เรวัต วิศรุตเวช ชี้แจงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยตั้งข้อสังเกตถึงกลไกการสืบทอดอำนาจผ่านการแต่งตั้งวุฒิสมาชิก 250 คนโดย คสช. ที่ขาดความโปร่งใส ไม่มีหลักเกณฑ์และรายชื่อคณะกรรมการสรรหาเปิดเผย จนก่อให้เกิดข้อครหาเรื่องการสืบทอดอำนาจอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมวิพากษ์กระบวนการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 และบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ที่ทำให้ ส.ว. มีส่วนร่วมในการลงคะแนน ซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตย และเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผยและรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ทำไมเราจึงต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีดีเอ็นเอ (DNA) ของเผด็จการ เป็นโรคร้ายที่ทำลายมนุษยชาติ ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของประเทศเราจึงจำเป็นต้องหยุดยั้ง การสืบทอดสายพันธุ์อันตราย ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าการสืบทอดอำนาจของ เผด็จการนั้นมี ๒ ขั้นตอน
ขั้นตอนแรก คสช. ต้องเป็นผู้เลือก ๒๕๐ ส.ว. เพื่อให้เป็น ส.ว. ที่สั่งได้
ขั้นตอนที่ ๒ ต้องให้ ๒๕๐ ส.ว. ที่สั่งได้มาเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ผมขอเริ่ม ด้วยมาตรา ๒๖๙ ในมาตรา ๒๖๙ บัญญัติอย่างนี้ครับว่าวาระเริ่มแรกให้วุฒิสภาประกอบด้วย สมาชิกจำนวน ๒๕๐ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่ คสช. ถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ กำหนดว่าให้มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว. คณะหนึ่งซึ่ง คสช. แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า ๙ แต่ไม่เกิน ๑๒ มีหน้าที่ ดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ กรรมการสรรหา คสช. ก็เป็นผู้แต่งตั้งและการแต่งตั้งจะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือใน (ก) และ (ข) ซึ่งจะบอกที่มาของ ส.ว. ส่วนใน (ค) ซึ่งจะได้แสดงต่อไป จะเป็นวิธีที่จะ ให้ คสช. เป็นผู้เลือก
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ เป็นการคัดเลือก ส.ว. กลุ่มที่ ๑ ให้คณะกรรมการ เลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการเลือก ส.ว. ตามมาตรา ๑๐๗ จำนวน ๒๐๐ คน อ่านเฉพาะที่ ขีดเส้นใต้ก็ได้นะครับ แล้วนำรายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐๗ เป็นบทถาวรที่ให้ กกต. ไปดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ต้อง เสนอชื่อให้กับ คสช. เสร็จแล้วทำอย่างไรครับ ก็เลยทำบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๙ ขึ้นมา เพื่อให้ คสช. นั้นเป็นผู้เลือก
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ใน (ข) คือ ส.ว. ก้อนที่ ๒ ก็คือให้คณะกรรมการสรรหา คัดเลือกบุคคลผู้ที่มีความรู้ความสามารถจำนวนไม่เกิน ๔๐๐
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ใน (ค) ก็คือบอกถึงวิธีการที่จะให้ คสช. นั้นเป็นผู้เลือก ส.ว. ทั้ง ๒ กลุ่ม ซึ่งบัญญัติไว้ดังนี้ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจาก กกต. ให้ได้จำนวน ๕๐ คน และคัดเลือกชื่อสำรองไว้อีก ๕๐ คน ต่อไปเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหา ตาม (ข) ให้ได้จำนวน ๑๙๔ คน รวมกับผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทสส. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เป็น ๒๕๐ คน ท่านประธาน ๒๕๐ ส.ว. จึงเป็นหวยล็อก ที่คลอดออกมาจากโพรงมดลูกของเผด็จการ คสช. จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาเป็นทายาท ของการสืบทอดอำนาจอย่างแน่นอน ระหว่างดำเนินการคัดเลือก ส.ว. ๒๕๐ ประชาชน ให้ความสนใจและติดตาม แต่ใน (ข) ที่ท่านประธานเห็นในสไลด์ (Slide) การคัดเลือกจำนวน ๑๙๔ คนต้องดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ (๑) (ข) ซึ่งกรรมการสรรหาต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แต่ไม่พบว่ามีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลยครับ แต่ไปตอบสังคมว่าอย่างไร ไปตอบสังคมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประชาชนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ต้องประกาศก็ได้ อย่างนี้ก็ได้หรือครับ และเมื่อประชาชนอยากทราบว่าใครกันเป็นกรรมการสรรหาบ้าง แม้คัดเลือกเสร็จแล้วก็ยังปิดเป็นความลับอีก แต่พอเปิดเผยประชาชนช็อกกันทั้งประเทศ เพราะคาดไม่ถึงว่ากรรมการสรรหาผลัดกันเกาหลัง เลือกกันเองมันเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่พวกท่านก็ยังกล้าที่จะทำ แผนต่อไปเพื่อให้ทายาท ๒๕๐ ส.ว. ได้มาช่วยโหวตให้หัวหน้า คสช. ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องทำอย่างไรครับ ผมจะชี้ให้เห็นดังนี้
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๖ มาตรา ๑๕๙ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ บุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม มาตรา ๘๘ ต่อมาอ่านเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ ต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ แล้วก็สุดท้ายมติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนอย่างเปิดเผยและมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านเห็นหรือไม่ว่าในบทถาวร มาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสามล้วนแล้วแต่ดำเนินการโดยสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น ไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างไรครับ ตรงนี้มันถึงจุดไคลแม็กซ์ (Climax) แล้วครับ จะเกิดการ ปฏิสนธิถ่ายทอดยีนต้องมีบทพิสดารต้องมีไคลแม็กซ์ (Climax) ก็คือบัญญัติมาตรา ๒๗๒ ไว้ในบทเฉพาะกาล
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๗ มาตรา ๒๗๒ บัญญัติไว้อย่างไรครับ ในระหว่าง ๕ ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบกับบุคคลซึ่งสมควรได้รับ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาและมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของ ไม่ใช่ สภาผู้แทนราษฎรแล้วครับ เป็นของทั้ง ๒ สภา ท่านประธานครับเห็นไหมครับ การจุติขึ้น ของเผด็จการเกิดขึ้นแล้ว การจุติขึ้นของการสืบทอดอำนาจได้เกิดขึ้นแล้วครับ ขอขีดเส้นใต้ ตรงนี้เลยว่าได้เปลี่ยนจากสภาผู้แทนราษฎรมาเป็น ๒ สภาเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งในบทถาวร ไม่มีครับ มาตรา ๒๗๒ บัญญัติขึ้นมาในบทเฉพาะกาล ท่านประธานเห็นไหมครับว่า การสืบทอด อำนาจของเผด็จการนั้นได้ปฏิสนธิเกิดเป็นตัวแล้วโดยบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๒ และ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนครับ ส.ว. ๒๕๐ คน ได้มายกมือกัน เป็นฝักถั่ว จำนวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มโหวตให้กับสเต็มเซลล์ (Stem cell) เซลล์ (Cell) ต้นกำเนิดคือหัวหน้า คสช. ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมขอสรุปอีกครั้งเพื่อให้ ประชาชนเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแผนการสืบทอดอันนั้นเป็นบันไดทอง ๒ ขั้น บันไดขั้นแรก คสช. ต้องใช้บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๙ เพื่อ คสช. จะได้เป็นผู้เลือก ส.ว. ๒๕๐ คน แทนมาตรา ๑๐๗ ในบทถาวร บันไดขั้นที่ ๒ ใช้บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๒ ให้ ๒๕๐ ส.ว. มาร่วมโหวตตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีแทนมาตรา ๑๕๙ ในบทถาวร ท่านประธานครับ ผมถามจริง ๆ เถอะว่ามีที่ไหนในโลกเขาทำกันแบบนี้ ถ้าเปรียบเทียบกติกานี้กับการแข่งขันกีฬา ก็เหมือนกับการวิ่ง ๗๕๐ เมตร เผด็จการไปยืนรออยู่ข้างหน้าแล้วที่หลัก ๒๕๐ หรือถ้าเปรียบกับ ฟุตบอลยังไม่ทันเขี่ยลูกเลยกรรมการบอกให้ใส่สกอร์ (Score) ที่ทีมเผด็จการไปเลย ๓ ลูก ก็เป็น ๓ : ๐ ตั้งแต่เริ่มแข่งแล้วยังไม่ทันเตะเลย ท่านภูมิใจกับการแข่งขันอย่างนี้ด้วยหรือครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่เสนอโดย นายสุทิน คลังแสง และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ