ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องชายแดนไทยกัมพูชา โดยมีประเด็นหลักคือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และยังหารือเรื่องการค้าขายผิดกฎหมายในพื้นที่หนึ่งที่มีทหารเกี่ยวข้อง และต้องการนำข้อมูลมาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรอง แต่ถูกจับก่อน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา และเรียกร้องให้เจรจากันเพื่อแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย สุภาษิตไทยบอกว่า เมื่อมิตรกลายเป็น ศัตรูมันเจ็บปวดยิ่งกว่าหนามยอกอก แต่ถ้าศัตรูกลายเป็นมิตรมันเป็นผลดี ที่จริงประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาไม่ใช่ศัตรูซึ่งกันและกัน แต่มันเป็นปัญหาเรื่องชายแดนที่มีมาโดยตลอด ถ้าเรารื้อประวัติศาสตร์ขึ้นมา ดินแดนทั้งหมดที่อยู่บริเวณนี้เคยตกเป็นของประเทศไทย มาก่อน เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่งก็ได้ว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยยึดครองแผ่นดินจนถึงแหลมมลายู และทุกวันนี้มลายูก็ไม่ใช่ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นการเสียดินแดนไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เราเคยเสีย แต่ปัญหาว่าการเสียดินแดนนั้น มันบอบช้ําหรือไม่ เราเสียเพื่อแลกเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการเสียดินแดนไม่ใช่ เป็นเรื่องใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาชายแดนเป็นปัญหาที่จะต้องเจรจากันตลอดเวลา ไม่มีข้อยุติได้โดยง่าย เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็เป็นบทบัญญัติของกฎหมาย คล้าย ๆ อย่างนั้น ที่ทั้ง ๒ ประเทศจะใช้เป็นกรอบในการที่จะมาเจรจาส่วนที่ไม่ลงตัว ผมเห็นว่ามันไม่ใช่ เรื่องเลวร้าย แต่ก็มีคนอยากจะให้รัฐบาลนี้เลิกไป แล้วก็มีคนออกมาพูดว่าเราเสียดินแดน เริ่มต้นตั้งแต่เซ็นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เราไปยอมรับการใช้แผนที่พิกัด ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ความจริงประชาชนอาจจะสับสนว่า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ กับ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มันต่างกันอย่างไร อันที่จริงพิกัด ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ สมมุติว่า หน่วย ๑ คือ ๑ เซนติเมตร ถ้าท่านยืนอยู่ตรงนี้ วัดออกไป ๒๐ เมตร นั่นละคือ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มันแคบลงมา ๕ เมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นรายละเอียด ของแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ มีความละเอียดสูงกว่า ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ความได้เปรียบ เสียเปรียบ ในชายแดนนี้มันไม่แน่นอน ยิ่งใช้แผนที่ที่มีพิกัดกว้างเท่าไร ความได้เปรียบเสียเปรียบมันก็ เกิดขึ้น ถ้าข้อตกลงถกเถียงกันยังไม่ชัดเจนก็สามารถที่จะเจรจากันต่อไปได้ แต่เคราะห์กรรม บ้านเรามันมีแต่ผู้รู้ ยั่วยุต่าง ๆ นานา บางเสียงบอกว่ารบสิ เขมร ๒ ชั่วโมงดับ ผมก็เห็น สมเด็จฮุนเซน ท่านก็ประกาศเหมือนกันว่าถล่มกรุงเทพมหานคร ๓ ชั่วโมงเรียบ พูดไปทําไม ไม่ใช่เรื่องสร้างสรรค์ ไม่มีประโยชน์ ผมคิดว่าวันนี้เราคงจะมาพูดในญัตติที่พรรคเพื่อไทยของเราได้เสนอขึ้นมาเนื่องจากประชาชน ชาวไทย ทั้งชาวไทย ชาวเขมร ได้รับความเดือดร้อนในพรมแดนที่เกิดการปะทะกันระหว่าง ทหารของทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องความขัดแย้งที่ยังไม่ลงตัว ผลกระทบที่คิดว่ามันเกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างน้อยประเทศไทยเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ ถ้าเทียบถึงพื้นที่ระหว่างประเทศเขมร กับประเทศไทย แต่ทราบไหมครับว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นประชาชนทั้ง ๒ ประเทศที่อยู่สภาวะ และอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นมีน้ําตาเหมือนกัน น้ําตาร่วง ได้รับความทุกข์ยากลําบาก เช่นเดียวกัน มันอยู่ที่ว่าผลกระทบนั้นมันจะกว้างขวาง ยาวนาน รุนแรงแค่ไหน ผลกระทบ จริง ๆ อาจจะสรุปได้ ๓ ด้านใหญ่ ๆ ก็คือด้านสังคม แน่นอนที่พูดไปแล้วเมื่อกี้ ด้านเศรษฐกิจ และแน่นอนก็มีปัญหาเรื่องด้านการต่างประเทศ ผมรับทราบข้อมูลบางอย่างที่ไม่ค่อยจะสบายใจนัก ที่ก่อนจะเกิดปัญหานี้ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ คุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ ซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านนั่งได้ทน เพราะรู้สึกว่าหลายคนบอกว่าปัญหานี้เกิดจากท่าน แต่ผม ไม่ได้โทษท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่าท่านเป็น ส.ส. ป้ายแดงของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ท่านจะไปไม่ทราบว่าใครให้ท่านไป และผู้ร่วมเดินทางของท่านไม่รู้ว่าใครจัดให้ แต่มันมี บทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์จากหลายกลุ่มหลายบุคคล แต่นั่นไม่สําคัญ ส่วนสําคัญที่ท่านไป มีเสียงสะท้อนเป็นความจริงหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ อยากจะส่งคนไปดูพื้นที่ตรงนั้นว่ามีการค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ โดยมีทหารใหญ่บางคนเป็นผู้บัญชาการให้เกิดการค้าขายตรงนั้น เพื่อที่จะเอาข้อมูลมา แบล็คเมล (Blackmail) กัน เนื่องจากผู้ที่ใช้อํานาจในการที่จะปรับเปลี่ยนยศ ตําแหน่ง จะต้องมีการต่อรองกันหน่อย แต่เดชะบุญกลับไปถูกจับเสียก่อนนะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมไม่ค่อยสบายใจ
ประเด็นที่ ๒ อาจจะเป็นภาพกว้างนิดหนึ่ง ผมรู้ว่าประเทศไทยก็ดี ประเทศใด ๆ ก็ดีในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกของโลกทั้งนั้น เรากําลังมาสู่สภาวะที่โลกไร้พรมแดน ความจริงพรมแดนไม่ค่อยจะมีปัญหาต่อการที่จะมาขบคิดอะไรกันมากมายนักหนาหรอก ถ้าจะพูดถึงเรื่องต่อไปนี้ เรากําลังจะรวมอาเซียนให้เป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ เรามีอาเซียนบวก ๑ บวก ๒ บวก ๓ บวกไปจนกระทั่ง ๘ มีประเทศจีน มีประเทศเกาหลี มีประเทศญี่ปุ่น มีประเทศอินเดีย หลายประเทศครับ เชื่อไหมว่าถ้าอาเซียนใหญ่โตขึ้นมาได้ และมีความสมานฉันท์ สามัคคีกันได้ตลาดนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าทวีปยุโรป อียู (EU) ยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ไม่รู้มีคนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่าที่อยากจะให้สถานการณ์ของอาเซียน ไม่ปกติ มีปัญหา เพื่อที่จะได้เกาะกลุ่มกันไม่ติด จึงได้ใช้ให้คุณพนิชเดินทางไปตรงนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็กําลังมีปัญหาเรื่องชายแดนกันอยู่ด้วย เมื่อเกิดไปตรงนั้นก็ยั่วยุ ให้เกิดอารมณ์ แล้วก็เกิดปะทะกันในที่สุด และเรื่องนี้คงยาว เพราะมีการเสริมกําลังกัน ทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ผมวิงวอนถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาฟ้าดินได้เห็นความทุกข์ยากของคนที่อยู่ ตรงนั้นขอให้เรื่องจบโดยเร็ว ผมไม่เห็นทางใดเลยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดถึงแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ได้วิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ สิ่งที่ประชาชนรับทราบกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าไม่เข้าใจ เป็นความจริงหรือไม่ ผมคิดว่าเรามาพูดความจริงกันดีกว่า เพื่อหาแนวทางไปแก้ปัญหา ผลกระทบที่เกิดความเดือดร้อนอยู่ระหว่างชายแดนของเรา ระยะทางที่พรมแดนติดกัน ของประเทศกัมพูชาหรือเขมรกับไทยมีทั้งหมดแค่ ๗๙๘ กิโลเมตรเท่านั้น ผมเคยพูด เพราะผมเป็นกรรมการของรัฐสภาที่ดูปัญหาเรื่องเจบีซีที่ท่านกําลังพูดคุยกันอยู่ขณะนี้ ผมเคยยกประเด็นหนึ่งขึ้นมา สมัยก่อนมีการตัดไม้ทําลายป่ามากมายที่ชายแดน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการทําไม้ของพวกที่รู้เห็นเป็นใจกับข้าราชการ ผู้มีอิทธิพลบางคนบางส่วน ตัดที่ไหน ตัดฝั่งไทย พอมีข่าวเล็ดลอดออกมาถูกจับได้ ย้ายเสาหินหลักเขตครับ ๗๓ หลักจากตราด มาช่องสะงํานี่ถูกย้ายไปไม่รู้กี่หลัก แล้วย้ายเข้ามาในแดนไทยเพื่อให้เขตตรงนั้นมาอ้างกับ เจ้าหน้าที่ว่าผมไม่ได้ตัดไม้ของประเทศไทยนะครับ ผมตัดไม้ประเทศกัมพูชา ปัญหาเรื่อง โยกย้ายเสาหินเป็นเรื่องที่ประเทศกัมพูชาเขารู้ในอก เพราะฉะนั้นเมื่อทําเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เขาจึงบันทึกไว้ด้วยว่า ห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพบริเวณแถวชายแดนตลอดแนว ทําไมครับ เพราะเขาได้เปรียบครับ เขารู้ว่าเสาหินไปอยู่ตรงโน้น เพราะคนไทยทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้กระทั่งดินแดนเขตแดนแท้ ๆ ยังย้ายเสาหินหลักเขตเข้ามาใน ประเทศของตัวเองเพื่อปกปิดการกระทําความผิดของตัวเองเท่านั้น เรื่องนี้จริง ไม่จริง ไม่มี การลงโทษลงทัณฑ์หรือไม่มีการไต่สวนกัน แต่มันเป็นประวัติศาสตร์ที่เล่าขานกันมา ผมก็ได้ เสนอให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย ถ้าเจบีซีจะไปตรวจสอบก็ขอให้ตรวจสอบ วิธีการฝังเสาหินพวกนี้เขาทํากันอย่างไร แล้วถ้าเสาหินไม่เป็นไปตามนั้นก็ถือว่ามีการโยกย้าย แล้วก็ให้ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ เจรจากัน ให้ตกลงกันได้ นี่ก็คือสิ่งที่มันเป็นปัญหา แล้วถ้าเราไม่ยอมกันก็ยิ่งจะเป็นปัญหาไปเรื่อย ๆ เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่มันสูญเสียไปก็ต้อง ยอมรับว่ามันสูญเสีย แน่นอนปราสาทเขาพระวิหารนี้ปวงชนชาวไทยหลั่งน้ําตาเพราะสูญเสีย เนื่องจากศาลโลกตัดสินว่าเป็นของประเทศกัมพูชา จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงกับต้องหลั่ง น้ําตาเพราะสูญเสีย นั่นคือแผลในหัวใจของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ใน เหตุการณ์เหล่านี้จดจําอยู่ตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบว่าไปรับนโยบายจากใครครับ ว่าจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารคืน ผมพูดตั้งแต่เบื้องต้นแล้วนะครับ ส่วนที่เราควรจะเสีย ก็ต้องเสีย และการเสียดินแดนไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเสีย เราเสียเพื่อความอยู่รอด เราเสีย เพื่อมิตรไมตรี แต่นั่นต้องมีเหตุผล เพราะฉะนั้นการเปล่งวาจาที่ท่านจะเอาคืนนั้นมันขัดกับ ความรู้สึกของคนทั้งโลก เพราะคนทั้งโลกเขารู้ว่าศาลโลกตัดสินให้ประเทศกัมพูชาไปแล้ว และท่านจะเอาคืนได้อย่างไร รบหรือ แค่ทหารตายไป ๒ ศพ ทหารไทย ส่วนประเทศกัมพูชา ผมไม่พูดถึง ก็เดือดร้อนกันขนาดนี้แล้ว แล้วเราจะทําอย่างไร เจรจาสิครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ไป แต่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนที่พูดถึงเรื่องนี้ว่าท่านต้องไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมชอบใจท่านวิชาญ มีนชัยนันทน์ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเลย ขอเจรจา กับท่านสมเด็จฮุนเซน ที่ชายแดนนั่นละ ตั้งโต๊ะเจรจากันเลย ผมบอกว่าท่านวิชาญนี้ แนะนําดีจริง ๆ ถ้าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยประสานติดต่อกับ สมเด็จฮุนเซนได้และไปนั่งเจรจาตรงนั้นจริง ๆ นี้ อย่าว่าแต่คนไทยเลย ชาวโลกจะต้อง ยกย่องสรรเสริญคนทั้ง ๒ คนนี้ว่าเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของโลก แต่นี่ท่านไม่ได้คิดจะทํา แต่ถ้าท่านจะทํามันก็จะยิ่งใหญ่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นผลดีสําหรับประเทศ ทั้งสอง ผมก็ขอแนะนําอีกคนหนึ่งว่าท่านควรทํา เพื่อความสงบ ความผาสุก แต่ท่านอาจจะ ไม่ได้รับการยกย่องจากคนทั้งโลกเพราะถูกแนะนําให้ทํา แต่นี่ละ ท่านประธานที่เคารพ หลายคนพูดว่านายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี้เป็นคนที่มีทิฐิสูง แต่ถ้าท่านถือทิฐิ ท่านก็จะไม่ได้รับการยกย่อง ผมว่าละทิฐิลงไป แล้วหันมารับฟังความคิดเห็น หันมาแก้ไข ปัญหาร่วมกันดีกว่า ผมเชื่อว่าท่านทํา เพราะมิตรที่กลายเป็นศัตรูของท่านนี้ด่าทอท่านทุกวัน ความจริงผมนี้เจ็บใจแทน แต่ก่อนไม่เคยดูเอเอสทีวีเลยเพราะว่าเขาด่าคนของพรรคผม แล้วก็เสนอแนวทางที่ไม่ค่อยถูกต้อง เสนอคืนพระราชอํานาจอย่างนี้ เสนอขอนายกรัฐมนตรี พระราชทานอย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นขัดรัฐธรรมนูญ ในหลวงก็ทรงมาตรัสเรื่องนี้ด้วยว่าทําไม่ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังเสนอ และมาวันนี้เรทติ้ง (Rating) เอเอสทีวีนี้ขึ้นสูงมากครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ทุกคนฟังทั้งนั้น มันเหมือนกับว่ามันสะใจอะไรสักอย่างหนึ่งที่ได้ฟังคนพูด ความจริง สิ่งที่เป็นความจริงนี่ละเรามาพูดกันดีกว่าในสังคมไทยเรา แล้วก็จะได้แก้ปัญหาได้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องของการแก้ไขที่ไม่ถูกทาง ท่านควรจะต้องรับฟังผมไว้บ้างนะครับ การแก้ไขปัญหาการชุมนุมของคน ดีที่ในช่วงนี้ยังไม่มี การตายเกิดขึ้น แต่ไม่แน่ เพราะฉะนั้นเรื่องแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรง ผมว่าอย่าทํา ปัญหาชายแดนเหมือนกัน ประวัติศาสตร์ต้องจารึกนะครับ มันเกิดขึ้นในยุคของท่าน มันเป็น ความรุนแรง ตายอีกแล้ว นี่คือปัญหาชายแดน ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านเชื่อไหมครับ ประชาชน ยังคอยว่าเมื่อไรท่านจะเอา ๒,๐๐๐ บาทไปแจกอีก ไม่ใช่พูดกระทบกระเทียบ นั่นเป็น ความจริง เพราะสิ่งที่ท่านได้ทําลงไปมันไม่ยั่งยืน ความยากจนก็มาเยือนประชาชน หนี้สิน ประชาชนรับไปเท่าไร นั่นคือการแก้ปัญหาบนความบอบช้ํา บนความทุกข์ทรมานของคน วิธีแก้ปัญหาของท่านพูดโดยสรุปมันเป็นซาดิสม์ (Sadism) ครับ ผมคิดว่าเลิกดีกว่า มาสู่สันติ มาสู่ความนุ่มนวล มาสู่ความเป็นมิตรไมตรี อย่าไปลงโทษลงทัณฑ์ด้วยวาจากับคนที่เขาได้รับ ทุกข์ทรมานอยู่แล้ว บางคนมันเลือกเกิดไม่ได้ อย่างท่านก็ไม่ได้เลือกเกิดมาเป็น นายกรัฐมนตรี แต่บังเอิญมันเป็น อย่าง พันตํารวจโท ทักษิณก็เหมือนกัน ก็ไม่ได้เลือกเกิดมา ว่าจะร่ํารวยถึงขนาดนั้น แต่เมื่อมันเป็นมาแล้ว สังคมไทยของเรามันเป็นสังคมที่อิจฉาตาร้อน สังคมที่ไม่ต้องการให้ใครได้ดีกว่าใคร แต่ผมคิดว่าถ้าปรับเปลี่ยนทัศนคติสังคม บังเอิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ที่นี่ ท่านอิสสระ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ผมคิดว่าเราพัฒนาคนของเราให้มีความโอบอ้อมอารี ให้เคารพ ผู้ใหญ่ วัฒนธรรมดั้งเดิมของเราดีมาก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนําไปแก้ปัญหาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในระยะยาว ส่วนระยะสั้นหลายท่านได้แนะนําไปแล้ว ผมก็ขอเอาคําแนะนํา ของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายมาสนับสนุนตรงนั้น แต่ประเด็นปัญหาที่คาใจ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบด้วย ชี้แจง ไม่ใช่ตอบ ชี้แจง แต่ไม่ชี้แจงก็ไม่เป็นไร เพราะนี่เป็นญัตติ เรื่องที่ให้คุณพนิชไปที่ตรงนั้น เพราะสังคมเขาแคลงใจว่าปัญหาที่ผมกราบเรียนไป ๒ เรื่อง ตอบด้วย อันไหนจริง อันไหนไม่จริง หรือไม่ใช่ทั้ง ๒ เรื่อง ผมจะขอกราบ ขอบพระคุณที่ท่านจะตอบ อย่างไรก็ตามเมื่อกี้ผมได้พูดถึงเรื่องการแก้ปัญหา ที่ผ่านมาสังคม ไม่อยากพูดคําว่า ประณาม พูดกันโดยทั่วไปว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบซาดิสม์มันไม่มีทางจบ หรอกครับ กลับมาแก้ปัญหาแบบวิธีการที่นุ่มนวลดีกว่า ขอบพระคุณครับ