ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้เพิ่มจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตเพื่อเพิ่มความใกล้ชิดกับประชาชนและสะท้อนเสียงท้องถิ่นได้ดีขึ้น พร้อมผลักดันการแก้ไขมาตรา 83 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิลงคะแนนเสียงแยกเขตและบัญชีรายชื่อสองใบ โดยเน้นเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างเสรีภาพ การตรวจสอบอำนาจของรัฐ และเสถียรภาพทางการเมือง
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมคง เบา ๆ ผม ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการตั้งญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้ก็คือ คุณเทพไท เสนพงศ์ ท่านประธานครับ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมก็เป็นคนหนึ่งเหมือนกันที่ไปใช้สิทธิลงคะแนนในวันนั้น ด้วยความหวังว่า เมื่อเข้ามาแล้วคงได้มีโอกาสในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ประกาศใช้ในครั้งนี้ ผมมีเหตุผลของผมอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมมองไป ในส่วนของหมวด ๗ รัฐสภา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป หากคำอภิปรายของผมได้มีผลให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญก็ขอให้ฝากคำอภิปรายของผมนี้ไปในการพิจารณาด้วยครับ ด้วยมาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน ดังนี้ ๑. สมาชิก มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน ๓๕๐ คน ๒. สมาชิกซึ่งมาจากบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมือง ๑๕๐ คน ถ้าย้อนกลับไปในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงในมาตรา ๖๓ สมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน แต่เป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง แบบเขตเลือกตั้งจำนวน ๓๗๕ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน ๑๒๕ คน และย้อนไปในฉบับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งซึ่งเรามีมาฉบับนั้น ในมาตรา ๙๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน ๕๐๐ คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๙๙ จำนวน ๑๐๐ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๒ จำนวน ๔๐๐ คน เหตุผลของกระผมก็คือว่าถ้าเรามี จำนวนสมาชิกแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมันสามารถสะท้อนต่อความรู้สึก ความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้มากกว่ากับการที่มีสมาชิกเพียง ๓๕๐ คน เราสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิก แบบระบบเขตอีก ๕๐ คน ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะไปสัมผัสและมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของผมมีเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๖ เขต เราโชคดีที่ไม่ได้มีปัญหาในการเพิ่มหรือลดจำนวนผู้แทนราษฎร ผมเองเป็นสมาชิกในเขต ๖ ผมได้มีโอกาสในช่วงทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งพบปะผู้คนในพื้นที่ของผม ยกตัวอย่าง อย่างเช่นอำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอวิภาวดี ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนและไปพบกับพี่น้อง ประชาชนทราบปัญหาของความเดือดร้อนของเขา อย่างเช่น ที่ดินทำกิน การอยากจะได้มี เอกสารสิทธิในที่ทำกิน ผมไปพบพี่น้องในอำเภอท่าฉาง พบพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เดือดร้อน ผมไปพบพี่น้องในอำเภอไชยา ซึ่งล่าสุดเขาประสบปัญหาเรื่องสัตว์เลี้ยงตายจาก โรคมือปากเท้าเปื่อย ไปพบคนบางกลุ่มซึ่งมีข้อเสนอแนะว่าจังหวัดและในส่วนของอำเภอ ไชยานี้มีศักยภาพในการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ไปในพื้นที่อำเภอท่าชนะ พบว่ามีความต้องการในการดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ทาง ถนน หรือว่า ส่วนอื่น ๆ อย่างนี้คือความใกล้ชิดของพี่น้องที่มีต่อประชาชน ที่มีต่อ ส.ส. เขตอย่างพวกผม ถ้าเราได้เพิ่มคนแบบนี้มากขึ้นอีก ๕๐ คน เราสามารถดูแลคนได้มากขึ้นใกล้ชิดมากขึ้น นี่คือ เจตนารมณ์ที่ผมคิดว่าเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาแล้วขอให้ได้พิจารณา ในส่วนนี้เราจะมีคนถึง ๔๐๐ คนที่เข้าไปดูแลพี่น้องในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่าเดิมครับ ความใกล้ชิดระหว่าง ส.ส. กับประชาชนนั้นเราสามารถดูแลกันได้ทั่วถึงมากขึ้น พื้นที่ไม่ต้อง กว้างเหมือน ๓๕๐ คน ผมเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปบอกประชาชน ยกตัวอย่างทำหน้าที่เป็น เหมือนไปรษณีย์ไปบอกถึงนโยบายกระจายรายได้ วันนี้ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ได้รับการ แก้ปัญหาเราทำหน้าที่ในส่วนนี้ครับ แต่ถ้าผมมีเพื่อนอีก ๕๐ คนมาช่วย เราจะทำในเรื่องนี้ได้ดี มากกว่านี้ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เป็นความใกล้ชิดของ ส.ส. เขตที่มีต่อพี่น้องประชาชน เราไปรับความทุกข์ของเขา เราไปรับความสุขของเขา ได้มีโอกาสไปในงานมงคลของเขา ผมไปร่วมงานแต่งงาน ผมไปร่วมงานบวช หรือแม้แต่เราไปให้กำลังใจในยามที่เขาเป็นทุกข์ อย่างเช่นเราไปเยี่ยมในวันที่เขาต้องสูญเสียคนที่รักของเขาไป สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เรา ทำตลอดมานั่นคือหน้าที่ของเราที่เราทำแม้ใครจะว่าอย่างไร แต่นี่คือความใกล้ชิด เราไปแลกเปลี่ยนไปให้ข้อมูลและไปรับฟัง และนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาในสภาเหมือนเพื่อน สมาชิกได้บอกครับ เราได้มีโอกาสหารือในช่วงก่อนที่จะมีการประชุมสภานำเรื่องเดือดร้อน ซึ่งมีจำนวนมากมายของราษฎรในพื้นที่เข้ามาบอกในสภาเพื่อหาทางแก้ปัญหา
ประเด็นที่ ๒ ประโยชน์ของการมีสมาชิกมากขึ้นก็คือว่าทำให้กลไกของ พรรคการเมืองนั้นสามารถแทรกซึมและเข้าถึงพี่น้องได้ดีกว่าเดิม จังหวัดสามารถมีเขตเลือกตั้ง มากกว่าเดิม ผู้แทนที่อยู่ในนั้นก็ต้องหาสมาชิกที่จะต้องมาในเขตของตัวเองเพื่อเลือกตัวเอง เข้ามาเป็นผู้แทนอันทรงเกียรติในที่แห่งนี้ การให้ข้อมูลในทางการเมือง การให้โอกาส พรรคการเมืองเข้าไปนำเสนอนโยบายเพื่อให้พี่น้องตัดสินใจคนเหล่านี้ ๔๐๐ คนสามารถทำได้ดี ได้ในเวลาใช่หรือไม่ครับ นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ถ้าเรามีจำนวนผู้แทนมากกว่าเดิมอีก ๕๐ คน
ประเด็นที่ ๓ การที่มีผู้แทนเขตมากกว่าเดิมมันสามารถทำให้เราเห็นได้ว่าคน เหล่านี้มีความใกล้ชิด อย่างน้อยที่สุดเขาเป็นคนที่เราเห็นมีความคุ้นเคย มันไม่จำเป็น เพราะว่าถ้าเราให้จำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมากคนเหล่านี้อาจจะถูกมองละเลย โดยถูกมอง กลายเป็นว่าการเลือกตั้งในหลาย ๆ ครั้งนั้นมันให้ความสำคัญกับคนที่มาเป็นบุคคลสำคัญ ของพรรคหรือแม้แต่หัวหน้าพรรค โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าคนในพื้นที่ที่จะต้องเป็นคนที่จะ มาเป็นตัวแทนของตัวเองนั้นทำหน้าที่อะไร เราเลือกคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เราเลือกคนที่จะ เป็นสมาชิกพรรคดูเฉพาะตรงนั้น ไม่ได้ดูเลยว่าหน้าที่ของผู้แทนในระบบเขตต้องทำอะไรบ้าง นี่คือเหตุผลที่ผมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ ฉบับนี้ และที่สำคัญ อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการด้วยว่าการลงคะแนนครั้งต่อไปถ้าเป็นไปได้ขอให้เราได้มี การลงคะแนน ๒ ใบแบบเดิม ให้ประชาชนได้มีทางเลือกคนที่เขาชอบ หรือพรรคที่เขารัก ให้เขาได้มีทางเลือกว่าเขาควรจะตัดสินใจอย่างไรในทั้ง ๒ แบบ คนที่เขารัก พรรคที่เขาชอบ บางทีอาจจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้มีส่วนในการ ตัดสินใจว่าเขาจะตัดสินใจเลือกพรรคหรือเลือกคนอย่างไร ก็ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ถ้ามีโอกาสได้มีการตั้งขึ้นครับ และที่สำคัญที่สุดอยากจะฝากรัฐธรรมนูญก็คือเจตนารมณ์ที่มา ของรัฐธรรมนูญ เราหวังว่าจะต้องมีการขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จะต้องมีการ เพิ่มการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชน และที่สำคัญคือทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ขอบพระคุณท่านประธานครับ