สันติ ชี้ปัญหาสลากเกินราคา แจงกลไกจัดสรร-ต้นทุนเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

สันติ พร้อมพัฒน์ ชี้ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคาซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการแก้ไขอย่างเด็ดขาด พร้อมอธิบายถึงกลไกการจัดสรรและการเพิ่มจำนวนสลากเพื่อตอบสนองอุปสงค์อย่างสมดุล รวมถึงการสนับสนุนผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอน ทำให้ราคาขายปลีกสูงขึ้น แม้กำไรต่อฉบับที่ผู้ค้าได้รับจะอยู่ในระดับจำกัด

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านเป็นผู้แทนที่เอาใจใส่ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีปัญหาในด้านของผู้จำหน่ายที่มีกระบวนการต่าง ๆ ทำให้ผู้จำหน่าย ตามที่ท่านได้กล่าวถึงว่าจะต้องขายเกินราคาเพราะว่าไปรับมาเป็นทอด ๆ ซึ่งท่านเองท่านก็ เป็นห่วงเป็นใยในปัญหาอันนี้นะครับ เสร็จแล้วท่านก็กล่าวว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำอย่างไรถึงแก้ปัญหาเรื่องสลากเกินราคาไม่ได้ ไม่จบสิ้นเสียที ผมต้องขอเรียนท่านผู้แทน ท่านเลิศศักดิ์ ดังนี้นะครับ

จริง ๆ แล้วเรื่องสลากเกินราคาเป็นปัญหามานับ ๑๐ ปีแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เราก็พิมพ์สลากออกจำหน่ายพี่น้องประชาชนที่ ๓๔ ล้านฉบับ เมื่อเวลา ผ่านไปก็ไม่พอนะครับ ไม่พอก็เกิดปัญหาอย่างที่ท่านได้พูดถึงนะครับ ในปี ๒๕๔๗ เราก็เพิ่ม เป็น ๔๘ ล้านฉบับ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสลากไม่พอ ทำให้มีการขายเกินราคา ปี ๒๕๕๒ เราก็ เพิ่มเป็น ๕๐ ล้านฉบับ แล้วก็ปี ๒๕๕๗ ก็เพิ่มเป็น ๗๔ ล้านฉบับ ขณะนี้ปี ๒๕๖๒ ก็ได้เพิ่มเป็น ๑๐๐ ล้านฉบับ ซึ่งถ้าเราดูจากจำนวนของ ๑๐๐ ล้านฉบับ มันเกินประชากร ของเราเสียด้วยซ้ำในแต่ละงวด ๆ อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่กองสลากเองได้แก้เรื่อง ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) มีผู้ต้องการเยอะ แล้วถ้าสลากน้อยไปก็ทำให้มูลค่า มันแตกต่างไปอย่างที่ท่านพูดถึงนะครับ โครงสร้างของการจัดสรรเรื่องสลากให้มันเกิดความ เท่าเทียมหรือเกิดความสมดุล ก็ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าใน ๑๐๐ ล้านฉบับนั้น ๓๓ ล้านฉบับ เป็นกึ่ง ๆ การกุศล ก็คือเป็นของสมาคมองค์กรของคนพิการทั้งหลายทั้งปวง ก็มีหลายร้อย องค์กรที่รับสลากในส่วนของ ๓๓ ล้านฉบับนี้ไปจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ต่าง ๆ ซึ่งเขาเองมีสมาชิกประมาณ ๑๗,๘๐๐ กว่าราย อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผู้ค้าทั่วไปรายย่อย ก็จะได้รับสัดส่วนตรงนี้ประมาณ ๑๔.๕ ล้านฉบับ มีรายย่อยอยู่ทั้งหมด ๒๘,๖๗๐ ราย แล้วก็ ยังมีผู้พิการอิสระอีก ๑๓.๕ ล้านฉบับ ๓,๖๓๕ ราย รวม ๆ แล้วตรงนี้ก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ รายกว่า ๆ ๖๐,๐๐๐ รายเศษ ๆ จำหน่ายในส่วนนี้ ๓๓ ล้านฉบับ อีกส่วนหนึ่ง ที่ท่านได้บอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๘ ได้แก้ปัญหากันเลิก ๕ เสือ ตรงนี้ก็ได้รับการจัดสรรโดยการ จองล่วงหน้าอีกประมาณไม่เกิน ๖๗ ล้านฉบับ รวมแล้วก็เป็น ๑๐๐ ล้านฉบับ ในส่วนนี้ ท่านคงทราบอยู่แล้วว่าเป็นการจองซื้อผ่านระบบแลนดิง (Landing) ของธนาคาร ซึ่งในส่วนนี้เอง มีผู้ที่มาแสดงสิทธิเป็นผู้จองซื้อประมาณ ๑๓๔,๐๐๐ ราย ของเมืองเลยรู้สึกว่าเป็นผู้มาจอง ซื้อประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าราย เพราะฉะนั้นในแต่ละงวด แรก ๆ ท่านคงจะได้ข่าวว่า เมื่อจัดระบบนี้แรก ๆ สลากมีเกินกับจำนวนความต้องการในระดับหนึ่งในสมัยนั้นก็ทำให้ สลากขายแล้วราคาต่ำกว่า ๘๐ บาท ดังนั้นระยะเวลาต่อมาประชากรเพิ่มขึ้น ผู้ขายสลาก พยายามใช้วิธีการต่าง ๆ ในการที่จะเข้าถึงแหล่งต่าง ๆ ก็เลยทำให้เป็นการโพรโมต (Promote) ให้สลากขายดีขึ้น สักระยะเดียวก็เกิดสลากเริ่มตึงไม่พอจำหน่ายขึ้นมาอีกนะครับ โดยเฉพาะการพัฒนาการของผู้ที่ไปแลนดิง (Landing) ได้คนละ ๕ เล่ม ๕ เล่ม ๕ เล่ม ในแต่ละภาคส่วนต่าง ๆ ก็มีการไปรวม เขาเรียกว่าไปรวมเล่ม รวมเบอร์ให้มันเกิดความ ท้าทายต่าง ๆ เกิดขึ้น เกิดการจูงใจอะไรต่าง ๆ ก็มีการเกิดการรวมอย่างนั้นขึ้น ทำให้ ความต้องการในที่เขาไปเสียแรงไปทำอะไรจนกระทั่งมันเป็นสลากชุดหนึ่งมี ๓ ฉบับ ๔ ฉบับ ๕ ฉบับ ถ้าถูกรางวัลที่ ๑ ทีหนึ่งวันก่อนผมฟังแล้วก็ตกใจนะครับ ๑๐๒ ล้านบาท ซึ่งก็ เป็นประโยชน์ก็ทำให้เกิดแรงจูงใจตรงนี้ จากโครงสร้างการจำหน่ายสลากตามที่ผมได้กล่าว ไปว่ากองสลากเองก็พยายามที่จะจัดถ่วงดุลต่าง ๆ เพื่อให้สลากมีความพอเพียงกับ ความต้องการต่าง ๆ เพราะระยะเวลาผ่านไปก็ต้องเรียนว่าสลากขณะนี้เองเท่าที่ผมสอบถาม กองสลากมาแล้วว่ากองสลากมีเครื่องพิมพ์อยู่ ๓ ชุด พิมพ์เต็ม ๓๐ วัน ก็อาจจะพักเครื่อง สักอาทิตย์ละ ๑ วัน อะไรอย่างนั้นนะครับ คือไม่มีเวลาว่างเลย เวลาพิมพ์ตั้งแต่ ๗ โมงเช้า ถึงประมาณ ๒ ทุ่ม ซึ่งก็ใช้เวลาของเครื่องพิมพ์อย่างเกินประสิทธิภาพ เครื่องหนึ่งก็จะพิมพ์ได้ ประมาณ ๓๕ ล้านฉบับเศษ ๆ รวมแล้ว ๓ เครื่องงวดหนึ่งก็พิมพ์ได้ ๑๐๐ ล้านฉบับ นั่นคือ เต็มประสิทธิภาพแล้ว

ส่วนในเรื่องของการขายเกินราคา ก็ต้องเรียนว่าอย่างที่ท่านพูดก็ไม่ผิด ถูกนะครับ ว่าลูกค้าที่จองซื้อสลากเมื่อเขาจองซื้อได้แล้ว ๕ เล่ม พอนาน ๆ เข้าคนที่ไปจองซื้อ ๕ เล่ม ๕ เล่ม ๕ เล่ม ทั้งหลายทั้งปวงเขาก็จะรู้จักกันไปมาหาสู่กันเขาก็เอามารวมเพื่อให้สลาก เหมือนกันมีหลาย ๆ ฉบับขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นคนที่ได้ ๕ เล่มก็จะมีเจ้าประจำ ก็คือ อย่างที่ท่านพูดยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เขาก็ขายแต่ละทอดเขาก็คงเอากำไรนิดหน่อย จนกระทั่งไปถึง ทอดสุดท้ายต้นทุนก็อาจจะสูงขึ้นกว่าที่กองสลากได้จัดจำหน่ายไปให้กับลูกค้าจอง ลูกค้า รายย่อยทั้งหลายทั้งปวงนะครับ จริง ๆ แล้วเมื่อผมทราบว่าผลกำไรจากผู้ค้าที่กองสลากขาย โดยตรง กองสลากขายให้กับผู้ค้าฉบับละ ๗๐.๔๐ บาท เพราะฉะนั้นลูกค้าจะได้กำไร แต่ละฉบับ ๙.๖๐ บาท ก็ต้องถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย เดือนหนึ่งขาย ๒ ครั้ง ก็ต้องถือว่า จากการปรับปรุงของกองสลากก็ทำให้มีผลตอบแทนมากขึ้นถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ