ปวีณ แซ่จึง หารือเรื่องการถูกยิงปืนใหญ่ในหมู่บ้าน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการอพยพและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ วันที่ ๔ วันที่ ๕ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นวันที่คนจังหวัดศรีสะเกษทั้งจังหวัดจะต้องจดจําเป็นประวัติศาสตร์ เป็นวันที่เราไม่ต้องการอยากจะให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของเรา แต่รัฐบาลคณะนี้สามารถทําให้เกิดขึ้นได้ เราได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ว่าจะทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม ทุกอย่างเราได้รับผลกระทบทั้งหมด ญาติพี่น้องของเราได้รับความเดือดร้อน แตกตื่น แยกย้ายจากถิ่นฐานเดิมที่เคยอยู่อาศัยโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะไปอยู่ ที่ใดบ้าง ท่านทราบไหมครับว่าคนที่อยู่ในบริเวณ ๔ ตําบลของอําเภอกันทรลักษณ์ คือ อําเภอเสาธงชัย บึงมะลู ภูผาหมอก และตําบลรุง เขามีที่อยู่อาศัยและภูมิลําเนาเดิมเขาอยู่ ทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น คนเหล่านี้เมื่อเกิดสงคราม เมื่อเกิดภาวะที่เป็น เช่นนี้เกิดขึ้นก็แยกย้ายกันกลับไปบ้านเดิม บางคนผัวไปทางเมียไปทาง ต้องโทรศัพท์ตามหา กัน บางคนต้องไปอาศัยนอนที่ปั๊มน้ํามันโดยใช้รถปิกอัพที่เคลื่อนย้ายกันไปอยู่อย่างไม่รู้ จุดหมายปลายทาง บางคนไปโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ถามว่าเขาเดือดร้อนไหม บ้านที่ เขาเคยอยู่อาศัยมีอะไรเกิดขึ้น เขาได้รับผลกระทบอย่างนี้เขามีความรู้สึกอย่างไร คนที่สร้าง สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นใครบ้าง ได้รู้ไหมว่าสิ่งที่ท่านทําขึ้นมานี้มันกระทบต่อทั้ง ร่างกายและจิตใจของคนที่เขาอยู่ในพื้นที่ มีหลายครอบครัวที่กลับไปบ้านเดิมโดยไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ที่เขาออกจากบ้านเดิมก็ไม่มีอะไร เขาไปสร้างถิ่นฐานอยู่ที่ตําบลเสาธงชัย บ้านภูมิซรอล แถวนี้ไปปลูกยาง ไปปลูกพืชไร่ ไปทํามาหากินเพื่อสร้างหลักฐานชีวิตของตัวเอง เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเขาออกจากบ้านนี้สัตว์เลี้ยงเขา วัว ควายเขาอยู่ที่บ้านนี้เขาควบคุมไม่ได้แตกตื่น ออกจากคอกหมด แล้วหายไปตอนนี้ในขณะที่เขาออกจากบ้านมีใครดูแลบ้านให้เขาบ้าง ชุด ชรบ. ที่ท่านตั้งขึ้นมานี้ท่านก็ยึดปืนเขามาหมดกลัวเสื้อแดง ตอนนี้จะเอาอะไรไปปกป้อง หมู่บ้าน คุ้มครองหมู่บ้าน มีใครดูแลบ้างครับ ออกมาแล้วนี้จังหวัด รัฐบาลเองได้เตรียมการ ที่จะอพยพคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามอย่างนี้ไว้อย่างไรบ้าง ถ้าได้เตรียมการนี้ ต้องมีการอพยพอย่างมีขั้นตอนและพิธีการ ต้องบอกว่าอพยพครั้งแรกคนหมู่บ้านนี้ต้องไป อยู่ที่ไหน จุดใด ตอนนี้กระเส็นกระสายไปหมด กว่าจะรู้คนนั้นอยู่ตรงนี้ ครอบครัวนี้ ใครอยู่ตรงไหนบ้าง ตอนนี้ยังเช็คไม่จบเลย บางคนกลับไปที่บ้านผมอําเภอราษีไศล อําเภออุทุมพรพิสัย ที่อยู่ที่ต่างอําเภอกลับไปแล้วยังตรวจสอบกันไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แล้วผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือโรงเรียนทั้งโรงเรียนที่บ้านภูมิซรอล ตอนนี้ท่านทําอะไรบ้าง รัฐบาลท่านแก้ปัญหาอะไรให้เขาบ้างครับ โรงเรียนไม่มีที่เรียน ครูประกาศหยุดเรียน ถึงวันพฤหัสบดีก็คือวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้เรียนได้ไหม อาคารทั้งหลังหายไปทั้งหลังนี้เรียนได้ไหมครับ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้จะทําอย่างไร ผมคงไม่ไปพูดถึงเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่อยากจะบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคนที่แตกตื่นจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น เสียงปืนใหญ่ครับ ชาวบ้านบอกผมว่าไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายใครยิงบ้าง พอยิงตูมขึ้นมาก็ต้องหลบกันที บางคนออกจากหมู่บ้านก็แอบกลับไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นไหมก็ไปโดนยิงถล่มมาก็กลับออกมา อีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนี้เราไม่สามารถที่จะเรียกร้องกลับคืนมาได้ ก็อยากจะให้ ทุกคนได้สํานึกและได้สังวรณ์ถึงสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่ท่านเป็นฝ่ายค้านท่านบอกว่าเอ็มโอยู (MOU) ปี ๒๕๔๓ ไม่ดี ท่านถล่ม เรายับเยิน ผมไม่บอกว่ากลุ่มใดบ้าง แต่ตอนนี้ทําไมเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ถึงดีลงครับ มันมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เรายืนคนละมุม ผมคงไม่ก้าวล้ําถึงขนาดนั้น แต่อยากจะบอกถึงความ เดือดร้อนของคนจังหวัดศรีสะเกษ เราไม่ปรารถนาอยากจะให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วเรากระทบโดยตรง ใครละครับอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แผนการอพยพควรจะดีกว่านี้ แล้วขณะนี้ท่านได้ไปดําเนินการเรื่องอะไรบ้าง ปล่อยให้จังหวัดดําเนินการไปพลาง ๆ ก่อน ปล่อยให้ทุกคนช่วยเหลือตัวเองก่อน ส.ส. บ้าง ชาวบ้าน ตอนนี้พระสงฆ์วัน ๒ วันนี้ผมก็ได้ ประชุมร่วมกับท่าน ท่านก็บอกว่าจะออกไปบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งเพื่อที่จะให้ความ ช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ตอนนี้นี่นะครับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ยังไม่เกิดความเชื่อมั่นว่าเมื่อไรจะได้มีโอกาส ที่ได้กลับบ้านของตัวเอง ขวัญที่กระเจิงไปแล้ว สิ่งที่ตามมา ทุกคนปรารถนาที่อยากจะ กลับบ้านของตัวเอง เพราะบ้านทุกคนก็รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อบ้านนั้นเป็นอย่างไร เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นยากที่จะเยียวยานะครับ แต่ผมยังไม่เห็นรัฐบาลประกาศมาตรการที่เป็นหลักการ จะให้พวกเราได้ทราบว่าท่านจะทําอะไรบ้าง นอกจากจะไปบอกว่าจะไปเยียวยาความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน อันนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องทําอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นท่านจะทํา อย่างไร ท่านจะต้องรีบดําเนินการแก้ปัญหาไหมในเรื่องที่มันเกิดขึ้นนี้ จะแก้อย่างไร ต้องรีบประกาศครับ การแก้ปัญหานั้นไม่ใช่ว่าเวลาวัว ควายเขาเสียหายไปสํารวจ เหมือนกันเลยครับที่ท่านทําก็คือไปประกาศชดเชยพื้นที่เพื่อการเกษตรที่เกิดความเสียหาย อันนั้นมันไม่มีเรื่องจิตใจที่เข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นเรื่องความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ก็รับกันไป แต่ที่นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ มันเกิดจนทุกคนรับไม่ได้ ผมเองเป็น ส.ส. ที่นั่น ทุกคน จังหวัดศรีสะเกษ รับกันไม่ได้หรอกครับ คืนวันที่ ๖ ไม่ได้นอนเลย โทรศัพท์โทรมาบอกว่า คนนั้นไปอยู่บ้านนั้น คนนี้อยู่บ้านนี้ อยู่เขตใครเขตมันก็ไปดูแลเขาตามอัตถภาพที่พึงจะทําได้ ผมอยากจะให้รัฐบาลได้แถลงการณ์ครับว่าวิธีการ มาตรการที่ท่านจะแก้ปัญหาท่านจะทํา อย่างไร ปัญหาของชายแดนกัมพูชาสมัยผมเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ปี ๒๕๔๓ ผมได้ลงไปร่วมกับกองทัพภาค ๒ ได้ไปดูปัญหาเหล่านั้น แล้วเราได้มอบผามออีแดง ที่ก่อสร้างโดย อบจ. ให้กับอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ดูแลเพื่อให้ทหารเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดได้ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันเกิดขึ้นมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เราไม่แก้ปัญหากันสักที ถามท่านว่า ปักหลักเขตท่านปักได้ปีละกี่หมุด เงิน ๒๐๐ ล้านบาทที่ท่านรับไปแต่ละปีท่านทําอะไรบ้าง ได้สักหลักไหม หรือว่าเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ทําหลักไม่ได้สักหลักเลย แล้วอีกกี่ปีจะเสร็จครับ การปักหลักหมุดเขตแดน ไม่ใช่ให้ ส.ส. หรือคณะกรรมาธิการลงไปดูแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา ไม่ใช่หน้าที่เลยครับ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องลงไปดู แล้วพิจารณาว่าเราจะทําอย่างไร เรื่องเขตแดนนี่ไม่มีหรอกครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะคดเคี้ยว ไปตามที่เขตแดนจริง ๆ มันก็ต้องมีได้และมีเสียบ้าง คนที่อยู่อาศัยในบริเวณชายแดน บางที ยังไปทํานาอยู่ในเขตของเขมร บางทีเขามาทํานาในเขตของเรา เพราะเขตแดนเราไม่สามารถ หาข้อยุติได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาเช่นกัน แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนจังหวัดศรีสะเกษ เขารู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ผมจะไม่พูดเพราะมันจะเป็นประเด็น จะไปเกี่ยวข้องกับทหาร จะไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศผมไม่พูด ผมเองก็พอรู้ ๆ อยู่ แต่อยากให้ปัญหานี้มันยุติลง แล้วผมถามว่าเอเอสทีวี (ASTV) ปล่อยเขาทําอะไรบ้างตอนนี้ เขาไม่ด่าเฉพาะรัฐบาล ไม่ด่าคนอื่น เขาด่าเขมรด้วย แล้วเขมรเขาฟังไหม เขาฟัง เขามีปัญหาไหม ท่านทราบไหมว่า เขาฟังแล้วเขาเกิดความรู้สึกอย่างไร รัฐมนตรีท่านที่นั่งอยู่ข้างบนก็เคยด่าเขาครั้งหนึ่งแล้ว ท่านคิดว่าความเจ็บปวดที่เขามีในใจ เขายุติง่าย ๆ เพียงแต่ไปบอกว่าวันนี้เราคุยกันนะ เราดีกันนะ มันง่ายขนาดนั้นหรือครับระหว่างประเทศ ควรจะปลดเสียข้างบนนี่ไม่ควรเอาไว้ เอาไว้ทําไมครับ ไว้แล้วสร้างปัญหา อยากให้ปัญหาของกัมพูชากับประเทศไทยยุติ คนที่อยู่ ข้างบนท่านปลดก่อน เปลี่ยนคนใหม่เอานักการทูตที่มีวิธีการที่เจรจาที่ดีกว่านี้ เพื่อที่จะให้มี สัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ การค้าเราค้ากับเวียดนามกับเขมร เราได้ดุลการค้าปีหนึ่งเท่าไร เราขายสินค้าผ่านแดนปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราซื้อของเขา ๔,๐๐๐ ล้านบาท เราได้ ดุลการค้าประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะไทยกับกัมพูชา เราเสียอะไรบ้าง เราไม่ได้เสียถ้าเรารู้จักที่จะคบเขาอย่างมิตร ตอนนี้เราสร้างมิตรหรือสร้างศัตรูครับ ผมถาม ท่านก่อน ท่านเป็นคนสร้างศัตรู แต่คนจังหวัดศรีสะเกษเป็นคนรับเคราะห์นะครับ ตอนนี้ ท่านสร้างแล้วท่านต้องจําไว้ว่าท่านสร้างให้กับพวกผม ผมก็จะจําท่านไว้ว่าท่านนี่ละเป็นคน ทําให้พวกผมเดือดร้อน อย่าไปเจรจาเลยครับ ผมบอกว่าถ้าท่านไปเจรจายิ่งจะทําให้เกิด ปัญหาว่าเอาคนที่ไม่ถูกกันไปเจรจา ท่านเชื่อผมเถอะครับ แม้แต่ ส.ส. ที่ไม่กินใจกันไปเจรจามันก็คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ผมจะฝากท่านอย่างนี้ครับว่า ๑. ขอให้ท่านรีบดําเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อยุติในเขตแดนเหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้อง ของผมว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไร กลับไปแล้วจะต้องกลับไปอย่างมีความสุข ทรัพย์สิน ที่เสียหาย แน่นอนท่านมีเงินชดเชยอยู่แล้วชดเชยเข้าไป แต่ทางด้านจิตใจจะทําอย่างไรที่จะ ฟื้นฟูได้ ให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาอยู่ตรงนั้นแล้วเขาจะปลอดภัย จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นอีก นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ได้ต้องการเฉพาะข้าวห่อ ไม่ต้องการเฉพาะผ้าห่ม ไม่ต้องการยารักษาโรค ไม่ต้องการเงินทองบางครั้งที่จะไปเยียวยาก็ชดเชยสภาพจิตใจ ให้กลับคืนมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เลยบอกท่านว่าเราเสียหายมาก เราเสียหายจนบอกว่า ครั้งนี้ถ้ารัฐบาลไม่ทําอะไรลงไปก็เป็นความผิดของท่าน ตราบาปเหล่านี้จะอยู่กับท่าน ตลอดไป ขอบคุณมากครับ