กูเฮง ยาวอหะซัน อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มส่วนร่วมของประชาชนและเร่งปรับรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาด้านการยอมรับรัฐธรรมนูญ การขาดเสรีภาพในการนับถือศาสนา การจัดการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม รวมถึงปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและภาระหนี้ กยศ. ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนวงกว้าง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอร่วมอภิปรายในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็อย่างที่ทราบนะครับว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดเรามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับและ ทุกครั้งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีฉบับใดที่เราพูดได้ว่าสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และทุกครั้งก็ต้อง มีการแก้ไข อีกอย่างหนึ่งในปัจจุบันนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญเองก็ต้อง ทันกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่สุดก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตราขึ้นมาเขียนขึ้นมา ด้วยเงินภาษีของประชาชนแต่ประชาชนกลับมีส่วนร่วมน้อยมาก หรือจะกล่าวว่าแทบจะ ไม่มีเลย อย่างที่ ๒ คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างที่ ทราบกันดี
อีกประการหนึ่งก็คือความเท่าเทียมกัน ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาค จากการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมจะพูดถึงในรายละเอียดในรอบถัดไปก่อนประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการลงประชามติ และบ้านผมเองจังหวัดนราธิวาสรวมทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาไม่ยอมรับ เราไม่ยอมรับกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดนราธิวาสมีประชากรที่ลงไป ใช้สิทธิวันนั้นประมาณ ๑๓๖,๐๐๐ กว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดปัตตานี ๑๖๐,๕๐๐ กว่าคนที่ไม่ยอมรับกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จังหวัดยะลา ๑๑๐,๐๐๐ กว่าคน รวมแล้วใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่มีสิทธิใช้สิทธิใช้เสียงในวันนั้น อย่างที่เราทราบกันนะครับ หลังจากมีประกาศใช้รัฐธรรมนูญเราก็มีการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่า ส.ส. พวกเราทุกคนที่ลงเขต เลือกตั้งรู้ว่ามันลำบากแค่ไหนที่เราต้องลงพื้นที่ครับ ระยะเวลาหลายปีที่เราลงพื้นที่เหน็ดเหนื่อย สาหัสเราอยู่กับประชาชนมาตลอด แต่พอถึงวันเลือกตั้งเราก็ใช้อำนาจใช้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่ ใช้ความได้เปรียบมาใช้อำนาจในการเลือกตั้ง ในพื้นที่ผมผมบอกกับท่านประธานได้เลยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เลวร้ายเท่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ผ่านมาทั้งหมดนะครับไม่เลวร้าย เท่ากับการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้แต่นายอำเภอในพื้นที่ผมเองยังเปิดบ้านเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมารับเงินที่บ้านให้ไปแจกจ่ายเพื่อลงคะแนนให้พรรค ๆ หนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่า มันไม่เคยปรากฏถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนอาจจะมีใช้บ้างเรื่องอำนาจ ซึ่งการได้เปรียบและ ลักษณะอย่างนี้มันไม่เป็นธรรมกับพวกเรา ส.ส. เขตที่เหน็ดเหนื่อยจากการได้ลงพื้นที่ แล้ววันนี้ ๓ อำนาจในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติเองก็เกิดความแปลก ประหลาดที่ว่าเราเป็นคนที่จะตรากฎหมายและแก้ไขกฎหมายเองแต่กลับทำไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปิดโอกาสในการทำหน้าที่นิติบัญญัติของเราครับ ส่วนฝ่ายบริหารก็ไม่ได้ มาจากประชาชน ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ฝ่ายตุลาการเองก็มีปัญหาวันนี้ เพราะว่า ถูกเคลือบแคลงในการตัดสินคดีหลาย ๆ คดี จนบางครั้งก็เกิดคำถามในสังคมว่ามันเป็น ๒ มาตรฐานหรือเปล่า ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างที่ผมบอกครับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ไม่รับอยู่แล้วในเรื่องนี้ ผมจะยกประเด็นสัก ๒-๓ มาตรา ผมขอสัก ๒ มาตราวันนี้ มาตรา ๕๔ เรื่องการศึกษา ในมาตรานี้เขาบอกการศึกษาให้เรียนฟรี ๑๒ ปี แต่ถ้าเราคิดดูจริง ๆ ๑๒ ปีก็แค่ชั้น ม. ๓ จริง ๆ การศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ศึกษาฟรี อย่างประเทศที่เจริญแล้วถึงปริญญาตรีก็ยังให้เรียนฟรีต้องส่งเสริม และการเรียนให้มี คุณภาพแต่เราไม่มีบทบัญญัติไว้กับผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาไม่มีการต่อยอดให้เด็ก ที่เรียนดี อย่างที่ทราบวันนี้ในพื้นที่ผมชาวบ้านเขายากจน เด็กบางคนสอบแพทย์ได้แต่ไม่มี โอกาสได้เรียนแพทย์ เพราะพ่อแม่ไม่มีสตางค์จะส่งเสีย กลายเป็นบาปของพ่อแม่ที่เห็นลูก ขาดโอกาสในเรื่องการศึกษา บางคนต้องคิดถึงเรื่องการคอร์รัปชัน ข้าราชการบางคน ต้องผ่อนบ้านผ่อนรถยังไม่หมด ลูกเข้ามหาวิทยาลัยจะเอาเงินที่ไหนไปให้ลูกเรียนแพทย์ได้ครับ ต้องใช้เงินหลายล้านบาท ถ้าลูกสอบหรือว่าเอ็นทรานซ์ (Entrance) ไม่ติดจะเข้าเรียนแพทย์ เอกชนต้องใช้เงิน ๔ ล้านบาท ๕ ล้านบาทจะเอาเงินจากไหนครับ นี่คือความไม่เท่าเทียมกัน ความเสมอภาคในเรื่องการศึกษา แล้ววันนี้ท่านประธานก็ทราบดีหนี้ กยศ. บางท่านฆ่าตัวตาย ไปแล้วก็มี เบี้ยปรับแทบจะเท่ากับเงินกู้ กยศ. ดอกเบี้ยธนาคารไม่เท่าไร อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ วันนี้ในสังคมที่ผมบอกว่าวันนี้โอกาสความเท่าเทียมกันไม่มี และขอไปที่มาตรา ๖๗ ในการ นับถือศาสนา บ้านผมส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเป็นชาวมุสลิม วันนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ความสำคัญกับศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่แปลกครับเพราะเราอยู่ประเทศไทยก็ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ว่าศาสนาอื่นละครับวันนี้เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ไม่ใช่สิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนา มันก็เป็นปัญหาเยอะต่อไปในพื้นที่บ้านผม เพราะว่าแม้แต่เรื่อง คลุมฮิญาบเรื่องที่ผ่านมาก็มีปัญหา แม้แต่ธนาคารของรัฐเองวันนี้ผมไม่แน่ใจธนาคารออมสิน ให้สวมฮิญาบหรือเปล่าเวลาไปทำงาน แม้แต่เป็นของรัฐเองเรายังมีเรื่องอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่ ทั่วโลกไม่มีแล้วครับ อิสรเสรีภาพเรื่องนี้แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขาบอกโอ้ยกลัวกันจัง เรื่องก่อการร้าย แต่เรื่องสวมฮิญาบเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน บ้านเรายังให้ไม่ได้เลยครับ และวันนี้ยังเป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐธรรมนูญและเรื่องศาสนา ต่อไปเรื่องศาสนบัญญัติ เรื่องศาสนธรรมอะไรนี่ หรือว่าเรื่องนิกายทั้งหมดถ้าเราไม่มีสิทธิเสรีภาพเราก็ไปไม่ได้ มันจะ เป็นปัญหาทับถมกันต่อไป แล้วก็ทะเลาะกันไม่สิ้นสุด ขอบคุณครับท่านประธาน