สุทิน สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ ฟื้นความเชื่อมั่น-ป้องกันวิกฤติการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

สุทิน คลังแสง อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันขาดความยอมรับจากประชาชนและไม่สามารถรองรับสถานการณ์จริงได้ จนส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันวิกฤติ ดึงการลงทุน และสร้างเสถียรภาพอย่างยั่งยืน

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะผู้ยื่นญัตติท่านหนึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าในวันที่ผมกับอาจารย์ปิยบุตรได้ตัดสินใจยื่นญัตตินี้ ผมเองก็ไม่ได้มีความ มั่นใจว่าญัตตินี้จะได้รับการยอมรับหรือจะได้ผ่านไปถึงขั้นตอนไหน แต่เมื่อเวลาได้คล้อยมา ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความปิติว่าก็ได้มีเพื่อนสมาชิกเราทั้งจาก ๒ ฝ่าย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นญัตติในลักษณะเดียวกันรวมแล้วเป็น ๕ ญัตติ นั่นก็แสดงถึงความเห็นไปใน ทิศทางที่ใกล้เคียงกันหรือเกือบตรงกัน แล้วยิ่งฟังการอภิปรายมา ๒ วัน ผมก็เห็นเพื่อน สมาชิกทุกท่านยังไม่เห็นท่านใดที่จะเห็นค้านหรือเห็นแย้งว่าไม่ให้ตั้ง ผมจึงเรียนว่าอันนี้เป็น นิมิตหมายอันดีว่า ๒ ซีกในสภาแห่งนี้รวม ๕๐๐ คน ถ้าหากแม้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็น เยี่ยงฉบับอื่นที่ให้แก้ได้โดยไม่ได้สร้างกฎเกณฑ์พิสดารไว้ ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ แก้แล้วเพราะเพียงสภาเราก็น่าจะผ่าน แต่เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ว่าต้องมีอีก สภาหนึ่งแล้วก็ต้องเขียนซ้อนไว้อีกหลายขั้นตอน ความจริงแล้ววันนี้แทบไม่ต้องอภิปรายแล้ว แต่คิดว่าการอภิปรายวันนี้จำเป็นต้องสื่อสารให้กับภาคส่วนอื่นที่จะต้องเข้ามามีส่วนในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างน้อยก็สมาชิกวุฒิสภา และที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชน เราจะ เมินเฉยเสียไม่ได้ ภาคประชาชนวันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องสื่อสารให้การศึกษา ข้อกล่าวหาที่ได้รับมาตลอดว่าจะเร่งแก้ทำไมรัฐธรรมนูญ ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง แก้เพื่อ นักการเมือง แก้เพื่อเล่นเกมกันหรือเปล่า เหล่านี้ผมเชื่อว่าเราได้ยินตลอด เพราะฉะนั้น กระผมเองในฐานะเป็นผู้เสนออันนี้ ขออนุญาตอภิปรายไม่นานแต่เป็นเชิงสรุปว่าทำไมต้องแก้ แก้อะไรบ้าง ใครเป็นคนแก้ แล้วจะแก้เมื่อไร ก็จะเรียนให้กระชับที่สุดครับท่านประธานครับ ทำไมต้องแก้ผมขออนุญาตว่าแก้เพื่อแก้ปัญหาปากท้องนี่ล่ะครับ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหา ใหญ่ที่พวกเราวันนี้ต้องเผชิญ ผมเชื่อว่าวันนี้ทุกชีวิตในประเทศไทยกำลังปวดหัวและกำลัง กังวลกับปัญหาปากท้อง แล้วสิ่งที่เรากำลังทำวันนี้ถ้าเราคิดดี ๆ พี่น้องติดตามดี ๆ จะเห็นว่า จำเป็นอย่างยิ่งการแก้ปัญหาปากท้องจะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหารัฐธรรมนูญ เพราะอะไรรู้หรือไม่การแก้ปัญหาปากท้องแน่นอนต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะแก้ปัญหา เศรษฐกิจได้ก็ต้องอยู่ในบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพ บ้านเมืองที่มีเสถียรภาพแน่นอนก็ต้องเป็น บ้านเมืองที่มีหลักนิติธรรม ถ้ามีนิติธรรมการเมืองก็นิ่งเมื่อนิ่งมันก็แก้ได้ ผมอยากยกตัวอย่าง ให้เห็นตัวอย่างหนึ่งว่าเมื่อปี ๒๕๕๗ ก่อนการยึดอำนาจหรือย้อนหลังไปประมาณ ๑๐-๒๐ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราผมได้ไปศึกษาดูแล้วเศรษฐกิจของเราเดินได้จีดีพี (GDP) ของเรา มันเดินอยู่ได้ด้วยเม็ดเงินที่มาจาก ๒ ทาง มาจากต่างประเทศประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ใน ประเทศของเราเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รวมกันแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอย่างนี้มาประมาณ เกือบ ๑๐-๒๐ ปีที่เศรษฐกิจของเราเดินไปได้ พอปี ๒๕๕๗ มีการยึดอำนาจ ๗๐ นี่หายไป ลดลงเรื่อย ๆ จนวันนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าไปศึกษาดูดี ๆ เหลือไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ ก็เพราะต่างชาติไม่มั่นใจในเสถียรภาพของประเทศเรา ไม่มั่นใจในหลักนิติธรรม บ้านเมืองของเราไม่มีรัฐธรรมนูญ มีรัฐธรรมนูญก็เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้วเราเขียน รัฐธรรมนูญเสร็จ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จเราก็เชื่อและคิดกันว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น จะกลับมา ความเชื่อมั่นจะกลับ เสถียรภาพจะกลับ แต่วันนี้ยิ่งดำดิ่ง ท่านประธานคงได้ทราบ การแถลงตัวเลขเศรษฐกิจของเราเมื่อไม่นานมานี้จีดีพี (GDP) ของเราประมาณการล่าสุด ๒.๔ ต่ำที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ต่ำที่สุดในเอเชีย แล้วยิ่งไปดูการส่งออกของเราติดลบ ๓ ไตรมาสติดต่อกัน เพราะอะไร เพราะต่างชาติเขาไม่ค้าขายกับเรา ไม่คบค้ากับเรา ทำไมไม่คบค้ากับเรา ทำไมไม่ติดต่อกับเรา ทำไมเราค้าขายยาก มี ๒ ตัวที่ผม จำเป็นต้องใช้ฝรั่งเขาชอบพูดทรัสต์ คอนฟิเดนซ์ (Trust Confidence) ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ถ้าไม่มี ๒-๓ อย่างนี้แล้วไม่มีใครมาลงทุนหรอกครับ ลงทุนอยู่แล้วเขาก็ หอบหิ้วกันหนีหมด ทำไม ๒ ตัวนี้ไม่มี แม้เรามีการเลือกตั้งแล้ว แม้มีรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านประธานเราชอบพูดกันว่าต่างชาติไปรู้อะไรดีกว่าเรา ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ในหลายประเทศเขามีไทย สตัดดี อินสทิทิวต์ (Thai study institute) ก็คือมีสถาบันไทยศึกษา แล้วโดยเฉพาะที่เขาศึกษาที่สุดก็คือศึกษาเสถียรภาพของประเทศเขาดูหลักนิติธรรมของเรา สำคัญที่สุด เขารู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนเขียน แม้จะมีประชามติ เขารู้ว่าเป็นประชามติในบริบทอย่างไร ภายใต้กฎอัยการศึก ภายใต้ปลายกระบอกปืน แม้เรา จะบอกว่าเป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมแต่เป็นการร่วมแบบไหนเขาก็รู้ แล้วเขาก็รู้ด้วยซ้ำ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อมันเดินไปแล้วประเทศนี้จะเกิดรัฐบาลโฉมหน้าอย่างไร รัฐบาลนั้น จะเดินไปด้วยความล้มลุกคลุกคลานหรือเดินไปได้โดยความราบเรียบเขาก็ดูออก แล้วก็ไม่ผิดเลย ที่เขาดูอย่างนั้นด้วย แล้ววันนี้รัฐธรรมนูญที่ต่างชาติเขามองตัวเราเองก็เห็นแล้วว่ามันได้ใช้ แล้วมันออกดอกออกผลแล้ว เพื่อนสมาชิกพูดกันไปเยอะแล้วว่ารัฐธรรมนูญที่เรามีอยู่ ณ วันนี้มันไม่เอื้อให้เราได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจเลย ไม่ต้องพูดอื่นไกลท่านรองนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาลชุดนี้ได้พูดไปเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วจะมาโทษพรรคผมไม่ได้เศรษฐกิจผมดูแค่ ขาเดียวอีก ๓ ขาอีกพรรคอื่นนะ ทำไมต้องดูคนละขาล่ะครับ พรรคการเมืองมีเสถียรภาพ เมื่อก่อนมันไม่ได้ดูคนละขาอย่างนี้ พวกผมเคยเป็นรัฐบาลผมพรรคเดียวดูหมดเลย มีเสถียรภาพแล้วก็มีเอกภาพมียูนิตี (Unity) แล้วก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่วันนี้ ๔ ขา ๓ พรรค แล้วทำได้อย่างไร แล้วเมื่อไม่นานมานี้พวกผมเองก็แค่ทดสอบวอล์กเอาต์ (Walk out) ๒ ครั้ง ก็แทบจะไม่รอดแล้วเสถียรภาพบนเสียงปริ่มน้ำอย่างนี้ต่างชาติเขาก็ดูออก เมื่อมันเป็นอย่างนี้ แล้วใครเขาจะมาลงทุนบ้านเราเขาก็หอบหิ้วกันหนี เพราะฉะนั้นตัวอย่างน้อย ๆ อีกนิดเดียวว่า ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อดึงหลักนิติธรรมกลับมาเพื่อสร้างเสถียรภาพพรรคการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติ ต่อให้ร้อยท่านประยุทธ์หรือจะเอาท่านทักษิณ กลับมาก็ไม่มีทางใครก็ทำไม่ได้ ถ้าบนความเชื่อถือความเชื่อมั่นของประเทศที่ไม่มีกับเรา เพราะฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญวันนี้ผมจึงคิดว่ามันเป็นก้าวแรกของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วจำเป็นต้องทำควบคู่กันไปด้วยกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนี่เป็นเหตุที่ ๑ คิดว่าต้องแก้

เหตุที่ ๒ ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะเราแก้วันนี้เพื่อป้องกันวิกฤติที่มัน จะเกิดขึ้นในสังคมไทยเรา ในตัวรัฐธรรมนูญเองมันมีคุณค่าอยู่ ๒ อย่าง ๑. สร้างสันติสุข ให้กับประเทศเพื่อนเราพูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ได้รัฐธรรมนูญดีก็สร้างสันติสุข ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญนี่สร้างวิกฤติให้เกิดความขัดแย้งเกิดสงครามกลางเมืองมาในหลายประเทศ เพราะฉะนั้นเรามาดูรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญที่ทำให้เกิดสันติสุขให้เกิดความสามัคคี ในประเทศชาติคือรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ แรกสุดท่านประธานที่เคารพครับเป็นที่พิสูจน์ ชัดเจน จะดีเลิศประเสริฐศรีขนาดไหนก็แล้วแต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนยอมรับ คนในประเทศนั้นยอมรับเสียก่อนจึงจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี มันจะดีจะเลวให้ยอมรับกันดีสุด ไม่ยอมรับก็มีปัญหา เลวสุดไม่ยอมรับก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ประชาชน ไม่ยอมรับ แน่นอนครับเริ่มต้นก็ผิด แล้วมาดูการใช้พอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไปแล้วไปดูมรรคผล ของมัน ถ้าใช้ไปแล้วมันมีปัญหาก็แน่นอนไม่เกิดสันติสุขแน่ แต่ถ้าใช้ไปแล้วมันดีมันเกิดสร้าง ให้ประเทศมีความมั่นคงมีเสถียรภาพแน่นอนรัฐธรรมนูญฉบับนั้นสร้างสันติสุข ฉบับนี้ ใช้มาแล้ว ๒ ปีเป็นอย่างไรครับ เราดูการยอมรับก่อนก็ได้ตัวแรกยอมรับกันกี่มากน้อย การที่รัฐบาลบรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑๒ ศึกษาเพื่อแก้แสดงว่ารัฐบาลเองก็ตระหนัก ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา แล้วยิ่งไปดูโพลล์ (Poll) จากสำนักต่าง ๆ ช่วงหลังมาให้แก้ นั่นแสดงว่าประชาชนไม่ยอมรับแล้วอยากให้แก้ ยิ่งมาดูมรรคผลของการใช้รัฐธรรมนูญวันนี้ เพื่อนพูดกันทั้งวันเกิดวิธีการนับคะแนนที่แปลกประหลาดสร้างความงุนงงมึนหัวให้กับ กกต. มาแล้ว วันนี้ยังมึนต่อยุบพรรคแล้วบัญชีรายชื่อจะโอนไปได้หรือไม่ ได้ไม่ได้วันนี้ยังเป็น ข้อถกเถียงกันอยู่แล้วอนาคตยังจะต้องสร้างปัญหาขึ้นอีกกับระบบเลือกตั้งหลายอย่าง และ ที่สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายมาตราที่เขียนขึ้นมาแล้วปฏิบัติไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่มีผล ในทางปฏิบัติ เพราะเราเขียนขึ้นบนเจตนาหรือบนอคติหรือบนสำนึกอะไร ณ วันนั้น แต่วันนี้ ใช้ไม่ได้ เช่น ให้แถลงนโยบายโดยเสนองบประมาณ แหล่งที่มาของงบประมาณประกอบการ แถลงนโยบายทำไม่ได้ จนแม้วันนี้งบประมาณเข้าสภาแล้วนี่เพิ่งมาดูกันว่าไม่มีเงินจะทำตาม นโยบายนั้น หลายข้อเป็นบทบัญญัติที่บัญญัติขึ้นมาแล้วถือปฏิบัติไม่ได้ นอกจากปฏิบัติไม่ได้ แล้วนี่มันส่งผลอะไรอีกทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์เพื่อนสมาชิกพูดแล้ว ถวายสัตย์ปฏิญาณ หลายข้อละเมิด แถลงนโยบายไม่ต้องแสดงงบประมาณหลาย ๆ เรื่อง แม้แต่วันนี้ที่กำลังทำงบประมาณอยู่วันนี้เราไม่อยากพูดกันให้ตกใจ ถ้าไปไล่เรียงกันดี ๆ แล้ว นี่ทำได้หรือไม่ตามมาตรา ๑๔๔ เพราะฉะนั้นแก้วันนี้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติที่มันจะเกิดวันหน้า แล้วก็แก้เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลในทางปฏิบัติ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงเห็นกัน แล้วว่าคนที่อยากแก้รัฐธรรมนูญก็มาก คนไม่อยากให้แก้ก็มากแล้วนี่แก้ได้ง่ายหรือไม่ล่ะ น้ำถ้ามันเดือดเต็มที่แล้วนี่ฝากาไม่เปิดมันก็ระเบิด รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเขียนไว้แล้วให้แก้ยาก มีปัญหาแล้วแก้ไม่ได้ ๒ อย่างที่จะเกิดต่อไปนี้ ๑. สงครามกลางเมือง เมืองไทยเกิดมาบ่อย ๒. เมื่อมันแก้โดยวิธีสันติไม่ได้ในที่สุดสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดก็คือรัฐประหาร ต่อไปนี้อาจจะ เป็นรัฐประหารที่อ้างว่ายึดอำนาจเพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญให้เราเป็นไปได้ทั้งนั้นก่อนจะถึงวันนั้น วันนี้เราเลยอยากแก้ก่อนไม่ต้องให้ใครมาอ้างเอารถถังออกมาเพื่อจะยึดอำนาจเพื่อแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่เป็นเหตุผลที่ ๒ ที่เราคิดว่าต้องแก้ และประการสำคัญท่านประธาน ที่เคารพการแก้รัฐธรรมนูญวันนี้ เราแก้บนความต้องการของพี่น้องประชาชน เราแก้เพื่อ สนองความต้องการที่ประชาชนเขาอยากให้แก้ เราคงไม่ต้องเถียงกันว่าคนอยากให้แก้หรือไม่ อยากให้แก้อะไรมากกว่ากันก็จะไม่มีวันจบ เอาล่ะนั่นคือแก้เพื่ออะไร จะแก้อะไรบ้าง ข้อต่อมา เพื่อนพูดกันทั้งวันเยอะเลยผมไม่จำเป็นต้องพูดอีก แต่สิ่งซึ่งพูดกันมากก็คือแก้เรื่องกติกา ในการเลือกตั้ง แก้กติกาที่มาของการเป็นรัฐบาลหลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นแก้อะไรไม่ขอ อธิบายขยายความอีกเอาเป็นว่าอภิปรายกันมา ๒ วันเรารู้ว่าควรแก้ แต่ที่ผมต้องละเว้น เพื่ออะไรรู้หรือไม่ครับ ผมกำลังจะพูดในข้อต่อไปว่าให้ใครแก้ ผมจะเหลือไว้ตอบตรงข้อที่ ๓ ว่าใครแก้ วันนี้สำคัญคือใครแก้ ใครแก้ก็คือใครเขียนนั่นละ รัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับ คือรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเขียนครับ ไม่ใช่คิดว่าอ้างว่าตัวเองมีความรู้วิเศษวิโสแก้มาเยอะแล้ว แต่ไปไม่รอดเพราะไม่ยอมรับ วันนี้ผมเองจึงเสนอญัตตินี้มาเผื่อให้ไปศึกษา ทำไมต้องศึกษา ทำไมผมไม่ยื่นร่างนี้เลยเรามีสิทธิที่จะยื่นร่างแก้ไขเลยประชาชนก็ยื่นได้หลวงก็ยื่นได้ ทำไมผม กับอาจารย์ปิยบุตรซึ่งก็เขียนได้รัฐธรรมนูญทำไมไม่ยื่นแก้มันเลย ทำไมต้องศึกษาก่อน เพราะว่าเราอยากจะให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต่อไปนี้เป็นเรื่องของการยอมรับ ไม่อยากบอกว่าเราต้องแก้เองแม้เรามีสิทธิจึงให้ศึกษาก่อนว่าใครควรแก้ เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นวันนี้ไปหาคำตอบมาว่าให้ใครแก้ แก้แบบไหน จริง ๆ คำถามนี้ไม่ต้องถามเพราะเรามีสิทธิ แต่ต้องถามเพราะให้เกิดการยอมรับเพราะฉะนั้นคนที่ จะแก้ผมตอบกว้าง ๆ ว่าคือประชาชน เพราะฉะนั้นข้อ ๒ ผมถึงไม่บอกว่าแก้อะไร เอาประชาชนเขามาคิดเองว่าจะแก้อะไรเราเป็นเพียงคนเสนอประชาชนที่เขาจะมาแก้ ส่วนประชาชนนั้นคือใครก็สุดแท้แต่จะออกแบบกัน ที่ผมนึกได้วันนี้ก็ออกแบบได้ก็คิดได้ แต่เพียงว่าก็ สสร. ใครคิดได้มากกว่านี้ก็ว่ากันขอให้เป็นการแก้โดยประชาชน ๗๐ ล้านคน มาแก้ไม่ได้ ก็เป็นตัวแทนเขาดีกว่าคนกลุ่มหนึ่งมาแก้ ดีกว่าเอาคนแก่ ๆ มาแก้วันนี้นอน กุมขมับอยู่ การยื่นญัตติวันนี้จึงหวังว่าจะเห็นคำตอบว่าใครแก้ แก้อะไร อันนี้สำคัญ แล้วมาถึงข้อสุดท้ายคือแก้เมื่อไร วันนี้พูดกันมากว่าเร่งรีบไปทำไม ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้องก่อน รัฐบาลเองก็พูดทั้ง ๆ ที่รัฐบาลบรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนนะครับ เร่งด่วนนี่แปลเป็น ความอื่นไม่ได้ต้องรีบทำ แต่พอเราเสนอปั๊บได้ยินตอนแรกรัฐบาลบอกว่ารัฐบาลยังไม่มีเวลา วันนี้ยังไม่คิดเรื่องนี้ ไม่ใช่ท่านประธานครับ ผมจะตอบว่าแก้เมื่อไร ถ้าวันนี้ญัตตินี้ได้รับการ ยอมรับให้ตั้ง กระบวนการไปศึกษากว่าจะเสร็จ เสร็จกลับมาแล้วถึงจะลงเนื้อหา ถึงจะมา เข้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ผมประมาณการณ์ไว้อย่างน้อยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเห็นพ้องต้องกัน ถ้าเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายแม้ ส.ว. เห็นด้วย ประชาชนเห็นด้วย เราเห็นด้วย ๒ ปีเป็นอย่าง เร็วที่สุดจึงจะจบ เพราะฉะนั้นที่ใครบอกว่ารีบไปไหน ไม่ได้รีบเลย แล้ว ๒ ปีถ้าคิดให้มัน สัมพันธ์สอดคล้องกับวาระสภาเราใครตอบว่าเราจะอยู่ได้ถึงวันไหน ๒ ปีเป็นเวลาที่มันนาน พอสมควรสำหรับเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เริ่มกระบวนการศึกษา ถ้ามันผ่านแล้วทุกอย่างเดินได้ สะดวกผมเชื่อมั่นว่า ๒ ปีถึงจะเห็นหน้าเห็นหลัง เพราะฉะนั้นไม่เร็วเลยช้ามากด้วยซ้ำไป ในท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพ ผมหวังว่าวันนี้ความร่วมมือที่เราได้เกิดขึ้น ณ ปฐมบท คือการยื่นญัตติร่วมกันในสภานี้เห็นพ้องต้องกันไปทางเดียวกัน และในอีกไม่กี่นาทีนี้ผมก็ คาดหมายว่าเราจะลงมติไปในทางเดียวกัน แต่ผมก็ขออนุญาตภาวนาว่าปฐมบทมันเริ่มต้น ด้วยดีก็ขอให้พวกเราได้ไปดีตลอดเราจะไปแยกทางกันในตอนกลางทางหรือปลายทาง วันนี้ พี่น้องประชาชนเฝ้ามองเราอยู่ เราเองอาจจะคิดว่าคิดมาตลอดเราเคยเอารัฐธรรมนูญเป็นตัว เล่นเกมเพื่อชัยชนะ บางคนซึ่งคิดว่าบางฝ่ายซึ่งคิดว่าวันนี้รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อเรา อาจจะไม่อยากแก้หรือคิดว่าพวกเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่าแก้ ขออย่าได้พูดอย่างนั้นเลย วันนี้ผมคิดว่าเราสรุปได้แล้วว่าชัยชนะของเราเองฝ่ายใดชนะก็ตาม โดยเอารัฐธรรมนูญเล่นเกมคนแพ้คือประชาชน คนแพ้คือประเทศ วันนี้จึงขอขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา ได้เสนอญัตติเป็นการสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แล้วก็ ขอเคารพในไมตรีจิตของทุกท่านที่ได้กรุณาอภิปรายสนับสนุนซึ่งกันและกัน แล้วก็ขอกราบ ขอบพระคุณล่วงหน้าเพื่อนสมาชิกที่เชื่อว่าเราจะมีมติอันเป็นฉันทานุมัติที่ประชาชนภูมิใจ แล้วก็หวังว่าหนทางที่จะเดินหน้าต่อไปนี้ก็จะเป็นหนทางที่พวกเราได้เดินร่วมกันด้วยความ ปรารถนาดี ด้วยเจตนาดีร่วมกัน ขอขอบพระคุณครับ