เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล หารือเรื่องปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เกิดจากกฎหมายและระเบียบของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ผู้ค้าสลากรายย่อยตกอยู่ในความยากลำบาก และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนาชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ถึงแม้ไม่ได้มาตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง แต่ก็ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้กรุณามาตอบกระทู้ครั้งนี้ ท่านประธานครับ วัตถุประสงค์หลักของกระทู้ถามของผมในครั้งนี้เพื่อเป็นการสะท้อนให้รัฐบาลได้เห็นแล้ว ก็ทราบปัญหา แล้วก็เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการอิสระ และที่สำคัญก็ประกอบ อาชีพสุจริต ก็คือผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยซึ่งได้รับผลกระทบจากกฎหมาย แล้วก็ ระเบียบที่ออกโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งก็อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าปัญหาเกิดจาก การที่การจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสำนักงานสลากไม่ได้ถึงมือผู้ค้าสลากตัวจริงที่ผม เรียกว่าผู้ค้าสลากรายย่อยโดยตรง มันต้องผ่านหลายชั้นหลายคนทำให้เมื่อมาถึงมือผู้ค้าสลาก ราคามันก็สูงเกินราคาที่กำหนดแล้ว แล้วก็ประกอบกับปัจจุบันนี้จำนวนของผู้ค้าสลากกินแบ่ง รัฐบาลรายย่อยที่เป็นอาชีพอิสระเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่ามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน สาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำก็หันมา เป็นผู้ค้าสลาก นักเรียนนักศึกษาบางคนเรียนจบแล้วไม่มีงานทำก็หันมาเป็นผู้ค้าสลาก ก็เลย มีปัญหาว่าเมื่อราคามาถึงมือไม่ได้รับการจัดสรรสลากในราคาต้นทุน ราคามาถึงก็สูงแล้ว บวกกับต้นทุนของการขายก็คือค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พักก็รวมแล้วเกินกว่าราคาที่กฎหมาย กำหนด อันนี้คือสภาพปัญหาที่เกิดกับผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อย ผมก็เลยอยากจะ เรียนท่านประธานอีกสักนิดว่าผมได้มีการเปิดเวทีเพื่อรับฟังปัญหาของผู้ค้าสลากกินแบ่ง รัฐบาลรายย่อยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งที่อำเภอวังสะพุง มีตลาดค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ที่นั่น ผมไม่ได้มีการ ประชาสัมพันธ์อะไรมากสื่อผ่านทางเฟซบุ๊กแล้วก็แจ้งบอกต่อ ก็ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชน ที่เป็นผู้ค้าสลากรายย่อยมาร่วมเสนอความคิดเห็นแล้วก็มาเสนอปัญหามากกว่า ๓,๐๐๐ คน จากทั่วประเทศ อันนี้แสดงให้เห็นถึงว่ามันไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนน้อยแล้วอยากจะสะท้อน ตรงนี้ให้ทางท่านประธานถึง ฯพณฯ รัฐมนตรี กรุณาพิจารณาให้ความสำคัญ สภาพของการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนวิธีการเมื่อปี ๒๕๕๘ ตอนที่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหาร ตอนนั้นที่เราได้ยินว่า ๕ เสือกองสลากก็ได้มีการแก้ไขไม่มีแล้ว วิธีการที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ใช้ในการจัดจำหน่ายสลากรูปแบบใหม่ อันนี้ ในสไลด์ (Slide) ที่เห็นตรงนี้สลากทั้งหมด ๙๐ ล้านใบ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
แต่ปัจจุบันอาจจะเป็นร้อยล้านใบแล้ว ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ใน ๙๐ ล้านใบมีการจัดสรรผ่านระบบที่ใช้ธนาคารกรุงไทย ๕๗ ล้านใบ และอีก ๓๓ ล้านใบเป็นระบบโควตาผ่านหน่วยงานทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐ ต้นทุนของ สลาก ๗๐ บาท กำหนดให้ขาย ๘๐ บาท แต่ปัญหาก็คือว่ามันไม่ถึงมือของผู้ขายตัวจริงนะครับ แล้วก็ผู้ที่ขึ้นทะเบียนที่จะมีโอกาสในการซื้อต้นทุน ๗๐ บาทจำนวน ๕๗ ล้านใบนี่มัน ขึ้นทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วก็เป็นข้อมูลที่อาจจะไม่เป็นไปตามสภาวะความเป็นจริง ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็เกิดปัญหาตามมาว่าเมื่อไม่ถึงมือผู้ขายโดยตรงก็จะเกิดสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ที่บอกว่าคนกลางเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจะเป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊วไม่รู้กี่ปั๊วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เกิดปัญหาว่าเมื่อถึงมือของผู้ค้าสลากทำให้ราคามันสูงและเกิดเป็น ประเด็นที่ตามมาครับท่านประธาน ก็คือว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพยายามควบคุม ราคามีโจทย์ในการแก้ปัญหาในครั้งนั้นบอกว่าไม่ให้ขายสลากเกินราคา ควบคุมราคาโดยใช้ มาตรการทางกฎหมายในการออกระเบียบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้มีการตั้งรางวัล นำจับ แล้วก็เกิดปัญหาที่ตามมาก็คือว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเกิดเรื่อง ของการเรียกรับส่วยครับ ตอนนี้ทั่วประเทศผู้ค้าจะต้องจ่ายเดือนละ ๓๐๐ บาทเพื่อให้ มีโอกาสได้ขายสลาก อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเห็นใจกับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เขา ต้องการประกอบอาชีพนะครับ อันนี้คือสภาพของปัญหาที่ผมอยากนำเรียนท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็จากตรงนี้ผมคิดว่าอยากจะให้ทางรัฐบาล ได้หันกลับมาลองพิจารณาช่วยผู้ค้าสลากรายย่อยในการที่จะทำให้การขายสลากและเพื่อยังชีพ ได้ดำเนินการต่อไปได้นะครับ อันนี้ก็คือสภาพที่เกิดขึ้นจริง ณ ตอนนี้ครับ ผมก็ถือโอกาส ถามนะครับ