อิทธิเดช แก้วหลวง หารือเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เข้ามา ดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่แรกมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย กระผมต้องขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ เนื้อหาสาระต่าง ๆ ที่จะอภิปรายในวันนี้นั้นเพื่อน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปเกือบจะครอบคลุมทั้งหมดเลยครับ แต่ผมขออนุญาต อภิปรายในส่วนที่แตกต่าง อย่างกรณีเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยกย่องท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลนี้อย่างมาก ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ ท่านเข้ามาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําให้สถานภาพของ ประเทศไทยของเราตกต่ําอย่างมาก ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการของผมนี้ ไปประกอบไปด้วยเพื่อนสมาชิกจากพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค เรามีคติร่วมกันว่ามิติของ เรื่องกิจการชายแดนไทยนั้นต้องเป็นวาระแห่งชาติในอนาคต ไม่ว่าเรื่องของความมั่นคง ไม่ว่าเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ และเรื่องของการเป็นประชาคมประชาชาติ อาเซียน หลังจากที่รัฐบาลนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ความสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายเหล่านั้นตกต่ําเป็นอย่างยิ่ง มีข้อพิสูจน์ชัดเจนหลายประการ กรณี ประเทศพม่าปิดด่านสิงขรกับปิดด่านพระเจดีย์สามองค์ ปีนี้ ๒-๓ ปีแล้ว ปีที่แล้วครับ ด่านแม่สอด-เมียวดีปิดมาเกือบปีครับ เสียหายเท่าไร ท่านสามารถติดต่อประสานงานกับ ประเทศพม่าให้เขาเปิดด่านได้หรือไม่ จริง ๆ แล้วเป็นด่านที่มีความสําคัญทางด้านเศรษฐกิจ อย่างมาก วันนี้คงเหลือเฉพาะด่านแม่สายกับด่านระนองเท่านั้นที่ยังมีการติดต่อค้าขายกันอยู่ ท่านต้องออกมารับผิดชอบครับ มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณ พื้นที่ทับซ้อน ท่านไม่สามารถเจรจาให้คนไทยทั้ง ๗ คนนั้นได้กลับสู่มาตุภูมิ มีหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ต้องลาออก เปลี่ยนคนอื่นขึ้นมาเป็น รัฐมนตรีแทนบ้าง ผมถือว่าความสามารถท่านอาจจะไม่พอ ท่านประธานครับ ง่าย ๆ วิธีการ แก้ไขปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านอย่างผมเคยสนทนากับท่านประธานว่ากรณีการใช้ชื่อ เขาพระวิหาร ระหว่างเขาพระวิหารกับเปรี๊ยะวิเฮียร์ (Preah Vihear) ก็ยังมีข้อโต้เถียงกัน ในเรื่องการเรียกเขาพระวิหาร แต่ท่านประธานไปดูภาษาอังกฤษสิครับ ทั่วโลกเขาอ่านว่า เปรี๊ยะวิเฮียร์ ท่านประธานครับวันนี้เรามีกฎบัตรอาเซียนเราต้องใช้กฎบัตรอาเซียนในการ รักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ผมขออนุญาตไม่ลงไปลึกถึงขนาดนั้น แต่ผมคิดว่ามันเป็นความสามารถของรัฐบาลที่จะต้องระงับข้อพิพาทต่าง ๆ โดยการใช้กลไก ที่เรามีอยู่เช่นเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ก็ดี ผมขออนุญาตกลับเข้าไปสู่เรื่องที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้เอ่ยถึงคณะกรรมาธิการที่ไม่กล้าลงพื้นที่ที่มีปัญหาในพื้นที่หลักที่ ๔๖ ผมได้ทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีครับหลังจากที่คณะกรรมาธิการของเราได้เดินทางไปดู พื้นที่จริง จากการร้องเรียนของพี่น้องราษฎรบริเวณหลักเขตแดนที่ ๔๖ เมื่อเราไปถึง เรารู้ปัญหาทั้งหมดครับ มันเป็นพื้นที่ที่ความละเอียดอ่อน เราเป็นคณะกรรมาธิการ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในการที่จะลงไปพื้นที่ที่อยู่ในบูรณภาพ หรืออยู่ในการ ครอบครอง หรือในการรักษาความมั่นคงของฝ่ายกัมพูชานั้นเราทําไม่ได้นะครับ พื้นที่ ทับซ้อนทั้งหมดบริเวณแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ประมาณ ๑๓ จุด ซึ่งต่างฝ่ายต้อง รักษาไว้ซึ่งเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ไม่ใช่วันนี้คุณเป็นอะไร แล้วคุณเข้าไปจุดบริเวณที่คุณคิดว่าเป็น แผ่นดินไทยแล้วเกิดข้อพิพาทกันเกิดขึ้นอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งครับ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเราได้ลงพื้นที่อย่างละเอียดครับ ทั้งมิติเรื่อง ความร่วมมือ ความสร้างสรรค์ เราไปขอให้รัฐบาลเปิดจุดผ่อนปรนบ้านโนนหมากมุ่น เราไปดูพื้นที่ของพี่น้องราษฎรที่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ๑๓ จุดที่มีปัญหานั้นเป็นพื้นที่ทับซ้อน ไม่ว่าฝ่ายประเทศกัมพูชา จะครอบครองอยู่ก็ดี หรือฝ่ายประเทศไทยครอบครองอยู่ก็ดีนั้นต่างฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างกรณี ๔.๖ ตารางกิโลเมตร วันนี้เราก็อ้างสิทธิ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เป็นของเราครับ แต่กัมพูชาเขาก็อ้างสิทธิ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรเป็นของเขาเช่นกัน เพราะการใช้แผนที่คนละฉบับ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้การแก้ไขปัญหาไม่ใช่ใช้วิธีสงครามครับ ใช้วิธีเอากองทัพเข้ามาปะทะกัน ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดน เพราะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพื้นที่ชายแดนเช่นกัน แต่การแก้ไขปัญหานั้น ต้องใช้วิธีเจรจาระหว่าง ๒ ประเทศเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และใช้กลไกของเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ซึ่งเรา ได้ทําข้อตกลงกันไว้แล้ว นั่นคือหนทางในการแก้ไขปัญหาดีที่สุด แต่การที่พี่น้องราษฎร มีปัญหาในพื้นที่ชายแดนไม่ใช่หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งจะเดินไปทวงคืน แผ่นดินให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านั้น เพียงแต่เรารับทราบปัญหา แล้วนําปัญหานั้นมาสู่การ แก้ไขในสภาผู้แทนราษฎร หรือนําปัญหาต่าง ๆ นั้นให้รัฐบาลเพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหา นั่นคือสิ่งที่ทําถูกต้องที่สุด ดังนั้นแล้วผมคิดว่าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่มีประโยชน์กับรัฐบาลในครั้งนี้ผมเห็นด้วยทุกประการ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังการอภิปรายครั้งนี้จะต้องมีผู้หนึ่งผู้ใดในรัฐบาลออกมารับผิดชอบต่อความเสียหาย ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมเห็นว่า ท่านควรที่จะต้องแสดงสปิริต (Spirit) ได้แล้วนะครับ ขอบคุณครับ