สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

รองค์ บุญสวยขวัญ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสังคมเข้มแข็งภายใต้รัฐที่เข้มแข็ง และการมีทุนนิยมที่มีความรับผิดชอบ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยและลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและแก้ไขอย่างรอบคอบ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลาในการอภิปรายสนับสนุน ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการ แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งนำเสนอโดย นายวิเชียร ชวลิต จากพรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในการที่จะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการเมือง คำว่า การเมืองในที่นี้ก็หมายถึงว่า รัฐธรรมนูญมันจัดความสัมพันธ์ โครงสร้างการใช้อำนาจในระบบการเมืองของเรา ไม่ใช่จะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เพียงอย่างเดียว ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญกันที่ไหน วันนี้โอกาสดีครับ ถ้าเรามีประเด็นปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญเราก็ใช้สภาอันทรงเกียรติที่นี่มาเป็นที่เริ่มต้นของการ กำหนดหรือการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตัวรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้ครับ สังคมไทย เป็นเรื่องปกติครับ รัฐธรรมนูญเราผ่านมาเยอะแก้ได้ ร่างใหม่ได้ วันนี้ถ้าเราจะเริ่มต้นมาพูดถึง รัฐธรรมนูญเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จึงเป็นเรื่องปกติครับ เพราะรัฐธรรมนูญสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก เพราะมันแก้เยอะ ในขณะเดียวกันเราก็จะต้อง แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ไปสอดรับกับบริบทต่าง ๆ ในระยะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน เพราะฉะนั้นตัวรัฐธรรมนูญจะเป็นกลไกหรือมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่างมากทีเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เราจะแก้รัฐธรรมนูญตอบสนองพรรคใดพรรคหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเราจะแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อไปตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกหรือถูกใจของคนใดคนหนึ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้อง สอดคล้องกับหลักการอย่างน้อยสัก ๒-๓ หลักการ

หลักการอันแรกก็คือว่ารัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ของรัฐ เราจะแก้อย่างไรครับในวันข้างหน้า เราจะตั้งกรรมาธิการขึ้นอย่างไร รูปแบบอย่างไร เดี๋ยวจะขออนุญาตลงรายละเอียด แต่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ แห่งรัฐ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และรูปแบบรัฐจะต้องเป็น ราชอาณาจักร สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสาระสำคัญที่ผมคิดว่าเราต้องย้ำกันตลอดเวลา เพราะวันนี้ ความหมายของสิ่งเหล่านี้มันเริ่มมีการให้ความหลากหลายกันไปซึ่งไม่เป็นหนึ่งเดียว ผมนำเรียนว่ารัฐธรรมนูญจะต้องให้ความหมายเหมือนกันว่าอุดมการณ์ของไทย อุดมการณ์ ของรัฐไทยในรัฐธรรมนูญก็คือประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และมีรูปแบบรัฐเป็นราชอาณาจักร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธานครับ

หลักการที่ ๒ ผมคิดว่าเวลาเราจะแก้รัฐธรรมนูญต้องไปดูรูปแบบรัฐ วันนี้ จะต้องให้มีรูปแบบรัฐที่เข้มแข็งในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐเข้มแข็ง สตรอง สเตต (Strong state) ท่านประธานครับ รูปแบบรัฐเข้มแข็ง สำหรับผมผมไม่ได้ติดใจเรื่อง ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ แต่ผมเชื่อว่าในการร่างรัฐธรรมนูญสามารถที่จะเซฟ (Save) ให้พฤติกรรมของการบริหารประเทศเป็นลักษณะของการบริหารที่เข้มแข็ง ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ เขาเรียก สะเทชชูท (Statute) หมายถึงคนที่ใช้อำนาจรัฐมีอำนาจ ค่อนข้างมากที่จะนำพาประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ

ประเด็นต่อมาในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นผมคิดว่าเราจำเป็นจะต้องทำให้เกิด สิ่งที่เรียกกันว่า พับลิก อแวร์เนส (Public awareness) หมายถึงว่าจะทำอย่างไรให้ ประชาชนพลเมืองมีจิตสำนึกต่อกิจการบ้านเมือง อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากอีกเรื่องหนึ่ง ประชาชนพลเมืองจะต้องมีความตระหนักรู้ต่อเรื่องสาธารณะ ต่อเรื่องการเมืองทำอย่างไร ที่จะให้กระบวนการระดมผ่านโซเชียล มีเดีย (Social media) กระบวนการระดมผ่านสื่อ ที่หลากหลายโดยประชาชนไม่ได้ตระหนัก ไม่ได้ตรวจสอบ อันนี้เป็นปัญหาการร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้จะต้องให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้มากกว่าไประดม แต่ให้เกิดความตระหนักรู้ อันนี้เป็นอีก เรื่องหนึ่ง

หลักการที่ ๒ ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับหลักของสังคม ทำอย่างไร จึงจะให้สังคมเข้มแข็งภายใต้รัฐที่เข้มแข็ง สตรอง สเตต (Strong state) และสตรอง โซไซตี (Strong society) ไม่ใช่วีก สเตต (Weak state) แต่สตรอง โซไซตี (Strong society) ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นทำให้สังคมเข้มแข็ง เข้มแข็งจริง ๆ ที่เขาจะพึ่งตนเอง ที่จะ บริหารจัดการตนเองคู่กับรัฐที่เข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย หลักการนี้สาระสำคัญจะต้อง สอดไว้ ทุนนิยม ทุนอย่างไรจะต้องไม่เป็นทุนสามานย์ ก็ต้องเป็นทุนที่รับผิดชอบ การวัดความเป็นประชาธิปไตยของนักคิด นักรัฐศาสตร์ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา หรือ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านี้ ให้คุณค่ากับทุน ให้คุณค่ากับประชาสังคม ทุนจะต้องเป็นทุนที่มีความรับผิดชอบจะต้องไม่เกิดช่องว่างระหว่างคนรวย คนจน ไม่เกิด ช่องว่างระหว่างเมือง สิ่งเหล่านี้จะต้องมีกลไกที่รองรับมาในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ถ้าจะร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไปดูจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีจุดดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันก็มีจุดดี ผมยกตัวอย่างว่าจุดดีของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่คิดว่าถ้าเราจะร่างเราต้องคำนึง อันแรกเลยที่เห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง หรือปราบปรามการทุจริต ผมไม่คิดว่าการทุจริต เป็นประเด็นสำคัญมากกว่า ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาในสังคมการเมืองไทยที่กล่าวหากันอยู่ ตลอดเวลาที่ถูกหยิบมาอภิปรายตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการทุจริตเป็นเรื่องที่มีสาระ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ใช้ได้ถ้าเราไม่อคติ สิ่งเหล่านี้ตั้งคณะกรรมาธิการหรือต่อไปศึกษา แนวทางรูปแบบก็จะหยิบสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นสาระสำคัญด้วย หรือจุดเด่นของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็คือการที่ประเทศไทยมีไดเรกชัน (Direction) มีทิศทางของประเทศที่ชัดเจน ภายใต้การปฏิรูป ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่หลายคนก็บอกว่าการปฏิรูปมันเป็นการ บังคับประเทศ ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือ ๑ เทอม แต่นั่นหมายถึงว่าเรากำลังจะบอกประชาชน ทุกคนว่าเราจะต้องเดินไปจุดมุ่งหมายหรือวิชัน (Vision) ตรงนี้ใน ๒๐ ปี เรามีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นหลักประกันในการเปลี่ยนแปลงในระยะเปลี่ยนผ่านนี่คือสิ่งสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ สาระทั้งหมดที่ผมพูดมาในสังคมไทยเรา เราถกกันตลอดเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญ ในการ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือกำหนดรัฐธรรมนูญโครงสร้างดีกับคนดี ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญหลายฉบับกำหนดโครงสร้างดี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โครงสร้างเยี่ยมยอด ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการร่วมกับเขาในครั้งกระนั้นแต่ยังถูกทิ้งไปถูกฉีกไป แล้วโครงสร้างดีอันนั้นมันมีผลต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ ปัจจุบัน แต่เราก็ยังมี ปัญหาโครงสร้างดี วันนี้เราต้องการคนดี คนดีร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรที่จะทำให้คนดีเดินเข้าสู่ รัฐธรรมนูญแล้วทุกอย่างจะสามารถยุติได้ครับท่านประธาน

สุดท้ายผมฝากต่อคณะกรรมาธิการหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คณะกรรมาธิการที่จะคิดกันเราจะแก้เป็นรายมาตราหรือไม่ เราจะร่างเป็นรายมาตราหรือไม่ หรือว่าแก้ทั้งฉบับพิจารณากันให้ดีนะครับ คณะทำงานหรือ คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นวิเคราะห์ให้ดี

ประเด็นที่ ๒ แล้วเราจะมีใครมาเป็นคณะทำงานในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะให้สภานี้หรือไม่ หรือว่าส่วนหนึ่งของคนในสภา แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก หรือจะมี องค์กรอิสระที่อาจจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ เช่น สสร. มาดำเนินการหรือไม่ สิ่งตรงนี้ เป็นเรื่องที่เป็นสาระสำคัญที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะต้องไปพิจารณา

ท่านประธานครับ ฝากสุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่าตัวรัฐธรรมนูญที่เราจะร่างที่เรา จะแก้ไข ขอโทษครับท่านประธานมันเป็นช่วงเวลาที่ควรจะทำให้คนในสังคมเกิดมีความสุข ในการถกเถียงเรื่องสังคมการเมืองของเขา ช่วงเวลาที่จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปิดกว้างให้กับทุกภาคส่วนได้ถกแถลงมากกว่าจะไป จุดประเด็นความขัดแย้ง จะต้องใช้เวลาตรงนี้ให้ภาคประชาสังคมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้อธิบายว่าเขาต้องการรัฐธรรมนูญอย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าเพื่อ ลูกหลานและบ้านเมืองของเราเป็นอย่างไร ช่วงเวลาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นช่วงที่ มีความสุขที่คนในบ้านเมืองเราจะต้องหารือกันอย่างมีเหตุผล จะต้องถกเถียงกันอย่างเคารพ ถึงความแตกต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้กระบวนการเรียนรู้ ช่วงเวลาการแก้รัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ทางการเมืองของพลเมืองซึ่งจะนำไปสู่พับลิก อแวร์เนส (Public awareness) ที่ผมกำลังเรียนแล้วไม่ใช่เป็นช่วงของการบี้กัน ลดเครดิตกันหรือ นำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิด ช่วงเวลาของรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นช่วงที่มีความสุข เพื่อที่จะเติมความฝันความหวังและอนาคตของบ้านเมืองไทยเพื่อที่จะรองรับการ เปลี่ยนแปลง ผมจึงขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนกับการตั้งกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการที่จะตามมา ขอบคุณ ท่านประธานครับ