สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ หารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาและเหตุการณ์ปะทะกันรอบปราสาทพระวิหาร

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเองต้องขอเล่าให้ฟังในพื้นที่นิดหนึ่ง ดิฉันเองเป็นคนกันทรลักษ์นะคะ ได้เห็นการที่เรามีความสัมพันธ์กับทางกัมพูชามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีตแล้วก็ปัจจุบัน ดิฉันเองด้วยความเป็นห่วงนะคะ เพราะว่าอยู่ในพื้นที่เขตติดต่อกับทางกัมพูชาแล้วก็ได้เห็น เขาเรียกว่าสิ่งที่ทางกัมพูชาได้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่มีการอพยพผู้คนในพื้นที่ ที่เราเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่ว่าคนในพื้นที่เขาไม่ได้คิดว่าส่วนนั้นเป็นพื้นที่ทับซ้อน เขายังคิดแล้วก็ยังยืนยันนะคะว่าเป็นพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร แต่ก่อนนี้ทางกัมพูชาจะขึ้นเขาพระวิหารได้ก็เฉพาะตรงช่องบันไดหัก เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอื่น ๆ ที่ทางกัมพูชาได้ตัดถนนขึ้นมานี้ แต่ก่อนไม่มีถนนก็ขึ้นได้ ทางเดียวนะคะ แต่ความสัมพันธ์อันดีของเราทั้ง ๒ ประเทศนี้เราก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการ ทํามาค้าขาย แล้วก็การที่พี่น้องไปมาหาสู่กัน พี่น้องเป็นญาติพี่น้องกัน อาจจะมาแต่งงาน แล้วก็มีลูกมีหลาน อันนี้ก็ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ในเขตพื้นที่ชายแดน โดยปกติเราก็มี ความสุขนะคะ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่ดิฉันเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนนะคะว่าจะเกิด เหตุการณ์ที่มีการกระทบกระทั่งจนถึงที่จะเรียกว่าเกิดสงคราม ดิฉันเองได้อยู่ในพื้นที่ในช่วง วันที่ ๔ ที่มีการปะทะกัน ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นชาวตําบลเสาธงชัยหรือพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนชายแดนที่ติดกัมพูชา ในละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดศรีสะเกษตลอดแนว อําเภอกันทรลักษ์ อําเภอขุขันธ์ รวมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีที่อยู่ติดกับกัมพูชาไปส่วนนั้นด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ดิฉันคิดว่า ประชาชนคงจะไม่ลืมนะคะ เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เราไม่เคย เห็นมาก่อน เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านได้อพยพกันเป็นจํานวนมาก ดิฉันเองอยู่ในพื้นที่ วันนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ดี แต่ก็พยายามจะให้กําลังใจกับผู้ที่อพยพ เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เรา ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในช่วงวันที่ ๔ ก็พยายามจะอพยพผู้คนออกมาให้ไกลพื้นที่ที่มีการ ปะทะกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ทําให้ราษฎรในตําบลเสาธงชัยเสียชีวิตไป ๑ ราย แล้วในเช้า วันที่ ๕ ก็มีทหารของเราเสียชีวิตไป ๑ คน ในช่วงเมื่อวานนี้นะคะทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในการปะทะก็ต้องเสียชีวิตไปอีก ๑ นาย อันนี้ดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจที่ว่า เราไม่สามารถที่จะรักษาชีวิตของผู้คนที่อยู่ตามแนวชายแดนได้อย่างปลอดภัย ให้เขามี ความสุข ให้เขามีความสงบสุข ดิฉันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยที่ทําให้เกิด เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าเหตุการณ์นี้ต้องให้ทางรัฐบาลช่วยกันเจรจาให้ยุติโดยเร็ว ในช่วงวันที่ ๕ ที่ทางพื้นที่โดยเฉพาะอําเภอกันทรลักษ์ แล้วอําเภอใกล้เคียงที่อยู่แนวชายแดน ได้รับทราบจากทางรัฐบาล แล้วก็ทางสื่อสารมวลชนว่าพวกเราทางประเทศไทยได้มีการ เจรจากับทางกัมพูชาแล้ว แต่ในที่สุดพวกเราก็ยังไม่สบายใจ แต่ก็มีบางส่วนที่คิดว่าเหตุการณ์ จะสงบแล้วก็อพยพกลับพื้นที่เป็นบางส่วน พอวันที่ ๖ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น โดยที่ พวกเราเข้าใจว่าทางรัฐบาลเจรจากับทางกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเหตุการณ์ก็คงจะ สงบในกาลต่อมา แต่วันนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะว่าเกิดการปะทะกันแบบ รุนแรงทําให้ชาวบ้านที่เพิ่งจะกลับบ้านไปดูแลบ้านในช่วงนั้น ต้องอพยพกันอีกรอบหนึ่ง รอบนี้เป็นที่น่าตกใจนะคะ เพราะว่านอกจากจะอพยพแบบเร่งด่วน ใครมีรถอะไรก็พยายาม จะออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด ตัวดิฉันเองก็อยู่ในพื้นที่วันนั้นด้วย แต่ต้องขอขอบคุณทาง รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทางรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่าน มท. ๓ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ท่านก็ไม่ได้ทอดทิ้ง ได้ส่ง ปลัดกระทรวงไปเยี่ยมเยียนประชาชนในวันที่ ๖ และพอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทาง รัฐบาลก็ได้ส่งทางท่านรัฐมนตรีหลาย ๆ กระทรวงได้ไปลงเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน แล้วก็ ไปเยี่ยมผู้ที่ประสบเหตุโดยตรง ไปปลอบขวัญให้กําลังใจ ดิฉันเองอยู่กับพี่น้องประชาชนโดย ตลอด โดยเฉพาะวันที่ ๖ ที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ในใจดิฉันก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน เพราะว่า พี่น้องประชาชนอพยพ แล้วก็ขวัญและกําลังใจเสียหมดทุกคน ดิฉันอยู่กับพี่น้องประชาชน แล้วก็บอกพี่น้องประชาชน โดยได้รับการยืนยันจากทางทหารบอกว่า ในส่วนของอําเภอ กันทรลักษ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขาพระวิหารอยู่ประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร จะเป็นจุดที่เราจะปลอดภัยมากที่สุด ดิฉันเองก็ได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่าให้มั่นใจทาง ดิฉันซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่แล้วก็ทางรัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน แต่ความรู้สึกนั้น พี่น้องบางคนก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่ากลัวมาก ต้องอพยพจากที่ว่าการอําเภอไปสู่จังหวัดอื่น อาจจะไปอยู่กับญาติพี่น้องที่อื่น แล้วก็ไปที่เขาจะสามารถไปได้ ดิฉันเองต้องเดินทางแล้วก็ ต้องไปสืบเสาะว่าประชาชนอพยพไปอยู่ที่ใดบ้าง แล้วคืนนั้นเป็นคืนที่อากาศหนาวมาก ต้องพยายามจะไปดูแลพี่น้องประชาชนว่า คนไหนที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็เดือดร้อนแค่ไหน สิ่งไหนที่จะช่วยได้ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณคนไทยทั่วประเทศที่ให้กําลังใจ แล้วก็ส่งสิ่งของ ส่งกําลังใจไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ข้าวปลาอาหาร ดิฉันคิดว่าพี่น้องคนไทย ไม่ทิ้งคนไทย แล้วก็ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาล ว่าทําอย่างไรพื้นที่ตรงจุดนั้นจะเกิดความสงบสุขโดยเร็ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนตรงพื้นที่ ตรงนั้นได้ถามดิฉันตลอดเวลาว่าเมื่อไรเขาจะได้กลับบ้าน อยากจะฝากให้ทางรัฐบาล รีบเจรจา แล้วก็อยากให้พี่น้องที่กําลังยุแหย่เหมือนอยากจะให้เกิดสงครามในขณะนี้ ขอให้พี่น้องอย่าทําอย่างนั้นเลย เพราะว่าพี่น้องทางแนวชายแดนนี้เราได้ผลกระทบเต็ม ๆ พวกท่านอยู่กรุงเทพมหานคร พวกท่านก็ไม่ได้กระทบโดยตรง อยากให้ทางรัฐบาลนี้ เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะได้เสนอสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศก็ตามว่า ทางพวกเราคือประชาชนชาวไทยไม่เคยรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าเราได้รวบรวม ข้อมูลดี ๆ แล้วว่าส่วนที่เราเคยอยู่ชิดชายแดนเราต้องถอยร่นลงมาเรื่อย ๆ เพราะว่า ทางกัมพูชารุกขึ้นมาตลอด ถ้าเราป้องกันประเทศในส่วนนี้ได้ก็จะทําให้พวกเราน่าจะอยู่กันได้ อย่างสันติสุข อยากจะวอนให้ทางรัฐบาลให้รีบเจรจาเพื่อที่จะให้พื้นที่กลับเข้าสู่ความสงบสุข ดิฉันเองก็อยากจะฝากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอย่างไรก็ตามพื้นที่ที่อยู่ตาม แนวชายแดน เราต้องการความสงบ แล้วก็ให้พี่น้องได้กลับบ้าน ให้ไปอยู่บ้านอย่างปกติสุข ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน แล้วก็ขอขอบคุณพี่น้องทั่วประเทศที่เป็นห่วงเป็นใย ดิฉันต้อง ขอฝากทางรัฐบาลเพียงเท่านี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านค่ะ