อิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกว่าเขามีการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดศรีษะเกษและจังหวัดอุบลราชธานีหลังจากเกิดการปะทะกันชายแดนไทยกับเขมรที่จังหวัดศรีษะเกษ และมีการอพยพประชาชนมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เขาได้เดินทางไปดูแลประชาชนที่อพยพมาและได้พบว่าประชาชนมีความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ นอกจากนี้เขายังได้พบว่าประชาชนมีความสามัคคีและปรองดองกันอย่างดี
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนชี้แจงผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ซึ่งได้อภิปราย ท่านประธาน ที่เคารพ ส่วนที่ผู้อภิปรายได้กล่าวถึงการช่วยเหลือของภาครัฐบาลว่าได้ดําเนินการไปอย่างไร บางท่านถึงขนาดกล่าวว่ารัฐบาลไม่เคยไปดูแลเลย ผมเรียนให้ทราบว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ตอนบ่ายได้มีการปะทะกัน นะครับ ก็ใช้คําว่า ปะทะกัน บางท่านก็กล่าวว่าเป็นเรื่องสงคราม ความจริงมันไม่ใช่ เป็นเรื่อง การปะทะกันในระหว่างชายแดนไทยกับเขมรที่บริเวณอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีษะเกษ และเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ผมได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเพราะได้รับรายงานว่า จะต้องมีการอพยพหนีจากแนวเขตชายแดน ท่านประธานครับ ผมไปอยู่ที่นั่นทั้งวัน ผมไม่เจอผู้แทนราษฎรคนไหนเลยครับ ที่เจอก็เจออดีตผู้แทนราษฎรครับ คือคุณหมอ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามถึงท่านนะครับ เพราะว่าท่านช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ที่นั่นร่วมกับผมโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะว่าภรรยาท่านเป็น ส.ส. หรือเปล่า ก็ไม่ทราบนะครับ แต่ผมถามว่าแล้ว ส.ส. หมอเปี๊ยกไปไหน ภรรยาท่านชื่อเปี๊ยก บอกว่า กําลังไปเอาสิ่งของไปช่วยพี่น้องประชาชน ท่านครับ ผมไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนซึ่งอพยพหนี จากเขตแดนมา อําเภอกันทรลักษ์ได้จัดที่อยู่อาศัยให้อยู่ ณ หอประชุม นอกจากหอประชุม อําเภอแล้ว ก็อยู่ตามวัด ตามหอประชุมโรงเรียนอยู่หลายจุดนะครับ กระจายอยู่หลายอําเภอ ด้วยครับ เช่น อําเภอกันทรลักษ์ อําเภอไพรบึง อําเภอขุนหาญ อําเภอโนนคูณ และอําเภอ ศรีรัตนะ วันที่ ๕ เป็นวันแรกที่ราษฎรอพยพมานั้นมีประชาชนอยู่ฝั่งนี้เพียง ๖,๐๐๐ คนครับ และที่หนาแน่นที่สุดประมาณ ๓,๐๐๐ คน อยู่ที่หอประชุมอําเภอกันทรลักษ์ ทางผู้ว่าราชการ จังหวัดได้รายงานให้ผมทราบว่าประชาชนที่มาอยู่นั้น ท่านได้เน้นเรื่องความปลอดภัย เรื่องการอยู่อาศัยไม่ให้แออัดจนเกินไป ถ้าหากว่าแออัดท่านก็เอาเต็นท์มาเพิ่ม เรื่องอาหารการกินนั้น ผมเรียนให้ทราบว่าทางจังหวัดได้ดําเนินการจัดหาอาหารให้อย่างเพียงพอ ถ้าหากว่า มีประชาชนมากท่านก็เพิ่มเต็นท์ขึ้นมาเรื่อย ๆ อาหารที่จัดให้ นอกจากทางการได้จัดให้แล้ว วันนั้นชาวพี่น้องอําเภอในตลาดกันทรลักษ์ได้มาตั้งโต๊ะ ตั้งเต็นท์ปรุงอาหารให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งอพยพมาทั้งหมดนะครับ ผมยังไปกระเซ้าเย้าแหย่กันเลยว่าอําเภอกันทรลักษ์นี้ เมื่อก่อนมีทั้งสีเหลือง สีแดง วันนี้ทําไมมารวมกันดีจังเลยเขาบอกว่าไม่มีสีแล้ว วันนี้มีสีเดียว คือศรีสะเกษ เขาบอกครับ มีศรีสะเกษเท่านั้น นี่คือความสามัคคีปรองดองกันเมื่อเกิดปัญหา ขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่าผมก็ได้กําชับกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ๑. ความเป็นอยู่นั้นจะต้องปลอดภัย และถ้าหากว่าแออัดแน่นหนาก็ให้เพิ่มเต็นท์ไปเรื่อย ๆ ๒. เรื่องอาหารการกินก็ขออย่าให้ขาด เพราะว่าผมถือว่าผมเดินทางมาเป็นหน่วยแรกที่มา ดูแลพี่น้องประชาชน ถ้าหากว่าไม่เพียงพอผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีเงินที่สามารจะสั่งจ่ายได้ ในมืออยู่แล้วครั้งละ ๕๐ ล้านบาท ผมว่าเพียงพอสําหรับคนประมาณ ๖,๐๐๐ คน นอกจากนั้นแล้วผมก็ได้เน้นย้ําด้านสาธารณสุขครับ ผมบอกว่าให้จัดหมอ จัดพยาบาล ให้มี เต็นท์โดยเฉพาะ เพราะว่าพี่น้องถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นก็จะได้ให้หมอเหล่านี้ไปดูแลได้อย่าง ทันท่วงที สุดท้าย ผมยังบอกด้วยว่าถ้าสมมุติว่าสถานการณ์ชายแดนนั้นยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ ทางท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นห่วงว่าอย่าให้ประชาชนรีบกลับบ้าน แต่ประชาชนก็ยังมี ความเป็นห่วงบ้านอยู่ครับ เท่าที่ได้ไปคุย ก็บอกว่าหลายคนรีบออกมาจนกระทั่งลืมเอา สิ่งของ ผมบอกว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนั้นผมได้ถามความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าที่จังหวัดศรีสะเกษนั้น มีความเสียหายจากการยิงระเบิด ยิงปืนใหญ่เข้ามานั้นมีมากน้อยเพียงใด ทางจังหวัดรายงาน ให้ผมทราบว่ามีราษฎรเสียชีวิต ๑ คน คือ นายเจริญ ผาหอม ราษฎรบ้านภูมิซรอล เหตุที่ เสียชีวิตเนื่องจากว่ามีการยิงขึ้น ทั้ง ๆ ที่ความจริงนายเจริญนั้นอยู่ในหลุมหลบภัย พอเสียง ปืนดังมาก ๆ เข้าเกิดความกลัวครับ รีบวิ่งออกจากหลุมหลบภัยมาโดนลูกกระสุนพอดี เสียชีวิตทันทีนะครับ นอกจากนั้นไม่มีเสียชีวิต แต่บ้านเรือนราษฎรถูกลูกระเบิดเสียหาย ทั้งหลังจํานวน ๗ หลังคาเรือน แล้วก็เสียหายบางส่วนนั้น ๑๐ หลังคาเรือน โรงเรียนเสียหาย ๑ โรงเรียนคือโรงเรียน ภูมิซรอลวิทยา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เพราะว่ากลุ่มผู้ที่ บ้านเรือนถูกไฟไหม้เหล่านี้ไม่ได้มีอะไรติดตัวมาเลย ผมจึงได้ให้ทาง พมจ. พัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นได้จัดเงินให้ คือคนที่ตายนั้นให้เงินไป ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่ ไฟไหม้ทั้งหลังนั้นได้ให้เงินเบื้องต้นในวันนั้นนะครับ หลังละ ๓,๐๐๐ บาทสําหรับไปซื้อเสื้อผ้าใส่ แล้วก็ที่ไหม้บางส่วนนั้นนะครับ ๑๐ หลังนั้นก็ให้หลังละ ๒,๐๐๐ บาท ครอบครัวละ ๒,๐๐๐ บาท นี่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในวันนั้นนะครับ ท่านประธานครับ แล้วในวันเดียวกัน ก็ได้รับทราบว่าทหารเสียชีวิตในตอนเช้าของวันที่ ๕ ที่มีการปะทะกันในรอบที่ ๒ คือ สิบเอก วุฒิชรินทร์ ชาติคําดี เป็นทหารจากจังหวัดยโสธร บ้านอยู่จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ในวันนั้นผมยังเป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วมทําพิธีรดน้ําศพของ ทหารร่วมกับแม่ทัพ ภาค ๒ และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้ไป ร่วมรดน้ําศพด้วยกันในวันนั้น จึงได้เรียนให้ทราบว่ารัฐบาลไม่ได้รีรอนะครับในการที่จะไป ดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงผมนั้นเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ผมถือว่าชีวิตมนุษย์ไม่มีความมั่นคงในวันนั้นผมจึงได้รีบเดินทางไป ตามที่นายกรัฐมนตรีบัญชา ท่านครับ นอกจากจะไปเยี่ยมราษฎรแล้วผมได้เดินทางไปเยี่ยม ทหารอยู่ที่ผามออีแดง ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาไม่ให้เข้าไป ผมขออนุญาตแม่ทัพ ภาค ๒ ว่า ผมอยากจะไปเยี่ยมและให้กําลังใจทหารซึ่งอยู่ในแนวหน้าตรงจุดที่ใกล้กับเขาพระวิหารครับ ทางทหารก็ได้เล่าบอกว่าในสภาพความเป็นอยู่เขายังมีขวัญกําลังใจดี อย่างที่ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ พูด ยังมีขวัญกําลังใจดีเขาบอกไม่ต้องตกใจท่านยังชี้ให้ผมดูเลยว่า ยังมีระเบิดที่ยิงเข้ามา มีระเบิดที่ยิงลงมานะครับ ท่านบอกว่ายิงมาแล้วไม่ระเบิด ผมยังไป ถ่ายรูปไว้เลยครับ ยิงลงมาแล้วไม่ระเบิดที่ผามออีแดง แล้วทหารท่านก็บอกว่าถึงอย่างไร ก็แล้วแต่จะรักษาอธิปไตยได้อย่างเต็มที่ตามหน้าที่ ผมเดินทางออกจากผามออีแดง แล้วก็ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี บอกผมว่าราษฎรบางส่วนจาก อําเภอกันทรลักษ์ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานีที่อําเภอน้ําขุ่นได้อพยพไปอยู่ที่ โรงเรียนน้ําขุ่นวิทยา อําเภอน้ําขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี จํานวน ๑,๐๐๐ กว่าคน ขอให้ผม ได้ไปเยี่ยมด้วย ผมก็ได้เดินทางไปก่อนจะเดินทางไปถึงนั้นผ่านบ้านภูมิซรอลก็เห็นสภาพ บ้านเรือนราษฎรถูกไฟไหม้เป็นจํานวนมาก หลังคาโรงเรียนหายไปครึ่งหนึ่ง ได้แวะถาม กับราษฎรสักพักหนึ่งแล้วก็ได้เดินทางออกไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปพบปะกับ พี่น้องประชาชนอยู่ที่หอประชุมโรงเรียนน้ํายืนวิทยา ผมก็ได้มอบสิ่งของให้เป็นเครื่องอุปโภค บริโภคเป็นบางส่วน แล้วก็บอกว่าการช่วยเหลือที่มอบให้ในวันนี้เป็นเพียงบางส่วน เนื่องจากว่าตอนที่ผมเดินทางมานั้นยังไม่ทราบจํานวนผู้เสียหายที่แน่นอน ยังไม่ทราบจํานวน ครอบครัวที่แน่นอน เพราะฉะนั้นขอให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแค่นี้นะครับ แม้กระทั่งบ้านเรือน ราษฎรที่เสียหาย ผมบอกว่านี่ไม่ใช่เงินชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมแซมบ้าน เป็นการให้ไป เนื่องจากว่าพี่น้องรีบออกมาไม่มีเสื้อไม่มีผ้ามาอย่างเพียงพอ ผมก็บอกว่าขอมอบเงินนี้ ให้ไปซื้อ แล้วก็บอกว่าสําหรับบ้านเรือนที่เสียหาย ไม่ว่าจะหายทั้งหลังก็ดี หรือว่าหาย เป็นบางส่วนก็ดี ผมรับปากไว้ว่ารัฐบาลจะดําเนินการทดแทนให้จนครบ และเมื่อวานนี้ ก็มีการประชุม ครม. ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านก็รายงานต่อที่ประชุม ครม. ว่าความเสียหายทั้งหมดนั้นรัฐบาลจะดูให้ บ้านที่ไหม้ ไปทั้งหลัง ถูกระเบิดไปทั้งหลายจะสร้างให้ครบคืน บ้านที่เสียหายเป็นบางส่วนจะซ่อมคืน ให้เข้าสภาพเดิมทุกบาททุกสตางค์โดยรัฐบาลจะเป็นฝ่ายออกเอง ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปทําการตกลงกับทางประชาชนผู้ได้รับความเสียหายแล้ว แล้วเขาก็พอใจว่ารัฐบาลได้มี ความจริงใจในการดูแล นี่คือการช่วยเหลือแล้วก็อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีครับท่านประธาน ผมได้เดินทางกลับวันนั้นตอนเย็น แล้วผมบอกว่าหลังจากนั้นผมจะรีบเดินทางมาอีก ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากผมเดินทางกลับมาแล้ว วันต่อมาท่านรัฐมนตรี องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรี ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีก็ใช้ให้รัฐมนตรี ๒ ท่านนี้ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนอีก ไปสํารวจความเสียหาย ไปให้ขวัญกําลังใจกับพี่น้อง ประชาชน และอยากทราบตัวเลขจํานวนประชาชนที่เดือดร้อนจากการปะทะกันครั้งนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งหลังจากทั้ง ๒ ท่านนั้นได้ไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วก็ได้ทํารายงาน ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบเมื่อวานนี้ ในส่วนของกระทรวงผมนั้น ท่านประธานครับ ผมขอเรียนรายงานให้ทราบว่าจํานวนตัวเลขผมเช็กอยู่ทุกวันครับ อย่างเช่นเมื่อวานนี้ ตัวเลขวันที่ ๗ คนที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทุกอําเภอ ๖ อําเภอ ที่ผมเรียนให้ทราบ มีจํานวนทั้งหมด ๑๖,๖๕๔ คน ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีอยู่ ๓,๒๐๐ คน วันนี้เมื่อเช้านี้ จังหวัดศรีสะเกษตัวเลขเหลืออยู่ ๑๔,๐๐๐ คน แต่ที่จังหวัดอุบลราชธานีผมเช็กไปเมื่อตอน บ่ายวันนี้ว่าเหลือประมาณ ๔๐๐ คน ส่วนใหญ่กลับกันหมดแล้ว ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็กลับกันหมด ที่เหลือ ๔๐๐ กว่าคนนั้น คือคนที่อพยพมาจากอําเภอกันทรลักษ์ที่มี อาณาเขตติดต่อกับอําเภอน้ําขุ่น เดี๋ยวนี้ยังค้างอยู่ที่นั่น แต่ผมบอกว่าถึงแม้จะกลับไป ผมบอกว่าให้ทางอําเภอได้ทําทะเบียน ทํารายละเอียดไว้ว่าจํานวนเป็นหมื่นคนนั้น มีกี่ครอบครัว ทางอําเภอจากจังหวัดอุบลราชธานีก็ดี จากจังหวัดศรีสะเกษก็ดี ได้ทําตัวเลข ไว้ให้ผมเรียบร้อยแล้ว ผมบอกว่าวันที่ ๑๑ ผมจะจัดคาราวานจากกระทรวงผมนําเงิน สงเคราะห์ไปมอบให้ทุกครอบครัวที่อพยพมา แล้วก็จะนําถุงยังชีพไปช่วยเหลือกับพี่น้อง ในระหว่างที่เกิดปัญหาเหล่านี้ และในขณะเดียวกันเป็นที่น่ายินดี วันพรุ่งนี้คือวันที่ ๑๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระองค์ท่านก็มีความเป็นห่วงเป็นใย ท่านส่งให้ราชองครักษ์ ล่วงหน้า ไปสํารวจ และพรุ่งนี้ท่านจะเสด็จไปเยี่ยมทั้งอําเภอกันทรลักษ์และทั้งอําเภอน้ําขุ่น นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าไม่ใช่เฉพาะแต่พวกเรานะครับ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินท่านก็มีความห่วงใย พสกนิกร ผมจึงกราบเรียนให้ทราบว่านี่คือการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เราไม่ได้ นิ่งนอนใจครับท่านประธาน ได้ไปดําเนินการทุกอย่างในอันที่จะแบ่งเบาปัญหา แบ่งเบาภาระ แบ่งเบาความเดือดร้อน ผมทราบดีว่าพี่น้องประชาชนทุกคนเวลานี้ซึ่งอยู่ที่นั่นต้องการ อยากจะกลับบ้าน ผมก็เห็นใจครับอยากจะกลับบ้าน ทางเราก็คิดว่าถ้าจะกลับบ้านไปแล้ว หากว่าการเจรจานั้นยังไม่สําเร็จก็จะทําให้พี่น้องไม่สบายใจ ก็จะต้องวิ่งไปวิ่งมา ผมจึงได้บอก ทางจังหวัดว่าขอให้เป็นที่ไว้วางใจมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก และในขณะเดียวกัน สิ่งซึ่งราษฎรได้เรียกร้องผ่านผมมาก็ดี ผ่านท่านรัฐมนตรีมาก็ดี หรือผ่านเจ้าหน้าที่มาก็ดี รัฐบาลจะไปดําเนินการให้ทุกประการ ขอขอบคุณครับท่านประธาน