อย่างที่ผมเรียนท่านว่าเมื่อปี ๒๕๔๒ นั้น เราพิมพ์สลากเพียง ๓๔ ล้านฉบับ ขณะนี้เพิ่มมาถึง ๑๐๐ ล้านฉบับ มันก็เป็น ๒ เท่าแล้ว ก็เรียนท่าน ส.ส. ในเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกซักได้อีก ๑ ครั้ง เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ตอบว่าปัจจุบัน แต่ละงวดกองสลากก็ได้พิมพ์สลากมาทั้งหมด ๑๐๐ ล้านฉบับ แล้วก็มีการกระจายให้ รายย่อยคนละ ๕ เล่ม แล้วก็มีคนมาลงทะเบียนทั้งหมดที่มาขอรับเป็นผู้ขายสลากรายย่อย ๑๖๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ได้ไปคนละ ๕ เล่ม ในราคาต้นทุนประมาณใบละ ๗๐ บาท แล้วก็ ไปขาย ๘๐ บาท ซึ่งท่านก็บอกว่ามันเป็นกำไร ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงมันก็ยัง ไม่ใช่แบบที่ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจง คราวนี้ท่านก็บอกว่ายี่ปั๊ว ซาปั๊วอะไรไม่มีแล้วนะครับ

ทีนี้คำถามที่ ๒ คือผมยังยืนยันว่ามีซาปั๊วแล้วก็มีคนผูกขาด เพราะว่ามาซื้อ กันอยู่ที่หน้ากองสลาก ถนนราชดำเนิน

คำถามที่ ๒ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมขอนัดหมายกับรัฐมนตรีสันติ ไปด้วยกันเลยผมจะพาท่านไปดู เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะโกหกท่านว่าไม่มี หรือรัฐมนตรีสันติ ท่านไม่รู้เรื่องเพราะท่านไม่เคยซื้อลอตเตอรี่คำถามผมว่าถ้ามันมี ๕ เสือมันมียี่ปั๊วอย่างนั้น ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ จะจัดการอย่างไร ท่านไปกับผมด้วยท่านจะไปหรือไม่ตอบหน่อย ถ้าไปด้วยกันแล้วท่านเจอท่านจะจัดการกับพวกยี่ปั๊วอย่างไร เพราะท่านบอกผมว่าไม่มี ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามที่ท่านมีความมุ่งมั่น ที่จะแก้ปัญหาเรื่องสลากเกินราคาเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและ ผู้ขาย กองสลากเองก็ต้องเรียนว่าได้พยายามแก้ปัญหานี้มาโดยตลอด แต่ว่าผู้ค้าที่แรนดอม (Random) ได้คนละ ๕ เล่ม แล้วเขาอาจจะจับกลุ่มอยู่ที่ ณ แห่งนั้นแล้วก็ซื้อ ๆ ขาย ๆ กัน ในเบื้องต้นตรงนั้น อันนี้ก็เป็นปัญหาในขณะที่เขาซื้อขายเขาอาจจะซื้อขายกันไม่เกิน ๘๐ บาท แต่พอได้รายย่อยที่อยากจะขาย ๑๐ เล่ม ขาย ๒๐ เล่มก็จำเป็นต้องไปซื้ออย่างนั้นผมยอมรับว่า มีแต่มันไม่ใช่ ๕ เสืออย่างที่ท่านได้พูดไว้ ๕ เสือนั้นจริง ๆ ก็ต้องยืนยันว่าหมดไปแล้วไม่มีแล้ว แรนดอม (Random) ทีหนึ่ง ๑๓๔,๐๐๐ รายที่ออกมาอย่างนี้มันไม่ใช่น้อยมันไม่ง่ายนะครับ ก็เป็นผู้ค้าไปดำเนินการเป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊วกันเสียเอง ทางกองสลากก็ได้พยายามค้นคว้าวิจัย ในวิธีแก้ปัญหาคนหมู่มากที่ดำเนินอย่างนั้นอยู่ ขอเรียนท่านอย่างนั้นนะครับ แต่ถ้าหากว่า ท่านมีแหล่งที่ได้ดำเนินการอย่างนั้นจริง ๆ ก็ขอความกรุณาท่านแจ้งมาที่กระทรวงหรือ แจ้งมาที่กองสลากจะไปดำเนินการพร้อมกับท่านหรืออย่างไรก็ยินดีเพื่อแก้ปัญหาเรื่อง สลากเกินราคาให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพดั่งความหวังของท่านผู้แทนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๙ เรื่อง นโยบายบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำ ลำน้ำสาธารณะ (นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตอบ

เชิญคุณสมเกียรติครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมจะมาตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงเรื่องนโยบาย บริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ แต่เป็นที่น่าเสียดายวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มา ก็ถือว่าท่านได้ให้ความสำคัญได้ส่งท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สืบเนื่องจากอุทกภัยน้ำท่วม ในกรุงเทพมหานครเมื่อปี ๒๕๕๔ ได้มีการสำรวจพบว่ามีการปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้าไป ในลำคลองจำนวนมากทำให้การระบายน้ำในฤดูน้ำหลากได้ไม่ดี อีกทั้งยังต้องขยายแนวเขื่อน ให้กว้างขึ้นจาก ๒๕ เมตรมาเป็น ๓๘ เมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วม จึงได้มีคำสั่งของ นายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔๙/๒๕๕๘ จากนั้นมีมติคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะทำงานกองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน ริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งมีทั้งหมด ๙ ริมคลอง ซึ่งประกอบไปด้วย คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองบางซื่อ คลองบางเขน คลองสามวา คลองพระยาราชมนตรี คลองพระโขนง คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองลาดบัวขาว กระทู้ถามที่ผมจะถามวันนี้ผมจะพูดถึงชุมชน ๒ ริมคลองครับท่านประธาน คือคลองลาดพร้าว แล้วก็คลองเปรมประชากรที่กำลังเกิดปัญหาเป็นโครงการเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ปี กินพื้นที่ไป ๘ เขต รวมแล้ว ๗๔ ชุมชน กว่า ๑๑,๐๐๐ หลังคาเรือนซึ่งมีผลกระทบต่อ ประชากรจำนวน ๖,๕๐๐ กว่าคน การขยายแนวเขตของเขื่อนจาก ๒๕ เมตร ไป ๓๘ เมตร ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านครับ ชาวบ้านไม่ได้มีปัญหาครับ แต่ที่มีปัญหาเนื่องจากใช้ ปว.๔๔ มาไล่รื้อถอนที่อยู่อาศัยของชาวบ้านโดยไม่มีค่าชดเชย ชาวบ้านที่อยู่ริมคลองได้อาศัยกันอยู่มา ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ๗๐ ปี ๘๐ ปี ต้องจำยอมรื้อถอนบ้านของตัวเองที่สร้างไว้ด้วย น้ำพักน้ำแรง หากชาวบ้านไม่รื้อถอนรัฐก็จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนและเรียกเก็บค่ารื้อถอน ถ้าชาวบ้านไม่มีค่ารื้อถอนให้ ชาวบ้านก็จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทำให้เกิดปัญหาขึ้นในวงกว้าง เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธาน รัฐบาล คสช. ในสมัยนั้นก็ยังได้สร้างหนี้ก้อนใหม่ให้กับ ชาวบ้านโดยการนำบ้านมั่นคงเคหะมาให้ชาวบ้านเป็นหนี้ผ่อนส่งอีก ๒๐ ปี จึงทำให้ชุมชน เกิดความแตกแยกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ครับท่านประธาน กลุ่มชาวบ้านที่ต้องการ อยากจะได้บ้านมั่นคงเคหะ ทำไมเขาถึงต้องอยากได้ครับ เหตุที่ต้องอยากได้ก็เพราะว่า กลัวกฎหมาย นั่นคือเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ไม่มีที่อยู่อาศัยจึงจำเป็นที่จะต้องเอาบ้านมั่นคงเคหะไว้ แต่จำนวนชาวบ้านกลุ่มนี้ที่เอาบ้านมั่นคงเคหะกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ มีปัญหาในเรื่องการผ่อนส่งเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะเขาเหล่านั้นยากจน เพราะ เขาเหล่านั้นหมดเงินหมดทองไปกับที่อยู่อาศัยเดิมของเขาแล้วถูกรื้อถอนโดยไม่มีค่าชดเชย เยียวยา รวมกระทั้งไม่มีส่วนร่วมเข้าไปตัดสินใจในชีวิตอนาคตของครอบครัวเขาเลย

ส่วนที่ ๒ ครับท่านประธาน กลุ่มชาวบ้านที่ไม่ต้องการบ้านมั่นคงเคหะ ไม่เอา เพราะอะไรครับท่านประธาน ๑. เพราะไม่มีความชัดเจน ๒. ไม่มีเงินที่สามารถจะส่ง ผ่อนชำระในระยะยาวได้ ท่านประธานครับ ชาวบ้านในกลุ่มนี้เมื่อไม่เอาบ้านมั่นคงเคหะ ครั้นเมื่อเขาคัดค้านต่อต้านเรื่องที่อยู่อาศัยและชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาก็ถูก ดำเนินคดีทั้ง ๒ คลอง ทั้งคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร รวมแล้วร่วม ๑๐๐ คดี ฉะนั้นคำถามที่ผมจะถามท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ท่านมารับฟังในที่นี้ด้วยว่า

ข้อ ๑ การนำนโยบายพัฒนาที่อยู่อาศัยในแต่ละชุมชนให้ประชาชนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของพวกเขาได้หรือไม่

ข้อ ๒ ประชาชนที่มีการต่อต้านคัดค้านการรื้อถอนที่อยู่อาศัยเดิมของเขา แล้วถูกดำเนินคดี ภาครัฐจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางกฎหมายที่ประชาชนถูกฟ้องร้อง ได้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ของท่านสมเกียรติ ชัยวิสุทธิกุล ที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง ผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ตามคลองเปรมประชากรแล้วก็คลองลาดพร้าว คำตอบของท่าน

คำตอบที่ ๑ ก็คือว่าการนำนโยบายเข้าสู่ชุมชนนั้นรัฐบาลมีแนวทางให้สมาชิก ของชุมชนนั้นมีส่วนร่วมอย่างไร อยากจะกราบเรียนว่าโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แล้วก็ ได้สอบถามผู้บริหารองค์กรของรัฐแล้วก็ฝ่ายราชการว่าได้มีการบันทึกขั้นตอนการประชาคม การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในเขตคลองเปรมประชากรแล้วก็เขตคลองลาดพร้าว คือมี ๙ ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก ก็คือสร้างการรับรู้และความเข้าใจโครงการให้กับสมาชิก ทุกครัวเรือน ก็คือผ่านผู้นำชุมชน แล้วเขาจะให้ผู้นำชุมชนนั้นเดินไปประสานกับพี่น้อง ให้แสดงความเห็นว่ามีความเห็นอย่างไร

ขั้นตอนที่ ๒ คือชุมชนนั้นจะต้องเข้าร่วมประชุมภาคีทุกฝ่ายแล้วก็ร่วมรับรอง สิทธิในชุมชนนั้น

ขั้นตอนที่ ๓ คือตั้งกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ ตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อบริหาร โครงการงบประมาณ นั่นก็คือถ้าเผื่อพี่น้องนั้นมีความเห็นเห็นด้วย เห็นชอบ

ขั้นตอนที่ ๔ กรมธนารักษ์ กรมที่ดินก็ต้องรังวัดขอบเขตที่ดินกรณีเป็นที่ของ กรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุก็ต้องมาร่วมกันดูแลเขตตรงนี้

ขั้นตอนที่ ๕ ก็คือสหกรณ์เสนอโครงการและงบประมาณนั้นในการก่อสร้าง ผ่านความเห็นของชุมชนด้วย

ขั้นตอนที่ ๖ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดในจำนวน ๙ ขั้นตอนที่ฝ่าย ปฏิบัติงานนั้นได้รายงานนั้นก็คือการออกแบบ การวางผังของชุมชนทุกครัวเรือนใช้เสนอ ความเห็น ตรงนี้ใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ ๓ เดือน กว่าจะสรุปข้อตกลงได้ครับ

ขั้นตอนที่ ๗ ก็คือการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตัวสหกรณ์นั้นจะเป็นผู้เบิกจ่าย แทนชุมชนทั้งหมด

ขั้นตอนที่ ๘ ก็คือถ้าตกลงใจว่าจะย้ายก็ต้องได้รับงบประมาณ ย้ายบ้านเดิม ก็ต้องได้รับงบประมาณจากองค์กรพัฒนาชุมชนก่อนนะครับ

ขั้นตอนที่ ๙ คือสหกรณ์จ้างผู้รับเหมาหาบ้านตามแบบที่ชุมชนได้อนุมัติ ฉะนั้นจากขั้นตอนที่ ๑ ถึงขั้นตอนที่ ๙ จะเห็นได้ว่าเกือบทุกขั้นตอนนั้นอาจจะมีกรณีที่รังวัด เท่านั้นที่พี่น้องมาประชุมน้อย แต่ว่า ๑-๙ ขั้นตอนนั้นจะใช้เวลาประมาณ ๖ เดือนอย่างเร็ว ๑ ปีเป็นอย่างช้าถึงจะจบนะครับ คลองลาดพร้าวอย่างที่ได้กราบเรียนว่ามีชุมชนนั้นมากมาย ทั้ง ๒ คลองนั้นหมื่นกว่าครัวเรือน ก็ทราบว่ามีชุมชนที่ท่านได้กราบเรียนสภาว่ามีทั้งคนที่ เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย ในคลองลาดพร้าวมี ๗,๐๖๙ ครัวเรือน แล้วก็อยู่ในน้ำ ๓,๘๐๐ ครัวเรือน อยู่บนตลิ่งนั้น ๓,๒๐๐ ครัวเรือน ผลของการสำรวจนั้นก็ปรากฏว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของชุมชนของครัวเรือนนั้นเห็นด้วยกับการร่วมโครงการ แล้วก็มีที่เหลือนั้น ยังไม่เห็นด้วยเพราะว่ายังมีผลกระทบอยู่ นั้นชุมชนที่ทำก็ยาวอย่างที่ท่านเรียนว่าประมาณ ๓๑.๙ กิโลเมตร สิ่งที่มีปัญหาก็คือว่ารัฐนั้น จะบรรเทาผลกระทบทางกฎหมายให้กับผู้คัดค้านถูกดำเนินคดีอย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่มีความกังวลก็คือรัฐบาลจะเห็นใจผู้มีรายได้น้อยพี่น้องประชาชนขนาดไหน รัฐบาลก็ต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองก็ต้องอยู่ได้ด้วยกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีไว้ก็คงจะไม่อาจที่จะ ละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายได้ ขณะนี้อย่างที่ท่านได้เรียนถามผมว่ามีคดีอยู่ในศาล ก็จริงนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราก็ต้องฟังคำพิพากษาศาลว่าศาลนั้นจะพิพากษาเป็นคุณ กับผู้บุกรุกหรือเป็นโทษกับผู้บุกรุกก็คงจะต้องรอคำพิพากษาศาล ส่วนในกรณีที่ท่านบอกว่า ใช้ ปว.๔๔ ที่มาจัดการนั้นก็ยังมีช่องทางให้พี่น้องนั้นได้ร้องอุทธรณ์คดีปกครองต่อศาล ปกครองสูงสุดได้อยู่แล้ว ฉะนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นก็ ยินดีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทุกประการครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกซักถามได้อีกครั้ง เชิญนะครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

จากปัญหาขั้นต้นของ ชุมชนริมคลองที่กระผมได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ผมอยากจะให้ท่านประธานตามผมมาครับ เนื่องจากนโยบายนี้เป็นนโยบายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ โครงการ แรกเป็นโครงการของริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งริมน้ำเจ้าพระยานั้นก็จะมีชุมชนที่รุกล้ำลำน้ำด้วย เช่นกัน ๑๔ ชุมชน ใน ๑๔ ชุมชนนี้เมื่อมีการประชุมได้ให้สิทธิของทุก ๆ ชุมชนเข้าไปร่วม ตัดสินใจในชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาในอนาคต ฉันทามติออกมาอย่างไร ท่านประธานครับ ฉันทามติออกมาว่าให้ช่วยเหลือชดเชยเยียวยาใน ๑๔ ชุมชนที่อยู่ริมฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกันกับ ๒ ริมคลองที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังสัก ๒-๓ ตัวอย่างท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงต้องซักถามแล้วครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ยกตัวอย่างอย่างเช่น ชุมชนมิตรคาม ๑ และ ๒ มติในชุมชนของเขาต้องการพื้นที่ที่ใหม่ เขาก็ตกลงกันไปหาพื้นที่ ที่ดินที่ใหม่ที่จะไปสร้างที่อยู่อาศัย โดยได้เงินชดเชยตรงนั้นลงขันกันบางส่วนไปซื้อที่ดิน แปลงหนึ่งและอยากได้ที่อยู่อาศัยก็ไปเอาบ้านโครงการเคหะมั่นคงมาลง กรรมสิทธิ์ก็ได้ สิทธิก็ได้ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมเกียรติต้องถามครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ฉะนั้นทุก ๆ ชุมชนก็จะได้ สิทธิตรงนี้ คือผมต้องชี้เพื่อให้เห็นว่าประเด็นปัญหาเกิดจากอะไร อีกสักชุมชนหนึ่งชุมชน ศาลเจ้าแม่ทับทิม ก็ได้พูดคุยตกลงกันในชุมชนจะเอาเงินชดเชยตรงนี้ไปซื้อบ้านเอื้ออาทร เงินส่วนหนึ่งไปซื้อไปผ่อนบ้านเอื้ออาทรเขาก็จะสามารถมีกำลังในการที่จะผ่อนจะซื้อไปได้ และได้เป็นกรรมสิทธิ์ แต่หันหลังกลับมาดู ๒ ริมคลองที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นครับ ท่านประธาน เขาถูกไล่รื้อถอนโดยที่ไม่มีค่าชดเชยเยียวยา มันจะเกิดอะไรขึ้นตามมา ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมเกียรติถามได้แล้วครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เกิดความเหลื่อมล้ำครับ เกิดอะไรตามมาอีก เกิดความไม่เท่าเทียมกัน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามได้ครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมต้องชี้แจงประเด็น ให้เห็นก่อนครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นแล้ว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมพอเข้าใจครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ก็จะไม่เห็นความแตกต่าง ทั้ง ๆ ที่เป็นนโยบายเดียวกัน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเป็นประเด็นซ้ำซาก แล้วครับ วนเวียน ถามได้ครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจะถามแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่ถ้าหากว่าจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ถ้าให้มีการชดเชยเยียวยา เหล่านี้ กลุ่มคนสองกลุ่มที่ว่านะครับ ทั้งที่เอาบ้านมั่นคงและไม่เอาบ้านมั่นคง เมื่อได้รับการ ชดเชยเยียวยาแล้วเขาก็สามารถที่จะเดินไปข้างหน้าพาครอบครัวเขาไปได้ แล้วสิ่งที่สำคัญ อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน โครงการบ้านเคหะมั่นคงก็ยังสามารถดำเนินการไปได้ทุก ๆ ชุมชน ซึ่งยังต้องเหลือทั้งหมดอีก ๗ ริมคลองที่จะต้องเข้าไปพัฒนาพื้นที่พัฒนาที่อยู่อาศัย ฉะนั้นคำถามที่ผมจะถาม

คำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ รัฐควรกำหนดค่ารื้อถอนเพื่อเป็นทุนให้กับ ชาวบ้านริมคลองได้ใช้ชีวิตครอบครัวเขาเดินต่อไปข้างหน้าได้หรือไม่ ถ้าได้ มีนโยบายกำหนด ระยะเวลาแล้วเสร็จเมื่อไร ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยากกราบเรียนว่าในฐานะที่ท่านเป็น ผู้แทนราษฎร ผมก็เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คำนึงถึงนะครับว่าประชาชนนั้นต้อง เป็นใหญ่ ถามว่าเห็นใจพี่น้องประชาชนหรือไม่ เห็นใจ แต่ในขณะเดียวกันบ้านเมืองก็ต้องมี กฎหมาย ผมไม่ได้ถามคำถามคล้าย ๆ กันกับที่ท่านถามกับฝ่ายที่รักษากฎหมายคือ ข้าราชการ คำถามเดียวกันครับว่าทำไมริมน้ำเจ้าพระยาจ่ายได้ แต่คลองลาดพร้าวจ่ายไม่ได้ หนึ่งในคำอธิบายของเขาก็คือว่าที่ลำน้ำเจ้าพระยานั้นเป็นที่สาธารณะประโยชน์ทุกคน ร่วมกันใช้ ดังนั้นมีข้อแตกต่างจากที่คลองลาดพร้าว เพราะที่คลองลาดพร้าวนั้นเป็นคลองขุด เราขุดมาสมัยรัชกาลที่ ๕ แล้วคนที่เป็นเจ้าของคือที่ราชพัสดุเป็นที่ของหลวง แล้วหน่วยงาน ของรัฐก็ได้พยายามใช้หลักรัฐศาสตร์เจรจามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงปลายปี ๒๕๖๑ นะครับ ปีนี้ปี ๒๕๖๒ เป็นผลสำเร็จแค่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จึงจำเป็นจะต้องใช้หลักนิติศาสตร์คือ กฎหมายที่มีอยู่เพื่อให้ปัญหานั้นลุล่วงไป ถามว่าผมเห็นใจพี่น้องประชาชนหรือไม่ ผมเห็นใจ ครับ ในขณะเดียวกันผมจะบังคับให้ข้าราชการนั้นไปจ่ายเงินค่าเยียวยา เขาถามว่าเมื่อมัน ไม่มีกฎหมายรองรับเขาจะต้องเป็นคนติดคุกเขาก็ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นตรงนี้ก็เรียน ท่าน ส.ส. สมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล นะครับว่า เรื่องนี้จะถูกดำเนินการไปด้วยความเห็นใจ พี่น้องประชาชนเป็นที่สุด แต่อย่างไรก็ต้องรักษากฎหมายเอาไว้เช่นกัน ฉะนั้นถ้ามีช่องทาง อะไรที่จะต้องแก้กฎหมาย แก้ระเบียบ เพื่อให้พี่น้องได้รับประโยชน์นั้น กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็พร้อมที่จะปฏิบัตินะครับ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ก็กราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับ เพราะว่ามีข้อติดขัดกฎหมายจริง ๆ ครับ

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ ประธานในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอเริ่ม ดำเนินการตามระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ตามข้อบังคับให้เราเริ่มพร้อมกับ กระทู้ถามในห้องประชุมใหญ่นะครับ

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๑๗ เรื่อง การปรับเปลี่ยนเวลาวิ่งของ รถบรรทุกในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ

ในเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งมาว่า เนื่องจากวันนี้ท่านมีภารกิจ ที่จะต้องปฏิบัติราชการสำคัญจึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ดังกล่าวได้ แต่ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะแทน และในเรื่องนี้ท่านได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมสังเกตการณ์และมา สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งวันนี้มีท่านผู้อำนวยการสำนักแผน ความปลอดภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร คือท่านอธิภู จิตรานุเคราะห์ และท่านสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร ผู้อำนวยการกองจัดระบบการจราจรทางบก สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร ท่านที่ ๓ ท่านธีระเวช วงศ์กำแหง หัวหน้าส่วนประกอบการ ขนส่งสินค้า สำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาร่วมให้ข้อมูล ทั้ง ๓ ท่าน ผมได้อนุญาตให้เข้ามาร่วมประชุมด้วย ดังนั้นเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เริ่มดำเนินการถามได้ครับ

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๑ จากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคอนาคตใหม่ ที่ผมได้มีกระทู้ถามไปในเรื่องการปรับเปลี่ยนเวลารถบรรทุกในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล มีสาเหตุเนื่องมาจากการตั้งกระทู้ถามผมครั้งนี้ก็คือ ในถนนเส้นทางรถไฟสายเก่า ปากน้ำที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและมีบางช่วงที่อยู่ในพื้นที่บางนาและพระโขนงมีอุบัติเหตุ เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศเลย แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ในกรุงเทพมหานครซึ่งถือว่า เป็นเมืองหลวงของประเทศที่ควรจะมีการจัดการเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีกว่านี้ ผมก็เตรียมคิดวิธี ที่จะแก้ไขปัญหาในบทบาทของ ส.ส. ในพื้นที่ว่าจะทำอย่างไร ผมก็ได้เห็นข่าวของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ได้ให้ข่าวไว้ในเว็บไซต์ (Web site) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ที่จะกำจัดเวลาวิ่งของรถบรรทุก ซึ่งผมได้อ่านและได้เห็นก็รู้สึกดีว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้อุบัติเหตุในพื้นที่ผมและในกรุงเทพฯ น่าจะลดน้อยลงได้ถ้ามีการใช้มาตรการนี้ขึ้นมา และยังมีการพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ไว้ด้วยว่า นโยบายนี้ควรจะต้องทำให้ได้ ต่างประเทศในเมืองใหญ่ยังทำได้ คงไม่มีปัญหาหาก ผู้ประกอบการสามารถควบคุมเวลาได้ ที่ผ่านมาปล่อยให้วิ่งอิสระมามากแล้วคิดจะเข้าออก เมืองเมื่อไรก็ได้ แล้วก็มีการให้ข้อมูลไว้ว่าคงจะสรุปเรื่องนี้สักประมาณ ๑ เดือน แล้วก็มาสรุป เคาะกันอีกทีว่าจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไร ผมก็เฝ้ารอว่าเมื่อไรเรื่องนี้จะถูกประกาศออกมา สักที ผ่านไปหลังจากเดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ก็ยังไม่มีข่าว ผมก็เลย ถือโอกาสนี้ตั้งกระทู้ถาม แต่ว่าระหว่างนั้นผมก็ได้มีการดำเนินการเพื่อจะแก้ไขปัญหานี้แล้ว โดยการหารือกับท่านประธานในสภาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งสอดคล้องกับการย้ายท่าเรือที่ผม สอบถามไปแล้วมันก็คือวิธีการแก้ปัญหาหนึ่ง ซึ่งวันนี้ผมตัดในส่วนเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ การปรับเปลี่ยนเวลารถยนต์มาเสนอเป็นคลิป (Clip) สักประมาณ ๓ นาทีครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)

จากคลิป (Clip) ก็คือ การหารือของผมตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม แล้วก็การลงพื้นที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ดู รถบรรทุกที่วิ่งนอกเวลาแล้วก็ติดตามว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาปฏิบัติหน้าที่จ่ายค่าปรับ อะไรอย่างไร ซึ่งก็เข้าใจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือช่วงสักประมาณ ๕ โมงหรือหลังจากนั้น ถ้าตำรวจโบกรถบรรทุกรถมันก็จะยิ่งติดมากขึ้นก็จะเป็นปัญหาตามมาอีก การแก้ปัญหาโดย ปรับเปลี่ยนเวลาก็เป็นวิธีหนึ่งที่เข้าใจว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่ทางเมืองใหญ่ ๆ เขาก็ทำกัน ผมก็เลยทำโพลล์ (Poll) กระทู้ในเฟซบุ๊ก ออนไลน์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อเช้า ๑๐ โมงในเพจ (Page) ของผมเองก็มีผู้เข้ามาร่วมโหวตประมาณสัก ๖๐๐ กว่าคนตามชาร์ต (Chart) ที่ผมได้ส่งให้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยว่าควรจะปรับเปลี่ยนเวลาเป็นเที่ยงคืนถึงตี ๔ แล้วก็อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าแบบเดิมก็ดีก็พอได้ เพียงแต่ว่าควรจะต้องบังคับใช้กฎหมาย ให้รถบรรทุกสามารถที่จะวิ่งตามเวลานั้นจริง ๆ ไม่ใช่ว่าต้องวิ่งเกินเวลาแล้วก็มีปัญหาตามมา ทีหลัง ผมขอเข้าสู่คำถามเลยว่าทางกระทรวงคมนาคมจากที่เคยให้ข่าวจะประกาศใช้เมื่อไร ที่จะปรับเปลี่ยนเวลาเป็นเพียงแค่ ๔ ชั่วโมง เที่ยงคืนถึง ๔ สี่เท่านั้นครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐชี้แจงครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ก็ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ต่อกระทู้ของท่าน ส.ส. สมเกียรติ นโยบายของกระทรวงคมนาคมโดยกรมขนส่งทางบกก็ได้มีการปรับเวลาอนุญาต รถบรรทุกเหมือนที่ท่านกล่าวมาก็คือเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลาตี ๔ เราก็จะจำกัดให้อยู่ ในเวลานี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์บรรเทาปัญหาจราจรติดขัดและลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วง เร่งด่วน ดังนั้นเพื่อให้สามารถนำนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ทางกระทรวงโดยกรมขนส่งทางบกก็เลยได้จัดประชุมสร้างความเข้าใจและรับฟัง ความคิดเห็นจากประกอบการขนส่งและผู้เกี่ยวข้อง แล้วก็ผลจากการประชุมรับฟัง ความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สหพันธ์ สมาคม ชมรมผู้ประกอบการขนส่งและผู้ว่าจ้าง ส่วนใหญ่ก็ถือว่าเห็นด้วยในหลักการนะครับ แต่ก็ได้มีข้อเสนอหลาย ๆ ข้อเสนอให้กระทรวง คมนาคมคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งผลกระทบด้านต้นทุนทางโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้เพราะว่าก็มีจากที่ กรมขนส่งทางบกได้จัดไป และนอกจากนี้คณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง คมนาคมก็ได้มีการจัดประชุมครั้งแรกก็คือที่ได้มีมติออกมาเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม เหมือนอย่างที่ท่านผู้ถามได้บอกไว้ก็ได้กำหนดมาตรการออกมาตามเอกสารที่ผมให้ไว้ก็คือ เป็นเวลาที่มาตรการใหม่ที่จะจำกัดทั้งหมดในวงแหวนทั้ง ๓ วงแหวนนะครับ อันนี้ก็คือผล การประชุมของคณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วน ครั้งที่ ๑ แล้วคณะกรรมการแปรนโยบาย เร่งด่วนก็ได้มาจัดประชุม ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคมที่ผ่านมา การกำหนดมาตรการการ ปรับเปลี่ยนเวลาวิ่งของรถบรรทุกในเขตของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพอให้ไปศึกษาดู ก็มีผลกระทบในหลายมิติก็เลยได้มีการมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ศึกษารายละเอียดถึงข้อดีข้อเสียของการ กำหนดการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่ง รวมถึงแนวทางการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่าง เป็นลำดับนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตตอบคำถามข้อแรกก็คือตอนนี้ก็อยู่ในช่วงให้ สนข. กำลัง ไปศึกษา เพราะว่าทางรถบรรทุกเขาก็บอกตรง ๆ ว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่รถบรรทุก เขาก็ได้รับผลกระทบเพราะว่าค่าใช้จ่ายเขาเพิ่มขึ้น เวลาวิ่งเขาน้อยลงเขา ลำบากขึ้น ฉะนั้นเราก็ต้องพยายามทำทุกทางให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ แล้วก็ในส่วน ที่ท่านบอกว่ารถบรรทุกวิ่งเกินเวลา อันนี้ก็จะเป็นกรณีไปก็คือรถบรรทุกสามารถขอยกเว้น จากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ้ามีใบหนังสือขออนุญาต แล้วก็สำหรับเส้นอาจณรงค์-เกษมราษฎร์ อันนี้จะเป็นเส้นที่ยกเว้นครับ เส้นนี้จะวิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง อันนี้ขออนุญาตตอบ ๒ คำถาม ในเบื้องต้นครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผู้ตั้งกระทู้ถามได้อีก ๑ ครั้ง

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

ถามได้อีกคำถามเดียวหรือครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หลายคำถาม ก็ได้อีกครั้งหนึ่งครับ สังเกตเวลาด้วยครับ

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เส้นที่ยกเว้นนี้คือเส้นเดียว หรือครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เส้นอาจ ณรงค์และเกษมราษฎร์ คือจะวิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมงครับ เป็นเส้นที่ยกเว้นให้รถบรรทุกวิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

บางนา-ตราดไม่ได้ยกเว้นใช่ หรือไม่ครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

บางนา-ตราด ไม่ได้ยกเว้นครับ ก็คือถ้ามีรถบรรทุกวิ่งสามารถขออนุญาตได้

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

ครับ ผมก็ติดตามข่าวอยู่ครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ผมใส่ใจ ผมก็ได้ข่าวของวันที่ ๙ ธันวาคมใช่ไหมครับ ที่ทางสหพันธ์ขนส่ง ทางบกแห่งประเทศไทยก็มีหนังสือถึงแล้วก็มีข้อกังวลร้องเรียน ผมเองก็เข้าใจแต่ในมุมมอง ของผมที่เป็นผู้แทนของกรุงเทพมหานครเขตบางนา พระโขนง ผมใส่ใจในคุณภาพชีวิตของ ชาวกรุงเทพมหานครมากกว่า ซึ่งการบริหารจัดการด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับคอร์ส (Course) หรือ อะไรพวกนี้ผมว่ามีวิธีการจัดการเพราะว่าในเมืองอื่น ๆ ของโลกเขาทำตรงนี้ไปนานแล้ว ถ้าเราไม่เริ่มเลยมันก็จะยิ่งมีปัญหาสะสมกันไปเรื่อย ๆ ผมมีข้อเสนอว่าทางการท่าเรือ แห่งประเทศไทยเองควรจะเจรจาพูดคุยกับทางพาร์ตเนอร์ (Partner) บริษัทขนส่งของเขาให้ ดำเนินการเคร่งครัดตามกฎหมาย แล้วเขาเองควรจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมที่จะจัดการ ปัญหานี้ เพราะว่าปัจจุบันทางการท่าเรือเองน่าจะทราบอยู่ว่าเขาเป็นเหมือนจำเลยของสังคมด้วย ที่เป็นต้นตอหรือสาเหตุให้เกิดปัญหามลพิษหรือปัญหาจราจรและอุบัติเหตุตรงนี้ครับ อันหนึ่ง ก็คือผมทราบว่าดำเนินการอยู่แล้วข้อสรุปปลายทางที่จะประกาศมาใช้ได้จะอยู่ในช่วงเวลา ไหนครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญตอบครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างให้ทาง สนข. ไปศึกษา แล้วเราจะนัดประชุม ครั้งต่อไปก็คือเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่จะนัดประชุม ครั้งที่ ๓ เพื่อที่ให้ได้ข้อสรุปก็ต้อง บอกว่าความตั้งใจจริงของกระทรวงคมนาคมเราอยากจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ แต่ก็อย่างว่า มันก็ต้องมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของเราซึ่งเราก็ต้องหาทางที่จะต้อง เยียวยาเขา ซึ่งภายในเวลานี้ก็จะดำเนินการให้เร็ว ถ้าตามไทม์ไลน์ (Time line) ที่ผมคิดไว้ ก็คือถ้ากุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เราจะเข้าประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วน ครั้งที่ ๓ ถ้าตรงนี้ผ่านเสร็จปุ๊บเราก็จะไปเข้า คจร. ถ้าเสร็จจาก คจร. ก็จะไปให้ตำรวจออกเป็น ข้อบังคับได้ แต่เรื่องเวลาผมคงไม่กล้ารับปากท่านจริง ๆ เพราะว่าผมก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะครับ และส่วนวิธีแนวทางที่จะแก้ไขเรื่องปัญหาจราจรรถติดรถบรรทุกทางกระทรวงคมนาคม ก็ได้เตรียมงบศึกษาไว้ในปี ๒๕๖๔ ก็คือเราจะศึกษาการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมันมีอยู่แค่ ๓ สถานี มันไม่พอ อย่างน้อยถ้าเราได้เพิ่มขึ้นเราก็เอารถใหญ่เขาวิ่งมา ขนส่งที่สถานีแล้วก็จะต่อด้วยรถเล็ก ไม่ต้องเอารถใหญ่วิ่งเข้ามาในเมือง แล้วก็นโยบายที่ผม เคยเรียนท่านไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็คือทางด่วนเอส วัน (S1) นั่นละครับที่ออกจากท่าเรือ ก็ไม่ต้องมาวิ่งเข้าถนนก็สามารถขึ้นทางด่วนได้เลย อันนี้ก็จะเบาปัญหาทั้งอุบัติเหตุการจราจร ติดขัดแล้วก็มลพิษฝุ่น ๒.๕ ที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้เป็นห่วงกังวลครับ

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เท่าที่ทราบไทม์ไลน์ (Time line) ก็คือหลังจากนี้อย่างช้าก็คือประชุมอีกทีกุมภาพันธ์ก็อีกหลายเดือน ส่วนเอส วัน (S1) ก็คือ อีกหลายปีกว่าจะดำเนินการสำเร็จ

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมลืมพูดไปก็คือเรื่องค่าปรับของรถบรรทุกที่วิ่งเกินเวลา เพียงแค่ ๕๐๐ บาท ซึ่งน้อยมากผมมองว่ามันเป็นสาเหตุหนึ่งที่รถบรรทุกไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ตรงนี้ เพราะว่า ๕๐๐ บาทเดือนหนึ่งก็ไม่เท่าไรเอง ไม่ทราบว่าจะมีมาตรการเพิ่มค่าปรับ ตรงนี้ได้หรือไม่ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ รัฐมนตรีตอบครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

อันนี้ผมก็ ไม่กล้ารับปากจริง ๆ เพราะว่าก็ไม่ได้อยู่แค่อำนาจของกระทรวงคมนาคม อันนี้ก็อยู่กับทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แต่ก็จะนำเรื่องที่ท่านเป็นห่วงไปเสนอครับ ก็เห็นด้วยในหลาย ๆ ประการเช่นกันครับ เพราะว่าก็อยากจะทำให้พี่น้องประชาชนแถวนั้น ผมก็ทราบดีว่าได้รับ การจราจรที่ติดขัดและแออัดพอสมควรครับ อย่างไรก็จะรับไปดำเนินการ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบคำถาม แล้วนะครับ การประชุมห้องกระทู้ถามก็คงต้องใช้ข้อบังคับห้องประชุมใหญ่คือพูดผ่าน ประธาน คุยกันโดยตรงไม่ได้ เมื่อสักครู่เห็นติดพันอยู่ผมก็เลยอนุโลมนะครับ ไม่อยากจะ เบรค (Break) เพราะถ่ายทอดสดด้วย โอเค (OK) ขอบพระคุณมากครับท่านผู้ตั้งกระทู้และ ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ เชิญกระทู้ถามเรื่องต่อไปนะครับ

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๑๙ เรื่อง ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เกินราคา (นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ

ซึ่งเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งมาได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้มาตอบชี้แจง คือท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ซึ่งขณะนี้ท่านเข้ามาในห้องประชุมแล้วท่านจะ มาตอบชี้แจงกระทู้นะครับ และนอกจากนี้ผมได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มาร่วมสนับสนุนข้อมูล ซึ่งมีมา ๓ ท่านใช่หรือไม่ครับ ท่านแรกคือ พันตำรวจเอก บุญส่ง จันทร์ศรี ซึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ๒. ท่านทวีป วุฒิบาทกาจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ๓. ท่านสุกัญญา พานิชย์ หัวหน้าสำนัก การตลาดและจัดจำหน่าย ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้ง ๓ ท่านเป็นผู้สนับสนุน ข้อมูล เริ่มตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ ขอเชิญท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนาชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ถึงแม้ไม่ได้มาตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง แต่ก็ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้กรุณามาตอบกระทู้ครั้งนี้ ท่านประธานครับ วัตถุประสงค์หลักของกระทู้ถามของผมในครั้งนี้เพื่อเป็นการสะท้อนให้รัฐบาลได้เห็นแล้ว ก็ทราบปัญหา แล้วก็เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการอิสระ และที่สำคัญก็ประกอบ อาชีพสุจริต ก็คือผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยซึ่งได้รับผลกระทบจากกฎหมาย แล้วก็ ระเบียบที่ออกโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งก็อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าปัญหาเกิดจาก การที่การจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสำนักงานสลากไม่ได้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริงที่ผม เรียกว่าผู้ค้าสลากรายย่อยโดยตรง มันต้องผ่านหลายชั้นหลายคนทำให้เมื่อมาถึงมือผู้ค้าสลาก ราคามันก็สูงเกินราคาที่กำหนดแล้ว แล้วก็ประกอบกับปัจจุบันนี้จำนวนของผู้ค้าสลากกินแบ่ง รัฐบาลรายย่อยที่เป็นอาชีพอิสระเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่ามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน สาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำก็หันมา เป็นผู้ค้าสลาก นักเรียนนักศึกษาบางคนเรียนจบแล้วไม่มีงานทำก็หันมาเป็นผู้ค้าสลาก ก็เลย มีปัญหาว่าเมื่อราคามาถึงมือไม่ได้รับการจัดสรรสลากในราคาต้นทุน ราคามาถึงก็สูงแล้ว บวกกับต้นทุนของการขายก็คือค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พักก็รวมแล้วเกินกว่าราคาที่กฎหมาย กำหนด อันนี้คือสภาพปัญหาที่เกิดกับผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย ผมก็เลยอยากจะ เรียนท่านประธานอีกสักนิดว่าผมได้มีการเปิดเวทีเพื่อรับฟังปัญหาของผู้ค้าสลากกินแบ่ง รัฐบาลรายย่อยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งที่อำเภอวังสะพุง มีตลาดค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ที่นั่น ผมไม่ได้มีการ ประชาสัมพันธ์อะไรมากสื่อผ่านทางเฟซบุ๊กแล้วก็แจ้งบอกต่อ ก็ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชน ที่เป็นผู้ค้าสลากรายย่อยมาร่วมเสนอความคิดเห็นแล้วก็มาเสนอปัญหามากกว่า ๓,๐๐๐ คน จากทั่วประเทศ อันนี้แสดงให้เห็นถึงว่ามันไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนน้อยแล้วอยากจะสะท้อน ตรงนี้ให้ทางท่านประธานถึง ฯพณฯ รัฐมนตรี กรุณาพิจารณาให้ความสำคัญ สภาพของการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนวิธีการเมื่อปี ๒๕๕๘ ตอนที่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหาร ตอนนั้นที่เราได้ยินว่า ๕ เสือกองสลากก็ได้มีการแก้ไขไม่มีแล้ว วิธีการที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ใช้ในการจัดจำหน่ายสลากรูปแบบใหม่ อันนี้ ในสไลด์ (Slide) ที่เห็นตรงนี้สลากทั้งหมด ๙๐ ล้านใบ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

แต่ปัจจุบันอาจจะเป็นร้อยล้านใบแล้ว ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ใน ๙๐ ล้านใบมีการจัดสรรผ่านระบบที่ใช้ธนาคารกรุงไทย ๕๗ ล้านใบ และอีก ๓๓ ล้านใบเป็นระบบโควตาผ่านหน่วยงานทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐ ต้นทุนของ สลาก ๗๐ บาท กำหนดให้ขาย ๘๐ บาท แต่ปัญหาก็คือว่ามันไม่ถึงมือของผู้ขายตัวจริงนะครับ แล้วก็ผู้ที่ขึ้นทะเบียนที่จะมีโอกาสในการซื้อต้นทุน ๗๐ บาทจำนวน ๕๗ ล้านใบนี่มัน ขึ้นทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วก็เป็นข้อมูลที่อาจจะไม่เป็นไปตามสภาวะความเป็นจริง ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็เกิดปัญหาตามมาว่าเมื่อไม่ถึงมือผู้ขายโดยตรงก็จะเกิดสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ที่บอกว่าคนกลางเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจะเป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊วไม่รู้กี่ปั๊วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เกิดปัญหาว่าเมื่อถึงมือของผู้ค้าสลากทำให้ราคามันสูงและเกิดเป็น ประเด็นที่ตามมาครับท่านประธาน ก็คือว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพยายามควบคุม ราคามีโจทย์ในการแก้ปัญหาในครั้งนั้นบอกว่าไม่ให้ขายสลากเกินราคา ควบคุมราคาโดยใช้ มาตรการทางกฎหมายในการออกระเบียบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้มีการตั้งรางวัล นำจับ แล้วก็เกิดปัญหาที่ตามมาก็คือว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเกิดเรื่อง ของการเรียกรับส่วยครับ ตอนนี้ทั่วประเทศผู้ค้าจะต้องจ่ายเดือนละ ๓๐๐ บาทเพื่อให้ มีโอกาสได้ขายสลาก อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเห็นใจกับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เขา ต้องการประกอบอาชีพนะครับ อันนี้คือสภาพของปัญหาที่ผมอยากนำเรียนท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็จากตรงนี้ผมคิดว่าอยากจะให้ทางรัฐบาล ได้หันกลับมาลองพิจารณาช่วยผู้ค้าสลากรายย่อยในการที่จะทำให้การขายสลากและเพื่อยังชีพ ได้ดำเนินการต่อไปได้นะครับ อันนี้ก็คือสภาพที่เกิดขึ้นจริง ณ ตอนนี้ครับ ผมก็ถือโอกาส ถามนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามเลยครับ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ถามท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ๒ คำถาม

คำถามแรก ราคาสลากจริง ๆ แล้วมันคือกลไกตลาดนะครับ แต่ตอนนี้กองสลาก เหมือนกับพยายามบิดเบือนกลไกตลาดโดยออกระเบียบต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อควบคุมให้ราคาอยู่ที่ ๘๐ บาท ผมเรียนว่า ณ ตอนนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาราคาตลาดให้อยู่ที่ ๘๐ บาทได้ เลยอยากเรียนถามว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาให้ต้นทุนการจำหน่ายสลากกับผู้ค้ารายย่อย ได้ขายต่อได้หรือไม่ หากไม่สามารถทำได้จะมีวิธีการใดบ้าง เช่น ปล่อยให้ราคาขายมันเป็นไปตาม กลไกตลาดได้หรือไม่ โดยไม่ต้องไปแก้ไขอย่างอื่น อันนี้เป็นคำถามที่ ๑

คำถามที่ ๒ ปัจจุบันนี้มีการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เรียกว่า ส่วย ซึ่งผู้ค้ารายย่อยมีความจำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้ตัวเองได้ขายสลาก แต่มันราคา เกินกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งผลจากการออกระเบียบของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในเรื่อง ของการตั้งรางวัลนำจับด้วยเป็นส่วนหนึ่ง ทางท่านรัฐมนตรีและทางสำนักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรในการช่วยเหลือและเยียวยาให้กับผู้ค้าสลากเขาสามารถที่จะ ประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพอิสระ เรียนว่าอาชีพอิสระตอนนี้ถ้ายึดโยงกับเรื่องของ เทคโนโลยี เช่น คนขับรถแกร็บ (Grab) หรือไลน์แมน (Lineman) หรืออะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า อาชีพค้าสลากก็ไม่ต่างกันครับ เพียงแต่ว่ามันไม่อยู่ในเทรน (Trend) ของเทคโนโลยีมันเป็น เรื่องของคนที่มีรายได้น้อยเขาอยากค้าขายอยากทำ เพราะฉะนั้นก็อยากให้รัฐบาลได้ ผ่อนคลายระเบียบและพิจารณาไปเป็นประเด็นปัญหาในการเอาไปแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ การค้าขายและผู้ประกอบอาชีพอิสระเขาดำเนินการต่อไปได้ ก็ฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติชี้แจงครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านเป็นผู้แทนที่เอาใจใส่ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีปัญหาในด้านของผู้จำหน่ายที่มีกระบวนการต่าง ๆ ทำให้ผู้จำหน่าย ตามที่ท่านได้กล่าวถึงว่าจะต้องขายเกินราคาเพราะว่าไปรับมาเป็นทอด ๆ ซึ่งท่านเองท่านก็ เป็นห่วงเป็นใยในปัญหาอันนี้นะครับ เสร็จแล้วท่านก็กล่าวว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำอย่างไรถึงแก้ปัญหาเรื่องสลากเกินราคาไม่ได้ ไม่จบสิ้นเสียที ผมต้องขอเรียนท่านผู้แทน ท่านเลิศศักดิ์ ดังนี้นะครับ

จริง ๆ แล้วเรื่องสลากเกินราคาเป็นปัญหามานับ ๑๐ ปีแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เราก็พิมพ์สลากออกจำหน่ายพี่น้องประชาชนที่ ๓๔ ล้านฉบับ เมื่อเวลา ผ่านไปก็ไม่พอนะครับ ไม่พอก็เกิดปัญหาอย่างที่ท่านได้พูดถึงนะครับ ในปี ๒๕๔๗ เราก็เพิ่ม เป็น ๔๘ ล้านฉบับ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสลากไม่พอ ทำให้มีการขายเกินราคา ปี ๒๕๕๒ เราก็ เพิ่มเป็น ๕๐ ล้านฉบับ แล้วก็ปี ๒๕๕๗ ก็เพิ่มเป็น ๗๔ ล้านฉบับ ขณะนี้ปี ๒๕๖๒ ก็ได้เพิ่มเป็น ๑๐๐ ล้านฉบับ ซึ่งถ้าเราดูจากจำนวนของ ๑๐๐ ล้านฉบับ มันเกินประชากร ของเราเสียด้วยซ้ำในแต่ละงวด ๆ อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่กองสลากเองได้แก้เรื่อง ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) มีผู้ต้องการเยอะ แล้วถ้าสลากน้อยไปก็ทำให้มูลค่า มันแตกต่างไปอย่างที่ท่านพูดถึงนะครับ โครงสร้างของการจัดสรรเรื่องสลากให้มันเกิดความ เท่าเทียมหรือเกิดความสมดุล ก็ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าใน ๑๐๐ ล้านฉบับนั้น ๓๓ ล้านฉบับ เป็นกึ่ง ๆ การกุศล ก็คือเป็นของสมาคมองค์กรของคนพิการทั้งหลายทั้งปวง ก็มีหลายร้อย องค์กรที่รับสลากในส่วนของ ๓๓ ล้านฉบับนี้ไปจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ต่าง ๆ ซึ่งเขาเองมีสมาชิกประมาณ ๑๗,๘๐๐ กว่าราย อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผู้ค้าทั่วไปรายย่อย ก็จะได้รับสัดส่วนตรงนี้ประมาณ ๑๔.๕ ล้านฉบับ มีรายย่อยอยู่ทั้งหมด ๒๘,๖๗๐ ราย แล้วก็ ยังมีผู้พิการอิสระอีก ๑๓.๕ ล้านฉบับ ๓,๖๓๕ ราย รวม ๆ แล้วตรงนี้ก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ รายกว่า ๆ ๖๐,๐๐๐ รายเศษ ๆ จำหน่ายในส่วนนี้ ๓๓ ล้านฉบับ อีกส่วนหนึ่ง ที่ท่านได้บอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๘ ได้แก้ปัญหากันเลิก ๕ เสือ ตรงนี้ก็ได้รับการจัดสรรโดยการ จองล่วงหน้าอีกประมาณไม่เกิน ๖๗ ล้านฉบับ รวมแล้วก็เป็น ๑๐๐ ล้านฉบับ ในส่วนนี้ ท่านคงทราบอยู่แล้วว่าเป็นการจองซื้อผ่านระบบแลนดิง (Landing) ของธนาคาร ซึ่งในส่วนนี้เอง มีผู้ที่มาแสดงสิทธิเป็นผู้จองซื้อประมาณ ๑๓๔,๐๐๐ ราย ของเมืองเลยรู้สึกว่าเป็นผู้มาจอง ซื้อประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าราย เพราะฉะนั้นในแต่ละงวด แรก ๆ ท่านคงจะได้ข่าวว่า เมื่อจัดระบบนี้แรก ๆ สลากมีเกินกับจำนวนความต้องการในระดับหนึ่งในสมัยนั้นก็ทำให้ สลากขายแล้วราคาต่ำกว่า ๘๐ บาท ดังนั้นระยะเวลาต่อมาประชากรเพิ่มขึ้น ผู้ขายสลาก พยายามใช้วิธีการต่าง ๆ ในการที่จะเข้าถึงแหล่งต่าง ๆ ก็เลยทำให้เป็นการโพรโมต (Promote) ให้สลากขายดีขึ้น สักระยะเดียวก็เกิดสลากเริ่มตึงไม่พอจำหน่ายขึ้นมาอีกนะครับ โดยเฉพาะการพัฒนาการของผู้ที่ไปแลนดิง (Landing) ได้คนละ ๕ เล่ม ๕ เล่ม ๕ เล่ม ในแต่ละภาคส่วนต่าง ๆ ก็มีการไปรวม เขาเรียกว่าไปรวมเล่ม รวมเบอร์ให้มันเกิดความ ท้าทายต่าง ๆ เกิดขึ้น เกิดการจูงใจอะไรต่าง ๆ ก็มีการเกิดการรวมอย่างนั้นขึ้น ทำให้ ความต้องการในที่เขาไปเสียแรงไปทำอะไรจนกระทั่งมันเป็นสลากชุดหนึ่งมี ๓ ฉบับ ๔ ฉบับ ๕ ฉบับ ถ้าถูกรางวัลที่ ๑ ทีหนึ่งวันก่อนผมฟังแล้วก็ตกใจนะครับ ๑๐๒ ล้านบาท ซึ่งก็ เป็นประโยชน์ก็ทำให้เกิดแรงจูงใจตรงนี้ จากโครงสร้างการจำหน่ายสลากตามที่ผมได้กล่าว ไปว่ากองสลากเองก็พยายามที่จะจัดถ่วงดุลต่าง ๆ เพื่อให้สลากมีความพอเพียงกับ ความต้องการต่าง ๆ เพราะระยะเวลาผ่านไปก็ต้องเรียนว่าสลากขณะนี้เองเท่าที่ผมสอบถาม กองสลากมาแล้วว่ากองสลากมีเครื่องพิมพ์อยู่ ๓ ชุด พิมพ์เต็ม ๓๐ วัน ก็อาจจะพักเครื่อง สักอาทิตย์ละ ๑ วัน อะไรอย่างนั้นนะครับ คือไม่มีเวลาว่างเลย เวลาพิมพ์ตั้งแต่ ๗ โมงเช้า ถึงประมาณ ๒ ทุ่ม ซึ่งก็ใช้เวลาของเครื่องพิมพ์อย่างเกินประสิทธิภาพ เครื่องหนึ่งก็จะพิมพ์ได้ ประมาณ ๓๕ ล้านฉบับเศษ ๆ รวมแล้ว ๓ เครื่องงวดหนึ่งก็พิมพ์ได้ ๑๐๐ ล้านฉบับ นั่นคือ เต็มประสิทธิภาพแล้ว

ส่วนในเรื่องของการขายเกินราคา ก็ต้องเรียนว่าอย่างที่ท่านพูดก็ไม่ผิด ถูกนะครับ ว่าลูกค้าที่จองซื้อสลากเมื่อเขาจองซื้อได้แล้ว ๕ เล่ม พอนาน ๆ เข้าคนที่ไปจองซื้อ ๕ เล่ม ๕ เล่ม ๕ เล่ม ทั้งหลายทั้งปวงเขาก็จะรู้จักกันไปมาหาสู่กันเขาก็เอามารวมเพื่อให้สลาก เหมือนกันมีหลาย ๆ ฉบับขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นคนที่ได้ ๕ เล่มก็จะมีเจ้าประจำ ก็คือ อย่างที่ท่านพูดยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เขาก็ขายแต่ละทอดเขาก็คงเอากำไรนิดหน่อย จนกระทั่งไปถึง ทอดสุดท้ายต้นทุนก็อาจจะสูงขึ้นกว่าที่กองสลากได้จัดจำหน่ายไปให้กับลูกค้าจอง ลูกค้า รายย่อยทั้งหลายทั้งปวงนะครับ จริง ๆ แล้วเมื่อผมทราบว่าผลกำไรจากผู้ค้าที่กองสลากขาย โดยตรง กองสลากขายให้กับผู้ค้าฉบับละ ๗๐.๔๐ บาท เพราะฉะนั้นลูกค้าจะได้กำไร แต่ละฉบับ ๙.๖๐ บาท ก็ต้องถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย เดือนหนึ่งขาย ๒ ครั้ง ก็ต้องถือว่า จากการปรับปรุงของกองสลากก็ทำให้มีผลตอบแทนมากขึ้นถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรี เวลาของท่านจะหมดแล้วนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ครับ ถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์มันก็ทำให้เกิดความจูงใจนะครับ เสร็จแล้วที่บอกว่ามีการเก็บส่วย มีการ จ่ายส่วย จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่าส่วนตัวผมเองผมไม่เคยได้ยินนะครับ แต่คิดว่าในทุกวงการ ถ้าดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ไม่เพียงพอ ผู้ค้าจำเป็นจะต้องขายอย่างนั้นมันก็ จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น แต่ความจริงผมว่าถ้ามีเหตุการณ์อย่างนั้นพี่น้องประชาชน ก็ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งราชการให้ดำเนินการนะครับ แต่ถึงอย่างไรก็ดีเรื่องของ การแก้ปัญหาสลากนั้น ผมได้สั่งการกองสลากว่าให้ลงไปดูแลในเรื่องของการเพิ่มเครื่องพิมพ์ สลากให้เกิดความเพียงพอ แต่การจะเพิ่มในแต่ละครั้ง ๆ เราก็ต้องคำนึงถึงการมอมเมา ประชาชนด้วย ก็จะต้องให้กองสลากไปวิจัยดูว่าข้อดี ข้อด้อย หรือความเหมาะสมต่าง ๆ นี่ จะดำเนินการอย่างไร ก็กำลังแก้ปัญหานี้อยู่ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสนใจและเข้าใจปัญหาเป็นอย่างดีนะครับ ผมก็จะขอถือโอกาสใช้เวลา ที่เหลือได้นำเสนอเป็นข้อเสนอของผมที่รวบรวมมาจากพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ค้าสลากว่า เรื่องจำนวนสลากเราไม่ติดใจ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มก็ได้ เพียงแต่ว่าถ้ากองสลากจะพิจารณา ปรับเปลี่ยนหรือหาวิธีการที่จะแก้ไขให้การกระจายสลากถึงมือผู้ขายจริงก็จะขายได้จะได้ซื้อ ในราคา ๗๐.๔๐ บาท ขาย ๘๐ บาทอย่างนี้ทำได้ครับ อันนี้เป็นอันที่ ๑ ขอให้ไปถึงมือผู้ขาย ตัวจริง ไม่ต้องผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หลายปั๊ว อันที่ ๒ เป็นข้อเสนอที่ ๒ ว่าถ้าหากการแก้ไข ระเบียบหรือแก้ไขของกองสลากลำบากในวิธีการจัดจำหน่าย ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมครับว่า อีกอันหนึ่งที่แก้ง่ายก็ระเบียบของกองสลากเองที่ออกมาในเรื่องของการตั้งรางวัลนำจับ ขอให้เป็นไปในเรื่องของกลไกตลาดนะครับ แล้วก็ไม่มีการตั้งรางวัลนำจับ อย่างนี้ก็สามารถ แก้ไขให้พี่น้องประชาชนเขาได้ทำมาหากินได้สะดวก ผมว่ากฎหมายเมื่อออกมาระยะหนึ่ง แล้วไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมคิดว่ารัฐบาลเองถ้าทราบถึงปัญหาแล้วก็น่าจะ เอาปัญหานี้ไปแก้ไขระเบียบและกฎหมายเพื่อเอื้อให้มีการค้าการขายนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าหากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องผู้ค้าสลากโดยตรง ก็เสนอผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน จำนวนมาก ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านฝาก ข้อเสนอแนะไปนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ครับ ก็จะ รับไปให้ทางกองสลากและให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำไปวิจัยว่าการยกเลิกอย่างนี้จะมีผลดี ผลเสียอย่างไร แล้วก็ในเรื่องของการค้าเสรีต่าง ๆ ตามที่ท่านได้แนะนำไว้ตั้งแต่ต้นนั้นก็จะ ส่งผ่านไปยังกองสลากให้ไปศึกษาวิจัยว่าจะมีผลได้ ผลเสีย เป็นประโยชน์อย่างไร เพราะการ แก้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ หรือการปรับปรุงต่าง ๆ มันมีทั้ง ๒ มุม มุมของประโยชน์กับมุมที่จะ มีปัญหาได้ก็ต้องไปตรวจสอบวิจัยให้รอบคอบ แล้วก็ถ้าหากว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ พี่น้องประชาชนในแง่บวก แง่ลบก็จะนำไปปฏิบัตินะครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีต้องไปตอบห้องประชุมใหญ่เขารออยู่ เชิญครับ ต่อไปเป็น กระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องที่ ๓

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๐ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหา ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (นายจักรพันธ์ พรนิมิต เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งในเรื่องนี้ผู้ได้รับมอบหมายคือท่านรัฐมนตรี กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ติดภารกิจต้องเข้าเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จังหวัดตาก จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ ต่อไปกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องที่ ๔

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๑ เรื่อง สภาพปัญหาถนนลูกรังชำรุด เสียหาย การสัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ไม่ได้รับ ความสะดวก (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน

ในการ ถามนี้ท่านนิยมได้ขออนุญาตให้ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาตงวัฒนา กับนายก องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแป้น อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เข้ามาร่วม สังเกตการณ์ด้วย ผมอนุญาตนะครับ และในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีก็ขออนุญาตที่จะนำ ผู้อำนวยการกองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น คือท่านคณิตา ราษฎร์นุ้ย กับท่านนาฎอนงค์ แสงทอง ซึ่งท่านเป็นนักวิเคราะห์ นโยบายและแผนปฏิบัติการ ทั้ง ๒ ท่านก็มาช่วยสนับสนุนข้อมูล ผมอนุญาตนะครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา ถามเลยครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี วันนี้ ถึงอย่างไรท่านก็มาแทนรัฐมนตรีว่าการที่กรุณามารับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ความจริงผมดีใจท่านรัฐมนตรีท่านเป็น ส.ส. ท่านเข้าใจประชาชน คืออย่างนี้ครับ ความเป็นจริงถนนที่จะเข้าไปสู่อำเภอโพนนาแก้ว ซึ่งพี่น้องประชาชนจะต้องไปติดต่อราชการ ความเป็นจริงผมไม่หนักใจเท่าไรครับ แต่ที่สำคัญประชาชนในหมู่บ้านรอบ ๆ ต้องไป โรงพยาบาลเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเส้นทางเป็นหลุมเป็นบ่อยังไม่มีทางลาดยางเลย ทำไมถึง ไม่มีทางลาดยางเลย เพราะที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว โรงพยาบาลหน่วยงานของรัฐ ที่ไปตั้งอยู่เดิมทีมันเป็นป่าไม่ใช่หมู่บ้านเลยตรงนี้ เป็นป่าทั่ว ๆ ไป เอาอำเภอไปตั้งอยู่ เมื่อหลายปีก่อน เพราะฉะนั้นปัญหาเลยเป็นเรื่องใหญ่ พอตั้งอำเภอแล้วทุกหมู่บ้านที่ไปเข้าสู่ ตัวอำเภอไม่มีถนนก็เลยต้องตัดถนนเข้าไป ถนนดังกล่าวก็ตัดพื้นที่ไร่ที่นาชาวบ้านเขาไป ก็ต้องเสียสละบริจาคกัน แต่วันนี้ต้องขอความเมตตาจากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ วันนี้ท่านจะมาแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ตาม แต่ผมถาม ท่านแล้วว่าท่านเข้าใจปัญหาตรงนี้ วันนี้มันอาจจะได้บ้างบางสายแต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ครับ ยังเป็นดินลูกรังล้วน ๆ เลย แต่ผมดูรูปที่นายกถ่ายมานี่คงไปถ่ายเอาใจภาคราชการมากกว่า เพราะไปถ่ายฤดูแล้งที่ไม่มีหลุมมีบ่อเลย คงจะเป็นถ่ายพรีเซนต์ (Present) งานให้เจ้านาย ผมเพิ่งดูเหมือนกันมันยังดี ความเป็นจริงแล้วตรงนี้ไม่เรียบแบบนี้ละครับ ท่านประธานคงรู้ ท่านประธานเป็น ส.ส. แต่บังเอิญท่านประธานอยู่ที่เจริญกว่าผม ผมบ้านนอก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้บ้านผมนะครับท่านประธาน อำเภอโพนนาแก้วนี่บ้านเกิดผม เพราะฉะนั้น ทุกเส้นทางผมหลับตาเห็นหมด ผมก็ผ่านทุกเส้นทางเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ตรงนี้เรียบผมยังดู ภูมิใจ มันเป็นช่วงเส้นทางระหว่าง ๒ ตำบล ส่วนตำบลอื่นก็มีแต่ว่าเป็นเส้นทางใหญ่ ผ่านอำเภอด้วยเส้นหนึ่ง คือเส้นจากตัวอำเภอเมืองออกไปทะลุอีกอำเภอหนึ่งคือจะไป อำเภอธาตุพนม ไปอำเภอนาแก ตรงนี้เป็นถนนลาดยางเส้นใหญ่แล้วก็เส้นเมน (Main) สาย ๒๑๒๓ อะไรนี่ ดังนั้นมีอยู่ ๒ ตำบลเป็นหมู่บ้านซึ่งต้องเข้ามาสู่อำเภอคือของนาตงวัฒนานี่ บ้านป่าผางซึ่งต้องเข้ามาอำเภอเหมือนกัน แล้วก็บ้านบึงศาลา โดยเฉพาะบ้านบึงศาลา หมู่ที่ ๘ ตรงนั้นเป็นโครงการพระราชดำริ ประตูน้ำก่ำ ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ผ่านไปอำเภอนี่ ดินลูกรังล้วน ๆ หัวแดงถ้าสมัยเก่า แต่ตอนนี้ไม่แดงหรอกครับรถติดแอร์ ก็เป็น ๒ เส้นใหญ่ คือจากบ้านป่าผาง บ้านบึงศาลาเข้ามาอำเภอ ระยะทางผมไม่พูด ท่านไปดูท่านรัฐมนตรี ท่านรู้อยู่แล้ว อันนี้คือเส้นหนึ่งของตำบลนาตงวัฒนา ส่วนอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เหมือนกันคือเป็น ๓-๔ หมู่บ้านเลย คือของหมู่บ้าน บ้านท่าศาลาก็มาตัวอำเภอโพนนาแก้ว หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านแป้น ส่วนอีกอันหนึ่งคือจากบ้านโพนงามโคกก็มาสู่ตัวอำเภอเหมือนกัน บ้านโพนงามท่าก็เข้ามาสู่ตัวอำเภอเป็นแบบเมื่อสักครู่นี้ขึ้นให้ดูอีกหน่อยเส้นทางเหมือนกัน แบบนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

แต่ว่าจากของตำบลบ้านแป้น ๒ ข้างทาง ยังเป็นป่าอยู่ ตอนนี้ตรงนี้เป็นไร่นาหมดแล้ว ซึ่งความจริงที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินชาวบ้านบริจาค ให้รัฐทำถนน เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ว่าขอฝากเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เดือดร้อนมาก นอกจากไปติดต่อราชการแล้วที่สำคัญคือโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาล อยู่ตรงนั้น และชาวบ้านโพนบกผมไม่ได้ใส่ไปตรงนั้น ฝากบ้านโพนบกก็มาถึงตัวอำเภอ เหมือนกัน ตำบลบ้านแป้นหลายหมู่บ้านหน่อย ส่วนตำบลอื่นอาจจะได้บ้าง เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี จะบอกว่าได้ไปบ้างแล้วที่เหลือมันเยอะกว่า ได้ไปบ้านเดียวพูดง่าย ๆ อันนี้ฝากว่าเป็นเรื่อง ใหญ่เพราะอำเภอตั้งอยู่กลางป่ามันถึงมีวันนี้ และตั้งมา ๒๐ กว่าปีแล้วก็แบบนี้ครับ ก็ฝาก ท่านได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็น ส.ส. เข้าใจประชาชนลำบากขนาดไหน จึงเป็นคำถามที่ ๑ ว่า ทางกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลท้องถิ่นอยู่ ความจริงครั้งแรกผมถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบไป แต่ความเป็นจริงทางกระทรวงคมนาคมบอกผมว่า เส้นนี้มันอยู่ท้องถิ่น ผมเข้าใจท้องถิ่น ที่ผมถามกระทรวงคมนาคม เพราะว่าท้องถิ่น อบต. ไม่ มีศักยภาพทำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันนี้ท่านรัฐมนตรีมา นั่งแล้วจะให้ความเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ เป็นคำถามที่ ๑ ว่ากระทรวงมหาดไทยมีแผนงานหรือ นโยบายที่จะทำถนนเส้นนี้จากขี้ฝุ่นคลุกหัวให้ดีขึ้นอย่างไร ขอทราบเป็นคำถามที่ ๑ ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ รัฐมนตรีตอบครับ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่านครับ ท่านนิยม เวชกามา ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพี่ชายนะครับ เป็นผู้แทนราษฎรก็เห็นกันทุกครั้ง แล้วก็หัวจิตหัวใจ ทั้งหลายก็เข้าใจว่าปัญหาของประชาชนก็เป็นปัญหาของเราซึ่งเราเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้อง ขอบคุณแทนพี่น้องชาวจังหวัดสกลนครด้วยที่ท่านได้ห่วงใยปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของถนนหนทาง วันนี้ทราบว่าพาท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง ๒ ท่านเหมือนมารับฟังว่าท่านทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี

ผมเรียนเบื้องต้นก่อนนะครับว่าเรื่องของถนนมันเป็นงานสำคัญซึ่งอยู่ในเรื่อง ที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจได้กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ไว้ว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นงาน ที่จะต้องทำให้กับท้องถิ่นกันจริง ๆ แต่เขาก็มีหลักเกณฑ์อยู่ว่าเรื่องของการจัดทำงบประมาณ มันต้องเป็นแผนงานซึ่งอยู่ในท้องถิ่นต้องทำแผนมานะครับ คือว่าท้องถิ่นเองต้องมีแผน และ วันนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเขาบอกว่าต้องทำแผนมา ๕ ปีเลย เพื่อให้รู้ว่าแต่ละ ท้องถิ่นจะต้องทำอะไรนะครับ แล้วเวลาทำแผนก็ต้องมีรูปแบบรายการ เป็นความต้องการ ของประชาชนมีการกำหนดกันงบประมาณในเรื่องความเห็นของประชาชน คือมี ความพร้อมแล้วก็เสนอจัดทำแผนผ่านมาทางจังหวัดแล้วก็มาที่กรม กรมเขาก็มี คณะกรรมการในการพิจารณาดูว่าที่ท่านเสนอแผนเข้ามาในแผนที่ทำ ๕ ปีมา และแผนที่ เสนอเข้าโครงการเป็นแผนที่อยู่ในเงื่อนไขที่กรมกำหนดให้หรือไม่ อย่างไร แต่ว่าก็อยู่ในงาน ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝากไว้ก่อนว่าโครงการ ทุกโครงการจริง ๆ แล้วถ้าทำตามกระบวนการโพรเซส (Process) ของการทำโครงการเราก็ มีโอกาสด้วยการพิจารณา แต่เรียนในเบื้องต้นก่อนว่าบางทีบางครั้งท้องถิ่นก็ไม่ได้ทำตัวนี้ มาเลยนะครับ เวลาเราพิจารณาเรื่องงบประมาณไม่ได้เห็นโครงการมา ก็ฝากบอกว่า อยากฝากถึงท่าน ส.ส. ด้วย ท่านผู้แทนราษฎรว่าขอให้ไปให้ความเข้าใจกับท้องถิ่น ทุกท้องถิ่นว่าทุกโครงการเราต้องพยายามทำแผนงานเข้ามาเพื่อจะเสนอของบประมาณ แต่ต้องไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้วยนะครับ ผมเรียนเบื้องต้นว่าความจริงใน จังหวัดสกลนครเองเราก็ได้มีการทำแผนโครงการไปเรื่อย ๆ อย่างเช่นในปี ๒๕๖๑ ย้อนหลัง ไปนิดเดียวนะครับว่างบประมาณ ๒๐๑ ล้านบาทประมาณนี้นะครับ ปี ๒๕๖๒ ก็มี ๓-๔ โครงการก็ ๑๗๑ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ จังหวัดสกลนครเราขอมาทั้งหมด ๑๑๑ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๕๗๕ ล้านบาทเศษ แต่ว่าที่อยู่ในตัวอำเภอโพนนาแก้วมีทั้งสิ้น ๔๑ ล้านบาท ซึ่งทราบว่าได้ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณแล้วนะครับ ในเบื้องต้นก็ขออนุญาตชี้แจงให้ทราบเท่านี้ก่อนนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์พูดแล้วผมยังไม่มีความหวังเลยนะครับ ถ้าท่านพูดเอาเกณฑ์มาจับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมเป็นห่วง ผมก็เพิ่งพบนายก เอาหลักฐานให้ผมดูว่ากำลังจะทำมาขออยู่ อันนี้ก็ต้องฝากท่านว่าถ้าทันปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๓ คงไม่ทันถ้าเป็นแผนงานแบบที่ว่าก็อาจจะมอบหลักฐานให้ท่านดูเสียก่อน ผมถามแล้วว่า มีอยู่วันนี้ ก็ถามรัฐมนตรีท่านทรงศักดิ์ว่าผมเข้าใจในระเบียบ แต่ว่า ๖ ปีที่ผ่านไปอยู่ใน คสช. ผมไม่รู้ว่าเขาทำอะไร ผมก็เดินมากกว่านี้ไมได้ แต่พอผมกลับมาเป็น ส.ส. ตั้งแต่เดือนมีนาคม ผมก็ยังเห็นว่าถนนเส้นนี้ยังลำบากอยู่เท่านั้นล่ะ ผมถึงฝากท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ว่าผมอยาก ฝากท่านให้ทบทวนดูของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นท่านมีอะไรที่ดูแลเขาได้ ๒๘ ปีที่ตั้ง อำเภอมาเขาก็ลำบาก เมตตาเขาเถอะอย่าให้ชาวบ้านเขาต้องลำบากมากกว่านี้เลยชาวบ้าน ผู้หญิงจะคลอดลูกต้องไปตุ้งติ้ง ๆ ไปไม่ไหวท่านคิดดูถ้าเป็นท่านนะครับ เพราะฉะนั้น ฝากเป็นความหวังว่าอย่างไร มันจะเป็นระเบียบอะไรก็แล้วแต่ ระเบียบก็คือคนเราทำขึ้นมา เพราะฉะนั้นอะไรที่แก้ไขได้ฝากท่านทำเลยท่านรัฐมนตรีครับ ผมจึงถามเป็นคำถามสุดท้าย ด้วยเวลาอันไม่มากว่าถ้าหากทางกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีมาฟังแล้วเห็นว่าอันไหน ทำให้พี่น้องประชาชนได้ ซึ่ง ๕-๖ หมู่บ้านที่เหลืออยู่ อย่างอื่นก็ดีขึ้นแล้ว โดยเฉพาะหน้าฝน ท่านรัฐมนตรีผู้หญิงไปคลอดลูกลำบากเลยนะครับ รถปิกอัพนั่งข้างหลังมีโทษ ท่านก็ยกเลิก ไปแล้วไม่เป็นอะไรแต่วันนี้ถ้ายังไปไม่ได้ค่อยคลานไป กรุงเทพฯ ยังดีมีรถแท็กซี่ แต่บ้านผม ไม่มีรถแท็กซี่ นั่งรถปิกอัพไปผมเกรงว่าจะไม่ถึงโรงพยาบาล ไปอำเภอผมไม่ห่วงเท่าไรนะครับ ถ่ายบัตรประชาชนช้าบ้าง อะไรบ้าง ไม่เป็นอะไร แต่โรงพยาบาลเป็นเรื่องใหญ่เพราะตั้งอยู่ ข้างอำเภอมีถนนไปเหมือนกันเส้นเดียวกัน ผมจึงฝากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ว่าระเบียบคือระเบียบ แต่ว่าปี ๒๕๖๔ ผมให้ท่านดูด้วย แล้วผมจะเอาเอกสาร ให้ท่านนายกทั้ง ๒ ท่านมอบให้ท่านวันนี้เลยว่าเขาทำแบบนี้มาถูกต้อง แต่ผมถามแล้วว่า ทำมาหลายปีแล้วมันไม่ได้ครับ หลายปีแล้วนะครับไม่ใช่ไม่ทำ ที่ท่านพูดมาระเบียบ ๑ ๒ ๓ เขาก็ทำทุกปี ผมถามแล้วมันไม่ได้ อาจจะไม่มีเงินอะไรก็แล้วแต่ แต่วันนี้ต้องขอความเมตตา ว่าพี่น้องบ้านผม ๕-๖ หมู่บ้านเดือดร้อนมาก ฝากท่านว่ากระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการ แก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เอาล่ะระเบียบคือระเบียบ ขอให้ท่านตอบผมให้ชื่นใจหน่อย ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ครับ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยม เวชกามา ผมต้องขอบคุณท่านให้กำลังใจผม จริง ๆ ผมก็ให้กำลังใจท่านเหมือนกันนะครับ เพราะว่างานเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ผมเข้าใจท่านดีว่าปัญหาในชนบทเรื่องของเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะเมื่อก่อนเป็นลูกรังจะเป็นลาดยางเป็นหัวใจหนึ่งของคนที่เป็นผู้แทนราษฎร เรียนท่านว่าการพัฒนาทั้งหลายมันต้องใช้งบประมาณ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเองก็แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลต้องไปรับผิดชอบเอง เขาเรียกว่าเป็นงบทั่วไป ส่วนงบอุดหนุนก็ต้องมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการเราจะมีอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งองค์การ บริหารส่วนจังหวัดก็ต้องไปดำเนินการ หมายถึงว่าคำของบประมาณทั้งหลายต้องเป็นไปตาม ปฏิทิน แล้วก็ตามเงื่อนไขและตามเกณฑ์ที่กำหนด อันนี้ก็ต้องฝากไปนะครับ เพราะว่าบางที บางครั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเองบางทีเวลาของบประมาณไปหลักเกณฑ์จะไม่ค่อยครบ อาจจะขาดเรื่องของการออกแบบ ขาดเรื่องของความพร้อม ขาดเรื่องของคนรับรองแบบ แล้วก็ขาดเรื่องของเวลาที่ทำตามกำหนด อันนี้ก็ต้องฝากเป็นข้อมูลไปว่าถ้าทำมาตามโพรเซส (Process) ทั้งหมดผมก็มั่นใจว่าโดยกระทรวงมหาดไทย และโดยกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นเองเขาก็มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อพี่น้อง ประชาชนนะครับ

สำหรับในปี ๒๕๖๓ ผมก็เรียนแจ้งไปแล้วว่าในส่วนของจังหวัดสกลนครได้ตั้ง ๑๑๑ โครงการ ๕๗๕ ล้านบาทเศษ ส่วนของอำเภอโพนนาแก้ว ๘ โครงการที่ขอมาก็เข้าใจว่า คงไม่ได้ครบทั้งหมดนะครับ แต่ว่าในปี ๒๕๖๔ ในขณะนี้ผมเรียนท่านประธานว่าเป็นช่วงที่ ต้องให้หน่วยงานท้องถิ่นทั้งหลายต้องรีบเสนอโครงการเข้ามาให้เร็ว ซึ่งเขามีเวลาอยู่ว่า ประมาณไม่เกินวันที่ ๑๕ มกราคม อยากให้ท่านฝากไปทางท่านนายก ๒ ท่านด้วยว่า ให้ช่วยเอาโครงการทั้งหลายนำเสนอเข้ามานะครับ ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนเหมือนท่านมาก่อน วันนี้ได้มาเป็นรัฐมนตรีก็มาจากพี่น้องประชาชน แต่ว่ารับทราบปัญหาแล้วก็จะเอาเรื่องที่ ท่านฝากเมื่อสักครู่นี้ไปดำเนินการให้ท่านด้วยความสบายใจนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่เชิญ ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์มาจนได้ ความจริงกลัวจะเหมือนท่านรัฐมนตรีไม่มาอีก บังเอิญผมให้ พี่น้องนั่งเครื่องบินมาจากจังหวัดสกลนครมาถึงสัก ๑๐ โมงกว่า ๆ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ครับ หลังจากจบสุดท้ายแล้วขอให้นายกทั้ง ๒ คนได้คุยกับรัฐมนตรีหน่อยพอได้ชื่นใจเขา ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นละครับ ต้องขอบคุณรัฐมนตรีอย่างมาก จะได้เอาโครงการ ให้ท่านดูด้วย ฝากท่านด้วย ขอบคุณมากครับ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ช่วงท้ายเหลือเวลาอยู่ประมาณสัก ๑ นาที

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผมก็ต้องเรียน ด้วยความเคารพและขอบคุณท่าน ส.ส. ด้วยที่ให้ความกรุณาถามงานที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย แต่ว่าทั้งหมดที่จะเป็นความสำเร็จและงานที่มันจะเดินได้ด้วยความ เรียบร้อยต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือกันทั้งผู้แทนราษฎรแล้วก็ทั้งผู้นำท้องถิ่นทั้งหลาย แล้วก็ต้องสื่อสารทำความเข้าใจในเรื่องว่าวันนี้รัฐบาลเองก็พยายามดูแลเรื่องของท้องถิ่น งานถนนหนทาง เมื่อสักครู่ก่อนเข้ามาผมก็พูดอยู่ว่าบางทีงบประมาณของท้องถิ่นเองอาจจะ มีจำกัด ตัวเลขเหมือนมากจริง ๆ แต่ว่าตัวเลขมันน้อยก็ยังคุยหารือไปทางกระทรวงคมนาคม อยู่ว่าทำไมเราไม่โอนสายทางซึ่งเป็นเส้นทางโครงข่ายทั้งหลายของท้องถิ่นไปให้ กรมทางหลวงชนบทเข้าไปรับผิดชอบดูแล แล้วก็มอบหมายเฉพาะงานถนนที่อยู่ในพื้นที่จริง เช่น ในส่วนของหมู่บ้านและระหว่างซอกซอยทั้งหลายให้เป็นงานรับผิดชอบของท้องถิ่น เขาไปอย่างนี้ เงินมันก็สามารถที่จะไปทำได้และแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าให้ท้องถิ่นเอง ไปรับผิดชอบงานภาพรวมทั้งหมดของชนบท ผมก็มองว่าเป็นความห่วงใยจริง ๆ โดยเฉพาะ เส้นทางซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมไปถึงตัวอำเภอ อย่างไปโรงพยาบาลอย่างนี้ก็จะเป็นปัญหาว่า เส้นทางอย่างนี้เป็นลูกรังเราจะพัฒนาอย่างไร อะไรอย่างไรนะครับ แล้วก็เวลาให้ท้องถิ่น ทำกันเองบางทีมาตรฐานของงานทางเองก็ไม่ได้ตรงกัน อบต. ไหนมีงบประมาณเยอะอาจจะ ทำเป็นลาดยาง ท้องถิ่นไหนมีเงินน้อยอาจจะไปทำเป็นคอนกรีต ขนาดของมันก็ไม่เท่ากัน อย่างนี้ก็เป็นปัญหาเรื่องของมาตรฐานเส้นทางในการคมนาคม อันนี้ก็เป็นหนึ่งที่เป็นความ ห่วงใย แล้วก็ผมเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็พยายามหารือไป ในภาคส่วน ทางกระทรวงคมนาคมเอง ซึ่งพรรคผมก็กำกับดูแลก็พยายามจะบอกว่า ทำอย่างไรที่จะให้งานที่เป็นโครงข่ายทั้งหลายถ่ายโอนไปให้กับกรมทางหลวงชนบทอย่างนี้ ก็ฝากเรียนเพิ่มเติมนะครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ครับ ก็เป็นการจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะสำหรับวันนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านนิยม และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณทั้งผู้ถามและ ผู้ตอบนะครับ เราจบวาระเรื่องกระทู้ ผมขออนุญาตไป

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระนะครับ แต่เรียนให้ทราบว่าเนื่องจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศ ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑ คน คือ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ๔๙๘ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ คน จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

เรื่องที่ ๒ ก็คือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อน เข้ารับหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขอเชิญ คุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล กรุณายืนขึ้นกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ และโปรดระบุชื่อของท่านในตอนต้น

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ได้ยืนขึ้นและกล่าว คำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)

“ข้าพเจ้า นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ยินดีด้วยครับ ขอเชิญนั่งนะครับ

ต่อไปเป็นการรับทราบตามระเบียบวาระ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่ทุกสัปดาห์ ก็คือรับทราบรายงานของวุฒิสภา ในสัปดาห์นี้วุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ครับ

๑. ในการประชุม ครั้งที่ ๖ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุม พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ อันนี้เราได้รับทราบมาแล้วในส่วน ของสภาเรา

๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ เมื่อวันอังคารที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมรับทราบพิจารณารายงานจำนวน ๒ เรื่อง คือ

๒.๑ รายงานประจำปี ๒๕๖๑ สถาบันพระปกเกล้า

๒.๒ รายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตราพระราชกฤษฎีกาตาม มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

ทั้ง ๒ เรื่องนี้ สภาเราก็ได้รับทราบมาก่อนเช่นเดียวกัน ขอแจ้งให้ที่ประชุม รับทราบรายงานของวุฒิสภา

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ

ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งเพราะลาออก (นายภูดิท อินสุวรรณ์)

ผมขอเรียนที่ประชุม เนื่องจากมีท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายภูดิท อินสุวรรณ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็น อันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ผมขออนุญาตที่ประชุม ถ้าไม่ขัดข้องผมขอนำวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ คือเรื่องตั้งกรรมาธิการตามที่เรียนนี้มาพิจารณา ในลำดับนี้เลยเพื่อสมาชิกของเราที่เปลี่ยนแปลงจะได้มีโอกาสเข้าไปทำงานนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง ผมขออนุญาตนะครับ โดยตำแหน่งที่ว่างนี้เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมผู้รับรองครับ

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ เนื่องด้วยนายภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ มีความ ประสงค์ลาออกจากกรรมาธิการศึกษาแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ จึงขอเสนอชื่อนายสุรชาติ ศรีบุศกร จากพรรคพลังประชารัฐเป็นกรรมาธิการชุดนี้แทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ผู้รับรองถูกต้องครับ ก็เปลี่ยนแปลงไปตามที่ประธานกรรมาธิการขอมานะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

ในสัปดาห์นี้ขอให้รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) รวม ๔ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

ครั้งที่ ๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ซึ่งกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแล้วนะครับ และได้วาง ให้สมาชิกได้ตรวจสอบแล้วครับ ถ้าสมาชิกไม่มีปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ถือว่าที่ประชุมรับรอง รายงานการประชุมนะครับ เรื่องต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ก่อนถึงวาระด่วน ผมขอเรียนเตือนพวกเราว่าสัปดาห์นี้วันศุกร์เรามีการ ประชุมพิเศษ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เมื่อเดือนที่แล้วเราก็มีสามารถทำให้ญัตติผ่านไปได้มาก ในเดือนนี้เป็นวันหยุดเสียหลายวัน แล้วก็ขอรบกวนพวกเราวันศุกร์กรุณามาพร้อมเพรียงกัน เมื่อครั้งที่แล้วองค์ประชุมกว่าจะครบได้ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที ในครั้งนี้ผมขอเรียกร้อง พวกเราให้มาตามเวลาเพื่อเราจะได้พิจารณาเรื่องซึ่งเป็นญัตติธรรมดาที่ค้างอยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าเรื่อง และญัตติที่เราจะพิจารณาในสัปดาห์ต่อไปนั้นจะเป็นญัตติที่เชื่อว่าเป็นผลงาน พวกเรา ซึ่งถ้าผ่านไปได้ก็จะมีญัตติผ่านไปอีกประมาณ ๑๐ กว่าญัตติ อันนี้ก็เป็นภารกิจที่ ผมคิดว่าสภาชุดของเรานี้จะต้องเปลี่ยนแปลงอดีตที่มีงานคั่งค้างให้ได้คือร่วมกันทำงาน เพื่อให้ผลงานของท่านออกมาโดยการพิจารณาในวันพิเศษที่ผมเรียนแล้วขอรบกวน

ส่วนวันที่ ๒๔ นั้นขอเรียนว่าเป็นการประชุมร่วมนะครับ ท่านสมาชิกเห็นมี การสวม มีการวางป้ายพรรคต่าง ๆ เป็นการทดลองในการใช้การประชุมในวันที่ ๒๔ ซึ่งพื้นที่นั่ง มีจำกัดก็จำเป็นต้องมีผู้ขึ้นไปนั่งข้างบนด้วยแล้วก็แบ่งสัดส่วนของแต่ละพรรคเอาไว้ สมาชิก อาจจะถามว่าวางไว้ทำไม ก็เพื่อเตรียมการสำหรับวันที่ ๒๔ นัดประชุมเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ก็เรียนให้พวกเราได้ทราบมีวาระที่รัฐบาลจำเป็นต้องขออนุมัติจากสภาไปหลายเรื่อง ผมเรียนที่ประชุมได้รับทราบ แล้วหลังจากนั้นได้ตกลงว่าถ้ามีเวลาอยู่ก็จะประชุมร่วมโดย ไม่ต้องมาอาศัยองค์ประชุม เป็นเรื่องการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่ององค์กรประชุมระหว่าง ประเทศเพื่อได้รับทราบเท่านั้นเองครับ กระผมขออนุญาตไปในวาระ

เรื่องด่วน

ญัตติที่เราได้พิจารณาค้างมาจากครั้งที่แล้วซึ่งผมได้ดูรายชื่อแล้ววันนั้นเรา พิจารณาเรื่องด่วน ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งฉบับแรกก็คงเป็นท่านสุทิน คลังแสง และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แล้วก็นำอีก ๕ ฉบับ มารวมพิจารณาร่วมกันเป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายหมด ทุกท่านแล้ว แล้ววันนั้นมีผู้สนับสนุนอภิปรายต่อจากนั้นอีกรวมทั้งหมดมีผู้อภิปรายแล้ว ๑๗ ท่าน เราได้เคยหารือกันนอกกรอบนอกเวลาว่าเราบริหารเวลาเพื่อให้การตั้งกรรมาธิการ หรือการมีมติเรื่องนี้ได้เสร็จโดยไม่ชักช้าเกินไป ก็คาดหมายว่าสัปดาห์นี้คือวันนี้ถ้าเป็นไปได้ วันนี้จบพรุ่งนี้เราจะได้พิจารณาญัตติอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งวันนี้มีผู้เสนอชื่อสำหรับการอภิปรายแล้ว ในขณะนี้ ท่านนิยม เวชกามา ขอ ๗ นาที คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขอ ๗ นาที ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๗ นาที คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ๗ นาที ท่านเรวัต วิศรุตเวช ๗ นาที ท่านซูการ์โน มะทา ๗ นาที ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๗ นาที คุณคารม พลพรกลาง ๑๐ นาที คุณรังสิมันต์ โรม ๑๐ นาที นายวิรัตน์ วรศสิริน ๗ นาที นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๗ นาที นายกูเฮง ยาวอหะซัน ๗ นาที นายบุญฐิน ประทุมลี ๗ นาที นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๗ นาที นายสุทิน คลังแสง ๓๐ นาที คงจะเป็นผู้สรุปนะครับ นอกจากนั้นก็มีฝ่ายรัฐบาลเสนอชื่อ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๑๐ นาที มีนายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒๐ นาที มีนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๒๐ นาที มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒๐ นาที มีนายสายัณห์ ยุติธรรม ขอถอนนะครับ มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๑๐ นาที มีนางนาที รัชกิจประการ ๑๕ นาที อันนี้ก็เป็นสัดส่วนผมเข้าใจว่ามีเท่านี้นะครับ เพราะว่าได้เสนอชื่อผู้สรุปมาแล้วก็คิดว่าน่าจะเสร็จภายในคืนนี้ แล้วเราก็สามารถที่จะตั้ง กรรมาธิการหรือไม่ตั้งได้ในคืนนี้ ขอความร่วมมือทุกฝ่ายเพราะเป็นการเรียกร้องของพวกเรา เองที่ต้องการพิจารณาเรื่องนี้ครับ ต่อไปนี้ผมขอเริ่มโดยยึดเวลาที่ท่านขอมา ถ้าสมมุติ ประหยัดเวลาได้ท่านที่ขอไว้มาก ๆ ก็ประหยัดเวลาครับ ขอเชิญท่านแรก ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ขอเชิญครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งเสนอโดยท่านสุทิน คลังแสง และคุณปิยบุตร แสงกนกกุล ท่านประธานครับ ผมรอจังหวะและโอกาสมานานพอสมควรตั้งแต่เสนอญัตติ เข้ามา ที่สำคัญเมื่อวันพุธที่ผ่านมาผมเป็นคนสุดท้ายที่นั่งรออยู่พอถึงคิวผมท่านประธาน บอกปิดก็ออกคนสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมต้องขออภิปรายสนับสนุนชัดเจนเพราะปัญหา ของบ้านของเมืองเวลานี้เกิดจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ชัดเจนท่านประธานครับ ปฏิเสธ ไม่ได้ถ้าคนที่มีใจเป็นธรรมจะต้องยืนยันว่าปัญหาของบ้านเมืองไทยที่วุ่นวายขณะนี้เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำไมผมถึงบอกว่าบ้านเมืองวุ่นวายเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชน ถ้าท่านจะบอกว่าทำไมจะไม่ยึดโยงเพราะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการทำประชามติแล้ว ท่านประธานครับ ประชามติที่ทำขึ้นจากรัฐบาล คสช. ยุคนั้นเป็นประชามติจอมปลอม ผมยืนยันชัดเจนว่าเป็นประชามติจอมปลอม ทำไม ผมจึงบอกว่าประชามติจอมปลอม เพราะว่าท่านไม่ได้แจกร่างรัฐธรรมนูญไปให้ประชาชน เห็นเลย แล้ววันหนึ่งท่านก็บอกว่าให้ทำประชามติ ท่านประธานครับ เขาจะทำได้อย่างไร ในเมื่อรัฐธรรมนูญเขาไม่เห็นเลยความจริงต้องปรากฏแบบนั้น ท่านพูดไปเองว่าให้ทำ ประชามติ แต่ความจริงไม่มีครับ ถึงเวลาบอกให้มาทำ ๆ พี่น้องบ้านผมต้องยืนยันวันนี้เลยว่า คนอีสาน ๒๐ จังหวัด มี ๑๒ จังหวัดไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลยท่านประธาน ผมต้องชื่นชม ยินดีเชิดชูคนอีสานเหล่านั้น ๑๒ จังหวัดไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านไปเปิดดูเลย ส่วนอีก ๘ จังหวัดรับไปข้าง ๆ คู ๆ ไม่อยากรับหรอกครับท่านประธาน แต่ใช้อำนาจรัฐ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนั้นเป็นหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจไม่ชอบธรรมไปบังคับขู่เข็ญเขา เขาเปิดศูนย์ปราบโกง โกงในที่นี้หมายความว่าไม่ให้โกง ประชาชนท่านก็ไปจับกุมเขา พี่น้องบ้านผมที่จังหวัดสกลนคร อำเภอส่องดาว ไปขึ้นศาล ทหาร มณฑลทหารบกที่ ๒๔ ที่จังหวัดอุดรธานี ๒๐ คนจำคุก อันนี้ผมจึงกราบเรียนว่า บ้านเมืองมันไปไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านก็ตั้งคนของท่านมาเป็นคนล้างรัฐธรรมนูญ เป็นใครผมไม่เอ่ยถึง รู้กันอยู่ว่าเอาคนตัวเองล้วน ๆ ไม่ได้ยึดโยงประชาชน ผมยืนยันว่า คนอีสานไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่สำคัญผู้ยิ่งใหญ่ของอีสานเป็นนักต่อสู้ทางประชาธิปไตย หลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ นายเตียง ศิริขันธ์ นายครอง จันดาวงศ์ และ ๔ รัฐมนตรีอีสาน ถูกสังหารโหดกลางกรุงก็เพราะต่อสู้กับเผด็จการ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ นี่ต้องแก้ไขจะด้วยเหตุด้วยผลอะไรก็แล้วแต่ วันนี้เหตุผลเยอะแยะ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ซึ้งแก่ใจว่ามันไปไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธาน ครับ คนอีสานต่อสู้กับเผด็จการหลายคน ไม่ว่า นายเตียง ศิริขันธ์ หัวหน้าเสรีไทย นายครอง จันดาวงศ์ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายจำลอง ดาวเรือง นายถวิล อุดล นายทองเปลว ชลภูมิ ล้วนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ไม่รับเผด็จการ เกิดสงครามกลางเมืองยุคนั้นคือบ้านนาบัว เสียงปืนแตก พี่น้องประชาชนชาวเรณูนครก็ออกมาประกาศในหลักการไม่รับเผด็จการ ผมจึง ยืนยันว่าพี่น้องบ้านผมเป็นนักต่อสู้ แล้วที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเผด็จการจริง ๆ ทำไม เรียกว่า เผด็จการ ก็เห็นอยู่แล้วว่า คสช. ทำอะไรทุกอย่างไม่ผิด เป็นการสืบทอดอำนาจ มาจนถึงวันนี้ว่า คสช. ตั้งพรรคพวกตนเอง ถึงแม้วันนี้จะบอกว่ามีรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว มีรัฐบาลใหม่แล้ว ผมจึงยืนยัน ณ ที่นี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยากที่สุด ฉะนั้นต้องไปแก้ ในหลักการคือมาตรา ๒๖๕ ให้มี คสช. เอาคนมาจากประชาชนมาแก้ พวกเราแก้แล้ว มีปัญหา วันนี้รัฐบาลอาจจะเอาคนมาด้วยเพื่อแก้ แต่ความจริงไม่ละครับ เป็นความคิดที่ จอมปลอมทั้งนั้น ออกมาหน้าสื่อเพื่อให้มันดูดีแต่ความเป็นจริงบ้านเมืองนี้ยังไปไม่ได้เพราะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเผด็จการไม่มีอย่างอื่นละครับ ท่านประธาน ผมรักษาเวลาท่านประธานไม่ต้องห่วง ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เรียนสมาชิกว่าพาดพิง บุคคลที่ ๓ ภายนอกต้องระวังนะครับ แล้วก็เรียนว่าใครที่ถูกพาดพิงก็มีสิทธิที่จะตอบโต้ได้ ต่อไปคุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขอเชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหา แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งถือว่าเป็นฉบับที่ ๒๐ ของประเทศไทย ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เหตุผลที่จะขอตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้มีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของ ประเทศไทย ในปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาด้านสังคม ปัญหาด้านการเมืองที่หลายสิ่ง หลายอย่างไม่เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงจำเป็นต้องขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ

ผมกราบเรียนประเด็นแรกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถือว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน เราจะศึกษาในประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่านักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่เมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้ว คือประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวไว้ว่าการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยก็เพราะว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วม ประชาชนไม่มี โอกาส การตั้งคณะร่างรัฐธรรมนูญนั้นเราชัดเจนครับว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ คสช. ได้ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นชุดแรกโดย ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานทำการร่างในที่สุดก็ถูกล้ม ตั้งขึ้นใหม่อีกชุดหนึ่งในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่า ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้กล่าวว่า หลังจากที่เขาล้มเขาไม่ผ่านรัฐธรรมนูญให้ท่านกล่าวว่าเขาต้องการอยู่ยาว อันนี้ทุกคนก็ ทราบดีอยู่ยาวอย่างไร ก็หมายความว่าคณะที่มีอำนาจในขณะนั้นต้องการที่จะสืบทอดอำนาจ เพราะฉะนั้นในการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ลินคอล์นกล่าวว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน และที่ ประชาชนไม่มีโอกาส การตั้งคณะร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็ตั้งโดย คสช. ก็คงไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่อการสืบทอดอำนาจเผด็จการ เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็เห็นชัดเจนว่าผู้ที่มาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นบุคคล คณะบุคคลที่ตั้งโดย คสช. มีนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยศตวรรษที่ ๑๘ คาร์ล มาร์กซ์ ในสมัยนั้นเรียกว่าลัทธิมาร์กซิสต์ เป็นนักปรัชญาทางเศรษฐกิจและการเมือง ในช่วงนั้นเป็นการแข่งขันระหว่างชนชั้น ท่านกล่าวไว้ว่าชนชั้นใดเป็นผู้ร่างกฎหมายย่อมจะ รักษาผลประโยชน์หรือทำเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น เมื่อคณะ คสช. ตั้งคณะ ร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม คณะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็คือโดย คสช. ก็คงเพื่อ คสช. คือเพื่อสืบทอดอำนาจเป็นไปตามที่วลีทางการเมืองของคาร์ล มาร์กซ์ ได้กล่าวไว้ ทุกประการ หลังจากนั้นครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อร่างเสร็จมาสู่การเลือกตั้งจะเห็นได้ ชัดเจนว่าการเลือกตั้งก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ขึ้นมาก็โดยหวังว่าจะทำให้การเมืองการปกครองในสมัยหลังจากรัฐธรรมนูญแล้วเป็น การเมืองการปกครองที่สืบทอดอำนาจจะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคการเมืองที่ชนะ การเลือกตั้งคือพรรคเพื่อไทย ๑๓๗ คน ได้ ส.ส. ๑๓๗ คน ซึ่งมากที่สุดก็ไม่มีโอกาสเป็น รัฐบาลเพราะว่ารัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่ามี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง ๒๕๐ คน ปกติ ส.ว. สมาชิกวุฒิสภาจะมาจากแต่งตั้งก็ได้ เลือกตั้งก็ได้ แต่ถ้ามาจากการแต่งตั้งจะมีอำนาจน้อย มาจากการเลือกตั้งจะมีอำนาจมาก แต่ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอำนาจมาก แถมยังมามี อำนาจในการตั้งนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่าหลังเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้ ส.ส. เข้ามานั้นน้อยกว่า ส.ว. ๒๕๐ คนอย่างชัดเจน ผู้ที่แสดง เจตนารมณ์ของประชาชนในประเทศซึ่งคือพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. มากที่สุดกลับไม่มีโอกาส ได้เป็นรัฐบาล ที่ได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็โดยเสียงส่วนใหญ่มาจาก ส.ว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง นี่เห็นชัดเจนว่าเป็นการร่างรัฐธรรมนูญที่ทำให้การเมืองการปกครองไม่ได้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องการ ทำประชามติผมจะไม่กล่าวซ้ำ เพราะท่านดอกเตอร์นิยมได้กล่าวไปแล้วจะเห็นได้ว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่มีข้อบกพร่อง เช่น ระบบการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวไม่แสดงถึง เจตนารมณ์ผู้ที่จะไปลงคะแนนเลือกตั้ง เลือกพรรค เลือกคน ไม่สามารถจะแบ่งแยกได้เพราะ มันมีในบัตรใบเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นว่าในการเลือกตั้งในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ว่า ส.ส. ส.ว. นักวิชาการทุกคน ขอให้ ร่วมใจกันเมื่อเห็นว่าอะไรไม่ดีรัฐธรรมนูญที่มันมีข้อบกพร่องก็แก้ไขเพื่อประเทศชาติ เพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน กราบขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ ขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลาในการอภิปรายสนับสนุน ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการ แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งนำเสนอโดย นายวิเชียร ชวลิต จากพรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในการที่จะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการเมือง คำว่า การเมืองในที่นี้ก็หมายถึงว่า รัฐธรรมนูญมันจัดความสัมพันธ์ โครงสร้างการใช้อำนาจในระบบการเมืองของเรา ไม่ใช่จะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เพียงอย่างเดียว ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญกันที่ไหน วันนี้โอกาสดีครับ ถ้าเรามีประเด็นปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญเราก็ใช้สภาอันทรงเกียรติที่นี่มาเป็นที่เริ่มต้นของการ กำหนดหรือการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตัวรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ครับ สังคมไทย เป็นเรื่องปกติครับ รัฐธรรมนูญเราผ่านมาเยอะแก้ได้ ร่างใหม่ได้ วันนี้ถ้าเราจะเริ่มต้นมาพูดถึง รัฐธรรมนูญเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จึงเป็นเรื่องปกติครับ เพราะรัฐธรรมนูญสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก เพราะมันแก้เยอะ ในขณะเดียวกันเราก็จะต้อง แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ไปสอดรับกับบริบทต่าง ๆ ในระยะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน เพราะฉะนั้นตัวรัฐธรรมนูญจะเป็นกลไกหรือมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่างมากทีเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เราจะแก้รัฐธรรมนูญตอบสนองพรรคใดพรรคหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเราจะแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อไปตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกหรือถูกใจของคนใดคนหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้อง สอดคล้องกับหลักการอย่างน้อยสัก ๒-๓ หลักการ

หลักการอันแรกก็คือว่ารัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ของรัฐ เราจะแก้อย่างไรครับในวันข้างหน้า เราจะตั้งกรรมาธิการขึ้นอย่างไร รูปแบบอย่างไร เดี๋ยวจะขออนุญาตลงรายละเอียด แต่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ แห่งรัฐ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และรูปแบบรัฐจะต้องเป็น ราชอาณาจักร สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสาระสำคัญที่ผมคิดว่าเราต้องย้ำกันตลอดเวลา เพราะวันนี้ ความหมายของสิ่งเหล่านี้มันเริ่มมีการให้ความหลากหลายกันไปซึ่งไม่เป็นหนึ่งเดียว ผมนำเรียนว่ารัฐธรรมนูญจะต้องให้ความหมายเหมือนกันว่าอุดมการณ์ของไทย อุดมการณ์ ของรัฐไทยในรัฐธรรมนูญก็คือประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และมีรูปแบบรัฐเป็นราชอาณาจักร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธานครับ

หลักการที่ ๒ ผมคิดว่าเวลาเราจะแก้รัฐธรรมนูญต้องไปดูรูปแบบรัฐ วันนี้ จะต้องให้มีรูปแบบรัฐที่เข้มแข็งในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐเข้มแข็ง สตรอง สเตต (Strong state) ท่านประธานครับ รูปแบบรัฐเข้มแข็ง สำหรับผมผมไม่ได้ติดใจเรื่อง ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ แต่ผมเชื่อว่าในการร่างรัฐธรรมนูญสามารถที่จะเซฟ (Save) ให้พฤติกรรมของการบริหารประเทศเป็นลักษณะของการบริหารที่เข้มแข็ง ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ เขาเรียก สะเทชชูท (Statute) หมายถึงคนที่ใช้อำนาจรัฐมีอำนาจ ค่อนข้างมากที่จะนำพาประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ

ประเด็นต่อมาในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นผมคิดว่าเราจำเป็นจะต้องทำให้เกิด สิ่งที่เรียกกันว่า พับลิก อแวร์เนส (Public awareness) หมายถึงว่าจะทำอย่างไรให้ ประชาชนพลเมืองมีจิตสำนึกต่อกิจการบ้านเมือง อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากอีกเรื่องหนึ่ง ประชาชนพลเมืองจะต้องมีความตระหนักรู้ต่อเรื่องสาธารณะ ต่อเรื่องการเมืองทำอย่างไร ที่จะให้กระบวนการระดมผ่านโซเชียล มีเดีย (Social media) กระบวนการระดมผ่านสื่อ ที่หลากหลายโดยประชาชนไม่ได้ตระหนัก ไม่ได้ตรวจสอบ อันนี้เป็นปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้จะต้องให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้มากกว่าไประดม แต่ให้เกิดความตระหนักรู้ อันนี้เป็นอีก เรื่องหนึ่ง

หลักการที่ ๒ ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับหลักของสังคม ทำอย่างไร จึงจะให้สังคมเข้มแข็งภายใต้รัฐที่เข้มแข็ง สตรอง สเตต (Strong state) และสตรอง โซไซตี (Strong society) ไม่ใช่วีก สเตต (Weak state) แต่สตรอง โซไซตี (Strong society) ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นทำให้สังคมเข้มแข็ง เข้มแข็งจริง ๆ ที่เขาจะพึ่งตนเอง ที่จะ บริหารจัดการตนเองคู่กับรัฐที่เข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย หลักการนี้สาระสำคัญจะต้อง สอดไว้ ทุนนิยม ทุนอย่างไรจะต้องไม่เป็นทุนสามานย์ ก็ต้องเป็นทุนที่รับผิดชอบ การวัดความเป็นประชาธิปไตยของนักคิด นักรัฐศาสตร์ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา หรือ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้ ให้คุณค่ากับทุน ให้คุณค่ากับประชาสังคม ทุนจะต้องเป็นทุนที่มีความรับผิดชอบจะต้องไม่เกิดช่องว่างระหว่างคนรวย คนจน ไม่เกิด ช่องว่างระหว่างเมือง สิ่งเหล่านี้จะต้องมีกลไกที่รองรับมาในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ถ้าจะร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไปดูจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันก็มีจุดดี ผมยกตัวอย่างว่าจุดดีของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่คิดว่าถ้าเราจะร่างเราต้องคำนึง อันแรกเลยที่เห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง หรือปราบปรามการทุจริต ผมไม่คิดว่าการทุจริต เป็นประเด็นสำคัญมากกว่า ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาในสังคมการเมืองไทยที่กล่าวหากันอยู่ ตลอดเวลาที่ถูกหยิบมาอภิปรายตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการทุจริตเป็นเรื่องที่มีสาระ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ใช้ได้ถ้าเราไม่อคติ สิ่งเหล่านี้ตั้งคณะกรรมาธิการหรือต่อไปศึกษา แนวทางรูปแบบก็จะหยิบสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นสาระสำคัญด้วย หรือจุดเด่นของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็คือการที่ประเทศไทยมีไดเรกชัน (Direction) มีทิศทางของประเทศที่ชัดเจน ภายใต้การปฏิรูป ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่หลายคนก็บอกว่าการปฏิรูปมันเป็นการ บังคับประเทศ ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือ ๑ เทอม แต่นั่นหมายถึงว่าเรากำลังจะบอกประชาชน ทุกคนว่าเราจะต้องเดินไปจุดมุ่งหมายหรือวิชัน (Vision) ตรงนี้ใน ๒๐ ปี เรามีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นหลักประกันในการเปลี่ยนแปลงในระยะเปลี่ยนผ่านนี่คือสิ่งสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ สาระทั้งหมดที่ผมพูดมาในสังคมไทยเรา เราถกกันตลอดเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญ ในการ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือกำหนดรัฐธรรมนูญโครงสร้างดีกับคนดี ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญหลายฉบับกำหนดโครงสร้างดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โครงสร้างเยี่ยมยอด ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการร่วมกับเขาในครั้งกระนั้นแต่ยังถูกทิ้งไปถูกฉีกไป แล้วโครงสร้างดีอันนั้นมันมีผลต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ ปัจจุบัน แต่เราก็ยังมี ปัญหาโครงสร้างดี วันนี้เราต้องการคนดี คนดีร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรที่จะทำให้คนดีเดินเข้าสู่ รัฐธรรมนูญแล้วทุกอย่างจะสามารถยุติได้ครับท่านประธาน

สุดท้ายผมฝากต่อคณะกรรมาธิการหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คณะกรรมาธิการที่จะคิดกันเราจะแก้เป็นรายมาตราหรือไม่ เราจะร่างเป็นรายมาตราหรือไม่ หรือว่าแก้ทั้งฉบับพิจารณากันให้ดีนะครับ คณะทำงานหรือ คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นวิเคราะห์ให้ดี

ประเด็นที่ ๒ แล้วเราจะมีใครมาเป็นคณะทำงานในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะให้สภานี้หรือไม่ หรือว่าส่วนหนึ่งของคนในสภา แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก หรือจะมี องค์กรอิสระที่อาจจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ เช่น สสร. มาดำเนินการหรือไม่ สิ่งตรงนี้ เป็นเรื่องที่เป็นสาระสำคัญที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะต้องไปพิจารณา

ท่านประธานครับ ฝากสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่าตัวรัฐธรรมนูญที่เราจะร่างที่เรา จะแก้ไข ขอโทษครับท่านประธานมันเป็นช่วงเวลาที่ควรจะทำให้คนในสังคมเกิดมีความสุข ในการถกเถียงเรื่องสังคมการเมืองของเขา ช่วงเวลาที่จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปิดกว้างให้กับทุกภาคส่วนได้ถกแถลงมากกว่าจะไป จุดประเด็นความขัดแย้ง จะต้องใช้เวลาตรงนี้ให้ภาคประชาสังคมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้อธิบายว่าเขาต้องการรัฐธรรมนูญอย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าเพื่อ ลูกหลานและบ้านเมืองของเราเป็นอย่างไร ช่วงเวลาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นช่วงที่ มีความสุขที่คนในบ้านเมืองเราจะต้องหารือกันอย่างมีเหตุผล จะต้องถกเถียงกันอย่างเคารพ ถึงความแตกต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้กระบวนการเรียนรู้ ช่วงเวลาการแก้รัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ทางการเมืองของพลเมืองซึ่งจะนำไปสู่พับลิก อแวร์เนส (Public awareness) ที่ผมกำลังเรียนแล้วไม่ใช่เป็นช่วงของการบี้กัน ลดเครดิตกันหรือ นำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิด ช่วงเวลาของรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นช่วงที่มีความสุข เพื่อที่จะเติมความฝันความหวังและอนาคตของบ้านเมืองไทยเพื่อที่จะรองรับการ เปลี่ยนแปลง ผมจึงขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนกับการตั้งกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการที่จะตามมา ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านชวลิต วิชยสุทธิ์

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติการขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเสนอโดยนายสุทิน คลังแสง และ คณะดังมีเหตุผลสนับสนุนรวม ๒ ประเด็นสั้น ๆ ดังนี้

ประเด็นแรก สภาพปัญหาและความสำคัญของปัญหามีการรวบรวมปัญหา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้มากมาย ซึ่งกระผมคงจะไม่นำมากล่าวซ้ำทั้งหมดเพราะจะเสียเวลา ของเพื่อนสมาชิก เพียงแต่จะยกหัวใจของปัญหาให้ที่ประชุมได้พิจารณาว่าเห็นสอดคล้อง ต้องกันหรือไม่ และจะร่วมมือกันหาทางออกให้กับบ้านเมืองอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ครับ หัวใจของปัญหาบ้านเมืองกระผมเคยให้ความเห็นไว้หลายครั้งว่าคือการเมืองที่ไม่มี เสถียรภาพ การเมืองที่ไม่มีความยุติธรรมเอารัดเอาเปรียบก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นทั้ง ทางด้านการค้าการลงทุน เราจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ในช่วง ระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เพียงประเทศเดียว เราอยู่ ท่ามกลางประชาคมโลกซึ่งมีหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มแต่ละประเทศเขาก็มองกติกาคือ รัฐธรรมนูญของประเทศไทยว่าโครงสร้างทางการเมืองการปกครองของประเทศมีเสถียรภาพ หรือไม่ มีความยุติธรรมหรือไม่ เหมาะที่จะมาทำการค้ามาลงทุนหรือไม่ การลงทุนเขาต้อง ลงทุนระยะยาว ถ้าเขาไม่เชื่อมั่นระบบการเมืองของเราใครจะกล้ามาลงทุน ต่อให้มี สิทธิพิเศษมากมายอย่างไรก็หาคนลงทุนยาก นอกจากหาคนลงทุนยากเท่านั้นยังไม่พอเขายัง ย้ายฐานหนีอีก จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีคนตกงาน เด็กจบใหม่ไม่มีงานทำจำนวนมากเพราะ เพื่อนเก่าของเราย้ายฐานไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามบ้าง ประเทศอินโดนีเซียบ้าง ประเทศ มาเลเซียบ้าง ท่านประธานที่เคารพ ดังที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่า หัวใจของปัญหาบ้านเมืองในปัจจุบันก็คือปัญหาการเมืองการปกครองที่ไม่มีเสถียรภาพและ ไม่มีความยุติธรรม ในส่วนของความยุติธรรมท่านประธานคงเคยได้ยินวลีที่ว่า ความยุติธรรม ไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอาจจะกล่าวว่าผมกล่าวลอย ๆ มีหลักฐานอะไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นบ่อเกิดของความไม่ยุติธรรมจริงหรือ ความจริงมีหลักฐานข้อมูล มากมายจนเพื่อนสมาชิกนำมาเขียนเป็นญัตติบ้าง เป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง แต่ไม่หนักแน่นเท่ากับคลิป (Clip) ที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้ไปออกรายการทีวี กล่าวยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ในคลิป (Clip) นั้นมีกล่าวเช่นนี้จริง ๆ พิธีกร ได้สอบถามย้ำแล้วย้ำอีกหลายครั้ง ท่านผู้ไปออกรายการก็ตอบเช่นนั้นจริง ๆ เสียดาย ท่านประธานไม่อนุญาตให้เปิดคลิป (Clip) ทั้ง ๆ ที่มีการลงยูทูบ (YouTube) เผยแพร่ต่อ สาธารณะ สภาของเราซึ่งอยู่ใน ๓ อำนาจ ถ้ายังเกรงอำนาจฝ่ายบริหารทั้ง ๆ ที่เป็นข้อเท็จจริง กระผมก็ไม่ค่อยสบายใจนักท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพหลังเลือกตั้งจบ พลเอก ประยุทธ์ ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้ลงเลือกตั้งกับเขาเพราะ ส.ว. ๒๕๐ เสียงที่ พลเอก ประยุทธ์ตั้งก็ต้องยกมือให้กับ พลเอก ประยุทธ์ผู้แต่งตั้ง ต่างประเทศเขาก็มองออกว่า เราเป็นอารยะหรืออนารยะ นอกจากนั้นขอให้เพื่อนสมาชิกได้ติดตามดูวาระของ ส.ว. ให้ดี ๆ ส.ว. มีวาระ ๕ ปี ส.ส. มีวาระ ๔ ปีอยู่ถึงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ ส.ว. อยู่ ๕ ปี ในวาระ ๕ ปี ของ ส.ว. ส.ว. สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้มากกว่า ๑ ครั้ง ดังนั้น หวยก็จะมาออกที่ พลเอก ประยุทธ์อีกเป็นหวยล็อกเลือกให้ตายหวยก็ล็อกอยู่ที่ พลเอก ประยุทธ์ แล้วบ้านเมือง จะอยู่อย่างไรท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก ส.ว. แล้วมีอะไรอีก ขอยกมาอีกเพียง ๑ ตัวอย่างก็คือระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจัดสรร ปันส่วนผสมเลือกตั้งเสร็จก็แบ่ง ๆ กันไป ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากหรือได้เสียง เกินครึ่ง ผู้ร่างรัฐธรรมนูญตั้งใจออกแบบมาให้เป็นรัฐบาลผสมมีพรรคการเมืองมากมาย ทั้งยังมีสูตรคำนวณพิสดารให้มีพรรคเล็กพรรคน้อยชอป (Shop) กันได้สนุกสนาน แต่ต่างประเทศเขาไม่สนุกด้วยครับท่านประธาน เขาไม่มาลงทุน เขาไม่มาลงทุน นอกจาก ไม่มาแล้วเขายังย้ายฐานหนี เขากลัวความไม่แน่นอน ความไม่มีเสถียรภาพ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากปัญหาดังกล่าวเราจะส่งมอบมรดกบ้านเมืองให้กับลูกหลานของเราอย่างไร ส่งให้กับลูกหลานของเราในสภาพที่ยับเยินเช่นนี้ต่อไปอีกหรือ หากไม่รีบแก้ไขคงยับเยิน ไม่มีชิ้นดี วันนี้จึงเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของการเมืองไทยที่สมาชิกทั้งสภามาร่วมกัน หาทางออกให้กับบ้านเมือง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าหากผู้บริหารซึ่งอยู่ข้างบน ลงไปสัมผัสความทุกข์เข็ญของชาวบ้านจริง ๆ ไม่มีหน้าม้าคอยไปส่งทีมงานล่วงหน้าจะรู้ว่า ขณะนี้ปัจจุบันนี้ประชาชนเขาทุกข์เข็ญขนาดไหน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกาศตัวเลขหนี้ครัวเรือนปาเข้าไป ๑๓ ล้านล้านบาทเข้าไปแล้ว เท่ากับงบประมาณ แผ่นดิน ๔ ปีรวมกัน บัณฑิตจบใหม่ตกงานปีละหลายแสนคน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำทุกตัว ชาวบ้านนั่งอมทุกข์กันทั่ว หลายคนบอกกับผมว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ หัวหน้ารัฐบาลใช้เงิน ประเทศมากมายขนาดนี้ถึง ๑๖ ล้านล้านบาท แต่คนจนกลับเพิ่มขึ้นเกือบจะ ๒๐ ล้านคนแล้ว ถ้าเป็นผมคงไม่ทนอยู่ถึง ๖ ปีให้ผู้คนเขามา วิ่งขับไล่ แค่ ๒-๓ ปีก็รู้แล้วว่าแก้ปัญหาบ้านเมืองได้หรือไม่ แสดงว่าผิดจุดแล้วก็ต้องมีสปิริต (Spirit) คำว่า สปิริต (Spirit) มันเป็นคำสั้น ๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ฝากไว้ให้เป็นข้อคิด ท่านประธานที่เคารพครับ

ในประเด็นที่ ๒ ของการอภิปรายของผมก็คือทางออกหรือทางแก้ เมื่อกติกา บ้านเมืองเป็นอย่างนี้พวกเราบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องหาทางแก้ภายใต้ขอบ อำนาจของสภาตามรัฐธรรมนูญ ถึงเวลาแล้วที่สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ต้องร่วมแรง ร่วมใจกันแก้ไขปัญหาที่หัวใจของปัญหาคือขจัดปัญหาการเมืองการปกครองที่ไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีความยุติธรรมเอารัดเอาเปรียบกันให้หมดไป แล้วให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน อย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดครับท่านประธาน สภาของเรากำลังทำงานสำคัญของบ้านเมือง กำลังแก้ปัญหาหัวใจของบ้านเมือง คือปัญหาการเมืองการปกครองที่ไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีความยุติธรรม การอนุมัติหรือเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะเป็นกุญแจที่จะแก้ไขไปสู่หัวใจของปัญหาที่กระผมได้กราบเรียนไว้ เบื้องต้น ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปผมขอเชิญคุณเรวัต วิศรุตเวช หลังจากนั้นก็จะเชิญท่านสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรรักษ์

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ทำไมเราจึงต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีดีเอ็นเอ (DNA) ของเผด็จการ เป็นโรคร้ายที่ทำลายมนุษยชาติ ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของประเทศเราจึงจำเป็นต้องหยุดยั้ง การสืบทอดสายพันธุ์อันตราย ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าการสืบทอดอำนาจของ เผด็จการนั้นมี ๒ ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก คสช. ต้องเป็นผู้เลือก ๒๕๐ ส.ว. เพื่อให้เป็น ส.ว. ที่สั่งได้

ขั้นตอนที่ ๒ ต้องให้ ๒๕๐ ส.ว. ที่สั่งได้มาเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ผมขอเริ่ม ด้วยมาตรา ๒๖๙ ในมาตรา ๒๖๙ บัญญัติอย่างนี้ครับว่าวาระเริ่มแรกให้วุฒิสภาประกอบด้วย สมาชิกจำนวน ๒๕๐ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ กำหนดว่าให้มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว. คณะหนึ่งซึ่ง คสช. แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า ๙ แต่ไม่เกิน ๑๒ มีหน้าที่ ดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ กรรมการสรรหา คสช. ก็เป็นผู้แต่งตั้งและการแต่งตั้งจะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือใน (ก) และ (ข) ซึ่งจะบอกที่มาของ ส.ว. ส่วนใน (ค) ซึ่งจะได้แสดงต่อไป จะเป็นวิธีที่จะ ให้ คสช. เป็นผู้เลือก

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ เป็นการคัดเลือก ส.ว. กลุ่มที่ ๑ ให้คณะกรรมการ เลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการเลือก ส.ว. ตามมาตรา ๑๐๗ จำนวน ๒๐๐ คน อ่านเฉพาะที่ ขีดเส้นใต้ก็ได้นะครับ แล้วนำรายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐๗ เป็นบทถาวรที่ให้ กกต. ไปดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ต้อง เสนอชื่อให้กับ คสช. เสร็จแล้วทำอย่างไรครับ ก็เลยทำบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๙ ขึ้นมา เพื่อให้ คสช. นั้นเป็นผู้เลือก

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ใน (ข) คือ ส.ว. ก้อนที่ ๒ ก็คือให้คณะกรรมการสรรหา คัดเลือกบุคคลผู้ที่มีความรู้ความสามารถจำนวนไม่เกิน ๔๐๐

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ใน (ค) ก็คือบอกถึงวิธีการที่จะให้ คสช. นั้นเป็นผู้เลือก ส.ว. ทั้ง ๒ กลุ่ม ซึ่งบัญญัติไว้ดังนี้ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจาก กกต. ให้ได้จำนวน ๕๐ คน และคัดเลือกชื่อสำรองไว้อีก ๕๐ คน ต่อไปเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหา ตาม (ข) ให้ได้จำนวน ๑๙๔ คน รวมกับผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทสส. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เป็น ๒๕๐ คน ท่านประธาน ๒๕๐ ส.ว. จึงเป็นหวยล็อก ที่คลอดออกมาจากโพรงมดลูกของเผด็จการ คสช. จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาเป็นทายาท ของการสืบทอดอำนาจอย่างแน่นอน ระหว่างดำเนินการคัดเลือก ส.ว. ๒๕๐ ประชาชน ให้ความสนใจและติดตาม แต่ใน (ข) ที่ท่านประธานเห็นในสไลด์ (Slide) การคัดเลือกจำนวน ๑๙๔ คนต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ (๑) (ข) ซึ่งกรรมการสรรหาต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แต่ไม่พบว่ามีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลยครับ แต่ไปตอบสังคมว่าอย่างไร ไปตอบสังคมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประชาชนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ต้องประกาศก็ได้ อย่างนี้ก็ได้หรือครับ และเมื่อประชาชนอยากทราบว่าใครกันเป็นกรรมการสรรหาบ้าง แม้คัดเลือกเสร็จแล้วก็ยังปิดเป็นความลับอีก แต่พอเปิดเผยประชาชนช็อกกันทั้งประเทศ เพราะคาดไม่ถึงว่ากรรมการสรรหาผลัดกันเกาหลัง เลือกกันเองมันเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่พวกท่านก็ยังกล้าที่จะทำ แผนต่อไปเพื่อให้ทายาท ๒๕๐ ส.ว. ได้มาช่วยโหวตให้หัวหน้า คสช. ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องทำอย่างไรครับ ผมจะชี้ให้เห็นดังนี้

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๖ มาตรา ๑๕๙ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม มาตรา ๘๘ ต่อมาอ่านเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ แล้วก็สุดท้ายมติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนอย่างเปิดเผยและมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านเห็นหรือไม่ว่าในบทถาวร มาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสามล้วนแล้วแต่ดำเนินการโดยสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น ไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างไรครับ ตรงนี้มันถึงจุดไคลแม็กซ์ (Climax) แล้วครับ จะเกิดการ ปฏิสนธิถ่ายทอดยีนต้องมีบทพิสดารต้องมีไคลแม็กซ์ (Climax) ก็คือบัญญัติมาตรา ๒๗๒ ไว้ในบทเฉพาะกาล

ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๗ มาตรา ๒๗๒ บัญญัติไว้อย่างไรครับ ในระหว่าง ๕ ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบกับบุคคลซึ่งสมควรได้รับ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาและมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของ ไม่ใช่ สภาผู้แทนราษฎรแล้วครับ เป็นของทั้ง ๒ สภา ท่านประธานครับเห็นไหมครับ การจุติขึ้น ของเผด็จการเกิดขึ้นแล้ว การจุติขึ้นของการสืบทอดอำนาจได้เกิดขึ้นแล้วครับ ขอขีดเส้นใต้ ตรงนี้เลยว่าได้เปลี่ยนจากสภาผู้แทนราษฎรมาเป็น ๒ สภาเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งในบทถาวร ไม่มีครับ มาตรา ๒๗๒ บัญญัติขึ้นมาในบทเฉพาะกาล ท่านประธานเห็นไหมครับว่า การสืบทอด อำนาจของเผด็จการนั้นได้ปฏิสนธิเกิดเป็นตัวแล้วโดยบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๒ และ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนครับ ส.ว. ๒๕๐ คน ได้มายกมือกัน เป็นฝักถั่ว จำนวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มโหวตให้กับสเต็มเซลล์ (Stem cell) เซลล์ (Cell) ต้นกำเนิดคือหัวหน้า คสช. ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมขอสรุปอีกครั้งเพื่อให้ ประชาชนเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแผนการสืบทอดอันนั้นเป็นบันไดทอง ๒ ขั้น บันไดขั้นแรก คสช. ต้องใช้บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๙ เพื่อ คสช. จะได้เป็นผู้เลือก ส.ว. ๒๕๐ คน แทนมาตรา ๑๐๗ ในบทถาวร บันไดขั้นที่ ๒ ใช้บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๒ ให้ ๒๕๐ ส.ว. มาร่วมโหวตตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีแทนมาตรา ๑๕๙ ในบทถาวร ท่านประธานครับ ผมถามจริง ๆ เถอะว่ามีที่ไหนในโลกเขาทำกันแบบนี้ ถ้าเปรียบเทียบกติกานี้กับการแข่งขันกีฬา ก็เหมือนกับการวิ่ง ๗๕๐ เมตร เผด็จการไปยืนรออยู่ข้างหน้าแล้วที่หลัก ๒๕๐ หรือถ้าเปรียบกับ ฟุตบอลยังไม่ทันเขี่ยลูกเลยกรรมการบอกให้ใส่สกอร์ (Score) ที่ทีมเผด็จการไปเลย ๓ ลูก ก็เป็น ๓ : ๐ ตั้งแต่เริ่มแข่งแล้วยังไม่ทันเตะเลย ท่านภูมิใจกับการแข่งขันอย่างนี้ด้วยหรือครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่เสนอโดย นายสุทิน คลังแสง และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ครับ

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ สำหรับญัตติทั้ง ๖ ญัตติ รวมทั้งการอภิปรายของท่านสมาชิกที่ผ่านมา ผมเรียนว่าผู้ชมทางบ้านคงอาจจะสงสัยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้ไม่ได้เลย หรืออย่างไร เพราะว่ามีประเด็นค่อนข้างมากสำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ เพื่อที่จะนำไปสู่ การแก้ไขและการตั้งคณะกรรมาธิการ ผมเรียนว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ จนถึงฉบับที่ ๒๐ ในปัจจุบันนี้ผมเชื่อว่าในความแตกต่างในทางความคิดมีอยู่ทุกฉบับ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนบอกว่าดีที่สุดก็คือฉบับปี ๒๕๔๐ ก็ยังมีหลายท่านในสายการเมืองก็ดี หรือว่า ในบางท่านก็ดีก็ยังมีข้อวิจารณ์ในเรื่องเหล่านี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผมอยากเรียนว่าโดยภาพรวม ทั่วไปรัฐธรรมนูญทุกฉบับจะมีข้อดีแล้วก็ข้อแตกต่างในทางความคิดค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับ สภาวะสถานการณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งที่ผ่านมาผมเรียนว่า ในปัญหาที่มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากในบางยุค บางสมัยก็จะมีในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน มีในเรื่องของแนวนโยบายของรัฐ มีในเรื่องของอำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจการได้มาของคณะผู้บริหาร ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ในเรื่อง ของศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคงเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็องค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะเป็นจำเลยของสังคมอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าโดยแท้จริงแล้วร่างรัฐธรรมนูญ ผมอาจจะบอกว่ามันเป็นข้อดีเสียส่วนใหญ่ จะมีปัญหาอย่างที่ผมได้กราบเรียนในบางช่วงบางสมัย สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ พวกเราทุกคนทราบดีนะครับว่าได้เกิดขึ้นในช่วงแห่งความไม่สงบของบ้านเมือง ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ๒๑ ท่านด้วยกันได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ได้มีการ วางรูปแบบของรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพของปัจจุบันและการเมือง ในปัจจุบัน ผมอยากเรียนว่าสิ่งที่เป็นปัญหาของการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญนั้น ถ้าผมจะ พิจารณาอาจจะมีเพียงไม่กี่ข้อ

ข้อแรก ก็คือในเรื่องของความไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในบางเรื่อง

ข้อที่ ๒ มีปัญหาในเรื่องของการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ข้อที่ ๓ นั้นมีปัญหาในเรื่องของทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ การนำไปใช้ อย่างเช่นกรณีที่มีการพูดกันมากก็คือในเรื่องของการไปออกบทบัญญัติ อย่างเช่นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งก็ดี ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์มาก ในเรื่องของวิธีการได้มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อีกประการหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญของไทยเรา ของเรามีบทบัญญัติมากไปหรือไม่ เพราะว่าการกำหนดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมากเกินไป มันก็จะเป็นปัญหาต่อการที่จะทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ดี หรือว่าอนุบัญญัติ ที่ออกตามรัฐธรรมนูญก็ดี มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะถูกกำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว การแก้ไข เพิ่มเติม การดำเนินการในเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ สิ่งที่เกรงกันมากที่สุดก็คือการขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ตัวนี้จะเป็นปัญหาอุปสรรคประการหนึ่ง ซึ่งผมเรียนว่าคณะกรรมาธิการที่จะตั้ง ต่อไปก็ต้องนั่งคิดนะครับว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาอยู่นี้เราจะแก้ปัญหา ในบทบัญญัตินี้อย่างไร เราจะมีการตัดทอนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบางส่วนหรือไม่ เพราะ ผมเรียนว่าในบางประเทศเองจำนวนมาตราของรัฐธรรมนูญในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ท่านไปดูประเทศสหรัฐอเมริกาเขามีเพียง ๗ หมวด มีเพียง ๒๔ มาตรา แต่ว่าเขาใช้มานาน ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในทางรัฐธรรมนูญ ประเทศรัสเซียก็มีเพียง ๑๓๗ มาตรา ประเทศอังกฤษ เป็นรูปแบบของกฎหมายที่ไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ในส่วนของ ประเทศฝรั่งเศสมีเพียง ๘๙ มาตรา ประเทศเยอรมนีมี ๑๔๖ มาตรา และประเทศจีนมีเพียง ๑๓๘ มาตรา ของประเทศไทยเราเคยมีถึง ๓๐๐ กว่ามาตรา ค่อนข้างเยอะมากนะครับ มันก็เป็นปัญหาอุปสรรคประการหนึ่งต่อการที่จะทำให้กฎหมายลำดับรองลงไปมีข้อจำกัด ในการพิจารณา อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าโดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปัญหาที่มีการพิจารณา กันแล้วก็มีข้อขัดข้อง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายลำดับรองที่ลงไปพิจารณาแล้ว มันทำให้มีผลยึดโยงมาสู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งในบางบทบัญญัติเองผมอาจจะเรียนว่าก็ไม่ได้ เกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐธรรมนูญมากมายเท่าไรนัก ดังนั้นผมอยากเรียนว่าโดยภาพรวมเอง ผมไม่อยากให้ทุกคนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความจำเป็นต้องแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขทั้งฉบับ ซึ่งผมเรียนว่าหากมีบทบัญญัติใดที่ควรแก้ไข บทบัญญัติใดที่เป็นปัญหา อุปสรรค ผมอยากให้พิจารณาสิ่งเหล่านี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นด้วยต่อการที่จะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการแก้ไขได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแก้ไขนั้น ผมอยาก ให้มองในเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ รัฐบาลจะได้เปรียบ ฝ่ายค้านจะได้เปรียบ หรือใครจะได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผมเชื่อได้ว่าหลังจากที่ได้มีการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการและมีการนำเสนอแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการที่เราจะต้องใช้มติของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่ง ที่จะกำหนดว่าควรจะแก้อะไร หรือไม่แก้อะไร ------------------------------------------ ซึ่งตรงนี้ก็คงจะต้องมีการพิจารณาต่อไป ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็มีสิ่งดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการเมือง ต่อระบบการปกครองของเราไม่น้อย ทีเดียว ผมอาจจะยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่องด้วยกัน

ประการแรก ผมอยากเรียนว่าในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในประการแรก มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ระบบของการตรากฎหมายในกระบวนการนิติบัญญัตินั้นมีความ ชัดเจนมีทิศทางที่ดีขึ้น ผมอยากเรียนว่าในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการ กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น ถ้าอันไหนที่ควรจะยกเลิกหรือว่า ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือว่าเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพ ของประชาชนแล้วตรงนี้เขาให้มีการปรับปรุงแก้ไขได้ทันที ผมเรียนว่าในกฎหมายของเรา อาจจะบอกว่าประชาชนอ่านแล้วก็เข้าใจเข้าถึงกฎหมายเรียกว่าลำบากมากหรือว่ามีปัญหา มาก ดังนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้กำหนดที่จะให้การเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่อประชาชน แล้วก็สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้มากที่สุดอย่างถูกต้อง ผมเรียนว่าถ้านับถึง วันนี้เรามีกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ร่วม ๘๐๐ ฉบับ ไม่รวมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะการ แก้ไขเพิ่มเติมก็จะเข้าไปสู่ในระบบของกฎหมายแม่ ซึ่งเราอาจจะเห็นได้ว่าวันนี้ที่ผ่านมามีการ แก้ไขค่อนข้างเยอะมากในอดีตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของ สนช. มีกฎหมายที่เข้ามาแก้ไข เพิ่มเติมอาจจะบอกว่านับ ๕๐๐ ฉบับได้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าแม้กระทั่งนักกฎหมายทั่วไป หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองเราก็ตามไม่ทันเช่นเดียวกัน นับภาษาอะไรพี่น้องประชาชน ก็เช่นเดียวกัน ตรงนี้ประชาชนก็เข้าถึงในเรื่องของกฎหมายยากขึ้น ดังนั้นในบทบัญญัติตรงนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะกำหนดเอาไว้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งในวรรคสองของมาตรา ๗๗ ได้บอกไปแล้วว่าก่อนตรากฎหมายทุกฉบับรัฐจะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมีการวิเคราะห์ผลกระทบว่ากฎหมายนี้จะมีผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนอย่างไรอย่างรอบด้านแล้วก็เป็นระบบ การรับฟังความคิดเห็นจะต้องมีการเปิดเผย รายงานผลการวิเคราะห์ให้กับประชาชนทราบด้วย ยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายที่รัฐได้พึงเสนอ เอาไว้ถ้าหากว่ามีการพิจารณาผ่านไปแล้วรัฐจะต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ทุกฉบับ ทุกระยะเวลาในการที่จะดูว่ากฎหมายตรงนี้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นผลดีของกระบวนการนิติบัญญัติ สำหรับในเรื่อง ของการรับฟังความคิดเห็นนี้กฎหมายได้มีการกำหนดให้สภาได้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นกฎเกณฑ์ของการดำเนินการ รวมทั้งในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการกำหนดเกณฑ์ในการนำเสนอกฎหมาย อันนี้ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐคือเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ถ้าถามว่าแล้วกฎหมายที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า ๒๐ คน หรือว่ากฎหมายที่เกิดขึ้นจากผู้มีสิทธิ เลือกตั้งหรือประชาชน ๑๐,๐๐๐ คนทำอย่างไร ในกฎเกณฑ์เหล่านี้ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการออกกฎเกณฑ์ในเรื่องเหล่านี้แล้วโดยอาศัยตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๑๐ เป็นการที่จะรองรับในส่วนของร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมาย ที่เสนอโดยพี่น้องประชาชนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งอันนี้คือ กฎหมายทั่วไป ในอีกส่วนหนึ่งถ้าหากว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์การระหว่างประเทศ หรือว่านานาชาติก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ เช่นเดียวกันว่าถ้ามันเป็น สัญญาที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปเป็นสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การค้า การลงทุน หรือว่าในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้าเสรี เขตศุลกากรหรือว่าในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลายเหล่านี้นะครับ รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดว่าจะต้องมีกฎหมายในการกำหนดกฎเกณฑ์เหล่านี้ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นในกระบวนการนิติบัญญัติเหล่านี้ ผมจึงถือว่าเป็นทิศทางที่ดีของสภานิติบัญญัติแห่งนี้ เราจะมีมิติใหม่ในการสร้างกฎหมายที่ดี แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถเข้าถึงได้ แต่ว่าในส่วนของกฎหมายที่จะอนุมัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ นี้ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานของภาครัฐอยู่นะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อการ ที่จะเกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ผมเรียนว่าในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ นี่นะครับ ได้มีการกำหนดรองรับไว้ว่ารัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในการปกครองตามเจตนารมณ์ของประชาชน มีการดำเนินงานจัดตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร อบจ. อบต. เทศบาล ได้มีการกำหนดจัดตั้งไว้ มีการกำหนดอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจปี ๒๕๔๒ รองรับเอาไว้ แต่โดยความเป็นจริงแล้วผมคิดว่า ทุกวันนี้การดำเนินงานตามบทบัญญัติของกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจก็ยังมีปัญหาอุปสรรคในการออกระเบียบ ออกกฎนะครับ ซึ่งผมเรียนว่ายังมีความล่าช้าและไม่ตรงต่อเจตนารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการ ของท้องถิ่นนั้นมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องขององค์กรตรวจสอบ ซึ่งแนวคิดผมเรียนว่าเมื่อให้ ความเป็นอิสระรองรับจากรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วท้องถิ่นไม่ได้อิสระอย่างนั้น แนวคิดของการดำเนินงานของท้องถิ่น ความจริงเรามองว่าท้องถิ่นน่าจะทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นแต่สิ่งที่ห้าม แต่องค์กรตรวจสอบเขามีแนวคิดที่กลับกันก็คือบอกว่าอะไรที่ไม่ให้ อำนาจทำไม่ได้นะครับ ทุกวันนี้ปัญหาในการดำเนินงานของท้องถิ่นนั้นได้เกิดขึ้น แต่โดย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่ามันเป็นมิติใหม่ที่จะกำหนดแนวทางในการที่จะร่างกฎหมายฉบับ ใหม่ ซึ่งจะมีผลที่จะทำให้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสิ้นสุด ลงไป โดยขณะนี้ได้มีการดำเนินการในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระจายหน้าที่ และอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ขณะนี้ ซึ่งจะรวมในเรื่องของการบริหารการ จัดการในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งงบประมาณที่ผ่านมาผมเรียนว่าแม้จะมีการกำหนด ๓๕ เปอร์เซ็นต์แต่ก็ทำไม่ได้ ในเรื่องของการกำหนดตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกเหนือจากการ กำหนดอำนาจหน้าที่การบริหารงานแล้วยังมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับภาษี ซึ่งจะทำให้การ จัดเก็บภาษีและการจัดสรรภาษีนั้นมีความเหมาะสมด้วย ผมเรียนว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับ ในจังหวัดที่มีการพัฒนาความเจริญและมีการจัดเก็บรายได้ค่อนข้างมาก

อีกประการหนึ่งนะครับ เมื่อก่อนนี้ในแต่ละองค์กรท้องถิ่นจะมี ก ของตัวเอง ก็คือในการควบคุมดูแลบุคลากร แต่ว่าโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไปจะมี ก เดียวก็คือมี คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรชุดเดียวแล้วก็ใช้กับทุกองค์กร ซึ่งจะทำให้ระเบียบ ทั้งหลายทั้งปวงไม่มีความขัดแย้งกัน ไม่มีความลักลั่นกัน และสามารถใช้ได้ ตรงนี้จะเป็น มิติใหม่อันหนึ่งของการปกครองท้องถิ่นที่จะเป็นระบบได้อย่างดีที่สุด ผมเรียนว่า นอกเหนือจากในส่วนที่เกี่ยวข้องที่ผมได้เรียนแล้ว ผมเรียนว่าสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือ ในมาตรา ๒๕๗ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ มันเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลเองได้มอง ความสำคัญของการปฏิรูปบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเป้าหมายที่ผู้ร่างได้ดำเนินการไว้ ก็คือในเรื่องของการมุ่งมองความสุขที่เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน แก่สังคมและประเทศชาติ เป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยหลักโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทั้ง ๕ ด้านไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การบริหารราชการ แผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจและด้านอื่น ๆ ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับตำรวจมีเยอะมากเป็น ปัญหาเยอะ แล้วก็ในด้านของการศึกษาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ตรงนี้จะมี คณะกรรมการอิสระในการดำเนินงานซึ่งตั้งแล้วจะมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผมคิดว่า การที่จะไปใส่ในกฎหมายต่างหากย่อมสู้การที่บรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นใน ๓ เรื่องที่ผมกราบเรียนไว้แล้วจะเป็นข้อดีที่สำคัญ แต่อย่างน้อยที่สุดบางครั้งในทาง ปฏิบัติเองก็จะต้องมีการปรับปรุงในบางส่วนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามผมอยากเรียนเพิ่มเติม อีกนิดหนึ่งว่าในส่วนของมาตรา ๑๘๕ ความจริงมันมีบัญญัติอยู่ในปี ๒๕๕๐ แล้วในการที่จะ ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปดำเนินการที่จะก้าวก่ายแทรกแซงโดยเฉพาะภาครัฐ ในภาคท้องถิ่น แต่ว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะว่า ส.ส. เองก็ต้องรับฟัง ปัญหาจากพี่น้องประชาชน พอรับฟังปัญหาไปแล้วเราไม่สามารถโทรศัพท์ไปได้ เป็นหนังสือ ได้ก็ต้องทำให้เป็นภาระของท่านประธานในการที่จะรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการหารือ กันอยู่ทุกวันนี้ แต่สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่ามีโอกาสที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ผมคิดว่าสมควรที่จะมี การปรับปรุงแก้ไข ผมเองเรียนว่าในส่วนตัวผมไม่ได้มีความขัดข้องที่จะให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการในการศึกษา แต่ว่าขอให้การดำเนินงานในสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์เพื่อ ประชาชนแล้วก็เป็นประโยชน์แก่การดำเนินงานของสภาแห่งนี้ด้วย ผมเรียนด้วยความรู้สึกว่า การที่เรามาพูดกันในวันนี้ทั้ง ๒ ด้านนั้นเป็นประชาธิปไตยด้านหนึ่ง ซึ่งผมเรียนว่าเป็นสิ่งที่ดี และผมเองขอสนับสนุนในญัตติทั้ง ๖ ฉบับนี้ ขอกราบขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสุรสิทธิ์นะครับ ลำดับต่อไปผมขออนุญาตแจ้งท่านผู้ที่จะอภิปรายให้ได้ทราบไว้คราวละ ๖ ท่าน ต่อไปท่านกูเฮง ยาวอหะซัน ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง แล้วก็ท่านรังสิมันต์ โรม และท่านสุดท้ายของรอบนี้ก็คือ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ เชิญท่านกูเฮงครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอร่วมอภิปรายในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็อย่างที่ทราบนะครับว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดเรามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับและ ทุกครั้งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีฉบับใดที่เราพูดได้ว่าสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และทุกครั้งก็ต้อง มีการแก้ไข อีกอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญเองก็ต้อง ทันกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่สุดก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตราขึ้นมาเขียนขึ้นมา ด้วยเงินภาษีของประชาชนแต่ประชาชนกลับมีส่วนร่วมน้อยมาก หรือจะกล่าวว่าแทบจะ ไม่มีเลย อย่างที่ ๒ คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างที่ ทราบกันดี

อีกประการหนึ่งก็คือความเท่าเทียมกัน ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาค จากการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมจะพูดถึงในรายละเอียดในรอบถัดไปก่อนประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการลงประชามติ และบ้านผมเองจังหวัดนราธิวาสรวมทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาไม่ยอมรับ เราไม่ยอมรับกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดนราธิวาสมีประชากรที่ลงไป ใช้สิทธิวันนั้นประมาณ ๑๓๖,๐๐๐ กว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดปัตตานี ๑๖๐,๕๐๐ กว่าคนที่ไม่ยอมรับกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดยะลา ๑๑๐,๐๐๐ กว่าคน รวมแล้วใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่มีสิทธิใช้สิทธิใช้เสียงในวันนั้น อย่างที่เราทราบกันนะครับ หลังจากมีประกาศใช้รัฐธรรมนูญเราก็มีการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่า ส.ส. พวกเราทุกคนที่ลงเขต เลือกตั้งรู้ว่ามันลำบากแค่ไหนที่เราต้องลงพื้นที่ครับ ระยะเวลาหลายปีที่เราลงพื้นที่เหน็ดเหนื่อย สาหัสเราอยู่กับประชาชนมาตลอด แต่พอถึงวันเลือกตั้งเราก็ใช้อำนาจใช้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่ ใช้ความได้เปรียบมาใช้อำนาจในการเลือกตั้ง ในพื้นที่ผมผมบอกกับท่านประธานได้เลยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เลวร้ายเท่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ผ่านมาทั้งหมดนะครับไม่เลวร้าย เท่ากับการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้แต่นายอำเภอในพื้นที่ผมเองยังเปิดบ้านเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมารับเงินที่บ้านให้ไปแจกจ่ายเพื่อลงคะแนนให้พรรค ๆ หนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่า มันไม่เคยปรากฏถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีใช้บ้างเรื่องอำนาจ ซึ่งการได้เปรียบและ ลักษณะอย่างนี้มันไม่เป็นธรรมกับพวกเรา ส.ส. เขตที่เหน็ดเหนื่อยจากการได้ลงพื้นที่ แล้ววันนี้ ๓ อำนาจในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติเองก็เกิดความแปลก ประหลาดที่ว่าเราเป็นคนที่จะตรากฎหมายและแก้ไขกฎหมายเองแต่กลับทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปิดโอกาสในการทำหน้าที่นิติบัญญัติของเราครับ ส่วนฝ่ายบริหารก็ไม่ได้ มาจากประชาชน ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ฝ่ายตุลาการเองก็มีปัญหาวันนี้ เพราะว่า ถูกเคลือบแคลงในการตัดสินคดีหลาย ๆ คดี จนบางครั้งก็เกิดคำถามในสังคมว่ามันเป็น ๒ มาตรฐานหรือเปล่า ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างที่ผมบอกครับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ไม่รับอยู่แล้วในเรื่องนี้ ผมจะยกประเด็นสัก ๒-๓ มาตรา ผมขอสัก ๒ มาตราวันนี้ มาตรา ๕๔ เรื่องการศึกษา ในมาตรานี้เขาบอกการศึกษาให้เรียนฟรี ๑๒ ปี แต่ถ้าเราคิดดูจริง ๆ ๑๒ ปีก็แค่ชั้น ม. ๓ จริง ๆ การศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ศึกษาฟรี อย่างประเทศที่เจริญแล้วถึงปริญญาตรีก็ยังให้เรียนฟรีต้องส่งเสริม และการเรียนให้มี คุณภาพแต่เราไม่มีบทบัญญัติไว้กับผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาไม่มีการต่อยอดให้เด็ก ที่เรียนดี อย่างที่ทราบวันนี้ในพื้นที่ผมชาวบ้านเขายากจน เด็กบางคนสอบแพทย์ได้แต่ไม่มี โอกาสได้เรียนแพทย์ เพราะพ่อแม่ไม่มีสตางค์จะส่งเสีย กลายเป็นบาปของพ่อแม่ที่เห็นลูก ขาดโอกาสในเรื่องการศึกษา บางคนต้องคิดถึงเรื่องการคอร์รัปชัน ข้าราชการบางคน ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถยังไม่หมด ลูกเข้ามหาวิทยาลัยจะเอาเงินที่ไหนไปให้ลูกเรียนแพทย์ได้ครับ ต้องใช้เงินหลายล้านบาท ถ้าลูกสอบหรือว่าเอ็นทรานซ์ (Entrance) ไม่ติดจะเข้าเรียนแพทย์ เอกชนต้องใช้เงิน ๔ ล้านบาท ๕ ล้านบาทจะเอาเงินจากไหนครับ นี่คือความไม่เท่าเทียมกัน ความเสมอภาคในเรื่องการศึกษา แล้ววันนี้ท่านประธานก็ทราบดีหนี้ กยศ. บางท่านฆ่าตัวตาย ไปแล้วก็มี เบี้ยปรับแทบจะเท่ากับเงินกู้ กยศ. ดอกเบี้ยธนาคารไม่เท่าไร อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ วันนี้ในสังคมที่ผมบอกว่าวันนี้โอกาสความเท่าเทียมกันไม่มี และขอไปที่มาตรา ๖๗ ในการ นับถือศาสนา บ้านผมส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเป็นชาวมุสลิม วันนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่แปลกครับเพราะเราอยู่ประเทศไทยก็ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ว่าศาสนาอื่นละครับวันนี้เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ไม่ใช่สิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนา มันก็เป็นปัญหาเยอะต่อไปในพื้นที่บ้านผม เพราะว่าแม้แต่เรื่อง คลุมฮิญาบเรื่องที่ผ่านมาก็มีปัญหา แม้แต่ธนาคารของรัฐเองวันนี้ผมไม่แน่ใจธนาคารออมสิน ให้สวมฮิญาบหรือเปล่าเวลาไปทำงาน แม้แต่เป็นของรัฐเองเรายังมีเรื่องอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่ ทั่วโลกไม่มีแล้วครับ อิสรเสรีภาพเรื่องนี้แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขาบอกโอ้ยกลัวกันจัง เรื่องก่อการร้าย แต่เรื่องสวมฮิญาบเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน บ้านเรายังให้ไม่ได้เลยครับ และวันนี้ยังเป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐธรรมนูญและเรื่องศาสนา ต่อไปเรื่องศาสนบัญญัติ เรื่องศาสนธรรมอะไรนี่ หรือว่าเรื่องนิกายทั้งหมดถ้าเราไม่มีสิทธิเสรีภาพเราก็ไปไม่ได้ มันจะ เป็นปัญหาทับถมกันต่อไป แล้วก็ทะเลาะกันไม่สิ้นสุด ขอบคุณครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านกูเฮงนะครับ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก สภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ การเป็นผู้แทนเที่ยวนี้ถ้าไม่ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องการ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เสมือนว่าตัวผมเองนั้นคงจะเสียดายโอกาส เพราะตั้งแต่เป็นผู้แทนมา ปี ๒๕๔๔ พร้อมกับท่านประธานเราไม่เคยเจอบรรยากาศอย่างนี้ ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นทั้ง ๒ ซีก ทุกคนอยากเห็นการศึกษา อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นความน่าดีใจอย่างยิ่ง ก็ต้อง ยอมรับละครับว่ารัฐธรรมนูญทั้ง ๒๗๙ มาตรานั้นไม่ใช่ว่าไม่มีดีเอาเสียเลย ก็มีดีอยู่หลาย ๆ ประเด็น แต่หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ มาตรานั้น เป็นเรื่องที่สร้างเงื่อนไขแล้วก็ไม่เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญนั้นก็คือโครงสร้างหรือตอม่อของประเทศ ถ้าโครงสร้างของประเทศดี ตอม่อดีนั้นการที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้านั้นก็คงที่จะประสบ ผลสำเร็จ ไม่ว่าจะในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของสังคม หรือในเรื่องของเสถียรภาพของ รัฐบาล วันนี้ผมเข้าใจว่าคนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่รู้ว่านั่งร้องไห้หรือว่านั่งดีใจที่เห็นปัญหา เกิดขึ้น ท่านประธานเห็นหรือไม่ครับเอาแต่ในสภาก่อนวันนี้ เรามีคำศัพท์ใหม่ เรามีคำว่า กล้วย เรามีคำว่า ลิง เรามีคำว่า ฝ่ายค้านอิสระ ไม่รู้อะไรต่ออะไร เมื่อก่อนเราไม่เคยได้ยิน อย่างนี้ครับ เพราะความแทบจะไม่มีเสถียรภาพในสภาแห่งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนกำหนด ไว้อย่างนี้ อย่างไรประเทศก็เดินไปยากเหมือนดั่งที่พวกเราเห็น ฉะนั้นผมจึงสนับสนุนอย่างยิ่ง ในการศึกษาแล้วก็แก้ไขเสีย ๓ วันที่แล้วผมไปเจอหมอดู หมอดูบอกว่าถ้าจะให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างจริงจังนั้นต้องแก้ แล้วท่านลุงตู่ของผมวันนี้เชื่อเถอะครับเสียงที่ ครูมานิตย์พูดต้องอนุญาตให้แก้อย่าไปเชื่อคนรอบข้าง บางทีคนรอบข้างทำลายท่านเหมือนที่ ท่านได้ปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ ท่านบริหารประเทศโดยไม่มีเสถียรภาพ และวันนี้ท่านเองนั้น ผมเชื่อว่าท่านสมบูรณ์แล้ว ท่านไม่ขัดหรอกครับกับการแก้ เพราะอะไรครับท่านประธาน ในกรณีของประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติ เขาเรียกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้การปฏิรูปหรือ การปฏิวัติท่านก็เป็นมาแล้ว ภายใต้การเลือกตั้งวันนี้ท่านก็เป็นมาแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าแก้กันดี ๆ เที่ยวหน้าท่านลงเลือกตั้งหรือท่านตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสักพรรคหนึ่ง ท่านอาจจะเป็น นายกรัฐมนตรีที่สมบูรณ์แบบ วันนี้ประเทศของเราที่เศรษฐกิจมันเดินไปไม่ได้ เศรษฐกิจที่มัน ล้มเหลวเพราะเกิดจากการขาดความเชื่อมั่นไม่มีใครกล้ามาลงทุน เพราะมาตรา ๔๔ มันมี ผลพวงมาถึงวันนี้ ท่านประธานต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญเราเพิ่งมาได้ใช้กันจริง ๆ เมื่อ ๖ เดือนที่แล้วเองครับ ถึงแม้ว่าประกาศมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เรามาใช้มาตรา ๔๔ เป็นส่วนใหญ่ และวันนี้มรดกที่เลวร้าย มรดกที่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติมันผลพวงมาจากมาตรา ๔๔ และมันก็มาถึงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญด้วย วันนั้นผมเสียดายที่เราไม่ได้ตั้งกรรมาธิการ ในเรื่องของการศึกษาเรื่องมาตรา ๔๔ วันนี้ถึงขอกราบเรียนจริง ๆ ว่าเที่ยวนี้รีบศึกษาเสีย แล้วก็แก้ อันไหนที่ดีก็เก็บไว้ หมวดไหนที่ไม่ดีเรื่องที่มาของ ส.ว. ที่เขาด่าเอาเถอะครับ ผมไม่ว่า ท่านก็เข้ามาเป็นแล้วอะไรแล้ว แต่วันนี้ผมจึงอยากเห็นการเดินหน้าในการแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างรวดเร็วแล้วบ้านเมืองเดินไปได้ นี่คือปัญหาหลัก การศึกษาก็ไปได้ แล้วสิ่งที่สำคัญก็คือความเหลื่อมล้ำของสังคมวันนี้ ท่านประธานก็คงเห็นในรัฐธรรมนูญทั้งฉบับครับ จะดูสักมาตราที่กระจายอำนาจลงไปสู่ ท้องที่ ท้องถิ่นไม่มี ไปมีเขียนไว้นิดหนึ่งเรื่องการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่วันนี้รัฐเขา พยายามดึงเรื่องนี้กลับมาเป็นของรัฐ หรือเขาเรียกว่าประเทศนี้ปกครองโดยเอาอำนาจจาก การกระจายกลับมาคืนเป็นอำนาจของรัฐทั้งหมด แม้กระทั่งเมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปรายได้อภิปราย เรื่องครู มาตรา ๔๔ คำสั่งที่ ๑๙ ก็เป็นเงื่อนไขที่สร้างปัญหาให้กับครูบาอาจารย์ทุกมาตรา ฉะนั้นรีบทำลายมาตราพวกนี้ออกแล้วก็มาศึกษารัฐธรรมนูญแล้วก็แก้ปัญหารัฐธรรมนูญ กระจายอำนาจลงไป ตัดขาดของอำนาจการผูกขาดความเหลื่อมล้ำบ้านเมืองก็เดินไปได้ ประชาชนคนไทยก็อยู่อย่างมีความสุข ผมไม่อยากลงไปในรายละเอียด แต่ปัญหามากที่สุด ก็คือเรื่องปัญหาของมาตราที่มาของผู้แทนราษฎร อันนี้เป็นมาตราที่มีปัญหาอย่างหนักมาก ท่านประธานเห็นหรือไม่ครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างไม่ได้ไปรังเกียจเดียดฉันท์พี่เขาหรอกครับ วันนี้ดูเสมือนว่า กกต. ซึ่งผมก็ไม่อยากไปเป็นศัตรูกับ กกต. หรอกครับ เป็น ๒ มาตรฐาน ๓ มาตรฐาน วันก่อนมีการยุบพรรคการเมือง วันนี้ก็ตอบคำถามชาวบ้านไม่ได้ว่ายุบกัน อย่างไร คะแนนที่ไม่ทิ้งหายมันทิ้งไปตรงไหน แล้วนี่เพื่อนผมอีก ๔ คน ๕ คนที่จะออกไปจาก อีกพรรคการเมืองหนึ่ง ผมไม่ได้รังเกียจแต่เอาความจริงมาพูดกันในสภาแล้วคะแนนที่จะ ไม่ตกหายจะไม่ตกหายกันอย่างไร ไปคิดสัดส่วนกันใหม่หรือไม่ อะไรกันใหม่หรือไม่ เพราะไม่มี มาตรฐานจึงเป็นที่มาของคะแนนเขย่ง เป็นที่มาของคะแนนคลอดกันในตู้ คะแนนเพิ่ม คะแนนลด ผู้แทนเพิ่ม ผู้แทนลด มาเป็นผู้แทนได้วันหนึ่งก็ต้องออกกลับไปเลือกตั้งจังหวัด เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ได้มาคนหนึ่ง แต่ไปเพิ่มพรรคอื่นอีก ๒ คน ๓ คนอย่างนี้ แต่ถาม จริง ๆ ว่ารังเกียจเพื่อนสมาชิกหรือไม่ ไม่รังเกียจ แต่นี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นปัญหาจริง ๆ ปัญหาเกือบทุกโครงสร้าง ฉะนั้นผมอยากเห็นความแข็งแกร่งของประเทศ ที่ประเทศเดินไปได้ เสถียรภาพของประเทศที่มั่นคงก็คือต้องทำโครงสร้าง นั่นก็คือกฎหมาย รัฐธรรมนูญให้มันแข็งแรง ตอม่อแข็งแรง ประเทศก็ย่อมเดินไปได้ เพราะประเทศไทยเรา เสียโอกาสมามากมายแล้วแทนที่จะเป็นหนึ่งในอาเซียน (ASEAN) วันนี้เราอยู่ที่เท่าไร ท่านประธานก็รู้นะครับ ผมก็เลยอยากจะฝากท่านประธานไว้ด้วยความเคารพจริง ๆ ด้วยความเคารพเพื่อนสมาชิก เรามาศึกษากันอย่างจริงจัง อันไหนที่ดีก็เก็บไว้ อันไหนไม่ดีก็เอาออกไป อยากเห็นตามหมอดูทำนายว่าประเทศจะดีได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องได้รับการแก้ไข ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่าน ครูมานิตย์นะครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญร่วมกับท่าน ส.ส. นิกร จำนง โดยท่าน ส.ส. ของพรรคชาติไทยพัฒนารับรอง ด้วยกัน ประกอบไปด้วยท่าน ส.ส. อนุรักษ์ จุรีมาศ ท่าน ส.ส. ธีระ วงศ์สมุทร ท่าน ส.ส. เสมอกัน เที่ยงธรรม ท่าน ส.ส. พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ และท่าน ส.ส. สรชัด สุจิตต์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าจำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ทราบข่าวว่า บุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างสูงยิ่งคนหนึ่งของประเทศจะมาดำรงตำแหน่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ขอแสดงความยินดีกับท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้แสดงเจตนารมณ์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ในคราวประชุมวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ครับ กระผมใคร่ขออนุญาตนำเสนอแนวทางการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหา รวมทั้ง ข้อเรียกร้องเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไว้พิจารณา ๔ เรื่อง เพื่อความเข้าใจ ง่าย ๆ ผมจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า ๔ พี (4P) นะครับ

พี (P) แรก โพลิทิเคิล วิว (Political views) หรือเจตจำนงทางการเมือง ซึ่งสำคัญมากเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตยดูได้จากไหนครับ ดูได้จาก พระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ ได้บันทึกไว้ดังนี้ครับ ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้า อยู่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร เจตจำนงทางการเมืองของราชันผู้สละราชย์ยืนยันชัดเจนว่าหัวใจของการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยนั้นอำนาจต้องเป็นของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน ก่อนที่จะ พิจารณารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ต้องย้อนกลับไปดูความเป็นมาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยครับ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการรัฐประหารเกิดขึ้น เพลงที่ฮิต (Hit) ติดปาก คนไทยทั้งประเทศและเปิดอยู่เป็นประจำนั่นคือเพลงอะไรครับ คืนความสุขให้ประเทศไทย เนื้อร้องเป็นอย่างไร เนื้อร้องบันทึกไว้อย่างนี้ครับ เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน แล้วทำตามสัญญาจริง ๆ อยู่ไม่นานจริง ๆ คือเพลงอยู่ไม่นาน เพลงนี้อยู่ไม่นานเปิดได้ สักพักเดียวมันหายไปครับ เพลงนี้หายไป หายไปเพราะอะไรครับ คสช. อยู่ต่อมาตั้ง กมธ. มีท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ขออภัยขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อวันที่ ๖ กันยายน เข้าสู่สภา สปช. เป็นอย่างไรครับ เสียเวลา เสียงบประมาณ เสียชื่อเสียงเพราะอะไรครับ สปช. ให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญของ กมธ. ไม่เห็นชอบ ๑๓๕ เห็นชอบ ๑๐๕ งดออกเสียงอีก ๗ ไม่ผ่านครับ จนกระทั่งประธาน กมธ. กล่าวสั้น ๆ คำเดียวว่า เขาอยากอยู่ยาว ต่อมา กรธ. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ เรียบร้อยเหลือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังต้องรอไปอีก ๙๐ วัน เห็นกระบวนการหรือไม่ครับ สรุปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จนถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่มีการเลือกตั้งเกือบ ๕ ปีหย่อนไป ๒ เดือน เท่านั้นเอง นี่ละครับเหตุผลว่าทำไมเพลงถึงไม่เปิดทำไมเพลงจึงยกเลิกไป เราจะทำตาม สัญญา ขอเวลาอีกไม่นานเกือบ ๕ ปี แล้วผลของมันเป็นอย่างไร ผลของมันโพลิทิเคิล วิว (Political views) มันไม่ใช่เกิดเฉพาะการเมืองระดับประเทศเท่านั้นนะครับ ท่านไปดูการเมืองท้องถิ่นบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่มาเกือบ ๘ ปีแล้วครับ ไม่มีการ เลือกตั้งแล้วยังไม่มีวี่แววเลยนะครับว่าท้องถิ่นจะมีการเลือกตั้ง อำนาจเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน เห็นนะครับอะไรเกิดขึ้นมาดูหลังเลือกตั้ง ดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หลายท่านอภิปรายไปหมดแล้วครับ ไปดูที่ไหนครับ ไปดูที่บทเฉพาะกาลครับ บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๙ ที่มาของวุฒิสมาชิก มาตรา ๒๗๒ ที่มาของนายกรัฐมนตรี หมวด ๑๕ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ โดยเฉพาะ (๓) และ (๖) ครับ ผมคงไม่ต้องกล่าว ในรายละเอียดนั่นเกี่ยวกับเจตนารมณ์ เจตจำนงทางการเมืองอย่างแท้จริงทีเดียวนะครับ เพราะว่ามันมีการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองเกิดขึ้น จากบทเฉพาะกาลมาตราที่ ผมกล่าวถึงอำนาจนั้นไม่ใช่ของประชาชน ไม่ใช่โดยประชาชน และไม่ใช่เพื่อประชาชน ดังนั้น หน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นท่านต้องไปดูมีหมวดใด มีมาตราใดที่มันไม่สะท้อน พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ ๗ ต้องไปดูนะครับ แก้นะครับ ทีนี้เกิดคำถามขึ้นว่าแล้ว ณัฐวุฒิวันเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีณัฐวุฒิทำไมลงคะแนนสนับสนุนนายกรัฐมนตรีท่านนี้ที่เคย อยู่ใน คสช. ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ กระผมได้อภิปรายไว้ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒ เรื่องด้วยกันที่ผมจะทำนะครับ จะทำเรื่องแรกเรียงลำดับความสำคัญไพรออริตี (Priority) ไว้แล้วว่าต้องมีรัฐบาลให้เร็วครับ เราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมาทะเลาะกัน ขัดแย้งกันจนตั้ง รัฐบาลไม่ได้ จนเป็นเหตุให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงอีก เหตุผลประการที่ ๒ ครับ เราไม่มีทางเลือกเนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ นั้นเปิดประตูไว้ประตูเดียวที่จะมี นายกรัฐมนตรีที่จะมีรัฐบาล เหตุผลประการที่ ๓ แมนเดต (Mandate) แมนเดต (Mandate) ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งประกาศิตไว้แล้วครับว่าให้เราต้องทำอะไรก่อนหลัง เขาเรียกร้องมาว่า ๑. ต้องแก้ไขปัญหาปากท้อง ๒. ต้องแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่มันตกต่ำ อยู่ในขณะนั้นเป็นอันดับแรกครับ เราทำตามนั้นแล้วรัฐธรรมนูญก็ยังอยู่ครับ รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องรองลงไปที่กระผมอภิปรายไว้ว่ามันจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถัดไปครับ และไม่นานหลังจากที่ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี พอวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ผมก็เรียนท่านนิกร จำนง ที่จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญศึกษาผมขอลงชื่อเพื่อแก้ไข ด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เครื่องชี้วัดที่สำคัญที่ผู้มีประกาศิตให้ ส.ส. มาทำเครื่องชี้วัด อย่างดีที่สุดดูที่ท่านประธานชวน หลีกภัยครับ เห็นหรือไม่ครับเริ่มต้นด้วยการให้ ส.ส. ที่ประชาชนเขาประกาศิตมาให้ทำงาน ทำอะไรครับ หารือวันละ ๖๐ คน จำได้นะครับ ท่านประธาน ๖๐ คนเหลือ ๔๐ คน ขณะนี้เหลือ ๓๐ คน ๓๐ คน ยังมี ส.ส. ประสงค์ที่จะ หารือมากกว่า ๓๐ คนเสียด้วยซ้ำไป นี่คือคำสั่งของพี่น้องประชาชนผู้บังคับบัญชาของ พวกเราดูได้จากอะไรครับ ดูได้จากญัตติแรกของสภาชุดนี้ครับ จำได้หรือไม่ครับเรื่องอะไร ๑๓ ญัตติถ้าผมจำไม่ผิดทุกพรรคการเมืองยื่นหมดคือการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผล ทางการเกษตรตกต่ำ อภิปรายกันอยู่ ๓ วัน ๒ สัปดาห์ นี่ครับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการเมื่อมีรัฐบาล เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดทรูวอลเลต (True wallet) กระเป๋าสองกระเป๋าไปสู่พี่น้องเกษตรกร ใครบ้างครับ ชาวนา ชาวสวนปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ได้ทรูวอลเลต (True wallet) หมดได้สองกระเป๋าครับ เห็นหรือไม่ครับว่าประชาธิปไตยอย่างนี้ มันจำเป็นต้องเลือกว่าอะไรสำคัญลำดับแรก อะไรสำคัญลำดับรอง วันนี้รัฐธรรมนูญยังอยู่รอ ให้เราพิจารณาแก้ไขกันอยู่ในขณะนี้ นั่นพี (P) แรก

พี (P) ที่ ๒ แพตเทิร์น (Pattern) รูปแบบในการร่าง กระบวนในการจัดทำ ท่านประธานดูเล่มสีเหลืองนี่นะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หน้า ๑๐๙-๑๑๕ จะบอกไว้หมด ขั้นตอนการได้มารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีการสัมมนา ๒ ครั้ง ก่อนร่างกับหลังร่าง มีการ อบรมครู ก ครู ข ครู ค และในท้ายที่สุดเด่นมากหน่อยก็คือการทำประชามติ อันนี้เป็น จุดเด่นของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทีนี้มาเปรียบเทียบครับ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ฉบับที่ ๑๖ ของประเทศนี่นะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเรียกว่ารัฐธรรมนูญในฝัน รัฐธรรมนูญฉบับ ประชาชนเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่ผู้ร่างมาจากการเลือกตั้ง วิกิพีเดียบันทึกไว้อย่างนี้ครับ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มขึ้นโดยนายบรรหาร ศิลปอาชา ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง หรือ คปก. โดยมีอาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา ซึ่งเสียสละ ไม่ยอมรับตำแหน่งทางการเมืองมาทำหน้าที่ปฏิรูปการเมือง มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า สสร. จำนวน ๙๙ ท่าน ๗๖ ท่านมาจากทุกจังหวัด อีก ๒๓ ท่านมาจากผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ยกร่าง แล้วผ่านประชาพิจารณ์นับล้านคน แล้วก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ จำได้นะครับ เพราะฉะนั้นโมเดล (Model) อย่างนี้ รูปแบบอย่างนี้คณะกรรมาธิการลองไปศึกษาดูว่าเรา จำเป็นต้องแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เยอะเลยครับ การซื้อเสียงลดลงเราได้มีองค์กรอิสระโดยเฉพาะ กกต. รัฐบาล มีเสถียรภาพมากขึ้น ขยายสิทธิเสรีภาพสู่พี่น้องประชาชน มาตรา ๗๘ กระจายอำนาจ จังหวัดที่พร้อมให้มีการเลือกตั้ง เพิ่มการตรวจสอบ รวมทั้งระบบบัญชีรายชื่อ ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะอะไรครับ เพราะพีเพิลพาร์ทิซิเพชัน (People participation) การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางมันจึงได้รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนฉบับนี้มา

พี (P) ที่ ๓ แพรกทิเคิล (Practical) เมื่อนำรัฐธรรมนูญไปปฏิบัติแล้วมัน ก่อให้เกิดปัญหาปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด ผมเรียนท่านประธานเสียงสะท้อนของ ส.ส. ทุกท่านออกไปรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้มีการซื้อเสียงกันมากที่สุดยืนยันได้ครับ ทำไม ระบบบัญชีรายชื่อทั้งแบบแบ่งเขต แบบเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อทำไมใช้บัตรใบเดียว นำมาสู่ปัญหาการนับคะแนนจนวันนี้ยังไม่สิ้นสุดเลยนะครับ ขัดแย้งกันทุกเรื่อง เกิดงูเห่า รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพพิจารณางบประมาณขณะนี้ก็มีปัญหาครับ ด้วยกลไกขั้นตอนของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งท่าน ส.ส. นิกร จำนง ได้อภิปรายไปแล้วผมคงไม่ไปอภิปรายซ้ำ หลายประเด็น รวมทั้งการยุบพรรค ส.ส. บัญชีรายชื่อหลักการคือมาจากบัญชีรายชื่อ เมื่อยุบพรรคมันต้องไปตามพรรค ตามหลักการแล้วมันยังคงอยู่ท่านประธาน อะไรนี่ลองไป พิจารณาดูท่านประธานที่เคารพครับ

พี (P) สุดท้าย พาร์เลียเมนต์ (Parliament) รัฐสภาแห่งนี้ละครับ จะเป็น ส่วนสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญที่จะเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือฉบับประวัติศาสตร์ ต่อไปในอนาคต ส.ส. ในสภาแห่งนี้ร่วมกัน โดยเฉพาะ ส.ว. ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นกุญแจเปิดทำให้มาตรา ๒๕๖ นั้นไปสู่การ แก้ไขได้แล้วผมเชื่อว่าพาร์เลียเมนต์ (Parliament) แห่งนี้จะทำสิ่งที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้น ๓ ป ครับ ป แรก ทำสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่กับประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่กับประเทศชาติ ป แรกให้กับ ประเทศชาติ ป ที่ ๒ ให้กับประชาชน ป ที่ ๓ จะให้ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าพาร์เลียเมนต์ (Parliament) แห่งนี้ สภาแห่งนี้จะร่วมกันทำรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดที่จะบันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์ในวันเดือนข้างหน้าให้ลูกหลานของเรา ผมเตือนมีหลายคนบอกว่า การเคลื่อนไหวขณะนี้จะจบไม่เหมือนเดิม หนังเรื่องนี้จะจบไม่เหมือนเดิม แต่ผมยืนยัน ท่านประธานหนังเรื่องนี้จะจบเหมือนเดิมถ้ามีการยุบสภา มีการยึดอำนาจ มีการรัฐประหาร มันจะจบเหมือนเดิมเหมือนกับปี ๒๕๑๔ เหมือนกับจอมพล ถนอม กิตติขจร จะเกิด ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น เพราะอะไรฮิสทอรี รีพีต อิตเซลฟ์ (History repeat itself) ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒิ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง เชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ประการแรกขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมขึ้นพูดเกี่ยวกับญัตติ ศึกษาหาหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคฝ่ายค้านของท่านสุทิน คลังแสง และ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เรียนท่านประธานว่าผมจำเป็นต้องพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนประชาชนจากที่ร่ำเรียนมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง ที่ผมจะอภิปรายเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ท่านประธานอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน มาตรา ๓ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเพียง ส.ส. มีเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับ ประชาชน มีบางส่วนรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่เชื่อมโยงบ้าง ศาลไม่ได้เชื่อมโยงนี่เป็นประเด็น สำคัญ ประเด็นต่อไปก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนแล้วก็ไม่เห็นหัว ของประชาชน ผมต้องขออนุญาตใช้คำแรง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาเขาเรียก กีดกันประชาชน ประชาชนไม่สามารถที่จะใช้ผู้แทนทำงานสนองนโยบาย ทำงานพัฒนา ประเทศเพื่อให้เขามีโอกาสที่ดีได้ ยกตัวอย่างผมมีความสนใจที่จะอภิปรายอยู่ ๔ ประเด็นสั้น ๆ

ประเด็นแรก ผมเป็นผู้แทนราษฎรในนามพรรคอนาคตใหม่ ผมต้องการเห็น อีสานบ้านผมจังหวัดร้อยเอ็ดเจริญ ผมไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปมีส่วนได้เสียในงบประมาณได้เลย ผมทำไปผมก็ผิดมาตรา ๑๔๔ แล้วผมจะมาเป็น ส.ส. เพื่ออะไรครับ เป็น ส.ส. เป็นคน รับเงินเดือนประชาชนแต่ทำงานให้ประชาชนไม่ได้ คนที่เขียนรัฐธรรมนูญเป็นคนที่มีความรู้ ทางกฎหมาย ชื่ออะไรท่านก็รู้ ผมไม่อยากบอกครับนักกฎหมายเหล่านี้ไม่สมควรที่จะเรียก นักกฎหมาย เขียนรัฐธรรมนูญมารู้ทั้งรู้ว่า ส.ส. ต้องมาทำหน้าที่อะไรต้องมาพัฒนาบ้านเมือง แต่เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อจะให้คนมาบอกว่าเป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอาแต่ทะเลาะกันทำประโยชน์ไม่ได้ มาตรา ๑๔๔ รวมทั้งมาตรา ๑๘๕ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นอุปสรรค ทุกวันนี้ถ้าจะหางบประมาณต้องเข้าทำเนียบเข้าประตูหลังแล้วไปหา รองนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ถึงจะได้งบประมาณ ยุบพรรคเสร็จค่อยมาหาพรรคเดียวกันอยู่ อย่างนั้นหรือเปล่าเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไข จึงจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษา

ท่านประธานครับ ประเด็นต่อไปก็คือว่าระบบเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้งแบบ สัดส่วนผสม จัดสรรปันส่วนผสมหรือบัตรใบเดียวตามมาตรา ๙๑ ท่านประธานครับ หน้าตาผม อยู่พรรคอนาคตใหม่เขาชอบพรรคอนาคตใหม่หรือเขาชอบหน้าตา ส.ส. เขต หรือแบบบัญชีรายชื่อ อย่างคารม หน้าสั้น ๆ อย่างผมจะมีคนเลือก ๗๐,๐๐๐ คนหรือครับ หน้าอย่าง ส.ส. ที่เชียงใหม่จะมีคนเลือกหรือไม่ถ้าไม่ใช่เพราะพรรคอนาคตใหม่ นี่คือการไม่สะท้อนเจตจำนง ของประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดอยู่แล้วว่า คสช. ร่างขึ้นมามี นักกฎหมายกลุ่มหนึ่งมีคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ มีคุณวิษณุนักกฎหมายที่ไม่สมควรจะเรียก นักกฎหมายเขียนขึ้นมา เขียนขึ้นมาท่านประธานเคยต่อสู้มาผมเรียนด้วยความเคารพ ผมชื่นชมคนอีสานด้วยกัน แต่มีนักกฎหมายเลว ๆ อย่างนี้เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมา ขออนุญาต ถอนไม่สุภาพครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคารม ขออนุญาตถึงแม้ท่านจะถอนแล้วก็ตาม แต่ผมอยากจะเตือนท่านไว้นิดหนึ่งเพราะหลายคำ ที่ผมฟังมาค่อนข้างจะรุนแรงไปนิดหนึ่ง การพาดพิงถึงบุคคลอื่นถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปพาดพิง เลยนะครับ เชิญอภิปรายต่อครับ

นายคารม พลพรกลาง บัญชีรายชื่อ

ขออภัยที่ผมอาจจะมีอารมณ์บ้าง เพราะถ้าไม่มีอารมณ์ก็พูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พยายามอย่ามี อารมณ์เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผล สภาแห่งนี้จะต้องพูดกันด้วยเหตุด้วยผลเชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานที่เตือน แล้วก็น้อมรับครับ

ประเด็นต่อไป ประเด็นในเรื่องของระบบเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้งแบบนี้มันทำให้ เกิดปัญหาแล้วก็เกิดจนทุกวันนี้รัฐบาลก็มีปัญหา หลายท่านก็อภิปรายไปกว่าจะได้รัฐบาล กี่เดือนจากเลือกตั้ง ระบบแบบนี้คนที่เป็นนักกฎหมายเขียนรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีมา ๒๐ ฉบับ แก้ไขแล้ว ๒๒ ครั้ง รัฐประหารมาแล้ว ๑๓ ครั้ง ผมไม่เชื่อว่าคนที่เป็นนักกฎหมาย ร่ำเรียนมาจากต่างประเทศจะมาเขียนรัฐธรรมนูญแล้วมันก็วนไปเวียนมาให้เราต้องมาแก้ไข จนประชาชนที่เขาฟังการอภิปรายผมอยู่นี่เขาก็บอกว่าเป็น ส.ส. มาไม่ต้องทำอะไรมาแก้ รัฐธรรมนูญ ไม่ดูปัญหาปากท้องจริงหรือครับท่านประธาน ถามจริง ๆ ว่าวันนี้ชัดเจนมากว่า รัฐธรรมนูญเป็นปัญหาของประเทศ ส.ส. ก็มีปัญหาจะยุบพรรคการเมืองก็เพราะรัฐธรรมนูญ เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ศาลมีคำถามก็แล้วกัน เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมสนับสนุนเพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ แล้วก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทุกคนต้องร่วมกันไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ส.ส.

ประเด็นสุดท้าย ผมตรงเวลาแล้วก็จะอยู่ในเวลาที่ให้ ๑๐ นาที ท่านประธาน ครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมสนใจคือมาตรา ๔๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๔๙ เป็นเรื่อง การคุ้มครองรัฐธรรมนูญ ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถ้าพบก็ร้องไปที่อัยการ อัยการไม่ทำ ๑๕ วัน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่เวลาทหารยึดอำนาจทหารไม่ได้มาสนใจ ทหารเอารถถัง เอารถถังซึ่งภาษีชาวบ้านเขาจ่ายมาแล้วก็ซื้อให้ท่านมาใช้ เอาอาวุธยุทโธปกรณ์มายึดอำนาจ แต่ไม่ให้สิทธิประชาชนในการต่อสู้ เมื่อผมมีโอกาสลุกขึ้นอภิปรายมันอาจจะไม่บ่อย ผมจำเป็นต้องพูดให้ท่านประธานแล้วก็ให้ประชาชนได้ทราบว่านี่คือความไม่จริงใจในการ ที่จะเขียนรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเขามีสิทธิที่จะปกป้อง ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเห็นด้วยหรือไม่ ผมไม่เห็นด้วย ผมไปลงประชามติก็ไม่เห็นด้วย แต่เราจะให้ทหารมาฉีก ยึดอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔๙ ผมสนใจเป็นพิเศษ ผมเห็นว่าถ้ามีการทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องให้สิทธิประชาชน ให้สิทธิ ข้าราชการที่เขาไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ ให้สิทธิตำรวจ ทหาร เขาต้องมีสิทธิที่จะจับอาวุธขึ้นสู้กับคนที่ยึดอำนาจ ไม่อย่างนั้นพวกท่าน ก็แก้รัฐธรรมนูญวนไปเวียนมาคนแก้รัฐธรรมนูญก็รวยไป ถึงวันยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ไม่ต้องยื่น อย่างนี้หรือครับ ประเทศนี้เอาอย่างนี้หรือครับ ใกล้จะจบครับท่านประธาน สุดท้าย ผมขออนุญาตส่งภาพหนึ่งเพื่อประกอบการอภิปราย ท่านประธานไม่อนุญาต แต่ผมจะ ขออนุญาตที่จะแสดงตรงนี้นะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคารมครับ ภาพนี้ผมได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

เกี่ยวสิครับท่านประธาน ก็ผม อภิปรายมาตรา ๔๙ อยู่ ไม่เกี่ยวอย่างไรครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธาน ไม่อนุญาตให้ท่านนำเข้ามาแสดงในที่ประชุมนะครับ ท่านจะนำมาแสดงในที่ประชุมไม่ได้ ประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นอันสิ้นสุดครับท่านที่เคารพ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นผมคว่ำหน้าเลยนะครับ ไม่แสดง

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจะพูดถึง เขาก็ได้แต่ว่าถ้าเป็นบุคคลภายนอกที่อยู่ห่างไกลเหลือเกิน ฉะนั้นท่านอย่าเอามาโชว์เลย เชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวให้ พลเอก เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ฟ้องผมได้ไม่มีปัญหาอะไร สุดท้ายจริง ๆ ในเวลาที่ผมได้รับ ๑๐ นาที ประเทศไทย เดินมาถึงขนาดนี้แล้วถ้าการยึดอำนาจพัฒนาบ้านเมืองได้มันเจริญไปแล้วครับมันเจริญ มากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องเป็นการตัดขาดไม่ให้มีการยึดอำนาจ ทหารที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจสมควรที่จะถูกดำเนินคดี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ เขาเขียนไว้ครับ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติคือข้อหากบฏ เพราะฉะนั้นมันต้องถึงวันที่เรา จะกล้าบอกกับทหารที่ยึดอำนาจว่าท่านทำอย่างนี้อีกไม่ได้แล้ว ยึดอำนาจทีร่ำรวยทีมาเขียน รัฐธรรมนูญใหม่ พวกผมถ้ามีโอกาสเป็น ส.ส. ก็มาพูดเรื่องเดิมแล้วก็คดีกบฏ คดีล้มล้าง การปกครองต้องไม่มีอายุความครับ ท่านบอกว่า ส.ส. ทุจริตไม่มีอายุความ ยึดอำนาจกบฏก็ต้อง ไม่มีอายุความ เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นประเทศไทยหลุดจากนี้ไปไม่ได้ เป็นเสือตัวไหนก็ไม่ได้ ประชาชนก็ยากจนความเหลื่อมล้ำก็เยอะขึ้น ท่านนอนเตียงเดียวกันกับคนยึดอำนาจท่านก็ รวยไป พวกผมอยู่อีสานอยู่จังหวัดยโสธร อยู่จังหวัดร้อยเอ็ดก็จนไป อยู่ต่างจังหวัดจนไป เพราะฉะนั้นถึงวันนี้จึงต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ญัตตินี้ขอกราบเรียนไปยัง ท่านสมาชิกทุกท่าน ส.ว. ด้วยเป็นก็เป็นแล้วก็มาช่วยกันแก้ไข แก้ไขเพื่อให้เจ้าของอำนาจคือ ประชาชนเขามีสิทธิบ้างสิครับ รวยก็รวยไปแล้วแบ่งปันกันบ้างสิครับ ให้คนจน ๆ เขามีโอกาสบ้าง ให้พี่น้องผมมีโอกาสบ้าง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสุดท้ายจริง ๆ ผมเห็นด้วยกับญัตติที่จะศึกษาหาหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญของคุณสุทิน คลังแสง ของอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ขอบคุณที่ท่านประธานให้โอกาส ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านคารมนะครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน กระผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ วันนี้ก็เป็นการ อภิปรายของผมที่เป็นส่วนหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเรามี ส.ส. ที่จำนวนลดลงเนื่องจากว่าเรามี ส.ส. งูเห่า แล้ว ส.ส. งูเห่านี้ก็สะท้อนถึงวิกฤติของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะ ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นอดีต ส.ส. ไปแล้วนะครับ มิได้เป็นอดีต ส.ส. เสียทีเดียวนะครับ คือออกจากพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว คุณศรีนวล บุญลือ ต้องขออภัยที่จะต้องเอ่ยนามได้ทำให้ประชาชนตระหนักแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีปัญหาอย่างแท้จริง เพราะตัวท่านได้หลงคิดเอาว่าตัวท่านได้คะแนนสูงสุดซึ่งเกิดจาก ความนิยมชมชอบของประชาชน แต่จริง ๆ แล้วหารู้ไม่ว่าภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้หากไปดู ให้ดีคะแนนทุกคะแนนนั้นเกิดจากพรรคการเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ เป็นที่อยู่ของคนที่หลากหลาย อุดมการณ์เป็นของสมาชิกพรรค เป็นของกรรมการบริหารพรรค เป็นของทุก ๆ คน แต่ไม่เป็นอะไรครับ เราอยู่ในวิกฤติการณ์ของรัฐธรรมนูญที่ทำให้ ส.ส. หลงคิดเอาว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ที่มีความสง่างาม และเข้าสู่สภาได้เพราะประชาชนเลือกมาไม่เป็นอะไรก็ให้กาลเวลาให้ประชาชนได้พิสูจน์ แล้วผมก็อยากจะฝากเอาไว้ว่าพรรคการเมืองที่รับ ส.ส. งูเห่าเหล่านี้โปรดคิดให้ดีก่อน ที่พวกท่านจะรับไป

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมันต์ โรม ผมอยากให้ท่านอยู่ในเนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและไม่อยากให้เอ่ยถึงบุคคลอื่น โดยไม่จำเป็น ท่านหลีกเลี่ยงได้ท่านไม่จำเป็นต้องไปเอ่ยชื่อท่านอื่นนะครับ ท่านจะอภิปราย ท่านจะไปพูดหรืออภิปรายเรื่องนี้อย่างไรในที่อื่น ๆ ไม่เป็นอะไร แต่ในสภาแห่งนี้ ไม่ควรจะพูดนะครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมแค่ พยายามจะถือโอกาสชี้แจงพี่น้องประชาชนแต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมจะลงในเนื้อหาสาระที่จะ ทำให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญที่กว้างขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นมาด้วยความต้องการหวงแหนอำนาจของบุคคลที่เราก็รู้ว่าคือใคร คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรารู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจาก การยึดอำนาจแล้วเกิดจากความต้องการในการแสวงหาอำนาจต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในยุคของ การรัฐประหารแล้วก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ขาดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตยแล้วทำให้อำนาจของประชาชนนั้นด้อยลงในขณะที่ ทำให้อำนาจของคณะรัฐประหารนั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กิจการผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของ ประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตัวปัญหาที่สำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่ผมจำเป็นต้องเรียนต่อท่านประธานคือ ส.ว. ครับ ส.ว. ชุดนี้เป็น ส.ว. ตามบทเฉพาะกาล มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๕๐ คน ส.ว. ชุดนี้ไม่มีประชาชนคนใดได้เป็นผู้เลือกเลยครับ เพราะ ส.ว. ชุดนี้มาจากการแต่งตั้งโดยคนไม่กี่คนนั่นคือ คสช. ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น ๑๕ คน แต่ ส.ว. ชุดนี้ กลับมีอำนาจที่มากมายมหาศาลสามารถเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แน่นอนถ้าเราไปดู เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเราจะพบว่าลำพังแค่ ส.ว. ๒๕๐ คน ไม่มากพอที่จะเข้าไปเลือก นายกรัฐมนตรีได้ แต่ ส.ว. ๒๕๐ คนบวกกับ ส.ส. ๑๒๖ คนมากเพียงพอที่จะเข้าไปเลือก นายกรัฐมนตรีได้ ในการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีคนไทยไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง ๓๕.๕ ล้านคนมาเลือกพวกเราในสภาแห่งนี้ ให้พวกเราได้เข้ามามีโอกาสใช้อำนาจแทน พวกเขาที่สภาแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าในวันที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ว. ๒๕๐ คน ซึ่งมาจาก การสรรหาโดยคน ๑๕ คนบวกกับ ส.ส. ๑๒๖ คน จริง ๆ ในจำนวนอาจจะมากกว่า แต่แค่ ตามรัฐธรรมนูญ ๑๒๖ คนนี้ ซึ่งถ้าเกิดคิดเป็นสัดส่วนคือ ๙ ล้านคนกลับเพียงพอที่จะเลือก นายกรัฐมนตรีได้ ผลที่ตามมาก็คือว่าจากการที่เราไม่มีการเลือกตั้งมาเป็นเวลานานก็อาจจะมี พรรคการเมืองตัดสินใจไปเข้าร่วมแล้วทำให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจได้ นี่คือปัญหาประการที่ ๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ปัญหาในประการถัดมาแล้วยังคงเกี่ยวข้องกับ ส.ว. คือการที่ ส.ว. มีอำนาจ ในการพิจารณากฎหมายที่ตัวเองเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ท่านประธาน ครับ ผมเป็นพรรคการเมือง ผมสัญญาเอาไว้กับประชาชนว่าผมและพรรคอนาคตใหม่ เราจะผ่านร่างกฎหมายในเรื่องของการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนจากการเกณฑ์ทหาร เป็นการรับสมัคร แต่ท่านประธานเมื่อสักครู่ผมได้รับหนังสือผ่านทางท่านพลโท พงศกร ว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงินแน่นอนต้องให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็น แต่สิ่งที่อาจจะตามมาคือ ส.ว. อาจจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการปฏิรูปแล้วเข้ามา มีส่วนในการพิจารณาด้วย ประทานโทษมีประชาชนคนไหนเลือก ส.ว. หรือไม่ ไม่มี คนที่ เลือกพวกเราเข้ามาคือประชาชนที่อยู่ข้างนอกเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่หาก ส.ว. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายพลเขาเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไปตัดทอนอำนาจของกองทัพ สุดท้ายกฎหมายก็อาจจะตกไปก็ได้ แล้วสิ่งที่เราสัญญาเอาไว้กับประชาชนจะมีความหมาย อะไรครับ ดังนั้นการที่ ส.ว. มีอำนาจมากขนาดนี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญครับ

ในประการถัดไปในเรื่องของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยเฉพาะ ฝ่ายค้าน เพราะบทบาทของฝ่ายค้านคือการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของฝั่งรัฐบาลว่า เป็นอย่างไร แต่ท่านประธานครับ อำนาจที่เราใช้และเป็นอำนาจที่มีความหมายที่สุดคือ อำนาจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ ต่อให้ฝ่ายค้านเราสามารถ อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วสามารถถอดถอน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากการเป็น นายกรัฐมนตรีได้ ผลปรากฏว่า ส.ว. ซึ่งไม่ได้มีประชาชนคนไหนเลือกก็สามารถที่จะเอา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป นี่คือปัญหาของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สรุปแล้วท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่ง ลมหายใจสุดท้ายของผมเลยใช่หรือไม่ ท่านจะอยู่อย่างนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเรื่อย ๆ ท่านจะใช้อำนาจ ใช้คำพูดดูถูกประชาชน บริหารประเทศไม่เป็น เศรษฐกิจล้มเหลว แบบนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ได้ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะเลือกตั้งมีพรรคการเมืองไม่กี่พรรค ที่บอกว่าจะให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่เรา ต้องมาเลือกนายกรัฐมนตรีกัน และด้วยอำนาจของ ส.ว. มันได้ทำให้เจตจำนงของประชาชน ที่ไม่ได้อยากเห็น ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มันถูกบิดผันและทำลายลง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่จะทำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปเรื่อย ๆ และไม่ว่าใครจะเป็นผู้ท้าชิงกับท่านก็ไม่มีความหมาย หรือหากเคราะห์ดีครับ ท่านประธานหากเคราะห์ดี หากว่าสุดท้ายพรรคการเมืองของท่านประธานหรือของใคร ก็แล้วแต่มาเข้าร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ เราแพ็ก (Pack) กันแน่น แล้วสุดท้ายสามารถหา บุคคลอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ที่ไม่ใช่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส.ว. ก็ยังคงมีบทบาท ตามยุทธศาสตร์ชาติในการเข้าไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งตนเองเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ที่เป็นประชาธิปไตยได้ นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมและ ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนหลายคน เรามีความหวังดีต่อประเทศชาติ ประเทศ ของเราเปรียบเสมือนบ้านของเราอันหลังใหญ่ที่เราใช้น้ำพักน้ำแรงในการสร้างขึ้นมา แต่วันนี้ ผมมีความจริงที่ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าบ้านของเราวันนี้เปรียบเสมือนผีสิงครับ เหมือน บ้านผีสิง บ้านนี้มีผีเร่ร่อน เป็นกลุ่มผีเร่ร่อนเข้ามา ผีเร่ร่อนเหล่านี้หลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าที่ แล้วตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าที่ ผมสรุปแล้วครับท่านประธานจะจบแล้ว ผีนี้ได้บอกกับพี่น้อง ประชาชนว่าได้โปรดขายวิญญาณให้ข้าหน่อย แล้วหลังจากขายวิญญาณแล้วผีเหล่านี้ก็จะ ไปผุดไปเกิด แต่ปรากฏว่าทันทีที่เราทำสัญญาขายวิญญาณ ผีเหล่านี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิดครับ และยังคงไม่ยอมให้พวกเราได้สร้างบ้านแห่งนี้ให้สวยงาม ดังนั้นมันจึงถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องมาเริ่มต้นด้วยการขับไล่ผีตนนี้ออกไปจากบ้านของพวกเรา ด้วยการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปรียบเสมือนเป็นมรดกบาปของผีเร่ร่อน ตนนี้ วันที่ ๑๔ ธันวาคมที่ผ่านมาการชุมนุมที่สกายวอล์ก ผมต้องเรียนกับท่านประธาน และ ท่านประธานควรตั้งใจฟัง เพราะพี่น้องประชาชนเขาได้ตะโกนคำหนึ่งครับ เขาตะโกนว่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมันต์ หมดเวลาแล้วนะครับ เลยเวลาไป ๑ นาที กับ ๔ วินาทีแล้วนะครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอ ๑๐ วินาที ได้หรือไม่ครับ จะจบจริง ๆ ๑๐ วินาที ผมสัญญากับท่านประธานเลย

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ประชาชนตะโกนว่า ประยุทธ์ ออกไป ถ้าท่านยังคงยืนยันว่าท่านจะยังคงอยู่ในอำนาจแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ผมเป็นห่วงจริง ๆ จากประสบการณ์ต่างประเทศท่านจะอยู่ไม่ได้ ประสบการณ์ในต่างประเทศสอนมาตลอด ครับว่าท้ายที่สุดเผด็จการจะพินาศเสมอ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ เชิญครับ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมคง เบา ๆ ผม ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการตั้งญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้ก็คือ คุณเทพไท เสนพงศ์ ท่านประธานครับ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมก็เป็นคนหนึ่งเหมือนกันที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนในวันนั้น ด้วยความหวังว่า เมื่อเข้ามาแล้วคงได้มีโอกาสในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ประกาศใช้ในครั้งนี้ ผมมีเหตุผลของผมอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมมองไป ในส่วนของหมวด ๗ รัฐสภา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป หากคำอภิปรายของผมได้มีผลให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญก็ขอให้ฝากคำอภิปรายของผมนี้ไปในการพิจารณาด้วยครับ ด้วยมาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน ดังนี้ ๑. สมาชิก มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน ๓๕๐ คน ๒. สมาชิกซึ่งมาจากบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมือง ๑๕๐ คน ถ้าย้อนกลับไปในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงในมาตรา ๖๓ สมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน แต่เป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง แบบเขตเลือกตั้งจำนวน ๓๗๕ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน ๑๒๕ คน และย้อนไปในฉบับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งซึ่งเรามีมาฉบับนั้น ในมาตรา ๙๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๙๙ จำนวน ๑๐๐ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๒ จำนวน ๔๐๐ คน เหตุผลของกระผมก็คือว่าถ้าเรามี จำนวนสมาชิกแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมันสามารถสะท้อนต่อความรู้สึก ความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้มากกว่ากับการที่มีสมาชิกเพียง ๓๕๐ คน เราสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิก แบบระบบเขตอีก ๕๐ คน ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะไปสัมผัสและมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของผมมีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๖ เขต เราโชคดีที่ไม่ได้มีปัญหาในการเพิ่มหรือลดจำนวนผู้แทนราษฎร ผมเองเป็นสมาชิกในเขต ๖ ผมได้มีโอกาสในช่วงทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งพบปะผู้คนในพื้นที่ของผม ยกตัวอย่าง อย่างเช่นอำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอวิภาวดี ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนและไปพบกับพี่น้อง ประชาชนทราบปัญหาของความเดือดร้อนของเขา อย่างเช่น ที่ดินทำกิน การอยากจะได้มี เอกสารสิทธิในที่ทำกิน ผมไปพบพี่น้องในอำเภอท่าฉาง พบพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เดือดร้อน ผมไปพบพี่น้องในอำเภอไชยา ซึ่งล่าสุดเขาประสบปัญหาเรื่องสัตว์เลี้ยงตายจาก โรคมือปากเท้าเปื่อย ไปพบคนบางกลุ่มซึ่งมีข้อเสนอแนะว่าจังหวัดและในส่วนของอำเภอ ไชยานี้มีศักยภาพในการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ไปในพื้นที่อำเภอท่าชนะ พบว่ามีความต้องการในการดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ทาง ถนน หรือว่า ส่วนอื่น ๆ อย่างนี้คือความใกล้ชิดของพี่น้องที่มีต่อประชาชน ที่มีต่อ ส.ส. เขตอย่างพวกผม ถ้าเราได้เพิ่มคนแบบนี้มากขึ้นอีก ๕๐ คน เราสามารถดูแลคนได้มากขึ้นใกล้ชิดมากขึ้น นี่คือ เจตนารมณ์ที่ผมคิดว่าเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาแล้วขอให้ได้พิจารณา ในส่วนนี้เราจะมีคนถึง ๔๐๐ คนที่เข้าไปดูแลพี่น้องในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่าเดิมครับ ความใกล้ชิดระหว่าง ส.ส. กับประชาชนนั้นเราสามารถดูแลกันได้ทั่วถึงมากขึ้น พื้นที่ไม่ต้อง กว้างเหมือน ๓๕๐ คน ผมเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปบอกประชาชน ยกตัวอย่างทำหน้าที่เป็น เหมือนไปรษณีย์ไปบอกถึงนโยบายกระจายรายได้ วันนี้ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ได้รับการ แก้ปัญหาเราทำหน้าที่ในส่วนนี้ครับ แต่ถ้าผมมีเพื่อนอีก ๕๐ คนมาช่วย เราจะทำในเรื่องนี้ได้ดี มากกว่านี้ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เป็นความใกล้ชิดของ ส.ส. เขตที่มีต่อพี่น้องประชาชน เราไปรับความทุกข์ของเขา เราไปรับความสุขของเขา ได้มีโอกาสไปในงานมงคลของเขา ผมไปร่วมงานแต่งงาน ผมไปร่วมงานบวช หรือแม้แต่เราไปให้กำลังใจในยามที่เขาเป็นทุกข์ อย่างเช่นเราไปเยี่ยมในวันที่เขาต้องสูญเสียคนที่รักของเขาไป สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เรา ทำตลอดมานั่นคือหน้าที่ของเราที่เราทำแม้ใครจะว่าอย่างไร แต่นี่คือความใกล้ชิด เราไปแลกเปลี่ยนไปให้ข้อมูลและไปรับฟัง และนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาในสภาเหมือนเพื่อน สมาชิกได้บอกครับ เราได้มีโอกาสหารือในช่วงก่อนที่จะมีการประชุมสภานำเรื่องเดือดร้อน ซึ่งมีจำนวนมากมายของราษฎรในพื้นที่เข้ามาบอกในสภาเพื่อหาทางแก้ปัญหา

ประเด็นที่ ๒ ประโยชน์ของการมีสมาชิกมากขึ้นก็คือว่าทำให้กลไกของ พรรคการเมืองนั้นสามารถแทรกซึมและเข้าถึงพี่น้องได้ดีกว่าเดิม จังหวัดสามารถมีเขตเลือกตั้ง มากกว่าเดิม ผู้แทนที่อยู่ในนั้นก็ต้องหาสมาชิกที่จะต้องมาในเขตของตัวเองเพื่อเลือกตัวเอง เข้ามาเป็นผู้แทนอันทรงเกียรติในที่แห่งนี้ การให้ข้อมูลในทางการเมือง การให้โอกาส พรรคการเมืองเข้าไปนำเสนอนโยบายเพื่อให้พี่น้องตัดสินใจคนเหล่านี้ ๔๐๐ คนสามารถทำได้ดี ได้ในเวลาใช่หรือไม่ครับ นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ถ้าเรามีจำนวนผู้แทนมากกว่าเดิมอีก ๕๐ คน

ประเด็นที่ ๓ การที่มีผู้แทนเขตมากกว่าเดิมมันสามารถทำให้เราเห็นได้ว่าคน เหล่านี้มีความใกล้ชิด อย่างน้อยที่สุดเขาเป็นคนที่เราเห็นมีความคุ้นเคย มันไม่จำเป็น เพราะว่าถ้าเราให้จำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมากคนเหล่านี้อาจจะถูกมองละเลย โดยถูกมอง กลายเป็นว่าการเลือกตั้งในหลาย ๆ ครั้งนั้นมันให้ความสำคัญกับคนที่มาเป็นบุคคลสำคัญ ของพรรคหรือแม้แต่หัวหน้าพรรค โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าคนในพื้นที่ที่จะต้องเป็นคนที่จะ มาเป็นตัวแทนของตัวเองนั้นทำหน้าที่อะไร เราเลือกคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เราเลือกคนที่จะ เป็นสมาชิกพรรคดูเฉพาะตรงนั้น ไม่ได้ดูเลยว่าหน้าที่ของผู้แทนในระบบเขตต้องทำอะไรบ้าง นี่คือเหตุผลที่ผมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ ฉบับนี้ และที่สำคัญ อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการด้วยว่าการลงคะแนนครั้งต่อไปถ้าเป็นไปได้ขอให้เราได้มี การลงคะแนน ๒ ใบแบบเดิม ให้ประชาชนได้มีทางเลือกคนที่เขาชอบ หรือพรรคที่เขารัก ให้เขาได้มีทางเลือกว่าเขาควรจะตัดสินใจอย่างไรในทั้ง ๒ แบบ คนที่เขารัก พรรคที่เขาชอบ บางทีอาจจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้มีส่วนในการ ตัดสินใจว่าเขาจะตัดสินใจเลือกพรรคหรือเลือกคนอย่างไร ก็ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ถ้ามีโอกาสได้มีการตั้งขึ้นครับ และที่สำคัญที่สุดอยากจะฝากรัฐธรรมนูญก็คือเจตนารมณ์ที่มา ของรัฐธรรมนูญ เราหวังว่าจะต้องมีการขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จะต้องมีการ เพิ่มการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชน และที่สำคัญคือทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปผมขออนุญาตแจ้งล่วงหน้าสัก ๖ ท่านนะครับ ท่านแรกท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ แล้วก็ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ท่านซูการ์โน มะทา ต่อไปเชิญคุณหมอชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กระผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไป พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามญัตติของเพื่อนสมาชิกได้เสนอมาทั้งหมด ๗ ญัตติ มีทุกพรรค การเมืองที่เสนอเข้ามา เหตุผลการตั้งกรรมาธิการผมจะขออนุญาตไม่กราบเรียนท่านประธาน เพราะเพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะ และมีความเห็นสอดคล้องต้องกันว่าเราจะตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษา ประเด็นที่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนมีประเด็น หลัก ๆ อยู่ ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการชุดนี้ สำคัญที่สุดคือ ตัวประธานกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของความเป็น ประชาธิปไตยจะเป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นประธานกรรมาธิการที่จะ เสนอขึ้น กรรมาธิการจึงเลือกขึ้นมาต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน ๑. ต้องเป็นผู้มี เจตนามุ่งมั่นแน่วแน่ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒. ต้องเป็นบุคคลที่สามารถเป็นกลาง สามารถรวบรวมความเห็นต่างของทุกฝ่ายมาเป็นความเห็นร่วมได้ และสามารถผลักดัน เป้าหมายแนวทางการศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่เป้าหมายได้ และเรื่องที่ ๓ ครับ ท่านประธาน จะต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับนับถือ ภาพลักษณ์ต้องดี ตัวประธานเอง จะเป็นตัวบ่งบอกของกรรมาธิการชุดนี้ว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนพึ่งหวังจะเป็นอย่างไร นั่นเป็น ประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ระยะเวลาในการพิจารณาศึกษา ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ฝากว่าอย่านานเกิน ๙๐ วัน เราต้องการเห็นหลักเกณฑ์และวิธีการครับ หลักเกณฑ์และวิธีการที่จะต้องแก้มีอย่างไร

ประเด็นที่ ๓ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ หลักเกณฑ์และ วิธีการ และรายงานที่ผมในฐานะเป็นสมาชิกได้มอบหมายให้มีกรรมาธิการชุดนี้ไปแล้วในนาม ของสภาผู้แทนราษฎรเราอยากเห็นในรายงานเป็นอย่างนี้ครับ

แนวทางที่ ๑ หลักเกณฑ์และวิธีการการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ท่านศึกษามาว่า จะแก้ไขเป็นรายมาตราหรือไม่ มีเหตุผลอย่างไร

แนวทางที่ ๒ ท่านต้องศึกษาว่าจะแก้ไขเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีเหตุผลอย่างไร ข้อดี ข้อเสียเป็นอย่างไร

แนวทางที่ ๓ ผลการศึกษาของท่านต้องชี้ให้เห็นว่ากรณีแก้ไข มาตรา ๒๕๖ บวกกับการแก้ไขรายมาตรามันดีหรือไม่ เหตุผลคืออะไร สมาชิกจะตัดสินใจได้ว่า จะเห็นชอบกับในสิ่งที่ท่านเสนอมาหรือไม่ อย่างไร

แนวทางที่ ๔ กรรมาธิการชุดนี้ต้องมีผลการศึกษาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ บวกกับการจัดตั้ง ส.ส.ร. สภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาในรายละเอียด ในสาระของการแก้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองอยากเห็นที่สุดคือแนวทางที่ ๔ ครับ แนวทางที่ ๔ ถ้ามีอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้ว ผมว่าสภาแห่งนี้จะมีความสุข ที่สุด พี่น้องประชาชนจะมีความสุขที่สุด เพราะอะไรครับ ถ้าท่านมีแนวทางที่ ๔ สิ่งที่จะได้คือ คณะกรรมาธิการในสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ตอบคำถามว่าสารบัญญัติ ตัวบทบัญญัติ ทั้งหมดที่จะไปยกร่างตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอ มันควรจะเป็นอย่างไร จะตอบคำถามตรงนั้น สิ่งที่ท่านพูดวันนี้จะเก็บสู่กระบวนการของการไปยกร่างของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่มีผลการศึกษาถ้าดีที่สุดครับ ต้องบอกด้วยครับว่าสภาร่าง รัฐธรรมนูญนี้ควรมาจากใคร มีจำนวนเท่าไร อำนาจและหน้าที่เป็นอย่างไร สิ่งเหล่านั้น มันควรปรากฏอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเหตุผลหลายเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องการ สนับสนุนการแก้มาตรา ๒๕๖ บวกกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผมมีเวลาจำกัดมาก ใน ๒ นาทีโดยสรุปครับ เหตุผลที่เพื่อนสมาชิกพูดมาในเรื่องสาระบัญญัติของบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเป็นไปหมดแล้ว ท่านประธานได้รับทราบแล้ว เช่นกันครับที่มาของรัฐธรรมนูญ ที่มาของรัฐธรรมนูญยกร่างโดย กรธ. ที่มาจาก คสช. ชัดเจน

เรื่องที่ ๓ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเห็นกันชัด ๆ ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม บ้านเมืองจะไปไม่รอดเป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ อันนั้นคือสิ่งที่เป็นเหตุที่จำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องแก้ ท่านประธานครับ โดยสรุปสิ่งที่เราอยากเห็นในกรรมาธิการชุดนี้ กรรมาธิการ ชุดนี้ต้องเป็นตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎรเราอย่างสง่างามมีผลการศึกษาครบถ้วน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์และวิธีการแก้อย่างน้อย ๔ เรื่องที่ผมเสนอไปแล้ว และสำคัญที่สุด ผมอยากเห็นจริง ๆ กรรมาธิการชุดนี้ต้องกล้าครับ กล้าที่จะตัดสินใจเสนอทางเลือกที่คิดไป ข้างหน้า เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ไม่ได้ทำลายทำร้ายใคร การตั้ง สสร. ขึ้นมาไม่ได้เพื่อหวัง ทำลายทำร้ายใครครับ เพราะอย่างน้อยเวลาที่ สสร. ไปยกร่างเกือบปี ในอดีตที่ผ่านมา ๘ เดือน ๒๔๐ วัน กว่าที่ทุกอย่างจะเข้าสู่กระบวนการ ผมก็คิดว่าบ้านนี้เมืองนี้น่าจะเข้าสู่ ความรัก ความสามัคคี สมัครสมานปรองดองกัน รักกัน ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ผมอยากเห็นจริง ๆ อยากเห็นกรรมาธิการชุดนี้ทำงานเพื่อเป็นตัวแทนของพวกเรา สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน เราเป็นศูนย์กลาง การใช้อำนาจของพี่น้องประชาชน อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้น หลักเกณฑ์และวิธีการที่กรรมาธิการศึกษาจะต้องตอบคำถามว่าหลักเกณฑ์เหล่านี้ต้องตอบว่า รัฐธรรมนูญที่จะทำขึ้นใหม่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน เพื่อประชาชน และเป้าหมาย สูงสุดเป็นประโยชน์กับประเทศชาติโดยรวม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณหมอชลน่านนะครับ ต่อไปท่านวิรัตน์ วรศสิริน เชิญครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราตั้งแต่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขนั้น ทั้งหมด ๘๗ ปี เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น ๒๐ ฉบับ เฉลี่ยแล้ว ๔ ปีเศษต่อ ๑ ฉบับ ก็เพราะว่าเราวนเวียนอยู่กับการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจมาตลอด ๘๗ ปี เหตุผลที่ยึด อำนาจทุกครั้งก็อ้างการเมือง นักการเมืองเหมือนอย่างทุกครั้ง ที่มาของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี ๒๕๖๐ นี้ก็เช่นกัน พลเอก ประยุทธ์ อ้างความจำเป็นต้องยึดอำนาจก็เพราะการเมือง นักการเมืองอีกเช่นกัน หลังจากฉีกรัฐธรรมนูญก็ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่จริง ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเองก็ให้มีคณะจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่ก็ไม่ได้ให้มีการ ทำประชามติในรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งแรก แต่ต่อมาก็คงคิดได้ว่าถ้าจะบังคับใช้โดยให้เป็นที่ ยอมรับก็ต้องทำประชามติ ดังนั้นก็เลยแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทำประชามติ โดยเขียนว่าให้ส่ง ร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของครัวเรือน ท่านประธานครับ ถ้าตามนี้ก็เรียกว่าได้รับกันครบเกือบทุกบ้าน แต่ผมคิดว่าคงคิดได้ว่า ไม่อยากให้ใครวิพากษ์วิจารณ์กระมัง ก็เลยแก้ไขเปลี่ยนจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของทุกครัวเรือน มาเป็น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ด้วยวิธีการใด ๆ ให้ประชาชนทราบเป็นการ ทั่วไป ท่านประธานว่าเผยแพร่ด้วยวิธีการใด ๆ เขียนอย่างนี้แปลว่าอะไร แปลว่าก็แล้วแต่ กกต. จะแจกจ่ายอย่างไรก็ได้ ผมถามใคร ถามเพื่อน ถามคนรู้จักไม่มีใครได้รับ ร่างรัฐธรรมนูญมาอ่านสักคนหนึ่ง ไม่มีเลยครับท่านประธาน ผมคิดว่าท่านประธานก็คง ไม่ได้รับเหมือนกัน เพราะผมก็ไม่ได้รับ ถ้าท่านประธานจำได้ก่อนลงประชามติก็เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยวกับเนื้อหา ในร่างรัฐธรรมนูญว่ามีปัญหามากมาย ประชาชนเรียกร้องขอให้แก้ไขก่อนทำประชามติ แต่ว่าท่านประธานร่างรัฐธรรมนูญท่านมีชัยท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ขอให้รับไปก่อน แล้วไปแก้ทีหลัง ท่านมีชัยเป็นคนเขียนเป็นคนร่างเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญท่านจะรู้ หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อไม่ให้แก้ไขอะไรเลย พูดสั้น ๆ ยกเว้นว่า พลเอก ประยุทธ์ เห็นด้วยเท่านั้นจึงจะแก้ไขได้ เรียกว่ายากจนแทบจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย มันเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับท่านประธาน วันนี้เราถึงต้องมาพูดกันตรงนี้มันยากมาก

และสุดท้ายท่านประธานก็บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง ท่านประธาน ปราบโกงอะไรได้ ตัวท่านประธานร่างรัฐธรรมนูญท่านยังหลีกเลี่ยงไม่รับตำแหน่งเลย เพราะว่าจะต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและท่านหนีเป็นคนแรก ท่านประธานว่าจะปราบโกงอะไร ได้หรือ ผมว่ากรรมาธิการจะเชิญนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ยากเย็นเหลือเกินเชิญ ไม่ได้ต่อต้านกันมากมันปราบโกงไม่ได้หรอกครับ พลเอก ประยุทธ์ พูดแต่ว่าขอเวลาอีก ไม่นานแผ่นดินที่งดงามจะกลับคืนมา ผมพูดไปก็จะหัวเราะไปด้วย ขอให้ประชาชนไป ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ สุดท้ายเราก็ได้รัฐธรรมนูญที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มาเป็นมรดกของ คสช. ให้ลูกหลานมาหาวิธีแก้ไขกันต่อไป คิดว่ายังต้องแก้ไปเรื่อย ๆ ต้อง กราบเรียนท่านประธานผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่พี่น้อง ประชาชนจำนวนมากก็ลงมติรับเพราะอยากให้ พลเอก ประยุทธ์ ไปเร็ว ๆ เสร็จเร็ว ๆ รีบ ๆ ไป จะได้เลือกตั้งใหม่จะได้เลือกตั้งสักทีมันเป็นอย่างนั้นท่านประธาน มาวันนี้คงชัดเจนแล้วว่า การทำประชามติคือกระบวนการใช้ประชาชนมาประทับรับรองรัฐธรรมนูญเผด็จการให้ พลเอก ประยุทธ์ ได้สืบทอดอำนาจต่อไป เรียกว่าเป็นกระบวนการปิดปากพี่น้องประชาชน และนานาประเทศให้จำใจต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กราบเรียนท่านประธานเวลาจะหมด แต่ท่านประธานไม่ปิดไมค์ผมแน่เพราะว่าผมจะพูดเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาคือ มาตรา ๑๖๑ การถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่จริงมีนายกรัฐมนตรีมา ๓๐ คน นายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐/๑ ก็ยังถูก แต่ ๓๐/๒ ท่านพลเอก ประยุทธ์ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ถูกต้อง ในความเห็นของผมยังควรคงความศักดิ์สิทธิ์ของการถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ไว้ แต่ว่า จะให้ครบก็ได้ ไม่ครบก็ได้ เหมือนท่านพลเอก ประยุทธ์ อย่างนี้ต้องไม่ได้อีกต่อไป ควรจะต้องเขียนเพิ่มเติมไปเลยว่าต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน หากถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ถูกต้องครบถ้วนก็ให้ ครม. ทั้งคณะสิ้นสภาพไปเลยจะได้ไม่ต้องรบกวนศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไป รัฐธรรมนูญที่จะใช้ปกครองประเทศให้เกิดความสงบสุข สร้างความปรองดองให้คน ในชาติจะต้องไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เขียนมาเพื่อใครกลุ่มบุคคลใดโดยเฉพาะ เพราะนั่น จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความขัดแย้งในอนาคตได้ สุดท้ายนี้กระผมและพรรคเสรีรวมไทย ขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ เพื่อเป็นกติกาสูงสุดของประเทศที่ทุกคนทุกฝ่ายจะได้มีฉันทามติร่วมกันเป็นจุดเริ่มต้นอนาคต ของประเทศชาติอย่างแท้จริงต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านวิรัตน์ช่วยรักษาเวลาได้ดีมากเลยนะครับ ต่อไปเชิญท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ เชิญครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องเข้ามาแก้ไขกัน เพราะ รัฐธรรมนูญที่เกิดมานั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของคนส่วนน้อย เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการ แย่งอำนาจคืนมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนของเรา ถึงแม้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ช่วยกันเต็มที่ แต่ถ้าขาดถึงความร่วมมือความเข้ามาเกี่ยวข้องของพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ที่อยู่นอกสภานี้ก็คิดว่าคงจะแก้ลำบาก เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามา มีส่วนร่วมได้นี้ก็ต้องมีความเข้าใจ ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าขอพูดถึงประชาธิปไตย แท้ ๆ นั้นก็มีหลักอยู่ไม่เท่าไร เพราะฉะนั้นคนจะเข้าใจผิดว่าประชาธิปไตยกับเผด็จการบางที ก็ปนกัน ผมเปรียบเทียบให้พี่น้องประชาชนฟังเสมอว่าเหล็กก็คือเหล็ก ดินก็คือดิน น้ำไฟ ไม่เหมือนกันหรอกครับ ตรงข้ามกันหมด ผมอยากจะกราบเรียนว่าหลักของประชาธิปไตย ที่ว่ากันทั่ว ๆ ไปนั้นก็มีอยู่ไม่เท่าไรหรอก ส่วนที่ ๑ ก็คืออำนาจของพี่น้องประชาชน อำนาจ เป็นของประชาชนเพื่อประชาชน และโดยประชาชน หลักเสรีภาพ หลักเสมอภาค การปกครองอยู่ที่กฎหมายที่เป็นธรรม การปกครองอยู่ที่คนส่วนใหญ่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้อง ประชาชนก็ต้องเข้าใจ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงการปกครองที่มีการเลือกตั้งคือ ประชาธิปไตยเป็นของเรา ผมไปหย่อนบัตร คนที่ไปหย่อนบัตรจะเลือกนาย ก เป็นผู้แทน อันนั้นผมเป็นเจ้าของเขาแล้วนะครับ เมื่อเป็นเจ้าของเขา เขาเข้าไปเป็นรัฐมนตรี ไปเป็น รัฐบาล ผมก็เป็นเจ้าของรัฐบาลเขาจึงต้องตอบแทนเราเพื่อเรา อันนี้เป็นหลักธรรมดาที่สุด แต่ที่ผ่านมานั้นที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างก็ร่างโดยคนส่วนน้อย ร่างโดยใครล่ะครับ ร่างโดยผู้ที่ ยึดอำนาจ ขออภัยที่ต้องกล่าวนามอีกครั้งหนึ่งว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านยึดอำนาจ แล้วท่านก็มาตั้งพรรคพวกของท่านเรียกว่าแม่น้ำ ๕ สาย แม่น้ำ ๕ สายนี้ก็ต้องจิตใจ เหมือนกันหมดละครับ จิตวิทยาองค์กรเป็นพวกเดียวกันหมด คือเป็นพวกที่เห็นว่า การปกครองโดยอำนาจนิยมนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง กฎหมายที่ออกมาจึงเป็นของคนส่วนน้อย เรามีอะไรครับ เราไม่มีอะไรเลยนะครับ อำนาจเราไม่มีเลย ถ้าพูดถึงว่าหลักเสรีภาพเรา มีอะไรหรือไม่ เรามีเสรีภาพแค่ไหน หนังสือพิมพ์ลงข่าวอะไรได้หรือไม่ เราแสดงออกได้หรือไม่ ไปแสดงออกเมื่อเร็ว ๆ นี้มีนักการเมืองท่านไปกล่าวปราศรัยที่จังหวัดจันทบุรีก็มีไปด้อม ๆ มอง ๆ จะจับเขาจะอะไรเขา หรือคนที่ไปแสดงก็ไปกับเขาเราไม่มีเสรีภาพครับ พี่น้อง ประชาชนที่จังหวัดมุกดาหารเดินขบวนมาเพื่อจะมาพบกันในเรื่องการต่อต้านในบางสิ่ง บางอย่างที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือประชาชนที่จังหวัดนครพนมลุกขึ้นมาเพื่อจะต่อต้าน เรื่องของการทำผังเมืองก็ไม่ได้ครับ มีการป้องกัน มีการขจัดอย่างรุนแรงเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพ นี่คือเสรีภาพ เสมอภาคมีหรือไม่ ไม่มีเลยนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งท่านยังไม่ได้ผิดอะไรเลยแต่ไม่ให้เข้าสภาเสียแล้ว แต่อีกท่านหนึ่งศาลตัดสินแล้วว่าผิด แต่มานั่งในสภามันเสมอภาคอะไรครับ หลักกฎหมาย รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) เราไม่ได้ยึดถือกฎหมายเลยเราไม่มีนิติธรรม กฎหมายใช้สำหรับ ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ฝ่ายที่เป็นพวกเดียวกันก็ไม่ใช้หรอกครับ นี่ละครับพี่น้องประชาชน ที่ฟังอยู่ทางบ้านจะต้องเข้าใจในเรื่องนี้ว่าเราเสียอำนาจเหล่านี้ไป เลือกตั้งเราต้องการคน เสียงส่วนใหญ่มาปกครองประเทศ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วเราปกครองอย่างนี้ เรามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เราเลือกผู้ใหญ่บ้าน ใครเลือกนาย ก มายืนทางนี้ เลือกนาย ข ไปยืนทางโน้น นาย ก นับได้มากกว่าคนส่วนใหญ่เขาเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ หมู่บ้านครับ แต่เราก็มาเปลี่ยนแปลงเสียว่าการเลือกตั้งนี้มันไม่ดีหรอกมันไม่ใช่คนส่วนใหญ่ เอาคนไม่ดีขึ้นมา ท่านประธานผมเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่าการปกครองประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ ถ้าพูดสรุปกันง่าย ๆ คนส่วนใหญ่เป็นโจรบ้านผมเป็นโจรเขาเลือก ผู้แทนเป็นโจรแน่ ๆ มาเป็นรัฐบาลโจรแน่ ๆ เลยครับ นั่นคือตัวแทนของความเลว แต่ถ้าบ้านผม มีแต่พระเขาเลือกพระแน่ ๆ คงเป็นรัฐบาลที่เห็นความดี เห็นหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ คนเลือกครับ ท่านประธานที่เคารพอาทิตย์ที่แล้วผมมีโอกาสไปร่วมสัมมนาประชุมกับ เยาวชนที่ภาคใต้ มีกลุ่มเยาวชนสัมมนาประมาณ ๑,๕๐๐ คนของสถาบันสร้างชาติ ผมดีใจที่ประชาชน เด็กเหล่านี้มีความเฉลียวฉลาดในเรื่องการเมือง การปกครอง ความเป็นอยู่ สังคม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อโตขึ้นเขาก็จะเลือกคนที่ดีบ้านเมืองเราจึงจะดี เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านผู้มีอำนาจที่เอะอะอะไรก็จะยึดอำนาจอยู่เรื่อย ยึดอำนาจเป็นอันดับ ๓ ของโลก แล้ว ยึดอยู่บ่อย ๆ เพราะว่าไม่มองคนอื่นเขา เห็นแต่ตัวเองว่าตัวนั้นดีที่สุด ท่านประธาน ที่เคารพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจึงขอสนับสนุนที่เขาอบรมสังคมเด็ก ๆ เยาวชนเมื่อโตขึ้น เขาจะได้เลือกคนดี เมื่อคนดีมาเป็นผู้แทนราษฎรก็เป็นรัฐบาลที่ดีเป็นรัฐบาลที่เสียสละถึง พี่น้องประชาชนครับ ผมพูดถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วที่ต้องแก้ไขมันใช้กฎหมาย ที่มันไม่เป็นธรรมอะไรเลย มาตรา ๒๗๙ อย่างไรครับ ทำอะไรไม่ผิด ที่มาอยู่ขณะนี้ทำตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ผิดเลยนะครับยังอยู่ยืนยงอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถืออะไรเลย เป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับผม หลายคนบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญเฮงซวย ผมว่ามันมีแต่ซวย ไม่มีเฮง ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช วันนี้เป็นความภาคภูมิใจของกระผมอีกวันหนึ่งที่ได้มีโอกาสลุกขึ้นยืนพูดกับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งถ้าหากนับเวลาตั้งแต่วันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญจนถึงวันนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มา ๒ ปี ๘ เดือน ๑๒ วัน ท่านประธานครับ ๒ ปี ๘ เดือน ๑๒ วัน ทำให้พวกเราซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมใจกันเสนอญัตติเพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งหมด ๗ ญัตติด้วยกัน อันนี้ก็ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าตัวแทนของพี่น้องประชาชน ได้ให้ความสำคัญว่าถึงเวลาที่เราจะต้องมาร่วมกันศึกษาแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าว่ากันด้วยหลักรัฐธรรมนูญนิยมเราก็จะพบ ความเป็นจริงว่านี่คือเรื่องที่เราจะต้องพูดถึงเรื่องโครงสร้างของอำนาจ เราจะต้องพูดถึง รูปแบบของรัฐความสัมพันธ์ของอำนาจ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตลอดถึงการ ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งแน่นอนที่สุดผมคิดว่ารัฐธรรมนูญก็เหมือนกฎหมายอื่น ๆ ที่ต้องสามารถจะแก้ไขได้ และผมก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกฎหมายสูงสุดและเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นความสัมพันธ์ทางอำนาจและการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับจึงเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน และแก้ไขได้ยากกันพอสมควร แต่ฉบับนี้เพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้มีการอภิปรายและ มีความคิดเห็นตรงกันว่าฉบับนี้เป็นฉบับที่มีการแก้ไขยากที่สุดครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ เมื่อปี ๒๔๙๒ ท่านได้ปรารภในส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ว่ามาถึงวันนี้ปี ๒๔๙๒ ผ่านการปฏิวัติที่เรียกว่าอภิวัฒน์ประเทศไทยมาแล้ว แต่เรายังต้องตั้งคำถามกันถึงเรื่องที่มา ของอำนาจ รูปแบบของสภาว่าจะ ๒ สภา สภาเดี่ยว สภาคู่ เรายังพูดถึงระบบของการ เลือกตั้งกันอยู่นั่นผ่านมา ๒๐ ปี และวันนี้ท่านประธานครับถ้าอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ยังอยู่ วันนี้ครบรอบ ๗๐ ปีแล้วครับ เรายังต้องตั้งคำถามในสิ่งเหล่านี้สำหรับรูปแบบของรัฐ สำหรับ ความสัมพันธ์ทางอำนาจที่มาของ ส.ส. ส.ว. ตลอดถึงการตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจอยู่ อันนี้ก็ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้นยังขาด ความสมดุล ยังขาดการสนองตอบต่อหลักการสากลในความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ใช่หรือไม่ หรือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกฎหมายที่มีความเกี่ยวพัน กับความเป็นอยู่วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิและ เสรีภาพของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่ผมจะได้อภิปราย ถึงประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการพูดถึงกันตลอดเวลาตั้งแต่วันที่เสนอญัตติแล้วว่าทำไมต้อง แก้ไขและจะแก้ไขกันอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาอีกนิดเดียวเป็นความรู้สึก เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน เป็นการสะท้อนความคิดเห็นแล้วผมก็เก็บมาคิดว่า ก่อนที่พวกเราที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ซึ่งเราจะต้องรับผิดชอบโดยตรงในการที่จะนำไปสู่การ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญของเราให้มีดุลยภาพ ให้มีเสถียรภาพ ให้ตอบสนองต่อความ ต้องการของพี่น้องประชาชนนั้นเราทำอย่างไร แต่วันนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ สถานการณ์ทางการเมืองที่ผมคิดว่าล่อแหลม แหลมคม และพูดได้เต็มปากว่าการเมือง ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นอาจจะนำไปสู่ชนวนของวิกฤติศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย ได้ตลอดเวลา ทำไมผมจึงพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ผมอยากกราบเรียนว่า เนื่องจากว่าการอภิปราย การเสนอญัตติตั้งแต่พวกเราเริ่มเสนอญัตติก็มีเสียงท้วงติงกันมาอยู่ ตลอดเวลาว่าทำไมสภาแห่งนี้เร่งรีบในการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำไมเราไม่แก้ไข ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนก่อน ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าผมไม่พูดแล้วไม่ชี้แจงไว้เพื่อให้ บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้เหมือนกับเราขาดจิตสำนึกในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าแน่นอนที่สุดครับ ถึงแม้ผมอยากจะให้ฝ่ายที่ ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเอาประเด็นเหล่านี้ไปเป็นประเด็นเรื่องการเมือง และเปรียบเทียบกับเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ ฟังดูแบบผิวเผินแล้วก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเหมือนกับสภาของเราขาดซึ่งความรับผิดชอบ และการตระหนักรู้ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่าเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นผมคิดว่าด้วยเหตุผลว่าทำไมต้องแก้ เพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้นำเสนอกันอย่างหลากหลายทั้งเหตุและผล ทั้งเรื่องสาระบัญญัติของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าด้วยข้อเท็จจริงแล้วการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่เสนอญัตติเข้ามานี้ก็เป็นเรื่องบทบาทของรัฐสภาครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาครับ เพราะฉะนั้นผมต้องกล้า ที่จะยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราต้องพร้อมที่จะให้สภาเป็นกลไกสำคัญที่จะรองรับ ในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกราบเรียนว่าเราต้องกล้าที่จะ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นประเด็นหลักในปัจจุบันนี้ แต่เป็นหน้าที่หลักที่คณะรัฐมนตรีจะต้องนำปัญหาเหล่านี้ไปสู่ การแก้ไขปัญหาตามนโยบายคือเราสามารถทำพร้อมไปได้ครับ

ประการที่ ๒ เวลาเราเริ่มต้นศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหากฎหมาย รัฐธรรมนูญคนหลายคนก็เกิดความตระหนักและเป็นห่วงว่าเหมือนกับเราจะเริ่มต้น ความขัดแย้งอีกแล้วหรือ ผมคิดว่าภาพจำทางประวัติศาสตร์ของพี่น้องประชาชนทำให้เกิด ความคิดเหล่านี้ขึ้นมา ผมจึงอยากเรียกร้องเป็นประเด็นที่ ๒ ว่าการที่พวกเราจะมาศึกษา แนวทางในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เราจะช่วยกันทำอย่างไรให้เป็นเรื่องของ การแสวงหาความร่วมมือครับ และแน่นอนถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรหลัก ตามบทบัญญัติมาตรา ๒๕๖ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้แล้วนั่นจุดเริ่มต้นครับ แต่ผมคิดว่า การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ไปไกลต้องไปถึงพี่น้องประชาชนที่ต้องมีส่วนร่วมกัน อย่างแท้จริง กรรมาธิการชุดนี้จะต้องไปคิดกลไกเหล่านี้เพื่อตอบโจทย์ข้อที่ ๒ นี้

ประการที่ ๓ สถานการณ์ทางการเมืองมีบางคนบอกว่าทำไมต้องรีบ แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งอาจจะเป็นชนวนไปสู่การเมืองบนท้องถนน ผมคิดว่าวันนี้ก็ต้อง ย้ำกันอีกครั้งหนึ่งว่าทุกพรรคการเมืองก็ประกาศตรงกันว่าเรามีรัฐสภา เราเชื่อมั่นในระบบ รัฐสภา และในโอกาสดังกล่าวนี้ถึงแม้จะมีบางซีกบอกว่ากลไกของรัฐธรรมนูญหรือรัฐสภานี้ มาจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ผลไม้ก็เป็นพิษ แต่ผมคิดว่าถ้าเราจะพูดเช่นนี้ก็จะไม่มีวันจบสิ้นหรอก ครับ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะพูดว่าต้นไม้ที่เป็นพิษก็เพราะว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันจึงเกิดรัฐประหาร ขึ้นมาและเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราไม่อยากให้มีการฉีกอีกต่อไปถึงแม้เราจะไม่พอใจ กฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องการก็คือว่าความร่วมมือ ในการแก้ไขโดยระบบรัฐสภาของเราครับ และแน่นอนที่สุดผมคิดว่าถ้าเราจะร่วมใจกัน ในการนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นจริงได้ เราต้องหยุดวาทกรรมของ ความขัดแย้งมาสู่การแสวงหาจุดสมดุลของประเทศ และสร้างวาทกรรมในการปรองดอง และความร่วมมือ ๓ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่ผมอยากถือโอกาสนี้เรียกร้อง ต่อเพื่อนสมาชิกแห่งรัฐสภานี้ที่เราจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน แน่นอนยังมีกลไกที่นอกเหนือ ที่นั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่มีบทบาทสำคัญก็คือวุฒิสภา ผมก็ขอถือโอกาสนี้เรียกร้อง ไปยังวุฒิสภาเช่นเดียวกันว่าเมื่อท่านเป็นกลไกสำคัญในการที่จะนำไปสู่การปลดล็อกเพื่อให้มี การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญได้จริง ผมคิดว่า ณ เวลานี้ทุกคนเราจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน และถ้าเราขาดความรับผิดชอบใน ๓ ประเด็นนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็จะไม่ให้โอกาส แล้วก็จะไม่มีความศรัทธาในการที่พวกเราจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่า ข้อเรียกร้องนั้นจะเป็นข้อเรียกร้องที่มีหลายคนเสนอว่าให้ดำเนินการโดยการแก้ไขเป็น สาระบัญญัติแต่ละเรื่องที่มีความสำคัญ และมาตกลงร่วมกันว่ามีความเป็นไปได้จริง หรือ บางคนบอกว่าควรจะถึงเวลาแล้วที่เราพิจารณามาตรา ๒๕๖ แล้วควรที่จะยกเรื่องนี้ไปให้ สสร. ดำเนินการ อันนั้นเป็นขั้นตอนที่เราจะต้องมาปรึกษาหารือกันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ

ท่านประธานครับ ผมอยากย้ำในเวลาที่เหลืออีกเล็กน้อยว่าทำไมเราต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าหลายท่านก็พูดไปในหลายประเด็น แต่หัวใจสำคัญที่ผมอยากจะเน้นมากที่สุดก็คือผมคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดที่เราจะต้องพูดถึงและ ช่วยกันในการขับเคลื่อน เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ได้ลดเรื่องสิทธิและเสรีภาพของ พี่น้องประชาชนลง ลดถอยลงในหลายเรื่อง ในหลายด้านครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิใน กระบวนการยุติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน สิทธิและเสรีภาพในเรื่องการศึกษา สิทธิในการ ได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ สิทธิในเรื่องข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน ตลอดถึงสิทธิชุมชน ผมคงไม่มีเวลาที่จะอธิบายขยายความทุกสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรเป็นสิทธิ ของประชาชน แต่ผมอยากจะกราบเรียนเช่นสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในวรรคห้า ท่านประธานลองกลับไปทบทวนดูในกรณีที่มีการ กระทำซึ่งกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพผู้เสียหาย พนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ ของผู้เสียหาย มีสิทธิร้องต่อศาลเพื่อสั่งระงับหรือเพิกถอนการกระทำเช่นว่านั้น รวมทั้ง กำหนดวิธีการตามสมควรหรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยก็ได้ แต่ปรากฏถ้อย ความในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ชัดเจนครับว่าตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า สำคัญครับ ลมหายใจของการต่อสู้ของนักการเมืองและนักต่อสู้เพื่อประชาชนโดยทั่วไป ต้องถือว่าการต่อสู้เพื่อเสรีภาพเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ท่านประธานครับ หรือแม้แต่ในมาตรา ๔๐ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ระบุในสิทธิขั้นพื้นฐานเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่าผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสียหรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติ ที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการได้รับการสอบสวน อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และมีสิทธิในการตรวจสอบและการได้รับทราบ พยานหลักฐานตามสมควร รวมถึงได้รับการปล่อยชั่วคราว สิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้ตัดรายละเอียดเหล่านี้ไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายแล้วก็มีตัวอย่าง เยอะมากเวลาก็เหลือน้อย โดยสรุปก็คือว่าในเรื่องสิทธิและเสรีภาพนั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้ตัดสิ่งเหล่านี้ออกไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง

และอีกเรื่องหนึ่งที่มีเสียงเรียกร้องขึ้นมามากในยุคปัจจุบันนี้ก็คือในเรื่อง สภาวะสังคมในปัจจุบัน ซึ่งถูกเอาเปรียบเป็นอย่างมากในเรื่องของการที่จะคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบการตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๑ ก็ถูกละเลยเช่นเดียวกันครับท่านประธาน นี่คือเรื่องสิทธิและเสรีภาพที่ผมคิดว่ามีหลายเรื่อง ครับ รวมทั้งเรื่องของสิทธิพื้นฐานเรื่องกระบวนการพิจารณาในเรื่องของการเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง พยานหลักฐาน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ และมีสิทธิเสรีภาพอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ประชาชนโดยตรง รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญาด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือผมคิดว่าปัญหา กระบวนการการเข้าสู่ตำแหน่งทางฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลาย คนได้พูดถึงแล้วก็มีปัญหาอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ กระบวนการ ในการเข้าสู่อำนาจของผู้แทนที่เป็นการส่งมอบอำนาจจากประชาชนยังไม่มีข้อยุติ วันหนึ่ง ปี ๒๕๖๐ เราก็กลับมาเลือกเอาการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมและวันนี้ผลที่ตามมาคืออะไร ครับ วันนี้รัฐบาลนี้ต้องเป็นรัฐบาลผสมถึง ๑๘ พรรคครับท่านประธาน วันนี้เพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้กำลังถูกกระทบกับกระบวนการในการเข้าสู่ตำแหน่งของฝ่ายนิติบัญญัติที่ขาด ความชัดเจนนะครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่ามันจึงเป็นเรื่องที่ เราจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอนครับ และผมคิดว่าทุกพรรค ทุกญัตติที่มีผู้เสนอในเรื่องนี้ก็ได้ออกมาเรียกร้องทุกกลุ่มตรงกันว่าควรที่จะได้มีการปรับปรุง เราเริ่มมาตั้งแต่การเลือกตั้งแบบพวงจนมาสู่การเลือกตั้งแบบเขตละคนและแบบมีระบบ บัญชีรายชื่อ ๒ บัตร และกลับมาสู่ระบบแบบสัดส่วนผสม และในท้ายที่สุดก็พบความเป็นจริงว่าทำให้ระบบการเมืองอ่อนแอ การเข้าสู่อำนาจ ขาดความชอบธรรม การซื้อเสียงมีเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นผลที่เกิดจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๓ ที่ผมต้องพูดให้เห็นว่าที่เรามีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้น คือกระบวนการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตซึ่งทุกคนก็พูดกัน มากว่ารัฐธรรมนูญนี้จะอ้างอยู่เสมอว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ปราบโกงครับ แต่ด้วยความเป็นจริง ผมอยากจะกราบเรียนว่าในวันนี้รัฐธรรมนูญนี้ก็ไม่ได้มีเครื่องชี้อะไรที่เป็นจุดเด่นหรือชูจุดขาย ให้ได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงอย่างแท้จริง และแน่นอนที่สุดผมได้จำคำพูดของ ท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย ท่านได้พูดถึงตอนมีการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า เราไม่สามารถที่จะเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญให้คนเป็นคนดีได้ แต่คนที่เป็นคนดีเป็น สิ่งสำคัญที่สุด ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าความจริงแล้วการที่เราจะต้องร่วมกันปราบโกง เราจะต้องสร้างบรรทัดฐานของประเทศชาติบ้านเมืองและค่านิยมที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น และเรา ต้องสร้างองค์กรที่ให้มีอำนาจอย่างแท้จริง ไม่ได้มีการก้าวล่วงจากผู้มีอำนาจทั้งโดยตรงและ โดยอ้อมครับท่านประธาน ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างเพียง ๓ ประการที่ผมยกขึ้นมาเพื่อที่จะ กราบเรียนกับท่านประธานว่ามันมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ว่ากระบวนการในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าผมก็ต้องฝาก คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้รับมอบหมายจากสภาและแน่นอนผมเป็นคนหนึ่งก็อาสาที่จะ เข้าไปเป็นกรรมาธิการชุดนี้ ผมมีความภาคภูมิใจครับท่านประธาน เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วผมเป็น กรรมาธิการชุดที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้พูดถึงที่มีท่านชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธาน ชุดนั้นผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้เรียกร้องให้เยาวชนของเราอายุ ๑๘ ปี มีสิทธิในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสิทธิตามรัฐธรรมนูญนั้นก็มีมาถึงปัจจุบันนี้ วันนี้ผม เล่นการเมืองมา ๙ สมัย เกือบ ๓๐ ปี ผมอยากเห็นข้อยุติที่เป็นจุดสมดุลเป็นดุลยภาพ ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญที่พวกเราทั้งหลายจะต้องร่วมใจกันไปยกร่าง อย่างแท้จริง ผมคิดว่าทุกคนจะต้องร่วมมือกันดึงรัฐธรรมนูญมาสู่การแก้ไขในระบบรัฐสภา ของเรา ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ขอความ สันติสุขจงมีแด่พี่น้องชาวไทยทุกท่าน แล้วก็ขอแสดงความเสียใจกรณีการตายของพี่น้อง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส วันนี้ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนในการพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมมีหลักธรรมความเชื่อตอนหนึ่งก็คือเมื่อความจริงปรากฏ ความเท็จก็จะจางหายไป การทำประชามติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างน้อย ๖๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดปัตตานีเราไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเรา เห็นว่าวันข้างหน้าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร เพราะเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องมีปัญหา ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นหลังจากที่รัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นและมีการกล่าวในทางที่ไม่ดีก่อนที่จะใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่กล่าวแล้วก็คุ้นหูมากที่สุดตามสื่อต่าง ๆ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ถูกเขียนเพื่อสืบทอด อำนาจอย่างชัดเจน รัฐธรรมนูญฉบับแก้แค้นเอาคืน รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือการสืบทอด อำนาจ รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ในอดีตฝ่ายค้านล้มองค์ประชุม แต่ปัจจุบันฝ่ายค้าน ประคององค์ประชุมเสียงปริ่มน้ำกระทบต่อเศรษฐกิจ พรรคเล็ก ๑ เสียงมีอำนาจกำหนด ต่อรองทางการเมืองยึดอำนาจมา ร่างกฎหมายเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง นายทุนรวย กลุ่มยึดอำนาจรวย การตีความข้อกฎหมายกับคะแนนปัดเศษเพื่อให้ระบบการเมืองเสื่อมทรุด และเพื่อเพิ่มช่องทางให้พรรคเล็กมาหนุนเสริมอำนาจ ผมเขียนทั้งหมด ๒๔ อย่าง แต่ผม มีเวลาน้อย สิ่งที่ผมอยากจะพูดมากกว่าสิ่งที่เขาได้บ่นได้กล่าวหานั่นก็คือรัฐธรรมนูญที่ดี ในมิติทางวัฒนธรรม ในมิติที่พี่น้องของผมในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะรัฐธรรมนูญจะต้อง สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่และสามารถที่จะคุมได้ทั้งประเทศ อย่างน้อยวันนี้ผมเป็นคน ๓ จังหวัด ก็อยากที่จะบอกว่าวันนี้เรามีที่มาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ต่างกัน โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่มาจากศาสนา สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอรัฐธรรมนูญที่ดี เพราะ รัฐธรรมนูญที่ดีนี้จะนำไปสู่สันติสุข เบื้องหลังสันติสุขมีด้วยกัน ๓ อย่าง นั่นก็คือมีประชาชน ที่ดี ๒. มีผู้นำที่ดี ๓. ก็คือมีรัฐธรรมนูญที่ดี รัฐธรรมนูญที่ดี ท่านประธานครับ ถ้าท่านว่าง ท่านจดนะครับ เพราะว่า ๖ ประการนี้จะเป็นหลักที่สำคัญมาก และผมก็คงจะได้ลง รายละเอียดหลังจากที่มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๑. รัฐธรรมนูญต้องตอบสนองเจตนารมณ์ และผลประโยชน์ของประชาชน ๒. รัฐธรรมนูญต้องยกระดับและพัฒนาประชาชนสู่ ความเจริญ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ความเชื่อ ค่านิยม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ด้านการ ต่างประเทศ และความเจริญทางวัตถุ ๓. รัฐธรรมนูญมีความมั่นคง ชัดเจนและมีความ ยืดหยุ่นในตนเอง ๔. การพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน ๕. การสามารถปฏิบัติได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และสุดท้ายก็คือรัฐธรรมนูญนี้ต้องได้รับการศรัทธาและหวงแหนจากประชาชน ข้อนี้สำคัญ เพราะว่าวันนี้เราทุกคนลุกขึ้นมาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ผมเชื่อ ส.ส. ทุกคน ในหัวใจอยากจะแก้เพราะว่ามันมีปัญหาจริง ๆ พระเจ้าได้บอกไว้ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ประชาชาติใดจนกว่าประชาชาตินั้นจะเปลี่ยนแปลงตนเอง ในพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน อัตตาหิ อัตะโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน วันนี้ขอให้พวกเราทั้งหมดซึ่งเป็นชาวไทยพุทธ ที่เป็น ส.ส. และมุสลิม แล้วก็ ส.ว. มาร่วมกันสร้างของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน และผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีได้ เราจะเห็นสันติสุขเกิดขึ้นทั่วแผ่นดินไทย วันนี้ผมคงไม่ลงลึกมากมายนะครับ พูดกว้าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพว่าวันนี้เรามีเป้าหมาย เดียวกัน สุดท้ายนี้ผมขอฝากบท ๑ บทเพื่อตักเตือนตัวเองและผู้นำทุกคน บ้านเมืองใด ตรากฎหมายอวยคนกลุ่มหนึ่งและทำลายคนกลุ่มหนึ่ง และเลือกปฏิบัติอย่างไร้ความเป็นธรรม บ้านเมืองใดนักการเมืองไร้อุดมการณ์ ไร้คุณธรรม มุ่งหวังเพียงอำนาจและเงินตราแล้ว บ้านเมืองนั้นกำลังเดินไปสู่หายนะและความขัดแย้ง ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสมมุติครับ ต่อไปท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมลงชื่อ ในญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาพิจารณา หาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มีการยึดโยงกับประชาชนโดยตรง ผมจึงขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายเหตุและผลเพื่อเป็นการสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเราจะ เห็นว่าหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว มันมีปัญหาหลาย ๆ มิติ ที่สะท้อนให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย จะต้องมาตระหนักคิดว่าเงื่อนไขเวลา เงื่อนไขความจำเป็นทั้งหมดนั้นมันสอดคล้องหรือยัง ที่เราจะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลักเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เนื่องจากว่า ในการรณรงค์หาเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา หนึ่งในนโยบายหลักสำคัญของ พรรคประชาชาติคือเราเสนอแนวทางกับพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนเลือกพรรคประชาชาติ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา มีหลายมิติ หลายด้านที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน มีหลายเรื่องที่กระทบกับการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นพรรคประชาชาติจึงรณรงค์หาเสียง ด้วยหลักการว่าเราจะหาหนทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ได้ ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ ยื่นญัตติด่วนเพื่อให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเองอยากเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาของเพื่อน สมาชิกของเราก็คือว่า อย่างที่พวกเราทราบกันดีนะครับว่าประเด็นปัญหาสำคัญอันหนึ่งที่เรา พูดกันมากและหลาย ๆ ท่านก็พูดมาตลอดก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ แล้วก็มีการพยายามที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวและรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จนกระทั่งเป็นที่มาของวาทกรรมทางการเมืองก็คือเขา อยากอยู่ยาว อันนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ผมว่าเราสมควรที่จะพยายามหาหนทางที่ให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราได้ตรารัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าถ้าเรามีหนทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเฉกเช่นที่เราเคยยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรามีตัวแทนคณะ ส.ส.ร. เรามีตัวแทนที่มาจากพี่น้องประชาชนทั้ง ๗๖ จังหวัด ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นการแก้ไขส่วนหนึ่งที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ตอบโจทย์เรื่องของอำนาจ ที่มาจากประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ เหตุผลที่ผมอยากจะพูดกับพวกเรา อยากนำเสนอให้ทราบก็คือว่าบางครั้งถ้าเราดูจากการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราจะทราบกันดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายท่านก็พูดและช่วงในการที่จะรณรงค์ทำประชาพิจารณ์รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็มีการพูดชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คือยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งใน สังคมของประเทศที่เกิดขึ้นนอกวิธีของรัฐสภา อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราเป็นที่มาของการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่ในที่สุดการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะ แก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่กลับสร้างปัญหา ให้เกิดขึ้นในสังคมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างรายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้ถ้าจะพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมเราก็จะทราบว่าปัญหารวยกระจุก จนกระจาย ก็เป็นปัญหาที่พวกเราทราบกันดีว่าเกิดจากโครงสร้างอำนาจหรือโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ ส่วนหนึ่งด้วยนะครับ ส่วนที่ ๒ ความเหลื่อมล้ำที่สำคัญที่ผมอยากนำมาเป็นเหตุผล ประกอบการพิจารณาเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาก็คือ

๑. เราจะเห็นได้ว่าแหล่งที่มาของอำนาจที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน โดยเฉพาะการสรรหา ส.ว. อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนั้น ผมให้ ความสำคัญว่าอำนาจพิเศษของ ส.ว. คือการสรรหาบุคคลเพื่อมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจถึง ๕ ปี การประกาศใช้ใน ๕ ปีนี้หากมีการยุบสภาหรือเลือกตั้ง ก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม

๒. ก็คือเรื่องของการคัดเลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. แล้วก็ กสม. ต่าง ๆ ก็เกิดจากองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ทำให้วันนี้ปรัชญา ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่จะปราบโกงนั้นก็ไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริง

แล้วก็ประการสุดท้ายเพื่อประหยัดเวลาให้กับท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลที่จะสรุปนะครับ ผมก็อยากฝากวิงวอนเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติแห่งนี้ช่วยกัน สนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อขอให้สภาได้พิจารณาหาหนทางในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อเป็นทางออกของประเทศ อย่าให้ประเทศต้องหยุดชะงักหรือประเทศ เกิดการถอยหลังต่อไป ขอขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านซูการ์โนนะครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านบุญฐิน ประทุมลี ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แล้วก็ท่านสุทิน คลังแสง สุดท้ายก็คงเป็น ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน เชิญท่านบุญฐิน ประทุมลี ครับ

นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญฐิน ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพ ระบอบ ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นที่ประเทศอังกฤษเมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้ว แล้วก็เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ ๘๐ ปีที่ผ่านมาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยกฎหมายสูงสุดก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในการที่จะร่างหรือแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใด วงเล็บใด ข้อความใด มาตราใด หรือ แม้แต่คำพูดใดในรัฐธรรมนูญจะต้องยึดในหลักการอยู่ ๓ ข้อ ซึ่งหลายท่านก็ได้อภิปราย ไปแล้วว่าเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนใช่หรือไม่ มากน้อยเพียงใด

ประการที่ ๑ เป็นของประชาชน เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้ยึดอำนาจของประชาชนแล้วก็ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่มาจากการร่างของประชาชน แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนในการที่จะวางเงื่อนไขในการสืบทอดอำนาจเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่ใช่ของประชาชน เพราะการตั้งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ได้ยึดโยงประชาชน จนทำให้อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้ลาออก จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่สามารถจะเอ่ยนามได้ เพราะท่านประธานสภาชวน ไม่ให้เอ่ยนามบุคคลที่ ๓ ผมต้องขอชื่นชมในสปิริต (Spirit) ของท่าน คำพูดและพฤติกรรม ของท่านตรงกันในเฉพาะประเด็นนี้ เหตุผลหนึ่งที่ไม่สนับสนุนให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะว่าอะไรครับ ถ้าภาษากีฬาฟุตบอล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ เป็นตัวเล่น ตัวหลัก หรือเรียกว่า เพลย์เมกเกอร์ (Playmaker) ในการที่จะดำเนินเกมต่าง ๆ หลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว ซึ่งถ้าเป็นภาษากีฬาตะกร้อก็คือชงเอง กินเอง ผมคงไม่อธิบายมาก ฉะนั้น ประเด็นนี้จึงไม่ใช่ของประชาชนแน่นอน

ประการที่ ๒ โดยประชาชน ประเด็นนี้หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่าที่มา ผมเคยเป็นนักเรียนแล้วก็เป็นครูได้เรียนเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คุณครูสอน บอกว่าจะปกครองอย่างไรคนทั้งประเทศ คุณครูสอนบอกว่าก็ต้องเลือกตัวแทนก็คือเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเลือกนายกรัฐมนตรีของตนเอง แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่ เพราะ ส.ว. มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผมอยากฝากว่าทำอย่างไรจะให้เป็น ของประชาชน ผมก็อยากวิงวอนถึงท่านสมาชิกวุฒิสภาว่าท่านก็ทำบุญไถ่โทษก็แล้วกัน ให้ความร่วมมือในการที่จะแก้ไขให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่เป็นเหมือนอารยประเทศทั่วไป

ประการที่ ๓ เพื่อประชาชน ในการร่างกฎหมายหรือเขียนกฎหมายใด ๆ กลุ่มคนหรือชนชั้นใดเขียนก็เพื่อชนชั้นนั้น หลายคนก็พูดมาแล้วว่าฉบับนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงว่าจะ เพื่อประชาชน เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีมาตรา ๔๔ ซึ่งคราวที่แล้วได้เสนอญัตติ เพื่อที่จะศึกษา แต่ว่าผมไม่มีโอกาสได้อภิปรายร่วมผลกระทบจากการใช้มาตรา ๔๔ ซึ่งมาตรา ๔๔ ได้เขียนไว้ว่า ก่อน ปัจจุบัน และอนาคตผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ที่ได้สั่ง ในมาตรานี้จะไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ที่ผ่านมาคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา ๔๔ ไม่มี โอกาสที่จะเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด แต่ว่าต้องได้รับการกระทำ ก็ถือว่าเป็นเวรกรรมก็แล้วกัน เพราะเราเรียกร้องอะไรไม่ได้ ก็เปรียบเสมือนกับว่าตัวเราหรือญาติพี่น้องเราถูกคนวิกลจริต สติฟั่นเฟือนทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต แต่ศาลไม่ให้คนที่ทำได้รับโทษ แต่กฎหมายมาตรา ๔๔ คนทำมีสติสัมปชัญญะดี แต่ไม่ได้รับโทษเช่นกัน หรืออาจจะบ้า บ้าอำนาจ เหลิงอำนาจ หลงอำนาจ ลุแก่อำนาจก็ได้ ก็แล้วแต่จะคิด เพราะว่าในการ เทียบเคียง ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากท่านสมาชิกทุกท่านว่ากฎหมายฉบับนี้สมควรที่จะตั้ง กรรมาธิการในการศึกษาหาทางแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามหลักของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่เป็นอำนาจสูงสุดของประชาชน ยึดโยงประชาชน เพื่อที่จะไม่ให้เป็นเงื่อนไข ในการเกิดความขัดแย้ง ผมบอกได้เลยว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำดีก็เสมอตัว เพราะว่าท่านมาโดยไม่ชอบธรรม ท่านยึดอำนาจเขามา รวมทั้งท่านตั้งองค์กร อิสระต่าง ๆ ท่านก็ตั้งกับมือของท่าน ไม่ได้มาจากประชาชน ถึงแม้จะทำถูกต้อง ตัดสิน ถูกต้อง แต่ก็ทำให้เกิดเงื่อนไขในการไม่ยอมรับ ผมจึงอยากจะฝากว่าให้มีการศึกษาและแก้ไข ให้เป็นไปตามหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา เกี่ยวกับพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้กล่าวไป เกือบหมดแล้วนั้น ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น ผมเป็น คนหนึ่งที่มีส่วนผลักดันให้เกิดบัญชีรายชื่อขึ้นมา เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้นเรามีการเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร มีพรรคการเมืองหนึ่งคือพรรคเกษตรอุตสาหกรรมไทยได้คะแนนมาทั้งหมด ทั้งประเทศล้านกว่าคะแนนแต่ปรากฏว่าสอบตกหมด จึงได้ผลักดันให้มีร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาว่า มีแบบบัญชีรายชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการประชาคมเพื่อจะรับรอง จังหวัด ลพบุรีมีประชากรประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ปรากฏคะแนนออกมา ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่ทราบว่าที่มาที่ไปอย่างไรรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามว่าประชาชนทั้งประเทศ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ลง แล้วผมก็ได้โทรไปถามว่าทำไมคะแนน มากกว่าคนที่มีอยู่จริง แม้แต่ท้องอยู่ในมารดานับแล้วก็ไม่ถึง ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน

ประเด็นต่อมาต้องกราบเรียนว่าบัญชีรายชื่อนั้นที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้านับ บัญชีรายชื่อถ้าบุคคลที่ได้คะแนน ๗๕,๐๐๐ คะแนน ถ้าการเลือกตั้งแต่ละเขต ถ้าเขตใดได้รับ เลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรก็ตัดไป แต่ถ้าเขตใดที่ไม่ผ่านการเป็นผู้แทนมีเศษคะแนนเกิน ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ก็นับเป็นผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในขณะเดียวกันนั้นผมก็สงสัยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนพรรคเพื่อไทยได้ทั้งหมด ๗,๔๒๙,๐๐๐ กว่าคะแนน ได้เป็น ผู้แทนราษฎร ๕,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคะแนน แต่ปรากฏว่าผู้ที่สอบไม่ผ่านได้คะแนนรวม ๒,๗๖๖,๕๐๐ กว่าคะแนน ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เอา ๗๕,๐๐๐ คะแนนหารก็จะได้ประมาณ ๓๖.๘ ถ้าเทียบเป็นผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจะได้ประมาณ ๓๖-๓๗ ท่าน แต่ปรากฏว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ทราบว่าเป็นเผด็จการหรือคำนวณแบบไหน ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อตัดทิ้งหมด เอาไปรวมให้บุคคลอื่น อย่างไรก็ตามแต่ปรากฏว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แปลกครับ บางคนได้ ๓๐,๐๐๐ กว่าคะแนนได้เป็นผู้แทนราษฎรก็งง ๆ นิดหนึ่ง ในขณะเดียวกันนั้นผมกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าไม่แก้ไข ก็หมายความว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เกิน ๑๒๐ คน ก็จะไม่มีแบบบัญชีรายชื่อ ถามเป็นธรรมหรือไม่ ก็บางพรรคได้แค่ ๓๐,๐๐๐ กว่าคน มีผู้แทนราษฎร ท่านก็ทราบดี อยู่แล้วนั้น ผมไม่ทราบว่าเอาสมองส่วนไหนมาคิดตัวเลข ไม่ทราบว่าเรียนคณิตศาสตร์ จากประเทศไหน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหากว่าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจะเกิดปัญหา ในอนาคตข้างหน้า ก็กราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ว่าถ้าไม่แก้ไข ผมคิดว่าในอนาคตข้างหน้านั้น ผมก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะบริหารประเทศอย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่าถ้าไม่แก้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาต่างประเทศนั้นเขาไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศเดือดร้อน ท่านจะเห็นว่าเศรษฐกิจล้มเหลวหรือเรียกว่า ล้มละลาย ถ้ามอง ภาพรวมแล้วก็มาจากมูลเหตุว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ต่างประเทศเขาไม่ร่วมมือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กราบเรียนสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เอาเวลาตรงนี้ไปให้กับอีกท่านหนึ่ง ได้อภิปรายต่อ ก็ขออนุญาตสนับสนุนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ครับ

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายถึงเหตุผลที่เราควรจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการ เข้าไปแก้ไขเกี่ยวกับกติกาการเลือกตั้งทำให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้ง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความเคลือบแคลงของประชาชนต่อผลการเลือกตั้งมีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับ ประเด็นแรกคือระบบการเลือกตั้งและประเด็นที่ ๒ คือสูตรการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หรือที่เราเรียกว่า ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list)

ในประเด็นแรกระบบการเลือกตั้งก็ต้องเรียนว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประชาชนคนไทยเวลาเข้าคูหาลงคะแนนจะกาบัตร ๒ ใบ คือการเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต และเลือกพรรคที่ตนเองต้องการที่เรารู้จักกันเรามักจะพูดว่าเลือกคนที่รักและเลือกพรรคที่ใช่ แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่คือการ จัดสรรปันส่วนผสม คือการเลือกเพียงแค่บัตรเดียวกาครั้งเดียวเลือกทั้ง ส.ส. แบ่งเขต เลือกทั้ง พรรคการเมืองและแน่นอนนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรี ทีนี้ปัญหามีอย่างไรเมื่อการ เลือกตั้งแบบนี้ก็ต้องเรียนว่ามันไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผมชวนให้คิดแบบนี้ถ้าเราเลือกตั้งแบบเดิมภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประชาชนคนหนึ่งชอบ ชื่นชม นิยมนักการเมืองท่านหนึ่งที่มาจากพรรคพรรคหนึ่ง แต่เขาชื่นชอบในนโยบายของอีก พรรคการเมืองหนึ่ง ดังนั้นเขาก็จะสามารถที่จะเลือกอย่างที่เขาต้องการได้ นี่คือความสำคัญ นี่คือการสะท้อนเสียงที่แท้จริงที่ประชาชนต้องการ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้น่าเสียดายที่ไม่เป็น เช่นนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกข้อหนึ่งครับคือความผิดพลาดในการทำงานของ กกต. ต้องยอมรับ เราเห็นความผิดพลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ไม่ถูกนำมา คำนวณด้วย เหตุผลเป็นเพราะอะไร แล้วปัญหามีอะไรบ้าง เพราะว่าภายใต้ระบบการ เลือกตั้งนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองมากมาย มันทำให้มีผู้สมัครถึง ๑๐,๖๐๘ คน จำนวน มากถึง ๕ เท่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัครในการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๗ ตั้งแต่ก่อนการ เลือกตั้งแล้วการประกาศข้อมูลของผู้สมัครเจอบ้างครับที่ชื่อไม่ตรงกับใบหน้า อาชีพ ไม่ถูกต้อง อายุไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นประเด็นที่สำคัญคือการรายงานผลการเลือกตั้ง ผมเอง ก็เป็นคนหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ที่มีหน้าที่จะรวบรวมผลการเลือกตั้ง เราก็พบครับว่ามีการ รวบรวมนับคะแนนรายหน่วยที่ผิดพลาด การกรอกคะแนนลงในใบที่เรียกว่า ส.ส. ๕/๑๘ ก็ผิดพลาด ถึงขนาดว่าใน กกต. เขตบางเขตรวมคะแนนในเอกซ์เซล (Excel) ผิดช่องครับ พรรคการเมืองเยอะเหลือเกิน ผู้สมัครเยอะเหลือเกิน เมื่อประมาณเดือนที่แล้วในกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้ชี้แจงจาก กกต. ก็ยัง ยอมรับกับตัวผมเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองเยอะจริง ๆ ทำให้เกิดข้อผิดพลาด ในการทำงานมากมาย ไม่แน่ใจผมอาจจะโน้มน้าวท่านประธานให้เห็นด้วยกับผมในการแก้ไข รัฐธรรมนูญหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ น่าสนใจมากกว่าประเด็นแรก คือการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๑ ได้ระบุถึงวิธีการคำนวณซึ่งจะได้มีสิ่งที่เราเรียกว่า ส.ส. พึงมี ผมเล่าคร่าว ๆ ไปเร็ว ๆ แล้วคำนวณก็คือว่าเราเอาคะแนนดิบของทุกพรรคทั่วประเทศ จากการเลือกตั้งเอามาหารด้วย ๕๐๐ ก็จะเป็นคะแนนประมาณสัก ๗๑,๐๐๐-๗๒,๐๐๐ ในรอบการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นเราจะเอาคะแนนที่พรรคแต่ละพรรค ได้มาหารด้วย ๗๑,๐๐๐, ๗๒,๐๐๐ แล้วจะได้ตัวเลขของ ส.ส. พึงมี ทีนี้เมื่อคำนวณแบบนี้ปุ๊บ จะพบว่ามี ๑๖ พรรคการเมืองที่ ส.ส. พึงมีนั้นมากกว่า ๑ หมายความว่าอะไร หมายความว่า เป็น ๑ จุดอะไรบางอย่าง มีทศนิยมตามมา และพรรคการเมืองที่เหลือนั้นน้อยกว่า ๑ ครับ ท่านประธาน ทีนี้มันอยู่ที่การตีความว่าเราจะตีความอย่างไร ผมก็ต้องเรียนว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๑ (๔) เขามีระบุถ้อยคำเอาไว้อย่างนี้ว่าให้จัดสรรตามอัตราส่วนแต่ต้องไม่มีผลให้ พรรคการเมืองใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าจำนวนที่พึงมีได้ ถ้าอ่านกันตามแบบนี้ มันก็ควรจะมีแค่ ๑๖ พรรคการเมืองนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียนเพื่อน ส.ส. ว่าผมไม่ได้ รังเกียจที่จะมีอยู่ ๒๕ หรือ ๒๔ พรรคการเมืองที่นั่งกันอยู่ในนี้เพียงแต่ว่ามันเป็นปัญหา ในการตีความกฎหมายครับท่านประธาน ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าก่อนการเลือกตั้ง ในขณะที่มีสื่อมวลชนหลายสำนักไปสอบถาม กกต. ว่าสูตรการคำนวณมันจะเป็นอย่างไร ณ ตอนนั้น กกต. ไม่ออกมาเปิดเผย ไม่ออกมาชี้แจงครับ กกต. เลือกที่จะชี้แจง เลือกที่จะ ตีความหลังจากที่ผลการเลือกตั้งมันออกมาแล้วครับประธาน นี่ละครับคือปัญหา นี่ละครับ คือความไม่โปร่งใส นี่ละครับความเคลือบแคลงของประชาชนทั่วประเทศว่า กกต. ทำงานให้ใคร ทำงานเพื่อใครครับ พรรคอนาคตใหม่จากเดิมที่เราควรจะมี ส.ส. ทั้งสิ้น ๘๗ คน ปรากฏว่า เหลือเพียง ๘๐ คน ไม่เป็นไรความบิดเบี้ยวในการตีความกฎหมายในครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ ต่อสังคม ผมเชื่อว่าประธานก็ทราบดีมีนักวิชาการ มีนักคณิตศาสตร์ มีนักกฎหมายมากมาย ที่ออกมาตีความในทางตรงกันข้ามกับ กกต. แต่ผมขอเรียนว่าความผิดครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ของ กกต. แต่ความผิดครั้งนี้มันเกิดจากการเขียนกฎหมายที่ไม่รอบคอบ เกิดจากการเขียน กฎหมายที่เปิดช่องจนให้ต้องพึ่งพาดุลพินิจของคนเพียงไม่กี่คน กฎหมายนั้นควรจะเป็น เครื่องมือเพื่อยุติข้อพิพาท แต่เรากลับมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เป็น สิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง สิ่งที่ทำให้เกิดการตีความจนนำมาสู่ความไม่ลงรอยกัน ความเห็น ไม่ตรงกันในสังคมครับ เมื่อพูดถึงตรงนี้ผมก็ต้องยอมรับว่าในสังคมมีคนพูดกันเยอะครับว่า ระบบการเลือกตั้งในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์หรือเอื้อผลประโยชน์ให้กับพรรคอนาคตใหม่ มากที่สุดเรายอมรับว่าเป็นเช่นนั้น แต่เราก็ยืนยันว่าเราเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขระบบการเลือกตั้งให้การเลือกตั้งมันสะท้อนถึงเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง เหมือนกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มิฉะนั้นแล้วถ้าการเลือกตั้งยังเป็นการกาใบเดียว แบบนี้คือเลือกทั้งพรรค เลือกทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต เดี๋ยวจะมี ส.ส. บางคนครับ ส.ส. แบบแบ่งเขตบางคนที่หลงเข้าใจผิดคิดว่าคะแนนจากการเลือกตั้งซ่อมที่ตนเองได้มานั้นที่สูง ที่สุดในการเลือกตั้งในประเทศนั้นมาจากความสามารถของตนเอง มาจากความนิยมชมชอบ ของตัวเอง เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วเอ่ยชื่อก็คงต้องเอ่ยแล้วละครับ อดีตเพื่อน ส.ส. พรรคของผม คุณศรีนวล บุญลือ ที่ล่าสุดเพิ่งจะโดนโหวตขับออกจากพรรค ตอนนี้จะย้ายไปอยู่พรรคไหน ผมก็ไม่อยากจะไปตามข่าว แต่ก็เอาเป็นว่าขอให้พรรคการเมืองที่รับงูเห่าไปเลี้ยงก็ขอให้โชคดี ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านสุทิน คลังแสง เชิญครับ

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะผู้ยื่นญัตติท่านหนึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าในวันที่ผมกับอาจารย์ปิยบุตรได้ตัดสินใจยื่นญัตตินี้ ผมเองก็ไม่ได้มีความ มั่นใจว่าญัตตินี้จะได้รับการยอมรับหรือจะได้ผ่านไปถึงขั้นตอนไหน แต่เมื่อเวลาได้คล้อยมา ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความปิติว่าก็ได้มีเพื่อนสมาชิกเราทั้งจาก ๒ ฝ่าย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นญัตติในลักษณะเดียวกันรวมแล้วเป็น ๕ ญัตติ นั่นก็แสดงถึงความเห็นไปใน ทิศทางที่ใกล้เคียงกันหรือเกือบตรงกัน แล้วยิ่งฟังการอภิปรายมา ๒ วัน ผมก็เห็นเพื่อน สมาชิกทุกท่านยังไม่เห็นท่านใดที่จะเห็นค้านหรือเห็นแย้งว่าไม่ให้ตั้ง ผมจึงเรียนว่าอันนี้เป็น นิมิตหมายอันดีว่า ๒ ซีกในสภาแห่งนี้รวม ๕๐๐ คน ถ้าหากแม้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็น เยี่ยงฉบับอื่นที่ให้แก้ได้โดยไม่ได้สร้างกฎเกณฑ์พิสดารไว้ ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ แก้แล้วเพราะเพียงสภาเราก็น่าจะผ่าน แต่เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ว่าต้องมีอีก สภาหนึ่งแล้วก็ต้องเขียนซ้อนไว้อีกหลายขั้นตอน ความจริงแล้ววันนี้แทบไม่ต้องอภิปรายแล้ว แต่คิดว่าการอภิปรายวันนี้จำเป็นต้องสื่อสารให้กับภาคส่วนอื่นที่จะต้องเข้ามามีส่วนในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างน้อยก็สมาชิกวุฒิสภา และที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชน เราจะ เมินเฉยเสียไม่ได้ ภาคประชาชนวันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องสื่อสารให้การศึกษา ข้อกล่าวหาที่ได้รับมาตลอดว่าจะเร่งแก้ทำไมรัฐธรรมนูญ ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง แก้เพื่อ นักการเมือง แก้เพื่อเล่นเกมกันหรือเปล่า เหล่านี้ผมเชื่อว่าเราได้ยินตลอด เพราะฉะนั้น กระผมเองในฐานะเป็นผู้เสนออันนี้ ขออนุญาตอภิปรายไม่นานแต่เป็นเชิงสรุปว่าทำไมต้องแก้ แก้อะไรบ้าง ใครเป็นคนแก้ แล้วจะแก้เมื่อไร ก็จะเรียนให้กระชับที่สุดครับท่านประธานครับ ทำไมต้องแก้ผมขออนุญาตว่าแก้เพื่อแก้ปัญหาปากท้องนี่ล่ะครับ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหา ใหญ่ที่พวกเราวันนี้ต้องเผชิญ ผมเชื่อว่าวันนี้ทุกชีวิตในประเทศไทยกำลังปวดหัวและกำลัง กังวลกับปัญหาปากท้อง แล้วสิ่งที่เรากำลังทำวันนี้ถ้าเราคิดดี ๆ พี่น้องติดตามดี ๆ จะเห็นว่า จำเป็นอย่างยิ่งการแก้ปัญหาปากท้องจะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหารัฐธรรมนูญ เพราะอะไรรู้หรือไม่การแก้ปัญหาปากท้องแน่นอนต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะแก้ปัญหา เศรษฐกิจได้ก็ต้องอยู่ในบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพ บ้านเมืองที่มีเสถียรภาพแน่นอนก็ต้องเป็น บ้านเมืองที่มีหลักนิติธรรม ถ้ามีนิติธรรมการเมืองก็นิ่งเมื่อนิ่งมันก็แก้ได้ ผมอยากยกตัวอย่าง ให้เห็นตัวอย่างหนึ่งว่าเมื่อปี ๒๕๕๗ ก่อนการยึดอำนาจหรือย้อนหลังไปประมาณ ๑๐-๒๐ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราผมได้ไปศึกษาดูแล้วเศรษฐกิจของเราเดินได้จีดีพี (GDP) ของเรา มันเดินอยู่ได้ด้วยเม็ดเงินที่มาจาก ๒ ทาง มาจากต่างประเทศประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ใน ประเทศของเราเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รวมกันแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอย่างนี้มาประมาณ เกือบ ๑๐-๒๐ ปีที่เศรษฐกิจของเราเดินไปได้ พอปี ๒๕๕๗ มีการยึดอำนาจ ๗๐ นี่หายไป ลดลงเรื่อย ๆ จนวันนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าไปศึกษาดูดี ๆ เหลือไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ ก็เพราะต่างชาติไม่มั่นใจในเสถียรภาพของประเทศเรา ไม่มั่นใจในหลักนิติธรรม บ้านเมืองของเราไม่มีรัฐธรรมนูญ มีรัฐธรรมนูญก็เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้วเราเขียน รัฐธรรมนูญเสร็จ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จเราก็เชื่อและคิดกันว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น จะกลับมา ความเชื่อมั่นจะกลับ เสถียรภาพจะกลับ แต่วันนี้ยิ่งดำดิ่ง ท่านประธานคงได้ทราบ การแถลงตัวเลขเศรษฐกิจของเราเมื่อไม่นานมานี้จีดีพี (GDP) ของเราประมาณการล่าสุด ๒.๔ ต่ำที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ต่ำที่สุดในเอเชีย แล้วยิ่งไปดูการส่งออกของเราติดลบ ๓ ไตรมาสติดต่อกัน เพราะอะไร เพราะต่างชาติเขาไม่ค้าขายกับเรา ไม่คบค้ากับเรา ทำไมไม่คบค้ากับเรา ทำไมไม่ติดต่อกับเรา ทำไมเราค้าขายยาก มี ๒ ตัวที่ผม จำเป็นต้องใช้ฝรั่งเขาชอบพูดทรัสต์ คอนฟิเดนซ์ (Trust Confidence) ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ถ้าไม่มี ๒-๓ อย่างนี้แล้วไม่มีใครมาลงทุนหรอกครับ ลงทุนอยู่แล้วเขาก็ หอบหิ้วกันหนีหมด ทำไม ๒ ตัวนี้ไม่มี แม้เรามีการเลือกตั้งแล้ว แม้มีรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านประธานเราชอบพูดกันว่าต่างชาติไปรู้อะไรดีกว่าเรา ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ในหลายประเทศเขามีไทย สตัดดี อินสทิทิวต์ (Thai study institute) ก็คือมีสถาบันไทยศึกษา แล้วโดยเฉพาะที่เขาศึกษาที่สุดก็คือศึกษาเสถียรภาพของประเทศเขาดูหลักนิติธรรมของเรา สำคัญที่สุด เขารู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนเขียน แม้จะมีประชามติ เขารู้ว่าเป็นประชามติในบริบทอย่างไร ภายใต้กฎอัยการศึก ภายใต้ปลายกระบอกปืน แม้เรา จะบอกว่าเป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมแต่เป็นการร่วมแบบไหนเขาก็รู้ แล้วเขาก็รู้ด้วยซ้ำ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อมันเดินไปแล้วประเทศนี้จะเกิดรัฐบาลโฉมหน้าอย่างไร รัฐบาลนั้น จะเดินไปด้วยความล้มลุกคลุกคลานหรือเดินไปได้โดยความราบเรียบเขาก็ดูออก แล้วก็ไม่ผิดเลย ที่เขาดูอย่างนั้นด้วย แล้ววันนี้รัฐธรรมนูญที่ต่างชาติเขามองตัวเราเองก็เห็นแล้วว่ามันได้ใช้ แล้วมันออกดอกออกผลแล้ว เพื่อนสมาชิกพูดกันไปเยอะแล้วว่ารัฐธรรมนูญที่เรามีอยู่ ณ วันนี้มันไม่เอื้อให้เราได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจเลย ไม่ต้องพูดอื่นไกลท่านรองนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาลชุดนี้ได้พูดไปเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วจะมาโทษพรรคผมไม่ได้เศรษฐกิจผมดูแค่ ขาเดียวอีก ๓ ขาอีกพรรคอื่นนะ ทำไมต้องดูคนละขาล่ะครับ พรรคการเมืองมีเสถียรภาพ เมื่อก่อนมันไม่ได้ดูคนละขาอย่างนี้ พวกผมเคยเป็นรัฐบาลผมพรรคเดียวดูหมดเลย มีเสถียรภาพแล้วก็มีเอกภาพมียูนิตี (Unity) แล้วก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ ๔ ขา ๓ พรรค แล้วทำได้อย่างไร แล้วเมื่อไม่นานมานี้พวกผมเองก็แค่ทดสอบวอล์กเอาต์ (Walk out) ๒ ครั้ง ก็แทบจะไม่รอดแล้วเสถียรภาพบนเสียงปริ่มน้ำอย่างนี้ต่างชาติเขาก็ดูออก เมื่อมันเป็นอย่างนี้ แล้วใครเขาจะมาลงทุนบ้านเราเขาก็หอบหิ้วกันหนี เพราะฉะนั้นตัวอย่างน้อย ๆ อีกนิดเดียวว่า ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อดึงหลักนิติธรรมกลับมาเพื่อสร้างเสถียรภาพพรรคการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติ ต่อให้ร้อยท่านประยุทธ์หรือจะเอาท่านทักษิณ กลับมาก็ไม่มีทางใครก็ทำไม่ได้ ถ้าบนความเชื่อถือความเชื่อมั่นของประเทศที่ไม่มีกับเรา เพราะฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญวันนี้ผมจึงคิดว่ามันเป็นก้าวแรกของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วจำเป็นต้องทำควบคู่กันไปด้วยกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนี่เป็นเหตุที่ ๑ คิดว่าต้องแก้

เหตุที่ ๒ ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะเราแก้วันนี้เพื่อป้องกันวิกฤติที่มัน จะเกิดขึ้นในสังคมไทยเรา ในตัวรัฐธรรมนูญเองมันมีคุณค่าอยู่ ๒ อย่าง ๑. สร้างสันติสุข ให้กับประเทศเพื่อนเราพูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ได้รัฐธรรมนูญดีก็สร้างสันติสุข ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญนี่สร้างวิกฤติให้เกิดความขัดแย้งเกิดสงครามกลางเมืองมาในหลายประเทศ เพราะฉะนั้นเรามาดูรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดสันติสุขให้เกิดความสามัคคี ในประเทศชาติคือรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ แรกสุดท่านประธานที่เคารพครับเป็นที่พิสูจน์ ชัดเจน จะดีเลิศประเสริฐศรีขนาดไหนก็แล้วแต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ คนในประเทศนั้นยอมรับเสียก่อนจึงจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี มันจะดีจะเลวให้ยอมรับกันดีสุด ไม่ยอมรับก็มีปัญหา เลวสุดไม่ยอมรับก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ประชาชน ไม่ยอมรับ แน่นอนครับเริ่มต้นก็ผิด แล้วมาดูการใช้พอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไปแล้วไปดูมรรคผล ของมัน ถ้าใช้ไปแล้วมันมีปัญหาก็แน่นอนไม่เกิดสันติสุขแน่ แต่ถ้าใช้ไปแล้วมันดีมันเกิดสร้าง ให้ประเทศมีความมั่นคงมีเสถียรภาพแน่นอนรัฐธรรมนูญฉบับนั้นสร้างสันติสุข ฉบับนี้ ใช้มาแล้ว ๒ ปีเป็นอย่างไรครับ เราดูการยอมรับก่อนก็ได้ตัวแรกยอมรับกันกี่มากน้อย การที่รัฐบาลบรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑๒ ศึกษาเพื่อแก้แสดงว่ารัฐบาลเองก็ตระหนัก ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา แล้วยิ่งไปดูโพลล์ (Poll) จากสำนักต่าง ๆ ช่วงหลังมาให้แก้ นั่นแสดงว่าประชาชนไม่ยอมรับแล้วอยากให้แก้ ยิ่งมาดูมรรคผลของการใช้รัฐธรรมนูญวันนี้ เพื่อนพูดกันทั้งวันเกิดวิธีการนับคะแนนที่แปลกประหลาดสร้างความงุนงงมึนหัวให้กับ กกต. มาแล้ว วันนี้ยังมึนต่อยุบพรรคแล้วบัญชีรายชื่อจะโอนไปได้หรือไม่ ได้ไม่ได้วันนี้ยังเป็น ข้อถกเถียงกันอยู่แล้วอนาคตยังจะต้องสร้างปัญหาขึ้นอีกกับระบบเลือกตั้งหลายอย่าง และ ที่สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายมาตราที่เขียนขึ้นมาแล้วปฏิบัติไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่มีผล ในทางปฏิบัติ เพราะเราเขียนขึ้นบนเจตนาหรือบนอคติหรือบนสำนึกอะไร ณ วันนั้น แต่วันนี้ ใช้ไม่ได้ เช่น ให้แถลงนโยบายโดยเสนองบประมาณ แหล่งที่มาของงบประมาณประกอบการ แถลงนโยบายทำไม่ได้ จนแม้วันนี้งบประมาณเข้าสภาแล้วนี่เพิ่งมาดูกันว่าไม่มีเงินจะทำตาม นโยบายนั้น หลายข้อเป็นบทบัญญัติที่บัญญัติขึ้นมาแล้วถือปฏิบัติไม่ได้ นอกจากปฏิบัติไม่ได้ แล้วนี่มันส่งผลอะไรอีกทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์เพื่อนสมาชิกพูดแล้ว ถวายสัตย์ปฏิญาณ หลายข้อละเมิด แถลงนโยบายไม่ต้องแสดงงบประมาณหลาย ๆ เรื่อง แม้แต่วันนี้ที่กำลังทำงบประมาณอยู่วันนี้เราไม่อยากพูดกันให้ตกใจ ถ้าไปไล่เรียงกันดี ๆ แล้ว นี่ทำได้หรือไม่ตามมาตรา ๑๔๔ เพราะฉะนั้นแก้วันนี้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติที่มันจะเกิดวันหน้า แล้วก็แก้เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลในทางปฏิบัติ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงเห็นกัน แล้วว่าคนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญก็มาก คนไม่อยากให้แก้ก็มากแล้วนี่แก้ได้ง่ายหรือไม่ล่ะ น้ำถ้ามันเดือดเต็มที่แล้วนี่ฝากาไม่เปิดมันก็ระเบิด รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเขียนไว้แล้วให้แก้ยาก มีปัญหาแล้วแก้ไม่ได้ ๒ อย่างที่จะเกิดต่อไปนี้ ๑. สงครามกลางเมือง เมืองไทยเกิดมาบ่อย ๒. เมื่อมันแก้โดยวิธีสันติไม่ได้ในที่สุดสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดก็คือรัฐประหาร ต่อไปนี้อาจจะ เป็นรัฐประหารที่อ้างว่ายึดอำนาจเพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญให้เราเป็นไปได้ทั้งนั้นก่อนจะถึงวันนั้น วันนี้เราเลยอยากแก้ก่อนไม่ต้องให้ใครมาอ้างเอารถถังออกมาเพื่อจะยึดอำนาจเพื่อแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่เป็นเหตุผลที่ ๒ ที่เราคิดว่าต้องแก้ และประการสำคัญท่านประธาน ที่เคารพการแก้รัฐธรรมนูญวันนี้ เราแก้บนความต้องการของพี่น้องประชาชน เราแก้เพื่อ สนองความต้องการที่ประชาชนเขาอยากให้แก้ เราคงไม่ต้องเถียงกันว่าคนอยากให้แก้หรือไม่ อยากให้แก้อะไรมากกว่ากันก็จะไม่มีวันจบ เอาล่ะนั่นคือแก้เพื่ออะไร จะแก้อะไรบ้าง ข้อต่อมา เพื่อนพูดกันทั้งวันเยอะเลยผมไม่จำเป็นต้องพูดอีก แต่สิ่งซึ่งพูดกันมากก็คือแก้เรื่องกติกา ในการเลือกตั้ง แก้กติกาที่มาของการเป็นรัฐบาลหลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นแก้อะไรไม่ขอ อธิบายขยายความอีกเอาเป็นว่าอภิปรายกันมา ๒ วันเรารู้ว่าควรแก้ แต่ที่ผมต้องละเว้น เพื่ออะไรรู้หรือไม่ครับ ผมกำลังจะพูดในข้อต่อไปว่าให้ใครแก้ ผมจะเหลือไว้ตอบตรงข้อที่ ๓ ว่าใครแก้ วันนี้สำคัญคือใครแก้ ใครแก้ก็คือใครเขียนนั่นละ รัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับ คือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเขียนครับ ไม่ใช่คิดว่าอ้างว่าตัวเองมีความรู้วิเศษวิโสแก้มาเยอะแล้ว แต่ไปไม่รอดเพราะไม่ยอมรับ วันนี้ผมเองจึงเสนอญัตตินี้มาเผื่อให้ไปศึกษา ทำไมต้องศึกษา ทำไมผมไม่ยื่นร่างนี้เลยเรามีสิทธิที่จะยื่นร่างแก้ไขเลยประชาชนก็ยื่นได้หลวงก็ยื่นได้ ทำไมผม กับอาจารย์ปิยบุตรซึ่งก็เขียนได้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ยื่นแก้มันเลย ทำไมต้องศึกษาก่อน เพราะว่าเราอยากจะให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปนี้เป็นเรื่องของการยอมรับ ไม่อยากบอกว่าเราต้องแก้เองแม้เรามีสิทธิจึงให้ศึกษาก่อนว่าใครควรแก้ เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นวันนี้ไปหาคำตอบมาว่าให้ใครแก้ แก้แบบไหน จริง ๆ คำถามนี้ไม่ต้องถามเพราะเรามีสิทธิ แต่ต้องถามเพราะให้เกิดการยอมรับเพราะฉะนั้นคนที่ จะแก้ผมตอบกว้าง ๆ ว่าคือประชาชน เพราะฉะนั้นข้อ ๒ ผมถึงไม่บอกว่าแก้อะไร เอาประชาชนเขามาคิดเองว่าจะแก้อะไรเราเป็นเพียงคนเสนอประชาชนที่เขาจะมาแก้ ส่วนประชาชนนั้นคือใครก็สุดแท้แต่จะออกแบบกัน ที่ผมนึกได้วันนี้ก็ออกแบบได้ก็คิดได้ แต่เพียงว่าก็ สสร. ใครคิดได้มากกว่านี้ก็ว่ากันขอให้เป็นการแก้โดยประชาชน ๗๐ ล้านคน มาแก้ไม่ได้ ก็เป็นตัวแทนเขาดีกว่าคนกลุ่มหนึ่งมาแก้ ดีกว่าเอาคนแก่ ๆ มาแก้วันนี้นอน กุมขมับอยู่ การยื่นญัตติวันนี้จึงหวังว่าจะเห็นคำตอบว่าใครแก้ แก้อะไร อันนี้สำคัญ แล้วมาถึงข้อสุดท้ายคือแก้เมื่อไร วันนี้พูดกันมากว่าเร่งรีบไปทำไม ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้องก่อน รัฐบาลเองก็พูดทั้ง ๆ ที่รัฐบาลบรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนนะครับ เร่งด่วนนี่แปลเป็น ความอื่นไม่ได้ต้องรีบทำ แต่พอเราเสนอปั๊บได้ยินตอนแรกรัฐบาลบอกว่ารัฐบาลยังไม่มีเวลา วันนี้ยังไม่คิดเรื่องนี้ ไม่ใช่ท่านประธานครับ ผมจะตอบว่าแก้เมื่อไร ถ้าวันนี้ญัตตินี้ได้รับการ ยอมรับให้ตั้ง กระบวนการไปศึกษากว่าจะเสร็จ เสร็จกลับมาแล้วถึงจะลงเนื้อหา ถึงจะมา เข้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ผมประมาณการณ์ไว้อย่างน้อยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเห็นพ้องต้องกัน ถ้าเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายแม้ ส.ว. เห็นด้วย ประชาชนเห็นด้วย เราเห็นด้วย ๒ ปีเป็นอย่าง เร็วที่สุดจึงจะจบ เพราะฉะนั้นที่ใครบอกว่ารีบไปไหน ไม่ได้รีบเลย แล้ว ๒ ปีถ้าคิดให้มัน สัมพันธ์สอดคล้องกับวาระสภาเราใครตอบว่าเราจะอยู่ได้ถึงวันไหน ๒ ปีเป็นเวลาที่มันนาน พอสมควรสำหรับเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เริ่มกระบวนการศึกษา ถ้ามันผ่านแล้วทุกอย่างเดินได้ สะดวกผมเชื่อมั่นว่า ๒ ปีถึงจะเห็นหน้าเห็นหลัง เพราะฉะนั้นไม่เร็วเลยช้ามากด้วยซ้ำไป ในท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพ ผมหวังว่าวันนี้ความร่วมมือที่เราได้เกิดขึ้น ณ ปฐมบท คือการยื่นญัตติร่วมกันในสภานี้เห็นพ้องต้องกันไปทางเดียวกัน และในอีกไม่กี่นาทีนี้ผมก็ คาดหมายว่าเราจะลงมติไปในทางเดียวกัน แต่ผมก็ขออนุญาตภาวนาว่าปฐมบทมันเริ่มต้น ด้วยดีก็ขอให้พวกเราได้ไปดีตลอดเราจะไปแยกทางกันในตอนกลางทางหรือปลายทาง วันนี้ พี่น้องประชาชนเฝ้ามองเราอยู่ เราเองอาจจะคิดว่าคิดมาตลอดเราเคยเอารัฐธรรมนูญเป็นตัว เล่นเกมเพื่อชัยชนะ บางคนซึ่งคิดว่าบางฝ่ายซึ่งคิดว่าวันนี้รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อเรา อาจจะไม่อยากแก้หรือคิดว่าพวกเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่าแก้ ขออย่าได้พูดอย่างนั้นเลย วันนี้ผมคิดว่าเราสรุปได้แล้วว่าชัยชนะของเราเองฝ่ายใดชนะก็ตาม โดยเอารัฐธรรมนูญเล่นเกมคนแพ้คือประชาชน คนแพ้คือประเทศ วันนี้จึงขอขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา ได้เสนอญัตติเป็นการสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แล้วก็ ขอเคารพในไมตรีจิตของทุกท่านที่ได้กรุณาอภิปรายสนับสนุนซึ่งกันและกัน แล้วก็ขอกราบ ขอบพระคุณล่วงหน้าเพื่อนสมาชิกที่เชื่อว่าเราจะมีมติอันเป็นฉันทานุมัติที่ประชาชนภูมิใจ แล้วก็หวังว่าหนทางที่จะเดินหน้าต่อไปนี้ก็จะเป็นหนทางที่พวกเราได้เดินร่วมกันด้วยความ ปรารถนาดี ด้วยเจตนาดีร่วมกัน ขอขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ครับ

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณาให้เกียรติผมได้อภิปรายเป็นคนสุดท้าย ในวันนี้นอกเหนือจากเจ้าของญัตติซึ่งคงจะต้องมาสรุปต่อท้ายจากกระผมอีกชั้นหนึ่ง ในเบื้องต้นทีเดียวคงจะต้องขออนุญาตซักซ้อมกับท่านประธานในเรื่องระยะเวลาของการ อภิปราย เพราะเมื่อตอนหัวค่ำวันนี้ท่านประธานคนแรกที่ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นประธานได้อ่าน เวลาอภิปรายของกระผมว่ามีเพียงประมาณ ๑๐ นาทีเท่านั้น ซึ่งความจริงไม่ใช่ครับ เข้าใจว่า จะสลับกับเวลาของท่านสมาชิกร่วมพรรคของกระผมคือท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เพราะฉะนั้นเพื่อความเป็นธรรมของกระผม กระผมขอใช้เวลาที่ซักซ้อมกันไว้ในเบื้องต้นคือ เท่ากับเวลาที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติได้อภิปรายไปแล้ว อย่างไรก็ตามขอกราบเรียนให้ท่าน ประธานได้รับความสบายใจว่าคงไม่พูดยาวหรอกครับ เพราะว่าใจของกระผมเองก็ตั้งใจ อยากจะให้ญัตติดังกล่าวนี้ได้เสร็จสิ้นเร็ว ๆ แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษา ตามความประสงค์ของเจ้าของญัตติให้ได้เสร็จภายในวันนี้ให้ได้ ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจะมีจำกัด กระผมคงไม่ได้มีโอกาสที่จะพูดเท้าความย้อนหลังถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวของรัฐธรรมนูญ ให้มากมายแต่ประการใดทั้งสิ้น เพียงแต่จะขอกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมเป็นคนหนึ่ง ที่ได้ติดตามการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้มาตั้งแต่ในชั้นยกร่างของกรรมาธิการยกร่าง ติดตามแล้วต้องขอกราบเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ค่อยจะสบายใจครับ เห็นปัญหาของความยุ่งเหยิงที่จะเกิดขึ้นตามมาหากจะได้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในเวลานั้น พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้ความว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ จะมีแต่ปัญหาทั้งนั้นต้อง ยอมรับว่าในเนื้อหาสาระที่ดี ๆ ก็มีอยู่มากพอสมควร แต่ว่าอย่างไรก็ตามสำหรับเนื้อหาสาระ ที่เป็นปัญหาจริง ๆ ก็ต้องยอมรับความจริงว่ามีอยู่มากอย่างน้อยที่สุดท่านประธานครับ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นที่ ๑ คือระบบการเลือกตั้ง

ประเด็นที่ ๒ ก็คือปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลในการทำให้ พรรคการเมืองอ่อนแอลงเป็นอันมาก

ประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญจริง ๆ เช่นเดียวกันก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังขาด เนื้อหาสาระที่จะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาการของประชาธิปไตยต่อไปในวันข้างหน้าให้มี ความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ในตอนยกร่างคณะกรรมาธิการกระผมเองก็ได้ใช้ความพยามยามในการ วิพากษ์วิจารณ์โดยการเขียนบทความผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ เช่นเดียวกันกราบขอบพระคุณหนังสือพิมพ์แนวหน้า ซึ่งในเวลานั้นได้กรุณานำเอาบทความ ที่กระผมเขียนไปลงพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญจนกระทั่ง ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นลง ในทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญกระผม คิดว่ากระผมก็คงสามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าทุกอย่างไม่เกินไปจากความ คาดหมายที่กระผมคาดหมายไว้ตั้งแต่ต้นแต่ประการใดทั้งสิ้นครับ ได้มีความยุ่งเหยิงได้มี ความยุ่งยากมากเรื่องเกิดขึ้นอย่างมากมายร้อยแปดพันประการ นับตั้งแต่การเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานเองก็คงจะสังเกตเห็นเป็นอย่างดี ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลังจากการเลือกตั้งภายใต้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังการบังคับใช้ ภายหลัง การเลือกตั้งโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเป็นปรากฏการณ์แห่งความยุ่งยากมากเรื่องมากที่สุด อย่างน้อย ๕-๖ ประการด้วยกันครับ

ประการที่ ๑ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาภายใต้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องถือเป็นการเลือกตั้งที่ประกาศผลการเลือกตั้งช้ามากที่สุดเป็น ประวัติการณ์สำหรับการเลือกตั้งในประเทศไทย ท่านประธานเอง ผมเอง หรือท่านสมาชิก ในสภานี้หลายต่อหลายท่านที่ผ่านการเลือกตั้งมาหลายยุคหลายสมัยภายใต้การบังคับใช้ รัฐธรรมนูญหลายต่อหลายฉบับก็ต้องยอมรับความจริงว่าในเวลาที่แล้วมาหลังการเลือกตั้ง เพียงวัน ๒ วันเท่านั้น การนับคะแนนผลเลือกตั้งจะสิ้นสุดลงผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ก็จะเป็นที่รับรู้กันอยู่ทั่วไป แล้วหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็น ทางการก็ได้บังเกิดขึ้น แต่คราวนี้เป็นอย่างไรเกือบจะ ๒ เดือนเต็ม ๆ หลังจากวันเลือกตั้ง วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ แล้วเกือบจะ ๒ เดือนเต็ม ๆ ถึงสามารถจะประกาศผลเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการให้เป็นที่รับรู้ทั่วไปกันได้ นี่คือความเป็นที่สุดในประการที่ ๑ ครับ

ความเป็นที่สุดในประการที่ ๒ คืออะไรครับ สูตรของการคำนวณผล การเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องถือว่าเป็นสูตรที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุดและได้รับการโต้แย้งอย่างมากที่สุด เมื่อสักครู่ ยังมีท่านสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ท่านหนึ่งก็ได้ลุกขึ้นมาพูดจาในเรื่องดังกล่าวนี้ เช่นเดียวกัน เพราะความจริงมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพียงคำคำเดียวว่าจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีก็ดูยังจะเป็นถ้อยคำในกฎหมายที่ยังมีการตีความ อยู่อย่างหาจุดจบไม่ได้แม้กระทั่งมาถึงทุกวันนี้ นี่คือความยุ่งยากมากเรื่องของความเป็นที่สุด ในประการที่ ๒

ประการที่ ๓ คืออะไรความไม่แน่นอนของสมาชิกภาพ ของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อหรือแบบบัญชีรายชื่อ เพราะภายใน ๑ ปีนับจาก วันเลือกตั้งเป็นต้นมาถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งหนึ่งเขตเลือกตั้งใด เพราะผลจาก ความไม่สุจริตหรือความไม่เที่ยงธรรมของการเลือกตั้งในเวลาที่ผ่านมาคำนวณคะแนนใหม่ครับ ผลเปลี่ยนซึ่งเราก็พบความจริงว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของสมาชิกภาพของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งกันมาแล้ว ได้มีโอกาสเข้ามา ดำรงตำแหน่งเพียงประมาณสักสัปดาห์เดียวเท่านั้นครับ หลังจากนั้นต้องคำนวณกันใหม่แล้ว ก็เปลี่ยนแปลงกันใหม่ผมคิดว่านี่เป็นความเป็นที่สุดในประการที่ ๓

ความเป็นที่สุดในประการที่ ๔ ก่อให้เกิดพรรคการเมืองมากที่สุด ทั้งในสภานี้ และในรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่เป็นคณะรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ครับ กล่าวได้ว่ามีพรรคการเมือง มากที่สุดในสภาและมีพรรคการเมืองมากที่สุดในรัฐบาลมากกว่าครั้งใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมากถึง ๑๙ พรรค อันนี้ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน

และในประการที่ ๕ พรรคการเมืองมากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลก็ยาก ผลที่สุด กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็ต้องถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกัน เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลช้าการแถลงนโยบายของรัฐบาลก็จะช้า และสำคัญเหนือ สิ่งอื่นใดก็คือว่าการจัดทำงบประมาณประจำปีก็พลอยให้ล่าช้าไปด้วย เงินงบประมาณของ แผ่นดินที่คิดว่าจะเป็นหลักสาระสำคัญในการอัดฉีดลงสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ก็ไม่สามารถที่จะกระทำลงได้ ก็เป็นตัวซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจของประเทศอีกอันหนึ่ง เหมือนกันครับ

และในประการที่ ๖ ซึ่งกระผมคิดว่าน่าจะเป็นประการสุดท้ายที่พอจะนับได้ ในวันนี้ก็คือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำมากที่สุดนับตั้งแต่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลบริหาร ประเทศมาแล้วหลายต่อหลายคณะ

ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากอะไรครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะ นับเนื่องได้ว่าเป็นความล้มเหลวของระบบการเลือกตั้งในระบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างท่านค่อนข้างจะมีความมั่นใจเป็นอันมากในนวัตกรรมที่ท่าน พยายามจะสร้างขึ้นมา ผมเหลียวกลับไปดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้ กล่าวถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐพึงจัดให้ มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กำหนดโดยรับฟังความคิดเห็นของ ผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยเพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบท ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ท่านประธานครับ ท่านนำเอาหลักสาระสำคัญของบทมาตรา ๗๗ ซึ่งคนร่างรัฐธรรมนูญคงตั้งใจจะใช้หลักที่ว่านี้เป็นมาตรหรือเป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวของ กฎหมายทุกฉบับที่ได้ตราขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้านำเอาหลักดังกล่าวนี้มาใช้เป็น ตัวชี้วัดความสัมฤทธิ์หรือไม่สัมฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า แม้กระทั่งกรรมการยกร่างเองก็คงไม่สามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าสัมฤทธิ์ แน่นอน เพราะมันไม่สัมฤทธิ์เสียมากกว่า มันจะสัมฤทธิ์ได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะ การตรารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นั้น ที่ล้มเหลวนั้นมันไม่ได้หมายความว่ามีการตรากฎหมาย ขึ้นมาก่อนแล้ววันหนึ่งบริบทของสังคมมันเปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดผลไม่สัมฤทธิ์ เพราะ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในขณะที่ความสัมฤทธิ์หรือความก้าวหน้าของ รัฐธรรมนูญในความรู้สึกของประชาชนคนเลือกตั้งได้มีบริบทที่ก้าวหน้าไปในระดับหนึ่งแล้ว คือระบบบัตร ๒ ใบมีท่านสมาชิกหลายต่อหลายท่านได้กรุณาลุกขึ้นมาพูดจากในทางดี ในสภาทั้งการประชุมนัดที่แล้ว และการประชุมนัดนี้มันกลับกลายเป็นว่าในขณะที่ ความก้าวหน้าของประชาชนที่มีบริบทก้าวหน้าในระบบเลือกตั้ง เข้าใจระบบเลือกตั้งและ พอใจในระบบเลือกตั้ง กลายเป็นว่าคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญเองกลับมาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ถอยหลังไปอย่างน้อยก็ประมาณ ๒๐ ปีแล้วปัญหามันถึงเกิดขึ้น ท่านประธานครับ บัตร ๒ ใบนั้นต้องยอมรับความจริงว่าเราใช้มาแล้วอย่างน้อยก็ ๔ ครั้ง เป็นผลสืบเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ จนถึงปี ๒๕๕๐ ใช้มาแล้วสำหรับการเลือกตั้งในปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๔ กล่าวได้ว่าเป็นระบบเลือกตั้งที่ประชาชนคนเลือกตั้ง ได้มีความเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดีต่อการใช้สิทธิเลือกตั้งในระบบบัตร ๒ ใบที่ว่านี้ ที่สำคัญ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือว่ามันเป็นทางออกที่ทำให้ประชาชนไม่อึดอัดต่อการที่จะใช้สิทธิ ลงคะแนนเลือกตั้ง รักผู้สมัครพรรคหนึ่งแต่ไม่ชอบพรรค หรือไม่รักผู้สมัครแต่ชอบพรรค ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีทางออกด้วยกันในลักษณะที่สามารถจะเลือกคนจาก พรรคหนึ่งและสามารถที่จะเลือกพรรคอีกพรรคหนึ่งได้ตามใจชอบ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านคิดอะไรขึ้นมาครับ จะบอกว่าท่านคิดที่จะทำลายระบบ ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองก่อให้เกิดความสับสน ท่านก็คงไม่ปรารถนาร้ายถึงขนาดนั้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมคิดว่าผลของการยกร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะ ดังกล่าวนี้นวัตกรรมของระบบเลือกตั้งที่ท่านพยายามสร้างขึ้นมาดังกล่าวนี้ได้ก่อให้เกิดความ สับสนวุ่นวาย ความยุ่งเหยิงกันมากมายเป็นพิเศษก่อให้เกิดความล้มเหลวของระบบเลือกตั้ง ในประเทศไทยที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็สามารถจะกล่าวเช่นนั้นได้ นี่คือความสับสนความยุ่งเหยิง และความล้มเหลวของระบบเลือกตั้งที่ดูจะเป็นที่ยอมรับกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้แล้ว

ความล้มเหลวในประการที่ ๒ ซึ่งเป็นความล้มเหลวที่น่ากังวลมากเช่นเดียวกัน คือระบบเลือกตั้งดังกล่าวนี้เป็นระบบเลือกตั้งที่ทำให้เกิดความอ่อนแอของพรรคการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่แท้ไม่ต้องสงสัยเลย ท่านประธานเองก็เป็นนักการเมืองเก่า คนหนึ่งผ่านการเลือกตั้งมาหลายยุคหลายสมัยอย่างเต็มที กระผมมีความมั่นใจว่าสำหรับคนเลือกตั้งที่มีจิตใจและมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย อย่างมากมายพอสมควรนั้นต้องยอมรับความจริงว่าประชาธิปไตยในบ้านเมืองของเราจะมี ความเข้มแข็งอยู่ได้ก็ต่อเมื่อไม่มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งเท่านั้น ถ้าตราบใดพรรคการเมือง อ่อนแอตราบนั้นประชาธิปไตยของประเทศก็ไม่สามารถที่จะก้าวไปสู่ความเข้มแข็งได้เป็นอัน ขาด ซึ่งระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่าเป็นตัวการ อย่างสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง อ่อนแอลงอย่างไรครับ ท่านประธานจากระบบเลือกตั้งที่ให้ความสำคัญกับตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งมากมายเป็นพิเศษ เหนือกว่าพรรคการเมือง ความเข้าอกเข้าใจความภาคภูมิใจของประชาชนคนเลือกตั้งที่มีต่อ พรรคการเมืองที่ตนเองให้การสนับสนุนจะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงเป็นลำดับ หันไปให้ ความสำคัญกับตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งมากกว่าในระบบพรรคการเมือง ผมคิดว่านี้คือความ ล้มเหลวในประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ ระบบเช่นนี้ใช้กันมาก ๆ ต่อไปในวันข้างหน้า ความผูกพัน ความภักดีระหว่างตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งกับตัวพรรคการเมืองเองก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วย จับพลัดจับผลูตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเองก็พานคิดไปว่าตนเองได้รับการเลือกตั้งมาเพราะ คุณสมบัติความสามารถเฉพาะตัวของตัวเองมากกว่าพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัด ถ้าเกิด กรณีเช่นนี้ขึ้นมาในพรรคการเมืองก็ย่อมจะต้องเป็นข้อแน่นอนที่ไม่ต้องสงสัยว่าระเบียบวินัย ของพรรคการเมืองก็ย่อมจะคลายความศักดิ์สิทธิ์ลงอย่างไม่มีปัญหาเลย แล้วนั่นก็ย่อมจะเป็น การแน่นอนว่าความล้มเหลว ความอ่อนแอ ของพรรคการเมืองเกิดขึ้นแล้ว

ในประการที่ ๓ ผมคิดว่าถ้าระบบเช่นว่านี้ได้รับการใช้บังคับต่อไปการประมูล ตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีฐานคะแนนดี ชื่อเสียงดี คะแนนนิยมดีจะเกิดขึ้นมากมายต่อไปในวัน ข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าระบบเลือกตั้งที่ว่านี้ยังขืนใช้บังคับกันต่อไป ร้อยทั้งร้อย ผมกล้าพูดอย่างไม่ลังเลเลยว่าการประมูลตัวผู้สมัครอย่างที่กระผมกล่าวถึงจะเกิดขึ้น อย่างมากมายสำหรับการเลือกตั้งในคราวหน้าอย่างแน่แท้ไม่ต้องสงสัย ผมคิดว่าเหล่านี้คือ ลางร้ายที่ไม่น่าจะเป็นมงคลสำหรับระบบพรรคการเมืองและระบบประชาธิปไตยของ ประเทศนี้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ความน่ากังวลในประการที่ ๓ ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับ ความจริงว่าก่อเกิดขึ้นแล้วเหมือนกันจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ซึ่งไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย ต่อพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย กระผมคิดว่านักประชาธิปไตยที่แท้จริงย่อมจะต้อง มีความเข้าใจเป็นอันดีว่ารัฐธรรมนูญที่ดียิ่งสำหรับการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยก็คือรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีบทบัญญัติที่เอื้ออำนวยให้มีการพัฒนาไปสู่ความ สมบูรณ์แบบของประชาธิปไตยมากยิ่ง ๆ ขึ้นในอนาคต ฉบับนี้มีหรือไม่ครับ เพียงท่านประธาน เหลือบดูสาระเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น ส่วนที่เกี่ยวกับ สิทธิชุมชน ส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสหรือแม้แต่สิทธิของผู้บริโภค ในบ้านเมืองของเราจะได้รับการรับรองจากรัฐธรรมนูญนี้มากน้อยขนาดไหน อย่างไร ไม่ต้อง เทียบอื่นเทียบไกลละครับ เพียงแต่ย้อนรอยถอยหลังกลับไปเทียบกับฉบับปี ๒๕๕๐ ใกล้ ๆ กับฉบับนี้ เราก็จะพบความจริงและบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลายต่อหลายเรื่องที่ผม และเพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่านได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาพูดจาในสภานี้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ ที่แล้วถึงสัปดาห์นี้ ก็จะพบความจริงว่าสาระเนื้อหาดังกล่าวนี้ดูจะถดถอยมากไปกว่า ฉบับปี ๒๕๕๐ มากมายหลายประการด้วยกัน บทบัญญัติเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบทบัญญัติ ที่ควรจะได้รับการแก้ไขเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเราต่างจะต้องมีความมั่นใจว่าการพัฒนาการเมือง การปกครองไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความสมบูรณ์แบบต่างหากที่จะเป็น หลักประกันที่ดียิ่งสำหรับประชาชนพลเมืองของเรา ไม่ว่าจะในทางการเมืองในทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ในทางสังคม แต่เมื่อเหลียวกลับมาดูบทบัญญัติของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๕๖ ต้องยอมรับความจริงว่านี่คือป้อมปราการอย่างสำคัญยิ่งที่ดูจะเป็นอุปสรรค ข้อขัดข้องอย่างมากมายในการที่จะแก้ไขได้ ท่านประธานครับ เวลาทำท่าว่าจะหมดลงแล้วแต่ว่าเนื้อหาสาระที่ผมคิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์สำหรับเป็นข้อสังเกตในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อทำการศึกษาในแนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญก็อยากจะขอความกรุณาเพื่อเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยว่า ความชัดเจนของการ แก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งดูจะยุ่งยากมากเรื่องก็ดูจะมีเพื่อนสมาชิกในสภานี้ได้พูดเอาไว้แล้วตาม สมควร แต่ว่าบางทีตัวอย่างที่กระผมจะขอหยิบยกมาบอกเล่าให้ท่านประธานและเพื่อน ในสภานี้ได้รับทราบในวันนี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ทำให้มองภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่ายุ่งยาก มากเรื่องขนาดไหน วันนี้เรามีรัฐธรรมนูญที่ใช้ในการปกครองประเทศผ่านมาแล้วถึง ๒๐ ฉบับ ถ้านับฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งเรากำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ๑๙ ฉบับที่ผ่านมาในเรื่องการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีหลักเกณฑ์และวิธีการอย่างไร ใน ๑๙ ฉบับที่ผ่านมาผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าบางฉบับก็มีบทว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมและบางฉบับก็ไม่มีเพราะ เป็นเพียงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หรือเป็นรัฐธรรมนูญเพียงรอการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญฉบับ ถาวรขึ้นมา มีรัฐธรรมนูญของประเทศไทยก่อนฉบับนี้อยู่ ๑๓ ฉบับด้วยกันที่มีบทบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีความชัดเจนอธิบายได้ ใน ๑๓ ฉบับที่ว่านี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าล้วนแล้วแต่ใช้หลักการของการถือเสียงข้างมากที่นับรวมกันเป็นตัวตัดสิน ชี้ขาดในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งต่างกับฉบับนี้ ใน ๑๓ ฉบับมีอยู่ ๘ ฉบับที่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นเพียงแต่ใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่งเท่านั้นก็สามารถจะ แก้ไขได้ มีอยู่ ๔ ฉบับที่ใช้เสียงยากมากขึ้นเล็กน้อยคือต้องได้มากถึง ๒ ใน ๓ แล้วก็มีอยู่เพียง ฉบับเดียวเท่านั้นที่ยากมากไปกว่าทั้ง ๒ ส่วนที่ว่าคือรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี ๒๔๗๕ ซึ่งต้อง ใช้เสียงมากถึง ๓ ใน ๔ แต่ว่าอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็น ๒ ใน ๓ หรือเป็น ๓ ใน ๔ ก็ดูจะ ไม่ยุ่งยากมากเรื่องเหมือนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ว่านี้ เพราะ นอกเหนือจากจะได้เสียงมากเกินไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้วยังจำเป็นจะต้องได้รับเสียงสนับสนุน จากสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ คือ ๘๔ เสียง และยังจะต้องได้เสียงสนับสนุนจาก พรรคการเมืองที่ไม่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือเป็น รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกอย่างน้อยร้อยละ ๒๐ หลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมาอย่างนี้ ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไปในเนื้อหาลึก ๆ แล้วก็จะพบความจริงว่าน่าจะสวนทางกับหลักการ ของการใช้เสียงข้างมากของระบอบประชาธิปไตยอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะแม้เราจะได้ เสียงสนับสนุนมากถึง ๒ ใน ๓ คือประมาณ ๕๐๐ เสียงใน ๗๕๐ เสียง แต่ถ้าเราไม่ได้เสียง ข้างน้อย ๘๔ เสียงไม่ได้เสียงข้างน้อยร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๒๐ ทุกวันนี้ฟังดูแล้วไม่น่าจะ มีปัญหาแล้ว แต่ว่าใน ๘๔ เสียง แม้ว่าจากการพูดคุยกันจะได้มีบรรดาสมาชิกวุฒิสภาบางคน ค่อนข้างจะคล้อยตามว่าถ้าแก้ในเรื่องที่มีเหตุมีผลตามสมควรก็พร้อมจะสนับสนุน แต่จะได้ถึง ๘๔ เสียงหรือไม่ก็ยังเป็นประเด็นอยู่ การกำหนดหลักเกณฑ์เช่นว่านี้เห็นได้อย่างชัด ๆ ว่า แทนที่จะใช้เสียงข้างมากเป็นตัวตัดสินกลับเป็นการใช้เสียงข้างน้อยมากำหนดเสียงข้างมาก ถ้าเสียงข้างน้อยไม่ได้ตามที่ต้องการเสียงข้างมากจะมากขนาดไหน อย่างไร ก็ไม่สามารถจะ นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความปรารถนาของฝ่ายข้างมากในสภา ผู้แทนราษฎรได้เลย ไม่ว่าจะด้วยประการใดทั้งสิ้น และสำคัญไปกว่านั้นก็คือว่าผมเป็นคน สนใจเรื่องรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ในชั้นเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย แม้ระยะเวลาของการ เป็นนักศึกษาเรียนวิชากฎหมายว่าด้วยรัฐธรรมนูญจะผ่านพ้นมาแล้วกว่า ๕๐ ปี ผมยังจำ ถ้อยคำที่สำคัญของท่านอาจารย์ผู้บรรยายวิชารัฐธรรมนูญในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี ท่านคือศาสตราจารย์พิเศษ ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็น ผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศนี้ ท่านเขียนเอาไว้ท่านบรรยายเอาไว้ เป็นข้อความที่สำคัญตอนหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ความจำเป็นที่ จะต้องทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากกว่ากฎหมายธรรมดาก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่ว่า อย่างไรก็ตามท่านบอกว่า ถ้าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ว่านั้นยากมากจนเกินไป จนก่อให้เกิดทางตันก็อาจจะนำไปสู่วิกฤติรัฐธรรมนูญได้ แม้เวลาจะผ่านพ้นมาเป็นระยะเวลา กว่า ๕๐ แล้วกระผมยังจำสาระสำคัญของคำบรรยายตอนนี้จากปากของท่านศาสตราจารย์ พิเศษ ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย ได้เป็นอย่างดี ยากเกินไปก่อให้เกิดทางตันอาจจะก่อให้เกิด วิกฤติรัฐธรรมนูญได้ บ้านเมืองเราวันนี้เกิดวิกฤติหลายต่อหลายวิกฤติก็สามารถที่จะพูดกันได้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่าเราก็ไม่ควรจะใจจืดใจดำถึงขนาดปล่อยให้เกิดวิกฤติ รัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในประเทศนี้ ซึ่งคงจะไม่ก่อให้เกิดผลดีกับประเทศอย่างไม่มี ปัญหาเลย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมจำได้แม่นยำว่าเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคของกระผม คือ ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านพูดเอาไว้เป็นเนื้อความที่ค่อนข้างจะกินใจมาก ท่านบอกว่าบ้านเมืองเราเดินทางมาถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องหันหน้าเข้าหากันจริงใจต่อกัน แล้วตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้นเพื่อคลี่คลายปัญหาของประเทศ ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นวันนี้ บ้านเมืองคงได้เวลาที่จะทำเช่นนั้นแล้ว วันนี้คนทุกภาคส่วนของสังคมในประเทศนี้ควรจะ ตระหนักได้แล้วว่าบ้านเมืองกำลังวิกฤติอยู่มากมายหลายประการด้วยกัน อะไรที่ควรจะ หันหน้าเข้าหากัน แก้ปัญหาร่วมกันในฐานะที่ทุกภาคส่วนก็ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าของประเทศ ด้วยกันทั้งสิ้น ผมคิดว่านั่นก็น่าจะถึงวิถีทางน่าจะถึงเวลาที่จะต้องกระทำเช่นนั้น ทั้งหมดนี้คือ เหตุและผลที่กระผมพยายามจะลุกขึ้นมาอภิปรายกราบเรียนท่านประธาน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความมุ่งมั่นปรารถนาของ พวกเราท่านทั้งหลายทุกคนในวันนี้ และนั่นก็ย่อมจะหมายถึงว่าคณะกรรมาธิการที่ได้รับการ แต่งตั้งจากสภานี้คงจะได้ตั้งอกตั้งใจหันหน้าเข้าหากันจริงใจต่อกัน เพื่อร่วมมือกันแก้ไข ปัญหาของประเทศ ช่วยกันคลี่คลายปัญหาวิกฤติของประเทศที่อาจจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ที่เคารพผมคิดว่าเราอภิปรายกันพอสมควรแล้วนะครับ เพราะว่าท่านสมาชิกส่วนใหญ่ ที่อภิปรายก็ไม่มีใครคัดค้านทุกคนเห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดังนั้นขอปิด การอภิปรายเพื่อจะรอลงมติ แต่ก่อนที่จะลงมตินั้นผู้เสนอญัตติมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีก ๑ ครั้ง ท่านจะใช้สิทธิหรือไม่ครับ ก็สรุปสั้น ๆ แล้วกันในเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมด ขอเชิญท่านเจ้าของญัตติคนแรกก่อนครับ ท่านปิยบุตรก่อนแล้วต่อมาท่านเทพไท

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ร่วมกับท่านสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ผมขอใช้สิทธิสรุปญัตติดังต่อไป

ผมติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระการประชุมที่เกี่ยวกับญัตติ เรื่องเกี่ยวกับการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญนี้มาต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนมาถึงวันนี้ ฟังแล้วก็มีความหวังครับท่านประธาน มีความหวังเพราะว่าเราเริ่มต้นจากฝ่ายค้านคือ ท่านสุทินกับผมและพรรคร่วมฝ่ายค้านไปเสนอกัน เราก็ไม่ได้คาดคิดว่าในท้ายที่สุดจะสำเร็จ หรือไม่อย่างไรเพราะเราก็ยอมรับว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย แต่แล้วก็มีพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีนโยบายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญรณรงค์การหาเสียงด้วยก็ เสนอขึ้นมาอีกญัตติหนึ่ง จากนั้นก็มีเพื่อนจากพรรคร่วมรัฐบาลอีกพรรคหนึ่งก็ไปเสนอญัตติหนึ่ง และในท้ายสุดก็กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งของฝ่ายรัฐบาลได้มาเสนอญัตติด้วยกัน ดังนั้น มันจึงนิมิตหมายที่ดีว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน่าจะหาฉันทามติร่วมกันในการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ ผมมองอย่างนี้ครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าต่อไปได้ด้วยกัน ขออนุญาตท่านประธานพอดีเสียสมาธิเล็กน้อยเสียงดังขออนุญาต ท่านประธานช่วยเตือนเพื่อนสมาชิกได้หรือไม่ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณครับ เมื่อสักครู่นี้ ผมกำลังอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับว่าในชั้นสภาผู้แทนราษฎรนั้นเราน่าจะฉันทามติร่วมกันได้ง่าย เพราะว่าญัตติมาจากหลากหลายพรรคทั้งซีกฝ่ายค้านและซีกของรัฐบาล และล่าสุดก็ได้ยินข่าว มาว่าวิป (Whip) รัฐบาลนั้นมีมติจะเสนอท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค น่าจะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าการทำงานในชั้น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งท่านพีระพันธุ์เคยเป็น ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการชุดนี้ก่อนที่ท่านจะลาออกจาก ส.ส. ไปเราก็ทำงานด้วยกันได้อย่างดี ก็หวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเดินหน้าศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญได้อย่างดีที่สุด ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ถ้าในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราปรึกษาหารือกันเห็นพ้องต้องกันแล้วจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญมันกลับกลายเป็น ว่าอุปสรรคของการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไปอยู่ที่วุฒิสภา เพราะไม่ว่าจะวาระ ๑ หรือวาระ ๓ เราต้องได้เสียงของสมาชิกวุฒิสภาอย่างน้อย ๘๐ กว่าเสียงไม่อย่างนั้นไม่มีวันแก้ได้ เพราะฉะนั้นกลับกลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้วุฒิสภาซึ่งมีสมาชิก ๒๕๐ คน มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. กลับกลายเป็นผู้กำหนดชะตากรรมการเมืองของ ประเทศไทยตั้งแต่เลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ตอนนี้ก็จะมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ อีกแล้วหนำซ้ำยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศอีกด้วย มันเลยกลายเป็นกลับตาลปัตรว่าพวกเราสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งเรา อยากจะทำอะไรเราอยากจะเดินหน้าแก้ไขอะไรต้องรอสัญญาณต้องรอความเห็นชอบจาก วุฒิสภา มันกลับกลายเป็นว่าองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พูดกันง่าย ๆ ๑. ตัวเองไม่ได้ มาจากการเลือกตั้ง ๒. เสียงก็น้อยกว่าแค่ ๘๐ กว่าเสียงก็สามารถขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ได้แล้วแค่ ๒๕๐ คนก็เข้าไปมีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีได้แล้วมันเลยกลายเป็น รัฐธรรมนูญที่กลับตาลปัตรที่สุด แต่ไม่อะไรครับท่านประธาน ในท้ายที่สุดเราก็ต้องเดินหน้า ต่อไป เพราะถ้าไม่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ก็จะไม่มีโอกาสได้แก้รัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มันมีลักษณะที่ขัดแย้งกันเองอยู่ ๒ อย่าง เป็นรัฐธรรมนูญที่มี ความเปราะบางพร้อม ๆ กับเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความแข็งกระด้างอยู่ในตัว มันเปราะบาง ตรงไหนครับ มันเปราะบางตรงฐานที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานที่มาที่ปราศจาก ความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง พูดง่าย ๆ ก่อตั้งขึ้นมาได้เพราะใช้กำลังทางกายภาพ กำลังทาง อาวุธ กำลังจากการรัฐประหาร ในท้ายที่สุดก็ใช้กลไกรัฐต่าง ๆ จนผ่านประชามติ ทำให้ตั้งอยู่ บนพื้นฐานความชอบธรรมที่เปราะบางมาก ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความแข็งกระด้าง แข็งกระด้างก็คือแก้ยากมากอยากจะแก้ต้องมีเสียง ส.ว. ๘๐ กว่าเสียง ไม่อย่างนั้นไม่มีวันแก้ได้ และอาจจะเจอร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบการแก้รัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งกันด้านหนึ่งฐานที่มาความชอบธรรมน้อยมากเปราะบาง แต่อีกด้านหนึ่งจะแก้ ก็แก้ยากแข็งกระด้างเหลือเกิน สภาพการณ์แบบนี้มันจะเกิดสภาวะการตึงเครียดกันภายใน รัฐธรรมนูญจนอาจไปเกิดวิกฤติการณ์รัฐธรรมนูญได้ ฝ่ายอยากแก้อยากจะเดินหน้าแก้แต่ถ้า เจอคนขวางไม่ให้แก้ก็จะแก้ไม่ได้ในที่สุดจะนำมาซึ่งวิกฤติการณ์รัฐธรรมนูญ จึงไม่เกินเลยไป ที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้เปรียบเสมือนเป็นระเบิดเวลา เป็นระเบิดเวลาคือ กล่าวกันว่าชะตากรรมของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในท้ายที่สุดถ้าหากเราเดินหน้าแก้ไม่ได้ ในท้ายที่สุดมันจะไปถึงจุดที่ว่ามันอาจจะถูกยกเลิกหรือถูกฉีกโดยคณะรัฐประหารก็จะถูกฉีก ถูกยกเลิกไปโดยการลุกฮือของพี่น้องประชาชน ซึ่งสภาพการณ์ทั้ง ๒ อันนี้เป็นสภาพการณ์ ที่ไม่พึงประสงค์ในการเมืองในระบบอย่างยิ่ง แบบที่ ๑ ที่ว่าสุดท้ายแก้กันไม่ได้ต้องให้คณะรัฐประหารมาฉีกอีกครั้งหนึ่งเพื่อปลดล็อกออก จากวิกฤติสุดท้ายเราก็จะได้นายทหารกลับมาเผด็จการอีกมาปกครองประเทศอีกแล้วก็เข้าสู่ อีหรอบเดิมอีก เช่นเดียวกันถ้าเกิดพี่น้องประชาชนเกิดความไม่พอใจจนมันเกิดวิกฤติแล้ว รัฐธรรมนูญติดล็อกอยู่แบบนี้แก้ไม่ได้ก็จะนำมาซึ่งการลุกฮือของประชาชนซึ่งควบคุมไม่ได้ ไม่รู้อะไรจะเกิด ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้เองจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎร ต้องรับพันธกิจอันสำคัญครั้งนี้ในฐานะเรามาจากการเลือกตั้ง เราต้องเริ่มเดินหน้าปลดชนวน ระเบิดเวลาที่ชื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ด้วยกัน เริ่มต้นกดดันให้วุฒิสภายอมให้มีการแก้ รัฐธรรมนูญให้ได้เริ่มต้นสร้างกระแสให้พี่น้องประชาชนสนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ ถ้าเราเริ่มต้นเรื่องนี้ไม่ได้ผมคาดเดาไม่ออกเลยว่าระเบิดเวลาลูกนี้มันจะระเบิดขึ้นมาจริง ๆ เมื่อวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปีไหน เพราะฉะนั้นอยากฝากที่ประชุมแห่งนี้ครับ พวกเราวันนี้ เดินหน้ากันมาได้อย่างดียิ่งดีแล้ว ญัตติทุกญัตติทุกพรรคร่วมกันเสนอทั้งซีกรัฐบาล ทั้งซีกฝ่ายค้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ถ้าเมื่อเดินหน้าเกิดขึ้นแล้วจะสามารถผลักดัน จนทำให้พวกเราสภาผู้แทนราษฎรกดดันจนวุฒิสภายอมแก้ไขและในท้ายที่สุดจะเดินหน้า ไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อย่างสันติครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเทพไท เจ้าของญัตติอภิปรายสรุปครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของญัตติได้อภิปรายสรุปญัตติของผมซึ่งจะใช้ เวลาไม่เกิน ๑๐ นาที ต้องเรียนกับท่านประธานว่าจากการฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ๒ วัน เราก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นก็คือว่ายังไม่มีใครอภิปรายบอกว่า ไม่สมควรที่จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือไม่สมควรที่จะศึกษาข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมอยากจะสรุปกับท่านประธาน ใน ๓ ประเด็น ใน ๓ เรื่อง เรื่องจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ

เรื่องแรก เรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ มากสำหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หลายคนบอกว่านักการเมืองพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ก็จะพูดเรื่องสิทธิของตัวเอง ผลประโยชน์ของนักการเมือง ผลประโยชน์ของ ส.ส. จะต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมติดใจมากในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่เขาให้ฉายากัน มากมายก็คือเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเราก็ยอมรับว่า ถ้าดูในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ จะเห็นว่าบทบาทและความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนลดน้อยถอยลงไปเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ถ้าถามว่าในหมวดไหน บ้าง ในเรื่องไหนบ้างท่านประธานครับ เรื่องความเสมอภาค เรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล เรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เรื่องสิทธิในทรัพย์สิน เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการ ประกอบอาชีพ เสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน สิทธิและเสรีภาพ ในการศึกษา สิทธิการได้รับการบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ สิทธิในข้อมูล ข่าวสารและการร้องเรียน สุดท้ายก็คือสิทธิชุมชนครับ ทั้งหมดนี้ผมเทียบเคียงดูแล้วกับ มาตราต่อมาตราระหว่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ต่างกันลิบลับครับท่านประธาน เราจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ถอยหลัง ล้าหลังกว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๐ จาก ๒๐ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน อย่างอื่น ก้าวหน้าหมดครับประเทศไทยเรา รัฐธรรมนูญเท่านั้นที่ล้าหลังถอยหลังครับ ไม่น่าเชื่อเลยครับ ท่านประธานยิ่งเขียนยิ่งล้าหลัง สาละวันเตี้ยลงทุกวันเลยท่านประธาน ซึ่งอันนี้ชัดเลย ท่านประธาน ท่านประธานไปเปิดดูได้เลยในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ วรรคห้า มาตรา ๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีระบุ ผมไม่ได้ยกเมฆขึ้นมา

เรื่องที่ ๒ ที่จะพูดที่จะสรุปก็คือเรื่องการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายต่าง ๆ ใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรื่องการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัตินั่นก็คือการเลือกตั้ง ส.ส. ครับ การเลือกตั้ง ส.ส. ใช้บัตรใบเดียวจึงมีกระบวนการซื้อเสียงกันอย่างมหาศาลอย่างแพร่หลาย ทั่วประเทศ แต่หลายคนที่บอกว่าไม่มีการซื้อเสียงน่าจะมีเฉพาะ กกต. ชุดนี้เท่านั้นละครับ เพราะยังไม่เคยให้ใบแดงคนซื้อเสียงได้แม้แต่ใบเดียว และผมก็ฝากท่านประธานไปดูการ เลือกตั้งที่จะถึงนี้ที่จังหวัดขอนแก่นก็แล้วกัน แล้วไปดูแล้วจับให้ผมดูเสียหน่อยแล้วผมเชื่อว่า มีการซื้อเสียง ลองจับดูว่าสามารถที่จะดำเนินการกับคนซื้อเสียงได้หรือไม่ เลือกตั้ง ๑ ใบเป็น การส่งเสริมการซื้อเสียงอย่างมหาศาลอย่างมโหฬารเพราะคุ้มกับการลงทุน ซื้อเสียง ๑ เสียง ได้ ส.ส. เขต ได้ ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list) ได้ตัวนายกรัฐมนตรี ไปดูเรื่องการเข้าสู่อำนาจ ของ ส.ส. เรื่องการคิดสัดส่วนของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๑ หลักคิดก็คือว่าเอาคะแนน ทั่วประเทศหารด้วย ๕๐๐ คนเราจะได้ค่าเฉลี่ยของ ส.ส. แต่ละคน แต่ว่าสุดท้ายพอ กกต. คิดขึ้นมาท่านประธานก็เห็นว่ามันได้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เลยเป็นที่มาของการฟ้องร้อง ในเรื่องการคิดสัดส่วนของผู้แทนที่พึงจะมีพึงจะได้จนถึงวันนี้ รวมไปถึงคุณสมบัติของ ส.ส. เขียนไปถึงการถือหุ้นในกิจการสื่อ ซึ่งท่านประธานก็เห็นว่าวันนี้มีการร้องเรียนที่ ป.ป.ช. แล้วก็เป็นปัญหาสำหรับคนที่มาเป็น ส.ส. พูดถึงเรื่องการผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ผิดกฎหมาย ต่าง ๆ ตัดสิทธิเขาตลอดชีวิตเลย ส่วนที่ ๒ การเข้าสู่อำนาจของ ส.ว. ถ้าท่านประธานไปดู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ส.ว. มีทั้งหมด ๒๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนี่ถือว่าก้าวหน้าที่สุด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถอยลงมาหน่อยหนึ่ง จำนวน ๑๕๐ คนเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน ๗๖ จังหวัดที่เหลือเป็น ส.ว. สรรหาจำนวน ๗๔ คน แต่พอมาดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ๒๕๐ คนครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งทั้งหมดจาก คสช. หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง แต่งตั้งเสร็จ คนที่ได้รับการแต่งตั้งก็มาเลือกหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีนี่ล่ะเกาหลังชัด ๆ เลย การเข้าสู่อำนาจของคณะรัฐมนตรีท่านประธานก็เห็นเมื่อมี ส.ว. แต่งตั้ง ๒๕๐ บวกกับ ส.ส. ๕๐๐ คนได้ครึ่งสภา ๓๗๖ คนที่มีแต้มต่ออยู่ ๒๕๐ หาอีก ๑๒๖ ได้เป็นรัฐบาลแน่นอนได้เป็น นายกรัฐมนตรีแน่นอน เพราะฉะนั้นเลยเป็นที่มาของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รัฐบาลอ่อนแอ รัฐบาลหลายพรรค เหมือนกับกรณีที่ท่านบัญญัติ บรรทัดฐานได้อภิปรายไป เรื่องของหมวด การแก้ไขครับ หมวดการแก้ไขอันนี้ก็ต้องยอมรับเพื่อนสมาชิกได้พูดกันหลายคนเลยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ไขได้ก็คือต้องปฏิวัติรัฐประหารอย่างเดียวเท่านั้น อย่างอื่นยากมาก เลย จะไปหวังพึ่ง ส.ว. ๘๔ คน ๑ ใน ๓ ยากครับ เพราะฉะนั้นกลไกทั้งหมดที่ผมเสนอญัตติ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดยืนของพรรค ประชาธิปัตย์ก็คือแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ซึ่งเป็นกุญแจที่จะนำไปสู่การแก้ไข ถามว่าทำไมเรา แก้ไขมาตรานี้ เพราะเราคิดว่ามาตรานี้ควรจะแก้ไขให้มันเหมือนกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นั่นก็คือใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายคนอภิปรายบอกว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมไม่ได้ยึดโยง กับประชาชน ท่านประธานผมก็คิดว่าเราขออนุญาตที่จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ให้คน ที่มาจากประชาชนคือ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนแก้ อย่างน้อยก็พูดได้ว่าเป็น ส่วนหนึ่งเป็นเสี้ยวหนึ่งของการทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีคนที่มาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนที่มีส่วนร่วมด้วยครับ แต่ว่าต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับ ประเทศไทย ตอนท่านประธานเด็ก ๆ เล็ก ๆ ท่านประธานก็คงเคยเล่นคำทาย ที่เขาทายกัน ว่าอะไรเอ่ยคนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ ท่านประธานก็จะบอกว่าโลงศพ แต่ว่ายุคนี้ตอบได้ เลยว่านอกจากโลงศพแล้วก็คือรัฐธรรมนูญประเทศไทยด้วย คือคนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ เขียนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึง ขั้นตอนการขอมติจากที่ประชุม เนื่องจากญัตติทั้ง ๖ ฉบับมีเหมือนกันอยู่ ๕ ฉบับ คือขอให้ สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งของท่านปิยบุตร ท่านสมคิด ท่านเทพไท ท่านวิเชียร ท่านจตุพรที่ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ส่วนของท่านนิกร จำนง นั้นเป็นญัตติ ที่ให้สภาศึกษาแล้วส่งไปทางรัฐบาล ท่านนิกรจะเสนออะไรเชิญครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ในฐานะผู้ยื่นญัตติ ใจจริงก็อยากให้มีการตั้งกรรมาธิการแต่ว่าเสียงไม่พอก็เลยยื่นมาแบบนี้ ตามข้อบังคับ ถ้าสามารถจะร่วมกันตั้งกรรมาธิการได้ก็ยินดีมาก ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

การเปลี่ยนแปลงญัตติต้องเป็นมติของที่ประชุม เพราะแก้ไขไม่ได้แล้วครับ ที่ประชุมขัดข้อง หรือไม่ครับ ท่านนิกรจะขอร่วมว่าให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญด้วยใช่หรือไม่ครับ ที่ประชุม คงไม่ขัดข้องนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่ขัดข้อง ผมจะได้ดำเนินการต่อ ต่อไปผมคงจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๖ ฉบับหรือไม่ ก่อนลงมติคงขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

รอท่านสมาชิก สักนิดหนึ่งก่อนเสียบบัตร ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสุทา ประทีป ณ ถลาง ไม่มีบัตรใช่หรือไม่ครับ ท่านสุทา ประทีป ณ ถลาง แสดงตนนะครับ โอเค (OK) เชิญครับ

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอแสดงตนครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีก หรือไม่ครับ เชิญท่านครับ

นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ พัทลุง

๐๗๘ ขอแสดงตนครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓ ท่าน แล้วมีอีกหรือไม่ครับ ไม่มีแล้วปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่ขอผลการแสดงตน มีท่านสมาชิกทั้งหมดเท่าไรครับ มีผู้แสดงตนเข้าร่วมประชุม ๔๓๒ บวก ๓ ท่าน เป็น ๔๓๕ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติ แล้วขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรตั้งโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่างดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญสมาชิกลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ภูเก็ต

สุทา ประทีป ณ ถลาง ลำดับที่ ๔๒๖ เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านผู้ใด บัตรใช้ไม่ได้เชิญเลยครับ ลำดับที่ ๔๒๖ ท่านสุทา ประทีป ณ ถลาง ๑ ท่านแล้วครับ เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ลำดับที่ ๑๑๕ เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ลำดับที่ ๐๗๘ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓ ท่านแล้วนะครับ มีอีกหรือไม่ครับ เชิญท่านประธานศุภชัยออกเสียงครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออนุญาต ใช้สิทธิ งดออกเสียง นะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ได้ลงคะแนนเสียงครบทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าครบทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอประทานโทษ ยังไม่ได้ลงคะแนนเลย แถวนี้ยังไม่ได้ลงเลยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายถึง มีขัดข้องหรือครับ เพราะอะไร เครื่องขัดข้องหรืออะไรครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ๓ คนยังไม่ได้ลงขอประทานโทษครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงเลยครับ ท่านออกเสียงลงคะแนนโดยไมโครโฟนครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ผม วิรัตน์ วรศสิริน เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แบบบัญชีรายชื่อ

ผม เสรีพิศุทธ์ เห็นด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเสรีพิศุทธ์ เห็นด้วยนะครับ มีอีกหรือไม่ครับ

นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แบบบัญชีรายชื่อ

นภาพร เพ็ชร์จินดา เห็นด้วยค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ งดออกเสียง คงจะทั้ง ๓ ท่านบนบัลลังก์ ตัวเลข ๔๔๕ เสียง ที่เห็นด้วย รวมอีก ๓ ท่าน สรุปง่าย ๆ ว่ามติเป็นเอกฉันท์ ไม่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็คือบนบัลลังก์ ๓ ท่าน มติของที่ประชุมก็คือให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอจำนวนกรรมาธิการว่าจะใช้กรรมาธิการกี่ท่านครับ

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอจำนวนกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งหมด ๔๙ ท่าน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ๔๙ ท่าน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๔๙ ท่าน ตามข้อบังคับคณะรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมาธิการได้ ๑ ใน ๔ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจะมีหรือไม่ครับ เชิญครับ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ประธานที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๑๒ ท่าน มีรายนาม ดังนี้ ๑. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๓. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๔. นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ๕. นายดำรงค์ พิเดช ๖. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ๗. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๘. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๙. นายอุดม รัฐอมฤต ๑๐. นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ๑๑. นายโกวิทย์ ธารณา ๑๒. นายธนกร วังบุญคงชัยชนะ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องมี ผู้รับรองหรอกครับของคณะรัฐมนตรี ที่เหลือก็เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยดังนี้ ๑. นายชัยเกษม นิติสิริ ๒. นายชูศักดิ์ ศิรินิล ๓. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๔. นายโภคิน พลกุล ๕. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ๖. นายวัฒนา เมืองสุข ๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๘. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๙. นายสุทิน คลังแสง ๑๐. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ขอผู้รับรองค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐ

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของพรรค พลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ประกอบด้วย ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๓. นายสิระ เจนจาคะ ๔. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๕. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๖. นายทศพร เพ็งส้ม ๗. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์วลัยพร รัตนเศรษฐ ๙. นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบถูกต้องนะครับ พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่านครับ

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ธัญวาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ๑. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ๒. นายชำนาญ จันทร์เรือง ๓. นายรังสิมันต์ โรม ๔. นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ๕. นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และ ๖. นายชัยธวัช ตุลาธน ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครับ

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓. นายเทพไท เสนพงศ์ ๔. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ ถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ

นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑. ท่านศุภชัย ใจสมุทร ๒. ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๓. ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ๔. ท่านบุญดำรง ประเสริฐโสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๑ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน คือ รองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองครบ พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ถูกต้อง พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอตามสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอผู้รับรอง ขอบคุณครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองครบ ถูกต้องครับ ครบทั้ง ๔๙ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อ กรรมาธิการครับ

นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๒ คน ๑. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๓. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๔. นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ๕. นายดำรงค์ พิเดช ๖. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ๗. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๘. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๙. ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต ๑๐. นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ๑๑. นายโกวิทย์ ธารณา ๑๒. นายธนกร วังบุญคงชนะ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ คน ๑. นายชัยเกษม นิติสิริ ๒. นายชูศักดิ์ ศิรินิล ๓. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๔. นายโภคิน พลกุล ๕. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ๖. นายวัฒนา เมืองสุข ๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๘. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๙. นายสุทิน คลังแสง ๑๐. นายยงยุทธ ติยะไพรัช พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ คน ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๓. นายสิระ เจนจาคะ ๔. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๕. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๖. นายทศพล เพ็งส้ม ๗. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วลัยพร รัตนเศรษฐ ๙. นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม พรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ คน ๑. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ๒. นายชำนาญ จันทร์เรือง ๓. นายรังสิมันต์ โรม ๔. นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ๕. นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ๖. นายชัยธวัช ตุลาธน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ คน ๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓. นายเทพไท เสนพงศ์ ๔. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ คน ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๔. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ คน ๑. นายนิกร จำนง พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ คน ๑. รองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร พรรค ประชาชาติ จำนวน ๑ คน ๑. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พรรคเศรษฐกิจ จำนวน ๑ คน ๑. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาในการพิจารณา ๑๘๐ วันค่ะ ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ สรุปว่าการประชุมเพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาหาแนวทางในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็ถือว่าจบนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในการเสนอกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อนสมาชิก ได้เสนอญัตติ ๑๘๐ วัน กระผมเห็นว่ามันยาวไป ขออนุญาตท่านประธานครับ เสนอ ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผมว่าทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายปรึกษาหารือกันหน่อยดีหรือไม่ครับ เพื่อจะ ได้หาข้อยุติ เป็นอย่างไรครับวิป (Whip) ๒ ฝ่าย ได้หารือกันพอที่จะหาข้อสรุปได้หรือยัง เชิญครับ

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ พรรคพลังประชารัฐค่ะ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาในการ พิจารณา ๑๒๐ วันค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปรับใหม่จาก ๑๘๐ วันเป็น ๑๒๐ วันนะครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ทางวิป (Whip) ฝ่ายค้านเป็นข้อตกลงแล้ว ใช่หรือไม่ครับ เป็นข้อตกลงแล้วนะครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธาน กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เพื่อนสมาชิกได้เสนอวันเวลา ๑๒๐ วันนี่พอรับได้ครับ ผมขออนุญาตถอน ๙๐ วันครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาเป็นระยะเวลา ๑๒๐ วันนะครับ ก็ถือว่าเป็นการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ก็เป็นที่สำเร็จเรียบร้อยนะครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่อย่างดีที่สุดของวันนี้นะครับ วันนี้ได้ทำหน้าที่มาเต็มที่แล้ว ผมขอขอบคุณและขอปิดการประชุมนะครับ พรุ่งนี้ประชุมใหม่ เปิดประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๕๕ นาฬิกา