นิพนธ์ แจงมาตรการลดอุบัติเหตุ ชี้ 78% ถนนอยู่ในมือ อปท.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

นิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจงมาตรการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนโดยใช้กลไกท้องถิ่น หลังมีการแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลการจราจร พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดอุบัติเหตุและเสียชีวิตบนถนน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านแนน ซึ่งในกระทู้นี้ผมคิดว่าข้อมูลตัวเลขที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่เป็นตัวเลขที่ใช้เป็นบรรทัดฐานของ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือองค์การอนามัยโลกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งพวกเราเองก็ไม่อยากจะ ให้เกิดถือว่าตัวเลขดังกล่าวนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมากมาย ในมาตรการที่รัฐบาลได้นำมา เป็นเครื่องมือในการแก้ไขอยู่ในขณะนี้ก็คืออาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ ป้องกันและการลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งได้กำหนดโครงสร้างตั้งแต่ระดับที่ เรียกว่า ระดับนโยบาย ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีระดับที่เรียกว่า ระดับอำนวยการ ก็คือมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยทางถนน หรือว่า ศปถ. ในระดับชาติที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นฝ่ายเลขานุการ และในส่วนของ ระดับปฏิบัติการก็คือระดับจังหวัด เรามี ศปถ. จังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการเป็นประธานคณะกรรมการ ศปถ. จังหวัดและมีกลไก ศปถ. อำเภอ ก็คือ มีนายอำเภอเป็นประธาน แล้วในระเบียบดังกล่าวก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แต่งตั้ง ศปถ.อปท. คือศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประเทศเรา ขณะนี้เรามีถนนทั้งสิ้น ระยะทางที่เป็นรถใช้ในการสัญจรไปมาอยู่ประมาณสัก ๔๕๒,๒๓๘ กิโลเมตร ในจำนวน ดังกล่าวเป็นถนนที่อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวงประมาณสัก ๕๑,๘๑๓ กิโลเมตร อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวงชนบทประมาณสัก ๔๗,๙๖๐ กิโลเมตร ส่วนอีกประมาณ ๓๕๒,๔๖๕ กิโลเมตรอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วมันสอดคล้องกัน โดยคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ถนนก็ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขกลม ๆ อยู่ในการดูแลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สอดคล้องกับอุบัติเหตุและการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เกิดขึ้นบนถนนที่อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองท้องถิ่นและ เสียชีวิตก็ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจึงเป็นที่มาที่ สนช. ได้นำไปสู่การแก้ไข กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ ฉบับ นั่นก็คือพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การ บริหารส่วนจังหวัด พระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาล พ.ร.บ. เทศบาล และ พ.ร.บ. อบต. โดยแก้ไขเพิ่มอำนาจหน้าที่ในเรื่องการดูแลความเรียบร้อยและให้ความช่วยเหลือส่งเสริม สนับสนุนดูแลการจราจรและรักษาความสงบเรียบร้อย นี่ในส่วนของ อบจ. ให้มีหน้าที่ ดังกล่าว ในส่วนของเทศบาลก็ให้มีหน้าที่เพิ่มขึ้น คือรักษาความสงบเรียบร้อยการดูแลจราจร และการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ในส่วนของกฎหมาย สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลแก้ไขเหมือนกันครับ เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นในการ รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย การดูแลการจราจรและการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าขณะนี้เราเริ่มในการใช้กลไกท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแล ในเรื่องการจราจร ในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เครื่องมือกลไกในการ บริหารจัดการในขณะนี้ ผมเองก็พยายามที่จะได้ตระเวนไปเยี่ยมเยียนจังหวัดต่าง ๆ แล้วไป ทำความเข้าใจ แล้วก็ได้เชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ องค์กร ก็คือทั้งในส่วนของ สมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคม อบต. แห่งประเทศไทยมาพูดคุยมาหารือถึงการที่ต้องปรับเปลี่ยนแผน เพราะเมื่อกฎหมาย ให้อำนาจท้องถิ่นมาดูแลเรื่องดังกล่าว เมื่อก่อนนี้ท้องถิ่นไม่มีอำนาจนะครับ ท้องถิ่นไม่ทำ เรื่องการแก้ปัญหาจราจรเพราะทำเข้าก็บอกว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้อง มาแก้กฎหมายให้ท้องถิ่นเข้ามามีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการจราจร เพราะที่เรียนว่า ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ถนนหนทางที่ใช้อยู่นี้เป็นการดูแลของท้องถิ่นในประเทศเรา เพราะฉะนั้น กลไกที่สำคัญในขณะนี้คือทำความเข้าใจกับท้องถิ่นให้มีการปรับแผนให้บรรจุโครงการ ที่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน เกี่ยวกับเรื่องวินัยจราจร แล้วก็เกี่ยวกับเรื่อง สัญญาณไฟจราจรต่าง ๆ นี้ท้องถิ่นทำได้ แม้กระทั่งการอบรม การสร้างวินัยตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก การจ้างเทศกิจมาคอยอำนวยความสะดวกให้เด็กนักเรียนได้ข้ามทางเข้าไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ อย่างนี้ท้องถิ่นจะทำได้มากขึ้น แล้วก็จะเป็นช่องทางที่จะลดอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งที่สำคัญในการแก้ไขก็คือการสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน และการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในชุมชนมีความสำคัญกับความสำเร็จของโครงการคือ ลดการเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ลดการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมรวมถึงการทำให้ประชาชน ได้ตระหนักในเรื่องวินัยการใช้รถใช้ถนน เมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย ก็ได้ไป ปาฐกถาให้ในโอกาสที่ได้เชิญภาคีเครือข่ายทั้งหมดมาประชุมร่วมกันที่เมืองทองธานี เพื่อที่จะ ได้กำหนดมาตรการการลดความสูญเสียบนท้องถนนลงให้ได้ ที่สำคัญก็คือการสร้างวินัย คนในชาติให้เคารพกฎจราจรให้มีวินัยในการใช้รถใช้ถนนซึ่งผมคิดว่าภายใต้บริบทที่บอกว่า ถ้าตราบใดที่คนเรายังไม่มีวินัยเรายากที่จะลดความสูญเสีย เพราะฉะนั้นกลไกท้องถิ่นจะเป็น กลไกหนึ่งที่จะช่วยกันสร้างระบบการเรียนรู้ การรับรู้ และการสร้างให้มีวินัยตั้งแต่ระดับ ครัวเรือน ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้านขึ้นมาถึงระดับตำบล ขึ้นมาถึงระดับอำเภอและจังหวัด ผมคิดว่านี่คือมาตรการที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญและเร่งรัดดำเนินการอยู่ในขณะนี้ครับ