ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง หารือเรื่องสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น และชี้แจงว่าตนเองยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนอกประเด็น และยังเหลืออีก ๒ ข้อที่ต้องอภิปราย โดยมีเรื่องสำคัญคือกรณีพิพาทกัมพูชา-ไทย และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเขามอบหมายให้ผมซึ่งทําหน้าที่ประธาน ส.ส. ได้อภิปราย แล้วผมยังไม่ได้มีอะไรนอกประเด็น ผมจั่วหัวไว้ล่วงหน้าว่าสาเหตุปัญหามันเกิดจาก ๔ เรื่อง ผมเพิ่งผ่านไปเรื่องที่ ๒ แล้วคนอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่มียอมใครหรอกครับ ถ้าไปกินแต้มฟรี ท่านยังฟังได้นั่นแปลว่าผมยังอยู่ในกฏเกณฑ์ ถ้าไม่อยู่ในกฏเกณฑ์ท่านประท้วงครับ ท่านอภิสิทธิ์ท่านชัดเจน บรรดาท่านทั้งหลายกรุณาฟังอีกนิดนะครับยังเหลืออีก ๒ ข้อ
ข้อที่ ๓ เหตุแห่งปัญหามันเกิดจากกรณีวัดแก้วผมเรียกสั้น ๆ จนกระทั่ง มีปัญหาขึ้นธงไปขึ้นธงกัมพูชา ขึ้นธงไทย ทหารมาทหารไปนี่คือที่มาของปัญหาคราวนี้ ท่านประธานผมเป็นผู้แทนแบบสัดส่วนกรุงเทพฯ แต่ผมเป็นคนปราศรัยให้พรรคเพื่อไทย ผมไปทุกพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสาน ศรีสะเกษผมไปเหมือนบ้านผม ไปประจําเริ่มตั้งแต่ กันทรารมย์ติดอุบลราชธานี เลยไปอุทุมพรพิสัย ไปราษีไศลเข้ากันทราลักษ์ ขุขันธ์ ไปหมด รู้ครับว่าประชาชนเขาไม่อยากให้เหตุเกิด คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่อยากให้เหตุเกิด แต่เหตุมันเกิดมา ๑. นายกรัฐมนตรีอภิปรายในสภาไว้ ๒. ท่านกษิตจึงด่าเขาฉิบหายวายวอด สมัยขึ้นเวที พันธมิตรถ้าฉิบหายวายวอดไม่เพราะ ผมถอน แต่ว่าด่าเขาจริง ๆ แล้ววันนี้จะไปเจรจาความเมือง การเจรจามันต้องมีอํานาจการต่อรอง ผมบอกท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านหนังสือเจอหรือเปล่าผมไม่ทราบ ผมเคยอ่านเจอ คิสซิงเจอร์เจรจากับ กอร์บาชอฟยุติสงครามเย็น คิสซิงเจอร์ศึกษากอร์บาชอฟชอบแชมเปญไอร่อนฮอต ชอบโรงแรมหลังติดภูเขาหน้าดูทะเลไปเจรจากับประเทศอิตาลี เรียบร้อยเลยครับ เลิกสงครามเย็น เพราะฉะนั้นจะไปเจรจากับเขา รัฐมนตรีต่างประเทศกับฮุนเซนมันต้อง ศึกษาโครงสร้าง ก็เขาเกลียดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอาสิคุณอภิสิทธิ์ ไปเองผมว่าบรรยากาศคนละแบบ สุเทพไปคนละแบบ ใช้กองทัพไปคนละแบบ กว่าที่รัฐมนตรีกษิตไป ด่าเขาไว้อย่างนี้ เวลาเจรจาเขาก็ด่ากลับ แต่เขาด่าในใจ กลับมาทีไร แอ๊คอาร์ทลงสนามบิน เขมรต้องการ กัมพูชาให้การต้อนรับอย่างดี เชื่อว่าทุกอย่าง โก ออน เวรี่ เวลล์ (Go on very well) ไปด้วยดี สุดท้ายตูม ตูม ตูม ตูม มันไม่ใช่ ผมเรียนท่านประธานว่า เหตุวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระเป็นมูลเหตุจนกระทั่งเกิดปัญหาตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ ผมรู้ แต่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระสร้าง พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่ประท้วง ปล่อยปละละเลยเพราะเห็นว่า เป็นเขตชายแดน ไม่มีใครเรส (Raise) ปัญหาขึ้นมาก็ปล่อยผ่าน เพราะเอ็มโอยู ๒๕๔๓ บอก ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาพื้นที่ ใครเป็นใครยังไม่ตกลงให้แน่ชัด วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระอยู่ตรงนั้น ก็เลยเป็นปัญหา ผมไม่เคยคิดว่านายอภิสิทธิ์อยากเสียดินแดน ผมก็ไม่เคยคิดว่านายกษิต ไม่รักประเทศ แต่ว่าท่านสร้างเงื่อนไขเอาไว้มันจึงเกิดปัญหาขึ้นมา เขาไม่ชอบหน้าท่าน ผมเรียนต่อครับว่าในเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ระบุเอาไว้ว่า งดเว้นการดําเนินการใด ๆ ที่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระสร้างปี ๒๕๔๑ เอ็มโอยู ๒๕๔๓ แปลว่าปี ๒๕๔๓ ข้อ ๕ ระบุ ห้ามไปแก้ไขเปลี่ยนแปลง ห้ามอะไรทั้งสิ้น ก็แปลว่าเราเสียเปรียบ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายท่านสมัคร ผมเรียนตรง ๆ ว่าท่านเป็น นักปลุกระดมตัวยงเหมือนกัน เนื้อหาสาระที่ท่านอภิปรายกินใจ ผมนั่งฟัง ตอนนั้นผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมยังเชื่อเลย เป็นอย่างนี้จริงหรือนี่ ผมเชื่อ แต่เมื่อท่าน มาเป็นรัฐบาลท่านอาจจะรู้ข้อมูล ทีท่าท่านเปลี่ยนไป ไม่เหมือนตอนเป็นผู้นําฝ่ายค้าน ผมเรียนนะครับว่าการขึ้นป้ายที่กัมพูชาขึ้น ของเราไปขึ้น แก้ด้วยกระสุนปืนไม่ได้ ต้องเจรจา คนเรานี่ถ้ามันเข้าใจกันแล้ว อะไรก็ได้ ไม่มีขัดข้องใจกันแล้ว ดําเนินการมันไปด้วยดี ไม่เชื่อ ท่านอยากให้มีเรื่อง ส่งรัฐมนตรีกษิตไปใหม่สิ งานเข้า ต่อไปผมเรียนต่อนะครับว่า ทหาร เขาหลับตามองเห็น เขารู้ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี เขารู้การเจรจา รบไปเจรจาไป เขาเข้าใจ อย่าไปยุ่งกับเขามากนักให้กองทัพดําเนินการไป ผมไม่ใช่ว่าให้มาหงอกัมพูชา รบได้รบ ต้องแสดงศักยภาพ แต่การเจรจาต้องเกิดขึ้น ด้วยความนุ่มนวลเรียบร้อย ผมไม่กล้าบอก นายกรัฐมนตรีไปรู้เห็นเป็นใจอะไร ผมไม่กล้าบอก ใครมีผลประโยชน์ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในทะเลรอยตะเข็บระหว่างจังหวัดตราด เกาะกูดติดกับเขมร เพราะผมไม่มั่นใจ แต่ว่ารัฐบาล ชุดนี้ทําอะไรแปลก ๆ น้ํามันปาล์มขาดตลาด มันต้องตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน ไปตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเป็นประธาน อ้ายนี่คือความแปลก ทําแปลกเรื่อย ๆ ผมเรียนต่อนะครับ
ประเด็นที่ ๔ ท่านนายกรัฐมนตรี ความลับในโลกมันไม่มี ถ้ารู้เกินกว่า ๑ คน ไม่มีความลับครับ คุณพนิช คุณอภิรักษ์ พวกนี้แฟนผมทั้งนั้น ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็เคยไปประชุมรู้จักมักคุ้น ผมไม่มีอคติส่วนตัว ผมไม่ได้รังเกียจ แต่ถามว่า ๗ คนที่ไป คุณพนิชไปด้วย มันเรื่องอะไรที่ต้องไปกับคุณวีระ คุณราตรี ผมไม่เข้าใจจริง ๆ แล้วอ้ายใครมันก็เก่งเหลือเกิน มันแอบไปถ่ายคลิปออกมา ผมดูโทรทัศน์ พนิชโทรบอก นายกรัฐมนตรีด้วย สมเกียรติ ขณะนี้ถึงกัมพูชาเรียบร้อย อ้ายพวกท่านก็บอก ออกมาตัดต่อ ๆ อ้ายผมไม่รู้ตัดต่อหรือไม่ ผมบอกอ้ายนี่มันเอกซเปอร์ต (Expert) มันเอาคลิปตรงนี้มาออกได้ โทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย นายกรัฐมนตรีรู้คนเดียวที่มาที่นี่ มันเป็นที่มาของปัญหา มันจึงเกิดความกินแหนงแคลงใจระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีซึ่งบริหารราชการบ้านเมือง ณ ปัจจุบันเป็นมา ๒ ปีเศษ พนิชบอกว่านายกรัฐมนตรี รู้คนเดียว รู้อะไรครับ นายกรัฐมนตรีตอบนะครับหรือพนิชพูดเอง ท่านต้องบอกว่า ไอ้นี่มันขายนาย หัวใจไม่รุกรบ พอโดนเข้าหน่อยใจเสาะ ท่านจะรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบ แต่พนิชบอกว่านายกรัฐมนตรีรู้คนเดียว ผมอยากรู้ว่านายกรัฐมนตรีรู้คนเดียว รู้อะไร แต่ถ้าท่านไม่ตอบก็ได้ เป็นสิทธิของท่าน เพราะนี่มันเป็นกระทู้ ผมถามนายกรัฐมนตรีต่อว่า ตอนหนึ่งบอกว่า บอกสมเกียรติหน่อยว่าเราเข้ามาที่เขตกัมพูชาแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไร แล้วจะได้ประสานไป ผมก็คิดเป็น ในฐานะผมเป็นพนักงานสอบสวนว่าถ้าอย่างนั้นใครเป็น อะ แมน บีไฮด์ (A man behind) ที่ ๗ คนไทยเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา ผมอยาก จะบอกกับท่านประธานว่าถนนคอนกรีตที่รัฐบาลกัมพูชาได้สร้างมาบ้านโกมุย อําเภอ จอมประสาน จังหวัดพระวิหาร มาที่วัดแก้ว แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร เข้ามาในประเทศไทย ๒๕๐ เมตรจึงเป็นกรณีพิพาท ผมไม่ได้บอก นายกรัฐมนตรี เอาเลย สั่ง ใช้แบคโฮ (Backhoe) ไปตัก ใช้แทรกเตอร์ (Tractor) ไปทุบ ไม่ใช่ ไปบอกฮุนเซนเขาสิว่าที่ทํามารุกล้ําอธิปไตยนะ ลุกล้ําดินแดนผมนะ ผมจะค้าขาย กับคุณนะ คุณเอาคนเขมรเข้ามาได้ ผมเอาคนไทยเข้าไปได้ จัดด่านถาวร ด่านพิเศษ ด่านชั่วคราว ต้องเจรจา เมื่อไม่ทําและสร้างปัญหาโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจึงเป็นที่มาของการกระทบกระทั่งจากเบาไปหาหนัก จากระหว่างกัมพูชา กับไทย วันนี้ลุกลามไปสหประชาชาติ ผมเชื่อว่าท่านไม่อยากให้เกิด ผมก็ไม่อยากให้เกิด และผมยังไม่อยากคิดว่านายกรัฐมนตรีไปกลัวม็อบขับไล่ ไม่อยากให้ท่านคิดไปยุบสภา อย่าไปยุบ อยู่ให้ครบ ทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เสียก่อน อยู่ยาวไป ๆ แต่ที่ต้อง วิพากษ์วิจารณ์ท่าน นี่เป็นเหตุผลของผมว่าด้วย ๔ ข้อนี้มันจึงเป็นที่มาของการกระทบกระทั่ง อย่างรุนแรง แล้วมันจะไม่ยุติถ้านายกรัฐมนตรีไม่ลงมือไปจัดการเอง ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์มีกรณียิงกัน คุณกษิตคุยกับฮอ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ แปลว่าเขาไม่ให้เกียรติ เขาไม่ฟัง เขาไม่ให้ความสนใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของไทย แล้วตรงนี้ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าท่านฟังผมแล้วบอก ไร้สาระ เฉลิมเป็นฝ่ายค้านก็ต้องพูดอย่างนี้ ไม่ใช่ ผมก็รักบ้านรักเมืองไม่น้อยกว่าท่านหรอก แล้วรัฐบาลของท่านมันแปลก แปลกจริง ๆ แก้ปักษ์ใต้ ๙๐ วัน แล้วเป็นอย่างไร นโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ไม่โกง ไม่กิน ไม่สิ้นชาติ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์มีเรียบร้อย ขอให้เป็น รัฐบาล อยู่ ๆ วันดีคืนดีไปจ้างเขา ๖๙ ล้านบาท ทําทําไมครับ ต้องปลดสภาพัฒน์ทั้งหมด มึงไปเขียนนโยบายรัฐบาล ปลด ย้าย แล้วคนเอาเงิน ๖๙ ล้านบาทไปจ้างมันเอาเงินตัวเองนี่ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านดําเนินกิจกรรม กิจการผิดพลาด จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ช่าง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมวิจารณ์ด้วยใจ ผมไม่เกลียดท่าน ผมไม่อคติกับท่าน แต่เหตุผล ของผมเป็นความคิดว่าผิดพลาด บกพร่องจากตัวท่าน ผิดพลาดบกพร่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ผิดพลาดบกพร่องจากข้อเข้าใจผิดเรื่องเอ็มโอยูผิดพลาด บกพร่อง จากการไม่เจรจาดุ เด็ด เผ็ด มัน ผมอยากจะเห็นว่าถ้าท่านทําอย่างนี้ต่อสถานการณ์ กัมพูชา-ไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป นายกรัฐมนตรีอย่าทิฐิเลยท่านพอรู้นี่ ท่านเอียงไม้ท่านรู้นี่ อ้ายนี่คุยได้ อ้ายนี้พูดได้ มันจะได้คาบาล (Cabal) มันจะได้ลดแรง ช่วยกันเถอะครับ บ้านเมือง ถ้ามันเลิกยิงกันได้ผมก็ดีใจ โดยเฉพาะ ส.ส. ศรีสะเกษทางนั้นเขาหนักใจ เขากลุ้มใจ วิ่งไปวิ่งมา อ้ายพวกท่านก็ร้ายเหลือเอาเงินหลวงไปแจก แหมไปยื่นหน้าสลอน กลายเป็นคนแจก ผมวิพากษ์วิจารณ์ ๔ ข้อเท่านี้ละครับ และผมยังสรุปอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยังนายกรัฐมนตรี เรื่องกองทัพดําเนินการยุทธ์ว่าไป แต่รัฐบาล ต้องเจรจา แล้วควรกักบริเวณคุณอภิสิทธิ์ ขอประทานโทษกักบริเวณคุณกษิตอย่าออกไป ประเทศกัมพูชา งดให้สัมภาษณ์ ก็เข้าไปคุยแล้วจะบอกไลออน ฮาร์ท อ้ายนี้มันสุดยอดแล้ว ในความเป็นนายกษิต ภิรมย์ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ