สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรีนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็อยากจะ ฝากทางกระทรวงมหาดไทยแล้วก็กระทรวงคมนาคมเรื่องไฟฟ้าในหมู่บ้านก็ดี สําหรับวันนี้ ก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้แก้จุดจ่ายไฟในบริเวณตําบลดงมะรุม ถนนสาย สระโบสถ์-วังเพลิง ซึ่งไฟดังกล่าวนั้นไม่ติดมาหลายเดือนแล้วครับ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยในเรื่องไฟ สายดงมะรุม

เรื่องที่ ๒ เรื่องขยายถนน ซึ่งในขณะนี้ชุมชนต่าง ๆ มีพี่น้องประชาชนอยู่ จํานวนมากอยู่ ๒ ข้างทางได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของถนนแคบก็อยากจะให้กระทรวง ที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงคมนาคมให้ขยายถนน ๔ สายด้วยกัน คือสายแรกช่วงบ้านชอน สาระเดช ถนนสายหมายเลข ๑ ให้ในหมู่บ้านได้มี ๔ ช่องจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุก็อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการโดยด่วนครับ และโครงการที่ ๒ สายโคกเจริญ หน้าที่ว่า การอําเภอโคกเจริญนั้นเป็นถนนสายเดี่ยวแคบและมีโรงเรียน มีโรงพยาบาลก็อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขยายถนนดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ถนนสายที่ ๒ และ ถนนสายที่ ๓ สายบ้านวงศ์สว่าง ตําบลบ่อทอง ก็เช่นกัน เป็นถนนคับแคบ เป็นหมู่บ้านหลาย หมู่บ้านที่สัญจรไปมา ซึ่งเป็นถนนคับแคบ ก็อยากให้กรมทางหลวงได้เร่งดําเนินการขยาย เส้นทางดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุ ในอนาคต ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ หารือต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ภัยแล้ง ในตอนนี้ แล้วก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระบบน้ําประปา ซึ่งส่วนใหญ่น้ําประปาที่สร้างไว้ สร้างไว้สมัย กสช. รุ่นนั้นก็ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่สร้างมาทําให้น้ําประปา แท้งค์ (Tank) น้ําเก่า ระบบการกรองก็ไม่ดีแล้วก็มีปัญหามาตลอดทําให้ขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภค และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแต่ละหมู่บ้านก็มีการขยายบ้านจํานวนมากขึ้น น้ําไม่พอใช้ แล้วโดยเฉพาะว่าเมื่อก่อนนี้ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้หลังจากถ่ายโอนให้ อบต. หลาย อบต. ครับ ไม่มีเงินที่จะในการตั้งงบประมาณไปสร้าง เพราะว่าใช้งบประมาณ ประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปในการก่อสร้าง ก็ฝากกับท่านประธานถึงกรมส่งเสริม ท้องถิ่นขอให้ตั้งเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้ชัดเจนเลยว่าจะให้กับประปาใน อบต. ไหน หมู่บ้านไหน อย่างเช่นที่จังหวัดสุโขทัยที่ร้องขอมาหมู่ ๘ บ้านบึงหญ้า ตําบลหนองจิก ก็เป็น ประปาเก่าแล้วน้ําไม่พอใช้กับชาวบ้าน แล้วก็หมู่ที่ ๒ ตําบลทุ่งยางเมือง อําเภอคีรีมาศ หมู่ที่ ๕ ตําบลไกรใน อําเภอกงไกรลาศ หมู่ที่ ๘ ตําบลไกรนอก อําเภอกงไกรลาศ และ หมู่ที่ ๑๓ ตําบลบ้านสวน อําเภอเมือง ของจังหวัดสุโขทัย ก็ฝากต่อท่านประธานนะครับ ถึงกรมส่งเสริมท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยมาดูแลงบประมาณในการสร้างประปา ขนาดใหญ่ให้กับหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านให้ชัดเจนเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาเรื่องน้ําอุปโภคบริโภค ให้กับชาวบ้านต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ คุณชมภู จันทาทอง เชิญครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องที่จะมาร้องเรียนให้พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ ๒ เรื่องค่ะท่านประธาน

เรื่องแรกนั้นดิฉันได้รับร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตําบลกองนาง อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่อยู่ริมห้วยโมงค่ะท่านประธาน พอฤดูแล้งเขาก็จะกักน้ําให้พี่น้องทําการเกษตรนั้นได้ใช้น้ําในริมห้วยโมง หมู่ที่ ๕ ของบ้าน หงษ์ทอง ตําบลกองนางยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร แล้วก็หมู่ที่ ๖ บ้านสามขา ตําบลกองนาง อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายนั้นประมาณ ๔๐๐ เมตร ได้รับความเสียหายไม่ว่าทรัพย์สิน แล้วก็ที่ทํากินการเกษตรของพี่น้องในลําห้วยโมงนั้นเสียหาย ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ช่วยหยิบเอาโครงการที่ทาง อบต. กองนางได้ยื่นมาหมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๖ แก้ไขปัญหาด่วนด้วยค่ะ

ปัญหาเรื่องที่ ๒ ก็เกี่ยวกับดิฉันได้ไปเยี่ยมพี่น้องหมู่ที่ ๔ ตําบลโคกคอน อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ท่านประธานคะ ทางพี่น้องอยากได้การก่อสร้างท่อเหลี่ยม คอนเกรีตเสริมเหล็กของหมู่ที่ ๔ ขนาด ๒.๔ คูณ ๒.๔ คูณ ๖ เมตร จํานวน ๘ ช่อง ข้ามห้วย วังทอง ท่านประธานคะซึ่งช่วงฤดูฝนนั้นทําให้มีน้ําไหลหลากและส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถ สัญจรไปในพื้นที่การเกษตรได้ ก็เลยอยากให้ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทนั้น ได้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาเรื่องการสัญจรไปมาของหมู่ที่ ๔ ตําบลโคกคอนด้วย ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม เรื่องที่ผมจะหารือต่อไปเป็นเรื่องที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน ซึ่งชาวจังหวัดนครพนมร้องเรียนมาเรื่อง ออกโฉนดที่ดิน ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ไปสํารวจรังวัดที่ดินให้แก่ประชาชนชาวอําเภอศรีสงคราม ๙ ตําบล อําเภอท่าอุเทน ๙ ตําบล และอําเภอนาหว้า ๖ ตําบล และขอขอบพระคุณที่ได้ไป สํารวจรังวัดให้หลายตําบลในอําเภอบ้านแพงและอําเภอนาทมแล้ว

เรื่องต่อไปจะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตําบลนาคํา อําเภอศรีสงคราม ทั้ง ๑๖ หมู่บ้าน มีความเดือดร้อน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้ไป สํารวจและออกแบบระบบชลประทานเพื่อให้มีน้ําเพื่อการเกษตรตลอดปี เพราะว่าฤดูแล้ง แห้งแล้งมาก ไม่มีน้ําเพื่อการเกษตร และเกษตรกรบ้านเหล่า ขอขุดลอกหนองน้ําบึงวังซิ้ว บ้านภูกระแต ขอขุดลอกห้วยสีดา

เรื่องต่อไปอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ครูและนักเรียนบ้านโพนก่อ ตําบลนาคํา ต้องการอินเทอร์เน็ต (Internet) ไร้สายวายฟาย (WiFi) และถนนคอนกรีตภายในโรงเรียนราชสามัคคี และ ประชาชนชาวตําบลนาคํา อําเภอศรีสงครามขอให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างถนนคอนกรีตบ้านโพนก่อถึงบ้านโพนงาม ตําบลนาคํา และขอถนนไร้ฝุ่นบ้านโพนงาม ตําบลนาคํา ถึงบ้านหนองมาท้าว ตําบลศรีสงคราม ความยาว ๑,๒๐๐ เมตร ประชาชน ชาวบ้านภูกระแต หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๒ และหมู่ที่ ๑๓ ตําบลนาคํา ขอถนนไร้ฝุ่นจากบ้าน ภูกระแตถึงบ้านหนองแสง ตําบลนาหัวบ่อ อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ความยาว ๘ กิโลเมตร ขอถนนไร้ฝุ่นจากบ้านภูกระแตถึงบ้านดง ตําบลนาขมิ้น อําเภอโพนสวรรค์ ความยาว ๙ กิโลเมตร กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัด ชัยภูมิ ขอบคุณที่ท่านประธานได้ให้พวกเราได้ปรึกษาหารือ เรื่องที่ผมอยากเรียน ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือเรื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ค่อยมีผลงาน เพราะอะไรครับ การขยายเขตนี้ มีปัญหาเยอะแยะยุบยับไปหมด ชาวบ้านอยากได้ไฟฟ้าเข้าไปตั้งบ้านใหม่กว่าจะขอไฟฟ้าได้ ท่านประธานทราบไหมครับ จะต้องไปขอ อบต. เพื่อเอาเงิน อบต. มาสมทบตลอด ผมก็ ไม่เข้าใจครับ คนไทยด้วยกันทําไมไฟฟ้านี้ถึงไม่ให้เขา เขามีบ้าน เขามีเลขที่ก็ให้เขาสิครับ แต่ปรากฏว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขณะนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขาไปทําอะไรกันอยู่ ขยายเขตไฟฟ้าแค่นี้ ทุกจังหวัด ทุกอําเภอ ทุกตําบล เห็นผู้แทนเขาจะ วิ่งเข้ามา บอกไม่มีไฟฟ้าใช้ อายครับท่านประธาน อายเขามาก ผมอยากฝากท่านประธาน เพื่อผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มันน่าจะดําเนินการโดยเร่งด่วน ให้เขาได้ใช้ไฟฟ้า เหมือนกันทั้งประเทศไทย

และอีกเรื่องหนึ่งคือโครงการตามพระราชดําริ เรื่องเอาไฟฟ้าเข้า ผมว่าน่าจะ เป็นหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จะต้องทําและดําเนินการ ท่านประธานและมีเรื่องหนึ่งที่ ผมอยากเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานก็จะเห็นตอนนี้ ป้าย ติดรูป นายกรัฐมนตรี รูปรัฐมนตรีเต็มประเทศไทยไปหมด ทั้งกระทรวงศึกษาธิการทั้งกระทรวงไม่รู้ จะติดอะไรกันนักหนา ผมไปประมาณการมาแล้วท่านประธาน แม้แต่หัวหน้าพรรคของท่าน ก็ติดครับ แต่น่าจะเอารูปหล่อ ๆ มาหน่อย ผมดูแล้วเกือบพันล้านบาท ผมดูคํานวณคร่าว ๆ ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่รู้ผิดกฎหมายหรือเปล่าติดกันได้ติดกันดี ผมว่าเอาเงินพันล้านบาท ไปซื้อวัวให้มันราคาขึ้น เอาไปช่วยเหลือข้าวที่ตกต่ํามันจะดีกว่า ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กรณี การสัญจรไปมาระหว่างพี่น้องประชาชนของอําเภอเหล่าเสือโก้กไปที่อําเภอดอนมดแดง ท่านประธานที่เคารพถนนสายนี้เป็นถนนที่อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท จาก บ้านแต้ใหม่ไปบ้านดอนกลาง ผ่านบ้านน้ําคําไปคําแพใหญ่ ไปบ้านหนองหิน ไปบ้านแดง ไปบ้านเหล่าแดง และไปยังที่ว่าการอําเภอดอนมดแดง และไปบ้านท่าศิลา และข้ามต่อไปยัง อําเภอตาลสุม ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนสายนี้เป็นถนนที่มีอายุในการใช้งานมานาน พอสมควร ชาวบ้านเรียกกันว่าถนนสามพันโบกนะครับท่านประธานครับ สามพันโบก ในความหมายของพี่น้องประชาชนคือมีหลุมมาก ถ้าเผื่อกรมทางหลวงชนบทจะจัดสรร งบประมาณไปทะนุบํารุงถนนสายนี้ก็จะก่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของกรณีของเอกสารสิทธิภายใต้การกํากับ ดูแลของ ส.ป.ก. ในพื้นที่ในตําบลหนองไข่นก อําเภอม่วงสามสิบ ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ในการกํากับของ ส.ป.ก. ส.ป.ก. ได้เดินสํารวจมาหลายปี ในขณะที่ เดินสํารวจมาหลายปีพี่น้องหลายร้อยคนยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิครับ ในขณะเดียวกันก็มี กลุ่มมิจฉาชีพไปแอบอ้างการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ ไปเรียกร้องเงินจากพี่น้องประชาชน ความล่าช้าในการปฏิบัติงานของหน่วยงานก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน นะครับ เพราะการไปเรียกร้องรับเงินจากชาวบ้าน ตรงนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนผ่านประธาน ไปว่าถ้าเร่งรัดได้ก็จะเป็นประโยชน์

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของการขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ท่านประธานที่เคารพ ในเขตพื้นที่ชลประทานในเขตเลือกตั้งของกระผม ทั้งเขตพื้นที่ชลประทานของตําบลท่าเมือง อําเภอดอนมดแดง พี่น้องบ้านโอด พี่น้องนาดีต้องการขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ในขณะที่พื้นที่เหล่านั้นมีคลองอยู่แล้วนะครับ ถ้าจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานโดยการขยาย แนวคลองก็จะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ

เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันได้รับการ บอกกล่าวจากท่านรองเจ้าคณะจังหวัดทั้ง ๒ สายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นธรรมยุตหรือสายนิกายค่ะ เนื่องจากปัจจุบันมีพระสงฆ์แล้วก็เณรที่ไปศึกษาเล่าเรียนที่จังหวัดต่าง ๆ บริเวณรอบ ๆ จังหวัดชัยภูมิเป็นจํานวนมากหลายร้อยองค์ ต้องเรียนว่าทางจังหวัดชัยภูมิก็เลยได้มีการริเริ่ม จะเริ่มสร้างวิทยาลัยสงฆ์ประจําจังหวัดชัยภูมิขึ้นมา แต่ปรากฏว่าเรื่องพื้นที่ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่มีพื้นที่จะไปก่อสร้างได้ ทางพระก็ได้ไปหาที่เพื่อให้ก่อสร้าง ปัจจุบันหาที่ ก่อสร้างได้แล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่มีงบประมาณในการจะไปดําเนินการก่อสร้างอาคารเรียนให้กับ วิทยาลัยสงฆ์ที่จังหวัดชัยภูมิ ดิฉันได้ลองสอบถามท่านรองเจ้าคณะจังหวัดทั้ง ๒ ท่าน ก็ทราบ มาว่าเขาบอกไม่มีงบประมาณ ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันการอุดมศึกษา แล้วก็สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยภูมิกําลังทําอะไร กันอยู่ จึงต้องปล่อยให้พระต้องหาเงินเรี่ยไรจากชาวบ้าน ประชาชน เพื่อไปก่อสร้างวิทยาลัยสงฆ์ ประจําจังหวัด ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบัน การอุดมศึกษาหรือว่าสํานักพุทธด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ค่ะ พี่น้องเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิบอกดิฉันว่า เงินช่วยเหลือ หลังจากที่ถูกน้ําท่วม หรือเงินชดเชยพืชที่ได้รับความเสียหายค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น อ้อย มันสําปะหลัง ข้าวโพดที่เสียหายจากน้ําท่วม จนปัจจุบันผ่านมายังไม่ได้รับเงินชดเชย เลยค่ะ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ดูแลจัดสรรเงินลงไปชดเชยให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ ค่ะ ปัจจุบันระดับน้ําของแม่น้ําชีได้ลดระดับลงเป็นจํานวนมาก ประชาชนตอนนี้กําลังปลูกข้าวนาปรังค่ะ น้ําในการจะทํานาไม่มี จะไปซื้อน้ํามันมาสูบน้ํา ก็มีราคาแพง ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลช่วยเหลือในเรื่อง การขาดแคลนน้ําด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไมตรี สอยเหลือง ครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอนําปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรนะครับ

เรื่องแรกเรื่องเงินบํานาญพิเศษของทหารเรือ พันจ่าเอก บรรจง เหมรา ได้ถึงแก่กรรมไปเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ จนบัดนี้เกือบ ๓ ปีแล้ว ทางภรรยาและครอบครัว บุตรยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ได้ติดตามขึ้นลงกรุงเทพฯ–สัตหีบ บ่อยครั้ง เสียงบประมาณไปหลายสตางค์ ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ที่กรมบัญชีกลาง จึงขอ ท่านประธานได้โปรดมีหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วยพิจารณาปัญหา ความเดือดร้อนของทหารเรือและครอบครัวด้วย

เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ําประปาที่อําเภอสัตหีบ ท่านประธานครับ เรื่องน้ําประปานี้ ผมเคยนําปัญหามาหารือกับท่านประธานหลายครั้ง ครั้งนี้ นาวาโท อรุณ หมดจด นายทหาร นอกราชการ ซึ่งพักอยู่ที่หมู่บ้านสามัคคี ๒๐ ซอยบ่อนไก่ ตําบลสัตหีบ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ยังไม่มีน้ําประปาใช้ และหมู่บ้านใกล้เคียงอีกหลายหมู่บ้าน ผมได้ไปติดตามดู ในพื้นที่ ก็พบว่าน้ําประปายังไม่มีใช้กันจริง ๆ จึงขอหารือท่านประธานแล้วก็ส่งต่อไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งรัดการประปาส่วนภูมิภาคให้รีบดําเนินการ หางบประมาณมาดําเนินการเรื่องน้ําประปาให้แก่พี่น้องราษฎรในอําเภอสัตหีบด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง คือ

เรื่องที่ ๑ ได้รับข้อร้องเรียนจากราษฎรหมู่ที่ ๕ ตําบลวังผาง อําเภอเวียง หนองล่อง จังหวัดลําพูน ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของเทศบาลตําบลวังผาง ได้รับความเสียหาย เนื่องจากแม่น้ําลี้เปลี่ยนทิศ แล้วก็ไปพัดเอาถนนรวมทั้งพื้นดินทําการเกษตร ใต้แนวสายส่ง ไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลได้ทําเรื่องถึง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะถมกลับคืนบริเวณใต้แนวสายส่งดังกล่าว เพราะว่าถ้าทิ้งระยะเวลาเนิ่นนานไปจะทําให้เกิดความเสียหายและเป็นอันตรายต่อพี่น้อง ประชาชนในเขตแนวสายไฟส่งแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงขอความ อนุเคราะห์จากท่านประธานได้เร่งรัดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ช่วยไปถมกลับ พื้นที่บริเวณดังกล่าวโดยรวดเร็วด้วย

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตอําเภอป่าซาง บริเวณ แยกสะปุ๋ง ซึ่งเป็นถนนพหลโยธิน ๑๐๖ เชื่อมถนนพหลโยธิน ๑๐๗ และขณะนี้ปรากฏว่า ถนนเส้นดังกล่าวได้เปิดใช้เป็นปกติแล้วไม่มีไฟแสงสว่าง ก็จะทําให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้อง ประชาชนผู้สัญจรไปมาในยามค่ําคืน จึงอยากจะให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงคมนาคม ได้โปรดเร่งรัดในการติดไฟแสงสว่างให้กับถนนพหลโยธิน ๑๐๖ เชื่อมถนนพหลโยธิน ๑๐๗ ระหว่างแยกสะปุ๋งไปยังเขตอําเภอจอมทอง อําเภอสันป่าตองเป็นการเร่งด่วนด้วยเพราะว่า มิฉะนั้นแล้วก็จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดอันตรายเวลาสัญจรไปมา จึงกราบเรียน ท่านประธานได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุกิจ อัถโถปกรณ์

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้หารือ ท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าถนนสาย ห้วยเร็จ ตําบลน้ําผุด เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างบ้านห้วยเร็จตามชื่อนะครับ หมู่ที่ ๓ ตําบล น้ําผุด อําเภอเมือง จังหวัดตรัง กับบ้านห้วยผุด หมู่ที่ ๑ ตําบลนาถ้ําเหนือซึ่งมีระยะทาง ประมาณ ๒,๕๐๐ เมตร หรือว่า ๒.๕ กิโลเมตรนะครับ เป็นถนนที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจร ไปมาเป็นจํานวนมากในแต่ละวัน ปัจจุบันนี้ก็ได้มีการลาดยางไปแล้วจากทางบ้านห้วยเร็จ ตําบลน้ําผุดไปประมาณ ๑ กิโลเมตรแล้ว ยังคงเหลือระยะทางอีกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร หรือ ๑,๕๐๐ เมตร ซึ่งยังเป็นถนนลูกรังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาด้วย ความยากลําบาก จึงใคร่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งผมก็ยังไม่ชัดเจนเหมือนกันนะครับว่า หน่วยงานไหนที่รับผิดชอบถนนแบบนี้นะครับ อาจจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่าทางกรมหลวงชนบทก็ไม่ทราบนะครับ ให้ช่วยดําเนินการลาดยางให้ตลอดเส้นทาง ด้วยเพราะว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ และถนนสายอื่น ๆ บริเวณ ข้างเคียงตอนนี้ก็ลาดยางหมดแล้ว หรือว่าเป็นถนนคอนกรีตหมดแล้วนะครับ พี่น้อง ประชาชนจึงร้องเรียนมาให้ดําเนินการโดยเร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญรื่น ศรีธเรศ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ๒ เรื่องค่ะท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการออกเอกสารสิทธิ ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวบ้านกลางหมื่น ตําบลกลางหมื่น อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการออก เอกสารสิทธิที่ทํากินในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และเอกสารสิทธิในที่ดินที่ใช้ปลูกสร้างบ้านเรือน เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเขาอยู่กันมาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้วค่ะท่านประธาน ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ให้กระทรวงมหาดไทย ออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องชาวตําบลกลางหมื่น และพี่น้องก็ได้เอกสารสิทธิด้วยความดีใจ จะได้มีการทํามาหากินได้มั่นคงยิ่งขึ้น แล้วก็เหลืออีกหลายร้อยหลังคาเรือนที่ยังไม่ได้ก็เลย อยากจะหารือมายังท่านประธานให้ประสานไปทางรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดําเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน อย่างต่อเนื่องด้วยค่ะท่านประธานจะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง

เรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณสร้างไฟส่องสว่างบนถนนค่ะ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากพระอาจารย์สิทธิชัย เจ้าอาวาสวัดประสิทธิ์ชัยยาราม และพี่น้องชาวบ้าน หนองสอ ตําบลลําปาว อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งบ้านหนองสอตั้งอยู่ริมถนนจาก อําเภอเมืองกาฬสินธุ์ถึงอําเภอสหัสขันธ์นะคะเป็นถนนสายทางหลวงแผ่นดินสร้างมา หลายสิบปีแล้วแต่ยังขาดไฟส่องสว่างก็เลยอยากจะหารือท่านประธานประสานไปยัง กระทรวงคมนาคมของบประมาณสร้างไฟส่องสว่างให้กับพี่น้องชาวบ้านหนองสอด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่งค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นักเรียน แล้วก็ ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะที่สังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะโรงเรียนที่ยังขาด อาคารเรียนอยู่นะครับ โรงเรียนแรก โรงเรียนระโนด เป็นโรงเรียนมัธยมอยู่ที่อําเภอระโนด จังหวัดสงขลา ยังขาดโรงเรียนอยู่นะครับ ดังนั้นขอให้กระทรวงศึกษาธิการรีบไปดําเนินการ ให้ด้วยนะครับ

สําหรับโรงเรียนที่ ๒ นะครับขาดอาคารเหมือนกันนั่นก็คือโรงเรียนระโนด ธัญเจริญซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล ตําบลระโนด ของอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา เป็นโรงเรียน ประถมศึกษาที่มีนักเรียนประมาณ ๘๐๐ ถึง ๙๐๐ คน โรงเรียนสร้างมาแล้ว ๓๐ กว่าปีครับ ตอนนี้ยังเป็นอาคารไม้หลังเก่า ๆ ดังนั้นอยากขอความร่วมมือนะครับประสานไปยัง กระทรวงศึกษาธิการที่จะช่วยดําเนินการให้ด้วยนะครับ

สําหรับโรงเรียนที่ ๓ เป็นโรงเรียนบ้านวัดป่าขะ ของตําบลป่าขะ อําเภอ สิงหนครยังขาดอาคารเรียนอยู่ ก็อยากจะฝากด้วยนะครับ

สําหรับเรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขยายเขตไฟฟ้านะครับ โดยเฉพาะ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นการขยายเขตที่ยังไม่ได้รับการขยายเขต โดยเฉพาะจากถนน ระหว่างหน้าที่ว่าการอําเภอนะครับ ขอย้ํานะครับ หน้าที่ว่าการอําเภอไปถึงสายเอเชีย ๔๐๘ ชื่อถนนว่าสายสุขภาพ อยากจะขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยไปดําเนินการให้ด้วยครับ เพราะว่าเส้นนี้เป็นเส้นสําคัญ เป็นเส้นที่พี่น้องประชาชนเดินทางสัญจรไปมามากแต่ยังไม่มี ไฟฟ้าแสงสว่าง ขอขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องนําความเดือดร้อนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีความจําเป็นจะต้องอาศัยบริการของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายเอกสารเพื่อจะใช้ประกอบการอภิปราย การค้นหาข้อมูลหรืออะไรต่ออะไรต่าง ๆ ปรากฏว่าเครื่องถ่ายเอกสารข้างหลัง ท่านประธานครับ ๕ ตัวใช้ได้ตัวเดียวเสียไป ๔ ตัวแล้วเสียมาเป็นเวลานานแล้วยังไม่ได้ซ่อมเสียที ผมถาม เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่บอกข้างบนยังไม่ได้สั่งการ นอกจากนั้นปรากฏว่ามีการซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร จํานวน ๑ ตัวล้านกว่าบาทไปไว้ที่อาคารข้างนอกนะครับที่เช่าเขาอยู่ ปีกว่าแล้วไม่ได้ใช้งาน เพราะผิดสเปก (Spec) จนกระทั่งคนซื้อนี่ปลดเกษียณไปแล้ว ผมก็ฝากท่านประธานได้ช่วย ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ผมไปกินข้าวที่ข้างหลังสโมสรเล็กนี่ครับ ที่สมัยก่อนท่านสมัคร สุนทรเวช ชอบไปนั่งกิน ขณะที่นั่งกินข้าวผมได้ยินเพื่อนลูกจ้างประจําเขาคุยกัน ปรากฏว่า เขาถามบอก เฮ้ย เงินสวัสดิการมึงออกหรือยัง เพื่อนอีกคนเขาบอกว่ายังไม่ออก อีกคนหนึ่ง เขาบอกว่าเขาออกแล้วแล้วกินจนถ่ายเป็นอุจจาระไปแล้ว ผมก็เลยสนใจก็สอบถามดูได้ความ ว่า คนที่ยังไม่ได้เงินสวัสดิการเพิ่มนี่คือลูกจ้างของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนคนที่ได้เงินเพิ่มมา นั้นคือลูกจ้างของวุฒิสภา ตรงนี้ครับท่านประธานครับทําให้บรรดาลูกจ้างทั้งหลายนี่ขาดขวัญ และกําลังใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเราทํางานต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนของ ทุกภาคส่วนในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมก็มองว่าตรงนี้ท่านประธานจะต้อง แผ่เมตตาดูแลเพื่อให้ลูกจ้างประจําได้รับขวัญและกําลังใจ ได้รับสิ่งที่เขาควรจะได้รับ ก็ขอ ฝากท่านประธานให้ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภายินดี ต้อนรับบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนโรงเรียนบ้านกาโดะ จังหวัดนราธิวาสด้วยความยินดี นะครับ ขณะนี้สภากําลังเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภาปรึกษาหารือเกี่ยวกับ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อไปเชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

ท่านประธานครับ เรื่องแรกเป็นความเดือดร้อนของตํารวจชั้นผู้น้อยที่สถานี ตํารวจนครบาลหนองแขม ปรากฏว่ามีแฟลตตํารวจอยู่ ๒ อาคารขณะนี้สร้างมาไม่ต่ํากว่า ๒๐ ปีหลังคารั่วซึ่งฝนตกทีไรน้ําไหลลงข้างล่างทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นผู้น้อยไม่สามารถ นอนได้ อยากของบประมาณจากท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย ไปปรับปรุงหลังคาอาคารแฟลต ที่ สน. หนองแขม พร้อมทั้งของบประมาณในการทาสีใหม่

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีอาคารที่หมู่บ้านสุชา ทรุดจํานวน ๑๓ หลัง ปรากฏว่าบริษัทสุขาพัฒนาที่ดิน โดยคุณสุชัย วังเลิศ ซึ่งเป็นเจ้าของ หมู่บ้านนี้ได้ส่งตัวแทนคือคุณอํานาจ ฟุ้งสาคร และคณะไปดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ท่านประธานครับ หมู่บ้านนี้สร้างมาเกินกว่า ๑๐ ปีและปรากฏว่าตามกฎหมายนั้นเจ้าของ หมู่บ้านจะไม่รับผิดชอบก็ได้ แต่เนื่องจากเจ้าของหมู่บ้านมีจิตใจที่มีบุญเป็นกุศลคือ นายสุชัย วังเลิศ ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าผู้ประกอบการที่มีจิตใจดี มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาลเช่นนี้ ควรได้รับการยกย่อง เพราะเข้าไปดูแลซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน แล้วในวันพรุ่งนี้ ท่านประธานอภิชาติ สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคจะไปดูแล ที่นั่นในเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าสํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ได้ลงโทษไล่ออกท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านอาจารย์คิม ไชยแสนสุข อาจารย์รังสรรค์ แสงสุข ผมในฐานะลูกศิษย์ขอหารือว่าจะหาทางลดโทษให้อาจารย์ได้บ้าง อย่างไรนะครับ

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ที่ชายแดนเขมรปรากฏว่า สิบเอก วุฒิชรินทร์ ชาติคําดี หัวหน้าชุดกองร้อยทหารราบที่ ๑๖๒๓ และ สิบเอก ธนากร พูลเพิ่ม ถูกกระสุน ปืนใหญ่ และถูกลอบยิงจากทหารเขมรถึงแก่ความตาย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ขออนุญาตส่งเช็คของขวัญจํานวน ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งให้กับครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตทั้งสองซึ่งเป็นทหารหาญของชาติผ่านท่านประธานไปให้กับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมให้กับครอบครัวทหารชั้นผู้น้อยต่อไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ เชิญครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย จากโคราช ที่จริงแล้วท่านประธานครับ ทราบว่าวันนี้จะมีการเสนอญัตติพิจารณาเรื่อง ปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องขอบคุณท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน ทั้ง ๒ ซีก และเพื่อนสมาชิก ของสภาเราที่จะได้มีโอกาสได้นําเสนอท่านประธานเพื่อพิจารณาร่วมกัน ผมเรียนว่าสิ่งที่ เป็นห่วงวันนี้ก็คือความเดือดร้อนการอพยพประชากร ซึ่ง ณ วันนี้จากการติดตามส่งคนไปดู เข้าไปใกล้ชิดในพื้นที่ ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนมีมาก เชื่อได้ว่าสักระยะหนึ่ง ในช่วงของการประชุมนี้ พี่น้องสมาชิกเราคงจะได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แต่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ วันนี้อยากจะให้ส่งเสียงดัง ๆ โดยท่านประธานบอกไปยังผู้ที่มี ความรับผิดชอบในทุกหน่วยงาน เชิญฟังเพื่อนสมาชิกพวกเราทั้งหลายที่หลาย ๆ ท่านมีเหตุ มีผลในการแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ ซึ่งแน่นอนครับ สงครามย่อย ๆ หรือการปะทะ หรือสงครามจํากัดเขตที่พูดกันอยู่นี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่อยากจะฝากไปยัง ท่านประธาน คืออยากจะให้ท่านส่งเสียงไปนิดหนึ่งครับ เพราะเดี๋ยวเวลาพิจารณาประชุม กันแล้วคนโน้นมา คนนี้ไม่มา คนโน้นไม่ได้สนใจ คนนี้ไม่ได้สนใจ สิ่งที่เราพูดนําเสนอไปนี้ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ เสียงปืนใหญ่ในสนามดังกันมาหลายวัน นี่เป็นปัญหาของ พี่น้องประชาชน ปัญหาของประเทศชาติ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณฮอชาลี ม่าเหร็ม เชิญครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือในประเด็น

ประเด็นแรก เรื่องของจากการที่ผมได้เคยหารือท่านประธานในเรื่อง ของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาที่สาขาจังหวัดสตูล ผมได้รับคําตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปให้ ครม. ภาคใต้ได้พิจารณา ดําเนินการ เพราะสภาพัฒน์และทางด้านแผนงานงบประมาณทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เข้า ครม. ภาคใต้แค่นั้นเอง ก็อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ได้กรุณาเร่งรัดให้โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สาขาสตูล ซึ่งขณะนี้เปิดเรียน ในปีแรกไปแล้ว แต่ยังไม่มีอาคารเรียน ต้องฝากเรียนไปที่วิทยาลัยการอาชีพสตูลนะครับ ก็ขอให้เร่งรัดตรงนี้ด้วย

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของถนน ๔ เลน สายจากฉลุง อําเภอเมืองไปยังอําเภอ ทุ่งหว้า ซึ่งก่อสร้างเสร็จไปบ้างส่วนแล้ว แต่เป็น ๔ เลน แบบไม่มีเกาะกลางครับท่านประธาน เป็น ๔ เลนที่มีเส้นเหลืองขีดอยู่ตรงกลาง ทําให้ในบริเวณชุมชนที่เป็นตัวอําเภอท่าแพ เกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วน แล้วก็ในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ก็มีฝรั่งชาวต่างชาติ ฝรั่งเศส ต้องมาเสียชีวิตเพราะ ๔ เลนบ้านเราตรงนี้ ๑ คน เพียงในไม่กี่วัน เพราะถ้าหากว่า ทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในการก่อสร้างเกาะกลางเล็ก ๆ อย่างน้อยทําให้มอเตอร์ไซค์ ที่ตัดไปตัดมานี้ไม่เกิดอุบัติเหตุก็คงจะเป็นเรื่องที่ควรจะเร่งรัดดําเนินการนะครับ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องของสะพานข้ามระหว่างฝั่งจากตําบลกําแพงไปยัง เกาะสุไหงมูโซ๊ะ ซึ่งผมได้เคยหารือในเรื่องนี้แล้วหลายครั้ง แต่ว่าติดที่สิ่งแวดล้อม ผมอยากจะ ให้ทางประธานเร่งรัดไปยังกรมทางหลวงชนบทนะครับว่า จากการที่ไปศึกษา ลงพื้นที่ไปดูนั้น ได้ข้อมูลว่ามันเสียต้นไม้โกงกางกี่ต้นแค่นั้นเอง กับความที่ประชาชนจะได้มีความสัญจรได้ อย่างสะดวกปลอดภัยไปสู่พื้นแผ่นดินใหญ่ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด หนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตําบลกวนวัน ตําบลเมืองหมี ตําบลปะโค ตําบลเวียงคุก อําเภอเมือง และตําบลบ้านเดื่อ สีกาย อําเภอเมือง ซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนจากการบรรทุกทรายของรถบรรทุกทรายที่ทําการขนย้ายทรายจากท่าน้ําโขง ไปสู่แหล่งการผลิตต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อน กันมานาน แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีโอกาสได้ลงไปในพื้นที่ ไปดูความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งรับผิดชอบ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ช่วยลงไปดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย ที่ตําบลกวนวัน ตําบลเมืองหมี อําเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ขณะนี้ฝุ่น ๒ ข้างทาง สร้างความเดือดร้อนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องกลุ่มโฮมสเตย์ (Home Stay) ตําบลสีกาย อําเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ทางกระทรวงมหาดไทยโดยทางอําเภอได้ลงไปให้ ยาหอมเอาไว้ ไปสํารวจออกแบบในเรื่องของการที่จะก่อสร้างศูนย์แสดงสินค้าและ จําหน่ายสินค้าโอทอป (OTOP) ของตําบล ชาวบ้านก็บอกว่าเลี้ยงข้าวกันหลายมื้อแล้ว แต่งบประมาณบอกว่าได้งบประมาณไทยเข้มแข็งก็ไม่ไปสักที ตรวจสอบแล้วก็ติดตามงบ เรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกรุณาประสานงานทางอําเภอ ทางจังหวัด และกระทรวง มหาดไทยด้วย เพราะว่าเรื่องนี้ชาวบ้านมีความหวังรอคอย ตําบลสีกาย กลุ่มโฮมสเตย์ ก็ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่าน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยประสบปัญหาภัยแล้งนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ ซึ่งในท้องที่ของตําบลวังลึก หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ เกาะตาเลี้ยง หมู่ที่ ๔ ทับผึ้ง และหมู่ที่ ๑๑ ตําบลบ้านไร่ อําเภอศรีสําโรง มีปัญหาเรื่องประปาผิวดินซึ่งไม่เพียงพอกับ การใช้ ก็อยากจะของบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้สร้างประปาหมู่บ้าน ขนาดกลางจํานวนหลาย ๆ พื้นที่นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องการก่อสร้างสถานีสูบน้ําบ้านหนองกระดี่ ตําบลวังทอง อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งทางสํานักงานชลประทานที่ ๔ ได้สํารวจออกแบบ ก็จะขอ งบประมาณในปี ๒๕๕๔ ซึ่งทางกรมชลประทานได้ลงพื้นที่แล้วยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า จะได้งบประมาณปี ๒๕๕๔ ก็ฝากท่านได้ติดตามเรื่องนี้ไปยังกรมชลประทานด้วยนะครับ

โดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับประปาโรงเรียน ทราบว่าทางกรมทรัพยากร น้ําบาดาลได้มีโครงการที่จะจัดสรรเรื่องงบประมาณไปยังประปาโรงเรียนซึ่งเป็นโครงการที่ดี ก็อยากจะฝากทางท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ําบาดาลด้วย ได้พิจารณาสํารวจ ในพื้นที่ของตําบลนาขุนไกร ตําบลบ้านซ่าน ตําบลบ้านไร่ ซึ่งขาดแคลนน้ําอยู่ ตามโรงเรียน ต่าง ๆ ด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขออนุญาตหารือท่าน ๒ เรื่องค่ะ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ๒ ปัญหาก็คือปัญหาภัยแล้งกับ ปัญหาอุทกภัยค่ะ ดิฉันขอแนบเอกสารไปเพราะว่าเป็นหนังสือมาจากทางดิฉันไปขอรับมา จากทางจังหวัด เป็นหนังสือซึ่งส่งถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เรื่องของภัยแล้งเป็นหนังสือส่ง มาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยผ่านท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขอความ ช่วยเหลือด้านเงินชดเชยจากฝนทิ้งช่วงของปี ๒๕๕๓ ของเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ อําเภอชนแดน

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องขอความช่วยเหลือจากปัญหาอุทกภัยของจังหวัด เพชรบูรณ์ ปลายปีที่แล้วค่ะ ต้นปีก็ฝนแล้ง ปลายปีก็น้ําท่วม ปัญหาน้ําท่วมโดนอยู่ หลายอําเภอค่ะ ก็จะมีหนังสืออยู่ ๔-๕ ฉบับซึ่งส่งมาถึงกระทรวงมหาดไทยโดยผ่าน ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาเหตุที่ดิฉันต้องอาศัยช่องทางผ่าน ท่านประธานเพราะว่าดิฉันก็เป็น ส.ส. ไม่มีเส้น แล้วก็จําเป็นต้องอาศัยบารมีท่านในการที่จะ ช่วยเร่งรัดงบประมาณทั้ง ๒ อันนี้ไปยังกระทรวงแล้วก็เจ้าหน้าที่ซึ่งเขาจะต้องเร่งพิจารณา เรื่องพวกนี้ เพราะว่าเคยมีประสบการณ์ของปีก่อน ปี ๒๕๕๑ เพชรบูรณ์ได้รับผลจากอุทกภัย ในความเสียหาย ปรากฏว่างบกว่าจะไปนี่ปี ๒๕๕๓ ปีนี้ดิฉันก็เกรงว่ากว่าจะส่งเงินไปช่วย มันก็จะเข้าแล้งอีกรอบหนึ่งแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะอุทกภัยอีกแล้วเป็นปัญหาซ้ําซาก พบปะประชาชนก็ไม่ทราบจะชี้แจงเขาอย่างไร เขาก็ถามทางท่านนายอําเภอ ถามท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดก็ไม่มีคําตอบ ถาม ส.ส. ก็ไม่มีคําตอบ ก็จําเป็นต้องอาศัยบารมีท่าน ดิฉันก็มี เส้นอยู่ตรงท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นลูกน้องของท่าน ๑ ใน ๔๘๐ คน ขอขอบพระคุณท่านค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวุฒิพงษ์ นามบุตร

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่รองรับน้ํานะครับในช่วงฤดูฝน แต่ว่าฤดูแล้ง ก็แทบจะไม่มีน้ําเพื่อใช้ในการเกษตรเลย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชุมชน หลาย ๆ พื้นที่ วันนี้จะมาขอหารือในการก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้า จุดแรกครับ คือการ ก่อสร้างบริเวณริมแม่น้ํามูลที่บ้านหนองมะนาว ตําบลกุดลาด อําเภอเมือง เนื่องจากช่วงปีใหม่ ทางนายกทั้ง ๒ ตําบล คือท่านนายกบัวผันและท่านนายกปริชาติตลอดทางผู้นําได้เรียก ผมไปดูสํารวจพื้นที่ได้เห็นปัญหาความเดือดร้อนว่าต้องก่อสร้างสถานีสูบน้ําที่จะใช้ระบบน้ํา ทั้ง ๒ ตําบลครับ ระหว่างตําบลกระโสบและตําบลกุดลาดริมฝั่งแม่น้ํามูล ส่วนบริเวณที่ ๒ การก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าบริเวณริมแม่น้ําลําเซบายเชื่อมระหว่างอําเภอม่วงสามสิบ แล้วก็อําเภอเขื่องใน บริเวณพื้นที่บ้านป่าก่อ ตําบลหนองเหล่า อําเภอเขื่องใน ชาวบ้าน แล้วก็ผู้นําทางสมาชิก อบต. ท่านสมาชิกทักษิณ ชินวรรณ รวมทั้งผู้นําอีกหลาย ๆ ท่านได้ไป หาผมที่สํานักงานเกือบร้อยคน เพื่อจะได้ให้เร่งรัดช่วยทําการสํารวจออกแบบสถานีสูบน้ํา ณ ตรงจุดนี้เพื่อใช้ในการเกษตร ปลูกพริก ปลูกข้าว เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องในเขตพื้นที่ บริเวณนั้นครับ แล้วก็บริเวณจุดที่ ๓ เมื่อวานผมได้ร่วมแจกผ้าห่มบรรเทาภัยหนาวจาก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มอบให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีหลาย ๆ พื้นที่ได้รับการร้องเรียนบริเวณหมู่บ้านค้อทอง ตําบลค้อทอง อําเภอเขื่องใน ริมแม่น้ําชี ว่าต้องการก่อสร้างสถานีสูบน้ําเพื่อใช้ในการเพาะปลูกข้าว พริก แล้วก็ถั่วลิสงครับ ซึ่งท่าน กํานัน ท่านนายก รวมทั้งสมาชิกชาวบ้านทั้งตําบลเรียกร้องต้องการได้สถานีสูบน้ําตรงจุดนี้ ครับ จึงอยากฝากเรียนท่านช่วยเร่งรัดไปถึงกรมชลประทานแล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการ ก่อสร้างสถานีสูบน้ําทั้ง ๓ แห่งด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในท้องที่ จังหวัดลพบุรีหลายอําเภอ แล้วก็จังหวัดเพชรบูรณ์บางอําเภอครับ ว่าได้รับความเดือดร้อน มากเวลานี้อ้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันดับหนึ่งก็คืออ้อยครับ ปีนี้ผลผลิตต่ําอยากจะขอเป็น ตันละ ๑,๕๐๐ บาท มันสําปะหลังก็เช่นกัน ประการที่ ๒ ครับ ขอกิโลกรัมละ ๔ บาท แล้วก็ภัยแล้งนี่กําลังเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้นบ่อบาดาลที่ชํารุดถ้าซ่อมก็จะใช้ได้ อย่างนี้ ก็ขอให้ท่านประธานช่วยสงเคราะห์กับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยดําเนินการ แล้วก็ขอให้ ขุดลอกจํานวน ๓๖ แห่งครับ

๔. ขอให้ขุดลอกแก้มลิงลุ่มแม่น้ําป่าสักรวมทั้งหมด ๒๐ แห่ง และถนนไร้ฝุ่น ที่มีการลาดยางไว้บ้างแล้วก็มี ยังไม่ได้ลาดเลยก็มี จํานวน ๓๕ สาย ขอให้ช่วยสํารวจ ออกแบบเข้าแผนโครงการก่อสร้างลาดยางให้เชื่อมต่อกันครับ

๕. ขอให้ช่วยหาพันธุ์อ้อย มันสําปะหลังที่ดีมีผลผลิตสูง เพื่อจะได้ลดต้นทุน ในการผลิตและเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้

๖. การขอให้ปราบปรามเพลี้ยแล้วก็ศัตรูพืชต่าง ๆ ของอ้อย ของมันสําปะหลัง และพืชอื่น ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ขอให้ส่งเสริมการปลูกไม้ไผ่ยักษ์

๗. ขอให้จัดป้องกันอัคคีภัยเพราะภัยแล้งปีนี้อาจจะรุนแรงมาก ปัจจุบันนี้ ๔ เดือนแล้ว ฝนยังไม่เคยตกเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วครับ หมดเวลา แล้วครับ ต่อไปคุณบรรจบ รุ่งโรจน์ เชิญครับ

นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและ จังหวัดชลบุรี กรณีบริษัท เอ.เค. ออโตพาร์ท ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๔ ตําบลหนองตําลึง อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี สร้างความเดือดร้อนรําคาญ ส่งกลิ่นเหม็น ราษฎรเข้าชื่อร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้ เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบและแก้ไขให้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้กรุณาให้หน่วยงานชลประทานบ้านโพธิ์ได้ทําการกําจัดผักตบชวา ป้องกัน น้ําท่วมคลองชลประทานดอนทอง บ้านเนินหญ้าคา ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอพนัสนิคม และ ตําบลนาคประดู่ อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เพราะหน้าฝนน้ําระบายไม่ทัน น้ําท่วม บ่อเลี้ยงปลาของประชาชนครับ

เรื่องที่ ๓ ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กรมชลประทาน ประชาชนร้องทุกข์ขอให้สร้างสะพานคอนกรีตแทนสะพานไม้ที่มีอยู่เดิม บนถนนคันคลองชลประทานสายเนินหญ้าคา หมู่ที่ ๕ ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอพนัสนิคม กับสายเนินทอน หมู่ที่ ๒ ตําบลนาคประดู่ อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็น สะพานไม้ชํารุดวิ่งได้ทางเดียว ก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้กรุณาส่งเจ้าหน้าที่ออกไป สํารวจแล้วก็แก้ไขให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุสรา ยังตรง ครับ

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาคะ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานค่ะที่ให้โอกาสหารือนะคะ ในเบื้องต้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ชุมชนบางปิ้ง ว่าให้ช่วยจัดการจราจรถนนบางปิ้ง กล่าวคือถนนเส้นนี้เป็นถนนสายที่ค่อนข้าง เล็กมากและปัจจุบันนี้มีรถจอดบนไหล่ทางทั้งซ้ายและขวา ในการสัญจรไปมารถก็จะไปไม่ได้ บางที แล้วจะต้องส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลก็มีการจราจรที่ติดขัดมากค่ะ อยากจะให้ เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินรถแบบเดิมซึ่งเคยเป็นมานะคะในถนนบางปิ้ง ก็คือเข้าทางหนึ่งแล้วก็ ออกทางหนึ่ง ก็จะออกทางถนนบางปิ้งสะพานใหม่แล้วเข้าต้นถนนบางปิ้งนั่นเอง

แล้วเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องหารือของโรงพยาบาลสมุทรปราการค่ะ ซึ่งทาง ผอ. โรงพยาบาลแจ้งมาว่าอยากจะให้โรงพยาบาลสมุทรปราการแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ค่ะ เพราะปัจจุบันนี้ต้องรองรับผู้ป่วยนอกวันละ ๒,๐๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นจํานวนที่มาก เท่ากับโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งสมุทรปราการยังมีแรงงานแอบแฝง จํานวนมากค่ะ ทั้งเป็นพี่น้องต่างด้าว แล้วก็ชาวอีสานมาทํางานเป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้น แล้วในโรงพยาบาลแห่งนี้ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อีกจํานวนมากค่ะ เครื่องไม้ เครื่องมือที่ใช้ในการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แล้วก็ยังมีหอพักผู้ป่วย ที่ต้องการเพิ่ม ก่อนหน้านี้เคยขอหอพักผู้ป่วยเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ ปีไปแล้ว ๘๔ พรรษา แต่ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควรค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ช่วยลงพื้นที่ไปดูว่ามีความจําเป็นเหลือเกิน แล้วเมื่อวานนี้ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนมาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เลยว่า มีคนไปรอไปผ่าตัด ๗ วันมาแล้ว ยังไม่ได้รับการผ่าตัด ที่บริเวณข้อเข่ากระดูกเข่าเลยค่ะ ปัจจุบันนี้ นอนตั้งแต่หน้าเหลืองจนหน้าเขียวแล้วค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธานสภาค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล นะครับ ผมจะขอปรึกษาท่านประธาน ใน ๒ เรื่องครับ คือ

เรื่องขยะที่เกาะหลีเปะ อําเภอเมือง จังหวัดสตูล มีขยะจํานวนมาก ไม่มี ที่ทิ้งเป็นเรื่องเป็นราวครับ หลักคิดจริง ๆ มันง่ายครับเวลาเราเพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยว มันก็ ต้องมีขยะเพิ่มขึ้น รู้สึกว่าฝ่ายทางการนั้นคิดไม่ออกนะครับว่าพอคนมากแล้วขยะจะต้องเพิ่ม ก็เลยไม่มีการทําที่ทิ้งขยะเป็นเรื่องเป็นราว ทั้ง ๆ ที่มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มจํานวน นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ ทั้งต่างประเทศ แต่ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าว่าขยะจะต้อง เพิ่มขึ้นจํานวนเท่านี้ นักท่องเที่ยวเท่านี้ มีขยะจํานวนเท่านี้ พอขยะเพิ่มขึ้นก็มีแมลงวัน เพิ่มขึ้นครับ แต่ก็ยังโชคดีที่ว่าโรคต่าง ๆ ยังไม่เกิด เพราะฉะนั้นผมจะขอให้สภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติช่วยวางแผนนะครับว่า หาเจ้าภาพที่แท้จริงมาทําตรงนี้หน่อย ครับ เพราะว่ายังไม่มีเจ้าภาพในเรื่องนี้ ผมว่าจริง ๆ เป็นเรื่องง่าย ๆ แต่แปลกใจที่ว่ายังคิด ไม่ได้ครับ

อันที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนสตูล-เปอร์ลิส ผมก็ได้ปรึกษาท่านประธานหลายครับ ว่าพูดกันมานานชั่วลูกชั่วหลาน ตั้งแต่ปู่ พ่อ ลูก หลาน เหลน เกิดมาปู่ตายแล้วครับ ตอนนี้ ครับ แต่ว่าหลาน เหลน ก็ยังไม่ได้เห็นเลยว่าอุโมงค์ถนนสตูล-เปอร์ลิสนี้เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่มันทํา ให้เกิดประโยชน์มหาศาลระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือ ไทยกับมาเลเซีย เป็นตํานานที่ยาวนานมากครับ มันมีการประชุมมากมาย ทั้ง ๆ มีการประชุมกันทั้งระดับ จังหวัด ระดับภาค ผมเองก็ได้จัดสัมมนาของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศหลายครั้ง นําเข้ากรรมาธิการการต่างประเทศหลายครั้งก็ยังไม่มีความคืบหน้า ผมพยายามสอบถาม เรื่องนี้ไปหลายต่อหลายหน ผลปรากฏว่ามันคืบหลังครับไม่คืบหน้าครับ ก็ขอให้ท่านประธาน ช่วยแจ้งไปยังผู้ที่รับผิดชอบว่า กรุณาดําเนินการด้วยครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้ทนราษฎร

คุณนายสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ

เรื่องแรก เรื่องการย้ายครู สังกัดสํานักงานพื้นฐานมัธยม สายมัธยมศึกษา ล่าช้ามากครับ เขาร้องเรียนมาเดี๋ยวนี้ ๖ เดือนแล้วครับกินเลี้ยง เลี้ยงส่งก็ ๖ เดือนไม่รู้จะอยู่ อย่างไรเขาลําบากใจมาก เลี้ยงส่งแล้วก็ยังไม่ได้ย้ายครับ อันนี้ขอฝากไปยังหน่วยงาน กระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณสร้างประตูน้ํา เพื่อกักกันน้ําฤดูแล้งไว้ให้ เกษตรกรใช้ในการทําการเกษตรครับ ที่น้ําเป ขอฝากไปยังกรมชลประทานด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ของบขุดลอกหนองสรวงนะครับ ตําบลจุมพล อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อได้เป็นที่เก็บกักน้ําและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเทศบาล โพนพิสัย

เรื่องที่ ๔ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เทศบาลโพนพิสัย เนื่องจากว่าสะพานข้ามแม่น้ําห้วยหลวงที่เทศบาลโพนพิสัยเป็นคอขวดเมื่อวิ่งมา ๔ เลนแล้วก็ ทําให้เกิดอุบัติเหตุสะพานยังเป็น ๒ เลน อันนี้ก็ฝากไปยังกรมทางหลวงด้วย ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวลําพูน

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมชลประทานเร่งรัดการขุดลอกอ่างวังชมพู ซึ่งเป็นพื้นที่ รับน้ําของเขื่อนแม่กวง ในเขตตําบลศรีบัวบาน ซึ่งขณะนี้อ่างวังชมภูตื้นเขินและผมก็ได้หารือ ผ่านท่านประธานไปหลายครั้งและขณะนี้ทราบว่าทางชลประทานในพื้นที่ได้มีการออกแบบ ประมาณการเรียบร้อยแล้ว รอเพียงแต่อนุมัติงบประมาณจากกรมชลประทาน

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานเร่งรัดการขุดลอกอ่างห้วยหละ ตําบลป่าไผ่ ซึ่งอ่างตื้นเขินในช่วงน้ําท่วมที่ผ่านมาก็ทําให้น้ําท่วมบ้านเรือนของพี่น้องในเขตตําบลป่าไผ่ ถ้าหากมีการขุดลอกก็จะได้แก้ไขปัญหาน้ําท่วม แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย

เรื่องที่ ๓ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลําพูนเร่งรัดการก่อสร้างไฟฟ้า เพื่อการเกษตรในเขตบ้านม่วงโตน ตําบลเหล่ายาว ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดลําพูนได้ชําระเงิน เรียบร้อยแล้วเพียงแต่รอการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้พี่น้องในเขตพื้นที่ตําบลเหล่ายาวก็รอคอย การก่อสร้างเพื่อที่จะใช้กระแสไฟฟ้าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

เรื่องที่ ๔ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลําพูนเพิ่มกระแสไฟฟ้าในเขต หมู่บ้านดอยคะม้อซึ่งเป็นเขตสํานักสงฆ์และบ้านเรือน ซึ่งที่ผ่านมาอุปกรณ์ไฟฟ้าในเขต หมู่บ้านดังกล่าวชํารุดเสียหาย เนื่องจากกระแสไฟฟ้าตก

เรื่องสุดท้ายนะครับ ขอให้สํานักงบประมาณเร่งรัดการโอนเงินให้กับ อบจ. ทั่วประเทศเพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้เขารอคอยเงินจัดสรร จากสํานักงบประมาณครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย หารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกนั้นก็คือเรื่องสะพานข้ามลําห้วยใหญ่ที่ตําบลบ้านหัน อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในเรื่องนี้ทางกรมทางหลวงชนบทได้เคยมาสํารวจออกแบบการก่อสร้าง สะพานแห่งนี้ แล้วก็ตอนแรกเข้าใจว่าในงบปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้นกรมทางหลวงชนบท จะได้สนับสนุนในการก่อสร้างงบประมาณในการก่อสร้างสะพานครั้งนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มี นะครับท่านประธาน กระผมจึงกราบเรียนมายังท่านประธานเพื่อกรุณาโปรดประสานงาน ไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เพราะว่าขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมากนะครับ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งบนสะพานไม้ที่ยังไม่ได้สร้างเป็นสะพานคอนกรีตสําหรับล้ําห้วย แห่งนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในเขตอําเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมาว่าอําเภอแห่งนี้ตั้งเป็นอําเภอ มาได้ประมาณ ๑๐ ปีแล้ว เป็นอําเภอที่แยกจากอําเภอด่านขุนทด ปัจจุบันไม่มีโรงพยาบาล ประจําอําเภอ แล้วก็ได้เสนอคําของบประมาณผ่านตามขั้นตอนไปยังจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมานั้นได้ให้ความสําคัญของโครงการนี้เป็นลําดับที่ ๑ ในปี ๒๕๕๒ แล้วก็ ตอนแรกก็เข้าใจว่าในงบปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้นจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขได้มาดูสถานที่ก่อสร้างเรียบร้อย แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับ การสนับสนุน จึงกราบเรียนท่านประธานได้ประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อ ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขณะนี้องค์ประชุมครบแล้วนะครับ เชิญครับคนสุดท้าย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตหารือ

เรื่องที่ ๑ ก็คือ สนามกีฬาเทศบาลเมืองกันตัง เป็นสนามกีฬาที่ใช้สําหรับ การแข่งขันกีฬาฟุตบอลของอําเภอกันตังและพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ขณะนี้ในปี ๒๕๕๔ พี่น้องจังหวัดตรังร่วมใจกันตั้งสโมสรกีฬาฟุตบอลอาชีพหญิงชื่อสโมสรตรังยูไนเต็ด ซึ่งคาดว่า จะใช้สนามกีฬาเทศบาลเมืองกีฬากันตังเป็นสนามเหย้า เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความสะดวก แก่นักกีฬาและผู้ชม ขออนุญาตให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สนับสนุนงบประมาณ ในการปรับปรุงสนามและไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อใช้ในการแข่งขันด้วย

เรื่องที่ ๒ รัฐบาลได้อนุมัติงบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรังไป ก่อสร้างการจ่ายกระแสไฟฟ้าด้วยระบบเคเบิลใต้น้ําจากฝั่งจังหวัดตรังไปสู่เกาะ ๓ เกาะ เกาะแรกก็คือ เกาะลิบงครับ เกาะที่ ๒ ก็คือเกาะมุก เกาะที่ ๓ ก็คือเกาะสุกร ขณะนี้เกาะสุกร ก่อสร้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่เกาะมุกและเกาะลิบงยังไม่สามารถก่อสร้างได้เนื่องจาก ติดขัดเรื่องระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพราะฉะนั้นขอให้กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้อนุมัติการใช้พื้นที่เพื่อวางสายเคเบิลใต้น้ําเป็นเรื่อง ด่วนครับ อย่าไปขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของพื้นที่และการศึกษาของเด็กนักเรียน ในการใช้อินเทอร์เน็ตและไฟฟ้า

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้ท่าเรือคลองสน อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งได้ก่อสร้าง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ขาดเพียงแค่เรื่องประปา ผมขออนุญาตหารือหลายครั้งแล้วครับ ขณะนี้ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคได้ไปขยายระบบ ประปาให้กับท่าเรือคลองสน อําเภอสิเกา จังหวัดตรังด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๒๗๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอเปิดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ....

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น บัดนี้ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ แจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ รับทราบข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ และผลการพิจารณาของกระทรวงแรงงานตามข้อสังเกตดังกล่าว แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อนําระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนลําดับที่ ๑ คือ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งศาลปกครองเป็นผู้เสนอขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากค้างการพิจารณามาจากการประชุม ครั้งที่แล้ว คือการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยค้างการลงมติในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมทราบเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลําดับที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ศาลปกครอง เป็นผู้เสนอ) โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผู้เสนอได้แถลง หลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติแล้ว สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น และเมื่ออภิปรายจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ที่ประชุม เห็นชอบให้ปิดการอภิปราย ผู้แทนศาลปกครองคือคุณวรวิทย์ กังศศิเทียม ตอบชี้แจงแล้ว ประธานของที่ประชุมคือท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ได้สั่งให้เลื่อนการลงมติดําเนินการต่อไปในวันนี้ ผมขอดําเนินการเลย ขอเชิญ ทางตัวแทนของศาลปกครองเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ตัวแทนศาลปกครอง จะชี้แจงไหมครับ ถ้าไม่ชี้แจงก็จะได้ดําเนินการลงมติเลยครับ ไม่มีอะไรติดใจนะครับ ขอเชิญ ผู้อยู่ในห้องประชุมและนอกห้องประชุมนะครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อพิจารณาลงมติ ร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมนะครับ ที่อยู่ห้องคณะกรรมาธิการก็ตามนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม และพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกประชุมนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองในการลงมตินะครับ ในวาระที่สองและวาระที่สามนะครับ เมื่อท่านนั่งลงประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ โปรดกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ ท่านที่ กําลังประชุมกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่สํานักกรรมาธิการช่วยเตือนท่านสมาชิกลงมาลงมติด้วย

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตนกัน เรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เสียบบัตรแสดงตน แล้วนะครับ ผมกดออดจะเกิน ๑๐ นาทีแล้วนะครับ ส่งผลมา ถ้าครบก็จะได้โหวต ถ้าไม่ครบ ก็จะได้ปิด ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๔ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ศาลปกครองฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ก็คงจะใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ

เชิญครับ ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา หรือว่าอย่างไรครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการจํานวน ๓๖ ท่านครับ โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใด มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ สัดส่วนของ คณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ คน ๑. นายไพโรจน์ มินเด็น ๒. นายสมชัย วัฒนการุณ ๓. นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล ๔. นายโกมล จิรชัยสุทธิกุล และ ๕. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ เชิญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๒ ท่าน มีรายนามดังนี้ค่ะ ๑. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๓. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๔. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๕. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๖. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๗. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๘. นางฐิติมา ฉายแสง ๙. นายนิยม เวชกามา ๑๐. นายนิรมิต สุจารี ๑๑. นายกมล บันไดเพชร ๑๒. นายสิงห์ทอง บัวชุ่ม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองยังไม่ครบครับ เห็นไม่ถึง ๑๐ คน ขี้เกียจยกมือเหลือเกิน

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ครบแล้วครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๒. นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ๓. นายนคร มาฉิม ๔. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๕. นายวิทยา แก้วภราดัย ๖. นายสมัย เจริญช่าง ๗. นายวัชระ เพชรทอง ๘. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๙. นายเจือ ราชสีห์ ๑๐. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๑๑. นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธี พิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายรณฤทธิชัย คานเขต ๒. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๒ ท่านในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ดังนี้ ๑. นายศักดิ์ชัย เข็มทอง ๒. นายวิเชียร รุจิธํารงกุล ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน

นายเจรจา เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจรจา เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคจํานวน ๒ ท่าน คือ ๑. นายอะหมัด นิยมเดชา ๒. นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการ จํานวน ๑ ท่าน นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นางฟาริดา สุไลมาน สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน ขอเสนอรายชื่อของคณะกรรมาธิการใน พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง ในนามสัดส่วนของพรรคประชาราชและพรรคมาตุภูมิ ก็คือ ว่าที่ร้อยตรี อมร พิกุลงามโชติ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการทบทวนครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนาม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายไพโรจน์ มินเด็น ๒. นายสมชัย วัฒนการุณ ๓. นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล ๔. นายโกมล จิรชัยสุทธิกุล ๕. นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล ๖. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๗. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๘. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๙. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๑๐. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๑๑. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๑๒. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๑๓. นางฐิติมา ฉายแสง ๑๔. นายนิยม เวชกามา ๑๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๖. นายกมล บันไดเพชร ๑๗. นายสิงห์ทอง บัวชุม ๑๘. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๑๙. นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ ๒๐. นายนคร มาฉิม ๒๑. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๒๒. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๓. นายสมัย เจริญช่าง ๒๔.นายวัชระ เพชรทอง ๒๕. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๖. นายเจือ ราชสีห์ ๒๗. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๘. นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ๒๙. นายรณฤทธิชัย คานเขต ๓๐. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ๓๑. นายศักดิ์ชัย เข็มทอง ๓๒. นายวิเชียร รุจิธํารงกุล ๓๓. นายอะหมัด นิยมเดชา ๓๔. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๓๕. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ และ ๓๖. ว่าที่ร้อยตรี อมร พิกุลงามโชติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีการเปลี่ยนแปลงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ต่อไปแปรญัตติภายในกี่วัน

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ เสนอการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุม ดําเนินการตามข้อบังคับนะครับในการแปรญัตติ ขอขอบคุณทางศาลปกครองครับ ขอบคุณ มากครับ ต่อไปก็จะได้ดําเนินการตามกระบวนการต่อไปครับ

ต่อไปนะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติของเรา ๔ ฉบับนี้อยากจะให้ทันกาล ให้วุฒิสภาเขาพิจารณาในวันจันทร์หน้า ถ้าสภาจะกรุณาอนุเคราะห์ดําเนินการประชุม ให้เสร็จสิ้นเพื่อเราจะได้ดําเนินการต่อไป ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นหลังจากจบเรื่องพระราชบัญญัติ ของเราแล้วก็จะดําเนินการต่อไปตามที่ประชุม มีอะไรคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธานนะครับ ความจริงแล้วสภาได้ให้ความเห็นชอบเลื่อนการพิจารณาความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่เมื่อท่านประธานดําริจะเอา ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๔.๔ ซึ่งเป็น เรื่องระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภาขึ้นมาผมก็ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน แต่ว่าร่างนั้น อยากจะขอให้ต่อด้วยพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมฟังข่าวมาว่าจะเสนอ ญัตติเรื่องเขาพระวิหารอะไรก็ขอความกรุณาให้ ๔ ฉบับนี้เสร็จก่อนแล้วเราค่อยพูดกันครับ เพราะว่าวิป (Whip) บอกผมอย่างนั้นผมก็ขอความกรุณาเพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ เชิญครับ มีอะไร เชิญครับ

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้ยื่นญัตติ เสนอญัตติ ผมไม่รับนะครับ ขอความกรุณาก่อน และผมรับปากแล้ว ให้มันเสร็จกระบวนการนี้ ฉะนั้น ผมจะยกข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย มามันก็น่าเกลียดครับ ผมก็อยากให้ออมชอมกัน ทุกฝ่าย

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นเรื่องเร่งด่วนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ทราบครับ ทราบว่า ด่วนที่สุด แต่ว่าของเราก็ด่วน เนื่องจากวันที่ ๑๘ นั้นสมาชิกวุฒิสภาเขาจะหมดวาระ ผมก็อยากจะให้กฎหมายของเรานี้ได้เข้าไปสู่กระบวนการให้มันเสร็จสิ้น ถ้าไม่ผ่านสภา ตกตรงนี้ก็ให้มันตกไปครับ เราจะได้สบายใจทุกฝ่ายครับ เชิญครับ

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผมใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) อยากจะให้ท่านประธานได้รับปาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมรับปากแล้ว พูดแล้ว ผมรับปาก พอจบ ๔ เรื่องนี้ เสนอทันทีเลยครับ ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ เร่งให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ วิปครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ข้อเท็จจริงผมเองก็พยายามได้หารือ โดยเฉพาะญัตติที่มี ความจําเป็นต่อปัญหาของประเทศชาติ แล้วก็ได้มีการหารือกับท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาล แล้วว่าจบเรื่องของศาลปกครอง ลงมติเสร็จ เราก็จะขออนุญาตขอเสนอญัตติ ท่านเอง ก็ไม่ได้ขัดข้อง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ได้นําเรียนท่านประธานแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็บอกกับวิปฝ่ายรัฐบาล แล้ว บอกว่าให้พระราชบัญญัติของสภานี้เสร็จสิ้น ๔ ฉบับนี้ เพราะว่าคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ความจริงกระบวนการมันมีตั้ง ๖ เรื่องที่การพิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าตามข้อบังคับต้องพิจารณาไปก่อน ส่วนเรื่องที่เสนอใหม่มันต้องอยู่ลําดับ ๖ ฉะนั้น ผมตัดประเด็นอันนี้โดยรับปากกับท่านแล้วว่าให้เสร็จกระบวนการของเรื่องพระราชบัญญัติ ของสภา ก็จะพิจารณาเรื่องที่ท่านจะเสนอญัตติ ก็เรียนอย่างนี้ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ก็บันทึกไว้ในรายงานการประชุม ว่าผมได้หารือแล้ว แต่ท่านประธานมีดําริอย่างนั้น ผมคิดว่าเรื่องที่มีความจําเป็นของประเทศ ถ้าท่านประธานเห็นเป็นอย่างนั้นพวกเราเองก็จะนั่งรอครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมจะให้พูดเต็มที่เลย คืนนี้ พรุ่งนี้ เอาเลยครับ เรื่องนี้มีความสําคัญมาก แต่ขอความกรุณาว่าให้พระราชบัญญัติ ของสภานี้ผ่านไป ฉะนั้นผมขอดําเนินการเลยนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วทั้ง ๔ ฉบับ ถ้าท่านจะกรุณา พิจารณา รวมไปเลยได้ไหมครับ ใครแปรญัตติอะไรต่าง ๆ ขออนุมัติที่ประชุมได้ไหมครับ เชิญครับ ถ้าทําได้ สภามีมติ ผมก็จะเอาอย่างนี้ครับ เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อข้อหารือของท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายพวง แล้วก็เกี่ยวข้องกัน ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ขัดข้องครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางฝ่ายรัฐบาลไม่ขัดข้องนะครับ หรือขัดข้อง

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ไม่ขัดข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็พิจารณา รวมทั้ง ๔ ฉบับเลย แล้วเราก็ลงมติแต่ละฉบับทั้ง ๔ ฉบับนะครับ ดําเนินการได้เลย

เชิญครับท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... เข้าที่บัลลังก์เลยครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เมื่อประธานนั่งประจําที่แล้ว ช่วยกรุณาแถลงทั้ง ๔ ฉบับเลยครับ รวดเดียว

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชุมพล กาญจนะ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบว่า

ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ก็ได้มีการพิจารณาและลงมติ รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา และกําหนดแปรญัตติภายใน ๗ วัน

บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานําเรียนเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเสนอในฉบับที่ ๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณาเสนอทั้ง ๔ ฉบับ เลยครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า

ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติและระเบียบบริหารราชการรัฐสภา พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกับการที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา และได้มีการกําหนดให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน เช่นเดียวกัน

บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอนําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ขออนุญาตเรียนท่านประธานเสนอเป็นฉบับที่ ๓ นะครับท่านประธาน กระผม นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า

ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณาและกําหนดให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน

บัดนี้ได้พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอนําร่างดังกล่าวเพื่อให้สภา พิจารณาต่อไป

ท่านประธานที่เคารพ เป็นฉบับสุดท้าย ฉบับที่ ๔ ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณาและกําหนด ให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน

บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จ เรียบร้อยแล้ว จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อนําสู่ที่ประชุม

ทั้งหมด ๔ ร่างนั้น เนื้อหาสาระเหตุผลอยู่ในทํานองเดียวกัน ฉะนั้นส่วนจะ ลงมติอย่างหนึ่งอย่างใดนั้นก็แล้วแต่ ขณะนี้ทางฝ่ายคณะกรรมาธิการได้พร้อมที่จะตอบ ข้อซักถามให้กับที่ประชุมเพื่อรับทราบแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ ท่านผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ตําบลสร้างมิ่ง อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ด้วยความยินดีนะครับ นอกจากนั้นสภายินดี ต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา ด้วยความยินดีเช่นเดียวกันนะครับ ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา ๔ ฉบับอยู่นะครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งกําลังพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้นําเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับ มีใบขอแก้ไขกับใบแทรกซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ ทําการแจกให้แล้วครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานทราบด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยแจกเอกสาร ใบแทรกซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... มีอยู่ทั้งหมด ๓ ใบด้วยกันนะครับ เพื่อท่านจะได้พิจารณาใบแทรก นะครับ เชิญเลขาธิการดําเนินการ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ มีการแก้ไข ติดใจไหมครับ ไม่ติดใจ ก็ผ่านนะครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ ผ่านครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ คณะกรรมาธิการ ตัดออก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ เชิญต่อ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านคณะกรรมาธิการ สงวนความเห็น ท่านไม่ติดใจกระมังครับ เชิญคุณขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ เนื่องจากว่าในมาตรา ๖ กําหนดส่วนราชการของรัฐสภาไว้ ให้ตราเป็น พระราชบัญญัติ แล้วมีการแก้ไขกรม ในระดับกรมนั้นได้มีการตัดคําว่า เทียบเท่ากรม ออก ในมาตรา ๖ เพื่อเป็นส่วนราชการเฉพาะของรัฐสภา เพราะฉะนั้นในมาตรา ๘ นี้ ผมจึงมี ความเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงส่วนราชการตามมาตรา ๖ (๓) ควรจะทําเป็นประกาศของ รัฐสภาโดยความเห็นชอบของรัฐสภา เดิมจะให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ทีนี้เมื่อส่วนข้าราชการ รัฐสภาเป็นงานนิติบัญญัติมีอิสระ ต้องการเป็นอิสสระจากฝ่ายบริหาร ผมได้กราบเรียน ถามว่าการตราเป็นพระราชบัญญัติจะต้องเสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สภาสามารถ กําหนดหน่วยงานของตัวเองได้ในราชการของรัฐสภา จึงได้ขอแก้ไขเป็นประกาศ ทําเป็น ประกาศของรัฐสภา โดยความเห็นชอบของรัฐสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านใดอีกครับ ท่านไพจิตชี้แจงได้ไหมครับ เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการ ใช้สิทธิในการสงวน ความเห็นนะครับ ขออนุญาตได้กราบเรียนว่าด้วยเจตนารมณ์ในการร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งถือว่ามีความประสงค์ที่จะให้รัฐสภาเป็นองค์กรที่มีอิสสระในการที่จะบริหารงาน ของสภา ซึ่งที่ผ่านมานี่สภาจะต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร อํานาจอธิปไตยโดยรวม โดยแท้จริง แล้วนี่ มันได้แยกกันเป็น ๓ ฝ่ายโดยความแน่ชัด ก็คือฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก็ฝ่ายตุลาการ ท่านประธานครับ จากการเขียนที่ กําหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติที่บอกว่าจะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติในการที่จะกําหนด อํานาจหน้าที่ส่วนราชการ กระผมและคณะได้สงวนความเห็นว่าควรที่จะทําเป็นประกาศ รัฐสภาโดยความเห็นชอบของสภา ขั้นตอนการตราพระราชบัญญัติ สภาต้องส่งรายละเอียด ของพระราชบัญญัติต่าง ๆ ไปยังคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็มีความเห็นในฐานะที่เป็น ฝ่ายบริหาร ผมยกตัวอย่างนะครับ บางทีการมองงานในการพัฒนางานของสภา ฝ่ายบริหาร เขาก็มีความเห็นเป็นเหมือนฝ่ายบริหาร ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ในเรื่องการจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์อดีตสมาชิกไปยังรัฐบาล ก็ส่งไปยังรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมีกฤษฎีกา มีฝ่ายวิชาการที่จะดูว่า เรื่องแบบนี้มันทําให้สิ้นเปลืองเป็นภาระของรัฐบาล ก็ไม่เห็นชอบ จนป่านนี้ก็ยังไม่มา ท่านประธานครับ ผมอยากให้สภานี้มีคณะกรรมการรัฐสภาอยู่แล้ว เป็นองค์กรที่มีสิทธิมีส่วน ที่จะต้องพิจารณางานในการบริหาร การจัดตั้ง การยุบ การรวม การอะไรระดับกรม ควรตรา โดยประกาศของรัฐสภา ก็แปลว่าสภาพิจารณานะครับ คนที่จะร่างประกาศอะไรทั้งหลาย ก็เป็นคณะกรรมการรัฐสภาอยู่แล้ว แล้วเสนอท่านประธาน ประชุมรัฐสภาซึ่งมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาพิจารณา เหมือนกับกฎหมายรัฐบาลที่จะเข้าก็ต้อง เข้ามาสภา แต่เราจะได้ผ่านเจตนารมณ์ความคิดให้เป็นอํานาจของฝ่ายนิติบัญญัติโดยลําพัง เสียในการที่จะบริหารงานนิติบัญญัติ โดยมีคณะกรรมการ ก.ร. เป็นผู้พิจารณา เพราะฉะนั้น ในวาระนี้ก็ได้อธิบายกันนะครับ ก็เห็นว่าควรที่จะออกเป็นแค่ประกาศและได้รับ ความเห็นชอบจากสภา แล้วก็จะยุบ จะรวม จะตั้งอะไรก็เป็นอํานาจตรงนี้ที่จะทําเพื่อให้เกิด ประโยชน์ในการที่จะบริหารงานที่เป็นอิสระครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานจะชี้แจงไหม เชิญชี้แจงครับ แก้หรือว่าจะยืน

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่าประธานที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญจากสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ ขอกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงส่วนใหญ่ เห็นว่าควรยืนตามร่าง พ.ร.บ. นะครับ เนื่องจากในส่วนของราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น แล้วกําหนดตามมาตรา ๖ (๓) จะมีฐานะเช่นเดียวกันกับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในฐานะเดียวกัน แล้วสํานักงานทั้งสองดังกล่าวก็มี การจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เมื่อส่วนราชการตามมาตรา ๖ (๓) กระทําการ ในเรื่องของการจะจัดตั้งซึ่งจะปรากฏอยู่ในร่างมาตรา ๘ นี้เองนะครับ ก็ควรจะทําเป็น พระราชบัญญัติเหมือนกับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับสํานักงานเลขาธิการ วุฒิสภา ซึ่งจะมีขึ้นได้ก็โดยเป็นพระราชบัญญัตินะครับ ก็เลยมีความเห็นว่าควรจะคงตามร่าง เดิมว่า ให้กระทําโดยตราเป็นพระราชบัญญัติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยืนยันใช่ไหมครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ในความเห็นของคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ ที่ได้มีการหารือกันแล้ว คิดว่าคงให้เป็นไปตามร่างเดิมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้ง ๒ ท่านยังติดใจอยู่ไหม ต้องโหวตไหมครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ด้วยความเคารพต่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็ต้องการให้ สิ่งนี้ได้พิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ การที่จะทําให้หน่วยงานของรัฐสภา เป็นอิสระ แล้วก็ทําโดยประกาศของรัฐสภา โดยความเห็นชอบของรัฐสภานั้น กระผมคิดว่า จะเป็นการส่งเสริมและการขยายงานของสํานักงานรัฐสภา ซึ่งต่อไปเราก็คิดหลายครั้งนะครับ มติของคณะกรรมการรัฐสภา ๒-๓ ปีก็มีการคิดไปถึงว่าจะตั้งเป็นสํานักงานรัฐสภาจังหวัด แต่ว่าเรื่องก็หายไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้มันเป็นหลักเกณฑ์ เป็นอํานาจอยู่ในสภาสามารถ ขยายสภาได้ ขณะนี้สภาเราทําเฉพาะเรื่องการออกกฎหมาย แต่เราไม่มีมาตรการในการ ติดตามการใช้กฎหมาย ซึ่งถ้าเราสามารถขยายข่ายงานไปถึงรัฐสภาจังหวัด มีการติดตามผล การใช้กฎหมายนี้ ทําให้สภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติทํางานมีความหมายแล้วก็มีน้ําหนักมากขึ้น จึงมีความเห็นว่ามาตรานี้น่าจะเป็นประตูแรกสู่การทํางานที่เป็นอิสระของรัฐสภาอย่างแท้จริง ก็ยังมีความเห็นยืนยันว่าควรจะให้สภาพิจารณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถาม มติแล้วครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุม แล้วก็ลงมติในมาตรา ๘ นี้นะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม หรือที่อยู่ ในห้องกรรมาธิการ โปรดเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ ถ้าเราพิจารณาเร็วเท่าไรแล้ว ญัตติใหม่ จะเข้ามาทันทีครับ ขอความกรุณาเชิญเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วย ขอความร่วมมือทุกท่านนะครับ เชิญ ๆ คุณไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ผม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ท่านนายนิยม เวชกามา และท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย พรรคเพื่อไทย ความจริงเราได้สงวนความเห็น เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งอํานาจของสภา ก็เพื่อจะให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นประโยชน์ในทํานองเดียวกัน ก็ขอให้ได้บันทึกไว้ในการประชุม แล้วก็จะขอความกรุณา ทั้ง ๔ ท่านนะครับ ไม่ติดครับ ไม่โหวตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้ เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ ทั้ง ๔ ท่านนะครับ ที่สงวนคําแปรญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อสภานะครับ ก็จะบันทึกไว้ เป็นหลักฐาน แล้วก็ทั้ง ๔ ท่าน ท่านถอนคําแปรญัตติทุกมาตราใช่ไหมครับ ไม่ติดใจ ทุกมาตรานะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ในมาตรา ๘ ท่านประธานครับ เมื่อได้ ฟังคําชี้แจง คํายืนยันของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่แล้ว กระผมก็ไม่ติดใจในคําสงวน ในมาตรานี้ครับท่านประธานและคณะกรรมาธิการนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตราอื่นละครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ก็ยังขออนุญาตเป็นสิทธิพิจารณา รายละเอียดเป็นมาตราก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ ก่อนนะครับ มันมีอยู่ ๑๒ มาตราเท่านั้นเองครับ อันนี้ก็มาตรา ๘ แล้วครับ เมื่อไม่ติดใจ ท่านผู้แปรญัตติไม่ติดใจก็ต่อเลยครับ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๒ ไป

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านคงไม่ติดใจครับ ท่านบอกแล้วครับ เชิญต่อ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไพจิตติดใจ มาตรา ๑๖

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ กระผม ได้สงวนความเห็นในมาตรานี้ ซึ่งได้มีการเพิ่มเติมถ้อยคําของคณะกรรมาธิการ แต่ว่า การเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการไม่ได้ครอบคลุมถึงประเด็นที่กระผมต้องการให้มีการ กําหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ของรัฐสภา คราวนี้ ก็คือทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมเรื่องการกําหนดเบี้ยประชุม ค่าตอบแทน และได้เพิ่มคําว่า ประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ก.ร. อนุกรรมการข้าราชการรัฐสภา ท่านได้มี ความเห็นไว้เพียงเท่านี้ กระผมต้องการให้เพิ่มข้อความว่า และคณะกรรมการพิทักษ์ระบบ คุณธรรมข้าราชการรัฐสภา ซึ่งในมาตราว่าด้วยเรื่องราชการต่าง ๆ จะขอแปรญัตติสงวนว่า ในกระบวนการร่างกฎหมายที่อนุวัติให้องค์กรที่น่าจะเป็นอิสระได้มีระบบในการบริหารงาน บุคลากร ว่าจะต้องมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม แม้ว่าการบริหารโดยคณะผู้บริหาร ของทั้ง ๒ สภา จะมีท่านประธานทั้ง ๒ สภา มีเลขาธิการทั้ง ๒ สภา และจะมีคณะที่จะ สั่งการว่าด้วยให้คุณให้โทษ ถ้าหากข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรมีคณะกรรมการ ชุดนี้ ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับต่อไปที่กระผมจะได้นําเรียนต่อ ที่ประชุม ก็อยากให้เพิ่มคณะชุดนี้ไว้ด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้มีค่าตอบแทน ค่ากําหนด ให้กับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการรัฐสภา รวมทั้งผู้ได้รับแต่งตั้งให้การ ปฏิบัติการใด ๆ เพื่อที่จะทรงไว้ซึ่งองค์กรทางรัฐสภา ที่จะมีสิทธิประโยชน์ในการบริหารไว้ ในคราวใดที่ข้าราชการถูกสั่งโดยมิชอบ เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว ควรที่จะมี คณะกรรมการชุดนี้ ก็อยากให้เขามาทํางานและมีค่าตอบแทน มีอะไรทั้งหลาย ก.ร. จะต้องดู เรื่องนี้ด้วยนะครับ ก็ขอถือโอกาสได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งนัยของมาตรานี้ก็จะไป สอดคล้องกับกฎหมายฉบับต่อไปอีกครั้งหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชลน่านไม่ได้แปรญัตติไว้ เขาไม่ได้แก้ไข เชิญครับสั้น ๆ หน่อยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๖ ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของ ก.ร. หรือคณะกรรมการข้าราชการ รัฐสภา ใน (๓) คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไข ขออนุญาตใช้สิทธิกรณีที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ผมไม่ได้แปรญัตติ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้เวลาไม่นานครับ แต่ว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสําคัญ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ (๓) อํานาจหน้าที่ของ ก.ร. หรือคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา เขียนว่า กําหนดอัตรา เบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทน อันนี้คือร่างเดิมนะครับ หรือค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติราชการใด ๆ อันนี้คือร่างเดิม คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขด้วยความหวังดีเขียนว่า กําหนดอัตราเบี้ยประชุม หรือ ตัดออกนะครับ กําหนดอัตราเบี้ยประชุมค่าตอบแทน หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นของ ก.ร. คณะอนุกรรมการข้าราชการรัฐสภา และคณะกรรมการ อื่น ๆ รวมทั้ง อันนี้เหมือนร่างเดิม ประเด็นที่ผมติดใจท่านประธานครับ ท่านจะให้ ก.ร. ไปกําหนดอัตราเบี้ยประชุมหรือผลประโยชน์ตอบแทนให้กับบุคคลอื่น ผมไม่ติดใจเลย แต่ว่าสิ่งที่ท่านเติมเข้ามาคือว่าให้ ก.ร. เองเป็นผู้กําหนดค่าตอบแทนให้กับตัวเอง กําหนด เบี้ยประชุมให้กับตัวเองในวรรคนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าสามารถกระทําได้หรือไม่ คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง ป.ป.ช. ที่เราจะพูดกันต่อเป็นตัวอย่าง องค์กรอิสระหลายองค์กร ถูกพิพากษาให้มีโทษกรณีขึ้นเงินเดือนให้กับตนเอง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมฝาก ท่านประธานสภาให้ประธานคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมาธิการช่วยดูสักนิดเถอะครับว่า สามารถกระทําได้หรือไม่ ผมเองด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าเขียนอย่างนี้ไปผมเกรงว่า จะมีปัญหา จริงอยู่ครับ กฎหมายระเบียบบริหารราชการรัฐสภานี้ท่านประธานเป็นผู้ รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานมีอํานาจเต็มที่เลยครับ เพราะเป็น กฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านก็เสนอกฎหมายเองได้ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะไปยึด ติดกับฝ่ายกฎหมาย ผมไม่ได้กลัวหรอกครับ แต่กลัวว่าเรามาเขียนกฎหมายให้กับตัวเอง และมากําหนดเงินเดือนให้กับตัวเอง กําหนดค่าตอบแทนให้กับตนเองอย่างนี้ผมเชื่อว่ามี ปัญหาแน่นอน ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยชี้แจงครับกรรมาธิการ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านไพจิตได้ท้วงติงถึงเรื่องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม จริง ๆ เราก็ได้พูดกันในที่ประชุม มากมาย แล้วก็ดูในภาพรวมก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าในการที่เรามีคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะได้ให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการที่มีเรื่องหรือถูกกลั่นแกล้ง แต่ว่าเราได้รวบรวมข้อมูล ทั้งหมดแล้ว ข้อดีข้อเสียเรื่องที่เราจะตรวจสอบหรือให้ความเป็นธรรมกับทางฝ่ายข้าราชการ นั้นมีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มี เมื่อดูวงเงินงบประมาณแล้วเป็นงบประมาณที่สูง ไม่คุ้มค่า เราจึงไม่ให้มีคณะกรรมการชุดนี้ ส่วนเรื่องเงินค่าตอบแทนนั้นผมขออนุญาตที่จะให้ทาง กฤษฎีกาเป็นผู้ตอบเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุชัย งามจิตต์เอื้อ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ความในมาตรา ๑๖ (๓) ที่มีการแก้ไข กรณีดังกล่าวจะเป็นเรื่องของการกําหนดเบี้ยประชุมและค่าตอบแทน รวมทั้ง ประโยชน์ตอบแทนอื่นเท่านั้น กรณีดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องของการกําหนดเงินเดือน และนอกจากนี้ก็ไม่ใช่เป็นการกําหนดเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์อย่างอื่นด้วย เพราะการกําหนดเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธาน ซึ่งเป็น ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเอง จะเป็นไปตามมาตรา ๑๙๖ ของรัฐธรรมนูญ ความใน (๓) นี้เองจึงเป็นเรื่องของการกําหนดเบี้ยประชุม มีการประชุมก็สามารถกําหนดได้ และคงจะ มิอาจไปตอบว่าเป็นการกําหนดเบี้ยประชุมเพื่อตนเอง เพราะกระบวนการในเรื่องของการที่ ให้อํานาจคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้ออกในระดับกฎหมายลําดับรองได้ ในทีนี้ก็คือประกาศและ ระเบียบของ ก.ร. นั่นเอง ก็จะสามารถใช้อํานาจตาม พ.ร.บ. แล้วก็กําหนดในเรื่องของอัตรา เบี้ยประชุมสามารถกระทําได้ แล้วก็คงมิอาจจะไปแปลความว่า เป็น ก.ร. แล้วก็ไปกําหนด อํานาจในเรื่องของการกําหนดค่าตอบแทนให้กับตนเอง เพราะใน (๓) นี้เอง ต้องการในเรื่อง ของการกําหนดเบี้ยประชุมแล้วก็ค่าตอบแทนเพื่อให้เหมาะสมกับคณะกรรมการที่มา ดําเนินการตาม พ.ร.บ. ซึ่งให้อํานาจไว้ ก็สามารถกระทําได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังติดใจอยู่ไหมครับ ท่านชลน่านไม่ติดใจ ท่านไพจิต เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อได้ตรวจดูว่าให้กําหนดค่าตอบแทน ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นให้กับคณะอนุกรรมการข้าราชการรัฐสภาและคณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรมของรัฐสภา ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขไว้ว่า เรื่องของ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมนี่ได้ชี้แจงผมในตอนที่ไม่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ว่า สภา มีระบบบริหารที่มาตรฐานสากล ไม่มีข้าราชการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการถูกสั่งลงโทษ หรือมีน้อยมาก เป็นข้าราชการระดับซีน้อย ๆ แต่ในรอบปีที่แล้วผมก็ถามว่ามีกี่คนที่ถูกสั่ง แล้วต้องยื่นต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ของสภาที่ตั้งกันเองนะครับ ก็บอกว่ามีอยู่ ๕ ท่าน กับค่าใช้จ่ายที่จะต้องตั้งเป็นค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมซึ่งจะตั้ง จากท่านผู้มีประสบการณ์ทางด้านความยุติธรรม ท่านผู้พิพากษา ศาล ที่ทรงไว้ซึ่ง ความเป็นธรรม ท่านก็ชี้แจงว่าเป็นค่าใช้จ่ายมาก แล้วระบบข้าราชการก็จะร้องต่อ คณะกรรมการอุทธรณ์ของสภาอยู่แล้วครับท่านประธาน ผมคนเดียวก็อยากให้ได้รับความ เป็นธรรมในการอุทธรณ์ร้องทุกข์ ข้าราชการใหญ่ก็อุทธรณ์ใหญ่ เล็กก็เป็นข้าราชการภายใต้ ร่มพระบรมโพธิสมภาร ก็อยากให้เขาได้รับความเป็นธรรม แต่ว่าเมื่อได้ดูร่างแล้ว ท่านประธานชุมพลก็ขอ ผมก็เห็นแก่ท่านประธานครับ แต่ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าราชการผู้น้อยที่บอกว่ามีอยู่ ๓ คน ๔ คน ก็มาร้องท่านชุมพลนะครับ ผมว่าท่านก็ยังอยู่อยู่ ก็จะขอบันทึกไว้ แล้วก็ไม่ติดใจที่จะโหวตหรอกครับ เพราะมันมีบทว่าด้วยคณะกรรมการอื่น ครอบไว้อยู่แล้วครับในมาตรานี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ก็ผ่าน มาตรา ๑๖ ต่อไปเชิญเลขาธิการ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไม่ติดใจครับ ผ่าน

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีติดใจอยู่หรือ เชิญ ๆ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมคงจะลุกขึ้นมา ต้องอภิปรายในมาตรา ๑๗ แล้วก็พ่วงมาตรา ๒๐/๑ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของ การปรับเปลี่ยนชื่อเรียกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในรัฐสภาเป็นคําว่า เจ้าหน้าที่ ตํารวจรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในเบื้องต้นเลยก่อนที่จะเป็นคณะกรรมาธิการ นะครับ ได้มีพี่น้องข้าราชการที่เป็นฝ่ายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นําเอาเรื่องราว มาร้องทุกข์ว่า ในอดีตตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ ตั้งรัฐสภามาก็มีตํารวจรัฐสภา จนกระทั่งมาปี ๒๕๑๘ มีการปรับเปลี่ยนไปเรียกใช้คําว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ามันเป็นความน้อยเนื้อต่ําใจของพี่น้องที่ทํางานอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ในฐานะของ ข้าราชการ ผมต้องกราบเรียนว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร ไปกู้เงินธนาคารเขาก็บอกทํางาน รปภ. ก็กู้ยาก เขาถามว่าไปออกเสียงตามสิทธิของข้าราชการตามที่ต่าง ๆ เขาก็มองหน้าว่า เป็น รปภ. มันออกเสียงได้จริงหรือเปล่า อันนี้เป็นปัญหาที่เขาฝากกันว่า วันนี้ผมต้องชื่นชม คณะกรรมาธิการนะครับที่มีการปรับเปลี่ยนจากคําว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้ถึงแม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร ก็ตามนะครับ มันยังมีบางประเด็นที่ยังต้องมีการทํางานเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะเป็นภาระหน้าที่ของ ฝ่ายรัฐสภาไปดูข้อกฎหมาย ไปดูระเบียบข้อบังคับ โดยเฉพาะเรื่องของอํานาจหน้าที่ของ ตํารวจรัฐสภาเหล่านี้ วันนี้ผมไม่แน่ใจในภาระหน้าที่ของเขา มีคนพูดกันว่าวันนี้บอก หน้าที่ รักษาความปลอดภัยในบริเวณรัฐสภา มีคนไปต่อระเบิดอยู่หน้าสภาไม่รู้ว่าเขาออกไปจับได้ หรือเปล่าถ้าเขาอยู่นอกรั้ว นี่มันก็ยังเป็นคําถามที่มันก็ยังค้างคาว่า ในที่สุดอํานาจหน้าที่เขา คืออะไร มีภาระหน้าที่ตามกฎหมายอาญามากน้อยเพียงไร ซึ่งตรงจุดนี้ผมกราบเรียนได้ว่า แม้รัฐมนตรีบางท่านก็ยังไม่วางใจ เราก็เคยเห็นกันว่ามีรัฐมนตรีบางท่านมีผู้ติดตามเข้ามา พร้อมอาวุธ เป็นปืน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนเลยว่าก็ขนาดรัฐมนตรียังไม่มั่นใจ แล้ว ส.ส. ที่ทํางาน เพื่อนสมาชิก คนที่เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะอุ่นใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมกราบ เรียนว่า ผมเชื่อว่าต้องฝากทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปดูเพิ่มเติมในเรื่องของ อํานาจหน้าที่ของเขา จะแยกออกมาจากฝ่ายบริหารโดยชัดเจนหรือไม่เพื่อให้มันมีความ คล่องตัวในการปฏิบัติงาน จะทําอย่างไรเพื่อให้สวัสดิการของเขาเหล่านั้นดีขึ้น มีการ ฝึกอบรม ป้องกันเรื่องของการชุมนุมการอะไรต่าง ๆ เพื่อให้การทํางานในรัฐสภาแห่งนี้มี ความปลอดภัย แล้วก็แน่นอนครับมีความเป็นอิสระ ไม่ใช่ว่าโดนกดดันจนกระทั่งต้องปล่อย ผ่านกฎหมาย โดนกดดันจนกระทั่งต้องยอมปล่อยกฎหมายตกไปอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มันเคย เห็นกันมาแล้วนะครับ เราจะต้องมาดูกันให้ละเอียดรอบคอบ ตรงจุดนี้ผมกราบเรียนเลยว่า การปรับเปลี่ยนในส่วนนี้เป็นน้ําหยดเดียวครับในการแก้ไขปัญหาสวัสดิการของพี่น้อง ข้าราชการในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งทํางานใกล้ชิดกับเพื่อน ส.ส. ผู้เป็นผู้ออกกฎหมายทุกท่าน ผมกราบเรียนว่ามันมีอีกหลายประเด็น อีกหลายส่วนงานที่เขายังมีความลําบาก ก็ขอไปดูให้ รอบคอบ

อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องฝาก ก็คือเรื่องของโบนัสของเขา เราเคยได้ยินกัน มานานว่าสภาแห่งนี้โบนัสออกมาถึง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ได้กัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ผู้น้อยก็ได้กันคนละ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นผู้ใหญ่ลองไปดูให้มันละเอียดรอบคอบ ลองตัดสิทธิประโยชน์ของเรา ในส่วนนี้ เพื่อเอาไปกระจายให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยบ้าง ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์แล้วก็ จะเป็นคุณกับเพื่อน ๆ ข้าราชการทุก ๆ ท่านครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับครูและ นักเรียนโรงเรียนบ้านริมใต้ จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ขณะนี้เรากําลังพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติของสภาอยู่นะครับ ต่อไปเชิญคุณอรรถพร พลบุตร สั้น ๆ หน่อยนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้โอกาสนี้ที่จะอภิปรายในมาตรา ๑๗ โดยผมขอขอบคุณท่าน ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านชุมพล กาญจนะ และคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้มี การพิจารณาแก้ไขเนื้อความในมาตรา ๑๗ ด้วยการเปลี่ยนข้อความจากคําว่า เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย มาเป็น เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ผมเองและเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจํานวนมากเห็นพ้องต้องกันในทุกประการที่จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขและ จัดสถานะที่มีความชัดเจนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือจากนี้ไปเราจะเรียกว่า ตํารวจรัฐสภา เหตุผลหลายแง่หลายมุม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้พูดไปอย่างมีคุณค่าสาระ ผมขอเพิ่มเติมในบางประเด็น ผมมีความเชื่อว่าถ้าเราได้จัด สถานะของเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาให้ดํารงสถานะตรงนี้อย่างบริบูรณ์ในแง่ความหมายและ สถานะแล้ว ก็จะเป็นการเสริมสร้างเกียรติภูมิ ทําให้พวกเขาสามารถที่จะทําหน้าที่ยืดอกได้ อย่างเต็มที่ และได้ยึดมั่นแน่วแน่ในเกียรติภูมิของเขาที่เกิดขึ้นจากมาตรา ๑๗ และผม เชื่อว่าเกียรติภูมิของเจ้าหน้าที่ตํารวจสภาก็คือเกียรติภูมิของพวกเราทุกคน อีกไม่กี่ปีจากนี้ไป สภาผู้แทนราษฎรจะมีที่ทําการใหม่ ยิ่งใหญ่ โอ่อ่า เป็นหนึ่งในสถานที่สําคัญของประเทศ ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะหลากหลายมากยิ่งขึ้นในภาวะประชาธิปไตย แบบสุดขั้ว ฉะนั้นการเสริมสร้างสถานะเกียรติภูมิของตํารวจรัฐสภา ก็เท่ากับเป็นการ เสริมสร้างสถานะของพวกเราในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ต้องยอมรับครับว่าถ้าไปยืนอยู่ ในหัวใจของตํารวจรัฐสภาเหล่านี้ เขาก็ประสบปัญหาหลายอย่างอย่างที่ท่าน ส.ส. จังหวัด เชียงใหม่ได้พูดไปแล้ว

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดความไม่ชัดเจน ก็คือสถานะของบุคคลเหล่านี้เมื่ออยู่ นอกสภา อยู่นอกสภาเป็นตํารวจหรือเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในสายตาของ ตํารวจท้องที่เขาก็มองตํารวจรัฐสภาด้วยความสับสนในสถานะ ตํารวจรัฐสภาเมื่ออยู่ข้างนอก ก็สับสนในสถานะของตนเอง เมื่อเขามีสถานะความเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจของรัฐสภา อย่างเต็มภาคภูมิ ความสับสนตรงนี้หมดไป และที่สําคัญอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ ต่อไปไม่ว่าจะในห้องประชุมสภา หรือนอกสภา หรือนอกรั้วออกไป มันจะมีความเข้มข้นของ สถานการณ์มากยิ่งขึ้น เราอาจจะต้องออกประตูหลังกันหลายครั้งมากยิ่งขึ้น ความเสี่ยงภัย มากยิ่งขึ้น สิ่งซึ่งจะเป็นประการที่สําคัญอันหนึ่งคือตํารวจสภาแห่งนี้ครับ ฉะนั้นถ้าท่านประธานจะได้ใช้ อํานาจเท่าที่มีอยู่ ปรับปรุงในเรื่องของเบี้ยเสี่ยงภัยในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์เหล่านั้น ผมเชื่อว่าจะเป็นขวัญและกําลังใจ และทําให้ตํารวจรัฐสภาเหล่านี้ได้ดูแลประโยชน์ ดูแล สวัสดิภาพและทํางานด้วยความแน่วแน่ในเกียรติภูมิที่สภาแห่งนี้มอบให้ ผมฝากประเด็น เหล่านี้ไว้และขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการ ท่านชุมพล กาญจนะ อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ กระผมในคณะกรรมาธิการ ที่พิจารณาเรื่องเปลี่ยนฐานะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรัฐสภาที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นตํารวจรัฐสภานั้น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้วว่าตํารวจสภานั้นมีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ และอยู่จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ปรับปรุงตํารวจเรามาเป็นข้าราชการ พลเรือนสามัญ ทําหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย แต่โดยอํานาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวนั้นก็ยังทําหน้าที่เป็นตํารวจรัฐสภาอยู่นั่นเอง และขณะเดียวกันเรามามองถึง ปัจจุบันนี้ว่าสภาของเราในอนาคตซึ่งไปอยู่นอกเขตพระราชฐาน มีพื้นที่กว้างขวาง มีบริเวณ กว้างขวาง และงานในปัจจุบันนี้ ถ้างานตํารวจแล้ว หน้าที่ของตัวเองนั้น สาระสําคัญอันที่ ๑ คือรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณรัฐสภา อันที่ ๒ มีหน้าที่ในการที่รายละเอียดออกมา ก็คือรักษาความปลอดภัยในบุคคลและทรัพย์สินของสภาที่เกิดขึ้น ดังนั้นการที่จะทํางาน ไปข้างหน้านั้นมันต้องเตรียมพร้อม จะเอาคนที่เข้ามาอยู่นั้นจะต้องมีการฝึกอบรม มีการคัดสรรบุคคลเข้ามา จัดระเบียบใหม่ และกําหนดหน้าที่การงานว่าต่อไปนี้ถ้าไปอยู่ นอกสภาแล้ว การพกอาวุธต่าง ๆ ของคนที่จะเข้าไปจะต้องมีมาตรการในการตรวจสอบ รักษาความปลอดภัย เราต้องฝึกยุทธวิธี และขณะเดียวกันถ้ามันมีเหตุเกิดขึ้นมีใครลุยเข้าไป ในสภาอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว เจ้าหน้าที่พวกนี้จะได้รับการฝึกอบรมในการปฏิบัติงาน อย่างถูกต้องในการแก้ไข มีทั้งมาตรการในการสืบสวนหาข่าว หรืออยู่ในสภาข้างหน้า จะเกิดขึ้นไป ใครจะมาวางระเบิดในสภา ไปทํากิจกรรมนั้น พวกนี้ต้องมีระบบในการที่ ฝึกอบรม มีการจัดระบบที่ถูกต้อง ดังนั้นปัญหาอย่างที่ท่านผู้อภิปรายทั้ง ๒ ท่านที่ว่า ให้การสนับสนุนแล้วก็ห่วงใยนั้น ทางเราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนา เราถึงเพิ่มในหน้าที่ ของเขาไปในครั้งนี้ ทําหน้าที่ในการมีอํานาจและหน้าที่ในการที่จะปฏิบัติเหมือนเจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตํารวจตาม วิ. อาญา ที่ตรงนี้เราไม่ได้ให้ก้าวหน้าไปถึงขั้นกระบวนการ สอบสวนซึ่งเป็นอํานาจของพนักงานสอบสวน อีกบทหนึ่ง หน้าที่ตรงนี้เหมือนกับเป็น ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง หรือกํานันที่อยู่ในตําบลที่รับผิดชอบของตัวเอง จัดการระบบตัวเอง จัดการระบบของตัวเอง หรือโรงพักโรงพักหนึ่งที่จะต้องทํางาน การที่จัดขึ้นมานี้ครับที่ให้เขา มาเพิ่มเติมเข้ามาเป็นตํารวจรัฐสภา รายละเอียดที่จะต้องกระทํา ๑. กําหนดให้เขามีหน้าที่ ตํารวจรัฐสภามีหน้าที่อะไร รักษาความสงบเรียบร้อย มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคล และทรัพย์สิน รายละเอียดออกไปนั้นก็จะไปกําหนดในหน้าที่การงาน เป็นหน่วยงานจาก สํานักงานรักษาความปลอดภัยในปัจจุบันก็จะเป็นสํานักงานตํารวจรัฐสภา แล้วก็จะไป กําหนดหน้าที่รายละเอียดไปว่ามีหน้าที่ทําอะไรทําอะไรซอยออกไป โดยของ ก.ร. ที่กําหนด หน้าที่ให้สํานักงานมีหน้าที่อะไร ให้บุคคลแต่ละบุคคลมีหน้าที่อะไร แล้วพนักงานถ้าเป็น ตํารวจรัฐสภาธรรมดามีหน้าที่อย่างไร ถ้าเป็นหัวหน้าแผนกขึ้นมามีรับผิดชอบอย่างไร ถ้าเป็น ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานัก มีหน้าที่อะไร ไปกําหนดรายละเอียด ซึ่งจะต้องศึกษา ทางกฎหมายที่ต้องออกไปนั้นต้องไป กําหนดรายละเอียดออกมา งานก็จะเป็นบรรลุผลตามที่ท่านต้องการนะครับ แต่นี่เราเขียนกฎหมายให้อํานาจหน้าที่ ในการที่จะปฏิบัติงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยก็เรียนให้ที่ประชุมทราบแล้วเรียนต่อ ท่านผู้ที่อภิปรายเมื่อกี้ ผมขอชี้แจงเพียงแค่นี้ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๑๗ ซึ่งมีการแก้ไขผมไม่ได้ติดใจตรงเรื่องของการยกฐานะ เรื่องของการเรียกชื่อ รวมทั้งการ ปรับปรุงคุณภาพทางวิชาชีพของผู้จะมารักษาความปลอดภัย ซึ่งท่านคณะกรรมาธิการได้ กรุณาชี้แจงอย่างละเอียดแล้ว แต่ประเด็นที่ผมอยากจะซักถามต่อคณะกรรมาธิการก็คือว่า การที่เราเปลี่ยนชื่อเป็นตํารวจรัฐสภาแล้วบอกว่าให้ทําหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย รักษา ความปลอดภัยบุคคลและทรัพย์สินภายในบริเวณรัฐสภา คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณา ไปถึงไหมครับว่าบริเวณรัฐสภานี่หมายถึงบริเวณไหน ในคํานิยามของร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภาบอกเพียงว่ารัฐสภาหมายความว่า สภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เมื่อไปดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ รัฐสภา ก็ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ คําถามซึ่งเราเคยมีประเด็นข้อขัดแย้งกันมา บ่อยครั้ง ทั้งในเรื่องของการร่างระเบียบข้อบังคับการประชุมรัฐสภา รวมทั้งการพูดถึง คํานิยาม คําว่า รัฐสภา มีมาโดยตลอด คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาไหมครับว่าตํารวจ รัฐสภาจะทําหน้าที่ตรงไหน สมมุติว่าวันหนึ่งเราไม่สามารถประชุมกันในห้องประชุมแห่งนี้ ในอาคารรัฐสภาแห่งนี้ได้ตํารวจรัฐสภาจะไปมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัยในบริเวณอื่นซึ่งมีการประชุมรัฐสภาได้หรือไม่ และเมื่อมีการประชุม แยกกัน คือประชุมวุฒิสภาส่วนหนึ่ง ประชุมสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่ง ตํารวจรัฐสภาจะทํา หน้าที่อยู่ตรงไหน คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาในประเด็นนี้หรือไม่ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจนะครับที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสภาของเรา ได้เทียบเท่ากับตํารวจ คือผมอยากจะให้มีการอบรมแล้วก็ทบทวนอยู่ทุกเดือนนะครับ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจและร่างกายและองค์ความรู้ให้กับฝ่ายตํารวจของรัฐสภา

และอีกเรื่องหนึ่งเวลาที่คณะกรรมาธิการเดินทางไปทั่วประเทศ อยากจะ ให้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจของสภาติดตามไปด้วย ก็คือว่าสามารถที่จะพกปืนแล้วก็ไปดูแล ความปลอดภัยให้กับคณะเดินทางทั่วประเทศจะได้ช่วยดูแลแล้วก็มีเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้เขาด้วย แล้วก็เรื่องเบี้ยในเมื่อมีการประชุมสภาทุกครั้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยนี่สําคัญที่สุด เพื่อรักษาชีวิตของทุกคนในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ อยากจะให้เบี้ยเลี้ยงซึ่งใน (๓) ของ มาตรา ๑๖ ก็ได้เปิดช่องไว้ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ควรจะให้เบี้ยพิเศษขึ้นมาอีกหน่อย

แล้วเรื่องสุดท้าย เรื่องชุดแต่งกายของตํารวจรัฐสภา ในเมื่อเป็นตํารวจรัฐสภา ก็เป็นตํารวจของฝ่ายนิติบัญญัติอยากจะให้มีชุดแต่งกายที่พิเศษ นอกจากชุดธรรมดาแล้ว อยากจะให้มีสูทซึ่งสวยงามเหมือนชุดเกียรติยศ อยากจะให้เป็นตํารวจซึ่งตํารวจข้างนอก อยากเข้ามาเป็น ไม่ใช่ตํารวจรัฐสภาอยากจะไปเป็นตํารวจข้างนอก ให้เป็นมาตรฐานสากล แล้วท่านประธานต้องมีหน้าที่ปีหนึ่งต้องตัดชุดพิเศษให้เขาอย่างน้อย ๓-๔ ชุด จะได้แต่งชุดใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา แม้แต่เจ้าหน้าที่ในห้องประชุมก็น่าจะมีชุดสวย ๆ แล้วท่านก็มีหน้าที่จัดหาให้ทุกปี ทุก ๖ เดือน อันนี้จะเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีสําหรับ แขกบ้านแขกเมืองที่จะมาเยือนสภาของเรา แล้วเมื่อเรามีสภาใหม่แล้วเจ้าหน้าที่ก็สวยงาม ทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็มีเกียรติยศและศักดิ์ศรี ฝากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ผมอยากจะขอความกรุณารวบรัดหน่อยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ในเรื่องของมาตรา ๑๗ ให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ตําแหน่ง เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาทําหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยบุคคล และทรัพย์สินนั้น ผมขออนุญาตที่จะถามไปยังท่านคณะกรรมาธิการและประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องของโครงสร้างสักนิดหนึ่งครับ เรื่องของโครงสร้างนี้ตกลงว่า เจ้าหน้าที่ที่ท่านเรียกว่าเป็นข้าราชการแต่ว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทําหน้าที่เหมือนกับ ตํารวจ อํานาจหน้าที่ของเขามากน้อยขนาดไหน จับกุมคนได้หรือไม่ หรืออย่างเช่นท่าน ประธานคงจําได้ว่าเมื่อท่านประธานเรียกทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาควบคุมการประชุม ก็ถูก สมาชิกบางคนเหมือนกับต่อว่าต่อขานทีเดียวว่าคุณกล้าหาญอย่างไรที่จะมาจับผม ทํานอง นั้น อาจจะเป็นกรณีของการเข้าใจผิดนะครับว่า คือเราไม่ทราบอํานาจหน้าที่ อํานาจหน้าที่ ของตํารวจสภาที่ว่านี้ตกลงว่ามีขอบข่ายมากขนาดไหนครับ เข้ามาควบคุมตามคําสั่งของ ท่านประธานอยู่แล้ว แต่ว่าจะมาถูกต่อว่าต่อขานว่าจะมาจับกุมกันหรือไม่ ผมว่าบางที คือมันก็เป็นความเข้าใจของทั้ง ๒ ฝ่ายถูกไหมครับ ส.ส. เองก็อาจจะไม่เข้าใจว่าเขามีหน้าที่ อย่างไร ตรงนี้ขอให้เข้าใจให้ชัดเจนก่อนนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือตํารวจของสภาสามารถกลับไปเป็นตํารวจปกติได้หรือไม่ เพราะว่าผมรู้สึกว่าแต่ละคนก็มียศ มีตําแหน่ง มี ร้อยตํารวจเอก (หญิง) อยู่ข้างล่างเหมือนกัน เขาสามารถขอโอนย้ายจากสภาไปยังตําแหน่งของตํารวจ ข้าราชการตํารวจปกติได้หรือไม่

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องกรอบเงินเดือนของเขา เขาอยู่ในข้าราชการแบบไหน เงินเดือนอยู่ในตารางที่เรากําลังจะไปพูดต่อในร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา ส่วนของตํารวจรัฐสภาไปอยู่ตรงช่องไหน ตรงแท่งไหน ท่านกรุณาชี้ให้ดูสักนิดหนึ่งครับ

ในส่วนของการทํางานครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับนะครับว่าผมเชื่อ ว่าทางตํารวจเองเขาก็ให้เกียรติต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภาอยู่แล้ว แต่ว่า ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ท่านประธานเดินเข้าสภามาท่านโดนตรวจอาวุธไหม ครับ เครื่องมือเครื่องไม้ที่เราใช้กันอยู่นี้มันใช้ได้จริงหรือไม่ มันจะมีตะกร้าพลาสติกมาบัง ตรงช่องไว้แล้วก็บอกว่าอยู่ระหว่างการซ่อมแซมอยู่เสมอ ผมเดินผ่านเครื่องตรวจผมเชื่อว่า ตํารวจทุกคนคงเห็นว่าผมพยายามปฏิบัติตามนะครับ มือถือผมก็วางไว้ในตะกร้าแล้วผมก็ เดินเข้ามาจนกระทั่งมันไม่มีเสียงสัญญาณ สัญญาณจะเกิดขึ้นจากกุญแจก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าที่ ผ่านมาโดยปกติ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของคนที่ผ่านเข้ามาในสภาแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เดินผ่านมาแล้ว มีเสียงสัญญาณทั้งสิ้น ไม่เคยมีการตรวจตราอย่างจริงจังในการเข้าสู่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ระบบการรักษาความปลอดภัยที่ต้องเข้มงวดไหมครับ หรือว่าที่นี่ไม่จําเป็นต้องเข้มงวด เป็นอย่างไรก็ได้ เพราะพวกเราเองต่างก็เกรงใจสมาชิกด้วยกัน สมาชิกมีผู้ติดตามต่าง ๆ เข้ามา มีพนักงานขับรถต่าง ๆ เข้ามา ก็ไม่มีใครโดนตรวจครับท่านประธาน นี่คือโลกแห่ง ความเป็นจริง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐสภาอันทรงเกียรติ และน่า จะต้องมีระบบที่ชัดเจนที่หนึ่งของประเทศไทย ในสนามบินเขายังต้องทํา ในที่ประชุมสําคัญ ๆ เขาก็ทํากันนะครับ แต่ที่ประชุมรัฐสภาผมก็แปลกใจนะครับ ผมอยู่ที่นี่ ๓ ปี หรือว่าก่อน หน้านี้ผมทําข่าวที่นี่ ผมก็ไม่เคยเห็นมาตรการที่เข้มงวดกวดขัน ผมเสนอให้ท่านต้องปรับใช้ นะครับ หรือว่าทําให้เกิดระเบียบของการควบคุมการดูแลความปลอดภัยให้มากขึ้นกว่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย พระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๑๗ ได้พูดถึงส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คณะกรรมาธิการได้มีการ เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ว่าเป็นตํารวจรัฐสภา ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง และเท่าที่ผมเดินเข้า เดินออกในสภาแห่งนี้มาเป็นเวลา ๓๒ ปี กราบเรียนว่าได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ไม่น้อยมีความพยายามในการที่จะยกระดับของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ สภาผู้แทนราษฎรให้ขึ้นมาเป็นตํารวจรัฐสภา ตามที่เขาได้มีเครื่องแบบแต่ง มียศ บางคน ร้อยตํารวจเอก พันตํารวจตรี พันตํารวจโท จนพันตํารวจเอก แต่บังเอิญเหลือเกินว่าเขามี ฐานะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ใช้ยศนําหน้าชื่อก็ไม่ได้ เวลาที่เขาปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องประชุม กํากับ ช่วยดูแลความเรียบร้อยให้กับท่านประธาน เวลา ท่านประธานใช้อํานาจของท่านสั่งให้สมาชิกนั่งลง หรือให้สมาชิกหยุดพูดอะไรต่ออะไร ทํานองนั้น ไม่เป็นผล ท่านก็จะเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ. เจ้าหน้าที่ รปภ. ก็มา สุดท้ายก็ถูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชี้หน้าต่อว่าต่อขาน ไม่สามารถทําอะไรได้ เพราะตนเองมีฐานะเป็น เพียงเจ้าหน้าที่ รปภ. ถ้าจะถามชาวบ้านทั่วไป เจ้าหน้าที่ รปภ. คืออะไร คือยามครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในเมื่อเขามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลความเรียบร้อยของสถานที่สําคัญ อันดับต้น ๆ ของประเทศ ทําไมไม่ยกย่องเขา ให้อํานาจเขา เพราะฉะนั้นผมขอใช้โอกาสนี้ ขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ให้ความสําคัญเรื่องนี้และได้แก้ไขเข้ามา ท่านประธานครับ ผมเอาเรื่องจริง ๆ มาพูดอยู่เรื่องหนึ่ง เกิดในบริเวณรัฐสภาของเรา คนข้างนอกรู้จักคุ้นเคย กับคนขับรถ ส.ส. ก็ชักจูงกันเข้ามาตั้งวงไฮโล เจ้าหน้าที่ของเราเดินไปเห็น เขาก็รู้ว่านี่คือ เจ้าหน้าที่ รปภ. ไม่มีอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ไม่กล้าทําอะไร แต่เวลาเสีย เสียถึงสภาผู้แทนราษฎร เสียถึงรัฐสภาว่ามีการเปิดบ่อนกันภายในบริเวณรัฐสภา ซึ่งเขาหมายรวมทั้งที่จอดรถบริเวณอาคารอื่น ๆ นอกเหนือจากอาคารตัวที่เป็นห้องประชุม เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เมื่อยกระดับขึ้นมาแล้ว เจ้าหน้าที่ รปภ. เหล่านี้แปลงสถานะเป็นตํารวจ เขาก็มีอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา เขาก็จะดําเนินการได้ ชื่อเสียง เกียรติภูมิของรัฐสภา ของสภาผู้แทนราษฎรก็จะไม่เสื่อมเสียไป โดยที่เหตุที่สภาผู้แทนราษฎรคือสมาชิก พอพูดถึงคําว่า สภาผู้แทนราษฎร ทุกคนจะต้อง พูดถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พูดถึงรัฐสภา ทุกคนจะต้องคํานึงถึง ส.ส. หรือ ส.ว. ส.ส. หรือ ส.ว. ไม่ได้ไปทําสิ่งที่เสื่อมเสีย แต่บังเอิญคนนอกมาใช้โอกาสตรงนี้ รู้ว่าสถานที่นี้ ศักดิ์สิทธิ์ มีเกราะป้องกัน เพราะฉะนั้นก็มาตั้งวงไฮโล วงป็อกเด้ง ซึ่งมีอยู่ในอดีต ปัจจุบัน ผมเชื่อว่าตามซอกมุมต่าง ๆ อาจจะมีหลงหูหลงตาไปบ้าง ดังนั้นเมื่อแก้ไขตรงนี้ให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ของรัฐสภามีฐานะเป็นตํารวจรัฐสภาก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปได้

อีกประการหนึ่ง สมาชิกบางท่านได้มีความห่วงว่าการจัดตั้งองค์กรจะทํา อย่างไร กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเราได้มีการเลือกกรรมการรัฐสภาหรือ ก.ร. ไปแล้ว อย่างน้อยก็มีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ผมขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน คือ พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ ก็สามารถจะมาช่วยดูตรงนี้ อาจจะบอกว่ากองบังคับการตํารวจรัฐสภา แล้วแบ่งเป็นกองกํากับการ ๑ คือตํารวจที่ดูแลสภาผู้แทนราษฎร กองกํากับการ ๒ ดูแลของ วุฒิสภา ซึ่ง ก.ร. โดยที่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อย่าง พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ ก็จะให้ คําแนะนําและจะดูแลเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ผมมั่นใจว่าจะต้องมีประสิทธิภาพแน่ และท่านประธานที่เคารพครับ ศักดิ์ศรีของข้าราชการรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนนี้ ก็จะทําให้สภาผู้แทนราษฎรมีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศเพิ่มขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้นเขามีโอกาสใส่ ร้อยตํารวจเอก พันตํารวจตรี อะไรอย่างนี้ เขาจะดํารงตนเหนือกว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ. อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนความคิดตรงนี้ของคณะกรรมาธิการ และเชื่อ แน่ว่าสมาชิกทุกคนคงให้การสนับสนุน ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แล้วคุณชลน่านคนสุดท้าย

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงมาตรา ๑๗ ดิฉันก็สงสัยเหมือนเพื่อน หลายคนนะคะว่าถ้า ๑. เราใช้คําว่า ตํารวจรัฐสภา ใช้คําว่า ตํารวจ ได้หรือไม่ เพราะว่า ดิฉันเข้าใจว่าตํารวจก็เป็นองค์กรหนึ่งซึ่งเป็นองค์กรพิเศษ หรือถ้าเราบอกว่าตํารวจรัฐสภา ให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอํานาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงาน ฝ่ายปกครอง คือคณะกรรมาธิการเขาพยายามจะอธิบายว่าก็เป็นเหมือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอะไรอย่างนี้ นะคะ แล้วก็ให้เป็นเหมือนตํารวจ ดิฉันก็เรียนถามว่าถ้าให้กําหนดอย่างนี้ได้หรือ หลายท่าน คงอาจจะบอกว่าได้ แล้วก็ถามว่าถ้าไม่ใช่ตํารวจนี่เราใช้ชื่ออื่นได้ไหม ถ้าไม่อยากใช้คําว่า เจ้าหน้าที่ รปภ. นี่ ใช้ชื่ออื่นได้หรือไม่ ทําไมจะต้องไปใช้คําว่า ตํารวจรัฐสภา ให้มันเป็น คําถามขึ้นมา หรือว่ามันจะต้องไปกําหนดอะไรอีกมากมายเลย ก็เป็นความสงสัยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในมาตรา ๑๗ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ผมไม่ติดใจเรื่อง การเปลี่ยนชื่อนะครับ ยินดีให้การสนับสนุน เพราะว่าภาพลักษณ์ตํารวจก็ดีขึ้น คําว่า ตํารวจ ในภาพลักษณ์ก็ดีอยู่ ประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตนําเรียนท่านประธานก็คือ เรื่องอํานาจ และหน้าที่ เพราะท่านไปใส่คําว่า หน้าที่ ให้กับทางตํารวจรัฐสภา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ รัฐสภา เป็นข้าราชการสามัญ สังกัดรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อใส่อํานาจและหน้าที่ลงไป สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าการทําหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายตรงนั้น ถ้าไม่ถึงพร้อมนี่ แทนที่จะเป็นคุณกลับเป็นโทษกับเขา ผมยกตัวอย่างครับ เอาตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านประธานได้เรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชื่อขณะนั้น ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๔ ขณะที่ผมยืนประท้วงท่านอยู่ ท่านบอกให้ผมนั่งลง ผมไม่ปฏิบัติตาม ท่านก็เรียก รปภ. มานะครับ ลักษณะอย่างนี้ถ้าสมมุติ รปภ. มานําตัวผมออกไปนี่ ผมสามารถฟ้องร้องต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือตํารวจรัฐสภาได้ ฐานทําหน้าที่ เกินกว่าที่กําหนดไว้ ตรงนี้สําคัญท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยครับ เพราะว่า สิ่งที่ท่านประธานพยายามที่จะให้เขาทําหน้าที่ บางครั้งนี่มันไม่ชอบด้วยระเบียบ ไม่ชอบด้วย ข้อบังคับ ไม่ชอบด้วยตัวบทกฎหมายที่จะรองรับ อย่างนั้นเขาถือว่าเขาทําผิดต่อหน้าที่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๗ เล่นงานเขาแน่นอน เพราะเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วเป็นเจ้าพนักงานปกครองด้วย และเป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาอีก เพราะฉะนั้นเขาหนีไม่พ้นแน่ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๗ กรณีท่านเชาวรินธร์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ ถ้าไม่ทําหน้าที่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๗ หลายอย่างซึ่งผมเป็นห่วงเท่านั้นเอง เพียงแต่กราบเรียนท่านประธานไว้ โดยเฉพาะประเด็น ที่จะเข้ามาจับกุมคุมขังสมาชิกขณะที่อยู่ในสภานี่ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ในวรรคสอง ในกรณีที่ประธานสั่งให้ผู้ใดออกจากที่ประชุม หากผู้นั้นขัดขืน ประธานมีอํานาจสั่งเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ผมเปลี่ยนให้เลย ให้นําตัวออกจากสถานที่ ประชุมออกไปได้ เมื่อท่านสั่งเขาก็ออกนะครับ เมื่อท่านประธานวินิจฉัยว่าคุณออกจาก ห้องประชุมไป ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามเท่านั้นเองครับ เขาถึงจะมีอํานาจเข้ามานําตัวออกไป ตามคําสั่งท่านประธาน ผมนําเรียนด้วยความเคารพครับเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา ของเราไม่ให้ถูกฟ้อง ด้วยความเคารพท่านประธาน ประเด็นนี้ผมเป็นห่วงท่านว่าการทํา หน้าที่อย่างไรต้องให้ถึงพร้อม ซึ่งขึ้นกับระเบียบหรือประกาศที่ท่านประธานจะไปออกเอามา กํากับอีกทีหนึ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าได้อภิปรายกัน พอสมควรแล้วในมาตรานี้ ขอปิดการอภิปรายครับ ก็คงไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ก็ขอผ่านนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาตหรือครับ เมื่อสักครู่นี้พูดแล้ว

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ผมพูดแล้วครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังติดใจอยู่หรือครับ จะได้โหวต

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

ไม่ต้องการโหวตครับ ผมต้องการคําชี้แจงว่า อํานาจหน้าที่ของตํารวจรัฐสภานั้นอยู่ในบริเวณรัฐสภาท่านคณะกรรมาธิการ ได้มีการพิจารณาไหมว่าบริเวณรัฐสภาหมายถึงตรงไหน และผมก็ได้ยกให้เห็นแล้วว่ามันมี ปัญหาในทางปฏิบัติก็คือว่า ในนิยามของกฎหมายฉบับนี้ก็บอกว่า รัฐสภาหมายความว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อมาดูในรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่า รัฐสภาประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ถามว่าพื้นที่ในการปฏิบัติการของตํารวจ รัฐสภาที่บริเวณรัฐสภาตรงไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อยู่ในบริเวณรัฐสภาครับ มันมีขอบเขตอยู่ เชิญครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ

กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ ขอเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ที่สอบถามเกี่ยวกับบริเวณรัฐสภา การที่เราใช้คําว่า บริเวณรัฐสภา นั้นเราอาศัยระเบียบของรัฐสภาว่าด้วยการรักษา ความปลอดภัยบริเวณรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งอาศัยอํานาจตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งประธานรัฐสภาวางระเบียบไว้ในข้อ ๖ คําว่า บริเวณรัฐสภา นั้น หมายความว่าพื้นที่ที่ตั้งของรัฐสภา ที่ทําการของหน่วยงาน รวมทั้งบริเวณใดโดยรอบรัฐสภา ในอาณาเขตครอบครองของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสํานักงานเลขาธิการ วุฒิสภา การที่กําหนดไว้ในข้อบังคับนี้นะครับ ผมก็คิดว่าการพิจารณาที่เราไม่ได้ไปเขียน บริเวณรัฐสภาไว้ในคําจํากัดความนั้น เนื่องจากว่าการออกระเบียบของรัฐสภานี้ประธาน รัฐสภาสามารถจะออกระเบียบได้ แล้วระเบียบที่ว่านี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่ ทราบโดยทั่วไปนะครับ แล้วขณะเดียวกันผมก็จะชี้แจงด้วยนะครับ อย่างการจัดตั้งสถานี ตํารวจทั้งหลายนี้ครับว่ามีเขตอํานาจหน้าที่อย่างไรนั้น เขาใช้ประกาศกรมตํารวจว่าให้คนนั้น มีหน้าที่รับผิดชอบตําบลนั้นตําบลนี้ จากถนนไหนถึงถนนไหน เขาก็กําหนดโดยวิธีการ เช่นเดียวกันครับ ผมก็คิดว่าสิ่งที่ชี้แจงไปเมื่อกี้นี้ก็น่าจะพอพิจารณาได้นะครับ

ส่วนอีกประเด็นที่ ๒ เรื่องที่ท่านชลน่านขออภัยที่เอ่ยนามที่เป็นห่วงเรื่องการ ปฏิบัติงานของตํารวจรัฐสภาที่ปฏิบัติตามคําสั่งของประธานในการจัดการของ ส.ส. ภายใน ระเบียบข้อบังคับประชุมนั้น มันเป็นหน้าที่ของทางผู้บังคับบัญชาของสํานักงานของตํารวจ รัฐสภาที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าต้องไปชี้แจงให้เขาเข้าใจหน้าที่แต่ละบทบาทนะครับ ถ้าความจริง แล้วในการจัดระบบนี้นะครับ อย่างทหารเขาก็มีสารวัตรทหารสําหรับดําเนินการทหาร ต่อทหารด้วยกัน ขณะเดียวกันที่สภานี้ถ้าเราจะเรียกสารวัตรรัฐสภาจะเรียกตํารวจรัฐสภา เสียสําหรับจัดการเรื่องระเบียบภายในของสํานักงานของตัวเองเป็นเรื่องภายในก็เป็นการที่ เหมาะสมแล้วครับ ส่วนอํานาจหน้าที่ก็กําหนดไว้ว่ามีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยบุคคลและทรัพย์สิน และหน้าที่นี้ขอให้เขาเป็นเจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครองไปตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา คําว่า พนักงานปฏิบัติตามประมวลวิธี พิจารณาความอาญา เขาจะจํากัดความไว้โดยชัดเจนว่าคือหมายถึงพนักงานที่มีอํานาจรักษา ความสงบเรียบร้อย และข้อสําคัญให้รวมถึงพนักงานอื่น ๆ เช่น กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ซึ่งกําหนดหน้าที่เขามีหน้าที่ในการที่จะไปจับกุมคน หรือในการปราบปรามผู้กระทําผิดอะไร ทั้งหลายนี้ก็สามารถทําได้ครับ อาศัยตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาโดยชัดเจน ซึ่งกําหนดไว้ในรายละเอียดครับ ผมขอเรียนชี้แจงให้ที่ประชุมทราบครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ประเด็นบริเวณรัฐสภา จริง ๆ ข้อเท็จจริงผมเองก็อยากจะ อภิปราย แต่เผอิญว่ากรรมาธิการไม่ได้แก้ไข ผมฝากเป็นข้อสังเกตก็แล้วกันครับว่าการที่ คณะกรรมาธิการอ้างเอาระเบียบของท่านประธาน โดยอ้างข้อบังคับ ปี ๒๕๓๕ นํามาใช้นั้น ผมคิดว่าน่าจะไม่ทันกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ และคํานิยาม บริเวณรัฐสภา นี้อาจจะ ไม่ครอบคลุม เพราะฉะนั้นผมฝากเป็นข้อสังเกตครับ ในชั้นนี้เราคงทําอะไรไม่ได้ แต่ว่าเรายังมี ชั้นของวุฒิสภาอยู่ครับ วุฒิสภาน่าจะไปช่วยเติมนิยามคําว่า บริเวณรัฐสภา ให้กับกฎหมาย ฉบับนี้ เพื่อให้มีความชัดเจน ท่านประธานครับที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าผมพยายามไปดู ข้อบังคับรัฐสภาเราก็ไม่ได้เขียนไว้ ข้อบังคับรัฐสภาเราไม่ได้เขียนไว้นะครับ ข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎรเขียนบริเวณสภาผู้แทนราษฎรเขียนไว้ แต่เป็นบริเวณสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่รัฐสภา เพราะฉะนั้นฝากเป็นประเด็นก็แล้วกันครับ เป็นข้อสังเกต ในชั้นของวุฒิสภา น่าจะเติมได้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็ขอปิด การอภิปรายนะครับ ถือว่าเป็นการจบการพิจารณานะครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถึงมาตรา ๒๓ จบไปแล้ว จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ ถ้าไม่มี จบการพิจารณาในระเบียบวาระที่สองนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านผู้ใดแก้ไขนะครับ ถือว่าจบการพิจารณา ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกประชุมนะครับ อยู่ที่ห้องอาหารก็ตาม พักชั่วคราวนะครับ มาโหวตก่อนนะครับ ผมอยากจะเร่งให้มันเสร็จ เพื่อจะได้เอาญัตติใหม่นี้เข้ามาพิจารณาด่วนนะครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญครับห้องประชุมด่วนครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมครับ ได้ยินเสียงออดแล้วกรุณาเข้ามาห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านเข้านั่ง ประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกครับช่วยกรุณานั่งประจําที่ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับทุกท่าน เพื่อจะได้เร่งเวลามันน้อยเหลือเกินนะครับ กรุณา ช่วยเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพราะว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติของเราเอง นะครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เพิ่งฉบับแรกเหลืออีก ๓ ฉบับนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผลมา ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๘๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว

ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ มีอยู่ ๒๘๐ ท่าน ต่อไปผมจะถามมติ ที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ถ้าเห็นชอบโปรดกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ ทุกท่านใช้สิทธินะครับ เป็นประวัติของท่านเองนะครับ เพราะว่าเป็น กฎหมายของพวกเรา

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติมีไหมครับ เพราะว่าเป็นกฎหมายของพวกเรานะครับ ลงมติเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ส่งผลมา มีท่านผู้เข้าประชุม ในห้องประชุม ๓๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ก็ถือว่าประชุมนี้มีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ต่อไปเป็นร่างที่ ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เชิญเลขาธิการดําเนินการ เพราะว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้อ่านรายงานเสร็จแล้วทั้ง ๔ ฉบับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ และมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดสงวนกระมัง ผ่านครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญต่อนะครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ และ มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีคณะกรรมาธิการขจิตรนะครับ ขอเชิญ คุณนิยม เวชกามา ก่อนนะครับ

นายนิยม เวชกามา กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอย้อนนิดเดียวครับเมื่อสักครู่ยกมือไม่ทัน ตรงมาตรา ๔ เนื่องจากมาตรา ๔ ผมในฐานะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีความเห็นให้เพิ่มคํานิยามเป็นวรรคหกครับ ก.ธ.ร. ซึ่งมี ความหมายว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ เนื่องจากกฎหมายของ ข้าราชการรัฐสภานั้นเป็นกฎหมายใหญ่เป็นกฎหมายที่กํากับดูแล เพราะฉะนั้นผมต้องขอเพิ่ม ในมาตรา ๔ ด้วย ท่านประธานครับ บังเอิญมันไปเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมา เพิ่มหมวด ๒/๑ ด้วยครับ ในมาตราเดียวกันมันไปเกี่ยวพันไปถึงหมวด ๒/๑ ซึ่งผมเองเป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้เพิ่มไว้ในหมวด ๒/๑ ว่าด้วยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ รัฐสภา ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเพิ่มไว้ครับ ซึ่งไปเกี่ยวพันกัน เหตุผลที่เพิ่ม ก็เพราะว่ารัฐสภาเป็นองค์กรหน่วยงานอิสระไม่น่าจะไปผูกพันกับของ ก.พ. เขา เพื่อเป็นการ ดูแลข้าราชการในรัฐสภาแห่งนี้น่าจะเพิ่มในมาตรา ๔ วรรคหกขึ้นมา แล้วก็ไปเพิ่ม ในหมวด ๒/๑ ว่าด้วยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการรัฐสภา ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่ก็ไม่ได้ติดใจ ต้องลงมตินะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ เพราะว่าคุณนิยมกลับมา มาตรา ๔ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องดําเนินการมาตรา ๕ ต่อไปนะครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ ท่านขจิตรติดใจจะอภิปรายใช่ไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ และ มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ โดยหลักการ แล้วในมาตรา ๑๓ นี้เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ผมมีโอกาสเขียน กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการหลายฉบับมาก เมื่อมาเห็นองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับ การปรับปรุงน้อย ถ้าพูดตรงไปตรงมาไม่เกรงใจ ก็คือเป็นกฎหมายที่มีความล้าหลังมาก เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบการบริหาร เช่น เรามีคณะกรรมการ ก.ร. ดูทุกเรื่อง ดูทั้ง การบริหารงานทั่วไปของรัฐสภา ดูทั้งงานบริหารบุคคล แล้วก็จะดูทั้งเรื่องการพิทักษ์ระบบ คุณธรรม ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการอื่น เช่น ข้าราชการ ก.พ. ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการของอัยการ หรือของผู้พิพากษา ตลอดจนข้าราชกาครูและบุคลากรทางการศึกษา เขาแยกคณะกรรมการแต่ละประเภทออกไปในการบริหารแล้ว จึงทําให้เวลาในการจะดูแล พัฒนาระบบของรัฐสภานี้มีเวลาน้อย สําหรับ ก.ร. พอมาดูองค์ประกอบก็ปรากฏว่า องค์ประกอบเดิมของคณะกรรมการรัฐสภานั้นมีอยู่ ๒ ส่วน คือคณะกรรมการโดยตําแหน่ง ๕ ท่าน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ ท่าน ก็ได้เสนอมีความเห็นว่าควรจะมี องค์ประกอบซึ่งข้าราชการส่วนอื่นมีก็คือว่า ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการส่วนใหญ่เขาจะ มีผู้แทนข้าราชการส่วนนั้น ๆ มาดูแลในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารบุคคล สูงสุด เช่น ของอัยการก็จะมีการเลือกผู้แทนอัยการ ของตํารวจก็มีการเลือก ก.ตร. แล้วก็ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้มีระบบการเลือกผู้แทนเข้ามาดูแล มีส่วนร่วมมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ นับถึงปีนี้ก็ ๓๐ กว่าปีแล้ว แต่ของเรานี้ไม่มี ผมจึงเสนอ องค์ประกอบซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการรัฐสภาเข้าไปในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในชั้นคณะกรรมาธิการเราได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการ ข้าราชการรัฐสภา มีทั้งสิ้น ๓,๕๐๐ ท่าน มีบุคลากรทั้งหมดประมาณ ๒ สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็คัดเลือกตัวแทนไปประชุมกันประมาณ ๒๐๐ ท่าน มีการเสนอความเห็นจากสํานักต่าง ๆ ประมาณ ๔๐ สํานัก ล้วนมีความเห็นว่าองค์ประกอบของ ก.ร. นั้นควรจะมีผู้แทนข้าราชการ รัฐสภาเข้าไปด้วย พอกลับมารายงานคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ คณะกรรมาธิการก็มี ความเห็นว่าองค์ประกอบนี้ควรจะมี แต่ว่าให้มี ๒ คนเท่านั้น ไม่มีสัดส่วนเท่ากัน คือโดย ตําแหน่งเรามีอยู่ ๕ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิก็มีอยู่ ๘ ท่าน ของสภาผู้แทนราษฎรเลือก ๔ ท่าน ของวุฒิสภาเลือก ๔ ท่าน แล้วก็เพิ่มผู้แทนข้าราชการรัฐสภาเข้าไป ๒ ท่าน ในชั้นแรกมี ข้อยุติว่าให้ข้าราชการรัฐสภาทั้งวุฒิสภาทั้งข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรเลือกมาสภาละ ๑ ท่าน แต่พอมาประชุมรอบสุดท้ายนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่กลับไปให้เลือกผู้เคยเป็น ข้าราชการ ก็มีข้อแตกต่างกันเพียงเท่านี้ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ในรอบสุดท้าย ก็พลิกกลับไปเป็นบอกว่า ให้เลือกผู้เคยเป็นข้าราชการ หมายความว่าให้ข้าราชการรัฐสภา เลือกผู้แทนเหมือนกัน แต่ว่าต้องเลือกจากคนที่เคยเป็นข้าราชการ ก็หมายความว่าคนที่ เกษียณไปแล้ว ทั้งนี้ก็เป็นเหตุผลของท่าน ผมด้วยความเคารพว่าคณะกรรมาธิการมีเสียง ก้ํากึ่งกลับไปกลับมาก็เลยสงวนความเห็นไว้ว่าให้สภานี้พิจารณา ประเด็นที่ผมอยากให้สภา พิจารณาก็คือว่า ผมมีความเห็นว่าคําว่าผู้แทนข้าราชการรัฐสภานี้ควรจะเลือกจากข้าราชการรัฐสภา เหตุผล ก็คือว่า อย่างเราเป็นผู้แทนราษฎรก็เลือกจากผู้แทนราษฎร เลือกจากราษฎร เลือกจาก ประชาชน การไม่กําหนดวุฒิถือว่าเป็นกฎหมายที่ดีแล้ว เพราะว่าเป็นตัวแทนของประชาชน เวลาจะเลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภาก็ควรจะให้เขาเลือกข้าราชการรัฐสภา ไม่ควรจะเลือก อดีตข้าราชการ พวกผมมีความเห็นอย่างนี้ เพราะว่าระบบนี้ได้ใช้มามากแล้วในข้าราชการ ประเทศไทย ทําให้เขามีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ข้าราชการรัฐสภาถ้าจะบอกว่า สําคัญที่สุดก็สําคัญที่สุด ถ้าเราจะให้ความสําคัญ เพราะเป็นข้าราชการกลุ่มเดียวที่ดูแล กฎหมายของบ้านเมือง วันนี้เรามีข้อจํากัดการขยายงานของรัฐสภา วันนี้เรามีข้อจํากัด การรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการรัฐสภาจํานวน ๓,๕๐๐ ท่าน กระผมจะขอให้มีผู้แทน ของเขามานั่งรับฟังในการกําหนดกฎเกณฑ์ มีคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ชี้แจงว่า พอเลือกมาแล้วจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมีอํานาจบารมีอะไร ผมกลับมองต่างกัน เพราะว่าข้าราชการ ๒ คน ในองค์ประกอบคณะกรรมการ ๑๕ คน ผมคิดว่าผู้แทน ข้าราชการรัฐสภาจะต้องมีเหตุมีผล จะต้องเลือกการกําหนดกฎเกณฑ์ก่อนที่จะไปปฏิบัติถึง ความก้าวหน้า ตั้งแต่รับราชการจนกระทั่งออกจากราชการ จนกระทั่งตาย เป็นเรื่องมี ความสําคัญที่เขาควรจะมีโอกาสมารับรู้ มีส่วนเสนอความเห็น การเป็นข้าราชการอยู่ปัจจุบัน เท่านั้นที่จะเป็นตัวแทนข้าราชการปัจจุบันได้ จึงมีความเห็นว่าส่วนนี้การเป็นตัวแทน ข้าราชการควรจะเลือกจากข้าราชการรัฐสภาในปัจจุบันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะคะ ที่เมื่อกี้พูดถึงเรื่องของการที่กําหนดให้ตัวแทนของ ข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งเข้าไปนั่งอยู่ที่ใน ก.ร. นะคะ ซึ่งมีอํานาจหน้าที่มากมายในเรื่อง ของการดูแลทั้งหมดก็ว่าได้ ดิฉันเห็นด้วยนะคะว่าทําไม ดิฉันขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการช่วยชี้แจงนิดเถอะค่ะว่าทําไมถึงไปให้ผู้ที่เคยรับ ราชการ ดิฉันคิดว่าด้วยเหตุและผล ที่จริงท่านขจิตรต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้อธิบายแล้ว ดิฉันเห็นด้วยนะคะว่าน่าจะต้องให้ข้าราชการที่เขายังทําหน้าที่อยู่ได้มีเสียง ในการที่จะต้องเข้าไปร่วมกันเสนอแนะความคิดเห็น แล้วก็ร่วมกันพิจารณา จะเป็น สารทุกข์สุขดิบ จะเป็นประโยชน์ จะเป็นโทษ จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ที่จริงแล้วความ ชอบธรรมต้องอยู่ที่ข้าราชการที่กําลังทํางานอยู่ ดิฉันไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้ไปเลือกจากผู้ที่ เคยรับราชการ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่าน คณะกรรมาธิการ ฝากขอช่วยพิจารณาทีเถอะค่ะตรงนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องของการ ดูแลสภาได้ดีกว่า ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓ คณะกรรมาธิการได้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ ก.ร. ท่านประธานครับ ประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมเพื่อให้ข้าราชการรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้เลือกตัวแทนของตัวเองเข้ามาเป็นกรรมการ โดยหลักการแล้ว ผมไม่ได้ติดใจนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่คณะกรรมาธิการเลี่ยง โดยความใช้คําว่า เคยเป็น ข้าราชการ เพราะประเด็นที่ผมติดใจคือถ้าสมมุติตามข้อเสนอท่านคณะกรรมาธิการ ท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ถ้าสมมุติเลือกข้าราชการเข้ามา ผมเกรงว่ามันจะมีเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ ก.ร. มีอํานาจหน้าที่ที่จะให้คุณให้โทษกับตัวข้าราชการเองนะครับ ถ้าเลี่ยงไปเป็นผู้ที่เคยเป็นนะครับ ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนตรงนี้ก็น่าจะมีคําตอบได้กับ ทางสังคม แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในการเขียน การเขียน ลักษณะนี้นะครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ท่านกฤษฎีกาช่วยดูนะครับ ว่าท่านบอกว่า ๑. ก.ร. ประกอบด้วยกรรมการที่มาจากตําแหน่งต่าง ๆ อันที่ ๒ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้าอ่านตามนี้นะครับ ผู้แทนของ ข้าราชการรัฐสภา ไม่ว่าจะมาจากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ถ้าผมอ่านผมแปลว่า เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย เพราะท่านใช้คําอย่างนี้นะครับ ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกิน ๘ คน สภาผู้แทนราษฎรเลือก ๔ คน วุฒิสภาเลือก ๔ คน จบนะครับ ท่านก็บอก และผู้แทน ข้าราชการรัฐสภา จํานวน ๒ คน ประเด็นนี้ผมอยากให้เขียนให้ชัดว่าท่านจะเอาที่มาของ กรรมการ ก.ร. มาจากผู้แทนก็เขียนแยกให้ชัดไป ผมไม่อยากให้เขียนลักษณะเชื่อมโยง อย่างนี้ มันแปลความว่าเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือไม่ ความหมายนะครับ ผมเองเข้าใจ อย่างนั้น ผมอาจจะเข้าใจผิด แต่ว่าลักษณะการเขียนยึดโยงกันอย่างนี้มันก็ไม่มีผลที่ท่าน ต้องไปบัญญัติในมาตรา ๑๔/๑ มารองรับ อันนี้ไม่ว่ากัน อันนั้นก็ถูกต้อง อยากให้เขียนให้ชัด ความหมายก็คือว่ามีกรรมการประจําตําแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการที่เป็น ตัวแทน อยากให้แยกให้ชัดเจนเท่านั้นเองครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขอแสดงความคิดเห็น ในจุดนี้ว่าผมไม่ติดใจในประเด็นอื่นในมาตรา ๑๓ นี้ แต่ผมต้องติดใจเพราะพูดตลอด ในที่ประชุมว่าในวุฒิสภาก็ดี ในสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ในเมื่อบุคลากรของสภาผู้แทนราษฎร ก็ดี หรือวุฒิสภาก็ดี เขาน่าจะมีผู้แทนของเขา ๑ คน ส่วนที่ผู้มีเกียรติอื่นจะมีความเห็นว่าจะ เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ก็ตาม วันนี้เราเป็นประชาธิปไตย ในเมื่อผู้ที่ปกครองเขา เขาก็น่าจะมีผู้แทนของเขาในองค์กรใน ก.ร. ๑ คน อันนี้ความเห็นของผม เหมือนกับเราเป็น ผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนก็เลือกเรามาเป็นผู้พิจารณาด้วยในกฎหมายอะไรก็ตามที่ออก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นรัฐสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภาก็ดี สภาผู้แทนราษฎรก็ดี บุคลากรจะเป็นข้าราชการ หรือว่าข้าราชการส่วนอื่นก็ตาม ฉะนั้น ในเมื่อ ก.ร. เขาเพียง ๑ คนเท่านั้น เขาก็น่าจะมีสิทธิเลือกผู้แทนของเขามานั่งใน ก.ร. ๑ คน อันนี้คือความเห็นของผมว่าแสดงความคิดเห็นในคณะกรรมาธิการ ก็แสดงความคิดเห็น ประกอบอยู่ แต่ว่าวันนี้ต้องโต้แย้งไว้ ต้องมีการบันทึกว่าผมอยากให้มีผู้แทนของเขา ๑ คน ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ของวุฒิสภา ข้าราชการของวุฒิสภา หรือเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ ความเห็นว่าทําไมจะต้องไม่ให้มีเขา เขาเลือกผู้แทนมานั่งใน ก.ร. แห่งนี้ด้วย ในเมื่อเขาก็เป็น ผู้มีสิทธิมีเสียง ถ้าคณะกรรมาธิการบอกว่าเนื่องจากมันมีเลขาธิการเข้ามานั่งเป็น ก.ร. โดยตําแหน่งแล้วก็ตาม แต่ข้าราชการของสภาทั้ง ๒ สภานี้จํานวนตั้ง ๒,๐๐๐–๓,๐๐๐ คน ทําไมจะให้เขามาแค่ตําแหน่งเดียวมานั่งพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือใน การพิจารณาตัวบทกฎหมาย ระเบียบ หรือว่าวินัยก็ตาม เขาน่าจะมีตัวแทนของเขา ๑ คนมานั่งด้วย อันนี้ความเห็นของผมว่าน่าจะมีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครู อาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินกลอย จังหวัด กําแพงเพชรครับ หลาน ๆ ครับ ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สอง การพิจารณากฎหมายแต่ละฉบับ จะต้องพิจารณา ๓ วาระนะครับ วาระแรก รับหลักการ เมื่อรับหลักการเสร็จก็จะต้องตั้ง คณะกรรมาธิการ เมื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จก็จะส่งกลับมาให้สภาพิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม ขณะนี้กําลังพิจารณาในวาระที่สองเรียงตามลําดับรายมาตรา ต่อไปขอเชิญ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จาก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายถึงเรื่องนี้นะครับ โดยผมคิดว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการแก้ไขมานั้นก็เหมาะสมอยู่แล้วครับ เพราะว่าถ้าเราจะถาม ถึงตัวแทนของข้าราชการประจํานั้น ในตําแหน่งเลยนะครับ โดยตําแหน่งก็คือเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการวุฒิสภานั้นเป็นโดยตําแหน่งอยู่แล้ว เป็น ๒ ใน ๕ ตําแหน่งแรกด้วยซ้ํานะครับ ดังนั้นผมเชื่อว่าถ้าหากว่าข้าราชการของรัฐสภานั้นจะมีเรื่องราว ต่าง ๆ ที่อยากจะฝากความคิดเห็น อยากจะเรียกร้องในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของ ข้อกําหนดต่าง ๆ ซึ่งเป็นอํานาจของ ก.ร. ซึ่งจะอยู่ในมาตราต่อไป ในมาตรา ๒๐ ซึ่งจะไป กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานการบริหารต่าง ๆ นั้นผมคิดว่าน่าจะผ่านทาง เลขาธิการของทั้ง ๒ สภาไปได้อยู่แล้ว ถ้าหากเรามองถึงตัวของกรรมการอีกสภาละ ๑ คน นะครับ เรียกว่าเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะฉะนั้นก็คิดว่าน่าจะต้องเป็นการที่ กรรมาธิการพิจารณาว่าเป็นบุคคลซึ่งเคยรับราชการ เป็นข้าราชการมา แล้วก็เข้าใจว่าเป็น ตําแหน่งผู้อํานวยการขึ้นไปด้วยซ้ํานะครับ ก็เป็นการกําหนดคุณสมบัติที่ต้องถือว่าเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิที่แท้จริง แล้วก็จะได้ไม่ต้องมาทับซ้อนครับ เพราะถ้าหากว่ามีตําแหน่งของ ข้าราชการประจําเข้ามาแล้วตําแหน่งนั้นต่ํากว่าเลขาธิการอย่างแน่นอน ก็กลายเป็นการเพิ่ม ตําแหน่งเข้าไปให้มากขึ้น แล้วก็ตําแหน่งที่เข้ามานั้นก็คงจะ ในธรรมชาตินะครับข้าราชการ ชั้นผู้น้อยว่าจะไปเถียง หรือจะไปคัดค้าน หรือจะไปเสนอความเห็นที่แตกต่างจากเลขาธิการ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นความเป็นอิสระของตําแหน่งนี้ซึ่งจะมาจากผู้ที่เคยรับราชการเป็น ข้าราชการรัฐสภาสามัญจากสภาละ ๑ คนมานั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วก็ขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ยอมรับการมีส่วนร่วม ในการจะ บริหารงานรัฐสภาโดยใช้หลักเกณฑ์ให้ข้าราชการรัฐสภาทั้ง ๒ สภา ได้เลือกตัวแทนเข้ามาอยู่ ในองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา จํานวน ๒ ท่าน เดิมไม่มีเลยนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานชุมพล กาญจนะ แล้วก็ คณะกรรมาธิการ ให้ไปทําหน้าที่เป็นประธานนําคณะรับฟังข้อคิดเห็นของข้าราชการ ทั้ง ๒ สภา เพราะเดิมการเขียนกฎหมายนี้ ผมในฐานะที่ทําหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับฟังจากความคิดความเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วท่านเลขาธิการ ทั้ง ๒ สภา กับท่านประธานทั้ง ๒ สภา กับคณะกรรมการ ก.ร. เดิม เป็นคนร่าง เป็นคนคิด ยกเสนอรัฐบาลโดยการรับฟังยังไม่ได้ถ่องแท้และรอบคอบ ในชั้นการพิจารณาก็ให้ไปรับฟัง กันอีกรอบหนึ่ง ผมก็อยู่รับฟังนะครับ ข้อสรุปที่มีน้ําหนักก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมในการที่จะ ทําการบริหารงานรัฐสภาโดยคณะบุคคล ๓ ฝ่าย คือมีฝ่ายบริหารที่เป็นโดยตําแหน่ง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานวุฒิสภา แล้วก็ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา ในชั้นผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกจากสภาผู้แทนราษฎร ๔ คน แล้วก็วุฒิสภา ๔ คน จบเพียงเท่านั้นครับ ไม่มีตัวแทนที่ข้าราชการเลือก แต่ว่าในชั้นการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้เพิ่ม ผมกราบเรียนว่าถ้าเลือกในชั้นตัวแทนก็เลือกจากข้าราชการ ที่ผมสงวนความเห็นไว้ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เลือก เขาเลือกกันเองนี่ครับ จะเป็นซี ๑๐ ซี ๙ ซี ๘ จนไปถึงซี ๑ ซี ๒ สุดแท้แต่ ผมว่าวุฒิภาวะของคนที่จะมาทําหน้าที่ แทนในการประชุมน่าจะเป็นประโยชน์ เกิดความรอบคอบในการที่จะออกประกาศ ออกระเบียบออกอะไรที่เกี่ยวข้อง ก็บอกกันไว้ว่าต้องดูแลข้าราชการตั้งแต่เข้ารับราชการไป จนถึงตายแล้วก็ยังต้องดูแลเรื่องบําเหน็จบํานาญ แม้กระทั่งเสียชีวิตจะไปเผาที่ไหน ก็ยังต้องดูกันอยู่ นี่เป็นคําพูดของท่านรองประธานที่เป็นอดีตประธาน เป็นเลขาธิการสภาบอกว่าต้องดูกันไป จนถึงเผานะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคนที่จะดูเรื่องเหล่านี้ก็ให้ข้าราชการเขาดูกันเอง แต่ว่าปัญหาก็คือเวลามานั่งประชุมกับท่านประธาน นั่งประชุมกับเลขาธิการทั้ง ๒ สภา มันผิดธรรมเนียม ซี ๕ ซี ๖ สมมุติได้รับเลือกแล้วมานั่งประชุม ผมคิดว่ามันเป็นความสง่างาม ของระบอบนิติบัญญัตินี่คือหัวใจ เรากําลังสร้างภาพของประเทศให้เป็นประชาธิปไตย แล้วก็ ปฏิบัติให้เป็นจริง ผมยังต้องขอเอ่ยถึงท่านอาคม เอ่งฉ้วน แล้วก็เป็นคณะกรรมาธิการอีก คนหนึ่งนะครับที่เสนอแนวทางนี้ บอกว่ามันเป็นประชาธิปไตย แต่ว่าผมกราบเรียนว่า แนวทางแบบนี้ก็มีวุฒิภาวะควรที่จะให้เสีย แต่ว่าเสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่าเอาเมื่อได้ให้ ๒ คน แล้วก็ให้ไปเลือกกัน ผมว่าโหวตอย่างไรก็แพ้อยู่แล้วนะครับ ๒ คนต่อ ๑๓ คนนี่นะครับ เพราะผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๘ คน ก็เลือกมาจากผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ก็อยากกราบเรียนเพื่อให้ข้าราชการทั้งหมดที่เสนอความเห็นกับผมและคณะอย่าได้น้อยใจ นะครับ ได้ทําให้แล้ว แต่ว่าฟังความเห็นในสภาเป็นเรื่องสําคัญ เราต้องฟังกรอบความคิด เสียงส่วนใหญ่ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ใคร่ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายว่าการเลือก ข้าราชการจะแก้ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างไร ก็ขอกราบเรียนท่านว่าโดยตรง เลยนะครับมันมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙ เรื่องการประชุม ซึ่งได้เอาระเบียบวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครองมาบังคับใช้ในการประชุมของ ก.ร. เรากําหนดไว้แล้วในมาตรา ๑๙ ซึ่งระเบียบ ดังกล่าวได้กําหนดว่าบุคคลใดมีผลประโยชน์เกี่ยวกับการประชุมก็ต้องออกจากห้องประชุม ไปเลย ซึ่งมีกําหนดไว้แล้วในระเบียบวิธีการทางปกครอง อันนี้คือก็เรียนให้ท่านได้สบายใจ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภาเข้ามา ผมต้องขออนุญาตแสดง ความเห็นตรงไปตรงมาว่าการมีเลขาธิการทั้ง ๒ สภาอยู่แล้ว คือมีโดยตําแหน่ง ก็เป็น คนเสนอความเห็นสําหรับข้าราชการได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะท่านกว่าจะมาเป็นเลขาธิการได้ ท่านก็อายุใกล้เกษียณแล้วครับ แล้วบังเอิญไปเลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภาก็กลับมาให้ คนที่เคยเป็น คือมีเจตนาจะให้ไปเลือกข้าราชการเกษียณอีกนะครับ ก็มีคนอายุเยอะ ๆ มา อยู่นั่นครับ แล้วคิดว่าถ้าเป็นตัวแทนคนหนุ่ม ข้าราชการหนุ่มในรัฐสภา ๓,๕๐๐ ท่าน ทําไมไม่ให้เกียรติข้าราชการรัฐสภาเลือกกันเองเข้ามา ประเด็นที่ว่าเขามาเขาไม่กล้าพูด ไม่ต้องกลัวหรอกครับ การมาโดยระบบเลือกตั้งนี้ การมาพูดว่าเพื่อนเขาต้องการอะไร ความก้าวหน้าในตําแหน่งเมื่อเทียบเคียงกับส่วนต่าง ๆ แล้วเป็นอย่างไร ผมสังเกตเห็น จากการจัดสัมมนาหรือหลังจากจัดสัมมนาแล้วนี่นะครับ มีข้าราชการรัฐสภาจํานวนมาก ๆ เป็นบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยในการสัมมนาครั้งนั้น แล้วก็หลังจากสัมมนาผมบอกว่า ให้ทําเป็นเอกสารมา ก็มีคนเหลายกลุ่มมากที่แสดงความรู้ความสนใจในหน้าที่การงานของ ตัวเอง เป็นห่วงในเรื่องการปรับเงินเดือน ได้ส่งเอกสารมาให้ผมจํานวนมาก แล้วก็เสนอ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้ว แต่ว่าบางหลายอันซึ่งคณะกรรมาธิการก็ไม่สามารถจัดให้ ตามที่ต้องการได้ด้วยหลักการต่าง ๆ แต่ว่าเรื่องนี้ผมกราบวิงวอนผ่านท่านประธานไปยัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ สิ่งนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องขอยากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะ ท่านก็มาจากการเลือกตั้ง การเลือกตัวแทนประชาชนมา แม้ท่านจะจบดอกเตอร์ หรือพลตํารวจเอก หรือลูกชาวนาตามหมู่บ้าน เราก็มาอยู่กันในสภานี่ครับเราก็สะท้อน ความเห็นของประชาชนได้ดี เพราะฉะนั้นการเลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภา วุฒิสภา ๑ คน สภาผู้แทนราษฎร ๑ คน มาเพื่อมีส่วนร่วมน่าจะเกิดผลดีกว่า ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการอาคม เอ่งฉ้วน ครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน ในฐานะกรรมาธิการ เรื่องนี้ผมได้อภิปรายในคณะกรรมาธิการ แม้ว่าผมไม่ได้ สงวนก็ตาม แต่ผมขอสนับสนุนความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และสนับสนุน ความเห็นของสมาชิก ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท เหตุผลก็มีอย่างนี้ครับ ผมอยากให้ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกในสภานี้ช่วยพิจารณาตัดสิน เนื่องจากว่าความเห็นของ คณะกรรมาธิการนี้กลับไปกลับมาครับ ในชั้นต้นคณะกรรมาธิการมีความเห็นว่ากรณีผู้แทน ข้าราชการควรจะเป็นผู้แทนข้าราชการจริง ๆ คือควรจะเป็นข้าราชการสภาละ ๑ คน เหตุผล ก็เพราะว่า ท่านสมาชิกกรุณาดูนะครับว่า คําว่า ก.ร. นี้มีทั้งหมด ๑๕ คน ๑๕ คนมาจาก การแต่งตั้งโดยตําแหน่ง ๕ คน มาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสภาทั้ง ๒ สภาเลือกสภาละ ๔ คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอดีตข้าราชการทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเลือกผู้แทนข้าราชการซึ่งมี อยู่เกือบ ๔,๐๐๐ คน เราก็ให้เขามีผู้แทนข้าราชการสภาละ ๑ คน ในที่ประชุมถกเถียงกัน มากว่ามีเลขาธิการนั่งอยู่แล้วทําไมจะต้องเอาข้าราชการมาอีก ผมคิดว่าเราจะอนุวัต กฎหมาย เราจะออกกฎหมายนี้ ทําไมเราไม่คิดถึงความก้าวหน้าของกฎหมายบ้าง ดุลยพินิจ ของข้าราชการในการที่เขาจะส่งคนมานั่งใน ก.ร. มันเป็นผลประโยชน์ของข้าราชการ ในรัฐสภาทั้งมวล

ในประการที่ ๒ ผมอยู่ในสภานี้ รู้จักข้าราชการมาก เขาจะร้องเรียน ผ่านผู้แทนราษฎรอยู่เรื่อย บางเรื่องเราไม่ใช่ ก.ร. ผู้แทนราษฎรช่วยไปพูดเรื่องนั้นหน่อย ผู้แทนราษฎรช่วยไปพูดเรื่องนี้หน่อย ขณะนี้เงินเดือนพวกหนูก็ไม่เป็นธรรม อะไรอย่างนี้ ในขณะนี้พูดกันครับ แต่ถ้าเขามีผู้แทนข้าราชการไปนั่งอยู่ใน ก.ร. ต่อไปนี้เขาก็จะ ไม่มาบอกกับผู้แทนราษฎร เขาก็จะได้ไปบอกกับผู้แทนข้าราชการเขา แล้วจะได้ไปต่อสู้ให้ ใน ก.ร. แล้วอย่าไปกลัวว่า ๒ คนนี้จะไปเป็นเสียงข้างมากใน ก.ร. เป็นไปไม่ได้ เขาเป็น ๒ ใน ๑๕ มันจะไปเป็นเสียงข้างมากได้อย่างไร และผมคิดว่าความก้าวหน้าของสภาเราที่เรา ออกกฎหมายนี้ เราพยายามให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นอันนี้มันเกี่ยวข้องกับ ข้าราชการจํานวนมาก เราจึงคิดถึงสภาของเราในวันข้างหน้าที่จะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ด้วย ผมคิดว่าเราควรจะสนับสนุนโดยให้สภานี้ลงมติตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขอกราบขออภัยที่ผมไม่ได้สงวนไว้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะ ขออนุญาตอีกสักเหตุผลได้ไหมคะ ท่านประธานคะ เพื่อที่ว่าจริง ๆ แล้วไม่จําเป็นต้องโหวตเลย ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่นั่งอยู่ ตรงนั้น ช่วยพิจารณาและแก้ไขก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลย เหตุผลสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือว่า ที่ตรงนี้น่าจะเป็น ตัวอย่างของประชาธิปไตยแบบนี้ส่วนร่วม วันนี้ทุกคนพูดถึงทั้งหมดเลย ประชาธิปไตยแบบมี ส่วนร่วมกันในหลายรูปแบบ เราก็ทนกันมาทั้งนั้นไม่มีปัญหาแต่ประการใดเลย เพราะฉะนั้น รัฐสภาอยู่ตรงนี้ค่ะ การมีส่วนร่วมของข้าราชการเขาจึงมีนัยและมีคุณค่าอย่างยิ่งเลย ต่อกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ดิฉันคิดว่าใครจะใหญ่ ใครจะเล็ก ใครก็ตามที่เป็นผู้แทนของคนจํานวนหนึ่ง เขาต้องมีศักดิ์มีศรีและมีความกล้าหาญที่จะลุกขึ้น ทําตัวเป็นผู้แทนของคนกลุ่มนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ถ้าเผื่อจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ก็จะได้ไม่ต้องลงมติ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานอีกครั้ง บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร หลังจากได้ฟังท่านกรรมาธิการ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้อธิบายถึงสัดส่วนที่เข้าใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าสัดส่วนของตัว ก.ร. มีทั้งหมด ๑๕ ตําแหน่ง ๑๕ ตําแหน่งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่ละสภานั้นเลือกมา ๔ คนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ๔ คนนี้เราก็เชื่ออย่างที่ท่านว่า ก็คือส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่อาจจะมาจากสภาก็ได้ อาจจะเคยเป็นข้าราชการ ที่ผ่านมาแล้วก็ได้ หรือจะเป็นนักวิชาการอื่น ๆ ต่าง ๆ ก็ได้ ผมก็เลยคิดว่าผมคล้อยตาม ผมเห็นว่าถ้าจะให้เปลี่ยนแปลง ถ้าจะเอาจากข้าราชการมา ๑ คน จากแต่ละสภานั้น ก็ไม่จําเป็นต้องระบุครับว่าจะต้องมาจากผู้ที่เคยรับราชการ ก็ขอเรียนต่อท่านประธานไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าท่านจะตัดในประโยคสุดท้ายออกนะครับว่าการเลือกนั้น เลือกจากผู้ที่เคยรับราชการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญจํานวน ๑ คน ของแต่ละสภาออกไป ก็จะทําให้น้ําหนักก็มีแค่ข้าราชการประจํานั้นจะอยู่เพียงแค่ ๒ ท่านเท่านั้นเอง ๒ ใน ๑๕ ก็สามารถที่จะนําเสนอเรื่องต่าง ๆ ได้โดยตรง แต่ว่าถ้าจะพูดถึงน้ําหนักในการที่จะไปโหวต หรือว่าไปคัดค้าน หรือมีการสร้างลักษณะของความยิ่งใหญ่นั้นหรือว่าที่มีหลายท่านบอกว่า เป็นมาเฟีย (Mafia) นั้นก็ไม่น่าจะปรากฏขึ้นได้ครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกลับ ความเห็นกลับมาสนับสนุนคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฟังดูสมาชิกหลายท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านชุมพล กาญจนะ ครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ก็ที่จริงในเรื่องนี้เราได้พูดกันหลายครั้ง หลายรอบครับ ที่ท่านอาคมได้กรุณาพาดพิงว่าพลิกไปพลิกมา อันนั้นก็จริงครับ คือเมื่อเราไป ฟังเหตุผลหลาย ๆ ฝ่ายแล้วเราก็ยอมรับเหมือนกัน ตรงนี้ก็ค่อนข้างจะหนักใจเมื่อฟังเหตุผล ในส่วนนี้แล้วครับ ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ตกลงทางคณะกรรมาธิการยินดีแก้ไขตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสนอนะครับ เพราะฉะนั้นมีท่านใดติดใจอีกไหมครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๔/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกติดใจ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ถ้ามาตรา ๑๓ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้กรุณาแก้ไขให้ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้ว ผมเข้าใจว่า มาตรา ๑๔/๑ ท่านต้องตัดทิ้งนะครับ ถูกไหมครับ เพราะว่าเป็นการที่ระบุว่ากรรมการ ผู้แทนข้าราชการรัฐสภาต้องเคยเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญ ใช่ไหมครับ ผมเข้าใจอย่างนั้น ใช่ไหมครับ ถ้าผมผิดผมขออภัยนะครับ แต่ท่านประธานช่วยอธิบาย ผมเข้าใจว่ามาตรา ๑๔/๑ ที่เขียนมานี้เพื่อที่จะบอกว่า ก.ร. ที่มาจากผู้เคยรับราชการนั้นจะต้องเป็นตําแหน่งใด ใช่ไหมครับ ถ้าหากว่าท่านใช้เป็นข้าราชการปัจจุบันไปแล้ว ถ้าตัดทิ้งไปก็คือก็แล้วแต่ให้ ข้าราชการไปเลือกกันเอง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นขอกลับมามาตรา ๑๓ ใหม่นะครับ กรรมาธิการขจิตรช่วยอ่านคําพูดที่เป็นคําพูด สุดท้าย เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๓ อ่านตามที่เขียนไว้แล้วนะครับ แต่มาตรา ๑๔ เนื่องจากว่ามาตรา ๑๔ เขียนรองรับคุณสมบัติ ในมาตรา ๑๓ ก็ต้องแก้ไขด้วยครับ ซึ่งผมสงวนความเห็นไว้ครับ ตามที่ในเอกสารใบแทรก นะครับ เป็นมาตรา ๑๔/๑ ก็ต้องเลือกจากข้าราชการ ไม่มีกําหนดเรื่องเคยผ่านตําแหน่ง อะไร เพียงแต่บอกว่า คณะกรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญตามมาตรา ๑๓ ต้องเป็นผู้ผ่านการทดลองการปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้ว ก็เป็นดุลยพินิจของข้าราชการที่จะ เลือก เพราะว่ามาตรา ๑๔ ที่คณะกรรมาธิการเขียนไว้เป็นการรองรับบทมาตรา ๑๓ เพราะฉะนั้นเมื่อเปลี่ยนมาตรา ๑๓ ก็ต้องเปลี่ยนตัวนี้ตามด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อสักครู่ท่านคณะกรรมาธิการขจิตร ได้อธิบายเรื่องใบแทรก ผมขออนุญาตครับ เราไม่ได้รับใบแทรก ก็ยังไม่ได้เห็นตัวเนื้อหาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ได้แจกใบแทรกให้สมาชิกทุกท่านหรือเปล่าครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

เจ้าหน้าที่เอาให้ท่านบุญยอดด้วย นะครับ ในมาตรา ๑๔ เป็นการแก้ไขว่า มาตรา ๑๔/๑ กรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญ ตามมาตรา ๑๓ ต้องเป็นผู้ผ่านการทดลองปฏิบัติราชการแล้ว หมายความว่าให้สิทธิกับ ข้าราชการสมัคร ข้าราชการทุกคนจะเลือกใครก็เป็นสิทธิของข้าราชการ แต่ว่าต้องไม่อยู่ ในระหว่างทดลองปฏิบัติราชการ เท่านั้นเองครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจนะครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน มาตรา ๑๔ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าคณะกรรมาธิการไปเปลี่ยนมาตรา ๑๓ ให้มาจากข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ ถ้าเสียงสภาส่วนใหญ่ เห็นชอบอย่างนั้นผมเองไม่ได้ติดใจ เพราะว่าเรื่องของการประชุมเองก็ไปใช้มาตรา ๑๙ เข้ามา รองรับ กรณีมีส่วนได้เสียคงต้องไม่เป็นองค์ประชุม นั่นเป็นไปอยู่แล้ว ประเด็นมาตรา ๑๔/๑ ผมเห็นว่าคงต้องคงอยู่ครับ ถ้าจะเลือกระหว่างถ้อยคําของท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เป็นข้าราชการที่เคยเอาคุณสมบัติแพทย์ เป็นข้าราชการ ทดลองงาน ๖ เดือน ได้รับเลือกมาเป็นตัวแทนของข้าราชการ เป็น ก.ร. ถ้าโดยทั่วไปนี่ผมดู ท่านประธานครับ เขียนไว้มันทําไม่ได้ เขียนได้สวยงามครับ ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลย ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปดูถูกดูหมิ่นข้าราชการชั้นผู้น้อยนะครับ แต่ว่าประสบการณ์ ความรู้ความสามารถที่จะใช้ในการทําหน้าที่ ถามว่าพี่น้องข้าราชการจะเลือกเขาหรือ เขามีสิทธิสมัครได้ครับ ผมไม่ได้โต้แย้งในตรงนั้น เขามีสิทธิที่จะสมัคร ขณะที่มาตรา ๑๔/๑ ที่คณะกรรมาธิการร่าง ยกร่างมานี่ครับ เดิมนี่เอาคนที่เคยเป็นข้าราชการมา ท่านบอกว่า ถ้าเคยเป็น อย่างน้อยต้องเป็นประเภทผู้บริหารหรือประเภทผู้อํานวยการระดับสูง เพื่ออะไร เพื่อที่เขาจะได้เห็น เขาจะได้รู้จัก มีประสบการณ์ในการทํางาน การที่ได้รู้ได้เห็นได้รู้จักผู้คน มากมาย โดยเฉพาะมีการจัดการเลือกตั้ง เขาก็สามารถใช้ความรู้ความสามารถตัวนั้น มาเป็นตัวแทนของข้าราชการรัฐสภาได้ดี เพราะฉะนั้นผมเองถ้าจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ คงมาตรา ๑๔ ไว้แล้วตัดคําว่า เคย ออก เท่านั้นเองครับ เป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าประเภทบริหาร คําว่า ไม่ต่ํากว่า ประเภทอํานวยการในระดับสูง หรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ผมว่าตรงนี้น่าจะเป็น คุณสมบัติ ผมยังยืนว่าถ้าจะตัดนี่ตัดคําว่า เคย ออก มาตรา ๑๔/๑ คงไว้น่าจะดีกว่า กราบขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมในฐานะคนหนึ่งซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขอนําเรียนเสนอความเห็นใน ตรงนี้ว่า ในมาตรา ๑๔ มันเป็นมาตราที่เขียนไว้รองรับมาตรา ๑๓ เดิม ในเมื่อตัดคําว่า เคย ออก หมายความว่าเป็นข้าราชการ ในความคิดเห็นของผมในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย มีความเห็นว่าในมาตรา ๑๔/๑ ที่เขียนว่า ใบแทรก กรรมการผู้แทนข้าราชการ รัฐสภาสามัญตามมาตรา ๑๓ ต้องเป็นผู้ผ่านการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาแล้ว ผมเอง ไม่ได้มีความเห็น ขออนุญาตครับคุณหมอ แต่ว่าในความคิดเห็นผมผมไม่อยากให้คิดแทน ข้าราชการของสภา ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาก็ตาม ถ้าหากว่าข้าราชการ ณ วันนี้ เขาเห็นว่าผู้ผ่านการทดลองงานเพียง ๖ เดือนมีความสามารถที่จะเป็นตัวแทนเขาได้ ก็ให้เขาเลือกเข้ามา อันนี้คือความเห็นผม ไม่จําเป็นต้องว่าข้าราชการซี ๘ ซี ๙ ซี ๑๒ อะไรก็แล้วแต่ ซี ๑ ซี ๒ ก็ได้ ถ้าเห็นว่าวุฒิภาวะแล้วเป็นผู้แทนเขาได้ อันนี้ความเห็นของผม ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ให้เขาเลือกเข้ามา ไม่อยากให้กําหนดว่าต้องเป็น ผู้บริหารเท่านั้น เป็นข้าราชการตัวแทนเขา ข้าราชการประจํา ระดับไหนก็แล้วแต่ อันนี้ความเห็นของผมซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผมไม่อยาก เราคิดแทนเขา เพราะว่าเขาอาจจะเห็นว่าทุกคนที่ผ่านมาแล้วนี่ ซีไหนก็แล้วแต่ สภาเราวันนี้ เป็นประชาธิปไตย ผมอยากให้สภาตอนนี้คิดเห็นกฎหมายก้าวหน้าไปเลย ว่าวันนี้ตัวแทนของ เขาเขาเลือกเข้ามาต้องมีวุฒิภาวะที่จะเป็นตัวแทนเขาได้ ก็ให้เขาเลือกเข้ามาครับ ผมอยากจะให้ข้าราชการทั้ง ๒ สภาเป็นผู้ตัดสินเอาเองว่าผู้แทนของเขาควรมีวุฒิภาวะระดับ ไหน ไม่อยากให้คิดว่าซีไหนครับ ซีใดก็แล้วแต่ ขอแต่เขาเลือกเข้ามาแล้วแสดงว่าเขามีความ ตั้งใจที่จะให้เป็นผู้แทนของเขาแล้ว จากระดับใดก็แล้วแต่ อันนี้ความเห็นของผมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมเข้าใจว่าเราจะต้องมี การรื้ออยู่เยอะพอสมควรครับ ท่านประธานครับ หลังจากมาตรา ๑๓ ได้เปลี่ยนไปตาม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้ว มาตรา ๑๔ (๒) คําว่า ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือ เงินเดือนประจํา อันนี้ก็ขัดกันสิครับ ถูกไหมครับ ใช่ไหมครับ เพราะว่าบอกว่ากรรมการ ขออภัยผมอาจจะ เข้าใจผิด คืออันนี้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินะครับ จะมาโดยที่ไม่เป็นข้าราชการ หรือมีตําแหน่งเงินเดือนประจํา แต่ว่ามาตรา ๑๔/๑ ของท่านมันมาเขียนคล้องอีกว่าไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ (๒) อีก ท่อนนี้มันก็ต้องมีการพิจารณาตัดทิ้งอีกนะครับ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าลองให้เวลากับทางท่านประธานคณะกรรมาธิการลองสรุป กับท่านกรรมาธิการดูก่อนดีไหมครับว่าท่านจะมีการแก้ไขเพื่อให้มันสอดคล้องกับมาตรา ๑๓ ที่เปลี่ยนแปลงมาอย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท จะเสนอถ้อยคําที่เรียบเรียงใหม่เลยไหมครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ที่จริงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมคะ ว่าเอา ในเหตุผลก่อนนะคะ ในมาตรา ๑๔/๑ นั้นก็มีความชอบธรรม แม้ดิฉันจะพูดถึงเรื่องของการเป็นตัวอย่างในระบอบ ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมก็ตาม แต่ว่าถ้าพิจารณาดูในกรรมการ อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งบังเอิญเขียนเอาไว้แล้วไม่มีการแก้ไข คือต้องเป็นผู้ที่เคยรับราชการ ในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดี ดิฉันก็คิดว่าใครก็ตามที่อาจจะเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนของ ข้าราชการของสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ก็แล้วแต่ก็ควรที่จะมีพรรษา แห่งการทํางานเพียงพอถึงระดับหนึ่งที่จะต้องเข้าอกเข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง ดิฉันไม่รังเกียจ ที่จะทิ้งเอาไว้ แต่ก็ต้องขออนุญาต คือสนับสนุนท่านคุณหมอชลน่านนะคะ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม คือตัดคําว่า เคย ออกไป แต่ว่าวรรคสุดท้ายค่ะ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๑๔ (๒) อันนั้นก็ต้องเอาออกไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันจะขัด มาตรา ๑๔ นั้น พูดถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งหมดนี้ก็เลยอาจจะจําเป็นที่จะต้องปรับ มาตรา ๑๓ ให้เป็นข้อ ๆ ก็ได้ คือกรรมการ ก.ร. นี้ประกอบด้วย ๑ ๒ ๓ นะคะ เพื่อที่จะให้ เห็นชัดเจนตามที่คุณหมอชลน่านเคยเสนอเอาไว้นะคะ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไว้ผ่านทางท่านคณะกรรมาธิการนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการขจิตร ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ในเหตุผลที่เขียนมาตรา ๑๔/๑ ไว้ไม่ได้มีเจตนาว่าจะให้ข้าราชการ ใหม่ ๆ เป็นตัวแทน เพียงแต่ว่าคุณสมบัติของเขา เมื่อเขาเป็นข้าราชการแล้ว ถ้าเขาอยาก สมัครในมาตรานี้ ในวรรคนี้ก็ให้เขาสมัครได้ ท่านประธานครับ ถ้าหากเราจะเขียนไว้เหมือน มาตรา ๑๔ ของคณะกรรมาธิการที่เห็นชอบไว้นี้ว่าให้เป็นผู้บริหารระดับสูงกับผู้ทรงคุณวุฒิ มันเป็นแท่ง มันเป็นระดับที่สูงสุดของข้าราชการนี้ ผมก็มีความเห็นว่าท่านเลขาธิการก็มี ความรู้สึกนึกคิดที่เหมือนข้าราชการบริหารระดับสูงอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นผู้บริหารระดับสูง อยู่แล้วที่เป็นโดยตําแหน่งทั้ง ๒ สภา แต่ตรงนี้เราเขียนเพื่อจะให้เป็นตัวแทนข้าราชการ ส่วนใหญ่ที่เลือกมา เพราะฉะนั้นการไปเขียนจํากัดตั้งแต่ต้น ผมว่ามันไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้คุณสมบัติของผู้แทนราษฎรที่เข้ามาสภาไม่ได้กําหนด คุณวุฒิไว้เลยนะ แต่พี่น้องประชาชนก็เลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาเป็นผู้แทนที่มีเกียรติได้ ผมว่าผมก็ดูตามรัฐธรรมนูญนี้ที่ไม่กําหนดไว้ จะถกเถียงกันก็มีเหตุผลได้หรอกครับ แต่ก่อน เราก็กําหนดปริญญาตรี ต่อมารัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กําหนดก็ไม่ได้เกิดความเสียหาย พี่น้อง ประชาชนก็มีดุลยพินิจได้ ทีนี้ข้าราชการรัฐสภาไม่ได้เจตนาว่าจะต้องเอาคนที่พ้นมาเป็น กรรมการ แต่เจตนาที่เขียนตรงนี้เพื่อที่จะขยายสิทธิในการสมัครหรือการแสดงตัวเป็นผู้แทน ให้กว้างขวาง ไม่ใช่มาเขียนเฉพาะเวลาท่านเลขาธิการทั้ง ๒ สภาก็เป็นกรรมการโดยตําแหน่ง อยู่แล้ว เป็นข้าราชการระดับสูงแล้ว เวลาท่านจะให้เขาเลือกผู้แทนท่านก็มาบอกว่าให้เลือก ข้าราชการระดับสูงอีก การสื่อในการเป็นผู้แทนผมคิดว่าการเป็นผู้แทนไม่จําเป็น ต้องกําหนด กฎหมายของ กทม. ฉบับสุดท้ายก็ไม่ได้กําหนดลักษณะนี้แล้ว ส่วนใหญ่ ก็เปิดกว้าง ผมคิดว่ากฎหมายของสภาเมื่อเปิดแล้วก็ควรจะเปิดให้ผู้มีคุณสมบัติกว้างขวาง แต่จะเลือกใครนั้นขึ้นอยู่กับข้าราชการของรัฐสภา ผมเชื่อในดุลยพินิจของข้าราชการ ส่วนใหญ่อยู่แล้วก็เลยกําหนดอย่างนี้ไว้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนายสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔/๑ กรรมการผู้แทนข้าราชการ รัฐสภาสามัญตามมาตรา ๑๓ ต้องเป็นผู้ผ่านการทดลองการปฏิบัติราชการมาแล้ว กรณี ที่หลายท่านได้อภิปรายมาแล้ว ผมสนับสนุนแนวคิดที่ว่าไม่ได้จําเป็นต้องเป็นผู้อาวุโสนะครับ บางทีคําว่า อาวุโสทางราชการ บางทีเขาไม่อาวุโส แต่เขาอาจจะอาวุโสในเรื่องประสบการณ์ ด้านอื่นมาก่อน เช่น เขาอาจจะจบดอกเตอร์มาจากต่างประเทศหรือจากที่ไหนก็ตาม แต่เขา เพิ่งมารับราชการในรัฐสภา เขาอาจจะทําหน้าที่เกี่ยวกับผู้ช่วย ส.ส. ในรัฐสภานี้ก็ได้ แต่เขา ยังไม่ได้สอบบรรจุ ถ้าเกิดเป็นอย่างนี้เกิดอายุเกือบ ๔๐ ปีแล้ว แต่เขาจบดอกเตอร์มา ๑๐ ปี แล้ว ช่วยงาน ส.ส. รู้งานในสภาทั้งหมด รู้แล้วว่าเขาควรจะมาแก้ไขปัญหาอะไรในสภาเขาก็ เลยมาเป็นราชการ เมื่อรับราชการแล้ว ถ้าคุณสมบัติไม่ขัดข้องใช่ไหม ก็เปิดโอกาสให้เขาได้ สมัคร เพราะเขารู้กับเจ้าหน้าที่สภาเกือบทุกคนสมมุตินะครับ ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ ครูบาอาจารย์ก็เหมือนกัน เรามีคณะกรรมการครูมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ บางคนที่เขาเป็นผู้แทนครู มาขึ้นเงินเดือน ลงโทษครู ย้ายครูทั้งประเทศ ทั้งจังหวัด เขาเป็นผู้แทนครูจากครูผู้สอน เขา ไม่ได้เป็นผู้บริหารเลยก็มี มีหลายจังหวัดที่เขาประสบผลสําเร็จ ที่เขาได้รับการยอมรับในการ เป็นผู้แทน ไม่ใช่เป็นราชการ อันนี้ต้องเข้าใจเรื่องการเป็นผู้แทน อุดมการณ์ของการเป็นผู้แทน กับราชการมันต่างกันนะครับ การเสียสละต่างกัน การอุทิศตนเพื่อส่วนรวมมันมี มันมี อุดมการณ์ต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าอย่างนั้นมันก็เหมือนกับพวกเรามาเป็นผู้แทน บางคน เด็ก ๆ ทําไมเป็นผู้แทน ผู้แทนของราษฎรทั้งประเทศ ทําไมถึงไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นมาบริหารประเทศอยู่ในสภาบางคนก็ ๒๐ กว่าปี ทําไมเป็นได้ ทําไมไม่ขัดข้อง ถ้าเป็นผู้แทนแค่เจ้าหน้าที่สภาทําไมมีปัญหาผมมองไปอย่างนี้ครับ ผมเองเป็นผู้แทนครูตั้งแต่ อายุ ๒๓ ปี ผมทําไมเป็นได้ อันนี้สมัยกฎหมายครูครั้งแรกนะครับ ผมอายุ ๒๓ ปีย่างเข้า ๒๔ ปี ผมเป็นผู้แทน กปจ. คณะกรรมการประถมศึกษาจังหวัด ผมทําไมถึงได้รับการคัดเลือก นี่ครับผมอยากให้มองกว้าง เปิดโอกาสให้ทุกคนถ้าเขามีความสามารถนะครับ เป็นผู้แทนมา ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ จนลาออกมาเป็น ส.ส. ถึงได้หยุดเป็นผู้แทน มันก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติว่าคุณมี ความสามารถ คุณมีความจริงใจกับสาธารณะไหม มีจิตสาธารณะแค่ไหน ผมจึงอภิปราย สนับสนุนในเรื่องไม่จํากัด ไม่จํากัดคําว่า เป็นฐานะนั่นฐานะนี่ ตําแหน่งนั้นตําแหน่งนี้ คุณ ทดลองมาคุณมีสิทธิสมัคร สมัครได้เลย ผมขอสนับสนุนครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่านครับ เชิญ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน ก็ขึ้นกับเสียงส่วนใหญ่ ในสภานี้ ผมขอถอนคําพูดของผมทั้งหมดเลยครับ แต่ที่พูดไปด้วยความปรารถนาดีครับ ไม่ได้ ดูถูกดูหมิ่นข้าราชการของรัฐสภา คือท่านเขียนไว้ประชาธิปไตยจ๋า ใช่ครับ ถูกต้องครับ แต่ถาม ว่าปฏิบัติได้ไหม มันยากครับ ที่จะเขียนเปิดโอกาส แต่ว่าเขาทําไม่ได้ นั่นแนวคิดที่ ๑ เสรีนิยม เต็มที่ อันที่ ๒ การที่จะให้มีตัวแทนของเราเข้าไป ผมก็เชื่อว่าข้าราชการรัฐสภาเองเขาก็มี ดุลยพินิจที่จะเลือกคนที่เขาคิดว่าสามารถไปทําหน้าที่แทนเขาได้ สามารถไปทําหน้าที่แทน เขาได้ แน่นอนครับ เรื่องของประสบการณ์ เรื่องความรู้ความสามารถ ความอาวุโสทางด้าน การทําหน้าที่ก็มีผลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านเขียนกฎหมายว่าการเลือก ให้ ก.ร. ไปกําหนดวิธีการ จะเป็นการเลือกตั้งอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ อันนี้เป็นแนวคิด จริงอยู่ครับว่าเมื่อเขาเป็นข้าราชการแล้วคุณก็สามารถที่จะเป็นได้ทั้งหมด อันนี้ผมไม่เถียง ครับ ประเด็นว่าคนอายุน้อยเป็นได้ไหม เป็นได้ครับ และเป็นได้ เป็นในนามตัวจริงเขา หรือเปล่า อันนี้ต้องคิดนะครับเป็นในนามตัวจริงเขาไหม หรือว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง เป็นเบี้ยล่างของใครหรือเปล่า เป็นคนของใครหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ผมเพียงแต่คาดการณ์ไว้เท่านั้นเองนะครับ ผมจับใครสักคนมาชงเป็นตัวแทนผม แล้วผมก็ล็อบบี้ (Lobby) ทั้งสภาก็ได้เป็นผู้แทนได้ ผมไม่ได้ดูถูกข้าราชการรัฐสภานะครับ ในฐานะอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมครับ มีโอกาสเป็นไปได้ครับถ้าเกิดจากการเลือกตั้ง ผมเอง ถ้าคณะกรรมาธิการจะเอาตามเสียงข้างน้อย ผมไม่ได้ติดใจครับ ไม่ขอให้โหวตหรอกครับ เพียงแต่ว่าอันนี้เป็นแนวคิดผมว่าบางครั้งเราอาจจะต้องกําหนดคุณสมบัติเอาไว้เพื่อให้ สอดคล้องเหมาะสมกับองค์กรที่เขามีอยู่ ตัวแทนของสภา ๔ คนนั้น ต่อไปจะมีตัวแทนของ สภา ๔ คน ถ้าไม่นับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานวุฒิสภา ก็มีท่านเลขาธิการ วุฒิสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตัวแทนอีก ๒ ท่าน เป็นข้างเสียงมากได้ทันทีนะครับ เวลาเลือกครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านอื่นติดใจไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ เชิญเลขาธิการต่อครับ คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อท่านประธานบอกว่าสมาชิก ไม่ติดใจ แล้วมันแปลว่าอย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือถ้าไม่ติดใจ ก็เหมือนกับว่าเอาตามที่ร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากร่างไว้ ตกลง ยังติดใจนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ ผมก็เข้าใจว่าคือตอนนี้ ฟังเสียงดูนะครับ ผมคิดว่าหลายท่านก็เห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็คือว่าเปิดโอกาสให้กับข้าราชการเขาเลือกกันเอง เป็นอย่างนั้น แล้วทางคณะกรรมาธิการ ทางประธานเองก็ยังไม่ได้ตอบว่าท่านจะทําอย่างนั้นได้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงให้ได้หรือไม่ ท่านประธานกรุณาถามทางท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนดีไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ จะปรับแก้ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอ ไหมครับ ตัดคําว่า เคย ออกอะไรใช่ไหมครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ที่จริงเรื่องนี้ผมได้ให้มีการปรับปรุงแก้ไข ตั้งแต่ต้นนั้น ก็เมื่อฟังเหตุผลในสภาแล้วก็มีเหตุผลมากพอสมควร แต่ว่ามันไปพันอยู่ หลายมาตราด้วยกัน ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ ก็คงให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมาธิการส่วนใหญ่นั่นมาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือสรุปแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันขอให้เป็นไปตามร่างเดิมที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอไว้นะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร อีกครั้งหนึ่งครับ คือถ้าหากว่าให้เป็นไปตาม ที่ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากระบุไว้ นั่นคือตามร่างที่ไม่แก้เลย ถ้าไม่แก้เลยก็ติดคําว่า และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ (๒) อีกอันหนึ่งอยู่แล้ว อันนี้มันไปไม่ได้นะครับ เพราะมันขัดกัน มันก็ไปขัดกับมาตรา ๑๔ (๒) เดิมก็คือ ต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่ง หรือเงินเดือนประจํา มันไปไม่ได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นต้องทําอันนี้ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ท่านประธานครับ เมื่อมีปัญหามาก มาตรา ๑๔/๑ เอาตามคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากเขียน มันจะไม่สนองเจตนาที่เปลี่ยนแปลงมาแล้ว แต่ถ้าเอาตามผมท่านก็บอก ว่ากว้างเกินไป เอาอย่างนี้ไหมครับ มาตรา ๑๔/๑ ตัดออกไปเลย ก็ให้เป็นอํานาจของ ก.ร. ไปในการกําหนดคุณสมบัติอะไร ไม่เขียนไว้ในนี้ เพราะว่าท่านไปเขียนไว้ถ้ามาตรา ๑๔/๑ ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนมาก จะมีกี่คนตําแหน่งตามที่เขียนไว้นี่ครับ ผมถาม ท่านประธานลองดูว่าข้าราชการรัฐสภาสามัญไม่ต่ําว่าประเภทบริหาร ประเภทอํานวยการ ระดับสูง ประเภทวิชาการระดับผู้ทรงคุณวุฒิ คือตําแหน่งสุดท้ายแล้วนะครับ ในสภาอาจจะยังไม่มีก็ได้ หรือมีก็ไม่เกิน ๑๐ ท่าน อาจจะมีทั้งหมดคนที่มีโอกาสได้รับเลือกนี้ ผมคิดว่าก็ให้ทางฝ่ายสํานักงานเลขาธิการแจ้งก็ได้ว่าคุณสมบัติตามนี้ผมคิดว่าไม่ถึง ๕๐ ท่าน ผมคิดว่ามันจํากัดวงนี้เลขาธิการก็เป็นโดยตําแหน่งแล้ว ก็เป็นความคิดของผู้บริหาร แทนผู้บริหารแล้ว ก็เลยเปิดกว้างตามร่างของผม แต่ว่าถ้าท่านบอกว่ากว้างเกินไปนี้ท่าน เสนอคําใหม่ได้ แต่ว่าไม่ใช่อันเดิมครับ ถ้าอันเดิมมันเป็นผู้บริหารสูงทั้งหมดเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตเสนออย่างนี้ได้ไหมคะ คือมาตรา ๑๓ เพื่อความเข้าใจ ที่ตรงกัน เราเห็นพ้องต้องกันว่า ตัดคําว่า เคย ออก ๒ ที่ ก็กลายเป็นว่าตัวแทนของ ข้าราชการทั้ง ๒ สภานั้นเป็นข้าราชการปัจจุบัน ทีนี้เพื่อทําให้มาตรา ๑๔/๑ สอดคล้อง ก็มีทางเลือก ๒ ทาง ทางที่ ๑ คือตัดทิ้งไปเลย นั่นก็คือหมายความว่าเปิดทางกว้าง ไม่ว่า จะเป็นใครก็ตาม แล้วท่านก็จะต้องไปตีความกันเอาเองว่าทดลองราชการนั้นได้ถือว่า เป็นข้าราชการแล้วหรือยัง อย่างที่ ๒ ถ้าไม่จําเป็นจะต้องแก้ไขมากเกินไปนัก ยังคงไว้ ซึ่งมาตรา ๑๔/๑ แต่ตัดคําว่า เคย ในบรรทัดที่ ๑ แล้วก็ตัดวรรคสุดท้ายที่บอกว่า และไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ (๒) เท่านั้นเอง ๒ ที่ เพื่อที่จะได้สอดรับกันกับสิ่งที่ ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ช่วยกรุณาแก้ไขตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๑๓ แล้วเท่านั้นเอง ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นพ้องตามที่ดอกเตอร์ผุสดีเสนอไหมครับ คือยังคง มาตรา ๑๔/๑ และให้ตัดคําว่า เคย ในบรรทัดแรกออก แล้วก็ตัดช่วงท้ายออกนะครับ ขอเวลาท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหารือกันสักนิดครับ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการชุมพล กาญจนะ ครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ผุสดี อย่างนั้น เราขอตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกเลยนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกทั้งมาตรา ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

แล้วก็เพื่อให้ ก.ร. ไปกําหนดนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านไหนติดใจ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๕ มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ส่วนของมาตรา ๑๕ ซึ่งต้องมี การเติมคําว่า กรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญ เข้าไปอีกใช่ไหมครับ แล้วก็ให้อยู่ใน ตําแหน่งคราวละ ๔ ปี คําถามก็ตามมาอีกครับว่าเมื่อเป็นข้าราชการประจําถูกไหมครับ สมมุติว่ามีอายุราชการเหลือ ๒ ปี และเขามาในฐานะที่มาเป็นตัวแทนข้าราชการประจํา คําถามตามมาว่า ถ้าอยู่ในวาระ ๔ ปี แต่ว่าหมดสิทธิไหม ตกคุณสมบัติไหมครับ หรือยืนได้ ต่อจนถึง ๔ ปี นั่นก็คือว่าเกษียณอายุแล้วยังอยู่ต่ออีก ๒ ปี แล้วค่อยมาเลือกกันใหม่ ผมเชื่อว่าโดยเจตนารมณ์ที่เราได้พูดกันเมื่อสักครู่ เราต้องการคนที่เป็นตัวแทนข้าราชการที่ แท้จริง ดังนั้นข้อนี้ท่านอาจจะต้องเติมอะไรบางคําเข้าไป เพื่อให้ระบุได้อย่างชัดเจนว่า กรรมการผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญนี้จะอยู่ได้จนกระทั่งถึงเกษียณอายุราชการเท่านั้น และไม่เกิน ๔ ปี อย่างนี้เป็นต้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการกมล บันไดเพชร ครับ

นายกมล บันไดเพชร กรรมาธิการ

การเป็นข้าราชการประจําถ้าเรา เขียนไว้มันกําหนดชัดเจนอยู่แล้ว คือเมื่อเกษียณราชการนี้คุณสมบัติก็ต้องพ้นไป ก็ต้องเลือก หากันใหม่ เพราะฉะนั้นสมบูรณ์ในตัวมันเองแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๑๗ มีการแก้ไข มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๘/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๑๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒/๑ มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการกําหนด หมวดที่ ๒/๑ ผมเสนอให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการรัฐสภา เหตุผล การที่ปรับปรุงกฎหมายมีสาระสําคัญก็คือว่าเราจะปรับปรุงให้มันสอดคล้องกับ กฎหมายข้าราชการพลเรือนในเรื่องการกําหนดเงินเดือน แล้วก็เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งข้าราชการพลเรือนได้บัญญัติขึ้นมาใหม่ก็คือ เรื่องให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ของข้าราชการ ซึ่งข้าราชการพลเรือนได้ตั้งขึ้นแล้ว ทีนี้ข้าราชการรัฐสภาได้รับการชี้แจงจาก ฝ่ายร่างหรือฝ่ายเลขาว่าไม่มีความจําเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมการระบบคุณธรรมขึ้น ก็โดยให้คณะกรรมการ ก.ร. ได้ทําเรื่องนี้ ด้วยความเคารพต่อผู้ร่าง กระผมมีความเห็นว่า ข้าราชการสามัญ ๓,๕๐๐ คนของรัฐสภา ถ้ามีระบบใดที่ดี ระบบที่ก้าวหน้าก็ควรจะให้ บัญญัติไว้ในข้าราชการรัฐสภาเหมือนกัน จึงมีความเห็นว่าแนวโน้มต่อไปนั้น ในข้าราชการ กลุ่มต่าง ๆ ก็จะมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ทําหน้าที่แทนในเรื่องอุทธรณ์ ในข้าราชการพลเรือน พอตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการเสร็จ เขาก็จะ โอนหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องอุทธรณ์ไปอยู่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในกฎหมาย ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ขณะนี้ก็มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ผมได้รับคําชี้แจงว่า ข้าราชการเรามีส่วนน้อยก็เลยยังไม่มีคณะนี้ก็ได้ ผมก็มีความเห็นแตกต่างว่านี่คือหัวใจ ของการปรับปรุงกฎหมาย คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมระบบราชการนั้น ที่เกิดขึ้นใหม่ จะใช้ระบบไต่สวนเหมือนกรณีคล้าย ๆ กับศาล เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าแทนที่จะให้ ก.ร. ทําหน้าที่ ก็ควรจะมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการรัฐสภาขึ้น

เหตุผลก็คือว่าได้รับคําชี้แจงจากฝ่ายร่าง ฝ่ายบริหารรัฐสภา บอกว่า มันจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยท่านไปยกเอาค่าตอบแทนของข้าราชการพิทักษ์ ระบบคุณธรรมของข้าราชการพลเรือนมา ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าการกําหนด ค่าตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับ ก.ร. ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไปกําหนดมาตรฐานเหมือน ข้าราชการพลเรือนซึ่งเขาทํางานเต็มเวลา จํานวนข้าราชการพลเรือนมี ๗ คน ผมเสนอ ๕ คนเท่านั้น แล้วข้าราชการพลเรือน ให้ประธานศาลฎีกาอะไรเป็นคนเลือกกรรมการพิทักษ์ ระบบคุณธรรม ในร่างที่ผมเสนอมาตราต่าง ๆ มาตรา ๒๑/๑ มาตรา ๒๑/๒ มาตรา ๒๑/๓ ไปถึงมาตรา ๒๑/๗ มาตรา ๒๑/๘ กําหนดให้ท่านประธานรัฐสภา แล้วก็ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎร แล้วก็ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการสรรหา กรรมการพิทักษ์คุณธรรม ผมคิดว่ามีความจําเป็นในระบบราชการที่จะต้องมี เมื่อไปทําการ สํารวจความเห็น ประเด็นนี้ก็จะเป็นประเด็นหนึ่งที่คณะข้าราชการทุกสํานัก ประมาณ ๔๐ สํานักว่ามีความเห็น ถ้าหากจะให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในหมู่ข้าราชการรัฐสภา ก็สมควรมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม จึงได้เสนอกฎหมาย ในชั้นคณะกรรมาธิการ ในชั้นแรกก็เอาความเห็นของข้าราชการส่วนใหญ่มา แล้วก็ในร่างขึ้นตามร่างที่ผมสงวน แล้วก็เสนอไว้นี้ แต่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่จําเป็น ผมจึงสงวนความเห็น ไว้ให้สภานี้พิจารณา ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันเหมือนเดิมใช่ไหมครับ คือไม่จําเป็นจะต้องใส่ไว้นะครับ ยืนยันนะครับ เชิญท่านประธานครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ขอเรียนว่ายังยืนยันเหมือนเดิมครับ เพราะว่าเราเห็นว่า ก.ร. ยังสามารถทําส่วนนี้ได้ แล้วก็เราได้คํานึงถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นค่อนข้าง จะเกิดขึ้นน้อยมากครับ หรือเกือบไม่มี น่าจะไม่สอดคล้องถ้าเราจะมีการจัดในเรื่อง งบประมาณ เพราะงบประมาณก็ต้องใช้มากครับ ถ้าเรามีส่วนนี้ไปเราก็ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้จะหามาจากส่วนไหนเหมือนกันครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณขจิตรไม่ติดใจนะครับ ไม่ต้องลงมตินะครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ไม่ต้องลงมติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๓ ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ การจัดระเบียบข้าราชการรัฐสภาสามัญ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๒ การกําหนดตําแหน่งและการให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๓ การสรรหา การบรรจุและการแต่งตั้ง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๖ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๑ มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการสงวนความเห็น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นในกรณีมาตรา ๕๑ ครับ มาตรา ๕๑ ผมขอเพิ่ม ข้อความวรรคสุดท้ายเข้ามา มาตรา ๕๑ ความว่า ในกรณีที่ศาลปกครองมีคําพิพากษา ถึงที่สุดสั่งให้เพิกถอนคําสั่งแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญ ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ สังกัดรัฐสภาโดยความเห็นชอบของ ก.ร. ในการสั่งตามสมควรเพื่อเยียวยาและแก้ไข หรือดําเนินการตามที่เห็นสมควรได้ ผมขอเพิ่มข้อความ โดยต้องได้รับสิทธิที่ข้าราชการ รัฐสภาสามัญพึงจะได้รับและต้องไม่น้อยกว่าเดิม เหตุผลที่เสนอความเห็นนี้ ผมพบกรณี หลายกรณีที่ข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรม ไปร้องศาลปกครอง ศาลปกครองเพิกถอน คําสั่งว่าไม่เป็นธรรมตามที่ผู้ร้องร้องไป แต่ว่าหลายครั้งศาลก็จะถอนคําสั่งเฉย ๆ ทีนี้ การจะได้สิทธิเท่าที่ราชการกําหนด ต้องมาฟ้องร้องอีกครั้งหนึ่ง ผมมีความเห็นว่ากฎหมาย ไม่ได้เป็นธรรม ข้าราชการที่เดือดร้อนได้รับคําสั่งที่ไม่เป็นธรรม ต่อสู้จนกระทั่งศาลปกครอง สูงสุด อาจจะใช้เวลา ๔-๕ ปี ในการพิจารณาเสร็จแล้ว พอศาลเพิกถอนคําสั่งที่ไม่เป็นธรรม แทนที่ข้าราชการผู้นั้นจะได้รับสิทธิเท่าที่ราชการกําหนด ในมาตรานี้กําหนดให้ ก.ร. พิจารณาเยียวยาตามที่เห็นสมควร ผมจึงมีความเห็นว่าไม่เป็นธรรม กรณีนี้เคยเกิดขึ้นที่อําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง อาจจะไม่เกี่ยวกับ ข้าราชการแต่ว่าเทียบเคียงเรื่องศาลปกครอง ได้รับการเลือกตั้งแล้วก็ได้รับเลือกเป็น กํานันแล้ว เสร็จแล้วมีคนร้องเรื่องการแบ่งเขตหมู่บ้าน ปรากฏว่านายอําเภอหรือผู้ว่า ราชการจังหวัดที่มีอํานาจได้สั่งให้ออกจากผู้ใหญ่บ้าน แล้วผู้ใหญ่บ้านคนนี้ไปร้องศาล ปกครองถึงที่สุดบอกว่าคําสั่งไม่ชอบธรรมให้เพิกถอนคําสั่งก็เท่านั้นเอง เขาต้องไปฟ้องศาล ปกครองอีกเพื่อที่จะเรียกค่าเสียหาย ศาลจึงมีคําสั่งอีกว่าให้ชดเชยค่าเสียหายตามที่เขาควร จะได้รับสิทธิจากทางราชการ เพราะว่าในปีที่ตัดสินนั้นตําแหน่งก็ครบวาระไปแล้วคนอื่นก็ เลือกไปครบแล้วอันนี้ไม่ใช่โดยตรง แต่ว่าเมื่อกับข้าราชการถ้าพอจะเขียนให้ได้รับความเป็น ธรรมขึ้นผมก็เลยขอเพิ่มข้อความว่า ให้ระบุว่าอย่างน้อยต้องได้รับสิทธิไม่น้อยกว่าเดิมหรือ ตามที่ราชการควรจะได้รับเท่านั้นเองครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ประเด็นแรกผมขออนุญาตนะครับ ฝ่ายเลขาธิการเมื่อสักครู่อ่านมาตรา ๕๑ ว่า มีการแก้ไข ผมก็เลยมาดูในตัวร่างมาตรามันก็ ไม่เห็นมีการแก้ไข แต่ท่านอ่านว่า มีการแก้ไข นะครับ หรือผมได้ยินไม่ชัดก็ไม่ทราบนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่นี้อ่านว่าไม่มีการแก้ไขครับ แต่มีผู้สงวนคําแปรญัตติครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

สรุปคืออ่านว่า ไม่มีการแก้ไข แต่มีผู้สงวนคําแปรญัตติ โอเค (OK) ครับ คือผมเข้าใจตรงกันข้ามก็แล้วกันนะครับ เพราะว่า ผมเข้าใจว่าท่านอ่านผิดนะครับ ส่วนความเห็นในเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สงวนไว้นะครับ ก็เพียงแต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านเขียนเพิ่มเท่านั้นเอง แต่ว่าผมเห็นด้วย ในแนวทางนะครับว่าสิ่งที่จะเยียวยาเขาก็ควรจะระบุเอาไว้ว่าสิ่งที่เขาควรได้มีอะไรบ้าง แต่เพียงแต่คําเท่านั้นเองครับที่เมื่อสักครู่นี้ท่านได้อ่านไปบางส่วนนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด ถามต่อเนื่องครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

อย่างนี้ครับท่านบอกว่า โดยต้องได้รับสิทธิที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญพึงจะได้รับและต้องไม่น้อยกว่าเดิม คําว่า ต้องไม่น้อยกว่าเดิม มันคืออะไรครับ ผมว่าอันนี้มันก็จะไม่ค่อยชัดเจนครับ ผมไม่เข้าใจคํานี้ คําว่า ไม่น้อยกว่าเดิม คืออะไร เพราะฉะนั้นอาจจะเขียนให้ชัดเจนกว่านี้คือ โดยหลักการ ก็คือว่าถ้าโดยระหว่างทางแล้วเขาจะได้รับการเยียวยาหรือเขาควรจะได้รับเงินเดือนที่ ในระหว่างทางนั้นเขาควรจะได้เท่าไร เช่น เขาควรจะขึ้นไปแล้วในอัตราเท่านั้นเท่านี้หรือได้ ตําแหน่งที่เพิ่มขึ้นไปแล้วเขาก็ควรจะได้รับเมื่อต่อสู้กันมาเสร็จเรียบร้อยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าของผู้สงวนคําแปรญัตติครับ คุณขจิตร ชัยนิคม

นายขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ข้อความนี้เป็นข้อความที่เห็นชอบด้วยกันกับท่านวิรุฬห์ คณะกรรมาธิการ ท่านหนึ่ง ซึ่งท่านสงวนความเห็นไว้ด้วย เพราะท่านยกตัวอย่างข้าราชการตํารวจที่ได้รับ คําสั่งแล้วเพิกถอนอะไรมากมาย ท่านก็เลยขอเพิ่มว่า ได้รับสิทธิประโยชน์ตามราชการ แต่ต้องไม่น้อยกว่าเดิม หมายถึงไม่น้อยกว่าสิทธิที่เขาควรจะได้รับตอนเขาจะได้รับคําสั่ง ซึ่งไม่เป็นธรรม ซึ่งท่านวิรุฬห์เป็นคนเขียนข้อความนี้เห็นด้วยกับผมก็อภิปราย ในคณะกรรมาธิการมากมายก็เห็นว่าควรจะใส่ตรงนี้ไว้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการกมล บันไดเพชร ครับ

นายกมล บันไดเพชร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม กมล บันไดเพชร กรรมาธิการ ในกรณีนี้เป็นกรณีซึ่งเป็นคําสั่งแต่งตั้ง ไม่ได้กล่าวถึงคําสั่งอื่นใดนะครับ เฉพาะการแต่งตั้ง การแต่งตั้งนี้มีการแต่งตั้งให้ในระดับเดียวกันหรือระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นคําสั่งที่แต่งตั้งนั้นถ้าถูกเพิกถอนข้าราชการผู้นั้นจะไม่เสียสิทธิใด ๆ เลย คือสมมุติเขาเป็นผู้อํานวยการกอง เขาก็ได้รับเงินเดือนผู้อํานวยการกอง ในฐานะตําแหน่ง ผู้อํานวยการกอง เขาได้รับการแต่งตั้งไปเป็นอธิบดีแล้วถูกเพิกถอน ระหว่างนั้นเขาก็ยัง ได้รับเงินเดือนอยู่ กรณีนี้ต่างจากกรณีซึ่งเป็นกํานันหรือผู้ใหญ่บ้าน เพราะกรณีกํานัน หรือผู้ใหญ่บ้านเมื่อถูกเพิกถอนตําแหน่งแล้ว เขาไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อะไรอีกเลย ฉะนั้นกรณีนั้นจึงเป็นกรณีซึ่งเขาจะต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง ส่วนที่ระบุใน ตอนท้ายของมาตรานะครับในการสั่งการตามสมควรเพื่อเยียวยาและแก้ไขหรือดําเนินการ ตามที่เห็นสมควรได้ กรณีนี้นอกเหนือจากสิทธิเดิมซึ่งเขาได้รับไม่เสียไปแล้วนี่นะครับเขายัง จะได้รับการเยียวยาตามสมควรอีก เช่น กรณีอาจจะเป็นเรื่องของการเชิดชูเกียรติหรือ ไม่อย่างนั้นก็เป็นกรณีของการมีเงื่อนไขว่าจะพิจารณาปูนบําเหน็จภายหลังเท่านั้นเองครับ คือถ้าไปเขียนไว้นะครับผมเห็นว่ากรณีนี้นะครับเป็นกรณีซึ่งเขาจะได้รับสิทธิเพิ่มจากที่เดิมที่ เขามีอยู่ ข้อความทั้งหมดนี่นะครับผมว่าสมบูรณ์แล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นตามที่สงวนความเห็นไว้ไหมครับ เชิญท่านประธานครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าเราคงให้เป็นไปตามร่างเดิม แต่ว่าผมจะขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมันเป็นเรื่องของ กรอบกฎหมาย ผมขออนุญาตให้ท่านกฤษฎีกาและท่านพินิตเป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญกรรมาธิการพินิตครับ เชิญท่านครับ ท่านกฤษฎีกาครับ

นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ หลักการของมาตรา ๕๑ ตามร่าง พ.ร.บ. นี้ก็เป็นการเขียนล้อหลักการมาจากตัวอย่างในส่วนของ พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน ซึ่งกําหนดอยู่ในมาตรา ๗๑ ที่กําหนดไว้ว่าในกรณีที่ศาลปกครอง มีคําพิพากษาถึงที่สุดสั่งให้เพิกถอนคําสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้เป็นหน้าที่ของ ก.พ. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในการสั่งการตามสมควรเพื่อเยียวยาและแก้ไข หรือดําเนินการตามที่เห็นสมควรได้ ในหลักการของความเป็นธรรมและในหลักการของการ ดําเนินการ เมื่อมาวิเคราะห์ตามมาตรา ๕๑ แล้วนะครับ กระผมกราบเรียนว่าในหลักประกัน ได้กําหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ในที่นี้ก็แล้วแต่ว่าข้าราชการผู้นั้น จะสังกัดอยู่ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยความเห็นชอบของ ก.ร. ก.ร. นี่แหละครับจะมาเป็นหลักประกันในเรื่องของความเป็นธรรม ทีนี้ระบบของการแต่งตั้งในเรื่องของการแต่งตั้งในที่นี้ก็เป็นการแต่งตั้งให้ระดับที่สูงขึ้น หรือจะมีการย้าย โดยเฉพาะการแต่งตั้งให้สูงขึ้นนี้เองนะครับ ปรากฏว่าในบางเรื่องนี้นะครับ ถ้าระยะเวลามันจะต้องมีผลกระทบกับข้าราชการบางคนอาจจะไม่ได้กระทบกับคนที่เป็น ข้าราชการผู้นั้นโดยตรงที่มีผลของคําสั่ง แต่ผลของมันนี่จะไปกระทบในบุคคลอื่นมันจะต้อง มาดูในทั้งระบบ กฎหมายถึงได้เขียนว่าให้โดยความเห็นชอบของ ก.ร. ได้เข้ามาช่วยแก้ไข ปัญหา ในการแก้ไขปัญหานี้ก็จะต้องสั่งการ ถ้าสั่งการกับคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นี่นะครับเขาก็จะต้องมีการสั่งตามคําพิพากษาถึงที่สุดนั่นเอง และผลของการดําเนินการนี้ เขาจะต้องมีการเยียวยาหรือแก้ไขได้มันก็จะเป็นหลักประกันในระดับหนึ่ง แต่การดําเนินการ ตามที่เห็นสมควรในบางเรื่องมันอาจจะไม่ต้องเยียวยาแก้ไข แต่มันจะเป็นเรื่องอื่นที่จะต้องมี ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ตรงนั้นเอง กระผมกราบเรียนว่าถ้าเราไปเขียนในส่วนที่มันเป็น ล็อก (Lock) ในเรื่องถ้อยคําดังกล่าว ถ้าเป็นอย่างนั้นกระบวนการมันอาจจะไม่จบ แล้วมัน อาจจะไปใช้ได้เฉพาะสําหรับคนที่ได้รับคําพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนเท่านั้น แต่กลุ่มของ บุคคลอื่นที่เขาเกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะของการดําเนินการก็ต้องเป็นหลักประกันว่า ก.ร. นี่ นะครับจะมาช่วยวินิจฉัยก็เป็นแนวเดียวกับทาง ก.พ. ก.พ. นี่เขาก็ต้องโดยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ ฉะนั้นแล้วโดยหลักของเรื่องนี้นะครับมันเป็นกรณีของการที่เขียน ขึ้นมานี่นะครับเพื่อสร้างความมั่นใจ ทีนี้สร้างความมั่นใจกับกระบวนการในเรื่องถ้อยคํา นี่นะครับ ผมกราบเรียนว่าเพื่อเยียวยาและแก้ไขมันสามารถเบ็ดเสร็จในเรื่องของ กระบวนการว่าจะดําเนินการอย่างไร และการแก้ไขตามสมควรมันมีเรื่องที่อาจจะเป็น ปัจจุบันและเรื่องในอนาคต แล้วก็ต้องแก้ไขในหลาย ๆ กลุ่มบุคคลได้ด้วย ก็เลยเป็นการเขียนช่องในส่วนของมาตราอันนี้ แล้วผมเห็นว่ามันน่าจะเป็นความยืดหยุ่น แต่ผลของมันจะเกิดความคล่องตัวแล้วก็มี ประสิทธิภาพมากกว่าที่จะไปเขียน แล้วมันเป็นการเขียนล็อกในเรื่องของอํานาจหน้าที่ ว่าสิทธิประโยชน์ต้องไม่น้อยกว่าเดิม แต่ถ้าน้อยกว่าแล้วมันจะเป็นอย่างไร กระบวนการตัวนี้ อาจจะไปฟ้อง ก.ร. เลยนะครับ ก็เลยเป็นผลที่ว่าทําไมคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงขอ คงตามร่างเดิมและไม่แก้ไข ก็ขอกราบเรียนเป็นเหตุผลครับผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปคงตามร่างเดิมนะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ ๔ การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจ ในการปฏิบัติราชการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๗ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๕ วินัยและการดําเนินการทางวินัย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ มาตรา ๗๑ มาตรา ๗๒ มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๖ การออกจากราชการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๐ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๑ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการสงวนความเห็นครับ ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการครับ มาตรา ๘๑ ผมได้ขอให้ตัดออก แต่ผมอยากให้อ่านให้ที่ประชุมฟังว่า มาตรา ๘๑ เมื่อข้าราชการของรัฐสภาสามัญผู้ใด ไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบรับราชการทหาร ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งบรรจุ ตามมาตรา ๓๙ สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ผู้ที่สั่งออกราชการวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น มีเหตุที่ต้องออกไปด้วยเหตุรับราชการทหาร ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งบรรจุมีอํานาจสั่งการ เปลี่ยนแปลงไปตามนั้นได้ สาระสําคัญเรื่องนี้ความจริงผมสงวนไว้ในมาตรา ๔๓ ก็คือว่า คนที่ไปรับราชการทหาร ถูกเกณฑ์ไปรับราชการทหาร มารับราชการจนกระทั่งอายุเกินอายุ ๒๑ ปี หรือกรณีในการยกเว้นอาจจะเป็น ๒๕ ปี ๒๖ ปีอะไรก็แล้วแต่ พอรับราชการทหาร ปุ๊บนี่ สั่งให้ผู้นั้นออกราชการเลยครับ ซึ่งกระผมเลยมองว่า การที่ไปรับราชการทหาร สั่งให้ เขาออกไปรับราชการนั้นมันไม่เป็นการถูกต้อง การระดมพลให้ลาได้ครับ ระดมพล หมายความว่าไปฝึก ระดมพลไปรบ ทหารกองหนุน ทําได้ ให้ลาไประดมพลได้ ในเรื่องนี้ ผมก็เลยมาพิจารณา บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เขียนเฉพาะข้าราชการรัฐสภานะครับ ข้าราชการ พลเรือน ข้าราชการครู ข้าราชการอื่น ๆ ที่เป็นฝ่ายพลเรือน โดนให้ออกจากราชการไปหมด ผมที่บอกว่าตรงนี้วัตถุประสงค์ผมต้องการว่า ให้ลาไปรับราชการทหาร เช่นเดียวกับ การระดมพล หรือกรณีครู อาจารย์มหาวิทยาลัย ไปทํางานที่องค์กรต่างประเทศ ลาไป ๔ ปี ๕ ปีได้ ไปทํางานที่อื่น ลาไป แต่คนรับราชการทหารนี่ไม่ได้ครับ หรือไปทํางานองค์กรอื่น ที่ไปรับราชการองค์กรอื่นนอกหน่วยตัวเองก็ลาไปได้ครับ มีระเบียบไป ผมยกการบินไทยนี่ละ เป็นนักบินอยู่ดี ๆ ก็ไปอยู่การบินไทย ลาไป ๔ ปี ไปอยู่การบินไทย กลับมาเป็นทหารต่อไป ตามเดิม ผมยกตรงนี้ ที่ผมให้เหตุผลตรงนี้บอกว่า น่าจะต่อไปนี่ไม่น่าจะให้ออกราชการ ให้เป็นการลาไปรับราชการทหาร เขาก็บอก ๆ ว่า มารับราชการ ๒ แห่ง มันทําไมทําได้ล่ะ มันจะทําได้อย่างไร รับราชการที่นี่ แล้วไปรับราชการทหาร แต่ก่อน ส.ส. ไม่ให้เป็นรัฐมนตรี เขียนไปเขียนมาก็ให้รัฐมนตรีเป็น ส.ส. แล้วทําไมมันเป็น ๒ อย่างได้ มันอยู่ที่กฎหมายเราเขียนต่างหากครับ อย่างนั้นแล้วในเรื่องนี้ กระผมก็อยากจะพิจารณาบอกว่า ต่อไปกฎหมายลักษณะไปรับราชการทหารเช่นนี้ ไม่ว่าพลเรือนหรืออะไรก็แล้วแต่ให้ถือว่าเป็นการลา แล้วการลาฉบับนี้ผมก็เลยฝากไว้อะไร รู้ไหมครับ น่าจะเขียนไว้ใน พ.ร.บ. รับราชการทหารด้วย เพื่อให้เกิดสิทธิ ออกไปอยู่ดี ๆ เป็นข้าราชการอยู่ประมาณสัก ซี ๕ ซี ๖ กลับไป ไปรับราชการทหาร ไปรับเงินเดือนอยู่ ๕,๐๐๐ บาท มันไม่ถูกต้องครับ ที่ผมขอสงวนไว้เมื่อกี้นี้ ที่ผมขอสงวนไว้ทั้งมาตรา ๑๓ ก็ดี ผมต้องการให้เหตุผลบันทึกไว้ในสภา เพื่อเป็นการพิจารณาต่อไปครับ ผมขอเรียนให้ ที่ประชุมทราบเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่ไม่ได้ติดใจนะครับ

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสง กรรมาธิการ

ไม่ติดใจครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๓ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๗ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๔ ไม่มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการ ขอสงวน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้สงวนความเห็นไม่ติดใจนะครับ เชิญต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๕ ไม่มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจครับ ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๖ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้สงวนความเห็นไม่ติดใจนะครับ ผ่านเลยครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๗ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘๘ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ ข้าราชการรัฐสภา ฝ่ายการเมือง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘๙ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงหมวดนี้นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ในมาตรา ๘๙ ในการกําหนดตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองนั้น ตอนแรกมี ๑๔ ตําแหน่ง แต่ตอนหลังมีถึง ๒๑ ตําแหน่ง แล้วก็ถ้าดูดี ๆ ผมเข้าใจว่าเพิ่มจริง ๆ ถ้านับบรรดารองประธานสภาทั้ง ๒ สภา ไม่ได้มีรองประธานเพียงคนเดียวนะครับ ตําแหน่ง ที่เพิ่มทั้งหมดเท่าที่ผมนับดูนะครับ ๒๔ ตําแหน่ง ที่เพิ่ม ๒๔ ตําแหน่งที่เพิ่มขึ้นมานี้ คําถาม ก็คือถามว่ามันมีความจําเป็นขนาดไหนครับ ผมอยากเรียนถามท่านประธานโดยตรงนะครับ อย่างเช่น ท่านจะต้องตั้งผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้เป็นต้น หรือท่านประธานสภาโดยตําแหน่งจะมีโฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร มีโฆษกประธาน วุฒิสภา มีโฆษกผู้นําฝ่ายค้านในสภาอีกถูกไหมครับ ตําแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตําแหน่งใหม่ แล้วถ้าเราไปดูในตารางก็จะมีเงินเดือนด้วย เงินเดือนผมคูณมาดูนะครับ เงินเดือนรวม ๆ ๕๓๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนที่เพิ่มขึ้น นั่นคือเป็นเงินงบประมาณปีละ ๖,๓๙๐,๐๐๐ กว่าบาท กับตําแหน่งที่เพิ่มขึ้น ๖,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คําถามจึงถามว่า แล้วที่ท่านทํางานกันมา ๓ ปี ท่านมีผลงานไม่พอใจใช่ไหมครับ ท่านยังอธิบายกับสังคมไม่ดีพอจึงต้องมีโฆษกเพิ่ม ใช่ไหมครับ งานของท่านทําไม่ทันใช่ไหมครับ จึงต้องมีผู้ช่วยเลขานุการของทั้งประธาน ของทั้งรองประธานเพิ่มขึ้นอีก มีผู้ช่วยเลขานุการผู้นําฝ่ายค้านอีก มีอะไรต่าง ๆ แสดงว่า งานท่านทําไม่ดีสิครับ ทําไม่ทันสิครับ ทําไม่พอแล้วใช่ไหมครับ ประสิทธิภาพไม่ไหวแล้ว ใช่ไหมครับ ท่านจึงต้องขอเพิ่มสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเป็นอย่างนั้น และตามที่กรรมาธิการ เสียงส่วนมากได้ระบุมาให้เพิ่มนี้ เราก็จะได้รู้ครับ แสดงว่า ๓ ปีที่ผ่านมาประสิทธิภาพ ของประธาน รองประธาน และผู้นําฝ่ายค้านไม่ได้เรื่อง ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นผมขออนุญาต จริง ๆ ครับ ผมคิดว่าตําแหน่งเหล่านี้ท่านเองตั้งตําแหน่งที่ปรึกษาอะไรต่าง ๆ มากมาย อยู่แล้วครับ และมีจํานวนเงินเดือนต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตารางนี้มากมายอยู่แล้ว ผมคิดว่าสังคม แทบไม่รู้จักด้วยซ้ํานะครับ ตําแหน่งที่เคยมี ที่ปรึกษาประธานสภาเป็นใครครับ มีสักคน ไหมครับที่มีผลงานเข้าตาต่อสังคมนี้ มีไหมครับ ที่ปรึกษาผู้นําฝ่ายค้านคนไหน ที่ปรึกษา รองประธานวุฒิสภาอย่างนี้ ที่ปรึกษารองประธานวุฒิสภานี่ใครบ้างครับ มีใครในที่นี้เอ่ยชื่อ ได้บ้างไหมครับ ตําแหน่งที่มีอยู่ ๑๔ หมวดที่มีอยู่แล้ว ผมคิดว่ามากเพียงพอแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอเสนอว่าขอให้ตัดตําแหน่งที่มีการเสนอเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ มาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ มาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๒๑ ออกทั้งหมดครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่ามีตําแหน่งเหล่านี้จากคุณบุญยอด มีท่านใดติดใจไหมครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย รองประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เรื่องตําแหน่งข้าราชการฝ่ายการเมือง ด้วยความคิดของ คณะกรรมาธิการได้เห็นว่างานนิติบัญญัติ เราเทียบเคียงกับงานบริหารในการเป็นประมุข ฝ่ายนิติบัญญัติของท่านประธานทั้ง ๒ สภานะครับ แต่ว่าเทียบเท่าท่านนายกรัฐมนตรี ฝ่ายนิติบัญญัติในการอํานวยงานในทางด้านกฎหมายและความเป็นธรรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้น การเทียบเคียงเหล่านี้ก็ชอบที่จะต้องมีทีมทํางาน ซึ่งโดยปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว อย่างเช่น มีที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานที่ปรึกษา ประธานวุฒิสภา ที่ปรึกษา รองประธานสภาทั้ง ๒ สภา ซึ่งเป็นตําแหน่งเดิม ส่วนที่ต้องเพิ่มตําแหน่งโฆษก ให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ท่านประธานวุฒิสภา นั่นก็แปลว่างานในเรื่องการข่าว การประชาสัมพันธ์ชอบที่สภาจะต้องทําหน้าที่ ซึ่งโดยปกติบางทีก็จะไปให้ท่านรองเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร อย่างเช่น รองเลขาธิการคัมภีร์ซึ่งทําหน้าที่ทางโทรทัศน์ ทางวิทยุอะไรอยู่ แต่ว่าชอบที่จะต้องตั้งโฆษกของสภาผู้แทนราษฎรเทียบเคียงกับโฆษกประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ในการจะต้องสื่อเรื่องกฎหมาย เรื่องสถานะต่าง ๆ ของสภาที่ได้ทํา เช่นเดียวกันนะครับ ผู้นําฝ่ายค้านก็ทําหน้าที่โดยการทําหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในการที่จะ ตรวจสอบ ในการที่จะทําหน้าที่ที่มีเกียรติ ก็ย่อมจะมีภารกิจอยู่เช่นเดียวกัน เมื่อได้ให้ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ผู้นําฝ่ายค้านเป็นหลัก ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา แม้ปัจจุบันนี้จะไม่มีผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ก็ไม่ต้องตั้ง ถ้าไม่มี ก็ต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตําแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ ปกติก็มีเลขานุการอยู่แล้ว นะครับที่ได้ตั้งอยู่ มีเลขานุการของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เลขานุการของ ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เลขานุการของท่านประธานวุฒิสภา รองเลขานุการ ของท่านรองประธานวุฒิสภา ที่ได้เพิ่มผู้ช่วยเลขานุการอีกท่านละ ๑ ท่าน ก็ด้วยความสํานึก ว่าทีมในการทํางานนี่ ถ้าทํา ๑. ประธาน ๒. ที่ปรึกษา ๓. เลขานุการ ก็จะยังไม่สมบูรณ์ ต่อกรอบภารกิจที่ควรจะทํา ทั้งนี้ก็ได้เทียบเคียงต่อตําแหน่งที่ควรจะเป็นประโยชน์ในการ ทําหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเรานะครับ ผมได้กราบเรียนว่าแทนที่เมื่อได้ตั้งข้าราชการเหล่านี้ เป็นข้าราชการการเมืองแล้วก็จะมีเครื่องแบบครับ เมื่อก่อนได้แต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ คราวนี้จะเป็นเครื่องแบบที่เป็นความสง่างาม ส่วนเครื่องแบบที่สวยงามนี่ ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับ คณะกรรมาธิการก็เห็นว่าควรจะต้องปรับปรุงอะไรอยู่ซึ่งมี คณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้ว ทําให้เหมาะสมเสีย เป็นสง่าราศี เป็นเกียรติภูมิ ของคนที่เข้ามาสู่ในการทํางานทางการเมือง ส่วนค่างบประมาณที่จะต้องเพิ่มขึ้นต่อตําแหน่ง ที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบุญยอดได้ให้ข้อสังเกตไว้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ คิดว่า เป็นภาระที่ทางฝ่ายกฤษฎีกา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ได้เทียบเคียงต่อตําแหน่งของฝ่ายบริหาร มาประกอบนะครับ เพียงแต่ว่าให้มันเป็นตําแหน่งที่ถูกต้องตามภารกิจในการออกกฎหมาย ของสภาเสีย ซึ่งปกติก็จะมีนักวิชาการ มีผู้เชี่ยวชาญอะไรอยู่ ซึ่งเราไม่อยากครอบคลุมถึงเหล่านั้นนะครับก็ทําให้ถูกต้อง ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิก ได้โปรดได้ให้ความเข้าใจนะครับ แล้วก็จะทําเพื่อให้เป็นเกียรติศักดิ์แห่งการทําหน้าที่ เพราะใครมาเป็นประธานสภานี่ยิ่งใหญ่ครับ ใครเป็นรองประธานก็สุดยอดนะครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์กรุงเทพมหานครครับ ถ้าเราพิจารณาว่าสิ่งที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าถ้าท่านใช้ที่ปรึกษาที่มีอยู่ ที่ปรึกษานี้จริง ๆ ก็ซ้ําซ้อนนะครับ ที่ปรึกษาประธาน รัฐสภาก็มี ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็คือคนเดียวกัน ที่ปรึกษารองประธาน รัฐสภา กับที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา มาจากคนคนเดียวกัน แต่มีปรึกษาได้ ๒ คนนี้นะครับ ถ้าท่านใช้คนเหล่านี้เป็นโฆษกด้วย เป็นอะไรต่าง ๆ ด้วยก็คิดว่าเหมาะสมแล้วครับ ตําแหน่ง ที่มีอยู่ ๑๔ ตําแหน่งที่มีผมคิดว่ามากพอแล้วครับ ผมขออนุญาตจริง ๆ นะครับ ผมขอ อนุญาตท่านประธานวิปรัฐบาลด้วยนะครับว่า ผมขอใช้เอกสิทธิ์ของการเป็น ส.ส. ผมขอตัด จํานวนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเท่ากับการตัดเงินเดือนออกไปปีละ ๖,๓๙๐,๐๐๐ บาท ไม่นับรวม เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม การเดินทางต่างประเทศ หรือสวัสดิการอื่น ๆ ที่จะตามมา ซึ่งผมคิดว่า เป็นเงินที่จะต้องถูกงบประมาณนั้นจะต้องมาจัดสรรให้ทุกปีตลอดไปอย่างถาวร ผมขอ อนุญาตต้องตัดจริง ๆ ถ้าหากว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่เห็นด้วย ก็ขอความกรุณาให้โหวตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานชุมพล ครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ ผมเคารพด้วยเหตุผลของท่านบุญยอด เพราะท่านบุญยอดได้แสดงเหตุผลถึง ๒ ประการด้วยกัน ประการที่ ๑ มีความห่วงใยว่า มีตําแหน่งเพิ่มขึ้นแล้ว ท่านเกรงว่าจะไม่ทํางานหรือที่ผ่านมาอาจจะมีอยู่แล้ว แต่เงียบเหงาไป ไม่ทํางานก็แล้วกันนะครับ แต่ว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องงบประมาณ แท้ที่จริงก็ไม่มากครับ ไม่มากเลย ผมคิดว่าถ้าเราจะมีตําแหน่งเพิ่มขึ้น อย่างน้อยที่สุดในสภาใหม่ที่เรากําลังจะ เกิดขึ้นนั้น เรื่องเหล่านี้ที่เราพิจารณานั้นเราก็คํานึงถึงสภาใหม่ด้วย ผมมั่นใจว่าถ้าสภาใหม่ เราเกิด เริ่มบุคคลตั้งแต่วันนี้ไป มีการเพิ่มเติมขึ้นไปวันนี้ พอมีสภาใหม่เกิดขึ้นมาเราก็จะใช้ ประโยชน์ตรงนี้มากครับ ผมก็จะขออนุญาตท่านบุญยอดว่า เราได้พิจารณากันมากพอสมควร ครับตรงนี้ เราใช้เวลากันตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง มาตราเดียวครับ เรื่องเพิ่มไม่เพิ่มตรงนี้ แล้วก็ด้วย เหตุผลดังกล่าว ผมอยากจะขออนุญาตท่านบุญยอดว่าทางฝ่ายคณะกรรมาธิการจะเห็น ตามร่างนี้แล้วครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณบุญยอดไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ด้วยความเคารพต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ผมคิดว่างบประมาณ เป็นเรื่องสําคัญครับ แล้วผมคิดว่าถ้าหากว่าจะต้องให้มีตําแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ตลอดไป ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ ครับ ผมขออนุญาตให้โหวตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงไม่ต้องลงมตินะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ความหมายของผมคือ ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ต้องโหวตครับ ผมขอให้ลงมติครับ ผมขอให้ถาม คะแนนเสียงในสภาแห่งนี้ว่าท่านจะยินดีที่จะให้มีตําแหน่งที่เพิ่มขึ้นนี้นะครับ อย่างที่ผมนับ ให้ท่านดูนะครับว่ามีเยอะมีถึง ๒๔ คนที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน งบประมาณเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน คือเงินเดือน ๖,๓๙๐,๐๐๐ บาท ไม่นับเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุมอะไรต่าง ๆ ไม่นับ สวัสดิการต่าง ๆ ไม่นับการไปดูงานต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันมากครับ ต่อปี นะครับ แล้วท่านมีจํานวนของที่ปรึกษา มีเลขานุการ มีผู้ช่วยเลขานุการต่าง ๆ ซ้ําซ้อน อยู่แล้วและทําหน้าที่ได้อยู่แล้ว ผมขออนุญาตครับ ถ้าหากว่าเพิ่มเติมขึ้นมาผมไม่เห็นด้วย ผมต้องการให้มีโหวตในสภาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณบุญยอดยังติดใจ ต้องการให้ลงมติครับ ก็ขอเชิญสมาชิกทั้งหมดเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมการลงมติได้แล้วครับ เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญสมาชิกกดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๔ ท่านนะครับ

ผมต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้นะครับ มาตรา ๘๙ คณะกรรมาธิการได้มีการเพิ่ม ตําแหน่งโฆษกประธานรัฐสภา โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร โฆษกประธานวุฒิสภา ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา ผู้ช่วยเลขานุการรองประธานรัฐสภา ผู้ช่วยเลขานุการ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้ช่วยเลขานุการประธานวุฒิสภา และผู้ช่วยเลขานุการรองประธาน ทั้ง ๒ สภานะครับ ซึ่งคุณบุญยอดเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่จําเป็น แล้วก็เปลืองงบประมาณ คุณบุญยอดจึงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เพราะฉะนั้น ผมจะต้องถามมติจากบรรดาท่านสมาชิกนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่คุณบุญยอด เสนอ คือให้ตัดตําแหน่งที่เพิ่มเติมทั้งหมดออก ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ ลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน เป็นอันว่า สภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ต่อไปเชิญเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑ คณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ มาตรา ๙๑ มีการแก้ไข มาตรา ๙๒ มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๓ มีการแก้ไข มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวครับ กรรมาธิการไพจิต ศรีวรขาน ครับ มาตรา ๙๔ ใช่ไหมครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

มาตรา ๙๓ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๙๓ นะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการ เนื่องจาก มาตรา ๙๓ เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องโครงสร้างของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาที่เรา ให้เลือกจากข้าราชการรัฐสภา วงเล็บที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มยังกําหนดไว้อยู่เดิมว่า เลือก จากผู้เคยรับราชการเป็นข้าราชการรัฐสภา ก็ขอให้เปลี่ยนถ้อยคําว่า เลือกจากผู้รับราชการ เป็น ข้าราชการรัฐสภา ให้แก้ไขตามนี้ครับจะได้สอดคล้องกับมาตราข้างต้นซึ่งได้เห็นชอบไว้ แล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่ติดใจผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ มาตรา ๙๙ และมาตรา ๑๐๐ ไม่มีการแก้ไข บัญชีเงินเดือนขั้นต่ําขั้นสูงของ ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ไม่มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการ รัฐสภาสามัญ ไม่มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง มีการแก้ไข บัญชีอัตราเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในเรื่องของบัญชีอัตราเงินเดือน ประเด็นเดียวเท่านั้นเองครับที่จะต้องขอเรียนถามต่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่ามีคําถามกันว่าเมื่อข้าราชการพลเรือนได้มีการปรับเงินเดือนไปก่อนแล้ว แล้วเมื่อเราปรับ อัตรามาเป็นอัตราใหม่นี้มันจะมีลักษณะของการย้อนหลังให้ได้หรือไม่ ไปตามที่ข้าราชการ พลเรือนได้ปรับไปก่อนหน้าแล้วครับ เพื่อให้ข้าราชการของรัฐสภาซึ่งถ้าโดยระบบใหม่ เขาอาจจะต้องได้สิ่งที่เพิ่มขึ้นหรือว่ามีเงินเดือนต่าง ๆ ที่มีอัตราใหม่ที่เขาไปได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ในแต่ละกรอบที่ว่านี้ทําได้หรือไม่ หรือถ้าทําไม่ได้ท่านจะเยียวยา อย่างเช่นมาตราที่แล้ว บอกว่าก็ควรจะต้องมีการเยียวยาหรืออะไรต่าง ๆ ให้กับเขาได้อย่างไร อาจจะไปเป็นคําสั่ง ของประธานหรือว่าออกเป็นข้อกําหนดอะไรต่าง ๆ แทนได้หรือไม่ อันนี้ก็เพื่อที่จะรักษาสิทธิ ประโยชน์นะครับ ซึ่งผมคิดว่าก็เพื่อความเป็นธรรมให้กับข้าราชการของรัฐสภาครับ ถ้าเขา ควรจะต้องได้เหมือนกับข้าราชการพลเรือนก็สมควรให้เขาได้ครับ ก็ฝากท่านประธาน พิจารณาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญคณะกรรมาธิการครับ

นายนัฑ ผาสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนัฑ ผาสุข ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ สําหรับประเด็นที่ท่านตั้งเป็น ประเด็นคําถามนะครับ อันนี้จะอยู่ในหลักการในมาตรา ๙๐/๑ ครับ ก็คือเมื่อคณะรัฐมนตรี ได้มีการปรับอัตราเงินเดือนให้เหมาะสมยิ่งขึ้นโดยเป็นการปรับเพิ่มเป็นร้อยละเท่ากัน ทุกอัตราสําหรับข้าราชการทุกประเภทและไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของอัตราที่ใช้บังคับอยู่ให้เป็น อํานาจของ ก.ร. พิจารณาปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองให้สอดคล้องกับ การปรับนั้น อันนี้เป็นอํานาจของ ก.ร. ครับ บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๐/๑ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดไม่ติดใจนะครับ เชิญคุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร คําถามผมคือถามว่าย้อนหลังได้ หรือไม่ครับ โดยกรอบบัญชีนี้ได้ถูกประกาศเรียบร้อยแล้วมีผลบังคับใช้แล้ว คําถามคือว่า ของข้าราชการรัฐสภาเขาไม่ทันต่อข้าราชการพลเรือนซึ่งมีการปรับไปก่อนแล้ว คําถาม จึงต้องถามท่านว่าในกรณีที่เขาควรจะได้เพิ่มเขาจะย้อนหลังให้กับเขาได้หรือไม่ จะมีวิธีการ อย่างไรหรือไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านคณะกรรมาธิการตอบครับ

นายนัฑ ผาสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนัฑ ผาสุข ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ สําหรับประเด็นนี้ก็อยู่ที่ มติคณะรัฐมนตรีครับจะเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการแต่ละประเภทเริ่มตั้งแต่เมื่อไร ส่วนของข้าราชการรัฐสภาสามัญก็ดีหรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองก็ดีก็ต้องปรับ ให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังติดใจไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ ก็คือให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี เป็นอันจบ การพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรานะครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาทั้งฉบับในวาระที่สอง ผมจะถามว่ามีท่านผู้ใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําหรือคําพูดในมาตราใดบ้างหรือไม่ครับ เชิญครับ

นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตให้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงเพื่อจะมีการปรับถ้อยคํา เพื่อให้สมบูรณ์แบบขึ้น ขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานมอบหมายให้ท่านกรรมาธิการปรับถ้อยคํา ขอให้สํานักการประชุมจดด้วยนะครับ เชิญครับ

นายนัฑ ผาสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนัฑ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้มีมติให้ตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกทั้งหมด ดังนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอแก้ไขข้อความให้สอดคล้องกับมติของ ที่ประชุม ก็คือในมาตรา ๑๖/๑ ในบรรทัดที่ ๓ กับบรรทัดที่ ๔ ตัดคําว่า ซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔/๑ ออก มาตราต่อไป เป็นมาตราที่ ๒ ก็คือ ในมาตรา ๑๘/๑ (๓) คําว่า ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔/๑ ขอแก้ไขเป็น (๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายในมาตรา ๙๓ ในใบแทรก คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเป็น ๓ วรรค ในวรรคที่สองนี้ขอเติมคําว่า พ.ศ. ๒๕๑๘ เข้าไปด้วย ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์ มีทั้งหมด ๓ แห่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในการพิจารณาหลังจากที่พิจารณารายมาตราจบแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นี้เฉพาะถ้อยคํา แก้ไขได้เฉพาะถ้อยคําเท่านั้นเองนะครับ เท่าที่ผม ฟังท่านคณะกรรมาธิการชี้แจงนี้ แก้ไขสาระสําคัญทั้งมาตราเลย ผมเข้าใจว่าน่าจะผิดวิธีการ ตรากฎหมายตามข้อบังคับ ผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ ท่านประธานโปรดพิจารณาด้วย มาตรา ๑๔ มติออกไปแล้ว มาตรา ๑๘ ก็ออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะกลับมาทําอย่างนี้ ผมถือว่าการพิจารณากฎหมายไม่เป็นไปตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมเชื่อว่า กฎหมายฉบับนี้อาจจะมีปัญหาครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ จริง ๆ สิ่งที่ท่านคณะกรรมาธิการได้ออกมาพูดว่าแก้ถ้อยคํานั้น จริง ๆ ได้ผ่านไปในวาระพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราไปแล้วนะครับ โดยการแก้ไขถ้อยคําดังนี้ เท่าที่ผมฟังก็คือได้ขออนุมัติในระหว่างนั้นไปแล้ว ครั้งนี้เป็นเพียงแต่มาสรุปว่าได้เปลี่ยน ถ้อยคําเป็นอย่างนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ได้เข้าใจตามที่ท่านคณะกรรมาธิการได้อ่าน ให้ฟัง จริง ๆ แล้วไม่ได้แก้หรอกครับ ก็คือได้ขออนุญาตแก้ในระหว่างพิจารณาเรียงตาม มาตราไปแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ถ้าผมฟังไม่ผิดท่านกรรมาธิการบอกว่าได้ตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกทั้งหมดใช่ไหมครับ ตอนที่เราพิจารณา ท่านไม่ได้ตัดมาตรา ๑๔/๑ ทั้งหมด ท่านแก้ถ้อยคําเฉพาะตัดคําว่า เคย ออกไป แล้วก็วรรคท้ายที่ท่านอาจารย์ผุสดี ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ตัดคําว่า และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ (๒) ออกไปแค่นั้นเอง นั่นคือช่วงที่พิจารณา แต่ตอนนี้ท่านกลับมาบอกตัดมาตรา ๑๔ ออกทั้งหมด แล้วก็ไปแก้ไขในมาตรา ๑๖/๑ มาตรา ๑๘/๑ ที่อ้างถึงมาตรา ๑๔/๑ นี่ละครับ แก้ไขถ้อยคําครับท่านประธาน โปรดวินิจฉัยโดยอาศัยข้อบังคับด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมคิดว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะว่าในระหว่างการพิจารณาเรื่องมาตรา ๑๔/๑ นี้ เราพิจารณากันค่อนข้างนาน และผลสุดท้ายมติก็คือท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านบอกว่าให้ตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกทั้งมาตรา แต่ทีนี้บังเอิญเมื่อกี้สับสนไปเพิ่ม ยังไปพูดถึง เรื่องมาตรา ๑๔/๑ อยู่อีก ก็ต้องขออภัยด้วย ข้อเท็จจริงก็คือตัดมาตรา ๑๔/๑ ออกไปแล้ว ทั้งมาตรา มีท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ก็เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านวาระที่สองของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ รัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อย

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับบรรดาผู้สูงอายุจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประสานงานโดยคุณประมวล พงศ์ถาวราเดช ท่านผู้สูงอายุครับ ตอนนี้เรากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สองและในวาระที่สามครับ ก็ขอให้ท่านเดินทางกลับปลอดภัยด้วยครับ

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ผมจะถาม ท่านสมาชิกว่าสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเห็นชอบในวาระที่สามโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ เชิญคุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ เนื่องจากเมื่อสักครู่เราเว้นระยะ ไปพอสมควร ท่านประธานจะกรุณากดสัญญาณออดเพื่อเรียกเข้าประชุมใหม่อีกสักครั้ง ดีไหมครับ แล้วก็คงอาจจะต้องนับองค์ประชุมใหม่หรือไม่ครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอทดสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อสมาชิกเข้าประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตน ด้วยครับ เพื่อป้องกันความสับสนนะครับ ขอเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ล้างการกดบัตรแสดงตน ก่อนครับ ล้างเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตนใหม่นะครับ เมื่อท่าน สมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ยังไม่ปิดการแสดงตนนะครับ ขอเชิญ สมาชิกเข้าห้องแล้วกดบัตรเลยนะครับ ท่านที่เดินมาข้างหลังครับ เชิญครับ แสดงผลการ แสดงตนด้วยครับ ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนแล้วเดี๋ยวถ้าเกิดไม่พอก็ยกมือด้วยก็แล้วกันครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๖ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม

ผมจะถามสมาชิกทั้งหลายนะครับว่าสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับร่างแก้ไขของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในวาระที่สาม กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยนะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน เป็นอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ท่านสมาชิกครับเนื่องจากมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งตามข้อบังคับ การประชุมสภาจะต้องมีการลงมติ ข้อสังเกตนี้ได้ส่งให้พวกเราได้อ่านไปแล้ว ก็จะต้องไม่มี การอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะถามนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบ เห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติ ตอนนี้กําลังลงมติข้อสังเกตนะครับ ส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ในร่างพระราชบัญญัติข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นวาระ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและ เงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานคณะกรรมาธิการมีอะไรจะต้องชี้แจงไหมครับ เนื่องจากว่าชี้แจงไปครั้งหนึ่งแล้ว

ก่อนจะดําเนินการต่อไปผมขอกล่าวต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ เพชรบุรีจากจังหวัดเพชรบุรี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับบรรดาผู้สูงอายุจากจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบัญชีเงินเดือนข้าราชการรัฐสภา ในวาระที่สอง ซึ่งเป็นการพิจารณาเรียงตามลําดับรายมาตรา ขอเชิญเลขาธิการดําเนินการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจ เป็นอันว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเรียงตามลําดับมาตราได้ผ่าน ไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สองทั้งฉบับ มีท่านผู้ใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มี เป็นอันว่าจบการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ผมคงไม่ต้อง เพราะพวกเรายังไม่ออกนะครับ ก็ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อเข้ามาแล้วก็กรุณากดบัตรแสดงตนด้วย เชิญสมาชิกกดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ยังไม่ต้องส่งผลนะครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียม ลงมติด้วยครับ ท่านที่เดินเข้ามากดบัตรแสดงตนด้วยครับ ส่งผลการแสดงตนนะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมจะถามสมาชิกนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ เงินประจําตําแหน่งข้าราชการรัฐสภาในวาระที่สาม กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใด ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติครับ ส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิรัตน์มีอะไรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็น ๓๔๕ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติ เงินประจําตําแหน่งข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต่อไปเป็นวาระ ๔.๔ เป็นร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อกี้นี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้แถลงต่อที่ประชุมไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้ท่านเลขาธิการดําเนินการ ต่อครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๙ สัตต ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจนะครับ เป็นอันว่าจบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราเรียบร้อย นะครับ มีท่านผู้ใดต้องการจะแก้ไขถ้อยคําไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มีนะครับ เป็นอันจบการพิจารณาในวาระที่สองเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นการพิจารณา ในวาระที่สามทั้งฉบับนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วก็กดบัตรแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมจะถามสมาชิกนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลได้ครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่สาม เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

ต้องขอเรียนชี้แจงต่อบรรดานักศึกษานะครับว่าร่างพระราชบัญญัติจะต้องมี ๓ วาระ คือวาระแรกรับหลักการ ขณะนี้เราพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สาม วาระที่สอง ถ้ามีการแก้ไขก็จะให้สมาชิกอภิปราย บัดนี้จบวาระที่สามเรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับที่ได้สนับสนุนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ของข้าราชการรัฐสภาทั้ง ๔ ฉบับครับ ซึ่งถือว่าเป็นขวัญกําลังใจของข้าราชการรัฐสภา ของเราทุกคน ต้องขอขอบคุณทุกท่านครับ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านด้วย ขอบคุณครับ คุณธเนศ เครือรัตน์ ครับ

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย กระผมและคณะซึ่งประกอบไปด้วยท่าน ส.ส. พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ท่านปวีณ แซ่จึง ท่านธีระ ไตรสรณกุล ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ และท่านสรวงศ์ เทียนทอง ร่วมกันเสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๔๒ และ ข้อ ๔๖ (๑) ซึ่งเป็นการเสนอญัตติด้วยวาจา เรื่องขอให้พิจารณาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปะทะกันระหว่าง กองกําลังไทยและกองกําลังกัมพูชาที่บริเวณชายแดนจังหวัดศรีสะเกษในช่วงที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย

(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง : ผู้รับรองครบ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๒ และข้อ ๔๖ (๑) ก็อนุญาตให้เสนอเป็นญัตติด่วน ปากเปล่าได้ ผมก็จะต้องถามสมาชิกนะครับว่าจะต้องเป็นมติของสภาแห่งนี้นะครับ มีท่านใด ขัดข้องไหมครับ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเข้าใจดีว่า ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-เขมรเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมด ให้ความสนใจ และผมก็เชื่อว่าความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน่าจะ เป็นประโยชน์กับทางรัฐบาล แล้วผมก็เชื่อเช่นกันว่าอย่างน้อยรัฐบาลจะได้ให้คําแนะนํา บอกให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับรู้ว่ารัฐบาลมีทิศทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรบ้าง ดังนั้นพวกเราเองในฐานะซีกรัฐบาลเห็นด้วยครับว่าควรจะมีการพิจารณาในญัตตินี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันว่าไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ สรุปว่าสภาแห่งนี้อนุมัติให้คุณธเนศ เครือรัตน์ เสนอ ญัตติด่วนเรื่องปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ก่อนจะอภิปรายนะครับ ผมขอความกรุณาท่านสมาชิก ขอความกรุณาทุกฝ่ายได้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์นะครับ แล้วก็ต้องขอความกรุณาว่าอย่านําปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมาเป็น ประเด็นทางการเมือง ก็ต้องขอร้องทุกฝ่ายครับ เชิญคุณธเนศครับ ขอท่านนายกรัฐมนตรี จะขออภิปรายสักนิดหนึ่งครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอซักซ้อมนิดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ได้ฟังท่านสมาชิก ได้พูดว่าญัตติเป็นเรื่องของการดูแลผลกระทบจากการปะทะกันใช่ไหมครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณวิทยา บุรณศิริ ประท้วงอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ด้วย ผมอยากจะให้ผู้เสนอญัตติได้เสนอ ก่อนให้เรียบร้อยส่วนนายกรัฐมนตรีจะมีประเด็นอะไรก็นําเสนอครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วก็คือประท้วงว่าขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายหลังจากที่ผู้เสนอญัตติ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขอให้ประธานปฏิบัติตาม ข้อบังคับครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือสรุปแล้วประท้วงว่าจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังผู้เสนอญัตติก่อนใช่ไหมครับ คือผมต้อง วินิจฉัยก่อนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านวิทยาเสนอประท้วงว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งอภิปรายให้รอคุณธเนศ เครือรัตน์ อภิปรายเสนอญัตติให้จบก่อนใช่ไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้ข้อบังคับครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านกรุณาอย่าเพิ่งใจร้อนครับ ผมยังไม่ได้ จะอภิปรายอะไรเลยครับ ผมสอบถามว่าเมื่อสักครู่นี้ญัตติที่ท่านสมาชิกเสนอนี่เป็นญัตติ ว่าด้วยการดูแลแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าถ้ามีการอภิปรายที่จะครอบคลุมไปถึงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมก็จะ ขอใช้สิทธิคณะรัฐมนตรีในการที่จะประชุมลับ แต่ว่าถ้าหากว่าขณะนี้ยังยืนยันว่าเป็นเรื่อง การอภิปรายเรื่องการดูแลผลกระทบเป็นการทั่วไปก่อนก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าถ้ามีจุดใดที่จะไป กระทบกระเทือนกับข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนก็จะขอให้ประชุมลับเท่านั้นเอง ในขณะนี้ ยังไม่ขอนะครับ เพราะถือว่าฟังดูนี่ยังเป็นเรื่องที่น่าจะอภิปรายในการประชุมเปิดเผยได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยทั้ง ๒ ท่านพร้อมกันไปเลยนะครับ คือท่านนายกรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะชี้แจงได้ เป็นข้อตกลงก่อนที่เราจะอภิปรายในญัตติเรื่องนี้ครับ เชิญท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ว่าพวกผมสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ ส.ส. ในเขตพื้นที่ตระหนักดีแล้วเข้าใจว่า การอภิปรายวันนี้เราต้องอภิปรายสร้างสรรค์ ไม่มีเจตนาที่จะเอาความลับอะไรมาเปิดเผย และก่อให้เกิดผลกระทบ พวกผมมีสิทธิพูดถึงเหตุมาสู่ผล ว่า ๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาปี ๒๕๕๓ จะเกิดการปะทะอย่างไร ใครยิงก่อนยิงหลัง พวกเรา ไม่ทราบครับ ๒๕๕๔ ครับ ขอประทานโทษ และท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านน่ะรู้หรือควรรู้ว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีใครอยากให้เกิดครับ เพราะสงครามมีแต่ความเสียหาย แต่เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีท่านบริหารราชการบ้านเมือง พวกผมทําหน้าที่ฝ่ายค้านผมก็ต้อง ตรวจสอบ ผมมีหน้าที่ต้องบอกว่า เมื่อเหตุเกิดรัฐบาลจะแก้อย่างไร ผมมีหน้าที่ ต้องบอกท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า เหตุที่มันเกิดสู้รบกันนี้เพราะท่านดําเนิน นโยบายต่างประเทศอย่างไร ท่านเปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามรบเรียบร้อยแล้ว อ้ายเรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่ความลับ มันไม่ใช่ความมั่นคง คนที่เขาพูดจาลึกซึ้งก็ข้าง ๆ ทําเนียบละครับ และโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจง และผมก็เชื่อว่า การอภิปรายของพวกผม ถ้าอะไรไม่ถูกไม่ต้องไม่ควรท่านประธานมีหน้าที่ควบคุม และถ้าถึง จุดนั้นท่านนายกรัฐมนตรียืนพั้วะขอประชุมลับก็จบ เพราะเสียงท่านมากกว่าผม ขอให้ ท่านไว้ใจกันครับเราคนสภาด้วยกันเราต้องมีเหตุผลซึ่งกันและกัน ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีความอดทน ผมก็เข้าใจ พวกผมเองเป็นรัฐบาลผมก็มีความอดทน ท่านคงเข้าใจ ให้ท่าน สบายใจได้ พวกผมจะอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่มาสมานฉันท์กับท่าน ผมก็ต้องวิจารณ์ ท่านว่าอ้ายนี่มันเป็นอย่างนี้ ทําไมท่านตั้งคุณกษิต คุณกษิตเป็นใครมาก่อน ไปด่าเขาว่า เป็นกุ๊ย ต่อมามาบอกว่าไลออน ฮาร์ท (Lion heart) โอ้โฮ หัวใจสิงห์อะไรอย่างนี้ กุ๊ย แปลว่า ผู้กล้าหาญ อ้ายอย่างนี้ท่านคงไม่ว่าใช่ไหมครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ตรงกันครับ ไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหากันนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ประธานมีหน้าที่ฟังแล้วก็พิจารณาว่าเหตุใดควรหรือไม่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกี้ผมเรียนต่อสมาชิกทุกฝ่ายไปแล้วนะครับ ขอความกรุณาให้อภิปราย ด้วยความสร้างสรรค์ และกรุณาอย่านําเอาประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เป็นประเด็นการเมืองภายในประเทศ ก็ขอเชิญคุณธเนศ เครือรัตน์ ครับ

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสยื่นญัตติด้วยปากเปล่า ด้วยวาจาในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้มานั่งฟัง แต่ที่น่าตําหนิเป็นอย่างยิ่งก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับกิจการต่างประเทศแต่ไม่มานั่งฟังในสภาแห่งนี้ ท่านจะอ้างว่าท่านไปนั่งฟังอยู่ที่กระทรวงก็ได้นะครับ ก็ไม่ว่ากันแต่ว่าด้วยหน้าที่แล้วควรจะมา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมควรจะมาฟัง เพราะว่าการที่ยื่นญัตติในครั้งนี้ก็มีการแถลงข่าว ล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการยื่นญัตติในเรื่องปัญหาดังกล่าว เป็นที่ทราบกันนะครับ ว่าตั้งแต่ในช่วงประมาณ ๒ ปีเศษที่ผ่านมา ถ้าผมไล่ลําดับดูก็ตั้งแต่ประมาณที่ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในขณะนั้นก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านสมัคร สุนทรเวช ในเรื่องเกี่ยวกับมรดกโลก การขึ้นทะเบียนมรดกโลก ผมจําได้ว่าประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๑ และหลังจากนั้นไม่นานนะครับ ไม่กี่วันในช่วงเดียวกันนั้นเองในขณะที่มี การอภิปรายก็ได้มีการปิดตัวปราสาทพระวิหาร จํากัดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ละครับ ก็ได้มีความตึงเครียดมาเรื่อย ๆ ผมจะพยายามลําดับเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นของรัฐบาลนี้ หลังจากที่มีการอภิปรายในครั้งนั้นก็มีความตึงเครียดพอประมาณแล้ว แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทยเกิดขึ้น โดยท่านผู้นําฝ่ายค้านได้รับเลือก มาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านไปตั้งนายกษิต ภิรมย์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านก็ทราบดีนะครับ เมื่อสักครู่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็ได้บอกว่า เป็นรัฐมนตรีที่ไปด่าผู้นํากัมพูชาไว้มากพอสมควร และผมเองก็เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ไว้บ้างแล้วนะครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นําไปแก้ไขหรือปรับปรุงแต่ประการใด ปล่อยให้ นายกษิต ภิรมย์ ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่เรื่อยมา และในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ก็ได้พยายามที่จะเชิญนายกษิต ภิรมย์ มาชี้แจงปัญหาต่าง ๆ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ก็ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว อันนี้ก็ฝาก ให้ทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปทางรัฐบาลให้นําไปแก้ไขด้วย หลังจากที่ ตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้เพิ่มความตึงเครียด ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลสมเด็จฮุนเซ็นก็ได้ตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางฝ่ายเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็มีการตอบโต้โดยใช้ มาตรการทางการทูต ๓ มาตรการด้วยกัน มาตรการที่ ๑ คือท่านเรียกเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กับ มาตรการที่ ๒ ท่านทบทวนพันธกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายกัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา และมาตรการที่ ๓ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ประกาศไปคือทบทวน ความร่วมมือต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยกําลังดําเนินการกับกัมพูชา ซึ่งก็หมายความว่าการงด ให้ความช่วยเหลือทั้งหมดที่รัฐบาลไทยให้กัมพูชาในขณะนั้นนะครับ อันนี้ก็เพิ่มความ ตึงเครียดขึ้นมาอีกทําให้เกิดปัญหาชายแดนขึ้นมา มีการปะทะกันอยู่บริเวณภูมะเขือ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องใช้ปืนใหญ่หรืออาวุธหนักถล่มกันมากขนาดนี้ แต่ก็มี ผู้เสียชีวิตทั้ง ๒ ฝ่าย หลังจากนั้นมาไม่นานก็มีการไปเอาธงลง ไปปักธงไทย ซึ่งบนแผ่นดิน ที่อ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนของทั้ง ๒ ฝ่าย เราก็อ้างสิทธิว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของไทย ส่วนกัมพูชาก็อ้างสิทธิว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชาเช่นกัน มีการยั่วยุกันต่าง ๆ นานา ตลอดจนมี การไปทุบทําลายป้าย แล้วเราก็ไปขึ้นป้ายของเราเหมือนกัน ก็ทําลายทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งเป็น การยั่วยุไปมาจนเกิดสงครามขึ้นในที่สุด ป้ายที่กัมพูชาได้ขึ้นไป ป้ายแรกนั้นก็บอกว่า ทหารไทยเคยไปรุกรานบริเวณตรงนั้น ซึ่งป้ายตรงนั้นผมก็เพิ่งไปมาไม่นานนี้เองนะครับ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็ได้ไปดูสถานที่จริงมาแล้ว ก็ยังมี ป้ายอยู่ ก็เป็นป้ายที่บริเวณตรงนั้นเป็นบริเวณที่กองพันทหารพรานที่ ๒๓ เคยอยู่บริเวณนั้น มาก่อน แล้วเราก็ได้ไปเจรจาเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีการถอยกําลังออกมา ก็เลยทําให้กัมพูชา ได้ไปขึ้นป้ายว่าบริเวณนี้เราเคยรุกรานเมื่อปี ๒๐๐๘ ประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมา คือปี ๒๕๕๑ ก็คือหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเที่ยวนั้นนั่นเอง และหลังจากนั้นทางกองทัพภาคที่ ๒ ได้ไปเจรจาแล้วก็ถอนกําลังออกมาเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ นี้เอง ก็ทําให้เขมรไปขึ้นป้ายว่า บริเวณนี้เราเคยไปรุกรานเขา ในที่สุดก็มีการเจรจาทุบป้ายลง แล้วก็มีการเอาป้ายใหม่ขึ้น ซึ่งเขียนว่า ที่นี่คือแผ่นดินกัมพูชา แล้วเราก็ไปขึ้นป้ายเราเหมือนกัน เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทําให้ตอบโต้กันไปมา แล้วก็บริเวณนั้นก็เป็นบริเวณที่ทหารไทยและทหารกัมพูชา อยู่ใกล้ชิดกันมาก ซึ่งห่างกันไม่กี่เมตร หลาย ๆ ท่านก็น่าจะได้เห็นตามข่าว นอกจากว่า เรามีการใช้มาตรการทางการทูตนะครับ มีการทําลายป้าย มีการปักธง แล้วก็มีการตอบโต้ กันไปมาทางสื่อสารมวลชน แล้วประกอบกับทางรัฐบาลปล่อยให้มีผู้ชุมนุมซึ่งชุมนุม อยู่ในปัจจุบันนี้ ด่าทอต่อว่ารัฐบาลกัมพูชา ยั่วยุ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมอยู่ชายแดน ประเทศกัมพูชารับสื่อสารมวลชนจากบ้านเราทั้งหมด คนกัมพูชาส่วนใหญ่ก็ฟังภาษาไทย รู้เรื่อง ฉะนั้นไม่ว่าเราจะพูดบนเวทีไหนก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นเวทีภายในประเทศของเราเอง แต่เราไปเอาเรื่องของต่างประเทศมาพูด ก็ทําให้ทางฝ่ายกัมพูชาก็เพิ่มความไม่พอใจ เป็นอย่างยิ่ง ทําให้เกิดความกระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด และในปัจจุบันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเรานี้นะครับก็ได้เปลี่ยนสนามการค้า ซึ่งสมัยท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านได้สร้างไว้ครับ มาเป็นสนามรบเรียบร้อยแล้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผมจะนําเรียนสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาไปสู่ทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็จะมีผลกระทบต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นมา ผลกระทบจากการปะทะกัน ในระหว่างที่มีการปะทะกันในวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ นี้นะครับ ที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คือ อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ตําบลเสาธงชัย ตําบลภูผาหมอก ตําบลบึงมะลู และตําบลรุง จริง ๆ แล้วเรามีชายแดนติดกันหลายจังหวัด แต่ว่าพื้นที่ที่มีการสู้รบกันก็ดูจะเป็นพื้นที่บริเวณ ๔ ตําบลนี้ ราษฎรเดือดร้อน ได้รับ ความเสียหาย จากการรายงานเมื่อวันที่ ๖ มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ซึ่งประกอบไปด้วยพลเรือน ๑ ราย แล้วก็ทหาร ๑ ราย แต่ทราบว่าเมื่อวานนี้มีเสียชีวิตอีก ๑ ราย มีผู้บาดเจ็บประมาณ ๒๐ ราย ซึ่งประกอบไปด้วยทหารประมาณ ๑๔ ราย แล้วก็ที่เหลือเป็นพลเรือน มีบ้านเรือน เสียหายรวมทั้งสิ้น ๑๗ หลัง มีผู้อพยพข้อมูล ณ วันที่ ๖ นี้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน แต่ ณ ปัจจุบันนี้คาดว่ามากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์อพยพอยู่ทั้งหมด ๒๑ จุด ซึ่งสร้างความวุ่นวายสับสนแก่คนจังหวัดศรีสะเกษพอสมควร เพราะว่าไม่ใช่ว่า เรามีการอพยพไปเฉพาะที่ศูนย์อพยพของอําเภอกันทรลักษณ์อย่างเดียว มีการอพยพไปอยู่ อําเภอต่าง ๆ ทั่วจังหวัดศรีสะเกษ ก็ทําให้เกิดการบริหารจัดการ แล้วก็เกิดการดูแล ประชาชนที่อพยพด้วยความยุ่งยากลําบาก มีการยิงกัน ปะทะกันตลอดคืนวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับ อันนี้ก็เป็นผลเสียหายที่ทําให้เกิดกับประเทศไทย และที่ผ่านมานั้น ผมเกิดขึ้นมานี่ส่วนใหญ่ก็จะได้ยินว่ามีลาวอพยพ ม้งอพยพ พม่าอพยพ เขมรอพยพ เพิ่งจะ เจอว่าเรามีไทยอพยพในรอบนี้ ซึ่งเป็นจังหวัดศรีสะเกษนะครับ ส่วนแนวทางแก้ไขที่จะ เสนอแนะท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็มีอยู่หลายประเด็น เรื่องปักปันเขตแดน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราปักปันเขตแดนมาระหว่างไทย-กัมพูชามา ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะทราบดีนะครับ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ผมคิดว่าในที่นี้ยังไม่มีใครเกิด ท่านประธาน เรายังปักปันไม่สําเร็จสักที อยากให้ท่านประธานเสนอไปทางรัฐบาลว่าให้เร่ง ปักปันเขตแดนทั้งหมด ๗๓ หลักให้เรียบร้อย เพื่อลดปัญหาตึงเครียดลงมาอีก ประเทศ เวียดนามมีชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เขาใช้เวลาปักปันไม่กี่ปีครับท่านประธาน เพียงไม่ถึง ๕ ปีเขาก็ปักปันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้ววันนี้ก็ต้องขอฝากไปทางรัฐบาลว่าให้ รัฐบาลเร่งดําเนินการแก้ไขเรื่องปักปันเขตแดนโดยเร่งด่วนนะครับ

ประเด็นต่อมานะครับ ผมได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าอยากให้ ท่านเร่งดําเนินการเจรจากับผู้นํากัมพูชาโดยด่วน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้มีการหยุดยิงกันก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าจะมีการหยุดยิงตลอดไป กองกําลังกัมพูชาก็ประชิดแนวพรหมแดน กองกําลังไทยก็ประชิดแนวพรหมแดน ปืนใหญ่ทั้ง ๒ ฝ่ายก็หันหน้าเข้าหากันอยู่ ไม่ได้มีการถอนทหารออก แล้วก็ไม่ได้มีการลดกําลังลง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันที่ มีการยิงกันก็คือวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๕ นาฬิกาเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของไทยเรายังไปนั่งเจรจาอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ผมคิดว่าถ้าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราไม่ไปนี่อาจจะไม่มีสงครามก็ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราไปเจรจาเรื่องกรณี ๗ คนนี่ก็เป็นปัญหาหนึ่ง เหมือนกันที่ทางประเทศกัมพูชาไม่พอใจเรา วันนี้เรื่องนี้คิดว่าต่อไปโอกาสต่อไปคงจะมี ท่านอื่น ๆ มาอภิปรายในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องของความสัมพันธ์ ในขณะที่รัฐมนตรีเจรจาอยู่ฝ่ายทหารเจรจาอยู่ ทางประเทศกัมพูชา ตัดสินใจยิงเข้ามาในเขตชายแดนไทย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ระดับหัวหน้ารัฐบาลควรจะไปคุย ดีกว่าปล่อยให้คนที่รัฐบาลกัมพูชาไม่ยอมรับไปคุย อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานสภาด้วยนะครับ แล้วผมขอเสนออย่างนี้ว่า อยากเสนอให้ทางกรรมาธิการชายแดนเข้าไปดูแลแก้ไขช่วยรัฐบาล ในปัญหาเรื่องนี้นะครับ ซึ่งก็สามารถจะแก้ไขได้โดยระดับหนึ่งนะครับ การชุมนุม ทางการเมืองในประเทศไทยก็เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งผมได้กราบเรียนมาแล้วว่า รัฐบาลต้องหา มาตรการเด็ดขาด เพราะว่ามีการถ่ายทอดสด มีการพยายามพาดพิง แล้วก็เอาปัญหาภายใน ไปพาดพิงถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งต้องเสนอผ่านสภาแห่งนี้ ให้ทางรัฐบาลนําไปแก้ไขนะครับ การที่เราไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศกัมพูชา เราเคยไปอ้าง ว่าทางประเทศกัมพูชาเคยมาทําให้เสื่อมเสียกับกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือมา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเราก็วิพากษ์วิจารณ์ การทํางานของกระบวนการยุติธรรมของประเทศกัมพูชามาโดยตลอด สิ่งที่ผมได้กล่าวไป ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็นํามาสู่การทําสงครามในที่สุด แล้วก็ในสุดท้าย จริง ๆ การที่เราได้ไปถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่ทับซ้อนนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ล่อแหลมมาก แล้วทําให้เราเสียเปรียบในเชิงทางการทหารมาโดยตลอด ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปทาง รัฐบาลให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วน ประชาชนเดือดร้อนนะครับ ประชาชนในพื้นที่อําเภอ กันทรลักษณ์ปกติแล้วก็ไปค้าขายอยู่บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร บางทีก็ไปเก็บของป่า ไปหาของป่ามาประทังชีพ และปัจจุบันก็ไม่สามารถที่จะไปได้ ประชาชนต้องทิ้งบ้านเรือน มาอยู่ที่ศูนย์อพยพก็ไม่ทราบว่าระหว่างที่ทิ้งบ้านเรือนนั้นจะปลอดภัยหรือเปล่า นอกจาก จะไม่ได้ค้าขายแล้ว นอกจากจะไม่ได้มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมปราสาทพระวิหารแล้วยังต้อง ทิ้งบ้านเรือนอพยพมาอยู่ในแต่ละอําเภอ ๆ อีกนะครับ อันนี้ท่านประธานลองดูแล้วกัน นะครับว่าทั้งหมดทั้งปวงนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ มากน้อยแค่ไหนอย่างไร อันนี้ก็ขออนุญาตเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วก็คิดว่าเดี๋ยว เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ท่านคงจะมีเสนอแนะทางสภาแห่งนี้ในประเด็นอื่น ๆ อีก ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ต้องถือว่าท่านผู้เสนอญัตติได้เสนอแล้วนะครับ ต่อไปผมก็จะเปิดโอกาสให้ได้อภิปรายกัน โดยจะยึดข้อบังคับโดยให้อภิปรายสลับกัน ทางฝ่ายค้านผู้เสนอญัตติแล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็จะให้สิทธิคณะรัฐมนตรีถ้าจะชี้แจงนะครับ ต่อไปก็เชิญทางคุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ เชิญครับ ยังจะไม่กําหนดเวลานะครับ ถ้าหากว่ามีผู้อภิปรายเยอะแล้วใช้จํานวน เยอะนี่ผมอาจจะต้องกําหนดเวลา แต่ตอนนี้อยากจะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายกันเต็มที่ก่อน แต่ขอให้กระชับในประเด็น เชิญครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเองต้องขอเล่าให้ฟังในพื้นที่นิดหนึ่ง ดิฉันเองเป็นคนกันทรลักษ์นะคะ ได้เห็นการที่เรามีความสัมพันธ์กับทางกัมพูชามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีตแล้วก็ปัจจุบัน ดิฉันเองด้วยความเป็นห่วงนะคะ เพราะว่าอยู่ในพื้นที่เขตติดต่อกับทางกัมพูชาแล้วก็ได้เห็น เขาเรียกว่าสิ่งที่ทางกัมพูชาได้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่มีการอพยพผู้คนในพื้นที่ ที่เราเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่ว่าคนในพื้นที่เขาไม่ได้คิดว่าส่วนนั้นเป็นพื้นที่ทับซ้อน เขายังคิดแล้วก็ยังยืนยันนะคะว่าเป็นพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร แต่ก่อนนี้ทางกัมพูชาจะขึ้นเขาพระวิหารได้ก็เฉพาะตรงช่องบันไดหัก เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอื่น ๆ ที่ทางกัมพูชาได้ตัดถนนขึ้นมานี้ แต่ก่อนไม่มีถนนก็ขึ้นได้ ทางเดียวนะคะ แต่ความสัมพันธ์อันดีของเราทั้ง ๒ ประเทศนี้เราก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการ ทํามาค้าขาย แล้วก็การที่พี่น้องไปมาหาสู่กัน พี่น้องเป็นญาติพี่น้องกัน อาจจะมาแต่งงาน แล้วก็มีลูกมีหลาน อันนี้ก็ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ในเขตพื้นที่ชายแดน โดยปกติเราก็มี ความสุขนะคะ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่ดิฉันเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนนะคะว่าจะเกิด เหตุการณ์ที่มีการกระทบกระทั่งจนถึงที่จะเรียกว่าเกิดสงคราม ดิฉันเองได้อยู่ในพื้นที่ในช่วง วันที่ ๔ ที่มีการปะทะกัน ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นชาวตําบลเสาธงชัยหรือพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนชายแดนที่ติดกัมพูชา ในละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดศรีสะเกษตลอดแนว อําเภอกันทรลักษ์ อําเภอขุขันธ์ รวมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีที่อยู่ติดกับกัมพูชาไปส่วนนั้นด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ดิฉันคิดว่า ประชาชนคงจะไม่ลืมนะคะ เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เราไม่เคย เห็นมาก่อน เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านได้อพยพกันเป็นจํานวนมาก ดิฉันเองอยู่ในพื้นที่ วันนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็พยายามจะให้กําลังใจกับผู้ที่อพยพ เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เรา ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในช่วงวันที่ ๔ ก็พยายามจะอพยพผู้คนออกมาให้ไกลพื้นที่ที่มีการ ปะทะกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ทําให้ราษฎรในตําบลเสาธงชัยเสียชีวิตไป ๑ ราย แล้วในเช้า วันที่ ๕ ก็มีทหารของเราเสียชีวิตไป ๑ คน ในช่วงเมื่อวานนี้นะคะทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในการปะทะก็ต้องเสียชีวิตไปอีก ๑ นาย อันนี้ดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจที่ว่า เราไม่สามารถที่จะรักษาชีวิตของผู้คนที่อยู่ตามแนวชายแดนได้อย่างปลอดภัย ให้เขามี ความสุข ให้เขามีความสงบสุข ดิฉันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยที่ทําให้เกิด เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าเหตุการณ์นี้ต้องให้ทางรัฐบาลช่วยกันเจรจาให้ยุติโดยเร็ว ในช่วงวันที่ ๕ ที่ทางพื้นที่โดยเฉพาะอําเภอกันทรลักษ์ แล้วอําเภอใกล้เคียงที่อยู่แนวชายแดน ได้รับทราบจากทางรัฐบาล แล้วก็ทางสื่อสารมวลชนว่าพวกเราทางประเทศไทยได้มีการ เจรจากับทางกัมพูชาแล้ว แต่ในที่สุดพวกเราก็ยังไม่สบายใจ แต่ก็มีบางส่วนที่คิดว่าเหตุการณ์ จะสงบแล้วก็อพยพกลับพื้นที่เป็นบางส่วน พอวันที่ ๖ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โดยที่ พวกเราเข้าใจว่าทางรัฐบาลเจรจากับทางกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเหตุการณ์ก็คงจะ สงบในกาลต่อมา แต่วันนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะว่าเกิดการปะทะกันแบบ รุนแรงทําให้ชาวบ้านที่เพิ่งจะกลับบ้านไปดูแลบ้านในช่วงนั้น ต้องอพยพกันอีกรอบหนึ่ง รอบนี้เป็นที่น่าตกใจนะคะ เพราะว่านอกจากจะอพยพแบบเร่งด่วน ใครมีรถอะไรก็พยายาม จะออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด ตัวดิฉันเองก็อยู่ในพื้นที่วันนั้นด้วย แต่ต้องขอขอบคุณทาง รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทางรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่าน มท. ๓ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ท่านก็ไม่ได้ทอดทิ้ง ได้ส่ง ปลัดกระทรวงไปเยี่ยมเยียนประชาชนในวันที่ ๖ และพอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทาง รัฐบาลก็ได้ส่งทางท่านรัฐมนตรีหลาย ๆ กระทรวงได้ไปลงเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน แล้วก็ ไปเยี่ยมผู้ที่ประสบเหตุโดยตรง ไปปลอบขวัญให้กําลังใจ ดิฉันเองอยู่กับพี่น้องประชาชนโดย ตลอด โดยเฉพาะวันที่ ๖ ที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ในใจดิฉันก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน เพราะว่า พี่น้องประชาชนอพยพ แล้วก็ขวัญและกําลังใจเสียหมดทุกคน ดิฉันอยู่กับพี่น้องประชาชน แล้วก็บอกพี่น้องประชาชน โดยได้รับการยืนยันจากทางทหารบอกว่า ในส่วนของอําเภอ กันทรลักษ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขาพระวิหารอยู่ประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร จะเป็นจุดที่เราจะปลอดภัยมากที่สุด ดิฉันเองก็ได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่าให้มั่นใจทาง ดิฉันซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่แล้วก็ทางรัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน แต่ความรู้สึกนั้น พี่น้องบางคนก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่ากลัวมาก ต้องอพยพจากที่ว่าการอําเภอไปสู่จังหวัดอื่น อาจจะไปอยู่กับญาติพี่น้องที่อื่น แล้วก็ไปที่เขาจะสามารถไปได้ ดิฉันเองต้องเดินทางแล้วก็ ต้องไปสืบเสาะว่าประชาชนอพยพไปอยู่ที่ใดบ้าง แล้วคืนนั้นเป็นคืนที่อากาศหนาวมาก ต้องพยายามจะไปดูแลพี่น้องประชาชนว่า คนไหนที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็เดือดร้อนแค่ไหน สิ่งไหนที่จะช่วยได้ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณคนไทยทั่วประเทศที่ให้กําลังใจ แล้วก็ส่งสิ่งของ ส่งกําลังใจไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ข้าวปลาอาหาร ดิฉันคิดว่าพี่น้องคนไทย ไม่ทิ้งคนไทย แล้วก็ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาล ว่าทําอย่างไรพื้นที่ตรงจุดนั้นจะเกิดความสงบสุขโดยเร็ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนตรงพื้นที่ ตรงนั้นได้ถามดิฉันตลอดเวลาว่าเมื่อไรเขาจะได้กลับบ้าน อยากจะฝากให้ทางรัฐบาล รีบเจรจา แล้วก็อยากให้พี่น้องที่กําลังยุแหย่เหมือนอยากจะให้เกิดสงครามในขณะนี้ ขอให้พี่น้องอย่าทําอย่างนั้นเลย เพราะว่าพี่น้องทางแนวชายแดนนี้เราได้ผลกระทบเต็ม ๆ พวกท่านอยู่กรุงเทพมหานคร พวกท่านก็ไม่ได้กระทบโดยตรง อยากให้ทางรัฐบาลนี้ เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะได้เสนอสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศก็ตามว่า ทางพวกเราคือประชาชนชาวไทยไม่เคยรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าเราได้รวบรวม ข้อมูลดี ๆ แล้วว่าส่วนที่เราเคยอยู่ชิดชายแดนเราต้องถอยร่นลงมาเรื่อย ๆ เพราะว่า ทางกัมพูชารุกขึ้นมาตลอด ถ้าเราป้องกันประเทศในส่วนนี้ได้ก็จะทําให้พวกเราน่าจะอยู่กันได้ อย่างสันติสุข อยากจะวอนให้ทางรัฐบาลให้รีบเจรจาเพื่อที่จะให้พื้นที่กลับเข้าสู่ความสงบสุข ดิฉันเองก็อยากจะฝากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอย่างไรก็ตามพื้นที่ที่อยู่ตาม แนวชายแดน เราต้องการความสงบ แล้วก็ให้พี่น้องได้กลับบ้าน ให้ไปอยู่บ้านอย่างปกติสุข ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน แล้วก็ขอขอบคุณพี่น้องทั่วประเทศที่เป็นห่วงเป็นใย ดิฉันต้อง ขอฝากทางรัฐบาลเพียงเท่านี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอกราบนมัสการและยินดี ต้อนรับพระเถรานุเถระจากจังหวัดสมุทรสงครามนะครับที่ได้มาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาญัตติเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากการปะทะกันระหว่างกองกําลังทหารไทย แล้วก็กองกําลังทหารกัมพูชาบริเวณชายแดน จังหวัดศรีสะเกษอยู่นะครับ ต่อไปเชิญท่านปวีณ แซ่จึง ครับ

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ วันที่ ๔ วันที่ ๕ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นวันที่คนจังหวัดศรีสะเกษทั้งจังหวัดจะต้องจดจําเป็นประวัติศาสตร์ เป็นวันที่เราไม่ต้องการอยากจะให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของเรา แต่รัฐบาลคณะนี้สามารถทําให้เกิดขึ้นได้ เราได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ว่าจะทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม ทุกอย่างเราได้รับผลกระทบทั้งหมด ญาติพี่น้องของเราได้รับความเดือดร้อน แตกตื่น แยกย้ายจากถิ่นฐานเดิมที่เคยอยู่อาศัยโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะไปอยู่ ที่ใดบ้าง ท่านทราบไหมครับว่าคนที่อยู่ในบริเวณ ๔ ตําบลของอําเภอกันทรลักษณ์ คือ อําเภอเสาธงชัย บึงมะลู ภูผาหมอก และตําบลรุง เขามีที่อยู่อาศัยและภูมิลําเนาเดิมเขาอยู่ ทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น คนเหล่านี้เมื่อเกิดสงคราม เมื่อเกิดภาวะที่เป็น เช่นนี้เกิดขึ้นก็แยกย้ายกันกลับไปบ้านเดิม บางคนผัวไปทางเมียไปทาง ต้องโทรศัพท์ตามหา กัน บางคนต้องไปอาศัยนอนที่ปั๊มน้ํามันโดยใช้รถปิกอัพที่เคลื่อนย้ายกันไปอยู่อย่างไม่รู้ จุดหมายปลายทาง บางคนไปโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ถามว่าเขาเดือดร้อนไหม บ้านที่ เขาเคยอยู่อาศัยมีอะไรเกิดขึ้น เขาได้รับผลกระทบอย่างนี้เขามีความรู้สึกอย่างไร คนที่สร้าง สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นใครบ้าง ได้รู้ไหมว่าสิ่งที่ท่านทําขึ้นมานี้มันกระทบต่อทั้ง ร่างกายและจิตใจของคนที่เขาอยู่ในพื้นที่ มีหลายครอบครัวที่กลับไปบ้านเดิมโดยไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ที่เขาออกจากบ้านเดิมก็ไม่มีอะไร เขาไปสร้างถิ่นฐานอยู่ที่ตําบลเสาธงชัย บ้านภูมิซรอล แถวนี้ไปปลูกยาง ไปปลูกพืชไร่ ไปทํามาหากินเพื่อสร้างหลักฐานชีวิตของตัวเอง เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเขาออกจากบ้านนี้สัตว์เลี้ยงเขา วัว ควายเขาอยู่ที่บ้านนี้เขาควบคุมไม่ได้แตกตื่น ออกจากคอกหมด แล้วหายไปตอนนี้ในขณะที่เขาออกจากบ้านมีใครดูแลบ้านให้เขาบ้าง ชุด ชรบ. ที่ท่านตั้งขึ้นมานี้ท่านก็ยึดปืนเขามาหมดกลัวเสื้อแดง ตอนนี้จะเอาอะไรไปปกป้อง หมู่บ้าน คุ้มครองหมู่บ้าน มีใครดูแลบ้างครับ ออกมาแล้วนี้จังหวัด รัฐบาลเองได้เตรียมการ ที่จะอพยพคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามอย่างนี้ไว้อย่างไรบ้าง ถ้าได้เตรียมการนี้ ต้องมีการอพยพอย่างมีขั้นตอนและพิธีการ ต้องบอกว่าอพยพครั้งแรกคนหมู่บ้านนี้ต้องไป อยู่ที่ไหน จุดใด ตอนนี้กระเส็นกระสายไปหมด กว่าจะรู้คนนั้นอยู่ตรงนี้ ครอบครัวนี้ ใครอยู่ตรงไหนบ้าง ตอนนี้ยังเช็คไม่จบเลย บางคนกลับไปที่บ้านผมอําเภอราษีไศล อําเภออุทุมพรพิสัย ที่อยู่ที่ต่างอําเภอกลับไปแล้วยังตรวจสอบกันไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แล้วผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือโรงเรียนทั้งโรงเรียนที่บ้านภูมิซรอล ตอนนี้ท่านทําอะไรบ้าง รัฐบาลท่านแก้ปัญหาอะไรให้เขาบ้างครับ โรงเรียนไม่มีที่เรียน ครูประกาศหยุดเรียน ถึงวันพฤหัสบดีก็คือวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้เรียนได้ไหม อาคารทั้งหลังหายไปทั้งหลังนี้เรียนได้ไหมครับ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้จะทําอย่างไร ผมคงไม่ไปพูดถึงเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่อยากจะบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคนที่แตกตื่นจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น เสียงปืนใหญ่ครับ ชาวบ้านบอกผมว่าไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายใครยิงบ้าง พอยิงตูมขึ้นมาก็ต้องหลบกันที บางคนออกจากหมู่บ้านก็แอบกลับไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นไหมก็ไปโดนยิงถล่มมาก็กลับออกมา อีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนี้เราไม่สามารถที่จะเรียกร้องกลับคืนมาได้ ก็อยากจะให้ ทุกคนได้สํานึกและได้สังวรณ์ถึงสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่ท่านเป็นฝ่ายค้านท่านบอกว่าเอ็มโอยู (MOU) ปี ๒๕๔๓ ไม่ดี ท่านถล่ม เรายับเยิน ผมไม่บอกว่ากลุ่มใดบ้าง แต่ตอนนี้ทําไมเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ถึงดีลงครับ มันมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เรายืนคนละมุม ผมคงไม่ก้าวล้ําถึงขนาดนั้น แต่อยากจะบอกถึงความ เดือดร้อนของคนจังหวัดศรีสะเกษ เราไม่ปรารถนาอยากจะให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วเรากระทบโดยตรง ใครละครับอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แผนการอพยพควรจะดีกว่านี้ แล้วขณะนี้ท่านได้ไปดําเนินการเรื่องอะไรบ้าง ปล่อยให้จังหวัดดําเนินการไปพลาง ๆ ก่อน ปล่อยให้ทุกคนช่วยเหลือตัวเองก่อน ส.ส. บ้าง ชาวบ้าน ตอนนี้พระสงฆ์วัน ๒ วันนี้ผมก็ได้ ประชุมร่วมกับท่าน ท่านก็บอกว่าจะออกไปบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งเพื่อที่จะให้ความ ช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ตอนนี้นี่นะครับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ยังไม่เกิดความเชื่อมั่นว่าเมื่อไรจะได้มีโอกาส ที่ได้กลับบ้านของตัวเอง ขวัญที่กระเจิงไปแล้ว สิ่งที่ตามมา ทุกคนปรารถนาที่อยากจะ กลับบ้านของตัวเอง เพราะบ้านทุกคนก็รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อบ้านนั้นเป็นอย่างไร เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นยากที่จะเยียวยานะครับ แต่ผมยังไม่เห็นรัฐบาลประกาศมาตรการที่เป็นหลักการ จะให้พวกเราได้ทราบว่าท่านจะทําอะไรบ้าง นอกจากจะไปบอกว่าจะไปเยียวยาความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน อันนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องทําอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นท่านจะทํา อย่างไร ท่านจะต้องรีบดําเนินการแก้ปัญหาไหมในเรื่องที่มันเกิดขึ้นนี้ จะแก้อย่างไร ต้องรีบประกาศครับ การแก้ปัญหานั้นไม่ใช่ว่าเวลาวัว ควายเขาเสียหายไปสํารวจ เหมือนกันเลยครับที่ท่านทําก็คือไปประกาศชดเชยพื้นที่เพื่อการเกษตรที่เกิดความเสียหาย อันนั้นมันไม่มีเรื่องจิตใจที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นเรื่องความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ก็รับกันไป แต่ที่นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ มันเกิดจนทุกคนรับไม่ได้ ผมเองเป็น ส.ส. ที่นั่น ทุกคน จังหวัดศรีสะเกษ รับกันไม่ได้หรอกครับ คืนวันที่ ๖ ไม่ได้นอนเลย โทรศัพท์โทรมาบอกว่า คนนั้นไปอยู่บ้านนั้น คนนี้อยู่บ้านนี้ อยู่เขตใครเขตมันก็ไปดูแลเขาตามอัตถภาพที่พึงจะทําได้ ผมอยากจะให้รัฐบาลได้แถลงการณ์ครับว่าวิธีการ มาตรการที่ท่านจะแก้ปัญหาท่านจะทํา อย่างไร ปัญหาของชายแดนกัมพูชาสมัยผมเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ปี ๒๕๔๓ ผมได้ลงไปร่วมกับกองทัพภาค ๒ ได้ไปดูปัญหาเหล่านั้น แล้วเราได้มอบผามออีแดง ที่ก่อสร้างโดย อบจ. ให้กับอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ดูแลเพื่อให้ทหารเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดได้ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันเกิดขึ้นมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เราไม่แก้ปัญหากันสักที ถามท่านว่า ปักหลักเขตท่านปักได้ปีละกี่หมุด เงิน ๒๐๐ ล้านบาทที่ท่านรับไปแต่ละปีท่านทําอะไรบ้าง ได้สักหลักไหม หรือว่าเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ทําหลักไม่ได้สักหลักเลย แล้วอีกกี่ปีจะเสร็จครับ การปักหลักหมุดเขตแดน ไม่ใช่ให้ ส.ส. หรือคณะกรรมาธิการลงไปดูแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ไม่ใช่หน้าที่เลยครับ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องลงไปดู แล้วพิจารณาว่าเราจะทําอย่างไร เรื่องเขตแดนนี่ไม่มีหรอกครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะคดเคี้ยว ไปตามที่เขตแดนจริง ๆ มันก็ต้องมีได้และมีเสียบ้าง คนที่อยู่อาศัยในบริเวณชายแดน บางที ยังไปทํานาอยู่ในเขตของเขมร บางทีเขามาทํานาในเขตของเรา เพราะเขตแดนเราไม่สามารถ หาข้อยุติได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาเช่นกัน แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนจังหวัดศรีสะเกษ เขารู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ผมจะไม่พูดเพราะมันจะเป็นประเด็น จะไปเกี่ยวข้องกับทหาร จะไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศผมไม่พูด ผมเองก็พอรู้ ๆ อยู่ แต่อยากให้ปัญหานี้มันยุติลง แล้วผมถามว่าเอเอสทีวี (ASTV) ปล่อยเขาทําอะไรบ้างตอนนี้ เขาไม่ด่าเฉพาะรัฐบาล ไม่ด่าคนอื่น เขาด่าเขมรด้วย แล้วเขมรเขาฟังไหม เขาฟัง เขามีปัญหาไหม ท่านทราบไหมว่า เขาฟังแล้วเขาเกิดความรู้สึกอย่างไร รัฐมนตรีท่านที่นั่งอยู่ข้างบนก็เคยด่าเขาครั้งหนึ่งแล้ว ท่านคิดว่าความเจ็บปวดที่เขามีในใจ เขายุติง่าย ๆ เพียงแต่ไปบอกว่าวันนี้เราคุยกันนะ เราดีกันนะ มันง่ายขนาดนั้นหรือครับระหว่างประเทศ ควรจะปลดเสียข้างบนนี่ไม่ควรเอาไว้ เอาไว้ทําไมครับ ไว้แล้วสร้างปัญหา อยากให้ปัญหาของกัมพูชากับประเทศไทยยุติ คนที่อยู่ ข้างบนท่านปลดก่อน เปลี่ยนคนใหม่เอานักการทูตที่มีวิธีการที่เจรจาที่ดีกว่านี้ เพื่อที่จะให้มี สัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ การค้าเราค้ากับเวียดนามกับเขมร เราได้ดุลการค้าปีหนึ่งเท่าไร เราขายสินค้าผ่านแดนปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราซื้อของเขา ๔,๐๐๐ ล้านบาท เราได้ ดุลการค้าประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะไทยกับกัมพูชา เราเสียอะไรบ้าง เราไม่ได้เสียถ้าเรารู้จักที่จะคบเขาอย่างมิตร ตอนนี้เราสร้างมิตรหรือสร้างศัตรูครับ ผมถาม ท่านก่อน ท่านเป็นคนสร้างศัตรู แต่คนจังหวัดศรีสะเกษเป็นคนรับเคราะห์นะครับ ตอนนี้ ท่านสร้างแล้วท่านต้องจําไว้ว่าท่านสร้างให้กับพวกผม ผมก็จะจําท่านไว้ว่าท่านนี่ละเป็นคน ทําให้พวกผมเดือดร้อน อย่าไปเจรจาเลยครับ ผมบอกว่าถ้าท่านไปเจรจายิ่งจะทําให้เกิด ปัญหาว่าเอาคนที่ไม่ถูกกันไปเจรจา ท่านเชื่อผมเถอะครับ แม้แต่ ส.ส. ที่ไม่กินใจกันไปเจรจามันก็คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ผมจะฝากท่านอย่างนี้ครับว่า ๑. ขอให้ท่านรีบดําเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อยุติในเขตแดนเหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้อง ของผมว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไร กลับไปแล้วจะต้องกลับไปอย่างมีความสุข ทรัพย์สิน ที่เสียหาย แน่นอนท่านมีเงินชดเชยอยู่แล้วชดเชยเข้าไป แต่ทางด้านจิตใจจะทําอย่างไรที่จะ ฟื้นฟูได้ ให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาอยู่ตรงนั้นแล้วเขาจะปลอดภัย จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นอีก นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ได้ต้องการเฉพาะข้าวห่อ ไม่ต้องการเฉพาะผ้าห่ม ไม่ต้องการยารักษาโรค ไม่ต้องการเงินทองบางครั้งที่จะไปเยียวยาก็ชดเชยสภาพจิตใจ ให้กลับคืนมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เลยบอกท่านว่าเราเสียหายมาก เราเสียหายจนบอกว่า ครั้งนี้ถ้ารัฐบาลไม่ทําอะไรลงไปก็เป็นความผิดของท่าน ตราบาปเหล่านี้จะอยู่กับท่าน ตลอดไป ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ผมถือว่าท่านอดทนครับ ผมใช้คําว่า ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบ ไม่ขลาด มันเป็นความจริง ประโยคนี้เราร้องเพลงชาติ ทุกคนร้องทุกวัน ไทยนี้รักสงบแต่ถึง รบไม่ขลาด ทุกคนรับทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทุกคนก็รับรู้ อยู่แล้วนะครับว่า

(นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากญัตตินี้เป็นญัตติของทางพรรคเพื่อไทย ควรจะให้ทางสมาชิก ได้อภิปรายก่อน ก่อนที่ทางท่านผู้มีเกียรติจะได้มาอภิปรายสนับสนุนหรือให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการอภิปรายและฝากข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาลครับ ขอได้โปรดพิจารณาด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ได้พูดไปแล้วนะครับว่าหลังจากผู้เสนอญัตติเสนอแล้ว ตามข้อบังคับก็ให้เป็นการอภิปรายสลับกัน แล้วก็ให้สิทธิคณะรัฐมนตรีที่จะชี้แจงได้เมื่อท่าน ประสงค์จะชี้แจง ฉะนั้นขณะนี้เราก็ให้ฝ่ายผู้เสนอญัตติได้เสนอแล้ว และให้ผู้อภิปราย อภิปราย ก็สลับมาทางนี้ เดี๋ยวหมดนายแพทย์วรงค์ก็กลับมาที่ท่านวิวัฒน์ชัยนะครับ แล้วก็ สลับมาทางนี้ก็สลับมาท่านเฉลิมนะครับ เดี๋ยวท่านเฉลิมมีคิวอภิปรายอยู่แล้วครับ ท่านมี อะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานซึ่งทําหน้าที่ควบคุมการประชุม ญัตติที่เสนอด้วยปากเปล่าเกิดจากแนวคิดของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านคือพรรคเพื่อไทย เราอยากบอกรัฐบาลว่าเหตุมันเกิดนี่มันมี ที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อให้รัฐบาลเอาไปแก้ไขเพราะไม่มีการลงมติ ส่วนผู้ที่จะสนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอยู่พรรคเดียวกันอยู่แล้ว ถึงแม้ท่านประธานจะได้ ตัดสินใจว่าคนละครั้ง ครั้งละคนอะไรอย่างนี้ ถ้าผมหารือว่าของเราสัก ๓ ได้ไหม แล้วทาง โน้น ๑ หรือของเราสัก ๒ และทางโน้น ๑ รัฐบาลจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะฝ่ายค้าน มองต่างมุม ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าที่รัฐบาลทํามาถูกต้อง ดีที่สุด จริงครับนาย ใช่ครับผม สบายแล้วนาย แต่พวกเรากําลังจะบอกว่ามันมีข้อบกพร่องนะ มันมีข้อผิดพลาดนะ ท่านประธานจะกรุณาลักษณะอย่างนี้ผมว่าจะเกิดประโยชน์ต่อสภาและเกิดประโยชน์ ต่อรัฐบาล พวกผมไม่มีอภิปรายเรื่องความมั่นคงครับ ไม่ลงลึกในรายละเอียด จะบอก ให้เห็นว่ามันเกิดอย่างนี้เพราะบกพร่องอย่างไร มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ก็ขอความกรุณา ฝ่ายรัฐบาลและขอความกรุณาท่านประธานว่าให้พวกผมสัก ๓ ต่อ ๑ หรือ ๒ ต่อ ๑ ก็จะเป็นพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เอาอย่างนี้นะครับก่อนเรานําเสนอญัตตินี้ผู้เสนอญัตติก็ขึ้นมาเสนอ ท่านประธานก็ถามฝ่ายรัฐบาลว่าเห็นสมควรไหม ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยว่าน่าจะเอาเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญเข้ามาพูดจากัน ฉะนั้นต้องถือว่าขณะนี้ญัตตินี้เป็นญัตติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ฝ่ายจะได้ระดม ความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ฉะนั้นในข้อบังคับเขาก็เขียนไว้ให้ประธานสลับไป สลับมา ฉะนั้นผมดูรายชื่อผู้เสนออภิปรายนะครับ ขณะนี้มีของฝ่ายค้านอยู่ประมาณ ๑๐ ท่าน มีของรัฐบาลอยู่จากนายแพทย์วรงค์ก็มีอีก ๑ ท่าน เดี๋ยวก็จะมาทางนี้แหละครับ ขอความกรุณาสลับอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ แล้วก็แต่ละท่านก็ไม่ได้พูดยาวทุกคนก็เสนอ ความคิดเห็นของตัวจะได้รับฟังทั้ง ๒ ฝ่าย เอาตามนี้ก่อนนะครับประธานวินิจฉัยแล้ว เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ประโยคที่ว่าไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด มันเป็นความจริงที่อยู่ในเพลงชาติผมก็มีความรู้สึกว่าบางครั้ง เพื่อนบางคนอาจจะฟังแล้วไม่สบายใจ ผมอยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและท่าน รัฐมนตรีกษิตนะครับ ผมเข้าใจดีว่าจากนี้ไปความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกอาจจะกระแทกไปที่ กล่องดวงใจของท่านแรงพอสมควรครับเรื่องประโยคที่ซ้ํา ๆ แต่ถ้าดูด้วยเหตุด้วยผลครับ ผมเป็นคนมีเหตุผลครับ ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้เป็นคนยุแหย่ให้เกิดความขัดแย้ง ด้วยดูนิสัย ส่วนตัวแล้วที่รู้จักกันรู้ว่าท่านเป็นคนรักสงบจริง ๆ แต่อะไรก็แล้วแต่ที่ขัดกับหลักการท่านก็ คงยอมไม่ได้ ดังนั้นผมยืนยันครับในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสมาชิกของ รัฐบาลว่าทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีกษิต ท่านจะต้องเป็นเป้าที่ถูกโจมตีเยอะแต่ผมยืนยันให้ท่านสบายใจครับ ท่านอดทนอดกลั้นว่า คํากล่าวหาว่าท่านเป็นคนที่ทําให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศนั้นไม่จริงครับ แต่ผมเชื่อ ว่ามีบุคคลบางคนและมีบุคคลบางกลุ่มพยายามพูดยุแยงให้เกิดความขัดแย้งโดยให้ท่านเป็น เหยื่อครับ ฉะนั้นท่านใจเย็น ๆ ครับผมเชื่อว่าท่านชนะแน่นอนครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคนพยายามชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ลําพังถ้าเราเอาเหตุการณ์ช่วงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ถึงวันนี้มาพูด อย่างเดียวมันไม่พอ เราคงจะต้องสางไปทางประวัติศาสตร์นิดหนึ่งครับเพื่อจะได้เห็นภาพ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอย่างน้อยผมก็ดีใจว่าการถ่ายทอดทางวิทยุครั้งนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ ทางบ้านเมื่อฟังปะติดปะต่อกันหลาย ๆ ครั้งจะได้มีความเข้าใจถึงผลกระทบไทย-กัมพูชา มากขึ้น ผมอยากจะย้อนไปในอดีตตั้งแต่ประมาณ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้ว ไทย-กัมพูชาก็มีปัญหา กันในยุคนั้นเป็นยุคล่าอาณานิคมครับ ฝรั่งเศสเป็นเจ้าอาณานิคมในการยึดครองกัมพูชาอยู่ ฝรั่งเศสก็พยายามที่จะหาผลประโยชน์เต็มที่จากกัมพูชา แต่ขณะเดียวกันปัญหาของฝรั่งเศส อันหนึ่งก็คือปัญหาเขตแดนที่ฝรั่งเศสครอบงําอยู่ที่มีผลกระทบกับประเทศไทย ถ้าจะสรุป เอาคร่าว ๆ คือปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา มีปัญหามาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมคือฝรั่งเศส เข้ามามีอิทธิพล ท่านประธานจําได้ว่าจนกระทั่งฝรั่งเศสครอบครองกัมพูชา ผลของ อิทธิพลที่เกิดขึ้นคือความขัดแย้งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่งในปี ค.ศ. ๑๙๐๔ หรือปี พ.ศ. ๒๔๔๗ ไทยกับฝรั่งเศสได้ตกลงกันทําสัญญาอยู่ ๑ ฉบับ ซึ่งแล้วแต่ถือว่าจะ เรียกว่าเป็นสัญญาระหว่างพระเจ้ากรุงสยามกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่างไรก็แล้วแต่พูด ภาษาชาวบ้านสั้น ๆ คือมีสัญญาอยู่ ๑ ฉบับเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๗ หรือปี ค.ศ. ๑๙๐๔ เพื่อกําหนดไว้ว่าเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นใช้หลักสันปันน้ํา แต่หลังจากนั้นไม่นาน อิทธิพลของฝรั่งเศสก็ยังมีอิทธิพลอยู่ เพราะฝรั่งเศสต้องการพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ก็มีการแลกดินกันไปแลกดินกันมา จนกระทั่งก็มีการเซ็นสัญญาขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ ในปี ค.ศ. ๑๙๐๗ หรือปี พ.ศ. ๒๔๕๐ โดยหลักของสัญญาฉบับนี้ก็จะคล้าย ๆ กันคือ ใช้หลักสันปันน้ําในการแบ่งแยกดินแดนของไทยและกัมพูชา ก็เท่ากับว่าอดีตที่ผ่านมา เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีเศษ ๆ ไทยกัมพูชามีปัญหาต่อกันแต่ตกลงกันโดยใช้หลักสัญญา ๒ ฉบับคือ ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ หรือ พ.ศ. ๒๔๔๗ และ พ.ศ. ๒๔๕๐ กําหนดไว้ว่า เขตแดนไทยกัมพูชานั้นใช้หลักสันปันน้ํา แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ของไทยกับกัมพูชานั้นติดต่อกัน ยาวถึง ๗๙๘ กิโลเมตร มันจึงมีพื้นที่บางส่วนที่มีคณะกรรมการปักปันเขตแดนที่พระเจ้า กรุงสยามกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศสได้แต่งตั้งขึ้นมาก็คือคณะกรรมการปักปันเขตแดน ของไทยและกัมพูชาได้ทําการสํารวจแล้วก็ปักหลักเขตแดนขึ้นมา ซึ่งในยุคสมัยนั้นได้มีการ ปักหลักทั้งสิ้น ๗๓ หลัก ถ้าเรายึดหลักเมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีเศษ ๆ ที่แล้ว ก็เท่ากับว่าแผ่นดินไทยกับกัมพูชา ถูกกําหนดด้วยหลักเขตแดนประมาณ ๗๓ หลัก ขณะเดียวกันท่านประธานต้องเข้าใจว่า ยุคเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้ว เขตเทือกเขามันไกลมาก มันอยู่โน่น เมื่อมันอยู่โน่นคนไม่สามารถ จะกําหนดได้ว่าตําแหน่งที่จะปักหลักเป็นอย่างไร เลยตกลงกันเป็นหลักการไว้ว่า ใช้หลัก สันปันน้ํา

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ์อุดม ประท้วงอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ผมไม่เข้าใจว่าท่านผู้กําลังอภิปราย อภิปรายเรื่องอะไร อันนี้คือประวัติศาสตร์ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีเก่งกว่าคุณที่กําลัง อภิปราย ตอนนี้มันเกิดปัญหาเรื่องกัมพูชากับไทย ทําไมคุณถึงรบกัน คุณฆ่ากันทําไม ใครไปยั่วยุ อันนี้มันนอกประเด็น ผมว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็รู้ดี โดยเฉพาะท่านกษิต เพราะฉะนั้นท่านผู้อภิปรายท่านต้องพูดอยู่ในประเด็น ประวัติศาสตร์ใครเรียนมาหมดละครับ ท่านประธาน อย่าไปเล่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง เราต้องเสนอให้รัฐมนตรีว่าคุณไปพูด อย่างนั้นอย่างนี้ได้อย่างไร ไปยั่วยุได้อย่างไร อันนั้นต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้รัฐบาลรู้นะครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานวินิจฉัยนะครับ คือขณะนี้เรากําลังพูดถึงประเด็น อันหนึ่งก็คือเหตุแห่งความขัดแย้ง ท่านผู้อภิปรายก็พยายามเท้าความประวัติศาสตร์ กําลังจะดึงมาถึงเหตุความขัดแย้ง ก็ทนฟังหน่อย จะได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันนะครับ ก็ขอท่านผู้อภิปรายเอากระชับ ตรงประเด็นหน่อยแล้วกันนะครับ จะได้ให้เวลาท่านสมาชิกท่านอื่น มีผู้อภิปรายอีกมากมาย เชิญต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมกราบเรียน กับท่านประธาน เป็นเรื่องสําคัญครับ ที่เป็นส่วนทําให้เกิดความขัดแย้งในปัจจุบันนี้ ถ้าเราไม่ ศึกษาประวัติศาสตร์เราก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้าง และเราจะต้องวางตัว หรือวาง บทบาทฐานะของประเทศอย่างไรบ้าง ผมเท้าความต่อ หลังจากที่ไทย-เขมร ได้มีการตกลง สัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เขมรได้เอกราชจาก ฝรั่งเศส หลังจากที่เขมรได้เอกราชจากฝรั่งเศส ความฮึกเหิมในชาติเกิดขึ้นแน่นอนครับ ความขัดแย้งระหว่างเขมรกับไทยก็ต้องคุกรุ่นขึ้นมา มีการเรียกร้องดินแดนที่เรียกว่า ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทพระวิหาร จนกระทั่งทางเขมรเองหรือกัมพูชาได้เอาประเด็นนี้ ไปร้องต่อศาลโลก ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ และปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ทางศาลโลกก็ได้วินิจฉัยครับ ท่านประธานครับ อยากให้เพื่อนสมาชิกตั้งใจฟัง ได้รับรู้ว่านี่คือประวัติศาสตร์และมีผลต่อ ปัจจุบันนี้ ศาลโลกได้วินิจฉัยได้ ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ ศาลโลกได้กําหนดไว้ว่า ปราสาทพระวิหาร เป็นของกัมพูชา ข้อที่ ๒ ศาลโลกได้กําหนดไว้ว่า ให้กองกําลังของไทย ก็คือทหารและตํารวจ ถอนกลับประเทศไทย และข้อที่ ๓ คือ ได้วินิจฉัยว่าเราจะต้องส่งคืนวัตถุโบราณ เขากําหนดไว้ ๓ ข้อ แต่อีก ๒ ข้อ ที่เขมรร้องไว้ ๒ ข้อนั้น ศาลโลกไม่ได้วินิจฉัย ก็คือเรื่องแผนที่แล้วก็ เขตแดน เท่ากับว่าศาลโลกก็ไม่ได้กําหนดเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชาว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่ เป็นเรื่องของไทย-กัมพูชาจะต้องเจรจากันเอง ซึ่งไทยเองก็ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลโลก หลังจากนั้นผ่านมา ท่านประธานครับ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ผมจําได้คนไทยเสียใจกันทั้งประเทศ ว่าเราสูญเสียแผ่นดินนี้ไป แต่ก็ไม่เป็นไร ความขัดแย้งไทยกับเขมรหรือกัมพูชาก็มีความ ขัดแย้งกันมาตลอด แต่บังเอิญเป็นความขัดแย้งของในประเทศของกัมพูชาเองที่รุนแรงกว่า ท่านประธานคงจะทราบถึงเขมร ๓ ฝ่าย ซึ่งเป็นการสู้รบในประเทศเอง ผลพวงของความ ขัดแย้ง ณ วันนั้น มีการอพยพของประชาชนของเขมรเข้ามาสู่ในแผ่นดินของไทยเรา แล้วเรา ก็เชื่อว่าการอพยพของผู้คนจากฝั่งเขมรมาสู่แผ่นดินไทยอาจจะทําให้เสาหลักต่าง ๆ ที่แบ่ง เขตแดนไทยกับเขมรมีการเคลื่อนย้าย ย้ายไปย้ายมา ทําให้เกิดผลกระทบตามมาก็คือ ในหลาย ๆ พื้นที่ คนของเขมรก็บุกรุกเข้ามาอยู่ในแผ่นดินของไทย ขณะเดียวกันเขาก็เชื่อว่า ในหลาย ๆ พื้นที่คนของไทยเองก็ไปอยู่ในแผ่นดินของเขมร เนื่องจากว่าเขตหลักแดนมีการ เคลื่อนไปเคลื่อนมา ท่านประธานครับ หลังจากนั้นมาแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ วันนั้นท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ในยุคนั้นเองท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นท่านก็ เข้าใจดีว่าความขัดแย้งเรื่องเขตแดนไทย-เขมรจะต้องหาทางออก วันนั้นนายกรัฐมนตรีชวลิต ยงใจยุทธ ได้มีการลงนามในแผนการร่วม เพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันจัดทํา หลักเขตแดนทางบก เพื่อให้มีความชัดเจนนะครับว่า เขตแดนทางบกของไทยกับเขมรตกลงอย่างไรกันแน่ จนกระทั่งนําไปสู่ในการประชุมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ หลังจากมีการประชุมไป ๑ ครั้ง ไทยและ เขมรจึงมีการตกลงร่วมกันว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทําสัญญาขึ้นมา ๑ ฉบับ ซึ่งสัญญา ฉบับนั้นก็ใช้คําว่า เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็คือบันทึกความเข้าใจในการสํารวจและปักหลักเขตแดน ทางบกระหว่างไทย-กัมพูชา นี่จึงเป็นที่มาที่ผมต้องการจะชี้ให้เห็นว่าวันนี้คําว่า เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ หรือการจัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา มันมีผลพวงจากอดีต ที่ผ่านมาถึงความขัดแย้งว่าพื้นที่ต่างฝ่ายต่างรุกกันไปรุกกันมาและไม่รู้ว่าตําแหน่งที่ถูกต้อง มันอยู่ตรงไหน เพื่อหาตําแหน่งที่ถูกต้อง ดังนั้นโดยหลักการของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ที่ผมจําเป็นต้องอธิบายให้ท่านประธานฟัง เนื่องจากว่าอาจจะมีกลุ่มพี่น้องภาคประชาชน บางกลุ่มไม่มีความเข้าใจและมีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรียกเลิกเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เพราะเป้าหมายสาระหลักของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน ไทย-กัมพูชา ก็คือเจบีซี (JBC) เพื่อทําการสํารวจและปักหลักเขตแดน ขณะนี้เรามีหมุดอยู่ ๗๓ หมุดครับ ของฝั่งไทยเราเองเราก็เอาโฉนดแผ่นดินของไทยมา ๒ ฉบับ โฉนดแผ่นดิน ของไทย ฉบับที่ ๑ ก็คือสัญญา ปี ๑๙๐๔ โฉนดแผ่นดินของไทย ฉบับที่ ๒ คือสัญญา ปี ๑๙๐๗ บังเอิญในการหาหมุด ๗๓ หลักนี้ ทางกัมพูชาเองก็เอาโฉนดแผ่นดินของเขา ออกมาเหมือนกัน แต่บังเอิญโฉนดแผ่นดินของเขาคือ แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งท่านประธานต้องเข้าใจนะครับว่า ระวางแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ฝรั่งเศสทําให้กัมพูชา มีอยู่ถึง ๑๑ ระวาง และปัญหาที่เราคาใจก็คือระวางดงรักที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงออกหลายครั้งว่า ระวางดงรักนี้ เราไม่รับนะ คืออย่างน้อยก็ถือโอกาสนี้เรียนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ได้รับรู้ว่า ในการทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เงื่อนไขในข้อ ๑ มี ๑ ก ๑ ข ๑ ค เงื่อนไขในข้อ ๑ ก็คือ เงื่อนไขในการเอาโฉนดแผ่นดิน ต่างฝ่ายต่างเอาโฉนดแผ่นดินของตัวเองมา แล้วมาดูสิว่า เวลาตั้งคณะทํางานขึ้นมาดูแล้วนี่เอาโฉนดมากางดู โฉนดของเรามี ๒ ฉบับคือ ๑๙๐๔ และ ๑๙๐๗ ของเขมรคือ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่เราบอกไว้แล้วว่า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ตัวที่เรียกว่า ระวางดงรักนั้นเราไม่รับ เราไม่เห็นพ้อง ซึ่งต้องการประกาศความชัดเจนให้กับเพื่อนสมาชิก ทุกท่านได้รับรู้ด้วยว่า แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักนั้น ทางรัฐบาลไทยไม่เห็นชอบ ในการเอาเป็นเงื่อนไขในการสํารวจหลักหมุด ๗๓ หลัก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าหลังจากที่ทําการสํารวจหลักหมุดเมื่อปี ๒๕๔๙ เราพบหลักหมุดทั้งหมดประมาณ ๔๘ หลัก และเห็นพ้องต้องกัน ๓๓ หลัก ซึ่งยังมี ๑๕ หลักที่จะต้องพูดคุยอีกเยอะ และเพื่อให้ประธานเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ทางเทคนิคในการทํางานของคณะกรรมการ ในการสํารวจหลักเขตแดนไทย-กัมพูชามีขั้นตอนในการทํางานทั้งสิ้น ๕ ขั้นตอน ซึ่งขั้นตอน ที่ ๑ ก็คือค้นหาหลักเดิม ซึ่งหลักเดิมขณะนี้ค้นหาได้แล้ว ๔๘ หลักอย่างที่ผมกราบเรียน ไปแล้ว กําลังจะนําไปสู่ขั้นตอนที่ ๒ ซึ่งขั้นตอนที่ ๒ ก็คือการจัดทําแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมของพื้นดิน ๗๙๘ กิโลเมตร ที่ไทย-กัมพูชามีรอยต่อติดต่อกัน และเข้าสู่ ขั้นตอนที่ ๓ ก็คือกําหนดแนวทางที่จะสํารวจ และขั้นตอนที่ ๔ ก็คือเดินสํารวจจริง ๆ เลยว่า หลักมันอยู่ตรงไหนและสุดท้าย ขั้นตอนสุดท้ายคือปักหลักจริง ๆ เมื่อเราได้หลักจริง ๆ แล้ว จากนั้นไปแล้วเราก็จะเห็นแนวของแผ่นดินไทย แนวของแผ่นดินเขมร ในเงื่อนไขที่ตกลงกัน ไว้ว่าเมื่อเราทําครบ ๕ ขั้นตอนนี้แล้วจะต้องผ่านรัฐสภา เมื่อผ่านรัฐสภาเห็นชอบเป็น สนธิสัญญาระหว่างประเทศ แผ่นดินไหนเป็นของไทย เป็นของเรา แผ่นดินไหนเป็นของเขมร คนเขมรก็ต้องไปอยู่ของเขมร ของใครของมัน หลายคนบอกว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จะทําให้ ประเทศไทยเราเสียดินแดน อันนั้นไม่เป็นความจริงครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นการ ประโคมข่าวทําให้ประชาชนสับสน การไม่มีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เท่ากับว่าเพื่อนพี่น้อง ประชาชนคนเขมรอพยพเข้ามาอยู่ในแผ่นดินไทยอยู่ไปนานวัน ๆ เขาประกาศยึดได้ทันที แต่การที่มีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มันชัดเจนครับ วันใดที่คณะกรรมการเจบีซีทําหน้าที่เสร็จ หาหลักหมุดเสร็จ ลากเส้นตรงตามหลักต่าง ๆ แล้ว ใครเหลื่อมเข้ามากลับไปอยู่บ้านตัวเอง เราเหลื่อมเข้าไปของเขา เรากลับมาอยู่บ้านของเรา ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า เงื่อนไขของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ รัฐบาลยังมีความจําเป็น หลายคน อาจจะเข้าใจผิดว่าตอนเราเป็นฝ่ายค้านเราไม่เห็นด้วยกับเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไม่จริงครับ เพียงแต่ว่าเราไม่เห็นด้วยกับแผนที่ระวางดงรัก ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เฉพาะระวางดงรักเท่านั้นเอง แต่ในการดําเนินการตามเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ยังมีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการตามนั้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงข้อเท็จจริงว่าการมีเอ็มโอยูจะทําให้ ประเทศไทยเรานั้นไม่เสียดินแดน วันนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ว่าความขัดแย้งในประเทศเป็น ส่วนอันหนึ่งที่นําไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจจะมีคนไทยบางส่วนพยายามกระตุ้น ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมร ผมก็เชื่อว่าทั้งท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเองยืนยันชัดเจนว่าเราต้องการเกิดความ สมานฉันท์ ความสมานฉันท์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะท่านประธานก็ทราบนะครับว่า ในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ในอาเซียนก็จะเป็นฟรี เทรด แอเรีย (Free Trade Area) ก็เท่ากับว่า ทุกคนจะต้องไปมาหาสู่กันได้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น การทะเลาะกันนั้นไม่ได้ประโยชน์ ครับ แต่เมื่อมันเกิดความจําเป็นขึ้นมา ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ท่านประธานคงจะทราบดีว่า หลายกระแสข่าวยืนยันออกมาชัดเจนว่าทหารไทยถูกกระทําจากฝ่ายตรงข้ามก่อน แล้ว ณ ถึงวันนี้แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในข้อเท็จจริงมันจะสืบ อย่างไรก็แล้วแต่ ในความเป็นคนไทยด้วยกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ต้องปกป้องหวงแหน อธิปไตยของแผ่นดินไทย แต่บังเอิญในข้อเท็จจริงครั้งนี้ทหารไทยถูกกระทําก่อน และ อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการกระทําของฝ่ายตรงข้ามที่ทํากับประชาชน คนไทยเป้าหมายนั้นไม่ใช่เป็นเป้าหมายทางการทหารอย่างเดียว แต่เป็นการกระทํากับ เป้าหมายทางพลเรือน ท่านประธานคงจะเห็นภาพในโทรทัศน์ว่ามีโรงเรียน อาคารบ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระสุนปืนใหญ่จากฝ่ายตรงข้าม แต่ที่ฝ่ายทหารของเราเองนั้น เป้าหมายในการกระทํานั้นเป็นการกระทําตามเป้าหมายที่เรียกว่าพื้นที่ของทางความมั่นคง หรือพื้นที่ทางการทหาร ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเอาเรื่องนี้กราบเรียนท่านประธาน เพื่อประจานให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบว่าวันนี้ทหารไทยของเราได้ทําหน้าที่ ในการรักษาอธิปไตยอย่างสมเกียรติและสมศักดิ์ศรี ผมมีมุมมองที่น่าสนใจนิดเดียวครับ ท่านประธาน บังเอิญได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ และผมถือว่าในฐานะที่เราเป็นสมาชิก รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน้าที่สําคัญอันหนึ่งพวกเราก็คือหน้าที่ในการพิทักษ์รักษา หวงแหนแผ่นดินของไทย และผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็คงมีความรู้สึกจะพิทักษ์รักษา หวงแหนแผ่นดินไทยเช่นกัน เราจําเป็น ต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีความพยายามที่จะโยงว่า นี่คือสงคราม หลายคนบอกว่านี่คือสงครามระหว่างไทย-กัมพูชา ถ้าเราไปใช้ประโยคนี้เท่ากับ ว่าเราจะไปเข้าทางเขมร เขมรกับไทยตีกันก็เหมือนกับนักเรียนชั้น ป. ๖ กับนักเรียนชั้น ป. ๒ ตีกัน นักเรียนชั้น ป. ๖ กับ ป. ๒ ตีกัน ป. ๖ ก็มีโอกาสชนะกว่า ก็เหมือนประเทศไทย มีโอกาสชนะเขมร แต่เด็ก ป. ๒ ชอบไปฟ้องครูใหญ่ ครูใหญ่ในที่นี้ก็คือหมายถึง สหประชาชาติ ท่านประธานคงจะทราบดีนะครับว่าทางเขมรเองเขาก็พร้อมที่จะฟ้องครูใหญ่ อยู่เรื่อย ๆ จึงเป็นหน้าที่ของเราเองในการที่จะทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วโลก ได้รับรู้ว่าเราไม่ได้รังแกกัมพูชา เราไม่ได้รังแกเขมร แล้วอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน นะครับว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์กับแผ่นดินไทย วันนี้ผมเชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างไทย-เขมร คงไม่ได้หมายถึงว่าเราคนละพรรคจะต้องคิดไม่ตรงกัน หน้าที่ของเราต้องคิดให้ตรงกันครับว่า เราจะต้องหวงแหนอธิปไตยของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่แผ่นดินไทย ผมเรียกร้องเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าให้ใช้ความขัดแย้งนี้ว่าเป็นการปะทะชายแดนระหว่างไทย กับกัมพูชา และผมก็เชื่อว่าประโยคที่เราใช้แบบติดปากว่าความขัดแย้งนี้คือการปะทะ ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินไทย ดังนั้นเกิดถ้าใครพยายาม ผสมโรงว่านี่คือสงคราม นี่คือสงคราม ผมถือว่าคนคนนั้นที่พยายามพูดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รัก ประเทศไทย ผมมีข้อสังเกตที่อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าวันนี้ทหารหาญ ของไทยหลายท่านก็เสียชีวิต หลายท่านก็บาดเจ็บสาหัส พี่น้องประชาชนเสียชีวิต พี่น้อง บางคนบาดเจ็บสาหัส ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลเอง ตลอดจนพวกเราทุกคนต้องให้กําลังใจทหาร ในการที่จะปกปักษ์รักษาอธิปไตยของประเทศไทยเรา และที่สําคัญที่สุดก็คงจะเรียนกับทาง รัฐบาล เพราะเมื่อวานนี้ผมทราบว่าข้อมูลที่ได้รับเมื่อวานมีการอพยพของประชาชนประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน แล้วก็มีจุดที่ต้องการให้ประชาชนอยู่อาศัยประมาณ ๒๑ จุด แต่ข่าวตอนเช้า ตัวเลขสูงขึ้นมาถึง ๓๐,๐๐๐ คน ก็เลยอยากจะเรียนไปทางรัฐบาลว่ารัฐบาลต้องลงไปดูแล ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ผมไม่มั่นใจว่าตัวเลข ๓๐,๐๐๐ คน เป็นตัวเลขทางโทรทัศน์จะถูกต้องหรือไม่ และท้ายที่สุดที่อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศว่าผมฟังบทวิเคราะห์เมื่อเช้านี้จากหลาย ๆ สถานี ทุกคนบอกว่า สงครามคงจะไม่ลามปามไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่จะขยายไปมากกว่านี้คือสงครามทางการทูต ผมเชื่อมือท่านครับว่าท่านจะสามารถทําหน้าที่ตรงนี้ได้ดี คืออย่างน้อยการทําความเข้าใจกับนานาชาติ การทําความเข้าใจกับยูเอ็น (UN) หรืออาเซียน (ASEAN) เองว่าประเทศเราไม่ได้เป็นคนรังแกใคร แต่เราเป็นคนที่ปกป้องอธิปไตยของไทย ครับ และท้ายที่สุดจริง ๆ ครับว่าวันนี้เราต้องร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจนะครับ ท่านประธาน ครับ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. พรรคไหน ฝ่ายไหน ประชาชนกลุ่มไหน สีไหน ในการดูแลอธิปไตย ของชาติเราจะต้องร่วมมือกันให้เป็นเอกภาพ เพื่อจะเชื่อมั่นในการนําของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะนําพาประเทศเราในการรักษาอธิปไตยของชาติครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิวัฒน์ชัย

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมคงจะไม่เล่าถึงประวัติศาสตร์ แล้วก็คงจะไม่มา บรรยายพิเศษเกี่ยวกับเรื่องปักปันเขตแดน แต่ผมจะมาพูดถึงว่าผลกระทบจากการปะทะ ระหว่างทหารไทยกับทหารเขมร ผมรู้แต่ว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นเราเคยเห็นแต่ประชาชน ต่างประเทศที่พากันอพยพมาอยู่ในประเทศไทย แต่ครั้งครานี้เราได้เห็นประชาชนคนไทยเอง ได้อพยพมาพึ่งพาประชาชนคนไทยด้วยกันเอง จึงเป็นปัญหาในการดูแล ผมอยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นเพราะรัฐบาลได้ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดในด้านนโยบาย ด้านการต่างประเทศ หรือผิดพลาด ที่ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอง หรือบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ในด้านการทหาร หรือตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะสังเกตว่าทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศและตัวแทนของกองทัพได้ไปเจรจากับประเทศเขมรหรือประเทศ กัมพูชานั้น ขณะที่เจรจากันแล้ว ผลปรากฏว่าทางตัวแทนของกองทัพได้มาแถลงบอกว่า ขณะนี้ได้มีการเจรจาสงบ ยุติการยิงแล้ว หลังจากการแถลงเสร็จไม่กี่นาทีก็มีการยิงกันเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรืออีกด้านหนึ่งก็คือด้านกระทรวงมหาดไทย ท่านทราบไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนี้อําเภอกันทรลักษ์เป็นอําเภอที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดศรีสะเกษ นายอําเภอนั้นได้เกษียณอายุราชการตั้งแต่เดือนกันยายน จากวันนั้น มาถึงวันนี้อําเภอกันทรลักษ์ยังไม่มีนายอําเภอเลย ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องผิดพลาด ของกระทรวงมหาดไทย อาจจะเป็นเพราะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่

และอีกประเด็นหนึ่ง ผมอยากถามทางรัฐบาลว่าจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทําให้ เกิดความสงบในแนวชายแดนโดยเร็ว

และอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านทางประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้ศักยภาพของรัฐบาลและทหารจะสามารถดูแลประเทศ และประชาชนให้ปลอดภัยสมกับงบประมาณที่ได้ใช้ไปหรือไม่นะครับ

ส่วนข้อเสนอแนะนั้น ผมอยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ผู้นํา ทั้ง ๒ ประเทศ คือนายกรัฐมนตรีทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชานั้นได้เจรจากันโดยเร็ว เพื่อหาข้อยุติ อย่าเล่นการเมืองมากจนเกินไป เพราะประชาชนจะเดือดร้อน

และข้อเสนอแนะที่ ๒ ก็คือหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร็ว เพราะ ส่วนใหญ่ประชาชนมีอาชีพเกษตรกร

ข้อเสนอแนะที่ ๓ ผมได้มีการเจรจา มีการพูดคุยกับผู้ที่เชื่อถือได้ในประเทศ กัมพูชา เพราะพื้นที่ที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรนั้นติดต่อกับประเทศกัมพูชา เขาได้ฝากบอกมาว่า ถ้าเผื่อมีโอกาสได้เจอกับทางนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ช่วยบอกด้วยว่า อย่าพยายามให้ผู้ชุมนุมนั้นยั่วยุหรือสบประมาท หรือดูถูกดูแคลนจนกระทั่งเขาทนไม่ได้ ผมก็เลยตอบไปเบื้องต้นว่า จะไปบอกได้อย่างไร ขณะนี้ผู้ชุมนุมก็ยังด่าตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้อยู่นะครับ และผมสรุปได้เลยว่า ขณะนี้ท่านจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรก็แล้วแต่ ประชาชน จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดสระแก้วที่อยู่บริเวณ แนวชายแดนนั้นเดือดร้อน เขาบอกว่าหนาวก็ทนได้ หิวก็ทนได้ จนก็ทนได้ แต่ทนกับการ บริหารราชการของรัฐบาลชุดนี้ที่ผิดพลาด ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนนั้นเขาทนไม่ได้ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ครับ

นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สุรินทร์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขต ๒ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ประเด็นวันนี้ญัตติที่ขึ้นมาก็คงจะเป็นเรื่องความเดือดร้อนจาก ภัยสงครามของจังหวัดที่ได้ติดกับพื้นที่เขมรนะครับ สุรินทร์ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ติดกับเขมร แต่จริง ๆ แล้วตัวพื้นที่ที่ผมเป็น ส.ส. อยู่มันไม่ได้ติดกับชายแดน แต่ก็ได้รับผลกระทบ ที่เกิดจากภัยสงครามที่เกิดขึ้นเหมือนกัน เรื่องที่พูดวันนี้ค่อนข้างเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะให้ ความคิดเห็นยากนะครับ เพราะว่าถ้าพูดทางหนึ่งก็จะรู้สึกว่าเป็นการไม่รักชาตินะครับ พูดอีกทางหนึ่งก็จะเห็นเป็นประเด็นว่าไม่เห็นกับความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องนะครับ แล้วก็จะชวนทะเลาะ จะทําสงครามกับเพื่อนบ้าน ผมเองเป็น ส.ส. มาปีนี้ก็ปีที่ ๓ เหตุการณ์บ้านเมืองหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น การเดินทางไปต่างประเทศหลาย ๆ ครั้ง ในประเทศเพื่อนบ้านที่ผมเคยเดินทางไปมานะครับ ในคณะกรรมาธิการเรื่องลุ่มแม่น้ําโขง หรืออะไรก็แล้วแต่ ประเทศที่รายล้อมประเทศไทยของเราค่อนข้างจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีปัญหา มีปมในใจทุกประเทศที่เขาคิดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลาว เป็นเขมร เป็นมาเลเซีย เป็นพม่านะครับ อย่างลาวเองเขาก็มีปมในใจเหมือนกันนะครับ วันนี้ปมที่มันเกิดขึ้น เรื่องเขมรมันก็คงจะเป็นเรื่องพื้นที่ของปราสาทเขาพระวิหารที่เกิดขึ้น มันก็เกิดจากเรื่องของ เขตแดนนะครับ จริง ๆ ตัวปราสาทพระวิหารถ้าว่ากันตามตรงแทบจะไม่มีอะไรเลยนะครับ ผมก็เคยไปเที่ยวมาสภาพความสมบูรณ์มันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ว่ามันก็คงจะเป็นเรื่องของ ศักดิ์ศรี เป็นเรื่องของพื้นที่เขตชายแดนที่ต้องการเป็นศักดิ์ศรีของแต่ละประเทศที่เกิดขึ้น และมันเกิดมาเป็นปัญหาทุกวันนี้แล้วจนเกิดเป็นภัยสงครามนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะ อภิปราย แล้วก็บอกกับทางรัฐบาลก็คือเรื่องของการช่วยเหลือแล้วก็เยียวยาให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ ที่กระทบโดยตรงวันนี้ก็คือทางจังหวัดศรีสะเกษ พ่อแม่พี่น้อง ที่อยู่ในตําบล อยู่ในบ้านภูมิซรอลที่ยังต้องวิ่งหลบระเบิดอยู่นะครับ เสียงปืนที่มีขึ้นอยู่ทุกวัน ที่เกิดขึ้นจากภัยที่เกิดขึ้นตรงนี้ ตลอดระยะเวลาที่หน้าข่าวที่นําเสนอมาก็ต้องบอกว่า ประเด็นหลักที่หน้าข่าวเสนอมาที่ผมติดตามมา ผมก็ต้องติดตามข่าวจากทางรัฐบาล เหมือนกันนะครับตามหน้าข่าว เป็นเรื่องของการที่อยากจะพยายามหรือเจรจานะครับ เรื่องของการที่จะทําให้เกิดความสงบ แต่ว่าเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาค่อนข้าง ยังไม่ชัดเจน เมื่อเช้าผมประชุมคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังมาก็มีญัตติที่ทางประธาน เรียกเข้ามา ก็คือเรื่องของงบประมาณที่เป็นงบกลางปีที่จะเข้าของสภา ดูแล้วงบที่จะเข้ามันก็ เป็นเรื่องที่จัดมาเรื่องของภัยพิบัติ เรื่องน้ําท่วมนะครับ ภัยพิบัติที่เกิดจากน้ําท่วมที่ผ่านมา แต่ว่าภัยที่เกิด ณ วันนี้เรื่องของภัยสงครามที่เกิดขึ้น การสู้รบกันที่เกิดขึ้นที่จะได้รับการดูแล มันก็ยังไม่ชัดเจนที่อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะช่วยเหลืออย่างไรกับพี่น้อง ที่เขาได้รับความเดือดร้อน พี่น้องหลาย ๆ ท่านเป็นพี่น้องที่ทําเกษตรกรนะครับ หาเช้ากินค่ํา ไม่ได้มีเงินเหลือมากมาย สิ่งที่เขาสูญเสียไม่ใช่แต่โอกาสที่จะได้ทํามาหากินนะครับ แต่เป็น การสูญเสียที่ดินหรือว่าบ้านเรือนที่ได้พังลง และวันนี้เรื่องของการที่ผู้แทน ท่านปวีณ ก็ได้อภิปราย เรื่องของการที่จะอพยพหรือให้สัญญาณ ให้เขาได้หลบได้หนีภัยได้ทันนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะชี้แจงนะครับ วันนี้ระหว่างเขตชายแดนหรือพื้นที่ที่มี หมู่บ้าน ที่มีตําบลที่ติดอยู่กับเขตชายแดนที่ติดกับเขมรนะครับ มันอยู่ในภาวะที่เกร็งกัน หวาดระแวงกันว่า เมื่อไรจะมีลูกระเบิดมาตกอีก ถ้ามันไม่มีความชัดเจนระหว่างประเทศหรือ ระหว่างผู้นํารัฐบาลของทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ว่าจะยุตินะครับ พ่อแม่พี่น้องที่เขาอยู่ในพื้นที่นั้น เขาก็ไม่กล้าที่จะกลับไปอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าวันนี้ส่งสัญญาณว่าไม่มีการหยุดยิง หรือว่าไม่มีการ ที่จะรบกันแล้ว เขาก็ยังที่จะไม่กล้าที่อยากจะกลับไปอยู่ ถึงแม้ว่าเขาอยากจะกลับไปทํามาหากิน ให้ได้เหมือนเดิม อยากกลับไปค้าขายระหว่าง ๒ ประเทศ ตัวประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ระหว่าง ๒ ประเทศแทบจะไม่มีความขัดแย้งกันเลย ที่ระดับพื้นที่จากเขตของจังหวัดสุรินทร์เอง ก็ตาม ช่องจอม ณ วันนี้ช่องจอมเป็นช่องแรกนะครับที่ทางด่านไทยที่ติดกับเขมรถูกปิดก่อน ไม่ให้มีการค้าขายก่อนแล้ว ไม่มีการข้ามไปข้ามมาแล้ว ไม่มีการส่งสินค้าแล้ว เนื่องจากทาง ช่องจอมเองปกติแล้วถ้าเดินทางโดยใช้รถที่จะขนส่งไปที่ตัวเมืองพนมเปญหรือที่เสียมราฐก็จะ เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ถ้าพูดจากเขตแดนไทยเราเอง แต่ว่าถนนหนทางที่เชื่อมต่อจาก ทางนั้นก็ค่อนข้างที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็มีการค้าขาย มีการทํามาหากินระหว่าง ๒ ประเทศ มานานแล้ว ณ วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นมันก็ทําให้ชาวบ้านที่เขาหารายได้จากการที่ได้รับ ผลประโยชน์จาก ๒ ประเทศจากการค้าขายมันก็ลดน้อยลงนะครับ สิ่งที่อยากจะยกให้กับ ทางรัฐบาลได้เปรียบเทียบนะครับว่าเท่าที่ผ่านมาเรื่องที่ทางรัฐบาลเราเคยช่วยเหลือจาก เหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครที่ช่วยเหลือผู้ค้า แถวย่านราชประสงค์ ทางนั้นเองท่านเคยได้ช่วยเหลือเขาไว้เท่าไรอย่างไรนะครับ เรื่องน้ําท่วม เคยให้ที่นาไร่เท่าไรหรืออย่างไรนะครับ วันนี้ภัยที่เกิดจากภัยสงครามก็อย่าให้น้อยกว่า เท่าที่ผ่านมานะครับ ได้ช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปที่จะให้กับพี่น้องที่เขาเดือดร้อน ได้ลืมตาอ้าปากลง

ประเด็นสุดท้ายก่อนจะจบเพื่อที่จะไม่รบกวนเวลาของ ส.ส. หรือพื้นที่ที่เขา ได้รับผลกระทบจริง ๆ ที่จะได้พูดกันต่อก็คงจะฝากถึงทางรัฐบาล เรื่องของความสงบที่จะเกิดขึ้น ระหว่าง ๒ ประเทศให้จบให้ได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี วิธีที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้นจากการเจรจาการทูตนะครับ แต่ในส่วนตัวผมเองแล้วปัญหาที่มันยังอยู่ก็คือ ปัญหาเรื่องของปราสาทพระวิหารที่ยังเป็น ปัญหาแล้วก็เป็นประเด็นอยู่ ถ้ามันยังเคลียร์ใจกันไม่ได้ จบไม่ได้ มันก็ยังมีปัญหา ทางกัมพูชาเอง เขาก็ต้องการที่อยากจะนําประเด็นนี้ให้สู่เป็นประเด็นระดับประเทศ ระดับโลกนะครับ ฉะนั้นการที่จะทําให้เกิดการขัดแย้งในเรื่องของสงครามมันก็อาจจะเป็นประเด็นอยู่ ขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีการรบกันอีก หรือว่ามีการยิงกันอีก ซึ่งก็ต้องโทษกันไปโทษกันมา ว่าใครจะยิงก่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ประเด็นนี้ เรื่องนี้มันคงจะต้องเกิดขึ้นอีก ดังนั้นขอให้ รัฐบาลมอง อาจจะมองในแง่ของเลวร้ายสักเล็กน้อย เพื่อที่จะให้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้น เขาได้เตรียมตัวไว้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ฝากกับทางรัฐบาล ส่วนตัวผมเองผมก็เห็นว่า ในระดับของการทูตเรายังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก ผมก็เห็นด้วยกับทางท่าน ส.ส. แล้วผมติดตามหน้าข่าววันนี้ ผมจะนั่งฟังรัฐมนตรีจะได้ชี้แจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศชี้แจง ถ้าตลอดที่ผ่านมาท่านค่อนข้างที่จะดูแล้วจะไม่ค่อยได้ชี้แจงอะไรที่ได้ ประสิทธิผลหรือว่าการทํางานของท่านเลย ในฐานะถ้าเกิดผมเป็น ส.ส. วันนี้ ถ้าเกิดอภิปราย นะครับ ฝากกับทางท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าเกิดว่าตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มันไม่มีประสิทธิภาพก็ควรเปลี่ยนนะครับ ไม่ใช่ว่ามีแค่คนเดียวที่จะเป็นได้ หลาย ๆ คน เขาก็เป็นได้ ถ้าเขามีประสิทธิภาพพอนะครับ ผมก็ฝากประเด็นนี้ไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมเรียนท่านประธานว่า ข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าพูดแล้วจะกระทบสัมพันธภาพ กระทบไมตรี สมาชิกพรรคของท่านได้ดําเนินการไปเรียบร้อยแล้วไปอุปมาอุปไมย กัมพูชาเป็นนักเรียน ป. ๒ เมืองไทยเป็น ป. ๖ คนนั้นเก่งกว่าคนนี้ไม่เก่งกว่า นั่นแหละท่านประธานก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสัมพันธไมตรี แต่พวกกระผมไม่มีทางดําเนินการเด็ดขาดในสิ่งที่จะกระทบ สัมพันธไมตรี พวกเราต้องการสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่มาสมานฉันท์กับรัฐบาล เรารู้ครับว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ มันไม่เป็นผลดีทั้ง ๒ ฝ่าย ถามว่าสงครามครูเสด รบกันมา ๕๐๐ ปี สุดท้ายเป็นอย่างไรครับ สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการเจรจา พุทธ คริสต์ พราหมณ์ อิสลาม ฮินดู เราอยู่ด้วยกันได้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านลองทบทวนตัวเองสักนิดเถอะครับ ผมไม่กล้าสอนท่าน แต่อยากจะเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่าเวลาท่านบริหารราชการบ้านเมืองท่านบริหารราชการแผ่นดิน บางทีท่านไม่ซิง อะ ซอง (Sing a song) กันระหว่างท่านกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เหตุปล้นปืนปักษ์ใต้ นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์แท็ด ๆ คาดการณ์ไว้แล้ว คาดคะเน ไว้แล้วว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้ ผมฟังดูท่านมีอินไซด์ (Inside) ท่านมีข้อมูลเชิงลึกเชิงลับ แต่ว่าอีกวันหนึ่งต่อมาท่านรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกันครับ บอกว่าฝ่ายคนร้ายมันเสียมวลชน รัฐบาล ได้มวลชน มันเลยต้องกําเริบเสิบสาน ต้องแสดงศักยภาพเพื่อให้ได้มวลชน อยู่ด้วยกันครับ หัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรค นายกรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ไม่เหมือนกันครับ ผมเรียนท่านประธานว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่โทษใครหรอกครับ รัฐบาลก็ไม่อยากให้เกิด ฝ่ายค้านก็ไม่อยากให้เกิด แต่คนได้รับผลกระทบคือคนในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ แล้วท่านประธานรู้ไหมฝ่ายรัฐบาลเอาเปรียบ เอางบภาษีอากร พี่น้องประชาชนไปแจก แต่ปรากฏว่าไม่ให้เจ้าหน้าที่แจกหรอกครับ ก็อ้ายว่าที่ผู้สมัคร พรรคการเมืองบางพรรคเอางบประมาณของหลวงไปแจกครับ ออกโทรทัศน์ยิ้มแย้มแจ่มใส ชาวบ้านไม่รู้นึกว่าอ้ายนี่ใจป้ํา ไม่หรอกครับ มันไม่ใช่เงินคุณอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เงินคุณสุเทพ ไม่ใช่ เงินคุณกษิต ไม่ใช่เงินผม แต่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเขารู้ สิครับว่านี่ภาษีอากรของเขา และรัฐบาลแจกเมื่อยามเขามีความเดือดร้อน เขามีปัญหา ผมจะอภิปรายปัญหามันเกิดขึ้นจาก ๔ เรื่อง ๔ ประเด็น

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเกิดจากตัวท่านนายกรัฐมนตรี แล้วกรณีประเทศกัมพูชา ตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณเป็นที่ปรึกษา มันเรื่องอะไรของรัฐบาลไทย มันเป็นเรื่องของประเทศ กัมพูชาเขาจะตั้งใครก็ได้เป็นที่ปรึกษา แสดงความเห็น สมเด็จฮุนเซน มาประชุมที่หัวหิน ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าว รัฐบาลไทยออกไป ทําอย่างนี้ไม่ได้ต้องขอเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไปพูด ทําไมเขาจะตั้งใครที่ปรึกษา นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเกิดจากตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านล่ะ คือปัญหา และโอกาสจะแก้ไข ยาก ถ้านายกษิต ภิรมย์ ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทยไม่มีวันพัฒนาไปสู่ สิ่งที่ดีขึ้น

เรื่องที่ ๓ กรณีที่ตั้งของวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ผมเรียนเบื้องต้นว่า วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ สร้างปี ๒๕๔๑ ใครเป็นรัฐบาล ฝ่ายทหารบอกให้ประท้วง กระทรวง การต่างประเทศไม่ประท้วง พอเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ วัดเขาสร้างเสร็จแล้ว ปัญหามันจึงเกิด

เรื่องที่ ๔ กรณี ๗ คนไทยเข้าไปในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ผมฟันธงไม่ได้ ว่าที่ตรงนั้นเป็นเขตแดนของใคร แต่ผมรู้มาว่าเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าทหาร ตํารวจ เขาบอกอย่าเข้าไปตรงนี้มีปัญหา ตรงนี้เป็นพื้นที่ประเทศกัมพูชา เข้ามาเดี๋ยวถูกจับ ก็ปรากฏว่าเข้าไป ๗ คน ปัญหามันน่าสนใจ ๑ ใน ๗ คน เป็น ส.ส. พรรคใครครับ นายกรัฐมนตรีรู้ไหมผมไม่ทราบ แต่ผมดูคลิปเห็นชัด ท่านผู้แทนราษฎรบอก โทรมา ให้รายงานนายกรัฐมนตรี อย่าไปบอกใคร เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีรู้คนเดียว แล้วประเทศ กัมพูชาเขาคิดอย่างไร ท่านจะมีอะไรในใจนึกอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ที่ผมเรียงลําดับ ๔ ประเด็น ผมจะเรียนกับท่านประธานว่านี่คือความผิดพลาดที่รัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เป็นคนก่อให้เกิดปัญหาทั้งหมด ผมเคยเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สมัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมไม่ได้สอนท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมอยากจะมาเล่า ให้บรรดาเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนคนไทย หรือคนเทศที่ฟังภาษาไทยรู้ และฟังวิทยุ ขณะนี้ว่าประเทศกัมพูชานั้นเขาอยู่ภายใต้การดูแลของเมืองไทยมาโดยตลอด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ยังรับราชการอยู่กระทรวงการต่างประเทศ ในสถานการณ์นั้น ผมเป็นรัฐมนตรีสํานักนายก ประชุมทุกวันอังคาร มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านหนึ่งไปประชุมชิน ๑ ชิน ๒ ชิน ๓ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศ อินโดนีเซีย แล้วก็กลับมารายงาน ครม. ว่าชิน ๑ ว่าอย่างนี้ ชิน ๒ ว่าอย่างนี้ ชิน ๓ ว่าอย่าง นี้ สุดท้าย พลเอก ชาติชายเรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว แล้วท่านก็ปรารภว่า ๑๕ ปี ที่ไทยรับรองเขมร ๓ ฝ่าย รับรองเขมรแดง รับรองเขมรเสรี และกลุ่มของเจ้าสีหนุ แต่ ๓ ฝ่ายไม่ได้บริหารราชการบ้านเมือง คนบริหารราชการบ้านเมืองคือกลุ่มสมเด็จฮุนเซน ประเทศไทยรับรองว่าไม่ รับรองใครครับ รับรอง ๓ ฝ่าย ไม่มีอํานาจเลยในประเทศกัมพูชา แต่ฝ่ายที่ ๔ มีอํานาจ ประเทศไทยไม่รับรอง ไทยไม่รับรองแล้วเป็นอย่างไรครับ สหรัฐอเมริกา จีน พี่เบิ้มไม่รับรอง พลเอก ชาติชายบอก เหลิม เราไปรับรองคนไม่มีอํานาจ เดี๋ยวอาจะทําเซอร์ไพรส์ (Surprise) ก็มีการจัดตั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่โรงแรมโอเรียลเต็ล ไปแถลงข่าวต่อนักข่าวต่างประเทศ พลเอก ชาติชาย ได้ใช้คําพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า ไอ อินไวท์ ฮุนเซน อิน ไทยแลนด์ ทู แบงคอก (I invite Hun Sen in Thailand to Bangkok) หมายความว่าจะเชิญฮุนเซนมาประเทศไทย เท่านั้นแหละครับ บ่อนแตก เป็นโรคตกอกตกใจ มาหานายกรัฐมนตรีชาติชาย นายกรัฐมนตรีชาติชายกระซิบผม อาต้องเล่นการเมืองแบบ หกเหิน พลิกโผ ปัญหาตามมาต่อว่า กระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธเขมร จีน สหรัฐ ปฏิเสธกัมพูชา ซึ่งฮุนเซนบริหารราชการบ้านเมืองเป็นฝ่ายที่ ๔ ที่ไทยไม่รับรอง แล้วจะเชิญ ได้อย่างไร ที่ผมพูดอย่างนี้ผมไม่ต้องการให้คุณอภิสิทธิ์จะต้องขอร้องใคร ให้บอกใคร แต่ถ้าท่านคิดว่าเห็นแก่บ้านเมือง นําความสงบเรียบร้อยให้ ๒ ประเทศค้าขายได้ เราขายเขา ปีละ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราซื้อเขา ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราได้เปรียบ เวียดนาม พม่า ลาว เขมร ก่อนนี้เขาให้ไทยเป็นพี่เบิ้ม วันนี้ต้องมาทะเลาะกัน ถามว่าเพราะอะไร เพราะ ปัญหามาจากพวกท่าน จากเหตุนํามาสู่ผล พลเอก ชาติชายบอกว่า กระทรวงการต่างประเทศ คุณทําไม่ได้ไม่เป็นไร ไปขอร้องกองทัพ ผมจะบอกท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี อีก ๑๐๐ ชาติ พวกท่านก็ไม่มีศักยภาพถ้าเอากองทัพในการเจรจากับประเทศกัมพูชา ทหารเขาอยู่กันมานาน เขามีความผูกพัน เขามีไมตรี แต่ถึงเวลาเขาต้องรบ ก็ต้องรบกัน พลเอก ชาติชาย บอก พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านถามว่า เหลิม เหมาะไหม ผมบอกว่าเหมาะ เพราะ พลเอก ชวลิตไปทํางานในกัมพูชาตั้งแต่ยศ พันเอก ตอนนั้น พลเอก ชวลิต เป็นผู้บัญชาการทหารบก ติดต่อประสานไปยังเตียบัน พลเอก เตียบัน เป็นเพื่อนกับ พลเอก วิชิต ยาทิพย์ ประธานบอร์ดการประปานครหลวง ก็แฟนคุณสุเทพนั่นแหละ พวกคุณสุเทพ นักเรียนโรงเรียนแถว ๆ ฝั่งธนบุรีด้วยกัน ผมจําชื่อไม่ได้ เขามีประโยชน์ เขาเจรจากับเตียบัน เตียบัน บอกฮุนเซน พลเอก ชวลิต บอกฮุนเซนให้ไปแวะลาวแล้วมาเมืองไทย ฮุนเซนมาไทย ผมเป็นรัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรี คุมสื่อสารมวลชนตอนนั้น นายกรัฐมนตรีชาติชายบอกว่า ปล่อยเสียงหมด ปล่อยภาพหมด ๆ มาดามฮุนเซนไปพักที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเราเอาชนะเขา ด้วยสติปัญญา เอาชนะเขาด้วยศักยภาพเอาชนะด้วยสติความรู้ความพร้อมของประเทศไทย สุดท้ายเขมรหรือกัมพูชาก็ยอมรับประเทศไทยเป็นพี่เบิ้ม เราได้แหลมอินโดจีน นั่นคือในอดีต เขาทํากันมาอย่างนั้น ฮุนเซนสนิทกับท่าน พลเอก ชวลิต พวกท่านก็กระแนะกระแหนก็เขา สนิทกันมาหลายสิบปี เตียบันตั้งแต่ยศน้อย ๆ เตียบันเป็นคนจังหวัดตากรอยตะเข็บเกาะกง เตียบันเป็นพี่เตียวิน เตียวินเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ทําไมท่านไม่บอกกับคนที่เขา มีสัมพันธไมตรีอันดี พลเอก ชวลิตเขาโทรฮุนเซน บอง บอง บอง บองแปลว่าพี่ เขาคุย แป๊บเดียวเรียบร้อย ไม่ต้องส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยิ่งคุณกษิตไป พัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกตัวอย่างว่าในอดีตเขาทําการทูตกันอย่างนี้ ไปด่าทําไมครับว่ากุ๊ย ไปด่าทําไมครับเฮงซวย เพราะตอนนั้นไม่คิดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซัดเขาไว้เต็มแม็ก ยิงไม่หยุด เปิดออโต้ (Auto) ก็ไม่นึกจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ใส่เขาไว้อย่างนี้ ด่าเขาไว้อย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี หัวใจคนทําด้วยเนื้อ เขาต้องเจ็บปวด ไปดูหมิ่นดูแคลน ขึ้นชื่อเรียกเขาว่าอ้ายฮุนเซน อ้ายกุ๊ย ตอนหลังมาแปล ไลออน ฮาร์ด แปลว่าหัวใจสิงห์ ท่านทําได้อย่างไร นี่ผมพูดจากใจ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีผมไม่ได้อิจฉา ท่านเห็นผมเล่น การเมืองไหม ผมอยู่ในกรอบมาตลอด ด่าท่านรุนแรงผมก็ไม่เห็นด้วย กระบวนล้อเลียน ไปเรียกนายอภิสิทธิ์เป็นนางอย่างนี้ อย่างนี้ก็เกินเหตุ ผมไม่เอาด้วยและผมยังยืนยันว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ดี ผมไม่ว่า วันหนึ่งพวกผมนั่งตรงนี้อาจจะไปนั่ง มุมนั้น แต่ระหว่างท่านบริหารราชการบ้านเมืองท่านมีปัญหาหมด ท่านไปสอนเรื่องอองซาน ในพม่า เขาก็ด่ากลับมาคุณไม่ได้เสียงข้างมาก แล้วคุณมาจัดตั้งรัฐบาล ผมบอกแล้ว นายกรัฐมนตรีมาถูกต้องแต่ไม่ชอบธรรม เพราะท่านแพ้เลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เดี๋ยวตอบเสียหน่อยสิว่าเลือกตั้งรอบหน้าถ้าไม่ชนะพรรคเพื่อไทยไม่แย่งจัดตั้งรัฐบาล เลียนแบบพี่ชวนผมสิ แพ้ พลเอก ชวลิตคะแนนเดียวไม่ตั้ง ผมเรียนท่านต่อนะครับว่าที่ผม บอกว่าในประเด็นที่หนึ่งปัญหาเกิดจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสร้างเงื่อนไขไว้สูงจริง ๆ สมัยท่านเป็นฝ่ายค้าน ท่านสร้างมาตรฐาน ไว้แข็งแกร่ง แต่เป็นรัฐบาล ทําไมทําตัวเป็นสํารวยลืมคํา ท่านลืมง่าย ท่านบอกเอาไว้ว่า เมื่อครั้งอภิปรายท่านสมัคร สุนทรเวช เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ ความตอนหนึ่งผมสรุป สั้น ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเขตแดนของเราต้องนับสันปันน้ํา มีข้อยกเว้นแต่เพียงว่า ปราสาทเป็นของกัมพูชา ผมไม่ใช่นักการต่างประเทศ ผมอ่านหนังสือรู้ ผมดูกฎหมายเป็น ถ้าสันปันน้ําก็ไม่ใช่แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ๑ : ๕๐๐,๐๐๐ ที่ผมพูดนี้ผมไม่เคยคิดว่า พวกท่านจะยกแผ่นดินให้กัมพูชา ท่านไม่เลวระยําอย่างนั้นหรอก ผมเข้าใจ ใครจะไปชั่วได้ ถึงขนาดนั้น ที่ยกแผ่นดินให้กับเขา ๑ ตารางนิ้วก็ไม่ได้ โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงอดีตกํานันเก่า เลือดรักชาติทะลักอก ท่านไม่ยอมหรอกผมรู้ แต่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อภิปรายท่านสมัครว่าเขตแดนของเราก็ต้องนับสันปันน้ํา มีข้อยกเว้นแต่เพียงว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา ในการอภิปรายครั้งนั้น ด้วยท่วงทํานอง นักเรียนนอก จังหวะจะโคนในการนําเสนอ ท่านปลุกกระแสข้ามชาติ เรียกร้องให้รัฐบาล ทวงคืนเขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน ตลอดจนเรียกร้องให้กัมพูชารื้อถอนปราสาท เขาวิหารออกไปจากเขตแดนไทย ผมเรียนว่าบทสรุป เนื้อหาใกล้เคียงไม่ใช่เวิร์ด บาย เวิร์ด (Word by Word) ท่านนายกรัฐมนตรี นี่เนื้อหาสาระ คนฟังแล้วเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีให้ยึดหลักสันปันน้ํา เหมือนกับที่ท่าน อภิปรายว่าเสียง ๑ เสียงก็ต้องรับฟัง เสียง ๑,๐๐๐ เสียงก็ต้องรับฟัง ยกตัวอย่าง ประท้วง เนื้อวัวที่ประเทศเกาหลี เกาหลีเขาตั้งรัฐบาลมาสั้น เขายังลาออก ยุลุงสมัครลาออกทุกวัน ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดว่าให้ทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร ผมถอนคําอภิปรายตรงนี้ อาจจะเป็นความเข้าใจของผม ผมถอนข้อความตรงนี้ ผมแฟร์ (Fair) ผมไม่ซ้ําเติมท่านในเรื่อง ไม่เป็นจริง แต่ผมยืนยันว่าท่านบอกเลยว่าเขตแดนของเราก็ต้องนับสันปันน้ํา วันนี้ทําไมท่าน มายืนเรื่องเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ผมก็ไม่ได้ว่าท่านผิด เพราะเมื่อทําเอ็มโอยูไปแล้วมันเลิก ง่าย ๆ ไม่ได้ มันต้องมีที่มาที่ไป เราพูดกันต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่พูดเอาใจ ไม่ใช่พูดตามใจ นึกว่าเป็นฝ่ายค้านจะด่ารัฐบาล ไม่ใช่ ผมมีเหตุผลของผม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านดูสิครับ หลังจากท่านอภิปรายในตอนเป็นผู้นําฝ่ายค้าน เหตุการณ์ลุกลามจนเป็นปัญหาความสัมพันธ์ ระหว่าง ๒ ประเทศ ถามว่าเกิดจากท่านไหม ท่านเป็นคนจุดกระแส อาจจะไม่ได้เกิดจาก ท่าน จังหวะมันเป็นลูกควบ ท่านดูบอลท่านอาจจะรู้ ผมไม่ใช่นักดูบอล มันเกิดปัญหากระทบ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบันประมาณเกือบ ๓ ปีมาแล้ว ทําให้ชาวศรีสะเกษ เสียหายปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานต่อไปว่า จุดแตกหักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทย เมื่อกัมพูชาตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษา รัฐบาลไทยได้ตอบโต้ค่อนข้างรุนแรง รัฐบาล ปฏิบัติการ ๓ เหตุผล ซึ่งทางการทูตถือว่าใช้ไม่ได้ รัฐบาลปฏิบัติการเรื่องที่ ๑ ท่านอาจคิด ไม่เหมือนผมคิด ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วคุณอภิสิทธิ์ต้องหนีรอนแรมอยู่ต่างประเทศ มีปัญหาเมืองไทยแล้วไปต่างประเทศ วันหนึ่งฮุนเซนตั้งคุณอภิสิทธิ์เป็นที่ปรึกษา ผมจะ ไม่พูดเลย ไม่ใช่เรื่องของผม แต่รัฐบาลไทยพอเห็น พันตํารวจโท ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา ได้ดําเนินการทางการทูต เขาถือว่ารุนแรง ทําทําไม เรื่องแรก ท่านเรียกเอกอัครราชทูตไทย จากกรุงพนมเปญกลับประเทศไทย ทําทําไม เรื่องที่ ๒ ท่านทบทวนพันธกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ท่านทําทําไม เรื่องที่ ๓ ท่านทบทวนความร่วมมือ ต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยกําลังดําเนินการกับกัมพูชา โดยเน้นหนักในการงดการให้ความช่วยเหลือ ใครเป็นคนคิด เอาอวัยวะส่วนไหนมาคิด ตรงนี้ละครับคือที่มาของความกินแหนงแคลงใจ เมื่อนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาทําหน้าที่นายกรัฐมนตรี ข้อวิจารณ์ของผมอาจจะผิด อาจจะ ไม่ถูก แต่นี่เป็นมุมมองของผมในฐานะประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ถ้าเห็นว่าวิจารณ์ไม่ดี นายกรัฐมนตรีก็อย่าเอาไปใช้ ท่านก็ยืนตะแบงอย่างนี้ไป เอาไปเลย ผมไม่ต้องวิจารณ์อะไร กันมากแล้ว เพราะนั่งดูพันธมิตรเขาจับท่านแก้ผ้าเรียบร้อย เขาจัดการดําเนินการเสร็จ ผมไม่ต้องวิจารณ์อะไรมากมาย แต่ว่าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นมุมมองของผม ท่านเรียกทูตไทย กลับจากกรุงพนมเปญ ทบทวนพันธกรณี ทบทวนความร่วมมือ ท่านตัดงบประมาณที่จะ ช่วยเขา ท่านทําทําไม เขาเรียกใช้อารมณ์ ขาดสติ ไม่มีเหตุผล นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ คุณกษิต ภิรมย์ กับผมไม่เคยรู้จักกันมาจริง ๆ แต่ในระหว่างดู ขึ้นเวทีพันธมิตรผมก็นึกในใจอ้ายหมอนี่บู๊ลิ้มโว๊ย บู๊ลิ้มคือนักเลง จริงจัง เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ชูกําปั้น อัดรัฐบาลกัมพูชาด่าฮุนเซน ผมมองว่าหน่วยก้านดีอายุอานามก็ใกล้ ๆ กัน แต่ไปเล่น เขาไว้แรงไปด่าเขากุ๊ย ด่าเขาเฮงซวย ด่าเขาโคตรทุจริตหรือทุจริตอย่างมาก เขาดูโทรทัศน์ เขาเห็น เขาก็จดจําไว้ พอท่านนายกรัฐมนตรีตั้งกษิตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศปัญหามันขึ้นมาเลยท่านไปสังเกตเถอะครับ ไปปรึกษากับนายฮอร นัมฮง นั่นน่ะ ส่งสุเทพไปดีกว่าเอาคนด่าเจ้านายเขาไปคุยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วใครเขาจะคุยด้วย เดินออกมามีคนติดตามออกมาเดินให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวยังไม่ให้ สัมภาษณ์เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวจะขึ้นเครื่องให้สัมภาษณ์ ยังไม่ทันไรครับ กระสุนตูม ๆ มาเมืองไทย แหมกัมพูชาต้อนรับดี กัมพูชาให้เกียรติ นั่นมันเป็นพิธีทางการทูต ผมจะบอกท่านประธานให้ คุณกษิตไปกัมพูชาทีไรบ้านเมืองไทยเดือดร้อน นายกรัฐมนตรี ใช้ ผบ.เหล่าทัพเขาครับ นั่นเขาสนิทกันเขาผูกพันกันแล้วเขาไม่เคยด่าว่ากันรุนแรงไม่ใช่ ผมจะบอกนายกรัฐมนตรีว่าต้องเจรจาอย่างเดียวไม่ใช้กําลังทหาร มันต้องแยกกันทํา ผมไม่กล้าสอนหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพ นโยบายทางการทูต ประเทศที่พูดกัน ได้ยินแล้วทุบตีกันไม่ถึงทะเลาะอย่างไรได้หมด แต่ประเทศที่รอยตะเข็บติดต่อทะเลาะ ไม่ได้เลยครับ ลาว พม่า เขมร กัมพูชา มาเลเซีย ทะเลาะไม่ได้เลยครับ ต้องนับหนึ่งถึงร้อย นับร้อยถึงพัน นับพันถึงหมื่น นับหมื่นถึงแสนไม่ได้ ภาษาวงการทูตเขาบอกว่าพูดกันได้ยิน แต่เตะกันไม่ถึงได้ ขัดแย้งได้ ท่านดําเนินนโยบายต่างประเทศผิดพลาดหมด ท่านขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรีแทนที่จะไปเยี่ยมจีนก่อนท่านไปญี่ปุ่นก่อน ไปเยี่ยมประเทศสําคัญ ๆ โน่น ท่านไปลอนดอน ผิดไหม ไม่ผิด แต่ประเทศเพื่อนฝูงเขาบอกอะไรวะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมญี่ปุ่นก่อนไปจีน ผมปรารภไว้เท่านั้นแหละครับ และสิ่งสําคัญที่สุด คุณกษิตได้ปราศรัยบนเวทีพันธมิตรเมื่อ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่หน้าทําเนียบรัฐบาล คุณกษิตย้ําว่านายกฮุนเซนเป็นกุ๊ย เป็นคนบ้า ๆ บอ ๆ คนเฮงซวย มีคอร์รัปชัน (Corruption) สูง และเมื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านพยายามแปลความหมายของคําว่า กุ๊ยคือผู้มีใจนักเลง นั่นทําได้ถึงขนาดนั้น เดิมผมนึกว่าเป็นบู๊ลิ้ม พอเป็นอย่างนี้บอกอะไรนะ ตอนหลังบอกเป็นภาษาอังกฤษอีกไลออน ฮาร์ท หัวใจสิงห์ ดูอย่างไรก็ไม่เจือสม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านรับภาระก็เป็นเรื่องของท่านแต่ผมบอกว่าการทวงคืนเขาพระวิหาร ต้องใช้หลักการทูต ต้องใช้หลักการเจรจา เพราะศาลโลกตัดสินแล้วตัวปราสาทเป็นของเขมร พื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตรถ้ายึดตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นําฝ่ายค้าน ได้อภิปรายใช้สันปันน้ําก็เป็นของไทย ถ้า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ผมไม่โทษใครทําเอ็มโอยู เพราะมองต่างมอง มองคนละมุม มองคนละแนว แต่เมื่อปัญหาเกิดมาวันนี้มันเกิดจาก รัฐบาลของท่านมีการไล่กรรมการร่วมเขตชายแดนไทย-กัมพูชากลับประเทศ ยุติการประชุม เจบีซี ท่านกษิตมีท่าทีแข็งกร้าว อาจจะเป็นนิสัยของท่าน คนมาเล่าให้ผมฟังเยอะ เป็นทูตมาสเตอร์โก เป็นอย่างไรเป็นอะไรผมไม่พูดทีนี้เพราะเขาเล่า ให้ฟังแต่ดูบนเวทีท่านนี่เป็นดาวไฮปาร์ก (Hi-park) เฉียบขาดเด็ดขาด แล้วตอนนั้นเป็น ลูกน้องม็อบ (Mob) พันธมิตร วันนี้ผมจะอภิปรายลึกกว่านี้ผมก็สงสารนะ สงสารทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรี สงสารทั้งคุณกษิต พันธมิตรเขาทุบตีคุณรุนแรงเหลือเกิน เขาด่าจนกระทั่ง ผมเห็นใจนะ ทั้ง ๆ เกลียดคุณกษิตผมเห็นมันทุบตีไกลแรงเหลือเกิน ต่อไปผมเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า เมื่อนายกษิตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดจา กลับไปกลับมาผมเรียนด้วยความเคารพ ท่านมีภาวะผู้นําต่างประเทศต่ํามาก ต่ําจนวัดเป็น เซนติเมตรไม่ได้ ต่ําจริง ๆ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช้กองทัพเอาสุเทพไปยังเข้าท่ากว่า เพราะฮุนเซนก็เติบโตมาได้จากนักรบ คุณสุเทพพูดไทยเป็นไทยเอากันง่าย ๆ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมมีผู้ประท้วงครับ ท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพล พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานนะครับในการควบคุมการประชุม ผมฟังท่านสมาชิก ผู้อาวุโสอภิปรายก็เพลิดเพลินนะครับ ทั้งจริง ๆ ก็เหมือนหนังที่ฉายจนฟิล์มขาดแล้วครับ แต่ผมคิดว่าการอภิปรายน่าจะเกินเลยว่าประเด็นของญัตติไปแล้วครับ ผมอยากให้ท่านประธาน ได้ควบคุมให้การอภิปรายนั้นได้อยู่ในแนวในประเด็นที่ยื่นเป็นญัตติสดในวันนี้เพื่อให้ การอภิปรายได้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อการแก้ไขปัญหาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประธานวินิจฉัยนะครับ ชื่อญัตติจะบอกว่าเรากําลังพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาเรื่อง การปะทะกัน เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมก็กําลังพูดถึงปัญหาในแนวคิดของท่านเหมือนเมื่อสักครู่ เราก็ได้ฟังประวัติศาสตร์ความเป็นมา เพราะฉะนั้นท่านเฉลิมก็ยังอยู่ในประเด็นแต่ขอความ กรุณาท่านให้กระชับกว่านี้หน่อยนะครับเพื่อนสมาชิกรออีกหลายท่านเลยนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเขามอบหมายให้ผมซึ่งทําหน้าที่ประธาน ส.ส. ได้อภิปราย แล้วผมยังไม่ได้มีอะไรนอกประเด็น ผมจั่วหัวไว้ล่วงหน้าว่าสาเหตุปัญหามันเกิดจาก ๔ เรื่อง ผมเพิ่งผ่านไปเรื่องที่ ๒ แล้วคนอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่มียอมใครหรอกครับ ถ้าไปกินแต้มฟรี ท่านยังฟังได้นั่นแปลว่าผมยังอยู่ในกฏเกณฑ์ ถ้าไม่อยู่ในกฏเกณฑ์ท่านประท้วงครับ ท่านอภิสิทธิ์ท่านชัดเจน บรรดาท่านทั้งหลายกรุณาฟังอีกนิดนะครับยังเหลืออีก ๒ ข้อ

ข้อที่ ๓ เหตุแห่งปัญหามันเกิดจากกรณีวัดแก้วผมเรียกสั้น ๆ จนกระทั่ง มีปัญหาขึ้นธงไปขึ้นธงกัมพูชา ขึ้นธงไทย ทหารมาทหารไปนี่คือที่มาของปัญหาคราวนี้ ท่านประธานผมเป็นผู้แทนแบบสัดส่วนกรุงเทพฯ แต่ผมเป็นคนปราศรัยให้พรรคเพื่อไทย ผมไปทุกพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสาน ศรีสะเกษผมไปเหมือนบ้านผม ไปประจําเริ่มตั้งแต่ กันทรารมย์ติดอุบลราชธานี เลยไปอุทุมพรพิสัย ไปราษีไศลเข้ากันทราลักษ์ ขุขันธ์ ไปหมด รู้ครับว่าประชาชนเขาไม่อยากให้เหตุเกิด คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่อยากให้เหตุเกิด แต่เหตุมันเกิดมา ๑. นายกรัฐมนตรีอภิปรายในสภาไว้ ๒. ท่านกษิตจึงด่าเขาฉิบหายวายวอด สมัยขึ้นเวที พันธมิตรถ้าฉิบหายวายวอดไม่เพราะ ผมถอน แต่ว่าด่าเขาจริง ๆ แล้ววันนี้จะไปเจรจาความเมือง การเจรจามันต้องมีอํานาจการต่อรอง ผมบอกท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านหนังสือเจอหรือเปล่าผมไม่ทราบ ผมเคยอ่านเจอ คิสซิงเจอร์เจรจากับ กอร์บาชอฟยุติสงครามเย็น คิสซิงเจอร์ศึกษากอร์บาชอฟชอบแชมเปญไอร่อนฮอต ชอบโรงแรมหลังติดภูเขาหน้าดูทะเลไปเจรจากับประเทศอิตาลี เรียบร้อยเลยครับ เลิกสงครามเย็น เพราะฉะนั้นจะไปเจรจากับเขา รัฐมนตรีต่างประเทศกับฮุนเซนมันต้อง ศึกษาโครงสร้าง ก็เขาเกลียดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอาสิคุณอภิสิทธิ์ ไปเองผมว่าบรรยากาศคนละแบบ สุเทพไปคนละแบบ ใช้กองทัพไปคนละแบบ กว่าที่รัฐมนตรีกษิตไป ด่าเขาไว้อย่างนี้ เวลาเจรจาเขาก็ด่ากลับ แต่เขาด่าในใจ กลับมาทีไร แอ๊คอาร์ทลงสนามบิน เขมรต้องการ กัมพูชาให้การต้อนรับอย่างดี เชื่อว่าทุกอย่าง โก ออน เวรี่ เวลล์ (Go on very well) ไปด้วยดี สุดท้ายตูม ตูม ตูม ตูม มันไม่ใช่ ผมเรียนท่านประธานว่า เหตุวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระเป็นมูลเหตุจนกระทั่งเกิดปัญหาตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ ผมรู้ แต่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระสร้าง พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่ประท้วง ปล่อยปละละเลยเพราะเห็นว่า เป็นเขตชายแดน ไม่มีใครเรส (Raise) ปัญหาขึ้นมาก็ปล่อยผ่าน เพราะเอ็มโอยู ๒๕๔๓ บอก ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาพื้นที่ ใครเป็นใครยังไม่ตกลงให้แน่ชัด วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระอยู่ตรงนั้น ก็เลยเป็นปัญหา ผมไม่เคยคิดว่านายอภิสิทธิ์อยากเสียดินแดน ผมก็ไม่เคยคิดว่านายกษิต ไม่รักประเทศ แต่ว่าท่านสร้างเงื่อนไขเอาไว้มันจึงเกิดปัญหาขึ้นมา เขาไม่ชอบหน้าท่าน ผมเรียนต่อครับว่าในเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ระบุเอาไว้ว่า งดเว้นการดําเนินการใด ๆ ที่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระสร้างปี ๒๕๔๑ เอ็มโอยู ๒๕๔๓ แปลว่าปี ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ระบุ ห้ามไปแก้ไขเปลี่ยนแปลง ห้ามอะไรทั้งสิ้น ก็แปลว่าเราเสียเปรียบ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายท่านสมัคร ผมเรียนตรง ๆ ว่าท่านเป็น นักปลุกระดมตัวยงเหมือนกัน เนื้อหาสาระที่ท่านอภิปรายกินใจ ผมนั่งฟัง ตอนนั้นผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมยังเชื่อเลย เป็นอย่างนี้จริงหรือนี่ ผมเชื่อ แต่เมื่อท่าน มาเป็นรัฐบาลท่านอาจจะรู้ข้อมูล ทีท่าท่านเปลี่ยนไป ไม่เหมือนตอนเป็นผู้นําฝ่ายค้าน ผมเรียนนะครับว่าการขึ้นป้ายที่กัมพูชาขึ้น ของเราไปขึ้น แก้ด้วยกระสุนปืนไม่ได้ ต้องเจรจา คนเรานี่ถ้ามันเข้าใจกันแล้ว อะไรก็ได้ ไม่มีขัดข้องใจกันแล้ว ดําเนินการมันไปด้วยดี ไม่เชื่อ ท่านอยากให้มีเรื่อง ส่งรัฐมนตรีกษิตไปใหม่สิ งานเข้า ต่อไปผมเรียนต่อนะครับว่า ทหาร เขาหลับตามองเห็น เขารู้ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี เขารู้การเจรจา รบไปเจรจาไป เขาเข้าใจ อย่าไปยุ่งกับเขามากนักให้กองทัพดําเนินการไป ผมไม่ใช่ว่าให้มาหงอกัมพูชา รบได้รบ ต้องแสดงศักยภาพ แต่การเจรจาต้องเกิดขึ้น ด้วยความนุ่มนวลเรียบร้อย ผมไม่กล้าบอก นายกรัฐมนตรีไปรู้เห็นเป็นใจอะไร ผมไม่กล้าบอก ใครมีผลประโยชน์ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในทะเลรอยตะเข็บระหว่างจังหวัดตราด เกาะกูดติดกับเขมร เพราะผมไม่มั่นใจ แต่ว่ารัฐบาล ชุดนี้ทําอะไรแปลก ๆ น้ํามันปาล์มขาดตลาด มันต้องตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน ไปตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเป็นประธาน อ้ายนี่คือความแปลก ทําแปลกเรื่อย ๆ ผมเรียนต่อนะครับ

ประเด็นที่ ๔ ท่านนายกรัฐมนตรี ความลับในโลกมันไม่มี ถ้ารู้เกินกว่า ๑ คน ไม่มีความลับครับ คุณพนิช คุณอภิรักษ์ พวกนี้แฟนผมทั้งนั้น ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็เคยไปประชุมรู้จักมักคุ้น ผมไม่มีอคติส่วนตัว ผมไม่ได้รังเกียจ แต่ถามว่า ๗ คนที่ไป คุณพนิชไปด้วย มันเรื่องอะไรที่ต้องไปกับคุณวีระ คุณราตรี ผมไม่เข้าใจจริง ๆ แล้วอ้ายใครมันก็เก่งเหลือเกิน มันแอบไปถ่ายคลิปออกมา ผมดูโทรทัศน์ พนิชโทรบอก นายกรัฐมนตรีด้วย สมเกียรติ ขณะนี้ถึงกัมพูชาเรียบร้อย อ้ายพวกท่านก็บอก ออกมาตัดต่อ ๆ อ้ายผมไม่รู้ตัดต่อหรือไม่ ผมบอกอ้ายนี่มันเอกซเปอร์ต (Expert) มันเอาคลิปตรงนี้มาออกได้ โทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย นายกรัฐมนตรีรู้คนเดียวที่มาที่นี่ มันเป็นที่มาของปัญหา มันจึงเกิดความกินแหนงแคลงใจระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีซึ่งบริหารราชการบ้านเมือง ณ ปัจจุบันเป็นมา ๒ ปีเศษ พนิชบอกว่านายกรัฐมนตรี รู้คนเดียว รู้อะไรครับ นายกรัฐมนตรีตอบนะครับหรือพนิชพูดเอง ท่านต้องบอกว่า ไอ้นี่มันขายนาย หัวใจไม่รุกรบ พอโดนเข้าหน่อยใจเสาะ ท่านจะรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบ แต่พนิชบอกว่านายกรัฐมนตรีรู้คนเดียว ผมอยากรู้ว่านายกรัฐมนตรีรู้คนเดียว รู้อะไร แต่ถ้าท่านไม่ตอบก็ได้ เป็นสิทธิของท่าน เพราะนี่มันเป็นกระทู้ ผมถามนายกรัฐมนตรีต่อว่า ตอนหนึ่งบอกว่า บอกสมเกียรติหน่อยว่าเราเข้ามาที่เขตกัมพูชาแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไร แล้วจะได้ประสานไป ผมก็คิดเป็น ในฐานะผมเป็นพนักงานสอบสวนว่าถ้าอย่างนั้นใครเป็น อะ แมน บีไฮด์ (A man behind) ที่ ๗ คนไทยเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา ผมอยาก จะบอกกับท่านประธานว่าถนนคอนกรีตที่รัฐบาลกัมพูชาได้สร้างมาบ้านโกมุย อําเภอ จอมประสาน จังหวัดพระวิหาร มาที่วัดแก้ว แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร เข้ามาในประเทศไทย ๒๕๐ เมตรจึงเป็นกรณีพิพาท ผมไม่ได้บอก นายกรัฐมนตรี เอาเลย สั่ง ใช้แบคโฮ (Backhoe) ไปตัก ใช้แทรกเตอร์ (Tractor) ไปทุบ ไม่ใช่ ไปบอกฮุนเซนเขาสิว่าที่ทํามารุกล้ําอธิปไตยนะ ลุกล้ําดินแดนผมนะ ผมจะค้าขาย กับคุณนะ คุณเอาคนเขมรเข้ามาได้ ผมเอาคนไทยเข้าไปได้ จัดด่านถาวร ด่านพิเศษ ด่านชั่วคราว ต้องเจรจา เมื่อไม่ทําและสร้างปัญหาโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจึงเป็นที่มาของการกระทบกระทั่งจากเบาไปหาหนัก จากระหว่างกัมพูชา กับไทย วันนี้ลุกลามไปสหประชาชาติ ผมเชื่อว่าท่านไม่อยากให้เกิด ผมก็ไม่อยากให้เกิด และผมยังไม่อยากคิดว่านายกรัฐมนตรีไปกลัวม็อบขับไล่ ไม่อยากให้ท่านคิดไปยุบสภา อย่าไปยุบ อยู่ให้ครบ ทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เสียก่อน อยู่ยาวไป ๆ แต่ที่ต้อง วิพากษ์วิจารณ์ท่าน นี่เป็นเหตุผลของผมว่าด้วย ๔ ข้อนี้มันจึงเป็นที่มาของการกระทบกระทั่ง อย่างรุนแรง แล้วมันจะไม่ยุติถ้านายกรัฐมนตรีไม่ลงมือไปจัดการเอง ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์มีกรณียิงกัน คุณกษิตคุยกับฮอ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ แปลว่าเขาไม่ให้เกียรติ เขาไม่ฟัง เขาไม่ให้ความสนใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของไทย แล้วตรงนี้ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าท่านฟังผมแล้วบอก ไร้สาระ เฉลิมเป็นฝ่ายค้านก็ต้องพูดอย่างนี้ ไม่ใช่ ผมก็รักบ้านรักเมืองไม่น้อยกว่าท่านหรอก แล้วรัฐบาลของท่านมันแปลก แปลกจริง ๆ แก้ปักษ์ใต้ ๙๐ วัน แล้วเป็นอย่างไร นโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ไม่โกง ไม่กิน ไม่สิ้นชาติ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์มีเรียบร้อย ขอให้เป็น รัฐบาล อยู่ ๆ วันดีคืนดีไปจ้างเขา ๖๙ ล้านบาท ทําทําไมครับ ต้องปลดสภาพัฒน์ทั้งหมด มึงไปเขียนนโยบายรัฐบาล ปลด ย้าย แล้วคนเอาเงิน ๖๙ ล้านบาทไปจ้างมันเอาเงินตัวเองนี่ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านดําเนินกิจกรรม กิจการผิดพลาด จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ช่าง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมวิจารณ์ด้วยใจ ผมไม่เกลียดท่าน ผมไม่อคติกับท่าน แต่เหตุผล ของผมเป็นความคิดว่าผิดพลาด บกพร่องจากตัวท่าน ผิดพลาดบกพร่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ผิดพลาดบกพร่องจากข้อเข้าใจผิดเรื่องเอ็มโอยูผิดพลาด บกพร่อง จากการไม่เจรจาดุ เด็ด เผ็ด มัน ผมอยากจะเห็นว่าถ้าท่านทําอย่างนี้ต่อสถานการณ์ กัมพูชา-ไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป นายกรัฐมนตรีอย่าทิฐิเลยท่านพอรู้นี่ ท่านเอียงไม้ท่านรู้นี่ อ้ายนี่คุยได้ อ้ายนี้พูดได้ มันจะได้คาบาล (Cabal) มันจะได้ลดแรง ช่วยกันเถอะครับ บ้านเมือง ถ้ามันเลิกยิงกันได้ผมก็ดีใจ โดยเฉพาะ ส.ส. ศรีสะเกษทางนั้นเขาหนักใจ เขากลุ้มใจ วิ่งไปวิ่งมา อ้ายพวกท่านก็ร้ายเหลือเอาเงินหลวงไปแจก แหมไปยื่นหน้าสลอน กลายเป็นคนแจก ผมวิพากษ์วิจารณ์ ๔ ข้อเท่านี้ละครับ และผมยังสรุปอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยังนายกรัฐมนตรี เรื่องกองทัพดําเนินการยุทธ์ว่าไป แต่รัฐบาล ต้องเจรจา แล้วควรกักบริเวณคุณอภิสิทธิ์ ขอประทานโทษกักบริเวณคุณกษิตอย่าออกไป ประเทศกัมพูชา งดให้สัมภาษณ์ ก็เข้าไปคุยแล้วจะบอกไลออน ฮาร์ท อ้ายนี้มันสุดยอดแล้ว ในความเป็นนายกษิต ภิรมย์ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านอสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็รู้สึกหนาว แต่ไม่ใช่ เพราะว่าได้อภิปรายหลังท่านเฉลิมนะครับ แต่อุณหภูมิมัน ๒๒.๗ องศา ท่านช่วยปรับหน่อยครับ ความจริงผมชื่นชมท่านเฉลิมนะครับ ท่านไปมาหมดทั่ว พูดได้ว่ามาทั่วประเทศแต่เสียดายที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ไปครับ ไม่อย่างนั้น ท่านจะบอกได้ว่าท่านไปหมดทั้งประเทศได้เลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาศรีสะเกษแล้วกัน เอ้าพาดพิงเชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ยาวครับ คุณหมออาจจะไม่ทราบในเมื่อสมัยผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นโยบายท่านสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ห้ามฝ่ายการเมืองลงไปเกี่ยวข้อง โดยบอกคุณเฉลิมอย่าไปยุ่ง ให้กองทัพเขาทํา ผมก็ต้องฟังท่านนายกรัฐมนตรี ผมไปครั้งหนึ่ง ที่จังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลาไม่ใช่ปักษ์ใต้หรือคุณหมอ แต่ผมไปทํางานราชการที่ภาคใต้ ทั้งหมดตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ผมเป็นสารวัตรแผนก ๕ กอง ๗ ดูแลรับผิดชอบปราบปรามยาเสพติด ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ถ้าคุณหมอไม่รู้กรุณารู้เสีย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณานะครับ ถ้าไม่จําเป็นอย่าไปพาดพิงถึงใครจะได้อภิปราย เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ขอบพระคุณท่านอย่างสูงที่กรุณาอธิบาย นะครับ ถึงแม้ผมจะเป็นไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผมก็ร้องเพลงชาติไทย เหมือนกับทุก ๆ คนในภาคส่วนของประเทศไทยครับ ผมเข้าใจดีในท่อนที่ว่า ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ก็ไปบังเอิญที่ผมก็คิดอย่างเดียวกับท่านคุณหมอวรงค์ครับ ผมจึงเข้าใจว่า ในด้านหนึ่งใครรุกรานรุกล้ําอธิปไตยเราต้องตอบโต้ครับ แต่ในอีกด้านหนึ่งเรารักสงบ รักสันติภาพ แต่ยังมีความปรารถนาที่ดีต่อเพื่อนบ้านอะลุ้มอล่วยกันมาตลอดครับ ฉะนั้นรัฐบาลจึงจะต้องมีท่าทีและการปฏิบัติการที่เหมาะสมในระหว่าง ๒ ด้านนี้ครับ แม้จะมีใครบางคนบางกลุ่มมีความเห็นว่าจะต้องใช้เครื่องบินไปถล่มประเทศที่มีปัญหากับเรา ให้ห้ําหั่นกันให้บรรลัยกันไปข้างหนึ่ง บางคนจะกล่าวหาว่ารัฐบาล เสมือนว่ารัฐบาลนี่เป็นผู้ ริเริ่มสงคราม ริเริ่มการปะทะ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วคนไทยด้วยกันไม่ควรจะมีความคิดเช่นนี้ ไม่ควรจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่รัฐบาลก็ต้องยึดมั่นท่าทีจุดยืนที่เหมาะสมถูกต้องต่อไป มีสติ ไตร่ตรองต่อไปนะครับ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในอาเซียนครับ

สําหรับประเด็นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จะมีประโยชน์ โทษอย่างไรนั้นผมมีความ เชื่อว่าอยู่ที่ผู้ปฏิบัติครับ ถ้าผู้ปฏิบัติมีความบริสุทธิ์ใจทําเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เอ็มโอยู ๒๕๔๓ จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่ถ้าผู้รับผิดชอบ ผู้ปฏิบัติการมีผลประโยชน์ทับซ้อน รักษาผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวกก็จะเกิด ความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรงครับ นี่คือประเด็นของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าทุกฝ่าย ทุกประเทศในอาเซียนทราบกันดีว่าในปี ๒๕๑๕ นี้ประชาคมอาเซียนจะต้อง ร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราจะต้องทํางานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของอาเซียน ในชายแดนไทย-เขมร มีชาวไทยเชื้อสายไทยเขมร ไป ๆ มา ๆ ค้าขายระหว่างชายแดน ไทย-เขมร เหมือนกับแถวบ้านผมเหมือนกันครับ ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีชาวไทยเชื้อสาย มาเลเซียก็ไป ๆ มา ๆ ค้าขายระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซีย จึงไม่มีผลดีอันใดครับที่จะ เกิดการปะทะ เกิดความขัดแย้งระหว่างชายแดน ไม่ว่าประเทศใดก็ตามในอาเซียนครับ เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลไทยชุดนี้พยายามรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง ๒ ประเทศ ผมคิดว่าทั้งไทย ทั้งเขมรจะต้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ขึ้นอยู่กับทั้ง ๒ ประเทศ ไม่ใช่ประเทศเดียว เราประเทศเดียวคิดแต่ถ้าเขาไม่คิดมันทําไม่ได้ครับ ที่จะต้องมีความคิดที่ เข้าใจ ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบกัน ต้องเป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้ง ๒ ประเทศ มีวุฒิภาวะที่ ทัดเทียมกันและมีวิสัยทัศน์ที่ใกล้เคียงกันด้วยครับ เหมือนกับในสหภาพยุโรป ผมจึงคิดว่าใน เรื่องของปัญหาระหว่างชายแดนไทย-เขมรนี้ สรุปได้อยู่ ๒ ประเด็นก็คือ

๑. ต้นเหตุของเรื่องราวความขัดแย้งนี้เกิดจากนักล่าอาณานิคม ซึ่งผมได้เคย อภิปรายมาแล้วครั้งหนึ่งในสภานี้ว่า นักล่าอาณานิคมทําให้เกิดปัญหาในหลายประเทศ อย่างเช่นประเทศแคชเมียร์ อย่างเช่นสงครามระหว่างอินเดียและจีน ในเรื่องแมคมาฮอน ไลน์ (Mac Mahon line) นี่เป็นผลงานของนักล่าอาณานิคมทั้งสิ้นครับ จะโดยการโง่หรือแกล้งโง่ ของนักล่าอาณานิคมหรือเจตนาโดยไม่เจตนาของนักล่าอาณานิคมก็ตาม ก็ถือว่านักล่า อาณานิคมเป็นต้นเหตุ และความสามัคคีของคนในชาติไทยด้วยกันจะทําให้ประเทศไทย ฝ่าฟันปัญหานี้ได้ด้วยดี แต่ในทางตรงข้ามถ้าคนในชาติแตกแยก ต้องการที่ให้เห็นประเทศ ล่มจมเสียหายก็ทําให้ประเทศชาติลําบาก เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเราอย่าให้เหมือนไก่ที่อยู่ ในเข่งครับ ไก่อยู่ในเข่งเดียวกันจะถูกไปเชือดแล้วแต่ก็ยังตีกันอยู่ ผมคิดว่าต้องคิดตรงนี้ ให้มาก เราจะต้องสามัคคีกัน ผมจึงขอใช้โอกาสที่ผมอภิปรายสั้น ๆ นี้เรียกร้องให้คนในชาติ ทุกคนจงมาร่วมมือประสานมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ เดี๋ยวผมอ่านลําดับนะครับ จากท่านจตุพร พรหมพันธุ์ จะเป็นท่านอุดร จินตะเวช แล้วก็ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ เชิญท่านจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า หลังจากได้ฟังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัด ศรีสะเกษ ฟัง ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมได้อภิปรายความแล้วนั้น มันได้ตอบโจทย์อย่าง ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านด้วยความเข้าใจ ผมเรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่าทั้งที่นายกรัฐมนตรีนั้น ท่านลองสืบสาวราวเรื่องสิครับ หัวหน้าพรรคคนแรกก็เป็นคนจังหวัดพระตะบอง นายควง อภัยวงศ์ ประวัติศาสตร์ ลองไปดูหอสมุดแห่งชาติ เกิดที่จังหวัดพระตะบอง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนแรก แต่สิ่งที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้นั้นก็คือว่าวุฒิภาวะการเป็น ผู้นําของนายกรัฐมนตรีนั้น นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ๔ ครั้ง พี่น้องตําบลภูมิซรอล อําเภอกันทรลักษ์ มีความเดือดร้อนมากมายนั้น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้นไม่ได้ลง ไปดูในพื้นที่เกิดเหตุแม้แต่เพียงครั้งเดียว แล้วปัญหาทั้งหมดนั้นมันได้ตอบโจทย์เรื่องว่าภาวะ ของผู้นําจนนําไปสู่ปัญหา สถานการณ์แบบนี้ ท่านคงจะจําได้กรณีมีการเผาสถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ พันตํารวจโท ทักษิณ เวลานั้นก็บัญชาการเอา ซี ๑๓๐ (C130) เอากําลังไป เอาคนไทยกลับมา มีวุฒิภาวะการนําประเทศ ผู้นําประเทศอย่างกัมพูชาเขาก็ไม่ได้มีการโกรธ อะไร แต่ทั้งหมดนั้นท่านประธานก็คงจะได้แลเห็นแล้วว่า การสั่งสมความไม่เข้าใจมานั้น นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ตอนขณะที่ทําหน้าที่ฝ่ายค้าน แล้วตอนขณะ ไปชุมนุมร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนั้น ท่านประธานลองดูสิครับ สิ่งที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อธิบายความว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดจาอย่างนั้น มีท่าน พูดจาวันเดียวที่เข้าท่า คือวันที่พันธมิตรตัดท่านออกจากพันธมิตร บอกว่าประเทศไทยต้องมี ความสุขุมคัมภีรภาพ ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ นั่นเป็นการพูดวันเดียวของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ แต่ทั้งหมดมันได้อธิบายอะไรครับ ว่าท่วงทํานองต่าง ๆ มันมี วิวัฒนาการมามากมาย นายกษิต ภิรมย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานคงจะจําความได้ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกของรัฐบาลนี้ผมได้ยก กรณีกองกําลังสุรนารี ทําหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ๙ ครั้งให้ประท้วงทางการ กัมพูชา ถ้าวันนั้นนายกษิตไม่ปล่อยปละละเลย และไม่ต้องไปปะเหลาะสมเด็จฮุนเซน เพราะตัวเองไปด่าเขาไว้มาก ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนท้ายที่สุดนะครับ ปัญหาที่เป็นชนวนวันนี้เรื่องถนน ที่เอารถแบคโฮเข้าไปจนเขาคิดว่าจะไปรื้อวัดแก้วนั้น ปัญหาวันนี้จะไม่เกิดเลยครับท่านประธานที่เคารพ กองกําลังสุรนารีทําหนังสือมา ๙ ครั้ง กระทรวงการต่างประเทศเก็บเรื่องเงียบ เพราะต้องการให้รัฐมนตรีไปเคลียร์ความในใจกับ สมเด็จฮุนเซน ต้องการเอาเขามาประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนที่หัวหิน แล้วท้ายที่สุดเขาก็ ตัดถนนเสร็จ แล้วเวลานี้ท่านประธานที่เคารพ พอชนวนมันสะสม ๆ ปัญหาเข้า ท่านประธาน ลองดูเถอะครับว่านับตั้งแต่วันนั้นท่านให้เลขานุการลงไปดู ผมนี่ร้องไปยังคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ เพราะว่าหลังจากนั้นเราก็เห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศไปทําแผน ในการที่จะจัดการกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา แล้วแผนมันก็เห็นกันทั่ว เขาก็เลยรู้ว่า ทัศนะประเทศไทยนั้นคิดอย่างไรกับเขา เรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ท่านประธานที่เคารพ เวลานี้สภาพของรัฐบาลชุดนี้เหมือนเรื่องกระต่ายสามขา คือมันต้องการที่จะอธิบายว่า สิ่งที่ตัวเองทํานั้นถูก ท่านประธานลองไปถามสิครับ ดูรายงานการบันทึกของคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ผมได้เล่าให้ในสภานี้ฟังว่าทหารที่เป็นรองแม่ทัพ ตัวแทนแม่ทัพ ภาคที่ ๒ เขาออกมาบอกเลยว่า วันที่พรรคประชาธิปัตย์ไปทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นไม่ได้ถามกองทัพ สักคําหนึ่ง ไปปักปันเขตแดนแบบนี้มันไม่ได้ผูกพันเฉพาะกัมพูชา แต่จะไปผูกพันกับ ประเทศลาวด้วยในการปักปันเขตแดน ท่านประธานทราบไหมครับว่าทหารเขามา รําพึงรําพัน บอกว่าแม่น้ําโขงบางจุดยาวเป็นกิโลเมตร มุกดาหารกว้าง ๑,๓๐๐ เมตร แปลว่า ๑ กิโลเมตรกับ ๓๐๐ เมตร บางจุดความกว้างแม่น้ําโขงเป็นกิโลเมตร ประเทศไทย ออกจากฝั่ง ๒๐ เมตร ทหารมาบอกในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศว่าเป็นของประเทศ ลาว เกาะแก่งในแม่น้ําโขงทั้งหมดเป็นของประเทศลาวแล้ว เพราะฉะนั้นทางเจบีซี ทางผู้ที่ ทําหน้าที่ในการปักปันเขตแดนเขาก็ต้องแก้ไขปัญหาตามความโง่ที่ไปลงนามในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ใช้วิธีอย่างไรครับ เขาบอกว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ประเทศไทยกับประเทศ เพื่อนบ้านเราค่อยปักปันเขตแดนกันไป โดยให้ยึดว่าความเจริญที่เท่าเทียมกัน แปลว่าไทย กับกัมพูชาเจริญเท่าเทียมกัน ในแต่ละจุดจึงปักปันเขตแดนแล้วค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ท่านประธานที่เคารพ หลักการนี้ไปใช้กับประเทศพม่า ไปใช้ประเทศมาเลเซีย ไปใช้กับ ประเทศลาว แต่ถ้าปักปันเขตแดนตามแนวเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไปยึดแผนที่ของเจ้าอาณานิคม อย่างฝรั่งเศสซึ่งเป็นเหตุให้ไทยเสียปราสาทพระวิหารนั้น แล้วประเทศไทยก็ยังเดินตามรอย อยู่ในเวลานี้ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมเป็นคนไทยไม่ต้องการให้แผ่นดินนี้ เสียแม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว แต่ผมไม่มีความประสงค์ที่จะกระหายสงคราม เรื่องนี้จะไม่รบกันเลย เราทําสัมพันธ์ทางการทูตได้ ไปอธิบายกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ตกลงกันไม่ได้แปะเอาไว้ก่อน ตรงไหนตกลงได้ปักปันเขตแดน ร่วมทําการค้า ประเทศไทย บางปีได้เปรียบเขา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาซื้อของเรา เราซื้อของเขา ๕,๐๐๐ ล้านบาท บางปีเขาซื้อของเรา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เราซื้อของเขา ๗,๐๐๐ ล้านบาท เราได้เปรียบ ประเทศกัมพูชามา ๑๐ เท่า ผมเคยถามคนกัมพูชาว่าทําไมคุณไม่ไปซื้อสินค้าเวียดนามล่ะ เขาบอกว่าเขาผูกพันกับประเทศไทย ทีวีก็ดูทีวีไทย ประเพณีต่าง ๆ ก็เหมือนประเทศไทย มีลอยกระทง มีสงกรานต์ แล้วก็ทุกอย่างเป็นวัฒนธรรมไทย ทั้งที่ทางการทหารความสัมพันธ์ ก็มีความใกล้ชิดกับทางประเทศเวียดนาม แต่ประเทศไทยเขามีความรู้สึกว่าเหมือนเป็นพวกที่ มีชาติพันธุ์ที่มีความใกล้เคียงกัน ผมเรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่าเราผิดพลาดในการ แก้ไขปัญหามาแต่ละเรื่อง ท่วงทํานองความอวดดีอวดเก่งของรัฐมนตรีต่างประเทศ เหมือนวันหนึ่งเรามีความเชื่อเราเอาทนายที่มือเก่งที่สุด ได้เรียนที่ ๑ ของอ๊อกฟอร์ด มีวันเฉพาะ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็เป็นคนเก่ง รัฐบาลก็มี ๓ จอมพล ๑. จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ๒. จอมพล ถนอม กิตติขจร ๓. จอมพล ประภาส จารุเสถียร ไปที่ไหนแข็งแรง แข็งแกร่ง ทหารเต็มพรึ่บ แต่ท้ายที่สุดพอขึ้นไปศาลโลกแล้วเป็นอย่างไร ที่ปากเก่งทั้งหลาย ประกาศดุดันทั้งหลาย พอเจอกฎหมายปิดปาก เอาภาพเดียวนี่ครับ ภาพ ที่กรมพระยาดํารงราชานุภาพขึ้นไปปราสาทพระวิหาร มีธงชาติปักกองกําลังเกียรติยศของ ฝรั่งเศสต้อนรับท้ายที่สุดกลายเป็นกฎหมายปิดปาก แล้วถามท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าแล้วกรณี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปแสดงความไม่เข้าท่าว่าขณะนี้ข้ามมายังกัมพูชาแล้ว ช่วยโทรไปบอกสมเกียรติ เลขาธิการ นายกรัฐมนตรี หน่อย อย่าให้ใครรู้นะ รู้กับนายกรัฐมนตรีเพียง ๒ คน แล้วต่อมา นายกรัฐมนตรีตอบชนิดที่ตกใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง บอกว่ารู้กัน ๒ คนจริง บอกว่า ไปปราจีนบุรี ถามจริงหรือครับ ชายไทยไปปราจีนบุรี เหมือนผมนั่งอยู่กับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ผมบอกว่าเดี๋ยวผมจะไปโคราช รู้กัน ๒ คนนะ อย่างนี้ภรรยาผมสงสัย นะครับ มันไม่มีเหตุผลในการอธิบายเลย แต่เราดูว่าภาพนิ่ง ๑ ภาพ เสียปราสาทพระวิหาร กฎหมายปิดปาก นี่ถ่ายบันทึกอย่างรายการโชว์ (Show) ท่านประธานที่เคารพ มันยิ่งกว่า กฎหมายปิดปาก แล้วทันทีที่ถูกจับกุม ท่านประธานลองดูคลิปวิดีโอ (Clip Video) สิครับ ทหารกัมพูชาเขาก็เห็นแว็บ ๆ เขาก็ยังไม่จับ เขารอจนกระทั่งเข้าไปเขตเขา แล้วท่านประธาน ลองดูเถอะครับ พอจับนะครับ เจ้ากรมแผนที่ทหารมารายงานต่อคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศบอกว่ารุกล้ําไป ๕๕ เมตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวง การต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายกรัฐมนตรีบอกว่าล้ําแดนไปทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ท้ายที่สุดพอศาลกัมพูชาปล่อย ๕ คน นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นี่ละครับบอกว่าไม่ได้ล้ําแดน เป็นเขตพิพาท แปลว่าพนิชปลอดภัยแล้ว นายวีระ สมความคิด นางราตรีนี้ช่างหัวมันใช่ไหม เพราะว่าวิธีการอธิบายแบบนั้นนะครับ ตอนที่ถูกขังบอกว่า ล้ําแดน แต่ว่าพอปล่อยมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าเมืองไทยเรียบร้อย บอกว่าเป็นพื้นที่ พิพาท แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้ในเวทีของโลกล่ะท่านประธานที่เคารพ ผมจึงเรียนกับ ท่านประธานว่าวิธีการดําเนินการทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน เราเป็นพี่ใหญ่นะครับ ท่านประธานบอกผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศลาว ประเทศ กัมพูชา ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า เดิมเขายกให้ไทยเป็นพี่ใหญ่ แต่พวกท่านมานี่ครับ จากสภาพพี่ใหญ่กลายเป็นเด็กแว๊นไปแล้วครับเวลานี้ สภาพเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมเรียน กับท่านประธานเลยนะครับ แล้วสิ่งที่มันไม่ควรจะเกิดสงครามก็คือว่าเวลานี้มาปลุกกระแส เพลงชาติ พวกผมจําในสิ่งที่ท่านทําได้อย่างดีเลย เพลงชาติเขาร้องฟรี พวกท่านรองจ่ายเงิน ๑๓ ล้านบาท รักสงบ รบไม่ขลาด เราก็บอกว่าเวลานี้ต้องตระหนัก ถ้าประเทศไทยใช้วิธีอย่างนี้กับประเทศกัมพูชา ประเทศพม่าเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ประเทศลาวเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ประเทศมาเลเซียจะรู้สึกอย่างไร ออกมาคุยบอกว่า ไม่มีปัญหาทําสงคราม ประเทศกัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศ เวทีปลุกระดม พวกท่านกษิตนี่ละครับ คึกคักใหญ่ อย่างมากก็มีแค่เรือหาปลากรอบ ไม่มีกองทัพเรือ แต่ไม่นึกเลยว่าวิธีการคิดแบบนี้ ก็เหมือนซัดดัม ฮุสเซน คิดว่าคูเวตเป็นประเทศที่เล็กกว่า เคยเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศ อิรัก แล้วก็เอากําลังไปยึด ท้ายที่สุดก็ยึดได้ ผลเป็นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ สหรัฐอเมริกาก็เข้ามา ยูเอ็นก็เข้ามาจัดการอิรักในคูเวต และตามไปยึดอิรักในอิรัก และ ท้ายที่สุดเวลานี้ประเทศอิรักมีสภาพอย่างไร เต็มไปด้วยเสียงระเบิดใช่ไหม เต็มไปด้วยทหาร อเมริกา และทหารจากนานาชาติเข้าไป มันเหลือสภาพความเป็นชาติหรือเปล่า วันนี้เรายัง คิดทฤษฎีบอกว่าเรายัง ๖๓ ล้านคน ๖๔ ล้านคน กัมพูชา ๑๓ ล้านคน สู้ไทยไม่ได้ คิดว่าเขาจะรบกัน ๑ : ๑ หรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลองตอบผ่าน ท่านประธานมาสิครับว่า ประเทศเวียดนามเขาจะเข้าข้างใคร ประเทศลาวเขาจะเข้าข้างใคร ประเทศพม่าเขาจะเข้าข้างใคร ประเทศมาเลเซียเขาจะเข้าข้างใคร และท่านประธานลอง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าทราบหรือไม่ว่ากองกําลังของประเทศ อินโดนีเซียเขาเข้าไปฝึกกําลังให้ประเทศกัมพูชา แปลว่าเขาก็ประเทศอินโดนีเซียเข้ามาเป็น พวกเขาอีกประเทศหนึ่งในกลุ่มอาเซียน แล้วที่สําคัญ ท่านประธานที่เคารพ นี่ผมไม่ต้องการ พูดความเสียหายทางยุทธศาสตร์ แต่การจัดกําลังในประเทศไทยอย่าไปจัดในที่ชุมชน เหมือนกับการปะทะ ๔ รอบ ผมรู้ว่าท่านรู้ว่าผมพูดถึงอะไร แต่ผมจะไม่อธิบายความ เพราะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดศรีสะเกษ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ปวีณ ส.ส. ธเนศ ส.ส. วิวัฒน์ชัย และอีกหลายคนอธิบาย เพราะว่าการไปตั้งแบบนั้นมันเท่ากับเป็นการลาก ความตายความเสียหายมาให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ในสภานี้ ไม่ใช่มาอธิบายว่านี่ไม่ใช่สงคราม นี่เป็นการปะทะ มันฟังไปถึงประเทศกัมพูชาแล้วครับ ไม่ต้องมาสอนกันในสภา แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเวลานี้เราจะหยุดสงครามกันอย่างไร ประเทศไทยจะหยุดความเสียหายกันได้อย่างไร ตอบว่าอยู่ที่การเจรจา และการเจรจามันจะ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็ตอบว่าใครเจรจากันได้ เรื่องนี้ลากไปที่ยูเอ็น ถ้าไม่เลิกพิพาทเขาก็ลาก ไปศาลโลก มีมนุษย์หน้าไหนในรัฐบาลชุดนี้จะกล้าเอาชีวิต เอาคอ เป็นประกันกับสภา กับคนไทยทั้งชาติได้ว่า ถ้าเขาสู่กระบวนการศาลโลกเราจะไม่เสียดินแดนเหมือนกับกรณี ปราสาทพระวิหารในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ อีก ผมเรียนกับท่านประธานว่า จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพล ถนอม กิตติขจร จอมพล ประภาส จารุเสถียร ๑ นายกรัฐมนตรี ๑ รองนายกรัฐมนตรี ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ดุเกือบตาย ถึงที่สุด ยกปราสาทพระวิหารคืนกัมพูชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ร้อยตรี อภิสิทธิ์ กํานันสุเทพ เทือกสุบรรณ กษิต ภิรมย์ ท่านลองดูหน้าตาคนรุ่นนั้นกับคนรุ่นนี้ที่เสียไปแล้ว แล้ววันนี้ สมมุติว่ากรณีนี้ลากไปสู่ศาลโลก และท่านบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แล้ววันหนึ่งมันเป็นไปได้ล่ะ สิ่งที่ผมสงสัยก็คือว่า เรื่องใครยิงก่อน ไม่ยิงก่อน ก็ไปว่ากัน แต่ใครต้องการจุดชนวนสงคราม ในวันนั้น ใครเป็นคนสั่งให้รถแบคโฮกับรถแทรกเตอร์ไปในวันนั้น อันเป็นชนวนที่สําคัญ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมต้องการให้รัฐบาลชุดนี้จะอยู่หรือจะไปให้ไปเป็นไปตาม กระบวนการประชาธิปไตย ความจริงแล้วผมควรจะอยู่บนภูดูพวกท่านฟาดกันเอง อดีตลูกพรรคพวกท่านทั้งนั้น ไม่ว่าประพันธ์ คูณมี หรือใครก็แล้วแต่ที่ลากไส้ท่านเวลานี้ เพื่อนของท่านอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างมหาจําลอง ศรีเมือง ที่ลากไส้ของท่านเวลานี้ พวกของท่าน เพื่อนของท่านทั้งสิ้น เราจึงรู้หมดตาแจ้ง หูสว่างกันหมด ร่วมสมคบยึดกัน วางแผนยึดทําเนียบรัฐบาล ไปทําอะไรสารพัดที่พวกเรานึกไม่ถึง แต่วันนี้สิ่งที่ผมในฐานะ เป็นคนไทยนั้นมีความห่วงใยที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราไม่สามารถหยุดสงครามได้ เวลานี้ทั่วโลกเขาเรียกร้องหาสันติภาพ แต่เวลานี้ถ้าเราไม่หยุดสงคราม ขยายสงคราม มันเป็นน้ําผึ้งหยดเดียวกันแล้ว ถ้าท่านประธานจําความกับผมได้ว่าการจัดกําลังระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ผมเคยออกมาทักเลยว่าอันนี้จะเกิดสงคราม คอยดูก็แล้วกัน เพราะเตรียมความพร้อม เหมือนกับมีคนจังก้าปืน มีคนเอาประทัดไปจุดนัดเดียว ปัง ยิงกันทันที สภาพมันเวลานี้ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องกรณีเป็นความลับซับซ้อน ผมไม่ต้องการมาขยายความให้ เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนไทย วิธีการจัดการของท่านในเวลานี้ ท่านต้องรู้ว่าทางการทหารจะนําไปสู่ศาลโลก และท้ายที่สุดจะนําพาไปสู่การเสียดินแดน การเจรจาทางการทูตท่านจะว่าอย่างไร การจํากัดพื้นที่สงครามเราพูดฝ่ายเดียว แล้วอีกฝ่ายหนึ่ง เขาจะจํากัดพื้นที่สงครามหรือไม่ หรือถ้าประเทศอื่น ๆ มันลุกลามกลายเป็นสงครามขึ้นมา ความรับผิดชอบต่าง ๆ จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ผมเรียนประเด็นสุดท้ายกับท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เวลานี้ท่านอาจจะดวงตาเห็นธรรม ผมดูการสัมภาษณ์ท่านมาทุกครั้ง และครั้งสุดท้ายนั่นละครับ ถ้าท่านปฏิบัติตนอย่างที่ท่านสัมภาษณ์ในครั้งสุดท้าย เรื่องที่ ประเทศไทยต้องใช้ความสุขุมคัมภีรภาพ ความเป็นผู้ใหญ่ในการแก้ไขปัญหาของอาเซียนหรือ ของประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าท่านทําอย่างนี้ตั้งแต่วันแรก บัดนี้สงคราม การปะทะ เหตุการณ์ที่ ภูมะเขือ เหตุการณ์ที่บ้านภูมิซรอล อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จะไม่เกิดขึ้นเลย แต่ท่านรู้จักตัวเองเมื่อสายไปแล้ว ถ้าท่านทําอย่างนี้ตั้งแต่วันแรก ไม่มีกรณีที่ท่านขึ้นไปประกาศ ไปกล่าวหาผู้นําประเทศเพื่อนบ้าน และบทเวลาจะไปยอมเขานะครับ ประจบจนน่าเกลียด คุยแปลว่าหัวใจราชสีห์ครับ ฯพณฯ นี่เป็นคํายกย่องของประเทศไทย อายเขาตาย นี่พรรคพวก ชวนไปกินข้าวต้มบอกว่าชวนไปกินข้าวหัวใจราชสีห์หน่อยไหม ไปกินข้าวหัวใจสิงห์ หน่อยไหม มันใจนักเลงดี มันอธิบายอะไรไม่ได้เลย แต่ว่าถ้าเรายืนหยัด วันที่ท่านพบสัจธรรม นั่นละ แต่วันนี้ท่านประธานที่เคารพ หน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้หยุดสงครามได้อย่างไร ตัวนายกรัฐมนตรีควรจะลงไปดูความทุกข์ร้อนของพี่น้องภูมิซรอลว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร เพราะคนที่นอนอยู่ในหลุมหลบภัยจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง มีความรู้สึกแตกต่างกับคนอยู่ ในกรุงเทพมหานคร มันเป็นการตอบโจทย์เลยว่าทําไมเมื่อคนบางพวกไปที่บ้านภูมิซรอล ไปอําเภอกันทรลักษ์ ทําไมชาวบ้านภูมิซรอล อําเภอกันทรลักษ์ จึงออกมาป้องกันไม่ให้บุกไป ชายแดนเขมร ทําไมบุกไปที่จังหวัดสระแก้ว ทําไมคนสระแก้ว คนอรัญประเทศ คนตาพระยา จึงออกมากันว่าอย่าไป เพราะเขารู้ว่าเวลาเกิดเหตุพวกที่ไปก่อเรื่องมันจะกลับกรุงเทพมหานคร และพวกเขาจะรอรับกระสุนตก ที่เรียกว่าหมู่บ้านกระสุนตก นี่เป็นโชคชะตากรรม ผมจึงเรียนวันนี้ท่านประธานที่เคารพ ๑. ต้องไปดูแลพี่น้องภูมิซรอลและอย่าขยายสงครามอีก เพราะถ้าขยายสงครามจังหวัดสุรินทร์ก็มีปัญหา ลามไปจนถึงจังหวัดตราด จันทบุรีนะครับ ทุกช่องมีปัญหาหมด และผมไม่แน่ใจว่าเฉพาะชายแดนกัมพูชาหรือไม่ เพราะประเทศไทยเรา เก่งนี่ครับ กับประเทศพม่าเราก็อบรมสั่งสอนเขาจนกระทั่งเขาแทบมองหน้าไม่ติด ไอ้นี่หรือ ไปสอนถึงประเทศอียิปต์ มันเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องประเทศไทย ผมเรียนกับท่านประธานว่า ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน รัฐบาลก็เป็นรัฐบาลไทย ผมก็เป็นพรรคฝ่ายค้านไทย ผมก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเวลาที่พวกท่านไม่ว่าในนามกลุ่มพันธมิตรหรือในนามตัวท่าน บอกรัฐบาลทักษิณ บอกรัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชายขายชาติ จนกระทั่งพวกเดียวกับท่าน วันนี้มาชี้ว่าพวกท่านนั่นล่ะขายชาติเอง แสดงว่าพวกผมขายไม่ได้ จึงเหลือมาให้พวกท่านขาย ท่านมีความรู้สึกอย่างไรบ้างว่าคนไทยที่ถูกกล่าวหาว่าขายชาติ ที่ท่านไปกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณขายชาติ นายสมัครขายชาติ นายสมชายขายชาติ จนกระทั่งคําว่า อภิสิทธิ์ขายชาติ โดยจากคนที่เป็นกลุ่มพวกท่านที่ร่วมเคยกล่าวหา ๓ นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ผมเรียนกับท่านประธานเลยว่าอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ และผมเห็นเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะกอดเอ็มโอยูไปจนตาย

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ท่านอรรถพรประท้วงอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมก็พยายาม ที่จะรับฟังท่านจตุพรได้พูดจาอภิปราย ซึ่งก็มีสาระ อาจจะผิดความคาดหมายไปหน่อย คือนึกว่าจะมีอะไรมากไปกว่านี้ แต่เราก็ทนฟัง แต่ว่าในประโยคหลัง ๆ ผมก็ดูเหมือนว่า ท่านจะก้าวล่วงจนเกินไป เรื่องขายชาติ เรื่องอะไรเหล่านี้ ถ้าจะพูดกันตรงนี้ ที่ ส.ส. ไทย ไปชวนผู้นําต่างชาติมาทะเลาะกับผู้นําไทย ผมไม่รู้ว่ามันขายชาติหรือเปล่านะครับ ขอให้ ท่านประธานได้ควบคุมการอภิปรายของท่านจตุพรให้อยู่ในประเด็น และผมเชื่อว่าสมควร แก่เวลาแล้วด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ เป็นความคิดเห็นที่นําเสนอโดยท่านผู้อภิปราย แล้วก็ได้กล่าวถึง ส.ส. และรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในสภานี้ก็มีสิทธิจะลุกขึ้นชี้แจงได้ จะใช้สิทธิพาดพิงอะไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นความคิดเห็นของท่าน แล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ดี ท่าน ส.ส. ที่ถูกพาดพิงท่านก็มี สิทธิมาชี้แจงอยู่แล้ว ท่านจตุพรก็เกือบจะจบแล้ว เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ก็อย่างที่บอกนะครับ คํากล่าวหา ในสภา คํากล่าวหาที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทําเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ พวกพันธมิตรยังตามท่านไปฟังดนตรีเพราะกินอาหารเพราะกันอยู่ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนั้น คําว่า ขายชาติ มันได้ปักอก คนที่เคยกล่าวหาว่าคนอื่นขายชาติทําไมวันนี้มาขายชาติ เสียเองล่ะ ท่านจะตอบคําถามกับพวกของท่านอย่างไร นี่ไม่ใช่คําถามของผม แต่เป็นคําถาม พวกของท่าน พวกที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน ร่วมกับท่านตั้งแต่ยึดทําเนียบรัฐบาล จนกระทั่งยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าวันนี้ สถานการณ์ประเทศไทย-กัมพูชา หน้าที่ของพวกเราต้องการรักษาดินแดนไม่ให้เสีย แม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว หน้าที่ของพวกเราต้องไม่ให้สงครามนั้นขยาย เพราะประเทศที่ ประสบสงคราม ประเทศกัมพูชาเขาไม่อยากรบหรอกครับ เขาผ่านทุ่งสังหาร ผ่านเขมร ๓ ฝ่าย ผ่านการต่อสู้กับมหาอํานาจ กองกะโหลกนี่นะครับเตือนใจของเขา แต่ประเทศไทย ของเราวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้ามีการขยายสงครามนั้นเราห้ามบรรดาประเทศอื่น ๆ เข้ามาร่วมแจม (Jam) ในสงครามนี้ไม่ได้ แล้วท้ายที่สุดคําว่า สิ้นชาติ ที่เคยเกิดขึ้นที่ประเทศ เวียดนามใต้มันจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในวันที่พวกท่านบริหารประเทศโดยเล่นการเมือง จนลืมชาติบ้านเมือง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านผู้อภิปรายท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม จํานวน ๑๒๙ ท่าน ที่มาเยี่ยมชมสภาในวันนี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภา พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างกองกําลังไทยและ กัมพูชาบริเวณชายแดนจังหวัดศรีสะเกษอยู่นะครับ เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ท่านอุดร จินตะเวชครับ

นางอุดร จินตะเวช อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดอุบลราชธานี ขออภิปรายปัญหาการปะทะกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาค่ะ โดยเฉพาะ การเกิดขึ้น ๆ ที่จังหวัดศรีสะเกษแล้วลามมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะพื้นที่ในเขต รับผิดชอบของดิฉันติดกับอําเภอกันทรลักษ์ค่ะ มันไม่ใช่ภัยธรรมชาตินะคะ มันเป็นภัยที่เกิดจาก ฝีมือมนุษย์โดยการมีกิเลสของมนุษย์ มีการเข่นฆ่ากันค่ะ โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ประชาชน พี่น้องเคยพูดว่าไปดูแต่บั้งไฟพญานาคเห็นไฟพุ่งขึ้นสีแดงจากแม่น้ํา แต่ตอนนี้ไม่ใช่ บั้งไฟพญานาคนะคะ เป็นไฟจากฝีมือมนุษย์ เป็นบั้งไฟฝีมือมนุษย์ค่ะ ทําให้ประชาชนพี่น้อง เดือดร้อน โดยเฉพาะ ๓–๔ วันมานี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อําเภอกันทรลักษ์ทะลัก เข้ามาในเขตอําเภอน้ําขุ่น และเหตุการณ์นะคะ กว่าพี่น้องจะพากันอพยพเข้ามาในที่ ที่ปลอดภัยก็ใช้ระยะทางเดินทางมา กว่าจะมาถึงที่พักที่ปลอดภัยก็เป็นระยะเวลาที่ ดึกดื่นค่ํามืดแล้ว แล้วพี่น้องมาถึงอําเภอน้ําขุ่นไม่ว่าจะมาทางรถอีแต๋นหรือทางรถยนต์ เข้ามาประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคนค่ะ ไม่มีที่พักนะคะท่านประธาน เรื่องนี้ดิฉันเคยพูดกับ ท่านประธาน เคยฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีได้ลงไปดูพี่น้อง ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาที่บ้านภูมิซรอล หรือที่อําเภอกันทรลักษ์ ดิฉันเคยพูดของบประมาณ ไปเพื่อก่อสร้างหอประชุมอําเภอน้ําขุ่นก็ยังเห็นเงียบ ไม่ได้รับการสนับสนุน พอมีเหตุการณ์ อย่างนี้เกิดขึ้น ท่านประธานคะ สงสารประชาชนพี่น้องค่ะ สงสารมาก ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดง หรือคนแก่คนชรา เพราะว่าเวลามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเขาจะส่งคนแก่ หรือผู้หญิง หรือเด็ก ๆ ออกมาจากพื้นที่ก่อนค่ะ จะปล่อยให้ผู้ชายอยู่ในพื้นที่ดูแลบ้านเรือน ทีนี้เด็กที่ เดินทางมาไกลทั้งวันทั้งคืนบางคนก็เป็นไข้ค่ะ ท่านประธานคะ ไม่มีที่พักยังไม่เดือดร้อน แต่ไม่มีโรงพยาบาลนี่สิคะท่านประธาน อําเภอน้ําขุ่น ดิฉันเคยพูดแล้วเป็นอําเภอชายแดน พอมีเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นโรงพยาบาลก็ไม่มี เด็กที่เป็นไข้ไม่รู้จะรักษาที่ไหน กว่าสาธารณสุขจะลงไปดูก็ถือว่าเป็นเวลาที่นานแล้ว ดิฉันก็ฝากไปยังรัฐบาลช่วยดูแลให้ด้วยค่ะ แล้วพี่น้องประชาชนที่ดิฉันไปเยี่ยมก็ฝากมาว่าความเดือดร้อนนี้ยังไม่ทําให้เบาใจค่ะ ถึงแม้ว่า เขาจะหยุดยิงกันไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีกตอนไหน เพราะว่าเข้ามาพัก ๒-๓ วัน บางคนก็บอกว่าเช้ามาก็อยากขอกลับบ้านไปก่อน ไปดูว่าบ้านโดนงัดแงะหรือเปล่า หรือมันสําปะหลังที่ปลูกเอาไว้โดนขโมยไปหรือเปล่า ดิฉันเป็น ส.ส. เข้าไปดูพี่น้อง เข้าไป ให้กําลังใจปลอบขวัญพี่น้อง ก็เลยพูดกับพี่น้องว่าต่อไปมันสําปะหลังอย่าเพิ่งขุดขึ้นมา ให้ปลูกไว้ใต้ดินก่อน ถือว่าปลอดภัยไว้ก่อน แต่ว่าชีวิตเอามาก่อนนะคะ ให้ทางรัฐบาล พยายามช่วยหาทางเจรจากับทางประเทศกัมพูชาว่าเราจะเจรจากันโดยสันติอย่างไร เพราะว่าพูดเฉพาะเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ดิฉันคุยกับพี่น้องที่เดือดร้อนเขาบอกว่าเขาไม่เข้าใจ เขาไม่รู้ว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ คืออะไร เขาเข้าใจแต่ว่าชีวิตเขาจะอยู่หรือจะไป บ้านเรือนเขา จะโดนงัดแงะไหม ดิฉันขอฝากทางรัฐบาลช่วยพยายามให้กําลังใจพี่น้องด้วยนะคะ โดยการ ให้คํามั่นสัญญาว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะสงบเร็วหรือเปล่า แล้วขอให้การเจรจาระหว่างประเทศ เป็นไปโดยสันติวิธีค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ สับสนนิดหนึ่งครับ ท่านสรวงศ์ก่อนครับ มีการเปลี่ยนชื่อกันนิดหนึ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสรวงศ์

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว พรรคประชาราช ก่อนอื่นต้อง ขอขอบพระคุณท่านวิชาญด้วยนะครับที่ให้โอกาส กระผมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสนอญัตตินี้ สู่สภาร่วมกับท่าน ส.ส. ธเนศ แล้วก็ ส.ส. อีกหลายท่านจากจังหวัดศรีษะเกษ ผมเองเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่จังหวัดสระแก้ว สมัยนี้สมัยที่ ๒ ครับ สมัยแรกดูแลในเขตอําเภอโคกสูง ในเขตอําเภอตาพระยา ในเขตอําเภออรัญประเทศ ๓ เขตที่ติดกับชายแดนเขมร ๑๖๕ กิโลเมตร ผมเองได้สงบสติอารมณ์แล้วก็พยายามที่จะอยู่เฉย ๆ เงียบ ๆ แล้วก็ทํางาน ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาวะของประเทศไทยตอนนี้ ค่อนข้างน่ากลัว เพราะว่าประเทศไทยเองอย่างที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูด เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ ถ้าเป็นความคิดของผมก็เปรียบเสมือนรถยนต์ครับ ชนมอเตอร์ไซค์ เมื่อไรก็ผิดเมื่อนั้นนะครับ ไม่ต้องฟังเหตุผลกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผมขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะกล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่กระผมรับผิดชอบอยู่ หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง ประเด็น ๗ คนไทยที่เดินเข้าไปในจังหวัดสระแก้ว จอดรถที่ถนนศรีเพ็ญ แล้วก็เดินข้ามทุ่งนาไป ไปจนถึงหลักเขตแดน ที่เราบอกว่าเป็นของเรา ข้ามไปก็ยังเป็นของเราอยู่ จนไปถึงถนนเค ๕ ซึ่งเป็นถนนลูกรัง ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้ว่า ผมนี่ละครับ ส.ส. สระแก้ว เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเปิดไปช่อง ๑๑ เอ็นบีที (NBT) ก็ได้เจอท่าน ส.ส. พนิช ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้จักท่านเป็นการส่วนตัวนะครับ แต่อยากจะให้พี่พนิชหรือว่าท่าน ส.ส. พนิชได้มอบหน้าผมเอาไว้ แล้วก็จําหน้าผมเอาไว้ว่า ผมนี่ละครับ ส.ส. สระแก้ว ส.ส. สระแก้วคนนี้ครับได้รับการติดต่อจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ท่านต่อพงษ์ ไชยสาส์น วันที่ท่านถูกจับครับประมาณสัก ๑๐ นาทีจากที่ท่านโดน ผมอยู่ในพื้นที่ครับ ผมเองก็ได้พยายามประสานกับทาง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตลอดจนท่านนายอําเภอจังหวัดบันเตียเมียนเจยนะครับว่า จะสามารถช่วยในเบื้องต้นได้อย่างไร กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนี้ให้ได้ทราบด้วยนะครับว่า การที่ท่าน ส.ส. พนิช หรือว่ารัฐบาลได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงเรื่องที่ดินทํากินเป็นการร้องเรียน ของนายก อบต. คนหนึ่งในอําเภออรัญประเทศ ซึ่งนายก อบต. คนนี้พูดตรง ๆ ก็คือ เป็นพวกพันธมิตร ไม่ต้องสงสัยว่าทําไมเขาไม่ติดต่อผ่านผม หรือไม่ติดต่อผ่าน ส.ส. คนอื่น แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าเสียใจว่าที่ดินเพียง ๔๕ ไร่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบจนกินพื้นที่ ไปถึงเป็นหมื่น ๆ ไร่ตลอดแนวชายแดนประเทศกัมพูชากับประเทศไทย เรื่องมันเป็นอย่างไรครับ ท่านนายก อบต. ท่านนี้ได้รับที่มรดกจากแม่ยายมา ๔๕ ไร่ อยู่ตรง ๆ แถวเขต ๔๖ ตรงที่ท่านพนิชแค่เลี้ยวซ้ายอีกนิดหนึ่งก็ถึงแล้ว แต่ว่าผมยังมั่นใจนะครับว่าท่าน ส.ส. ไปด้วยความจริงใจ ที่ผมรู้ ที่ผมสังเกตเพราะว่าท่านพนิชเองยังไม่รู้จักจังหวัดสระแก้วเลย บอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าไปจังหวัดปราจีนบุรีแต่ว่าก็เคราะห์ซ้ํากรรมซัดนะครับไปจนถึง จังหวัดสระแก้วได้ แล้วก็มีคลิปวิดีโอออกมาซึ่งทุกท่านก็จะได้ฟังแล้วก็ได้ยินอยู่นะครับว่า ระหว่างทางเดินมีการโทรศัพท์ของอีกท่านหนึ่งซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร บอกว่าท่านนายก อย่าเพิ่งเข้ามานะ เดี๋ยวค่อยตามเข้ามา นายกที่เขาพูดถึงคือนายก อบต. คนนี้ละครับ ซึ่งเขามีปัญหาว่าที่ดิน ๔๕ ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิแล้วก็เป็นคนที่ผมพูดตรง ๆ ก็คือเป็นคนที่ ชักศึกเข้าบ้าน เป็นคนที่นําท่านวีระ สมความคิด เข้ามาในพื้นที่เป็นคนแรก ๆ เลย

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดประท้วง เดี๋ยวนะครับ ประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ข้อบังคับบอกว่าเราจะไม่พูดถึง บุคคลภายนอกนะครับ เพราะว่าเขาไม่มีสิทธิที่จะมาอภิปรายในที่นี้ได้ ไม่มีสิทธิที่จะมา ป้องกันตัวเองได้ ท่านต้องเตือนสมาชิกครับว่าการอภิปรายต่อบุคคลภายนอกต้องระมัดระวัง อย่างสูงและต้องรับผิดชอบด้วย เพราะว่าอันนี้ก็เป็นการถ่ายทอดอยู่ด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วินิจฉัยครับ ตามรัฐธรรมนูญถ้าท่านพาดพิงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภา หรือคณะรัฐมนตรีท่านก็ต้องรับผิดชอบคําพูดของท่าน จะเกิดฟ้องร้องได้นะครับ แต่ถ้า ในข้อบังคับเราถ้าหลีกเลี่ยงได้ ไม่จําเป็นก็กรุณาอย่าได้พาดพิงครับ เชิญครับ

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว 🔗

ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ผมยัง ไม่ได้เอ่ยชื่อนะครับว่าเป็นนายกชื่ออะไร เป็นแค่นายก อบต. คนหนึ่งในอําเภออรัญประเทศ ผมพูดแค่นี้ แล้วผมรับผิดชอบคําพูดของผมทุกคําครับ ต่อเลยนะครับมันเป็นสิ่งที่กระผมเอง ซึ่งเป็น ส.ส. ในเขตนั้นก็ค่อนข้างที่จะเสียใจ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ประเทศก่อนที่จะเกิดเรื่องนะครับ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมาก ๆ ฝั่งเราจูงควายไปเลี้ยงกินหญ้า ฝั่งเขาจูงควายมาเลี้ยง แลกเปลี่ยนซื้อไก่ซื้อหมูกัน ไม่มีปัญหาครับ และในคลิปวิดีโอเองถ้าท่านสังเกตจริง ๆ แล้วนี่ หลังจากข้ามเสาที่เขาบอกว่าเป็นเสาหลักเขตไปแล้ว ย้อนกลับมานิดหนึ่งนะครับ ผมดีใจกับ ท่านพนิชที่มีชีวิตกลับมาโดยไม่เสียแข้งเสียขา เพราะว่ารูปหัวกะโหลกที่ท่านเห็น เขาไม่ได้ เตือนว่าตรงนี้ฉีดยาฆ่าหญ้าอยู่นะครับ ตรงนั้นคือกับระเบิด ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ยังเคลียร์ไม่หมด แล้วก็ไม่รู้ว่ามีการวางใหม่หรือเปล่า ก็ยังแสดงความดีใจกับท่านนะครับ ที่ท่านกลับมาครบ มีแขนขาครบ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน จะสังเกตจากคลิปได้เลยว่า เมื่อข้ามเขต เสาหลักตรงนั้นไปแล้วบอกว่า เห็นไหม นั่นทหารกัมพูชา แต่เขายังไม่มาจับเราตรงนั้น นะครับ เพราะตรงนั้นเป็นที่สีเทาที่เป็นที่พิพาท ตรงนั้นละครับที่พิพาท แต่ถนนลูกรังที่ ท่านพนิชแล้วก็คนไทยรวม ๗ คนไปเดินอยู่คือถนนเค ๕ ถนนเค ๕ เป็นถนนยุทธศาสตร์ที่ ตอนเกิดสงครามเขมร ๓ ฝ่าย เขาทําขึ้นมาเป็นถนนยุทธศาสตร์เพื่อจะให้ขนานกับ ถนนศรีเพ็ญ ก็อย่างที่กราบเรียนตั้งแต่แรกนะครับว่า ผมยังมั่นใจว่าท่าน ส.ส. พนิชไปด้วย ความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าการที่ไปปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ท่านเน้น คือการปฏิบัติหน้าที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ผมเข้าใจครับ แต่ไม่ใช่ไปแบบไปคนเดียว ไปกับใคร ก็ไม่รู้ ซึ่งท่านก็ยืนยันเองว่าท่านก็เพิ่งเคยพบกับคุณวีระ สมความคิด ตอนเช้านั้นเอง เพราะฉะนั้นการกระทําที่เกิดขึ้นแล้วทางกัมพูชาเขาจับได้ แล้วเขาเอาคลิปให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราดูเมื่อตอนไปเจรจาวันแรก นั่นคือสิ่งที่เรา ไม่มีอะไรจะเถียงเขาเลยนะครับว่า เราไปในฐานะอะไร เราเป็นสปายหรือเปล่า จริง ๆ แล้ว ในรัฐบาลชุดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอง ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านเคยอยู่ในพื้นที่นั้นเป็น ๑๐ ปีนะครับ อยู่หลายตําแหน่ง ถ้ามีการประสานงานกัน หรือแม้แต่ถ้าไปในนามคณะกรรมาธิการ อย่างที่คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยไป อย่างที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศไป ผมว่าเรื่องนี้ไม่เกิด แล้วก็อย่าหาว่าสอนนะครับ แต่ว่าทุกครั้งเมื่อมีการเข้าพื้นที่ของ ส.ส. เราจะโทรบอกกันครับ พี่ ผมเข้าพื้นที่พี่นะ จะมาทําอะไร ถ้าบอกได้ก็บอก บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่มันเป็นสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลว่า มันเป็นความละเอียดอ่อนมาก ๆ แล้วยิ่งละเอียดอ่อนกว่านั้นอีก คือหลังจากที่ ๕ คนไทย ถูกปล่อยกลับบ้าน ผมตกใจมาก ๆ นะครับที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมาอธิบายกับสื่อทุกช่อง ผมตกใจจริง ๆ เพราะว่าเราก็ยังยืนยันอยู่ว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ของเรา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ก็ยังเป็นเขตพื้นที่พิพาทอยู่ ผมมั่นใจ ผมเป็นคนไทย ผมรักประเทศไทย ผมไม่ยอม ให้เสียดินแดน แม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่เสียครับ แต่ว่าสิ่งที่กระทําของผู้นําของผู้แทนของเรา มันส่อครับ มันส่อว่าเราต้องการที่จะทําอะไรกับประเทศเขาหรือเปล่า ๒ คนไทยที่อยู่ในคุก ของประเทศกัมพูชาตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้โดนปล่อยตัว เราจะสังเกตได้นะครับ วันแรกที่โดนจับ อีกวันหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจา ผลที่ได้ก็คือคุณวีระโดน ๘ ปี แล้วก็ คุณราตรีโดน ๖ ปี นี่คือผลที่ได้ แล้ววันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ท่านรัฐมนตรีคนเดิมครับ กําลัง เจรจาประชุมอะไรกันอยู่กับท่านรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ตูมแรกก็มา อย่าเถียงกันเลย ว่าใครเป็นคนยิงก่อน เพราะพวกเราทุกคนไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น เมื่อวานได้มีโอกาสดูข่าว เขาก็ เอาไมโครโฟน (Microphone) ไปสัมภาษณ์ประชาชนจังหวัดศรีสะเกษ น้ําตาไหล ถามว่า ถ้าเลือกได้ เขาพระวิหารกับเพื่อนบ้านจะเลือกอะไร คําตอบที่ได้ก็คือเขาเลือกเพื่อนบ้านครับ แต่ผมเข้าใจนะครับว่าการทําหน้าที่ของรัฐบาล ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนก็คือ ต้องปกป้องอธิปไตย แต่มันมีหลายวิธีมากที่จะต้องทํา ที่ทําได้ ไม่ใช่วิธีนี้ และวิธีนี้ไม่ได้ นําไปสู่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแน่นอน อย่างที่บอกนะครับ เราจะใช้วิธีอื่นวิธีใดก็ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเองพูดตรง ๆ ก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถนะครับ ท่านเองถ้าลดอีโก้ (Ego) ลงนิดหนึ่ง คุยกับเขาหน่อย ไม่ต้องส่งใครไปทั้งนั้น ตัวท่านเองละครับไป หรือไม่ ถ้าจะคุยกันรู้เรื่องหน่อยก็ท่านประธานชัยนี่ละครับ เพราะท่านพูดเขมรได้ เพราะว่าบางที ไปแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาเขมร ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย บางทีมันสับสนครับ จริง ๆ แล้ว ส.ส. เรานะครับ ใช้กรรมาธิการก็ได้ กรรมาธิการการต่างประเทศ กรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย กรรมาธิการการทหาร เพราะว่าจริง ๆ แล้วการที่ใช้คนผิดไปทํางาน บางทีแทนที่จะได้ผลมันกลับว่าความเสียหายมันเกิด ผมเองขออนุญาตพูดในนามของ ส.ส. ที่อยู่ติดเขตชายแดน บ้านผมตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่าเป็นห่วง มีเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ถดถอยลงไปก็สามารถที่จะกู้คืนมาได้ แต่ผมอยากที่จะให้รัฐบาลชุดนี้คํานึงถึงชีวิตของ พี่น้องประเทศไทย ของคนไทย ถูกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าการโจมตีกลับของ ประเทศไทยเรามุ่งไปแค่ที่ทหารเขาตั้งกองกําลังอยู่ ถูกครับ ผมไม่เถียง เพราะอะไรครับ เพราะบ้านเรือนของประเทศกัมพูชาไม่ได้อยู่ติดชายแดนเหมือนบ้านเมืองเราครับ ใกล้ที่สุด รู้สึกจะ ๓๐ กิโลเมตร ซึ่งปืนเรายิงไม่ถึงครับ แต่บ้านเราเขาหลับตายิงขึ้นฟ้าตลอด ๗๐๐ กว่ากิโลเมตรที่ติดชายแดนนี้อย่างไรก็ต้องถูกหลังคาบ้านเราครับ เพราะว่าบ้านเรา ไปสร้างติดกับชายแดนเสียส่วนมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากนะครับ ฝากจริง ๆ ก็ให้กําลังใจ ในการทํางาน แต่ต้องหาวิธีที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่การที่จะเอาพี่น้องประชาชนมาเป็นตัวประกัน ในการที่จะเอาดินแดนของประเทศไทย หรือว่าเอาดินแดนของประเทศเขมร หรือว่าเอา ดินแดนของใครก็แล้วแต่ เขตหลักมันมีเอาไว้ มีไว้จริงครับ แต่ไม่มีใครไปทํารั้ว ทําอะไรเอาไว้ เพราะฉะนั้นทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ นั่งอยู่บนโต๊ะไม่ทราบเลยจริง ๆ นะครับว่าชีวิตของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ติดชายแดนเขาเป็นอย่างไร ถ้าเขาลําบากเราก็ลําบาก ถ้าเราลําบากเขา ก็ลําบาก เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลนะครับว่าใช้คนให้ถูก ใช้ให้ถูกวิธี ใช้ ส.ส. เราก็ได้ อย่างที่ ย้ําไว้นะครับว่าถ้าจะให้คุยรู้เรื่อง ท่านประธานชัยดีที่สุด กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถึงจังหวะก็ต้องไปเองครับ ต่อไปก็คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตามลําดับครับ เชิญ

(นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรครับ เขาไม่ได้ ว่าอะไรคุณ

นายพินิช วิกิตเศรษฐ์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธาน ผม ส.ส. พนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. น้องใหม่ป้ายแดง ผมเป็น ส.ส. ที่มี ความตั้งใจที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานครหรือที่ไหน ก็แล้วแต่ในประเทศไทย ผมต้องขอบคุณนะครับ ท่าน ส.ส. จังหวัดสระแก้วที่ได้บอกว่า อยู่ในพื้นที่ และผมก็แสดงความชื่นชมที่ท่านอยู่ในพื้นที่ ท่านบอกตอนนั้นมีกับระเบิด ผมเองผมไม่เห็นป้าย แต่ผมก็ไม่กลัวกับระเบิดครับ เพราะสิ่งที่ผมต้องการทําก็คือ เข้าไปพิสูจน์ เข้าไปตรวจสอบ เข้าไปช่วยเหลือปัญหาของประชาชน แม้กระทั่งอาจจะเป็น ผืนดินที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ แต่นี่คือพื้นที่ของคนไทย นี่คือพื้นที่ที่อยู่ใน ประเทศไทย และผมเชื่อครับว่าสิ่งที่ผมได้ทําลงไปด้วยความบริสุทธิ์ใจพร้อมกับอีก ๖ ท่าน ต้องการที่จะพิสูจน์ความจริงว่าบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ของคนไทย ผมเสียดายครับที่มีท่าน ส.ส. อาวุโสที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ ๒ ท่าน ได้พาดพิงถึงผม ได้มีการกล่าวว่าผมอาจจะเป็น ส่วนหนึ่งในการที่ทําให้มีปัญหาระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทย ผมเรียนว่า ส.ส.

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมอนุญาตให้คุณอภิปราย เลยทีเดียว ไม่ใช่พาดพิงแล้ว คุณอภิปรายเลยครับ

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ กรุงเทพมหานคร

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตคุณวิชาญ หน่อยนะครับ

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตอธิบายต่อในส่วน ของที่ท่าน ส.ส. อาวุโสได้พูดถึงว่าผมอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหา แต่ผมเรียนว่า การที่พวกเราทั้ง ๖ คน รวมผมเป็น ๗ คน เข้าไปในพื้นที่นั้นต้องการที่จะพิสูจน์ความจริงว่า สิ่งที่เราเข้าไปดูนั้นคือพื้นที่ของไทย ผมเองต้องกราบเรียนว่าผมเองไม่ได้รู้จักกับคุณวีระ สมความคิด มาก่อน ถึงแม้กระทั่งผมรู้จักคุณวีระ สมความคิด ในกรณีที่ถ้าเราเองไปถึง พื้นที่นั้นแล้วและได้ดูพื้นที่เราก็เชื่อว่าเราก็จะสามารถที่จะช่วยกันร่วมกันพิสูจน์ได้ว่าพื้นที่ ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของพวกเราชาวไทยโดยที่ไม่ให้ใครมายึดครอง แต่ผมต้องกราบเรียนว่า สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมจะถามกลับไปท่าน ส.ส. อาวุโสที่ได้อภิปราย ๒ ท่าน ผมทําผิดตรงไหนครับ ผมทําผิดตรงไหนที่ผมต้องการไปดูผืนแผ่นดินไทยตามรัฐธรรมนูญ ข้อที่ ๗๑ บอกว่า นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่เราสามารถที่จะเข้าไปเหยียบได้ นี่คือหน้าที่ของเราที่จะต้องปกป้อง ผืนแผ่นดินไทย ผมทําผิดตรงไหนครับท่านประธาน ผมขออนุญาตว่าผมอาจจะเป็น ส.ส. น้องใหม่ ส.ส. ป้ายแดง แต่ผมเป็น ส.ส. ที่ต้องการเห็นของจริง ต้องการเป็น ส.ส. ที่สัมผัสกับประชาชนและแก้ไขปัญหาจริงครับ ท่านประธานอาจจะได้ทราบว่าอาจจะมี คลิปวิดีโอบางส่วนที่กล่าวถึง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนายกรัฐมนตรีว่าผมได้มี การประสานให้กับผู้ช่วยผมโทรไป ข้อเท็จจริงก็คือว่าผมได้อาสาท่านไปและ ณ วันที่ผม อาสาไปไม่มีใครทราบ และจริง ๆ แล้วก็ไม่จําเป็นที่จะต้องบอกใคร เพราะเป็นเรื่องที่ผม ไปทําในฐานะที่ผมอาสาตัวไปทําคนเดียว ท่านประธานครับ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว อยู่ใกล้เคียงกัน คนที่ประสานขอความช่วยเหลือ คนที่ประสานให้ผมลงไปในพื้นที่ในเบื้องต้น ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ผมก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปเพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งท่านเองก็บอกว่าถ้าเป็นปัญหาของประชาชน ไม่ว่าตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของ ประเทศไทยคุณก็มีหน้าที่ที่จะไปดู ท่านประธานครับ วันนี้ผมรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสพูดนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ผ่านมา สิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับผมในช่วง ๑๖ วันในเรือนจําเปรยซอร์ ๒๕ วัน ในกรุงพนมเปญนั้นเป็นบทเรียนที่สําคัญสําหรับพวกเรา และผมเชื่อนะครับว่าไม่อยากจะให้ เกิดขึ้นกับพวกเราชาวไทยอีกในอนาคต แต่เป็นบทเรียนที่อาจจะเจ็บปวดสําหรับคนบางคน เจ็บปวดสําหรับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อครับว่าถ้าเราทําด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ตั้งใจ ที่จะปกป้องผืนแผ่นดินไทย เราไม่ต้องกลัวครับ จะให้นานกว่านี้ผมก็ยินดี แต่ผมกล้าพูดครับ ว่าผมไม่เคยหนี ผมไม่เคยกลัวปัญหา ถ้าผมทําผิดผมยินดีจะรับโทษและผมจะไม่หนีปัญหา ไม่หนีคดี และสู้กันในชั้นศาลจนถึงที่สุดครับ และผมยังยืนยันครับว่าผืนแผ่นดินที่เราปกป้อง นี้คือผืนแผ่นดินไทย แม้กระทั่งในส่วนนั้นอาจจะยังมีข้อวิพาทและยังไม่มีข้อยุติ ผมต้องขอ กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. สระแก้วอีกครั้งหนึ่งนะครับที่ได้กรุณาเตือน แต่อย่ากลัวครับ เราไปด้วยกัน กรรมาธิการมีบางชุดเคยไปถึงที่พื้นที่แล้ว เคยไปยืนตรงนั้นแล้ว ไม่กล้าเดิน เข้าไป ผมขออนุญาตไม่เอ่ยครับว่าเป็นกรรมาธิการชุดไหน และเหตุผลที่ไม่ประสานไปเพราะ ผมเชื่อครับว่าถ้าประสานไปก็อาจจะไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ท่านพูด วันนี้เราพิสูจน์ ความจริงครับ วันนี้เรากําลังจะแก้ไขปัญหา วันนี้เรากําลังจะเดินหน้าเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ผมเองเชื่อครับว่าปัญหาในประเทศของเรา เราก็ ต้องทําความเข้าใจกัน นําข้อมูลมาพูดจากัน ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันเป็นเอกภาพเพื่อจะ แก้ไขปัญหา และผมก็ต้องกราบขอเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าสิทธินี้เป็นสิทธิของพวกเราชาว ไทยทุกคนที่มีหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนให้เพื่อนสมาชิกทราบ นะครับว่าทางประธานทั้ง ๓ คนนี้ได้ตกลงกันแล้ว อยู่ถึง ๖ ทุ่มคืนนี้ ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเกินก็จะไม่ขัดข้องครับเพราะว่าได้รับปากตั้งแต่เช้า แล้วก็ขอให้สบายใจได้ เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องญัตติด่วน

(นายสรวงศ์ เทียนทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวคุณวิชาญ คุณสรวงศ์ ตอบไปโต้มาก็แค่นั้นครับ เขาขอบคุณคุณนะครับ ดีแล้ว เดี๋ยวคุณพูดไป พลาดแล้วก็ไปกันใหญ่ เชิญ ๆ

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว

ท่านประธานครับ ผม สรวงศ์ เทียนทอง นิดเดียวครับ ยังยืนยันนะครับว่าความคิดของท่านพนิช แล้วก็ความคิดของผมตรงกันนะครับ ว่าเราต้องการที่จะให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนถูกแก้ แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าผมพูดตั้งแต่ ทีแรกแล้วว่าผมไม่ได้พูดอะไรเลย จนกระทั่งมาเมื่อคืนนี้ที่ท่านออกทีวี แล้วก่อนจะจบ รายการท่านบอกว่าผมทําในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ไม่ทราบ เหมือนกันว่า ส.ส. จังหวัดสระแก้วอยู่ไหน เขาถึงไม่ไปร้องเรียน ผมถึงต้องออกมาพูดวันนี้ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นอีกก็คือผมเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของท่าน แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่าท่านไปดู ท่านไปพูดแล้วท่านก็กลับ แต่คนที่อยู่ในพื้นที่อย่างพวกกระผม จังหวัดสระแก้ว จังหวัด ศรีสะเกษ จะต้องอยู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยและคนกัมพูชา เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่อง ละเอียดอ่อนมาก ๆ นะครับ อะไรก็แล้วแต่ที่เราประสานงานกันได้ผมอยากให้ประสานงาน กัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรนะครับ เพราะว่าผมเองเป็น ส.ส. ๒ สมัยก็ไม่ต่างอะไรกับพี่พนิช เพราะว่าเป็น ส.ส. สมัยแรกก็แค่ปีเดียวครับ ก็เป็น ส.ส. ป้ายแดงเหมือนกัน แต่เราทํางานร่วมกันได้นี่ครับ ผมพูดตรงนี้เพื่อจะไม่ให้ความเสียหาย เกิดขึ้นอีก เพราะว่าเราทํางานกันแบบพี่แบบน้องนะครับ การอยู่ร่วมกันของพี่น้องประชาชน ก็แบบพี่แบบน้อง เราต้องเข้าใจถึงความเป็นอยู่ของเขา กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิชาญ ไม่มีใคร คัดค้าน ต่อนะครับ คุณวิชาญ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ เรื่องที่เรากําลังอภิปรายโดยเป็นญัตติด่วนนะครับ ซึ่งอยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชนมาในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๔ ที่เกิดเหตุ แต่จริง ๆ แล้วมันอยู่ในความสนใจ ตั้งแต่ก่อนในรัฐบาลของท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เนื่องจาก ความสับสน ความวุ่นวาย ความต้องการ ในเรื่องของการแย่งชิงเรื่องอํานาจ ท้ายที่สุดครับ รัฐบาล เองในขณะนี้ก็คือรัฐบาลซึ่งเคยเป็นฝ่ายค้านในสภาแห่งนี้ แล้วก็หยิบหยกเรื่องปัญหา ชายแดนขึ้นมาพูด แล้วก็ดูเหมือนว่าปัญหาชายแดนนี่ละครับที่เป็นเหตุอันหนึ่งซึ่งทําให้เกิด ความขัดแย้งกันในประเทศ รวมถึงพี่น้องประชาชนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ของเราในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเองนั้นเห็นใจนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอดีตนั้นท่านเองก็ดูเหมือนว่าได้พูดจา เหมือนกับรู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะย้อนมาถึงวันนี้ ซึ่งสีหน้าวันนี้ท่านต่างจากวันที่ท่านเอง อยู่ในสภา แล้วพูดจาในลักษณะว่าเขตแดนนั้นสามารถที่จะพูดคุยตกลงกันได้ แล้วสามารถที่ จะชี้ชัดว่าเป็นเขตแดนของใคร โดยไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมเห็นด้วยครับ เพราะดินแดนของประเทศย่อมต้องดูแลรักษา แต่วันนี้ประชาชนเองที่อยู่ภายใต้การดูแลของ รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ยิ่งต้องดูแลครับ เพราะเขาเหล่านั้นเขาไม่มีโอกาส แล้วไม่มีทางเลือก ในเขตพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัย ดังนั้นการที่เขาเองประสบปัญหาในเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งกัน โดยนโยบายของรัฐบาลซึ่งไม่ได้มีการเตรียมการแต่อย่างไร เพียงแต่คิดว่าจะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จไปวัน ๆ หนึ่ง ผมเรียนว่าปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาซึ่งหลายรัฐบาลเองนั้นได้ทําดี ที่สุดแล้ว ยกเว้นรัฐบาลชุดนี้ละครับ ทําดีหรือไม่ดี ๑๐ ปีที่ผ่านมา ในส่วนของการลง รายละเอียด เขาได้กล่าวกันว่าที่ผ่านมาระยะเวลา ๑๐ ปี โดยหอการค้าของจังหวัดศรีสะเกษ บอกครับว่า ในรอบ ๑๐ ปีถือว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน และหอการค้า เราเองได้ประเมินกันว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทําให้เกิดการปะทะกันอีกครั้งหนึ่ง ที่เหตุการณ์ น่าจะสงบไปแล้ว แต่น่าจะมาจาก ๒ เหตุการณ์ ๒ สาเหตุ คือการเมืองและเรื่องของเขาพระวิหาร ซึ่งเรื่องของเขาพระวิหารนั้น หากคุยกันดี ๆ และร่วมกันบริหารจัดการร่วมกันทั้ง ๒ ประเทศ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ปัญหาหนักก็คือปัญหาการเมือง ซึ่งนักการเมืองส่วนใหญ่มักจะเล่น การเมืองโดยลืมข้อเท็จจริง เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนว่าเดือดร้อนแค่ไหน อันนี้เป็น คําพูดนะครับ ซึ่งเป็นคําพูดซึ่งบอกกล่าวได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นความเสียหาย ที่เกิดตามปกติ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเมือง ท่านประธานครับ สิ่งที่ได้รับคําตอบมา ก็คือว่า จากวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๗ เสียชีวิตไป ๒ ราย คนที่เสียชีวิตไป เป็นทหาร เขาบอกทหารนี่ ปกป้อง เป็นรั้วของชาติ รู้อยู่แล้วว่าทหารต้องยอมเสียสละชีวิตถ้าเกิดมีการปะทะกัน โดยเฉพาะ ชายแดน ประเทศไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ยกเว้นเราจะยกประเทศหนี มันหนีไม่ได้ครับ เพราะชายแดนมันติดกัน ชายแดนประเทศไทยติดกับประเทศกัมพูชา ๗๕๐ กิโลเมตร ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชาไล่ยาวมาครับ ๗๕๐ กิโลเมตร ถามว่าติดทั้งหมด ๖ จังหวัด ใน ๖ จังหวัดนี้มีด่านต่าง ๆ ซึ่งเป็นด่านถาวรอยู่ประมาณ ๔ ด่าน แล้วนอกนั้น เป็นด่านเล็กด่านน้อยซึ่งเป็นทางเข้าออกของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชน ทั้ง ๒ เขตพื้นที่ บอกได้เลยครับว่ามีขนบธรรมเนียมประเพณีความใกล้ชิดเหมือนคนที่ อยู่บ้านเดียวกัน แต่เราไปขีดเขตปักปันเพื่อแสดงอาณาเขต แต่ความรู้สึกเรื่อง ขนบธรรมเนียมไปห้ามเขาไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ณ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นผมเรียนว่า มันไม่ใช่อุทาหรณ์หรอกครับ แต่มันเป็นสิ่งที่จะต้องรีบดําเนินการแก้ไข จะมัวแต่เล่นลิ้นไม่ได้ ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเองมีวาทะที่คมลึก จนกระทั่งกลุ่มพี่น้อง ประชาชนในขณะนั้นซึ่งวันนี้ก็ออกมาชุมนุมอีกแล้วครับ แต่ท่านเองเขาบอกว่าท่านกระซิบ เปลี่ยนไป บนเวทีพันธมิตรนะครับ ท่านเปลี่ยนไปแล้ว เพราะวันนี้ท่านเป็นเสนาบดี ท่านไปทํางาน ทําหน้าที่ แล้วหน้าที่ตรงนี้คนที่ส่งท่านก็คือกลุ่มคนที่วันนี้กําลังเรียกร้อง อยู่ข้างนอก แต่ผมไม่ได้ว่ากล่าวหรอกครับว่าคนที่เรียกร้องหรือคนที่สนใจจะว่าอย่างไรกับท่าน แต่สภาแห่งนี้ ประชาชนทั้งประเทศบอกกล่าวว่าตัวท่านเองทําตัวเอง ตอนที่ก่อนที่ จะตัดสินใจมานั่งตําแหน่งรัฐมนตรีท่านเองไม่ได้ดูหรอกครับว่าวิบากกรรมที่จะเกิดตามมา มันคืออะไร ดูเสมือนว่าตัวท่านเองเป็นจุดแห่งชนวน ซึ่งไม่ผิดหรอกครับ หรือท่านบอกว่าถูก การที่ท่านไปเที่ยวด่าผู้นําประเทศคนอื่น ใครมาด่าท่านไปถึงญาติวงศ์ตระกูลหรือพ่อแม่ท่าน รู้สึกอย่างไรครับ เหมือนกันครับ ผู้นําประเทศเขาต้องเคารพนับถือ ลองใครมาแตะต้องผู้นํา ประเทศของเราสิครับ ผมคิดว่าคนไทยก็คงไม่ยอมเหมือนกัน แต่นี่ท่านเองเป็นถึงคนที่จะมา ทําหน้าที่เสนาบดี เป็นผมไม่รับตําแหน่งนี้หรอกครับ เพราะมันเป็นตําแหน่งซึ่งให้คุณให้โทษ ตัวท่านเอง ให้คุณคือท่านรับตําแหน่ง ให้โทษก็คือสิ่งที่ท่านได้กระทํากับประเทศไทยวันนี้ แล้วก็ทําต่อพี่น้องประชาชน แม้ท่านเองคิดเสมือนว่าการดํารงตําแหน่งตรงนี้จะเป็นหนทาง แห่งการแก้ไขนั้น ท่านอย่าหวังไปเลยครับ เพราะพี่น้องประชาชนคนกัมพูชาเขาได้ดู ได้ฟัง ได้รับรู้ ว่าผู้นําประเทศเขาถูกต่อว่าอย่างไร วิถีทางแก้ไขนั้น

ประการที่ ๑ ท่านต้องกลับไปมองแล้วทบทวนครับว่ารัฐบาลชุดนี้มาด้วย เหตุผลการเอาการเมืองมาสู้กัน เรื่องที่สําคัญที่อยู่ไม่ได้ ครั้งที่แล้วที่ขับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ กับท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย มันเป็นประเด็น เดียวกันที่ต่อยอดมาก็คือเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้นเวรกรรมตรงนี้เมื่อมาถึง ผมมองว่าการทํา หน้าที่ของพวกผมในวันนี้ก็คือการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนที่อยู่ ชายแดน ท่านประธานครับ คนเสียชีวิตเป็นทหารอยู่ ๒ ราย บาดเจ็บอีก ๒๒ ราย อพยพคน ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ คนแล้วครับ เกือบ ๓๐,๐๐๐ รายเพราะเขาไม่มั่นใจ แต่ทั้งหมดนี้ เราเองมีจุดอพยพอยู่ ๔๙ จุด ที่ไปตั้งค่าย ตั้งกลุ่มต่าง ๆ มีอย่างเดียวครับ ไปแจกของ ไปมอบของ การที่คิดว่าคนที่ออกจากบ้านแล้วไปอยู่ตามจุดชายแดน แล้วย้ายเข้ามาอยู่ในจุด อพยพต่าง ๆ ทิ้งบ้านทิ้งเรือนออกมา ท่านประธานลองนึกดูสิครับเขาอยู่สุขสบายไหม ไม่ได้ ไปทําบ้านให้เขาอยู่นี่ เป็นกลุ่มหรือจุด หรือที่เรียกกันว่าค่ายอพยพครับ เพราะไปอาศัย โรงเรียน ศาลาวัด หรือจุดต่าง ๆ ที่แล้วแต่จะกําหนด มันสุขสบายนักหรือครับ ฉะนั้นสิ่งที่ เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ย่างนี้ต้องรีบเจรจาโดยเร็ว ผมไม่พูดว่าใครยิงก่อน เราจะกล่าวอ้างว่า ทางโน้นยิงก่อน หรือทางโน้นจะกล่าวอ้างว่าไทยยิงก่อน บทสรุปของการพิสูจน์มันพิสูจน์ ไม่ได้หรอกครับ เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องเข้าข้างตัวเอง แต่วันนี้ในเมื่อเขาเป็นประเทศ ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาเซียน เขาอยู่ในกลุ่มที่ติดชิดใกล้ประเทศของเรา ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่สําคัญในกลุ่มอาเซียนเขาให้ความร่วมมือกัน และไม่พยายามที่จะไปก้าวล่วงในสิ่งที่ เกิดขึ้นระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยในยุคนี้ผมแปลกครับ สนธิสัญญาข้อตกลงที่เซ็นไว้ ทุกข้อเราละเมิดหมด เราละเมิดทุกประเทศที่อยู่ชายแดนเรา เราพยายามเข้าไปก้าวล่วง เปรียบเสมือนว่าเราเป็นพี่ใหญ่ เปรียบเสมือนว่าเราสามารถที่จะชี้นําเขาได้ ทั้ง ๆ ที่ประเทศ ของเขาเองเขาก็มีผู้นํา เราดูถูกดูแคลนคนที่เป็นผู้นําต่างประเทศ เราดูถูกดูแคลนในตําแหน่ง ของเขาว่าถูกเรียกว่าเอะอะในเรื่องของสมเด็จ หรือตําแหน่งว่าเป็นตําแหน่งที่คิดเทียบแล้ว เป็นตําแหน่งเสนาบดีที่สูง แล้วพ่วงตําแหน่งที่บอกว่ามีเชื้อที่เป็นเจ้า มีตําแหน่งต่าง ๆ นั่นคือประเทศเขาที่ให้การยกย่องสรรเสริญ เราไม่ควรที่จะไปพูด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เราแตะ เสียจนมีความรู้นึกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศเขาหรือเปล่า เราเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิด เราไม่สมควรครับ เพราะการกระทําแบบนั้นเป็นการดูถูกดูแคลน ท่านประธานครับ เมื่อมีเขตชายแดนติดกันนี้ โดยมีภูเขาซึ่งกั้นภูเขาบรรทัดกับภูเขาพนมดงรักอยู่แค่ ๒ เทือกเขา และผมถามว่าเทือกเขาหลัก ๆ นี้เรายังชี้เขตแดนไม่ชัดเจน เมื่อไม่ชัดเจนนี้การที่ จะพูดคุยก็ต้องพูดคุยในฐานะคนที่อยู่เพื่อนบ้าน การขยับหรือการพ้นจากเขตแดนนี้เป็นสิ่ง ที่ดีที่สุด แต่ถ้าอะไรที่เป็นพื้นที่จริง ๆ เราควรรักษาไว้ ท่านประธานครับ ผมได้รับส่วนหนึ่ง จากเพื่อนว่าการกําหนดเขตแดนอันหนึ่ง ซึ่งสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวนได้ประกาศไว้ว่ามี เขตซึ่งเขาเรียกว่า เขตอนุรักษ์แห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๔๑ ท่านนายกรัฐมนตรีชวนประกาศไว้ว่า ประกาศเขตอุทยานทําให้ประชาชนคนไทยไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ หรือแม้กระทั่ง กองกําลังทหารก็ยังมีการขออนุญาตเข้าในเขตพื้นที่ต่อกรมอุทยาน แต่ดูเสมือนว่าในขณะนี้ เขตชายแดนต่าง ๆ เหล่านี้มีการเข้าไปสร้างชิดเขตพื้นที่ สร้างตลาด สร้างโรงเรียน ท้ายที่สุด ในเขตดังกล่าวนั้นก็ถูกว่าเป็นเขตแดนจริงหรือไม่จริงก็ยังงงครับ แต่ในเขตที่ผมได้รับมาว่า เป็นเขตอุทยาน แผนที่ในมือผมนี้เป็นเขตที่ประเทศไทยประกาศ ประกาศปุ๊บก็คืออยู่ในพื้นที่ ของเรา เป็นเขตอุทยาน แต่มีคนที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา ชาวบ้านที่เข้าไปใช้พื้นที่อยู่ ตรงนี้รัฐบาลเองก็ต้องดูว่าจะปล่อยให้เขาทําอย่างไร ก็ต้องเจรจากัน เพราะเราต้องยอมรับว่า บางที่บางอย่างนี้เขตพื้นที่ของเราเองยาวครับ ยาวเหนือลงใต้ติดเขาหมด แต่เราไม่เคยมีการ กําหนดกฎเกณฑ์ปักปันพื้นที่ แม้กระทั่งการบุกรุกเข้าทํากินในเขตพื้นที่ต่าง ๆ นี้ เราดูเหมือนว่ารัฐบาลเองปล่อยปละละเลยหรือเปล่า ยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาต้องใช้ วิกฤติเป็นโอกาสครับ ควรจะต้องเข้าไปพูด ไปคุย ไปเปิดโต๊ะเจรจา ประการแรกคุณไปบอกว่า เขายิงปืนเข้ามาก่อนเขาก็ต้องยิงโต้ตอบ แต่ทําไมไม่บอกล่ะครับว่าการยิงหรือการที่จะไป โต้ตอบดังกล่าวนั้นหลังจากที่มีการปะทะกันแล้วควรจะเร่งรีบเจรจา แต่ยิ่งเร่งรีบก็ต้องมี วิธีการ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าในลักษณะของการดําเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ ในสถานการณ์ อย่างนี้ทําให้เกิดความเสียหาย คนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบ สุดท้ายมันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าการค้านี้เสียหาย ๑ เดือน ประมาณ ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ คนที่อยู่ ชายแดนนี้เขาติดต่อทํามาหากิน รัฐบาลอาจจะมองว่ามันยังไม่ถึงสัดส่วนของประเทศ ถ้าบอกว่าเราค้าขายได้เปรียบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราซื้อของเขา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกันอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกลับไปพูดบอกว่ารายได้ทั้งประเทศอยู่ที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรายได้ตรงนี้ไม่ต้องเอาก็ได้ หรือไม่สนใจก็ได้ ดูเหมือนอย่างนั้น หรือจะปิด ชายแดนก็ได้ นั่นเป็นวิธีการคิดที่ผิดครับ เพราะอย่างไรก็ตามการให้ความร่วมมือกับ ความสําคัญต่าง ๆ นี้เราไม่ควรจะละเลยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีอย่างเดียวว่าจะต้องส่งเสริม ธุรกิจการค้าอย่างไรให้เกิดความทัดเทียมกัน และได้ผลประโยชน์ที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ เขามาก แล้วก็ต้องช่วยดูในเรื่องสิ่งที่เขาขาด เช่น เราให้เงินกู้เขา พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา เราตัดช่องทางเงินกู้ เราตัดเงินอุดหนุนที่ตกลงกันไว้ที่จะไปดูแลถนนเส้นทางต่าง ๆ แม้กระทั่งการสร้างสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางสาธารณูปโภคในการติดต่อค้าขาย ผมมองว่าท้ายที่สุดรัฐบาลเองไม่ได้กระทําสิ่งที่เกิดประโยชน์ ดังนั้นประเทศเพื่อนบ้านที่เขา อยู่ใกล้ชิดเรา เมื่อไม่มีความจริงใจ แล้วใครเขาจะมาจริงใจกับเรา เอะอะอะไรบอกว่าเราเป็น พี่ใหญ่ วันนี้ความเป็นพี่ใหญ่มันไม่ได้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับการกระทําที่มองให้เห็นชัด มันเป็นการเอารัดเอาเปรียบหรือเปล่า ยิ่งเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าต้องช่วยเหลือดูแล ประเทศที่เล็กกว่า ยิ่งเป็นประเทศที่เจริญกว่ายิ่งต้องช่วยดูแลถ่ายทอดเทคโนโลยีและยิ่งอยู่ ในประชาคมเดียวกันยิ่งต้องทําความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดเหตุที่ขัดข้องขึ้นมา ผมดูเหมือนว่ารัฐบาลเองไม่ได้ให้ความสําคัญ มันต้องกลับมาดูที่ตัวนายกรัฐมนตรี ดูที่ว่า นโยบายของรัฐ นโยบายกระทรวงการต่างประเทศที่บอกจะสร้างมิตรในระหว่างประเทศต่าง ๆ จะมีการค้าขายในประเทศต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แต่วันนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่แถลงไว้มันต่างกัน และผม คิดว่าสิ่งนี้ละครับที่ประชาชนเกิดความหวาดวิตกกังวล ถ้าให้ดี ท่านประธานครับ เจรจา ในช่วงนี้ที่เป็นวิกฤติ แล้วก็รีบดําเนินการฟังปัญหาในส่วนของประชาชนว่าเขามีปัญหา อะไรบ้างในเรื่องของที่ทํามาหากิน ในเรื่องต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ชายแดน แล้วก็รวมถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นเสียหายเราชดเชยเขาอย่างไร ผมคิดว่าจากวันนี้ที่เขาอพยพออกมาเขาทิ้งนาทิ้งไร่ เขาทิ้งสิ่งต่าง ๆ เราเองไปชดเชยเกี่ยวกับเรื่องของภัยธรรมชาติ แต่วันนี้เราชดเชยเป็นตัวเลข ซึ่งน้อยมากครับ มีให้ที่อยู่อาศัย มีเรื่องอาหาร มีเรื่องผ้าห่ม เห็นรายงานออกมานะครับ เอาไปแจก เอาไปดูเขา กับปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเรียนท่านประธาน ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่หมักหมมกันมานาน จริงครับ แต่มันไม่มีความรุนแรงถึงวันนี้ แต่ถ้าวันนี้เราเอาทฤษฎีในเรื่องของความรู้สึกที่จะต้องมาวัดกันว่าจะต้องถูกตลอดนั้นไม่มีใคร ตอบได้ครับ แล้วผมถือว่าคนที่เสียหายก็คือประชาชน

มาดูอีกเรื่องนะครับท่านประธาน ผมเป็นห่วงนอกจากพี่น้องประชาชนแล้ว คือทหารครับ วันนี้ทหารที่เป็นรั้วของชาติ ท่านประธานทราบไหมครับว่ากองพันทหารพราน ที่ ๒๓ ในอดีตผมเคยไปตรวจเยี่ยมครับ แล้วก็ทราบมาว่าเขาเองได้ร้องว่าเขารับขึ้นบรรจุเป็น ทหารพราน โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่น้องประชาชนที่มาฝึก แล้วก็เอามาเป็นรั้วของชาติ ทหารเหล่านี้ถ้าบอกว่าเป็นทหาร เขาอยู่แนวหน้าครับ เขามีความชํานาญเรื่องภูมิประเทศ แต่การดูแล ท่านประธานทราบไหมครับว่าเงินเดือนวันนี้ ๕,๗๐๐ บาท เป็นทหารนะครับ ตาย ๒ นาย บาดเจ็บอีก เงินเดือนบอกว่าจะปรับใหม่ครับ ๗,๗๐๐ บาท ให้ท่านประธาน ไปเป็นทหารไหม เงินเดือนขนาดนี้ ไปดูแลชายแดนไหมครับ ให้อาสาสมัครไหม ไม่มีหรอกครับ หรือท่านรัฐมนตรีจะไปอยู่แนวหน้า กล้าไหมละครับ สิ่งที่กําลังดูอยู่นี้มีเบี้ยเลี้ยงอีก ๗๕ บาทต่อวัน น้อยมากครับ กับการที่โดนเอาไปนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่มีสิ่งที่อํานวยความสะดวก เครียดครับ สิ่งที่ตามมาก็คือโรคภัยไข้เจ็บ ผมมีโอกาสไปแล้วได้รับรายงาน เขาบอกว่า ฝากบอกด้วย ทหารพรานนี่ท่านประธานครับ ผมเจอหน้าเขาครับ ยศพันโท ผมบอกว่า หัวหงอกทั้งหัวเลย หน้าตาเหี่ยวย่น ผมคิดว่าทหารคนนี้น่าจะเป็นทหารที่ปลดประจําการ แล้ว แต่เขาเป็นทหารพราน ผมถามว่าท่านอายุเท่าไร อายุ ๕๖ ปี แต่ดูเหมือนกับคนอายุ ๗๐ ปีครับ เขาขึ้นจากชั้นประทวน แต่คนที่นั่งจบนายร้อย ที่เป็นนายเขา ยศพันเอก ยศพลตรี อายุ ๔๐ กว่าปี รับราชการคนละส่วนครับ พวกนั้นเขามีโอกาสเพราะเรียนไต่เต้าขึ้นมา เรียกว่ามีความรู้ความสามารถ แต่พวกนี้มีประสบการณ์จากชั้นประทวน ฉะนั้นการดูแลมันต่างกัน พวกนั้นจิบไวน์ (wine) คุยกัน พวกนี้เหล้าขาว เหล้าป่า เพราะอากาศหนาวเย็น เขาบอกเลยครับ แล้วเขาบอกว่า การดูแลในส่วนของทหารเสนาธิการที่ดูแลในส่วนของเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพน้อยมาก ผมไม่รู้ว่างบประมาณทหารปี ๆ หนึ่งเอาไปใช้ทําอะไร เอาไปซื้อยุทธปัจจัยหรือไปซื้ออุปกรณ์ แต่ขาดครับ ทั้งทางใต้ ทั้งทางกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ พอไปดูถามนะครับส่วนใหญ่เป็นไข้ป่า ช่วงที่ผมไปคือช่วงหน้าฝน เป็นไข้ป่าครับ ไปดู เขาบอกว่าขอหยูกขอยา ผมให้โรงพยาบาล ประจําอําเภอกับจังหวัดที่จังหวัดศรีสะเกษ ตอนนั้นผมเป็นรัฐมนตรี บอกว่าช่วยเอาเวชภัณฑ์ยา ไปช่วยดูแลหน่อย ขาดนะครับ เขาบอกกล่าวเลยเงินต่าง ๆ ที่ไปนี่น้อยมาก ดูแลน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วประชาชนเอาเงินไปบริจาค เอาข้าวปลาอาหารไปให้ ยิ่งเขาทราบเหตุการณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีฟังให้ดี คนเหล่านี้ท่านต้องดูแลให้ดี ๆ หน่อย สิ่งที่สําคัญก็คือว่า ไม่มีเวชภัณฑ์ยา ไม่มียารักษาโรค ท่านไปเช็ก (Check) ดูครับ มันน่าสมเพชครับกองกําลัง ของเรา และผมไปถามนายทหาร ไปถามระดับชั้นประทวนต่าง ๆ อยากเป็นไหม ไม่อยากหรอกครับ เงินเดือนแค่ ๕,๗๐๐ บาท เบี้ยเลี้ยงจริง ๆ ตอนนั้น ๕๐ กว่าบาท วันนี้ เห็นปรับเป็น ๗๕ บาท และการเบิกจ่ายนี่เขาให้ลาอยู่เรื่อย ลานี่เงินไม่รู้ไปตกอยู่ที่ใครครับ คนที่ลาก็ไปพักผ่อน ไปโน่น ไปนี่ การเบิกจ่ายท่านไปเช็กให้ดีนะครับ มีการใช้จ่ายเงินถูกต้อง หรือเปล่า นี่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเห็นเบิก ๆ เข้ามา กองร้อยนี่มี ๑๖๐ คน ๑๗๐ คน โดยประมาณ แต่เอาเข้าจริง ๆ ที่อยู่ตามจุด ตามค่ายมีถึงไหม ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเช็กดูครับ มีอยู่ประมาณ ๒๐–๓๐ นาย หมุนเวียนกันออก หมุนเวียนกันเข้า สับเปลี่ยน กําลังกัน มันถึงจะเสียหาย เวลาเขาสู้เข้ามา เวลาเขารบเข้ามาเราไม่มีกองกําลัง นี่คือปัญหา ซึ่งฝ่ายการทหารก็ต้องไปดูครับ ผมได้รับแจ้งรายงานตอนขณะที่ผมทําหน้าที่และฟัง และวันนี้ก็เหมือนกันครับสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงที่ผมไปปลายมากเลย เพราะผมไปนี่พบช่วงนั้น ประมาณวันที่ ๒ ธันวาคมก็มีเหตุการณ์ยุบพรรคพลังประชาชน ไม่อย่างนั้นก็จะมีการ ดูแลแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามวันนี้มีโอกาสพูดก็จะพูดให้ท่านทราบ เพราะช่วงที่ผมไปมานั้น ผมไปมาอาทิตย์เดียวปุ๊บเกิดเหตุการณ์แล้วก็ยุบพรรคพลังประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ ถ้าท่านเองดูเสมือนว่าจะสนใจชายแดนแต่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ คนที่ดูแลกองกําลัง ต่าง ๆ มีแต่ทหารพราน มีแต่คนที่อยู่กองกําลังซึ่งขาดการดูแลนะครับ แล้วความรู้สึก เป็นอย่างไร กําลังใจเป็นอย่างไร คนที่อยู่ทางบ้านที่เขาต้องออกมาเป็นทหาร ลูกเมียของเขา มีสวัสดิการไหม ไม่มี เคยให้เขาไหมครับ เคยดูแลไปถึงไหม กลุ่มคนเหล่านี้ด้วยซ้ําที่จะต้อง ช่วยดูแลเขา ปกป้อง ปกปักรักษาผืนที่ซึ่งเป็นดินแดนอธิปไตยของคนไทย ถ้าเขามีกําลังใจที่ดี มีการดูแลจากรัฐที่ดี ดีกว่าเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปแจกคนที่เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท อีกด้วยซ้ํา เพราะพวกนี้ไม่มีโอกาส เขาก็สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้น และผมพูด ต่อไปครับ ทุกชายแดนวันนี้ก็ปล่อยปละละเลยครับ เรามีข้อตกลงกันระหว่างแดนนี้ เวลา เข้าออกชายแดนนี่เข้าออกได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ท่านเคยไปเช็กไหมท่านรัฐมนตรี ท่านกษิต เคยไปเช็กไหมครับ คนที่เข้าออกหายไปเท่าไร จํานวนเคยเช็กไหม รัศมี ๓๐ กิโลเมตร อยู่ตรงนั้น เข้ามาทํางานแล้วกลับมีไหมครับ เดี๋ยวนี้เข้ามาในประเทศเข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร เข้าไปทั่วทุกจังหวัด เป็นแรงงานบ้าง ไปทําอะไรที่มันไม่ชอบไม่ถูกบ้าง ท่านเคยไปดูไหมครับ ไปติดตามคนเหล่านี้กลับไหม ชายแดนเคยทําให้เขาดีไหม มีงบประมาณไปดูด่านต่าง ๆ ให้ได้รับงบประมาณมากไหม ผมไปตรวจเยี่ยมมาหมดครับตอนสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรี ผมก็ไปถามทุกข์สุข กําลังคน กําลังงบประมาณน้อยมาก ถ้าจะให้ดีนายกรัฐมนตรีครับ รัฐบาลเองควรจะต้องจัด งบประมาณที่มากเพียงพอให้มีการเปิดเรื่องด่าน เรื่องชายแดนทําให้มันดีหน่อย แล้วก็ดูแล ในเรื่องของการเข้าออก เอางบประมาณมาลง ทําให้มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการ ท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าอาจจะมีผล แต่ถ้าเมื่อดีขึ้นผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่เกิดขึ้นระหว่าง ประชาชนกับประชาชน ๒ ประเทศ เงินตราต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น คนที่จะมาเที่ยวก็ต้อง ผ่านแดนประเทศไทยไปประเทศกัมพูชาก็ได้รับค่าตอบแทนครับ หรือแม้กระทั่งโรงแรม ต่าง ๆ ที่จะขึ้นก็ต้องทําให้มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะไปเที่ยวกลับมาแล้วมาพักฝั่งด้านไทย แต่นี่ดูเหมือนว่าไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวหรอกครับ เอาเพียงแต่ว่าจะทําอย่างไร ให้มันหยุดในเรื่องของความเครียด เรื่องการใช้กําลัง เดี๋ยวก็ยิงกัน ปะทะกัน ๔ ครั้ง ปะทะกัน ๕ ครั้ง ฟังดูแล้วใครจะมาเที่ยวล่ะครับ เขาก็กลัวตาย ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ผมก็ เป็นห่วงครับ ไม่ได้พาดพิงท่านพนิชนะครับ ๗ คนไทยที่ไป แต่เรียนว่าก็เป็นเรื่องดีครับที่ท่าน ออกมาบอกว่าท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เป็น ผมก็เป็นห่วงท่าน แล้วผมก็เป็นห่วง คนไทยทั้ง ๗ คน ท่านจะรู้จักกับท่านวีระ รู้จักกับคุณราตรีหรือไม่ อย่างไรผมไม่ทราบ แต่ร่วมคณะกับท่านไป ท่านเองก็คงเป็นห่วง เพราะเข้าไป ๗ คน ตอนนี้กลับมา ๕ คน หายไป ๒ คน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไรครับ นโยบายจะเอาคนไทยกลับตั้งแต่แรก หรือกลับมา ๕ คนพอแล้ว อีก ๒ คนช่างมัน มันเป็นความแตกแยกระหว่างคนที่กําลังชุมนุม อยู่ข้างนอก เขาก็ทวงคนของเขาครับ หรือไม่ใช่คนของท่านแล้วครับท่านกษิต ท่านวีระ ไม่ใช่เพื่อนท่านหรือ ท่านราตรีไม่ใช่เพื่อนหรือ อย่าบอกนะว่าไม่ใช่ ใช่แน่นอน เมื่อกี้ผมถาม คุณประพันธ์ คูณมี ใช่แน่นอน แล้วผมถามว่าวันนี้ท่านไปเยี่ยมท่านวีระเขาด่าท่านอย่างไร ท่านถึงไม่สนใจเขา เขาก็เป็นคนไทยนะ ท่านเองต้องดูแลเขาด้วยในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ไปถึง ๘ ปี อีกคน ๖ ปี อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าดูแลแล้วครับ การดูแลก็คือการนําคนเหล่านั้นจะด้วยวิธีใดก็ตาม วิธีการทูตก็ตามหรือจะไปแลกเปลี่ยน เห็นบอกเอาคนเขมร ๑๐๐ คน แลกกลับมาได้ ๕ คน ก็แล้วแต่ นี่เขายังปราณีนะ ให้ทหาร กลับมา ๒ นาย ท่านประธานครับ สิ่งนี้รัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรีเองต้องใส่ใจ คนไทย ที่เหลืออยู่คือบุคลากรของประเทศ เกียรติภูมิของเรา การติดต่อ ติดตาม ต้องให้ชัดเจนครับ ท่านอย่าไปบอกว่า ๗ คน ได้มา ๕ คน พอใจแล้ว แล้วดูเหมือนว่าเอา ๑๐๐ คนไปแลกปล่อยกัน มันไม่ใช่นะ ประเทศนี้ถ้าแลกกันได้ท่านก็แลกสิครับ เอาเขาพระวิหารไป เอารอบ ๆ มาแลกกัน ทําไมไม่เจรจากันล่ะ มันจะได้จบ นี่มันเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นความตายเขาอยู่สุข ไหมครับ ถามท่านพนิชสิ ไปขังอยู่ถ้าสุขท่านคงไม่เอาผมออกจากศีรษะหรอกครับ ขอโทษ นะครับ แต่วันนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ท่านขึ้นจั่วหัว พยายามพูดอยู่ตลอดครับไม่พูดถึง ส.ส. ว่าท่านพนิชเป็น ส.ส. ท่านพูดถึง ๗ คนไทย เมื่อท่านพูดถึง ๗ คนไทยแล้วอีก ๒ คนที่เป็น คนไทยหรือเปล่า หรือเป็นคนเขมรในขณะนี้ซึ่งให้อยู่ประเทศเขมรท่านก็ต้องเอาเขากลับมา แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าให้เสียเปรียบ อย่าให้เสียหาย เพราะผมยังคิดว่าการจะลงทุนอะไรหรือการแก้ไขปัญหาอะไร ถ้ายืนอยู่ในหลักของการเจรจา โดยประเทศไม่เสียหายแล้วได้คนกลับมา เยี่ยมครับ เปรียบเสมือนกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณครับ เกิดเหตุการณ์ขึ้นมา จลาจลที่ประเทศเขมร ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณยกสายคุย กับท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเลย บอกถ้าท่านดูแลคนของผมไม่ได้ ผมจะขอเอาเครื่องบินไป ลงรับคนของผมกลับ แล้วไปรับจริง ๆ ครับ ของเรามีไหมละครับ มีไหมท่านนายกรัฐมนตรี ไปคุยกันหลังตึกไทยคู่ฟ้า มีไปคุยกันที่ทําเนียบหรือเปล่า เอาทหารมาพูดมาคุยเขตชายแดน จะแก้ไขอย่างไร ท่านอย่าสั่งอย่างเดียวครับ ท่านต้องลงไปดู ถ้าผมเป็นท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมไปยืนอยู่แล้วชายแดนประเทศเขมร ไปดูว่าประชาชนเป็นอย่างไร ไปดูว่าเหตุการณ์มันจริง หรือเท็จ คุณรายงานอย่างไร เพราะแผ่นดินเรายังยืนอยู่ในแผ่นดินของเรา เราไม่ต้องกลัวหรอกว่า เดี๋ยวกระสุนปืนหรือลูกกระสุนมันจะตกข้ามมา เพราะถ้ามันตกคนไทยตายเยอะกว่านี้แล้ว ท่านควรจะไปดูทั้ง ๒ ท่าน เพราะอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทําให้เหตุการณ์มันลดลงในเรื่อง ของความรู้สึกกับอีกฝั่งหนึ่ง หรืออาจจะเปิดโต๊ะเจรจาที่ชายแดนเลย ระหว่างชายแดนเลยทํา กันแบบของต่างประเทศ แคมป์ เดวิด (Camp David) หรืออะไร เจรจากันเลยครับเอาให้ยุติ ระดับการทูตไม่ได้ ระดับตัวท่านเอง ยกสายแล้วไปดูเลยว่าเหตุการณ์อย่างไร ผมเชื่อว่ามันจะ หาทางพูดคุยกันได้ เพราะเป็นประเทศมิตรมหาอํานาจด้วยกันนะครับ เราอยู่เป็นประเทศ ที่อยู่ใกล้ชิดกัน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองจะลอยตัว ดูเหมือนว่าทางประเทศเขมรเองอ่อนด้อยกว่าเราหรืออย่างไรถึงไม่สามารถที่จะลงไปดู แต่สิ่งที่ตามมาก็คือคนที่เดือดร้อนคือประชาชนคนไทยทั้งนั้นนะครับ หรือท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าคนไทยส่วนนั้นเป็นส่วนน้อย ไม่ได้นะครับ ส่วนน้อย ส่วนมาก ส่วนใหญ่ แม้กระทั่ง คนเดียวก็ไม่ได้ ท่านต้องหาทางที่จะต้องเอาเขากลับมาอยู่ในบ้านของเขา มิฉะนั้นท่านต้อง ปลูกบ้านให้เขาอยู่ใหม่ให้ห่างวิถีกระสุนในเขตตรงนั้น ถ้าจะทําใหม่ แต่ผมไปเห็นครับว่า เขตแดนต่างประเทศ ชายแดนเขาค้าขายกันดี จังหวัดสระแก้วไปดูก็ดี ทุกอย่างดีหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมต้องเรียนครับว่าถ้าเรายังขืนทําว่าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ปัญหาความเดือดร้อน ปัญหา สิ่งต่าง ๆ มันไม่หมดไปหรอกครับท่านประธาน และผมยังมั่นใจครับว่าประเทศที่เป็นมิตร ประเทศของเราแต่เก่าก่อนก็คงอยากจะเป็นมิตร โดยเฉพาะประเทศไทยเขาให้เกียรติอยู่แล้ว เพราะในย่านอาเซียนนี้ประเทศไทยก็ไม่ได้อ่อนด้อยกว่าประเทศอื่น แล้วก็เขายินดียอมรับ ตั้งแต่สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ได้จัดให้มีการประชุมอาเซียนขึ้น เขายอมรับครับ และเขาบอกกล่าวว่าเขายินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่วันนี้เราดูเหมือนว่าเราไม่ได้ทําสิ่งต่าง ๆ ในอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้วางไว้ให้ ที่ท่านได้มาเรื่องโครงการต่าง ๆ หรือนโยบายต่าง ๆ ท่านบอกว่านโยบายดี ๆ ท่านลอกมา ๓๐ บาท หลักประกันสุขภาพ เอสเอ็มแอล (SML) โครงการต่าง ๆ แต่ทําไมท่านไม่เอานโยบายต่างประเทศมาใช้บ้าง หรือท่านบอกว่าอันนี้ไม่ดี เพราะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านด่าเขาไว้มากก็เลยไม่กล้าเอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาเป็นกรณีในการดูแล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากนะครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เราควรจะหาวิธีการที่จะแก้ไข แล้วไม่ช้าหรอกครับ เรื่องมรดกโลกมันต้อง มีการประชุมกันต่อ แล้วเราก็ต้องไปประชุมกับเขา เราเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาขึ้นทะเบียน เราให้ความสําคัญระดับไหน อย่างไร การทหารเราเข้มแข็งอยู่แล้ว ประเทศของเรา พร้อมรบอยู่ครับ แต่จะรบกันหรือครับ เราไม่สามารถที่จะไปรบกับเขาได้หรอกครับ ตราบใด ที่เรายังอยู่ในกลุ่มอาเซียน แล้วตราบใดที่เขามองนะครับว่าเราอยู่ในกลุ่มสหประชาชาติ ท่านบอกว่าท่านจะยกสายท่านนายกรัฐมนตรีไปคุยกับเลขาธิการสหประชาชาติ ผมไม่ทราบ ท่านยกสายหรือยัง ยกสายแล้วนะครับ ท่านพยักหน้า แล้วท่านได้อะไรมาบ้าง ได้อะไรมาบ้าง ได้กรอบเจรจาหรือเปล่า เพราะกลุ่มของประเทศกัมพูชาเองดูเหมือนว่ากลุ่มประเทศต่าง ๆ เขาค่อนข้างที่จะเข้าใจ กลายเป็นว่าเราเองกลับถูกมองว่าเป็นผู้ที่เสียหายแล้วก็ยังเสียประโยชน์ นี่คือการบริหารงาน ของท่านที่ถูกประเทศต่าง ๆ ที่เขาออกตามข่าวว่าเขามองเราอย่างไร ผมขอเสนอแนะ ท่านประธาน คนต่าง ๆ ที่ขณะนี้เดือดร้อน ทั้งคนเจ็บ คนตาย คนบาดเจ็บ ที่อยู่อาศัยและ อาชีพ ท่านต้องเร่งดูแล ชดเชย เพราะวันนี้มันมีตัวเลขที่จะต้องดูกลุ่มคนที่ย้ายออก ท่านนายกรัฐมนตรีเองต้องกล้านําเงินมาชดเชย ตรวจสอบ แล้วก็ต้องให้คุ้มค่ากับค่าเสียหาย ไม่ใช่บอกว่าวันนี้ผ่านไปอีก ๕ ปีก็ยังไม่มีงบประมาณ อย่างนี้ไม่ได้ครับ

ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของทหารที่ผมกล่าวไปแล้ว เรื่องเบี้ยเลี้ยง เบี้ยยังชีพ สวัสดิการ การดูแลรักษาพยาบาลทุกอย่าง ขวัญกําลังใจ ท่านต้องลงไปดูแลครับ อย่ามัวแต่ สะสมกําลังอาวุธ อย่ามัวแต่ฟังแม่ทัพนายกอง พวกนั้นไม่ได้ทําอะไรเลย เพราะไม่ได้ผ่านศึก สงครามครับ เรียนนายร้อยอย่างเดียว อ้ายพวกที่อยู่ข้างล่างนี่ ทหารพรานนี่ของจริง รับฟัง รายงานอย่างเดียว ซื้อแต่อาวุธ ไม่รู้ถึงข้างล่างหรือเปล่า เบี้ยเลี้ยง เบี้ยอะไรน้อยมาก เบิกกัน หายไปหมด ท่านไปตรวจเช็กก็แล้วกันครับ ผมได้รับรายงานมา

เรื่องสุดท้ายครับ ท่านกรุณาอย่าเอาวิกฤติตรงนี้มาทําเป็นเรื่องการเมือง พอแล้วครับท่านนายกรัฐมนตรี ถึงอย่างไรท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องใช้ วิกฤติตรงนี้ครับ ท่านมีอย่างเดียวคือเจรจาให้มันเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาสในเรื่องของการทําให้ เขตแดนนั้นชัดเจนขึ้นและเปิดเจรจาให้ดี แล้วก็ควรจะแจ้งเป็นลําดับถ้ามีการเจรจา ออกโต๊ะแถลงครับ ขณะนี้เราทําอะไรไปบ้าง ความชัดเจนอย่างไร ประชาชนจะได้เข้าใจว่า รัฐบาลทําอะไรไว้บ้าง นี่เงียบ และมีแต่กรณีของกรณีพิพาทออกมาเป็นข่าวและกรณี ความขัดแย้งต่าง ๆ ผมยังเชื่อว่าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันจะดีก็ต่อเมื่อท่านเองนะครับ การที่เจรจากันทางการทูตก็ส่วนหนึ่ง ตอนนี้มันลดระดับลงไปเรื่อย ถ้าฟื้นฟูมันก็ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้นํา ท่านลองคิดสิครับว่าถ้าท่านเองตั้งโต๊ะคุยกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน คุยกัน ไม่ต้องให้ท่านกษิตไปหรอกครับ ท่านกษิตท่านไม่ต้องไปหรอกครับ ขอร้องครับ ท่านไป เดี๋ยวมีปัญหา ท่านเอาระดับรองท่านก็ได้ครับ ปลัดก็ได้ ใครก็ได้ หรือทูตก็ได้ ลองนัดกันครับ ไปคุยกันชายแดนก็ได้ถ้าไม่อยากข้ามไปประเทศเขา ไปดูครับ ไปชี้ ผมว่ามิตรภาพเรานี่ยังดีกัน แต่เรื่องตรงนี้จะบอกว่าปะทะกัน ก็ใช้ได้ครับ ปะทะ แต่มันรุนแรง ภาพข่าวมันออกไป ระดมยิงทุกอย่าง ใช้อาวุธทุกอย่างยิงกัน ถล่มกัน ภาพข่าวหนังสือพิมพ์ ภาพข่าวต่าง ๆ นี่เขาออกไปไม่ใช่ปะทะ ปะทะมันต้องเปาะแปะ ๆ เลิกกัน หรือกลัวว่ากระสุนต่าง ๆ มันมีอายุการใช้งาน มันต้องจัดซื้อใหม่ ต้องยิงล้างลํากล้องหรือเปล่าครับท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวมันไม่ได้ใช้เลย ท่านต้องดูให้ดี ผมเองเป็นห่วงแล้วก็วิตกพี่น้องประชาชนมากกว่า แล้วก็ ไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วก็คน ๒ คนที่อยู่ที่ประเทศเขมร คนไทยนะครับท่าน ๗ คนไทยนะ ท่านพูดเสมอว่า ๗ คนไทย แต่วันนี้ ๕ คนไทยกลับมาแล้ว อีก ๒ คน ฝากท่านด้วยครับ แล้วก็คงขออนุญาตนะครับว่าญัตติอย่างนี้ท่านควรรับจากสภาไปแล้ว ก็ไปดําเนินการต่อ ไม่ใช่พวกเราพูดแล้วท่านก็ฟังแล้วไม่ได้ทําอะไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ เชิญ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง การปะทะตามแนวชายแดน หากว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ข้อกฎหมายระหว่างประเทศได้ หรือจะหาบุคคลที่สามมาตัดสินได้ ซึ่งก็เป็นการที่ไม่ค่อยจะมีศักดิ์ศรีนักสําหรับประเทศที่มีปัญหาความขัดแย้งกัน วิธีการที่ดี ที่สุด ที่เป็นธรรมที่สุดที่เป็นทางออกก็คือเรื่องของการใช้การเจรจาในแนวของสันติวิธี ท่านประธานครับ ผมเองศรัทธาในเรื่องของวิธีการเจรจาโดยใช้แนวสันติวิธีมาโดยตลอด หากว่าไม่จําเป็นต้องไปใช้วิธีการตัดสินโดยบุคคลที่สาม เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเราจะต้องยึดหลักในเรื่องการเจรจาแบบ ทวิภาคี เพราะอันนั้นคือศักดิ์ศรีหน้าตาทั้งของประเทศกัมพูชาและของประเทศไทย ท่านประธานครับ ญัตติเรื่องนี้พูดถึงว่าอยากจะหาประเด็นต้นตอสาเหตุของความขัดแย้ง จนทําให้เกิดมีเหตุปะทะกันตามแนวชายแดน หลายคนพูดถึงว่าอาจเป็นเพราะว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้เป็นต้นเหตุอันหนึ่งหรือเปล่า กระผมคงไม่อยากจะยกประวัติศาสตร์ต่าง ๆ มาพูดเพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดไปมากพอสมควรแล้วนะครับ แต่ผมอยากจะ ตั้งประเด็นคําถามว่าเรื่องเอ็มโอยู ๔๓ นี้ครับ จริงอยู่ครับ เกิดในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ต่อมาก็ได้รับการยอมรับเรื่อยมา ในรัฐบาลอื่น ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ รัฐบาลของท่านทักษิณ ชินวัตร จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๑ สมัยรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นอกจากนี้นะครับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ได้ใช้เป็นกรอบ สําคัญในการบริหารจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามาโดยตลอด แม้ในรัฐบาลของท่าน ทักษิณเองก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมกันที่เรียกว่า เจบีซี ถึง ๓ ครั้งด้วยกัน และในช่วงที่เกิดข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร กระทรวงการต่างประเทศก็ใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเอกสารอ้างอิงในการประท้วงทุกครั้งไป นอกจากนั้นครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับรัฐสภาแห่งนี้โดยตรงกับเรื่องของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แล้วก็เรื่องของเจบีซี หรือคณะกรรมาธิการพิจารณาในการที่จะเสนอเรื่องของการปักปันเขตแดนร่วมกัน คือ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาไทยก็ได้ให้ความเห็นชอบ ในกรอบเจรจาด้านการสํารวจและการจัดทําหลักเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชาทางบกตลอดแนว ท่านประธานครับ ในขณะนั้นมติของสมาชิกรัฐสภาเห็นชอบด้วยคะแนน ๔๐๖ เสียง ต่อ ๘ เสียง หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกรัฐสภา ในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้นมีฉันทามติ เกือบจะเรียกว่าเป็นเอกฉันท์ครับ ให้ใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ และ เจบีซี เป็นกรอบกระบวนการในการที่จะใช้ในการเจรจาหาข้อยุติการปักปัน เขตแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ซึ่งเราก็มีเอกสารซึ่งได้มีการจัด ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี ๑๙๐๔ และปี ๑๙๐๗ มาแล้ว ซึ่งเราก็มีเอกสารซึ่งได้มีการจัดทําในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี ๑๙๐๔ และปี ๑๙๐๗ มาแล้ว เป็นข้อตกลงหรือสนธิสัญญาระหว่างสยามกับประเทศฝรั่งเศส และสยามกับประธานาธิบดี แห่งประเทศฝรั่งเศสในสมัยนั้น ก็นํามาเป็นปัจจัยนําเข้าในการพิจารณาปักปันเขตแดน อันนี้คือความสําคัญของเอ็มโอยูซึ่งได้รับการยอมรับมา พูดง่าย ๆ ว่าอย่างน้อย ๆ ก็ ๓-๔ รัฐบาลที่ผ่านมา ประเด็นสําคัญก็คือว่าถ้าคิดว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นต้นเหตุที่ทําให้ เกิดการปะทะกันตามแนวชายแดน ลองจิตนาการนึกดูนะครับว่าถ้าไม่มีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ถ้าไม่มีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ไม่สามารถที่จะสร้างความชัดเจน ในเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศได้ มีผลทําให้ประเด็นเขตแดนเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งต่อไป เพราะว่าไม่มีกรอบกระบวนการเจรจาร่วมกัน

ประเด็นที่ ๒ ครับ ถ้าไม่มี เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ฝ่ายประเทศกัมพูชาก็จะใช้ แผนที่มาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางเทือกเขาพนมดงรักเป็นเอกสารแนบในการยื่นต่อ คณะกรรมการมรดกโลก เพื่อเสนอแผนบริหารจัดการตัวปราสาทพระวิหารแต่เพียงฝ่ายเดียว ของประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จึงทําให้คณะกรรมการมรดกโลกเข้าใจ ในข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยและประเทศกัมพูชานั้นกําลังเจรจาเรื่องการสํารวจและ การจัดทําหลักเขตร่วมกันอยู่ ซึ่งมีผลทําให้ประเทศไทยสามารถยับยั้งการเสนอแผนบริหาร จัดการดังกล่าวได้

ประเด็นสุดท้ายครับ ถ้าไม่มีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ประเทศกัมพูชาก็จะอ้างพื้นที่ ที่ชุมชนกัมพูชา ชาวกัมพูชาครอบครองอยู่เป็นระยะเวลาหลายสิบปีในหลายจุดว่าเป็นของ ประเทศกัมพูชา คล้าย ๆ กับเป็นเรื่องของการครอบครองปรปักษ์ในกฎหมายแพ่งของเรา นี่นะครับ นอกจากนี้นะครับ การมีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ หรือเอ็มโอยูอะไรก็ตาม ก็เป็นเพียง กรอบกระบวนการเจรจา ส่วนผลของกระบวนการสํารวจจัดทําหลักเขตตามเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเห็นพ้องต้องกันของทุกประเด็นและทุกฝ่าย หากฝ่ายไทยไม่เห็นด้วย หรือฝ่ายประเทศกัมพูชาไม่เห็นด้วย แม้จะเป็นเพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพียงฝ่ายเดียว มันก็ไม่สามารถจะตกลงอะไรกันได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นมันจะต้องขึ้นอยู่ ความเห็นพ้องต้องกันครับ ถึงจะนํากรอบกระบวนการของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ และมีผลของ การเจรจานั้นมาสู่เรื่องที่จะหาข้อยุติร่วมกันได้ นอกจากนั้นผมก็เชื่อว่าสมมุติว่ามีการเจรจา จนได้ข้อตกลงในการปักปันเขตแดนร่วมกันแล้ว ผมก็เชื่อนะครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม ก็ต้องเอาผลนั้นมาผ่านกระบวนการของรัฐสภาแห่งนี้เสียก่อนว่าเห็นชอบด้วยหรือไม่ ดังนั้นมันไม่ใช่อยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายบริหารหรือว่ารัฐบาล จะต้องตัดสินใจร่วมกัน ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งอันนี้ก็อยากจะเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดให้เข้าใจตรงกันตรงนี้ด้วย มีเหตุผลเพิ่มเติมอีก ๒ ประเด็นสําคัญครับ คณะกรรมาธิการที่ไปทําหน้าที่เจรจาปักปันเขตแดนทั้ง ๒ ฝ่ายนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายไทยครับ ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายการเมืองเท่านั้นครับ ของเรานั้นประกอบด้วย ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทหาร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขาเป็นข้าราชการประจําครับ ฝ่ายการเมืองไม่สามารถที่จะไปชี้นําอะไรเขาได้ เพราะ ทุกคนก็มีความรักชาติเท่ากัน คงไม่มีใครยอมเสียพื้นที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้โดยที่ไม่มีเหตุ มีผลอย่างแน่นอน แล้วก็ยังมีคณะอนุกรรมาธิการด้านเทคนิคที่จะชี้ว่าถ้าจะตกลงในเรื่อง ของการแบ่งโดยใช้สันปันน้ํามันจะเป็นอย่างไร คณะกรรมการเทคนิคนี้ก็จะต้องให้ความเห็น จะต้องมีการทํางานร่วมกัน มีส่วนร่วมในการ ให้ข้อมูลประกอบในการตัดสินใจเบื้องต้น ผมขอเน้นเลยว่าตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้นในการ ที่จะมีข้อตกลงอะไรร่วมกัน และท้ายสุดรัฐบาลก็ต้องเสนอผ่านสภาให้ความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่งนะครับ

ในประเด็นต่อมาครับ ผมอยากจะให้พูดผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฏร ไปยังประชาชนชาวไทยทุกท่านนะครับว่าในขณะนี้ถ้าพูดถึงเรื่องของผู้ที่จะต้องไปกํากับการ เจรจาอยู่ในตัวแทนของประเทศไทย ผมหมายถึงว่าผู้นําของประเทศในการที่จะต้องไปกํากับ ดูแลในเรื่องกระบวนการเจรจา ซึ่งแน่นอนท่านไม่ได้เป็นคนไปเจรจาด้วยตัวของท่านเอง แต่ท่านต้องกํากับดูแล ประเด็นนี้เป็นที่ประจักษ์ว่าผู้นําของเราในขณะนี้ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ผู้นําประเทศในขณะนี้ไม่ได้มีข้อเคลือบแคลง สงสัยจากสังคมในประเทศหรือต่างประเทศแต่ประการใดในเรื่องของการมีผลประโยชน์ แอบแฝงส่วนตัวหรือผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้แต่ประการใดเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ น่าจะเป็นความเชื่อมั่นที่สําคัญนะครับว่าท่านคงไม่ยอมให้เสียประวัติของท่าน ท่านคงไม่ยอม ให้เสียเกียรติศักดิ์หรือเสียผลประโยชน์ของประเทศชาติของเราในเรื่องของการใช้ กระบวนการของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้นะครับ

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน ผมพยายามที่จะพูดเฉพาะประเด็น แล้วก็ สรุปไม่ให้ซ้ําซ้อนกับท่านสมาชิกท่านอื่นนะครับ จริง ๆ แล้วในกระบวนการของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายยุคหลายสมัยของรัฐบาลที่ผ่านมา ผมคิดว่ามีกระบวนการที่ออกมาเป็นฉันทามติร่วมกัน เห็นพ้องต้องกันที่จะใช้กระบวนการ เจรจาในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเขตแดนหรือในเรื่องของความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือการปะทะกันมาโดยตลอด ตรงกันครับไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ผมยกตัวอย่าง ให้เห็นเล็ก ๆ สักตัวอย่างหนึ่งนะครับ ในรัฐสภาในยุคนี้ละครับ กลุ่มพวกเรามี ส.ส. ประมาณ ๑๖ ท่านจากเกือบทุกพรรคการเมือง เราได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มที่เรียกว่าไมตรีจิตขึ้นมา เห็นพ้องต้องกัน ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ แล้วก็แถลงข่าวจัดตั้งกลุ่ม ไมตรีจิต เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่รัฐสภาแห่งนี้ครับ หลักการของเรามีอะไรครับ อันนี้ผมพยายามจะฉายภาพให้เห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าเป็นเรื่องสถานการณ์พิเศษ ถ้าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของประเทศชาติที่เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วเรารวมกันได้ หลักคิดของเราก็มีอย่างนี้นะครับว่าปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในสังคมมีได้ครับ แต่ว่าทําอย่างไรที่จะไม่นําไปสู่ความรุนแรง พูดง่าย ๆ ว่าตามสถานการณ์ขณะนี้คือไม่ให้เกิด การปะทะกันจนกลายเป็นสงคราม น่าจะเป็นบทบาทอันหนึ่งของ ส.ส. ที่จะช่วยกันแก้ปัญหา นี้ได้โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองมาเป็นที่ตั้ง ร่วมกันคิดหาทางออกให้กับประเทศไทยภายใต้สถานการณ์พิเศษนี้โดยใช้กระบวนการ สนทนาแนวสันติภาพ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษสักนิดครับ พีช ทอล์ค (Peace Talk) เพราะฉะนั้นทุกท่านในกลุ่มไมตรีจิตนี้ก็เห็นพ้องต้องกันว่าการพูดคุยกันเป็นทางออกที่ดีที่สุด ต่อการแก้ปัญหาที่สําคัญ ๆ นี้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะสะท้อนอย่างน้อย ๆ ก็ยังไม่มีมรรคผล อะไรของกลุ่มไมตรีนี้นะครับ แต่อยากจะสะท้อนว่าเจตนารมณ์ของกลุ่มไมตรีจิตซึ่งมาจาก สมาชิกของเกือบทุกพรรคการเมืองในสภานี้ได้ร่วมกันตั้งกลุ่มและมีเจตนารมณ์อย่างนี้ครับ

ประเด็นต่อมาครับ ประเด็นเรื่องของการอาจจะเป็นต้นเหตุของการเกิดการ ปะทะครับ ท่านประธานครับ ผมได้คุยกับนายทหารระดับสูงยศพลเอกท่านหนึ่งครับ ผมก็ตั้งคําถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร จุดเริ่มต้นของการปะทะนี่เป็นการออกคําสั่งของ นายทหารระดับสูงหรือเปล่า ท่านบอกว่าไม่ใช่ จุดเริ่มต้นนี่มันเป็นเรื่องธรรมดาเลยครับ ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนเขาอยู่กันไม่ใช่วันสองวันครับ อยู่กันเป็นปี หลาย ๆ ปีครับ ถึงแม้จะมีการสลับปรับเปลี่ยนเวรกันออกไปตรงนี้ แต่ความเครียดมันมีครับ มีความเครียดครับ แล้วก็มีการลาดตระเวนเห็นกันอยู่แล้วทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาครับ ท่านก็บอกว่าสมมุติว่า มีทหารฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทําปืนลั่นนัดเดียว นั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการที่มีการยิงกัน และถ้าไม่มีการกระบวนการที่จะมาระงับยับยั้งมันก็จะกลายเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ขณะนี้ดีแล้วครับที่มีการหยุดยิงแล้ว แล้วก็หันมาเจรจากัน ภายใต้ กรอบกระบวนการเจรจาในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้นะครับ และตรงนี้ผมก็อยากจะเสนอต่อไปว่า เรื่องความเครียดในฐานะที่เป็นแพทย์คนหนึ่ง ผมคิดว่ารัฐบาลเอง ผู้นําฝ่ายทหารของเราเอง ก็ต้องใส่ใจครับ ในการที่จะทําอย่างไรที่จะบริหารจัดการความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ตามแนวหน้า เพราะว่าอารมณ์เครียดนั้นมันอาจจะทําอะไรเกิดขึ้นก็ได้ กลายเป็น น้ําผึ้งหยดเดียวครับ ความขัดแย้งอาจจะบานปลายไปสู่การเกิดสิ่งที่เราไม่ปรารถนาขึ้นได้ เพราะฉะนั้นเสนอครับว่าต้องให้ความสนใจกับเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องจิตวิทยาของการ บริหารจัดการในด้านอารมณ์ของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน รัฐบาลมีองคาพยพ ที่จะทําเรื่องนี้เยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ต้องร่วมกันมีแผนตรงนี้ครับ ในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดทางอารมณ์จนทําให้ เกิดเป็นน้ําผึ้งหยดเดียว นําไปสู่ในเรื่องความรุนแรง การปะทะ หรือว่าเป็นสงครามย่อย ๆ ได้ครับ

ประการสุดท้ายครับ ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมอย่างนี้นะครับ ทางออก ในขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ที่มีสมาชิกบางท่านบอกว่า อันนี้คือแนวพนมดงรัก ซึ่งเราประท้วง เราไม่เห็นด้วยในเรื่องของคณะกรรมการมรดกโลก แล้วเราก็ประท้วงเช่นนี้มาตลอด ประเทศกัมพูชาก็ไม่เห็น คือต่างฝ่ายต่างก็จะคิดว่าพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรเป็นของประเทศของตนเอง ผมเสนอครับ ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง เลียนแบบเขา แต่ว่าเสนอครับ ถ้าเกิดมันไม่มีทางออกจริง ๆ มันเป็นไปได้หรือไม่ มันเคยมี ประวัติศาสตร์มาแล้วใน ๒ ประเทศในอเมริกาใต้ครับ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ประเทศเปรูกับ ประเทศปารากวัย เขามีพื้นที่ติดต่อกันครับ แล้วก็มีปัญหากระทบกระทั่งกันจนกลายเป็น สงครามย่อย ๆ เพื่อจะแย่งชิงพื้นที่ ๕๐๐ ตารางกิโลเมตรอยู่บนเทือกเขาซึ่งกั้นพรหมแดนของ ระหว่าง ๒ ประเทศนี้ไว้ด้วยกัน มีการเจรจากัน มีการอะไรต่าง ๆ เยอะแยะหลายครั้งครับ มีการสู้รบกันทหารล้มตายทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นเวลาไม่ต่ํากว่า ๕ ปี แต่ในที่สุดเขาอาศัยการเจรจาโดยมีคนกลางคนหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับนะครับ ทั้ง ๒ ฝ่าย มาเป็นคนกลางในการที่จะทําให้เกิดข้อตกลง เพราะเป็นข้อตกลงที่สร้างสรรค์ ท่านประธานครับ ผมก็นึกภาพว่าเขาตกลงกันอย่างนี้ครับ พื้นที่ ๕๐๐ ตารางกิโลเมตรนี้ เขาตกลงกันว่าขอให้เป็นลักษณะของไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นของทั้ง ๒ ประเทศร่วมกัน แล้วก็ทําประโยชน์พัฒนาพื้นที่นี้ให้เกิดรายได้ ไม่ว่าจะเรื่องการท่องเที่ยว หรือว่าในเรื่องของประวัติศาสตร์ ช่วยกันกู้เก็บกับระเบิด สร้างอนุสาวรีย์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ อะไรต่าง ๆ อากาศก็ดีอยู่แล้ว ทิวทัศน์ก็ดีอยู่แล้ว แล้วประเทศที่สามก็สร้างถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา ขึ้นไปบนยอดเขานี้ โดยทั้ง ๒ ประเทศนี้ไม่จําเป็นต้องออกงบประมาณอะไรเลย แล้วยังมีมาตรการสนับสนุนอะไรอีกเยอะแยะ ประเทศอื่น ๆ ที่เขารักความสงบ เขาก็อยากจะให้ ๒ ประเทศนี้สงบครับ ตกลงกันได้ อยู่กันด้วยความสุข แล้วก็มีผลประโยชน์ ร่วมกันในทั้ง ๒ ประเทศนี้ โดยไม่จําเป็นที่ว่าจะต้องให้ใครเป็นฝ่ายครอบครอง ผมก็ไม่ทราบ นะครับว่าพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนี้ถ้าไม่มีทางออกอย่างอื่น ถ้าไม่สามารถตกลง ร่วมกันได้ แนวทางอย่างนี้สามารถที่จะมาใช้ได้หรือไม่ ท้ายสุดครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าขณะนี้รัฐบาลนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้สร้าง ผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ปัญหาสังคมน้อยลง ปัญหาความไม่เป็นธรรมก็น้อยลง มีโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะไป แก้เรื่องความเหลื่อมล้ํา ความไม่เป็นธรรมของสังคม ซึ่งประชาชนเรียกร้องมาตลอด และปัญหาความไม่เป็นธรรม อันนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในเฉพาะรัฐบาลที่นี้เท่านั้น มันเกิดขึ้นมา โดยตลอด ไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดนี้ มันเป็นผลต่อเนื่องมาตลอด เพราะมันเป็นปัญหา เรื่องโครงสร้าง โอกาส รายได้ การกระจายรายได้ ที่ทํากิน อะไรต่าง ๆ ปัญหามันหมักหมม มานานเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะมาแก้ให้ ความเหลื่อมล้ํา ความไม่เป็นธรรมมันลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงการประกันรายได้ เรียนฟรี ๑๕ ปี และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วก็ยังจะมีกฎหมายซึ่งจะเข้าสภาวาระที่สาม ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่ากฎหมายเรื่องของการยกเว้นในการที่ใช้ ประโยชน์ที่ดินสงวนหวงห้ามก็ดี หรือว่าเรื่องของบํานาญประชาชนก็ดี เหล่านี้ทั้งหลาย เป็นการลดช่องว่างของความไม่เป็นธรรม คนไทยทุกคนก็จะมีบํานาญ บํานาญประชาชน อย่างนี้นะครับ ผมตั้งความหวังว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปได้แล้วครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ครับ นิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือวนไปวนมาครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ถ้าสภาแห่งนี้มีความกล้าอยากให้ผ่าน นําหรือว่านําเอาพระราชบัญญัติการเก็บภาษีที่ดินและทรัพย์สินเข้ามา อันนี้ครับที่จะ ลดความเหลื่อมล้ําได้อย่างชะงัดครับ เป็นยาขนานวิเศษครับ สุดท้ายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สุดท้าย ๔-๕ ครั้งแล้วครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ทีนี้สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็คิดว่าดีครับที่เราได้มาทําความเข้าใจและรับรู้มุมมองความรู้สึกของกันและกัน ทุกความรู้สึก ทุกความคิดเห็นมีคุณค่าครับที่จะนําไปสู่ในการที่จะให้รัฐบาลนี้นําไปพิจารณา ที่จะแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผม ถือว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้นําเรื่องสําคัญของประเทศมาพิจารณากัน กระผมกราบเรียนว่าเมื่อวันศุกร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อได้ทราบข่าวว่ามีการปะทะกัน ระหว่างกําลังทหารของฝ่ายไทยและกัมพูชา กระผมได้โทรศัพท์ไปหา ส.ส. ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนั้นก็ได้ทราบว่ามีการประชุมเตรียมการไปช่วยเหลือราษฎรกัน อย่างเต็มที่ ผมตกใจที่ผมได้ทราบข่าวนี้เป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้อง ประชาชนต่างก็เสียใจที่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยและประเทศกัมพูชานั้น เป็นเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง พี่น้องประชาชนที่อยู่ชายแดนทั้ง ๒ ประเทศก็ไม่ได้ผิดพ้อง หมองใจกัน ก็ยังทํามาหากิน ทํามาค้าขายติดต่อกันอยู่ ข่าวคราวต่าง ๆ หลายคนก็บอกว่า เสียใจที่รัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลโดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําเรื่องง่าย ๆ ให้กลายเป็นเรื่องยาก ทําเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทําสนามการค้า กลายเป็นสนามการรบ การสงครามกันทั้ง ๆ ที่ข่าวคราวความไม่สบายใจเกิดขึ้นก็น่าจะมีการ พูดคุยกันให้จบ แต่แล้วปัญหาต่าง ๆ ก็บานปลายจนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การวิเคราะห์ต่าง ๆ หลายคนก็มีความเห็นตรงกันว่าการเจรจาที่ล้มเหลวเกิดขึ้นจากการ เลือกใช้คนในการที่จะไปเจรจาไม่ถูกต้อง โดยปกติแล้วการที่จะเจรจาเรื่องสําคัญ ของประเทศเช่นนี้เราต้องเลือกบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ถูกกัน คนที่มีอะไร กินแหนงแคลงใจกันอยู่นั้น ถึงแม้ต่อหน้าต่อตาอาจจะทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ว่าเหตุการณ์ ที่เราทราบดี ซึ่งผมก็กราบเรียนว่าคนไทยทั้งหมดก็รู้กันหมดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของเรานั้นเคยได้พูดจาถากถางผู้นําของประเทศกัมพูชาถึงขนาดนั้น ถึงจะพูดดีอย่างไรตอนหลัง ในใจย่อมไม่สามารถที่จะทําใจให้สนิทสนมคุ้นเคยกันอย่างจริงใจได้ จึงเห็นได้ว่าวันนั้นพอมีข่าวว่าการเจรจากันซึ่งเราก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่จะบานปลาย ขนาดนี้ นึกว่าเจรจาเกี่ยวข้องกับเรื่องคนไทยที่ถูกจําคุก ๒ คนจะจบ แต่ในที่สุดขนาดที่ยัง ไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้น การที่ทหาร ๒ ฝ่ายปะทะกันเช่นนี้ ก็ถือว่าเกิดผลเสียอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกําลังทหารของทั้ง ๒ ประเทศ อันนี้กล้าพูดได้ว่า ทั้ง ๒ ประเทศ เพราะเราเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องจะต้องมาต่อสู้กัน หันปลายกระบอกปืน เข้าหากัน ยิงปืนเข้าใส่กันเป็นเวลาตั้งหลายชั่วโมง การเจรจาครั้งแรกน่าจะมีมาตรการ ที่ดีกว่านี้ ๒ ประเทศบ้านพี่เมืองน้องควรจะมีมาตรการว่า ถ้าหากว่าเกิดเหตุไม่เข้าใจกันอะไร เกิดขึ้นน่าจะสามารถที่จะโทรศัพท์ไปพูดคุยกันในระดับผู้ใหญ่ ระดับชั้นรอง ระดับชั้น ที่ปฏิบัติการก็สามารถที่จะสั่งให้หยุด ให้การปะทะต่าง ๆ หยุดได้ทันที แต่ปรากฏว่าปะทะ ครั้งแรกเสร็จ วันหลังยังมีอีก และยังมีครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ อีก ท่านประธานที่เคารพ ถือว่านโยบายระบบบริหารของประเทศไทยของเราในเรื่องการต่างประเทศถือว่าบกพร่อง อย่างมาก ต้องตําหนิกันในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ ทหารที่เสียชีวิต ทหาร ที่บาดเจ็บคงจะต้องฝากเป็นพิเศษให้ดูแล และพี่น้องประชาชนที่อพยพเห็นตามรูป ตามข่าว ออกมาแล้วน่าสงสารมาก เขาจะต้องทิ้งบ้านเรือน ทิ้งที่นาสัตว์เลี้ยง แล้วก็มาอยู่ในที่ที่ลําบาก ได้ทราบว่าวันแรก ๆ ทางราชการก็ไม่ได้เข้าไปดูแลแก้ไข เมื่อวานนี้ พวกผมประชุมอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ได้คุยกับ ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ส.ส. แต่ละท่าน ก็ได้ร่วมกันบริจาคตามกรอบของกฎหมายเพื่อไปช่วยเหลือราษฎรดังกล่าว เพราะทราบว่า ทางราชการไม่ได้ดูแลเท่าที่ควร เป็นการดูแลที่ล่าช้า ซึ่งควรจะดีกว่านี้ ได้ทราบว่ามีถุงยังชีพไป เรื่องที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ก็ยังไม่เท่าที่ควร พวกผมได้ช่วยกันตามกําลังที่พอจะช่วยได้ แล้วก็หวังว่า หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเขาก็เกรงใจ ผมทราบดีครับ ทีวีบางช่องเขาอยากจะรับบริจาค แต่เขาก็เกรงใจรัฐบาล เกรงว่าจะหาว่าล้ําหน้ารัฐบาลอีกเหมือนช่วงน้ําท่วมที่ทางรัฐบาลช้า แต่ทางเอกชนเขาช่วยราษฎรไปล้ําหน้ารัฐบาลก็มีการกระแหนะกระแหนกัน จนครั้งนี้ เขาไม่กล้าที่จะดําเนินการอะไรนะครับ ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็หวังว่ารัฐบาลคงจะต้องเร่งรีบเข้าไปช่วยดูแล แก้ไขให้โดยด่วน สําหรับเรื่องการทํามาค้าขายต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่ามีการเกิดปะทะกัน ซ้ําซ้อนขึ้นมาอีกก็ยากที่จะให้กลับฟื้นโดยเร็ว ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องมาตรการแก้ไข หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งมีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว กระผมคงจะไม่ซ้ําในประเด็นเดิมอีก ก็คิดว่าวันนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกเรื่องที่มีความสําคัญ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพรรคเพื่อไทยหลาย ๆ ท่านก็คงจะรออภิปรายในเรื่องดังกล่าวอยู่ กระผมคงใช้เวลานั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณฮอชาลี ม่าเหร็ม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม

(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอะไรครับ ประท้วง ยิ่งเสียเวลาอีกครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรีครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธาน ผมนั่งฟังหลาย ๆ ท่านแล้วที่อภิปรายอยู่ รู้สึกว่ามีข้อความประเด็น ซ้ํา ๆ กันเกือบทุกท่านเลยนะครับ หรือทุก ๆ ท่าน ผมนั่งฟังเหมือนกับท่านประธานนั่งฟัง ผมคิดว่าให้ท่านประธานวินิจฉัยเพื่อแบ่งเวลาคนละ ๕ นาที ๑๐ นาที เพราะผมรู้ว่ามีคิว อภิปรายเกือบ ๔๐ ท่าน ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมพูดตั้งแต่เช้าแล้ว จะเปิดฟรีสไตล์ (Freestyle) เต็มที่ ตั้งแต่เช้าผมรับปากกับเจ้าของญัตติ ถ้าท่านจะทําอย่างนั้น ผมว่าคนละ ๑๐ นาทีก่อนก็แล้วกันนะครับ ก็เหลืออีกเยอะเหมือนกัน เอาคนละ ๑๐ นาที ก็แล้วกันครับ เชิญครับคุณฮอชาลี แล้วก็ต่อไปคือคุณอิทธิเดชครับ เรียงตามลําดับ สลับกัน ไม่ได้ครับ มีชื่อหมดแล้วครับ ไม่ต้องยกหรอกครับ เชิญครับ

(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสมชายก็มีครับ มีหมดแล้วครับ เรียงตามลําดับไปครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ประธานครับ ท่านประธานพูดไว้ตั้งแต่ทีแรกท่านประธานครับ ท่านประธานทราบว่านี่คือปัญหาของชาติ บ้านเมืองที่มีความสําคัญมาก พรุ่งนี้เราต่อก็ได้ท่านประธาน ถ้ายาวนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ เต็มที่

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านบอกว่า ๑๐ นาทีนั้น มันไม่พอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คือหมายความว่าท่านผู้ใดจะพูดมากพูดน้อยผมก็บอกแล้วว่าพวกผม ๓ คนนี้จะอยู่จนถึง ๒๔ นาฬิกาวันนี้ ถ้า ๒๔ นาฬิกาไม่พอต่อไปสว่างก็ได้ครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ นั่นคือความรับผิดชอบของท่านประธานที่มีต่อประเทศชาตินะครับ แต่ไม่ใช่ ๑๐ นาที อย่างที่ท่านประธานว่า เดี๋ยวกลายเป็น ๑๐ นาที เพราะท่านประธานพูดอย่างนั้น ผมก็เกรงว่า ผมขึ้น ๑๐ นาที ๑๐ นาทีไม่จบครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ ไม่ให้เสียเวลา แล้วแต่เหตุผลของผู้อภิปรายก็แล้วกันครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะให้ความเห็นต่อญัตติที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ศรีสะเกษได้ยื่นเป็นญัตติด่วน ในเรื่องของผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ การปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างฝ่ายเรากับฝ่ายประเทศคู่กรณี ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดนที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่โดยความรู้สึกร่วมกันของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งทุกภาคและทุกจังหวัดมีความสนใจแล้วก็รวมใจกันเป็นหนึ่ง ในกรณีของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน กระผมขอชื่นชมการรีบยื่นญัตติของเพื่อน สมาชิกนะครับ แล้วเราก็ได้รับฟังความคิดความเห็นในมุมทั้งของฝ่ายค้านและในมุมของ รัฐบาล กระผมเองอยากจะขอชื่นชมในท่าทีของผู้นําของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่อกรณีสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าการกระทบกระทั่ง การปะทะในบางจุดตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๔ ที่ผ่านมาเรามีท่าทีที่ชัดเจน ในกรณีนี้ แล้วก็สามารถที่จะตอบคําถามกับประชาคมทั่วทั้งโลกได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น เพราะอะไร สิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่มีใครเถียงได้ก็คือว่าการที่เรายืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เราไม่ได้เป็นผู้ที่ก่อมันขึ้นมา กระสุนนัดแรกไม่ได้เริ่มมาจากฝั่งไทย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ก็ได้มีการ ชี้แจงไปยังบรรดาทูตานุทูตจากหลายประเทศที่มาประชุมกันที่กระทรวงการต่างประเทศ และได้มีการแถลงข่าวออกไปทั่วทุกสื่อที่มีอยู่ นั่นคือท่าทีของผู้นํา เราไม่ได้เป็นคนที่เริ่ม ไม่ได้เป็นคนที่ก่อ ฝ่ายใดที่ก่อนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุยมีการเจรจากัน แต่ยืนยัน ชัดเจนว่าทางฝ่ายไทยนั้นเราไม่ได้เป็นผู้ที่เริ่มในสิ่งเหล่านี้

ท่านประธานครับ มีความพยายามของคู่กรณีในการที่จะนําปัญหาที่เกิดขึ้น ตรงนี้ขยายวงเป็นเรื่องของประชาคมโลก พยายามที่จะไปให้ประชาคมสหประชาชาติ หรือสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมาดูแลในพื้นที่ตรงนี้ ลงมาในพื้นที่ที่เกิด เหตุการณ์นี้ แต่ท่าทีของผู้นําของไทยเรานั้นเราก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ทวิภาคีระหว่างเราและคู่กรณีเท่านั้น ที่ผ่านมานั้นท่านประธานครับ ผมเองก็เคยได้อภิปราย ในสภาในเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นของปัญหาของเขาพระวิหารนั้น ความพยายามของคู่กรณีนั้น ในยุคสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเป็นฝ่ายค้าน ได้มีการนําเอาทูตทางทหารของประเทศ ที่เป็นสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้ามาดูในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่เขาอ้างว่า เป็นพื้นที่พิพาท แต่เป็นพื้นที่ที่เรายืนยันว่านี่คือพื้นที่ของเรา เราก็ยืนยัน แล้วเราก็สงวนสิทธิ ในคําตัดสินของศาลโลกว่าเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นที่เป็นของเขา แต่ในตัวพื้นที่นั้นก็ยังคง เป็นของเรา และทุกรัฐบาลที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการตัดสินนั้นก็ยังคงยืนยันในท่าทีเดิมของ ประเทศชาติไทย ก็คือว่าพื้นที่นั้นคือพื้นที่ของเรา การที่ในยุครัฐบาลที่ผ่านมา ประเทศคู่กรณี ได้นําเอาทูตทหารมายืน มาดูในบริเวณพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร แต่ในรัฐบาลยุคนั้นไม่ได้มี การประท้วง ไม่ได้มีการส่งตัวแทนของเราเข้ามาร่วมในการมาดูพื้นที่ตรงนั้น ผมถือว่านี่คือ สิ่งที่มันเกิดความผิดพลาดในยุคที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ว่าจะมีความผิดพลาด แต่มาในยุคของ รัฐบาลชุดนี้เราก็ยืนยันในสิทธิเดิมของเราที่มี แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะต้องลากโยงมาตั้งแต่ว่า เรื่องปัญหาของชายแดนนั้นเป็นเรื่องที่มี การกระทบกระทั่งมานาน จุดใหญ่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของเขาพระวิหาร หลายรัฐบาล ที่ผ่านมาพยายามที่จะประท้วงการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขาพระวิหาร หลายรัฐบาล ที่ผ่านมามีการประท้วง จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการยืนยันในการที่จะไม่ให้คู่กรณีของเรา ขึ้นทะเบียนของปราสาทเขาพระวิหารแต่ฝ่ายเดียว เลยมีการตกลง มีการพูดคุยกันในการ ที่จะมีบันทึกความเข้าใจร่วมกันซึ่งเรียกว่าเอ็มโอยูและมีกลไกของเจบีซีหรือกลไกของ กรรมาธิการร่วมเขตแดนของทั้ง ๒ ประเทศ เป็นกลไก เป็นวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งเนื้อหาสาระในเอ็มโอยูที่พูดชัดแล้วก็คู่กรณีไม่สามารถที่จะนําเอาการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในคราวที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะยืนตรงนี้ได้ แล้วก็มีการยกเลิกในการประชุมเพราะว่า เงื่อนไขที่เขียนเอาไว้ชัดก็คือว่า ทั้ง ๒ ประเทศไม่สามารถที่จะไปทําลายหรือไม่สามารถที่จะ ไปจัดสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ระหว่าง ๒ ประเทศนั้น ยกเว้นมีการตกลงร่วมกันอย่างชัดเจนก่อน จากเอ็มโอยูตรงนี้ ตรงนี้คือเอ็มโอยูเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาแต่มีความพยายามของ บางกลุ่มในการที่จะนําเอาเอ็มโอยูไปเป็นเงื่อนไขในทางการเมือง โดยพยายามบอกว่านี่คือ ปัญหา แต่ไม่ได้อ่าน ไม่ได้รู้รายละเอียดที่ลึกซึ้งว่าเอ็มโอยูนั้นเขียนว่าอย่างไร เอ็มโอยู เป็นเครื่องมือที่ช่วยปกป้องบูรณภาพ ดินแดน และอธิปไตยของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการส่งตัวแทนก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศในยุคนั้น คุณสุขุมพันธุ์ บริพัตร แล้วก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศยุคนั้นก็คือ ท่านดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขาธิการของ อาเซียน ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือจุดยืนของผู้นําของเรา และท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าความพยายามในการที่จะให้เขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น นั่นคือ ปัญหาที่เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างทั้ง ๒ ฝ่าย นี่คือจุดยืน แต่เราพยายามที่จะไม่ให้ การกระทบกระทั่งตรงนี้ขยายวงเป็นเรื่องของสงคราม เราใช้คําว่าการปะทะแล้วก็ การกระทบกระทั่ง แต่คู่กรณีของเรานั้นพยายามที่จะฟ้องประชาคมโลกบอกว่านี่คือสงคราม เพราะฉะนั้นเราทุกคนจะต้องควรที่จะให้กําลังใจผู้นําของเรา ผู้นําของรัฐบาลที่สามารถที่จะ ยืนหยัดในตรงนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามจากประชาคมโลกแต่เราก็ได้ชี้แจงในเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ชื่นชมในการทํางาน

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งมีความพยายามของเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้บอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ต้องยิงกัน ที่ต้องรบกันเพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเป็นต้นเหตุ เป็นปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ในแวดวงของ การเมืองระหว่างประเทศนั้น อดีตที่ผ่านมา เบื้องหน้าเบื้องหลัง ความคิดความอ่านที่ต่างกัน อุดมการณ์ที่ต่างกัน เป็นเรื่องที่เขาถือว่าไม่ใช่สรณะ ไม่ใช่สิ่งที่จะนํามายึดถือเป็นแบบอย่าง บทบาท สถานะ ณ วันที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและภารกิจที่รัฐบาล มอบหมาย นั่นคือสิ่งที่คู่เจรจาระหว่างประเทศเขามีความตกลงตามบทบาทของแต่ละคน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านกษิตได้ทําหน้าที่อย่างดี ผมขอชื่นชม ในการทําหน้าที่ของท่าน มีจุดยืน มีหลัก มีแนวทางในการที่จะเจรจากับคู่กรณี ไม่เฉพาะ ฝ่ายเขมร ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ทุกฝ่ายเรามีท่าทีที่ดีนั้น แต่ในวงสังคม ระหว่างประเทศนั้นสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดก็คือการที่ผู้นําไปเจรจาระหว่าง ประเทศแล้วพ่วงเอาผลประโยชน์ของบริษัทเครือวานญาติพี่น้องของตัวเองเข้าไปคุย ในเรื่องนี้ด้วย นั่นคือสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด ดิว (due) ที่เกิดขึ้นที่พม่าในเรื่องของกิจการ โทรคมนาคม นั่นก็เกิดมาจากการที่กลไกของรัฐ ผู้นําของรัฐ ไปคุยเรื่องบ้านเมืองแล้วก็ แถมพ่วงในเรื่องของผลประโยชน์ในสังคม การที่ยินยอมนําให้ประเทศคู่กรณีของเรานั้น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวนั้นเกิดมาจากผลประโยชน์ ซึ่งมีการพูดกันอย่างชัดเจน จากรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้านบอกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันของทางธุรกิจในการที่จะ เข้ามาพัฒนาให้เกิดเป็นคอมเพล็กซ์ ซิตี้ (Complex City) ที่เกาะกง ตรงนี้มีการบันทึกแล้วก็ เป็นข่าวที่ออกไปทั่วทั้งโลก นั่นคือสิ่งที่สังคมระหว่างประเทศมีความรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง ในความของผู้นําที่ไปเจรจาแล้วก็พ่วงเอาผลประโยชน์ของตัวเองด้วย ผมชื่นชม แล้วก็ ให้กําลังใจท่านรัฐมนตรีในการทําหน้าที่ตรงนี้แล้วก็ขอให้ท่านได้ใช้กลไกของทวิภาคีในการ พูดคุยตั้งอยู่บนพื้นฐานของประเทศชาติ ของบ้านเมือง

อีกประเด็นหนึ่งครับ ผมใช้เวลาคงจะไม่ถึง ๑๐ นาทีสิ่งที่ผมไม่สบายใจ มากที่สุดในการอภิปรายในวันนี้ก็คือว่ามีการกล่าวหาแล้วก็บันทึกของการประชุมสภา ณ วันนี้ด้วยว่าประเทศที่เป็นประธานของสมาคมอาเซียนเข้าไปฝึกอาวุธในเขมร และคําพูดเหล่านี้ได้ถูกบันทึก ชวเลขเขียนชัด แล้วก็บันทึกเอาไว้ ผมถือว่าเป็นการพูด ที่ไม่รับผิดชอบต่อประเทศชาติต่อบ้านเมือง เป็นการพูดซึ่งไร้วุฒิภาวะ ผมก็ไม่ต้องการจะให้ถอน ให้บันทึกอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ขอให้ยืนยันว่านี่คือคําพูดของฝ่ายค้าน ไม่ใช่เป็นจุดยืน ไม่ใช่ เป็นการกล่าวหาของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ทุกฝ่าย ณ ชั่วโมงนี้ ณ เวลานี้นั้นเรามีเหตุการณ์ที่ทุกคน ทุกฝ่าย มีเหตุการณ์ร่วมกันก็คือกรณีเกิดขึ้นที่เขมร อยากจะให้เราให้กําลังใจรัฐบาล ความเป็นชาติ ความเป็นคนในชาติ ความเป็นเลือดของ ประเทศชาติบ้านเมืองของเรานั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้กําลังใจผู้นําของชาติที่ทํางาน แล้วก็ ต้องการที่จะสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในระยะยาวต่อไป ผมขอให้ความเห็นต่อญัตติไว้ เพียงแค่นี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอิทธิเดช แก้วหลวง

นายอิทธิเดช แก้วหลวง เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย กระผมต้องขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ เนื้อหาสาระต่าง ๆ ที่จะอภิปรายในวันนี้นั้นเพื่อน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปเกือบจะครอบคลุมทั้งหมดเลยครับ แต่ผมขออนุญาต อภิปรายในส่วนที่แตกต่าง อย่างกรณีเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยกย่องท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลนี้อย่างมาก ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ ท่านเข้ามาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําให้สถานภาพของ ประเทศไทยของเราตกต่ําอย่างมาก ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการของผมนี้ ไปประกอบไปด้วยเพื่อนสมาชิกจากพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค เรามีคติร่วมกันว่ามิติของ เรื่องกิจการชายแดนไทยนั้นต้องเป็นวาระแห่งชาติในอนาคต ไม่ว่าเรื่องของความมั่นคง ไม่ว่าเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ และเรื่องของการเป็นประชาคมประชาชาติ อาเซียน หลังจากที่รัฐบาลนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ความสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายเหล่านั้นตกต่ําเป็นอย่างยิ่ง มีข้อพิสูจน์ชัดเจนหลายประการ กรณี ประเทศพม่าปิดด่านสิงขรกับปิดด่านพระเจดีย์สามองค์ ปีนี้ ๒-๓ ปีแล้ว ปีที่แล้วครับ ด่านแม่สอด-เมียวดีปิดมาเกือบปีครับ เสียหายเท่าไร ท่านสามารถติดต่อประสานงานกับ ประเทศพม่าให้เขาเปิดด่านได้หรือไม่ จริง ๆ แล้วเป็นด่านที่มีความสําคัญทางด้านเศรษฐกิจ อย่างมาก วันนี้คงเหลือเฉพาะด่านแม่สายกับด่านระนองเท่านั้นที่ยังมีการติดต่อค้าขายกันอยู่ ท่านต้องออกมารับผิดชอบครับ มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณ พื้นที่ทับซ้อน ท่านไม่สามารถเจรจาให้คนไทยทั้ง ๗ คนนั้นได้กลับสู่มาตุภูมิ มีหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ต้องลาออก เปลี่ยนคนอื่นขึ้นมาเป็น รัฐมนตรีแทนบ้าง ผมถือว่าความสามารถท่านอาจจะไม่พอ ท่านประธานครับ ง่าย ๆ วิธีการ แก้ไขปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านอย่างผมเคยสนทนากับท่านประธานว่ากรณีการใช้ชื่อ เขาพระวิหาร ระหว่างเขาพระวิหารกับเปรี๊ยะวิเฮียร์ (Preah Vihear) ก็ยังมีข้อโต้เถียงกัน ในเรื่องการเรียกเขาพระวิหาร แต่ท่านประธานไปดูภาษาอังกฤษสิครับ ทั่วโลกเขาอ่านว่า เปรี๊ยะวิเฮียร์ ท่านประธานครับวันนี้เรามีกฎบัตรอาเซียนเราต้องใช้กฎบัตรอาเซียนในการ รักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ผมขออนุญาตไม่ลงไปลึกถึงขนาดนั้น แต่ผมคิดว่ามันเป็นความสามารถของรัฐบาลที่จะต้องระงับข้อพิพาทต่าง ๆ โดยการใช้กลไก ที่เรามีอยู่เช่นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ดี ผมขออนุญาตกลับเข้าไปสู่เรื่องที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้เอ่ยถึงคณะกรรมาธิการที่ไม่กล้าลงพื้นที่ที่มีปัญหาในพื้นที่หลักที่ ๔๖ ผมได้ทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีครับหลังจากที่คณะกรรมาธิการของเราได้เดินทางไปดู พื้นที่จริง จากการร้องเรียนของพี่น้องราษฎรบริเวณหลักเขตแดนที่ ๔๖ เมื่อเราไปถึง เรารู้ปัญหาทั้งหมดครับ มันเป็นพื้นที่ที่ความละเอียดอ่อน เราเป็นคณะกรรมาธิการ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในการที่จะลงไปพื้นที่ที่อยู่ในบูรณภาพ หรืออยู่ในการ ครอบครอง หรือในการรักษาความมั่นคงของฝ่ายกัมพูชานั้นเราทําไม่ได้นะครับ พื้นที่ ทับซ้อนทั้งหมดบริเวณแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ประมาณ ๑๓ จุด ซึ่งต่างฝ่ายต้อง รักษาไว้ซึ่งเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไม่ใช่วันนี้คุณเป็นอะไร แล้วคุณเข้าไปจุดบริเวณที่คุณคิดว่าเป็น แผ่นดินไทยแล้วเกิดข้อพิพาทกันเกิดขึ้นอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งครับ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเราได้ลงพื้นที่อย่างละเอียดครับ ทั้งมิติเรื่อง ความร่วมมือ ความสร้างสรรค์ เราไปขอให้รัฐบาลเปิดจุดผ่อนปรนบ้านโนนหมากมุ่น เราไปดูพื้นที่ของพี่น้องราษฎรที่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ๑๓ จุดที่มีปัญหานั้นเป็นพื้นที่ทับซ้อน ไม่ว่าฝ่ายประเทศกัมพูชา จะครอบครองอยู่ก็ดี หรือฝ่ายประเทศไทยครอบครองอยู่ก็ดีนั้นต่างฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างกรณี ๔.๖ ตารางกิโลเมตร วันนี้เราก็อ้างสิทธิ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เป็นของเราครับ แต่กัมพูชาเขาก็อ้างสิทธิ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรเป็นของเขาเช่นกัน เพราะการใช้แผนที่คนละฉบับ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้การแก้ไขปัญหาไม่ใช่ใช้วิธีสงครามครับ ใช้วิธีเอากองทัพเข้ามาปะทะกัน ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดน เพราะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพื้นที่ชายแดนเช่นกัน แต่การแก้ไขปัญหานั้น ต้องใช้วิธีเจรจาระหว่าง ๒ ประเทศเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และใช้กลไกของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ซึ่งเรา ได้ทําข้อตกลงกันไว้แล้ว นั่นคือหนทางในการแก้ไขปัญหาดีที่สุด แต่การที่พี่น้องราษฎร มีปัญหาในพื้นที่ชายแดนไม่ใช่หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งจะเดินไปทวงคืน แผ่นดินให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านั้น เพียงแต่เรารับทราบปัญหา แล้วนําปัญหานั้นมาสู่การ แก้ไขในสภาผู้แทนราษฎร หรือนําปัญหาต่าง ๆ นั้นให้รัฐบาลเพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหา นั่นคือสิ่งที่ทําถูกต้องที่สุด ดังนั้นแล้วผมคิดว่าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่มีประโยชน์กับรัฐบาลในครั้งนี้ผมเห็นด้วยทุกประการ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังการอภิปรายครั้งนี้จะต้องมีผู้หนึ่งผู้ใดในรัฐบาลออกมารับผิดชอบต่อความเสียหาย ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมเห็นว่า ท่านควรที่จะต้องแสดงสปิริต (Spirit) ได้แล้วนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปผู้ช่วยศาสตราจารย์ รัชดา ธนาดิเรก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ ได้รับฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเสนอแนวทางในการคลี่คลายปัญหาชายแดน ดิฉัน ก็ได้ข้อสรุปว่าต่างก็อยากให้รัฐบาลดําเนินการคลี่คลายปัญหาด้วยวิธีที่สันติ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ รัฐบาลได้ยืนกรานมาตลอดว่าเราจะใช้สันติวิธีในการคลี่คลายปัญหา โดยอยู่บนพื้นฐาน ของการปกป้องศักดิ์ศรีและอธิปไตยของประเทศไทย คําถามก็คือว่า แม้ว่าเราจะคลี่คลาย ปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษขณะนี้ได้ แต่ในระยะยาวเราจะแก้ไข ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาอย่างไร ซึ่งปัญหาข้อพิพาทเขตแดนระหว่างประเทศนั้นก็เป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุก ๆ ประเทศทั่วโลกที่มีเขตแดนติดกับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็น ประเทศจีน-รัสเซีย ประเทศรัสเซีย-อินเดีย ต่างก็มีปัญหา ใช้ระยะเวลาในการคลี่คลาย นับร้อยปี หรือแม้ว่าจะเป็นกรณีเพื่อนบ้านของเรา เช่น ประเทศจีนและประเทศเวียดนาม ก็ใช้เวลาถึง ๒๐ ปีกว่าที่จะตกลงในเรื่องเขตแดนกันได้ ถามว่าประเทศเหล่านั้นในกรณี ประเทศจีนกับประเทศเวียดนามเขาคลี่คลายปัญหาอย่างไร เขาก็เริ่มต้นด้วยการตกลงว่า จะมาสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ก็เหมือนกับที่ประเทศไทยได้เคยทํากับประเทศลาว ประเทศไทยได้ทํากับประเทศพม่า ประเทศไทยได้ทํากับประเทศมาเลเซีย การเริ่มต้นที่จะ ตกลงว่าเราจะมาสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนร่วมกัน ถือเป็นวิธีที่ปฏิบัติอย่างสากลนะคะ สําหรับประเทศไทยกรณีไทย-กัมพูชาก็ได้ตกลงกันไปแล้วในกรณีการลงนามในบันทึก ความเข้าใจ การสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ปี ๒๕๔๓ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นว่าประเทศไทยและประเทศกัมพูชาจะมาคลี่คลายปัญหาชายแดน ร่วมกัน แต่ก็มีคําถามว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ทําให้ประเทศไทยเสียดินแดนไปหรือเปล่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้เป็นข้อตกลงร่วมกัน ที่จะสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ไม่เกี่ยวข้องกับการยอมรับการล่วงล้ําเข้ามาในอธิปไตย ของประเทศไทยแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมีข้อเสนอว่าการที่จะคลี่คลายปัญหาเขตแดน ในระยะยาวก็คงที่จะเดินหน้าเจรจาในเรื่องเขตแดนแก้ไขข้อพิพาทนี้ ซึ่งความคิดเห็นของ ดิฉันก็คงไม่ใช่เป็นของดิฉันคนเดียวหรอกค่ะ กรรมาธิการของสภาแห่งนี้ก็มีมติที่จะสนับสนุน ให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขข้อพิพาทด้วยวิธีการเจรจาตามกรอบของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ขออนุญาตเอ่ยถึงกรรมาธิการการต่างประเทศนะคะ เราก็ได้มีมติไปหลายครั้งแล้วว่า เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ คือทางออกที่จะคลี่คลายปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แล้วเมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกจากคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยก็ได้กล่าวสนับสนุนและได้เสนอแนะ ถึงวิธีการที่จะคลี่คลายปัญหานี้โดยให้ยึดกรอบการเจรจาตามเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แต่ก็ยัง มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้กล่าวว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ พรรคประชาธิปัตย์คงจะกอดเอกสาร ฉบับนี้ไปจนตาย ถ้าพิจารณาหรือลําดับเหตุการณ์ให้ดีจริง ๆ แล้วไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาลประชาธิปัตย์เท่านั้นที่เห็นประโยชน์ของเอกสารฉบับนี้ การลงนามในบันทึก ความเข้าใจระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเริ่มต้นในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์เมื่อปี ๒๕๔๓ แต่คนที่นําเอ็มโอยูนี้ไปปฏิบัติจริง ผลักดันให้เกิดผลก็คือรัฐบาลชุดต่อมา ก็คงไม่ต้อง เอ่ยนามนะคะว่าเป็นรัฐบาลชุดไหน ซึ่งนั่นก็หมายความว่ารัฐบาลชุดต่อ ๆ มาเห็นคุณค่าและ เห็นประโยชน์ของเอกสารเอ็มโอยูนี้ ในปี ๒๕๔๖ รัฐบาลในขณะนั้นได้มีการจัดทําแผนแม่บท เพื่อกําหนดแนวทางในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปี ๒๕๔๖ นั้นก็เป็นปีที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้าน ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาล ชุดนั้นยินดีและมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ในปี ๒๕๔๙ ก็มีการเดินหน้าสํารวจ หาหลักหมุดที่เคยจัดทําขึ้นแล้วในอดีต ปี ๒๕๔๙ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นถ้าจะมีการกล่าวถึงว่าพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว เท่านั้นที่เห็นเอ็มโอยูนี้ดี ก็คงต้องยืนยันว่าไม่ใช่นะคะ ส่วนข้อกังวลใจที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว ไว้ว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นจัดทําโดยบุคคลที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ กิจการชายแดน เป็นการที่คณะรัฐบาลเดินหน้าทําโดยที่ไม่ปรึกษาข้าราชการผู้มีความรู้ ต้องขอเรียนท่านประธานนะคะว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดค่ะ เพราะว่าในการดําเนินการ จัดทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นต้องมีส่วนราชการเป็นแม่งานหลักในการยกร่างเอกสารนี้ขึ้น และในการดําเนินการร่างเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ก็มีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ ทหารและสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงขอเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและ พี่น้องประชาชนว่าตลอดระยะเวลาที่มีการใช้ร่างเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ หรือการผลักดัน การดําเนินการการใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มีทั้งส่วนราชการและรัฐบาลหลายชุดเห็นด้วย แล้วก็ใช้มาอย่างตลอด ในอนาคตเมื่อสถานการณ์พร้อม บรรยากาศทางการเมืองระหว่าง ประเทศดีขึ้น ดิฉันก็อยากจะสนับสนุนให้รัฐบาลไทย แล้วก็กลไกเจบีซีหรือที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เดินหน้าคลี่คลายปัญหายึดหลักเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เพราะเมื่อในอนาคต ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรืออีก ๕๐ ปีที่เราคลี่คลายเรื่องเขตแดนได้กับ ประเทศกัมพูชาแล้วพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชายแดนจะได้อยู่กันอย่างสงบ การท่องเที่ยว ระหว่างประเทศก็จะเกิดขึ้น การค้าระหว่างชายแดนก็จะทําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดิฉันจึงขอสรุปว่าในระยะยาวนะคะ ในการคลี่คลายปัญหาชายแดนก็ขอให้รัฐบาลเดินหน้า ยึดตามกรอบเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แล้วก็ ณ ปัจจุบันเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ก็ขอให้ใช้ สันติวิธีตามที่รัฐบาลยืนยัน แล้วก็ให้การดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็ดูแลในเรื่องของขวัญกําลังใจกับทหารที่เหน็ดเหนื่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมยิ่งฟังเพื่อนสมาชิกไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ตําหนิติติงกันมาบอกว่ารัฐบาลนี้ผิด รัฐบาลนี่ถูก ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ผิด สักรัฐบาลหรอกครับ แต่ผิดที่ตัวบุคคลที่จะไปบริหารงาน เป็นการชี้ชัดว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน้าเป็นตาของประเทศทุกประเทศ ท่านประธานครับ ผมอายุ ๖๑ ปีแล้ว สมัยรัฐบาล จอมพล ถนอม ขณะนั้นยึดประเทศไทยในการปฏิวัติรบราฆ่าฟันกัน จนกระทั่งมีการเลือกตั้ง จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จากประชาชน รัฐบาลที่นํามาใช้ แต่ละท่านก็ทําดีมาตลอด ไม่มีการไปรบกับต่างประเทศ ไม่มีการไปปะทะกัน ท่านประจวบ ไชยสาส์น ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าครับ ท่านประธาน ตั้งแต่นั้นมาหลายสิบปีไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีการไปปะทะ ไปทะเลาะ วิวาทกับต่างประเทศ ผมอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ท่านขึ้นมาบริหารประเทศ ๒ ปี ต่างชาติเขาตําหนิท่านบอกว่าท่านขึ้นมาเป็นรัฐบาลนี้ไม่ชอบธรรม ท่านตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาจากการไปยึดสนามบิน ไปยึดธรรมเนียบรัฐบาล แล้วก็ไปด่าเขาต่าง ๆ นานา ดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะให้บ้านเมืองสงบปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าได้ยินผมแล้วปลดท่านเลย ประเทศเราจะสงบ ประเทศของเราจะไม่มีใครมาทะเลาะวิวาท หลายคนครับ เมื่อสักครู่นี้ผมก็เห็นนายแพทย์วรงค์นี่ ประวัติศาสตร์ดีตั้งสิครับ เพราะว่าท่าน วรงค์ท่านก็บอกท่านกษิต บอกนายกรัฐมนตรีแล้วว่ามันเป็นมาอย่างไร ตั้งหมอวรงค์เลย ปลดนายกษิต นั่นละครับคือประเทศจะสงบ ท่านเห็นไหมครับ คนดี ๆ มีเยอะแยะ ในพรรคประชาธิปัตย์ตั้งขึ้นมา ท่านกษิตก็ไม่ได้เป็น ส.ส. ท่านจะไปรู้เรื่องอะไร เพราะฉะนั้น นี่ละครับเราจะไปทะเลาะวิวาทกัน เราต้องการวันนี้พี่น้องชาวศรีสะเกษ ผมเอง อยู่จังหวัดอุดรธานี เดี๋ยวสักวันหนึ่งประเทศลาวก็ยิงตู้มขึ้นมา บ้านผมจะทําอย่างไรครับ ท่านประธาน มันก็ใกล้ชายแดน เพราะฉะนั้นในวันนี้ต้องมองเห็นความสําคัญของพี่น้อง ประชาชน ผมก็ไม่เชื่อหรอกครับว่าพันธมิตรออกมาเรียกร้องอย่างนั้น ด่าท่านกษิต ด่าท่านอภิสิทธิ์ ด่ารัฐบาล ผมก็ไม่เชื่อ แต่ผมก็ต้องฟัง เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ท่านต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านประธานรัฐสภาท่านเป็นผู้อาวุโส เป็นประมุข ของสภา ในวันนี้ท่านเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกฝ่ายได้พูด ได้แนะแนวให้กับรัฐบาลว่าท่านจะ แก้ไขปัญหาอย่างไรตามชายแดน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราอย่าไปยกยอปอปั้นกัน คนที่ไม่รู้จักหัวอกพี่น้องประชาชน เพราะไม่ได้ มาจากการเลือกตั้งครับท่านประธาน ผมก็เป็น ส.ส. เพิ่งจะได้ ๒ ปี แต่ว่าผมก็มาจากการ เลือกตั้ง เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นคนหนุ่ม ท่านต้องมองวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ท่านชวนก็ไม่เห็นมีการยิงกันนี่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี ๔ ปี ๕ ปี ท่านก็บริหารประเทศ ก็ไม่เห็นมีคนยิงกัน ไม่ได้ปิดประเทศ ท่านอิทธิเดช ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเป็น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ท่านบอกว่าตั้งแต่รัฐมนตรีคนนี้มานั่งบริหาร ปิดชายแดนไปกี่ช่องแล้วครับท่านประธาน ความเสียหาย ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ทุกคนรักบ้านรักเมือง รักถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง เพราะฉะนั้นในวันนี้ท่านต้องเสียสละ ท่านต้องเสียสละว่าวันนี้ท่านบริหารประเทศไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ทําให้ประเทศชาติ บ้านเมืองต้องไปทะเลาะ ทําให้ทหารต้องไปทะเลาะกับทหารเพื่อนบ้าน วันนี้ท่านต้อง รับผิดชอบ ท่านต้องลาออกจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสีย เพราะฉะนั้นเพื่อบ้านเพื่อเมืองจะได้ร่มเย็นเป็นสุขครับ ก็ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงพอใจนะครับได้ระบาย ต่อไปคุณพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับท่านพิเชษฐ์

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ใคร่ขอเวลาท่านประธานพอสมควร เพื่อพูดในสิ่งที่คิดว่ากําลังเป็นปัญหาสําคัญในบ้านเมืองนี้ครับ ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจว่า จะต้องมาอภิปรายอะไรในวันนี้นะครับ แต่หลังจากที่ฟังหลาย ๆ ท่านในสภาที่ทรงเกียรตินี้ ลดตัวเองลงไปพูดเหมือนนอกสภา ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสาร และที่ไม่เป็น ความจริง ก็คิดว่าในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสภานี้ผมจําเป็นจะต้องพูดอะไรเพื่อความเข้าใจ ร่วมกันบ้าง เมื่อกี้มีสมาชิกบางท่านพูดว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นความโง่ของรัฐบาลที่ไป ลงนามในเอ็มโอยู บางท่านพูดว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ทํามาโดยไม่ได้ปรึกษากับ ฝ่ายความมั่นคงหรือฝ่ายการทหารเลย บางคนก็พูดว่าไปยึดเอาแบบอย่างของเจ้าอาณานิคม โดยนําแผนที่ของเจ้าอาณานิคมประเทศเพื่อนบ้านนี้มาเป็นหลักในการทําเอ็มโอยู ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ และบังเอิญว่าผมไปอยู่ใน ช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลชวน ๒ เป็นรัฐบาล และเป็นปีที่มีคนเข้าใจว่าเป็นปีแรก ที่ทําเอ็มโอยู ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าตั้งแต่รัฐบาลชวน ๑ ระหว่าง ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ โดยกระแสโลกาภิวัตน์ และกระแสในการที่จะต้องพัฒนาประเทศ ทั้งภูมิภาค ก็มีความเห็นว่าความชัดเจนในการที่จะทําเขตแดนประเทศไทยที่ติดกับประเทศ เพื่อนบ้านให้เป็นที่ชัดเจนเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นจริง ๆ ไม่ว่าเขตแดนระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ระหว่างไทย-ลาว ไทย-พม่า แม้กระทั่งไทย-กัมพูชา ที่กําลังถกเถียงขณะนี้ ในการทําหลักเขตแดนแถบอื่น ๆ เป็นไปด้วยเรียบร้อย ผลงานกระทรวงการต่างประเทศ ทําไปด้วยดี ไม่ว่าไทย-ลาว ไทย-มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งไทย-พม่า ก็ไม่สู้จะมีปัญหาอะไร ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันนัก และเชื่อว่าอย่างน้อยเขตแดนทางใต้ ไทย-มาเลเซีย ก็กําลัง เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสําคัญของบ้านเมือง ณ ขณะนี้ ตอนปี ๒๕๔๓ ผมอยู่ที่ กระทรวงการคลัง ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการจัดลําดับที่นั่งของรัฐมนตรีด้วยเรียงตาม ตัวอักษร เพราะฉะนั้นอักษร ก ถัดจากกระทรวงกลาโหมมาก็ถึงกระทรวงการคลัง ถัดจาก กระทรวงการคลังไปก็ถึงกระทรวงการต่างประเทศ แล้วถึงจะไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่นั่งข้างซ้ายผมคือ พลเอก วัฒนชัย รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่นั่งข้างขวาผมคือดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เพราะฉะนั้นผมก็มีโอกาสฟังทั้งซ้ายทั้งขวา พูดถึงปัญหา ต่างประเทศและเสนอเรื่องสําคัญ ๆ เข้า ครม. แล้วก็ยังจําได้อยู่จนกระทั่งบัดนี้ครับ ปัญหา เขตแดนไทย-กัมพูชา ท่านประธานถ้าจะพูดให้หมดจดครับ เป็นเรื่องที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ ๑๐๓ ปี ที่แล้วครับ ตั้งแต่สมัยปี ๒๔๕๒ และในปี ๒๔๕๒ คือ ๑๐๓ ปีที่แล้วท่านประธานจะจําได้ว่า มันใกล้ชิดกับเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบบุกเข้ามาในแม่น้ําเจ้าพระยาจนไปตั้ง ป้อมปืนจ่อยิ่งพระราชวัง และทําให้พุทธเจ้าหลวงเราต้องยอมตัดสินพระทัยทําแก้ไขปัญหา ประเทศชาติหลาย ๆ เรื่อง แม้กระทั่งการต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามให้กับฝรั่งไปตั้ง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฟรังก์ ด้วยอาศัยเงินถุงแดงส่วนพระองค์ที่ทรงมีอยู่บ้างมาแก้ไขปัญหา ประเทศชาติ ปัญหาการทําเอ็มโอยู การปักปันเขตแดนตั้งแต่สมัยก่อนนั้น ท่านประธานครับ มันก็มีต่อมาจากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ครับ คือเมื่อปี ๒๔๕๒ เขตแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด ขอเรียนกับท่านประธานว่ามันมีความยาวมากเหลือเกินครับ ตั้งแต่ช่องซะงํา อําเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ยาวตลอดมาผ่านจังหวัดสุรินทร์ ผ่านจังหวัดอุบลราชธานี กว่าจะถึงที่หาดเล็ก ที่จังหวัดตราด เป็นระยะทางทั้งหมดเรียนว่า ๗๙๓ กิโลเมตรครับ ใน ๗๙๓ กิโลเมตรดังกล่าว หลังจากเกิดเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ก็มีความพยายามที่จะจัดการทําปักปันเขตแดนให้เป็นที่ ชัดเจนระหว่างที่ประเทศไทยกับที่ประเทศมาเลเซียก็ทีหนึ่ง เหตุการณ์ที่จะทําแผนที่ให้ ครอบงําให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ ๘๐๐ กิโลเมตรดังกล่าวแผนที่จะต้องใหญ่มหึมามาก เพราะฉะนั้นสัดส่วนแผนที่ทําขึ้นมา ณ ขณะนั้นอาศัยเพียงแผนที่ของประเทศฝรั่งเศส ที่มีอยู่ ประเทศฝรั่งเศสมาทําแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เราก็มักจะบอกว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ ไปเซ็นสัญญา ไม่ให้ไทยรู้เห็นด้วย แต่ ณ ขณะนั้นด้วยขีดจํากัดในความสามารถในเทคโนโลยี ในวิชาการ ในปัจจัยอุปกรณ์ เราเป็นผู้มอบหมายให้ฝรั่งเศสเป็นคนทําแผนที่ครับ และแผนที่ ที่ทําตลอดครอบครองเขตแดนทั้งหมดอันยาวเหยียดดังกล่าวนี้ได้ทําไว้ทั้งสิ้น ๗๓ หลัก เริ่มหลักแรกตั้งแต่ที่ช่องสะงํา อําเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จนถึงหลักที่ ๗๓ ที่บ้านหาดเล็ก อําเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ๗๓ หลักที่ทําเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วส่วนใหญ่ทําด้วยไม้ครับ บางส่วนก็ก่อด้วยปูน และไม่มีหลักที่เป็นมาตรฐานแข็งแรงยืนยัน ในแผนที่ที่ฝรั่งเศสเอามา ทํามีอยู่ ณ ขณะนั้นก็ต้องเรียนว่ามันก็มีข้อบกพร่อง ธรรมดาตามวิสัย ในเส้นทางถึงเกือบ ๘๐๐ กิโลเมตรดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยทิวเขา เทือกเขาที่สลับซับซ้อนหลายเขา เพราะฉะนั้นการที่พิจารณาเทือกเขาปันน้ําว่าเทือกเขาไหนสูงที่สุดที่จะเป็นเทือกเขาปันน้ํา ที่แท้จริง บางทีการทําแผนที่ในระหว่างนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเทือกเขาไหนสูงที่สุด เพราะฉะนั้นเทือกเขาปันน้ํายังมีข้อแตกต่างและยังมีความผิดพลาดอยู่ที่จะต้องแก้ต่อไป ในวันข้างหน้า ใน ๑๐๓ ปีที่ผ่านมานะครับ ระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชามีเหตุการณ์ เกิดขึ้นหลาย ๆ อย่าง เกิดสงครามหลายฝ่ายในประเทศกัมพูชา ยืดเยื้อกันมาเป็นสิบ ๆ ปี เขมรหลายฝ่ายที่รบกันอยู่ในประเทศมาเลเซียส่วนหนึ่งทําลายหลักเขตไปโดยสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งหลักเขตถูกโยกย้ายด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น เขมรบางฝ่ายที่ถอยร่นหนีเขมรอีก ฝ่ายหนึ่ง เมื่อมาถึงที่ใดที่หนึ่ง แล้วก็อาจจะโยกย้ายหลักเขตของไทยไปไว้ในเขตเขมร เพื่อเป็นการป้องกันตนเองว่าตรงนี้เป็นเขตไทยนะครับ อย่าล่วงล้ําเข้ามา ลักษณะเช่นนี้ มีเกิดขึ้นหลาย ๆ แห่งครับ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสหประชาชาติมาทําค่ายอพยพ บางแห่ง ที่เป็นค่ายอพยพที่ทําขึ้นมาโดยสหประชาชาติเพื่อป้องกันผู้อพยพในค่ายก็มีการโยกย้าย หลักเขตบางแห่งไปปักไว้ เพื่อแสดงว่าเป็นเขตไทยหรือเป็นเขตเขมรเพื่อป้องกันการถูกทํา ร้ายด้วยอีกฝ่ายหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมามีพ่อค้านักธุรกิจที่ไปทําไม้ใน บริเวณชายแดนจํานวนมาก พ่อค้าไทยที่ไปตัดไม้ไทยในเขตไทยนี่นะครับ เมื่อเกรงว่า เจ้าหน้าที่จะถูกจับกุม กลัวถูกดําเนินคดี ก็มีการโยกย้ายหลักบางหลักของเขมรเอาไว้ในเขตไทย เพื่อเป็นการป้องกันตัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอด เพราะฉะนั้น ๗๓ หลักทั้งหมดมันต้อง เปลี่ยนแปลง มันต้องแก้ไข มันต้องสะสาง มันต้องสํารวจ มันต้องตั้งคณะกรรมการ ที่จะพิจารณาเจรจาร่วมกัน เราจะปล่อยปัญหาที่คาราคาซังมาถึง ๑๐๐ กว่าปีนี้ต่อไปอีก ข้างหน้าไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่รัฐบาลชวน ๑ ก็มีการเข้ามา พูดกันในคณะรัฐมนตรี ผมเรียนว่าในรัฐบาลชวน ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่มาจากพรรคพลังธรรมครับ ตั้งแต่ท่าน นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ มาจนถึง พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร และมาถึงดอกเตอร์กระแส ชนะวงศ์ ความเห็นในการ ที่จะต้องทําการปักปันเขตแดนการสํารวจโดยตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาร่วมกันโดยเป็น คณะกรรมาธิการร่วมเป็นความคิดที่มีมาตั้งแต่บัดนั้น แต่พอมาปี ๒๕๓๘ รัฐบาลชวน หลีกภัย พ้นไป มาถึงรัฐบาลของ พลเอก ชวลิต ก็ยังมีตั้งคณะทํางานศึกษาในการที่จะทํา คณะกรรมาธิการร่วม ต่อมาในสมัย ๒๕๓๗ รัฐบาลชวน หลีกภัย หนังสือที่ทําคือ ข้อตกลง แห่งสหราชอาณาจักรกัมพูชากับประเทศไทย ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๗ หรือ ปีคริสต์ศักราช ๑๙๙๔ ครับ ไม่ใช่มาเริ่มเมื่อปี ๒๕๔๓ จนกระทั่งถึงรัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ยังมีการทําข้อตกลงที่จะตั้งคณะกรรมาธิการจัดทําหลักเขตแดนทางบก ร่วมกันระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา เป็นหนังสือลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ ครับ ก่อนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะมา คือกลางปี ๒๕๔๐ แต่ก็ยังทําคืบหน้าไปได้ไม่เท่าไร จนเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลชวน หลีกภัย ๒ และผมมีโอกาสร่วมกันอยู่ในคณะรัฐมนตรี ปัญหาเหล่านี้คุยกันในคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บังเอิญท่านเป็น นายกรัฐมนตรีด้วยก็ไปนั่งหัวโต๊ะ ไม่ได้ร่วมกัน แต่ พลเอก วัฒนชัย วุฒิศิริ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งข้างซ้ายของกระทรวงการคลัง เราได้หารือกับทางทหาร ถึงปัญหาเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ว่าเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ หรือความมั่นคงของประเทศชาติ ขณะเดียวกันขวามือของผม ดอกเตอร์สุรินทร์และคุณชายสุขุมพันธ์ เราก็ได้หารือกันตลอด ถึงประโยชน์ความจําเป็นในการที่จะต้องเร่งปักปันเขตแดนเหล่านี้ให้ถูกต้อง ผมเรียน ท่านประธานมาตั้งแต่แรกแล้วว่าในระยะทาง ๗๙๓ กิโลเมตรตลอดแนวชายแดนมีปัญหา พื้นที่ไม่เหมือนกัน ตรงบริเวณจังหวัดสระแก้ว ตรงนี้เรียกว่าฉนวนไทย เป็นที่ราบและมีการ ไปมาหาสู่กันเยอะ พื้นที่เทือกเขาไม่มี ไม่ต้องมีสันปันน้ํา แต่หลักเขตแดนตรงนี้ถูกโยกย้าย ตลอดเวลาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทั้งพ่อค้า ทั้งสหประชาชาติ ทั้งเขมรแต่ละฝ่ายที่เข้ามา ยึดครองพื้นที่ ทั้งในการตั้งค่ายอพยพ เพราะฉะนั้นหลักเขตในบริเวณตั้งแต่เขตที่ ๔๐ กว่า ขาดความแน่นอน ตรงนี้จําเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันที่จะศึกษาทําให้ถูกต้องสักทีหนึ่ง

ทําไมต้องใช้แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ผมกําลังเรียนว่าเรียกทางยาว ถ้าหากว่า เราทําแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ คงจะต้องอาศัยแผนที่กว้างถึงหลาย ๆ เมตรเชียวละครับ แต่แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แน่นอนละครับ ความชัดเจน แน่นอน บางทีความละเอียดแน่นอน มันก็ดูได้ยาก ในเทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาหลาย ๆ เทือกเขา เทือกเขาไหนเป็นที่สูงที่สุด เป็นที่เริ่มต้นของสันปันน้ํา ยากแก่วิสัยในการที่จะดูได้ในแผนที่ เพราะฉะนั้นแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ทําไว้เมื่อ ๑๐๓ ปีก่อนโดยประเทศฝรั่งเศสที่ระบุไว้ ในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ว่าจะถือเอาตรงนี้มาเป็นฐานในการที่ศึกษาสํารวจและแก้ไข พิจารณาแล้วตรงไหนถ้ามันผิด ตรงไหนถ้ามันไม่ถูกต้อง ในกรอบแผนที่นี้ต้องแก้ไขครับ แก้ไขแล้วจะมาเปลี่ยนมาเป็นแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ให้ความชัดเจนในแต่ละส่วน อีกกี่แผนที่ ก็แล้วแต่ นั่นคือที่มาของสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดว่า คําว่า แผนที่ นี้มันมีเอส (S) มันจะต้องมีหลายฉบับ ไม่ใช่หมายถึงว่าแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นี้เป็นที่ตายตัวว่าจะต้องทํา ตามนั้น แต่คณะกรรมาธิการร่วมกันที่ตั้งขึ้นจะต้องศึกษาความบกพร่อง ความไม่ถูกต้อง ของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นี้ทําให้มันถูกต้อง และปรับเปลี่ยนด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน

ท่านประธาน เราพูดถึงเรื่องถ้าเราพูดถึงเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เยอะ ใครไม่ได้ไปอ่านจริง ๆ เหมือนกับว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเครื่องมือขายชาติ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นสิ่งที่ทําให้เสียดินแดน เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นสิ่งที่ทรยศต่อประเทศไทย คนที่ พูดเหล่านี้บางทีไปเอาแง่มุมบางจุด บ้างข้อขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่มีใครสักกี่คนละครับที่ไป ศึกษาดูเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ทั้งฉบับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ผมเพิ่งนํา เรื่องนี้เขียนในหนังสือแนวหน้า หน้า ๓ ฉบับของวันนี้ก็ยังพอที่จะจําได้อยู่ ประกอบด้วย ๙ ข้อ ข้อแรก ก็คือสรุปว่าจะต้องตั้งคณะทํางานมาสํารวจพื้นที่บริเวณที่ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาทั้งหมดให้ชัดเจน แน่นอน สักทีหนึ่ง ข้อที่ ๒ ก็คือให้ตกลงมีการตั้ง กรรมาธิการร่วมกัน โดยมีประธานร่วม ๒ ฝ่าย วิธีการที่กรรมาธิการร่วมกันจะต้องศึกษาเรื่อง อะไรบ้าง เราก็มีการระบุอยู่ในเอ็มโอยูนี้ ข้อต่อมา ก็ดูเหมือนว่าจะให้อํานาจกรรมาธิการ ร่วมกันมีสิทธิที่จะตั้งอนุกรรมาธิการที่เป็นภาคีต่าง ๆ มาทํางานเฉพาะกิจด้วยค่าใช้จ่าย ที่รับผิดชอบ ใคร เท่าไร อะไร แค่ไหน แต่ระหว่างที่ทําการสํารวจก็มีอยู่ข้อหนึ่งว่าระหว่าง ที่ทําการสํารวจเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ก็มีข้อห้ามในการที่จะไป เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแปลงธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ผิดไปจากที่เป็นจริง ทั้ง ๙ ข้อดังกล่าวมันมีแค่นี้เองละครับ ท่านประธานครับ มันไม่มีข้อตรงไหนระบุว่ามันชั่วร้าย เลวทรามแค่ไหน การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน การกําหนดค่าใช้จ่าย การกําหนดให้มี อนุกรรมการ การกําหนดให้มีคณะกรรมการและวิธีการไปทําการศึกษา สํารวจ ปักปัน เขตแดนให้มันถูกต้องแน่นอนชัดเจนเสีย ผมไม่เห็นว่ามันเป็นการขายชาติตรงไหน มันก็เหมือนที่มีนักวิชาการบางท่านเขียนกันอยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) ขณะนี้ว่า นั่นคือวิธีการที่ถูกต้อง แต่ถ้าจะมีการไปทําวิธีการที่ถูกต้องด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องบ้าง มันก็เป็น เรื่องวิสัยของพฤติกรรมมนุษย์ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่ามีข้อขัดแย้งแล้วจะต้องส่ง เครื่องบินไปถล่มกรุงพนมเปญ ไม่ใช่มีข้อขัดแย้งแล้วจะต้องส่งกองทัพบก กองทัพเรือ ทั้งหมดนี้ไปผลักดันคนที่อยู่ในเขตแดนให้ออกไปให้หมด หรือยิงทิ้งเสียให้หมด คงจะไม่ใช่ อย่างนั้นละครับ เพราะฉะนั้นสงครามเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงการปะทุอารมณ์ แต่สันติภาพ มันเกิดยากครับ เกิดด้วยต้องมีการพิจารณาไตร่ตรอง และบนโต๊ะเจรจาเท่านั้น ผมว่าถูกแล้ว ที่รัฐบาลนี้มีความอดกลั้นอดทนที่จะพยายามคลี่คลายปัญหา ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยการเจรจาด้วยคณะกรรมาธิการที่มีคุณภาพและยอมรับกันทุกฝ่าย ท่ามกลางสายตาของ นานาชาติของคนทั่วโลกว่าเรากําลังปฏิบัติการตามวิธีการสากลที่ถูกต้องเพื่อสันติภาพ ไม่ใช่ บ้าเลือดยิงกัน ฆ่ากันอย่างเดียว สงครามมันเกิดขึ้นได้ครับ คนจะยิงกันเมื่อไรก็ได้ แต่เกิดแล้ว มันยากครับ ในแนว ๙๐๐ กิโลเมตร ๘๐๐ กิโลเมตร หรือ ๗๙๓ กิโลเมตร คนที่นั่นชาวไทย ชาวเขมร ย้ายถิ่น เคลื่อนย้ายกันไปมา เป็นญาติพี่น้องไปมาหาสู่ บางทีบ้านหลังเดียว เป็นทั้งคนเขมร เป็นทั้งคนไทยอยู่อาศัยในบ้านนั้นละครับ เพราะเขาเกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว แต่ถึงแม้หลักเขตมันจะเคลื่อนย้ายถูกทําลายไปไหน ในคนระดับพื้นที่ทั้งชาวบ้านก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ดีเขารับรู้กันครับว่าเขตไทยอยู่ตรงไหน อย่างไร เขตเขมรอยู่ตรงไหน อย่างไร หลักเขตบางหลักที่มันไม่ถูกต้อง เขารอที่จะมีการเตรียมการแก้ไข เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มีเพียง แนวคิดว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาพิสูจน์หลักเขตแดน ทําให้ถูกต้อง ด้วยคณะกรรมการที่ยอมรับกันทั้ง ๒ ฝ่าย แม้กระทั่งคนที่เป็นประธานกรรมการยังตกลงว่า ทั้ง ๒ ประเทศสลับเปลี่ยนกันเป็นประธานกรรมการ ที่มาของกรรมการก็ทั้ง ๒ ประเทศ ร่วมกันตั้งเพื่อความเชื่อถือกันต่อไปในข้างหน้า บางคนบอกว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเอ็มโอยูเถื่อน เพราะไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสภา ท่านประธานครับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ คือข้อพิจารณา ตกลงว่าจะตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการเจบีซีจะต้องไปทํางานพิจารณากัน ยังไม่ได้ตกลง อะไรกันเลย ยังไม่ได้ตกลงว่าที่ไหนเป็นดินแดนของใคร ที่ไหนจะเป็นอะไร แค่ไหน ยังไม่มี การตกลง เพราะฉะนั้นมันยังไม่อยู่ในเงื่อนไข มาตรา ๑๙๐ ที่จะต้องอนุมัติจากสภาก่อน ถึงจะไปทําได้ ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดเถื่อนครับ และจะเป็นความคิด ที่เป็นประโยชน์แก่นานาชาติ ประเทศไทย-มาเลเซีย สงบไปเยอะแล้วครับ ประเทศไทย-พม่า ถึงแม้จะมีปิดด่าน ไม่ปิดด่านอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่พิพาทกันเรื่องดินแดน ประเทศไทย-ลาว ที่ถือร่องน้ําลึกของลุ่มน้ําโขง แม่น้ําโขงทั้งหลายนี้ทุกอย่างมันก็ปักเขตก้าวหน้าไปเยอะ ในห้องงบประมาณทุกปี ผมก็ถามกระทรวงการต่างประเทศว่าเราตั้งงบประมาณเพื่อที่จะไป ปักเขตแดน เราปักไปแล้วได้กี่หมุดแล้ว ทํามาแล้วได้สักแค่ไหนแล้ว ท่านประธานครับ มีการ ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ นอกจากบางจุดระหว่างไทยกับกับมาเลเซียที่ยังมีปัญหาอยู่ คือบริเวณ ที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นหน้าผา เป็นที่สูงชัน เป็นที่ยากต่อการประมาณการได้ว่า ตรงไหนคือสันปันน้ํา ยอดเขาไหนคือยอดเขาที่สูงที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานว่า แผนที่ ๑ : ๒๐๐๐๐๐ ที่ว่า ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นไปตามนี้ นี่คือกรอบที่จะนํามาพิจารณาศึกษา ตรงไหนผิด ตรงไหนไม่ถูกต้องมันก็แก้ไข แผนที่นี้มันไม่ได้บอกว่าตรงไหนจะต้องยุติด้วยการ เป็นดินแดนของใคร ยุติด้วยตรงไหนจะต้องเป็นของใคร แต่ท่านประธานครับ เรากําลังจะ เอาเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นฉนวนสงครามหรือครับ เรากําลังจะเอาเอ็มโอยู ข้อตกลงที่ดี ๆ เหล่านี้ไปพูดถึงขนาดว่าจะต้องส่งกองทัพเรือไปยิงถล่ม จะต้องส่งกองทัพอากาศบุกเข้าไปถึง ประเทศกัมพูชาภายในกี่ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานครับ มันล้วนแล้วแต่เกินกว่าเหตุ ท่านประธานครับ ประเทศกัมพูชาเขาก็ฟังทีวี (TV) เรา เขาก็ฟังเราพูดทุกวัน ถ้าใคร ในกัมพูชาบอกว่าจะใช้มาตรการเด็ดขาดของเราโดยส่งเครื่องบินของประเทศกัมพูชา บินมาถล่มกรุงเทพมหานคร คนไทยยอมรับกันได้ไหมครับ มันจะเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้อยคําพูดต่าง ๆ มันก็ต้องระมัดระวัง เขมรกับเรามีความสําคัญ กันใกล้ชิดมาก ภาษาไทยจํานวนมากก็มีรากฐานมาจากภาษาขอมและภาษาเขมร หลาย ๆ คําที่เราใช้อยู่ก็เป็นภาษาเขมร ตลอดแนวชายแดนเกือบ ๘๐๐ กิโลเมตร ส่วนไหนที่เป็น ลําคลอง เป็นที่ราบลุ่ม สัมพันธ์เป็นพี่น้องกันไปหมดแล้ว ค้าขาย ไปมาหาสู่ในแต่ละเดือน แต่ละวันเป็นยอดเงินมหาศาล และเป็นยอดดุลการค้าที่เราได้เปรียบเขมรทั้งละครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะปิดประเทศ การที่เราจะปิดด่าน การที่เราจะตัดความสัมพันธ์ อะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ ผมอยากให้พวกเราช่วยกันคิดในสิ่งที่เป็นข้อสร้างสรรค์ ผมไม่บังอาจที่จะไปแนะนํารัฐบาลว่าทําอย่างไร และผมก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะทําอย่างนี้ ต่อไปอย่างไร เพราะผมเป็นพรรครัฐบาล แต่ผมไม่ใช่รัฐบาล ผมไม่มีหน้าที่จะต้องไปเสนอแนะ แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ และตลอดมายาวนาน เกือบ ๒๐ ปี และจากความรู้บางส่วนมันเป็นเช่นนี้จริง ๆ ปัญหาไทย-กัมพูชาจะต้องแก้ไขใน แนวเขตแดนเพื่อความชัดเจน แน่นอน เพราะต่อไปนี้มันจะเป็นตลาดการค้า มันจะเป็นตลาด ภูมิภาค มันจะต้องรู้ว่าเขตแดนใครต่อใครชัดเจน แต่ความชัดเจนไม่ใช่ส่งกองทหารไปบุก ไม่ใช่ไปรบ ไม่ใช่โดยวิธีการย้อนยุคไปเป็น ๑๐๐ ปี ไม่ใช่ด้วยการส่งเรือบุกแม่น้ําเจ้าพระยา มาตั้งป้อมปืนที่หน้าพระราชวังเพื่อขู่บังคับให้ประเทศสยามต้องทําอย่างนั้น คนอื่นทํากัน อย่างนี้เราก็ไม่ยอม เราก็เก็บความเจ็บช้ําน้ําใจมาจนเดี๋ยวนี้ ทําไมวันนี้เราทํากับประเทศอื่น ที่เราคิดว่าเขาเป็นประเทศเล็กกว่า เรามีแสนยานุภาพมากกว่า และเราพูดอะไรไป โดยไม่ระมัดระวัง คําพูดเหล่านี้ทําให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิตทํางานยาก ทํางานไม่ได้ ขณะที่ไปเจรจาคืบหน้าไปอะไร อยู่ ๆ ทางเมืองไทย คําพูด ทางเมืองไทยบางอย่างออกไปมันทําให้ทุกอย่างล้มเหลวไปหมด ๗ คนที่มีปัญหา ท่านประธานครับ ด้วยความเห็นใจอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าด้วยเจตนาดีที่ไปกัน แต่ด้วยเจตนาดี ที่ไปใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องมีหรือไม่ ท่านประธานครับ สมมุติว่ามีต่างชาติสักบางคนถูกจับกุม ในประเทศไทยเราจะใช้อํานาจรัฐที่จะไม่ฟ้องเป็นไปได้ แต่เมื่อฟ้องไปแล้วขังอยู่ในเรือนจํา เราจะใช้อํานาจรัฐไปบังคับให้ศาลต้องให้ประกันหรือปล่อยตัว มันเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้หรอกครับ ถ้าเราขังคนเขมร บางคนอยู่ในเรือนจําวันนี้และอยู่ ๆ มีข้อเรียกร้องจากกัมพูชาว่าเราจะต้อง สั่งให้ศาลปล่อยคนโน้นคนนี้กลับไปเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้ประกาศว่าเราจะดํารงไว้ ซึ่งนิติธรรม หลักที่เป็นอารยะและที่เป็นแบบแผน

ท่านประธานครับ ผมอยากให้สมาชิก ให้พวกเราไปเปิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ดูสักนิดหนึ่ง และย้อนไปถึง ๑๐๐ กว่าปีก่อนว่าอนุสัญญาและสิ่งที่เกี่ยวเนื่องต่อมาระหว่าง เจ้ากรุงสยามกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศสทําเอาไว้อย่างไร และจากตรงนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้น มาจนกระทั่งถึงเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มีอะไรที่ผิดพลาด ถ้าแผนที่ไม่ถูก ผิดพลาดก็ต้องแก้ไข ณ เวลานี้ตั้งกรรมาธิการมาเพื่อแก้ไขทําสิ่งที่ผิดให้ถูก ไม่ใช่ขายชาติ ไมใช่ขายแผ่นดิน ไม่ใช่ ไม่รักษาหลักสัจจะ ไม่ใช่ทรยศ และไม่ใช่สิ่งที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องลาออก หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องลาออก ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านประธานครับ และด้วยความขอบใจขออนุญาตใช้เวลาเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิระยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คน ที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิระยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ไม่น่าเชื่อว่าใน พ.ศ. นี้จะมีเหตุการณ์ที่คนไทยต้องอพยพหนีตายจํานวน ๒๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ก่อนเราเคยเห็นพี่น้องเพื่อนบ้านของเราที่เป็นชนกลุ่มน้อย ไม่ว่าจะเป็นทางประเทศพม่าก็ดี หรือในอดีตทางประเทศลาวก็ดี ทางประเทศเวียดนามก็ดี นานไปกว่านั้นอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารประเทศไทย แต่ใน พ.ศ. นี้ไม่น่าเชื่อว่า คนไทยจะต้องหนีตายจากภัยสงคราม นี่แสดงว่าเรามีปัญหาในชั้นนโยบายทางด้าน การต่างประเทศ เพราะมิเช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเป็นเรื่องปกติเหตุการณ์ ต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการประหยัดเวลาท่านประธาน หลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วก็ตรงกับสิ่งที่ผมจะได้อภิปราย ผมก็จะข้ามประเด็นนั้นไป เช่น ประเด็น เรื่องคนไทย ๗ คนที่ถูกจับกุม แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายประเด็นนี้ไปจํานวนมาก ผมจะข้าม ประเด็นนี้ไป แต่มีติ่งอยู่และถ้าแก้ไขปัญหาติ่งตรงนี้ไม่ดีไส้ติ่งตรงนี้ก็จะอักเสบ นั่นก็คือ ๒ คนไทยที่ยังถูกคุมขังอยู่ในประเทศกัมพูชา และในขณะเดียวกันพรรคพวกของเขา แนวคิด ของทีมของเขาก็ยังสู้ในสิ่งที่เขาเชื่อ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าถ้าแก้ไขปัญหานี้ไม่ดีไส้ติ่งก็จะอักเสบ แล้วก็จะแตกได้

ในประการที่ ๒ ที่ผมจะตั้งข้อสังเกตก็คือว่าผมเห็นใจรัฐบาลที่กําลังมีประเด็น พิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันในประเทศของเราแทนที่จะเป็นปึกแผ่น แต่กลับมีคณะบุคคลซึ่งเรียกสั้น ๆ ว่าพันธมิตร โจมตีรัฐบาล โจมตีนายกรัฐมนตรี โจมตี ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาดเสียเทเสีย ซึ่งจะไปว่าเขาก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะเขาก็เชื่อ ในสิ่งที่เขาเชื่อแต่ทําอย่างไรรัฐบาลถึงจะเจรจาเพื่อให้การทํางานของรัฐบาลซึ่งจะต้องต่อสู้ ในเวทีนานาชาติ มียุทธศาสตร์ไปในแนวทางเดียวกัน หรือมีข้อขัดแย้งให้น้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่ เป็นประเด็น และที่เป็นประเด็นมากไปกว่านั้นก็คือการต่อสู้ของกลุ่มที่มีความเห็นไม่ตรงกับ รัฐบาล เขามีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะแสดงออก และสิ่งที่เขาแสดงออกนั้นเป็นสื่อไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านของเราทุกวัน ๆ และในลักษณะที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาระหว่างกัน อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วงว่าความเห็นของคนในประเทศของเรามันไม่เป็นปึกแผ่น เมื่อไม่เป็นปึกแผ่นเราจะไปต่อสู้ให้มีน้ําหนักได้อย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องคิด และแก้ไขปัญหา ผมใช้คําว่า น่าเห็นใจรัฐบาล ที่ภายในของเราไม่เป็นปึกแผ่น แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมองอีกมุมหนึ่งเป็นกงกํากงเกวียนหรือไม่ เพราะท่านกับพันธมิตร ในอดีตที่ผ่านมาเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือก รู้ไส้กันทุกคน ร่วมมือกันทํางานการเมือง นอกสภา พันธมิตรถึงกับกล้ากล่าวว่าสนับสนุนให้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้เป็น นายกรัฐมนตรี ดังนั้นก็อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีอาศัยความสัมพันธ์เก่า ๆ คุยกับ พันธมิตรให้เป็นเอกภาพให้มากที่สุด ให้ได้ยุทธศาสตร์ที่ตรงกันถึงจะมีพลังขับเคลื่อน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ นี่ข้อสังเกตประการที่ ๒

ข้อสังเกตประการที่ ๓ ก็คือตัวขับเคลื่อนด้านนโยบาย คือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ โดยส่วนตัว น่าเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเป็นที่สุดที่ท่านต้องทําหน้าที่ไปเจรจาความกับประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่ ท่านก็รู้ตัวเองว่าเขาไม่ชอบหน้าท่าน นี่คือสิ่งที่น่าเห็นใจที่สุด แต่ในความน่าเห็นใจนั้น มันมีภาษิตไทยบอกว่า คําพูดที่ยังไม่ออกจากปาก ขณะที่ยังไม่ออกจากปากเราเป็นนายมัน แต่เมื่อท่านพูดอะไรออกไปแล้วคําพูดนั้นมันจะมามัดตัวเรา และเป็นนายของท่าน ผมจะไม่พูดถึงในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเกือบเป็นสิบ ๆ ท่านที่ได้พูดถึง เพราะผมเห็นว่า มากพอแล้ว แต่สิ่งนั้นมันจะติดตัวท่านไปตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีปรับปรุงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศมาตลอด เพราะเป็นตําแหน่งสําคัญ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ รองจาก นายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจท่านนายกรัฐมนตรีว่าคงไม่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตําแหน่งนี้ อย่างแน่นอน เพราะถ้าปรับปรุงท่านก็คงจะปรับปรุงไปนานแล้ว แต่ผมมองว่าท่านกษิตยังสามารถทํางานให้กับบ้านเมืองได้อีกหลายมิติ ท่านจะมีประโยชน์ ให้กับบ้านเมืองในสิ่งที่ท่านถนัด ถ้าท่านจะเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง ผมคิดว่ามีเพื่อน สมาชิกหลายท่านได้ขอให้ท่านแสดงสปิริต ผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ เพราะผมมั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก แต่ขณะนี้เมื่อเสียงหลายฝ่าย เห็นพ้องต้องกันท่านต้องทําภาระหน้าที่ของท่านตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ผมไม่มีอะไรจะพูดไปมากกว่าประเด็นนี้ที่กล่าวมา

ข้อสังเกตประเด็นที่ ๔ มีการสํารวจความคิดเห็นของประชาชน ของโพล สํานักหนึ่งระบุว่าประชาชนไม่พอใจการทําหน้าที่ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท บริเวณพื้นที่ทับซ้อนถึงร้อยละ ๘๐.๒ ท่านประธานที่เคารพ ร้อยละ ๘๐.๒ แสดงถึง ความห่วงใยของพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้ยุคโลกาภิวัตน์บ้านเมืองมันไปถึงไหน ๆ แล้วเรา จําเป็นที่จะต้องทําให้ทั้งภายในและรอบบ้านของเราสงบสุข นานาอารยะประเทศทั่วโลกที่มี เขตแดนติดต่อกันล้วนมีปัญหาเรื่องเขตแดนที่ต้องมีการพิจารณากัน เจรจากัน บางประเทศ ก็เร็ว บางประเทศก็ช้า แต่เดี๋ยวนี้เขามีแนวคิดครับท่านประธาน เขาพัฒนาความคิดว่า ทั้ง ๒ ประเทศจะใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนได้อย่างไร ที่เขาเรียกว่า วิน วิน (Win Win) ทั้ง ๒ ฝ่าย นี่คือสิ่งที่ขณะนี้นานาอารยะประเทศเขาคิดกันในแนวนี้และ จากการให้ความเห็นของท่านยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจําประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าสิ่งที่ทําให้เกิดความขัดแย้งจนนําไปสู่การปะทะกัน ตามแนวชายแดน คือการถือแผนที่กันคนละฉบับ นี่คือสิ่งที่ทางท่านเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจําประเทศไทยให้ความเห็นว่าสิ่งที่ทําให้เกิดความขัดแย้งก็คือการถือแผนที่กัน คนละฉบับเพื่อยุติความขัดแย้งควรหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจาภายใต้กรอบการตกลงของเจบีซี นี่คือท่าทีที่เป็นทางการล่าสุดของทางฝ่ายกัมพูชา ผมก็อยากจะฝากข้อคิดว่าทําอย่างไร ถึงจะทําประโยชน์ร่วมกันบนพื้นที่ทับซ้อนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้ง ๒ ประเทศ เพราะเราไม่อาจยกประเทศไทยของเราหรือยกประเทศเขมรไปที่ไหนได้เลย ต้องอยู่ติดกัน ตลอด ไปมาหาสู่กันเป็นญาติสนิทพี่น้องไปแล้ว

ประการสุดท้ายครับ สิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลก็คือเราจะดูแลบ้านเรือน ทรัพย์สินราษฎรที่เสียหายที่เขาไม่ได้ก่อให้เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีได้อย่างไร ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเอื้ออาทรยังประเทศเพื่อนบ้านที่เขาเสียหายจากการปะทะกัน อย่างไรบ้าง ถ้าเราได้แสดงออกตรงนี้ด้วย ไม่ใช่ดูของเราเสียหายอย่างเดียว เราดูของเขา เสียหายอย่างไรบ้าง เอื้ออาทรต่อกันมิตรภาพจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ขอฝากเป็นประเด็น สุดท้ายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณอรรถพร พลบุตรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าช่วงเวลานี้จะมีเวลาให้อภิปรายไม่มากนัก แต่ผมก็ขอใช้นาทีแรก ของการอภิปรายเพื่อจะขอให้กําลังใจสําหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องอพยพ ทิ้งบ้านทิ้งเมือง มีชะตาชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง หวาดวิตก แล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ที่สันติสุขจะคืนมา ผมขอให้กําลังใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบต่อเรื่องนี้ที่ท่านจะต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่งในการดูแล ประคับประคองประชาชนของท่าน ชาวบ้านของท่านให้เกิดกําลังใจ ให้เกิดความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยในชีวิต ผมขอแสดงความเสียใจกับวีรชนของชาติ สิบเอก ธนากร พูลเพิ่ม สิบเอก วุฒิชรินทร์ ชาติคําดี ที่เอาเลือดเนื้อรักษาอธิปไตยและความเป็นชาติ สิ่งที่เราจะทําได้ ก็คือการสื่อให้วิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตและพี่น้องประชาชนได้รู้ว่า พวกเราที่ยังอยู่จะทํา หน้าที่ในการรักษาความเป็นชาติ รักษาอธิปไตย รักษาพื้นที่ให้ดีที่สุดด้วยชีวิต แต่เราจะทํา อย่างไร ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพรมแดนระหว่างชาติมันเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีที่มา มีประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาหรือประเทศอื่น ๆ ที่ดํารงอยู่ ความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาแน่นอนครับ ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อท่านกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ความขัดแย้งไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลเขมร แล้วความขัดแย้งก็ไม่ได้ เริ่มต้นเมื่อ ส.ส. ของรัฐสภาไทยบางส่วนไปชักชวนผู้นําต่างชาติให้ประกาศความเป็นศัตรู กับรัฐบาลไทย ความขัดแย้งมันก่อนหน้านั้นเป็นร้อยเป็นพันปี มันเป็นความขัดแย้งในเชิง ประวัติศาสตร์ มันเป็นความขัดแย้งในเชิงทัศนคติ เหมือนที่เราเองก็เคยมีทัศนคติที่ฝังลึก ในหัวใจกับประเทศบางประเทศมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ปัญหามันจึงไม่ใช่ปัญหา ที่แก้ง่าย เราอาจจะประกาศกําลังรบเอาเอฟ ๑๖ ไปถล่ม เอากองทัพเรือไปถล่ม พูดได้ครับ เราสร้างสงครามบางระจันบนเวทีได้ครับ แต่คนที่ตาย สิบเอก ธนากร คนที่ตายชื่อ สิบเอก วุฒิชรินทร์ ไม่ใช่พวกเราครับ ฉะนั้นกระบวนการที่จะหาข้อยุติในเรื่องข้อพิพาททางชายแดน พรมแดน ซึ่งยังเป็นข้อพิพาทซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และประเด็นที่สําคัญคือต้องยอมรับ ความจริงว่าประเทศที่มีข้อขัดแย้งก็ต้องอยู่กันไปอย่างนั้นตราบชั่วฟ้าดินสลายครับ ผู้นําที่เรา อาจจะไม่ชอบ อาจจะมีทัศนคติในเชิงลบต่อกัน วันหนึ่งตายไปผู้ปกครอง คนใหม่ก็เกิดขึ้นมาอีกสิบอีกร้อยคนเป็นพันปีต่อไป ประเทศมันแยกออกจากกันไม่ได้ ฉะนั้นมิติการคลี่คลายปัญหามันต้องมองไกลมากกว่าความรู้สึกชั่วครู่ชั่วยามในวันนี้ ต้องมอง ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเราที่จะไม่ต้องอพยพหลบภัยอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้อีก กระบวนการ เหล่านี้มันได้มองเลยไปถึงความเป็นเส้นแบ่งของพรมแดน ซึ่งแน่นอนครับ บางพื้นที่ที่ไม่มี ปัญหาเราลากเส้นทางภูมิศาสตร์ได้ครับ เอาหลัก ๒ หลักมาลากเส้นตรง เอาหมุด ๒ หมุด มาลากเส้นตรง จบครับ แต่หลายพื้นที่ในประเทศที่เป็นปัญหา บางทีมันเป็นเส้นทาง เศรษฐศาสตร์ปากท้องของชาวบ้าน มันทับ มันซ้อน มันพิสูจน์ยาก ในที่สุดก็เกิดวิถี วัฒนธรรมที่ชาวบ้านก็หากินร่วมกัน อพยพ โยกย้าย รุกกันไปรุกกันมา นาน ๆ ทีก็ยิงกัน สักครั้งหนึ่ง เดี๋ยวก็มาเจรจาสงบศึก บางทีมาเตะตะกร้อร่วมกัน มันยากที่จะลากเส้นแบ่ง โดยที่ทําให้แต่ละประชาชาติได้ยอมรับในบทบาทของผู้นําของตนเอง มันต้องมีกระบวนการ อันหนึ่งเกิดขึ้น กระบวนการอันนี้ที่เราเรียกกันว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ที่บางคนประณามว่า เป็นกระบวนการในการขายชาติหรืออะไรก็สุดแต่ที่จะมีทัศนคติต่อกัน แต่ที่จริงเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไม่ใช่อะไรเลย ก็เป็นเพียงระบบที่จะให้เราสามารถหาหนทางออกเมื่อเกิด ข้อพิพาทขัดแย้ง ไม่ต้องมารบกันครับ มันก็เป็นเพียงบันทึกความเข้าใจของรัฐบาลไทย กับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก เมื่อเกิดปัญหาแทนที่จะถล่มกันด้วยขีปนาวุธหรือปืนใหญ่ มีเวทีกลางมานั่งคุยกัน ฉะนั้น เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จึงมีหลักสําคัญอยู่ทั้งหมด ๔ ประการในความคิดของผม

๑. คือเน้นการเจรจาหาข้อยุติ ไม่มีสภาพบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องทําตาม อีกฝ่ายหนึ่งด้วยอําเภอใจ เหมือนที่สมัยก่อนเรือปืนของต่างชาติมาถล่มของเรา ที่แม่น้ําเจ้าพระยา

๒. มันเป็นเรื่องของคน ๒ ชาติคุยกัน ไม่ให้ชาติที่ ๓ ชาติที่ ๔ มาแทรกแซง วุ่นวาย ที่เขาเรียกทวิภาคี คุยกัน ๒ ชาติ ชาติที่ ๓ ชาติที่ ๔ มา ยุ่งครับ

๓. หลักฐานต่าง ๆ ที่จะเอามาใช้ในการเจรจาหาข้อยุติ ต้องเป็นหลักฐานที่ ทั้ง ๒ ฝ่ายยอมรับ ถ้าหลักฐานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ หยิบยกมา เขมรก็ต้องยกตัวนั้น เพราะเป็นหลักฐานเดียวที่เขามีอยู่ ถ้าประเทศไทยไม่ยอมรับ ก็ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการเจรจาเพื่อหาข้อยุติบนโต๊ะเจรจาของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ได้ เช่นเดียวกับฝ่ายไทยถ้าเรามีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งปรากฏขึ้นนอกจากสันปันน้ํา ถ้าเขมรไม่ยอมรับก็ไม่ใช่สภาพบังคับที่จะทําให้ปัญหานั้นจบ เพราะถ้าไม่มีกลไกตรงนี้ ต่างฝ่ายต่างยึดหลักฐานของตนเอง แล้วไปบังคับต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ต้องมีเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ หรอกครับ มีเอฟ ๑๖ ดีกว่าครับ

และข้อสุดท้ายก็คือว่า เมื่อเจรจากันแล้ว ในพื้นที่ใดที่สามารถเจรจาหาข้อยุติได้ ลากเส้นแบ่งขึ้นมาได้ ก็ต้องให้ผู้แทนปวงชนทั้งสภาพิจารณาว่าเห็นชอบหรือไม่ มันไม่ใช่เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือท่านกษิต ภิรมย์ จะไปเซ็นสัญญากับผู้นํา บางชาติ แล้วก็หาผลประโยชน์กันตรงนั้นโดยที่พวกเราไม่รับรู้ ต้องผ่านสภาแห่งนี้ ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ มันขายชาติตรงไหน แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ถูกหยิบยก มาเป็นข้อโจมตีกล่าวหาอยู่ในทุกวันนี้มันใช้ไม่ได้หรือ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มันใช้ไม่ได้เพราะไม่มีทาง ที่รัฐบาลไทยซึ่งเราแสดงความคัดค้านในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ที่จะไม่ยอมรับหลักฐาน เรื่องแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ทําให้พื้นที่ทับซ้อนเป็นของเขมร เราไม่เคยยอมรับ มันถูกใช้ ตรงนี้ไม่ได้ แล้วมันขายชาติตรงไหน

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายผมมองว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ จะเป็นกลไก ขายชาติหรือไม่ มันก็อยู่ด้วย ๒ เหตุผลครับ ๑. ใครเป็นคนใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ และ ๒. ใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เพื่อการใช้ เพื่อการขายชาติ เพื่อการแสวงหาประโยชน์ทับซ้อน ในพื้นที่คาบเกี่ยว เพื่อใช้เป็นประเด็นในการสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองก้าวไปสู่จุดที่เรา ไม่พึงปรารถนา หรือว่าเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มันอยู่ที่เจตนารมณ์ในการใช้ และอยู่ที่คนที่เป็นตัวแทนของประเทศในการใช้เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นกลไก เป็นเครื่องมือ ซึ่งถ้าพิจารณาตรงนี้ผมว่าเส้นทางชีวิตของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ ท่านกษิต ภิรมย์ นับตั้งแต่วันแรกของชีวิตจนถึงวันนี้ เมื่อเทียบกับเส้นทางของคนหลายคนที่กล่าวหาว่า รัฐบาลขายชาติ ผมไม่หวาดระแวงท่านกษิต ผมไม่หวาดระแวงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมหวาดระแวงคนบางคนครับ ฉะนั้นในฐานะผู้แทนราษฎรก็พยายามจะสื่อสารความเข้าใจ ให้เกิดความเป็นปึกแผ่นในชาติและร่วมแก้ปัญหาที่จะอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านได้อย่าง สันติสุข และเหตุการณ์อย่างวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

สุดท้ายครับ พื้นฐานที่สําคัญอันหนึ่งก็คือว่าในความขัดแย้ง เราต้องยึดถือ ข้อเท็จจริงมากกว่าความเชื่อ ต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ถ้าเรามองว่าคนที่คิดต่าง เป็นคนขายชาติ ประเทศไทยจะมีคนขายชาติมากที่สุดในโลกครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย โคราช ท่านประธานครับ กรณีเหตุที่เกิดระหว่างประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ต้องขออนุญาตเรียน อย่างนี้ว่าผมไม่อยากจะไปบอกว่าสาเหตุมาจาก ๗ คนที่เข้าไปในประเทศกัมพูชา ที่มีรายชื่อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ถึง ๗ นั้นเป็นต้นเหตุ ไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีนอกมีใน มีการเดินเกม ลึก ลวง ลับ พราง อะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ผมเรียนว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ประเทศกัมพูชา มีแผนที่ฉบับหนึ่ง เราถือแผนที่อีกฉบับหนึ่ง ต่างกันเท่านั้นเอง เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาเข้าใจในแผนที่ที่เขา ยึดถือ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อะไรที่ว่ากัน ของเราก็ใช้สันปันน้ํา ท่านประธานครับ หลาย ๆ คน ก็ทราบ แต่ผมเรียนว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเราก็รู้ว่าเมื่อมันมีความเห็นแตกต่างกันอย่างนี้ แล้วเขตแดนเข้าออกยังไม่แน่ใจกันทั้ง ๒ ฝ่ายเพราะปักปันเขตแดนไม่เสร็จ เจบีซีร่วมกัน ทั้ง ๒ ประเทศแก้ไขไม่ได้ ตัดสินใจยังไม่ตกลงครับ ต้องใช้ระยะเวลายาวมาหลายสิบปี ผมในส่วนเท่าที่เป็นกรรมาธิการการทหารตามเรื่องนี้มาตลอด ไม่ใช่แค่นี้หรอกครับ มาตรา ๗๘ ยิ่งมีปัญหาหนักขึ้นอีกในอนาคต บริเวณเกาะกูด อ่าวไทยนั้นยังไม่จบหรอกครับ เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว ๗ คนที่เข้าไปโดยท่านเพื่อนสมาชิกของเราอ้างว่าได้รับ การร้องเรียนในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องเข้าไปดูแลความเดือดร้อน นี่เป็นเรื่องที่น่าปรบมือ ยกย่องให้ในฐานะทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรที่ดี ไม่ได้มีนอกมีใน อย่างนี้โอเคไม่มีปัญหาครับ ท่านประธาน แต่เมื่อเดินเข้าไปแล้ว ไปดูพื้นที่สํารวจที่เกิดเหตุแล้ว ๗ คนถูกจับในพื้นที่ที่ยัง ไม่แน่ชัดว่าของประเทศไทยหรือของประเทศกัมพูชา ผมเชิญ ตชด. พื้นที่ซึ่งอยู่มานานมาก มาชี้แจง เชิญกองกําลังบูรพาเข้ามาชี้แจง บอกคุยกันอย่างลูกผู้ชายชาติทหารเลยว่าที่ถูกจับนั้น อยู่ประเทศไทยหรือประเทศกัมพูชาก็ยังไม่ตอบ ตอบไม่ได้ ผมก็บอกว่าท่านใช้ชีวิตในการ รับราชการมาหลายสิบปีอยู่ตรงนั้นมันต้องจมูกเป็นมดเลย มองนิดเดียว สายตาท่านต้อง เป็นเหยี่ยวเลย นิดเดียวรู้หมด พื้นที่ตรงนี้เข้าได้ เข้าไม่ได้ เขาบอกว่าเขาได้บอกแล้ว ว่าอย่าเข้าไปพื้นที่อันตราย เขาตามตลอดหลังจากที่ ๗ คนเข้าไป เขาก็บอกว่าอย่าเข้าไป พื้นที่ตรงนี้อันตราย แต่ไม่ได้ชี้ชัดเจนเพราะว่าไม่ได้หยุดยืนคุยกัน เพียงแต่ตะโกนร้องบอกกัน ตชด. ก็ตามไป ท่านประธานครับ นี่คือเขตแดนที่ยังไม่มีความชัดเจน ปักปันเขตแดน ไม่ชัดเจน วันนี้ต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่าวันนั้นท่านตัดสินใจเด็ดขาดนิดเดียว ทั้ง ๆ ที่ผมก็เชื่อว่าวันนี้ท่านผ่านร้อน ผ่านหนาวมาพอสมควร ๗ คนไทยจะจับจับไป แต่ต้องปล่อยออกมา เพื่อนบ้านที่ดี มีไมตรี ต่อกันเหมือนบ้านพี่เมืองน้อง เคยปะทะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ตายกันแค่คนหนึ่ง ยิงกันเพราะ ไม่เข้าใจกันหรือเกิดอุบัติเหตุ พอถูกจับปั๊บต้องแสดงทุกวิถีทาง เอา ๗ คนออกมาให้ได้ ไม่ต้องขึ้นศาลครับ นี่คือสิ่งที่บอกได้ว่าความเป็นผู้นํามีความสําคัญมาก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็เข้าไปเจรจาด่วนที่สุด เข้าไปเลย แต่ว่าไม่ได้ทําครับ มาทําทีหลังแล้ว ขึ้นศาลแล้ว ติดต่อล่าช้า ท่านประธานครับ คนไทย ๗ คนใครจะสะใจที่เขาถูกจับอย่างไร ก็ตาม แต่ผมคนหนึ่งเป็นคนที่ไม่สะใจด้วย ผมไม่ได้รู้จักสนิทชิดคุ้นกับ ๖-๗ คนนั้น อาจจะมี เพื่อนผู้แทนราษฎรอยู่ แต่แสดงให้เห็นว่าวันนี้เพื่อนมิตรชิดใกล้ประเทศเพื่อนบ้านประเทศ กัมพูชาเขาต้องมีไมตรีกับเรา ค้าขายกันมายาวนาน มีความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่วันนี้รัฐบาล ช้าต่างหากในการตัดสินใจ ถ้าหากว่าเข้าไปเจรจาแล้ว กดดันโดยทางทหารแล้ว กดดัน ทุกวิถีทางแล้วเขาไม่ปล่อยพี่น้องคนไทยทั้ง ๗ คนออกมา จะยิงกันก็ต้องยอมครับ ชีวิตคนไทยครับ และเขตแดนตรงนั้นไม่ชัดเจนแน่นอน แต่วันนี้เรากลับปล่อยเวลาให้มันเนิ่นนานไป จนกระทั่งกลายเป็นเชื้อเพลิงเชื้อไฟที่มันปะทุ กลุ่มพี่น้องหลายคนที่ออกมาเรียกร้อง การแสดงความรับผิดชอบต่อผู้นํา ต่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ของเราว่าวันนี้ทําไมท่านถึง ปล่อยให้ ๗ คนนั้นถูกจับดําเนินคดี ๒ คนถูกติดคุกติดตาราง ๘ ปี ๖ ปี ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่น่าจะต้องบอกว่าการตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาด ถ้าตัดสินใจตรงนั้น กดดันตรงนั้น ผมเชื่อได้ว่าทางประเทศกัมพูชาเองเขาก็คงจะต้องปล่อย เพราะว่ามันบ้านพี่เมืองน้อง มีอะไรเจรจากันได้ ถึงแม้ว่าในอดีตก่อนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนี้จะมาดํารงตําแหน่ง เพราะท่านก็ไม่ได้รู้หรอกครับว่าท่านจะได้มานั่งตรงนี้ อาจจะพูด อะไรรุนแรงไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติบนเวที ผมว่าอย่างนี้อภัยกันได้ แต่ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ผมมีโอกาสคุยกับเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์หลายคน เขาก็ชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าเก่ง ใช้ได้ รอบรู้ เพราะท่านอยู่ตรงนี้ มาตลอดชั่วชีวิตราชการ แน่นอนครับมันก็สะสม แต่บางอย่างท่านก็ไม่ทันเกม ต้องยอมรับ พอดีไปเจอเพื่อนบ้านที่ผู้นําเขามีความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญด้านการต่างประเทศ มากกว่า ผมไม่อยากจะบอกว่าท่านเก่งแต่เก่งไม่พอ ไม่อยากจะพูดอย่างนั้น เมื่อรัฐบาลนี้ ให้ท่านไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ทําหน้าที่ของท่านตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเพื่อบ้านเพื่อเมือง เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หลาย ๆ อย่างท่านต้อง เตรียมข้อมูลทั้งหมดให้ท่านนายกรัฐมนตรีในทุกเรื่องครับ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย แล้ววันนี้เราจะเห็นว่าเราถูกโดดเดี่ยวครับท่านประธาน เขาก็เหมารวมไปให้ท่านหมด ท่านขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตรงนี้ ประเทศพม่าวันนี้ไปเยี่ยมเยียนเขา สักกี่ครั้งกี่หนกับผู้นําของเขา กับรัฐบาลของเขา เข้าไปได้หรือไม่ได้ ประเทศลาวเหมือนกัน บ้านพี่เมืองน้องทั้งนั้น เป็นประเทศเดียวที่พูดจาภาษาไทยกันรู้เรื่อง แต่ความสัมพันธ์ห่างเหิน กันทุกวัน แต่ท่านอาจจะบอกว่า ไม่ใช่ วันนี้ดีขึ้น ผมดูในเอกสารท่านบอกดีขึ้น วันนี้ท่านมา แสดงปาฐกถาที่ตึกวุฒิสภา ท่านก็บอกความสัมพันธ์ดีขึ้นตั้งแต่ท่านมาเป็น ประเทศพม่า ประเทศลาว กับประเทศไทย ผมบอกว่ามันไม่น่าจะใช่ วันนี้ยิ่งประเทศกัมพูชาไม่ต้องพูด และสิ่งที่สําคัญที่สุดผมเชื่อได้ว่านโยบายเดิม ๆ ที่ผิดพลาดในอดีต ตั้งแต่ประเทศมหาอํานาจ เข้ามาตั้งฐานทัพที่เรา มีปัญหากับเพื่อนบ้านหมด แต่นั่นคือสิ่งที่ในแต่ละรัฐบาลมีนโยบาย ที่ต่างกัน เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วความรู้สึกต่อเพื่อนบ้านมีแน่ แต่ท่านอาจจะบอกว่าไม่มีใครพูดเลย เดี๋ยวนี้ไปเยี่ยมประเทศพม่า ไปเยี่ยมประเทศโน้นประเทศนี้ เพื่อนบ้านไม่มีใครพูดในอดีตว่า เราเคยมีฐานทัพแล้วเอาเครื่องบินไปบอมบ์ (Bomb) เขา ผมว่าไม่จริงหรอกครับ วันนี้ ประเทศเราถูกย่ํายีโดยหลาย ๆ ประเทศที่เป็นประเทศจักรวรรดินิยม ล่าอาณานิคม พวกเรา ยังมีความรู้สึกเลย เขาเก็บไว้ในใจ ต่อหน้าท่านเขาไม่พูดหรอกครับ แต่สิ่งที่ท่านจะต้องทํา ก็คือความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจ ทําอย่างไรที่จะให้เพื่อนบ้านประเทศลาว บ้านพี่เมืองน้องของเรามีความรักต่อประเทศไทย มีความเข้าใจต่อประเทศไทย แล้ววันนี้ ท่านเห็นไหมครับประเทศเวียดนามเป็นอย่างไรครับ แถวนี้ในภูมิภาคนี้เขานิยมชมชอบ ประเทศเวียดนามหมดครับ ความจริงใจที่มีต่อกัน นโยบายในอดีตมันเสริมเติมกันทั้งนั้นเลย ท่านประธานครับ วันนี้มีเวียดนามอยู่ในประเทศกัมพูชากี่ล้านคนครับท่านประธาน ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ วันนี้ถ้าเราเปิดศึกสงคราม อาจจะเรียกว่า สงครามจํากัดเขต หรือจะเรียกว่าการปะทะกันย่อย ๆ อาจจะไม่ถึงสงครามขนาดใหญ่ แต่มีการยิงปืนใหญ่ในสนามสู้รบกันก็ถือว่าไม่ใช่ธรรมดาแล้ว พี่น้องคนไทย พี่น้องชาวกัมพูชา วิ่งสับสนอลหม่านหนีตายกันเยอะแยะไปหมด วันนี้มีการเพิ่มเติมกําลังอีกล่าสุดนี้ครับ ใน ๑ ชั่วโมงที่ผ่านมานี่ผมได้รับแจ้งเข้ามา กําลังเราก็เติมเข้าไปอีกเยอะไม่ใช่น้อย ไม่อยาก บอกตัวเลข รถถังเข้าไปอีกเท่าไร ไม่น้อยครับท่านประธาน ฝ่ายโน้นก็เติมกําลังเข้ามา นี่คือสิ่งที่ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย ผมถามว่ารบแล้วใครได้ ใครเสีย ทั้ง ๒ ประเทศพังหมด หลายคนก็ดําเนินการเพราะว่ามีพี่น้องหลายคนไม่เข้าใจ รัฐบาลต้องชี้แจงกับกลุ่มพี่น้อง ทั้งหลาย ต้องพยายามครับ เรามีตัวแทนเพื่อนสมาชิกหลายคนอยู่ในสภา ทั้งสมาชิกวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ต้องพยายามเจรจาให้พี่น้องเราได้เข้าใจ อย่าเอามาเป็นประเด็น ซึ่งมันทําให้เกิดสงครามแน่นอนในอนาคต ถามว่าเพื่อนบ้านทะเลาะกันมีความสุขหรือ แล้วอย่ามองว่าวันนี้อํานาจทางการรบประเทศไทยเหนือกว่าประเทศกัมพูชา จริงอยู่ครับ ถ้าหากว่าสนธิกําลังกัน กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ประเทศกัมพูชาสู้ ไม่ได้หรอกครับ อย่าไปบอกว่า ๖๐ กว่าล้านคนกับ ๑๓ ล้านคนเป็นตัวเปรียบเทียบ ไม่ใช่ วันนี้พันธสัญญา สนธิสัญญาระหว่างประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศพม่า ต่อประเทศกัมพูชาเป็นอย่างไร วันนี้เราบอกว่าเราพยายามที่จะเจรจาแบบทวิภาคี เอา ๒ ประเทศเจรจาคุยกันแก้ไขปัญหา ผมถามว่าเขาจะยอมหรือ เขาบอกแล้ว เขาปฏิเสธแล้ว ไม่เจรจาด้วยแล้ว ก็เรามีอํานาจทางการทหารมากกว่า เขาเป็นประเทศเล็ก เขาด้อยกว่า เจรจาอย่างไรมันก็จบยาก เสียเปรียบ แน่นอนที่สุดครับ วันนี้พันธมิตรเขามีเยอะแยะ สหประชาชาติบอกว่าวันนี้ให้ภูมิภาคจัดการกันก่อน ประเทศอินโดนีเซียเข้ามาเจรจา จบไหมครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อินโดนีเซีย นายอาร์ เอ็ม มาร์ตี้ มูเลียนา แล้วต่อไปก็ต้องเป็น นางมาเรีย เอ็มมา เมเคียเบเลซ ประเทศบราซิล ประธานใหญ่ ผมบอกนี่คือความเดือดร้อนของประเทศทั้งนั้น แต่สิ่งที่ผมมองดู แล้วว่าความบกพร่องที่ปัญหานี่มันเกิด เพราะการตัดสินใจที่ล่าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทําให้ เหตุมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ หลายคนก็บอกว่าเรามีอํานาจทางการรบมากกว่า ท่านประธานก็ผ่านโรงเรียนทหาร วันนี้เตรียมครับ ไม่ใช่ไม่เตรียมครับท่านประธาน พูดกัน ตรง ๆ ครับ แน่นอนครับเมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ก็ต้องเตรียม เครื่องบินรบเตรียมครับ เอฟ ๑๖ เอดี เตรียม แต่ถามว่ามันไปทําลาย ไปบอมบ์ มันอยู่ได้หรือในโลก เขาก็จะมองว่าเราเป็นประเทศใหญ่ รังแกประเทศเล็ก แล้วถ้าเข้าไปบอมบ์ในวันนี้ ผมบอกท่านได้เลยครับ ผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีกษิตครับ เครื่องบินรบเรานี่ จรวดยิงทําลายพิสัยไกล ๆ ยิงจากที่สูง ๆ ไกล ๆ ระยะห่าง ๆ แม่นยําเราแทบไม่มีนะครับ เพราะอเมริกันไม่ขายให้ ต้องบินโดยเพดานบินต่ํา ถามว่าเครื่องบินเพดานต่ําวันนี้ จรวดแซมสอยล่วงเลย เป็นอย่างไรครับ มันไม่ได้สนุกเลย แม้แต่นิดเดียว ท่านประธานครับ ถ้าเก่งจริงวันนี้ต้องไม่มีรบ ถ้าเก่งจริง การรบต้องไม่เกิดครับ นี่สิเก่งครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องเรียนว่าหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ คน พี่น้องสมาชิกของเรา ทั้งหลายก็พากันเป็นห่วง เพราะวันนี้ถ้าเกิดว่าปล่อยให้ปัญหามันยังเกิดต่อเนื่องยาวนาน อย่างนี้แล้วไม่ทําความเข้าใจกับพี่น้องคนในชาติ ซึ่งกลุ่มหนึ่งแน่นอนครับ เขาอาจจะไม่สบายใจ เพราะเขาก็บอกว่าดินแดน ไม่ใช่บริเวณปราสาทนี่ศาลโลกไม่ได้ตัดสิน เราถึงบอก พูดกันอยู่ เสมอว่านี่คือพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร สงสัยกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้ มันต้องไม่มีทหาร ก็ตกลงกันอย่างนั้น ผมนี่ขึ้นไปดูท่านประธานครับ พาคณะกรรมาธิการ การทหารจากหลายพรรคการเมืองขึ้นไป ท่านเชื่อไหมครับว่าผมได้รับทราบแต่เข้าไปไม่ถึง เมื่อทหารเขาบอกไม่ให้เข้าก็ไม่เข้า เขาบอกมีทหารประเทศกัมพูชาเยอะแยะที่ภูมะเขือ นี่ละครับ ที่ภูมะเขือที่ยิงกันตูมตามท่านประธานครับ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมถามให้ท่านยืนยันได้ไหมว่าภูมะเขือ มีทหารไทย ไม่มีทหารกัมพูชา ท่านตอบมาเลยครับว่ามีแต่ทหารไทย นี่ครับคือสิ่งที่ผมต้อง บอกว่าบางครั้งการจัดทหาร การวางกําลัง เอาทหารทั้ง ๒ ประเทศที่มีชายแดนติดต่อกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน แล้วอยู่ติดกัน เขาไม่ทํากันครับท่านประธาน ท่านเป็นนักการทหารท่านก็รู้ หลายคนบอกว่า ดีสิมันจะได้ไม่มีปัญหา กินข้าวหม้อเดียวกันจะได้ไม่เกิดการปะทะยิงกัน แต่ไม่ใช่ครับ เขาไม่ทํากัน หลาย ๆ ประเทศเขามีแนวเขตแดน มีบอร์เดอร์ ไลน์ (Border Line) เสร็จปั๊บ ทหารแต่ละคนอาจจะยืนจังก้ากัน ถือปืน ต่างคนก็ต่างไม่คุยกัน เพราะเขารู้ว่าตราบใด ที่นั่งกินข้าวด้วยกัน เดี๋ยวมันก็เปรี้ยงป้าง มนุษย์นะ แหย่กันไปแหย่กันมา ชนแก้วกันนิดหน่อย มีปัญหาตามมาทั้งนั้น พอเสียงปืนนัดแรกแตก อันหลังตามมาเป็นชุดเลย ท่านประธานครับ วันนี้อย่าประเมินว่าประเทศกัมพูชาอํานาจกําลังรบเขาต่ํามาก มันไม่ใช่ครับ ผมบอกแล้วว่า เขามีพันธมิตร วันนี้อาวุธจากประเทศจีนเข้ามาเท่าไร ปืนวันนี้เขาใช้ ๑๓๐ จากประเทศจีน ยิงที ๒๐ กิโลเมตรเหมือนกัน สอยร่วงเหมือนกัน เครื่องบินรบเรานี่ นั่นคือสิ่งที่ต้อง ระมัดระวังแล้วเกิดประโยชน์ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวในเรื่องของสงคราม มันต้องสร้าง ความเข้าใจอันดีต่อกัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเจบีซีต้องรีบดําเนินการ ผมถึงเรียกร้อง อยู่เสมอว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเถอะครับ ไม่ใช่ผมไม่มั่นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับ พอผมพูดมาอย่างนี้หลายคนก็บอก จะต้องใช้ทักษิณหรือ ไม่ใช่ คนละเรื่องเลย เพียงแต่ ณ วันนี้เราก็ทราบ ผมก็ทราบ หลายคนก็รู้ ชั้นเชิงแทคติคส์ (Tactics) ลูกเล่น ลูกอะไรทั้งหลายของผู้นําของประเทศกัมพูชาเขาสุด ๆ เหมือนกัน เราต้องตามให้ทันครับ ผมถึงเรียกร้องอยู่เสมอว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้ ทุกเรื่องหรอก การทหารท่านก็ไม่ได้ชํานาญการอะไรนัก แต่ว่าท่านที่ปรึกษาก็ดี รัฐมนตรีก็ดีต้องให้ข้อเสนอ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ให้ท่านได้ตัดสินใจ ให้ท่านได้พิจารณา แต่ ณ วันนี้ไม่เลย น้อยมาก ถึงต้องบอกว่า ณ วันนี้นะครับ ด้วยความกังวลว่าถ้าเกิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี เอาละ ท่านอาจจะอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ผมคิดว่าผู้นําต่อผู้นําคุยกันไม่ได้เสียหาย ประเทศเล็ก ประเทศใหญ่ เพื่อนบ้านที่ดี ทะเลาะกันไม่มีประโยชน์ แล้วไม่มีใคร ท่านประธานครับ ผมก็ คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่ปรารถนาที่จะให้ ๒ ประเทศรบกันอยู่แล้ว ผมเชื่อว่า ท่านก็เป็นผู้นําที่อยากจะเห็นความสามัคคีของพันธภาพทั้ง ๒ ประเทศ แล้วก็ประเทศ เพื่อนบ้านทั้งหลายมีแต่ความสงบ แต่ในบางอย่างมีตัวกระตุ้นหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเราไม่มีความพร้อมที่จะไปรบกับใครง่าย ๆ หรอกครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปท่าน นายกรัฐมนตรีครับ วันนี้กระสุนปืนใหญ่ ๑๓๐ ๑๕๕ ๑๐๕ ที่ยิงเข้าไป ซัดเข้าไป ๔๐๐-๕๐๐ ลูกครับ ท่านประธานครับ กระสุนสํารองอีก ๗ วันมีให้ยิงหรือเปล่าไม่รู้ มีให้ยิงหรือเปล่าไม่รู้ ครับวันนี้ มัวไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไรที่มันไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ๓๔๐ ล้านบาท เรือเหาะ ไม่อยากพูด พูดแล้วพูดอีกครับท่านประธาน ผมก็ค้านท่านหลายเรื่อง ไม่ใช่ค้านท่านครับ นําเสนอกับท่านหลายเรื่อง ใส่มือท่านด้วย ส่งไปให้ท่านด้วย ด้วยความกังขาว่าบางที ท่านอาจจะผ่านไป ๆ ให้ไป ประธานเห็นไหมครับ วันนี้ทหารชายแดนภาคใต้เราเป็นอย่างไร มี ศอ.บต. แล้วเป็นอย่างไรครับวันนี้ วันนี้เชิญ ศอ.บต. มาพูดเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ ก็ยังเป็นห่วงอยู่ เอาละครับมีหน่วยประสานระหว่าง กอ.รมน. กับ ศอ.บต. พอที่จะแก้ปัญหาได้ เลขาธิการ ศอ.บต. คุณภาณุ คนเก่งครับ ใช้ได้ แต่ผมไม่แน่ใจครับ วันนี้ผมถามว่า เมื่องบประมาณลงไป ๗ ปี ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ยังตายทุกวัน เขาต้องการแยก แยกให้ได้ แยกพุทธกับมุสลิมออกให้ได้ในพื้นที่ตรงนั้น ต้องแยกคนออกไปก่อน นี่คือ กระบวนการที่ทําอยู่ ท่านประธานครับ วันนี้จะเอาเงินลงไปอีกแล้ว ผมถามว่าท่านมั่นใจ ได้อย่างไรเอาลงไปแล้วข้าราชการทหาร ตํารวจ จะเดินครองถนนได้ในเวลากลางคืน หรือเดินตรวจถนนได้ในเวลากลางคืน เขาส่ายหน้าทันทีเลยครับ เห็นไหมครับ ถามว่า ตัวเลขขณะนี้อยู่ที่ไหน ตัวเลขเดิมตอนที่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเสนาธิการทหารบก เป็น เสธ.กอ.รมน. ถามว่ามีตัวเลข เท่าไร บอก ๘,๐๐๐ ผู้ที่อยู่ในเครือข่าย วันนี้บอกเหลืออยู่ ๓,๗๐๐ บอกดีขึ้น ไม่เป็นไร อย่างนี้พอได้ หลังจากที่มี ศอ.บต. แล้ว แต่ผมยังไม่แน่ใจว่า ณ วันนี้จะชนะไม่ได้เลย เมื่อเวลาค่ําคืน เวลากลางคืน ทหาร ตํารวจยึดครองถนนไม่ได้เลยท่านประธานครับ ผ่านไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ยึดครองถนนไม่ได้ในเวลากลางคืน เขาออกตรวจการณ์ไม่ได้ ออกลาดตระเวนไม่ได้ โดนซุ่มเมื่อไรไม่รู้ มันจะชนะได้อย่างไร มันจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร แล้วก็ยังเป็นห่วงเรื่องเม็ดเงินงบประมาณที่ลงไปอีลุ่ยฉุยแฉกอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราเป็นห่วง ทั้งนั้น ผมไม่เคยได้คิดที่จะจับผิดกองทัพ ไม่ได้คิดจะจับผิดรัฐบาลเลย ด้วยความจริงนะครับ เพียงแต่ว่าวันนี้ได้พยายามแก้ไขปัญหาสิ่งที่มันเดือดร้อนให้ได้เถอะครับ ท่านอยู่นาน ๆ เลยครับ อยู่จนครบเทอมเลยครับ วันนี้ปัญหาในประเทศเรามากมายครับท่านประธาน ความไม่เข้าใจกับพี่น้องคนในชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ทหารตาย เมื่อกี้ท่านอรรถพล ได้พูดชัดเจนแล้ว สิบเอก วุฒิชรินทร์ กับ สิบเอก ธนากร สิบเอก ๒ คน ท่านประธาน ไม่อยากจะบอกว่าบุกขึ้นไปพื้นที่ที่มันมีปัญหาอยู่แล้ว คาบเกี่ยวกันอยู่แล้ว ไม่เข้าใจอย่างไร ยังไม่มีความชัดเจน บอกว่ามัน ๔.๖ พื้นที่ทับซ้อน โผล่เข้าไปเขาเตือน ส่งสัญญาณไฟเตือน เมื่อถูกสั่งก็ขึ้นไปก็โดนแน่นอน ท่านประธานครับ ไม่เขาก็ต้องเป็นเราครับท่านประธาน เขาขึ้นมาบ้านเรา เตือนไม่ฟังก็ต้องยิงละครับท่านประธาน เมื่อยิงก็ปะทะกันครับ ท่านประธานผมฝากไว้นิดหนึ่ง เดี๋ยวจะลืมครับท่านประธาน ขวัญกําลังใจทหารเขาครับ เขาตายเพื่อชาตินี่ ตายกับศัตรูนะครับ ตายกับผู้ก่อการร้ายที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน นะครับ ไม่ใช่ตายกับประชาชนที่ต่อสู้กันในเมืองหลวง ไม่ใช่นะครับ ท่านประธานครับ เขาอยู่จังหวัดไหน อย่าง สิบเอก ธนากร ท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ลดธงให้เขาทั้งจังหวัดเลย ลดธงให้สิบเอกทั้ง ๒ คนที่จบนี้ ลดธงครึ่งเสาเลยครับ ให้เขาเกิดความสํานึก นี่คือ ความรักชาติ รักของการเป็นทหารเพื่อพลีชีพเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่หรีดไปแค่นั้นครับ ท่านประธาน ผมอยากจะส่งหรีดไป แต่บางทีก็ติดต่อยาก ไม่รู้จะส่งหรีดไปที่ไหนในฐานะ คณะกรรมาธิการการทหาร แต่ฝากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็มีครับ ทหารบ้านเขาไปรบที่ประเทศอิรักเสียชีวิตปั๊บทั้งรัฐเลย ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีครับ ลดธงครึ่งเสาให้ทั้งรัฐเลย แสดงคารวะต่อทหารผู้กล้า เขาจะได้มีความสํานึกในหน้าที่ มีความ ภูมิใจครับท่านประธาน วันนี้ใครสูญเสีย เราสูญเสีย เศรษฐกิจเราก็พัง พี่น้องคนไทยที่อยู่ ชายแดน เห็นใจท่าน ส.ส. สรวงศ์ พี่น้องเพื่อนสมาชิก พี่น้องที่อยู่สระแก้ว ค้าขายไปมา สะดวก แต่ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากให้เกิดหรอกครับ ไม่ได้เอาใจท่านนะครับ แต่ต้องพูดกันด้วยความจริง ท่านไม่อยากให้เกิดหรอก ในบางครั้ง ณ วันนี้ท่านต้องยอมรับความจริง ผมอยากจะพูดท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีว่า บทบาททหารนี้มีมากมานานแล้ว ทั้งการเมือง ทั้งสารพัด เราต้องยอมรับกันในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นถึงเวลาจะตัดสินใจอะไรนี้บางอย่างทําเองหมด รัฐบาลนั่งดูทําตาปริบ ๆ เผลอ ๆ ไม่หารือด้วย รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี้ท่านเป็นผู้นําสูงสุด ทุกอย่างต้องหารือหมด กระสุนลูกแรกจะตก จะออก จะหยุด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับทราบหมด ผมไม่อยากให้มี การไปสั่งการกันเอง เพียงแต่ว่าวันนี้ถูกยั่วยุมาก หาว่าไม่รักชาติ หาว่าไม่รักแผ่นดิน หาว่า ขายชาติบ้าง อะไรบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกอย่างนั้น และผมก็ยังมี ความเห็นใจเหมือนกันนะครับ พี่น้องคนไทยในกลุ่มที่มองเห็นว่าวันนี้อาจจะต้องเสียดินแดน ซึ่งผมเองก็เคยมองว่าทําไมปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามาเต็มพื้นที่ชายแดนหมดเลย ไปด้วย ตัวเองครับท่านประธาน นี่คือความรู้สึกเหมือนกัน ถามว่าปราสาทเขาพระวิหารอยากได้คืน ไหม อยากได้ครับท่านประธาน แต่เมื่อศาลโลกตัดสินแล้วเขาเปิดโอกาสให้หาหลักฐานใหม่ ไปแสดงโต้ตอบ มีระยะเวลากําหนดชัดเจน แต่เราก็เลยเวลาล่วงเลยมานาน แต่เมื่อมี หลักฐานใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะว่ากันได้แค่ไหน ท่านประธานครับ เพื่อนบ้าน ประเทศเพื่อนบ้าน ในหลาย ๆ ประเทศมีปัญหาคล้าย ๆ กันหมด ประธานคงทราบนะครับ ที่ประเทศสิงคโปร์ กับประเทศมาเลเซีย เหมือนกันครับ เกาะปูเลา บาตู ปูเต๊ะครับท่านประธาน ศาลโลก พิพากษาให้ประเทศสิงคโปร์ชนะ ประเทศมาเลเซียก็บอกพี่น้องประชาชนคนในประเทศ มาเลเซียให้ยอมรับคําพิพากษา ประเทศมาเลเซียไปพิพาทกับประเทศอินโดนีเซีย หมู่เกาะ สิปาดันหรืออะไรผมจําชื่อไม่แน่ชัด เห็นไหมครับ ส่วนเกาะสแปรตลีย์ไม่ต้องพูดถึงครับ หลายประเทศใช้สิทธิ ทวงสิทธิตัวเองทั้งนั้นก็ยังไม่จบครับ เพราะฉะนั้นการเจรจาอย่างไร ก็ตามผ่านท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เราเป็นประเทศที่เขามองว่า เป็นพี่ใหญ่ อย่างไรก็ตามท่านจะไปพบก็ไม่ได้เสียหาย ผมว่าเขาจะปรบมือให้ท่านด้วยซ้ําไป ไม่ใช่ว่าเราจะต้องให้คุณมาพบฉัน ไปแล้วเสีย มันก็ต้องดูกันบ้างตรงนั้น แต่ ณ วันนี้อยากให้ เหตุการณ์มันคลี่คลาย และวันนี้เขาบอกเลยนะครับ ผ่านไปไปท่านนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่า เขาพร้อมที่จะเอาปราสาทเขาพระวิหารนี้ขึ้นศาลโลกครับ บริเวณเขตแดนใกล้เคียง หรือว่า ในโซนตรงนั้นเขาจะเอาขึ้นศาลโลก เขาพร้อมที่จะให้ศาลโลกตัดสิน แต่ทางเราบอกว่าไม่ ขึ้นไปเราก็แพ้ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วย ขึ้นไปเราก็แพ้ ๕ ประเทศยักษ์ใหญ่ของใคร วันนี้เรามีอะไรที่จะให้ ๕ ประเทศยักษ์ใหญ่บ้างครับท่านประธาน วันนี้ประเทศกัมพูชายังมี ทรัพยากรธรรมชาติ มีแร่ มีน้ํามัน มีเยอะแยะเต็มไปหมด ท่านประธานเห็นไหมครับ พลโท ลูกชายของท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ด้วยความเคารพครับ เอ่ยถึงท่านเพราะวันนี้เราไม่ได้ เป็นความลับ ผมเองไม่สบายใจ แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่าอะไรท่าน วันนี้ถ้าอเมริกาไม่เห็นเขาสําคัญ คงไม่ไปเรียนที่เวสปอยส์หรอกครับ อังกฤษไม่เห็นความสําคัญไม่ส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ หรอกครับ อังกฤษไม่รับนะ นี่ก็แสดงความผูกพัน ของประเทศอเมริกาเขาก็ถือว่าประโยชน์ ของประเทศสูงสุด ถามว่าวันนี้จีนประเทศเพื่อนบ้าน จีนประเทศยักษ์ใหญ่ดูแลประเทศ กัมพูชาตลอด ปืนล่าสุดมา ๑๓๐ มม. ได้มาใหม่ ๆ เลย บีเอ็ม ๒๑ จรวดหลายลํากล้องที่ผมเคยพูด ที่ยิงมาเป็นชุด เลย ๒๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน แต่ว่าความแม่นยําไม่ค่อยมี ไม่เหมือนกับ ปืนใหญ่ ปืนใหญ่เดี๋ยวนี้ผลิตยาก ท่านประธานครับ สิบเอกที่ตายนี้ตรวจการหน้า ชี้เป้า เป้าหมายทําลาย และต่างคนก็ต่างปิดความเสียหายกันเพราะว่าไม่อยากให้ประชาชน ขวัญหนีดีฝ่อหรือฝันกระเจิง หรือว่ากองทัพตัวเองรบแพ้ เขาบอกเราตาย ๓๒ คน บาดเจ็บ เป็นร้อย เราบอกเขาตาย ๖๙ คน บาดเจ็บเยอะแยะ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่ง ที่มันเกิดโดยรัฐบาลนี้ ผมไม่อยากจะย้อนถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเลย เพราะเดี๋ยวจะหาว่า สมุนรับใช้ ท่านประธานครับ ประเทศไม่แข็งแรง เศรษฐกิจย่ําแย่ คนในชาติยังไม่สามัคคี ความพร้อมยังไม่มี ปัญหาชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง รุนแรง ฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหาประเทศพม่า ปัญหาประเทศลาว วันนี้ไม่กล้าทะเลาะกับประเทศพม่า ชั๊วชะ ตัดแก๊ส เสร็จไปประเทศลาว เขื่อนน้ํางึม พลังไฟฟ้าเขื่อนน้ํางึมตัดชั๊วะ ภาคอีสานเป็นง่อยหมด ไม่ได้ รับความร่วมมือจากเพื่อนบ้านเลยแม้แต่นิดเดียวครับท่านประธาน แล้วจะไม่ให้ผมพิจารณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างไร ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ผมบอกว่าผมฟังท่าน ฟังเพื่อนสมาชิกบอกท่านเก่ง แต่ผมบอกว่าในยุคนี้ท่านยังเก่งไม่พอกับ ความสามารถของเพื่อนบ้าน มันต้องลูกล่อลูกชน ต้องแพรวพราวครบเครื่อง หัวไวใจสู้ วันนี้ ท่านไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเจรจาแยกเขี้ยวยิงฟัน ใส่กันหรืออย่างไรไม่ทราบ ประเทศไทยซัดกันปุ้งปั้ง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ วันนี้ทหาร กัมพูชามีอาร์พีจีอย่างกับจุดประทัดเล่นเลย ๑๒ คน ถืออาร์พีจี ๑๒ กระบอก ทหารไทย หมู่หนึ่งมีอาร์พีจีกระบอกหนึ่ง แน่นอนครับ อาร์พีจีนี่ยิงไปเคลื่อนที่ไป ยิงไปเคลื่อนที่ไป ผมบอกว่าผมถึงเห็นใจทหาร แม่ทัพภาค ๒ พลโท ธวัชชัย สมุทรสาคร ครับท่านประธาน เป็นนักรบมาตั้งนาน อยู่ในแวดวงตรงนี้มาตลอด ต่อสู้มาตลอด ท่านประธานครับ วันนี้ เขาเป็นแม่ทัพภาค แสดงความคิดความเห็นอะไรขึ้นมาหน่อยไม่ได้ครับ ต้องให้เขาแสดง ความคิดความเห็นว่าวันนี้จะแก้ไขปัญหาตรงนั้นอย่างไร ผู้ใหญ่ต้องรับฟัง ไม่อย่างนั้นจะให้ เขาเป็นแม่ทัพภาคทําไม ผบ.ทบ. แสดงความกร้าวออกมาให้พี่น้องพวกเราเห็น ผมไม่ได้โกรธ ท่านเลย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ ยังมีอีกหลายท่าน ท่านใช้เวลาไป ๓๐ นาทีแล้วครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ผมพยายามอยู่แล้ว ท่านประธานครับ แต่ผมกําลังพูดให้ฟังครับท่านประธาน ว่าวันนี้ปัญหามันจะบานปลายหนัก ขึ้นไปอีก วันนี้มีการเติมกําลัง เพิ่มกําลัง ผบ.ทบ. ท่านก็มองเหมือนว่าวันนี้ทําไมจะต้องไป ยั่วยุอะไรกันนักหนา เขาก็พยายามแก้ไขกันอยู่ ชีวิตทหารมันต้องรบ ไม่มีใครไม่รบหรอก แต่ขอให้รบ ผมจะปรบมือให้กับรบศัตรูผู้รุกรานหรืออริราชศัตรูจริง ๆ ไม่ใช่ไปรบกับพี่น้อง ประชาชน แล้วเข่นฆ่าพี่น้องที่มีความคิดต่างกัน ไม่ใช่ ผมอาลัยนะครับ สดุดีกับวีรชน ทหารกล้าที่เสียชีวิต เยียวยา ดูแล ด้วยความเคารพครับท่านประธาน เมื่อให้เวลา ขนาดนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่เรียนว่า ณ วันนี้ไม่ปรารถนาอยากจะเห็น ประเทศกัมพูชากับเรา บ้านพี่เมืองน้อง รีบฟื้นฟูสัมพันธ์ รีบเข้าไป ผ่านท่านรัฐมนตรีกษิตครับ ไม่เป็นไร ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ท่านต่อก็ใช้ไป ท่านมีความสามารถ ท่านไปแก้ใหม่ ปรับปรุงกันใหม่ อะไรกันใหม่ ที่ผ่านไปผ่านมานั้นแก้ไขได้ พวกเราอยากเห็นความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้น จะได้ ค้าขาย แล้วก็อยู่กันอย่างมีความสุขครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในช่วงนี้ผมจะขอให้ข้อมูลสักเล็กน้อยนะครับ จากการที่ไปร่วมประชุมรัฐสภาอาเซียน เมื่อปีที่แล้ว ร่วมกับท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ กับท่านอาจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา แล้วก็ สมาชิกหลายท่าน ได้มีการตกลงกันในเบื้องต้นระหว่างประเทศสมาชิกว่าในกรณี ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาชายแดน รัฐสภาอาเซียนสนับสนุน ให้ประเทศที่คู่กรณีเจรจากัน ไม่ว่าจะเป็นทวิภาคีหรือพหุภาคี มากกว่าจะใช้กฎหมาย ระหว่างประเทศ อันนี้เป็นข้อตกลงร่วมกัน และในปีนี้เราอาจจะต้องมีการศึกษาแล้วหาวิถีทางที่จะดําเนินการตามแนวทางข้อสรุปที่เรา ได้กําหนดกันไว้ ที่ได้ร่วมประชุมไปปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นการแก้ไขปัญหา ที่ถูกต้อง ก็เรียนให้พวกเราได้ทราบด้วย ต่อไปเชิญคุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านประธานและรัฐบาลที่ได้ใช้เวที ของสภาแห่งนี้ในนามของสภาผู้แทนราษฎรที่จะให้ ส.ส. แต่ละท่านทุกพรรคการเมือง ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้สะท้อนแง่มุม วิธีคิด หลักการ เหตุผล และข้อเสนอแนะ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูด ได้คุย ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ต้องขอชื่นชมว่าในแต่ละท่านมีจิตวิญญาณ แล้วก็ความรักชาติไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และก็เชื่อมั่นว่าทุกท่านพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะปกป้อง เสียสละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนประเทศของเรา แต่เนื่องจากว่าสภาพ ปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงแล้วถ้าเกิดว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อ การศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ หรือว่าประชาชนทั่วไปได้ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างถ่องแท้ หลายท่านก็คงจะทราบว่ามูลเหตุความเป็นมาของปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีความกระทบกระทั่ง ระหว่างประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้านนั้นสั่งสมมายาวนานเหลือเกิน โดยเฉพาะที่เจ็บช้ํา แล้วก็เป็นทุกข์แห่งแผ่นดินมากที่สุดก็คือในช่วงที่ประเทศเจ้าอาณานิคมต่าง ๆ ได้ล่า อาณานิคม รวมไปถึงภูมิภาคนี้ แม้กระทั่งประเทศของเราจะไม่ได้เสียดินแดนหรือเสีย เอกราชตกเป็นเมืองขึ้นของเจ้าอาณานิคมมาก่อนทั้งหมด แต่ว่าส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นจาก บาดแผลของนักล่าอาณานิคมเมื่อสมัยอดีต เพราะฉะนั้นจําเป็นเหลือเกินครับที่ส่วนหนึ่ง จะต้องถือโอกาสนี้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้โดยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า จําเป็นเหลือเกินที่จะต้องให้วงการศึกษาให้ความสําคัญกับการศึกษาประวัติศาสตร์ อันเจ็บปวด ประวัติศาสตร์ของประเทศที่ได้สูญเสียดินแดนให้กับนักล่าอาณานิคมต่าง ๆ ว่าประเทศของเรานั้นบรรพบุรุษของเราได้หลั่งเลือด เสียน้ําตามากน้อยขนาดไหนเพื่อเป็น ประวัติศาสตร์และสํานึกในความเป็นชาติให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้น พ.ศ. ๒๕๐๕ เราก็ได้พ่ายแพ้ในเวทีระดับสากลก็คือศาลโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันข้อกล่าวอ้างที่อ้างว่าเป็นเหตุในเรื่อง ข้อพิพาทจนเกิดการรบพุ่งกันระหว่างประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้านก็คือประเทศ กัมพูชาในขณะนี้ หลายฝ่ายก็มีข้ออ้างว่าเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น บางฝ่ายก็บอกว่าเกิดจาก ข้อบกพร่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ หลายท่านก็กล่าวอ้างบอกว่าใช้แผนที่คนละส่วน คนละฉบับ แล้วก็คนละมาตราส่วน บางคนก็อ้างแผนที่ ๑ 🔗

๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งมีความละเอียดที่น้อยกว่า บางคนก็อ้าง ๑ : ๕๐,๐๐๐ บางคนอ้างไปไกลถึงขนาดที่ว่าเกิดจากข้อพิพาทในการจับกุม คนไทย ๗ คน เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่นํามาสู่ความขัดแย้งและนํามาสู่ข้อพิพาทจนเกิดการรบพุ่งกัน ที่เป็นอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับผมต้องยอมรับว่าทุกคนจะให้เก่งทุกอย่าง ทุกคนจะให้รู้ทุกอย่าง อย่างมืออาชีพมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เราจําเป็นเหลือเกินที่จะต้องให้มืออาชีพหรือว่า ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เช่น กรมแผนที่ทหาร จะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ แล้วก็ชี้ได้ว่า เขตไหนอยู่ในเขตไทย เขตไหนอยู่ในระหว่างที่กําลังเจรจาหรือยังหาข้อยุติไม่ได้ หรือเขตที่ทับซ้อน หรือที่ยังมีปัญหาอยู่ เขตไหนที่เป็นเขตแดนของประเทศกัมพูชา พวกเราไม่มีความเชี่ยวชาญ เพียงพอหรอกครับที่จะไปรู้ว่าในแต่ละจุดตามหลักวิชาการ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แล้วก็ข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ที่ระบุว่าในเขตแดนแต่ละจุดนั้นเป็นของประเทศอะไรบ้าง จําเป็น ที่จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แล้วก็ฟังถึงปัญหาและ คําชี้แจงของท่านเหล่านั้น ถ้าเกิดว่าพิสูจน์ได้ว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวนั้นอยู่ในเขตแดนไทย เราจะต้องปกป้องแม้กระทั่งสละชีวิตก็ต้องยอม แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบริเวณนั้นเป็นเขตของ ประเทศอื่นเราก็ต้องเคารพในอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านด้วยความจริงใจ แต่ถ้าเกิดว่า เขตแดนไหนที่ยังมีปัญหาอยู่ หรือทับซ้อนกันอยู่ ก็จะต้องใช้เวทีทางการทูต เวทีทางสากล แล้วก็ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเร่งรัดแล้วก็คลี่คลายให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว ท่านประธานที่เคารพครับ พอหันกลับมามองข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างความมีเอกภาพ ในการสั่งการ มองไปที่ประเทศเพื่อนบ้านคู่กรณีเขาค่อนข้างที่จะมีความเห็นเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน แล้วก็มีความเป็นเอกภาพพอสมควร ชี้ไปในทิศทางเดียวกันส่วนมองที่ประเทศ ของเรา ต้องกราบเรียนท่านประธาน เท่าที่ตรวจสอบ เท่าที่ฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายยังไม่มี ความเป็นเอกภาพเท่าที่ควรจะทําได้ เช่น รัฐบาลก็ยังยืนยันในจุดยืนของรัฐบาล ในขณะเดียวกันพี่น้องกลุ่มพันธมิตรหรือประชาชนอีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าความเห็น ไม่เหมือนกัน มุมมองของนักวิชาการและประชาชนที่ได้ติดตามข่าวสารอีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่มี ความชัดเจน และพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่เห็นด้วยซ้ําว่าเอ็มโอยูคืออะไรบ้าง แผนที่ ที่อ้างอิงทั้งหมดเป็นอย่างไรบ้างในรายละเอียด เพราะฉะนั้นการใช้เวทีของสภาแห่งนี้ผมเห็นว่า มีความจําเป็นและสําคัญอย่างยิ่งยวดที่จะสะท้อนมุมในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่จะกําหนด บทบาทให้รัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วน รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่ยังมีความเห็น หลากหลายกันอยู่ได้นํามาสรุปประมวลผลให้เห็นถึงทิศทางว่าอันนี้ที่แสดงออกโดยรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม หรืออื่น ๆ จะต้องเป็นไปในทิศทาง เดียวกัน คือกําหนดเป็นท่าทีที่ชัดเจนของประเทศ และเราพร้อมที่จะเดินไปในเป้าหมาย เดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงจุดนี้เราจําเป็นเหลือเกินที่จะต้องใช้เวทีแห่งนี้ในการ ประมวลรวมเหตุผลทุกอย่างแล้วก็เสนอให้กับรัฐบาลหลังจากที่ตกผลึกแล้วก็ได้ความจริง ที่ปรากฏชัดแล้วรัฐบาลจะต้องแสดงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว พร้อมที่จะเสียสละทุกอย่าง แล้วก็สลัดภาพที่ถูกหลายฝ่ายกล่าวหาว่าเราอ่อนแอเกินไปหรือไม่ เราเป็นสุภาพบุรุษเกินไปหรือไม่ ออก ท่านประธานที่เคารพ การต่อสู้นั้นท่านเป็นนายทหารมาก่อน ท่านประธานเป็น เสนาธิการทหารมาก่อน ท่านคงทราบดีว่าการสู้รบมีอยู่หลายรูปแบบ ๒ รูปแบบหลัก ๆ ก็คือ การสู้รบในรูปแบบของอารยะ ก็คือสู้ในกฎหมาย ซึ่งอันนี้เป็นประเทศอารยะทั้งหลาย ที่จะต้องต่อสู้กันบนหลักฐาน บนข้อเท็จจริง บนเหตุบนผล และการเคารพต่ออธิปไตย ของทุกฝ่าย แต่ในขณะเดียวกันการสู้รบนอกรูปแบบหรือไม่เป็นอารยะมันก็ยังคงธํารงอยู่ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เราจะต้องเตรียมการให้พร้อมสรรพทุกสิ่งทุกอย่างใน การที่จะรองรับหรือรับกับสถานการณ์และรุกกับทุกสถานการณ์ทั้งในรูปแบบที่เป็นอารยะ แล้วก็นอกรูปแบบ -------------------------------------------------------------------------------------- เป้าหมายสูงสุดก็คือปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน และรักษา และให้ความมั่นใจต่อประเทศ ของเราและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าเราจะไม่ยอมให้เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเป้าหมายสูงสุดที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ฝากไว้ก็คือ ทําอย่างไรที่จะให้รัฐบาลเร่งทําความเข้าใจในเวทีทั้งทวิภาคี คือ ประเทศคู่พิพาท ทําอย่างไรที่จะให้เข้าใจว่าประเทศของเราไม่ได้รุกรานเพื่อนบ้าน แล้วก็เคารพต่ออํานาจ อธิปไตยของคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันถ้าเกิดว่าใครก็แล้วแต่ได้มารุกรานประเทศ เราจะต้องปกป้อง แล้วก็ดําเนินการอย่างเหมาะสม แล้วก็สมน้ําสมเนื้อที่สุด แล้วก็จะต้อง ต่อสู้ในเวทีอาเซียน ในเวทีระดับภูมิภาค อนุภูมิภาค และในเวทีระดับสากลอย่างไม่เป็นรอง ของประเทศอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมหวังเหลือเกินว่าเราจะต้องคํานึงถึงบูรณภาพแห่งดินแดน เป็นสําคัญ และจะต้องเคารพถึงการสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกันระหว่างรัฐต่อรัฐ บนความจริงใจ

ข้อสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ทําอย่างไรที่จะให้ขวัญและกําลังใจ ของทหารหาญทุกระดับ รวมไปถึงข้าราชการทุกภาคส่วน และพี่น้องประชาชนที่อยู่ ตามชายแดนและอยู่ในสมรภูมิได้มีขวัญกําลังใจ ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างดียิ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมฝากไว้ก็คือรัฐจะต้องชื่นชมแล้วก็เคารพต่อผู้สูญเสียและทหารหาญ และข้าราชการทุกส่วนที่ได้ปกป้องเขตแดนของอธิปไตยเยี่ยงวีรบุรุษ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปดอกเตอร์พีรพันธ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ช่วงเช้า ได้มีเพื่อนโทรทัศน์มาหาผม บอกว่าดูหนังสือพิมพ์หรือยัง ผมบอกว่ายังไม่ได้ดู เขาบอกให้รีบ ไปดูครับ เพราะหนังสือพิมพ์ลงข่าวทหารท่านหนึ่งที่ถูกจับโดยทหารของประเทศกัมพูชา แล้วก็เป็นทหารหนุ่ม ๆ ครับ เป็นพลทหาร เขาบอกว่าเป็นคนยโสธร ผมก็ตามไปดู จริง ๆ ครับเป็นทหารที่มาจากค่ายบดินทรเดชาที่จังหวัดยโสธครับ ก็โชคดีที่วันนี้เขาได้รับ การปล่อยตัวกลับมาแล้ว ก็ทําให้ผมนึกย้อนถึงเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ก็มีทหารเสียชีวิต ที่บริเวณเขาพระวิหารครับที่มีเกิดเรื่องกัน พอเห็นนามสกุลผมก็รีบโทรศัพท์ถามกํานัน กํานันครับ นามสกุลเหมือนกํานัน เป็นลูกหลานหรือเปล่าที่จังหวัดยโสธร เป็นครับ ท่านประธาน ฉะนั้นถึงแม้ว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นนี้ ผมรู้ดีเพราะว่าที่บ้านผมมีค่ายทหารอยู่ แล้วทหารเหล่านี้มักจะถูกส่งไปประจําอยู่บริเวณนั้น เพราะฉะนั้นถึงแม้เรื่องจะเกิดขึ้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ แต่พี่น้องของผมเองก็จํานวนไม่น้อยก็รับเคราะห์กรรมกันอย่างนี้ เราคงจะ ชื่นชมที่เด็ก ๆ หนุ่มเหล่านี้ได้ทําหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติ แต่ด้านหนึ่งผมก็คิดว่า เขาควรจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไปอีกนาน ควรจะสร้างความสุขให้กับตัวเขาและครอบครัวได้อีก แต่ว่าด้วยความจําเป็น เมื่อเขาไปทําหน้าที่อย่างนั้นเขาก็ได้เสียสละเพื่อประเทศชาติ เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไว้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามถ้ามันไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ถ้าเรา สามารถแก้ปัญหาโดยไม่มีการปะทะกันทางทหารก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ เพื่อน ส.ส. ที่จังหวัดศรีสะเกษ ผมได้มีโอกาสคุยกับเขาเหมือนกัน พี่น้องโดยเฉพาะ ที่อําเภอกันทรลักษ์ที่ต้องย้ายออกจากบ้าน มาหลบลี้หนีภัยกันอยู่ที่ในอําเภอ อยู่ที่หอประชุม ซึ่งพวกผมก็เคยไปช่วยหาเสียง แล้วรู้ดีว่ามันเป็นอย่างไร อยู่ที่นั่นร่วมหลายหมื่นคน ประเทศไทย ไม่เคยเกิดอย่างนี้มานานครับ มันไม่น่าจะมีภาพอย่างนี้ ถามว่าพี่น้องประชาชนเหล่านั้น เขาเกลียดชังฝ่ายเขมรไหมที่ต้องทําให้เขาเดือดร้อน ผมก็ได้รับคําตอบจากเพื่อน ส.ส. ที่นั่น บอกว่า ไม่ ประชาชนไม่ได้คิดกันอย่างนั้น ซึ่งมันก็แปลกครับ ถามว่าทําไมเขาไม่คิดกัน อย่างนั้น เพราะว่าเขารู้ดีว่าพวกเขาอยู่บริเวณชายแดนทํามาหากินกันอยู่ ไม่ได้สนใจว่าใครเป็นใคร ใครเป็นเขมร แต่ว่าทุกคนก็ต้องการอยู่อย่างสงบ ต้องการทํามาหากิน ต้องทํามาค้าขายและ อยู่อย่างเป็นสุขอย่างนั้น ชีวิตมันก็เป็นอย่างนั้น ฉะนั้นเขาจึงมีความรู้สึกว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะฝ่ายการเมืองที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็ทําให้ผมนึกย้อนไปถึงที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ท่าน ส.ส. สระแก้วก็เล่าให้พวกเราฟังตรงบริเวณที่คนไทย ๗ คนไปที่นั่น แล้วก็เกิดเรื่อง ช่วงหลังก็มีกลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มพันธมิตรไปที่นั่น พยายามจะจัด ชุมนุม จัดประท้วง แต่ก็ถูกประชาชนที่นั่นเขาต่อต้าน เขาก็บอกง่าย ๆ ว่าเขาอยู่ที่นั่นไม่ได้ สนใจเรื่องเส้นแดนมันอยู่ตรงไหน แต่ว่าต้องการความสงบ ต้องการทํามาหากิน ก็เพราะ พวกคุณนี่ละก่อเรื่องเกิดขึ้น ทําให้มีปัญหาเรื่องชายแดนเกิดขึ้น แล้วทําให้พวกเขาที่อยู่กัน ทุกวัน ๆ มันเดือดร้อน ไร่อ้อยจํานวนมากที่อยู่ฝั่งไทยไม่มีแรงงานตัด เพราะแรงงานมาจาก ฝั่งเขมรเข้ามาไม่ได้ เห็นไหมครับท่านประธาน เขาถึงบอกว่าปัญหานี้ก็คือพอเกิดเรื่องที่ กรุงเทพมหานคร มีวิวาทะกันที่กรุงเทพมหานคร แต่คนพี่น้องของเราที่อยู่ในพื้นที่เป็นผู้ รับกรรม มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวิธีการแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นหลาย ๆ เรื่อง มันล้วนมาจากเรื่องของทางการเมือง เรื่องอะไรต่ออะไร ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดขึ้น จากระดับรัฐบาล พูดง่าย ๆ ว่าจากคนในเมืองนี่ละ แล้วทําให้พี่น้องที่นั่นต้องเดือดร้อน กรณี พิพาทที่เกิดขึ้น กรณีการปะทะกันทางทหารระหว่าง ๒ ประเทศ กับพี่น้องไทยกับกัมพูชา มีพวกนักวิชาการที่เขาสรุปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคราวนี้หนักที่สุด ร้ายแรงที่สุดในรอบ ๒๐๐ ปี เขาก็ว่าได้ เพราะมันไม่เคยที่จะเห็นพี่น้องเป็นหมื่น ๆ คนต้องหลบลี้หนีภัยมาอยู่ ตัวอย่างที่ อําเภอกันทรลักษ์ก็จะเห็นกันอย่างนั้น เขาบอกว่าสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นนี้มันน่าห่วงมาก เป็นเพราะปัญหาการเมืองภายในของเราเองที่มีการนํากรณีประสาทพระวิหารขึ้นมาเป็น เครื่องมือทางการเมืองที่จะไปหักล้างอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วมันก็ลามมา ลามมาเรื่อย ๆ โดยไม่มี ท่าทีว่ามันจะจบลงอย่างไร เรื่องอาณาเขตที่ยังปักปันจุดเขตแดนยังไม่หมด ก็กําลังจะทําให้ สังคมมันแตกแยกมากขึ้น คราวนี้แตกแยกมาก มากจริง ๆ อันนี้ก็ทําให้ผมนึกถึงเมื่อครั้งหนึ่ง ท่านที่เป็นรัฐบาลอยู่เวลานี้เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้านได้นําเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายกัน ผมเอง ก็ยังเสียดายอยู่ตอนนั้นที่มีการอภิปรายเรื่องนี้ ผมนั่งฟังอยู่ หลายท่านอย่างน้อย ๖-๗ ท่าน ที่พูดถึงเรื่องคดีปราสาทเขาพระวิหาร ผมก็นึกถึงว่าวันหนึ่งถ้าพูดกันอย่างนี้เรื่องมันจะไม่จบ เพราะเรากําลังเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมืองกัน โดยที่ปัญหาเรื่องเขตแดน มันยังไม่มีข้อยุติเกิดขึ้น แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน วันนี้เป็นที่น่าเสียดาย ที่ ๒ ประเทศที่เป็นพี่น้องกันจะต้องมีการปะทะกันด้วยกําลังของทหารกันอย่างนี้ แล้วก็ดู เหมือนว่าข้อพิพาทที่มันเกิดขึ้น ฝ่ายกัมพูชาสามารถที่จะยกระดับขึ้นเป็นเรื่องระหว่าง ประเทศได้ มีการเสนอเรื่องไปที่คณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งจากข่าวก็ทราบว่าทางประธาน คณะมนตรีความมั่นคงก็แสดงท่าทีที่จะสนับสนุนที่จะให้มีการพูดกันในเรื่องนี้ แต่ว่าก็ขอร้อง ให้พูดกันในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในอาเซียนก่อน อย่างน้อยผมก็คิดว่าในเรื่องเหล่านี้ ในทางการเมือง ในทางการทูตก็ถือว่าเราคงจะเพลี่ยงพล้ําเข้าไปหน่อยหนึ่งแล้วในเรื่องนี้

ท่านประธานครับ เรื่องที่มันเกิดขึ้นเรื่องที่มันสําคัญที่สุดก็คืออย่างที่ผม พยายามสะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องของเราที่อยู่ตามชายแดนเขาก็อยู่กันมาอย่างสงบ ทํามาหากิน กันอยู่ มันไม่รู้ใครเป็นไทย ใครเป็นเขมร แต่ถ้าอยู่ด้วยกันอย่างนี้ อยู่กันมาชั่วนาตาปี ก็เพราะพวกเราที่กรุงเทพมหานครนี่ละทําให้พวกเขาเดือดร้อน วันนี้หลายคนพยายาม ให้เกิดขึ้นว่าถ้ามีการใช้กําลังทางทหารเมื่อไร กระแสชาตินิยมจะเกิดขึ้น กระแสคลั่งชาติ ก็จะเกิดขึ้น บังเอิญผมไปดูข้อมูลที่มีการศึกษากันมา มีผู้ทําโพล คือกรุงเทพโพล ไปถาม ประชาชนบอกว่าประชาชนคิดอย่างไรกรณีทหารไทยปะทะกับทหารกัมพูชา พบว่าสาเหตุ สําคัญที่ทําให้ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นจนลุกลามนี่ผู้คนคิดกันอย่างไร ตัวเลขน่าสนใจครับ ท่านประธาน ร้อยละ ๒๖.๔ มองว่าเกิดจากการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา ร้อยละ ๒๕.๖ บอกว่าเกิดจากการที่ รัฐบาลไทยขาดเอกภาพในการแก้ไขปัญหา ร้อยละ ๒๑.๔ บอกว่าเป็นเพราะการเดินเกม ที่ผิดพลาดของรัฐบาลไทย แต่ที่สําคัญครับ เขาก็ถามต่อไปบอกว่า อารมณ์ร่วมของคนไทย ในเรื่องนี้เป็นอย่างไร มันไม่ได้เกิดภาพอย่างที่หลายคนตั้งใจอยากจะให้มันเกิดภาพอย่างที่ หลายคนตั้งใจอยากจะให้มันเกิด ก็คือต้องการเห็นภาพที่คนไทยจะเกิดคลั่งชาติขึ้นมา แล้วก็ ร่วมมือกันในการที่จะประณามฝ่ายกัมพูชาหรือทําเองอะไรทํานองนั้น แต่ว่าสุดท้ายตัวเลข ที่มันแยกแยะออกมาแล้วก็บอกว่าประชาชนร้อยละ ๖๗.๕ พอใจกับการทําหน้าที่ ของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ร้อยละ ๘๐.๒ น่าสนใจครับท่านประธาน ไม่พอใจการทําหน้าที่ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทบริเวณพื้นที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น คือบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ท่านประธานครับ จากตัวเลขเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็น ปัญหาที่เกิดขึ้นว่ารัฐบาลน่าจะเดินทางผิดในการแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ผมเองก็ติดตามเรื่องนี้ กันมาดู ผมคิดว่าในการแก้ปัญหาที่ผ่านมานี้บางเรื่องก็ไม่น่าจะทํา บางเรื่องก็ไม่น่าจะเกิด ความผิดพลาดเกิดขึ้น ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปลืองตัวมากเกินไปในเรื่องเหล่านี้ เปลืองตัวอย่างไรครับท่านประธาน ผมไปดู วันนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกทีวี พูล (TV Pool) หลังจากที่คนไทย ๗ คนถูกจับที่จังหวัดสระแก้ว แล้วท่านก็มีการเตรียมข้อมูล ออกมาชี้แจงให้พี่น้องทั้งประเทศได้ดู หลายคนก็คงนั่งดู ผมก็มาดูภายหลัง พอดูภายหลังแล้ว ก็เห็นว่านายกรัฐมนตรีนี่ในเรื่องการนําเสนอที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า พรีเซนเทชั่น (Presentation) ยอดจริง ๆ ครับ แต่หลังจากนั้นผมไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้ดูอีกไหม ว่าสื่อเขาวิจารณ์วันนั้นว่าอย่างไร สื่อเขาวิจารณ์ว่าความจริงวันนั้นนายกรัฐมนตรีเองไม่ได้ ตั้งใจที่จะอธิบายให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจหรอก แต่อยากจะพูดไปสื่อให้กับกลุ่มพันธมิตร ที่กําลังชุมนุมกันได้รู้ว่าท่านกําลังทําอะไร กําลังตอบสนองความรู้ ความต้องการของ กลุ่มพันธมิตรที่เรียกร้องให้ถอนตัวออกจากการเป็นมรดกโลก ให้ยกเลิกเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ รวมทั้งให้มีการใช้กําลังที่จะผลักดันทหารกัมพูชาออกไปจากบริเวณนั้น สื่อเขาวิจารณ์กัน อย่างนี้ครับ เมื่อสื่อวิจารณ์กันอย่างนี้ผมไม่ทราบว่าตอนหลังนายกรัฐมนตรีเองได้มีโอกาส ที่จะมาดูเรื่องเหล่านี้ไหม ถ้าวันไหนว่าง ๆ ท่านประธานลองบอกท่านนายกรัฐมนตรีดูนะครับ เอาเทป (Tape) ม้วนนั้นมานั่งดู แล้วให้ท่านวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองบ้าง ก็คงจะรู้ว่ามันไม่น่า จะเปลืองตัวที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้ เพราะเรื่องอย่างนี้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ได้เคยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ถามว่าบริเวณที่คนไทยถูกจับที่เดินเข้าไปที่ จังหวัดสระแก้ววันนั้นมันเป็นของใคร เจ้าหน้าที่จากกรมแผนที่ทหารเขาก็ตอบว่าน่าจะเป็น ของฝ่ายกัมพูชาครับ อีกท่านหนึ่งที่มาจากสภาความมั่นคงแห่งชาติก็พูดในที่ประชุมเลย บอกไม่น่าจะพูดอย่างนั้น เห็นไหมครับ ทหารบอกว่าที่พูดนี่พูดตามหลักวิชา เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นในฉากอย่างนี้ผมถึงบอกว่าในเรื่องเขตแดนยังไม่ชัดเจน ไม่รู้มันอยู่ตรงไหนจริง ๆ ทําไมจะต้องให้นายกรัฐมนตรีท่านลงมาเปลืองตัวถึงขนาดนี้ แล้วมันก็นําสู่ปัญหา อย่าลืม นะครับว่าขณะที่ท่านพูดออกทีวีไปทั่วประเทศนั้นผมก็เข้าใจว่าทางฝ่ายกัมพูชาเขาก็ดู อยู่เหมือนกันว่านายกรัฐมนตรีของไทยกําลังพูดอะไร เพราะพูดไปแล้วมันผูกพันหลาย ๆ เรื่อง คํากล่าวของนายกรัฐมนตรีที่บอกให้กัมพูชาปลดธงออกจากวัดแก้วคีรี ฝ่ายกัมพูชา ก็มองว่านี่ละ เขาไม่พอใจ และเป็นเหตุที่ทําให้เกิดการปะทะเกิดขึ้นต่อมา เห็นไหมครับ ผมก็ถามว่าทําไมจะต้องไปพูดถึงขนาดนั้น ทําไมไม่บอกให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่พื้นที่ซึ่งเขาอยู่ ด้วยกันทุกวัน ๆ ไปพูดกัน เจรจากันก่อนระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด มาระดับทหาร ถ้าไม่ได้ จริง ๆ มาระดับกระทรวงการต่างประเทศ สุดท้ายจึงมาที่นายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นอย่างนี้ ปัญหามันก็ไม่น่าจะลุกลามบานปลายถึงขนาดนี้ แต่นี่ผมถึงบอกว่าท่านเปลืองตัวกันมากจริง ๆ อะไร ๆ ก็นายกรัฐมนตรี อะไร ๆ ก็นายกรัฐมนตรีหมด ผมทราบว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะนักข่าวอยากจะรอคําตอบ จากนายกรัฐมนตรีอยู่คนเดียว ก็รู้ว่าถ้านักข่าวต้องการอย่างนั้นก็มีวิธีการที่จัดการในการที่จะ ให้ข่าวอะไรต่ออะไรได้ ก็ฝากเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าในกรณีต่อไปน่าจะมีการปรับปรุง ในเรื่องอย่างนี้ บทบาทของรัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นปัญหาในเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นแสดงบทบาท อะไร เมื่อเช้านี้ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้บอกไปแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศท่านนี้พอเกิดเรื่อง ท่านไปเขมร ๒ ครั้ง ไปครั้งแรกเป็นอย่างไรครับ คนไทย ๒ คน ติดคุก ๖ ปี กับ ๘ ปี ไปครั้งที่ ๒ ไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศกัมพูชา ฮอร์ นัมฮง ในเจบีซีนี้ ข่าวบอกว่าพูดจากันอย่างชื่นมื่น พอคล้อยหลังขึ้นมาปะทะกันแล้ว อย่างนี้แปลว่าอะไร ก็แปลว่าทางฝ่ายโน้นไม่ได้เห็นความสําคัญของรัฐมนตรีต่างประเทศ ของเราเลย นี่ก็เป็นบทบาทอันหนึ่งที่ควรจะมีการทบทวนว่าท่านยังมีความสามารถที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ในเรื่องระหว่างประเทศได้หรือไม่ เป็นปัญหาที่ผมก็เคยพูดหลาย ๆ ครั้ง บอกว่า ทําไมจึงไม่พิจารณาตัวเองบ้าง ถ้าไปดูจากสื่อหลายครั้ง หลายสื่อก็บอกว่าตัวรัฐมนตรี ต่างประเทศของเราเป็นปัญหา ไม่รู้ว่าท่านจะรู้สึกตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกําลังเป็นปัญหา เกิดขึ้น ก็ฝากไปถึงท่านประธานได้เรียนท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ควรจะมีการทบทวนกัน ไม่อย่างนั้นการดําเนินนโยบายต่างประเทศต่อไปก็จะมีแต่ความเสียหายขึ้นไปเรื่อย ๆ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร ระยะสั้น คงไม่มีทางไหนดีกว่าที่จะต้องเปิดการเจรจากัน ๒ ฝ่ายให้เร็วที่สุด เรามีกลไกของ เจบีซีอยู่แล้ว ควรจะเร่งให้มีการเจรจาให้มากขึ้นไปกว่านี้ น่าเสียดายครับ รายงานของ เจบีซี บันทึกการประชุมของเจบีซีได้เสนอมาให้รัฐสภาขอความเห็นชอบ มีการชุมนุมของ พี่น้องส่วนหนึ่ง รัฐบาลก็ลังเลว่าจะให้ผ่าน ไม่ให้ผ่าน ทางโน้นบอกว่าถ้าผ่านขึ้นมา จะชุมนุม ใหญ่แน่ สุดท้ายเห็นไหมครับ ฝ่ายเสียงข้างมากก็มีการลงมติกันโหวตให้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาไปศึกษาดูก่อน วันนี้ศึกษามานะครับ หมดเวลาแล้วก็ยังจบไม่ลง ต่ออีก ๙๐ วันก็ยังจบ ไม่ลง ไม่รู้จะจบอย่างไร ผมนั่งร่วมเป็นกรรมการในชุดนี้อยู่ ยังถกกันอยู่เลยเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ มันไม่รู้จะจบได้อย่างไร เห็นไหมครับ นี่คือท่าทีที่รัฐบาลมี ความลังเลอย่างมากก็เพราะฝั่งหนึ่งก็ต้องการจะเอาใจพวกตัวเองที่เคยอุ้มชูขึ้นมาเป็นรัฐบาล บัดนี้ไม่ถูกใจกันก็หาเรื่องจะทะเลาะกัน ก็พยายามจะเป็นอย่างนั้นมันก็เลยแก้ปัญหาอย่างนี้ พัวพันกันไปพัวพันกันมา ที่สุดก็หาทางออกให้กับประเทศไม่ได้ เป็นปัญหาที่มันเกิดขึ้น

แน่นอนครับในเรื่องของการปักปันเขตแดนเรามีปัญหากับประเทศกัมพูชา แต่หลายประเทศเราไม่มีนะครับ พื้นที่ที่มันเป็นปัญหาอยู่นี้ แน่นอนว่าสุดท้ายควรจะปักปัน กันอย่างไร จะแบ่งเขตกันอย่างไร เราจะบอกว่าเราไม่ยอมเสียเลยก็คงไม่ได้ มีทั้งได้บ้าง เสียบ้าง แต่ว่าหลักการเจรจานั้นจะดีที่สุด เพราะจะทําให้เราได้ผลประโยชน์ตรงกับ ความต้องการของเรามากที่สุด ผมไม่สนับสนุนที่จะให้ใช้มาตรการทางกฎหมาย เพราะได้พิสูจน์มาแล้วว่าเราสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารไปก็เพราะข้อกฎหมายนี้ เนื่องจาก ความตกลงที่เราทําระหว่างประเทศทําเกิดขึ้น สมัยก่อนนั้นทําในลักษณะที่เราเอง ก็เสียเปรียบ เราจะยกเลิกฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ จะไม่เอาก็ไม่ได้ ถ้าใช้หลักกฎหมาย ในการตัดสินปัญหา สุดท้ายมันก็จะนําไปสู่ที่เราจะเสียเปรียบ ผมยังคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดก็คือ เปิดการเจรจากับเพื่อนบ้านของเรา แล้วก็ทําให้เร็วที่สุด ในระยะยาว ท่านประธานครับ คงไม่มีอะไรดีกว่าพวกเราเองทั้ง ๒ ประเทศจะต้องมาทําความเข้าใจกันมากขึ้น ให้ภาคประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนในการแก้ปัญหาเหล่านี้มากขึ้น เมื่อเช้าที่คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ท่านประธานครับ ก็มีเครือข่ายผู้นับถือศาสนาพุทธจากประเทศกัมพูชา มาพบคณะกรรมาธิการ เขาอยากจะเห็นรัฐบาล ๒ ประเทศนี้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างสันติ อยากจะเห็นความปรองดอง ความสามัคคีของพี่น้องของทั้ง ๒ ประเทศ ผมก็บอกเขาไป บอกว่าภาคประชาชนต้องเข้มแข็งครับ พวกเราต้องสมานสามัคคีกัน แล้วก็หาทางให้รัฐบาลซึ่งยังทะเลาะกันอยู่นี้หาทางตกลงกัน ให้ได้นะครับ นี่ก็คือภาคประชาชนซึ่งควรจะมีส่วนสําคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมคิดว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะต้องไปทําสงครามกับประเทศกัมพูชา สงครามไม่ได้ก่อให้เกิด ประโยชน์อะไรเลยครับ ผมไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลไม่ใช้พลกําลังที่เรามีมากมายทางด้าน เศรษฐกิจและทางการทหารเพื่อประโยชน์ในทางการทูต แต่ไม่ใช่เพื่อรบ ประเทศกัมพูชาเอง คงต้องพึ่งประเทศไทยอีกหลายเรื่อง เมื่อครั้งที่ยังมีทหารเวียดนามอยู่ผมเคยพา ส.ส. ไปที่ ประเทศกัมพูชาครับ ก็ทราบว่าจริง ๆ เขาไม่ต้องการจะเอาตัวเองไปขึ้น ไปพึ่งพาเวียดนาม มากกว่า เพราะเขาก็รู้ว่าถ้าไปพึ่งประเทศเวียดนามมากมันก็จะเกิดปัญหาสําหรับประเทศ เขาเอง เขาอยากจะพึ่งเราดูเหมือนว่าวิธีการที่เราทําอยู่ในขณะนี้เรากําลังจะผลักดันให้ ประเทศกัมพูชาเพื่อนของเราหันหน้าไปพึ่งประเทศเวียดนามมากขึ้น แล้วก็จะก่อให้เกิด อันตรายกับประเทศไทยอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็เสนอว่าขอให้ มีการเจรจากันให้เร็ว เปิดเจรจากันให้มากขึ้น อย่าทําสงครามเลยครับ ถ้ามันเกิดสงคราม เกิดขึ้นก็เท่ากับว่าความล้มเหลวเราเป็นความล้มเหลวทางการทูต และเป็นความล้มเหลว ที่ถือว่าเป็นความล้มเหลวที่ร้ายแรงที่สุดครับ ดังนั้นฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลครับ เร่งรีบ การเจรจาให้เร็วที่สุด ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมจะไม่พูดเรื่องที่พูดมาแล้วทั้งหมด ผมจะพูดว่าผมมองปัญหา ความขัดแย้งทั้งหมดเป็นเรื่องอะไร ท่านประธานครับจริง ๆ แล้วประเทศเรานับตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ ที่ถูกรัฐประหาร เราต้องยอมรับความจริงว่าเราได้ทําให้ประเทศไทยเป็นกึ่ง ประชาธิปไตยและเป็นรัฐทหาร วันนี้ทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น รมน. จังหวัด แล้วก็มีนายทหารยศตั้งแต่พันเอกขึ้นไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรอง รมน. จังหวัด เรื่องนี้ทั่วโลกเขารู้ครับ แต่ว่าเมืองไทยไม่พูดถึง ความขัดแย้งวันนี้ไม่ใช่ว่าระหว่างเรากับเขมร ไม่ใช่เรื่องเขตแดน แต่เป็นความขัดแย้งหลักที่ว่า ท่านประธานครับถ้านายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจ เรื่องนี้แก้ปัญหาจนตายก็ไม่ได้ เพราะอะไรครับ ความขัดแย้งจริง ๆ มันคือมีคนกลุ่มหนึ่ง ในประเทศเราเขาต้องการได้อํานาจการบริหารประเทศโดยไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ขัดแย้งกับ คนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการให้คนที่มาบริหารประเทศผ่านโดยกระบวนการเลือกตั้ง อันนี้เป็นปัญหาหลัก ปัญหาชายแดน ปัญหาเขตแดนกับประเทศพม่าหรือประเทศทั้งหมด รอบของเรามันเกิดขึ้นจากแนวคิดของกลุ่มคนซึ่งไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเท่านั้นเองครับ ผมก็จะต้องถามท่านว่ายุทธศาสตร์ของประเทศไทยคืออะไร คงตอบไม่ได้ครับท่านประธาน วันนี้เราจะเห็นว่าทุกคนโจมตีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมว่าไม่ใช่นะ ต้องโจมตีว่าประเทศเราไม่มียุทธศาสตร์ประเทศ เพราะอะไรครับท่านประธาน การปฏิวัติ ปี ๒๕๐๐ ผมจะใช้เวลาสั้นที่สุดครับ ไม่เสียเวลามากหรอก การปฏิวัติ ปี ๒๕๐๐ เราเอา ประเทศให้กับอเมริกามาตั้งฐานทัพ เพราะอะไรครับ การปฏิวัติครั้งนั้นมันรับใช้นโยบาย อเมริกาเรื่องต่อต้านสงครามเย็น ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ประเทศเราเป็นฐานทัพ แล้วประเทศ พี่น้องเพื่อนบ้านเขาเจ็บปวด มันรุนแรง มันทนไม่ไหว มันเป็นตราบาปสําหรับเขาเหลือเกิน ภาพของเราก็เสียหายว่าเราคือคนรับใช้อเมริกา แล้วไปทําร้ายเขา แล้วทีนี้จบลงตรงไหนครับ นโยบายนี้ จบตรงที่นายกรัฐมนตรีของเราท่านหนึ่งยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเอง เสนอปัญหา ขึ้นมาว่าประเทศไทยต้องเป็นประเทศไทย ใครครับ ท่านคึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ท่านคึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ไปจับมือกับเหมาเจ๋อตุง แล้วเหมาเจ๋อตุงก็เข้าใจเขา แล้วก็นโยบายตอนนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ไทยซึ่งขึ้นอยู่กับประเทศจีนเต็มที่ ประเทศจีนยังทอดทิ้งเลย ประเทศจีน ไม่ช่วยเหลือ พรรคคอมมิวนิสต์ไทยเลยจบ นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้นท่านคึกฤทธิ์ได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ประเทศของเราว่าเราจะอยู่ ในสังคมนี้ของเราเอง ไม่ต้องไปพึ่งประเทศมหาอํานาจมาก มาวันนี้ประเทศเพื่อนบ้าน เขากล่าวหาเราว่าอย่างไร ท่านรู้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเรียนผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่อยู่ท่านรัฐมนตรีต้องฟังแล้วไปรายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ต่างประเทศเขากําลังมองว่า นี่ประเทศไทย ตั้งแต่ท่านสุรยุทธ์ เป็นต้นมา เรากําลังจะรับใช้นโยบายปิดล้อมประเทศจีนเพื่อสงครามการเงินอีกอย่างนั้นหรือ เขากล่าวหาเราอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ต้องกลับมายืนอยู่ในจุดของตัวเอง สิ่งที่จะต้องทําคืออะไรครับ อันที่ ๑ ท่านต้องประชุม สภาความมั่นคง เชิญ นายกรัฐมนตรีเก่าเข้าไป ประชุมร่วมกันตั้งแต่ พลเอก สุจินดา ไปเลย ต้องกําหนดยุทธศาสตร์ประเทศเรา เพราะอะไรครับ ไม่อย่างนั้นคุณจะเดินไปทางไหน แล้วก็ปรับ ครม. แล้วก็เดินต่อ ถ้าท่านคิดว่าแบกปัญหาไม่ไหวแล้วยุบสภาเพื่อหลบการปฏิวัติ ท่านก็จะถูกปฏิวัติรัฐประหารอีก ท่านจะต้องยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่แก้ปัญหา ปฏิวัติ วันนี้มันตลกมากครับ สื่อเคเบิล (Cable) ด่ารัฐบาลสาดเสียเทเสีย ด่ายิ่งกว่าทุกครั้ง ที่ผมเคยเจอ เปิดเผยแผนการจะทําร้ายประเทศเพื่อนบ้านอย่างโจ่งแจ้ง ระวังนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าพูดเหมือนที่รอบสภาพูด นายกรัฐมนตรีจะโดนข้อหาอาชญากรสงคราม เสนออะไรครับ เสนอว่าอีก ๒ วันปืนแตก ก็แตกจริง ๆ ตอนนี้เสนออะไรครับ จะบุกไปยึดไป ๓-๔ จังหวัดเลย แล้วเอามาต่อรองกับปราสาทเขาพระวิหาร แล้วไปคืนพื้นที่ พูดอย่างนี้ แล้วคนกลุ่มนี้มีอิทธิพลกับรัฐบาล ปล่อยไว้ได้อย่างไร ท่านปล่อยไว้ได้อย่างไร นี่เป็นปัญหา หลักเลยครับ แล้วเวลาพูดในสภาเรื่องอย่างนี้ต้องประชุมลับ สภาเรานี่แปลกนะครับ พูดทีไร มาหาเสียงทุกที ไม่เคยคิดถึงประเทศชาติเลย จะต้องกระแหนะกระแหน พันตํารวจโท ทักษิน ยุคนั้นยุคนี้แลกผลประโยชน์อยู่นั่น ทําไมแผ่นเสียงตกร่องเหลือเกิน ผมสงสารมาก ครับท่านประธาน สงสารจริง ๆ พรุ่งนี้ก็จะมีการรายงานของภาคใต้อีก ถ้าเปิดสภาอย่างนี้ ถ่ายทอดวิทยุอย่างนี้ เจ๊งอีก วันนี้พูดรูปธรรมในการสู้รบไม่ได้เลย กําลังรบเป็นความลับสูงสุด ของชาติ เขาให้รู้เท่าที่ให้รู้เท่านั้นเองท่านประธานรู้ดี มันถึงจุดนี้แล้วครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเสนอ ๒ อย่าง คือถ้ารีบ รีบจัดประชุมสภาความมั่นคงและขยายวง ให้กว้างขึ้น เชิญนายกรัฐมนตรีที่ยังมีชีวิตอยู่และมีเวลาไปนั่งพูดกัน คนที่เคยรับผิดชอบ ความมั่นคงไปนั่งพูดกัน แล้วข้อสรุปนั้นมาเป็นกําหนดนโยบายประเทศ แล้วท่านปรับ ครม. เพื่อลดความขัดแย้ง ท่านกษิต ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ได้เป็น คนไม่เก่ง ท่านเก่ง เพราะอะไรครับ พอผมชมเชยท่านก็มาพอดีเลย เก่งตรงไหนครับ ท่านประธาน ท่านยืนหยัดในแนวความคิดของท่านที่จะทําเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้บรรลุ ตอนนี้ ท่านประธานครับ ประเทศเราอับจนเรื่องการต่อสู้ทางแนวทาง ไม่เคยพูดหรอก มาอวดกัน เรื่องนโยบายใครทําดีกว่า สถานะตอนนี้ครับท่านประธาน สังคมกําลังต่อสู้กันเรื่องแนวทาง สังคมกําลังเดือดร้อนเรื่องนี้ อย่าลืมว่าวันนี้เอาผลประโยชน์ไปแลกกับศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ของประเทศต่าง ๆ ไม่ได้เลย วันนี้ประเทศจีนคิดอะไร ท่านอธิบายได้ไหม ผมคิดว่า ผมไม่อยากพูดรูปธรรมที่การสู้รบ ผมไม่อยากพูดเลยว่าความขัดแย้งนี้มันเริ่มต้นมาอย่างไร ผมพูดไปหมดแล้ว แต่ผมจะจบและผมจะบอกท่านว่าอย่างนี้ วันนี้ความขัดแย้งของประเทศ ไทยมี ๒ เรื่องเท่านั้น คือกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการการเลือกตั้ง ได้อํานาจไม่ต้องการการเลือกตั้ง แล้วกลุ่มนี้ต้องการทะเลาะกับทุกประเทศที่อยู่รอบเรา ตอนนี้ทะเลาะ ตอนนี้ไม่ใช่เพราะว่า เราจะเอาปราสาทเขาพระวิหารคืนนะครับ ทะเลาะให้มันมีประเด็นแล้วจะล้มกระดาน เท่านั้นเองครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่ไปนั่งเจรจากัน ณ ขณะนี้ สิ่งที่ดีที่สุดคืออะไรครับ ท่านต้องรีบ ดําเนินการกับปัญหาภายในของเราควบคู่กับการที่จะแก้ปัญหาระดับนั้น แล้วคงสถานะ กองกําลังที่มีอยู่ให้อยู่ในที่ตั้งที่เหมาะสม การขนอาวุธ ขนอะไรไปชายแดน ไม่ว่าของเรา ของเขา วันนี้ประเทศจีนกับประเทศอเมริกาเขารู้หมด แล้วคนที่เปิดอินเทอร์เน็ตก็รู้หมด เพราะมันจับดาวเทียมดูรู้หมดการเคลื่อนไหว เขารู้หมดว่าทําอะไรกัน กรณีอย่างนี้นะครับ อยากให้ท่านศึกษาว่าทําไมวันนี้เรดาร์ที่จังหวัดเชียงใหม่ยังมีอยู่ ทําไมประเทศที่เขา ถูกกระทบจากเรื่องนี้เขายังเคียดแค้นอยู่ ทําไมวันนี้เราทําอะไรก็ตาม ต้องไปรับใช้นโยบาย ต่างประเทศเขา ผมขอร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีนําประเทศออกจากการครอบงําของ จักรพรรดินิยมของประเทศอเมริกา ต้องพูดกันตรง ๆ อย่างนี้เลย ถ้ายังรับใช้นโยบาย ต่างประเทศของประเทศอื่น ท่านต้องตอบว่าท่านไม่รับใช้ ถูกต้อง แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ถูกต้อง จากนี้ไปท่านนายกรัฐมนตรีก็จะพูด ท่านรัฐมนตรีก็จะพูด ทางนี้ก็จะโต้อีก ถ้ายังถ่ายทอดอยู่ ก็จบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมคิด บาลไธงสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทยในการยกกําลังปะทะกับประเทศกัมพูชา กระผมเองเป็นคนหนึ่งในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายอิทธิเดช แก้วหลวง เป็นประธาน เรื่องเหตุการณ์นี้ผมสังเกตมา เมื่อช่วงคนไทย ๓ คน ถูกจับที่ชายแดนเขมร หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยได้ลงไปตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากพี่น้องตํารวจ ทหาร โดยเฉพาะตํารวจตระเวนชายแดน ไล่ตั้งแต่จังหวัดตราด ขึ้นไปจนถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ไปทุกค่ายที่มี ตชด. ก็รับฟังการรายงานแล้วก็รับทราบปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดสระแก้ว ที่บริเวณนี้ที่พี่น้องของเรา ทั้งท่านพนิชที่ไปร่วมกับ ๗ คนไทย เราไป พวกผมไปก่อนนั้น ผมสังเกตว่าการที่ไปชายแดนตอนนั้นมีคณะกลุ่มบุคคลก็คือ คุณวีระกับคณะประชาชน เขาจะไปร่วมกันจัดกิจกรรมอะไรรอพวกเราอยู่ ๓ วันแล้ว กวนกันอยู่ในชายแดนนั้นก่อนที่พวกผมจะไปถึง อันนั้นก็ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมถึงเกิดเรื่อง แบบนี้ขึ้นมา เราก็ไม่ได้เชิญเขาไป แต่เขาก็เข้าไป พยายามจะเข้าไปในที่ประชุมของที่ว่าการ มีหัวหน้าส่วนราชการ แล้วก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ผู้นํา ของกองทัพ ก็สังเกตว่ากลุ่มคนพวกนี้พยายามเข้าไปเพื่อจะแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่ เป็นเรื่องประชุมของทางราชการ ทางคณะเรา ไม่ยอมให้เขาเข้าไปอภิปรายในที่ประชุม หลังจากนั้นเราลงพื้นที่ครับ ไปที่จริงเลยตามถนนศรีเพ็ญ ไปตลอดหลัก กม. ที่ ๔.๖ พวกผมก็ไป ไปก่อนที่ท่านพนิชกับคณะจะไป พวกผมเดินทางไปแล้ว ตชด. เขาจะบอกว่า ตรงนี้คือพื้นที่อย่างไร เขาบอกตลอด ขณะเดินทางไปนี้ป้ายหัวกะโหลกทุก ๒๐ เมตร หรือ ๔๐ เมตรประมาณนี้ ตามต้นไม้ห่างจากถนนเข้าไปไม่ถึง ๒๐ เมตร เรียงรายกันอยู่ ตามที่ ส.ส. ทางจังหวัดสระแก้วว่าไป ท่านพนิชรอดมาก็เป็นบุญจริง ๆ นะ เพราะว่ามันมี จริง ๆ เพราะเขาห้าม เป็นเขตทุ่นระเบิด เขตที่ยังไม่เคลียร์พื้นที่ ขณะที่เข้าไปเขาพยายามที่จะเรียกร้องให้พวกเราเข้าไปตรงนั้น ๆ ทั้งที่มีทหาร ตชด. เขาก็บอกว่าอย่าเข้าไปตรงนั้น บริเวณนั้น พวกเราก็ไม่ไป พวกเราก็ยืนดู มีแต่การฟังบรรยายสรุปของ ตชด. ชี้ไปตรงเขตพิพาทนี้ หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่พอใจ ในขณะที่เราไม่ไปตามคําเรียกร้องของเขา ดูแล้วก็คือกลุ่มพันธมิตรที่เขาไป เราก็เป็นเจ้าของ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินตามที่กล่าวมานั้น คือทางคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ได้รับการร้องเรียนมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่เปิดสมัยสภาผู้แทนราษฎร แรก ๆ ทางคณะเราได้รับเรื่องที่ดินนี้ ผมนี้ก็เป็นคนที่สนใจศึกษาและพูดในสภาหลายครั้งใน เรื่องที่ดินที่บ้านหนองจาน ชุมชนหนองจานนี้ ตําบลป่าไร่ อันนี้เราก็ไป หลังจากที่เรากลับมา ยังไม่นานทางคณะของพวกท่านพนิช แล้วก็ท่านวีระก็ไป ก็ได้มีเรื่องเกิดขึ้น ผมก็คิดว่า ท่านวีระก็เคยมีปัญหาเรื่องนี้หลายครั้งมาก่อนแล้วก็พาคณะไปอีก ผมมองบางทีก็เหมือนกับ เราไปหาเรื่องจริง ๆ นะ ผมคิดส่วนตัวของผม เจ้าหน้าที่เขาก็บอก ไม่ใช่ว่าเขาไม่บอก พวกผมไปเขาก็บอกว่าอย่าเข้าไปตรงนั้น แต่ตรงไหนเข้าไปได้เขาจะพาเดินตามเข้าไป มันก็เริ่มมีปัญหาตรงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็จะไม่กล่าวโทษใครทั้งสิ้น ตามที่ท่านพนิช ผมขอเอ่ยนาม ที่ท่านบอกว่าท่านรักชาติ รักอะไรนั้นก็เป็นส่วนตัวของท่าน นั่นคือความรู้สึก ของท่าน แต่การรักชาติของผม ผมอาจจะไม่ทําอย่างนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่เป็น แนวความคิด แต่ปัญหาตรงนี้ ในฐานะผมเป็นกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย พวกเรานี้ ได้พยายามไปเชื่อมโยงกับพี่น้องต่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๒ นั้นพวกผมจัดแรลลี (Rally) เพื่อจะไปสัมพันธไมตรีกับประเทศ จากประเทศไทยไปประเทศลาว ไปประเทศเวียดนาม จากประเทศเวียดนามไปประเทศเขมรแล้วเข้าไปประเทศไทย อันนี้คือแรลลี จีเอ็มเอส (GMS) ครั้งที่ ๑ ของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ซึ่งเราไปประเทศลุ่มแม่น้ําโขง นี่ครั้งที่ ๑ เราก็ไปสัมพันธไมตรี นําผู้แทนราษฎรไปเพื่อจะสร้างสัมพันธไมตรี ในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยเพื่อจะสร้างความเป็นมิตรประเทศ เพื่อจะนํา นักธุรกิจต่าง ๆ ไปสัมพันธ์กับต่างประเทศเพื่อจะไปหาลู่ทางการลงทุนเชื่อมสัมพันธ์การค้ากัน ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยพวกเราเน้นเรื่องการค้าชายแดน เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องเปิดด่านชายแดนของประเทศ ทั้งรอบประเทศเรา เราก็ไปดูด่านชายแดนต่าง ๆ ของ ประเทศต่าง ๆ เพื่อนํามาแก้ไขปัญหา ปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๓ ธันวาคมที่ผ่านมานี้ไป ๔ ประเทศ เหมือนกัน จากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดหนองคาย จากจังหวัดหนองคาย เวียงจันทน์ วังเบียง หลวงพระบาง บ่อเต็น เข้าเมืองลา เข้าเชียงรุ้ง ออกเชียงรุ้ง เชียงตุง ประเทศพม่า ออกแม่สาย แล้วเข้ากรุงเทพมหานคร อันนี้คือความพยายามของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมก็แปลกใจเหมือนกันว่าเราพยายามจะสร้างความสัมพันธ์กับพี่น้องชายแดน โดยเฉพาะ รอบด้านเราเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนของเราเพื่อให้เศรษฐกิจของเราดีขึ้น เมื่อเรามาเห็น อยู่ ๆ ได้ข่าวอย่างตกใจเลยว่าทหารไทยกับทหารกัมพูชาได้ปะทะกัน ผมก็เลยตั้งคําถามว่า ไปพูดอย่างไร โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศไปพูดอย่างไร ผมก็อยากฟังคําถาม ตอนที่ ท่านพูดนั้นพูดว่าอย่างไร สาระสําคัญ พอพูดจบแล้วมายิงกัน นี่คําถามผมนะครับ แล้วต่อไป จะทําอย่างไร ฝ่ายหนึ่งอยากให้สัมพันธไมตรี อีกฝ่ายหนึ่งสร้างปัญหาขึ้นมา หรือว่าถูกยั่วยุ กลัวว่าเขาว่าไม่แน่จริงใช่ไหม ถูกพันธมิตรเขายั่วยุแล้วเราก็ไปปฏิบัติตามนั้นใช่ไหม มันถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น ทําไมถึงยิง ใครยิงกันก่อนผมไม่ถาม เรามาสังเกตว่าสมมุติเราเป็นเด็ก ก่อนจะชกกันมันต้องมี อะไรกัน อยู่ ๆ จะไปชกเลยไม่ได้ มันต้องมีอะไร ใครไปทําอะไร ถ้าเขมรยิงก่อน สมมุติว่า เรายอมรับเขมรยิงก่อน แล้วเราทําอย่างไรเขาถึงยิงเราก่อน อยู่ ๆ ทําไมถึงยิง อยากทราบ อย่างนี้ ไปพูดอย่างไรถึงได้มายิงกันนะครับ หรือว่าเราไปยิงเขาก่อน เขาพูดอย่างไรเราถึงยิง หรือว่าตามข่าวที่หลายท่านอภิปรายไปแล้วว่าเราเอารถขุด รถอะไรขับเข้าไปที่วัดนั้น ใช่ไหม เขาถึงยิง อันนี้ก็ต้องตอบคําถาม เพราะว่ามันต้องมีสาเหตุ อยู่ ๆ จะมายิงกันไม่ได้หรอก แล้วจะทําอย่างไรต่อไปมันถึงจะยุติ เดี๋ยวนี้ผมสงสารพี่น้อง ผมเป็นคนอีสาน เกิดปัญหาอยู่ที่ อีสาน ผม ส.ส. อีสานไม่พูดถึงเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้จะมาเป็นผู้แทนราษฎรทําไม เมื่อเกิดปัญหา พี่น้องเดือดร้อน เดี๋ยวนี้หลายคนก็พูดแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา อพยพกันมาอยู่ในที่ต่าง ๆ หลายแห่ง จะทําอย่างไรถึงจะยุติให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะพูดถึงว่าจะแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร สงครามอย่างไรจะยุติ จะหยุดยิงกันเมื่อไร แล้วจะเอาใคร คณะใด บุคคลใด ที่จะไปแก้ บางทีรัฐบาลน่าจะเสนอหรือไม่มีทางออกก็มาพูดในสภาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเสนอคณะไหน เอาบุคคลไหนไปเป็นตัวแทน ในรัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะทําสงครามกับใครต้องมาถามสภา ก่อน ผมไม่เห็นถามสภาเลย ใช่ไหมครับ อยู่ ๆ ยิงกันไม่บอกกันเลย รัฐธรรมนูญมาตราไหน ผมจําไม่ได้ แต่บอกว่าถ้าจะทําสงครามต้องประกาศสงครามต้องได้รับจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศสงครามเป็นอํานาจของพระองค์ แล้วมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา ผมไม่เห็นพวกเราได้มาขอความเห็นชอบ แล้วเราก็ยิงกันไป พี่น้องก็เดือดร้อน ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากกลุ่มจังหวัดที่ ๗ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมมาจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งวันนี้สภาได้เสนอญัตติด่วนเพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านจังหวัดศรีสะเกษ ผมเองอยู่ทางซีกตะวันตกของประเทศ ในฐานะเป็น ส.ส. ผมไม่ควร จะพูด แต่ในฐานะที่เป็นพ่อของทหาร เป็นพ่อของทหารที่มีตําแหน่งผู้บังคับกองร้อยรถถัง กองพันทหารม้าที่ ๒๑ ค่ายพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งรับผิดชอบ พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอโอกาสตรงนั้นกราบเรียนท่านประธาน และแสดงความคิดเห็นในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ วันที่ ๗ มานี้ผมโทรหาลูกชายทุกวัน ลูกชายผมคนนี้จบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. เมื่อปี ๒๕๔๖ ได้รับแต่งตั้งไปอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ค่ายพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผมพูดเช่นนี้ มิได้หมายความว่าผมจะร้องขอนายกรัฐมนตรีให้ย้ายลูกชายผมกลับมากรุงเทพมหานคร ผมยืนยันว่าในชีวิตผมจะไม่ทําอย่างนั้นเด็ดขาด ในขณะเดียวกันก็มีความภูมิใจที่จะ กราบเรียนท่านประธานว่าลูกชายผมมีความภูมิใจที่เขาได้อยู่ในพื้นที่ตรงนั้น สิ่งที่ผมต้อง โทรถามลูกชายหลังจากที่อ่านหนังสือพิมพ์ดูทีวี ถามสถานการณ์เป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ลูกผมบอก พ่อ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรรุนแรง ถ้ามีอะไรรุนแรงกองพันทหารม้า ที่ ๒๑ ซึ่งมีรถถังจํานวนหนึ่งต้องเคลื่อนไปแล้ว แต่นี่คําสั่งให้เตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้ง จึงไม่มีอะไร รุนแรง ถึงแม้ลูกชายจะบอกอย่างนั้น แต่ในความเป็นผู้แทนราษฎร เมื่อเราเห็นสภาพ ชาวบ้านอยู่ในสภาพที่บ้านแตกสาแหรกขาด ต้องอพยพทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าการอําเภอ หรือสถานที่ที่ทางราชการจัดให้ แม้กระทั่งตามหลุมหรือท่อที่วางอยู่ในที่ต่าง ๆ เพื่อหลบ มันสะท้อนให้เห็นถึง ความยากลําบากของพี่น้องเพื่อนร่วมชาติ และผมเชื่อแน่ว่าคนไทยทุกคนไม่มีความสุขที่ได้ เห็นภาพเหล่านั้น ถามต่อไปว่าทหารไทยของเรามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ท่านประธานครับ ลูกชายผมบอกกับผมแล้วผมภูมิใจ บอกทหารทุกคนตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาชั้น ผบ.พล ผบ.พัน ผบ.ร้อย ไปจนถึงผู้ปฏิบัติการคือชั้นประทวน จนกระทั่งแม้แต่พลทหาร ทุกคน ขวัญและกําลังใจดี พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ พร้อมที่จะปฏิบัติตาม คําสั่งผู้บังคับบัญชาและรัฐบาล นี่คือสิ่งที่น่าภูมิใจว่าทหารไทยของเรามีระเบียบ มีวินัย แล้วก็ วางใจในความปลอดภัยของชาติบ้านเมืองได้ แต่ขณะเดียวกันถ้าเกิดมีการปะทะกันเช่นว่านั้น ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งขณะนี้ได้มานั่งฟังอยู่ที่นี่ สิ่งแรกที่ต้องทํา ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้อง ลงมาเป็นตัวเล่น ท่านนายกรัฐมนตรีผิดพลาดมาตั้งแต่ตอนเอาคุณกษิตมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศแล้ว ผมจะไม่ซ้ําเติมคุณกษิต เพราะมี ส.ส. หลายคนพูด แม้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจะขึ้นมาบอกว่าเห็นใจ เข้าใจ แต่พอออกไปข้างนอกล้อมวงกันทีไรก็ด่าคุณกษิต ทั้งนั้น ไม่มีใครชมเลย ท่านประธานครับ ไม่ใช่เพียงแต่ ส.ส. ฝ่ายค้านด่าเท่านั้น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็ด่า และข้อเท็จจริงประชาชนก็ด่ากันทุกตําบล ท่านประธานคงจะเคยได้ยิน ในวงไพ่เขาพูดกัน ตีรัมมี (Rummy) ผิดไปตัวหนึ่ง โอ้โฮ เขาด่ากันทั้งตําบลเลย หรือในวงไพ่ บางทีเล่นป๊อกเด้ง คนไหนเป็นคนตัด เจ้ามือป๊อก ๙ โอย เขาด่ากันทั้งตําบล นี่คุณกษิตมา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาด่ากันทุกตําบลเลยครับท่านประธาน คุณกษิตแสดงฝีมืออยู่อย่างเดียวคือตามล่า พันตํารวจโท ทักษิณ หมดเงินงบประมาณ ไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ผมมีเพื่อนที่รับราชการอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ เพื่อนเล่าให้ฟังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดในที่ประชุม ข้าราชการ บอกรัฐบาลนี้ทุ่มเทสําหรับประชาชนในระดับล่าง ระดับรากหญ้า หมดงบประมาณไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แต่ไม่ได้ใจประชาชน มันเหมือนอย่างกับ นอนอยู่กับเมีย ทั้ง ๆ ที่พยายามจะให้ความสุขกับเมีย แต่เมียก็คร่ําครวญถึงผัวเก่าอยู่ ตลอดเวลา ไม่ทราบว่าคุณกษิตได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุมข้าราชการในกระทรวง การต่างประเทศเมื่อไร แต่ผมยืนยันว่าผมมีเพื่อนอยู่ในนั้นและเล่าให้ผมฟังว่าท่านไปปรารภ อย่างนี้ ก็แสดงว่าท่านก็ทุกข์ ผมเชื่อว่าท่านไม่มีความสุข ท่านกษิตนี่ คุณกษิต ยกย่องบ้าง บางทีก็พูดว่าคุณบ้าง บางทีก็ท่านบ้างก็ทนฟังเอาก็แล้วกัน เพราะอยากจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่ครับ เขาด่ากันจริง ๆ เมื่อกี้ท่านประธานครับ ผมออกจากห้องประชุมไปฟังพระสวดอภิธรรมศพเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกันที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ได้กลอนมาบทหนึ่งจากพระคุณเจ้าที่ขึ้นมาเทศน์ ผมนึกถึงคุณกษิตทันทีเลย นึกถึงด้วยว่า ตายเมื่อเป็น เหม็นยิ่งกว่าซากศพ คุณกษิตเวลานี้เหมือนตายทั้งเป็น ไปที่ไหนเขาก็ด่าทั้งนั้น ตั้งแต่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่ประเทศเพื่อนบ้านไม่มีใครญาติดี ด้วยเลย ใครก็ทําอย่างคุณกษิตไม่ได้ คุณกษิตได้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นแก่ชาติบ้านเมือง อย่างนี้ ท่อนที่ ๒ บอกว่า เหม็นตลบด้วยคําฉินหมิ่นเหยียดหยาม เป็นความจริงว่าไปที่ไหน มีแต่คนพูดในทางลบ แม้แต่เพื่อนร่วมรบมาด้วยกันที่ล้มล้างรัฐบาลสมัยท่านสมัครก็ดี สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณก็ดี สมัยรัฐบาลสมชายก็ดี เพื่อนพันธมิตรอย่างไรละครับ เวลานี้พันธมิตรเขาด่าบนเวที ด่าคุณกษิตทุกคืน ผมเปิดเอเอสทีวีดู บางครั้งผมก็อนาถใจ แล้วก็คิดถึงคําที่พระบอกว่า ตายเมื่อเป็น เหม็นยิ่งกว่าซากศพ เหม็นตลบด้วยคําฉิน หมิ่นเหยียดหยาม ผมไม่เชื่อเลยว่าคนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะถูกประชาชน ถูกเพื่อน ถูกมิตรเหยียดหยามด่าทอมากขนาดนี้ ท่อนต่อไปก็บอกว่า เป็นเมื่อตายไว้ชื่อระบือนาม เป็นเมื่อตายนี่หมายความว่าถึงแม้ตัวตายไปแต่ความดีก็เหมือน อย่างคนที่เป็นอยู่ ไว้ชื่อระบือนาม เป็นที่กล่าวขวัญของคนทั่วไป ทุกเขตคามโจรสรรเสริญ เจริญพร เมื่อกี้นี้พระเทศน์อย่างนี้ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ผมคว้าปากกาจดมา แล้วก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคุณกษิต คุณอยู่ในสภาพอย่างนี้อย่างที่พระเทศน์นี้เมื่อกี้นี้เลย แล้วมี ประโยคสุดท้ายบอก ขึ้นชื่อว่าดี รีบทําทันที ขึ้นชื่อว่าชั่ว ควรกลัวแล้วหลีกหนี ผมมีความรู้สึกว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ได้รับความเสียหายจากพฤติกรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศมากเหลือเกิน แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะไม่ปลดคุณกษิต ได้โปรดเถอะครับ คุณกษิตครับ คุณพิจารณาตัวเอง อย่าให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้เลยครับ แล้วในส่วนของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ใช้งบประมาณจํานวนมหาศาลในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของ บ้านเมือง อย่างน้อย ๖๐๐ ล้านบาทที่ท่านใช้กับพวกคณะกรรมการชุดต่าง ๆ คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อศึกษาแนวทางสมานฉันท์ที่มีอาจารย์ ดอกเตอร์ธนิตเป็นประธาน คณะกรรมการศึกษาแนวทางในการสร้างความปรองดองที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน มีนายแพทย์ประเวช วะสี เป็นประธาน ท่านใช้คณะกรรมการชุด นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อีกสัก ๖๐๐ ล้านบาทเยียวยาความเดือดร้อน ความเสียหายของพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของผมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่ต้องรับกรรมจากผลพวง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท่านคือต้นเหตุของ ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ผมอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และขณะเดียวกัน อันที่ ๒ ที่ผมร้องขอในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพเป็นนักการเมืองด้วย ใครจะว่านายกรัฐมนตรี อย่างไรก็แล้วแต่ แต่โดยส่วนตัวลึก ๆ ผมถือว่านายกรัฐมนตรีก็คือนักการเมือง คือเพื่อนร่วม อาชีพ เพราะฉะนั้นผมมีอะไรที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ผมมีความกล้าหาญ ที่จะพูดกับท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี ท่านบินไปเลยครับ คุยกับสมเด็จฮุนเซน อย่างน้อยสมเด็จฮุนเซนก็อายุมากกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ประสบการณ์เป็น นายกรัฐมนตรีมาตั้งเกือบ ๓๐ ปี ผมเชื่อสมด็จฮุนเซนไม่ใช่คนเลวร้ายเกินไปนัก ไปจับมือถือแขน คุยกันให้มันรู้เรื่อง รบไปเพื่ออะไรครับ ต่างฝ่ายต่างก็เสียหายแต่จริง ๆ แล้วประเทศไทย เสียหายมากกว่า อย่างที่ท่าน ส.ส. สรวงศ์บอก ถ้าคนไทยมีบ้านติดชายแดน แต่ฝั่งเขมร ต้องลึกเข้าไปอีกเท่าไรถึงจะมีบ้านสักหลังหนึ่ง ของฝั่งโน้นยิงมาตูมถูกบ้าน ต่อให้ยิงขึ้นฟ้า ตกลงมาก็ถูกบ้าน แต่ของเราแม้จะตั้งเข็มไปแล้วยังยิงไม่ค่อยจะถูก เพราะฉะนั้นถ้ามันเกิด อะไรขึ้นเราจะเสียหายมากกว่า แล้วความหนาแน่นของประชากรของเราในพื้นที่จังหวัด ไล่ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี ช่องบก มาจนถึงจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ ย้วยลงไป จนถึงจังหวัดตราด เรามีประชากรอยู่อาศัยตามแนวชายแดนหนาแน่นกว่าฝั่งประเทศกัมพูชา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะต้องหากลยุทธ์ในการที่จะสกัดไม่ให้เกิดการปะทะใด ๆ อีกแล้ว วิธีที่ดีที่สุดก็คือท่านดําเนินการแบบขงเบ้ง แบบเล่าปี่ที่ไปเชิญขงเบ้ง ไปหาสมเด็จฮุนเซน มันไม่ได้เสียเกียรติยศหรอก แต่โลกจะสรรเสริญท่านด้วยซ้ําถ้าหากท่านดําเนินกลยุทธ์ ในลักษณะนี้ แต่ขอร้องอย่าให้รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไป เห็นไหมล่ะ ไปรอบแรก เป็นอย่างไร นายวีระ สมความคิด แทนที่จะได้กลับบ้าน ๘ ปี นางสาวราตรีเป็นอย่างไร ๖ ปี นั่นคือผลการเจรจาของคุณกษิต แล้วรอบหลังนี้ไปเจรจายังไม่ทันกลับบ้านเลย ออกจากห้อง กระทรวงการต่างประเทศของนายฮอร์ นัมฮง ยิงกันแล้ว อย่าไปนะครับ อย่าให้ผม ได้กล่าวหาท่านว่าท่านทําความเดือดร้อนให้ลูกชายผมซึ่งเป็นทหารอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งเขาอยู่ กันอย่างสงบ ลูกผมจบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. ปี ๒๕๔๖ ไปอยู่ที่นั่น ทุกวันนี้เขาก็ยัง เต็มใจไปอยู่ที่นั่น ย้ําอีกครั้งนะครับ ที่ผมพูดนี่ในฐานะที่เป็นพ่อของทหารที่อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ ไม่ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยย้ายลูกผมกลับกรุงเทพมหานคร ไม่ต้องหรอกครับ ลูกผม พอใจที่จะอยู่ที่นั่น แล้วพอใจที่จะทําหน้าที่ตรงนี้ บอกให้พ่อพูดกับนายกรัฐมนตรีเลย ว่าอย่าห่วง ทหารทุกคนพร้อมที่จะรับคําสั่ง แต่ถ้าไม่ต้องรบน่ะดีที่สุดครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ไม่เพียงแต่ลูกผมพูดมาครับ เพื่อนของลูกก็พูดฝากมา วันนั้นผมก็ฝากท่านประธาน ไปถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องรบเป็นดีที่สุด และท่านนายกรัฐมนตรีครับ กลอนบทนี้ที่ผมได้มา จากวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ถ้าท่านสนใจผมจะซีร็อกซ์ (Xerox) ไปให้นะครับ เผื่อบางทีว่าง ๆ ก็อ่านให้คุณกษิตที่นั่งข้าง ๆ ฟัง เขาจะได้สําเนียก ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณต่อพงษ์ ไชยสาส์น ครับ

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ต่อพงษ์ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น เพื่อนําแนวความคิดเห็นนี้ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยใจจริงนะครับ สืบเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่า จริง ๆ แล้วเราพูดคุยกันนะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าวันอาทิตย์ผมฟังข่าวสํานักข่าว แห่งประเทศไทยได้พูดถึงว่าท่านธเนศได้ให้สัมภาษณ์ในเช้าวันจันทร์ว่าผู้นําประเทศ ก็คือท่านนายกอภิสิทธิ์ ได้ติดต่อโทรไปหาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ ก็แสดงว่าใจจริงของท่าน นายกรัฐมนตรีอยากรู้ปัญหา อยากรู้แนวทางการแก้ไข อยากรู้วิธีการหาทางออกของปัญหานี้ อย่างไร ตรงนั้นจึงเป็นที่มาของการที่พวกเราได้พูดคุยกันในพรรคเพื่อไทย แล้วก็ อยากแสดงความคิดเห็นตรงนี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต่อไป กราบเรียนอย่างนี้ครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมานั้นเราได้ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่าง ชายแดนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะความสนใจที่เรามุ่งเน้นและให้ความสําคัญก็คือข้อพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ผมได้นําพาคณะกรรมาธิการเข้าไปศึกษาดูงาน ในพื้นที่จริง แล้วท่านต้องดีใจนะครับว่าท่านมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความจริงใจและให้ความสําคัญกับแนวทางการแก้ไขปัญหา ก็คือ ท่านอาจารย์เจริญ อาจารย์รัชดาก็ดี และหลาย ๆ ท่าน อาจารย์เจริญ คันธวงศ์ นั้นถึงแม้ ท่านอายุจะมาก แต่เราชวนกันไป ท่านก็บอกไม่เคยปฏิเสธ มิหนําซ้ําท่านยังชื่นชมในการที่ เราได้ไปศึกษาและเปิดโลกทัศน์ของเรา แล้วมิหนําซ้ําท่านก็จดประเด็นทุกประเด็นบอกว่า จะนําเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ เริ่มจากการศึกษาดูงานที่จังหวัดศรีสะเกษ เราไปช่องสะงําครับ เราไปดูพื้นที่จริง เราไปรับความสะท้อนปัญหาของทหารไทยในเขตแดน และไปศึกษาดูในเรื่องของผลประโยชน์เศรษฐกิจ ตรงนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ ในเรื่องของ เศรษฐกิจชายแดน วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ เราได้ดุลการค้าประเทศเพื่อนบ้าน มากมายมหาศาล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจะนําเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้าย นะครับว่า มันจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ถ้าท่านไม่หยุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ นําเรียนครับว่าเมื่อเช้านี้ทางตัวแทนภาคประชาสังคม นําโดยคุณชนิดา ต้องขอขอบพระคุณทางเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เมื่อเช้าเรามีการประชุมกัน แล้วก็ขอร้องว่าช่วยติดต่อนายกรัฐมนตรีหน่อย พรุ่งนี้ ท่านรับปากว่าจะพบพวกเขาสิบเอ็ดโมงเช้า ถ้าจําไม่ผิดนะครับ เพราะว่าคุณชนิดาได้โทรมา ประสานและบอกผมแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเปิดใจ จะเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทย และเป็นตัวแทนของประชาชนกัมพูชาได้ไปพบท่าน ที่ใดที่หนึ่ง ผมไม่ทราบว่าเป็นที่ทําเนียบรัฐบาลหรือเปล่า แต่ต้องขอบคุณน้ําจิตน้ําใจเพื่อน ๆ สมาชิกในซีกของกรรมาธิการได้ติดต่อประสานงานกับท่าน และท่านเอาจริงเอาจังในเรื่อง ที่จะรับฟังการแก้ไขปัญหาและแนวทางความคิดเห็น ผมนําเรียนก่อนที่ท่านจะไปพบเขา ก็แล้วกันนะครับ เขามีข้อเสนอ ๔ ข้อด้วย มติของที่ประชุมของกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็คงเห็นด้วยในเรื่องของ ๓ ข้อ แต่ข้อที่ ๔ ผมก็คิดว่าสมาชิกทุกคนในซีกของ คณะกรรมาธิการก็คงไม่เห็นด้วย

ข้อที่ ๑ เขาเรียกร้องให้หยุดการสู้รบที่ชายแดน และขอให้พิจารณาความ ขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธีและเคารพในตัวบทกฎหมาย เพราะว่าความขัดแย้งทั้งปวง ไม่สามารถจบลงได้ด้วยปืน ดังนั้นจึงขอให้ปัญหาความขัดแย้งที่อยู่บนหลักของกฎหมาย ระหว่างประเทศและคุณธรรม

ข้อ ๒ ให้เคารพสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชนของประชาชน ท้องถิ่นที่ทั้ง ๒ ประเทศ

ข้อ ๓ ให้สนับสนุนความสมานฉันท์ สันติภาพ และการพัฒนาบริเวณ ชายแดนของทั้ง ๒ ประเทศ โดยรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่

ข้อ ๔ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่สมาชิกท่านใดจะเห็นด้วย ผมก็ไม่รู้นะครับ ให้รัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายของอาเซียน ตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นรูปแบบของพหุภาคี ไม่ใช่ ทวิภาคี และผมขอยืนยันและสนับสนุนนะครับว่ารูปแบบการเจรจาและการแก้ไขปัญหา มันต้องเก็บไว้ในทวิภาคีครับ

ประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษเขาก็สะท้อนออกมา ๔ ข้อเหมือนกัน ครับ คือ

ข้อ ๑ เรียกร้องให้หยุดสู้รบกันก่อน กันก่อนในที่นี้ว่า ในใจของผมคิดว่าก็คง ไม่อยากให้มีการสู้รบกัน

ข้อ ๒ ผู้นําทั้ง ๒ ประเทศ รีบเจรจากันให้ได้ข้อยุติ อย่าเล่นการเมือง มากเกินไป

ข้อ ๓ สร้างหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ข้อ ๔ ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้เดือดร้อนโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะ ประชาชนส่วนใหญ่ของทั้ง ๒ ประเทศมีพื้นฐานความยากจนและมีอาชีพเกษตรกรทั้งนั้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันคล้าย ๆ กันในเรื่องของมองไปถึงสันติวิธี

อีกข้อมูลหนึ่งครับท่านประธาน ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ไม่รู้ว่า ท่านทราบหรือไม่ทราบนะครับว่าวันนี้ประธานอาเซียนเป็นประเทศอินโดนีเซีย แต่ประธาน ไอปา (AIPA) เป็นประเทศกัมพูชา ผมได้คุยกับท่านอภิวันท์เมื่อวาน ด้วยความเป็นห่วง ผมก็เพิ่งรู้จากการประชุมไอปาเมื่อวานนี้เอง ทางสภาของเราก็จะส่งตัวแทนทั้งวุฒิสมาชิก และก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปร่วมประชุมด้วยในหัวข้อสิทธิและเสรีภาพของสตรี ในส่วนตรงนี้ผมเกรงกลัวว่าถ้าประเทศกัมพูชาจะใช้เวทีไอปาเปิดให้มีการอภิปรายของ กลุ่มสมาชิกของอาเซียน รัฐสภาอาเซียนนี่ มันจะเป็นประเด็นยืดออกไปในเรื่องของพหุภาคี อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจในส่วนตรงนี้ เมื่อครั้งปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมได้มี โอกาสได้ติดตามท่านประธานชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาของเรา ไปเชื้อเชิญประมุขของ นิติบัญญัติของกลุ่มอาเซียนให้เขามาร่วมประชุมกับเรา ก็คือการประชุมไอปาที่พัทยา ก็ประสบผลสําเร็จอย่างยิ่ง แต่การต้อนรับของผู้นําประเทศของประเทศกัมพูชาผมประทับใจครับ เขาให้เกียรติประเทศไทย เขาไม่ได้รังเกียจอะไรกับเราเลย ในตลอดระยะเวลาที่อยู่นั้น ผมได้รับอํานวยความสะดวกหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วเป็นที่น่าแปลกใจ เขาให้เกียรติประมุข ในซีกของนิติบัญญัติเป็นอย่างมาก เราได้มีโอกาสได้พบกับประมุขประเทศของเขา ในส่วนของฝ่ายบริหาร ในส่วนของนิติบัญญัติ ในส่วนตรงนี้ผมเชื่อมั่นนะครับว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานครับ ฝากไปทางฝ่ายบริหาร ผมคิดว่ารัฐสภามีงบประมาณครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับท่านประธานชัยครับ เหมือนท่านสรวงศ์ได้พูดถึงว่า ท่านประธานชัยอาจจะเป็น เครื่องไม้เครื่องมืออีกส่วนหนึ่งของประเทศเราที่จะนําพาในเรื่องของสันติภาพและสันติสุข มาให้กับประชาชนคนไทย ท่านใช้คนให้ถูกครับ ท่านเลือกยุทธศาสตร์คนให้เป็น ผมคิดว่า การบริหารจัดการของท่านไม่มีข้อผิดพลาด

อีกส่วนหนึ่งครับ ในเรื่องของการบริหารจัดการ ผมคิดว่าหลักคน เงิน งาน เป็นสิ่งที่สําคัญ ท่านเลือกคนมาทํางาน ท่านก็ต้องเลือกในเรื่องของคุณวุฒิ แล้วก็ ความสามารถของเขา เงินนี่ท่านต้องบริหารจัดการให้ได้ประโยชน์ แล้วงานก็คือภารกิจ ของงาน ก็คือนโยบาย ผมเชื่อมั่นนะครับว่าที่ท่านจะต้องแถลงสรุปผลงานของรัฐบาล ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หลายสิ่งหลายอย่างเราก็เห็นด้วยกับแนวนโยบายของท่านที่จะ พัฒนาในเรื่องของศักยภาพ ในเรื่องของความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน ในหมวดของ ข้อ ๒ วันนี้ดูแล้วเหมือนจะสอบตก แต่ท่านยังมีเวลานะครับ เหมือนสอบซ่อมก็ได้ครับ ท่านสอบซ่อมในแนวนโยบาย ในเรื่องของการที่จะผูกมิตรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา ท่านยังมีเวลาอยู่ครับท่านนายกรัฐมนตรี สภาของเราและอายุของรัฐบาล ยังมีเวลาให้ท่านตัดสินใจและเลือกแนวทางที่จะหาแนวทางที่จะสร้างสันติภาพและก่อให้เกิด สันติสุขให้กับพี่น้องประชาชน หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านพูดไปนะครับ ในเรื่องของแนวทาง ๕ รั้วก็ดี แต่วันนี้ผมขอเปิดใจ ท่านว่าขอให้เป็น ๕ ใจครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ใจที่ ๑ เปิดใจรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น วันนี้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปพบกับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเรียกผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาก็ได้ ในกรณีของคนไทยทั้ง ๗ คนที่โดนจับผมยังไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียก ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดที่มีชายแดนติดกับพื้นที่ ประเทศกัมพูชาเข้ามาประชุมเชิงวิชาการ แล้วก็รับฟังข้อสรุปปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ชายแดน ผมคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นตัวนําสื่อที่ดีที่ให้ข้อมูลกับท่านนายกรัฐมนตรี ได้เป็นอย่างดี ผมอยากเห็นท่านมีแผนปฏิบัติในส่วนตรงนั้น ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสระแก้ว อย่างเดียวนะครับ จังหวัดตราดนะครับ วันนี้จังหวัดตราดเรามีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้หญิง และเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหา วันนั้นผมเดินทางไปกับอาจารย์เจริญ ๒ ท่าน เราได้เข้าไปใน จังหวัดโพธิสัตว์ ได้เข้าไปถึงจุดยุทธศาสตร์ของแนวรบในอดีต เราไปรับรู้ความเป็นอยู่ของ พี่น้องชาวกัมพูชา น่ารักครับ และกองกําลังผมคิดว่าเขาเองก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ในส่วนตรงนั้นผมคิดว่าในระดับท้องถิ่น ในระดับกองกําลังหรือในระดับกองทัพไม่มีปัญหา แต่ถ้าท่านปรับเปลี่ยนแนวนโยบายหรือแนวความคิด หรือหลักคิดในทัศนคติของรัฐบาล สักนิดหนึ่ง มองเขาให้เป็นมิตร แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่สะท้อนคนกัมพูชาที่ท่านจะได้พบวันพรุ่งนี้ นะครับ เขาได้พูดกับเราในส่วนหนึ่ง ฟังแล้วสะท้อนออกมาก็น่าเสียนะครับว่า เขาพยายาม ที่จะพบและรวบรวม แล้วก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนคนกัมพูชามีทัศนคติ ที่ลดความชิงชังคนไทยลงไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องชนะใจคนไทยให้ได้ทั้งหมด ไม่พอครับ ท่านต้องชนะใจคนในภูมิภาคนี้ให้ได้เหมือนกัน เพราะผมเชื่อมั่นนะครับว่าเราเป็น สมาชิกเหมือนกันเราก็ให้การสนับสนุนอยู่แล้วถ้าท่านทําถูก ใจที่ ๒ ก็คือจริงใจ แล้วรับ เปิดเผยในเรื่องของความรู้สึกของประเทศเพื่อนบ้าน อันที่ ๓ ก็คือเข้าใจในข้อมูลต่าง ๆ อย่างที่ผมได้นําเรียนว่าท่านอาจจะรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ว่าราชการจังหวัดหลาย ๆ ส่วน ในมิติต่าง ๆ ผมคิดว่ามันจะเป็นข้อมูลอันทรงประโยชน์อย่างแท้จริงนะครับ แล้ววันนี้ท่านก็ เปิดใจให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเราได้พูดและสะท้อน และนําเสนอแนวทาง การแก้ไขปัญหาให้กับท่านนายกรัฐมนตรี อันที่ ๔ ครับ ท่านอย่าถอดใจนะครับ ท่านอย่าถอดใจ กับสิ่งที่ยั่วยุ อย่างถอดใจกับสิ่งที่ไม่เป็นความจริงและกล่าวหาท่าน วันนี้ผมอภิปรายในเชิง สร้างสรรค์ ผมอยากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านเป็นผู้นําของประเทศ และท่านต้องแสดงศักยภาพที่สามารถที่จะแสดงออกถึงภาวะผู้นําได้ วันแรก ๆ ที่คนไทย ทั้ง ๗ คนโดนจับผมยังชื่นชมเลยนะครับว่าไม่มีข้อแม้ ประเทศกัมพูชาต้องปล่อยคนไทย ทั้ง ๗ คน แต่หลังจากนั้นท่านฟังข้อมูลเยอะเกินไปหน่อยหรือเปล่าไม่รู้นะครับ ท่านกลับ ถอดใจ อย่าถอดใจอีกนะครับท่านนายกรัฐมนตรี สู้ ๆ ครับ อันที่ ๕ ท่านต้องกล้าตัดสินใจ กล้าตัดสินใจในที่นี้ก็คือว่าใครนําพานโยบายของท่านที่คิดว่าดีไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ดี ที่ไม่เป็นมรรคเป็นผลท่านต้องกล้าตัดสินใจครับ วันนี้รัฐมนตรีที่ท่านไว้ใจก็มาปาฐกถาในส่วน ของตึกวุฒิสภา พูดลับหลังท่านนะครับ ว่าเขาไม่อยากเป็นหรอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ถ้าเขาสะท้อนออกมาอย่างนี้ว่าเขาไม่อยากเป็น ท่านต้องกล้าตัดสินใจครับ ตอบสนองเขาว่าเขาไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องให้เขาเป็น เพราะว่าสิ่งที่เพื่อน ๆ สมาชิกสะท้อน ออกมาหลายสิ่งหลายอย่างนั้นมันสะท้อนออกมาจริง ๆ ว่าตัวเขาเป็นปัญหา อย่างที่ผมว่า คน เงิน งาน ท่านต้องบริหารจัดการให้ได้ นั่นคือ ๕ ใจที่ผมอยากจะเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับไปตัดสินใจว่านี่คือแนวทางที่ท่านต้องแสดงภาวะผู้นําให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบครับ เราไม่ต้องการสงคราม เราต้องการสันติภาพและสันติสุขครับ

อีกส่วนหนึ่งครับ ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศนั้นเรารู้ถึงปัญหา และเราไม่เคยที่จะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในหลาย ๆ ส่วน นะครับ เมื่อประเทศไทยหรือคนไทยมีปัญหาเราเข้าไปถึงตรงนั้นครับ ผมนําเรียนครับว่า ท่านพนิชอาจจะไม่รู้ในส่วนที่ท่านเข้าไป ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับท่านพนิชนะครับ ผมเรียก พี่หนุ่มตลอดเวลา แต่ถ้าถามบอกว่าท่านเอ่ยว่าคณะกรรมาธิการบางส่วนไปพื้นที่ไม่กล้า เหมือนพวกเขาที่จะเข้าไปเดินข้ามรั้ว แล้วก็เดินพลัดหลงออก จนท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรี ต้องกล้าเอาสถานภาพของประเทศไทยไปเสี่ยงแก้ตัวให้ ตรงนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอย่าทําอีก นะครับ ผมคิดว่าทําได้ แต่อย่าเกิน ๓ ครั้ง ผมเชื่อมั่นนะครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมไปใน พื้นที่ ท่านประธานครับ พี่หนุ่มครับ ประทานโทษที่ต้องพาดพิง ผมไปกับอาจารย์รัชดา ผมไปกับอาจารย์เจริญ ผมไปกับท่าน ส.ว. อีก ๒ ท่าน แล้วเรารู้หลังจากที่ท่านโดนจับว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก มติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เราขอไม่พูดถึงเรื่องคดีเพราะไม่ใช่เกี่ยวกับเรา เราพูดชัดเจนและเน้นย้ํานะครับ คําเตือนของ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็คือว่าให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสู่พื้นที่สุ่มเสี่ยง สุ่มเสี่ยงตรงนั้นก็คือว่าไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนนะครับ แต่ถ้ายืนยันว่าเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ก็เป็นของประเทศไทย แต่ถามบอกว่าพื้นที่สุ่มเสี่ยงก็คือว่าทางราชการเขาประกาศเป็น กฎอัยการศึก กฎอัยการศึกก็คือว่าเจ้าหน้าที่ คําว่า เจ้า คือว่าใหญ่ หน้าที่ ก็คือปฏิบัติหน้าที่ ให้ยิ่งใหญ่ ถามบอกว่าคนไทยทั้ง ๗ ท่านหลุดจากจุดที่ ๔๘ ผ่านไป ๓๐๐ เมตร ถนนที่ท่าน พูดถึงนั่นละครับ ถนนซอยที่ท่านกําลังเดินทางไปสู่ตรงนั้นละครับ ถามบอกว่าพวกเราไม่กล้า เดินไปเหมือนท่าน ไม่กล้าครับ เพราะเรารู้ว่าเจ้าหน้าที่เขาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะเป็นกฎอัยการศึกครับท่านประธาน เรามิสามารถที่จะไปลบหลู่กฎหมายหรือปฏิบัติ หน้าที่ไม่ตรงตามกฎหมาย มิหนําซ้ําพวกท่านละเมิดกฎหมายเสียเอง ผมเชื่อมั่นนะครับว่า หลายสิ่งหลายอย่าง หลายส่วนที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องและมีความกล้าหาญ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนที่สมาชิกท่านสุดท้ายจะอภิปรายนะครับ ผมขอใช้สิทธิตรงนี้เรียนเสนอสภากับ ท่านนายกรัฐมนตรีในเวลาสั้น ๆ ๒ นาทีครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้อาวุโส คือท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งผมเห็นว่าท่านมีความเข้าใจ ปัญหาและเสนอแนะได้ดีมาก ผมเองจะขอเสนอ ๕ ประเด็นสั้น ๆ ครับ

ประเด็นแรก ก็คือขอให้รัฐบาลใช้การเจรจาในทุกระดับ ระดับผู้นําประเทศ ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ระดับผู้นํากองทัพและระดับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่

ประเด็นที่ ๒ ก็คือขอให้สมาชิกทุกท่าน ส.ส. ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ได้มั่นใจว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นั้นเป็นเครื่องมือที่ดีที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้ได้

ประเด็นที่ ๓ เนื่องจากที่ท่านพิเชษฐได้บอก และข้อเท็จจริงก็คือว่าหมุดหลักเขต มีการเคลื่อนย้ายด้วยเหตุผลแตกต่างกันหลายจุด เพราะฉะนั้นหลังจากที่มีการเจรจาแล้ว ทําให้ความสัมพันธ์กลับคืนสู่สภาพปกติจะต้องมีการเร่งเดินสํารวจในพื้นที่จริง โดยใช้แผนที่ พื้นฐาน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ท่านพิเชษฐได้บอกไว้ แค่เพียงเป็นพื้นฐานเท่านั้นเอง หลังจากนั้น บางจุดเราจะต้องยินดีที่จะเสีย บางจุดเราก็จะต้องเรียกร้องเพื่อจะได้ แต่บนมาตรฐาน ของความเป็นธรรมของทั้ง ๒ ประเทศนะครับ

ประเด็นที่ ๔ ส.ว. ส.ส. ทุกท่านต้องไม่นําเอาเรื่องประเด็นปัญหาข้อขัดแย้ง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมาเป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศ ต้องขอร้องทุกท่าน ซึ่งเมื่อ เช้าผมได้ขอร้องไปแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณที่ทุกท่านได้ปฏิบัติตาม เพราะไม่เช่นนั้น ลัทธิชาตินิยมจะทําให้เราไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย

ประการสุดท้าย ก็ขอให้ ส.ส. ทุกท่านได้เชื่อมั่นว่าไม่มีรัฐบาลไหนหรอกครับ ที่จะคิดเอาผลประโยชน์ของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาผู้แทนราษฎรของเราได้ทําหน้าที่ตรวจสอบกันอย่างเข้มแข็ง ผมมั่นใจครับถ้าเราอดทน สักนิดหนึ่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จะประสบความสําเร็จได้ ก็ขอสั้น ๆ แค่นี้ครับ ท่านประเกียรติ นาสิมมา ท่านสุดท้ายครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย สุภาษิตไทยบอกว่า เมื่อมิตรกลายเป็น ศัตรูมันเจ็บปวดยิ่งกว่าหนามยอกอก แต่ถ้าศัตรูกลายเป็นมิตรมันเป็นผลดี ที่จริงประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาไม่ใช่ศัตรูซึ่งกันและกัน แต่มันเป็นปัญหาเรื่องชายแดนที่มีมาโดยตลอด ถ้าเรารื้อประวัติศาสตร์ขึ้นมา ดินแดนทั้งหมดที่อยู่บริเวณนี้เคยตกเป็นของประเทศไทย มาก่อน เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่งก็ได้ว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยยึดครองแผ่นดินจนถึงแหลมมลายู และทุกวันนี้มลายูก็ไม่ใช่ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นการเสียดินแดนไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เราเคยเสีย แต่ปัญหาว่าการเสียดินแดนนั้น มันบอบช้ําหรือไม่ เราเสียเพื่อแลกเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการเสียดินแดนไม่ใช่ เป็นเรื่องใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาชายแดนเป็นปัญหาที่จะต้องเจรจากันตลอดเวลา ไม่มีข้อยุติได้โดยง่าย เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็เป็นบทบัญญัติของกฎหมาย คล้าย ๆ อย่างนั้น ที่ทั้ง ๒ ประเทศจะใช้เป็นกรอบในการที่จะมาเจรจาส่วนที่ไม่ลงตัว ผมเห็นว่ามันไม่ใช่ เรื่องเลวร้าย แต่ก็มีคนอยากจะให้รัฐบาลนี้เลิกไป แล้วก็มีคนออกมาพูดว่าเราเสียดินแดน เริ่มต้นตั้งแต่เซ็นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เราไปยอมรับการใช้แผนที่พิกัด ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ความจริงประชาชนอาจจะสับสนว่า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ กับ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มันต่างกันอย่างไร อันที่จริงพิกัด ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ สมมุติว่า หน่วย ๑ คือ ๑ เซนติเมตร ถ้าท่านยืนอยู่ตรงนี้ วัดออกไป ๒๐ เมตร นั่นละคือ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มันแคบลงมา ๕ เมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นรายละเอียด ของแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มีความละเอียดสูงกว่า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ความได้เปรียบ เสียเปรียบ ในชายแดนนี้มันไม่แน่นอน ยิ่งใช้แผนที่ที่มีพิกัดกว้างเท่าไร ความได้เปรียบเสียเปรียบมันก็ เกิดขึ้น ถ้าข้อตกลงถกเถียงกันยังไม่ชัดเจนก็สามารถที่จะเจรจากันต่อไปได้ แต่เคราะห์กรรม บ้านเรามันมีแต่ผู้รู้ ยั่วยุต่าง ๆ นานา บางเสียงบอกว่ารบสิ เขมร ๒ ชั่วโมงดับ ผมก็เห็น สมเด็จฮุนเซน ท่านก็ประกาศเหมือนกันว่าถล่มกรุงเทพมหานคร ๓ ชั่วโมงเรียบ พูดไปทําไม ไม่ใช่เรื่องสร้างสรรค์ ไม่มีประโยชน์ ผมคิดว่าวันนี้เราคงจะมาพูดในญัตติที่พรรคเพื่อไทยของเราได้เสนอขึ้นมาเนื่องจากประชาชน ชาวไทย ทั้งชาวไทย ชาวเขมร ได้รับความเดือดร้อนในพรมแดนที่เกิดการปะทะกันระหว่าง ทหารของทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องความขัดแย้งที่ยังไม่ลงตัว ผลกระทบที่คิดว่ามันเกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างน้อยประเทศไทยเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ ถ้าเทียบถึงพื้นที่ระหว่างประเทศเขมร กับประเทศไทย แต่ทราบไหมครับว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นประชาชนทั้ง ๒ ประเทศที่อยู่สภาวะ และอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นมีน้ําตาเหมือนกัน น้ําตาร่วง ได้รับความทุกข์ยากลําบาก เช่นเดียวกัน มันอยู่ที่ว่าผลกระทบนั้นมันจะกว้างขวาง ยาวนาน รุนแรงแค่ไหน ผลกระทบ จริง ๆ อาจจะสรุปได้ ๓ ด้านใหญ่ ๆ ก็คือด้านสังคม แน่นอนที่พูดไปแล้วเมื่อกี้ ด้านเศรษฐกิจ และแน่นอนก็มีปัญหาเรื่องด้านการต่างประเทศ ผมรับทราบข้อมูลบางอย่างที่ไม่ค่อยจะสบายใจนัก ที่ก่อนจะเกิดปัญหานี้ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ คุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ ซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านนั่งได้ทน เพราะรู้สึกว่าหลายคนบอกว่าปัญหานี้เกิดจากท่าน แต่ผม ไม่ได้โทษท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่าท่านเป็น ส.ส. ป้ายแดงของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ท่านจะไปไม่ทราบว่าใครให้ท่านไป และผู้ร่วมเดินทางของท่านไม่รู้ว่าใครจัดให้ แต่มันมี บทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์จากหลายกลุ่มหลายบุคคล แต่นั่นไม่สําคัญ ส่วนสําคัญที่ท่านไป มีเสียงสะท้อนเป็นความจริงหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ อยากจะส่งคนไปดูพื้นที่ตรงนั้นว่ามีการค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ โดยมีทหารใหญ่บางคนเป็นผู้บัญชาการให้เกิดการค้าขายตรงนั้น เพื่อที่จะเอาข้อมูลมา แบล็คเมล (Blackmail) กัน เนื่องจากผู้ที่ใช้อํานาจในการที่จะปรับเปลี่ยนยศ ตําแหน่ง จะต้องมีการต่อรองกันหน่อย แต่เดชะบุญกลับไปถูกจับเสียก่อนนะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมไม่ค่อยสบายใจ

ประเด็นที่ ๒ อาจจะเป็นภาพกว้างนิดหนึ่ง ผมรู้ว่าประเทศไทยก็ดี ประเทศใด ๆ ก็ดีในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกของโลกทั้งนั้น เรากําลังมาสู่สภาวะที่โลกไร้พรมแดน ความจริงพรมแดนไม่ค่อยจะมีปัญหาต่อการที่จะมาขบคิดอะไรกันมากมายนักหนาหรอก ถ้าจะพูดถึงเรื่องต่อไปนี้ เรากําลังจะรวมอาเซียนให้เป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ เรามีอาเซียนบวก ๑ บวก ๒ บวก ๓ บวกไปจนกระทั่ง ๘ มีประเทศจีน มีประเทศเกาหลี มีประเทศญี่ปุ่น มีประเทศอินเดีย หลายประเทศครับ เชื่อไหมว่าถ้าอาเซียนใหญ่โตขึ้นมาได้ และมีความสมานฉันท์ สามัคคีกันได้ตลาดนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าทวีปยุโรป อียู (EU) ยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ไม่รู้มีคนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่าที่อยากจะให้สถานการณ์ของอาเซียน ไม่ปกติ มีปัญหา เพื่อที่จะได้เกาะกลุ่มกันไม่ติด จึงได้ใช้ให้คุณพนิชเดินทางไปตรงนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็กําลังมีปัญหาเรื่องชายแดนกันอยู่ด้วย เมื่อเกิดไปตรงนั้นก็ยั่วยุ ให้เกิดอารมณ์ แล้วก็เกิดปะทะกันในที่สุด และเรื่องนี้คงยาว เพราะมีการเสริมกําลังกัน ทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ผมวิงวอนถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาฟ้าดินได้เห็นความทุกข์ยากของคนที่อยู่ ตรงนั้นขอให้เรื่องจบโดยเร็ว ผมไม่เห็นทางใดเลยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดถึงแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ได้วิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ สิ่งที่ประชาชนรับทราบกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าไม่เข้าใจ เป็นความจริงหรือไม่ ผมคิดว่าเรามาพูดความจริงกันดีกว่า เพื่อหาแนวทางไปแก้ปัญหา ผลกระทบที่เกิดความเดือดร้อนอยู่ระหว่างชายแดนของเรา ระยะทางที่พรมแดนติดกัน ของประเทศกัมพูชาหรือเขมรกับไทยมีทั้งหมดแค่ ๗๙๘ กิโลเมตรเท่านั้น ผมเคยพูด เพราะผมเป็นกรรมการของรัฐสภาที่ดูปัญหาเรื่องเจบีซีที่ท่านกําลังพูดคุยกันอยู่ขณะนี้ ผมเคยยกประเด็นหนึ่งขึ้นมา สมัยก่อนมีการตัดไม้ทําลายป่ามากมายที่ชายแดน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการทําไม้ของพวกที่รู้เห็นเป็นใจกับข้าราชการ ผู้มีอิทธิพลบางคนบางส่วน ตัดที่ไหน ตัดฝั่งไทย พอมีข่าวเล็ดลอดออกมาถูกจับได้ ย้ายเสาหินหลักเขตครับ ๗๓ หลักจากตราด มาช่องสะงํานี่ถูกย้ายไปไม่รู้กี่หลัก แล้วย้ายเข้ามาในแดนไทยเพื่อให้เขตตรงนั้นมาอ้างกับ เจ้าหน้าที่ว่าผมไม่ได้ตัดไม้ของประเทศไทยนะครับ ผมตัดไม้ประเทศกัมพูชา ปัญหาเรื่อง โยกย้ายเสาหินเป็นเรื่องที่ประเทศกัมพูชาเขารู้ในอก เพราะฉะนั้นเมื่อทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เขาจึงบันทึกไว้ด้วยว่า ห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพบริเวณแถวชายแดนตลอดแนว ทําไมครับ เพราะเขาได้เปรียบครับ เขารู้ว่าเสาหินไปอยู่ตรงโน้น เพราะคนไทยทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้กระทั่งดินแดนเขตแดนแท้ ๆ ยังย้ายเสาหินหลักเขตเข้ามาใน ประเทศของตัวเองเพื่อปกปิดการกระทําความผิดของตัวเองเท่านั้น เรื่องนี้จริง ไม่จริง ไม่มี การลงโทษลงทัณฑ์หรือไม่มีการไต่สวนกัน แต่มันเป็นประวัติศาสตร์ที่เล่าขานกันมา ผมก็ได้ เสนอให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย ถ้าเจบีซีจะไปตรวจสอบก็ขอให้ตรวจสอบ วิธีการฝังเสาหินพวกนี้เขาทํากันอย่างไร แล้วถ้าเสาหินไม่เป็นไปตามนั้นก็ถือว่ามีการโยกย้าย แล้วก็ให้ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ เจรจากัน ให้ตกลงกันได้ นี่ก็คือสิ่งที่มันเป็นปัญหา แล้วถ้าเราไม่ยอมกันก็ยิ่งจะเป็นปัญหาไปเรื่อย ๆ เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่มันสูญเสียไปก็ต้อง ยอมรับว่ามันสูญเสีย แน่นอนปราสาทเขาพระวิหารนี้ปวงชนชาวไทยหลั่งน้ําตาเพราะสูญเสีย เนื่องจากศาลโลกตัดสินว่าเป็นของประเทศกัมพูชา จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงกับต้องหลั่ง น้ําตาเพราะสูญเสีย นั่นคือแผลในหัวใจของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ใน เหตุการณ์เหล่านี้จดจําอยู่ตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบว่าไปรับนโยบายจากใครครับ ว่าจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารคืน ผมพูดตั้งแต่เบื้องต้นแล้วนะครับ ส่วนที่เราควรจะเสีย ก็ต้องเสีย และการเสียดินแดนไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเสีย เราเสียเพื่อความอยู่รอด เราเสีย เพื่อมิตรไมตรี แต่นั่นต้องมีเหตุผล เพราะฉะนั้นการเปล่งวาจาที่ท่านจะเอาคืนนั้นมันขัดกับ ความรู้สึกของคนทั้งโลก เพราะคนทั้งโลกเขารู้ว่าศาลโลกตัดสินให้ประเทศกัมพูชาไปแล้ว และท่านจะเอาคืนได้อย่างไร รบหรือ แค่ทหารตายไป ๒ ศพ ทหารไทย ส่วนประเทศกัมพูชา ผมไม่พูดถึง ก็เดือดร้อนกันขนาดนี้แล้ว แล้วเราจะทําอย่างไร เจรจาสิครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ไป แต่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนที่พูดถึงเรื่องนี้ว่าท่านต้องไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมชอบใจท่านวิชาญ มีนชัยนันทน์ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเลย ขอเจรจา กับท่านสมเด็จฮุนเซน ที่ชายแดนนั่นละ ตั้งโต๊ะเจรจากันเลย ผมบอกว่าท่านวิชาญนี้ แนะนําดีจริง ๆ ถ้าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยประสานติดต่อกับ สมเด็จฮุนเซนได้และไปนั่งเจรจาตรงนั้นจริง ๆ นี้ อย่าว่าแต่คนไทยเลย ชาวโลกจะต้อง ยกย่องสรรเสริญคนทั้ง ๒ คนนี้ว่าเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของโลก แต่นี่ท่านไม่ได้คิดจะทํา แต่ถ้าท่านจะทํามันก็จะยิ่งใหญ่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นผลดีสําหรับประเทศ ทั้งสอง ผมก็ขอแนะนําอีกคนหนึ่งว่าท่านควรทํา เพื่อความสงบ ความผาสุก แต่ท่านอาจจะ ไม่ได้รับการยกย่องจากคนทั้งโลกเพราะถูกแนะนําให้ทํา แต่นี่ละ ท่านประธานที่เคารพ หลายคนพูดว่านายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้เป็นคนที่มีทิฐิสูง แต่ถ้าท่านถือทิฐิ ท่านก็จะไม่ได้รับการยกย่อง ผมว่าละทิฐิลงไป แล้วหันมารับฟังความคิดเห็น หันมาแก้ไข ปัญหาร่วมกันดีกว่า ผมเชื่อว่าท่านทํา เพราะมิตรที่กลายเป็นศัตรูของท่านนี้ด่าทอท่านทุกวัน ความจริงผมนี้เจ็บใจแทน แต่ก่อนไม่เคยดูเอเอสทีวีเลยเพราะว่าเขาด่าคนของพรรคผม แล้วก็เสนอแนวทางที่ไม่ค่อยถูกต้อง เสนอคืนพระราชอํานาจอย่างนี้ เสนอขอนายกรัฐมนตรี พระราชทานอย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นขัดรัฐธรรมนูญ ในหลวงก็ทรงมาตรัสเรื่องนี้ด้วยว่าทําไม่ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังเสนอ และมาวันนี้เรทติ้ง (Rating) เอเอสทีวีนี้ขึ้นสูงมากครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ทุกคนฟังทั้งนั้น มันเหมือนกับว่ามันสะใจอะไรสักอย่างหนึ่งที่ได้ฟังคนพูด ความจริง สิ่งที่เป็นความจริงนี่ละเรามาพูดกันดีกว่าในสังคมไทยเรา แล้วก็จะได้แก้ปัญหาได้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องของการแก้ไขที่ไม่ถูกทาง ท่านควรจะต้องรับฟังผมไว้บ้างนะครับ การแก้ไขปัญหาการชุมนุมของคน ดีที่ในช่วงนี้ยังไม่มี การตายเกิดขึ้น แต่ไม่แน่ เพราะฉะนั้นเรื่องแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรง ผมว่าอย่าทํา ปัญหาชายแดนเหมือนกัน ประวัติศาสตร์ต้องจารึกนะครับ มันเกิดขึ้นในยุคของท่าน มันเป็น ความรุนแรง ตายอีกแล้ว นี่คือปัญหาชายแดน ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านเชื่อไหมครับ ประชาชน ยังคอยว่าเมื่อไรท่านจะเอา ๒,๐๐๐ บาทไปแจกอีก ไม่ใช่พูดกระทบกระเทียบ นั่นเป็น ความจริง เพราะสิ่งที่ท่านได้ทําลงไปมันไม่ยั่งยืน ความยากจนก็มาเยือนประชาชน หนี้สิน ประชาชนรับไปเท่าไร นั่นคือการแก้ปัญหาบนความบอบช้ํา บนความทุกข์ทรมานของคน วิธีแก้ปัญหาของท่านพูดโดยสรุปมันเป็นซาดิสม์ (Sadism) ครับ ผมคิดว่าเลิกดีกว่า มาสู่สันติ มาสู่ความนุ่มนวล มาสู่ความเป็นมิตรไมตรี อย่าไปลงโทษลงทัณฑ์ด้วยวาจากับคนที่เขาได้รับ ทุกข์ทรมานอยู่แล้ว บางคนมันเลือกเกิดไม่ได้ อย่างท่านก็ไม่ได้เลือกเกิดมาเป็น นายกรัฐมนตรี แต่บังเอิญมันเป็น อย่าง พันตํารวจโท ทักษิณก็เหมือนกัน ก็ไม่ได้เลือกเกิดมา ว่าจะร่ํารวยถึงขนาดนั้น แต่เมื่อมันเป็นมาแล้ว สังคมไทยของเรามันเป็นสังคมที่อิจฉาตาร้อน สังคมที่ไม่ต้องการให้ใครได้ดีกว่าใคร แต่ผมคิดว่าถ้าปรับเปลี่ยนทัศนคติสังคม บังเอิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ที่นี่ ท่านอิสสระ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ผมคิดว่าเราพัฒนาคนของเราให้มีความโอบอ้อมอารี ให้เคารพ ผู้ใหญ่ วัฒนธรรมดั้งเดิมของเราดีมาก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนําไปแก้ปัญหาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในระยะยาว ส่วนระยะสั้นหลายท่านได้แนะนําไปแล้ว ผมก็ขอเอาคําแนะนํา ของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายมาสนับสนุนตรงนั้น แต่ประเด็นปัญหาที่คาใจ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบด้วย ชี้แจง ไม่ใช่ตอบ ชี้แจง แต่ไม่ชี้แจงก็ไม่เป็นไร เพราะนี่เป็นญัตติ เรื่องที่ให้คุณพนิชไปที่ตรงนั้น เพราะสังคมเขาแคลงใจว่าปัญหาที่ผมกราบเรียนไป ๒ เรื่อง ตอบด้วย อันไหนจริง อันไหนไม่จริง หรือไม่ใช่ทั้ง ๒ เรื่อง ผมจะขอกราบ ขอบพระคุณที่ท่านจะตอบ อย่างไรก็ตามเมื่อกี้ผมได้พูดถึงเรื่องการแก้ปัญหา ที่ผ่านมาสังคม ไม่อยากพูดคําว่า ประณาม พูดกันโดยทั่วไปว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบซาดิสม์มันไม่มีทางจบ หรอกครับ กลับมาแก้ปัญหาแบบวิธีการที่นุ่มนวลดีกว่า ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราได้พิจารณาอภิปรายมา พอสมควรแล้วครับ ผมขออนุญาตปิดอภิปรายนะครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบ ก็เชิญได้ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกซึ่งก็ใช้ เวลานานพอสมควร ค่อนข้างที่จะครอบคลุมประเด็นค่อนข้างมากนะครับ และมีท่านรัฐมนตรีประสงค์ที่จะชี้แจงอยู่หลายท่าน ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ในเบื้องต้นท่านรัฐมนตรีอิสสระกับท่านรัฐมนตรีบุญจงจะได้ชี้แจงในเรื่องของการที่ได้มีการ ไปดําเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่โดยตรงนะครับ จากนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะชี้แจงในส่วนของท่าน และผมก็จะขอสรุป สุดท้ายนะครับ ทั้งในประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วก็รวมไปถึงข้อเสนอแนะของเพื่อน สมาชิกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็มีพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกัน โดยเฉพาะ ในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ อําเภอกันทรลักษ์ พื้นที่ดังกล่าวนี้เมื่อเกิดเหตุแล้วก็มีพี่น้อง ประชาชนประมาณ ๑๖,๐๐๐ คนที่จะต้องเคลื่อนย้ายและอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการอพยพพี่น้องทั้งหมดประมาณ ๓๘ จุดใน ๑๐ อําเภอ ไปอยู่ตามโรงเรียนบ้าง หอประชุมอําเภอบ้าง หรือศาลาวัดบ้าง ในขณะเดียวกันแนวทางช่วยเหลือของ พี่น้องประชาชนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดําเนินการ ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง และให้เกิดความรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะต้องดูแล ในสิ่งที่ประชาชนมีความเดือดร้อน จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ของ อําเภอกันทรลักษ์เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยในกรณีฉุกเฉินเพื่อที่จะหาแนวทางช่วยเหลือ ประชาชน มีศูนย์อํานวยการเพื่อที่จะร่วมกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ตํารวจ หรือภาคเอกชนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในเบื้องต้นขณะนี้ได้มีการเตรียม ความพร้อมในการช่วยเหลือทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค หรืออาหารการกิน น้ํา หรือเต็นท์ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้อยู่กันอย่างที่บอกว่าอพยพมาแล้วก็ให้มีความสุขกัน ในขณะเดียวกันในพื้นที่ที่เป็นหมู่เดิมที่เคลื่อนย้ายก็จะมีชุดของ อส. อพปร. หรือแม้แต่พี่น้อง ประชาชนที่เป็นผู้ชายในการเฝ้าเวรดูแลทรัพย์สินของตัวเอง กระผมต้องเรียนว่าในขณะนี้ การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนดังกล่าวนั้นได้ทําอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละจุด ๓๘ จุด ก็ได้มีการตั้งหัวหน้าทีม ไม่ว่าจะเป็นนายอําเภอก็ดี หัวหน้าส่วนราชการก็ดีร่วมกับบรรดา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. แล้วก็แพทย์ พยาบาล ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนเหล่านั้น เกี่ยวกับการเป็นอยู่ในขณะนั้น ผมต้องเรียนว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการ เปิดศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะได้มีการติดต่อจากพี่น้องประชาชน เมื่อพบเห็นเหตุการณ์อย่างนี้ก็อยากจะร่วมบริจาค ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งของ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มีการเปิดศูนย์ตั้งแต่วันที่ ๗ จนถึงปัจจุบันนี้ก็มีพี่น้องประชาชน ได้ร่วมบริจาคกันเป็นเงินทั้งหมดประมาณ ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเงินจํานวนดังกล่าวนี้ก็จะ นําไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ นี่คือแนวทางที่ได้มีการวางแผนช่วยเหลือประชาชนไว้ อย่างไรก็ตามในทุก ๆ เช้าผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่องในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนว่ามีสิ่งใดที่บกพร่องหรือมีความจําเป็น สิ่งใดต้องเสริมลงไป ผมนําเรียนเบื้องต้นเท่านี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอิสสระ สมชัย ได้ตอบ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนชี้แจงผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ซึ่งได้อภิปราย ท่านประธาน ที่เคารพ ส่วนที่ผู้อภิปรายได้กล่าวถึงการช่วยเหลือของภาครัฐบาลว่าได้ดําเนินการไปอย่างไร บางท่านถึงขนาดกล่าวว่ารัฐบาลไม่เคยไปดูแลเลย ผมเรียนให้ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ตอนบ่ายได้มีการปะทะกัน นะครับ ก็ใช้คําว่า ปะทะกัน บางท่านก็กล่าวว่าเป็นเรื่องสงคราม ความจริงมันไม่ใช่ เป็นเรื่อง การปะทะกันในระหว่างชายแดนไทยกับเขมรที่บริเวณอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีษะเกษ และเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ผมได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเพราะได้รับรายงานว่า จะต้องมีการอพยพหนีจากแนวเขตชายแดน ท่านประธานครับ ผมไปอยู่ที่นั่นทั้งวัน ผมไม่เจอผู้แทนราษฎรคนไหนเลยครับ ที่เจอก็เจออดีตผู้แทนราษฎรครับ คือคุณหมอ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามถึงท่านนะครับ เพราะว่าท่านช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ที่นั่นร่วมกับผมโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะว่าภรรยาท่านเป็น ส.ส. หรือเปล่า ก็ไม่ทราบนะครับ แต่ผมถามว่าแล้ว ส.ส. หมอเปี๊ยกไปไหน ภรรยาท่านชื่อเปี๊ยก บอกว่า กําลังไปเอาสิ่งของไปช่วยพี่น้องประชาชน ท่านครับ ผมไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนซึ่งอพยพหนี จากเขตแดนมา อําเภอกันทรลักษ์ได้จัดที่อยู่อาศัยให้อยู่ ณ หอประชุม นอกจากหอประชุม อําเภอแล้ว ก็อยู่ตามวัด ตามหอประชุมโรงเรียนอยู่หลายจุดนะครับ กระจายอยู่หลายอําเภอ ด้วยครับ เช่น อําเภอกันทรลักษ์ อําเภอไพรบึง อําเภอขุนหาญ อําเภอโนนคูณ และอําเภอ ศรีรัตนะ วันที่ ๕ เป็นวันแรกที่ราษฎรอพยพมานั้นมีประชาชนอยู่ฝั่งนี้เพียง ๖,๐๐๐ คนครับ และที่หนาแน่นที่สุดประมาณ ๓,๐๐๐ คน อยู่ที่หอประชุมอําเภอกันทรลักษ์ ทางผู้ว่าราชการ จังหวัดได้รายงานให้ผมทราบว่าประชาชนที่มาอยู่นั้น ท่านได้เน้นเรื่องความปลอดภัย เรื่องการอยู่อาศัยไม่ให้แออัดจนเกินไป ถ้าหากว่าแออัดท่านก็เอาเต็นท์มาเพิ่ม เรื่องอาหารการกินนั้น ผมเรียนให้ทราบว่าทางจังหวัดได้ดําเนินการจัดหาอาหารให้อย่างเพียงพอ ถ้าหากว่า มีประชาชนมากท่านก็เพิ่มเต็นท์ขึ้นมาเรื่อย ๆ อาหารที่จัดให้ นอกจากทางการได้จัดให้แล้ว วันนั้นชาวพี่น้องอําเภอในตลาดกันทรลักษ์ได้มาตั้งโต๊ะ ตั้งเต็นท์ปรุงอาหารให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งอพยพมาทั้งหมดนะครับ ผมยังไปกระเซ้าเย้าแหย่กันเลยว่าอําเภอกันทรลักษ์นี้ เมื่อก่อนมีทั้งสีเหลือง สีแดง วันนี้ทําไมมารวมกันดีจังเลยเขาบอกว่าไม่มีสีแล้ว วันนี้มีสีเดียว คือศรีสะเกษ เขาบอกครับ มีศรีสะเกษเท่านั้น นี่คือความสามัคคีปรองดองกันเมื่อเกิดปัญหา ขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่าผมก็ได้กําชับกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ๑. ความเป็นอยู่นั้นจะต้องปลอดภัย และถ้าหากว่าแออัดแน่นหนาก็ให้เพิ่มเต็นท์ไปเรื่อย ๆ ๒. เรื่องอาหารการกินก็ขออย่าให้ขาด เพราะว่าผมถือว่าผมเดินทางมาเป็นหน่วยแรกที่มา ดูแลพี่น้องประชาชน ถ้าหากว่าไม่เพียงพอผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีเงินที่สามารจะสั่งจ่ายได้ ในมืออยู่แล้วครั้งละ ๕๐ ล้านบาท ผมว่าเพียงพอสําหรับคนประมาณ ๖,๐๐๐ คน นอกจากนั้นแล้วผมก็ได้เน้นย้ําด้านสาธารณสุขครับ ผมบอกว่าให้จัดหมอ จัดพยาบาล ให้มี เต็นท์โดยเฉพาะ เพราะว่าพี่น้องถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นก็จะได้ให้หมอเหล่านี้ไปดูแลได้อย่าง ทันท่วงที สุดท้าย ผมยังบอกด้วยว่าถ้าสมมุติว่าสถานการณ์ชายแดนนั้นยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ ทางท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นห่วงว่าอย่าให้ประชาชนรีบกลับบ้าน แต่ประชาชนก็ยังมี ความเป็นห่วงบ้านอยู่ครับ เท่าที่ได้ไปคุย ก็บอกว่าหลายคนรีบออกมาจนกระทั่งลืมเอา สิ่งของ ผมบอกว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนั้นผมได้ถามความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าที่จังหวัดศรีสะเกษนั้น มีความเสียหายจากการยิงระเบิด ยิงปืนใหญ่เข้ามานั้นมีมากน้อยเพียงใด ทางจังหวัดรายงาน ให้ผมทราบว่ามีราษฎรเสียชีวิต ๑ คน คือ นายเจริญ ผาหอม ราษฎรบ้านภูมิซรอล เหตุที่ เสียชีวิตเนื่องจากว่ามีการยิงขึ้น ทั้ง ๆ ที่ความจริงนายเจริญนั้นอยู่ในหลุมหลบภัย พอเสียง ปืนดังมาก ๆ เข้าเกิดความกลัวครับ รีบวิ่งออกจากหลุมหลบภัยมาโดนลูกกระสุนพอดี เสียชีวิตทันทีนะครับ นอกจากนั้นไม่มีเสียชีวิต แต่บ้านเรือนราษฎรถูกลูกระเบิดเสียหาย ทั้งหลังจํานวน ๗ หลังคาเรือน แล้วก็เสียหายบางส่วนนั้น ๑๐ หลังคาเรือน โรงเรียนเสียหาย ๑ โรงเรียนคือโรงเรียน ภูมิซรอลวิทยา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เพราะว่ากลุ่มผู้ที่ บ้านเรือนถูกไฟไหม้เหล่านี้ไม่ได้มีอะไรติดตัวมาเลย ผมจึงได้ให้ทาง พมจ. พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นได้จัดเงินให้ คือคนที่ตายนั้นให้เงินไป ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่ ไฟไหม้ทั้งหลังนั้นได้ให้เงินเบื้องต้นในวันนั้นนะครับ หลังละ ๓,๐๐๐ บาทสําหรับไปซื้อเสื้อผ้าใส่ แล้วก็ที่ไหม้บางส่วนนั้นนะครับ ๑๐ หลังนั้นก็ให้หลังละ ๒,๐๐๐ บาท ครอบครัวละ ๒,๐๐๐ บาท นี่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในวันนั้นนะครับ ท่านประธานครับ แล้วในวันเดียวกัน ก็ได้รับทราบว่าทหารเสียชีวิตในตอนเช้าของวันที่ ๕ ที่มีการปะทะกันในรอบที่ ๒ คือ สิบเอก วุฒิชรินทร์ ชาติคําดี เป็นทหารจากจังหวัดยโสธร บ้านอยู่จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ในวันนั้นผมยังเป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วมทําพิธีรดน้ําศพของ ทหารร่วมกับแม่ทัพ ภาค ๒ และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้ไป ร่วมรดน้ําศพด้วยกันในวันนั้น จึงได้เรียนให้ทราบว่ารัฐบาลไม่ได้รีรอนะครับในการที่จะไป ดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงผมนั้นเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ผมถือว่าชีวิตมนุษย์ไม่มีความมั่นคงในวันนั้นผมจึงได้รีบเดินทางไป ตามที่นายกรัฐมนตรีบัญชา ท่านครับ นอกจากจะไปเยี่ยมราษฎรแล้วผมได้เดินทางไปเยี่ยม ทหารอยู่ที่ผามออีแดง ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาไม่ให้เข้าไป ผมขออนุญาตแม่ทัพ ภาค ๒ ว่า ผมอยากจะไปเยี่ยมและให้กําลังใจทหารซึ่งอยู่ในแนวหน้าตรงจุดที่ใกล้กับเขาพระวิหารครับ ทางทหารก็ได้เล่าบอกว่าในสภาพความเป็นอยู่เขายังมีขวัญกําลังใจดี อย่างที่ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ พูด ยังมีขวัญกําลังใจดีเขาบอกไม่ต้องตกใจท่านยังชี้ให้ผมดูเลยว่า ยังมีระเบิดที่ยิงเข้ามา มีระเบิดที่ยิงลงมานะครับ ท่านบอกว่ายิงมาแล้วไม่ระเบิด ผมยังไป ถ่ายรูปไว้เลยครับ ยิงลงมาแล้วไม่ระเบิดที่ผามออีแดง แล้วทหารท่านก็บอกว่าถึงอย่างไร ก็แล้วแต่จะรักษาอธิปไตยได้อย่างเต็มที่ตามหน้าที่ ผมเดินทางออกจากผามออีแดง แล้วก็ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี บอกผมว่าราษฎรบางส่วนจาก อําเภอกันทรลักษ์ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานีที่อําเภอน้ําขุ่นได้อพยพไปอยู่ที่ โรงเรียนน้ําขุ่นวิทยา อําเภอน้ําขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๑,๐๐๐ กว่าคน ขอให้ผม ได้ไปเยี่ยมด้วย ผมก็ได้เดินทางไปก่อนจะเดินทางไปถึงนั้นผ่านบ้านภูมิซรอลก็เห็นสภาพ บ้านเรือนราษฎรถูกไฟไหม้เป็นจํานวนมาก หลังคาโรงเรียนหายไปครึ่งหนึ่ง ได้แวะถาม กับราษฎรสักพักหนึ่งแล้วก็ได้เดินทางออกไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปพบปะกับ พี่น้องประชาชนอยู่ที่หอประชุมโรงเรียนน้ํายืนวิทยา ผมก็ได้มอบสิ่งของให้เป็นเครื่องอุปโภค บริโภคเป็นบางส่วน แล้วก็บอกว่าการช่วยเหลือที่มอบให้ในวันนี้เป็นเพียงบางส่วน เนื่องจากว่าตอนที่ผมเดินทางมานั้นยังไม่ทราบจํานวนผู้เสียหายที่แน่นอน ยังไม่ทราบจํานวน ครอบครัวที่แน่นอน เพราะฉะนั้นขอให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแค่นี้นะครับ แม้กระทั่งบ้านเรือน ราษฎรที่เสียหาย ผมบอกว่านี่ไม่ใช่เงินชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมแซมบ้าน เป็นการให้ไป เนื่องจากว่าพี่น้องรีบออกมาไม่มีเสื้อไม่มีผ้ามาอย่างเพียงพอ ผมก็บอกว่าขอมอบเงินนี้ ให้ไปซื้อ แล้วก็บอกว่าสําหรับบ้านเรือนที่เสียหาย ไม่ว่าจะหายทั้งหลังก็ดี หรือว่าหาย เป็นบางส่วนก็ดี ผมรับปากไว้ว่ารัฐบาลจะดําเนินการทดแทนให้จนครบ และเมื่อวานนี้ ก็มีการประชุม ครม. ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านก็รายงานต่อที่ประชุม ครม. ว่าความเสียหายทั้งหมดนั้นรัฐบาลจะดูให้ บ้านที่ไหม้ ไปทั้งหลัง ถูกระเบิดไปทั้งหลายจะสร้างให้ครบคืน บ้านที่เสียหายเป็นบางส่วนจะซ่อมคืน ให้เข้าสภาพเดิมทุกบาททุกสตางค์โดยรัฐบาลจะเป็นฝ่ายออกเอง ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปทําการตกลงกับทางประชาชนผู้ได้รับความเสียหายแล้ว แล้วเขาก็พอใจว่ารัฐบาลได้มี ความจริงใจในการดูแล นี่คือการช่วยเหลือแล้วก็อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีครับท่านประธาน ผมได้เดินทางกลับวันนั้นตอนเย็น แล้วผมบอกว่าหลังจากนั้นผมจะรีบเดินทางมาอีก ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากผมเดินทางกลับมาแล้ว วันต่อมาท่านรัฐมนตรี องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรี ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีก็ใช้ให้รัฐมนตรี ๒ ท่านนี้ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนอีก ไปสํารวจความเสียหาย ไปให้ขวัญกําลังใจกับพี่น้อง ประชาชน และอยากทราบตัวเลขจํานวนประชาชนที่เดือดร้อนจากการปะทะกันครั้งนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งหลังจากทั้ง ๒ ท่านนั้นได้ไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วก็ได้ทํารายงาน ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบเมื่อวานนี้ ในส่วนของกระทรวงผมนั้น ท่านประธานครับ ผมขอเรียนรายงานให้ทราบว่าจํานวนตัวเลขผมเช็กอยู่ทุกวันครับ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ ตัวเลขวันที่ ๗ คนที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทุกอําเภอ ๖ อําเภอ ที่ผมเรียนให้ทราบ มีจํานวนทั้งหมด ๑๖,๖๕๔ คน ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีอยู่ ๓,๒๐๐ คน วันนี้เมื่อเช้านี้ จังหวัดศรีสะเกษตัวเลขเหลืออยู่ ๑๔,๐๐๐ คน แต่ที่จังหวัดอุบลราชธานีผมเช็กไปเมื่อตอน บ่ายวันนี้ว่าเหลือประมาณ ๔๐๐ คน ส่วนใหญ่กลับกันหมดแล้ว ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็กลับกันหมด ที่เหลือ ๔๐๐ กว่าคนนั้น คือคนที่อพยพมาจากอําเภอกันทรลักษ์ที่มี อาณาเขตติดต่อกับอําเภอน้ําขุ่น เดี๋ยวนี้ยังค้างอยู่ที่นั่น แต่ผมบอกว่าถึงแม้จะกลับไป ผมบอกว่าให้ทางอําเภอได้ทําทะเบียน ทํารายละเอียดไว้ว่าจํานวนเป็นหมื่นคนนั้น มีกี่ครอบครัว ทางอําเภอจากจังหวัดอุบลราชธานีก็ดี จากจังหวัดศรีสะเกษก็ดี ได้ทําตัวเลข ไว้ให้ผมเรียบร้อยแล้ว ผมบอกว่าวันที่ ๑๑ ผมจะจัดคาราวานจากกระทรวงผมนําเงิน สงเคราะห์ไปมอบให้ทุกครอบครัวที่อพยพมา แล้วก็จะนําถุงยังชีพไปช่วยเหลือกับพี่น้อง ในระหว่างที่เกิดปัญหาเหล่านี้ และในขณะเดียวกันเป็นที่น่ายินดี วันพรุ่งนี้คือวันที่ ๑๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระองค์ท่านก็มีความเป็นห่วงเป็นใย ท่านส่งให้ราชองครักษ์ ล่วงหน้า ไปสํารวจ และพรุ่งนี้ท่านจะเสด็จไปเยี่ยมทั้งอําเภอกันทรลักษ์และทั้งอําเภอน้ําขุ่น นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าไม่ใช่เฉพาะแต่พวกเรานะครับ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินท่านก็มีความห่วงใย พสกนิกร ผมจึงกราบเรียนให้ทราบว่านี่คือการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เราไม่ได้ นิ่งนอนใจครับท่านประธาน ได้ไปดําเนินการทุกอย่างในอันที่จะแบ่งเบาปัญหา แบ่งเบาภาระ แบ่งเบาความเดือดร้อน ผมทราบดีว่าพี่น้องประชาชนทุกคนเวลานี้ซึ่งอยู่ที่นั่นต้องการ อยากจะกลับบ้าน ผมก็เห็นใจครับอยากจะกลับบ้าน ทางเราก็คิดว่าถ้าจะกลับบ้านไปแล้ว หากว่าการเจรจานั้นยังไม่สําเร็จก็จะทําให้พี่น้องไม่สบายใจ ก็จะต้องวิ่งไปวิ่งมา ผมจึงได้บอก ทางจังหวัดว่าขอให้เป็นที่ไว้วางใจมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก และในขณะเดียวกัน สิ่งซึ่งราษฎรได้เรียกร้องผ่านผมมาก็ดี ผ่านท่านรัฐมนตรีมาก็ดี หรือผ่านเจ้าหน้าที่มาก็ดี รัฐบาลจะไปดําเนินการให้ทุกประการ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนถามแล้ว เจ้ากระทรวงมหาดไทยได้ไปไหมครับ ถามท่านอิสสระหน่อยครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านได้เดินทางไป แล้วก็เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดบริเวณนั้นมารับทราบ นโยบายด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าไม่ไปผมจะได้บอกให้ ลูกพรรค เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ ขอกราบเรียนสั้น ๆ ๔-๕ ประเด็น ดังนี้ครับ

ประเด็นแรก ก็คือผมได้ไปเยี่ยมเยียนคุณวีระและคุณราตรีเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ที่กรุงพนมเปญ แล้วก็สามารถที่จะตกลงเกี่ยวกับแนวทางในการที่จะดําเนินการ ต่อไปเพื่อที่จะนําคุณวีระกับคุณราตรีกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

ประเด็นที่ ๒ ก็คือทางฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชา ณ วันนี้ได้ตกลงกันในการ ที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเจบีซีในวันที่ ๒๘ ของเดือนนี้ที่ประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วกระผมมีกําหนดการที่จะเดินทางไปที่สหประชาชาติเพื่อไปชี้แจงต่อ คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติในวันจันทร์ที่ ๑๔ ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็จะเป็นโอกาสที่เรา จะได้ชี้แจงให้กับประชาคมโลกได้ทราบเกี่ยวกับการดําเนินนโยบายที่เต็มไปด้วยสันติวิธี ที่เราได้ให้ความร่วมมือทุก ๆ เรื่องกับประเทศกัมพูชา ทั้งในเรื่องของการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว แล้วก็ได้ให้ความช่วยเหลือทั้งในแง่ของมนุษยธรรม แล้วก็ความช่วยเหลือ ในเรื่องของเทคนิควิชาการ รวมทั้งเงินกู้ผ่อนปรน ก็ด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะเห็น ความอยู่ดีกินดีของชาวกัมพูชา เพื่อที่เขาจะได้ขจัดความยากจนได้ แล้วก็ประเด็นปัญหา ของอาชญากรรมข้ามชาติก็จะได้ลดน้อยลงไป เป็นผลดีต่อประเทศไทยโดยองค์รวม แล้วอันนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานที่สําคัญอันหนึ่งของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในช่วง ๒ ปี ที่ผ่านมา แล้วก็จะเสมือนกันครับ ความสําเร็จอันนี้กับทุกประเทศที่อยู่รอบ ๆ เรา

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในวันพรุ่งนี้ท่านทูตอัษฎาซึ่งเป็นหัวหน้า คณะผู้แทนของฝ่ายไทยทางด้านการเจรจาเจบีซีก็จะเดินทางไปกรุงปารีสเพื่อไปพบปะกับ ทางฝ่ายยูเนสโก (UNESCO) แล้วก็คณะกรรมการมรดกโลกด้วย โดยจะไปสมทบกับ คณะของท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ นอกจากนั้นแล้วผมก็อยากจะขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า การดําเนินนโยบายของเราต่อไป แล้วก็ดังที่ได้ผ่านมาคือเอาการเจรจา ๒ ฝ่ายเป็นตัวตั้ง แล้วสิ่งเหล่านี้ก็ได้รับการร่วมมือจากมิตรประเทศอาเซียนทั้งหลาย ที่นําโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นประธานของอาเซียน ณ วันนี้ แล้วจะเป็นกลไกของอาเซียนหรือระหว่างประเทศก็ดี ก็ด้วยความมุ่งหวังว่าจะได้สนับสนุน กระบวนการการเจรจาของทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะไม่ว่าจะวกเวียนไปในเวทีใด ในที่สุดมันก็จะต้อง หันหน้ามาเจรจากันระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เพราะมุ่งหวังว่าทางท่านผู้นํา ของรัฐบาลของประเทศกัมพูชาจะได้ตระหนักในสิ่งนี้ว่าในที่สุดแล้วเมื่อประเทศมันแยกแยะ ออกจากกันไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมกัน แล้วมีพันธกรณีต่อประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศ ต่อสมาคม อาเซียน ต่อประชาคมโลกนั้น ในที่สุดเราจะต้องหันหน้าเข้ามาหากัน สันติวิธีการเจรจา เป็นทางออกทางเดียวที่ดีที่สุดนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตกล่าวเกี่ยวกับตัวกระผมสักนิดหนึ่งในเรื่อง เกี่ยวกับพันธมิตร ที่ไปร่วมเวทีด้วยเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้วนั้นก็เป็นเรื่องของการต่อต้านระบบ การปกครองที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ ณ วันนี้ทางฝ่ายพันธมิตรกับตัวกระผมก็มีความเห็น ต่างกันในเรื่องของการดําเนินนโยบายต่อประเทศกัมพูชา เป็นการเห็นต่างทางความคิด ส่วนเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ จะหยาบบ้าง ไม่หยาบบ้างมันก็เป็นสิทธิเสรีภาพ ส่วนจะมากน้อย แค่ไหนในเรื่องของการใช้ถ้อยคําก็เป็นเรื่องของมารยาท แต่เขาก็ทําด้วยความสมัครใจ ของเขาเอง เขาไม่ได้เป็นมือปืนรับจ้างมาจากใคร แล้วเราก็อยู่ในกระบวนการประชาธิปไตย ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีสรุป ครับ สรุปนิดหน่อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงต้องขอเวลาท่านประธานพอสมควร ในการที่จะชี้แจง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราจะปิดเวลา ๖ ทุ่มนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ไม่ใช้เวลามากขนาดนั้นครับ ก่อนอื่นสิ่งแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกและท่านประธาน ก็คืออยากจะ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ตั้งแต่ท่านสมาชิกที่ได้มีการเสนอญัตติในวันนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องซึ่งมีความละเอียดอ่อน มีความอ่อนไหวสูง แต่ว่าเราก็ดําเนินการ ประชุมในลักษณะของการเปิดเผย และก็สมาชิกในภาพรวมก็ได้อภิปรายไปในลักษณะ ซึ่งมีความตั้งใจดี มีการสร้างสรรค์ แม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ ธรรมดา ที่อยากกราบเรียนเช่นนี้ก็เพราะว่าผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนเองมีความรู้สึกว่า เวลาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สถาบันรัฐสภาของเรายังเป็นสถาบันที่ใส่ใจ ห่วงใยพี่น้องประชาชน แล้วก็พร้อมที่จะทํางานร่วมกันในการที่จะนําพาบ้านเมืองให้ผ่านสถานการณ์ยาก ๆ ไปได้ กราบเรียนว่าในช่วงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมีโอกาสโทรศัพท์ไปหา ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ๒ ท่าน ท่าน ส.ส. ธเนศ กับ ส.ส. อุดมลักษณ์ แล้วก็ขออภัยที่ไม่ได้ติดต่อท่านอื่น ๆ เพราะว่าไม่ได้มีความคุ้นเคยกับท่านอื่น ๆ เท่ากับ ๒ ท่านที่ผมได้เอ่ยนามเมื่อสักครู่ แล้วก็ โทรไปก็เพื่อที่จะสอบถามทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องขอขอบคุณว่าทั้ง ๒ ท่านนั้น ได้ยืนยันหนักแน่นว่าการทําหน้าที่ของท่านทั้งหลายในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น จะไม่มาคิดถึงปัญหาเรื่องความเป็นพรรคการเมือง ความเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่ว่าจะทํา หน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งผมถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราได้เห็นความสมัครสมาน สามัคคี ซึ่งแม้ว่าท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม บอกวันนี้ไม่ใช่เรื่องสมานฉันท์ก็ไม่เป็นไร แต่ว่า เป็นเรื่องที่เราก็มาทําหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดในการที่จะติดตามแล้วก็หาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของประเทศไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องซึ่งอยู่ ในความสนใจของพี่น้องประชาชนมาเป็นระยะเวลายาวนาน เฉพาะในช่วงที่ผมเข้ามารับ หน้าที่ ทําหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินก็มีหลายช่วง หลายเหตุการณ์ ซึ่งมีผลกระทบ ต่อความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศ บางครั้งก็เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายแดน บางครั้ง ก็อาจจะเป็นความขัดแย้งในเรื่องอื่น บางครั้งก็เป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศของ ทั้ง ๒ ประเทศที่มีผลต่อสภาพปัญหาความสัมพันธ์ตรงนี้ นโยบายที่ผมได้พูดอย่างชัดแจ้ง ในทุกโอกาส ในทุกสถานการณ์ก็คือว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการรักษาประโยชน์ของประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย ๓ ส่วน

ส่วนที่ ๑ แน่นอนที่สุด รัฐบาลจะต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ รักษา ดินแดน รักษาสิทธิอันชอบธรรมที่ประเทศของเราพึงมี ตรงนี้ไม่สามารถที่จะไป ประนีประนอม หย่อนยาน ละเลย ละเว้นได้เป็นอันขาด

ประการที่ ๒ นโยบายของรัฐบาลต้องตั้งอยู่บนเป้าหมายในการที่จะ เสริมสร้างสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา แล้วก็รวมทั้งกรณีของประเทศ กัมพูชา เพราะผมก็ย้ําหลายครั้งครับว่าอย่างไรเสียประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาก็ต้องเป็น ประเทศที่อยู่ติดกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน และในขณะนี้เราก็ล้วนแต่เป็นสมาชิกของประชาคม อาเซียน ซึ่งกําลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นแฟ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม

ประการที่ ๓ ซึ่งมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ๒ เรื่องแรก ก็คือชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตลอดแนวชายแดน เพราะพี่น้องเหล่านี้ เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกเกือบทุกท่านได้แสดงออก คือคนที่จะได้รับ ผลกระทบมากที่สุด ยาวนานที่สุดจากการดําเนินนโยบายต่าง ๆ และจากปัญหา หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้เพื่อนสมาชิกก็คงจะเห็นตรงกับผม และที่ผมฟังจากคําอภิปรายในวันนี้แทบจะกล่าวได้ว่าทุกคนหรือเกือบทุกคนก็เห็นด้วยว่า ประโยชน์ ๓ ส่วนนี้ต้องเป็นธงนําในการดําเนินนโยบายและในการตัดสินใจต่าง ๆ และแน่นอนครับ ในการที่จะดําเนินการให้เป็นเป้าหมายทั้ง ๓ ประการนี้มันก็ต้องมีการเลือก วิธีการที่จะดําเนิน และผมก็คิดว่าในสภาแห่งนี้เราก็พูดตรงกัน เหมือนกัน เช่นเดียวกันว่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือวิธีที่เป็นวิธีโดยสันติ เพราะเราทราบครับว่าความขัดแย้งถ้าหากว่าลุกลาม บานปลายไปสู่การใช้ความรุนแรง การใช้กําลัง แล้วก็เลวร้ายที่สุดก็คือเข้าไปสู่ภาวะที่เป็น สงคราม แม้การสู้รบจะสิ้นสุดลงที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็คงไม่เป็นคําตอบที่ยั่งยืนได้ในการที่จะดูแล ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เป็นบริเวณชายแดน ซึ่งก็จะต้องตกอยู่กับ ภาวะของความเสี่ยง ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้ต้องยอมรับครับ ผมก็ยืนอยู่ตรงกลาง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในการกําหนดท่าทีและการดําเนินนโยบายที่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้ พี่น้องประชาชน ที่ฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ฟังแล้วอาจจะเกิดความเข้าใจว่าผมเป็นคนหนึ่ง ซึ่งกระหายสงคราม อยากจะนําพาประเทศไปสู่ความขัดแย้ง อยากจะเอาชนะคะคาน แต่พี่น้องประชาชนที่ไปฟังคนที่ชุมนุมอยู่นอกทําเนียบรัฐบาลก็จะได้ฟังว่าผมเป็นคนขายชาติ เป็นคนอ่อนแอ ไม่คิดจะสู้ ไม่คิดจะปกป้อง ผมเป็นทั้ง ๒ อย่างพร้อมกันไม่ได้หรอกครับ และผมก็ไม่ได้เป็นทั้ง ๒ อย่าง ผมตั้งมั่นอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน และดําเนินนโยบายด้วยความรัดกุม ด้วยความรอบคอบ และด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกลไกของรัฐและพี่น้องประชาชนที่ให้ความเข้าใจกับความละเอียดอ่อน ของสถานการณ์ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อนโยบายเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ผมได้ให้ท่านรัฐมนตรี อิสสระ ท่านรัฐมนตรีบุญจงได้ชี้แจง และจากการลงพื้นที่ของท่านรัฐมนตรีชวรัตน์ รัฐมนตรี องอาจ และรัฐมนตรีถาวรด้วย เป็นเรื่องที่ยังจะต้องทํางานกันอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ขอให้ ความมั่นใจโดยเฉพาะผู้แทนราษฎรในพื้นที่ว่าการเข้าไปช่วยเหลือนั้นจะต้องมีความต่อเนื่อง และจะต้องมีการดูแล และจะต้องมีการปรับปรุงแนวทางของการที่จะคุ้มครอง ให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาในขณะนี้และพื้นที่อื่น ๆ ในบริเวณ ชายแดนด้วย แล้วก็ขอกราบเรียนครับว่าทุกครั้งที่เรามีการตัดสินใจ มีการดําเนินนโยบาย เราจะประสานงานทั้งฝ่ายความมั่นคง ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งฝ่ายนโยบายการต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเห็นได้ชัดว่าเริ่มเกิดเหตุการณ์ปะทะกันก็จะมีการสอบถามว่า นอกเหนือจากการที่กองทัพจะต้องปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยแล้ว แผนของ การดูแลพี่น้องประชาชนเวลาเกิดเหตุปะทะมีรองรับหรือไม่ อย่างไร ก็จะมีการประชุม ซักซ้อมกันทั้งในส่วนของฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง อย่างนี้เป็นต้น ในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีเมื่อวาน คณะรัฐมนตรีก็มีความเห็นตรงกันหมดว่าการฟื้นฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่อยู่อาศัย การชดเชยความเสียหายต่าง ๆ นั้นจะต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง และหากมีความจําเป็นในการที่จะต้องยกเว้นกฎระเบียบ เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือนั้น สามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด ครอบคลุม ก็จะดําเนินการเหมือนกับที่ เราได้ดําเนินการไปในกรณีที่เกิดภัยน้ําท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าตรงนี้ เป็นสิ่งที่อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้มีความสบายใจ

ทีนี้ปัญหาของชายแดนไทย-กัมพูชา หลายท่านได้อภิปรายก็ตรงกับสภาพ ความเป็นจริง แต่ว่าบางเรื่องก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อน ผมเพียงแต่ประสงค์ที่จะชี้แจงเพื่อให้ เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่าแนวทางต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร

ประการแรก ก็อยากจะเน้นย้ําว่าสภาพปัญหาของชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่สามารถดําเนินการจัดทําหลักเขตแดนให้มีความชัดเจนได้ในหลายพื้นที่ และในแต่ละ พื้นที่ก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน อย่างที่มีการปะทะกันก็เป็นไปอย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายว่า มีปัญหาเพราะว่าฝ่ายหนึ่งถือแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อีกฝ่ายหนึ่งยึดถือตามสนธิสัญญา หรือสันปันน้ํา บางพื้นที่ เช่นกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ๗ คนที่ได้เดินไปในบริเวณชายแดนก็จะ แตกต่างไปอีก คือไม่ได้มีการมาประกาศชัดแจ้งว่าฝ่ายหนึ่งยึดถืออะไร ตรงไหน มีหลักเขต ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นตรงกันว่าเส้นเขตแดนคือเส้นที่ลากตรงระหว่าง หลักเขต แต่ยังโต้แย้งกันอยู่ว่าหลักเขตที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันอยู่ในที่ที่ถูกต้องหรือไม่ เคยมี การย้ายหรือไม่ อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น และในบริเวณเส้นเขตแดนที่ยังไม่มีความชัดเจนนี้ ก็มีชุมชน ทั้งชุมชนไทย ทั้งชุมชนกัมพูชา ตลอดแนวชายแดนซึ่งตั้งอยู่ บางครั้งก็ปะปนกัน บางครั้งก็เป็นชุมชนที่ตั้งแล้วก็คร่อมอยู่ บนเส้นที่ปรากฏอยู่จากหลักเขตแดนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเครื่องมือ ที่จะทําให้การดํารงชีวิตของพี่น้องประชาชนตลอดแนวชายแดนสามารถดําเนินไปได้ ในระหว่างที่เส้นเขตแดนยังไม่มีความชัดเจน ไม่ใช่ยาวิเศษหรอกครับ บางคนไปบอกว่า เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ล้มเหลวถึงได้เกิดการปะทะขึ้น ไม่ใช่ครับ ถ้าจะพูดอย่างนั้นก็ต้องบอกว่า กฎหมายเกือบทุกฉบับล้มเหลวเพราะยังมีการละเมิดกฎหมายกันอยู่ คงไม่ใช่ แล้วทางออก ก็คงไม่ใช่ว่าเมื่อมีการละเมิดกฎหมายแปลว่ากฎหมายล้มเหลว ไปยกเลิกกฎหมายก็ไม่ใช่ ขณะเดียวกันเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ไม่ใช่เลวร้ายที่จะไปยกดินแดนให้กับใคร อย่างไร เพราะเป็นเพียงข้อตกลงในเรื่องของวิธีการในการหาข้อยุติว่า เส้นเขตแดนมันอยู่ตรงไหน ซึ่งกว่าจะตกลงกันได้ก็ต้องมีอีกหลายกระบวนการ ทั้งการเจรจา การสํารวจ การตกลงกัน ในฝ่ายบริหาร แล้วเสนอมาให้ทางรัฐสภาให้ความเห็นชอบ สมาชิกท่านหนึ่งอภิปรายว่า ช่วงผมเป็นฝ่ายค้าน ผมคัดค้านเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ อันนี้ไม่ใช่เลยครับ ที่คัดค้านนั้น คือแถลงการณ์ร่วมที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหามรดกโลก ซึ่งผมจะต้องกลับมาในประเด็นนั้น ไม่เคยครับ เช่นเดียวกันที่บอกว่าผมในฐานะฝ่ายค้านอภิปรายแล้วทําให้เกิดเข้าใจ และขณะนี้ ดําเนินนโยบายในลักษณะที่บอกว่าจะไปทําสงครามทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร นั่นก็ไม่ใช่ครับ เฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหาร คําอภิปรายของผมในยุคนั้นชัดเจนว่าเมื่อมีคําพิพากษาของ ศาลโลก ไทยปฏิบัติตาม รัฐบาลไทยในขณะนั้นมีการประกาศการสงวนสิทธิแล้วก็บอกว่า ถ้าจะมีการไปโต้แย้งต่อสู้ในเรื่องนี้ก็คือการนําหลักฐานใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะไปต่อสู้ ในกระบวนการของกระบวนการระหว่างประเทศครับ ไม่ใช่เรื่องของสงคราม ไม่ใช่เรื่องของ การสู้รบ อันนี้เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าจุดยืนต่าง ๆ เป็นอย่างไร แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจําเป็นต้องอธิบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเพื่อนสมาชิกคลางแคลงใจ สงสัยว่าสาเหตุของการปะทะกันที่เกิดในขณะนี้มันมาจากเรื่องใดกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มี การตั้งประเด็น ส่วนใหญ่ก็จะอยู่รอบ ๆ ๔ ประเด็นที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ได้ตั้งเอาไว้ ผมก็คิดว่าจําเป็นต้องชี้แจง แล้วก็จะอธิบายว่าความเป็นจริงที่มาของปัญหานี้มันอยู่ตรงไหน อย่างไร แต่สิ่งแรกที่ผมจะจําเป็นจะต้องพูดก็คือว่า ลักษณะของการปะทะกันครั้งนี้ หนักหน่วงอยู่ครับ แต่ก็ใช่ว่าการปะทะลักษณะนี้เพิ่งจะเกิดขึ้น เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ผมเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมเดินทางไปร่วมในงานพระราชทานเพลิงศพ พลทหารที่จังหวัดศรีสะเกษ จําได้ว่าพบกับท่าน ส.ส. อุดมลักษณ์ ผมไปในฐานะผู้นําฝ่ายค้าน เหตุขณะนั้นก็คือเหตุการณ์ปะทะกันที่บริเวณภูมะเขือ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมไม่บอก หรอกครับว่าเหตุปะทะครั้งนั้นเป็นความผิด เพราะว่ารัฐบาลในขณะนั้นหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น เพราะผมเข้าใจดีว่าปัญหาความตึงเครียดในบริเวณ ชายแดนมันอาจนําไปสู่เหตุการณ์ของการปะทะและความสูญเสียได้ ยกขึ้นมาเพื่อเพียงเตือน ความจําเท่านั้นละครับว่าเหตุการณ์อย่างนี้มี แล้วก็ปี ๒๕๕๒ ในช่วงเดือนเมษายนก็เกิด เหตุการณ์ปะทะกันด้วย แต่ถามว่าเป็นเพราะเรื่องไหน อย่างไรกันแน่ ประเด็นแรกที่พูดกันมากที่สุด ก็คือบอกว่า เป็นปัญหาของตัวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ความจริงการอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็เกิดขึ้นมา ๒ ครั้งแล้ว แล้วก็ คาดว่าจะมีครั้งที่ ๓ ตามมา แล้วก็ประเด็นที่มีการหยิบยกว่าก่อนที่ท่านมาดํารงตําแหน่ง ท่านเคยพูดจาอะไรไว้อย่างไรก็เป็นประเด็นซึ่งทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ครับ ถ้าจะไปสรุปว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ เป็นเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือว่านโยบายในภาพรวมของรัฐบาล ไม่ให้ความสําคัญ ผมยืนยันว่าไม่ใช่ กรณีประเทศพม่าผมก็กราบเรียนว่าขณะนี้ความร่วมมือ ที่สําคัญที่กําลังเดินไปข้างหน้าก็คือความร่วมมือในเรื่องของการพิสูจน์สัญชาติของแรงงาน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เป็นครั้งแรกที่พม่ายินยอมให้มีการดําเนินการพิสูจน์สัญชาติในฝั่งเราครับ ซึ่งจะช่วยเร่งรัดอย่างมาก ให้การพิสูจน์สัญชาติของแรงงานที่เข้ามาจากประเทศพม่า แล้วมาขึ้นทะเบียนไว้ทําได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้ไปดูต่อว่าเราจะแก้ไขปัญหาแรงงานที่ยัง ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างไร กับ สปป. ลาว เราแก้ปัญหาเรื่องที่ยากมาก ๆ เรื่องหนึ่งไปสําเร็จ คือเรื่องของการส่งชาวม้งลาวกลับ แล้วก็ขณะนี้การเดินหน้าความร่วมมือทางด้านพลังงาน ก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ราบรื่น ผมก็เพิ่งเดินทางไปในช่วงปลายปีเพื่อไปเปิดโครงการน้ําเทิน ๒ ประเทศมาเลเซียก็มีความร่วมมือในระดับของหน่วยงานด้านการข่าว ด้านความมั่นคง ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น ความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ต้องยอมรับครับว่ามีขึ้น มีลง เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งยังได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เคยมีการเผา สถานทูตของไทยในประเทศกัมพูชา ก็เคยรุนแรงถึงขั้นนะครับ อย่าลืมว่าสถานทูตไทย ในประเทศกัมพูชาก็ต้องถือว่าเป็นเสมือนกับอยู่เป็นอธิปไตยของเราเหมือนกัน ก็เคยเกิดขึ้น แล้วก็แก้ไขกันมาได้

ทีนี้ประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาว่าเป็นเพราะไปดําเนินการเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถึงทําให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย เช่น พูดถึงบทบาทของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ทํานองที่ว่าเราไปตอบโต้ในทางไม่เหมาะสม ความจริงท่านไปดูคําสัมภาษณ์ของผมได้ทุกครั้งในเรื่องนี้

ประการแรก ประเด็นของการตั้งที่ปรึกษานี่ไม่ใช่ประเด็นหลักครับ แต่ประเด็น ที่เราจําเป็นจะต้องมีการตอบโต้ก็คือว่าขณะนั้นประเทศกัมพูชาได้แสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ว่า ไม่ยอมรับกระบวนการของศาลประเทศไทย แล้วก็เป็นการแสดงออกในลักษณะซึ่งกระทบ กับสถาบัน ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันหลักหนึ่งนะครับ ระบบศาลของเราในประเทศไทย ถ้าท่านไปดู คําสัมภาษณ์ของผม การตอบโต้คือตรงนั้นต่างหาก เพราะมันนําไปสู่ประเด็นที่เขาพูดถึงว่า อย่างไรก็ไม่สนใจที่จะพูดถึงการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะไม่ให้ความเชื่อถือหรือมีการตําหนิ ศาลประเทศไทย แล้วก็การที่รัฐบาลได้ตัดสินใจแขวนเอ็มโอยูที่เป็นข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ในทะเล ก็เป็นเหตุผลว่าเมื่อเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนว่าข้อตกลงดังกล่าวทําขึ้น ในขณะที่บุคคลคนหนึ่งเป็นผู้นําของประเทศไทย แต่วันนี้กลับกลายไปเป็นที่ปรึกษาของ รัฐบาลของอีกฝ่ายเราก็แขวนเอาไว้ มันเป็นเรื่องหลักของการใช้ธรรมาภิบาล และหลักของ การที่จะยืนยันการปกป้องระบบหรือสถาบันของประเทศครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวบุคคล และที่บอกว่าเราไปงดความช่วยเหลือ ไม่มีครับ เรื่องถนนหนทาง เรื่องโครงการต่าง ๆ นั้น รัฐบาลก็บอกว่าเดินต่อตามปกติ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไม่อยากให้ท่านคลาดเคลื่อนครับ ผมพูดถึง ๒ ประเด็นคือตัวท่านรัฐมนตรีแล้ว และพูดถึงที่มีการหยิบยกว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพราะปัญหาที่ไปเกี่ยวข้องกับ อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วก็ทําให้รัฐบาลนี้มีปัญหานี้หรือไม่ อย่างไร เพื่อที่จะบอกว่าความจริง มันไม่ใช่ แล้วตัวเลขการค้าชายแดนที่ท่านได้พูดถึงนี้จะส่งออก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะนําเข้า ประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เติบโตมาจากปีก่อนนี้เยอะมาก ถ้าบอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศในช่วงที่ผ่านมามันล้มเหลว การค้าชายแดนไม่เติบโต อย่างนี้ครับ ถ้าคิดมาเป็นร้อยละผมว่าน่าจะ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ครับ และการดําเนิน นโยบายของกระทรวงการต่างประเทศที่ท่านรัฐมนตรีกษิตรับผิดชอบ หลังจากที่เกิดเหตุ ปัญหาเรื่องที่ปรึกษาของรัฐบาลกัมพูชาแล้ว ได้นํามาสู่การพบปะระหว่างผมกับ นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาในระยะเวลาอันสั้นถึง ๔ ครั้ง ที่เป็นการพบปะเจรจากัน แบบทวิภาคี บางครั้งก็ใช้ระบบที่เรียกว่าอยู่กันตัวต่อตัวเลยครับ เพียงแต่ว่าต้องมีล่ามอยู่ด้วย เพราะว่าผมไม่สันทัดเหมือนท่านประธาน แต่ว่า ๔ ครั้งที่ได้พบปะได้นํามาสู่กิจกรรม หลายอย่าง ซึ่งเป็นการยืนยันถึงการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ๒ ประเทศ รวมไปจนถึง การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชน ที่เอาสื่อของประเทศกัมพูชามาเยือน ประเทศไทย เอาสื่อประเทศไทยไปเยือนประเทศกัมพูชา สร้างความเข้าใจให้ดีขึ้นระหว่าง กันและกัน ยังมีกิจกรรมทางด้านดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา แล้วก็วันที่ ๑๗ ที่จะถึงนี้ เพียงเมื่อวันสองวันก่อนนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาก็ยังพูดว่าอยากจะให้งานแสดง นิทรรศการสินค้าไทยในวันที่ ๑๗ ที่พนมเปญเดินต่อ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าไม่ใช่ครับ ครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้ายที่ผมพบนายกรัฐมนตรีกัมพูชานี้เรายอมรับว่าบางปัญหามันเป็น ปัญหาที่ตกค้างมาจากประวัติศาสตร์ และเราจะเก่งอย่างไรเราก็เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไม่ได้ แต่เราพยายามไม่ให้ปัญหานี้มันลุกลามจากจุดหนึ่งไปเป็นจุดอื่น ๆ แล้วก็เราต้องคํานึงถึง ภาพรวมของความสัมพันธ์ และผมก็เชื่อเหมือนที่หลายท่านพูดว่าถ้าความสัมพันธ์ ทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นก็จะทําให้ปัญหา การกระทบกระทั่งระหว่างกันนี้มีน้อยลง เพราะทําให้เกิดการพึ่งพาซึ่งกันและกันมากขึ้น ผมยืนยันว่าแนวทางนี้ทํา เช่นเดียวกับที่หลายท่านได้เสนอแนะเป็นข้อเสนอที่ผมเห็นด้วย เป็นประโยชน์ แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าปฏิบัติอยู่แล้วครับ เช่นท่านบอกว่าต้องใช้ทุกระดับ ในการเจรจา บางครั้งเราทราบดีว่าโดยประวัติศาสตร์ โดยเหตุผลทางระบบกองทัพซึ่งทํา หน้าที่ในการปกป้องประเทศ บางทีต้องไปทําหน้าที่ในการเจรจาด้วย แนะนําว่าผมควรจะทํา ให้ฝ่ายท้องถิ่นหรือฝ่ายภูมิภาค เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือท้องถิ่นที่เขาอยู่ใกล้เคียงกันเป็น ฝ่ายพูดคุยกันในระดับพื้นที่ ผมขอยืนยันว่าทําหมดครับ เพียงแต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้อง เปิดเผยตลอดเวลาเสมอไปว่าใครไปเจรจากับใคร แต่ยืนยันได้ว่าทําตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะให้ความมั่นใจกับท่านทั้งหลายเช่นเดียวกัน

ทีนี้ปัญหาถัดมาที่ท่านบอกว่าเป็นชนวนของความขัดแย้งตรงนี้หรือไม่ ก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงปีใหม่ก็คือกรณี ๗ คนไทย ซึ่งรวมถึงท่าน ส.ส. พนิช วิกิตเศรษฐ์ ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังครับ ถามผมกี่ครั้งผมก็ตอบตามความเป็นจริง ว่าที่คุณพนิช เดินทางไปบริเวณชายแดน ผมทราบไหม ผมทราบครับ แล้วก็เหตุผลที่ผมให้คุณพนิชเข้าไป แลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มคนไทยซึ่งเขามีความคลางแคลงใจในเรื่องปัญหาชายแดน ผมทํา ด้วยเจตนาดี เจตนาบริสุทธิ์ ประการหนึ่งก็เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. คุณพนิชสะท้อนไว้เองใน การอภิปรายของท่านว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรในวิถีทางประชาธิปไตย และเป็น หน้าที่ของคนที่สามารถจะช่วยรัฐบาลได้ แม้จะอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ ผมได้สื่อสารไปถึงฝ่ายประเทศกัมพูชาแล้วด้วย ก็คือว่าเหตุที่คุณพนิชเข้าไปเนื่องจาก ต้องยอมรับว่ากลุ่มพี่น้องประชาชนที่คลางแคลงใจในเรื่องชายแดนและเคลื่อนไหว หากรัฐบาลไม่ไปรับฟังเขาเลย หากรัฐบาลไม่พยายามไปประสานกับเขาเลย รังแต่จะทําให้ เกิดความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นระหว่างประเทศ เพราะก็เป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกเกือบทุกท่าน อภิปรายว่าทางประเทศกัมพูชาเขาก็สามารถดูโทรทัศน์เหมือนที่เราดู ฟังข้อมูลจากมวลชน ที่มีการเคลื่อนไหวอย่างที่เราได้ยิน ซึ่งอาจจะนําไปสู่ความเข้าใจผิดและเกิดปัญหาได้ระหว่าง ประเทศ ผมจึงบอกว่าที่ส่งคุณพนิชไป ๑. พยายามจะแก้ปัญหาให้ราษฎรในประเทศ และ ๒. เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความเข้าใจที่ดีขึ้น นั่นคือเจตนาครับ แต่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในการประสานงาน หลายคนไม่เชื่อ ที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ แล้วก็ยังยืนยันอยู่ว่าคุณพนิชแจ้งผมจริง ๆ ว่า ไปจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ได้ไปจังหวัดสระแก้ว ถามว่าทําไม ผมก็มาเข้าใจภายหลังนี้ครับว่า กลุ่มคนซึ่งท่าน ส.ส. จังหวัดสระแก้วได้พูดนี่เอาประเด็นเรื่องเอกสารสิทธิมาเป็นตัวตั้ง เอกสารสิทธิเหล่านั้นออกมาในวันที่ยังไม่มีจังหวัดสระแก้วครับ มันจึงใช้คําว่า จังหวัด ปราจีนบุรี แล้วเวลาเขาแจ้งคุณพนิช ผมก็เข้าใจว่าเขาคงบอกว่าที่ที่เขาพูดถึงจะ น.ส. ๓ สค. ๑ หรือ ภบท. หรืออะไรก็ตาม มันจะใช้จังหวัดปราจีนบุรีครับ ไม่ได้ใช้จังหวัดสระแก้ว นั่นคือเหตุผล แล้ววันที่จะไปผมก็ยืนยันได้ ๒ อย่าง คือ ๑. ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าคุณพนิช ไปกับคุณวีระ เพราะผมทราบว่าคุณพนิชประสานอยู่นี่ประสานอยู่กับคุณแซมดิน ผมไม่ได้ มีปัญหาอะไรกับคุณวีระครับ แต่ว่าถ้าผมทราบว่าไปคุณวีระผมก็คงจะต้องเตือน เพราะคุณวีระ เพิ่งถูกจับกุมในบริเวณดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้นคุณพนิชก็ได้บอกกับ ผมว่าเวลาที่จะไปในพื้นที่คงมีความจําเป็นที่จะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ ตรงกับที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศพูดครับ ซึ่งในกรณีนี้ในพื้นที่นี้คือ ตชด. ผมก็บอกท่าน ส.ส. พนิชเอาไว้ว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ท่านไปถึงตรงนั้นแล้วก็แจ้งผมมา ผมจะได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ให้ แต่ว่าด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบนะครับ แจ้งผมมาครั้งแรก จริง ๆ ถูกจับแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงที่ท่านพูดถึงว่ามีคลิปที่ปรากฏภาพของท่าน ส.ส. โทรศัพท์ และก็บอกให้เลขานุการของท่านประสานกับเลขานุการผม แล้วก็บอกว่าผมรู้คนเดียว มันก็ คงไม่ผิดครับ เพราะท่านก็บอกผมคนเดียวครับ จะให้ท่านไปบอกว่าคนอื่นรู้ก็คงไม่ได้ แต่รู้ว่าอะไร รู้ว่าท่านไปดูปัญหาว่าราษฎรอ้างว่ามีที่ทํากิน มีเอกสารสิทธิอยู่ในชายแดน แต่ไม่สามารถ เข้าไปทํากินได้เพราะเกิดการรุกล้ํา ไม่ใช่บอกว่าจะให้ไปในดินแดนของประเทศกัมพูชา ไม่ใช่ แล้ววันที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมอาจจะใช้ถ้อยคําไม่รัดกุมครับ ยอมรับว่าวิดีโอนั้นมันมีการตัดต่อ ความหมายคือมันถูกตัดครับ มีคนไปบอกว่าผมพูดผิด เพราะไม่มีการต่อ มีการตัด บังเอิญ ผมไปใช้คําว่า ตัดต่อ อาจจะหลวมไปสักนิดหนึ่งนะครับในการใช้ถ้อยคํา แต่ตัดจริง ๆ ครับ เพราะว่าถ้าท่านดูต่อ คุณพนิชจะพูดว่า ที่ข้ามมานี่จริง ๆ แล้วเป็นดินแดนประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศกัมพูชา แต่มีประเทศกัมพูชาครอบครองอยู่ครับ แต่ตรงนั้นถูกตัดไป ได้ยิน แต่ตอนพูดครั้งแรกว่า ข้ามมาประเทศกัมพูชาแล้ว ซึ่งตอนหลังคุณพนิชแก้คําพูดของตัวเองครับว่า ไม่ใช่ประเทศกัมพูชาหรอก ดินแดนประเทศไทยนี่ละ แต่ประเทศกัมพูชาครอบครองอยู่ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลยครับ นี่คือข้อเท็จจริง และผมก็ได้รับฟัง จากประชาชนทั้งกลุ่มที่มีเอกสารสิทธิ ทั้งกลุ่มที่อยู่ในบริเวณบ้านหนองจานในปัจจุบัน ข้อมูล หลายอย่างก็จะตรงกับที่ท่าน ส.ส. จังหวัดสระแก้วพูด ทําหน้าที่ทั้งนั้นละครับ ๗ คนไทยนี้ ผมก็ถือว่าเขามีเจตนาดีทั้งสิ้น แล้วก็ตั้งใจช่วยเต็มที่ ผมก็แถลงจุดยืนก่อนปีใหม่ชัดเจนว่า เราไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการให้มีการนําขึ้นศาล แต่ก็ยอมรับว่าจากการประสานงาน เริ่มจากในพื้นที่ไต่ระดับขึ้นมาถึงระดับรัฐมนตรีในที่สุด ก็คือเขาก็เอาตัวเข้าไปที่กรุงพนมเปญ แล้วสุดท้ายก็ไปดําเนินการ แล้วก็ขึ้นศาล หลายท่านถามว่า หรือตําหนิว่าผมเปลืองตัวหรือเปล่า ออกมาชี้แจงทางโทรทัศน์หลังจากที่ศาลตัดสิน ๕ คนไทย ผมก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ผมมีความจําเป็น จําเป็นก็คือว่าเมื่อศาลตัดสิน ศาลประเทศกัมพูชาตัดสินในประเด็น ซึ่งมาเกี่ยวข้องกับเรื่องเขตแดน ผมต้องออกไปยืนยันว่าประเด็นเรื่องเขตแดนย่อมไม่อยู่ ในอํานาจของศาลประเทศกัมพูชา ผมจะไปพูดก่อนก็ไม่ได้เพราะผมไม่รู้ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร แต่เมื่อศาลตัดสินผมต้องพูดทันที แล้วก็ให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทักท้วงไป ในประเด็นนี้ทันที เพราะฉะนั้นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านกังวลว่าเราไม่ได้รักษาดินแดน เพราะไปยอมรับอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ครับ เรื่องศาลก็ไม่ใช่ และหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ส่งไปให้ทางประเทศกัมพูชาก็ไม่เคยระบุว่าคนของเราเข้าไปในดินแดนประเทศกัมพูชา หรือไม่ แต่ยืนยันว่าไปที่จุดไหน และไม่มีเจตนาในการที่จะไปรุกล้ําดินแดน หรือไปกระทําผิด กฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ผมก็ใช้นโยบายว่าเราต้องยอมรับครับ นั่นก็หมายความว่าทั้ง ๗ คนถูกจับที่ไหน เราต้องพูดความจริง ความจริงที่ว่าเราได้จากไหนครับ ได้จากการที่เรามีวิดีโอการเดินของทั้ง ๗ คน ตั้งแต่เสาปูนที่เมื่อก่อนคือบริเวณ รั้วลวดหนาม ซึ่งก็คือจุดที่เรากั้นเอาไว้นะครับ ตอนนั้นที่ชุมชนกัมพูชาอยู่ในจุดที่เราถือว่า เป็นดินแดนประเทศไทย จนที่เขาเดินไปตามทุ่งนานั่นละครับ ซึ่งตอนแรกมีคนมาอ้างว่า เขาถูกจับตรงนั้น เขาไม่ได้ถูกจับตรงนั้น เขาเดินมาถึงถนนเค ๕ ที่ท่านพูดถูกต้องครับ แล้วก็ เลี้ยวขวาขึ้นถนนไป ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเขาเดินออกห่างมาจากหลักเขตที่ ๔๖ และห่าง ออกมาจากที่ดินของนายเบ ซึ่งเป็นที่ดินเดียวที่มีเอกสารสิทธิที่ทางราชการออกให้ คือ น.ส. ๓ แล้วเขาก็เดินมุ่งเข้ามา ลึกเข้ามาทางประเทศไทยมากขึ้น แต่แทนที่เขาจะตรงเขาเลี้ยวซ้ายตามในวิดีโอ แล้วก็เดินต่อไปอีก ผ่านอีก ๑ สี่แยก หลังจากที่แวะซื้อน้ํา แล้วก็เดินตรงเข้าไป ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าขณะนี้ บริเวณนั้นอย่างที่เราเห็นตรงกันก็คือว่าเรายังไม่รู้แน่ชัด ยังไม่ได้เป็นที่ตกลงกันว่าเส้นเขตแดน อยู่ตรงไหน ถามว่าอะไรที่เราจะยึดได้เป็นแนวทางของการปฏิบัติ คําตอบก็คือ เส้นตรง ที่ลากระหว่างหลักเขตแดนที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคือ หลักที่ ๔๖ กับหลักที่ ๔๗ ซึ่งตรงกับ เส้นในแผนที่ ๑ : ๕๐๐๐๐ ชุด แอล ๗๐๑๘ ซึ่งก็จะมีกํากับเอาไว้ว่าไม่ใช่เส้นเขตแดน เพราะเส้นเขตแดนก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการของเจบีซี สิ่งที่ผมได้ทําก็คือว่า ส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดจุดพิกัดจุดสุดท้ายที่ทั้ง ๗ คนปรากฏอยู่ในวิดีโอ เพราะผมถือว่าตั้งแต่เดิน จากเสาปูนจนกระทั่งเลี้ยวขึ้นถนน เลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้ายอย่างที่ว่า เลยสี่แยกมา แล้วผม ก็สอบถามท่าน ส.ส. พนิช ถึงจุดสุดท้ายของวิดีโอเดินเข้าไปด้วยความสมัครใจ แต่หลังจาก ภาพในวิดีโอหายไป ผมก็สันนิษฐานว่าถูกจับกุมแล้ว ถูกยึดเครื่องถ่ายวิดีโอแล้ว ถึงแม้ ประเทศกัมพูชาจะเอา ๗ คนนี้ไปถ่ายรูปในบริเวณป้ายหน้าวัดโจ๊กเจีย ตรงนั้นเราไม่สันนิษฐาน ว่าเป็นจุดที่จับกุมครับ เราถือเอาจุดสุดท้ายที่ภาพปรากฏในวิดีโอ ที่ผมออกรายการคืนนั้น ผมก็ฉายวิดีโอให้ดู แล้วก็บอกว่าเราไปกดพิกัดตรงนั้น แล้วผมก็เอาพิกัดจุดลงไปบนแผนที่ แล้วก็ลากเส้นตรงระหว่างหลักเขตที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และผมก็บอกตามความเป็นจริงว่า จุดนี้ก็คืออยู่อีกข้างของเส้นนี้พอดี แต่ผมไม่ได้พูดว่าเขตประเทศไทยหรือเขตประเทศกัมพูชา เพราะนั่นเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากันตามกระบวนการของเจบีซี แต่ผมต้องพูดความจริงครับ ความจริงที่จะบอกว่าทําไมมันจึงไม่ง่ายในการนําตัวคนเหล่านี้กลับมา เพราะว่าถ้าเป็น ในบริเวณที่อยู่ก่อนถึงเส้นนี้ แม้จะเลยเขตรั้วลวดหนามเข้ามาแล้วมีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ใช้คําว่า พื้นที่สีเทา ตรงนั้นที่ผ่านมาก็คือว่าเข้าไปก็เป็นอย่างที่ท่านพูดคือต้องมีเจ้าหน้าที่ พาเข้าไป ถ้าเข้าไปแล้วเขาพบตรงนั้น อยู่ตรงนั้น เขาจะประสานเจ้าหน้าที่มารับกลับ แต่กรณีนี้เขาอ้างว่ามันเลยไปอีกขั้นหนึ่ง คือเลยเส้นที่เป็นเส้นที่ลากระหว่างหลักเขตนั่นคือ เหตุผลของความยากลําบากครับ ทีนี้ถามว่าท่านบอกว่ารัฐมนตรีล้มเหลวใช่ไหม ๕ คน ถึงได้กลับมา แต่อีก ๒ คนเจอโทษถึง ๖ ปี ๘ ปี ไม่ใช่ครับ เพราะ ๕ คนโดน ๒ ข้อหา แต่อีก ๒ คนโดน ๓ ข้อหา ๒ ข้อหาที่ตรงกันทั้ง ๗ คน ก็คือเข้าเมืองผิดกฎหมายกับเข้าไป ในสถานที่ราชการหรืออะไรทํานองนั้นครับ ๒ ข้อหานี้ ๕ คนได้รับอิสรภาพมาแล้ว ความต่าง ๒ คนกับอีก ๕ คน ก็คือมีข้อหาที่ ๓ เรื่องจารกรรม บังเอิญเราประชุมเปิดเผยครับ ผมจึงไม่ขอลงรายละเอียดในส่วนนี้ แต่จะบอกว่าการช่วยเหลือของเราขณะนี้ก็ต้องมุ่งไป ในการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับข้อหาที่ ๓ นี้ที่มันไม่เหมือนกับอีก ๕ คน ไม่มีไปแยกแยะหรือ เลือกปฏิบัติอะไรหรอกครับ ๒ คนนี้เป็นหน้าที่ของพวกผมที่จะต้องเอากลับมาประเทศไทยให้เร็วที่สุด แต่ข้อหาที่เพิ่มเติมมานี้คือจุดที่เราจะต้องไปแก้ปัญหาเพิ่มเติมให้ได้ ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนก็คือว่า ไม่ขอพูดในที่นี้ แต่ว่าในที่ประชุมวุฒิสภาประชุมลับ ผมได้บรรยายไปว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ มันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนครับ ผมว่าตรงนี้ก็ไม่ใช่อีกละครับที่จะบอกว่าเป็นชนวนที่นําไปสู่ การปะทะตรงนี้ เพราะการแก้ปัญหาตรงนี้ก็ถูกแยกส่วนออกมาอย่างชัดเจน ก็เหลือประเด็น เรื่องป้าย เรื่องวัด เรื่องธง ตรงนี้สําคัญครับ แต่ความสําคัญตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาที่บอกว่า เพราะเราไปแสดงท่าทีทุบป้าย หรือจะไปรื้อธง หรืออะไรละครับที่จะต้องมาเกิดการปะทะกัน หรือไม่ใช่เพราะว่าท่านรัฐมนตรีกําลังอยู่ที่เสียมราฐหรืออย่างไรนะครับ วันนั้นที่เจรจาอยู่กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ครับ ผมต้องขอฟันธงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผูกพันกับปัญหาของประเทศกัมพูชากับมรดกโลกครับ และผมไม่ใช่เพิ่งมาฟันธงหลังจาก ที่เกิดเหตุการณ์แล้ว แต่พูด และได้เคยแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติตั้งแต่ปลายปีที่แล้วครับ ว่าถ้าหากว่าปัญหาเรื่องมรดกโลกไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ความตึงเครียดและ การปะทะกันย่อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถามว่าทําไม ที่ท่านอภิปรายแล้วก็อ้างอิงถึง คําอภิปรายของผมนี่ถูกต้อง ตัวปราสาทศาลโลกตัดสิน เราปฏิบัติตาม พื้นที่บนเขา ใช้คํานี้ ก็แล้วกันละครับ เพราะอยู่ฝั่งนี้ของสันปันน้ํา เรายึดถือว่าเป็นของเรา ประเทศกัมพูชา อ้างแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งขอย้ําอีกครั้งว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไม่ได้ยอมรับแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก และรัฐบาลชุดนี้ได้แจ้งประเทศกัมพูชาไปแล้ว เนื่องจากว่า เอ็มโอยูใช้คําว่า แผนที่ ซึ่งเป็นผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนในสมัยโน้น และศาลโลกเคยวินิจฉัยในคดีปราสาทเขาพระวิหารไว้แล้วครับว่าแผนที่ระวางดงรักไม่ใช่ ผลงานของคณะกรรมการปักปัน เนื่องจากคณะกรรมการยกเลิกไปก่อนที่แผนที่จะทําเสร็จ แต่ประเทศกัมพูชาถือว่าใช้แผนที่นี้เพราะแนบไปในคําฟ้องของศาลโลก และเคยจะพยายาม เอาตัวนี้มาเจรจาในวันที่มีการเสนอกรอบการเจรจาเข้ามา สมัยที่พวกผมเป็นฝ่ายค้าน ปี ๒๕๕๑ ครับ และผมเป็นคนลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านขอให้ถอนแผนที่ระวางนี้ออกไป ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลในขณะนั้นว่าได้ถอนไป ไม่อยู่ในกรอบเจรจาที่เราอนุมัติไป เมื่อปี ๒๕๕๑ แต่ธรรมชาติของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนี่ครับ ซึ่งผมเคยอภิปรายไว้ตั้งแต่ ตอนเป็นฝ่ายค้านก็คือว่า จริงอยู่ตัวมรดกโลกคือตัวปราสาทเท่านั้น แต่เหมือนกับ มรดกโลกในพื้นที่อื่น ๆ ก็คือว่าเมื่อขึ้นทะเบียนแล้วต้องมีแผนการบริหารจัดการพื้นที่ แล้วท่านนึกดูสิครับ โดยสภาพความเป็นจริงปราสาทเขาพระวิหารถ้าจะทําเป็นสถานที่ ท่องเที่ยว ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะบริหารในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว โดยไม่มาบริหารจัดการ พื้นที่ซึ่งเราถือว่าเป็นของประเทศไทย ท่านนึกภาพออกไหมครับ มันจะทุลักทุเลมากนะครับ เพราะทางขึ้นมันอยู่ทางนี้ ทางขึ้นโดยธรรมชาติมันอยู่ฝั่งประเทศไทย ผมถึงบอกตั้งแต่ ตอนโน้น แล้วรัฐบาลก่อนหน้าปี ๒๕๕๑ เขาถึงคัดค้านการให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวมาโดยตลอด เพราะเขารู้ว่าเมื่อขึ้นทะเบียนแล้วจะต้องมาทํา แผนบริหารจัดการในพื้นที่รอบ ๆ ผมพบนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ๔ ครั้ง ช่วงปลายปีที่แล้ว ผมจับความต้องการของนายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้ชัดเจนครับ เรื่องอื่นคุยไปหมด แต่สิ่งหนึ่งซึ่งท่านต้องการอย่างมากคือทําอย่างไรไม่ให้มีทหารในบริเวณ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ถามว่าทําไม เพราะตราบใดที่ยังมีทหารอยู่ในพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เป็นเรื่องยากที่จะ ให้ทางมรดกโลกอนุมัติแผนบริหารจัดการพื้นที่ได้ เพราะเป็นการบ่งบอกอย่างชัดแจ้งว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ซึ่งยังมีความขัดแย้งอยู่ เพราะฉะนั้นช่วงที่เจรจาในที่สุดก็พูดคุยกันว่า จะเอาอย่างไร ผมย้ํานะครับ นายกรัฐมนตรีฮุนเซนไม่เคยบ่นว่าผมตั้งท่านรัฐมนตรีกษิต ผมดําเนินนโยบายอะไร นายกรัฐมนตรีฮุนเซนย้ําอย่างเดียว ขอให้พื้นที่ตรงนี้กลับไปเหมือน ก่อนเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ ได้ไหม เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ เกิดอะไรขึ้นครับ รัฐบาล ในขณะนั้นได้ตัดสินใจและผมเห็นว่าถูกต้อง ก็คือตรึงกําลังทหารเอาไว้ในพื้นที่ตรงนี้ หลังจาก ที่เกิดปัญหาในเรื่องของมรดกโลกขึ้นมา ย้ํากับผมทุกครั้ง และผมจึงย้ําทุกครั้งว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ควรพูดเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ ควรพูด ปี ๒๕๔๓ เพราะนั่นคือ ก่อนเอ็มโอยู กลับไปเหมือนเดิมตามเจตนารมณ์ของเอ็มโอยูเสีย ว่าหลังจากเอ็มโอยูออก มาแล้วไม่ควรมีใครเข้าไปยุ่งกับพื้นที่ตรงนั้นอย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย เพื่อนสมาชิกวันนี้ ก็ย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านเคยอภิปรายเรื่องการทําถนน ซึ่งผมก็เคยชี้แจงไปแล้วว่าเราก็ได้ทํา หนังสือประท้วง ท่านก็ยื่นถอดถอนไป ป.ป.ช. ก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว ท่านกับผมก็ต้องเห็น ตรงกันครับว่าถ้าปล่อยให้มีการสร้างถนนโดยไม่มีการประท้วง หรือให้มีการปรับพื้นที่ ได้ตลอดมันส่งผลแน่ ๆ ต่อเรื่องดินแดน ต่ออธิปไตย ระยะหลังมีข่าวออกว่ามีการถอนทหาร มีการอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ครับ ปรับการวางกําลัง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ใน ๔.๖ ตารางกิโลเมตรนี้ไม่ได้มีการถอนทหารครับ ผมพูดมาถึงตรงนี้ผมเชื่อนะครับว่า ถ้าท่านสมาชิกวิเคราะห์ ไม่ต้องอะไรสลับซับซ้อนละครับว่าเหตุของการปะทะนี้มันต้อง เกิดขึ้น เพราะมันใกล้เดือนมิถุนายนเข้ามา ประเทศกัมพูชาต้องหาวิธีการใดวิธีการหนึ่ง เพราะถูกกดดันมาจากมรดกโลกว่าทําอย่างไร พื้นที่ตรงนี้มันถึงถูกจัดการให้เสมือนกับว่า ไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้งได้เขาถึงจะเดินหน้าต่อได้ เมื่อเขาเจรจากับผมทวิภาคีแล้วมัน ไม่สําเร็จเขาก็จึงใช้วิธีนี้ และท่านจะเห็นชัดเจนว่ามันสอดรับกันว่าเมื่อเขาใช้วิธีนี้ แล้วฝ่ายประเทศไทยทําเพียงแค่การตอบโต้ และตอบโต้ไปยังเป้าหมายทางทหารเท่านั้น คือเขายิงมาจากตรงไหน เป้าหมายเราจะอยู่ตรงนั้นเท่านั้น เราจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องของเป้า ทางพลเรือนทั้งสิ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนของเรา เห็นไหมครับว่า เกิดขึ้นครั้งแรก จบ ปะทะครั้งที่ ๒ ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ครั้งที่ ๓ นี้ชัดมากที่เกิดขึ้น ตอนกลางคืน ที่มีการจุดพลุส่องสว่างขึ้นก่อนแล้วก็มีการยิงเข้ามา ที่ว่าชัดคืออะไรครับ ยิงกันยังไม่ทันจบเลยครับ ประเทศกัมพูชาทําหนังสือถึงสหประชาชาติแล้วว่าขณะนี้ เกิดสถานการณ์ของการสู้รบจะเป็นสงคราม แล้วก็เรียกร้องว่าให้สหประชาชาติส่งกองกําลัง ของสหประชาชาติเข้ามาเพื่อให้ทหารทั้ง ๒ ฝ่ายถอยออกไป แล้ววันนี้ที่นายกรัฐมนตรีฮุนเซนพูดที่ประเทศกัมพูชาก็ตอกย้ําแนวคิดนี้ครับ บอกไม่ได้ คุยกันทวิภาคีไม่ได้แล้ว ล้มเหลว ต้องมีคนกลางเท่านั้น ต้องมีฝ่ายที่ ๓ ที่ ๔ เท่านั้น แล้วก็ยัง เรียกร้องว่าเขาไม่ต้องการทําสงคราม เขาต้องการแค่ว่าให้พื้นที่มันปลอดทหาร เอากองกําลัง สันติภาพของสหประชาชาติเข้ามา นี่คือเหตุผลครับ นี่คือที่มาครับ ถามว่าท่านมายืนอยู่ตรงนี้ ท่านมีทางเลือกอะไร ชนวนที่เกิดเหตุนี้เขาพูดถึงเรื่องถนนนะครับ ที่ว่าฝ่ายเขาสร้าง แล้วก็ฝ่ายเรากําลังซ่อมแซมถนนทางขึ้นฝั่งเรา ก็เท่านั้นครับ ถ้ารัฐบาลละเลย ไม่เป็นไร บอกคําเดียวว่าปล่อยให้เขามาบริหารพื้นที่ตรงนี้ได้ ให้เขาเคลียร์พื้นที่ตรงนี้ไป ไปผ่านมรดกโลกได้ เอากรรมการกี่ชาติก็แล้วแต่เข้ามาบริหารพื้นที่ ผมมั่นใจเลยครับ ไม่มีการปะทะกันแน่นอน แต่ถามว่าท่านยอมได้ไหม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นฝ่ายรัฐบาล ผมมั่นใจว่าเราเห็น ตรงกันว่าเราคงยอมอย่างนั้นไม่ได้ ไม่มีกรณีที่เราคิดจะไปรุกราน ไม่มีกรณีที่เราบอกว่าจะไป ใช้กําลังไปทําสิ่งนั้นสิ่งนี้ละครับ แต่เราตรึงกําลังไว้เพื่อรักษาสิทธิของเรา เพื่อไม่ให้มันถลําลึก เข้าไปจากปัญหาเรื่องว่ามรดกโลกไปขึ้นฝ่ายเดียวแล้วเขาจะสามารถบริหารจัดการพื้นที่นี้ซึ่ง อยู่ข้างนี้ของสันปันน้ําได้ เพราะฉะนั้นผมก็ขอกราบเรียนสรุปครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขออนุญาต ผมได้รับหนังสือจากผู้นําฝ่ายค้าน เขาได้รับมอบอํานาจจากคุณธเนศว่าเขาถาม มาแล้วยังไม่ได้รับคําตอบ ขอให้เขาถามสักนิดหนึ่งแล้วท่านสรุปต่อ เชิญครับ คุณวิทยา เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ร่วมมือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ขอผมชี้แจง ก่อนได้ไหมครับ แล้วเดี๋ยวท่านก็ถามได้ครับ เป็นสิทธิของท่านอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาครับ คืออยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ นี่คือที่มาของเรื่องนี้ วันนี้เราได้ใช้เวลาของสภา มาอย่างสร้างสรรค์ ผมยืนยันว่าแนวทางที่ท่านพูดว่าต้องเร่งเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์นั้น ผมจะทําเต็มที่ แล้วผมได้คุยกับท่านเลขาธิการสหประชาชาติเมื่อคืน ผมได้ย้ําครับว่า ปลดชนวนง่ายที่สุดคือปลดชนวนมรดกโลกออกไปก่อน ไม่ได้พูดในลักษณะเอาแต่ได้ ในเชิงฝ่ายไทย แต่บอกให้ทราบว่าตัวนี้เป็นตัวกดดันประเทศกัมพูชาด้วย ถ้าเพียงแต่ว่าแขวน เรื่องนี้ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน เปิดโอกาสให้ ๒ ประเทศใช้กลไกของเอ็มโอยูและเจบีซีทํางานให้เสร็จ แล้วมรดกโลกค่อยมาพิจารณามันจะเดินได้ ท่านก็รับปากผมว่าจะไปคุยกับยูเนสโก เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าท่านยังติดใจจะซักถามผมยินดีนะครับ แต่อยากจะสรุปสุดท้ายครับว่า ผมเพียงแต่อยากจะขอความร่วมมือ จริงอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติก็แยกออกมาจากฝ่ายบริหาร แต่ถ้าฝ่ายนิติบัญญัติจะช่วยกรุณายืนหยัดจุดยืนของฝ่ายบริหารของประเทศไทยให้มีความ หนักแน่นมากยิ่งขึ้นว่าประเทศไทยไม่มีความคิดจะไปรุกรานใคร ประเทศไทยต้องการ แก้ปัญหานี้บนพื้นฐานของความตกลงซึ่งได้มีอยู่แล้วระหว่าง ๒ ฝ่าย แล้วก็ทําความเข้าใจ กับชาวโลกให้ตรงกันว่านี่คือสิ่งที่เป็นความต้องการของเราที่จะเดินเพื่อรักษาสิทธิอธิปไตย ของเรา รักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ๒ ประเทศ และเป็นหลักประกันที่ดีในแง่ความ เป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชายแดน ผมก็จะขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างยิ่งที่ได้ ช่วยกันทําให้เราสามารถที่จะเดินเรื่องนี้ต่ออย่างมีเอกภาพ ฟันฝ่าปัญหาไปด้วยกัน แม้ว่าเรา จะยังมีความต่างในอีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นในเรื่องที่ท่านมีความเห็นต่อการทํางาน ของผม หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ตาม ขอขอบคุณครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบเรียนชี้แจงท่านประธานที่ผมได้กล่าวว่าพรุ่งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จไปที่อําเภอกันทรลักษ์ ความจริงเป็นอย่างนี้ครับ พระองค์ จะเสด็จไปที่อําเภอน้ํายืนไปเยี่ยมโรงเรียน ตชด. ส่วนที่จังหวัดศรีสะเกษนั้น สมเด็จพระบรม โอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์นําถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับ พี่น้องประชาชนผู้อพยพ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่คลาดเคลื่อนไปครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ได้รู้ข้อเท็จจริง ผู้ที่ฟังทางบ้านให้เข้าใจด้วยนะครับ ทั้งที่อําเภอน้ํายืน ทั้งที่จังหวัดศรีสะเกษ ให้เข้าใจตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านอิสสระ สมชัย ได้ชี้แจงนะครับ เดี๋ยวไปรอเก้อกัน เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตท่านประธานและ ท่านสมาชิกผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ตัวกระผมเองได้รับมอบหมายจากท่านผู้เสนอญัตติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านธเนศและคณะในบางส่วน ต่อคําถามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้ที่ยังไม่ครอบคลุม และขออนุญาตท่านประธาน แล้วก็จะมี ท่านชวลิตท่านได้ถามไว้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้เฉพาะท่านคนเดียว เท่านั้น

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ต้องขออนุญาตครับท่านประธาน เพราะการอภิปรายปัญหานี้ใช้เวลาในการอภิปรายยาวครับ ผมยืนยันนะครับว่าอีก ๒ ท่านนั้น รวมถึงท่านจตุพรจะถามสั้น ๆ ไม่ยาวครับ ต้องขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่อนุญาตครับ อนุญาต ท่านคนเดียวเท่านั้นครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมคิดว่าเขาได้ถามในสิ่งที่ ยังไม่ได้รับคําตอบนะครับท่านประธาน เราฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ผมได้เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ไว้หลายครั้งว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งผมปฏิเสธไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อท่านได้กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ถึงปัญหาทั้งหมดในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ซึ่งมองเสมือนว่าที่ผมเรียกว่าความล้มเหลวในการบริหาราชการแผ่นดิน ก็ว่าได้นะครับ ที่ประเทศไทยหรือพี่น้องคนไทยต้องจําทน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมเรียนว่า สมาชิกในซีกของฝ่ายค้านพยายามที่เสนอญัตติ แต่ครั้งแรกได้รับการปฏิเสธ แต่ก็ได้รับ การตอบรับ คงจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตถามในประเด็นที่อยากจะให้ตอบให้ตรงว่า พี่น้องที่เขาได้รับผลกระทบคือ พี่น้องประชาชนที่ปัจจุบันนั้น จากคนที่มีภูมิลําเนาอยู่อาศัยเป็นหมื่นชีวิต ที่เขาได้ใช้ชีวิต เยี่ยงประชาชนคนไทยทั่วไป ไม่ว่าจะทําอาชีพเกษตรกรรม ทําอาชีพอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณ ดังกล่าวที่เกิดเหตุรุนแรงในครั้งนี้ ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อไรครับ รัฐบาล จะยุติปัญหานี้ ท่านต้องตอบครับ ท่านจะทําอย่างไร เพราะสิ่งที่ท่านกล่าวนั้น ดูเสมือนว่า เป็นปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอ็มโอยูไม่ว่าจะเป็น เรื่องการใช้แผนที่ หรือไม่ว่าจากการเกิดจากความผิดพลาดในการที่ท่านใช้คนไม่ถูกกับงาน สิ่งนี้หรอกครับเป็นปัญหาที่ท่านต้องเคลียร์ แล้วงบประมาณที่ท่านมากล่าวอ้างว่าท่านลงไป ดูแล ท่านลงไปเยียวยา มันก็เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารของท่าน อันนี้พี่น้อง ประชาชนเขาเข้าใจครับ แต่คําตอบที่ต้องมีในระยะเวลาอันสั้นนี้ท่านต้องบอกว่า เขาจะต้อง นอนอยู่ในหลุมหลบภัยอีกนานแค่ไหน ท่านให้ความมั่นใจสิครับว่า นี่คือญัตติที่เสนอต่อสภา แห่งนี้ ที่ได้รับความกรุณาจากท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกคนในซีกของรัฐบาลว่าเห็นด้วยที่จะต้องเสนอญัตติ เพื่อเอาปัญหาเหล่านี้ ให้นายกรัฐมนตรีเอาไปดําเนินการประกอบการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนท่านต้องแสดง ความสามารถสิครับว่าท่านจะบริหารอย่างไรจากนี้ไปให้มีความเชื่อมั่น ท่านก็รู้ปัญหา ทั้งหมดแล้วครับว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ๔ ประการ หรือกี่ประการก็แล้วแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อในความสามารถครับ ท่านจะตั้งโต๊ะเจรจาเช่นเดียวกับที่ สมาชิกเขาได้เสนอ ท่านก็ตอบที่ประชุมแห่งนี้เลยท่านจะรับไป ได้โปรดเถอะครับ เขาเหล่านั้นรอคําตอบครับว่าเมื่อไรจะไปใช้ที่ดินทํากินตรงนั้นได้ เป็นหมื่นชีวิตนะครับ แต่ถ้าท่านจะบอกว่าเป็นหมื่นชีวิต หลบออกมาก่อนแล้วท่านไม่เยียวยา อันนี้ก็ไม่ถูกครับ เพราะนั่นคือภาษีราษฎรที่เราเอาไปใช้ ผมอยากจะถามครับประเด็นนี้ ส่วนอีก ๒ คําถาม ได้โปรดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่อนุญาตครับ ท่านถาม ทีเดียวเลยจะให้ท่านคนเดียวถาม แล้วจะให้นายกรัฐมนตรีตอบ เพราะว่าผมได้ปิดอภิปราย ไปแล้ว

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ในส่วนนี้คือส่วนของผู้เสนอญัตติ นะครับ ส่วนผู้อภิปรายนั้นเขามีคําถามเขาย่อมมีสิทธิครับท่าน เหลือเวลาอีกพอสมควรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกเป็นเวลานานมาก ผมอาจจะตกหล่นบางคําถามไปก็เป็นได้ แต่อยากจะให้ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้เข้าใจสิ่งที่ผมได้เพิ่งชี้แจงไปนะครับ ที่ผมได้ชี้แจงไปนี้ เป็นการชี้แจงที่ผมเห็นว่าเป็นการตอบรับอยู่แล้ว แนวทางของการเสนอเรื่องของการเจรจา และเท่าที่ผมตอบคือคําตอบที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์สําหรับประเทศในการทํางานต่อครับ ตอบน้อยกว่านั้นก็อาจจะไม่เข้าใจแนวคิดในการวิเคราะห์ที่มา ตอบมากกว่านั้น ตอบได้ครับ แต่ว่าผมว่าไม่ค่อยเป็นผลดีเท่าไร เพราะในการเจรจาหรือในการที่จะดําเนินการต่อไป ผมคงจะมาบอกหมดไม่ได้หรอกครับว่าทําอะไรกันบ้าง แต่ผมได้พูดแล้วว่าความเป็นอยู่ของ พี่น้องเป็นปัจจัยสําคัญ เราจะทําให้เร็วที่สุด แต่ปมที่มันเกิดขึ้นอย่างที่ผมกราบเรียนก็คือว่า เมื่อเหตุปะทะเกิดขึ้นนี้ จากการวิเคราะห์ว่าเขาต้องการยกระดับปัญหาเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ ในการที่จะเคลียร์พื้นที่เราต้องเข้าใจว่าเราจะต้องไปแก้ที่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นเวทีการเจรจา มันก็จะทําในทุกเวที ทุกระดับ อย่างที่ท่านเสนออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนว่า เป็นคําตอบที่น่าจะเพียงพอต่อความเข้าใจและเพื่อเอื้อให้เราเดินหน้าทํางานได้ ผมว่าวันนี้ สภาได้แสดงบทบาทความรับผิดชอบมาอย่างดีแล้ว บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดีแล้ว ถ้าท่าน มีอะไรติดใจจริง ๆ มาถามผมส่วนตัวได้ครับ ยินดีที่จะตอบครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้เวลาพอสมควรแล้วครับ กระผมขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๓.๔๓ นาฬิกา