พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พูดถึงปัญหาขอบเขตแดนไทย-กัมพูชา และอธิบายเหตุการณ์ที่ทำให้เขตแดนไม่ชัดเจน พวกเขาหารือเรื่องแผนที่ 1:200,000 ที่ใช้ในการศึกษาสำรวจและแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อตกลงเอ็มโอยู ปี 2543 และแก้ไขแผนที่ของไทยตามอนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ใคร่ขอเวลาท่านประธานพอสมควร เพื่อพูดในสิ่งที่คิดว่ากําลังเป็นปัญหาสําคัญในบ้านเมืองนี้ครับ ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจว่า จะต้องมาอภิปรายอะไรในวันนี้นะครับ แต่หลังจากที่ฟังหลาย ๆ ท่านในสภาที่ทรงเกียรตินี้ ลดตัวเองลงไปพูดเหมือนนอกสภา ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสาร และที่ไม่เป็น ความจริง ก็คิดว่าในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสภานี้ผมจําเป็นจะต้องพูดอะไรเพื่อความเข้าใจ ร่วมกันบ้าง เมื่อกี้มีสมาชิกบางท่านพูดว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นความโง่ของรัฐบาลที่ไป ลงนามในเอ็มโอยู บางท่านพูดว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ทํามาโดยไม่ได้ปรึกษากับ ฝ่ายความมั่นคงหรือฝ่ายการทหารเลย บางคนก็พูดว่าไปยึดเอาแบบอย่างของเจ้าอาณานิคม โดยนําแผนที่ของเจ้าอาณานิคมประเทศเพื่อนบ้านนี้มาเป็นหลักในการทําเอ็มโอยู ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ และบังเอิญว่าผมไปอยู่ใน ช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลชวน ๒ เป็นรัฐบาล และเป็นปีที่มีคนเข้าใจว่าเป็นปีแรก ที่ทําเอ็มโอยู ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าตั้งแต่รัฐบาลชวน ๑ ระหว่าง ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ โดยกระแสโลกาภิวัตน์ และกระแสในการที่จะต้องพัฒนาประเทศ ทั้งภูมิภาค ก็มีความเห็นว่าความชัดเจนในการที่จะทําเขตแดนประเทศไทยที่ติดกับประเทศ เพื่อนบ้านให้เป็นที่ชัดเจนเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นจริง ๆ ไม่ว่าเขตแดนระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ระหว่างไทย-ลาว ไทย-พม่า แม้กระทั่งไทย-กัมพูชา ที่กําลังถกเถียงขณะนี้ ในการทําหลักเขตแดนแถบอื่น ๆ เป็นไปด้วยเรียบร้อย ผลงานกระทรวงการต่างประเทศ ทําไปด้วยดี ไม่ว่าไทย-ลาว ไทย-มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งไทย-พม่า ก็ไม่สู้จะมีปัญหาอะไร ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันนัก และเชื่อว่าอย่างน้อยเขตแดนทางใต้ ไทย-มาเลเซีย ก็กําลัง เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างสําคัญของบ้านเมือง ณ ขณะนี้ ตอนปี ๒๕๔๓ ผมอยู่ที่ กระทรวงการคลัง ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการจัดลําดับที่นั่งของรัฐมนตรีด้วยเรียงตาม ตัวอักษร เพราะฉะนั้นอักษร ก ถัดจากกระทรวงกลาโหมมาก็ถึงกระทรวงการคลัง ถัดจาก กระทรวงการคลังไปก็ถึงกระทรวงการต่างประเทศ แล้วถึงจะไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่นั่งข้างซ้ายผมคือ พลเอก วัฒนชัย รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่นั่งข้างขวาผมคือดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เพราะฉะนั้นผมก็มีโอกาสฟังทั้งซ้ายทั้งขวา พูดถึงปัญหา ต่างประเทศและเสนอเรื่องสําคัญ ๆ เข้า ครม. แล้วก็ยังจําได้อยู่จนกระทั่งบัดนี้ครับ ปัญหา เขตแดนไทย-กัมพูชา ท่านประธานถ้าจะพูดให้หมดจดครับ เป็นเรื่องที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ ๑๐๓ ปี ที่แล้วครับ ตั้งแต่สมัยปี ๒๔๕๒ และในปี ๒๔๕๒ คือ ๑๐๓ ปีที่แล้วท่านประธานจะจําได้ว่า มันใกล้ชิดกับเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบบุกเข้ามาในแม่น้ําเจ้าพระยาจนไปตั้ง ป้อมปืนจ่อยิ่งพระราชวัง และทําให้พุทธเจ้าหลวงเราต้องยอมตัดสินพระทัยทําแก้ไขปัญหา ประเทศชาติหลาย ๆ เรื่อง แม้กระทั่งการต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามให้กับฝรั่งไปตั้ง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ฟรังก์ ด้วยอาศัยเงินถุงแดงส่วนพระองค์ที่ทรงมีอยู่บ้างมาแก้ไขปัญหา ประเทศชาติ ปัญหาการทําเอ็มโอยู การปักปันเขตแดนตั้งแต่สมัยก่อนนั้น ท่านประธานครับ มันก็มีต่อมาจากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ครับ คือเมื่อปี ๒๔๕๒ เขตแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด ขอเรียนกับท่านประธานว่ามันมีความยาวมากเหลือเกินครับ ตั้งแต่ช่องซะงํา อําเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ยาวตลอดมาผ่านจังหวัดสุรินทร์ ผ่านจังหวัดอุบลราชธานี กว่าจะถึงที่หาดเล็ก ที่จังหวัดตราด เป็นระยะทางทั้งหมดเรียนว่า ๗๙๓ กิโลเมตรครับ ใน ๗๙๓ กิโลเมตรดังกล่าว หลังจากเกิดเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ก็มีความพยายามที่จะจัดการทําปักปันเขตแดนให้เป็นที่ ชัดเจนระหว่างที่ประเทศไทยกับที่ประเทศมาเลเซียก็ทีหนึ่ง เหตุการณ์ที่จะทําแผนที่ให้ ครอบงําให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ ๘๐๐ กิโลเมตรดังกล่าวแผนที่จะต้องใหญ่มหึมามาก เพราะฉะนั้นสัดส่วนแผนที่ทําขึ้นมา ณ ขณะนั้นอาศัยเพียงแผนที่ของประเทศฝรั่งเศส ที่มีอยู่ ประเทศฝรั่งเศสมาทําแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เราก็มักจะบอกว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ ไปเซ็นสัญญา ไม่ให้ไทยรู้เห็นด้วย แต่ ณ ขณะนั้นด้วยขีดจํากัดในความสามารถในเทคโนโลยี ในวิชาการ ในปัจจัยอุปกรณ์ เราเป็นผู้มอบหมายให้ฝรั่งเศสเป็นคนทําแผนที่ครับ และแผนที่ ที่ทําตลอดครอบครองเขตแดนทั้งหมดอันยาวเหยียดดังกล่าวนี้ได้ทําไว้ทั้งสิ้น ๗๓ หลัก เริ่มหลักแรกตั้งแต่ที่ช่องสะงํา อําเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จนถึงหลักที่ ๗๓ ที่บ้านหาดเล็ก อําเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ๗๓ หลักที่ทําเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วส่วนใหญ่ทําด้วยไม้ครับ บางส่วนก็ก่อด้วยปูน และไม่มีหลักที่เป็นมาตรฐานแข็งแรงยืนยัน ในแผนที่ที่ฝรั่งเศสเอามา ทํามีอยู่ ณ ขณะนั้นก็ต้องเรียนว่ามันก็มีข้อบกพร่อง ธรรมดาตามวิสัย ในเส้นทางถึงเกือบ ๘๐๐ กิโลเมตรดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยทิวเขา เทือกเขาที่สลับซับซ้อนหลายเขา เพราะฉะนั้นการที่พิจารณาเทือกเขาปันน้ําว่าเทือกเขาไหนสูงที่สุดที่จะเป็นเทือกเขาปันน้ํา ที่แท้จริง บางทีการทําแผนที่ในระหว่างนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเทือกเขาไหนสูงที่สุด เพราะฉะนั้นเทือกเขาปันน้ํายังมีข้อแตกต่างและยังมีความผิดพลาดอยู่ที่จะต้องแก้ต่อไป ในวันข้างหน้า ใน ๑๐๓ ปีที่ผ่านมานะครับ ระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชามีเหตุการณ์ เกิดขึ้นหลาย ๆ อย่าง เกิดสงครามหลายฝ่ายในประเทศกัมพูชา ยืดเยื้อกันมาเป็นสิบ ๆ ปี เขมรหลายฝ่ายที่รบกันอยู่ในประเทศมาเลเซียส่วนหนึ่งทําลายหลักเขตไปโดยสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งหลักเขตถูกโยกย้ายด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น เขมรบางฝ่ายที่ถอยร่นหนีเขมรอีก ฝ่ายหนึ่ง เมื่อมาถึงที่ใดที่หนึ่ง แล้วก็อาจจะโยกย้ายหลักเขตของไทยไปไว้ในเขตเขมร เพื่อเป็นการป้องกันตนเองว่าตรงนี้เป็นเขตไทยนะครับ อย่าล่วงล้ําเข้ามา ลักษณะเช่นนี้ มีเกิดขึ้นหลาย ๆ แห่งครับ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสหประชาชาติมาทําค่ายอพยพ บางแห่ง ที่เป็นค่ายอพยพที่ทําขึ้นมาโดยสหประชาชาติเพื่อป้องกันผู้อพยพในค่ายก็มีการโยกย้าย หลักเขตบางแห่งไปปักไว้ เพื่อแสดงว่าเป็นเขตไทยหรือเป็นเขตเขมรเพื่อป้องกันการถูกทํา ร้ายด้วยอีกฝ่ายหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมามีพ่อค้านักธุรกิจที่ไปทําไม้ใน บริเวณชายแดนจํานวนมาก พ่อค้าไทยที่ไปตัดไม้ไทยในเขตไทยนี่นะครับ เมื่อเกรงว่า เจ้าหน้าที่จะถูกจับกุม กลัวถูกดําเนินคดี ก็มีการโยกย้ายหลักบางหลักของเขมรเอาไว้ในเขตไทย เพื่อเป็นการป้องกันตัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอด เพราะฉะนั้น ๗๓ หลักทั้งหมดมันต้อง เปลี่ยนแปลง มันต้องแก้ไข มันต้องสะสาง มันต้องสํารวจ มันต้องตั้งคณะกรรมการ ที่จะพิจารณาเจรจาร่วมกัน เราจะปล่อยปัญหาที่คาราคาซังมาถึง ๑๐๐ กว่าปีนี้ต่อไปอีก ข้างหน้าไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่รัฐบาลชวน ๑ ก็มีการเข้ามา พูดกันในคณะรัฐมนตรี ผมเรียนว่าในรัฐบาลชวน ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่มาจากพรรคพลังธรรมครับ ตั้งแต่ท่าน นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ มาจนถึง พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร และมาถึงดอกเตอร์กระแส ชนะวงศ์ ความเห็นในการ ที่จะต้องทําการปักปันเขตแดนการสํารวจโดยตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาร่วมกันโดยเป็น คณะกรรมาธิการร่วมเป็นความคิดที่มีมาตั้งแต่บัดนั้น แต่พอมาปี ๒๕๓๘ รัฐบาลชวน หลีกภัย พ้นไป มาถึงรัฐบาลของ พลเอก ชวลิต ก็ยังมีตั้งคณะทํางานศึกษาในการที่จะทํา คณะกรรมาธิการร่วม ต่อมาในสมัย ๒๕๓๗ รัฐบาลชวน หลีกภัย หนังสือที่ทําคือ ข้อตกลง แห่งสหราชอาณาจักรกัมพูชากับประเทศไทย ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๗ หรือ ปีคริสต์ศักราช ๑๙๙๔ ครับ ไม่ใช่มาเริ่มเมื่อปี ๒๕๔๓ จนกระทั่งถึงรัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ยังมีการทําข้อตกลงที่จะตั้งคณะกรรมาธิการจัดทําหลักเขตแดนทางบก ร่วมกันระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา เป็นหนังสือลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ ครับ ก่อนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะมา คือกลางปี ๒๕๔๐ แต่ก็ยังทําคืบหน้าไปได้ไม่เท่าไร จนเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลชวน หลีกภัย ๒ และผมมีโอกาสร่วมกันอยู่ในคณะรัฐมนตรี ปัญหาเหล่านี้คุยกันในคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บังเอิญท่านเป็น นายกรัฐมนตรีด้วยก็ไปนั่งหัวโต๊ะ ไม่ได้ร่วมกัน แต่ พลเอก วัฒนชัย วุฒิศิริ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งข้างซ้ายของกระทรวงการคลัง เราได้หารือกับทางทหาร ถึงปัญหาเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ว่าเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ หรือความมั่นคงของประเทศชาติ ขณะเดียวกันขวามือของผม ดอกเตอร์สุรินทร์และคุณชายสุขุมพันธ์ เราก็ได้หารือกันตลอด ถึงประโยชน์ความจําเป็นในการที่จะต้องเร่งปักปันเขตแดนเหล่านี้ให้ถูกต้อง ผมเรียน ท่านประธานมาตั้งแต่แรกแล้วว่าในระยะทาง ๗๙๓ กิโลเมตรตลอดแนวชายแดนมีปัญหา พื้นที่ไม่เหมือนกัน ตรงบริเวณจังหวัดสระแก้ว ตรงนี้เรียกว่าฉนวนไทย เป็นที่ราบและมีการ ไปมาหาสู่กันเยอะ พื้นที่เทือกเขาไม่มี ไม่ต้องมีสันปันน้ํา แต่หลักเขตแดนตรงนี้ถูกโยกย้าย ตลอดเวลาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทั้งพ่อค้า ทั้งสหประชาชาติ ทั้งเขมรแต่ละฝ่ายที่เข้ามา ยึดครองพื้นที่ ทั้งในการตั้งค่ายอพยพ เพราะฉะนั้นหลักเขตในบริเวณตั้งแต่เขตที่ ๔๐ กว่า ขาดความแน่นอน ตรงนี้จําเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันที่จะศึกษาทําให้ถูกต้องสักทีหนึ่ง
ทําไมต้องใช้แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ผมกําลังเรียนว่าเรียกทางยาว ถ้าหากว่า เราทําแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ คงจะต้องอาศัยแผนที่กว้างถึงหลาย ๆ เมตรเชียวละครับ แต่แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แน่นอนละครับ ความชัดเจน แน่นอน บางทีความละเอียดแน่นอน มันก็ดูได้ยาก ในเทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาหลาย ๆ เทือกเขา เทือกเขาไหนเป็นที่สูงที่สุด เป็นที่เริ่มต้นของสันปันน้ํา ยากแก่วิสัยในการที่จะดูได้ในแผนที่ เพราะฉะนั้นแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ทําไว้เมื่อ ๑๐๓ ปีก่อนโดยประเทศฝรั่งเศสที่ระบุไว้ ในเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ นี้ว่าจะถือเอาตรงนี้มาเป็นฐานในการที่ศึกษาสํารวจและแก้ไข พิจารณาแล้วตรงไหนถ้ามันผิด ตรงไหนถ้ามันไม่ถูกต้อง ในกรอบแผนที่นี้ต้องแก้ไขครับ แก้ไขแล้วจะมาเปลี่ยนมาเป็นแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ให้ความชัดเจนในแต่ละส่วน อีกกี่แผนที่ ก็แล้วแต่ นั่นคือที่มาของสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดว่า คําว่า แผนที่ นี้มันมีเอส (S) มันจะต้องมีหลายฉบับ ไม่ใช่หมายถึงว่าแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นี้เป็นที่ตายตัวว่าจะต้องทํา ตามนั้น แต่คณะกรรมาธิการร่วมกันที่ตั้งขึ้นจะต้องศึกษาความบกพร่อง ความไม่ถูกต้อง ของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ นี้ทําให้มันถูกต้อง และปรับเปลี่ยนด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกัน
ท่านประธาน เราพูดถึงเรื่องถ้าเราพูดถึงเรื่องเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เยอะ ใครไม่ได้ไปอ่านจริง ๆ เหมือนกับว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเครื่องมือขายชาติ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นสิ่งที่ทําให้เสียดินแดน เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นสิ่งที่ทรยศต่อประเทศไทย คนที่ พูดเหล่านี้บางทีไปเอาแง่มุมบางจุด บ้างข้อขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่มีใครสักกี่คนละครับที่ไป ศึกษาดูเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ทั้งฉบับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ผมเพิ่งนํา เรื่องนี้เขียนในหนังสือแนวหน้า หน้า ๓ ฉบับของวันนี้ก็ยังพอที่จะจําได้อยู่ ประกอบด้วย ๙ ข้อ ข้อแรก ก็คือสรุปว่าจะต้องตั้งคณะทํางานมาสํารวจพื้นที่บริเวณที่ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาทั้งหมดให้ชัดเจน แน่นอน สักทีหนึ่ง ข้อที่ ๒ ก็คือให้ตกลงมีการตั้ง กรรมาธิการร่วมกัน โดยมีประธานร่วม ๒ ฝ่าย วิธีการที่กรรมาธิการร่วมกันจะต้องศึกษาเรื่อง อะไรบ้าง เราก็มีการระบุอยู่ในเอ็มโอยูนี้ ข้อต่อมา ก็ดูเหมือนว่าจะให้อํานาจกรรมาธิการ ร่วมกันมีสิทธิที่จะตั้งอนุกรรมาธิการที่เป็นภาคีต่าง ๆ มาทํางานเฉพาะกิจด้วยค่าใช้จ่าย ที่รับผิดชอบ ใคร เท่าไร อะไร แค่ไหน แต่ระหว่างที่ทําการสํารวจก็มีอยู่ข้อหนึ่งว่าระหว่าง ที่ทําการสํารวจเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ก็มีข้อห้ามในการที่จะไป เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแปลงธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ผิดไปจากที่เป็นจริง ทั้ง ๙ ข้อดังกล่าวมันมีแค่นี้เองละครับ ท่านประธานครับ มันไม่มีข้อตรงไหนระบุว่ามันชั่วร้าย เลวทรามแค่ไหน การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน การกําหนดค่าใช้จ่าย การกําหนดให้มี อนุกรรมการ การกําหนดให้มีคณะกรรมการและวิธีการไปทําการศึกษา สํารวจ ปักปัน เขตแดนให้มันถูกต้องแน่นอนชัดเจนเสีย ผมไม่เห็นว่ามันเป็นการขายชาติตรงไหน มันก็เหมือนที่มีนักวิชาการบางท่านเขียนกันอยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) ขณะนี้ว่า นั่นคือวิธีการที่ถูกต้อง แต่ถ้าจะมีการไปทําวิธีการที่ถูกต้องด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องบ้าง มันก็เป็น เรื่องวิสัยของพฤติกรรมมนุษย์ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่ามีข้อขัดแย้งแล้วจะต้องส่ง เครื่องบินไปถล่มกรุงพนมเปญ ไม่ใช่มีข้อขัดแย้งแล้วจะต้องส่งกองทัพบก กองทัพเรือ ทั้งหมดนี้ไปผลักดันคนที่อยู่ในเขตแดนให้ออกไปให้หมด หรือยิงทิ้งเสียให้หมด คงจะไม่ใช่ อย่างนั้นละครับ เพราะฉะนั้นสงครามเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงการปะทุอารมณ์ แต่สันติภาพ มันเกิดยากครับ เกิดด้วยต้องมีการพิจารณาไตร่ตรอง และบนโต๊ะเจรจาเท่านั้น ผมว่าถูกแล้ว ที่รัฐบาลนี้มีความอดกลั้นอดทนที่จะพยายามคลี่คลายปัญหา ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยการเจรจาด้วยคณะกรรมาธิการที่มีคุณภาพและยอมรับกันทุกฝ่าย ท่ามกลางสายตาของ นานาชาติของคนทั่วโลกว่าเรากําลังปฏิบัติการตามวิธีการสากลที่ถูกต้องเพื่อสันติภาพ ไม่ใช่ บ้าเลือดยิงกัน ฆ่ากันอย่างเดียว สงครามมันเกิดขึ้นได้ครับ คนจะยิงกันเมื่อไรก็ได้ แต่เกิดแล้ว มันยากครับ ในแนว ๙๐๐ กิโลเมตร ๘๐๐ กิโลเมตร หรือ ๗๙๓ กิโลเมตร คนที่นั่นชาวไทย ชาวเขมร ย้ายถิ่น เคลื่อนย้ายกันไปมา เป็นญาติพี่น้องไปมาหาสู่ บางทีบ้านหลังเดียว เป็นทั้งคนเขมร เป็นทั้งคนไทยอยู่อาศัยในบ้านนั้นละครับ เพราะเขาเกี่ยวดองเป็นญาติกันแล้ว แต่ถึงแม้หลักเขตมันจะเคลื่อนย้ายถูกทําลายไปไหน ในคนระดับพื้นที่ทั้งชาวบ้านก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ดีเขารับรู้กันครับว่าเขตไทยอยู่ตรงไหน อย่างไร เขตเขมรอยู่ตรงไหน อย่างไร หลักเขตบางหลักที่มันไม่ถูกต้อง เขารอที่จะมีการเตรียมการแก้ไข เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มีเพียง แนวคิดว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาพิสูจน์หลักเขตแดน ทําให้ถูกต้อง ด้วยคณะกรรมการที่ยอมรับกันทั้ง ๒ ฝ่าย แม้กระทั่งคนที่เป็นประธานกรรมการยังตกลงว่า ทั้ง ๒ ประเทศสลับเปลี่ยนกันเป็นประธานกรรมการ ที่มาของกรรมการก็ทั้ง ๒ ประเทศ ร่วมกันตั้งเพื่อความเชื่อถือกันต่อไปในข้างหน้า บางคนบอกว่าเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นเอ็มโอยูเถื่อน เพราะไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสภา ท่านประธานครับ เอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ คือข้อพิจารณา ตกลงว่าจะตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการเจบีซีจะต้องไปทํางานพิจารณากัน ยังไม่ได้ตกลง อะไรกันเลย ยังไม่ได้ตกลงว่าที่ไหนเป็นดินแดนของใคร ที่ไหนจะเป็นอะไร แค่ไหน ยังไม่มี การตกลง เพราะฉะนั้นมันยังไม่อยู่ในเงื่อนไข มาตรา ๑๙๐ ที่จะต้องอนุมัติจากสภาก่อน ถึงจะไปทําได้ ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเช่นนี้ไม่ใช่ความคิดเถื่อนครับ และจะเป็นความคิด ที่เป็นประโยชน์แก่นานาชาติ ประเทศไทย-มาเลเซีย สงบไปเยอะแล้วครับ ประเทศไทย-พม่า ถึงแม้จะมีปิดด่าน ไม่ปิดด่านอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่พิพาทกันเรื่องดินแดน ประเทศไทย-ลาว ที่ถือร่องน้ําลึกของลุ่มน้ําโขง แม่น้ําโขงทั้งหลายนี้ทุกอย่างมันก็ปักเขตก้าวหน้าไปเยอะ ในห้องงบประมาณทุกปี ผมก็ถามกระทรวงการต่างประเทศว่าเราตั้งงบประมาณเพื่อที่จะไป ปักเขตแดน เราปักไปแล้วได้กี่หมุดแล้ว ทํามาแล้วได้สักแค่ไหนแล้ว ท่านประธานครับ มีการ ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ นอกจากบางจุดระหว่างไทยกับกับมาเลเซียที่ยังมีปัญหาอยู่ คือบริเวณ ที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นหน้าผา เป็นที่สูงชัน เป็นที่ยากต่อการประมาณการได้ว่า ตรงไหนคือสันปันน้ํา ยอดเขาไหนคือยอดเขาที่สูงที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานว่า แผนที่ ๑ : ๒๐๐๐๐๐ ที่ว่า ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นไปตามนี้ นี่คือกรอบที่จะนํามาพิจารณาศึกษา ตรงไหนผิด ตรงไหนไม่ถูกต้องมันก็แก้ไข แผนที่นี้มันไม่ได้บอกว่าตรงไหนจะต้องยุติด้วยการ เป็นดินแดนของใคร ยุติด้วยตรงไหนจะต้องเป็นของใคร แต่ท่านประธานครับ เรากําลังจะ เอาเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ เป็นฉนวนสงครามหรือครับ เรากําลังจะเอาเอ็มโอยู ข้อตกลงที่ดี ๆ เหล่านี้ไปพูดถึงขนาดว่าจะต้องส่งกองทัพเรือไปยิงถล่ม จะต้องส่งกองทัพอากาศบุกเข้าไปถึง ประเทศกัมพูชาภายในกี่ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานครับ มันล้วนแล้วแต่เกินกว่าเหตุ ท่านประธานครับ ประเทศกัมพูชาเขาก็ฟังทีวี (TV) เรา เขาก็ฟังเราพูดทุกวัน ถ้าใคร ในกัมพูชาบอกว่าจะใช้มาตรการเด็ดขาดของเราโดยส่งเครื่องบินของประเทศกัมพูชา บินมาถล่มกรุงเทพมหานคร คนไทยยอมรับกันได้ไหมครับ มันจะเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้อยคําพูดต่าง ๆ มันก็ต้องระมัดระวัง เขมรกับเรามีความสําคัญ กันใกล้ชิดมาก ภาษาไทยจํานวนมากก็มีรากฐานมาจากภาษาขอมและภาษาเขมร หลาย ๆ คําที่เราใช้อยู่ก็เป็นภาษาเขมร ตลอดแนวชายแดนเกือบ ๘๐๐ กิโลเมตร ส่วนไหนที่เป็น ลําคลอง เป็นที่ราบลุ่ม สัมพันธ์เป็นพี่น้องกันไปหมดแล้ว ค้าขาย ไปมาหาสู่ในแต่ละเดือน แต่ละวันเป็นยอดเงินมหาศาล และเป็นยอดดุลการค้าที่เราได้เปรียบเขมรทั้งละครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะปิดประเทศ การที่เราจะปิดด่าน การที่เราจะตัดความสัมพันธ์ อะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานครับ ผมอยากให้พวกเราช่วยกันคิดในสิ่งที่เป็นข้อสร้างสรรค์ ผมไม่บังอาจที่จะไปแนะนํารัฐบาลว่าทําอย่างไร และผมก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะทําอย่างนี้ ต่อไปอย่างไร เพราะผมเป็นพรรครัฐบาล แต่ผมไม่ใช่รัฐบาล ผมไม่มีหน้าที่จะต้องไปเสนอแนะ แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ และตลอดมายาวนาน เกือบ ๒๐ ปี และจากความรู้บางส่วนมันเป็นเช่นนี้จริง ๆ ปัญหาไทย-กัมพูชาจะต้องแก้ไขใน แนวเขตแดนเพื่อความชัดเจน แน่นอน เพราะต่อไปนี้มันจะเป็นตลาดการค้า มันจะเป็นตลาด ภูมิภาค มันจะต้องรู้ว่าเขตแดนใครต่อใครชัดเจน แต่ความชัดเจนไม่ใช่ส่งกองทหารไปบุก ไม่ใช่ไปรบ ไม่ใช่โดยวิธีการย้อนยุคไปเป็น ๑๐๐ ปี ไม่ใช่ด้วยการส่งเรือบุกแม่น้ําเจ้าพระยา มาตั้งป้อมปืนที่หน้าพระราชวังเพื่อขู่บังคับให้ประเทศสยามต้องทําอย่างนั้น คนอื่นทํากัน อย่างนี้เราก็ไม่ยอม เราก็เก็บความเจ็บช้ําน้ําใจมาจนเดี๋ยวนี้ ทําไมวันนี้เราทํากับประเทศอื่น ที่เราคิดว่าเขาเป็นประเทศเล็กกว่า เรามีแสนยานุภาพมากกว่า และเราพูดอะไรไป โดยไม่ระมัดระวัง คําพูดเหล่านี้ทําให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิตทํางานยาก ทํางานไม่ได้ ขณะที่ไปเจรจาคืบหน้าไปอะไร อยู่ ๆ ทางเมืองไทย คําพูด ทางเมืองไทยบางอย่างออกไปมันทําให้ทุกอย่างล้มเหลวไปหมด ๗ คนที่มีปัญหา ท่านประธานครับ ด้วยความเห็นใจอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าด้วยเจตนาดีที่ไปกัน แต่ด้วยเจตนาดี ที่ไปใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องมีหรือไม่ ท่านประธานครับ สมมุติว่ามีต่างชาติสักบางคนถูกจับกุม ในประเทศไทยเราจะใช้อํานาจรัฐที่จะไม่ฟ้องเป็นไปได้ แต่เมื่อฟ้องไปแล้วขังอยู่ในเรือนจํา เราจะใช้อํานาจรัฐไปบังคับให้ศาลต้องให้ประกันหรือปล่อยตัว มันเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้หรอกครับ ถ้าเราขังคนเขมร บางคนอยู่ในเรือนจําวันนี้และอยู่ ๆ มีข้อเรียกร้องจากกัมพูชาว่าเราจะต้อง สั่งให้ศาลปล่อยคนโน้นคนนี้กลับไปเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้ประกาศว่าเราจะดํารงไว้ ซึ่งนิติธรรม หลักที่เป็นอารยะและที่เป็นแบบแผน
ท่านประธานครับ ผมอยากให้สมาชิก ให้พวกเราไปเปิดเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ ดูสักนิดหนึ่ง และย้อนไปถึง ๑๐๐ กว่าปีก่อนว่าอนุสัญญาและสิ่งที่เกี่ยวเนื่องต่อมาระหว่าง เจ้ากรุงสยามกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศสทําเอาไว้อย่างไร และจากตรงนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้น มาจนกระทั่งถึงเอ็มโอยู ปี ๒๕๔๓ มีอะไรที่ผิดพลาด ถ้าแผนที่ไม่ถูก ผิดพลาดก็ต้องแก้ไข ณ เวลานี้ตั้งกรรมาธิการมาเพื่อแก้ไขทําสิ่งที่ผิดให้ถูก ไม่ใช่ขายชาติ ไมใช่ขายแผ่นดิน ไม่ใช่ ไม่รักษาหลักสัจจะ ไม่ใช่ทรยศ และไม่ใช่สิ่งที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องลาออก หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องลาออก ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านประธานครับ และด้วยความขอบใจขออนุญาตใช้เวลาเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ