วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเขตแดนและความร่วมมือกันในกลุ่มอาเซียน นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการดูแลทหารพรานที่มีเงินเดือนต่ำและไม่มีสวัสดิการที่ดี และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ เรื่องที่เรากําลังอภิปรายโดยเป็นญัตติด่วนนะครับ ซึ่งอยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชนมาในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๔ ที่เกิดเหตุ แต่จริง ๆ แล้วมันอยู่ในความสนใจ ตั้งแต่ก่อนในรัฐบาลของท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา เนื่องจาก ความสับสน ความวุ่นวาย ความต้องการ ในเรื่องของการแย่งชิงเรื่องอํานาจ ท้ายที่สุดครับ รัฐบาล เองในขณะนี้ก็คือรัฐบาลซึ่งเคยเป็นฝ่ายค้านในสภาแห่งนี้ แล้วก็หยิบหยกเรื่องปัญหา ชายแดนขึ้นมาพูด แล้วก็ดูเหมือนว่าปัญหาชายแดนนี่ละครับที่เป็นเหตุอันหนึ่งซึ่งทําให้เกิด ความขัดแย้งกันในประเทศ รวมถึงพี่น้องประชาชนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ของเราในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเองนั้นเห็นใจนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอดีตนั้นท่านเองก็ดูเหมือนว่าได้พูดจา เหมือนกับรู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะย้อนมาถึงวันนี้ ซึ่งสีหน้าวันนี้ท่านต่างจากวันที่ท่านเอง อยู่ในสภา แล้วพูดจาในลักษณะว่าเขตแดนนั้นสามารถที่จะพูดคุยตกลงกันได้ แล้วสามารถที่ จะชี้ชัดว่าเป็นเขตแดนของใคร โดยไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมเห็นด้วยครับ เพราะดินแดนของประเทศย่อมต้องดูแลรักษา แต่วันนี้ประชาชนเองที่อยู่ภายใต้การดูแลของ รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ยิ่งต้องดูแลครับ เพราะเขาเหล่านั้นเขาไม่มีโอกาส แล้วไม่มีทางเลือก ในเขตพื้นที่ที่เขาอยู่อาศัย ดังนั้นการที่เขาเองประสบปัญหาในเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งกัน โดยนโยบายของรัฐบาลซึ่งไม่ได้มีการเตรียมการแต่อย่างไร เพียงแต่คิดว่าจะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จไปวัน ๆ หนึ่ง ผมเรียนว่าปัญหาตรงนี้เป็นปัญหาซึ่งหลายรัฐบาลเองนั้นได้ทําดี ที่สุดแล้ว ยกเว้นรัฐบาลชุดนี้ละครับ ทําดีหรือไม่ดี ๑๐ ปีที่ผ่านมา ในส่วนของการลง รายละเอียด เขาได้กล่าวกันว่าที่ผ่านมาระยะเวลา ๑๐ ปี โดยหอการค้าของจังหวัดศรีสะเกษ บอกครับว่า ในรอบ ๑๐ ปีถือว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน และหอการค้า เราเองได้ประเมินกันว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทําให้เกิดการปะทะกันอีกครั้งหนึ่ง ที่เหตุการณ์ น่าจะสงบไปแล้ว แต่น่าจะมาจาก ๒ เหตุการณ์ ๒ สาเหตุ คือการเมืองและเรื่องของเขาพระวิหาร ซึ่งเรื่องของเขาพระวิหารนั้น หากคุยกันดี ๆ และร่วมกันบริหารจัดการร่วมกันทั้ง ๒ ประเทศ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ปัญหาหนักก็คือปัญหาการเมือง ซึ่งนักการเมืองส่วนใหญ่มักจะเล่น การเมืองโดยลืมข้อเท็จจริง เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนว่าเดือดร้อนแค่ไหน อันนี้เป็น คําพูดนะครับ ซึ่งเป็นคําพูดซึ่งบอกกล่าวได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นความเสียหาย ที่เกิดตามปกติ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเมือง ท่านประธานครับ สิ่งที่ได้รับคําตอบมา ก็คือว่า จากวันที่ ๔ ถึงวันที่ ๗ เสียชีวิตไป ๒ ราย คนที่เสียชีวิตไป เป็นทหาร เขาบอกทหารนี่ ปกป้อง เป็นรั้วของชาติ รู้อยู่แล้วว่าทหารต้องยอมเสียสละชีวิตถ้าเกิดมีการปะทะกัน โดยเฉพาะ ชายแดน ประเทศไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ยกเว้นเราจะยกประเทศหนี มันหนีไม่ได้ครับ เพราะชายแดนมันติดกัน ชายแดนประเทศไทยติดกับประเทศกัมพูชา ๗๕๐ กิโลเมตร ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชาไล่ยาวมาครับ ๗๕๐ กิโลเมตร ถามว่าติดทั้งหมด ๖ จังหวัด ใน ๖ จังหวัดนี้มีด่านต่าง ๆ ซึ่งเป็นด่านถาวรอยู่ประมาณ ๔ ด่าน แล้วนอกนั้น เป็นด่านเล็กด่านน้อยซึ่งเป็นทางเข้าออกของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชน ทั้ง ๒ เขตพื้นที่ บอกได้เลยครับว่ามีขนบธรรมเนียมประเพณีความใกล้ชิดเหมือนคนที่ อยู่บ้านเดียวกัน แต่เราไปขีดเขตปักปันเพื่อแสดงอาณาเขต แต่ความรู้สึกเรื่อง ขนบธรรมเนียมไปห้ามเขาไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ณ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นผมเรียนว่า มันไม่ใช่อุทาหรณ์หรอกครับ แต่มันเป็นสิ่งที่จะต้องรีบดําเนินการแก้ไข จะมัวแต่เล่นลิ้นไม่ได้ ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเองมีวาทะที่คมลึก จนกระทั่งกลุ่มพี่น้อง ประชาชนในขณะนั้นซึ่งวันนี้ก็ออกมาชุมนุมอีกแล้วครับ แต่ท่านเองเขาบอกว่าท่านกระซิบ เปลี่ยนไป บนเวทีพันธมิตรนะครับ ท่านเปลี่ยนไปแล้ว เพราะวันนี้ท่านเป็นเสนาบดี ท่านไปทํางาน ทําหน้าที่ แล้วหน้าที่ตรงนี้คนที่ส่งท่านก็คือกลุ่มคนที่วันนี้กําลังเรียกร้อง อยู่ข้างนอก แต่ผมไม่ได้ว่ากล่าวหรอกครับว่าคนที่เรียกร้องหรือคนที่สนใจจะว่าอย่างไรกับท่าน แต่สภาแห่งนี้ ประชาชนทั้งประเทศบอกกล่าวว่าตัวท่านเองทําตัวเอง ตอนที่ก่อนที่ จะตัดสินใจมานั่งตําแหน่งรัฐมนตรีท่านเองไม่ได้ดูหรอกครับว่าวิบากกรรมที่จะเกิดตามมา มันคืออะไร ดูเสมือนว่าตัวท่านเองเป็นจุดแห่งชนวน ซึ่งไม่ผิดหรอกครับ หรือท่านบอกว่าถูก การที่ท่านไปเที่ยวด่าผู้นําประเทศคนอื่น ใครมาด่าท่านไปถึงญาติวงศ์ตระกูลหรือพ่อแม่ท่าน รู้สึกอย่างไรครับ เหมือนกันครับ ผู้นําประเทศเขาต้องเคารพนับถือ ลองใครมาแตะต้องผู้นํา ประเทศของเราสิครับ ผมคิดว่าคนไทยก็คงไม่ยอมเหมือนกัน แต่นี่ท่านเองเป็นถึงคนที่จะมา ทําหน้าที่เสนาบดี เป็นผมไม่รับตําแหน่งนี้หรอกครับ เพราะมันเป็นตําแหน่งซึ่งให้คุณให้โทษ ตัวท่านเอง ให้คุณคือท่านรับตําแหน่ง ให้โทษก็คือสิ่งที่ท่านได้กระทํากับประเทศไทยวันนี้ แล้วก็ทําต่อพี่น้องประชาชน แม้ท่านเองคิดเสมือนว่าการดํารงตําแหน่งตรงนี้จะเป็นหนทาง แห่งการแก้ไขนั้น ท่านอย่าหวังไปเลยครับ เพราะพี่น้องประชาชนคนกัมพูชาเขาได้ดู ได้ฟัง ได้รับรู้ ว่าผู้นําประเทศเขาถูกต่อว่าอย่างไร วิถีทางแก้ไขนั้น
ประการที่ ๑ ท่านต้องกลับไปมองแล้วทบทวนครับว่ารัฐบาลชุดนี้มาด้วย เหตุผลการเอาการเมืองมาสู้กัน เรื่องที่สําคัญที่อยู่ไม่ได้ ครั้งที่แล้วที่ขับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ กับท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย มันเป็นประเด็น เดียวกันที่ต่อยอดมาก็คือเรื่องเขาพระวิหาร ดังนั้นเวรกรรมตรงนี้เมื่อมาถึง ผมมองว่าการทํา หน้าที่ของพวกผมในวันนี้ก็คือการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนที่อยู่ ชายแดน ท่านประธานครับ คนเสียชีวิตเป็นทหารอยู่ ๒ ราย บาดเจ็บอีก ๒๒ ราย อพยพคน ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ คนแล้วครับ เกือบ ๓๐,๐๐๐ รายเพราะเขาไม่มั่นใจ แต่ทั้งหมดนี้ เราเองมีจุดอพยพอยู่ ๔๙ จุด ที่ไปตั้งค่าย ตั้งกลุ่มต่าง ๆ มีอย่างเดียวครับ ไปแจกของ ไปมอบของ การที่คิดว่าคนที่ออกจากบ้านแล้วไปอยู่ตามจุดชายแดน แล้วย้ายเข้ามาอยู่ในจุด อพยพต่าง ๆ ทิ้งบ้านทิ้งเรือนออกมา ท่านประธานลองนึกดูสิครับเขาอยู่สุขสบายไหม ไม่ได้ ไปทําบ้านให้เขาอยู่นี่ เป็นกลุ่มหรือจุด หรือที่เรียกกันว่าค่ายอพยพครับ เพราะไปอาศัย โรงเรียน ศาลาวัด หรือจุดต่าง ๆ ที่แล้วแต่จะกําหนด มันสุขสบายนักหรือครับ ฉะนั้นสิ่งที่ เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ย่างนี้ต้องรีบเจรจาโดยเร็ว ผมไม่พูดว่าใครยิงก่อน เราจะกล่าวอ้างว่า ทางโน้นยิงก่อน หรือทางโน้นจะกล่าวอ้างว่าไทยยิงก่อน บทสรุปของการพิสูจน์มันพิสูจน์ ไม่ได้หรอกครับ เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องเข้าข้างตัวเอง แต่วันนี้ในเมื่อเขาเป็นประเทศ ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาเซียน เขาอยู่ในกลุ่มที่ติดชิดใกล้ประเทศของเรา ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่สําคัญในกลุ่มอาเซียนเขาให้ความร่วมมือกัน และไม่พยายามที่จะไปก้าวล่วงในสิ่งที่ เกิดขึ้นระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยในยุคนี้ผมแปลกครับ สนธิสัญญาข้อตกลงที่เซ็นไว้ ทุกข้อเราละเมิดหมด เราละเมิดทุกประเทศที่อยู่ชายแดนเรา เราพยายามเข้าไปก้าวล่วง เปรียบเสมือนว่าเราเป็นพี่ใหญ่ เปรียบเสมือนว่าเราสามารถที่จะชี้นําเขาได้ ทั้ง ๆ ที่ประเทศ ของเขาเองเขาก็มีผู้นํา เราดูถูกดูแคลนคนที่เป็นผู้นําต่างประเทศ เราดูถูกดูแคลนในตําแหน่ง ของเขาว่าถูกเรียกว่าเอะอะในเรื่องของสมเด็จ หรือตําแหน่งว่าเป็นตําแหน่งที่คิดเทียบแล้ว เป็นตําแหน่งเสนาบดีที่สูง แล้วพ่วงตําแหน่งที่บอกว่ามีเชื้อที่เป็นเจ้า มีตําแหน่งต่าง ๆ นั่นคือประเทศเขาที่ให้การยกย่องสรรเสริญ เราไม่ควรที่จะไปพูด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เราแตะ เสียจนมีความรู้นึกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศเขาหรือเปล่า เราเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิด เราไม่สมควรครับ เพราะการกระทําแบบนั้นเป็นการดูถูกดูแคลน ท่านประธานครับ เมื่อมีเขตชายแดนติดกันนี้ โดยมีภูเขาซึ่งกั้นภูเขาบรรทัดกับภูเขาพนมดงรักอยู่แค่ ๒ เทือกเขา และผมถามว่าเทือกเขาหลัก ๆ นี้เรายังชี้เขตแดนไม่ชัดเจน เมื่อไม่ชัดเจนนี้การที่ จะพูดคุยก็ต้องพูดคุยในฐานะคนที่อยู่เพื่อนบ้าน การขยับหรือการพ้นจากเขตแดนนี้เป็นสิ่ง ที่ดีที่สุด แต่ถ้าอะไรที่เป็นพื้นที่จริง ๆ เราควรรักษาไว้ ท่านประธานครับ ผมได้รับส่วนหนึ่ง จากเพื่อนว่าการกําหนดเขตแดนอันหนึ่ง ซึ่งสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวนได้ประกาศไว้ว่ามี เขตซึ่งเขาเรียกว่า เขตอนุรักษ์แห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๔๑ ท่านนายกรัฐมนตรีชวนประกาศไว้ว่า ประกาศเขตอุทยานทําให้ประชาชนคนไทยไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ หรือแม้กระทั่ง กองกําลังทหารก็ยังมีการขออนุญาตเข้าในเขตพื้นที่ต่อกรมอุทยาน แต่ดูเสมือนว่าในขณะนี้ เขตชายแดนต่าง ๆ เหล่านี้มีการเข้าไปสร้างชิดเขตพื้นที่ สร้างตลาด สร้างโรงเรียน ท้ายที่สุด ในเขตดังกล่าวนั้นก็ถูกว่าเป็นเขตแดนจริงหรือไม่จริงก็ยังงงครับ แต่ในเขตที่ผมได้รับมาว่า เป็นเขตอุทยาน แผนที่ในมือผมนี้เป็นเขตที่ประเทศไทยประกาศ ประกาศปุ๊บก็คืออยู่ในพื้นที่ ของเรา เป็นเขตอุทยาน แต่มีคนที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา ชาวบ้านที่เข้าไปใช้พื้นที่อยู่ ตรงนี้รัฐบาลเองก็ต้องดูว่าจะปล่อยให้เขาทําอย่างไร ก็ต้องเจรจากัน เพราะเราต้องยอมรับว่า บางที่บางอย่างนี้เขตพื้นที่ของเราเองยาวครับ ยาวเหนือลงใต้ติดเขาหมด แต่เราไม่เคยมีการ กําหนดกฎเกณฑ์ปักปันพื้นที่ แม้กระทั่งการบุกรุกเข้าทํากินในเขตพื้นที่ต่าง ๆ นี้ เราดูเหมือนว่ารัฐบาลเองปล่อยปละละเลยหรือเปล่า ยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาต้องใช้ วิกฤติเป็นโอกาสครับ ควรจะต้องเข้าไปพูด ไปคุย ไปเปิดโต๊ะเจรจา ประการแรกคุณไปบอกว่า เขายิงปืนเข้ามาก่อนเขาก็ต้องยิงโต้ตอบ แต่ทําไมไม่บอกล่ะครับว่าการยิงหรือการที่จะไป โต้ตอบดังกล่าวนั้นหลังจากที่มีการปะทะกันแล้วควรจะเร่งรีบเจรจา แต่ยิ่งเร่งรีบก็ต้องมี วิธีการ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าในลักษณะของการดําเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ ในสถานการณ์ อย่างนี้ทําให้เกิดความเสียหาย คนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบ สุดท้ายมันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าการค้านี้เสียหาย ๑ เดือน ประมาณ ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ คนที่อยู่ ชายแดนนี้เขาติดต่อทํามาหากิน รัฐบาลอาจจะมองว่ามันยังไม่ถึงสัดส่วนของประเทศ ถ้าบอกว่าเราค้าขายได้เปรียบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราซื้อของเขา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกันอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกลับไปพูดบอกว่ารายได้ทั้งประเทศอยู่ที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรายได้ตรงนี้ไม่ต้องเอาก็ได้ หรือไม่สนใจก็ได้ ดูเหมือนอย่างนั้น หรือจะปิด ชายแดนก็ได้ นั่นเป็นวิธีการคิดที่ผิดครับ เพราะอย่างไรก็ตามการให้ความร่วมมือกับ ความสําคัญต่าง ๆ นี้เราไม่ควรจะละเลยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีอย่างเดียวว่าจะต้องส่งเสริม ธุรกิจการค้าอย่างไรให้เกิดความทัดเทียมกัน และได้ผลประโยชน์ที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ เขามาก แล้วก็ต้องช่วยดูในเรื่องสิ่งที่เขาขาด เช่น เราให้เงินกู้เขา พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา เราตัดช่องทางเงินกู้ เราตัดเงินอุดหนุนที่ตกลงกันไว้ที่จะไปดูแลถนนเส้นทางต่าง ๆ แม้กระทั่งการสร้างสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางสาธารณูปโภคในการติดต่อค้าขาย ผมมองว่าท้ายที่สุดรัฐบาลเองไม่ได้กระทําสิ่งที่เกิดประโยชน์ ดังนั้นประเทศเพื่อนบ้านที่เขา อยู่ใกล้ชิดเรา เมื่อไม่มีความจริงใจ แล้วใครเขาจะมาจริงใจกับเรา เอะอะอะไรบอกว่าเราเป็น พี่ใหญ่ วันนี้ความเป็นพี่ใหญ่มันไม่ได้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับการกระทําที่มองให้เห็นชัด มันเป็นการเอารัดเอาเปรียบหรือเปล่า ยิ่งเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าต้องช่วยเหลือดูแล ประเทศที่เล็กกว่า ยิ่งเป็นประเทศที่เจริญกว่ายิ่งต้องช่วยดูแลถ่ายทอดเทคโนโลยีและยิ่งอยู่ ในประชาคมเดียวกันยิ่งต้องทําความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดเหตุที่ขัดข้องขึ้นมา ผมดูเหมือนว่ารัฐบาลเองไม่ได้ให้ความสําคัญ มันต้องกลับมาดูที่ตัวนายกรัฐมนตรี ดูที่ว่า นโยบายของรัฐ นโยบายกระทรวงการต่างประเทศที่บอกจะสร้างมิตรในระหว่างประเทศต่าง ๆ จะมีการค้าขายในประเทศต่าง ๆ ให้ดีขึ้น แต่วันนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่แถลงไว้มันต่างกัน และผม คิดว่าสิ่งนี้ละครับที่ประชาชนเกิดความหวาดวิตกกังวล ถ้าให้ดี ท่านประธานครับ เจรจา ในช่วงนี้ที่เป็นวิกฤติ แล้วก็รีบดําเนินการฟังปัญหาในส่วนของประชาชนว่าเขามีปัญหา อะไรบ้างในเรื่องของที่ทํามาหากิน ในเรื่องต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ชายแดน แล้วก็รวมถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นเสียหายเราชดเชยเขาอย่างไร ผมคิดว่าจากวันนี้ที่เขาอพยพออกมาเขาทิ้งนาทิ้งไร่ เขาทิ้งสิ่งต่าง ๆ เราเองไปชดเชยเกี่ยวกับเรื่องของภัยธรรมชาติ แต่วันนี้เราชดเชยเป็นตัวเลข ซึ่งน้อยมากครับ มีให้ที่อยู่อาศัย มีเรื่องอาหาร มีเรื่องผ้าห่ม เห็นรายงานออกมานะครับ เอาไปแจก เอาไปดูเขา กับปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเรียนท่านประธาน ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่หมักหมมกันมานาน จริงครับ แต่มันไม่มีความรุนแรงถึงวันนี้ แต่ถ้าวันนี้เราเอาทฤษฎีในเรื่องของความรู้สึกที่จะต้องมาวัดกันว่าจะต้องถูกตลอดนั้นไม่มีใคร ตอบได้ครับ แล้วผมถือว่าคนที่เสียหายก็คือประชาชน
มาดูอีกเรื่องนะครับท่านประธาน ผมเป็นห่วงนอกจากพี่น้องประชาชนแล้ว คือทหารครับ วันนี้ทหารที่เป็นรั้วของชาติ ท่านประธานทราบไหมครับว่ากองพันทหารพราน ที่ ๒๓ ในอดีตผมเคยไปตรวจเยี่ยมครับ แล้วก็ทราบมาว่าเขาเองได้ร้องว่าเขารับขึ้นบรรจุเป็น ทหารพราน โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่น้องประชาชนที่มาฝึก แล้วก็เอามาเป็นรั้วของชาติ ทหารเหล่านี้ถ้าบอกว่าเป็นทหาร เขาอยู่แนวหน้าครับ เขามีความชํานาญเรื่องภูมิประเทศ แต่การดูแล ท่านประธานทราบไหมครับว่าเงินเดือนวันนี้ ๕,๗๐๐ บาท เป็นทหารนะครับ ตาย ๒ นาย บาดเจ็บอีก เงินเดือนบอกว่าจะปรับใหม่ครับ ๗,๗๐๐ บาท ให้ท่านประธาน ไปเป็นทหารไหม เงินเดือนขนาดนี้ ไปดูแลชายแดนไหมครับ ให้อาสาสมัครไหม ไม่มีหรอกครับ หรือท่านรัฐมนตรีจะไปอยู่แนวหน้า กล้าไหมละครับ สิ่งที่กําลังดูอยู่นี้มีเบี้ยเลี้ยงอีก ๗๕ บาทต่อวัน น้อยมากครับ กับการที่โดนเอาไปนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่มีสิ่งที่อํานวยความสะดวก เครียดครับ สิ่งที่ตามมาก็คือโรคภัยไข้เจ็บ ผมมีโอกาสไปแล้วได้รับรายงาน เขาบอกว่า ฝากบอกด้วย ทหารพรานนี่ท่านประธานครับ ผมเจอหน้าเขาครับ ยศพันโท ผมบอกว่า หัวหงอกทั้งหัวเลย หน้าตาเหี่ยวย่น ผมคิดว่าทหารคนนี้น่าจะเป็นทหารที่ปลดประจําการ แล้ว แต่เขาเป็นทหารพราน ผมถามว่าท่านอายุเท่าไร อายุ ๕๖ ปี แต่ดูเหมือนกับคนอายุ ๗๐ ปีครับ เขาขึ้นจากชั้นประทวน แต่คนที่นั่งจบนายร้อย ที่เป็นนายเขา ยศพันเอก ยศพลตรี อายุ ๔๐ กว่าปี รับราชการคนละส่วนครับ พวกนั้นเขามีโอกาสเพราะเรียนไต่เต้าขึ้นมา เรียกว่ามีความรู้ความสามารถ แต่พวกนี้มีประสบการณ์จากชั้นประทวน ฉะนั้นการดูแลมันต่างกัน พวกนั้นจิบไวน์ (wine) คุยกัน พวกนี้เหล้าขาว เหล้าป่า เพราะอากาศหนาวเย็น เขาบอกเลยครับ แล้วเขาบอกว่า การดูแลในส่วนของทหารเสนาธิการที่ดูแลในส่วนของเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพน้อยมาก ผมไม่รู้ว่างบประมาณทหารปี ๆ หนึ่งเอาไปใช้ทําอะไร เอาไปซื้อยุทธปัจจัยหรือไปซื้ออุปกรณ์ แต่ขาดครับ ทั้งทางใต้ ทั้งทางกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ พอไปดูถามนะครับส่วนใหญ่เป็นไข้ป่า ช่วงที่ผมไปคือช่วงหน้าฝน เป็นไข้ป่าครับ ไปดู เขาบอกว่าขอหยูกขอยา ผมให้โรงพยาบาล ประจําอําเภอกับจังหวัดที่จังหวัดศรีสะเกษ ตอนนั้นผมเป็นรัฐมนตรี บอกว่าช่วยเอาเวชภัณฑ์ยา ไปช่วยดูแลหน่อย ขาดนะครับ เขาบอกกล่าวเลยเงินต่าง ๆ ที่ไปนี่น้อยมาก ดูแลน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วประชาชนเอาเงินไปบริจาค เอาข้าวปลาอาหารไปให้ ยิ่งเขาทราบเหตุการณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีฟังให้ดี คนเหล่านี้ท่านต้องดูแลให้ดี ๆ หน่อย สิ่งที่สําคัญก็คือว่า ไม่มีเวชภัณฑ์ยา ไม่มียารักษาโรค ท่านไปเช็ก (Check) ดูครับ มันน่าสมเพชครับกองกําลัง ของเรา และผมไปถามนายทหาร ไปถามระดับชั้นประทวนต่าง ๆ อยากเป็นไหม ไม่อยากหรอกครับ เงินเดือนแค่ ๕,๗๐๐ บาท เบี้ยเลี้ยงจริง ๆ ตอนนั้น ๕๐ กว่าบาท วันนี้ เห็นปรับเป็น ๗๕ บาท และการเบิกจ่ายนี่เขาให้ลาอยู่เรื่อย ลานี่เงินไม่รู้ไปตกอยู่ที่ใครครับ คนที่ลาก็ไปพักผ่อน ไปโน่น ไปนี่ การเบิกจ่ายท่านไปเช็กให้ดีนะครับ มีการใช้จ่ายเงินถูกต้อง หรือเปล่า นี่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเห็นเบิก ๆ เข้ามา กองร้อยนี่มี ๑๖๐ คน ๑๗๐ คน โดยประมาณ แต่เอาเข้าจริง ๆ ที่อยู่ตามจุด ตามค่ายมีถึงไหม ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเช็กดูครับ มีอยู่ประมาณ ๒๐–๓๐ นาย หมุนเวียนกันออก หมุนเวียนกันเข้า สับเปลี่ยน กําลังกัน มันถึงจะเสียหาย เวลาเขาสู้เข้ามา เวลาเขารบเข้ามาเราไม่มีกองกําลัง นี่คือปัญหา ซึ่งฝ่ายการทหารก็ต้องไปดูครับ ผมได้รับแจ้งรายงานตอนขณะที่ผมทําหน้าที่และฟัง และวันนี้ก็เหมือนกันครับสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงที่ผมไปปลายมากเลย เพราะผมไปนี่พบช่วงนั้น ประมาณวันที่ ๒ ธันวาคมก็มีเหตุการณ์ยุบพรรคพลังประชาชน ไม่อย่างนั้นก็จะมีการ ดูแลแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามวันนี้มีโอกาสพูดก็จะพูดให้ท่านทราบ เพราะช่วงที่ผมไปมานั้น ผมไปมาอาทิตย์เดียวปุ๊บเกิดเหตุการณ์แล้วก็ยุบพรรคพลังประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ ถ้าท่านเองดูเสมือนว่าจะสนใจชายแดนแต่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ คนที่ดูแลกองกําลัง ต่าง ๆ มีแต่ทหารพราน มีแต่คนที่อยู่กองกําลังซึ่งขาดการดูแลนะครับ แล้วความรู้สึก เป็นอย่างไร กําลังใจเป็นอย่างไร คนที่อยู่ทางบ้านที่เขาต้องออกมาเป็นทหาร ลูกเมียของเขา มีสวัสดิการไหม ไม่มี เคยให้เขาไหมครับ เคยดูแลไปถึงไหม กลุ่มคนเหล่านี้ด้วยซ้ําที่จะต้อง ช่วยดูแลเขา ปกป้อง ปกปักรักษาผืนที่ซึ่งเป็นดินแดนอธิปไตยของคนไทย ถ้าเขามีกําลังใจที่ดี มีการดูแลจากรัฐที่ดี ดีกว่าเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปแจกคนที่เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท อีกด้วยซ้ํา เพราะพวกนี้ไม่มีโอกาส เขาก็สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้น และผมพูด ต่อไปครับ ทุกชายแดนวันนี้ก็ปล่อยปละละเลยครับ เรามีข้อตกลงกันระหว่างแดนนี้ เวลา เข้าออกชายแดนนี่เข้าออกได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ท่านเคยไปเช็กไหมท่านรัฐมนตรี ท่านกษิต เคยไปเช็กไหมครับ คนที่เข้าออกหายไปเท่าไร จํานวนเคยเช็กไหม รัศมี ๓๐ กิโลเมตร อยู่ตรงนั้น เข้ามาทํางานแล้วกลับมีไหมครับ เดี๋ยวนี้เข้ามาในประเทศเข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร เข้าไปทั่วทุกจังหวัด เป็นแรงงานบ้าง ไปทําอะไรที่มันไม่ชอบไม่ถูกบ้าง ท่านเคยไปดูไหมครับ ไปติดตามคนเหล่านี้กลับไหม ชายแดนเคยทําให้เขาดีไหม มีงบประมาณไปดูด่านต่าง ๆ ให้ได้รับงบประมาณมากไหม ผมไปตรวจเยี่ยมมาหมดครับตอนสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรี ผมก็ไปถามทุกข์สุข กําลังคน กําลังงบประมาณน้อยมาก ถ้าจะให้ดีนายกรัฐมนตรีครับ รัฐบาลเองควรจะต้องจัด งบประมาณที่มากเพียงพอให้มีการเปิดเรื่องด่าน เรื่องชายแดนทําให้มันดีหน่อย แล้วก็ดูแล ในเรื่องของการเข้าออก เอางบประมาณมาลง ทําให้มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการ ท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าอาจจะมีผล แต่ถ้าเมื่อดีขึ้นผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่เกิดขึ้นระหว่าง ประชาชนกับประชาชน ๒ ประเทศ เงินตราต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น คนที่จะมาเที่ยวก็ต้อง ผ่านแดนประเทศไทยไปประเทศกัมพูชาก็ได้รับค่าตอบแทนครับ หรือแม้กระทั่งโรงแรม ต่าง ๆ ที่จะขึ้นก็ต้องทําให้มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะไปเที่ยวกลับมาแล้วมาพักฝั่งด้านไทย แต่นี่ดูเหมือนว่าไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวหรอกครับ เอาเพียงแต่ว่าจะทําอย่างไร ให้มันหยุดในเรื่องของความเครียด เรื่องการใช้กําลัง เดี๋ยวก็ยิงกัน ปะทะกัน ๔ ครั้ง ปะทะกัน ๕ ครั้ง ฟังดูแล้วใครจะมาเที่ยวล่ะครับ เขาก็กลัวตาย ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ผมก็ เป็นห่วงครับ ไม่ได้พาดพิงท่านพนิชนะครับ ๗ คนไทยที่ไป แต่เรียนว่าก็เป็นเรื่องดีครับที่ท่าน ออกมาบอกว่าท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เป็น ผมก็เป็นห่วงท่าน แล้วผมก็เป็นห่วง คนไทยทั้ง ๗ คน ท่านจะรู้จักกับท่านวีระ รู้จักกับคุณราตรีหรือไม่ อย่างไรผมไม่ทราบ แต่ร่วมคณะกับท่านไป ท่านเองก็คงเป็นห่วง เพราะเข้าไป ๗ คน ตอนนี้กลับมา ๕ คน หายไป ๒ คน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไรครับ นโยบายจะเอาคนไทยกลับตั้งแต่แรก หรือกลับมา ๕ คนพอแล้ว อีก ๒ คนช่างมัน มันเป็นความแตกแยกระหว่างคนที่กําลังชุมนุม อยู่ข้างนอก เขาก็ทวงคนของเขาครับ หรือไม่ใช่คนของท่านแล้วครับท่านกษิต ท่านวีระ ไม่ใช่เพื่อนท่านหรือ ท่านราตรีไม่ใช่เพื่อนหรือ อย่าบอกนะว่าไม่ใช่ ใช่แน่นอน เมื่อกี้ผมถาม คุณประพันธ์ คูณมี ใช่แน่นอน แล้วผมถามว่าวันนี้ท่านไปเยี่ยมท่านวีระเขาด่าท่านอย่างไร ท่านถึงไม่สนใจเขา เขาก็เป็นคนไทยนะ ท่านเองต้องดูแลเขาด้วยในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่ไปถึง ๘ ปี อีกคน ๖ ปี อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าดูแลแล้วครับ การดูแลก็คือการนําคนเหล่านั้นจะด้วยวิธีใดก็ตาม วิธีการทูตก็ตามหรือจะไปแลกเปลี่ยน เห็นบอกเอาคนเขมร ๑๐๐ คน แลกกลับมาได้ ๕ คน ก็แล้วแต่ นี่เขายังปราณีนะ ให้ทหาร กลับมา ๒ นาย ท่านประธานครับ สิ่งนี้รัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรีเองต้องใส่ใจ คนไทย ที่เหลืออยู่คือบุคลากรของประเทศ เกียรติภูมิของเรา การติดต่อ ติดตาม ต้องให้ชัดเจนครับ ท่านอย่าไปบอกว่า ๗ คน ได้มา ๕ คน พอใจแล้ว แล้วดูเหมือนว่าเอา ๑๐๐ คนไปแลกปล่อยกัน มันไม่ใช่นะ ประเทศนี้ถ้าแลกกันได้ท่านก็แลกสิครับ เอาเขาพระวิหารไป เอารอบ ๆ มาแลกกัน ทําไมไม่เจรจากันล่ะ มันจะได้จบ นี่มันเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นความตายเขาอยู่สุข ไหมครับ ถามท่านพนิชสิ ไปขังอยู่ถ้าสุขท่านคงไม่เอาผมออกจากศีรษะหรอกครับ ขอโทษ นะครับ แต่วันนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ท่านขึ้นจั่วหัว พยายามพูดอยู่ตลอดครับไม่พูดถึง ส.ส. ว่าท่านพนิชเป็น ส.ส. ท่านพูดถึง ๗ คนไทย เมื่อท่านพูดถึง ๗ คนไทยแล้วอีก ๒ คนที่เป็น คนไทยหรือเปล่า หรือเป็นคนเขมรในขณะนี้ซึ่งให้อยู่ประเทศเขมรท่านก็ต้องเอาเขากลับมา แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าให้เสียเปรียบ อย่าให้เสียหาย เพราะผมยังคิดว่าการจะลงทุนอะไรหรือการแก้ไขปัญหาอะไร ถ้ายืนอยู่ในหลักของการเจรจา โดยประเทศไม่เสียหายแล้วได้คนกลับมา เยี่ยมครับ เปรียบเสมือนกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณครับ เกิดเหตุการณ์ขึ้นมา จลาจลที่ประเทศเขมร ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณยกสายคุย กับท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเลย บอกถ้าท่านดูแลคนของผมไม่ได้ ผมจะขอเอาเครื่องบินไป ลงรับคนของผมกลับ แล้วไปรับจริง ๆ ครับ ของเรามีไหมละครับ มีไหมท่านนายกรัฐมนตรี ไปคุยกันหลังตึกไทยคู่ฟ้า มีไปคุยกันที่ทําเนียบหรือเปล่า เอาทหารมาพูดมาคุยเขตชายแดน จะแก้ไขอย่างไร ท่านอย่าสั่งอย่างเดียวครับ ท่านต้องลงไปดู ถ้าผมเป็นท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมไปยืนอยู่แล้วชายแดนประเทศเขมร ไปดูว่าประชาชนเป็นอย่างไร ไปดูว่าเหตุการณ์มันจริง หรือเท็จ คุณรายงานอย่างไร เพราะแผ่นดินเรายังยืนอยู่ในแผ่นดินของเรา เราไม่ต้องกลัวหรอกว่า เดี๋ยวกระสุนปืนหรือลูกกระสุนมันจะตกข้ามมา เพราะถ้ามันตกคนไทยตายเยอะกว่านี้แล้ว ท่านควรจะไปดูทั้ง ๒ ท่าน เพราะอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทําให้เหตุการณ์มันลดลงในเรื่อง ของความรู้สึกกับอีกฝั่งหนึ่ง หรืออาจจะเปิดโต๊ะเจรจาที่ชายแดนเลย ระหว่างชายแดนเลยทํา กันแบบของต่างประเทศ แคมป์ เดวิด (Camp David) หรืออะไร เจรจากันเลยครับเอาให้ยุติ ระดับการทูตไม่ได้ ระดับตัวท่านเอง ยกสายแล้วไปดูเลยว่าเหตุการณ์อย่างไร ผมเชื่อว่ามันจะ หาทางพูดคุยกันได้ เพราะเป็นประเทศมิตรมหาอํานาจด้วยกันนะครับ เราอยู่เป็นประเทศ ที่อยู่ใกล้ชิดกัน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองจะลอยตัว ดูเหมือนว่าทางประเทศเขมรเองอ่อนด้อยกว่าเราหรืออย่างไรถึงไม่สามารถที่จะลงไปดู แต่สิ่งที่ตามมาก็คือคนที่เดือดร้อนคือประชาชนคนไทยทั้งนั้นนะครับ หรือท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าคนไทยส่วนนั้นเป็นส่วนน้อย ไม่ได้นะครับ ส่วนน้อย ส่วนมาก ส่วนใหญ่ แม้กระทั่ง คนเดียวก็ไม่ได้ ท่านต้องหาทางที่จะต้องเอาเขากลับมาอยู่ในบ้านของเขา มิฉะนั้นท่านต้อง ปลูกบ้านให้เขาอยู่ใหม่ให้ห่างวิถีกระสุนในเขตตรงนั้น ถ้าจะทําใหม่ แต่ผมไปเห็นครับว่า เขตแดนต่างประเทศ ชายแดนเขาค้าขายกันดี จังหวัดสระแก้วไปดูก็ดี ทุกอย่างดีหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมต้องเรียนครับว่าถ้าเรายังขืนทําว่าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ปัญหาความเดือดร้อน ปัญหา สิ่งต่าง ๆ มันไม่หมดไปหรอกครับท่านประธาน และผมยังมั่นใจครับว่าประเทศที่เป็นมิตร ประเทศของเราแต่เก่าก่อนก็คงอยากจะเป็นมิตร โดยเฉพาะประเทศไทยเขาให้เกียรติอยู่แล้ว เพราะในย่านอาเซียนนี้ประเทศไทยก็ไม่ได้อ่อนด้อยกว่าประเทศอื่น แล้วก็เขายินดียอมรับ ตั้งแต่สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ได้จัดให้มีการประชุมอาเซียนขึ้น เขายอมรับครับ และเขาบอกกล่าวว่าเขายินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่วันนี้เราดูเหมือนว่าเราไม่ได้ทําสิ่งต่าง ๆ ในอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้วางไว้ให้ ที่ท่านได้มาเรื่องโครงการต่าง ๆ หรือนโยบายต่าง ๆ ท่านบอกว่านโยบายดี ๆ ท่านลอกมา ๓๐ บาท หลักประกันสุขภาพ เอสเอ็มแอล (SML) โครงการต่าง ๆ แต่ทําไมท่านไม่เอานโยบายต่างประเทศมาใช้บ้าง หรือท่านบอกว่าอันนี้ไม่ดี เพราะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านด่าเขาไว้มากก็เลยไม่กล้าเอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาเป็นกรณีในการดูแล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากนะครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เราควรจะหาวิธีการที่จะแก้ไข แล้วไม่ช้าหรอกครับ เรื่องมรดกโลกมันต้อง มีการประชุมกันต่อ แล้วเราก็ต้องไปประชุมกับเขา เราเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาขึ้นทะเบียน เราให้ความสําคัญระดับไหน อย่างไร การทหารเราเข้มแข็งอยู่แล้ว ประเทศของเรา พร้อมรบอยู่ครับ แต่จะรบกันหรือครับ เราไม่สามารถที่จะไปรบกับเขาได้หรอกครับ ตราบใด ที่เรายังอยู่ในกลุ่มอาเซียน แล้วตราบใดที่เขามองนะครับว่าเราอยู่ในกลุ่มสหประชาชาติ ท่านบอกว่าท่านจะยกสายท่านนายกรัฐมนตรีไปคุยกับเลขาธิการสหประชาชาติ ผมไม่ทราบ ท่านยกสายหรือยัง ยกสายแล้วนะครับ ท่านพยักหน้า แล้วท่านได้อะไรมาบ้าง ได้อะไรมาบ้าง ได้กรอบเจรจาหรือเปล่า เพราะกลุ่มของประเทศกัมพูชาเองดูเหมือนว่ากลุ่มประเทศต่าง ๆ เขาค่อนข้างที่จะเข้าใจ กลายเป็นว่าเราเองกลับถูกมองว่าเป็นผู้ที่เสียหายแล้วก็ยังเสียประโยชน์ นี่คือการบริหารงาน ของท่านที่ถูกประเทศต่าง ๆ ที่เขาออกตามข่าวว่าเขามองเราอย่างไร ผมขอเสนอแนะ ท่านประธาน คนต่าง ๆ ที่ขณะนี้เดือดร้อน ทั้งคนเจ็บ คนตาย คนบาดเจ็บ ที่อยู่อาศัยและ อาชีพ ท่านต้องเร่งดูแล ชดเชย เพราะวันนี้มันมีตัวเลขที่จะต้องดูกลุ่มคนที่ย้ายออก ท่านนายกรัฐมนตรีเองต้องกล้านําเงินมาชดเชย ตรวจสอบ แล้วก็ต้องให้คุ้มค่ากับค่าเสียหาย ไม่ใช่บอกว่าวันนี้ผ่านไปอีก ๕ ปีก็ยังไม่มีงบประมาณ อย่างนี้ไม่ได้ครับ
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของทหารที่ผมกล่าวไปแล้ว เรื่องเบี้ยเลี้ยง เบี้ยยังชีพ สวัสดิการ การดูแลรักษาพยาบาลทุกอย่าง ขวัญกําลังใจ ท่านต้องลงไปดูแลครับ อย่ามัวแต่ สะสมกําลังอาวุธ อย่ามัวแต่ฟังแม่ทัพนายกอง พวกนั้นไม่ได้ทําอะไรเลย เพราะไม่ได้ผ่านศึก สงครามครับ เรียนนายร้อยอย่างเดียว อ้ายพวกที่อยู่ข้างล่างนี่ ทหารพรานนี่ของจริง รับฟัง รายงานอย่างเดียว ซื้อแต่อาวุธ ไม่รู้ถึงข้างล่างหรือเปล่า เบี้ยเลี้ยง เบี้ยอะไรน้อยมาก เบิกกัน หายไปหมด ท่านไปตรวจเช็กก็แล้วกันครับ ผมได้รับรายงานมา
เรื่องสุดท้ายครับ ท่านกรุณาอย่าเอาวิกฤติตรงนี้มาทําเป็นเรื่องการเมือง พอแล้วครับท่านนายกรัฐมนตรี ถึงอย่างไรท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องใช้ วิกฤติตรงนี้ครับ ท่านมีอย่างเดียวคือเจรจาให้มันเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาสในเรื่องของการทําให้ เขตแดนนั้นชัดเจนขึ้นและเปิดเจรจาให้ดี แล้วก็ควรจะแจ้งเป็นลําดับถ้ามีการเจรจา ออกโต๊ะแถลงครับ ขณะนี้เราทําอะไรไปบ้าง ความชัดเจนอย่างไร ประชาชนจะได้เข้าใจว่า รัฐบาลทําอะไรไว้บ้าง นี่เงียบ และมีแต่กรณีของกรณีพิพาทออกมาเป็นข่าวและกรณี ความขัดแย้งต่าง ๆ ผมยังเชื่อว่าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันจะดีก็ต่อเมื่อท่านเองนะครับ การที่เจรจากันทางการทูตก็ส่วนหนึ่ง ตอนนี้มันลดระดับลงไปเรื่อย ถ้าฟื้นฟูมันก็ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้นํา ท่านลองคิดสิครับว่าถ้าท่านเองตั้งโต๊ะคุยกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน คุยกัน ไม่ต้องให้ท่านกษิตไปหรอกครับ ท่านกษิตท่านไม่ต้องไปหรอกครับ ขอร้องครับ ท่านไป เดี๋ยวมีปัญหา ท่านเอาระดับรองท่านก็ได้ครับ ปลัดก็ได้ ใครก็ได้ หรือทูตก็ได้ ลองนัดกันครับ ไปคุยกันชายแดนก็ได้ถ้าไม่อยากข้ามไปประเทศเขา ไปดูครับ ไปชี้ ผมว่ามิตรภาพเรานี่ยังดีกัน แต่เรื่องตรงนี้จะบอกว่าปะทะกัน ก็ใช้ได้ครับ ปะทะ แต่มันรุนแรง ภาพข่าวมันออกไป ระดมยิงทุกอย่าง ใช้อาวุธทุกอย่างยิงกัน ถล่มกัน ภาพข่าวหนังสือพิมพ์ ภาพข่าวต่าง ๆ นี่เขาออกไปไม่ใช่ปะทะ ปะทะมันต้องเปาะแปะ ๆ เลิกกัน หรือกลัวว่ากระสุนต่าง ๆ มันมีอายุการใช้งาน มันต้องจัดซื้อใหม่ ต้องยิงล้างลํากล้องหรือเปล่าครับท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวมันไม่ได้ใช้เลย ท่านต้องดูให้ดี ผมเองเป็นห่วงแล้วก็วิตกพี่น้องประชาชนมากกว่า แล้วก็ ไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วก็คน ๒ คนที่อยู่ที่ประเทศเขมร คนไทยนะครับท่าน ๗ คนไทยนะ ท่านพูดเสมอว่า ๗ คนไทย แต่วันนี้ ๕ คนไทยกลับมาแล้ว อีก ๒ คน ฝากท่านด้วยครับ แล้วก็คงขออนุญาตนะครับว่าญัตติอย่างนี้ท่านควรรับจากสภาไปแล้ว ก็ไปดําเนินการต่อ ไม่ใช่พวกเราพูดแล้วท่านก็ฟังแล้วไม่ได้ทําอะไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ