ขจิตร ชัยนิคม เสนอแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ให้มีผู้แทนข้าราชการปัจจุบัน 2 คน แทนการเลือกจากอดีตข้าราชการ เพื่อเพิ่มส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ โดยหลักการ แล้วในมาตรา ๑๓ นี้เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ผมมีโอกาสเขียน กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการหลายฉบับมาก เมื่อมาเห็นองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติว่าเป็นกฎหมายที่ได้รับ การปรับปรุงน้อย ถ้าพูดตรงไปตรงมาไม่เกรงใจ ก็คือเป็นกฎหมายที่มีความล้าหลังมาก เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบการบริหาร เช่น เรามีคณะกรรมการ ก.ร. ดูทุกเรื่อง ดูทั้ง การบริหารงานทั่วไปของรัฐสภา ดูทั้งงานบริหารบุคคล แล้วก็จะดูทั้งเรื่องการพิทักษ์ระบบ คุณธรรม ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการอื่น เช่น ข้าราชการ ก.พ. ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการของอัยการ หรือของผู้พิพากษา ตลอดจนข้าราชกาครูและบุคลากรทางการศึกษา เขาแยกคณะกรรมการแต่ละประเภทออกไปในการบริหารแล้ว จึงทําให้เวลาในการจะดูแล พัฒนาระบบของรัฐสภานี้มีเวลาน้อย สําหรับ ก.ร. พอมาดูองค์ประกอบก็ปรากฏว่า องค์ประกอบเดิมของคณะกรรมการรัฐสภานั้นมีอยู่ ๒ ส่วน คือคณะกรรมการโดยตําแหน่ง ๕ ท่าน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ ท่าน ก็ได้เสนอมีความเห็นว่าควรจะมี องค์ประกอบซึ่งข้าราชการส่วนอื่นมีก็คือว่า ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการส่วนใหญ่เขาจะ มีผู้แทนข้าราชการส่วนนั้น ๆ มาดูแลในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารบุคคล สูงสุด เช่น ของอัยการก็จะมีการเลือกผู้แทนอัยการ ของตํารวจก็มีการเลือก ก.ตร. แล้วก็ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้มีระบบการเลือกผู้แทนเข้ามาดูแล มีส่วนร่วมมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ นับถึงปีนี้ก็ ๓๐ กว่าปีแล้ว แต่ของเรานี้ไม่มี ผมจึงเสนอ องค์ประกอบซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการรัฐสภาเข้าไปในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในชั้นคณะกรรมาธิการเราได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการ ข้าราชการรัฐสภา มีทั้งสิ้น ๓,๕๐๐ ท่าน มีบุคลากรทั้งหมดประมาณ ๒ สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็คัดเลือกตัวแทนไปประชุมกันประมาณ ๒๐๐ ท่าน มีการเสนอความเห็นจากสํานักต่าง ๆ ประมาณ ๔๐ สํานัก ล้วนมีความเห็นว่าองค์ประกอบของ ก.ร. นั้นควรจะมีผู้แทนข้าราชการ รัฐสภาเข้าไปด้วย พอกลับมารายงานคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ คณะกรรมาธิการก็มี ความเห็นว่าองค์ประกอบนี้ควรจะมี แต่ว่าให้มี ๒ คนเท่านั้น ไม่มีสัดส่วนเท่ากัน คือโดย ตําแหน่งเรามีอยู่ ๕ ท่านผู้ทรงคุณวุฒิก็มีอยู่ ๘ ท่าน ของสภาผู้แทนราษฎรเลือก ๔ ท่าน ของวุฒิสภาเลือก ๔ ท่าน แล้วก็เพิ่มผู้แทนข้าราชการรัฐสภาเข้าไป ๒ ท่าน ในชั้นแรกมี ข้อยุติว่าให้ข้าราชการรัฐสภาทั้งวุฒิสภาทั้งข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรเลือกมาสภาละ ๑ ท่าน แต่พอมาประชุมรอบสุดท้ายนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่กลับไปให้เลือกผู้เคยเป็น ข้าราชการ ก็มีข้อแตกต่างกันเพียงเท่านี้ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ในรอบสุดท้าย ก็พลิกกลับไปเป็นบอกว่า ให้เลือกผู้เคยเป็นข้าราชการ หมายความว่าให้ข้าราชการรัฐสภา เลือกผู้แทนเหมือนกัน แต่ว่าต้องเลือกจากคนที่เคยเป็นข้าราชการ ก็หมายความว่าคนที่ เกษียณไปแล้ว ทั้งนี้ก็เป็นเหตุผลของท่าน ผมด้วยความเคารพว่าคณะกรรมาธิการมีเสียง ก้ํากึ่งกลับไปกลับมาก็เลยสงวนความเห็นไว้ว่าให้สภานี้พิจารณา ประเด็นที่ผมอยากให้สภา พิจารณาก็คือว่า ผมมีความเห็นว่าคําว่าผู้แทนข้าราชการรัฐสภานี้ควรจะเลือกจากข้าราชการรัฐสภา เหตุผล ก็คือว่า อย่างเราเป็นผู้แทนราษฎรก็เลือกจากผู้แทนราษฎร เลือกจากราษฎร เลือกจาก ประชาชน การไม่กําหนดวุฒิถือว่าเป็นกฎหมายที่ดีแล้ว เพราะว่าเป็นตัวแทนของประชาชน เวลาจะเลือกผู้แทนข้าราชการรัฐสภาก็ควรจะให้เขาเลือกข้าราชการรัฐสภา ไม่ควรจะเลือก อดีตข้าราชการ พวกผมมีความเห็นอย่างนี้ เพราะว่าระบบนี้ได้ใช้มามากแล้วในข้าราชการ ประเทศไทย ทําให้เขามีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ข้าราชการรัฐสภาถ้าจะบอกว่า สําคัญที่สุดก็สําคัญที่สุด ถ้าเราจะให้ความสําคัญ เพราะเป็นข้าราชการกลุ่มเดียวที่ดูแล กฎหมายของบ้านเมือง วันนี้เรามีข้อจํากัดการขยายงานของรัฐสภา วันนี้เรามีข้อจํากัด การรับฟังความคิดเห็นของข้าราชการรัฐสภาจํานวน ๓,๕๐๐ ท่าน กระผมจะขอให้มีผู้แทน ของเขามานั่งรับฟังในการกําหนดกฎเกณฑ์ มีคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ชี้แจงว่า พอเลือกมาแล้วจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมีอํานาจบารมีอะไร ผมกลับมองต่างกัน เพราะว่าข้าราชการ ๒ คน ในองค์ประกอบคณะกรรมการ ๑๕ คน ผมคิดว่าผู้แทน ข้าราชการรัฐสภาจะต้องมีเหตุมีผล จะต้องเลือกการกําหนดกฎเกณฑ์ก่อนที่จะไปปฏิบัติถึง ความก้าวหน้า ตั้งแต่รับราชการจนกระทั่งออกจากราชการ จนกระทั่งตาย เป็นเรื่องมี ความสําคัญที่เขาควรจะมีโอกาสมารับรู้ มีส่วนเสนอความเห็น การเป็นข้าราชการอยู่ปัจจุบัน เท่านั้นที่จะเป็นตัวแทนข้าราชการปัจจุบันได้ จึงมีความเห็นว่าส่วนนี้การเป็นตัวแทน ข้าราชการควรจะเลือกจากข้าราชการรัฐสภาในปัจจุบันครับ