รังสิมันต์ โรม อภิปรายวิจารณ์ความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ที่เกิดจากการยึดอำนาจ โดยชี้ว่า ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคสช. สามารถร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจและขัดขวางเจตจำนงประชาชนในการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมเตือนว่าการใช้อำนาจดังกล่าวอาจขัดต่อสัญญาพรรคการเมืองในการยกเลิกเกณฑ์ทหาร
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมแค่ พยายามจะถือโอกาสชี้แจงพี่น้องประชาชนแต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมจะลงในเนื้อหาสาระที่จะ ทำให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญที่กว้างขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นมาด้วยความต้องการหวงแหนอำนาจของบุคคลที่เราก็รู้ว่าคือใคร คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรารู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจาก การยึดอำนาจแล้วเกิดจากความต้องการในการแสวงหาอำนาจต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในยุคของ การรัฐประหารแล้วก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ขาดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตยแล้วทำให้อำนาจของประชาชนนั้นด้อยลงในขณะที่ ทำให้อำนาจของคณะรัฐประหารนั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กิจการผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของ ประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตัวปัญหาที่สำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่ผมจำเป็นต้องเรียนต่อท่านประธานคือ ส.ว. ครับ ส.ว. ชุดนี้เป็น ส.ว. ตามบทเฉพาะกาล มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๕๐ คน ส.ว. ชุดนี้ไม่มีประชาชนคนใดได้เป็นผู้เลือกเลยครับ เพราะ ส.ว. ชุดนี้มาจากการแต่งตั้งโดยคนไม่กี่คนนั่นคือ คสช. ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น ๑๕ คน แต่ ส.ว. ชุดนี้ กลับมีอำนาจที่มากมายมหาศาลสามารถเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แน่นอนถ้าเราไปดู เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเราจะพบว่าลำพังแค่ ส.ว. ๒๕๐ คน ไม่มากพอที่จะเข้าไปเลือก นายกรัฐมนตรีได้ แต่ ส.ว. ๒๕๐ คนบวกกับ ส.ส. ๑๒๖ คนมากเพียงพอที่จะเข้าไปเลือก นายกรัฐมนตรีได้ ในการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีคนไทยไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง ๓๕.๕ ล้านคนมาเลือกพวกเราในสภาแห่งนี้ ให้พวกเราได้เข้ามามีโอกาสใช้อำนาจแทน พวกเขาที่สภาแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าในวันที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ว. ๒๕๐ คน ซึ่งมาจาก การสรรหาโดยคน ๑๕ คนบวกกับ ส.ส. ๑๒๖ คน จริง ๆ ในจำนวนอาจจะมากกว่า แต่แค่ ตามรัฐธรรมนูญ ๑๒๖ คนนี้ ซึ่งถ้าเกิดคิดเป็นสัดส่วนคือ ๙ ล้านคนกลับเพียงพอที่จะเลือก นายกรัฐมนตรีได้ ผลที่ตามมาก็คือว่าจากการที่เราไม่มีการเลือกตั้งมาเป็นเวลานานก็อาจจะมี พรรคการเมืองตัดสินใจไปเข้าร่วมแล้วทำให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจได้ นี่คือปัญหาประการที่ ๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ปัญหาในประการถัดมาแล้วยังคงเกี่ยวข้องกับ ส.ว. คือการที่ ส.ว. มีอำนาจ ในการพิจารณากฎหมายที่ตัวเองเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ท่านประธาน ครับ ผมเป็นพรรคการเมือง ผมสัญญาเอาไว้กับประชาชนว่าผมและพรรคอนาคตใหม่ เราจะผ่านร่างกฎหมายในเรื่องของการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนจากการเกณฑ์ทหาร เป็นการรับสมัคร แต่ท่านประธานเมื่อสักครู่ผมได้รับหนังสือผ่านทางท่านพลโท พงศกร ว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงินแน่นอนต้องให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็น แต่สิ่งที่อาจจะตามมาคือ ส.ว. อาจจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการปฏิรูปแล้วเข้ามา มีส่วนในการพิจารณาด้วย ประทานโทษมีประชาชนคนไหนเลือก ส.ว. หรือไม่ ไม่มี คนที่ เลือกพวกเราเข้ามาคือประชาชนที่อยู่ข้างนอกเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่หาก ส.ว. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายพลเขาเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไปตัดทอนอำนาจของกองทัพ สุดท้ายกฎหมายก็อาจจะตกไปก็ได้ แล้วสิ่งที่เราสัญญาเอาไว้กับประชาชนจะมีความหมาย อะไรครับ ดังนั้นการที่ ส.ว. มีอำนาจมากขนาดนี้เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญครับ
ในประการถัดไปในเรื่องของการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยเฉพาะ ฝ่ายค้าน เพราะบทบาทของฝ่ายค้านคือการเข้าไปตรวจสอบการทำงานของฝั่งรัฐบาลว่า เป็นอย่างไร แต่ท่านประธานครับ อำนาจที่เราใช้และเป็นอำนาจที่มีความหมายที่สุดคือ อำนาจในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ ต่อให้ฝ่ายค้านเราสามารถ อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วสามารถถอดถอน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากการเป็น นายกรัฐมนตรีได้ ผลปรากฏว่า ส.ว. ซึ่งไม่ได้มีประชาชนคนไหนเลือกก็สามารถที่จะเอา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป นี่คือปัญหาของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สรุปแล้วท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีจนกระทั่ง ลมหายใจสุดท้ายของผมเลยใช่หรือไม่ ท่านจะอยู่อย่างนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเรื่อย ๆ ท่านจะใช้อำนาจ ใช้คำพูดดูถูกประชาชน บริหารประเทศไม่เป็น เศรษฐกิจล้มเหลว แบบนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ได้ใช่หรือไม่ ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะเลือกตั้งมีพรรคการเมืองไม่กี่พรรค ที่บอกว่าจะให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่เรา ต้องมาเลือกนายกรัฐมนตรีกัน และด้วยอำนาจของ ส.ว. มันได้ทำให้เจตจำนงของประชาชน ที่ไม่ได้อยากเห็น ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มันถูกบิดผันและทำลายลง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่จะทำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปเรื่อย ๆ และไม่ว่าใครจะเป็นผู้ท้าชิงกับท่านก็ไม่มีความหมาย หรือหากเคราะห์ดีครับ ท่านประธานหากเคราะห์ดี หากว่าสุดท้ายพรรคการเมืองของท่านประธานหรือของใคร ก็แล้วแต่มาเข้าร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ เราแพ็ก (Pack) กันแน่น แล้วสุดท้ายสามารถหา บุคคลอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ที่ไม่ใช่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส.ว. ก็ยังคงมีบทบาท ตามยุทธศาสตร์ชาติในการเข้าไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งตนเองเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล ที่เป็นประชาธิปไตยได้ นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมและ ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนหลายคน เรามีความหวังดีต่อประเทศชาติ ประเทศ ของเราเปรียบเสมือนบ้านของเราอันหลังใหญ่ที่เราใช้น้ำพักน้ำแรงในการสร้างขึ้นมา แต่วันนี้ ผมมีความจริงที่ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าบ้านของเราวันนี้เปรียบเสมือนผีสิงครับ เหมือน บ้านผีสิง บ้านนี้มีผีเร่ร่อน เป็นกลุ่มผีเร่ร่อนเข้ามา ผีเร่ร่อนเหล่านี้หลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าที่ แล้วตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าที่ ผมสรุปแล้วครับท่านประธานจะจบแล้ว ผีนี้ได้บอกกับพี่น้อง ประชาชนว่าได้โปรดขายวิญญาณให้ข้าหน่อย แล้วหลังจากขายวิญญาณแล้วผีเหล่านี้ก็จะ ไปผุดไปเกิด แต่ปรากฏว่าทันทีที่เราทำสัญญาขายวิญญาณ ผีเหล่านี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิดครับ และยังคงไม่ยอมให้พวกเราได้สร้างบ้านแห่งนี้ให้สวยงาม ดังนั้นมันจึงถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องมาเริ่มต้นด้วยการขับไล่ผีตนนี้ออกไปจากบ้านของพวกเรา ด้วยการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปรียบเสมือนเป็นมรดกบาปของผีเร่ร่อน ตนนี้ วันที่ ๑๔ ธันวาคมที่ผ่านมาการชุมนุมที่สกายวอล์ก ผมต้องเรียนกับท่านประธาน และ ท่านประธานควรตั้งใจฟัง เพราะพี่น้องประชาชนเขาได้ตะโกนคำหนึ่งครับ เขาตะโกนว่า