ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องปัญหาการปะทะชายแดนระหว่างไทยกับประเทศคู่กรณี โดยเฉพาะปัญหาของปราสาทเขาพระวิหาร โดยอ้างว่าไทยมีสิทธิครอบครองพื้นที่นี้ และวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนตัว และเรียกร้องให้รัฐบาลให้กําลังใจความเป็นชาติและความสงบในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะให้ความเห็นต่อญัตติที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ศรีสะเกษได้ยื่นเป็นญัตติด่วน ในเรื่องของผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ การปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างฝ่ายเรากับฝ่ายประเทศคู่กรณี ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดนที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่โดยความรู้สึกร่วมกันของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งทุกภาคและทุกจังหวัดมีความสนใจแล้วก็รวมใจกันเป็นหนึ่ง ในกรณีของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน กระผมขอชื่นชมการรีบยื่นญัตติของเพื่อน สมาชิกนะครับ แล้วเราก็ได้รับฟังความคิดความเห็นในมุมทั้งของฝ่ายค้านและในมุมของ รัฐบาล กระผมเองอยากจะขอชื่นชมในท่าทีของผู้นําของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่อกรณีสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าการกระทบกระทั่ง การปะทะในบางจุดตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๔ ที่ผ่านมาเรามีท่าทีที่ชัดเจน ในกรณีนี้ แล้วก็สามารถที่จะตอบคําถามกับประชาคมทั่วทั้งโลกได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น เพราะอะไร สิ่งหนึ่งที่ทุกคนไม่มีใครเถียงได้ก็คือว่าการที่เรายืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เราไม่ได้เป็นผู้ที่ก่อมันขึ้นมา กระสุนนัดแรกไม่ได้เริ่มมาจากฝั่งไทย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ก็ได้มีการ ชี้แจงไปยังบรรดาทูตานุทูตจากหลายประเทศที่มาประชุมกันที่กระทรวงการต่างประเทศ และได้มีการแถลงข่าวออกไปทั่วทุกสื่อที่มีอยู่ นั่นคือท่าทีของผู้นํา เราไม่ได้เป็นคนที่เริ่ม ไม่ได้เป็นคนที่ก่อ ฝ่ายใดที่ก่อนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุยมีการเจรจากัน แต่ยืนยัน ชัดเจนว่าทางฝ่ายไทยนั้นเราไม่ได้เป็นผู้ที่เริ่มในสิ่งเหล่านี้
ท่านประธานครับ มีความพยายามของคู่กรณีในการที่จะนําปัญหาที่เกิดขึ้น ตรงนี้ขยายวงเป็นเรื่องของประชาคมโลก พยายามที่จะไปให้ประชาคมสหประชาชาติ หรือสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมาดูแลในพื้นที่ตรงนี้ ลงมาในพื้นที่ที่เกิด เหตุการณ์นี้ แต่ท่าทีของผู้นําของไทยเรานั้นเราก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ทวิภาคีระหว่างเราและคู่กรณีเท่านั้น ที่ผ่านมานั้นท่านประธานครับ ผมเองก็เคยได้อภิปราย ในสภาในเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นของปัญหาของเขาพระวิหารนั้น ความพยายามของคู่กรณีนั้น ในยุคสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเป็นฝ่ายค้าน ได้มีการนําเอาทูตทางทหารของประเทศ ที่เป็นสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้ามาดูในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่เขาอ้างว่า เป็นพื้นที่พิพาท แต่เป็นพื้นที่ที่เรายืนยันว่านี่คือพื้นที่ของเรา เราก็ยืนยัน แล้วเราก็สงวนสิทธิ ในคําตัดสินของศาลโลกว่าเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นที่เป็นของเขา แต่ในตัวพื้นที่นั้นก็ยังคง เป็นของเรา และทุกรัฐบาลที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการตัดสินนั้นก็ยังคงยืนยันในท่าทีเดิมของ ประเทศชาติไทย ก็คือว่าพื้นที่นั้นคือพื้นที่ของเรา การที่ในยุครัฐบาลที่ผ่านมา ประเทศคู่กรณี ได้นําเอาทูตทหารมายืน มาดูในบริเวณพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร แต่ในรัฐบาลยุคนั้นไม่ได้มี การประท้วง ไม่ได้มีการส่งตัวแทนของเราเข้ามาร่วมในการมาดูพื้นที่ตรงนั้น ผมถือว่านี่คือ สิ่งที่มันเกิดความผิดพลาดในยุคที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ว่าจะมีความผิดพลาด แต่มาในยุคของ รัฐบาลชุดนี้เราก็ยืนยันในสิทธิเดิมของเราที่มี แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะต้องลากโยงมาตั้งแต่ว่า เรื่องปัญหาของชายแดนนั้นเป็นเรื่องที่มี การกระทบกระทั่งมานาน จุดใหญ่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของเขาพระวิหาร หลายรัฐบาล ที่ผ่านมาพยายามที่จะประท้วงการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขาพระวิหาร หลายรัฐบาล ที่ผ่านมามีการประท้วง จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการยืนยันในการที่จะไม่ให้คู่กรณีของเรา ขึ้นทะเบียนของปราสาทเขาพระวิหารแต่ฝ่ายเดียว เลยมีการตกลง มีการพูดคุยกันในการ ที่จะมีบันทึกความเข้าใจร่วมกันซึ่งเรียกว่าเอ็มโอยูและมีกลไกของเจบีซีหรือกลไกของ กรรมาธิการร่วมเขตแดนของทั้ง ๒ ประเทศ เป็นกลไก เป็นวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งเนื้อหาสาระในเอ็มโอยูที่พูดชัดแล้วก็คู่กรณีไม่สามารถที่จะนําเอาการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ในคราวที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะยืนตรงนี้ได้ แล้วก็มีการยกเลิกในการประชุมเพราะว่า เงื่อนไขที่เขียนเอาไว้ชัดก็คือว่า ทั้ง ๒ ประเทศไม่สามารถที่จะไปทําลายหรือไม่สามารถที่จะ ไปจัดสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ระหว่าง ๒ ประเทศนั้น ยกเว้นมีการตกลงร่วมกันอย่างชัดเจนก่อน จากเอ็มโอยูตรงนี้ ตรงนี้คือเอ็มโอยูเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาแต่มีความพยายามของ บางกลุ่มในการที่จะนําเอาเอ็มโอยูไปเป็นเงื่อนไขในทางการเมือง โดยพยายามบอกว่านี่คือ ปัญหา แต่ไม่ได้อ่าน ไม่ได้รู้รายละเอียดที่ลึกซึ้งว่าเอ็มโอยูนั้นเขียนว่าอย่างไร เอ็มโอยู เป็นเครื่องมือที่ช่วยปกป้องบูรณภาพ ดินแดน และอธิปไตยของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการส่งตัวแทนก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศในยุคนั้น คุณสุขุมพันธุ์ บริพัตร แล้วก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศยุคนั้นก็คือ ท่านดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขาธิการของ อาเซียน ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือจุดยืนของผู้นําของเรา และท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าความพยายามในการที่จะให้เขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น นั่นคือ ปัญหาที่เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างทั้ง ๒ ฝ่าย นี่คือจุดยืน แต่เราพยายามที่จะไม่ให้ การกระทบกระทั่งตรงนี้ขยายวงเป็นเรื่องของสงคราม เราใช้คําว่าการปะทะแล้วก็ การกระทบกระทั่ง แต่คู่กรณีของเรานั้นพยายามที่จะฟ้องประชาคมโลกบอกว่านี่คือสงคราม เพราะฉะนั้นเราทุกคนจะต้องควรที่จะให้กําลังใจผู้นําของเรา ผู้นําของรัฐบาลที่สามารถที่จะ ยืนหยัดในตรงนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามจากประชาคมโลกแต่เราก็ได้ชี้แจงในเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ชื่นชมในการทํางาน
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งมีความพยายามของเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้บอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ต้องยิงกัน ที่ต้องรบกันเพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเป็นต้นเหตุ เป็นปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ในแวดวงของ การเมืองระหว่างประเทศนั้น อดีตที่ผ่านมา เบื้องหน้าเบื้องหลัง ความคิดความอ่านที่ต่างกัน อุดมการณ์ที่ต่างกัน เป็นเรื่องที่เขาถือว่าไม่ใช่สรณะ ไม่ใช่สิ่งที่จะนํามายึดถือเป็นแบบอย่าง บทบาท สถานะ ณ วันที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและภารกิจที่รัฐบาล มอบหมาย นั่นคือสิ่งที่คู่เจรจาระหว่างประเทศเขามีความตกลงตามบทบาทของแต่ละคน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านกษิตได้ทําหน้าที่อย่างดี ผมขอชื่นชม ในการทําหน้าที่ของท่าน มีจุดยืน มีหลัก มีแนวทางในการที่จะเจรจากับคู่กรณี ไม่เฉพาะ ฝ่ายเขมร ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ทุกฝ่ายเรามีท่าทีที่ดีนั้น แต่ในวงสังคม ระหว่างประเทศนั้นสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดก็คือการที่ผู้นําไปเจรจาระหว่าง ประเทศแล้วพ่วงเอาผลประโยชน์ของบริษัทเครือวานญาติพี่น้องของตัวเองเข้าไปคุย ในเรื่องนี้ด้วย นั่นคือสิ่งที่เขารังเกียจที่สุด ดิว (due) ที่เกิดขึ้นที่พม่าในเรื่องของกิจการ โทรคมนาคม นั่นก็เกิดมาจากการที่กลไกของรัฐ ผู้นําของรัฐ ไปคุยเรื่องบ้านเมืองแล้วก็ แถมพ่วงในเรื่องของผลประโยชน์ในสังคม การที่ยินยอมนําให้ประเทศคู่กรณีของเรานั้น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียวนั้นเกิดมาจากผลประโยชน์ ซึ่งมีการพูดกันอย่างชัดเจน จากรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้านบอกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันของทางธุรกิจในการที่จะ เข้ามาพัฒนาให้เกิดเป็นคอมเพล็กซ์ ซิตี้ (Complex City) ที่เกาะกง ตรงนี้มีการบันทึกแล้วก็ เป็นข่าวที่ออกไปทั่วทั้งโลก นั่นคือสิ่งที่สังคมระหว่างประเทศมีความรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง ในความของผู้นําที่ไปเจรจาแล้วก็พ่วงเอาผลประโยชน์ของตัวเองด้วย ผมชื่นชม แล้วก็ ให้กําลังใจท่านรัฐมนตรีในการทําหน้าที่ตรงนี้แล้วก็ขอให้ท่านได้ใช้กลไกของทวิภาคีในการ พูดคุยตั้งอยู่บนพื้นฐานของประเทศชาติ ของบ้านเมือง
อีกประเด็นหนึ่งครับ ผมใช้เวลาคงจะไม่ถึง ๑๐ นาทีสิ่งที่ผมไม่สบายใจ มากที่สุดในการอภิปรายในวันนี้ก็คือว่ามีการกล่าวหาแล้วก็บันทึกของการประชุมสภา ณ วันนี้ด้วยว่าประเทศที่เป็นประธานของสมาคมอาเซียนเข้าไปฝึกอาวุธในเขมร และคําพูดเหล่านี้ได้ถูกบันทึก ชวเลขเขียนชัด แล้วก็บันทึกเอาไว้ ผมถือว่าเป็นการพูด ที่ไม่รับผิดชอบต่อประเทศชาติต่อบ้านเมือง เป็นการพูดซึ่งไร้วุฒิภาวะ ผมก็ไม่ต้องการจะให้ถอน ให้บันทึกอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ขอให้ยืนยันว่านี่คือคําพูดของฝ่ายค้าน ไม่ใช่เป็นจุดยืน ไม่ใช่ เป็นการกล่าวหาของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ทุกฝ่าย ณ ชั่วโมงนี้ ณ เวลานี้นั้นเรามีเหตุการณ์ที่ทุกคน ทุกฝ่าย มีเหตุการณ์ร่วมกันก็คือกรณีเกิดขึ้นที่เขมร อยากจะให้เราให้กําลังใจรัฐบาล ความเป็นชาติ ความเป็นคนในชาติ ความเป็นเลือดของ ประเทศชาติบ้านเมืองของเรานั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้กําลังใจผู้นําของชาติที่ทํางาน แล้วก็ ต้องการที่จะสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในระยะยาวต่อไป ผมขอให้ความเห็นต่อญัตติไว้ เพียงแค่นี้ครับท่านประธาน