สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ธเนศ เครือรัตน์ หารือเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นายธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสยื่นญัตติด้วยปากเปล่า ด้วยวาจาในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้มานั่งฟัง แต่ที่น่าตําหนิเป็นอย่างยิ่งก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับกิจการต่างประเทศแต่ไม่มานั่งฟังในสภาแห่งนี้ ท่านจะอ้างว่าท่านไปนั่งฟังอยู่ที่กระทรวงก็ได้นะครับ ก็ไม่ว่ากันแต่ว่าด้วยหน้าที่แล้วควรจะมา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมควรจะมาฟัง เพราะว่าการที่ยื่นญัตติในครั้งนี้ก็มีการแถลงข่าว ล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการยื่นญัตติในเรื่องปัญหาดังกล่าว เป็นที่ทราบกันนะครับ ว่าตั้งแต่ในช่วงประมาณ ๒ ปีเศษที่ผ่านมา ถ้าผมไล่ลําดับดูก็ตั้งแต่ประมาณที่ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในขณะนั้นก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านสมัคร สุนทรเวช ในเรื่องเกี่ยวกับมรดกโลก การขึ้นทะเบียนมรดกโลก ผมจําได้ว่าประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๑ และหลังจากนั้นไม่นานนะครับ ไม่กี่วันในช่วงเดียวกันนั้นเองในขณะที่มี การอภิปรายก็ได้มีการปิดตัวปราสาทพระวิหาร จํากัดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ละครับ ก็ได้มีความตึงเครียดมาเรื่อย ๆ ผมจะพยายามลําดับเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นของรัฐบาลนี้ หลังจากที่มีการอภิปรายในครั้งนั้นก็มีความตึงเครียดพอประมาณแล้ว แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทยเกิดขึ้น โดยท่านผู้นําฝ่ายค้านได้รับเลือก มาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านไปตั้งนายกษิต ภิรมย์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านก็ทราบดีนะครับ เมื่อสักครู่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็ได้บอกว่า เป็นรัฐมนตรีที่ไปด่าผู้นํากัมพูชาไว้มากพอสมควร และผมเองก็เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ไว้บ้างแล้วนะครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นําไปแก้ไขหรือปรับปรุงแต่ประการใด ปล่อยให้ นายกษิต ภิรมย์ ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่เรื่อยมา และในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ก็ได้พยายามที่จะเชิญนายกษิต ภิรมย์ มาชี้แจงปัญหาต่าง ๆ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ก็ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว อันนี้ก็ฝาก ให้ทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปทางรัฐบาลให้นําไปแก้ไขด้วย หลังจากที่ ตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้เพิ่มความตึงเครียด ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลสมเด็จฮุนเซ็นก็ได้ตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางฝ่ายเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็มีการตอบโต้โดยใช้ มาตรการทางการทูต ๓ มาตรการด้วยกัน มาตรการที่ ๑ คือท่านเรียกเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กับ มาตรการที่ ๒ ท่านทบทวนพันธกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายกัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา และมาตรการที่ ๓ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ประกาศไปคือทบทวน ความร่วมมือต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยกําลังดําเนินการกับกัมพูชา ซึ่งก็หมายความว่าการงด ให้ความช่วยเหลือทั้งหมดที่รัฐบาลไทยให้กัมพูชาในขณะนั้นนะครับ อันนี้ก็เพิ่มความ ตึงเครียดขึ้นมาอีกทําให้เกิดปัญหาชายแดนขึ้นมา มีการปะทะกันอยู่บริเวณภูมะเขือ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องใช้ปืนใหญ่หรืออาวุธหนักถล่มกันมากขนาดนี้ แต่ก็มี ผู้เสียชีวิตทั้ง ๒ ฝ่าย หลังจากนั้นมาไม่นานก็มีการไปเอาธงลง ไปปักธงไทย ซึ่งบนแผ่นดิน ที่อ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนของทั้ง ๒ ฝ่าย เราก็อ้างสิทธิว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของไทย ส่วนกัมพูชาก็อ้างสิทธิว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชาเช่นกัน มีการยั่วยุกันต่าง ๆ นานา ตลอดจนมี การไปทุบทําลายป้าย แล้วเราก็ไปขึ้นป้ายของเราเหมือนกัน ก็ทําลายทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งเป็น การยั่วยุไปมาจนเกิดสงครามขึ้นในที่สุด ป้ายที่กัมพูชาได้ขึ้นไป ป้ายแรกนั้นก็บอกว่า ทหารไทยเคยไปรุกรานบริเวณตรงนั้น ซึ่งป้ายตรงนั้นผมก็เพิ่งไปมาไม่นานนี้เองนะครับ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็ได้ไปดูสถานที่จริงมาแล้ว ก็ยังมี ป้ายอยู่ ก็เป็นป้ายที่บริเวณตรงนั้นเป็นบริเวณที่กองพันทหารพรานที่ ๒๓ เคยอยู่บริเวณนั้น มาก่อน แล้วเราก็ได้ไปเจรจาเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีการถอยกําลังออกมา ก็เลยทําให้กัมพูชา ได้ไปขึ้นป้ายว่าบริเวณนี้เราเคยรุกรานเมื่อปี ๒๐๐๘ ประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมา คือปี ๒๕๕๑ ก็คือหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเที่ยวนั้นนั่นเอง และหลังจากนั้นทางกองทัพภาคที่ ๒ ได้ไปเจรจาแล้วก็ถอนกําลังออกมาเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ นี้เอง ก็ทําให้เขมรไปขึ้นป้ายว่า บริเวณนี้เราเคยไปรุกรานเขา ในที่สุดก็มีการเจรจาทุบป้ายลง แล้วก็มีการเอาป้ายใหม่ขึ้น ซึ่งเขียนว่า ที่นี่คือแผ่นดินกัมพูชา แล้วเราก็ไปขึ้นป้ายเราเหมือนกัน เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทําให้ตอบโต้กันไปมา แล้วก็บริเวณนั้นก็เป็นบริเวณที่ทหารไทยและทหารกัมพูชา อยู่ใกล้ชิดกันมาก ซึ่งห่างกันไม่กี่เมตร หลาย ๆ ท่านก็น่าจะได้เห็นตามข่าว นอกจากว่า เรามีการใช้มาตรการทางการทูตนะครับ มีการทําลายป้าย มีการปักธง แล้วก็มีการตอบโต้ กันไปมาทางสื่อสารมวลชน แล้วประกอบกับทางรัฐบาลปล่อยให้มีผู้ชุมนุมซึ่งชุมนุม อยู่ในปัจจุบันนี้ ด่าทอต่อว่ารัฐบาลกัมพูชา ยั่วยุ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมอยู่ชายแดน ประเทศกัมพูชารับสื่อสารมวลชนจากบ้านเราทั้งหมด คนกัมพูชาส่วนใหญ่ก็ฟังภาษาไทย รู้เรื่อง ฉะนั้นไม่ว่าเราจะพูดบนเวทีไหนก็แล้วแต่ ซึ่งเป็นเวทีภายในประเทศของเราเอง แต่เราไปเอาเรื่องของต่างประเทศมาพูด ก็ทําให้ทางฝ่ายกัมพูชาก็เพิ่มความไม่พอใจ เป็นอย่างยิ่ง ทําให้เกิดความกระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด และในปัจจุบันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเรานี้นะครับก็ได้เปลี่ยนสนามการค้า ซึ่งสมัยท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านได้สร้างไว้ครับ มาเป็นสนามรบเรียบร้อยแล้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผมจะนําเรียนสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาไปสู่ทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็จะมีผลกระทบต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นมา ผลกระทบจากการปะทะกัน ในระหว่างที่มีการปะทะกันในวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๖ นี้นะครับ ที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คือ อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ตําบลเสาธงชัย ตําบลภูผาหมอก ตําบลบึงมะลู และตําบลรุง จริง ๆ แล้วเรามีชายแดนติดกันหลายจังหวัด แต่ว่าพื้นที่ที่มีการสู้รบกันก็ดูจะเป็นพื้นที่บริเวณ ๔ ตําบลนี้ ราษฎรเดือดร้อน ได้รับ ความเสียหาย จากการรายงานเมื่อวันที่ ๖ มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ซึ่งประกอบไปด้วยพลเรือน ๑ ราย แล้วก็ทหาร ๑ ราย แต่ทราบว่าเมื่อวานนี้มีเสียชีวิตอีก ๑ ราย มีผู้บาดเจ็บประมาณ ๒๐ ราย ซึ่งประกอบไปด้วยทหารประมาณ ๑๔ ราย แล้วก็ที่เหลือเป็นพลเรือน มีบ้านเรือน เสียหายรวมทั้งสิ้น ๑๗ หลัง มีผู้อพยพข้อมูล ณ วันที่ ๖ นี้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน แต่ ณ ปัจจุบันนี้คาดว่ามากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์อพยพอยู่ทั้งหมด ๒๑ จุด ซึ่งสร้างความวุ่นวายสับสนแก่คนจังหวัดศรีสะเกษพอสมควร เพราะว่าไม่ใช่ว่า เรามีการอพยพไปเฉพาะที่ศูนย์อพยพของอําเภอกันทรลักษณ์อย่างเดียว มีการอพยพไปอยู่ อําเภอต่าง ๆ ทั่วจังหวัดศรีสะเกษ ก็ทําให้เกิดการบริหารจัดการ แล้วก็เกิดการดูแล ประชาชนที่อพยพด้วยความยุ่งยากลําบาก มีการยิงกัน ปะทะกันตลอดคืนวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับ อันนี้ก็เป็นผลเสียหายที่ทําให้เกิดกับประเทศไทย และที่ผ่านมานั้น ผมเกิดขึ้นมานี่ส่วนใหญ่ก็จะได้ยินว่ามีลาวอพยพ ม้งอพยพ พม่าอพยพ เขมรอพยพ เพิ่งจะ เจอว่าเรามีไทยอพยพในรอบนี้ ซึ่งเป็นจังหวัดศรีสะเกษนะครับ ส่วนแนวทางแก้ไขที่จะ เสนอแนะท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็มีอยู่หลายประเด็น เรื่องปักปันเขตแดน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราปักปันเขตแดนมาระหว่างไทย-กัมพูชามา ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะทราบดีนะครับ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ผมคิดว่าในที่นี้ยังไม่มีใครเกิด ท่านประธาน เรายังปักปันไม่สําเร็จสักที อยากให้ท่านประธานเสนอไปทางรัฐบาลว่าให้เร่ง ปักปันเขตแดนทั้งหมด ๗๓ หลักให้เรียบร้อย เพื่อลดปัญหาตึงเครียดลงมาอีก ประเทศ เวียดนามมีชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เขาใช้เวลาปักปันไม่กี่ปีครับท่านประธาน เพียงไม่ถึง ๕ ปีเขาก็ปักปันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้ววันนี้ก็ต้องขอฝากไปทางรัฐบาลว่าให้ รัฐบาลเร่งดําเนินการแก้ไขเรื่องปักปันเขตแดนโดยเร่งด่วนนะครับ

ประเด็นต่อมานะครับ ผมได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าอยากให้ ท่านเร่งดําเนินการเจรจากับผู้นํากัมพูชาโดยด่วน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้มีการหยุดยิงกันก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าจะมีการหยุดยิงตลอดไป กองกําลังกัมพูชาก็ประชิดแนวพรหมแดน กองกําลังไทยก็ประชิดแนวพรหมแดน ปืนใหญ่ทั้ง ๒ ฝ่ายก็หันหน้าเข้าหากันอยู่ ไม่ได้มีการถอนทหารออก แล้วก็ไม่ได้มีการลดกําลังลง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันที่ มีการยิงกันก็คือวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๕ นาฬิกาเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของไทยเรายังไปนั่งเจรจาอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ผมคิดว่าถ้าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราไม่ไปนี่อาจจะไม่มีสงครามก็ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเราไปเจรจาเรื่องกรณี ๗ คนนี่ก็เป็นปัญหาหนึ่ง เหมือนกันที่ทางประเทศกัมพูชาไม่พอใจเรา วันนี้เรื่องนี้คิดว่าต่อไปโอกาสต่อไปคงจะมี ท่านอื่น ๆ มาอภิปรายในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องของความสัมพันธ์ ในขณะที่รัฐมนตรีเจรจาอยู่ฝ่ายทหารเจรจาอยู่ ทางประเทศกัมพูชา ตัดสินใจยิงเข้ามาในเขตชายแดนไทย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ระดับหัวหน้ารัฐบาลควรจะไปคุย ดีกว่าปล่อยให้คนที่รัฐบาลกัมพูชาไม่ยอมรับไปคุย อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานสภาด้วยนะครับ แล้วผมขอเสนออย่างนี้ว่า อยากเสนอให้ทางกรรมาธิการชายแดนเข้าไปดูแลแก้ไขช่วยรัฐบาล ในปัญหาเรื่องนี้นะครับ ซึ่งก็สามารถจะแก้ไขได้โดยระดับหนึ่งนะครับ การชุมนุม ทางการเมืองในประเทศไทยก็เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งผมได้กราบเรียนมาแล้วว่า รัฐบาลต้องหา มาตรการเด็ดขาด เพราะว่ามีการถ่ายทอดสด มีการพยายามพาดพิง แล้วก็เอาปัญหาภายใน ไปพาดพิงถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งต้องเสนอผ่านสภาแห่งนี้ ให้ทางรัฐบาลนําไปแก้ไขนะครับ การที่เราไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศกัมพูชา เราเคยไปอ้าง ว่าทางประเทศกัมพูชาเคยมาทําให้เสื่อมเสียกับกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือมา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเราก็วิพากษ์วิจารณ์ การทํางานของกระบวนการยุติธรรมของประเทศกัมพูชามาโดยตลอด สิ่งที่ผมได้กล่าวไป ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็นํามาสู่การทําสงครามในที่สุด แล้วก็ในสุดท้าย จริง ๆ การที่เราได้ไปถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่ทับซ้อนนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ล่อแหลมมาก แล้วทําให้เราเสียเปรียบในเชิงทางการทหารมาโดยตลอด ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปทาง รัฐบาลให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วน ประชาชนเดือดร้อนนะครับ ประชาชนในพื้นที่อําเภอ กันทรลักษณ์ปกติแล้วก็ไปค้าขายอยู่บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร บางทีก็ไปเก็บของป่า ไปหาของป่ามาประทังชีพ และปัจจุบันก็ไม่สามารถที่จะไปได้ ประชาชนต้องทิ้งบ้านเรือน มาอยู่ที่ศูนย์อพยพก็ไม่ทราบว่าระหว่างที่ทิ้งบ้านเรือนนั้นจะปลอดภัยหรือเปล่า นอกจาก จะไม่ได้ค้าขายแล้ว นอกจากจะไม่ได้มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมปราสาทพระวิหารแล้วยังต้อง ทิ้งบ้านเรือนอพยพมาอยู่ในแต่ละอําเภอ ๆ อีกนะครับ อันนี้ท่านประธานลองดูแล้วกัน นะครับว่าทั้งหมดทั้งปวงนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ มากน้อยแค่ไหนอย่างไร อันนี้ก็ขออนุญาตเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วก็คิดว่าเดี๋ยว เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ท่านคงจะมีเสนอแนะทางสภาแห่งนี้ในประเด็นอื่น ๆ อีก ขอบพระคุณท่านประธานครับ