ต่อพงษ์ ไชยสาส์น หารือเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมได้หารือและแก้ไขปัญหา โดยเสนอข้อเสนอ 4 ข้อ รวมถึงการหยุดสู้รบและพิจารณาความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธีและเคารพในตัวบทกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชุมไอปา การบริหารจัดการของรัฐบาล และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ โดยแนะนำหลัก "คน เงิน งาน" และเสนอ ๕ ใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ต่อพงษ์ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น เพื่อนําแนวความคิดเห็นนี้ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยใจจริงนะครับ สืบเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่า จริง ๆ แล้วเราพูดคุยกันนะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าวันอาทิตย์ผมฟังข่าวสํานักข่าว แห่งประเทศไทยได้พูดถึงว่าท่านธเนศได้ให้สัมภาษณ์ในเช้าวันจันทร์ว่าผู้นําประเทศ ก็คือท่านนายกอภิสิทธิ์ ได้ติดต่อโทรไปหาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ ก็แสดงว่าใจจริงของท่าน นายกรัฐมนตรีอยากรู้ปัญหา อยากรู้แนวทางการแก้ไข อยากรู้วิธีการหาทางออกของปัญหานี้ อย่างไร ตรงนั้นจึงเป็นที่มาของการที่พวกเราได้พูดคุยกันในพรรคเพื่อไทย แล้วก็ อยากแสดงความคิดเห็นตรงนี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต่อไป กราบเรียนอย่างนี้ครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมานั้นเราได้ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่าง ชายแดนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะความสนใจที่เรามุ่งเน้นและให้ความสําคัญก็คือข้อพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ผมได้นําพาคณะกรรมาธิการเข้าไปศึกษาดูงาน ในพื้นที่จริง แล้วท่านต้องดีใจนะครับว่าท่านมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความจริงใจและให้ความสําคัญกับแนวทางการแก้ไขปัญหา ก็คือ ท่านอาจารย์เจริญ อาจารย์รัชดาก็ดี และหลาย ๆ ท่าน อาจารย์เจริญ คันธวงศ์ นั้นถึงแม้ ท่านอายุจะมาก แต่เราชวนกันไป ท่านก็บอกไม่เคยปฏิเสธ มิหนําซ้ําท่านยังชื่นชมในการที่ เราได้ไปศึกษาและเปิดโลกทัศน์ของเรา แล้วมิหนําซ้ําท่านก็จดประเด็นทุกประเด็นบอกว่า จะนําเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ เริ่มจากการศึกษาดูงานที่จังหวัดศรีสะเกษ เราไปช่องสะงําครับ เราไปดูพื้นที่จริง เราไปรับความสะท้อนปัญหาของทหารไทยในเขตแดน และไปศึกษาดูในเรื่องของผลประโยชน์เศรษฐกิจ ตรงนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ ในเรื่องของ เศรษฐกิจชายแดน วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ เราได้ดุลการค้าประเทศเพื่อนบ้าน มากมายมหาศาล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจะนําเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้าย นะครับว่า มันจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ถ้าท่านไม่หยุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ นําเรียนครับว่าเมื่อเช้านี้ทางตัวแทนภาคประชาสังคม นําโดยคุณชนิดา ต้องขอขอบพระคุณทางเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เมื่อเช้าเรามีการประชุมกัน แล้วก็ขอร้องว่าช่วยติดต่อนายกรัฐมนตรีหน่อย พรุ่งนี้ ท่านรับปากว่าจะพบพวกเขาสิบเอ็ดโมงเช้า ถ้าจําไม่ผิดนะครับ เพราะว่าคุณชนิดาได้โทรมา ประสานและบอกผมแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเปิดใจ จะเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทย และเป็นตัวแทนของประชาชนกัมพูชาได้ไปพบท่าน ที่ใดที่หนึ่ง ผมไม่ทราบว่าเป็นที่ทําเนียบรัฐบาลหรือเปล่า แต่ต้องขอบคุณน้ําจิตน้ําใจเพื่อน ๆ สมาชิกในซีกของกรรมาธิการได้ติดต่อประสานงานกับท่าน และท่านเอาจริงเอาจังในเรื่อง ที่จะรับฟังการแก้ไขปัญหาและแนวทางความคิดเห็น ผมนําเรียนก่อนที่ท่านจะไปพบเขา ก็แล้วกันนะครับ เขามีข้อเสนอ ๔ ข้อด้วย มติของที่ประชุมของกรรมาธิการการต่างประเทศ ก็คงเห็นด้วยในเรื่องของ ๓ ข้อ แต่ข้อที่ ๔ ผมก็คิดว่าสมาชิกทุกคนในซีกของ คณะกรรมาธิการก็คงไม่เห็นด้วย
ข้อที่ ๑ เขาเรียกร้องให้หยุดการสู้รบที่ชายแดน และขอให้พิจารณาความ ขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธีและเคารพในตัวบทกฎหมาย เพราะว่าความขัดแย้งทั้งปวง ไม่สามารถจบลงได้ด้วยปืน ดังนั้นจึงขอให้ปัญหาความขัดแย้งที่อยู่บนหลักของกฎหมาย ระหว่างประเทศและคุณธรรม
ข้อ ๒ ให้เคารพสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชนของประชาชน ท้องถิ่นที่ทั้ง ๒ ประเทศ
ข้อ ๓ ให้สนับสนุนความสมานฉันท์ สันติภาพ และการพัฒนาบริเวณ ชายแดนของทั้ง ๒ ประเทศ โดยรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่
ข้อ ๔ ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่สมาชิกท่านใดจะเห็นด้วย ผมก็ไม่รู้นะครับ ให้รัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายของอาเซียน ตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นรูปแบบของพหุภาคี ไม่ใช่ ทวิภาคี และผมขอยืนยันและสนับสนุนนะครับว่ารูปแบบการเจรจาและการแก้ไขปัญหา มันต้องเก็บไว้ในทวิภาคีครับ
ประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษเขาก็สะท้อนออกมา ๔ ข้อเหมือนกัน ครับ คือ
ข้อ ๑ เรียกร้องให้หยุดสู้รบกันก่อน กันก่อนในที่นี้ว่า ในใจของผมคิดว่าก็คง ไม่อยากให้มีการสู้รบกัน
ข้อ ๒ ผู้นําทั้ง ๒ ประเทศ รีบเจรจากันให้ได้ข้อยุติ อย่าเล่นการเมือง มากเกินไป
ข้อ ๓ สร้างหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ข้อ ๔ ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้เดือดร้อนโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะ ประชาชนส่วนใหญ่ของทั้ง ๒ ประเทศมีพื้นฐานความยากจนและมีอาชีพเกษตรกรทั้งนั้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันคล้าย ๆ กันในเรื่องของมองไปถึงสันติวิธี
อีกข้อมูลหนึ่งครับท่านประธาน ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ไม่รู้ว่า ท่านทราบหรือไม่ทราบนะครับว่าวันนี้ประธานอาเซียนเป็นประเทศอินโดนีเซีย แต่ประธาน ไอปา (AIPA) เป็นประเทศกัมพูชา ผมได้คุยกับท่านอภิวันท์เมื่อวาน ด้วยความเป็นห่วง ผมก็เพิ่งรู้จากการประชุมไอปาเมื่อวานนี้เอง ทางสภาของเราก็จะส่งตัวแทนทั้งวุฒิสมาชิก และก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปร่วมประชุมด้วยในหัวข้อสิทธิและเสรีภาพของสตรี ในส่วนตรงนี้ผมเกรงกลัวว่าถ้าประเทศกัมพูชาจะใช้เวทีไอปาเปิดให้มีการอภิปรายของ กลุ่มสมาชิกของอาเซียน รัฐสภาอาเซียนนี่ มันจะเป็นประเด็นยืดออกไปในเรื่องของพหุภาคี อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจในส่วนตรงนี้ เมื่อครั้งปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมได้มี โอกาสได้ติดตามท่านประธานชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาของเรา ไปเชื้อเชิญประมุขของ นิติบัญญัติของกลุ่มอาเซียนให้เขามาร่วมประชุมกับเรา ก็คือการประชุมไอปาที่พัทยา ก็ประสบผลสําเร็จอย่างยิ่ง แต่การต้อนรับของผู้นําประเทศของประเทศกัมพูชาผมประทับใจครับ เขาให้เกียรติประเทศไทย เขาไม่ได้รังเกียจอะไรกับเราเลย ในตลอดระยะเวลาที่อยู่นั้น ผมได้รับอํานวยความสะดวกหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วเป็นที่น่าแปลกใจ เขาให้เกียรติประมุข ในซีกของนิติบัญญัติเป็นอย่างมาก เราได้มีโอกาสได้พบกับประมุขประเทศของเขา ในส่วนของฝ่ายบริหาร ในส่วนของนิติบัญญัติ ในส่วนตรงนี้ผมเชื่อมั่นนะครับว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานครับ ฝากไปทางฝ่ายบริหาร ผมคิดว่ารัฐสภามีงบประมาณครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับท่านประธานชัยครับ เหมือนท่านสรวงศ์ได้พูดถึงว่า ท่านประธานชัยอาจจะเป็น เครื่องไม้เครื่องมืออีกส่วนหนึ่งของประเทศเราที่จะนําพาในเรื่องของสันติภาพและสันติสุข มาให้กับประชาชนคนไทย ท่านใช้คนให้ถูกครับ ท่านเลือกยุทธศาสตร์คนให้เป็น ผมคิดว่า การบริหารจัดการของท่านไม่มีข้อผิดพลาด
อีกส่วนหนึ่งครับ ในเรื่องของการบริหารจัดการ ผมคิดว่าหลักคน เงิน งาน เป็นสิ่งที่สําคัญ ท่านเลือกคนมาทํางาน ท่านก็ต้องเลือกในเรื่องของคุณวุฒิ แล้วก็ ความสามารถของเขา เงินนี่ท่านต้องบริหารจัดการให้ได้ประโยชน์ แล้วงานก็คือภารกิจ ของงาน ก็คือนโยบาย ผมเชื่อมั่นนะครับว่าที่ท่านจะต้องแถลงสรุปผลงานของรัฐบาล ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หลายสิ่งหลายอย่างเราก็เห็นด้วยกับแนวนโยบายของท่านที่จะ พัฒนาในเรื่องของศักยภาพ ในเรื่องของความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน ในหมวดของ ข้อ ๒ วันนี้ดูแล้วเหมือนจะสอบตก แต่ท่านยังมีเวลานะครับ เหมือนสอบซ่อมก็ได้ครับ ท่านสอบซ่อมในแนวนโยบาย ในเรื่องของการที่จะผูกมิตรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา ท่านยังมีเวลาอยู่ครับท่านนายกรัฐมนตรี สภาของเราและอายุของรัฐบาล ยังมีเวลาให้ท่านตัดสินใจและเลือกแนวทางที่จะหาแนวทางที่จะสร้างสันติภาพและก่อให้เกิด สันติสุขให้กับพี่น้องประชาชน หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านพูดไปนะครับ ในเรื่องของแนวทาง ๕ รั้วก็ดี แต่วันนี้ผมขอเปิดใจ ท่านว่าขอให้เป็น ๕ ใจครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ใจที่ ๑ เปิดใจรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น วันนี้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปพบกับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเรียกผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาก็ได้ ในกรณีของคนไทยทั้ง ๗ คนที่โดนจับผมยังไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียก ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดที่มีชายแดนติดกับพื้นที่ ประเทศกัมพูชาเข้ามาประชุมเชิงวิชาการ แล้วก็รับฟังข้อสรุปปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ชายแดน ผมคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นตัวนําสื่อที่ดีที่ให้ข้อมูลกับท่านนายกรัฐมนตรี ได้เป็นอย่างดี ผมอยากเห็นท่านมีแผนปฏิบัติในส่วนตรงนั้น ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสระแก้ว อย่างเดียวนะครับ จังหวัดตราดนะครับ วันนี้จังหวัดตราดเรามีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้หญิง และเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหา วันนั้นผมเดินทางไปกับอาจารย์เจริญ ๒ ท่าน เราได้เข้าไปใน จังหวัดโพธิสัตว์ ได้เข้าไปถึงจุดยุทธศาสตร์ของแนวรบในอดีต เราไปรับรู้ความเป็นอยู่ของ พี่น้องชาวกัมพูชา น่ารักครับ และกองกําลังผมคิดว่าเขาเองก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ในส่วนตรงนั้นผมคิดว่าในระดับท้องถิ่น ในระดับกองกําลังหรือในระดับกองทัพไม่มีปัญหา แต่ถ้าท่านปรับเปลี่ยนแนวนโยบายหรือแนวความคิด หรือหลักคิดในทัศนคติของรัฐบาล สักนิดหนึ่ง มองเขาให้เป็นมิตร แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่สะท้อนคนกัมพูชาที่ท่านจะได้พบวันพรุ่งนี้ นะครับ เขาได้พูดกับเราในส่วนหนึ่ง ฟังแล้วสะท้อนออกมาก็น่าเสียนะครับว่า เขาพยายาม ที่จะพบและรวบรวม แล้วก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนคนกัมพูชามีทัศนคติ ที่ลดความชิงชังคนไทยลงไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องชนะใจคนไทยให้ได้ทั้งหมด ไม่พอครับ ท่านต้องชนะใจคนในภูมิภาคนี้ให้ได้เหมือนกัน เพราะผมเชื่อมั่นนะครับว่าเราเป็น สมาชิกเหมือนกันเราก็ให้การสนับสนุนอยู่แล้วถ้าท่านทําถูก ใจที่ ๒ ก็คือจริงใจ แล้วรับ เปิดเผยในเรื่องของความรู้สึกของประเทศเพื่อนบ้าน อันที่ ๓ ก็คือเข้าใจในข้อมูลต่าง ๆ อย่างที่ผมได้นําเรียนว่าท่านอาจจะรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ว่าราชการจังหวัดหลาย ๆ ส่วน ในมิติต่าง ๆ ผมคิดว่ามันจะเป็นข้อมูลอันทรงประโยชน์อย่างแท้จริงนะครับ แล้ววันนี้ท่านก็ เปิดใจให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพวกเราได้พูดและสะท้อน และนําเสนอแนวทาง การแก้ไขปัญหาให้กับท่านนายกรัฐมนตรี อันที่ ๔ ครับ ท่านอย่าถอดใจนะครับ ท่านอย่าถอดใจ กับสิ่งที่ยั่วยุ อย่างถอดใจกับสิ่งที่ไม่เป็นความจริงและกล่าวหาท่าน วันนี้ผมอภิปรายในเชิง สร้างสรรค์ ผมอยากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านเป็นผู้นําของประเทศ และท่านต้องแสดงศักยภาพที่สามารถที่จะแสดงออกถึงภาวะผู้นําได้ วันแรก ๆ ที่คนไทย ทั้ง ๗ คนโดนจับผมยังชื่นชมเลยนะครับว่าไม่มีข้อแม้ ประเทศกัมพูชาต้องปล่อยคนไทย ทั้ง ๗ คน แต่หลังจากนั้นท่านฟังข้อมูลเยอะเกินไปหน่อยหรือเปล่าไม่รู้นะครับ ท่านกลับ ถอดใจ อย่าถอดใจอีกนะครับท่านนายกรัฐมนตรี สู้ ๆ ครับ อันที่ ๕ ท่านต้องกล้าตัดสินใจ กล้าตัดสินใจในที่นี้ก็คือว่าใครนําพานโยบายของท่านที่คิดว่าดีไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ดี ที่ไม่เป็นมรรคเป็นผลท่านต้องกล้าตัดสินใจครับ วันนี้รัฐมนตรีที่ท่านไว้ใจก็มาปาฐกถาในส่วน ของตึกวุฒิสภา พูดลับหลังท่านนะครับ ว่าเขาไม่อยากเป็นหรอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ถ้าเขาสะท้อนออกมาอย่างนี้ว่าเขาไม่อยากเป็น ท่านต้องกล้าตัดสินใจครับ ตอบสนองเขาว่าเขาไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องให้เขาเป็น เพราะว่าสิ่งที่เพื่อน ๆ สมาชิกสะท้อน ออกมาหลายสิ่งหลายอย่างนั้นมันสะท้อนออกมาจริง ๆ ว่าตัวเขาเป็นปัญหา อย่างที่ผมว่า คน เงิน งาน ท่านต้องบริหารจัดการให้ได้ นั่นคือ ๕ ใจที่ผมอยากจะเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับไปตัดสินใจว่านี่คือแนวทางที่ท่านต้องแสดงภาวะผู้นําให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบครับ เราไม่ต้องการสงคราม เราต้องการสันติภาพและสันติสุขครับ
อีกส่วนหนึ่งครับ ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศนั้นเรารู้ถึงปัญหา และเราไม่เคยที่จะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในหลาย ๆ ส่วน นะครับ เมื่อประเทศไทยหรือคนไทยมีปัญหาเราเข้าไปถึงตรงนั้นครับ ผมนําเรียนครับว่า ท่านพนิชอาจจะไม่รู้ในส่วนที่ท่านเข้าไป ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับท่านพนิชนะครับ ผมเรียก พี่หนุ่มตลอดเวลา แต่ถ้าถามบอกว่าท่านเอ่ยว่าคณะกรรมาธิการบางส่วนไปพื้นที่ไม่กล้า เหมือนพวกเขาที่จะเข้าไปเดินข้ามรั้ว แล้วก็เดินพลัดหลงออก จนท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรี ต้องกล้าเอาสถานภาพของประเทศไทยไปเสี่ยงแก้ตัวให้ ตรงนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอย่าทําอีก นะครับ ผมคิดว่าทําได้ แต่อย่าเกิน ๓ ครั้ง ผมเชื่อมั่นนะครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมไปใน พื้นที่ ท่านประธานครับ พี่หนุ่มครับ ประทานโทษที่ต้องพาดพิง ผมไปกับอาจารย์รัชดา ผมไปกับอาจารย์เจริญ ผมไปกับท่าน ส.ว. อีก ๒ ท่าน แล้วเรารู้หลังจากที่ท่านโดนจับว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก มติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เราขอไม่พูดถึงเรื่องคดีเพราะไม่ใช่เกี่ยวกับเรา เราพูดชัดเจนและเน้นย้ํานะครับ คําเตือนของ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็คือว่าให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสู่พื้นที่สุ่มเสี่ยง สุ่มเสี่ยงตรงนั้นก็คือว่าไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนนะครับ แต่ถ้ายืนยันว่าเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ก็เป็นของประเทศไทย แต่ถามบอกว่าพื้นที่สุ่มเสี่ยงก็คือว่าทางราชการเขาประกาศเป็น กฎอัยการศึก กฎอัยการศึกก็คือว่าเจ้าหน้าที่ คําว่า เจ้า คือว่าใหญ่ หน้าที่ ก็คือปฏิบัติหน้าที่ ให้ยิ่งใหญ่ ถามบอกว่าคนไทยทั้ง ๗ ท่านหลุดจากจุดที่ ๔๘ ผ่านไป ๓๐๐ เมตร ถนนที่ท่าน พูดถึงนั่นละครับ ถนนซอยที่ท่านกําลังเดินทางไปสู่ตรงนั้นละครับ ถามบอกว่าพวกเราไม่กล้า เดินไปเหมือนท่าน ไม่กล้าครับ เพราะเรารู้ว่าเจ้าหน้าที่เขาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะเป็นกฎอัยการศึกครับท่านประธาน เรามิสามารถที่จะไปลบหลู่กฎหมายหรือปฏิบัติ หน้าที่ไม่ตรงตามกฎหมาย มิหนําซ้ําพวกท่านละเมิดกฎหมายเสียเอง ผมเชื่อมั่นนะครับว่า หลายสิ่งหลายอย่าง หลายส่วนที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศไม่ใช่เฉพาะผมคนเดียว ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องและมีความกล้าหาญ ขอบคุณครับท่านประธาน