พิจารณ์ ชี้ระบบเลือกตั้งไม่เป็นธรรม สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อภิปรายถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นระบบเลือกตั้งและสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและทำให้ประชาชนคลางแคลงในผลการเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาทั้งในเชิงหลักการและข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานของ กกต. เรียกร้องให้ทบทวนและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้การเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายถึงเหตุผลที่เราควรจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการ เข้าไปแก้ไขเกี่ยวกับกติกาการเลือกตั้งทำให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้ง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความเคลือบแคลงของประชาชนต่อผลการเลือกตั้งมีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับ ประเด็นแรกคือระบบการเลือกตั้งและประเด็นที่ ๒ คือสูตรการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หรือที่เราเรียกว่า ส.ส. ปาร์ตีลิสต์ (Party list)

ในประเด็นแรกระบบการเลือกตั้งก็ต้องเรียนว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประชาชนคนไทยเวลาเข้าคูหาลงคะแนนจะกาบัตร ๒ ใบ คือการเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต และเลือกพรรคที่ตนเองต้องการที่เรารู้จักกันเรามักจะพูดว่าเลือกคนที่รักและเลือกพรรคที่ใช่ แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่คือการ จัดสรรปันส่วนผสม คือการเลือกเพียงแค่บัตรเดียวกาครั้งเดียวเลือกทั้ง ส.ส. แบ่งเขต เลือกทั้ง พรรคการเมืองและแน่นอนนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรี ทีนี้ปัญหามีอย่างไรเมื่อการ เลือกตั้งแบบนี้ก็ต้องเรียนว่ามันไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผมชวนให้คิดแบบนี้ถ้าเราเลือกตั้งแบบเดิมภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประชาชนคนหนึ่งชอบ ชื่นชม นิยมนักการเมืองท่านหนึ่งที่มาจากพรรคพรรคหนึ่ง แต่เขาชื่นชอบในนโยบายของอีก พรรคการเมืองหนึ่ง ดังนั้นเขาก็จะสามารถที่จะเลือกอย่างที่เขาต้องการได้ นี่คือความสำคัญ นี่คือการสะท้อนเสียงที่แท้จริงที่ประชาชนต้องการ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้น่าเสียดายที่ไม่เป็น เช่นนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกข้อหนึ่งครับคือความผิดพลาดในการทำงานของ กกต. ต้องยอมรับ เราเห็นความผิดพลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ไม่ถูกนำมา คำนวณด้วย เหตุผลเป็นเพราะอะไร แล้วปัญหามีอะไรบ้าง เพราะว่าภายใต้ระบบการ เลือกตั้งนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองมากมาย มันทำให้มีผู้สมัครถึง ๑๐,๖๐๘ คน จำนวน มากถึง ๕ เท่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัครในการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๗ ตั้งแต่ก่อนการ เลือกตั้งแล้วการประกาศข้อมูลของผู้สมัครเจอบ้างครับที่ชื่อไม่ตรงกับใบหน้า อาชีพ ไม่ถูกต้อง อายุไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นประเด็นที่สำคัญคือการรายงานผลการเลือกตั้ง ผมเอง ก็เป็นคนหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ที่มีหน้าที่จะรวบรวมผลการเลือกตั้ง เราก็พบครับว่ามีการ รวบรวมนับคะแนนรายหน่วยที่ผิดพลาด การกรอกคะแนนลงในใบที่เรียกว่า ส.ส. ๕/๑๘ ก็ผิดพลาด ถึงขนาดว่าใน กกต. เขตบางเขตรวมคะแนนในเอกซ์เซล (Excel) ผิดช่องครับ พรรคการเมืองเยอะเหลือเกิน ผู้สมัครเยอะเหลือเกิน เมื่อประมาณเดือนที่แล้วในกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้ชี้แจงจาก กกต. ก็ยัง ยอมรับกับตัวผมเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองเยอะจริง ๆ ทำให้เกิดข้อผิดพลาด ในการทำงานมากมาย ไม่แน่ใจผมอาจจะโน้มน้าวท่านประธานให้เห็นด้วยกับผมในการแก้ไข รัฐธรรมนูญหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ น่าสนใจมากกว่าประเด็นแรก คือการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๑ ได้ระบุถึงวิธีการคำนวณซึ่งจะได้มีสิ่งที่เราเรียกว่า ส.ส. พึงมี ผมเล่าคร่าว ๆ ไปเร็ว ๆ แล้วคำนวณก็คือว่าเราเอาคะแนนดิบของทุกพรรคทั่วประเทศ จากการเลือกตั้งเอามาหารด้วย ๕๐๐ ก็จะเป็นคะแนนประมาณสัก ๗๑,๐๐๐-๗๒,๐๐๐ ในรอบการเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นเราจะเอาคะแนนที่พรรคแต่ละพรรค ได้มาหารด้วย ๗๑,๐๐๐, ๗๒,๐๐๐ แล้วจะได้ตัวเลขของ ส.ส. พึงมี ทีนี้เมื่อคำนวณแบบนี้ปุ๊บ จะพบว่ามี ๑๖ พรรคการเมืองที่ ส.ส. พึงมีนั้นมากกว่า ๑ หมายความว่าอะไร หมายความว่า เป็น ๑ จุดอะไรบางอย่าง มีทศนิยมตามมา และพรรคการเมืองที่เหลือนั้นน้อยกว่า ๑ ครับ ท่านประธาน ทีนี้มันอยู่ที่การตีความว่าเราจะตีความอย่างไร ผมก็ต้องเรียนว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๑ (๔) เขามีระบุถ้อยคำเอาไว้อย่างนี้ว่าให้จัดสรรตามอัตราส่วนแต่ต้องไม่มีผลให้ พรรคการเมืองใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าจำนวนที่พึงมีได้ ถ้าอ่านกันตามแบบนี้ มันก็ควรจะมีแค่ ๑๖ พรรคการเมืองนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียนเพื่อน ส.ส. ว่าผมไม่ได้ รังเกียจที่จะมีอยู่ ๒๕ หรือ ๒๔ พรรคการเมืองที่นั่งกันอยู่ในนี้เพียงแต่ว่ามันเป็นปัญหา ในการตีความกฎหมายครับท่านประธาน ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าก่อนการเลือกตั้ง ในขณะที่มีสื่อมวลชนหลายสำนักไปสอบถาม กกต. ว่าสูตรการคำนวณมันจะเป็นอย่างไร ณ ตอนนั้น กกต. ไม่ออกมาเปิดเผย ไม่ออกมาชี้แจงครับ กกต. เลือกที่จะชี้แจง เลือกที่จะ ตีความหลังจากที่ผลการเลือกตั้งมันออกมาแล้วครับประธาน นี่ละครับคือปัญหา นี่ละครับ คือความไม่โปร่งใส นี่ละครับความเคลือบแคลงของประชาชนทั่วประเทศว่า กกต. ทำงานให้ใคร ทำงานเพื่อใครครับ พรรคอนาคตใหม่จากเดิมที่เราควรจะมี ส.ส. ทั้งสิ้น ๘๗ คน ปรากฏว่า เหลือเพียง ๘๐ คน ไม่เป็นไรความบิดเบี้ยวในการตีความกฎหมายในครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ ต่อสังคม ผมเชื่อว่าประธานก็ทราบดีมีนักวิชาการ มีนักคณิตศาสตร์ มีนักกฎหมายมากมาย ที่ออกมาตีความในทางตรงกันข้ามกับ กกต. แต่ผมขอเรียนว่าความผิดครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ของ กกต. แต่ความผิดครั้งนี้มันเกิดจากการเขียนกฎหมายที่ไม่รอบคอบ เกิดจากการเขียน กฎหมายที่เปิดช่องจนให้ต้องพึ่งพาดุลพินิจของคนเพียงไม่กี่คน กฎหมายนั้นควรจะเป็น เครื่องมือเพื่อยุติข้อพิพาท แต่เรากลับมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เป็น สิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง สิ่งที่ทำให้เกิดการตีความจนนำมาสู่ความไม่ลงรอยกัน ความเห็น ไม่ตรงกันในสังคมครับ เมื่อพูดถึงตรงนี้ผมก็ต้องยอมรับว่าในสังคมมีคนพูดกันเยอะครับว่า ระบบการเลือกตั้งในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์หรือเอื้อผลประโยชน์ให้กับพรรคอนาคตใหม่ มากที่สุดเรายอมรับว่าเป็นเช่นนั้น แต่เราก็ยืนยันว่าเราเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขระบบการเลือกตั้งให้การเลือกตั้งมันสะท้อนถึงเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง เหมือนกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มิฉะนั้นแล้วถ้าการเลือกตั้งยังเป็นการกาใบเดียว แบบนี้คือเลือกทั้งพรรค เลือกทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต เดี๋ยวจะมี ส.ส. บางคนครับ ส.ส. แบบแบ่งเขตบางคนที่หลงเข้าใจผิดคิดว่าคะแนนจากการเลือกตั้งซ่อมที่ตนเองได้มานั้นที่สูง ที่สุดในการเลือกตั้งในประเทศนั้นมาจากความสามารถของตนเอง มาจากความนิยมชมชอบ ของตัวเอง เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วเอ่ยชื่อก็คงต้องเอ่ยแล้วละครับ อดีตเพื่อน ส.ส. พรรคของผม คุณศรีนวล บุญลือ ที่ล่าสุดเพิ่งจะโดนโหวตขับออกจากพรรค ตอนนี้จะย้ายไปอยู่พรรคไหน ผมก็ไม่อยากจะไปตามข่าว แต่ก็เอาเป็นว่าขอให้พรรคการเมืองที่รับงูเห่าไปเลี้ยงก็ขอให้โชคดี ขอบพระคุณครับ