สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องปัญหาชายแดนไทยที่ยกกําลังปะทะกับประเทศกัมพูชา โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่คนไทยถูกจับกุมที่ชายแดน และการตรวจสอบข้อมูลจากตํารวจและทหาร เขายังอ้างถึงการพบปะกับกลุ่มพันธมิตรที่เข้าไปในพื้นที่ชายแดนและพยายามเข้าไปในที่ประชุมของทางราชการ และกล่าวถึงความพยายามของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทยในการยกกําลังปะทะกับประเทศกัมพูชา กระผมเองเป็นคนหนึ่งในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายอิทธิเดช แก้วหลวง เป็นประธาน เรื่องเหตุการณ์นี้ผมสังเกตมา เมื่อช่วงคนไทย ๓ คน ถูกจับที่ชายแดนเขมร หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยได้ลงไปตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากพี่น้องตํารวจ ทหาร โดยเฉพาะตํารวจตระเวนชายแดน ไล่ตั้งแต่จังหวัดตราด ขึ้นไปจนถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ไปทุกค่ายที่มี ตชด. ก็รับฟังการรายงานแล้วก็รับทราบปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดสระแก้ว ที่บริเวณนี้ที่พี่น้องของเรา ทั้งท่านพนิชที่ไปร่วมกับ ๗ คนไทย เราไป พวกผมไปก่อนนั้น ผมสังเกตว่าการที่ไปชายแดนตอนนั้นมีคณะกลุ่มบุคคลก็คือ คุณวีระกับคณะประชาชน เขาจะไปร่วมกันจัดกิจกรรมอะไรรอพวกเราอยู่ ๓ วันแล้ว กวนกันอยู่ในชายแดนนั้นก่อนที่พวกผมจะไปถึง อันนั้นก็ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมถึงเกิดเรื่อง แบบนี้ขึ้นมา เราก็ไม่ได้เชิญเขาไป แต่เขาก็เข้าไป พยายามจะเข้าไปในที่ประชุมของที่ว่าการ มีหัวหน้าส่วนราชการ แล้วก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ผู้นํา ของกองทัพ ก็สังเกตว่ากลุ่มคนพวกนี้พยายามเข้าไปเพื่อจะแสดงความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่ เป็นเรื่องประชุมของทางราชการ ทางคณะเรา ไม่ยอมให้เขาเข้าไปอภิปรายในที่ประชุม หลังจากนั้นเราลงพื้นที่ครับ ไปที่จริงเลยตามถนนศรีเพ็ญ ไปตลอดหลัก กม. ที่ ๔.๖ พวกผมก็ไป ไปก่อนที่ท่านพนิชกับคณะจะไป พวกผมเดินทางไปแล้ว ตชด. เขาจะบอกว่า ตรงนี้คือพื้นที่อย่างไร เขาบอกตลอด ขณะเดินทางไปนี้ป้ายหัวกะโหลกทุก ๒๐ เมตร หรือ ๔๐ เมตรประมาณนี้ ตามต้นไม้ห่างจากถนนเข้าไปไม่ถึง ๒๐ เมตร เรียงรายกันอยู่ ตามที่ ส.ส. ทางจังหวัดสระแก้วว่าไป ท่านพนิชรอดมาก็เป็นบุญจริง ๆ นะ เพราะว่ามันมี จริง ๆ เพราะเขาห้าม เป็นเขตทุ่นระเบิด เขตที่ยังไม่เคลียร์พื้นที่ ขณะที่เข้าไปเขาพยายามที่จะเรียกร้องให้พวกเราเข้าไปตรงนั้น ๆ ทั้งที่มีทหาร ตชด. เขาก็บอกว่าอย่าเข้าไปตรงนั้น บริเวณนั้น พวกเราก็ไม่ไป พวกเราก็ยืนดู มีแต่การฟังบรรยายสรุปของ ตชด. ชี้ไปตรงเขตพิพาทนี้ หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่พอใจ ในขณะที่เราไม่ไปตามคําเรียกร้องของเขา ดูแล้วก็คือกลุ่มพันธมิตรที่เขาไป เราก็เป็นเจ้าของ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินตามที่กล่าวมานั้น คือทางคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ได้รับการร้องเรียนมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่เปิดสมัยสภาผู้แทนราษฎร แรก ๆ ทางคณะเราได้รับเรื่องที่ดินนี้ ผมนี้ก็เป็นคนที่สนใจศึกษาและพูดในสภาหลายครั้งใน เรื่องที่ดินที่บ้านหนองจาน ชุมชนหนองจานนี้ ตําบลป่าไร่ อันนี้เราก็ไป หลังจากที่เรากลับมา ยังไม่นานทางคณะของพวกท่านพนิช แล้วก็ท่านวีระก็ไป ก็ได้มีเรื่องเกิดขึ้น ผมก็คิดว่า ท่านวีระก็เคยมีปัญหาเรื่องนี้หลายครั้งมาก่อนแล้วก็พาคณะไปอีก ผมมองบางทีก็เหมือนกับ เราไปหาเรื่องจริง ๆ นะ ผมคิดส่วนตัวของผม เจ้าหน้าที่เขาก็บอก ไม่ใช่ว่าเขาไม่บอก พวกผมไปเขาก็บอกว่าอย่าเข้าไปตรงนั้น แต่ตรงไหนเข้าไปได้เขาจะพาเดินตามเข้าไป มันก็เริ่มมีปัญหาตรงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็จะไม่กล่าวโทษใครทั้งสิ้น ตามที่ท่านพนิช ผมขอเอ่ยนาม ที่ท่านบอกว่าท่านรักชาติ รักอะไรนั้นก็เป็นส่วนตัวของท่าน นั่นคือความรู้สึก ของท่าน แต่การรักชาติของผม ผมอาจจะไม่ทําอย่างนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่เป็น แนวความคิด แต่ปัญหาตรงนี้ ในฐานะผมเป็นกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย พวกเรานี้ ได้พยายามไปเชื่อมโยงกับพี่น้องต่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๒ นั้นพวกผมจัดแรลลี (Rally) เพื่อจะไปสัมพันธไมตรีกับประเทศ จากประเทศไทยไปประเทศลาว ไปประเทศเวียดนาม จากประเทศเวียดนามไปประเทศเขมรแล้วเข้าไปประเทศไทย อันนี้คือแรลลี จีเอ็มเอส (GMS) ครั้งที่ ๑ ของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ซึ่งเราไปประเทศลุ่มแม่น้ําโขง นี่ครั้งที่ ๑ เราก็ไปสัมพันธไมตรี นําผู้แทนราษฎรไปเพื่อจะสร้างสัมพันธไมตรี ในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยเพื่อจะสร้างความเป็นมิตรประเทศ เพื่อจะนํา นักธุรกิจต่าง ๆ ไปสัมพันธ์กับต่างประเทศเพื่อจะไปหาลู่ทางการลงทุนเชื่อมสัมพันธ์การค้ากัน ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยพวกเราเน้นเรื่องการค้าชายแดน เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องเปิดด่านชายแดนของประเทศ ทั้งรอบประเทศเรา เราก็ไปดูด่านชายแดนต่าง ๆ ของ ประเทศต่าง ๆ เพื่อนํามาแก้ไขปัญหา ปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๓ ธันวาคมที่ผ่านมานี้ไป ๔ ประเทศ เหมือนกัน จากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดหนองคาย จากจังหวัดหนองคาย เวียงจันทน์ วังเบียง หลวงพระบาง บ่อเต็น เข้าเมืองลา เข้าเชียงรุ้ง ออกเชียงรุ้ง เชียงตุง ประเทศพม่า ออกแม่สาย แล้วเข้ากรุงเทพมหานคร อันนี้คือความพยายามของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมก็แปลกใจเหมือนกันว่าเราพยายามจะสร้างความสัมพันธ์กับพี่น้องชายแดน โดยเฉพาะ รอบด้านเราเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนของเราเพื่อให้เศรษฐกิจของเราดีขึ้น เมื่อเรามาเห็น อยู่ ๆ ได้ข่าวอย่างตกใจเลยว่าทหารไทยกับทหารกัมพูชาได้ปะทะกัน ผมก็เลยตั้งคําถามว่า ไปพูดอย่างไร โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศไปพูดอย่างไร ผมก็อยากฟังคําถาม ตอนที่ ท่านพูดนั้นพูดว่าอย่างไร สาระสําคัญ พอพูดจบแล้วมายิงกัน นี่คําถามผมนะครับ แล้วต่อไป จะทําอย่างไร ฝ่ายหนึ่งอยากให้สัมพันธไมตรี อีกฝ่ายหนึ่งสร้างปัญหาขึ้นมา หรือว่าถูกยั่วยุ กลัวว่าเขาว่าไม่แน่จริงใช่ไหม ถูกพันธมิตรเขายั่วยุแล้วเราก็ไปปฏิบัติตามนั้นใช่ไหม มันถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น ทําไมถึงยิง ใครยิงกันก่อนผมไม่ถาม เรามาสังเกตว่าสมมุติเราเป็นเด็ก ก่อนจะชกกันมันต้องมี อะไรกัน อยู่ ๆ จะไปชกเลยไม่ได้ มันต้องมีอะไร ใครไปทําอะไร ถ้าเขมรยิงก่อน สมมุติว่า เรายอมรับเขมรยิงก่อน แล้วเราทําอย่างไรเขาถึงยิงเราก่อน อยู่ ๆ ทําไมถึงยิง อยากทราบ อย่างนี้ ไปพูดอย่างไรถึงได้มายิงกันนะครับ หรือว่าเราไปยิงเขาก่อน เขาพูดอย่างไรเราถึงยิง หรือว่าตามข่าวที่หลายท่านอภิปรายไปแล้วว่าเราเอารถขุด รถอะไรขับเข้าไปที่วัดนั้น ใช่ไหม เขาถึงยิง อันนี้ก็ต้องตอบคําถาม เพราะว่ามันต้องมีสาเหตุ อยู่ ๆ จะมายิงกันไม่ได้หรอก แล้วจะทําอย่างไรต่อไปมันถึงจะยุติ เดี๋ยวนี้ผมสงสารพี่น้อง ผมเป็นคนอีสาน เกิดปัญหาอยู่ที่ อีสาน ผม ส.ส. อีสานไม่พูดถึงเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้จะมาเป็นผู้แทนราษฎรทําไม เมื่อเกิดปัญหา พี่น้องเดือดร้อน เดี๋ยวนี้หลายคนก็พูดแล้วผมจะไม่พูดซ้ํา อพยพกันมาอยู่ในที่ต่าง ๆ หลายแห่ง จะทําอย่างไรถึงจะยุติให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะพูดถึงว่าจะแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร สงครามอย่างไรจะยุติ จะหยุดยิงกันเมื่อไร แล้วจะเอาใคร คณะใด บุคคลใด ที่จะไปแก้ บางทีรัฐบาลน่าจะเสนอหรือไม่มีทางออกก็มาพูดในสภาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเสนอคณะไหน เอาบุคคลไหนไปเป็นตัวแทน ในรัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะทําสงครามกับใครต้องมาถามสภา ก่อน ผมไม่เห็นถามสภาเลย ใช่ไหมครับ อยู่ ๆ ยิงกันไม่บอกกันเลย รัฐธรรมนูญมาตราไหน ผมจําไม่ได้ แต่บอกว่าถ้าจะทําสงครามต้องประกาศสงครามต้องได้รับจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศสงครามเป็นอํานาจของพระองค์ แล้วมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา ผมไม่เห็นพวกเราได้มาขอความเห็นชอบ แล้วเราก็ยิงกันไป พี่น้องก็เดือดร้อน ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ