สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

(เนื่องจาก นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ก่อนเข้าวาระการประชุมก็ใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗ เป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้หารือในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน หรือเรื่องอื่นใดก็ตามกติกาที่ได้ปฏิบัติกันมาไม่เกินท่านละ ๓ นาทีนะครับ ก็มีรายชื่อตามลําดับที่ค้างอยู่ หลายท่านที่มีชื่ออาจจะไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมนะครับ ฉะนั้นผมจะใช้วิธีที่คิดว่าท่านได้ยื่นรายชื่อมาแล้ว ขอความกรุณาท่านได้ยกมือนะครับ เชิญท่านนริศ ๓ นาทีครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๑. เรื่องท่าเทียบเรือของเทศบาลตําบลปากพะยูน อําเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ท่าเทียบเรือดังกล่าวนี้เดิมและปัจจุบันใช้เปึนลานอเนกประสงค์ด้วยสําหรับ พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ทํากิจกรรมร่วมกัน ๒. เปึนท่าเทียบเรือสําหรับพี่น้อง ประชาชนสัญจรไปมาในหมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลสาบ และปัจจุบันนี้เปึนท่าเทียบเรือเพื่อ การท่องเที่ยวด้วย เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเกาะแก่งมีความสวยงามเปึนที่ท่องเที่ยวใหม่ ของจังหวัดพัทลุง แต่ว่าโดยสภาพขณะนี้ชํารุดทรุดโทรมคับแคบ ไม่สามารถรองรับภารกิจที่กระผมได้ กราบเรียนท่านประธานแต่ต้น คือภารกิจในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ภารกิจในการสัญจร ไปมา และโดยเฉพาะภารกิจหลังสุดก็คือภารกิจเพื่อการท่องเที่ยว ผมจึงอยากให้ ท่านประธานได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะให้มีการปรับปรุง ซ่อมแซม ท่าเทียบเรือดังกล่าว เพื่อให้มีสภาพที่ดีขึ้น กว้างขวางขึ้น มีระบบสําหรับที่จะทําให้ ท่าเทียบเรือน้ําลึกรับใช้ภารกิจที่ผมกราบเรียนแต่ต้น

เรื่องที่ ๒ ในจังหวัดพัทลุงยังมีโรงพยาบาลที่ไม่มีอาคารส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งการรักษาพยาบาลแนวใหม่ การส่งเสริมสุขภาพเปึนเรื่องสําคัญที่โรงพยาบาลจะทําให้ เปึนแบบอย่างของแต่ละชุมชน เพื่อให้ชุมชนนั้นได้ดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การรักษาโรคเบื้องต้น เรื่องความดัน เบาหวาน อาคารส่งเสริมสุขภาพจะเปึนหน่วยงาน หลักสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน แต่จังหวัดพัทลุง ยังมีโรงพยาบาลอีก ๒ โรงที่ยังไม่มีอาคารส่งเสริมสุขภาพ คือโรงพยาบาลอําเภอป์าบอน กับโรงพยาบาลอําเภอศรีบรรพต ผมจึงอยากให้รัฐมนตรีได้มีหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะจัดตั้งงบประมาณสําหรับก่อสร้างอาคารส่งเสริมสุขภาพ ให้กับ ๒ โรงพยาบาลประจําอําเภอดังกล่าว

เรื่องสุดท้าย สถานีอนามัยในจังหวัดพัทลุงทุกแห่ง แม้ว่าจะได้รับ งบประมาณไปซ่อมแซมต่อเติมแล้วก็ตาม แต่ว่ายังขาดแคลนครุภัณฑ์บางประการ โดยเฉพาะรถยนต์สําหรับใช้ในการประสานกับส่วนราชการอื่น ประสานกับ พี่น้องประชาชน ตลอดจนนําผู้ป์วยไปยังโรงพยาบาลประจําอําเภอหรือการส่งต่อ ผู้ป์วยยังเปึนปัญหา เปึนอุปสรรค แล้วก็รถยนต์ดังกล่าวจะทําให้การดูแลสุขภาพของ พี่น้องประชาชนดีขึ้น ผมจึงอยากให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจัดงบประมาณสําหรับครุภัณฑ์ รถยนต์ให้กับทุกสถานีอนามัยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสมคิด บาลไธสง เชิญครับ ๓ นาทีครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ผมขอหารือกับท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือของบซ่อมแซมถนนสายสามแยกบ้านโคกถึงบ้านหาดสั่ง ตําบลวัดหลวง อําเภอสร้างนางขาว ๕ กิโลเมตรนะครับ เดี๋ยวนี้เสียหายมากครับ ขอให้ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้รับผิดชอบ ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เช่นเดียวกันครับ ของบซ่อมแซมถนนสายบ้านโนนภูทอง ถึงบ้านชมภูพร ตําบลนาทับไฮนะครับ อําเภอรัตนวาป้ ๓ กิโลเมตร ก็ให้ทางหลวงชนบท ได้ดูแลด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ก็เช่นเดียวกันครับ งบซ่อมแซมถนนสายสามแยกบ้านวารีภิมุข ถึงหนองวัวชุม ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตรครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ เชิญครับ ๓ นาทีครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัด นครสวรรค์ วันนี้ผมจะขอรบกวนท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ผม อยากจะกราบเรียนคือเปึนเรื่องเกี่ยวกับสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาที่เทศบาลบางประมุง ตําบลบางประมุง อําเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์นะครับ สาเหตุก็คือว่าที่ชาวบ้าน ได้มาร้องเรียนกับผม แล้วก็ท่านนายกก็ได้มาเล่าให้ฟังก็คือว่า ในเทศบาลนี้ได้รับถ่ายโอน สถานีสูบน้ําบ้านสะพานมอญ จากกรมพลังงานในสมัยก่อนเมื่อประมาณ ป้ ๒๕๔๙ ได้รับถ่ายโอนมาจริง แต่ได้รับมาแล้วปรากฏว่าใช้งานไม่ได้ เพราะว่าสภาพที่ได้รับมาแล้ว เปึนสภาพที่ชํารุดเสียหาย แล้วก็ไปทับคลองที่มีอยู่เดิมด้วย จึงไม่สามารถที่จะดําเนินการ ต่อได้ ทางเทศบาล ทางท่านนายกก็ได้ทําเรื่องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็ได้มีมติออกมาว่าให้ทางเทศบาลนั้น ทํางบประมาณขึ้นไปว่ามีความต้องการที่จะต้องใช้เงินเท่าไรในการปรับปรุงให้สามารถ กลับมาใช้งานได้ ปรากฏว่างบประมาณที่ทางเทศบาลได้เตรียมขึ้นไปนั้นประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเกินความสามารถของเทศบาลขนาดเล็ก ๆ ที่มีอยู่ เกินศักยภาพ จึงได้ทําเรื่องส่งไปประมาณ ๒ ป้กว่าแล้วนะครับก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ผมจึงอยากขอให้ ท่านประธานสภาแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยพิจารณาให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อให้ทางเทศบาลบางประมุงสามารถ นําไปปรับปรุงสถานีสูบน้ําบ้านสะพานมอญให้สามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ เพื่อให้ พี่น้องอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจะได้มีน้ําไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง แล้วก็ใช้ในการทํานาแล้วก็ใช้ ในการดื่มด้วยนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตที่จะต้องหารือกับท่านประธาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกนะครับ ตอนนี้ฝนตกหนักมากในกรุงเทพมหานครมาหลายวัน มีจุดที่น้ําท่วมขังในกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็มีรายงานอยู่แล้วว่ากรุงเทพมหานครก็ทราบนะครับ ประมาณ ๔๔ จุดทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ก็ขอให้เร่งดําเนินการในการแก้ไขปัญหานี้ แล้วก็ รวมทั้งการใช้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเพื่อเตรียมการปัองกันน้ําท่วมในกรุงเทพมหานครด้วย จุดสําคัญอีกจุดหนึ่งก็คืออยู่ในซอยวิภาวดี ๒๐ ชื่อว่าซอยทรงสะอาดนะครับ ประชาชน ในซอยนี้บอกว่าถึงแม้จะตกมาตามปกติ แต่ว่าน้ําก็ท่วมทุกครั้งเปึนช่วงที่อยู่ระหว่าง หมู่บ้านชื่อว่าบ้านวิวไม้กับร้านอาหารชื่อถังข้าวนะครับ ระยะทางประมาณ ๒๕๐ เมตร ขอให้ทางเขตจตุจักรได้พิจารณาตรงนี้เปึนกรณีพิเศษ มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ต้องขออนุญาตหารือท่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาทต่อเดือนนั้น ปรากฏว่าในเขตจตุจักร มีรายงานบอกว่า บางคนที่เขาขอให้มีการโอนเงินไปที่ธนาคารจะต้องถูกหักไป ๑๒ บาท จะเหลือเงินเพียงแค่เดือนละ ๔๘๘ บาท ผมก็ถามทางเจ้าหน้าที่ของเขตจตุจักร คําอธิบายก็คือว่า ถ้าหากว่าโอนเข้าธนาคารกรุงไทยจะไม่ถูกหัก แต่ถ้าหากว่าโอนไปที่ธนาคารพาณิชย์อื่น จะถูกหักเปึนค่าดําเนินการหรือเปึนค่าธุรการทํานองนั้น คําถามก็คือว่าทําไมจึงต้องถูกหักด้วย ทําไม ๕๐๐ บาทจึงถูกหัก ๑๒ บาท ซึ่งถ้าหารตัวเลขท่านจะเห็นว่าเปึนร้อยละ ๒.๔ ครับ ท่านประธาน ๒.๔ ภายในการโอนเพียงครั้งเดียว ผมคิดว่ามันมากเกินไป และเปึนไปได้ หรือไม่ที่กระทรวงการคลังจะรับภาระนี้ให้กับประชาชน เพื่อที่จะให้ประชาชนได้รับเงิน เบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาทได้เต็มครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายผมคิดว่าผมไม่ต้องเท้าความมากกับท่านประธานนะครับ เพราะว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ ๒๘ สิงหาคม ในระหว่างการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งขณะนั้น ท่านประธานก็ทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม ที่มีกรณีของการที่ผมลุกขึ้นตามข้อบังคับ การประชุมที่จะประท้วงสมาชิกท่านหนึ่ง ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามก็คือ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านพูดในเรื่องที่ดูหมิ่นผมและไม่ได้ให้เกียรติผมในทํานองว่า ถ้าใคร ตีหัวคนนี้ได้จะให้ ๕,๐๐๐ บาท ถึงแม้ท่านจะได้ทําการถอนไปแล้ว หรือทํานองว่า ถอนไปแล้ว แต่หลังจากนั้นครับ ท่านประธานครับ มีภาพที่ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนชัดเจน นะครับ ท่านก็มานั่งอยู่ในที่นั่งของท่านแล้วท่านก็ชูธนบัตรขึ้นมา ๕ ใบแล้วก็ยิ้มหัวเราะ ด้วยท่าทางที่เยาะเย้ยถากถางแบบเดิม ผมจึงต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่านี่คือ การถูกคุกคามสวัสดิภาพของผมกลางที่ประชุมสภาอันทรงเกียรติ ผมจึงต้องขอถาม ท่านครับว่าโดยอํานาจหน้าที่ของท่าน ท่านจะให้ความเปึนธรรมกับผม และท่านจะให้ ความคุ้มครองกับสวัสดิภาพของคนเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร ขอให้ท่าน ได้ช่วยพิจารณาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นสุดท้ายที่ท่านบุญยอดได้ยกขึ้นมาก็ให้ท่านทําเรื่องถึงท่านประธานสภานะครับ เพราะปกติถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ท่านประธานสภาก็จะมีวินิจฉัยตั้งกรรมการ ขึ้นสอบสวนครับ เชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว ครับ ๓ นาทีครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตนําความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ที่จังหวัดน่านมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยไป แก้ไข

เรื่องแรกครับ ท่านประธานครับ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร ในเขตอําเภอนาน้อย ในพื้นที่ตําบลสันทะและตําบลบัวใหญ่ เนื่องจากว่าถนนที่เขาใช้ สัญจรไปมาขณะนี้ได้รับการถ่ายโอนไปอยู่ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาพถนนค่อนข้างยาว ท่านประธานครับ ชํารุดทรุดโทรม มาก พี่น้องมีปัญหามาก ผมถึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านที่มีความรับผิดชอบ โดยตรงและทางกระทรวงมหาดไทย และที่สําคัญครับ ผมคิดว่าถ้าเร่งด่วน ถ้าทําได้ก็คือ งบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ หรือ เอสพี ๒ (SP2) ครับน่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ นั่นกรณีที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ ครับ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอ แม่จริมครับ ในเขตตําบลหมอเมืองและตําบลแม่จริมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ครับ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม กรกฎาคม กันยายน พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ และ ได้ทําโครงการขอใช้งบประมาณงบกลางกรณีจําเปึนเร่งด่วนและฉุกเฉินเพื่อไปซ่อมแซม สะพานที่ชํารุด เรื่องอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยส่งให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รอท่านนายกรัฐมนตรีลงนาม แต่ขณะนี้เรื่องได้เงียบหายไป กระผมเองได้นําเรื่องนี้มา กราบเรียนถามเปึนกระทู้สดในสภา ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพนะครับ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ได้รับปากที่ประชุมบอก ๑๕ วันเรื่องจะเรียบร้อย ขณะนี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยประสานติดตามเรื่องนี้ มันเปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จริง ๆ ครับ ขณะนี้เขาต้องพยายามที่จะช่วยเหลือตนเองโดยการใช้ไม้ทําเปึนสะพาน ทดลองไปก่อน ที่อําเภอแม่จริมนะครับ ที่ตําบลหมอเมืองและตําบลแม่จริม เปึนสะพาน ท่านประธานครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ ๓ นาทีครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอหารือต่อท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องครับ ปัญหาเรื่องของ ที่ดินทํากินในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะพี่น้องชาวอําเภอคีรีมาศครับ ซึ่งอําเภอ คีรีมาศนั้นเปึนพื้นที่มีเขาเยอะและเปึนที่ที่มีป์าสงวน และประชาชนที่อยู่บริเวณแถวใกล้ ป์าก็ดี ซึ่งถึงแม้เขาจะมีใบจับจองหรือมีหลักฐานอื่นแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะมีเอกสารสิทธิ ได้ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนที่ทํามาหากินในเรื่องด้านทําการเกษตรหรือเลี้ยง สัตว์ที่มีใบ ส.ค. ๑ หรือ น.ส. ๓ ก็ยังไม่สามารถที่จะมีเอกสารสิทธิในเรื่องของโฉนด ได้ถูกต้อง ฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานถึงกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดําเนินการ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องชาวอําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยนะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของโครงการราคาพืชไร่ โดยเฉพาะการจํานําข้าว ซึ่งเมื่อวานนี้ทาง ครม. ก็อนุมัติให้มีการขยายเวลาการจํานําข้าว ไปอีก ๑ เดือน ในเดือนกันยายน แต่ปัญหาตรงนี้ก็ยังไม่ได้จบสิ้น เนื่องจากว่ารัฐบาลนั้นมี นโยบายที่จะเปึนราคาประกัน ก็ได้มีกลุ่มนักธุรกิจที่เสียผลประโยชน์ก็พยายามที่จะไป ปลุกปัืนกับพี่น้องเกษตรกร เปึนโครงการที่ไม่ดีบ้าง อะไรบ้างต่าง ๆ นานานะครับ วันนี้ก็ เอาพี่น้อง ไม่ว่าจะเปึนแถวสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตรออกมาประท้วง ป่ดถนน ผมก็อยากให้ ทางรัฐบาลนั้นได้ช่วยรีบเร่งประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโครงการประกันราคาเพื่อเอากําไร ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ตามที่ทางรัฐบาลได้ประกาศคร่าว ๆ ว่าราคาต้นทุนบวก ค่าขนส่งแล้วทางรัฐบาลนั้นให้อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนกําไรนะครับ ฉะนั้นก็อยากฝากทาง รัฐบาลให้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กับประชาชนได้ทราบโดยด่วนนะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมต้องขอขอบคุณกับทางรัฐบาลที่ได้จัดโครงการ เงินกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ หรือ เอสพี ๒ และส่วนใหญ่เราก็จะเรียกโครงการว่า โครงการไทยเข้มแข็ง นั่นเอง ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้จัดให้ไปทุกจังหวัดตามความจําเปึน ความ ต้องการของแต่ละจังหวัดนะครับ หลายจังหวัดในภาคอีสาน ภาคเหนือก็ได้กันไป เปึนหมื่นล้านบาทก็มี ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทก็มี ก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าโครงการบางโครงการที่จําเปึนที่จะต้องเร่งทําก่อนก็ยังไม่ได้ขยับขึ้นมา ให้ได้เร่งทําในงบป้ ๒๕๕๓ เลย ก็ต้องขอฝากกับท่านประธานว่ามีสมาชิกท่านใด ขอความร่วมมือด้านนี้ก็อยากจะให้ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน สืบเนื่องมาจากเมื่อ ๒–๓ วันมานี้พี่น้องประชาชนคนไทยถูกหลอก ๓ ภาคครับ มีภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางบางจังหวัด ได้ส่งคนไปเก็บของป์าที่ประเทศสวีเดน และฟ่นแลนด์ ทั้งหมดประมาณ ๑๒,๐๐๐ คน ปรากฏว่าไม่มีงานทําครับ ไปอดอยาก ปากแห้ง ไปปล่อยเกาะลอยแพ และทราบข่าวว่ากระทรวงแรงงานอนุมัติใบไปทํางาน ต่างประเทศหรือ จต. ๑๒ เปึน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ใบ แล้วก็มีการกล่าวเล่าลือกันครับว่า ใบละ ๑๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้เปึนเรื่องเสียหายอย่างรุนแรง ถือว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และเปึนการทําที่อัปยศอดสูที่สุด เพราะว่าการไปเก็บของป์าในประเทศยุโรปนั้นจะต้องมี เจ้าหน้าที่ทูตรู้เห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้ไปแล้วคนไทยได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ กระทรวงแรงงานต้องไปสํารวจตรวจสอบว่าสถานที่ทํางานนั้นไปเก็บของป์าชื่อมันก็บอก ว่าไปเก็บของป์า พี่น้องต้องถูกหลอกเสียค่าหัวคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไม่ได้เงิน งานก็ไม่มีทํา ต้องวิ่งเข้าบ้านคนไทยไปขอข้าวกิน วันนี้ยังติดอยู่ที่ประเทศสวีเดนอีก ๔,๐๐๐ คน อยู่ประเทศฟ่นแลนด์อีก ๖,๐๐๐ คน บินกลับประเทศไม่ได้ครับ นี่คือเรื่อง ที่ใหญ่มากครับสําหรับบ้านเมืองเราวันนี้ แล้วก็ไปทํางานแค่เดือนเดียวนะครับ ไม่ได้ไป เปึนป้นะครับ เสียเงินไปแสนกว่าบาท ถ้าได้คืนก็ไม่ว่าอะไร ตรงนี้เปึนเรื่องที่ทําให้พี่น้อง ประชาชนเปึนห่วงเปึนใย แล้วเมื่อเช้านี้ก็เดินขบวนมาทั้งหมดเกือบ ๒๐๐-๓๐๐ คน เงินก็ไม่มีครับ ผมต้องไปขอรถเมล์ ขสมก. ส่งกลับบ้าน ค่าน้ํามันรถ ขสมก. ก็ไม่มีอีก ผมก็ ต้องมาขอท่านประธานวิป (Whip) ฝ์ายค้าน ท่าน ส.ส. วิทยา บุรณศิริ ๕,๐๐๐ บาท เพื่อไปใส่น้ํามัน แต่ก็บอกว่าเกิน เดี๋ยวผิดกฎหมายอีก ตรงนี้ละครับก็ไม่ได้อีก มันเปึน ความทุกข์ระทมแสนสาหัส ก็จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปยังนายกรัฐมนตรีเลยครับ รัฐมนตรีไม่เอาแล้ว เอานายกรัฐมนตรีไปดูหน่อยสิว่าเงินมันตกแถวกระทรวงแรงงาน เขาว่าเปึนร้อยล้านบาทจริงหรือเปล่า แล้วเรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ นะครับ เพราะพี่น้องของผม ถูกหลอกแล้วไม่ใช่หลอกธรรมดานะครับ หลอกไปเก็บของป์าที่ยุโรป นึกว่าโก้นะครับ เจ็บปวดมากครับ ก็ฝากท่านประธานเสนอเรื่องนี้โดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษาชั้นป้ที่ ๓ สาขาการเมือง การปกครองและรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จํานวน ๑๒๕ ท่าน ที่เข้าฟังการประชุมวันนี้นะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังเป่ดโอกาสให้สมาชิก ได้หารือในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก่อนที่จะเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ต่อไปเชิญท่านอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ๓ นาทีครับ

นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ หน่วยงานด้วยกัน คือฝ์ายเทศกิจ สํานักงานเขตปทุมวัน และสถานีตํารวจนครบาล ปทุมวัน สืบเนื่องจากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณถนนรองเมือง เลียบทางรถไฟ สถานีรถไฟ หัวลําโพงได้รับความเดือดร้อนจากการที่ผู้ประกอบการรับขนส่งสินค้าได้นําสินค้ามาวาง ไว้บริเวณทางเท้า ซึ่งทําให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตลอดจนคนที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่จะต้องอาศัยทางเท้านั้นเดินไปโรงเรียนวัดสระบัวนั้นจะต้องลงมา เดินบนถนนซึ่งทําให้เกิดความยากลําบาก แล้วก็ทําให้เกิดความเสี่ยงภัยในกรณีที่จะต้อง ถูกรถเฉี่ยวชนด้วย

ประการที่ ๒ ก็คือนอกจากการใช้ทางเท้าเปึนที่วางพักสินค้าแล้ว ผู้ประกอบการนั้นยังได้ใช้พื้นผิวการจราจรที่มีอยู่เพียง ๒ ช่องทางนั้น ๑ ช่องทางก็ได้จอดรถ เปึนประจําโดยไม่มีการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะทําให้เหลือช่องทางการจราจรอีกเพียง ๑ ช่องทาง และในกรณีที่มีรถลูกค้าที่มาส่งสินค้า รถเหล่านั้นก็จะจอดกีดขวางการจราจร ทําให้คน ที่ต้องขับรถผ่านไปมานั้นจะต้องจอดรอเพื่อให้ลูกค้าเหล่านั้นนําสินค้าขนถ่ายลงให้เสร็จ เรียบร้อยก่อน ซึ่งสร้างความยากลําบากแล้วก็ทําให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัด เปึนอย่างยิ่ง ดิฉันจึงขอนําเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงาน ซึ่งเรื่องนี้ตัวดิฉันเองได้เคยพูดในที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบของสถานี ตํารวจนครบาลปทุมวันแล้วนะคะ แต่ก็เห็นว่าเรื่องราวดังกล่าวผ่านไปเปึนป้ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ซ้ําร้ายในปัจจุบันผู้ประกอบการนั้นยังได้นําสินค้าขึ้นไปวางไว้อยู่บนสะพาน เชิงสะพานกษัตริย์ศึกที่จะลงมาบริเวณถนนรองเมืองในช่วงหัวค่ําจนถึงดึก ๆ ถ้าท่านประธานได้ผ่านไปก็จะเห็นว่าบริเวณสะพานนั้นเปึนบริเวณที่มืดมาก หากมีรถ ที่จะเลี้ยวลงมาบริเวณถนนรองเมืองก็จะทําให้เกิดอุบัติภัยได้ เพราะฉะนั้นจึงขอฝากเรื่อง ดังกล่าวผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการแก้ไขด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม วรปัญญา ๓ นาทีนะครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดลพบุรีประสบภัยพิบัติ เมื่อเดือนกันยายน เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเกิดน้ําท่วม ถนนชํารุดจํานวนมากเลยครับ

สายที่ ๑ ก็หนองมะค่า-ห้วยสาราม สายที่ ๒. ก็เขาหนองระเริง-สี่แยก พระยากําจัด-ห้วยปากผี-เขานมครับ

สายที่ ๒ เขาตําบลบ้านซับน้ําหวาน-คลองพาก-บ้านผู้ใหญ่เย็น- วัดซับอุดมหนอง-วัดหนองบัวขาว

สายที่ ๓ สายด่านเจริญชัย-ดงตะเคียน-หนองสะแก-น้ําร้อน

สายที่ ๔ น้ําตกวังก้านเหลือง-เขาสมโภชน์

สายที่ ๕ น้ําตกวังก้านเหลือง-แม่น้ําป์าสัก-ท่าแสม

สายที่ ๖ ท่าดินดํา-ท่ามะนาว-ท่าฉาง-เรือนจําจังหวัดชัยบาดาล-วิทยาลัย การอาชีพบัวชุมครับ

สายที่ ๗ ถนนเกาะรัง-หนองปล้อง-หนองโก-คลองมะนาว อันนี้ก็จาก ที่ราษฎรร้องเรียนมายังมีอีกที่ผมได้รับมาแฟกซ์ (Fax) มายังไม่ครบ ผมได้มีรายละเอียด จะเสนอต่อท่านเปึนหนังสือด้วยครับ

แล้วก็มีอ่างที่ชํารุดยังไม่ได้ซ่อม ก็มีหนองโสน อ่างนกกะเปล้า อ่างลําพญากลาง อ่างห้วยแห้ง อ่างคลองลํานารายณ์ อ่างคลองพราก อ่างคลองซับ อ่างวังมโนราห์ รวม ๘ แห่ง และคลองเล็กซึ่งเปึนคลองไม่ใหญ่นัก แล้วก็ขอให้ กรมทรัพยากรน้ําแล้วก็กรมชลประทานร่วมกันให้สํารวจออกแบบแก้ไข เพราะว่าอ่าง ฝาย พวกนี้มันชํารุดตื้นเขิน และมีคลองลําบาดาลไทร ลําขุดทอง ลําห้วยน้ําคล่อม ลําพญากลาง ลําสนธิ คลองไทร แล้วก็พันธุ์สัตว์น้ํากําลังจะหมดไปเพราะว่าน้ํามันแห้ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยมครับ หมดเวลาแล้วให้ท่านทําเปึนเอกสารขึ้นมายื่นเลยนะครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

คนยากจน ชาวไร่ชาวนาได้อาศัยอาหาร โปรตีนจากสัตว์น้ําก็คือ กุ้ง หอย ปู ปลา แล้วพืชน้ําเปึนอาหารวิตามินก็คือพืชน้ํา ฉะนั้นให้ ขอกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดิน แล้วก็กรมทรัพยากรน้ําช่วยสํารวจออกแบบให้ ส่วนรายละเอียดผมจะเสนอส่งให้ท่านอีกทีนะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ๓ นาทีครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเปึน มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงในเขตทวีวัฒนาซึ่งเปึนเขตติดต่อกับเขตของผม คือ เขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญมาฟังการอภิปรายด้วย ก็ต้องขอต้อนรับครับ ท่าน ประธานครับความทุกข์ยากของประชาชนนั้นมีทุกวันเวลา และความลําบากของพี่น้อง ประชาชนไม่เคยรอคอยผู้ใดครับ จากการที่ผมได้หารือเรื่องขอไฟอัจฉริยะที่หน้าหมู่บ้าน พงษ์ศิริชัย ๔ ปรากฏว่าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งสําเนาหนังสือของ ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส่งมาถึงผมเพื่อยืนยันว่ากรุงเทพมหานคร จะติดตั้งสัญญาณไฟอัจฉริยะที่หน้าหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ เขตหนองแขม ซึ่งเปึนหมู่บ้าน ที่มีประชาชนอาศัยอยู่มากที่สุดในเขตหนองแขมต่อไปอย่างแน่นอน นี่คือเอกสารยืนยัน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือประโยชน์ของการหารือครับ

ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือดังต่อไปนี้ ๑. เรื่องหวยป่งปอง ปรากฏว่า มีการจําหน่ายหวยป่งปองที่ตลาดสด ตลาดคลองขวาง ในเขตบางแคและมีการแอบอ้าง ชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมในฐานะเปึน ส.ส. ในพื้นที่ยืนยันว่าพวกเราไม่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการจําหน่ายหวยป่งปองแต่ประการใด

เรื่องที่ ๒ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนโทรมาร้องเรียนเรื่องตู้ม้าระบาด ในเขตบางแค ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วน สน. อะไรนั้นผมไม่ทราบ

เรื่องที่ ๓ ครับ มีการตั้งด่านรีดไถที่ถนนอักษะ อยู่ใน สน. ธรรมศาลา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจให้ผู้ใช้แรงงานบอกให้เจ้านายซึ่งเปึนเจ้าของบริษัทอยู่ใน เขตหนองแขมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกิ๊กของตํารวจท่านหนึ่งเปึนเงินสด ๕,๐๐๐ บาท ถ้าเจ้าหน้าที่ตํารวจ สน. ธรรมศาลายังไม่คืนเงิน ๕,๐๐๐ บาท กับเจ้าของบริษัท สัปดาห์หน้าผมจะมาเป่ดเผยว่าสลิป (Slip) ใบเสร็จรับเงินจากตู้เอทีเอ็ม (ATM) ระบุบัญชี ของกิ๊กของเจ้าหน้าที่ตํารวจคนนั้นหมายเลขอะไร และผมจะดําเนินการให้ถึงที่สุด

เรื่องที่ ๔ ครับท่านประธานครับปรากฏว่าขณะนี้มีการก่อสร้างหมู่บ้าน ทหารเรือที่ชุมชนชายแดน ไม่มีการสร้างสาธารณูปโภคที่ดีพอในการรับรองกับพี่น้อง ทหารเรือเหล่านั้น ซึ่งจะทําให้พี่น้องทหารเรือที่ไปอาศัยอยู่ประสบความเดือดร้อนในเรื่อง ของถนนหนทาง การประปาและการคมนาคม

เรื่องต่อมาก็คือเรื่องที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่ามีคลอง คลองหนึ่งที่บริเวณสามแยกถนนพุทธมณฑลสาย ๓ ติดกับทางเข้าโฮมโปรติดกับ ร้านเกือกม้า ปรากฏว่ามีผักตบชวาหนาแน่นตื้นเขิน ไม่มีการขุดลอกคลองแต่ประการใด ผมไม่ได้ทราบชื่อคลอง เพราะทางราชการไม่ได้ปักชื่อเอาไว้

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายก็คือเรื่องที่พี่น้องผู้สูงอายุ บรรดา ผู้สูงอายุทั้งหลาย อายุเกิน ๖๐ ป้ขึ้นไปในขณะนี้ที่ได้รับเงินผ่านธนาคารปรากฏว่าถ้าผ่าน ธนาคารอื่น ๆ ยกเว้นธนาคารกรุงไทยจะถูกหักเงินจํานวน ๑๒ บาทเปึนค่าธรรมเนียม จึงขอประสานไปยังสมาคมธนาคารไทยได้โปรดงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมผู้สูงอายุ เหล่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ครับ ๓ นาที

นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรกเกี่ยวกับศูนย์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เด็ก ๓ วัยนะครับ ซึ่งสาธารณสุข จังหวัดอุดรธานีและผู้อํานวยการโรงพยาบาล อําเภอต่าง ๆ ในจังหวัดอุดรธานี มีความประสงค์อยากได้งบประมาณเพื่อที่จะทําการก่อสร้างอาคาร โดยเฉพาะที่อําเภอ บ้านผือ อําเภอน้ําโสม อําเภอนายูง อําเภอกุดจับ อําเภอหนองวัวซอ ที่อําเภอหนองวัวซอตอนนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากโรงเรียนหนองยางชุมพิทยาคมให้พื้นที่ ๘ ไร่ แต่เนื่องจากว่า ทางศูนย์ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้าง ฉะนั้นก็อยากฝากกราบเรียนไปยังท่าน ประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเพื่อที่จะดูแลเรื่องงบประมาณในการสร้างอาคาร

เรื่องที่สองตอนนี้ถนนสายรอบเมืองจังหวัดอุดรธานีซึ่งถือว่าเปึนสายหลัก ที่จะไปสู่สนามบินนานาชาติ แล้วก็เปึนเส้นทางโลจิสติกส์ (Logistics) ที่ขนส่งสินค้า ยังภูมิภาค ไม่ว่าจะเปึนจากจังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดหนองคาย จากจังหวัดเลย จากจังหวัดหนองบัวลําภู และจากจังหวัดสกลนคร จากจังหวัดขอนแก่น เพราะฉะนั้น การไปมา การคมนาคมยังไม่สะดวกเนื่องจากว่าถนนรอบวงแหวนยังไม่เปึน ๔ ช่องจราจร หรือ ๔ เลน แล้วก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ เพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาโดยของบประมาณสนับสนุนในการเป่ดเส้นทาง ๔ ช่องจราจร หรือเส้นวงแหวนของจังหวัดอุดรธานี และขอขอบคุณทางกระทรวงที่ให้ ความอนุเคราะห์ถนน ๔ ช่องจราจร เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดอุดรธานี และจังหวัด หนองบัวลําภู เปึน ๔ ช่องจราจร ซึ่งงบประมาณ ๒๓๐ ล้านบาท ขณะนี้กําลังดําเนินการ อยู่ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม มีนายอับดุลเลาะห์มาน ตอฮา มาหาผมที่บ้าน นายอับดุลเลาะห์มาน คือใครครับ นายอับดุลเลาะห์มาน เปึนบิดาของเด็กชายมหฎีร์ ตอฮา เด็กชายมหฎีร์ ตอฮา คือใคร ครับ เด็กชายมหฎีร์ ตอฮา คือนักเรียนชั้น ม. ๒ โรงเรียนสตรียะลา อายุ ๑๓ ป้ เปึน นักเรียนเรียนดีในโครงการนักเรียนเรียนดีของโรงเรียนสตรียะลา เด็กชายมหฎีร์ ตอฮา รูปร่างหน้าตาเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานผมให้ท่านดูครับ รูปร่างหน้าตาเปึนอย่างนี้ละครับ หน้าตาน่ารักครับ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคมที่ผ่านมา เด็กชายมหฎีร์ก็ได้ไปโรงเรียนสตรี ตามปกติที่เด็กนักเรียนทั่วไปพึงไป และในวันนั้นก็เปึนวันสอบของโรงเรียน แต่เมื่อเด็กชาย มหฎีร์ไปโรงเรียนแล้วปรากฏว่าได้หายไปครับ หายไปจากโรงเรียนไม่ได้กลับบ้าน พ่อของ เด็กชายมหฎีร์ก็คือคุณอับดุลเลาะห์มาน ตอฮา ก็ได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตํารวจภูธร เมืองยะลา หลังจากนั้นต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา นายสุดิง วาโดมะ อายุ ๓๕ ป้ ซึ่งเปึนประชาชนอยู่ในบ้านบาโงยบาแด ตําบลสะเตงนอก อําเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้ไปพบศพครับ ก็ไม่ทราบว่าศพนี้เปึนใคร คุณสุดิงก็ได้ไปแจ้ง ผู้ใหญ่บ้านชื่อนายรอนิง การง ผู้ใหญ่บ้านกับนายสุดิงพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ได้ไปชันสูตร พลิกศพ ปรากฏว่าไปดูก็พบแต่ร่างศพ พบแต่โครงกระดูก เพราะเนื่องจากได้เสียชีวิตมา เปึนเวลานานแล้ว แต่ปรากฏว่าบนศพนั้นมีชุดนักเรียนอยู่ ตรงกับนายอับดุลเลาะห์มาน ตอฮา ซึ่งไปแจ้งความเอาไว้ ทีนี้ประชาชนจํานวนหนึ่งก็ได้มาพบหลังจากพบศพ ก็บอกว่า ทําไมถึงต้องฆ่าเด็กอายุน้อย ๆ เพียง ๑๓ ป้ ซึ่งเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับขบวนการ คงไม่ เกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนจึงใคร่ขอร้องให้ทาง ประธานได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเร่งรัดดําเนินการหาคนผิดมาลงโทษ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าเรามีการประชุมรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาก็ได้เป่ดโอกาสให้ท่านหารือไปบางส่วนแล้วนะครับ ผมก็มาให้ ท่านหารือเพิ่มเติมอีกบางส่วน เนื่องจากมีผู้อยากหารือกันมากมาย แต่ขณะนี้ผมคิดว่าถึง เวลาที่เราจะเข้าสู่วาระการประชุมปกติแล้ว เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติหลายร่าง ที่จะต้องพิจารณา จึงอยากจะเรียนท่านสมาชิกทราบว่า ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุม แล้วจํานวน ๔๑๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเป่ดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ส่วนรายชื่อที่ค้างเดี๋ยวพรุ่งนี้ท่านประธานก็จะให้โอกาส หารือต่อนะครับ ขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ พอแล้วครับท่าน

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับว่า รายชื่อสมาชิกที่ค้างอยู่มีใครบ้างครับ ท่านประธานอ่านนิดได้ไหมครับ จะได้เตรียมตัวได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็มีจํานวนมากเลยนะครับ ถ้าอ่านยาวครับ ผมเรียงไปตามลําดับนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ ก็ว่ากันต่อ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ จํานวน ๒ ครั้ง นะครับคือ

ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒ และ

ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

ซึ่งก็ได้วางรายงานการประชุมดังกล่าวให้สมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอ ให้สภารับรอง มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมอะไรไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมได้ให้คํารับรองรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวแล้ว

ต่อไปก็เปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อนนะครับ

๑. ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันนี้อีกนะครับ ซึ่งเสนอโดยคุณเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามา พิจารณาร่วมกัน จะมีผู้ขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามนี้นะครับ

เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล แล้วต่อไปก็เชิญท่านผู้เสนอ ที่เปึนสมาชิกแถลงครับ เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐบาลขอเสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....

โดยมีหลักการว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันได้กําหนดไว้ในมาตรา ๘๑ (๓) ประกอบกับมาตรา ๓๐๘ วรรคหนึ่งว่า ให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ ดําเนินการเปึนอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ ปรับปรุงกฎหมาย ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มี สิทธิเลือกตั้ง จึงได้ตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา โดยมีเนื้อหาสาระรายละเอียด อยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งในส่วนของการพิจารณาในลําดับชั้นต่อไป ในชั้นของ คณะกรรมาธิการ ถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการได้มีการพิจารณารายละเอียดเห็นสอดคล้อง หรือไม่สอดคล้องประการใดก็สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้นะครับ

เนื้อหาสาระที่สําคัญของคณะกรรมการก็จะมี คณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายที่มีความอิสระในการดําเนินงาน มีหน้าที่ในการปรับปรุงพัฒนากฎหมาย ประเทศ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็สํารวจ ศึกษา วิเคราะห์ ทางวิชาการต่าง ๆ เพื่อวางเปัาหมายนโยบายพร้อมทั้งจัดทําแผนโครงการและมาตรการ ต่าง ๆ ในการปฏิรูปกฎหมายอย่างเปึนระบบ รวมถึงเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบาย และแผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนการให้มีกฎหมายหรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ให้ความเห็นหรือข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง รวมไปถึงให้คําปรึกษาและสนับสนุนการดําเนินการในร่างกฎหมายของ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยครับ ในการที่จะได้มาซึ่งคณะกรรมการตามร่างของคณะรัฐมนตรีนั้น ได้กําหนดให้มี คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายรวมทั้งสิ้น ๑๑ คน โดยกรรมการจํานวน ๘ คน มาจาก กระบวนการสรรหาของคณะกรรมการสรรหากรรมการ ซึ่งจะเปึนคณะกรรมการสรรหา ที่มีความเปึนอิสระ แล้วก็ในจํานวนทั้งหมดนี้ก็จะมีกรรมการที่ทํางานเต็มเวลา ๓ คน ในอายุของระยะเวลาดํารงตําแหน่งของคณะกรรมการก็ ๖ ป้ แต่สําหรับผู้ที่ทํางาน เต็มเวลาก็จะอยู่ในวาระ ๓ ป้ ซึ่งจะต้องเปึนผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์เปึนที่ประจักษ์ ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ หรือด้านอื่น ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อการปฏิรูปกฎหมายของประเทศ โดยที่จะมีสํานักงานคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเปึนฝ์ายประจําเปึนหน่วยธุรการของคณะกรรมการ มีฐานะเปึน หน่วยงานของรัฐเปึนนิติบุคคลอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของประธานกรรมการ ซึ่งมีอํานาจ หน้าที่ในการรับผิดชอบการบริหารราชการทั่วไปของคณะกรรมการ และงานด้านธุรการ ของคณะกรรมการด้วย แล้วก็จะเปึนหน่วยที่ช่วยทําหน้าที่ศึกษารวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล ต่าง ๆ ของระบบกฎหมายไทยและต่างประเทศให้กับทางคณะกรรมการเพื่อจะดําเนินการ ต่อไปให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีจึงได้ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบและสนับสนุนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจริญ จรรย์โกมล ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ด้วยกระผมพร้อมคณะ ๒๐ ท่าน มีท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ท่านชมภู จันทาทอง พร้อมคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๐ ท่าน ขอเสนอหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๘๑ (๓) ได้บัญญัติให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ โดยต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ ประกอบด้วย ดังนี้

เพื่อให้เปึนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงสมควรตั้งคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายและจัดตั้งสํานักงานปฏิรูปกฎหมายขึ้น จึงจําเปึนจะต้องตรากฎหมายนี้เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเสนอเหตุผลที่สําคัญประกอบ นิดหนึ่ง ส่วนโครงสร้างนั้นอาจจะไม่แตกต่างกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้พูดไว้ก็คือ ที่มาของคณะกรรมการ ระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งและอํานาจหน้าที่ อันนั้นอาจจะไม่แตกต่างกันสามารถที่จะไปปรับปรุงแก้ไขในชั้นกรรมาธิการได้ แต่ที่ร่าง ของผมพร้อมคณะอาจจะแตกต่างกับของรัฐบาล ซึ่งดูแล้วผมคิดว่าสิ่งซึ่งทาง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมกันร่างนั้น และสภาแห่งนี้น่าจะพิจารณาเปึนกรณี พิเศษ ก็คือว่าในเรื่องซึ่งผมได้เพิ่มเติมขึ้นมาจากที่รัฐบาลได้ร่างนะครับ อาจจะแตกต่าง กันบ้างก็คือ สุดท้ายที่ผมได้เสนอไว้นั้น โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ สิ่งที่ จําเปึนในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายของประเทศไทยมีสาระหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งใน สภาแห่งนี้เราได้หยิบยกขึ้นมาพูดกัน เช่น กรณีเกี่ยวกับเรื่องของการจัดสรรที่ทํากินให้กับ ราษฎร ซึ่งผมเองพร้อมคณะได้บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นั้น คณะกรรมการดังกล่าวนั้นน่าจะรีบดําเนินการในการที่จะจัดทําร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการจัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนอาจจะ ฟังการถ่ายทอดวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา สิ่งซึ่งสภาแห่งนี้และหลายยุค หลายสมัยที่มีการหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจุบันเราไม่ปฏิเสธว่าที่ดิน ที่พี่น้องประชาชนครอบครองอยู่นั้น ซึ่งการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์อาจจะได้มาตามประมวล กฎหมายที่ดินประเภทที่ ๑ ในเรื่องที่ ๒ อาจจะได้สิทธิในการครอบครองในเรื่องของ ส.ป.ก. ก็ดี ในเรื่องของที่ทํากิน ที่รกร้างว่างเปล่าก็ดี สทก. ๑ ก็ดี ซึ่งมันมีเอกสารในการควบคุมกํากับสิทธิแต่ละประเภท ไม่เหมือนกัน และอีกประเภทหนึ่งซึ่งเปึนที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่สามารถมีเอกสารสิทธิ ใด ๆ ได้ และที่สําคัญที่ได้ปรากฏ ผมได้ดูรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภา ที่แต่งตั้งขึ้นไป ที่ดินต่าง ๆ ของประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ ฉะนั้นในกฎหมาย ฉบับนี้ที่ได้นําเสนอต่อสภา เมื่อได้มีการผ่านวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม ซึ่งหลักการนี้อาจจะ แตกต่างกับของรัฐบาลนิดหนึ่ง ก็คือว่าขอให้คณะกรรมการนี้รีบดําเนินการจัดหมวดหมู่ ที่ดินให้มาเปึนชนิดประเภทเดียวกันให้แล้วเสร็จตามพระราชบัญญัติประมวลกฎหมาย ที่ดิน ซึ่งเรื่องนี้เรื่องสําคัญ แล้วเรามองไปถึงเรื่องภาคเศรษฐกิจก็คือว่าจะเปึนการเพิ่ม มูลค่าทรัพย์สินของประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา นี่เรื่องที่ ๑ ซึ่งผมได้นําเสนอในกฎหมายนี้อาจจะแตกต่างกับ ของรัฐบาล ซึ่งดูแล้วมันเปึนร่างที่มีเสน่ห์มากที่สุดที่เราได้จัดทําร่างขึ้นมาแล้วเปึนร่าง ที่ทันสมัย

ในเรื่องที่ ๒ เรื่องซึ่งเกี่ยวกับกฎหมายที่จะกระทบกระเทือนสิทธิและ เสรีภาพของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็ต้องรีบดําเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะ ในกฎหมายที่มันออกมามีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน อันนี้ต้องรีบเร่งในการดําเนินการ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่เรา รีบดําเนินการ แล้วต้องถือโอกาสนี้เมื่อท่านรัฐมนตรีได้เสนอ

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเราน่าจะหยิบยกขึ้นมา ก็คือกระบวนการการบังคับคดี ผมอยากจะให้ทางกระทรวงยุติธรรม เมื่อกฎหมายนี้ผ่านไปแล้วน่าจะรีบดําเนินการ ในเรื่องเหล่านี้

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือการปฏิรูปขององค์กรอิสระตามรัฐธรรม หรือองค์กร อื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่แล้วไม่สนองตอบต่อการทําหน้าที่ ที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งในขณะนี้เราไม่เคยได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ เราเพียงแต่เสนอตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ออกกฎหมายรองรับไป เราก็ไม่รู้ว่าหลังจากที่มี กฎหมายรองรับไปแล้วผลในการดําเนินงาน ซึ่งผมเห็นแล้วในสภาเราเวลานําสู่สภาเราก็ วิพากษ์วิจารณ์ ให้ข้อแนะนํา ให้ความคิดเห็นต่าง ๆ ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ ฉะนั้นเปึน ความโชคดีของสภาเรา เมื่อจะเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาในร่างของพวกผมก็ได้เขียนไว้ ในหมวด ๔ ในมาตรา ๔๑ มีอยู่ ๔ ข้อ อันนี้เปึนข้อที่ ๓

แล้วข้อสุดท้ายอันนี้ยิ่งชัดเจน ผลจากการประชุมสภาเราผ่านไป ๓ วัน ๔ คืน เราก็หยิบยกในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณลงสู่ทางชายแดนภาคใต้ ปัญหาว่า ในขณะนี้มันเกิดว่าการบริหารการจัดการใครจะดูแลรับผิดชอบที่แท้จริง มีกฎหมาย รองรับไหม มีบุคลากรที่รองรับตามกฎหมายไหม การใช้จ่ายมีประโยชน์จริงหรือเปล่า ผมก็เลยเขียนในมาตรา ๔๑ (๑) ว่าการดําเนินงานปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญเกี่ยวกับการ บริหารราชการการจัดการเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ในพื้นที่ เช่น จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา หรือจังหวัดชายแดนทาง ภาคใต้ มันจะต้องออกกฎหมายมารองรับถึงสิทธิอํานาจหน้าที่ให้ชัดเจน อันนี้คือผลที่ ความแตกต่างที่ผมได้เสนอเข้าสู่สภามานานแล้ว ของรัฐบาลเพิ่งเสนอเข้ามา ซึ่งทั้ง ๔ เรื่องในมาตรา ๔๑ เปึนจุดที่เราได้หยิบยก พวกผมได้หยิบยก ท่านทั้งหลายพูดในสภา แล้วก็ต้องมาเขียนไว้ ถ้าไม่เขียนไว้ท่านประธานอาจจะถามว่าถ้าไม่เขียนไว้ทําอย่างไร มันก็เหมือนกับลักษณะที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้นําเสนอ ก็คือจัดตั้ง องค์กรขึ้นมา มาดูสิกฎหมายอะไรทันสมัย ไม่ทันสมัยเท่านั้นเอง แต่นี่เขียนบังคับไว้เลย ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเรื่องนี้มันเปึนเรื่องของชาติบ้านเมือง ไม่ได้เสียหาย แต่เปึน ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ใครมาเปึนรัฐบาลก็ตามก็พยายามหยิบยกใน ๔ เรื่องนี้ ขึ้นมา ฉะนั้นเพื่อที่ให้เกิดผลประโยชน์จริง ๆ ไม่ว่าใครเปึนรัฐบาลหรือฝ์ายค้านมันก็ เปึนเรื่องของชาติบ้านเมืองด้วยกัน ฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเห็นว่าเสน่ห์ของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หลายท่านอาจจะมองไม่เห็นความสําคัญ แต่ถึงวันนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เรายอมรับว่าบ้านเมืองเราปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรม ฉะนั้นในเรื่องของกฎหมายนั้น จะต้องเกิดความมั่นคงและชัดเจน ผมพร้อมคณะจึงเสนอให้สภาได้พิจารณา ในวาระหนึ่งครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนจะเป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นนะครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะครู นักเรียน จากโรงเรียนปัญญาวรคุณ กรุงเทพมหานคร ที่ได้เข้าฟัง การประชุม เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... โดยเปึนการแสดง ความคิดเห็นที่ต้องการเห็นด้วย แล้วเพื่อนําไปสู่การรับหลักการในวาระที่หนึ่งที่รัฐบาล ได้เสนอเรื่องนี้เข้ามาให้สภาพิจารณา กฎหมายฉบับนี้เปึนความจําเปึนที่จะต้องตราขึ้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สําคัญ ก็คือการให้มีองค์กร ที่เปึนอิสระ และมีหน้าที่ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบกฎหมายของประเทศ ท่านประธานก็ทราบดีนะครับว่ากฎหมายเมื่อบัญญัติขึ้นมาแล้ว เมื่อผ่านกระบวนการ การบัญญัติที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วก็ไม่ว่าจะมีที่มาจากไหน มาอย่างไรก็มีผลบังคับใช้ ทั้งสิ้นจนกว่าที่จะยกเลิก ที่สําคัญก็คือว่ากฎหมายมันมีผลบังคับใช้เปึนการทั่วไป ใครจะ มาอ้างว่าไม่รู้ ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายก็คงไม่ได้ แต่ในความเปึนจริงเราก็ทราบกันดีว่า ไม่มีใครในประเทศนี้จะรู้กฎหมายทั้งหมดหรอกครับ ไม่ว่าจะเปึนนักปราชญ์ราชบัณฑิต ไม่ว่าจะเปึนนักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์สอนกฎหมายเองก็ไม่มีใครรู้กฎหมายที่มีอยู่ ในประเทศนี้ทั้งหมด ยิ่งพี่น้องประชาชนทั่วไปแล้วยิ่งเข้าถึงกฎหมายได้ยาก ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้เรียนรู้ แทบจะไม่รู้ด้วยซ้ําว่ามีกฎหมายนั้น ๆ อยู่ในประเทศนี้ด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ถูกฟัองร้อง ไม่ถูกดําเนินคดีแล้วก็จะไม่รู้ จะรู้ก็ต่อเมื่อโดนเข้าแล้วว่ามันมีกฎหมายนี้ด้วย ท่านประธานครับ ทําอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนคนทั่วไปจะได้เข้าถึงกฎหมายได้อย่างทั่วถึง แล้วก็มีส่วนร่วม มีส่วนในการตรวจสอบการดํารงอยู่ของกฎหมาย มีส่วนร่วมในการ บัญญัติกฎหมายขึ้นมาใหม่ หรือว่ามีส่วนร่วมในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างทั่วถึงได้ นี่เปึนภารกิจสําคัญที่ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ จะเปึนคําตอบ แล้วก็จะเปึนความหวังของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีความคาดหวังเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างน้อย ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะเปึนองค์กรถาวร ที่สามารถทํางานได้จริง ภายใต้การสนับสนุนของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์ายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐเองที่จะเป่ดโอกาสให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีอิสระ และสามารถทํางานได้

ประการที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะมีกลไกการทํางาน ที่ตอบสนองต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลไกการให้บริการข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับกฎหมายให้กับสาธารณชนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ หรือว่ากฎหมายที่อยู่ในกระบวนการที่บัญญัติขึ้นใหม่ทั้งหลาย คําว่า ทั่วถึง ของผม ที่ผมได้เอ่ยในตอนต้น หมายถึงว่าพี่น้องประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตําบลใดหรือว่าจะมีสภาวะทางร่างกายเปึนอย่างไรก็ควรจะเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นได้

ประการที่ ๓ ผมคาดหวังว่าการทํางานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเปึนหัวใจหลักของกฎหมายฉบับนี้จะต้องทํางานเชื่อมประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย แล้วก็มีหน้าที่ในการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งว่าสถาบันพระปกเกล้าซึ่งมีบทบาทสําคัญในระยะหลัง ที่มีส่วนเสนอแนะให้ความรู้ ให้ข้อมูล สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งว่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ตาม และที่สําคัญก็คือว่า พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เปึนหัวใจสําคัญที่เปึนเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้องการจะเข้ามาสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งได้เสนอกฎหมายเอง ผมคิดว่าในส่วนนี้ต้องมีกลไกในการไปเชื่อมโยงกับคนเหล่านั้นให้เปึนจริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้แม้ว่าจะมีเจตนาที่ดีแล้วก็มีความเหมาะสมสอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบันก็ตาม แต่ว่าเมื่อได้พิจารณารายละเอียดร่างซึ่งรัฐบาลได้นําเสนอ ประกอบกับร่างที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอประกบเข้ามา ผมก็คิดว่ายังมีประเด็นสําคัญ หลายประเด็นที่ควรจะตั้งข้อสังเกตไว้และควรจะนําไปสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป

เรื่องแรกคือในเรื่องหมวด ๑ เรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในมาตรา ๖ บอกว่า ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง รองประธานคนหนึ่ง และกรรมการอีก ๙ คน ก็หมายถึงว่ามี ๑๑ คนนะครับ และกรรมการ ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาจํานวน ๓ คน คําถามก็คือว่าทําไมต้อง ๑๑ คน ตัวเลขนี้ ที่ยกร่างมาว่า ๑๑ คน มีเหตุมีผลอย่างไร ไม่ใช่ว่าเปึนตัวเลขที่เปึนเลขคี่แล้วจะ สมเหตุสมผลไปเสียทุกเรื่อง ผมคิดว่าตัวเลขนี้จะต้องมีคําตอบว่ามาอย่างไร

เรื่องที่สอง ก็คือการมีกรรมการประเภทหนึ่งคือจํานวน ๓ คนที่ทํางานเต็ม เวลา คําถามก็คือว่า ทําไมทั้ง ๑๑ คนถึงไม่ทํางานเต็มเวลา ทําไมระบุแค่ ๓ คน ทําไมไม่ ๕ คนหรือทั้งหมดที่จะต้องทํางานเต็มเวลา เพราะไปดูในเรื่องของอํานาจหน้าที่ เรื่องของ ค่าตอบแทนอะไรต่าง ๆ ก็เหมือนกันหมดนะครับ ก็คือเปึนได้วาระเดียว แล้วก็มี ค่าตอบแทนเหมือนกัน ดูที่แตกต่างกันเข้าใจว่าผู้ที่ทํางานเต็มเวลามีวาระแค่ ๓ ป้ ส่วนคนอื่น ๆ มีวาระ ๖ ป้ แต่ไปดูอํานาจหน้าที่นี้ไม่ได้แบ่งแยกกันเลยนะครับ ผมก็ไม่เห็น ความแตกต่างตรงนี้ ก็อยากได้คําตอบ ในมาตรา ๗ พูดถึงข้อกําหนดคุณสมบัติพิเศษของ กรรมการบอกว่าต้องเปึนผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเปึนผู้มี ความรู้ มีประสบการณ์เปึนที่ประจักษ์ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นอันเปึนประโยชน์ต่อการปฏิรูปกฎหมาย ผมเข้าใจดีว่า ข้อกําหนดนี้น่าจะเปึนความต้องการที่จะให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถที่ หลากหลายสาขาเพื่อพัฒนาระบบกฎหมายในเชิงสหวิทยาการซึ่งเขียนไว้เปึนแนวคิด ในการจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมานะครับ แต่ผมคิดว่าการกําหนดไว้กว้าง ๆ เช่นนี้จะเปึน ความยุ่งยากของคณะกรรมการสรรหาที่จะต้องคัดเลือกบุคคลในอนาคต ผมอยากเสนอ ว่าน่าที่จะกําหนดคุณวุฒิเฉพาะลงไปให้มากกว่านี้ ให้สามารถที่จะสรรหาได้ง่ายเพื่อจะได้ ไม่มีข้อโต้แย้งในภายหลังนะครับ เช่น เคยเปึนผู้พิพากษา เปึนนักวิชาการทางด้าน กฎหมาย เปึนนักบริหารหรือเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถ ที่จะตรวจสอบอย่างเปึนรูปธรรมได้ ซึ่งจะทําให้ง่ายต่อการเสนอตัวประการหนึ่ง ทําให้ง่าย ต่อคณะกรรมการสรรหาอีกประการหนึ่ง

สําหรับในเรื่องการดํารงตําแหน่งในวาระเดียว นี่ก็เปึนปัญหาอีกอันหนึ่ง ซึ่งกระผมคิดว่าน่าจะทบทวนเพราะเชื่อว่าผู้ที่ได้เข้ามาดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายนี้ เปึนองค์กรที่ไม่ใช่เปึนองค์กรธุรกิจ ไม่ใช่องค์กรผลประโยชน์ และไม่ใช่ เปึนองค์กรที่ใช้อํานาจเด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการไปกําหนดเพียงว่าให้เขาทํางาน วาระเดียวน่าจะต้องทบทวน อย่าลืมว่าการได้เข้ามาทําหน้าที่ในคณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายนี้ มันได้สั่งสมประสบการณ์ สั่งสมบทเรียนในการทํางาน และน่าจะเปึน ประโยชน์ในการพัฒนาระบบกฎหมายขององค์กรนี้ต่อเนื่องต่อไปได้ เพราะฉะนั้น การกําหนดวาระเดียวน่าจะไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ

ในเรื่องที่ ๒ เรื่องของมาตรา ๑๘ ในมาตรา ๑๘ พูดถึงอํานาจหน้าที่ มีอํานาจหน้าที่อยู่ ๙ ประการของคณะกรรมการ เอาเข้าจริงแล้วผมก็คิดว่าคณะกรรมการ แทบจะไม่มีอํานาจใด ๆ ในทางปฏิบัติ หรือว่าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไข กฎหมายได้จริง เพราะว่าอํานาจหน้าที่โดยส่วนใหญ่แล้วก็เปึนเพียงการศึกษาวิจัย รวบรวม เสนอแนะหรือเสนอความเห็นไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหรือไม่ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง เอาเปึนว่าถ้าเกิดว่าฝ์ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยหรือฝ์ายนิติบัญญัติไม่เห็นด้วยตามแนวทางที่ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้เสนอมาทุกอย่างก็จบเท่านั้นเอง นี่เปึนข้อจํากัดซึ่งผม คิดว่าน่าที่จะเขียนให้มีบทบัญญัติที่ให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้สามารถทํางาน ได้จริงจังกว่านี้ อย่างเช่น อํานาจข้อที่ ๕ นี้ครับ เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จริง ๆ แล้วมันสามารถเสนอแนะ ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเอาเข้าจริงแล้วก็คือว่าผู้ที่เสนอกฎหมายข้างต้นนี้ ไม่ว่าจะเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือองค์กรอิสระ หรือประชาชนทั่วไป เสนอแล้วก็เปึนสิทธิของ แต่ละองค์กรเหล่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มักจะ เมื่อเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ก็ปล่อยผ่าน เปึนเรื่องที่รัฐบาลเองก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าถูกคว่ําก็ถูกคว่ําไปโดยสภา รัฐบาลก็ไม่ต้องเกี่ยวข้อง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ในมาตรา ๑๘ (๖) การให้คําปรึกษาและ สนับสนุนดําเนินการในร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อันนี้เปึนเรื่องที่มี ความสําคัญและต้องเปึนหัวใจหลักของการมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอันนี้ แต่ว่า ประเด็นที่ผมตั้งข้อสงสัยก็คือว่าจะทําอย่างไรที่จะมีกลไกไปเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ที่จะเสนอกฎหมายเหล่านั้นได้อย่างเปึนจริง เพราะว่าเมื่อถึงเวลา กลุ่มคนที่เขาสนใจเรื่องการเสนอกฎหมายก็หลากหลายอาชีพ หลากหลายความคิด กลไก ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่เราจะตั้งขึ้นนี้จะสามารถไปเชื่อมโยงคนเหล่านั้นได้ เปึนจริงมากน้อยแค่ไหน

เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือเรื่องของคณะกรรมการสรรหา นะครับ เราต้องการจะได้คนที่หลากหลายมาเปึนกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทํางานเพื่อ มุ่งเน้นพัฒนาระบบกฎหมายในเชิงสหวิทยาการ แต่พอมาดูองค์ประกอบของ คณะกรรมการสรรหาซึ่งมีจํานวน ๘ คนนี้ ก็พบว่าล้วนแล้วแต่เปึนเรื่องของฝ์ายกฎหมาย ทั้งสิ้น คือเอานักกฎหมายมาสรรหาก็จะต้องได้แต่คนที่เปึนนักกฎหมาย มันจะเปึน สหวิทยาการได้อย่างไร ในเมื่อคนสรรหานี้มาจากกลุ่มคนที่เฉพาะ ก็เปึนห่วงนะครับ มีเพียงคณะกรรมการใน (๓) เท่านั้นที่เปึนผู้แทนองค์กรเอกชนที่ได้มีหน้าที่ในการเสนอ บุคคลอื่นซึ่งอยู่ภาคนอกกฎหมายนี้เข้ามา ก็เชื่อว่าอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะได้คนมา ทํางานในระบบกฎหมายในเชิงสหวิทยาการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๒ เปึนเรื่อง อํานาจหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ สํานักงาน คณะกรรมการนี้เปึนหน่วยงานทางธุรการ เปึนมือเปึนไม้ของคณะกรรมการที่จะผลักดันให้ อํานาจหน้าที่และเจตนารมณ์ตามกฎหมายนี้เปึนจริง ผมคิดว่าการกําหนดอํานาจหน้าที่ ของสํานักงานเพียง ๓ เรื่องนี้อาจจะยังไม่เพียงพอ บทบาทสําคัญซึ่งผมได้เสนอไว้ ในตอนต้นก็คือเรื่องของการสร้างกลไกให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนทั่วไปนี้ เปึนเรื่องสําคัญ ผมอยากให้ในมาตรา ๒๒ นี้ ได้ระบุถึงอํานาจหน้าที่ของสํานักงานว่าด้วย เรื่องบทบาทการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายต่อสาธารณชนไว้ด้วย ตรงนี้จะทําให้องค์กรที่เรียกว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้มีความชัดเจน แล้วก็ สมตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน

สุดท้ายที่อยากจะฝากถึงคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตก็คือว่า ประเทศของเรานี้เต็มไปด้วยตัวบทกฎหมายเต็มไปหมด สภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภานี้ก็เปึนโรงงานที่ผลิตกฎหมายออกมาบังคับใช้กันมากมาย เหลือเกิน ดูเหมือนว่าจะเปึนความภาคภูมิใจของผู้คนที่เกี่ยวข้องในระบบฝ์ายนิติบัญญัติ ว่า ถ้ามีตัวเลขการผลิตกฎหมายออกมาได้มากเท่าไร ดูเหมือนจะเปึนความภาคภูมิใจว่า นี่คือผลงาน แต่ว่าเราเคยไปสํารวจ เคยไปฟังผู้ที่ถูกบังคับใช้กฎหมาย ก็คือพี่น้องประชาชนกันบ้าง หรือไม่ว่าเขารู้สึกพอใจกับสภาพอย่างนี้หรือไม่ เราเคยได้ไปทบทวนไหมครับว่ากฎหมาย ที่ส่งเข้ามา ทยอยเข้ามาในโรงงานผลิตกฎหมายแห่งนี้มีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหน จําเปึนหรือไม่ที่จะต้องออกกฎหมาย จําเปึนหรือไม่ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ในหลาย ๆ ฉบับมีวิธีการอื่นหรือไม่ในการแก้ไขปัญหา แทนที่จะเอะอะก็ออกมาเปึน กฎหมายบังคับใช้ แล้วก็กฎหมายจํานวนมากเมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ว่าไม่มีผลบังคับ ในทางปฏิบัติจริง ๆ ผู้ปฎิบัติไม่สามารถนํากฎหมายไปปฏิบัติใช้จริง ๆ กฎหมายก็ ไม่มีประโยชน์ เสียเวลาเปล่า ๆ ตรงนี้อยากจะติงไว้เปึนเรื่องให้คณะกรรมการปฏิรูป กฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้นําไปทบทวน ผมคิดว่าโดยเนื้อหาโดยรวมแล้ว ผมต้อง ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่ามีร่างของเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยได้นําเสนอเข้ามา มีหลักการ ที่ผมคิดว่ามีความแตกต่างกับร่างของรัฐบาลประเด็นสําคัญอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งผมเข้าใจเจตนารมณ์ที่ดี นะครับว่าต้องการให้กองทุนนี้เปึนเครื่องไม้เครื่องมืออีกประการหนึ่งของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย ในการไปผลักดันการดําเนินงานทุกอย่างให้เปึนจริง หมายความว่ามีเงิน ก้อนหนึ่งที่มีอิสระในการใช้โดยคณะกรรมการ แต่ว่าการตั้งกองทุนขึ้นมาสักกองทุนหนึ่ง มีผลผูกพันต่องบประมาณของแผ่นดิน เปึนเรื่องที่ผมยังไม่แน่ใจว่าฝ์ายรัฐบาลเอง ซึ่งในร่างของรัฐบาลก็ไม่มีในเรื่องนี้ รัฐบาลมีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องกองทุนเรื่องนี้ ผมคิดว่าที่ประชุมแห่งนี้ก็น่าจะพิจารณาให้ชัดเจนว่า แม้ว่าทั้ง ๒ ฉบับนี้มีเนื้อหาสาระ ที่ใกล้เคียงกัน แต่ว่าหลักการมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ก็อยากจะให้ที่ประชุมนี้ ได้พิจารณาด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายจํานวนมากนะครับ ผมสลับกันไป ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกได้โปรดกระชับในประเด็นหลักการและเหตุผลนะครับ เชิญท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน แบบสัดส่วน 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ วันนี้ทางสภาเราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งเสนอขึ้นมาโดย ๑. เปึนร่างของรัฐบาล ๒. เปึนร่างของ ส.ส. ท่านเจริญ จรรย์โกมล กับคณะเสนอขึ้นมาร่วมในการพิจารณาครั้งนี้ ทางกระผมได้ไปศึกษาร่าง ทั้ง ๒ ฉบับ โดยหลักการโดยทั่วไปแล้วคล้ายคลึงกันครับ แต่มีรายละเอียดบางส่วน ที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามตามรัฐธรรมนูญในหมวด ๕ แนวนโยบายด้านกฎหมาย และยุติธรรมได้กําหนดไว้ในมาตรา ๘๑ (๓)

กรณีที่ ๑ คือการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายซึ่งให้ไปดําเนินการโดยอิสระ และ

กรณีที่ ๒ ที่ต่อเนื่องกันใน (๔) ก็ขอให้จัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมซึ่งให้เปึนองค์กรอิสระ

ทั้ง ๒ ส่วนนี้ผมว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะส่วนที่มันข้องเกี่ยวกับ ทางด้านกฎหมายนะครับ แต่เราจะเห็นในสภาพปัจจุบันเราจะเห็นว่ากฎหมายต่าง ๆ ในกระบวนการที่ไม่เปึนธรรมอยู่หลายประการนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการ ยุติธรรมก็มีส่วนลักลั่นกันอยู่ แม้กระบวนการการดําเนินการของด้านตํารวจหรือพนักงาน สอบสวน พนักงานอัยการและของศาล เราจะเห็นว่าระบบของศาลนี้ในกระบวนการ พิจารณาคดีศาลยุติธรรมเปึนระบบอีกระบบหนึ่ง เปึนระบบกล่าวหา แต่ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญเปึนระบบไต่สวน ซึ่งวิธีการต่าง ๆ นี้ก็ไม่ได้สอดคล้องกัน ถ้าเราจะไปพิจารณาระบบกระบวนการยุติธรรม แล้วก็น่าจะมีพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมว่าเราจะเอาอย่างไรกันแน่ในประเทศไทย เรานี้ ซึ่งเราจะกล่าวหาอยู่ประจําว่าเดี๋ยวนี้การดําเนินการทางกฎหมายนั้นเปึน ๒ มาตรฐาน และกฎหมายต่าง ๆ ก็ไม่เปึนธรรม ถ้าการจัดตั้งองค์การปฏิรูปกฎหมาย ขึ้นมา ถ้าพิจารณาทั้งระบบก็ตาม ทั้งพิจารณาเรื่องด้านออกกฎหมายเพื่อให้สอดคล้อง กับระบบการปรับปรุงพัฒนากฎหมายต่าง ๆ นี้ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และข้อสําคัญ ตัวนี้ก็คือดําเนินการโดยอิสระ คําว่า อิสระ นี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเอามาพิจารณากัน นะครับ และข้อสําคัญกฎหมายที่จัดตั้งองค์กรปฏิรูปนี้ก็ให้ฟังทุกฝ์าย รวมทั้งบทบาทของ ประชาชนว่าจะมีบทบาทที่ผู้ถูกบังคับกฎหมายนี้จะมีความเห็นอย่างไรให้ฟังความเห็น ของด้านประชาชนด้วยในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนะครับ ทีนี้กระผมมาศึกษา ๒ ร่าง โดยเฉพาะร่างของรัฐบาล แม้แต่ในบทมาตราผู้รักษาการนี้ ของรัฐบาลก็ให้นายกรัฐมนตรี เปึนผู้รักษาการนะครับ ร่างของท่านเจริญ จรรย์โกมล ให้ประธานคณะกรรมการเปึน ผู้รักษาการ ทั้ง ๒ ระบบนี้ผมก็ฝากไปทางกรรมาธิการว่าเราจะพิจารณาอย่างไรในการ รักษาการนี้จะทําให้องค์กรนี้เปึนอิสระ จะทําแบบผสมผสานกันหรือไม่อย่างไร ก็ฝาก ไปถึงคณะกรรมาธิการนี้ด้วยนะครับ แล้วคณะกรรมการนี้มีอยู่ ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่ง โดยตําแหน่ง อีกฝ์ายหนึ่งเปึนผู้ที่โดยการสรรหาจากผู้มีวิชาชีพต่างๆ ที่กําหนดไว้ ก็มีผู้อภิปรายไปแล้วในการตั้งข้อสังเกตนะครับ ฝ์ายของรัฐบาล ร่างของรัฐบาลกําหนดไว้ ให้สรรหา แล้วทางคณะรัฐมนตรีเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเลย แต่ของท่านเจริญ จรรย์โกมล กรรมการที่สรรหานี้นอกจากเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้คณะกรรมการ ที่ได้รับการแต่งตั้งนี้ก็เปึนสิ่งสําคัญอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ต้องให้เห็นชอบจากรัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ วุฒิสภาเห็นชอบว่าการที่ของท่านเจริญกับของรัฐบาลนี้ แบบไหนจะทําให้องค์กรนี้เปึนองค์กรอิสระ ก็สิ่งทั้งหลายที่สภานี้จะได้พิจารณาในส่วนนี้ ในขั้นกรรมาธิการ ถ้ารับหลักการนี้ก็ควรจะได้รับการพิจารณาอันนี้ด้วย เปึนสิ่งที่สําคัญอยู่ นะครับ อันต่อมาก็คือคณะกรรมการที่มีผู้ท้วงติงไปแล้ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คนไม่มาอยู่องค์กรอิสระนี้มีอยู่เยอะครับ ที่ว่าให้อยู่วาระเดียวแล้วไม่ให้ประกอบอาชีพ อย่างอื่นครับ อันนี้มันข้อเสนอกฎหมายนะครับ อย่างนั้นผมก็ยังเปึนที่สงสัยว่าไม่ให้เขา ประกอบอาชีพอย่างอื่นด้วยนะครับ เลยหาผู้ประสบการณ์ในอาชีพ ประสบการณ์ในการ ทํางาน เลยไม่มีใครอยากมาครับ มีองค์กรหลายองค์กรที่เราพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทําไปทํามาตําหนิโน่น ตําหนินี่ คนดี ๆ เลยหายไปหมดเลยครับ แล้วอยู่ วาระเดียวครับ จากประสบการณ์ในการชํานาญในการอาชีพนี้มันจะน้อยไปไหมครับ ถ้าจะให้อย่างน้อยถ้าอยากจะคลุมก็น่าจะ ๒ วาระ คือครั้งละ ๖ ป้ แล้วจะต่อไปอีกกี่ป้ น่าจะได้พิจารณาส่วนนี้โดยความรอบคอบนะครับ คือตั้งเปัาไว้แล้วนะครับ และคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ว่าด้านกฎหมาย ด้านสังคม ด้านอะไรก็แล้วแต่ที่ท่าน กําหนดไว้นี่ครับ ก็อยากจะฝากหน่อย คุณสมบัตินี้เข้ามาอยู่คณะกรรมการนี้ที่เขานินทา กันว่าเปึนพวกเนติบริกรครับ ทําอย่างไรจะคุมไม่ให้พวกนี้เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ นะครับ พอมีคณะปฏิวัติทีหนึ่งก็เชิญพวกนี้ไปเปึนกรรมการ เปึนที่ปรึกษาขึ้นมา กฎหมาย ทั้งหลายมันก็จะไม่เปึนธรรมนะครับ ก็ฝากข้อสังเกตไว้อย่างกว้าง ๆ นะครับ ส่วนที่ท่านเจริญที่ท่านเสนอว่าเปึนความเร่งด่วน กฎหมายที่ดินก็ตาม กฎหมายบริหาร ราชการแผ่นดินก็ตาม กฎหมายกระบวนการยุติธรรมน่าจะได้ทําพิจารณาโดยรวดเร็ว หรือกฎหมายเกี่ยวกับการดําเนินการการปกครองในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ อย่างนี้ น่าจะต้องทําโดยเร็วหรือไม่อย่างไรนั้น ทางด้านกระผมก็รู้สึกค่อนข้างจะเห็นด้วย น่าจะเปึนกําหนด เปึนการเร่งรัด เปึนการฝากไว้นะครับ สรุปแล้วกระผมก็คงสนับสนุน ทั้ง ๒ ร่าง รับหลักการทั้ง ๒ ร่างเข้าไปสู่สภา ควรจะรับไปพิจารณา ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกเพื่อความสะดวกในการเตรียมการอภิปรายของท่านนะครับ ผมจะอ่านรายชื่อ ผู้ที่จะอภิปราย จะเรียกสลับกันนะครับ จากนี้จะเปึนท่านทศพล เพ็งส้ม ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านนคร มาฉิม ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านเรวัต สิรินุกุล ท่านผุสดี ตามไท แล้วก็ท่านนิยม เวชกามา นะครับ เชิญท่านทศพล เพ็งส้ม ครับ

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับกฎหมายที่จะออกมาเกี่ยวกับเรื่องคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น เท่าที่ตรวจสอบก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่เห็นด้วยนะครับ แต่ขออนุญาตมีข้อเสนอแนะต่อ ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการต่อไปก็คือว่า ในส่วนของผมนั้นก็คือในมาตรา ๘ ครับ ท่านประธาน มาตรา ๘ ก็คือคุณสมบัติของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ต้องมี คุณสมบัติอย่างไร แล้วก็ไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างไร ที่ตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ปรากฏว่า ในมาตรา ๘ นั้นคุณสมบัติเกี่ยวกับการถือหุ้น เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา ๒๖๕ หรือแม้กระทั่งมาตรา ๒๖๖ นั้น ปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น ไม่อยู่ในข่าย ถามว่าทําไมถึงไม่อยู่ในข่าย ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น จะต้องเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการ ดําเนินนโยบาย ฉะนั้นจําเปึนนะครับว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเมื่อต้องเข้าไป เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลแล้ว และแผนการบริหารราชการแผ่นดิน จําเปึนที่ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะต้องไม่ถือหุ้นเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหลายท่านนะครับอาจจะสงสัยว่าการถือหุ้นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น เกี่ยวข้องอย่างไร ท่านประธานครับในเมื่อคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีอํานาจหน้าที่ เกี่ยวกับพัฒนาในส่วนที่จะต้องบริหารราชการแผ่นดิน จําเปึนครับ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตัวเองถือหุ้น ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับห้างร้านหรือบริษัทที่ตัวเองเปึนที่ปรึกษาอยู่ ก็อาจจะมีปัญหาในการออกกฎหมายหรือในการแนะนํากฎหมายให้รัฐบาลได้

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่มีปัญหาอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ก็คือว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นยังไม่ได้ระบุเลยว่าสมควรที่จะเปึนคณะกรรมการ ในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือไม่ เช่น การไฟฟัาก็ดี การประปาก็ดี หรือแม้กระทั่ง คณะกรรมการอื่น จําเปึนครับที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นสมควรที่จะไม่เปึน คณะกรรมการในหน่วยงานอื่นของรัฐ ไม่ว่ารัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน หรือรัฐบาล เพราะไม่เช่นนั้นแล้วตนเองเปึนคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอาจจะมีส่วนได้เสียกับ องค์กรที่ตัวเองไปเปึนที่ปรึกษาหรือไปเปึนคณะกรรมการ ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ก็ขอชื่นชมผู้เสนอ กฎหมายทั้ง ๒ ร่าง ซึ่งประเทศไทยเรานั้นสมควรที่จะมีองค์กรปฏิรูปกฎหมาย เพราะกฎหมายหลายฉบับ กฎหมายบางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ทันสมัย แล้วก็ตามเทคโนโลยี ไม่ทัน แล้วบางครั้งก็ทําให้ผู้คนเกิดความสงสัยในการบังคับใช้กฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมาย ๒ มาตรฐาน ผมเองนั้นมีประเด็น ๒-๓ ประเด็นที่จะขออนุญาตฝากผ่านไปยัง กรรมาธิการ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นมีอํานาจหน้าที่ขยาย ถึงการที่วิพากษ์วิจารณ์สํานวนบางสํานวนของการตัดสินอรรถคดีจะได้หรือไม่ เพราะบางครั้งพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบนั้นเกิดความสงสัยในมาตรฐานของสํานวน บางสํานวน ยกตัวอย่างเช่น การตัดสินคดีของพี่น้องประชาชนในจังหวัดลําพูนกรณี เรื่องฉ้อโกงลําไย รูปลักษณะอัตลักษณ์ของจําเลยนั้นเขียนหนังสือก็ไม่เปึน ไปที่ไหนก็ เงอะ ๆ งะ ๆ เปึนชาวเขา ชาวดอย แต่ปรากฏว่าถูกตัดสินคดีฉ้อโกงเงินหลวง ซึ่งตรงนี้ โดยอัตลักษณ์ของจําเลยแล้ว โดยสัญชาตญาณของผู้คน มองก็รู้ว่าคนนี้ไม่มี ความสามารถที่จะโกงเงินหลวงได้หรอก เพราะเขียนหนังสือก็ไม่เปึน เปึนชาวเขา ชาวดอย แต่โกงเงินหลวงได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ถูกพิพากษาจําคุก ๖ เดือน ไม่รอลงอาญา ตรงนี้นั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วเปึนไปไม่ได้เลย

ประเด็นที่ ๒ นั้นก็มีความสงสัย บางครั้งสํานวนเทียบเคียงกันก็คนละอย่าง ยกตัวอย่างเช่น การพิพากษาจําคุกคนป่ดถนนที่จังหวัดเชียงรายถึง ๓ ป้ โดยไม่รอ ลงอาญา ที่จริงการไต่สวน การสอบทานนั้นจะต้องทําโดยปราศจากอคติ ตามจรรยาบรรณ คุณสมบัติของผู้มีหน้าที่เหล่านั้น แต่ที่มาของเขาเหล่านั้นมันเปึนเรื่อง ของความเดือดร้อน ต้องการให้เห็นถึงส่วนกลาง ถึงเชิงนโยบาย ไม่มีเจตนาทําให้ผู้อื่นเกิด ความเสียหาย แต่บางครั้งคําพิพากษาชั้นต้นก็สร้างความกดดัน คําพิพากษาบางคํา พิพากษาก็ทําให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พี่น้องประชาชนถึงความเที่ยงธรรม ตรงนี้ ถ้าเปึนไปได้ให้มีคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อที่จะให้เปึน บรรทัดฐาน ไม่ถูกกล่าวหาว่าเปึน ๒ มาตรฐาน

ประเด็นที่ ๓ ที่จะต้องฝากทางกรรมาธิการไปพิจารณาคือเรื่องของการ ออกกฎหมาย กรณีที่ออกในสมัยไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่ประเทศไทยไปกู้เงินในป้ ๒๕๔๐ แล้วถูกบังคับให้ออกกฎหมาย เขาเรียกว่ากฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ ซึ่งประกอบไปด้วย พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพ ซึ่งเปึนแพคเกจ (Package) ออกเปึนล็อท (Lot) ๑๑ ฉบับ ซึ่งเมื่อเราใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ หมดเรียบร้อย เงื่อนไขเหล่านี้หมดเรียบร้อยแล้ว เปึนไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่เมื่อเราออกตามเงื่อนไข ไอเอ็มเอฟ เราได้ปลดหนี้ ไอเอ็มเอฟ ในสมัยที่ ท่านทักษิณ ชินวัตร เรียบร้อยแล้วนั้น เราก็ต้องยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ด้วย เพื่อที่จะสร้าง บรรทัดฐานว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่เปึนกฎหมายขายชาติอย่างที่เขากล่าวอ้างกัน เราก็ สามารถยกเลิก เพราะกฎหมายเหล่านี้ไม่เปึนประโยชน์ เพราะว่าสถานการณ์ มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว ในแง่ของเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องฐานะของพี่น้องประชาชน ผมก็ ฝากทางกรรมาธิการว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เข้าไปสามารถที่จะเชื่อมโยงในการกําหนดกฎเกณฑ์ ว่ากฎหมายใดที่ออกในบทบัญญัติของต่างชาติ ที่เรามีเงื่อนไขกับต่างชาตินั้นสามารถ ที่จะยกเลิกได้หรือไม่อย่างไร

ประเด็นที่ ๔ เรามีกฎหมายหลายฉบับที่ออกในสมัย สนช. ซึ่งเปึนการ เร่งรีบออกกฎหมาย ซึ่งบางฉบับนั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองก็เพิกถอนออกไป ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบก็มี เปึนโมฆะ แต่มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งครับ เขาเรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจ กฎหมายฉบับนี้นั้นออก ในสมัย สนช. สาระสําคัญก็คือการลงโทษพนักงานรัฐวิสาหกิจว่าด้วยคุณสมบัติ ซึ่งมาตรฐานหน่วยราชการหรือมาตรฐานพนักงานองค์กรของรัฐนั้นจะต้องตัดสินคดี ถึงที่สุด ต้องจําคุกถึงจะให้ออก ไล่ออก ปลดออก แต่พระราชบัญญัติรัฐวิสาหกิจนั้น แค่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผิดก็ไม่มีคุณสมบัติ สามารถให้ออกงานได้เลย ซึ่งขณะนี้ยังเปึน ที่เดือดร้อนของพี่น้องรัฐวิสาหกิจ ๓๐๐,๐๐๐ คนเปึนอย่างมาก เพราะว่าที่การสื่อสารและการไปรษณีย์ส่วนใหญ่เขาจะออกพื้นที่แล้วก็มีนอกเวลางานเขา ก็ดื่มกินกัน พอเจอเขาตรวจแอลกอฮอล์ศาลชั้นต้นตัดสินผิดเกือบ ๒๐๐ คน พนักงาน รัฐวิสาหกิจต้องออกงานเลยครับ ซึ่งถือว่าเปึนการรอนสิทธิของพนักงาน และรอนสิทธิของ พี่น้องประชาชน ศาลชั้นต้นตัดสินให้ผิดออกงานเลยครับ อันนี้ไม่มีความเปึนธรรมให้กับ ผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งออกในสมัย สนช. ซึ่งสมัย สนช. รุ่นนั้นก็มีการเคลื่อนไหว ทางการเมือง พวกพนักงานรัฐวิสาหกิจเขาก็มาเคลื่อนไหวคัดค้าน คมช. หลายประเด็น ท่านก็ออกกฎหมายมาตัดตอนให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจออกโดยการที่จะไม่ต้องมีถึง ศาลฎีกาซึ่งประเด็นนี้เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานของกฎหมายในสมัย สนช. เปึนอย่างยิ่ง ก็ฝากทางกรรมาธิการว่าประเด็นเหล่านี้จะพ่วงให้เปึนอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการและหรือจะใส่เข้าไปในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ ส่วนที่มา ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นควรจะมีความหลากหลายแล้วควรที่จะมี การตรวจสอบและอย่างน้อยก็ควรจะผ่านสภา เพื่อที่จะช่วยกันตรวจสอบเรื่องของ คุณสมบัติของคณะกรรมการชุดนี้อย่างน้อยก็จะทําให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมขอชื่นชมกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่จะมีโอกาสได้บังคับใช้แล้วก็ขอให้ ฝาก ๓-๔ ประเด็นของกระผมเข้าไปในขั้นกรรมาธิการด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชมและก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ที่เสนอโดยรัฐบาล ซึ่งผมขออนุญาตที่จะแสดง เหตุผลไว้เพื่อบันทึกเปึนประวัติศาสตร์ในการตรากฎหมายที่สําคัญอย่างยิ่งฉบับนี้ของ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ และต้องขอชื่นชมรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ที่ได้กําหนดให้มีหมวดนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรมในมาตรา ๘๑ ที่รัฐจะต้อง ดําเนินการตามนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรมใน (๓) ซึ่งบัญญัติไว้ว่า จะต้องจัด ให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระเพื่อปรับปรุง และพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ โดยต้องรับฟังความเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เปึนที่ทราบกันดีว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในประเทศในปัจจุบันนี้ เปึนพัน ๆ ฉบับ นับพันฉบับนี้บางอย่างก็ขัดหรือแย้งกันเอง บางอย่างก็ล้าสมัย บางอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะบังคับใช้ให้บรรลุเปัาหมายหรือบรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มีอยู่ได้ เพราะฉะนั้นโดยหลักการใหญ่แล้วควรเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา เพื่อประมวลรวมทั้งหมดว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ทั้งหมด มีกี่ประเภท มีกี่ลักษณะ ผลการบังคับใช้อันไหนที่ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน กฎหมายฉบับไหนที่ก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติกฎหมายฉบับไหนที่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนหรือไม่สามารถที่จะสนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ ควรที่จะปฏิวัติหรือว่าอนุวัติกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และที่สําคัญก็คือต้องเปึนหลักในการที่จะธํารงไว้ ซึ่งความเปึนธรรมและเที่ยงธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และให้ทุกคนที่เปึนคนไทยได้รับความเสมอภาคในทางกฎหมายเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างประกอบ กฎหมายที่ยังมีปัญหา แล้วก็ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่ผมเองในฐานะได้รับมอบหมาย จากสภาให้ไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน กฎหมาย ป์าไม้ และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้กับราษฎรของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวที่มีท่านสุวโรช พะลัง เปึนประธาน ชุดใหญ่อยู่ได้เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดิน ป์าไม้ และขับเคลื่อนในการออกเอกสารสิทธิจากสภาผู้แทนราษฎร ต้องยอมรับว่าปัญหาในเรื่อง ที่ดินแล้วก็ป์าไม้จําเปึนที่จะต้องได้รับการแก้ไขเปึนการเร่งด่วน จําเปึนที่จะต้องได้รับ การปรับปรุงอย่างทันท่วงที และจําเปึนที่จะต้องเร่งตรากฎหมายใหม่เพื่อให้ประชาชน ได้เข้าถึงทรัพย์สิน ที่ดิน และให้ประชาชนคนไทยได้อยู่กับป์าได้อย่างสงบสุข และก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ์าย ที่ผมได้รวบรวมเปึนเบื้องต้นประมาณ ๒๐ ฉบับ สภาพของปัญหาก้าวไปไกลเกินกว่ากฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันจะรองรับได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ที่ที่มี ส.ค. ๑ ที่ราษฎรได้รับ ส.ค. ๑ ตั้งแต่ ป้ ๒๔๙๗ ป้ ๒๔๙๘ แล้วก็ ป้ ๒๔๙๙ รัฐบาลจะต้องออกกรรมสิทธิ์ ออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชนที่ได้ถือครองได้ ทํากินตามประมวลกฎหมายที่ดินให้แล้วเสร็จ ซึ่งในปัจจุบัน ๕๐ กว่าป้แล้วก็ยังไม่มี การออกโฉนดที่ดินอย่างครบถ้วน แล้วก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ประเด็นต่อมาก็คือหลังจากที่ ราษฎรได้ทํากินในที่ดินของตนเอง ซึ่งแต่ก่อนนี้เขาเรียกว่ารัฐออกนโยบายที่จะให้ ประชาชนได้เข้าไปทํากิน พอรัฐบาลในสมัยต่อ ๆ มามีนโยบายที่เปลี่ยนไป จากการเข้าไป ให้ทํากินกลายเปึนการบุกรุกมีมากเหลือเกิน ราษฎรได้ทํากินมายาวนานหลาย ชั่วคน และปัจจุบันหมดสภาพของป์าไปแล้ว แต่รัฐก็ยังคงไม่ไว้ใจประชาชน ยังคงยืนยัน ที่จะให้ป์าในบริเวณที่ได้ทํากินจนหมดสภาพป์า บางที่เปึนเทศบาล บางที่เปึนหมู่บ้าน บางที่เปึนวัด เปึนโรงเรียน เปึนชุมชน เปึนทุ่งนา เปึนที่ทํามาหากินของราษฎร แต่สภาพ ประชาชนยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิแล้วก็ยังผิดกฎหมายอยู่ ถ้าหน่วยงาน ของรัฐจะไปจับกุมราษฎร ก็ก่อให้เกิดความเดือดร้อน แล้วก็สภาพปัญหาที่ประชาชน ในฐานะที่ว่าเปึนคนไทยไม่ควรที่จะได้รับความเดือดร้อนหรือปัญหาแบบนี้ แล้วก็ไม่มี โอกาสที่จะได้รับการพัฒนา เพราะไม่มีกรรมสิทธิ์ก็ไม่สามารถที่จะใช้ที่ดินที่ตนเองทํา อยู่แล้วก็ได้ครอบครองจนสภาพมั่นคงถาวรแล้วไปเปึนหลักทรัพย์ ไปเปึนหลักประกัน ไปเปึนมรดกตกทอดไปถึงลูกถึงหลานได้ เพราะฉะนั้นแล้วถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยน แนวคิดใหม่ แล้วก็ยอมรับว่าคนไทยที่ได้ทํากินโดยสุจริตเขาควรที่จะได้รับการปกปัองและ รับรองสิทธิในฐานะที่เขาเปึนคนไทย ซึ่งถ้าเกิดว่าทําได้แบบนี้ ผมเชื่อว่าสินทรัพย์ของ ประชาชนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ๖,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนย้ํา อันนี้จากการ ศึกษาวิจัยแล้วก็การวิจัยของ สกว. สํานักวิจัยที่ได้รับทุนจากรัฐบาลไปทําการศึกษาวิจัย เรื่องนี้ สินทรัพย์ของประเทศที่จะตกถึงมือประชาชน และทุกคนจะหวงแหนกรรมสิทธิ์ให้ เปึนมรดกกับลูกหลานไม่น้อยกว่า ๖,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็ได้ประโยชน์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ รัฐบาลได้ประโยชน์อย่างไรครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ต้องไปทะเลาะ ไม่ต้องไปมีปัญหา ไม่ต้องไปคอยที่ว่าจะมี ข้อพิพาทจับกุมราษฎร คดีความในโรงศาลต่าง ๆ ก็น้อยลง ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ได้เปึนกรรมสิทธิ์ ได้เปึนหลักทรัพย์ ได้เปึนหลักประกัน เวลาจะไปหยิบยืม ไปกู้เงินจาก สถาบันต่าง ๆ เปึนหลักทรัพย์ได้ สินทรัพย์ของประชาชนก็เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีนิติกรรม ต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดิน เกี่ยวกับทรัพย์สิน รัฐบาลก็ได้รูปของภาษี ป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท เปึนแสนล้านบาท ในรูปของภาษีต่าง ๆ ก็จะไหลย้อนกลับไปที่ท้องถิ่น ไปที่ชุมชน ไปที่รัฐบาล รัฐบาลก็มีงบประมาณในการที่จะพัฒนาประเทศ ท้องถิ่นก็มีงบที่จะไปดูแล ปัญหาความเดือดร้อนในท้องถิ่นของตนเอง ทุกฝ์ายได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องได้รับการแก้ไขแล้วก็พัฒนาแล้วก็ปรับปรุง นําไปสู่การพัฒนาที่เปึน เอกสารสิทธิแยกให้ชัดระหว่างที่ราษฎรกับที่หลวง ที่ราษฎรกับที่ของรัฐ พอชัดเรียบร้อย แล้วปัญหาจะไม่มี คนไทยกับรัฐจะอยู่ด้วยกันอย่างเปึนปกติสุขและจะเดินพัฒนาประเทศ ด้วยกันอย่างมั่นคงแล้วก็ยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พูดกันมามากแล้วก็สิ่งที่ วิพากษ์วิจารณ์ บางฝ์ายอยู่ในส่วนนี้ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าเปึนธรรมแล้ว อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าบังคับใช้แบบ ๒ มาตรฐาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน การปกครองประเทศของเราเปึนการปกครองแบบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เราแยกอํานาจการปกครองชัดเจนครับ อํานาจนิติบัญญัติก็คือรัฐสภา สภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อํานาจฝ์ายบริหารก็คือรัฐบาล เปึนผู้บังคับใช้ เพื่อให้เปึนไปตามกฎหมายที่สภาแห่งนี้ตราขึ้นและบังคับใช้แล้ว และอีก อํานาจหนึ่งก็คืออํานาจตุลาการก็คือศาลยุติธรรม ศาลต่าง ๆ ที่ตัดสินหรือพิพากษา อรรถคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม ว่าท่านตัดสินบนมาตรฐานเดียวกัน ขอให้ผู้ที่อยู่ใต้บังคับของ กฎหมายแห่งรัฐไทยจะต้องยอมรับถึงหลักนิติธรรมอันนี้ ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะเปึนใคร ไม่ว่า จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้าศาลได้ตัดสินถึงที่สุดว่าท่านผิด ขอให้ท่านน้อมรับคําพิพากษา ของศาล ถ้าท่านได้รับการตัดสินว่าบริสุทธิ์ ท่านได้รับความเปึนธรรมจากศาลแล้ว ถ้าท่าน ถูกศาลพิพากษาว่าผิด ท่านต้องกลับมารับโทษที่ศาลได้พิพากษาบนมาตรฐานเดียวกันแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งประท้วงผมนะครับ ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณท่านถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่าท่านผิดและลงโทษจําคุก ๒ ป้ ในพระปรมาภิไธย ท่านประธานครับ ท่านอย่าบอกว่า ศาลตัดสินบน ๒ มาตรฐาน ท่านจะต้องยืนรับความผิดที่ศาลได้พิพากษาในฐานะนิติรัฐ ในฐานะกระบวนการยุติธรรมว่าจริง ท่านจะได้รับการชื่นชม แต่ถ้าเกิดว่าศาลพิพากษาว่า

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง เชิญท่านพีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข เข้าใจว่าผู้อภิปรายกําลังอภิปรายถึงเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านได้พูด พาดพิงไปถึงบุคคลภายนอก พาดพิงไปทํานองว่าท่านไม่เคารพต่อคําตัดสินอะไรต่ออะไร ซึ่งมันก็เปึนเรื่องของบุคคลภายนอก ผมคิดว่าไม่ควรจะไปพูดพาดพิงถึงท่านนั้น ในทางที่เสียหายครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนครครับ ผมวินิจฉัย ข้อ ๖๑ วรรคท้าย ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่ต้องไปเอ่ยถึงบุคคลภายนอก นะครับ ขอความกรุณาเข้าเรื่อง

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อันที่ จริงแล้วเรื่องนี้ผมเห็นว่ามันเปึนความขัดแย้งทางการเมือง เปึนความขัดแย้งที่ก่อให้เกิด ความแตกแยกของพี่น้องคนไทยในประเทศเปึนอย่างยิ่ง ซึ่งโดยปกติเกือบ ๑๐ ป้ที่ผมได้มี โอกาสมารับใช้คนไทยในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เคยเลยแม้แต่ที่จะคิดที่จะไปพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วก็ไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายใด ๆ ต่อคนทั้งภายใน แล้วก็ทั้งภายนอก แต่ที่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะว่า เรื่องนี้เปึนประเด็นความขัดแย้ง และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งเรื่องนี้ธํารงอยู่แล้วก็สร้าง ความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ เราเปึนคนไทยด้วยกันทุกคน แต่ขออย่างเดียว ก็คือว่าการบังคับใช้กฎหมายบนมาตรฐานเดียวกันนั้น ผู้ที่ถูกบังคับใช้จะต้องยอมรับ ในผลของการตัดสินของศาลอย่างตรงไปตรงมา ผิดต้องว่ากันไปตามผิด ถูกต้องว่ากันไป ตามถูก ถ้าผู้ที่ถูกบังคับใช้กฎหมาย

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วง ท่านสุนัยประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วง

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงท่านนคร มาฉิม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน จริง ๆ ก็ชอบ กันอยู่ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้เตือนไปแล้วว่า การกล่าวถึง บุคคลภายนอกนั้นเปึนเรื่องที่ไม่ควร แต่ผมเองก็จะไม่ไปขัดขวางเสรีภาพอันนั้นครับ ท่านนครอาจจะพูดได้อีก แต่เนื่องจากว่าความเปึนจริงของการเมืองไทยวันนี้มันซับซ้อนมาก คําวินิจฉัยของศาลอยู่ในสถานะที่ถ้าจะพูดความจริงกันแล้ว ผมเกรงว่าจะ กระทบกระเทือนสถาบันของตุลาการเขา

อีกประการหนึ่ง ขอให้ท่านนคร มาฉิม เก็บความรู้สึกนี้ไว้เถอะครับ รอให้มี การดําเนินคดีอย่างเปึนธรรมกับบุคคลหนึ่งที่ยึดเขายายเที่ยง คือ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งมีมติแล้วว่าผิดเหมือนกัน เราอยากจะดูว่าจะมีการดําเนินคดีกับองคมนตรี ท่านนี้ไหมครับ ถ้ามีเมื่อไรท่านค่อยเก็บความรู้สึกนี้มาพูดใหม่จะดีไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า ทั้ง ๒ ฝ์าย ขอความกรุณาครับ คือทุกอย่างก็ราบรื่นมาด้วยดี

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้ขัดขวางนะครับ แต่ให้เก็บ ความรู้สึกนี้ไว้จนกว่าจะมีการพิสูจน์สถาบันตุลาการของเราครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัย ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านนครครับ กรุณาหลีกเลี่ยงประเด็นที่ความคิดเห็นแตกแยกกัน เรามีกรรมการสมานฉันท์ มีอะไรกําลังทํางานกันอยู่ เอาท่านเข้าเรื่องกฎหมายของเรา ดีกว่า แล้วท่านก็พูดมาพอสมควรแล้วกรุณาสรุปเลยครับ เดี๋ยวท่านพีรพันธุ์จะได้ต่อ เชิญครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ ด้วยความเคารพเปึนอย่างยิ่งต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมเอง ก็พร้อมที่จะน้อมรับ แต่ว่าด้วยความรู้สึกที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ เพื่อที่จะเปึน ส่วนหนึ่งในการที่จะร่วมกันธํารงไว้ซึ่งระบอบการเมือง การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แล้วก็ต้องการที่จะเปึนส่วนหนึ่ง ในการนําพาความสงบสุขให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นผมย้ําว่าผมยังคงมี จุดยืนแบบนี้อยู่ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานเพียงแต่ว่าเราจะต้องยอมรับผลใด ๆ ต่อการตัดสิน แล้วก็เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถที่จะ ปกครองได้หรอกครับ เราไม่สามารถที่จะทําให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงฝากเปึนข้อสังเกต

ในเรื่องสุดท้ายก็คือถ้าเกิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว ได้รับฉันทานุมัติจากสภาอันทรงเกียรติแล้ว ผมก็มั่นใจว่ากระบวนการ ในการตรากฎหมาย กระบวนการในการพัฒนากฎหมายเพื่อประโยชน์สุขของคนไทย ทั้งประเทศและนําพาประเทศของเราให้เทียบเท่ากับอารยประเทศก็คงจะเกิดขึ้น แล้วก็ขอชื่นชม ขอเปึนกําลังใจ ขอสนับสนุนนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ครับ ท่านประธานครับ การที่ทางรัฐบาลและท่านสมาชิก คุณเจริญ จรรย์โกมล และคณะ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมาก็เปึนไปตาม ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๑ (๓) ที่ให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูป กฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ นี่คือหลัก สิ่งที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ผมเองได้ติดตามเรื่องนี้มาอยู่ตลอดก็พยายามที่จะนึกถึงว่า คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญเองคงจะมีเจตนาดีที่เห็นว่ากฎหมายของบ้านเรานั้นมันมีปัญหา มากจึงจะต้องจัดให้มีการปฏิรูป คนที่เรียนกฎหมายมาก็คงจะได้ฟังอาจารย์ท่านสอนไว้ เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ ท่านลุกขึ้นมาให้มีการปฏิรูปกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายในสมัยนั้น เรื่องมันปรากฏว่าฝ์ายหญิงมีชู้แล้วไปฟัองหย่า คนก็คงจะแปลกใจแต่พอไปดูกฎหมาย แล้วมันเขียนไว้อย่างนั้นจริง ๆ นั่นเปึนจุดเริ่มต้นครับ ก็เลยต้องมีการปฏิรูปกฎหมาย ตราสามดวงมาปฏิรูปครั้งใหญ่สมัยรัชกาลที่ ๕ นั่นเปึนเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ผมเห็นลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครับ ชักชวน ให้หลายท่านไปร่วมกันพิจารณาเรื่องการปฏิรูปกฎหมายโดยในเบื้องต้นให้มีองค์กร ที่จะมาจัดการทําการปฏิรูปกฎหมาย ท่านประธานเองคงเห็นลงข้อความโฆษณานี้ อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้กับวันนี้เองครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ตั้ง โดยคณะรัฐมนตรีก็ได้จัดให้มีการประชุมทางวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ ๗ ของกระบวนการ ปฏิรูปกฎหมาย มีการพิจารณาเรื่องที่สําคัญครับ การพัฒนากระบวนการยุติธรรม เชิงคุณค่าสู่สังคมนิติธรรม ตรงนี้ครับที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปราย เมื่อสักครู่นี้ถ้าเรียกร้องให้พวกเราว่าต้องเคารพคําพิพากษาของศาลนั้น ผมก็อยากจะให้ ท่านได้ไปศึกษากระบวนการยุติธรรมที่ทรงคุณค่า ที่ศาลตัดสินแล้วคนยอมรับกันมันคือ เปึนอย่างไร อันนี้ก็คงจะมีการพูดกันในการสัมมนาอย่างนี้ กระบวนการยุติธรรม การมีส่วนร่วม ทางเลือกและการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนเปึนเรื่องที่ผมคิดว่าประเทศนี้กําลังเผชิญอยู่ ประเทศไทยมีกฎหมาย เยอะมากครับ ท่านประธานครับ บางครั้งผมก็นึกว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจไปดําเนินการจับกุม บางคนอยู่ วันดีคืนดีท่านก็อ้างกฎหมายที่ผมก็นึกว่ามันตายไปแล้ว ท่านก็งัดขึ้นมาเพื่อจะ เอาความผิดกับบางบุคคล กฎหมายอย่างนี้ก็ยังมีอยู่เพราะท่านบอกว่ามันยังไม่ยกเลิก แต่ว่าถ้าในสภาพปัจจุบันมันควรจะใช้ไหม มันไม่ควรใช้ แต่ท่านจะใช้ท่านก็อ้างขึ้นมา นี่คือเหตุผลของความจําเปึนที่เราจะต้องมีการปฏิรูปกฎหมายเกิดขึ้น บัดนี้ได้มีการเสนอ ร่างอันนี้ขึ้นมา ผมก็ได้ติดตามศึกษาดูทั้งจากร่างของรัฐบาลเองและร่างของท่านสมาชิก แล้วก็ได้ดูว่ารูปแบบของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นมีหน้าตาเปึนอย่างไร คณะกรรมการชุดแรกที่รัฐบาลได้ตั้งขึ้นนั้นได้ไปศึกษาดูคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จากหลาย ๆ ประเทศ แล้วก็พิมพ์เปึนรายงานขึ้นมาเปึนเล่มใหญ่ เล่มเล็ก บังเอิญ เล่มที่ผมมีอยู่ในมือนี้ก็เล่มหนึ่งที่คณะกรรมการได้ส่งมาให้ผมดู เขาก็ไปดูรูปแบบของ ประเทศออสเตรเลียว่าที่นั่นมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเหมือนกัน แล้วเขาตั้งขึ้นมา ทําหน้าที่อย่างไร องค์กรของประเทศออสเตรเลียมีความเปึนอิสระเพื่อพัฒนา และปฏิรูปกฎหมายอย่างเปึนระบบ ของประเทศออสเตรเลียนะครับ กลับไปดูที่ประเทศ แคนาดาครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายของประเทศแคนาดาถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ สอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลและรัฐสภา สําหรับคําแนะนําที่เปึนอิสระพูดง่าย ๆ ก็คือของประเทศแคนาดานั้นเขาตั้งคณะกรรมการ ปฏิรูปขึ้นมา แล้วก็มีความเปึนอิสระ อิสระในที่นี้ก็คืออิสระในทางความคิด ทางวิชาการ เพื่อจะเสนอแนะให้รัฐบาลและรัฐสภาไปดําเนินการแก้ไขกฎหมายต่อไป ของบางประเทศ ผมกลับไปดูอีกประเทศ ประเทศใกล้เคียงกับเราก็มีประเทศสิงคโปร์ก็มีท่านประธาน ก็มีคณะกรรมการอย่างนี้ของที่ประเทศอังกฤษซึ่งเขาก็มี เปึนประเทศที่เรารู้ว่าใช้กฎหมาย จารีตประเพณี แต่เมื่อยามใดที่ไม่มีจารีตประเพณีที่จะใช้เขาก็ไม่รู้จะบัญญัติกฎหมาย เกิดขึ้น จึงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมา แล้วก็ช่วยกันคิดที่จะบัญญัติกฎหมาย ที่เปึนลายลักษณ์อักษรนี้เปึนแบบของประเทศอังกฤษ โดยรวมความแล้วกว่าจะมา เปึนร่างฉบับนี้ผมคิดว่าได้มีการศึกษาแบบอย่างจากต่างประเทศที่สําคัญ ๆ ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมา แล้วก็พยายามที่จะร่างให้มีองค์กรคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายของประเทศไทยนะครับ ที่อาจจะสอดคล้องกับความต้องการของเรา จริง ๆ อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตในร่างของรัฐบาลเอง ที่บอกในมาตรา ๔ คําว่า การปฏิรูปกฎหมาย นั้น หมายถึงการปฏิรูปในเชิงสหวิทยาการอย่างเปึนระบบ มีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชน โดยกระบวนการบนพื้นฐานของ องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัย ถ้าอ่านตรงนี้แล้วก็จะเข้าใจว่าคณะกรรมการชุดนี้ อํานาจหน้าที่ก็คือทําหน้าที่ศึกษาวิจัยอย่างเปึนระบบ แล้วอาศัยฐานความรู้ที่ได้มานั้น ไปปรับปรุงกฎหมายแล้วก็เสนอแนวคิดนี้ต่อรัฐบาลและต่อรัฐสภา บนความเปึนอิสระของ การศึกษาวิจัยนั้นเอง อย่างไรก็ตามพอมาดูในรูปแบบของคณะกรรมการในมาตรา ๖ ร่างของรัฐบาล ที่ในตอนท้ายผมก็พยายามจะดูว่า ท่านบอกให้มีคณะกรรมการ ๑๑ คน ตั้งขึ้น ทั้งนี้โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย เข้าใจว่าตรงนี้ อยู่ดี ๆ ท่านก็พูดถึงการมีส่วนร่วมของหญิงและชาย ทํานองว่าในคณะกรรมการนี้เขาให้มีทั้งหญิง และชายอยู่ด้วยนะ คงจะได้แนวคิดจากการไปทําประชาพิจารณ์ ไปรับฟังความคิดเห็น ของคนจากทั่วประเทศที่ดําเนินการมา ก็เลยพูดถึงว่าก็ควรจะมีการมีส่วนร่วมของทั้งหญิง และชายด้วย แต่ว่าแนวคิดของการมีส่วนร่วมของหญิงและชายนั้นก็เปึนสิ่งที่ดี ถ้ามันสอดคล้องกับบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพราะว่าพอในมาตรา ต่อไปบอกว่ากรรมการปฏิรูปกฎหมาย ท่านต้องการคนที่มีความรู้มีประสบการณ์ เปึนที่ประจักษ์ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และด้านอื่น ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อการปฏิรูปกฎหมาย แนวคิดอย่างนี้มันอาจจะไม่จําเปึน ที่จะต้องไประบุว่าจะต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายนะครับ ผมอยาก ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างนี้ในประเด็นแรก

ในเรื่องการทํางานของคณะกรรมการที่ให้มีกรรมการจํานวนหนึ่งทํางาน เต็มเวลากับไม่เต็มเวลา ก็คงบังเอิญว่าไปศึกษาของหลายประเทศมีทั้งที่ทํางานเต็มเวลา กับไม่เต็มเวลา และที่ทํางานได้ผลดีก็คือการทํางานที่เต็มเวลาเปึนในรูปแบบของ ที่เราเรียกว่าเปึนคอมมิชชัน (Commission) ส่วนไม่เต็มเวลาที่เราเรียกว่าคอมมิทตี (Committee) มีเยอะ ของเราพอเปึนคอมมิทตีทํางานไม่ค่อยได้ผล ก็เลยแต่ว่าครั้นจะเอา เปึนแบบเต็มเวลาหมดก็ดูอาจจะเร็วไป ก็เลยมีการเสนอให้มีผสมผสานกันทั้ง ๒ แบบ คือส่วนหนึ่งทํางานเต็มเวลากับไม่เต็มเวลานะครับ ย้อนกลับไปดูในเรื่องที่ผมคิดว่า มีความสําคัญในเรื่องกรรมการนี้ได้มาจากไหน ก็จะได้มาจากการสรรหาส่วนหนึ่งก็เปึน สรรหามาจากคณะกรรมการสรรหา

กลุ่มที่ ๑ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการ ครม. เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

กลุ่มที่ ๒ มาจากคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ที่มีการสอนสาขานี้

กลุ่มที่ ๓ คณะกรรมการสรรหา ตรงนี้ผมคิดว่ามันอาจจะทําให้การสรรหา อาจจะมีปัญหา คือผู้แทนองค์กรเอกชนที่จะต้องสรรหากันเอง และผู้แทนองค์กรเอกชนนี้ จะต้องไปจดทะเบียนที่สํานักงานของคณะกรรมการ ทําให้ผมนึกย้อนถึงการสรรหา คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งยุ่งยากพอสมควรเวลาจะ สรรหา เนื่องจากเพราะเราให้มีลักษณะการสรรหาจากหลาย ๆ องค์กรอย่างนี้เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งในคณะกรรมการของ กทช. ที่ให้มีการสรรหาอย่างนี้ แล้วก็ฟัองกันไปฟัอง กันมา ในส่วนนี้ก็อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนกันว่ารูปแบบของกรรมการสรรหาให้มี ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ แล้วก็ภาคเอกชน เสมือนหนึ่งต้องการว่าให้คณะกรรมการสรรหา ไปสะท้อนคนที่จะมาเปึนกรรมการ แต่บางทีมันอาจจะไม่สะท้อน เพราะฉะนั้นก็อยากตั้ง ข้อสังเกตไว้ว่าการให้มีคณะกรรมการสรรหาอย่างนี้ มันจะนําไปสู่การได้บุคคลที่กําหนด ไว้ในเบื้องต้นหรือไม่ ที่สําคัญก็คือจะมีสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะทํา หน้าที่อย่างเปึนอิสระ ท่านประธานครับ ในเรื่องการตั้งองค์กรของบ้านเราช่วงหลัง ผมได้ยินว่ามีการตั้งหน่วยงานที่เปึนอิสระขึ้นเยอะและมากขึ้น ๆ อาจจะเปึนเพราะเรา ไม่ได้ทําความเข้าใจกันอย่างจริง ๆ คําว่า ทํางานอย่างเปึนอิสระ ควรจะมีขอบเขตแค่ไหน หลายคนก็เลยตีความเลยเถิด เปึนอิสระทุกอย่าง ทั้งเรื่องการบริหารงานบุคคล เรื่องงบประมาณ รัฐบาลมีหน้าที่อย่างเดียวคือให้เงินไป จุดนี้ซึ่งเปึนจุดที่จะต้องทบทวน ถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง คําว่า ความเปึนอิสระ นั้นมันควรจะมีขอบเขตอย่างไร สํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจริง ๆ แล้วหน้าที่ มีหน้าที่ให้คําปรึกษาวิจัย เปึนส่วนใหญ่ ยกร่างกฎหมายที่สําคัญ ปรับปรุงกฎหมายที่สําคัญตามที่รัฐธรรมนูญ กําหนดไว้ แล้วก็เสนอความเห็นนี้ต่อรัฐบาล ต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นคําว่า อิสระ น่าจะหมายถึงความเปึนอิสระในทางวิชาการมากกว่าที่จะไปอิสระในด้านอื่น ๆ อันนี้อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้เช่นเดียวกัน

อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าสําคัญด้วย ก็คือความสัมพันธ์กับรัฐบาล และรัฐสภา การที่ผู้ร่างเข้าใจว่าคณะกรรมการต้องทํางานอย่างเปึนอิสระ ท่านก็จัด ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภาไว้ เพียงว่าให้คณะกรรมการมีหน้าที่ทํารายงาน ประจําป้เสนอ พวกเราพิจารณาเรื่องรายงานประจําป้บ่อยมาก เดี๋ยวองค์กรนั้นองค์กรนี้ เสนอมาอยู่ตลอด และผลของการศึกษานั้นรายงานมา รายงานมาเห็นไหมครับ บางทีมันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ เพราะการจัดความสัมพันธ์นั้นมันไม่ชัดเจน ที่จริงคณะกรรมการนี้น่าจะจัดความสัมพันธ์ที่ชัดเจนว่าเมื่อศึกษาแล้วจะต้องทําอะไรกับ รัฐบาล จะต้องทําอะไรกับรัฐสภา ผลของการศึกษานั้นมันจึงจะเกิดประโยชน์ อันนี้ ก็อยากจะให้มีการปรับปรุงความสัมพันธ์ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

ผมดูอีกร่างหนึ่งของท่านสมาชิกเจริญและคณะ ผมคิดว่าในร่างของ คุณเจริญก็มีส่วนที่จะช่วยเสริมเติมในส่วนร่างของรัฐบาล และบางส่วนก็ดูเหมือนจะ ก้าวหน้าและดีกว่าของรัฐบาลด้วยซ้ํา ก็คือโดยเฉพาะในหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูป กฎหมายในมาตราหลัง ๆ คือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาและประชาชน ตรงนี้ ในร่างของคุณเจริญจะมีความชัดเจนขึ้นว่าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูป อย่างไร และพวกเราก็เห็นว่าเมื่อประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายขึ้นมานั้น น้อยมาก ที่กฎหมายของประชาชนจะได้รับการพิจารณา เพราะฉะนั้นในร่างของคุณเจริญก็ได้ กําหนดบทบาทในภาคของประชาชนไว้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ฉะนั้นผมเห็นว่าร่าง ทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็มีความประสงค์ ต้องการให้มีการปฏิรูปกฎหมายของประเทศเกิดขึ้น แล้วก็ มีองค์กรที่รับผิดชอบเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในชั้นพิจารณาก็น่าจะเอาทั้ง ๒ ร่างนี้มา ประกอบกันพิจารณา แล้วเอาส่วนที่ดี ๆ ของร่างคุณเจริญเองได้มาเสริมในร่างของรัฐบาล ก็คงจะทําให้ร่างกฎหมายนี้มีความชัดเจนขึ้น แล้วก็สามารถที่จะทํางานตามวัตถุประสงค์ ที่กําหนดไว้ได้ด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

ประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธาน กับเพื่อนสมาชิกนะครับ มีคําอยู่ ๒ คํา คําแรกก็คือ คําว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ตามมาตรา ๓๐๘ ของรัฐธรรมนูญ อีกคําหนึ่งก็คือ คําว่า องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ๒ คํานี้ที่กระผมหยิบยกขึ้นมากราบเรียนท่านประธานก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามมาตรา ๓๐๘ จะต้องทําให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ป้ ๒๕๕๐ ๙๐ วัน ก็คงประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ประมาณปลายป้ ๒๕๕๐ ตอนนี้ก็ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งตอนนั้นพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ยังไม่ได้เปึนรัฐบาลนะครับ ยังเปึนฝ์ายค้านอยู่ เช่นเดียวกันครับ คณะกรรมการองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายตามมาตรา ๘๑ (๓) ก็จะต้องจัดการให้เกิดขึ้นให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ นับแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ก็คือ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวล่วงเลยไป ก็ตาม แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่พยายามผลักดันกฎหมายนี้ขึ้น แล้วก็นําเสนอเข้า มาให้สภาได้พิจารณานะครับ ผมกราบเรียนครับว่าในที่ประชุมกลั่นกรองกฎหมายของ รัฐบาลก็ได้ตั้งคําถามกับผู้ชี้แจงนะครับว่าทําอย่างไรที่คณะกรรมการที่ว่านี้ และองค์กร เพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ว่านี้จะไม่ซ้ําซ้อนกับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะไม่ซ้ําซ้อนกับสภาทนายความ จะไม่ซ้ําซ้อนกับองค์กรที่มีอยู่นะครับ ก็ได้รับคําชี้แจง ในระดับหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับว่ามีกฎหมาย หลายฉบับ มีกฎหมายหลายแนว มีแนวที่จะยกร่างกฎหมายหลายเรื่อง ถ้าคณะกรรมการ ชุดนี้เกิดขึ้น แล้วก็ได้หยิบยกแนวทั้งที่จะกราบเรียนต่อไปนี้เพื่อประกอบการพิจารณาก็จะ ทําให้การพัฒนากฎหมายไทยไปก้าวไกลยิ่งขึ้น อย่างเช่น กรณีชะลอฟัอง กรณีชะลอฟัอง ก็หมายความว่าเป่ดโอกาสให้พนักงานอัยการมีอํานาจที่จะชะลอฟัอง คือสั่งฟัองแต่ยัง ไม่ต้องฟัอง เพื่ออะไรครับ เพื่อลดจํานวนผู้ต้องหาเข้าไปสู่กระบวนการของศาล โดยที่ ถ้าเกรงว่าสํานักงานอัยการอาจจะทุจริต ประพฤติมิชอบก็ให้สังคมเปึนผู้ตรวจสอบ เราเรียกว่า ชะลอฟัอง นะครับ ซึ่งหากองค์กรนี้เกิดขึ้นได้ แล้วหยิบยกเอากระบวนการ ชะลอฟัองที่มีอยู่ในประเทศญี่ปุ์น มีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศในโลกมาศึกษาแล้วบูรณาการ แล้วยกร่างขึ้นมา ผมก็เชื่อว่าจะทําให้คดีที่เข้ามาสู่ศาลลดลง ทําให้สังคมมีโอกาส ได้ตรวจสอบ สังคมก็มามีส่วนร่วมกับการอํานวยความยุติธรรมเพิ่มขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้เกิด ก็คือการต่อรองโทษ ชะลอฟัอง ภารกิจอยู่ที่ อัยการครับท่านประธานครับ แต่การต่อรองโทษเปึนเรื่องของศาล ท่านสุวโรช พะลัง ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ ในฐานะเปึนประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ผมเปึนรองประธานตอนนั้น ยกคณะไปประเทศ สหรัฐอเมริกา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคดีในศาลจบได้ด้วยการต่อรองโทษ จําเลยรับสารภาพ คุยกันไปคุยกันมาทนายความทั้ง ๒ ฝ์าย อัยการก็สามารถจบได้ จําเลยก็ติดคุก จําเลย ก็รับโทษไปตามสมควร เพราะฉะนั้นถ้ามีการชะลอฟัองส่วนหนึ่ง มีการต่อรองโทษ อีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมประเทศไทยไปได้ เพราะฉะนั้นเมื่อฝาก กับกระบวนการในปัจจุบันไปช้า ผมก็อยากจะฝากกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็ดี องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายก็ดี เพื่อที่จะได้หยิบยกอย่างน้อยชะลอฟัอง ต่อรองโทษ ขึ้นมานะครับ และมีอีกหลายกรณีครับ อย่างถ้ามีการตั้งศาลชารีอะห์ ท่านประธานครับ เพื่อพิจารณาคดีแพ่ง ครอบครัว มรดกของพี่น้องมุสลิม มันก็จะทําให้เกิดความสมานฉันท์ เกิดการยอมรับในพี่น้องมุสลิมทั่วประเทศไทย ตอนนี้พี่น้องมุสลิมมีทั่วทุกจังหวัด ๗๖ จังหวัด มีทุกจังหวัด แต่ว่ากฎหมายครอบครัว มรดก ใช้แค่ ๓ จังหวัด ถ้าเขาอยากจะหลบ กฎหมายนี้เขาก็ย้ายมาจังหวัดสงขลา ย้ายไปจังหวัดพัทลุงพ้นแล้ว อันนี้ถ้ากระบวนการ คณะกรรมการที่ว่านี้เกิดขึ้น ผมก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดความเปึนธรรมกับพี่น้องคนไทย มุสลิมจํานวนเกือบ ๑๐ ล้านคน กรณีที่ดินระหว่างที่ดินรัฐกับที่ดินของราษฎร ที่มีปัญหา คาราคาซังที่ป์าหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าใช้กฎหมายป์าไม้สามารถจับกุมได้ นายอําเภอก็ติดคุกได้ ตรงนี้เองครับ ทําอย่างไรที่จะให้เกิดการปฏิรูปกฎหมาย อาจจะใช้รีเชพ (Reshape) อย่างที่พูดคุยกัน แล้วยังไม่ได้เกิดขึ้นหรือจะใช้กระบวนการอย่างไรก็แล้วแต่ให้ที่ดินของรัฐกับที่ดินของ เอกชนให้ชัดเจนว่ามันอยู่แค่ไหนเพียงไร อย่างรวดเร็วนะครับ เพราะว่าเราเริ่มเรื่องนี้มา นานแล้วก็ไม่ถึงไหนนะครับ หรือกรณีทําอย่างไรให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม เพราะว่า ต้องยอมรับความจริงครับว่าการเลือกตั้งที่ใช้เงิน การเลือกตั้งที่ใช้อํานาจ การเลือกตั้งที่ใช้ อํานาจรัฐเข้าไปแทรกแซง เข้าไปคุกคามมีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการคณะกรรมการ ปฏิรูปที่ว่าน่าจะได้ศึกษา ยกตัวอย่าง ดูตัวอย่างหลาย ๆ ประเทศมานะครับว่าทําอย่างไร ให้มีกฎหมาย ให้มีรูปแบบที่จะจัดการเลือกตั้งให้เปึนธรรม ก็ให้สุจริตและเที่ยงธรรม ผมก็ เชื่อว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ หรือกรณีอาจจะจัดตั้งเขตปกครองพิเศษเปึน มหานคร อย่างเช่น อําเภอหาดใหญ่บ้านผมนะครับ อําเภอหาดใหญ่ตอนนี้เปึนเทศบาลนคร รอบ ๆ อําเภอหาดใหญ่เปึนเทศบาลเมืองคอหงส์ เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลเมือง บ้านพรุ เทศบาลเมืองควนลัง ตัวกลางเปึนมหานคร เปึนเทศบาลนคร รอบ ๆ เปึนเทศบาลเมือง ถ้ารวมกันเปึนมหานครมีรูปแบบขึ้นมาจัดการเปึนพิเศษ หรือกรณีจังหวัดเชียงใหม่ กรณีจังหวัดภูเก็ตนะครับ ก็จะได้ศึกษากฎหมายเพื่อออกแบบการปกครองแบบพิเศษ ขึ้นมาก็น่าจะเร็วขึ้นนะครับ หรือกรณีเพื่อแก้ปัญหากฎหมายที่เสียเปรียบ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่ากฎหมายทะเลเรานี้ทําให้ประเทศไทย ราชอาณาจักรไทย เสียเปรียบอย่างมากนะครับ ก็อาจจะใช้คณะกรรมการที่ว่านี้นะครับ เริ่มศึกษาหาช่องทาง ปรับปรุงกฎหมายทะเลที่เราเสียเปรียบรอบ ๆ บ้านอย่างมหาศาลนี้นะครับ ทําอย่างไรให้ ดีขึ้น ให้เสียเปรียบน้อยลง แล้วก็เพื่อที่จะทําให้ผลประโยชน์ในทะเล ในพื้นที่เศรษฐกิจทาง ทะเลได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้นนะครับ และเช่นเดียวกันปัจจุบันนี้ต่างประเทศกฎหมายเขา ก้าวหน้าไปเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นถ้าคณะกรรมการชุดนี้มีฝ์ายต่างประเทศ แล้วก็ ดึงกฎหมายทั่วโลกมารวบรวมประมวลเข้ากัน แล้วก็นําเสนอขึ้นมา ผมว่าก็จะเปึนช่องทาง ที่ทําให้การพัฒนากฎหมายประเทศไทยดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาแม้ว่าจะผู้รู้อย่างท่านอาจารย์มีชัย อย่างหลายท่านนะครับ ด้วยความเคารพ แต่ว่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็เปึนที่ปรึกษาของรัฐบาล รัฐบาลส่งข้อหารือไปก็ ให้คําปรึกษา แต่ความคิดความอ่านที่จะพัฒนากฎหมายให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ให้เปึนไปตามสากลนี้โอกาสน้อย อาจจะเวลาไม่พอนะครับ เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผม ขอสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ผมทวนรายชื่ออีกครั้งนะครับ ผู้ที่ประสงค์อภิปราย ต่อจากนี้จะเปึนท่านเรวัต แล้วมาท่านอาจารย์ผุสดี ท่านนิยม ท่านวรงค์ ท่านจตุพร ท่านจุมพฏ ท่านชลน่าน ท่านชํานิ ท่านสมคิด แล้วก็ท่านนริศนะครับ เชิญท่านเรวัตครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเสนอโดยรัฐบาล แล้วก็ของท่านเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ ความจริงแล้วทั้ง ๒ ร่าง แม้ว่าจะมีสาระแตกต่างกันเล็กน้อย แต่กระผมเชื่อว่า ถ้าพิจารณาไปแล้วรายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะพิจารณาร่วมกันได้ ท่านประธานครับ กระผมมีความคิดเห็นที่จะกราบเรียนสั้น ๆ นะครับ ด้วยเหตุที่ว่ารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้กําหนดสิทธิอันมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในหลายประการนะครับ มีไว้หลาย ประการเลย แต่การกําหนดเช่นนั้น ท่านประธานครับ มีสิ่งที่ไม่สามารถดําเนินการไปได้ มีหลายประการที่ดําเนินไปไม่ได้ เพราะว่ามันติดหลายอย่าง ก็เลยจําเปึนต้องร่าง กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อแก้ไขให้ดําเนินการไปได้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเปึนส่วนใหญ่ ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นและเชื่อว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมานั้นประชาชนมีส่วนร่วม ที่ได้รู้ได้เห็นนั้นน้อยเหลือเกิน ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น กฎหมายที่ดิน เกี่ยวกับกรมที่ดินก็ ดี กฎหมายเกี่ยวกับกรมป์าไม้ก็ดี ป์าสงวนก็ดี อุทยานก็ดี และราชพัสดุก็ดี ประชาชนไม่มี ส่วนร่วมเลย เพราะกฎหมายเหล่านี้รัฐบาลออกมาเพื่อดูแลทรัพย์สินหรือปัองกัน ปัองกัน อย่างเดียวคือไม่ให้ประชาชนบุกรุก ไม่ให้เข้าไปทําที่ทํากินอะไรอย่างนี้เปึนต้น พี่น้อง ประชาชนก็เดือดร้อนเรื่อยมาจนถึงบัดนี้ กระผมจึงเชื่อว่ากฎหมายนี้ออกมาก็เพื่ออย่างนี้ ที่มาอ่านกฎหมายที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ ออกมานี้ มีมาตรา ๔๑ นี้บอกชัดเจน เลยครับ เรื่องที่พี่น้องเดือดร้อน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ นี่ได้บอกไว้ชัดเจนเลยครับ ใน (๒) ดําเนินการปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญ เกี่ยวกับเรื่องที่ดินเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีสิทธิในที่ดินอย่างเปึนธรรม โดยปรับปรุง กฎหมายให้มีการออกโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิให้กับประชาชนทั่วประเทศ และ ดําเนินการจัดการปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป์าไม้ที่มีอยู่หลายฉบับให้เปึนเรื่องเดียวกันเพื่อ สะดวกแก่การปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชนและการบริหารจัดการของหน่วยงาน นี่ละครับท่านประธานครับ ผมต้องชื่นชมตรงนี้ครับ ตรงนี้มันเปึนความจริงและเปึนเรื่อง จริงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ พี่น้องประชาชนอยู่ในที่ดินทํากินที่รกร้างว่างเปล่าของราชการ ที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วเยอะแยะ ทั่วทั้งประเทศเยอะแยะ แล้วเปึนเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่ว่า ของทางรัฐบาลไม่มีตรงนี้เกิดขึ้นก็เกิดปัญหา ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านนคร มาฉิม ก็พูดไปเรื่องนี้ ก็ต้องกราบเรียนต่อว่าท่านประธานที่ได้ดูแลพิจารณา ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องที่ดินทํากินและการออกเอกสารสิทธิ ท่านสุวโรช พะลัง ต้องเอ่ยนามท่าน ก็ไม่เสียหายอะไรนะครับ คืออย่างนี้ครับ ผมก็อยู่ในฐานะ กรรมาธิการนี้ด้วย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ อนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ซึ่งผ่านสภาไปแล้ว เห็นชอบนะครับ ว่าให้สภานี้และ คณะกรรมาธิการ เรื่องที่ดิน อะไรที่จะเกิดขึ้นกับที่ดินนี้ให้เอารายงานของ คณะกรรมาธิการเรื่องสิทธิของที่ดินทํากินนี้ไปเปึนฐานในการพิจารณาเพื่อออกกฎหมาย ตอนนี้มีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียน นี่ท่านสุวโรช เดินเข้ามาพอดี ท่านสุวโรชนี้ครับก็เอา มาพิจารณา พี่น้องประชาชนได้รู้ ได้ออก ได้เห็น มีความรู้ ถามในที่ประชุมว่า เออ ถ้าออก กฎหมายฉบับนี้เปึนประโยชน์ไหม โอ้โฮ เขาบอกว่าเปึนประโยชน์มาก เห็นด้วยเลย อยากจะให้มีกฎหมายฉบับนี้ นี่คือสิ่งที่เปึนความจริง ผมมาดูตรงนี้ ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ของรัฐบาลกับของคุณเจริญนี่ แต่โดยเฉพาะของคุณเจริญนี่ได้พูด ชัดเจนเลยว่าให้มีกฎหมายเพื่อพิจารณาในเรื่องที่ดินทํากินของประชาชน เวลาช้านาน แล้วนะครับที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน พี่น้องประชาชนอยู่ในที่ทํากินซึ่งอยู่มาเปึนเวลา ช้านาน อยู่ในที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นเมื่อเปึน อย่างนี้คณะกรรมาธิการนี้ก็ได้พิจารณาออกกฎหมายฉบับหนึ่ง เปึนร่าง พ.ร.บ. นะครับ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนทํากินอยู่ได้ ให้ออกกฎหมายว่าด้วยที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าหรือ ป์าสงวนก็ดี ให้ออกเพื่อที่จะให้สามารถทํากินอยู่ได้ มีเอกสารสิทธิโดยพิสูจน์สิทธินะครับ ไม่ใช่ว่าออกแล้วให้ที่ว่างเปล่าพี่น้องก็ได้ ไม่ใช่ ต้องไปพิสูจน์สิทธิ ออกเอกสารสิทธิว่า ท่านอยู่มากี่ป้แล้ว จะได้เท่าไรอย่างนี้เปึนต้น ซึ่งจะเข้าสู่สภาในเร็วนี้ ผมและคณะ เรียนไปอีกนิดหนึ่งเลย เรียนต่อซึ่งท่านสุวโรช เดี๋ยวอาจจะเรียน ผมจะเรียนอีกนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ประชุมมีความเห็นว่าให้ คณะที่ไปเปึน ส.ส. ทุกท่านที่ไปเปึนกรรมาธิการ ของแต่ละพรรค ออกทุกฉบับ ให้เหมือนกันหมด แล้วมาพิจารณา เพราะว่าฉบับนี้ครับที่พิจารณานี้นะครับ แม้ว่าเราเปึน ผู้แทนราษฎรคนที่มีความรู้ความสามารถข้างนอก หน่วยงานต่าง ๆ มาหมดนะครับ ท่านสุวโรชเชิญมาหมดเลย ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ดิน กฎหมาย ๔๐-๕๐ ฉบับเอามาดูกัน หมดเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่ายินดีครับว่ากรม กองต่าง ๆ มีหนังสือออกไป สอบถาม เขาเห็นด้วยครับ เขาเห็นด้วยเขาบอกว่ายุติธรรมดีครับ กฎหมายฉบับนี้ออกมา ยุติธรรมดี เพราะฉะนั้นกระผมถึงกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกแห่งสภานี้ว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ก็ช่วยกันสนับสนุน แล้วก็เปึนไปตาม เพื่อปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้โดย แท้จริงเลย อันนี้เปึนเรื่องที่ถูกที่ต้องเลย ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลครับ ออกมาทันเวลาพอดี ของคุณเจริญยิ่งดีกว่า ออกมาทันเวลามากกว่าด้วยอย่างนี้เปึนต้น ทันสมัย แต่ผมก็ถือว่า ทั้ง ๒ ฉบับนี้เปึนไปได้ ผมจึงขอสนับสนุนและเห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ในเบื้องต้นดิฉันขออนุญาตอย่างนี้เลยว่าดิฉันอยากจะกราบเรียนท่าน ประธานว่า ดิฉันเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่เห็นด้วยและสนับสนุนนี้ไม่ใช่เปึนเพียงเพราะจะต้องทํา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) เท่านั้น แต่ดิฉันคิดว่ามันถึงเวลาและเปึนความจําเปึน อย่างมากที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าเราพูดกันอยู่ว่าเราเปึนนิติรัฐ แล้วก็ประชาชน ทุกคนอย่างเสมอภาคกัน คือจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คําว่า อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ไม่ใช่ แต่เพียงให้ความเคารพอย่างเดียว แต่จะต้องปฏิบัติตนตามกฎหมายด้วย แต่ท่านประธานคะ ในวิถีชีวิตจริง ๆ นั้น ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เลยว่า รู้สึกขมขื่น ในฐานะที่เปึนประชาชนซึ่งพยายามจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ว่าวันนี้เรารู้สึกเลยว่า ใครก็ตามที่พยายามจะทําตัวให้เปึนสมาชิกของสังคมที่ปฏิบัติตนตามกฎหมายนั้นก็รู้สึก จะท้อแท้ แล้วก็ไม่ค่อยจะมีกําลังใจเท่าไรนัก เพราะรู้สึกว่าจะกลายเปึนคนเสียเปรียบ และเลยส่งผลทําให้ผู้คนจํานวนไม่น้อยเลือกที่จะมีวิถีชีวิตแบบที่มักง่าย ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย ต่อเมื่อมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นถึงจะหันมาดูกันเสียที แต่ว่าง่ายที่สุดเลย ท่านประธานคะ ดิฉันพูดในที่สภานี้หลายต่อหลายครั้ง เรื่องของการปฏิบัติตามกฎจราจร ผลสํารวจก็บอกชัดเจนว่า เกือบจะถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนคนไทยที่เลือก ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร อันนั้นก็สะท้อนชัดเจนนะคะว่ามันไม่ง่ายนักเลยในการที่จะเปึน คนที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ดิฉันไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะบ้านเราหรือสังคมไทยนั้นมีจํานวน กฎหมายมากล้นเหลือจนเกินไปหรือเปล่า จนกระทั่งไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไร และกฎหมาย เรื่องเดียวกันมันมีตั้งหลายฉบับ แล้วก็ที่เขียนขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยโบร่ําโบราณก็ยังคงมีอยู่ โดยมิได้มีการปฏิรูปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามันเปึนความจําเปึนอย่างใหญ่หลวง กระนั้นก็ตาม ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะ ฝากข้อสังเกตไปให้กับคณะกรรมาธิการผู้ซึ่งจะทําหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระต่อไปนะคะ

ในเรื่องแรกเลยดิฉันคิดว่าที่เขียนไว้ที่เหตุผลนะคะบอกว่า อยากจะให้มี องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ แนวคิดพื้นฐานเรื่องของความเปึน อิสระ ตรงนี้ดิฉันอยากจะฝากให้ได้ช่วยกันคิดจริง ๆ ว่ามันเปึนอะไรกันคะ ความเปึนอิสระ ตรงนี้ เปึนเรื่องความเปึนอิสระของการบริหารจัดการ หรือว่าเปึนเรื่องของความเปึนอิสระ จากอิทธิพลใด ๆ หรือว่าอย่างไร ดิฉันคิดว่าในช่วงระยะเวลาไม่กี่ป้ที่ผ่านมานี้ เราก็มักจะมีองค์กรที่เดี๋ยวก็เปึนอิสระ เดี๋ยวก็ เปึนอิสระ แต่ในท้ายที่สุดแล้วดูจะมีปัญหากันอยู่พอสมควรทีเดียวในเรื่องของการ ดําเนินการ ต้องช่วยกันคิดให้ได้ เพื่อที่จะบอกให้ได้เลยค่ะว่าเปึนอิสระอย่างไรคะ ถึงจะ เอื้ออํานวยต่อการทํางาน หรือปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ซึ่งจะต้องให้ไปเปึนประโยชน์ สูงสุดต่อประชาชน

ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะบอกอย่างนี้ ในมาตรา ๔ จริง ๆ ข้อความมันสะท้อนมากเลยถึงความตั้งใจ แล้วก็ความมุ่งมั่นที่อยากจะมองเห็นสิ่ง ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม มันสะท้อนชัดเจน เช่น บอกว่าการปฏิรูปกฎหมายต้องเปึนไป เพื่อพัฒนาระบบกฎหมาย ในเชิงสหวิทยาการอย่างเปึนระบบ แล้วก็มีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน แล้วก็ประชาชน คําใหญ่ทั้งนั้นเลยค่ะ ท่านประธานคะ สหวิทยาการก็ดี อย่างเปึนระบบก็ดี มีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งหมดนี้คําใหญ่ ทั้งสิ้น แต่ว่าจะคิดกันอย่างไรคะถึงจะให้มีความมั่นใจว่ามีกลไกที่เหมาะสมที่จะ เอื้ออํานวยให้การปฏิรูปกฎหมายนั้นเปึนไปตามที่เขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็ขออนุญาตฝากเปึนประเด็นที่ ๒ ตรงนี้นะคะ แต่นอกเหนือจากนั้นในมาตรา ๔ หากจะมี ที่ลงไว้ได้ ดิฉันคิดว่าหลัก ๆ เลยนี่นะคะ ถ้าไม่ต้องให้เรื่องมากนัก แน่ ๆ เลย ก็ต้องคิดว่าการเขียนกฎหมาย หรือการปฏิรูปกฎหมายนั้นก็ต้องดู ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ดิฉัน คิดว่าน่าจะต้องคํานึงถึง ก็คือ ๑. กฎหมายต่าง ๆ ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ ๒. ต้องไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ๒ เรื่องนี้ก็น่าจะครอบคลุมเพียงพอนะคะ และที่เหลือ เขียนไว้นั่นก็ดี ก็คือว่าในการที่จะนําเอากฎหมายไปปฏิบัติใช้ก็ต้องให้มันเสมอภาค เปึนธรรมก็ใช้ได้อยู่

ท่านประธานคะ ในประเด็นถัดไป มาตรา ๖ ตรงนี้มีเพื่อนสมาชิกได้ อภิปราย ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตรงนี้สักนิดเดียว มาตรา ๖ ความจริง ดิฉันชื่นชมนะคะ แต่ชื่นชมแล้วก็มีข้อสงวนเล็กน้อยสําหรับคณะรัฐมนตรีที่ร่างมา โดยเขียนข้อความไว้ว่า โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย ความจริงแล้ว เปึนเรื่องสําคัญมากที่สุดเลย เพราะวันนี้นี่นะคะประชาชนทั้งหลายมันก็มีหญิงและชาย และวันนี้มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียด้วยซ้ําไปในสังคมไทยเกือบจะเปึนล้านคน เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่า ความจริงไม่ต้องบอกหรอกหญิงหรือชาย เพราะเขียนอยู่แล้วว่า มีความรู้ มีประสบการณ์ เปึนที่ประจักษ์ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นใดก็แล้วแต่ ท่านประธานคะ นักเหล่านี้ค่ะ นักนิติศาสตร์ก็ดี นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ก็ดี ถ้าเปึนนักที่ไร้เพศ ท่านประธาน ขอประทานโทษ ดิฉันไม่ได้พูดหมายความเรื่องของสรีระของร่างกายนะคะ แต่ดิฉัน หมายถึงว่านักเหล่านี้ที่ไม่เคยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างหญิง ชาย ตรงนี้ละค่ะคือ หัวใจที่สําคัญ และนั่นคือเหตุผลที่ทําไมนักที่จะต้องไปเปึนกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น ถึงจําเปึนจะต้องประกอบด้วยทั้งหญิงและชาย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าหญิงและชายนั้นต่างกันทั้งอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ทําไมถึงต้องพูดเรื่องนี้ ในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยสนใจไยดีในเรื่องความแตกต่างถึงได้มี การเขียนกฎหมายที่สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงหลายฉบับทีเดียว แม้เวลานี้ก็ยัง แก้ไขกันอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพระราชบัญญัติชื่อบุคคล ซึ่งบัดนี้ก็ได้ถูกแก้ไขไปแล้ว เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือจะเปึนเรื่องของการมีชู้ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายขึ้นมา เดิมถ้าผู้ชายมีชู้ผู้หญิงจะไปถือเปึนเหตุ แห่งการฟัองหย่าไม่ได้ นานนักหนาท่านประธานคะที่กว่าเราจะแก้ไขปัญหา แก้ไข กฎหมายตรงนี้เพื่อจะสะท้อนว่า ไม่ว่าหญิงหรือชายก็มีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความ เปึนมนุษย์อย่างเสมอกัน หากจะมีเหตุอันใดที่จะนําไปเปึนเหตุฟัองหย่าก็ต้องเปึน เหมือนกัน แต่ดีใจที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้ว

ท่านประธานคะ อีกสักเรื่องที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อจะ ให้ท่านประธานได้ทราบว่ามันมีความจําเปึนจริง ๆ สมัยก่อนก็บอกว่าผู้หญิงไทยที่ไป แต่งงานกับผู้ชายต่างชาติ ลูกที่เกิดจากผู้หญิงไทยแท้ ๆ ไม่มีโอกาสได้รับสัญชาติไทยเลย ในขณะที่ผู้ชายไทยแต่งงานกับหญิงต่างด้าว ลูกได้รับสัญชาติไทยอย่างนี้ แต่ก็แก้ไข ไปแล้วเช่นเดียวกัน แต่มันไม่ได้มาโดยง่าย ๆ เลยการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ และนี่คือ ตัวอย่างประกอบที่ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเปึนความจําเปึนค่ะ จริง ๆ ดิฉัน อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่าเลิกใช้ดีไหมคะ ที่ต้องบอกว่าต้องคํานึงถึง บอกไปเลยค่ะ ทั้งนี้คณะกรรมการต้องมีทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้มั่นใจว่าต่อไปนี้การพิจารณา กฎหมายนั้นต้องคํานึงถึงความแตกต่าง และเพื่อจะให้กฎหมายนั้นไปเปึนประโยชน์ต่อ ทั้งหญิงและชายอย่างเสมอภาคกัน อันนี้คือเบื้องต้นจริง ๆ เลยคือตัวกฎหมายที่เขียนไว้ เปึนลายลักษณ์อักษรนะคะ อันนั้นก็เปึนในมาตรา ๖

ท่านประธานคะ ในประเด็นถัดมาในมาตรา ๘ (๔) พูดถึงเรื่องคุณสมบัติ ของกรรมการ ท่านประธานคะแนวคิดตรงนี้ที่ดิฉันเปึนห่วงมาก ในกฎหมายหลายฉบับเลย ห้ามไม่ให้เปึนสมาชิกพรรคการเมือง ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจนะว่าห้ามคนที่ดํารง ตําแหน่งในพรรคการเมืองนั้นดิฉันเข้าใจ แต่ห้ามคนที่เขาเปึนสมาชิกพรรคการเมืองมา ทํางานซึ่งสําคัญอย่างนี้สําหรับประชาชน ดิฉันคิดว่าใช้ไม่ได้ค่ะ วันนี้เราพูดกันอยู่ ตลอดเวลาว่าเราอยากจะสนับสนุนส่งเสริมให้คนเปึนสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อการพัฒนา ประชาธิปไตยให้ดียิ่งขึ้น แต่ว่ากฎหมายยังรังเกียจความเปึนสมาชิกพรรคการเมือง ไม่ว่า จะเปึนพรรคไหนก็ตาม จะเปึนพรรคเล็ก พรรคน้อย พรรคใหญ่ ดิฉันคิดว่าตรงนี้ต้อง คํานึงถึง และต้องเอาออกเลยค่ะ เพราะใช้ไม่ได้ เปึนการเลือกปฏิบัติค่ะ สวนทางด้วยค่ะ กับสิ่งที่เรากําลังจะพยายามพัฒนาสังคม

แล้วก็สุดท้ายท่านประธานคะ ในมาตรา ๙ พูดถึงเรื่องของการปฏิบัติ หน้าที่ของคณะกรรมการที่บอกว่าเปึนอิสระและเปึนกลาง ท่านประธานคะ ดิฉันต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เลย เราก็ใช้คํานี้อีกแล้ว เปึนอิสระ เราก็ใช้คํานี้ อีกแล้ว เปึนกลาง ซึ่งทะเลาะขัดแย้งกันอยู่ทุกวันนี้ก็อย่างนี้ละค่ะ ไม่เปึนกลาง แต่จริง ๆ แล้วมันหมายความว่าอะไรกันคะ ที่ดิฉันจะพยายามเข้าใจและคิดว่าจะเปึนประโยชน์หรือ เปึนโทษมันใช่ตรงนี้หรือเปล่าคะว่า กรรมการต้องไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ไปให้คุณหรือ ให้โทษกับบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างนั้นพอจะรับกันได้ แล้วมันก็จะชัดเจนกว่า แต่กลางอย่างไรไม่ทราบ ก็ขออนุญาตฝากไปนะคะ แล้วในส่วนสุดท้ายที่เขียนไว้ใน มาตรา ๙ พูดถึงเรื่องเกียรติศักดิ์แห่งตําแหน่งหน้าที่ คําหรู คําเก๋มากเลยท่านประธานคะ แต่ว่าจะช่วยกันคิดอย่างไรคะว่า นิยามคํานี้หมายถึงอะไร อะไรที่จะไปทําให้เสื่อมเสีย เกียรติศักดิ์ เกียรติศักดิ์คืออะไร

สุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะบอกไว้อีกสักครั้งหนึ่งว่าดิฉันเห็นด้วย แล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... แต่ต้องขอฝาก ข้อสังเกตของดิฉันอย่างจริงจังนะคะ แล้วก็ดิฉันจะขอแปรญัตติ แล้วก็ต้องติดตามดู ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่ยังได้รับฟังอยู่นั้นได้ช่วยกรุณาตกผลึก ทางความคิดในข้อสังเกตที่ดิฉันได้นําเสนอ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานไปด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านนิยม เวชกามา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะลูกจ้างประจําจาก จังหวัดสุโขทัยที่เข้าฟังการประชุมวันนี้นะครับ ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... อยู่นะครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา ต่อครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอชื่นชม ผู้ที่นําเสนอร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ พระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทั้งซีก รัฐบาลเอง และท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล เนื่องจากมันเปึนเวลาที่สําคัญ กฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายที่สําคัญที่ต้องนําเสนอเพื่อไปยกร่างแก้ไขกฎหมายที่ประเทศไทยใช้มาแล้ว ๔๐-๕๐ ป้ ซึ่งบางฉบับก็เก่าจนไม่ทันเกมของผู้ที่มีเจตนา ผู้ที่รู้กฎหมาย มีเจตนาที่จะ เอาเปรียบประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้กฎหมาย อันนี้คือผมถือว่ามีความจําเปึน เพราะฉะนั้น ผมต้องขอชื่นชมและสนับสนุนกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ เนื่องจากกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับมีหลักการและเงื่อนไขหลายประการที่ คล้ายคลึงกัน ผมเองก็ได้ศึกษาพอสมควร ๒ ฉบับ แต่เห็นว่าในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้เปึน กฎหมายที่มีความสําคัญซึ่งผู้เสนอร่างทั้งคณะรัฐบาลเองและท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล เสนอเข้ามาก็เปึนโอกาสที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ในการที่จะให้องค์กรเหล่านี้ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเปึนองค์กรที่มีความเปึนอิสระในตัวเองที่สําคัญผู้ที่ร่าง กฎหมาย ผู้ที่เข้าไปดําเนินการแก้ไขกฎหมายจะต้องมีแนวคิดที่จะทําประโยชน์ให้กับ ประชาชนอย่างแท้จริง ผมเองต้องขอฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะมาแก้ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ เพื่อให้เปึนเนื้อหาอันเดียวกันก็เนื่องจากว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับมีความแตกต่างกัน เล็กน้อยแต่ก็มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าถึงเวลาที่ผมต้อง นําเสนอแนวคิด ตั้งข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการที่จะนําไปพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ โดยเฉพาะกฎหมายของซีกภาครัฐบาลเองก็มีอยู่หลายมาตราแต่ของท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล นั้นผมเห็นว่ามีเสน่ห์ตรงในหมวด ๔ การปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญ ในมาตรา ๔๑ ซึ่งกล่าวถึงว่าในการที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้ ถ้าหากเข้าไปจัดตั้ง สําเร็จเรียบร้อยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วก็ให้ดําเนินการโดยพลัน ในการดําเนินการ แก้กฎหมายหรือจัดทํากฎหมายขึ้นใหม่

โดยใน (๑) บอกว่าการดําเนินการปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญเกี่ยวกับระบบ การบริหารราชการ การจัดการศึกษา การรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคงของ ประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเปึนปัญหา ๓ จังหวัดและจังหวัด ใกล้เคียง ซึ่งเปึนปัญหาอยู่ปัจจุบันนี้ก็เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน ไม่มี กฎหมายแม่ หมายความว่า กฎหมายพระราชบัญญัติที่รองรับในการเข้าไปดูแลบุคลากร ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดดังกล่าว ซึ่งเปึนปัญหาหนึ่งทําให้บุคคลที่เข้าไปดําเนินการ ปฏิบัติไม่ว่าตํารวจ ทหาร ข้าราชการพลเรือนเข้าไปแล้วไม่มีกฎหมายรองรับอย่างเปึน รูปธรรมต้องอาศัยกฎหมายหลายฉบับ ไปทํางานแล้วไม่มีผู้บังคับบัญชาที่สั่งการได้ โดยตรง บางคนเข้าไปโดยเพื่อผลประโยชน์อย่างอื่น อันนี้จึงเปึนเงื่อนไขหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่า คณะกรรมาธิการต้องคิดและนําข้อกฎหมายนี้เปึนเงื่อนไขที่จะต้องไปดําเนินการต่อไป

(๒) นั้น ดําเนินการปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเพื่อให้ ประชาชนทั่วประเทศมีสิทธิที่ดินอย่างเปึนธรรม ตรงนี้ผมเห็นว่ามันเปึนเรื่องใหญ่ในเรื่อง ที่ดินทํากิน เรื่องน้ําก็ดี มันเปึนเรื่องใหญ่ที่คณะกรรมการซึ่งจะปฏิรูปกฎหมายต่อไปต้อง คิดว่าทําอย่างไรจะให้ชาวบ้านเองมีโอกาส ประชาชนมีโอกาสเปึนเจ้าของที่ดินโดยชอบ ด้วยกฎหมาย เพราะกฎหมายบางอย่าง กฎหมายบางฉบับตั้งขึ้นมาแล้วตั้งแต่ ๒๐-๓๐ ป้ แล้วที่ผมพูดมา แบบพระราชกฤษฎีกาเขตหนองหาน จังหวัดสกลนครที่บ้านผมเปึน พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ ๕๐ กว่าป้ ๖๐ กว่าป้มาแล้ว ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ ซึ่งใน ขณะเดียวกันไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ สภาพความเปึนจริง เพราะว่ากฎหมายฉบับนั้น บอกว่า คําว่า เขตหนองหาน คือบริเวณน้ําท่วมถึง ซึ่งในยุค ๕๐ กว่าป้ก่อนนั้นน้ําท่วมถึงมี บริเวณกว้าง แต่ชาวบ้านเองก็ไปทํามาหากิน ๕๐ กว่าป้ยังไม่มีสิทธิที่จะได้เข้าครอบครอง หรือมีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมขอฝากคณะกรรมาธิการไปยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา

อีกประเด็นหนึ่งคือ การดําเนินการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการ ยุติธรรม เปึนการขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือขัดต่อศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ หรือปฏิรูป กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมที่มาแก้ปัญหาของประเทศได้ หรือไม่อาจให้ความ เปึนธรรมแก่ประชาชนได้เต็มที่ ตรงจุดนี้ก็เปึนกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สมบูรณ์แบบ ในหลายเรื่อง ในกระบวนการนี้หมายถึงกระบวนการตั้งแต่อํานาจการจับกุมมาถึงศาล ในหลายเรื่องที่ผมเห็นกระบวนการนี้ไม่ชอบธรรม ไม่ใช่ไม่ถูกกฎหมาย ไม่ชอบธรรมว่า บางอย่างเห็นสมควรต้องแก้ไข เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสกลนครบ้านผม เกิดขึ้นเมื่อ สัก ๑๐ กว่าป้มาแล้ว พ่อกับแม่พาลูกไปหากินของป์าในเขตอุทยาน ปรากฏว่าพอเจ้าหน้าที่อุทยานมาจับกุมก็ พ่อแม่วิ่งหนี จับกุมลูกมาซึ่งอายุแค่ ๑๑-๑๒ ป้ มันเปึนเรื่องที่แปลก มาดําเนินการจับกุม ถึงชั้นศาล แต่ยังดีนะศาลยังไม่ลงโทษ เพราะว่าไม่เข้าข่ายว่ากระทําความผิดเนื่องจากพ่อ แม่เปึนคนกระทํา อันนี้ผมเห็นว่าเปึนกระบวนการ แต่กว่าจะเสร็จมันต้องใช้เวลา หลายเดือน ต้องอยู่ในช่วงประกันตัว ต้องอะไร ซึ่งพี่น้องประชาชนในบ้านนอก เรื่องหาเอกสารมาประกันตัวมันเปึนเรื่องใหญ่ ต้องไปลงทุนไปจ้าง เอาเอกสาร เอาโฉนด ของคนอื่นมาทํา อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ต้องขอฝากคณะกรรมาธิการต้องพิจารณาว่าถึงเวลา แล้วหรือยังที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะไปยกร่างกฎหมายมา

อันสุดท้ายซึ่งผมจะต้องขอพูดว่า การดําเนินการปฏิรูปกฎหมายของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เมื่อประเมินโดยผล ปฏิบัติงานแล้วปรากฏว่าองค์กรไม่สามารถสนองตอบนโยบายของประชาชน มันก็เปึน เรื่องต้องพูดถึง เพราะว่าหลายเรื่องที่พูดมามันเปึนเรื่องใหญ่ บางทีองค์กรที่เข้าไปปฏิบัติ ในการทําหน้าที่เหล่านี้ไม่สามารถที่จะทําให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์และความสุข เพราะกฎหมายที่จะดําเนินการต่อไปทําให้ประชาชนต้องได้รับผลประโยชน์จากกฎหมาย ฉบับนั้น แต่กฎหมายไทยหลายฉบับผมคิดว่ายังต้องแก้ไข ต้องไปยกเลิก เปึนร้อย ๆ ฉบับ ที่ดําเนินการอยู่ทุกวันนี้ครับ บางฉบับคิดว่าไม่มีในประเทศไทยแล้ว แต่พอผู้ปฏิบัติยกมา ปรากฏว่าเปึนเรื่องที่งง ก็ยังมีอยู่ อันนี้ผมฝากถึงคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวรงค์ เดชกิจวิกรม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเห็นด้วย กับผู้เสนอกฎหมาย ๒ ฉบับ รวมทั้ง ครม. และท่านสมาชิกที่มีการเสนอ พ.ร.บ. เกี่ยวกับ การจัดตั้งองค์กรที่มาดูแลในการปฏิรูปกฎหมาย เพราะผมเชื่อว่าหลังจากที่มีการปฏิรูป กฎหมายในรูปแบบนี้แล้วจะทําให้กฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่คาอยู่ในประเทศได้รับ การพัฒนาให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางสังคมมากยิ่งขึ้น แต่ผมมีข้อกังขานิดเดียวที่จะ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิกที่จะต้องเข้าไปเปึน คณะกรรมาธิการ เราดูในเชิงหลักการครับ โดยเฉพาะหลักการที่มีการจัดตั้งองค์กร ในข้อนี้ ไม่ติดใจครับ โดยเฉพาะประเด็นที่สนับสนุนให้มีการดําเนินการร่างกฎหมายของ ประชาชน ตรงนี้ติดใจครับ คําถามที่จะต้องถามคือถามว่าการสนับสนุนให้ดําเนินการร่าง กฎหมายของประชาชนมันจะเปึนจริงได้หรือไม่ หลายคนแปลกใจ วันนี้ทําไมผมตั้งคําถาม นี้ขึ้นมา เพราะว่าอดีตที่ผ่านมาก็มีกฎหมายของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร แต่มันมีข้อเท็จจริงที่แฝงอยู่ ซึ่งผมจะเรียนดังต่อไปนี้ ช่วงที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญได้กําหนดว่า ส.ส. ๒๐ คน สามารถเสนอร่างกฎหมายได้ ที่ผ่านมาฟังดูแล้ว เท่ครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทางบ้านฟังดูเข้าใจว่าวันนี้เลือก ผู้แทนราษฎรเข้าไป ๒๐ คน สามารถเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ในความ เปึนจริงผมชักจะไม่มั่นใจว่า ส.ส. จะสามารถเสนอร่างกฎหมายให้สภาพิจารณาได้จริง หรือไม่ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาท่านประธานจะสังเกตว่าเวลามีการเสนอร่างกฎหมายก็จะมี ร่างของ ครม. ขณะเดียวกันก็จะมีร่างของ ส.ส. ประกบกันเข้าไป หลังจากนั้นแล้วเวลา เลือกผ่านวาระที่หนึ่ง แล้วก็จะมีการลงมติรับหลักการ จริงอยู่ในทางปฏิบัติเราก็จะรับ หลักการทั้งร่างของรัฐบาลแล้วก็ร่างของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัญหามันมีอยู่ว่า หลังจากรับหลักการเสร็จแล้วเราก็จะเลือกว่าจะเอาร่างอะไรเปึนร่างหลัก ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว เราคงจะต้องเอาร่างของรัฐบาลเปึนร่างหลัก เมื่อเข้าสู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ มันเกิดปัญหาครับ ท่านประธานครับ มันจะมีรายละเอียดของหลักการที่แตกต่างกัน ระหว่างร่างของรัฐบาลและร่างของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าเวลาเข้าสู่ การพิจารณาของกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือว่ามีสมาชิก บางคนที่อาจจะคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) อยู่ หรือว่ามีความคิดที่อนุรักษ์อยู่ จะพิจารณาร่างหลักของรัฐบาลเท่านั้น ไม่เอาร่างของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาพิจารณาในจุดที่ร่างรัฐบาลไม่มี ยิ่งถ้าผมจะพิจารณาให้ชัดเจนอย่างวันนี้มันมีร่างของรัฐบาลเสนอมา มีร่างเพื่อนสมาชิก คือท่านเจริญ จรรย์โกมล เสนอเข้ามา รายละเอียดของร่างของท่านเจริญแตกต่างจากร่าง ของรัฐบาล โดยเฉพาะบางมาตราที่มีการกําหนดว่าจะต้องมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา และการปฏิรูป ถ้าสมมุติว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกทุกคนรับทั้ง ๒ ร่าง คือร่างรัฐบาลแล้วก็ ร่างเพื่อนสมาชิก และที่ประชุมมีมติเอาร่างรัฐบาลเปึนร่างหลักในการพิจารณา เวลาเข้าสู่ การพิจารณาของกรรมาธิการถ้าคณะกรรมาธิการใจกว้างในการที่ยึดถือว่าสมาชิกมีสิทธิ ที่จะเสนอกฎหมายกรรมาธิการต้องพิจารณาในมาตราที่รัฐบาลไม่มีด้วย ผมไม่มั่นใจว่า ในชั้นกรรมาธิการจะพิจารณาในมาตราที่รัฐบาลไม่มีหรือไม่ โดยเฉพาะมาตราที่พูดถึง เรื่องกองทุนเพื่อการพัฒนาและการปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาผมไปเปึนกรรมาธิการอยู่หลายคณะ ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการก็จะตัดสิทธิของเพื่อนสมาชิกที่มีเนื้อหาที่แตกต่างไปจาก ร่างของรัฐบาล ไป ๆ มา ๆ ผมก็ชักจะมีความรู้สึกว่าการปฏิรูปกฎหมายประเทศไทยจะ เปึนอย่างไรกันแน่ ส.ส. ที่บอกว่ามีสิทธิเสนอกฎหมาย มีสิทธิเสนอกฎหมายจริงหรือไม่ ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องฝากเปึนข้อสังเกตไปยังท่านประธานสภาเพื่อให้กับ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ส.ส. มีสิทธิเสนอกฎหมายจริงหรือไม่ ถ้า ส.ส. มีสิทธิในการเสนอกฎหมายได้จริงเวลาเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการ กรรมาธิการต้องเอารายละเอียดที่แตกต่างจากร่างรัฐบาลของ ส.ส. มาพิจารณาด้วย แต่ที่ ผ่านมาคณะกรรมการกฤษฎีกาจะบอกว่าไม่ได้ ต้องพิจารณาเฉพาะของรัฐบาลเท่านั้น ผมเลยไม่สบายใจว่าแล้วอย่างนี้ที่เขียนว่าต้องสนับสนุนการดําเนินการร่างกฎหมายของ ประชาชนยิ่งไปกันใหญ่ครับ เพราะในขณะนี้ส่วนของ ส.ส.ตัวเองอยู่แท้ ๆ ตัวเองไป ดีเฟนด์ (Defend) หรือไปต่อสู้กฎหมายของตัวเองในกรรมาธิการแท้ ๆ ยังถูกหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ได้ ต้องพิจารณาของรัฐบาลเท่านั้น นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๑ ที่จะต้อง ช่วยกันครับ พิทักษ์สิทธิของความเปึนผู้แทนของประชาชน

ในส่วนประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของอํานาจหน้าที่ ซึ่งผมอ่านดูแล้วตาม มาตรา๑๘ ซึ่งผมไม่ขัดข้องนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการปรับปรุงพัฒนากฎหมาย ของประเทศให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ โดยอิงพื้นฐานของการศึกษา สํารวจ วิจัย รวมทั้งพิจารณาให้เกียรติร่างของประชาชน ให้คําแนะนําประชาชน รวมทั้ง ส.ส. ด้วย แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าทําอย่างไรให้เปึนจริงครับ ให้อํานาจ หน้าที่ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการเหล่านี้ตั้งขึ้นมา มีอํานาจหน้าที่และสามารถปฏิบัติอํานาจ หน้าที่เหล่านี้ให้เปึนจริง อันนี้เปึนข้อสังเกตในประเด็นที่ ๒

ในส่วนเรื่องที่ ๓ ที่อยากจะฝากก็คือเรื่องคณะกรรมการที่มีท่านอาจารย์ ผุสดีได้พูดไปแล้ว คือเรื่องสัดส่วนของกรรมการ คือสัดส่วนของชายและหญิง การเขียนว่า ให้คํานึงถึง ผมว่ามันกว้างมาก ไปเจอนักกฎหมายหัวหมอบางท่านอาจจะบอกแค่ คํานึงถึง คํานึงถึง มันอย่างไรกันแน่ ถ้าเปึนไปได้ก็ฝากกรรมาธิการเราไปแปรไปเลยว่า กําหนดตัวเลขออกมาให้ชัด ๆ ไปเลยว่าควรจะมีผู้หญิงหรือว่าผู้ชายในสัดส่วนเท่าไร ๑ ต่อ ๓ หรือครึ่ง ๆ หรือเท่ากัน หรือต่างกันอย่างไรก็แล้วแต่ให้มันชัดเจนไปเลย เพราะผม มองว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมันเปึนองค์รวมของประเทศ กฎหมายคืออาวุธของ รัฐบาลที่ใช้ในการบริหารประเทศต้องเกี่ยวข้องคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้นควรจะ เป่ดโอกาสให้สัดส่วนของผู้ชายและผู้หญิงในสัดส่วนที่ใกล้หรือว่าใกล้เคียงกัน และจะมี ข้อสังเกตในกลุ่มเรื่องของที่มาของคณะกรรมการก็คือตามมาตรา ๗ ที่ได้มีการพูดถึง ความหลากหลายของกลุ่มอาชีพ แต่โดยปกติแล้วผมเชื่อว่าเวลาพูดถึงคณะกรรมการ ทางด้านกฎหมาย จริงอยู่ในมาตรา ๗ ได้กําหนดว่าจะต้องมีทั้งนักนิติศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ แล้วก็วิทยาศาสตร์ แต่ในความเปึนจริง คณะกรรมการเหล่านี้มักจะเปึนนักกฎหมายเสียเปึนส่วนใหญ่ ไหน ๆ ผมจากอาชีพแพทย์ มาทําหน้าที่ฝ์ายนิติบัญญัติทําให้เรารับรู้ว่าคณะกรรมการที่จะต้องทํางานทางด้าน กฎหมายจะต้องมีองค์ความรู้ที่หลากหลาย ดังนั้นถ้าเปึนไปได้อยากจะกราบเรียนฝาก ไปยังกรรมาธิการว่าทําอย่างไรก็แล้วแต่ให้คณะกรรมการ ๑๑ ท่าน ประกอบไปด้วยความ หลากหลายทางกลุ่มอาชีพ ไม่ใช่ว่า ๑๑ ท่านนี้ส่วนใหญ่มีแต่นักกฎหมายแล้วก็ นักรัฐศาสตร์ เพราะวิธีคิดของนักกฎหมายคิดอย่างหนึ่งครับ นักรัฐศาสตร์คิดอย่างหนึ่ง แต่ปรากฏว่านักสังคมศาสตร์ก็คิดอีกแบบหนึ่ง เศรษฐศาสตร์ก็คิดอีกแบบหนึ่ง นักวิชาชีพ ทางด้านสุขภาพก็คิดอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นคนที่จะทํางานทางนี้เปึนไปได้ไหมว่า คณะกรรมการสรรหาต้องสรรหาคนให้มีความหลากหลายทางอาชีพให้มากที่สุด ให้ครบ องค์ประกอบทั้ง ๑๑ คน ไม่ควรไปหนักที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

และสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียน ผมอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างจาก เพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะความเปึนกลางทางการเมือง เพราะว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาบ่งบอกไว้ชัดเจนว่าองค์กรอิสระที่มีความเปึนกลางทางการเมือง บางครั้งก็มีปัญหาทางการเมือง ผมจึงมีความกังวลเกรงว่าในเมื่อคณะกรรมการชุดนี้ สําคัญมากในการสร้างเครื่องมือทางกฎหมายให้รัฐบาลบริหารประเทศ เราต้องได้คนที่มี ความเปึนกลางจริง ๆ คนที่เปึน ส.ส. ความเปึน ส.ส. ก็คือคนที่มีความรักความผูกพันกับ พรรคการเมือง ดังนั้นถ้าเขียนไว้อย่างนี้ลอย ๆ ผมเชื่อว่าถ้า ส.ส. ท่านนั้นอยากจะมาเปึนคณะกรรมการ ตรงนี้ เขาลาออกได้ทันทีแล้วก็เข้ามาเปึนคณะกรรมการตรงนี้ได้ทันที มันเลยทําให้ความ รักความผูกพันมีอยู่ ความเอนเอียง ความเปึนกลางทางการเมืองมันไม่เกิด ฝากไปยัง เพื่อนสมาชิกที่เปึนกรรมาธิการว่าเปึนไปได้ให้กําหนดไปเลยว่าต้องไม่สังกัดพรรค การเมืองมากี่ป้ หรือไม่เปึน ส.ส. มากี่ป้ เพื่อให้เกิดความห่างเหินไปช่วงหนึ่ง แล้วก็จะได้มี จิตวิญญาณที่เปึนกลางทางการเมืองจริง ๆ ครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณจตุพร พรหมพันธุ์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานนะครับว่าสาระของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่เสนอโดยรัฐบาลและ ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล นั้น ทุกคนก็ได้ยอมรับความเปึนจริง ว่าในเงื่อนเวลาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ นั้นมันไม่สามารถปฏิบัติได้ตามระยะเวลา ได้ แล้วก็กระทบต่อไปของการจัดตั้งองค์กร เวลาก็ขยับกันไปหมด เพราะฉะนั้นถ้าจะต้อง เริ่มต้นปฏิรูปมันก็ต้องเริ่มต้นจากการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ผมขอเรียน กับท่านประธานว่าสาระของการเสนอทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีลักษณะที่เหมือนกัน คล้ายกัน แต่วัตถุประสงค์นั้นมีความชัดเจนที่สุด ก็คือการสํารวจ ศึกษา วิเคราะห์ และปรับปรุง พัฒนากฎหมายของประเทศ รวมกระทั่งเรื่องการเสนอร่างกฎหมายของพี่น้องประชาชน ท่านประธานเองคงได้ฟังถ้อยคําทางกฎหมายเหมือนกับกระผมว่า ชนชั้นใดร่างกฎหมาย ก็เพื่อชนชั้นนั้น เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าประเทศของเรานั้นมีการสังคายนาทาง กฎหมายนั้นน้อยมาก และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าในท่ามกลางประเทศที่หาความน่าเชื่อถือ ระหว่างกันไม่ได้นั้น ถ้ากติกาของบ้านเมืองรวมกระทั่งคนที่รักษากติกา ต่างฝ์ายต่างไม่ทํา หน้าที่อย่างเคร่งครัดมันก็ยิ่งนําพาสร้างปัญหาที่จะนําพาสู่ความหายนะมากขึ้น ผมขอเรียน กับท่านประธานว่า กฎหมายบางอย่างใช้จนคนลืม ผมว่าหลายคนในประเทศนี้ไม่รู้เลยว่า กฎอัยการศึกซึ่งเปึนกฎหมายที่ออกสมัยรัชกาลที่ ๕ ป้ พ.ศ. ๒๔๕๐ ปรับปรุงป้ ๒๔๕๗ ปัจจุบันนี้ก็ยังใช้อยู่ ทั้งที่ประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญา สิทธิราชย์มาเปึนประชาธิปไตยกันไปแล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนลองไปอ่านดูสิครับว่า ผู้ประกาศใช้กฎอัยการศึกนี่ เพียงแค่ระดับ ผบ.พัน ที่คุมกําลังพื้นที่ แต่ถ้าเวลาจะยกเลิกนั้น ต้องเปึนพระราชอํานาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเวลานั้นคือรัชกาลที่ ๕ เพราะบ้านเมืองยังไม่ได้เปึนประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข นี่กฎหมายอย่างนี้ก็ยังดํารงอยู่ และที่สําคัญที่มีการหยิบยกการอธิบายความก็คือว่า กฎหมายที่จะมีการศึกษา มีการวิจัย มีการพิพาทกัน ผมยกตัวอย่างเช่นว่า เราได้เคย วิพากษ์วิจารณ์ว่าในกฎหมายฉบับเดียวกันมีการหยิบยกในการเลือกใช้ว่ามาตราใดที่มี ผลกระทบกับตนไม่ใช้ มาตราใดที่กระทบต่อคนที่ตนไม่ชอบนี่ไปใช้ ประเด็นที่เพื่อน สมาชิกอธิบายความนั่นละครับ ผมยกตัวอย่างว่า กฎหมาย ป.ป.ช. หลังจากมีการยึด อํานาจแล้วก็ไม่ยกเลิก งดเว้นเฉพาะเรื่องกระบวนการสรรหาทั้งนั้น แต่มาตรา ๑๒ ระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการแต่งตั้ง ป.ป.ช. ทั้ง ๙ คน ซึ่งจะต่อด้วย พ.ร.บ. เงินเดือน คือนับวันโปรดเกล้าฯ นับวันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง แต่เวลาที่จะ ถึงมาตรานี้ ป.ป.ช. ก็ข้ามไม่ปฏิบัติ เอาลายเซ็น พลเอก สนธิเทียบเท่ากับ องค์พระมหากษัตริย์ได้ แต่ต้องการจะเล่นงานอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ก็ไปควักเอามาตรา ๑๐๐ โดยไปตั้งแท่นจาก คตส. มา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมที่เรียกว่า คตส. นี้มันไม่มีอยู่ในสารบบ ท่านนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย ๒๗ คน ทุกคนมี คตส. เลือกผู้ปฏิบัติมาตั้งแต่พระยามโนปกรณ์ นิติธาดา จนกระทั่งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอากันไหมล่ะครับว่าเวลาที่เปลี่ยนผ่านรัฐบาลให้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเอาคนที่ ปฏิปักษ์ที่สุดมาทําหน้าที่เปึนพนักงานสอบสวน แล้วก็เอาศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแบบนี้คือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นมันอยุติธรรม มันอคติเสียแล้ว ปลายทางมันจะหาความยุติธรรมไม่ได้ ผมจึงเรียนอย่างไรละครับว่า ถ้ากรณีการครอบครองป์าสงวนเขายายเที่ยง กรมป์าไม้เปึน โจทก์ฟัองราษฎรตีนภู รอบภู ศาลชั้นต้นสั่งจําคุก ๔ ป้ ๕ ป้ แต่ยอดภูมีคนไปแจ้งความ ดําเนินคดีไว้ที่กองปราบปราม กองปราบปรามทําสํานวนเสร็จไม่กล้าส่งเรื่องให้อัยการ แล้วก็ปรากฏว่าราษฎรตาสี ตาสา ความรู้ ป. ๔ ศาลสั่งจําคุก อดีตนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน เปึนองคมนตรีครอบครองป์าสงวนยอดภูไม่มีความผิด เหตุที่ไม่มีความผิดเพราะว่า กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นนั้นมันไม่สั่งฟัองเข้าไป หรือแม้แต่กระทั่ง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ลองไปเทียบเถอะครับว่าถ้าศาลฎีกาภูเก็ตไม่สั่งให้คืนที่ตกเปึนของแผ่นดิน ถ้าเปึน มาตรฐานเดียวกันว่ามี คตส. คตส. ก็ต้องหยิบยกคําวินิจฉัยของศาลมาดําเนินการกันต่อ ผมบอกว่าการใช้กฎหมาย ณ วันนี้มันไม่เท่าเทียมกัน และพวกเราเองนะครับถ้าจะไม่ไป วิพากษ์วิจารณ์การทําหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมนั้นก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ในสภาที่เดียว เพราะที่นี่เปึนสถานที่ออกกฎหมายให้กระบวนการยุติธรรมได้ใช้

ท่านประธานที่เคารพ ตอนสมัยที่เราผ่านการเลือกตั้งมาใหม่ ๆ ผมเองได้ ขึ้นอภิปรายในที่ประชุมแห่งนี้ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้งว่า ในช่วงมีการยึดอํานาจโดย คมช. สนช. ทําหน้าที่ฝ์ายนิติบัญญัติ ไปออกกฎหมายที่องค์ประชุมไม่ครบ จากจํานวน ๒๑๑ ฉบับ ๑๗๗ ฉบับ องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง กฎหมายที่เปึนกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ก่อนกราบบังคมทูลก็ต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเสียก่อน ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายที่องค์ประชุมไม่ครบให้เปึนโมฆะ ต่อมา มีการยื่นวินิจฉัยกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก ศาลรัฐธรรมนูญก็ วินิจฉัยว่ากฎหมายที่องค์ประชุมไม่ครบให้ถือเปึนโมฆะ แต่ปรากฏว่าประธาน สนช. เอากฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว คือเอากฎหมายที่มีสภาพเปึนโมฆะเท่ากับเปึนการกราบบังคมทูลเท็จให้กับ พระเจ้าแผ่นดิน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เสนอกราบบังคมทูล ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แล้วก็นักกฎหมายในบ้านเมืองเราก็อธิบาย อย่างดื้อตาใสว่า เนื่องจากว่าแม้ว่ากฎหมายองค์ประชุมไม่ครบตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยไว้ก็จริง แต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ลงพระปรมาภิไธย ไว้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้ใช้ได้ เหตุที่เขามีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ นั้น เพราะเขาต้องการให้คนนี้เปึนคนรับผิดชอบ จะให้เจ้าฟัา เจ้าแผ่นดิน เขาไปนับองค์ประชุมได้อย่างไร แต่ว่าวันนี้มันชี้ได้ชัดเลยว่า เมื่อกระบวนการของคนที่ ทําหน้าที่ในการเสนอกราบบังคมทูลนั้นได้ประมาท ได้เลินเล่อ ได้จงใจนําความเท็จ ไปกราบบังคมทูล แล้วประชาชนคนไทย ๖๓ ล้านคนนั้นก็ต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายที่มี สภาพเปึนโมฆะ ท่านประธานที่เคารพ ลองอธิบายด้วยความรู้สึกสิครับว่ากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าเปึนโมฆะเพราะองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายธรรมดายื่นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย องค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง วินิจฉัยว่า เปึนโมฆะ อันนี้ ๑๗๗ ฉบับ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์จากจํานวนกฎหมายทั้งหมดที่มีการ พิจารณา และวันนี้หนึ่งในนั้นที่เปึนกฎหมายที่นํามาใช้กับพวกผมนี่ละครับ คือ พระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักรที่นายกรัฐมนตรีเวลานั้นเปึนหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์เฉย ๆ ก็ได้แสดงการคัดค้านว่านี่ไปลิดรอนสิทธิของประชาชน แต่ผม เรียนกับท่านประธานว่า นี่ก็เปึนกฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนกันที่องค์ประชุมไม่ครบ เมื่อจะมีกฎหมายพระราชบัญญัติตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คือเวลานี้สมคบกันโง่ กันทั้งบ้านทั้งเมือง โดยเฉพาะผู้รู้ทางกฎหมาย คือแปลความว่าถ้า สนช. เผด็จการมันออก กฎหมายมา มันจะมีสภาพเผด็จการ มันจะมีสภาพเปึนโมฆะก็ตาม แต่เนื่องจากว่า เปึนฝ์ายที่ข้าพเจ้าได้ประโยชน์ มันก็ไปป่ดปากนักกฎหมายใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งหมด ทั้งที่คนเหล่านี้ได้ทําลายเสื่อมเสียพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะบังอาจไปกราบบังคมทูลเท็จ ถ้ายึดตามแนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ นี่ก็เปึนเรื่องที่ผมอยากจะต้องฝากไปยังคณะกรรมาธิการ เพราะว่า เวลานี้เราไม่รู้จะร้องต่อใครนี่ครับ หาความเปึนกลาง หาความน่าเชื่อถือจากใครก็ไม่ได้ ในประเทศนี้เสียแล้ว

ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่าแม้กระทั่งประชาชนเขาไปใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๑ ปรากฏว่าการยื่นถวายฎีกาของพวกกระผมนั้น สํานักราชเลขาธิการเขาทําหนังสือเปึนการแถลงข่าวว่าในกรณีนี้การถวายฎีกาเพื่อขอ พระราชทานความช่วยเหลือ ขอพระราชทานความเปึนธรรม ขอพระราชทานอภัยโทษ จะต้องส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาถวายความเห็นประกอบพระราชดําริ อ่านภาษาคนก็ รู้เรื่องว่าเหตุที่สํานักราชเลขาธิการนั้น ที่เขาจะต้องมีมาตรการเหล่านี้ เพื่อต้องการให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนที่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยนั้นจะได้ฟังความได้ครบถ้วน แต่รัฐบาลชุดนี้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทําตัวเปึนปฏิปักษ์ต่อการถวายฎีกา ของประชาชน ซึ่งการพระราชทานอภัยโทษเปึนพระราชอํานาจของพระเจ้าแผ่นดิน ทําหน้าที่ออกแถลงการณ์ก่อนที่หนังสือการถวายฎีกา สํานักราชเลขาธิการจะส่งไปให้ยัง รัฐบาล แต่นี่ทําตัวเปึนปฏิปักษ์ออกแถลงการณ์ต่อต้านเรียบร้อย และเสร็จแล้วนี้ไปยึด พระราชอํานาจเลย วินิจฉัยสรรพเสร็จ เขาให้ถวายความเห็นประกอบพระราชดําริ ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่านั่นคือพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายความเห็นประกอบพระราชดําริเท่านั้น แต่ว่าไม่ใช่มีหน้าที่ ไปวินิจฉัยเสียเอง เพราะว่าหน้าที่ในพระบรมราชวินิจฉัยนั้นเปึนเรื่องของพระเจ้าแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ มิฉะนั้นเราจะแยก ไม่ออกเลยว่าระหว่างรัฐมนตรี รัฐบาลซึ่งเขาส่งไปเพื่อให้ถวายความเห็นประกอบ พระราชดําริ ก็เข้าใจว่าตัวเองสามารถยึดพระราชอํานาจนั้นมาได้เสียเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมลองอธิบายสิครับว่าท่านได้ไปใช้สิทธิอะไร แล้วที่สํานักราชเลขาธิการ เขาแถลงข่าวโดยการเปึนลายลักษณ์อักษรนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปึนคน ที่เสียมารยาทเสียเอง เพราะดันไปออกแถลงการณ์ก่อนที่สํานักราชเลขาธิการเขามาส่ง ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง หน้าที่ของตัวเองต้องรอก่อน จนกว่าสํานักราชเลขาธิการจะส่งเรื่อง มายังรัฐบาล รัฐบาลส่งตามลําดับถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมถวายความเห็น ประกอบการพิจารณาพระราชดําริ แต่นี่เสียมารยาท ไม่รู้เลยหรือครับว่าระหว่างที่ ประชาชนเขาจะทูลเกล้าฯ นั้น รัฐมนตรีว่าการไม่มีสิทธิ ไปแล้ว เสร็จแล้วเปึนอย่างไรครับ ได้แสดงความอวดภูมิ อวดรู้เลยว่า ถ้าดูกันแล้วไม่เข้าข่ายฎีกาก็จะตกไปเลย เขาให้ รัฐบาลมีอํานาจเท่านี้หรือครับ ให้มีอํานาจดังกล่าวหรือครับ ไปยึดเอาพระราชอํานาจที่ เขาขอความเห็นประกอบพระราชดําริ คุณก็ถวายไปสิครับว่าผิดอย่างไร ไม่ถูกอย่างไร ไม่สมควรอย่างไร นี่คือหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐบาล แต่ไม่ใช่ไปยึด เอาพระราชอํานาจมาตัดสินเสียเองว่าแบบนี้ขัด

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานครับ บอกว่าจะต้องไปตรวจสอบรายชื่อ ๓,๕๐๐,๐๐๐ รายชื่อ มีพรรคพวกผมนี้นะครับ ความจริงเขาทําเขาไม่ได้บอกผมครับ หนึ่งคนเขาเอาใบฎีกาดังกล่าวเขาไปยื่นก่อน

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจตุพร มีคนประท้วง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ต้องมีคนสิครับประท้วงผม เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะในขณะนี้เปึนการอภิปราย ในวาระที่หนึ่ง แล้วผมดูร่างกฎหมายฉบับนี้กับเนื้อหาสาระที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายอยู่ ผมว่าหนังคนละม้วนนะครับ เข้าโรงนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธานได้ โปรดวินิจฉัยในประเด็นตรงนี้ด้วยนะครับว่า ในขณะนี้เรากําลังพิจารณาในร่างกฎหมาย ที่มีสาระเรื่องอะไรครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัย ตอนนี้เขาก็ กําลังบรรยายเนื้อหาสาระก็ปล่อยให้เขาบรรยาย เดี๋ยวเขาคงสรุป เชิญสรุปประเด็นปัญหา ครับ คุณจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

คือผมพูดประเด็น เช่นว่า มาตรา ๑๘ (๑) เอาร่างของรัฐบาลนี้ละครับ สํารวจศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการ (๒) ปรับปรุงพัฒนากฎหมายของประเทศ โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมก็ว่าตามทั้ง ๒ ร่าง เอาร่างไหนก็ได้ แต่ที่ผมต้องการอธิบายเวลานี้ก็คือว่ารัฐบาลจะเอา อย่างไรกันแน่ ประชาชน ๑ คน มีค่าเท่ากับ ๓,๕๐๐,๐๐๐ รายชื่อ มีคนไปยื่นถวายฎีกา ๑ คน เปึนอดีต ส.ส. จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อนายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ เขาก็สงสัยว่าฎีกา ดังกล่าวที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาแถลงการณ์ต้านนั้นมันยื่นได้จริงหรือเปล่า เขาก็กระทําโดยพลการเลย ไปที่สํานักราชเลขาธิการ โดยนายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ อดีต ส.ส. จังหวัดกาญจนบุรี เขาก็เอาใบฎีกาดังกล่าวโดยคนคนเดียวยื่นให้กับสํานักราชเลขาธิการ เนื้อหาสาระอย่างเดียวกันปรากฏว่าสํานักราชเลขาธิการประทับตรารับ ถ้าจะตรวจรายชื่อ ขอเอาคุณพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๑ คน เวลานี้เขาก็รู้กันว่าที่พยายามที่จะไปตรวจสอบ ท่านจะนับวันละ ๓๕ ชื่อ ต้องการเวลา ๑๐๐,๐๐๐ วันไหมครับ แต่ผมอธิบายกับท่าน ตรงนี้ก็คือว่าหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปนี้ ถ้าคิดว่าตัวเองมีอํานาจในการไปยึดพระราชอํานาจ ของพระเจ้าแผ่นดินมาใช้ รัฐบาลเข้าใจผิด แล้วบางเรื่องผ่านรัฐบาลทุกเรื่องหรือเปล่า กรณีฝรั่งชาวออสเตรเลียที่โดนดําเนินคดีถูกตัดสินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้วท้ายที่สุดนะครับได้มีการพระราชทานอภัยโทษโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะทําเรื่องไปนั้น ข้อเท็จจริงท่านจะอธิบายความอย่างนี้ได้หรือเปล่า เพราะทั้งหมดนั้นมันอธิบายฉายภาพไปทั้งโลกว่าน้ําพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินนั้น อยู่อย่างไร แต่เวลานี้กลายเปึนว่ารัฐบาลชุดนี้กลายเปึนตัวมาตัดสัมพันธ์ระหว่างราษฎร กับพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ นั่นฝรั่งตาน้ําข้าวถูกดําเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปรากฏว่าพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานอภัยโทษก่อนที่กระทรวงยุติธรรมจะทําเรื่อง ท่านนี่ ทําเรื่องตามหลัง ต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ วิธีการพิจารณากฎหมายเวลานี้ ผมเทียบคดีหนึ่ง คดีหนึ่งคนไปพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อีกคนหนึ่งเอามาพูดทําซ้ํามา เผยแพร่ ซึ่งมาตราที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นคนเผยแพร่ คนทําซ้ํา มีโทษเท่ากับตัวการ คนหนึ่งถูกตํารวจจับกุมเลย อีกคนหนึ่งตํารวจออกหมายจับ ไปมอบ ตัวได้รับการประกัน อีกคนหนึ่งตํารวจสั่งฟัอง อีกคนหนึ่งตํารวจชะลอสั่งฟัอง เมื่อ ๒-๓ วัน ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพ คนที่พูดคนแรกศาลตัดสินจําคุก ๑๘ ป้ แต่คนที่ทําซ้ํา คนที่เผยแพร่ต้องได้รับโทษเท่ากับคนแรกตามกฎหมายฉบับนี้ ตามมาตรา ฉบับนี้ ปรากฏว่าตํารวจเฮงซวยในประเทศนี้ไม่สั่งฟัอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าจะเลยเถิดไป

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นี่ผมอธิบายอย่างไรล่ะครับว่า กฎหมายมันเปึนอย่างไร นี่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไหนปกปัองสถาบันล่ะ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีประท้วงอะไรครับ

นายเจะอามิง โตตาหยง นราธิวาส

จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะจบอยู่แล้ว

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานต้องฟังผมด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็กําลังฟังล่ะ เชิญ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้ควบคุมในการประชุม เพราะท่านสมาชิกที่กําลัง อภิปรายอยู่ในขณะนี้กําลังกระทําและฝ์าฝ๋นข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๑ ตลอด ท่านประธานต้องกรุณาวินิจฉัยและควบคุมท่านสมาชิก การกล่าวหาและ การพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เปึนระยะ ๆ เปึนการมิบังควร และเปึนการผิด ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยและ ควบคุมท่านสมาชิกให้อยู่ในข้อบังคับการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็วินิจฉัยว่าเขาก็ เท้าความเพราะเปึนการอภิปรายในวาระแรกวาระที่หนึ่ง แล้วผู้อภิปรายเขาก็ต้อง รับผิดชอบตัวเขาเองนะครับ กระผมอยากจะขอความกรุณาคุณจตุพรนะครับ ช่วยกรุณาอย่ากล่าวถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบ่อยครั้งครับ เพราะว่า ในข้อบังคับเขาก็มีนะครับ ก็อยากขอความกรุณาครับ ขอให้อยู่ในเนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมเปึนการเทียบเนื้อหาเลยครับ ท่านประธาน ผมบอกว่าเมื่อรัฐบาลเอง พวกกระผมเองไม่ให้ใครต้องการมาทําลาย สถาบัน แต่ผมเทียบกับการพิจารณากฎหมายในคดีเดียวกัน ผู้พูดคนแรกคนถ่ายทอด ทําซ้ํา มีโทษเท่ากับตัวการ แต่ว่าถูกจับระยะเวลาไล่เลี่ยกัน คนหนึ่งถูกจับขังคุกพูดคนแรก คนทําซ้ํา คนเผยแพร่ได้รับการประกันตัว ปรากฏว่าคนพูดคนแรกศาลสั่งจําคุก ๑๘ ป้ คนทําซ้ําเผยแพร่มีโทษต้องได้รับเท่ากับตัวการคนแรก ปรากฏว่าคดียังไม่ถึงอัยการเลย และเอาอย่างไรครับท่านประธาน นี่ผมเทียบอย่างไรครับว่า นี่คือการใช้กระบวนการ กฎหมายในบ้านเมืองนี้ ที่คณะกรรมาธิการจะต้องหยิบยกไปว่ากันว่า ในกรณีเดียวกัน แบบนี้ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งตัวการและผู้เผยแพร่ต้องได้รับโทษเท่ากันเห็นดีไหมท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมเรียนมานั้นก็คือว่าเวลานี้ขบวนการแบบนี้มันเกิดขึ้นกันไปหมด คือนอกจากสาระทางกฎหมายที่สําคัญแล้ว ผู้ใช้กฎหมายก็เช่นเดียวกัน เวลานี้พยายาม อธิบายว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ผมถามว่ากฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ จนกระทั่งป้ ๒๕๕๐ เรื่องมาตรการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นขี้โม้ทั้งนั้น พ.ร.บ. ป์าชุมชน หลุดมาฉบับเดียวใน พ.ร.บ. ป้ ๒๕๔๐ ก็ต้องตกในขั้นตอนของวุฒิสภา รัฐธรรมนูญแก้ไข ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เวลานี้ก็เปึนวาระด่วน คือเอามาจริงเมื่อไรก็ดับทันทีแปลว่าด่วนดับ แล้วก็ตั้งวาระด่วนลําดับที่ ๑ เอาไว้เลื่อน แล้วยังมีน้ําหน้ามาพูดในสภาแห่งนี้ว่า จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือแก้ไขกฎหมายหรือร่วมในการกระทําทาง กฎหมาย ผมพูดอย่างนี้ด้วยความรู้สึกก็คือว่า ประชาชนเหมือนกับถูกสาป ก็แค่ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อเดิม กฎหมาย พ.ร.บ. ป์าชุมชน ดําเนินการบอกว่านี่จะเปึนกฎหมายประชาชน ฉบับแรก เอารัฐธรรมนูญบอกว่าต้อง ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ พอเขาได้จํานวนรายชื่อครบ ท่านประธานบรรจุวาระลําดับที่ ๑ ท้ายที่สุดผมก็ยังเชื่อว่าตลอดสมัยนี้เรื่องของประชาชน จะต้องมาหลัง ไม่ใช่ประชาชนมาก่อน

ขอเรียนกับท่านประธานประเด็นสุดท้ายว่า ผมต้องการให้คณะกรรมการ ชุดนี้ ส่วนในขั้นตอนการพิจารณากฎหมายในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการจะต้องหยิบยก ในมิติที่เปึนจริงที่เกิดขึ้น ความยุติธรรมตามกฎหมายนี่ละครับที่เราจะต้องปฏิรูป ถ้าเรามี ความเชื่อและมีการอธิบายความกันว่า ถ้าเราได้ประโยชน์แปลความว่านั่นคือความ ยุติธรรม อีกฝ์ายที่เสียประโยชน์เขาก็จะบอกว่านี่คือความอยุติธรรม แต่ความยุติธรรมที่ มันจะต้องเกิดก็คือว่า ฝ์ายที่ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มีความรู้สึกเหมือนกันว่านี่คือ ความยุติธรรม ณ วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่เสนอทําตัวไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ต้องการให้ผ่านมีคณะกรรมการ ฉบับนี้ สภาอยู่กี่วันไม่ทราบ จะเปึนตามแบบที่ท่านประธานพูดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เปึนว่า ถ้ามีคณะกรรมการหยิบยกการปฏิรูปกฎหมายอย่างจริงอย่างจังนั้น มันจะได้จําแนก แยกแยะว่ากฎหมายใดมันล้าสมัย กฎหมายใดมันยังเปึนของคณะรัฐประหารอยู่ กฎหมายใดที่มันสมควรจะได้รับการสังคายนานั้น คนไทยผู้เปึนเจ้าของประเทศเขาจะได้ รับรู้และจะได้มีการแก้ไขกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็จบนะครับ ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะของผู้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กับท่านเจริญ จรรย์โกมล ผมเปึนผู้ลงชื่อเสนอเปึนคนที่ ๒ ก็ต้องลุกขึ้นสนับสนุนร่างกฎหมายที่ตัวเองเสนอครับท่านประธานครับ ละเว้นเสียมิได้ ก่อนอื่นก็ขอชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดได้ทราบว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลเสนอประกบ ส.ส. หรือ ส.ส. เสนอประกบรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าดู ในเอกสารประกอบการประชุมนะครับ ส.ส. ที่เสนอชื่อร่างกฎหมายนี้เปึน ส.ส. สังกัดพรรคพลังประชาชนครับ เสนอหนังสือต่อ ท่านประธานเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี นั่นคือเราก้าวหน้ากว่ารัฐบาลนี้ เราได้เสนอ เราได้เห็นแล้วว่ากฎหมายนี้ เปึนกฎหมายสําคัญ แต่ว่ามาตอนนี้พรรคพลังประชาชนถูกยุบไป จึงเปึนพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชนส่วนมากก็มาพรรคเพื่อไทย อีกบางส่วนก็ไปสังกัดพรรคอื่น ท่านประธานครับ ในร่างกฎหมายนี้สมาชิกหลายท่านบอกว่ามีส่วนที่คล้ายคลึงกัน ผมขอ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ โดยหลักการร่างกฎหมาย กฎหมายนี้เปึนกฎหมาย มหาชน เปึนกฎหมายเกี่ยวกับการบริหาร ซึ่งวิธีการยกร่างกฎหมายจะต้องมีโครงกระดูก ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ขององค์กรซึ่งเหมือนกันครับ ในหมวดนี้ต้องมีเหมือนกัน ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเหมือนเนื้อหนังหรือกระดูกอาจจะแตกต่างกันบ้าง ในรายละเอียด เมื่อมีหมวดที่ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ขององค์กรหรือการสิ้นสุดของสมาชิก องค์กรแล้วก็จะมีที่มาขององค์กร นั่นคือมีหมวดว่าด้วยคณะกรรมการสรรหา ส่วนคณะกรรมการสรรหาจะมีคุณสมบัติอะไร อย่างไรนั้นก็เปึนรายละเอียดที่จะต้อง แตกต่างกันบ้าง และจะมีหน่วยงานธุรการขององค์กรบัญญัติกฎหมาย คือสํานักงาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่แตกต่างอย่างสําคัญของร่างนี้ มีเพื่อนสมาชิกได้ สนับสนุนในความก้าวหน้ากว่าร่างของรัฐบาล ก็คือว่าด้วยกองทุนพัฒนาและการกําหนด ชี้ชัดลงไปให้เร่งรัดเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ การเสนอกฎหมายนี้มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) บัญญัติไว้ว่ารัฐ คือรัฐบาลจะต้องจัดให้มีกฎหมายนี้ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอฝาก ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กฎหมายฉบับหนึ่งที่ควรจะมีเปึนอย่างยิ่งจาก เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไป ก็คือในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๔) ให้รัฐจัดให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม นี่คือท่านสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ท่านกําลัง ได้พูดถึงว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีปัญหาครับ นั่นคือกระบวนการบังคับใช้ กฎหมายมีปัญหา มีการกล่าวหาว่าเปึน ๒ มาตรฐาน ซึ่งผมจะไม่ยกในรายละเอียดเปึน ข้อเท็จจริง รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติไว้ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องกฎหมายและ มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย จึงบัญญัติไว้ในมาตรา ๘๑ (๓) ท่านประธานที่เคารพ กระผมจะพูดไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย อันนี้อาจจะนอกร่างไปนิด แต่เปึนเรื่องที่สําคัญ มาก อันเนื่องมาจากพรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทาง การเมืองให้กับประชาชนที่ชุมนุมทางการเมือง มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านหรือรัฐบาลหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ซึ่งทางฝ์าย นายกรัฐมนตรีปฏิเสธชัดเจนนะครับ ไม่สนใจร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเห็นว่า ประเทศนี้ปกครองโดยนิติรัฐและนิติธรรม ซึ่งก็พูดกันไป บางครั้งบางท่านก็พูดโก้ ๆ นะครับ นิติรัฐคืออะไรครับ นิติรัฐคือรัฐที่ปกครองโดยกฎหมาย ไม่ปกครองโดยคน มีกฎหมายบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ขอเท้าความนิดหนึ่งนะครับ ว่าผู้ใดยึดอํานาจรัฐหรือกระทําการรัฐประหาร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่าน เปึนผู้พิพากษา ถ้ากระทําสําเร็จเปึนความผิดฐานกบฏ ไม่ได้บอกว่ากระทําสําเร็จ แล้วเปึนรัฎฐาธิปัตย์ แต่ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารสําเร็จก็บอกว่าเปึนรัฎฐาธิปัตย์ มีอํานาจ ออกกฎหมายบังคับใช้ได้ แม้แต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองว่าที่รัฐประหารไปนั้น ไม่เปึนความผิดก็ทําได้ แต่รัฐสภาแห่งนี้เมื่อพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเปึน ส.ส. รับมอบอํานาจจากประชาชนในการบัญญัติกฎหมาย เสนอให้รัฎฐาธิปัตย์ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง กลับบอกว่าไม่เปึนนิติรัฐ นี่มีเหตุผลอะไรครับ ท่านประธาน ผมขอฝากไว้สําหรับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ประเด็นสุดท้าย มีท่านสมาชิกบอกว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายไม่ควร สังกัดพรรคการเมือง ผมเห็นในทางตรงกันข้าม ผมเห็นว่าควรสังกัดพรรคการเมือง อย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้จะมีอิทธิพลอย่างสําคัญ ต่อรัฐสภาในการที่จะเสนอแนะให้รัฐสภาได้พิจารณาว่าประเทศนี้ควรมีกฎหมาย ในลักษณะเช่นใด เพราะเหตุใดจึงควรมีกฎหมายในลักษณะเช่นนั้น และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ เมื่อไปหาเสียงเลือกตั้งก็จะประกาศป์าวร้องกับประชาชน ว่าถ้าได้เปึนผู้แทนราษฎรจะทําประโยชน์อย่างนั้น จะทําประโยชน์อย่างนี้ให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้ตัวเอง แล้วถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาในสภาแล้ว ร่างกฎหมาย หรือบัญญัติกฎหมายไม่ได้ประชาชนจะได้ประโยชน์หรือครับท่านประธาน ครับ เพราะฉะนั้นขอฝากไปที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างตัวนี้ว่าไม่ควรไปห้าม คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายไม่ให้สังกัดพรรคการเมืองครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะเรียนผู้ที่จะอภิปราย ต่อไปมีอยู่ ๗ ท่านนะครับ มีท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ชลน่าน ศรีแก้ว นริศ ขํานุรักษ์ สมคิด บาลไธสง สุวโรช พะลัง เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ สุนัย จุลพงศธร ๗ ท่านนะครับ เรียงตามลําดับนี้นะครับ เชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... กับท่านประธาน ดังต่อไปนี้นะครับ ผมจะให้ความเห็นในส่วนเฉพาะที่ไม่ซ้ํากับที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาให้ ความเห็นไปแล้ว เพื่อประหยัดเวลาของสภา แล้วก็เพื่อนําไปสู่การลงมติได้ในเวลา ที่ไม่นานนัก ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความแตกต่างจาก ร่างพระราชบัญญัติฉบับทั่ว ๆ ไปอยู่มากทีเดียว นั่นก็คือว่าแม้คณะกรรมการชุดนี้จะเปึน คณะกรรมการอิสระ แต่ว่าองค์กรนี้ไม่ใช่เปึนองค์กรอิสระ แล้วก็ไม่ใช่เปึนองค์กรตาม รัฐธรรมนูญในความหมายของหมวด ๑๑ ซึ่งจะเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ โดยชัดแจ้ง แต่ว่าเปึนองค์กรที่เกิดขึ้นตามแนวนโยบายแห่งรัฐในส่วนที่ ๕ ว่าด้วย แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม เปึนเรื่องใหม่ เปึนเรื่องสําคัญ และเปึนเรื่องที่ เราต้องมี เข้าใจดีครับว่าที่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายฉบับนี้มาด้วยเหตุผลที่เสนอให้เปึนไป ตามมาตรา ๘๑ (๓) และมาตรา ๓๐๘ วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญ คือเร่งรัดให้รัฐบาล ดําเนินการเรื่องนี้ ที่ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าสิ่งที่องค์กรนี้ จะต้องเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เปึนองค์กรเหมือนกับที่มีอยู่แล้วภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ รูปแบบของคณะกรรมการ รูปแบบขององค์กร แม้ว่าเวลาสร้างขึ้นแล้วไปเลียนแบบองค์กร อิสระ ไปเลียนแบบองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยมีมาแล้วหลายอัน ก็น่าจะเปึนรูปแบบ ที่เราไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ และมีโครงสร้างในลักษณะที่มีความเปึนอิสระอย่างนี้มาก่อน ที่ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐสภาเราเคยใฝ์ฝัน แล้วก็เคยคาดหวังว่าจะให้องค์กรเหล่านี้ได้ ทําหน้าที่เปึนตัวแทนของรัฐสภา ท่านประธานคงจําได้ว่าตามมาตรา ๒๔๒ ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กําหนดให้มีผู้ตรวจการแผ่นดินเกิดขึ้น เดิมทีผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ ชื่อว่าผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา องค์กรนี้เปึนองค์กรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดการบังคับ ใช้กฎหมาย เกิดขึ้นให้ตรวจสอบการปฏิบัติของภาครัฐทั้งปวงที่ตอบสนองนโยบายของ รัฐบาล หรือตอบสนองตามความต้องการของพี่น้องประชาชน วันหนึ่งพอเรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้น เราก็ลบคําว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ออกไป ก็เหลือเปึน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ไม่ได้ทําให้สาระมันเสียหาย แต่สิ่งที่ทําให้เสียหายก็คือว่า เจตนารมณ์การมีองค์กรเหล่านี้เรามีเพื่ออะไร เพื่อเปึนเครื่องมือของใคร แล้วไปทําหน้าที่ อะไร แล้วไปบรรลุเปัาหมายได้อย่างไร นั่นเปึนกระบวนการ เปึนองค์กรที่ต้องกระทํา ผมต้อง กราบเรียนกับท่านประธานก็เพราะว่าเมื่อรัฐบาลเปึนคนเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ก็พบ ความจริงว่าเมื่อพูดถึงอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หน้าที่ของกรรมการเปึนส่วนที่ สําคัญอย่างยิ่งยวด และขณะเดียวกันก็มีความยึดโยงต่อองค์กรที่จะทําหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าที่เขามากําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๘๑ ไว้ในส่วนของแนวนโยบาย แห่งรัฐนั้น ด้วยจุดมุ่งหมายที่ผมกราบเรียนแล้วว่าไม่ให้เหมือนกับองค์กรอิสระอื่น ไม่ให้ เหมือนกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น แต่ให้มีคณะกรรมการที่เปึนอิสระขึ้นมาทําหน้าที่ อะไรครับ มาทําหน้าที่สํารวจศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการ รวมทั้งวิจัยและสนับสนุน การวิจัยเพื่อประโยชน์ในการวางเปัาหมายนโยบายและจัดทําแผนโครงการและมาตรการ ต่าง ๆ ในการดําเนินการตามข้อ ๒ คือปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้ง การปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้โดยให้คํานึงถึงการมีส่วนร่วมของ ประชาชนด้วย ในเมื่อมีเปัาหมายอย่างนี้ถามว่าองค์กรนี้เมื่อสร้างขึ้นแล้วเขาควรยึดโยง กับใคร แน่นอนที่สุดกับรัฐบาลเขาต้องยึดโยงแน่ รัฐบาลเปึนผู้เสนอกฎหมายนี้ เปึนหน้าที่ ของรัฐบาลต้องเสนอตามระยะเวลาด้วย แต่ว่างานนี้จึงไม่ใช่งานของรัฐบาลแต่เพียงฝ์ายเดียว ผมจึงเห็นว่าข้อที่จะเปึนข้อสังเกตในขณะนี้ก็คือว่าองค์กรนี้ก็ต้องเสนอความเห็นต่อ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบายและ แผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประกอบการพิจารณา งานนี้เปึนงานของนิติบัญญัติ แน่นอน งานนี้เมื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร มีแผนการในการตรากฎหมายอย่างไร ต้องเปึนกระบวนการของฝ์ายนิติบัญญัติแน่นอน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าความยึดโยง ขององค์กรนี้กับรัฐบาลควรจะถูกกําหนดไว้ในงานของอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ เช่น สมมุตินะครับ อันนี้ผมอาจจะไม่ใช้ภาษาที่เปึนข้อสรุป แต่ผมบอกว่าให้เสนอ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ต่อรัฐสภาเกี่ยวกับแผนการดําเนินการอย่างนี้เปึนต้น แม้ว่า ในบทสุดท้ายจริงครับว่าการจัดทํารายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจําป้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรี เสนอต่อรัฐสภาและเสนอต่อสาธารณะ เราก็คงจะได้รับรายงานเหมือนกับ องค์กรอิสระ ได้รับรายงานเหมือนกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เขาจะรายงานประจําป้กับ สภาทราบ ซึ่งสถานะของคณะกรรมการชุดที่ผมว่านี้แตกต่างจากที่ผ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะนั่งฟังรายงานประจําป้ แล้วก็แจ้งให้สภาทราบ เท่านั้น แต่ผมคิดว่าเราต้องมีความยึดโยงเสียแล้วตั้งแต่วันแรกก็คือว่าตาม (๓) ก็ดี การเสนอเกี่ยวกับแผนการให้มีกฎหมายก็ดี การเสนอให้ความเห็นและข้อสังเกตเกี่ยวกับ การร่างกฎหมายก็ดี องค์กรเหล่านี้ควรจะถูกเสนอและยึดโยงกับรัฐสภาตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งใดที่ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี สิ่งนั้นต้องเสนอต่อรัฐสภาด้วย จุดเชื่อมโยงตรงนี้จะทําให้เห็นว่า องค์กรนี้เกิดขึ้นและจะมีผลในทางปฏิบัติ ถ้าหากว่ารัฐบาลเปึนคนทําฝ์ายเดียว ท่านประธานจะทราบได้อย่างไรว่าฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งมีหน้าที่ตรากฎหมายมีหน้าที่ทําให้ เปึนไปตามองค์กรอิสระนี้จะได้รับการยอมรับเพราะผิดกับองค์กรอิสระอื่นซึ่งเขาผูกพันกับ องค์กรอื่นตามกฎหมาย ซึ่งเราไม่มีทางที่จะไปแทรกแซง เช่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเปึน อย่างไรก็ต้องไปผูกพันกับองค์กรอื่น ต้องยอมรับตามนั้น ไม่มีวันอย่างอื่น แต่กรณีนี้ มันเปึนกระบวนการปฏิรูป กระบวนการให้ความเห็นและกระบวนการตัดสินใจ สูงสุดก็คือ ว่ารัฐสภาจะต้องเปึนคนตัดสินใจ จุดเชื่อมโยงอันนี้ผมจึงต้องกราบเรียนกับท่านประธาน ว่าควรจะมีและถูกแก้ไขปรับปรุงให้ เปึนเรื่องของการยึดโยงทั้งคณะรัฐบาลแล้วก็ทาง รัฐสภานี่เปึนความเห็นที่ผมเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้ซ้ํากับเพื่อนประเด็นอื่น กราบเรียน ท่านประธานเพื่อขอความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสนี้ ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณชลน่าน ศรีแก้ว

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปราย พูดจาแสดงเหตุและผลในการพิจารณาที่จะรับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม แล้วก็ร่างของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอเข้ามานะครับ เปึนร่างของคุณเจริญ จรรย์โกมล และคณะ เปึนร่างพระราชบัญญัติองค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จากหลักการ และเหตุผลของร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ของท่านสมาชิกที่เสนอ เข้ามา มีหลักการที่ไม่แตกต่างกันครับ ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วย องค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในหลักการของคณะรัฐมนตรีเสนอหลักการว่า ให้มี กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แล้วก็ให้เหตุผลประกอบว่า ตามมาตรา ๘๑ (๓) ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้รัฐต้องจัดให้มี กฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ เพื่อปรับปรุงและ พัฒนากฎหมายของประเทศ หรือปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง สนับสนุนการดําเนินการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงจําเปึนที่จะต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ เหตุผลคล้ายกันครับท่านประธาน เหตุผลที่ทางคณะรัฐมนตรีและ ท่านสมาชิกยกขึ้นมานี้ก็เปึนข้อความที่เขียนในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) กับมาตรา ๓๐๘ เอามาประกอบกันเปึนเหตุผล ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานหลังจากที่ได้ตรวจสอบดูหลักการ เหตุผล แล้วก็ดูตัวบทบัญญัติของ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่เปึนข้อสงสัยและเปึนสิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่จะได้กรุณาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ในชั้นรับหลักการว่า ความเปึนอิสระขององค์กรนี้ในตัวร่างของคณะรัฐมนตรีนี่ ต้องตอบสภาให้ชัดนะครับว่า องค์กรมีความเปึนอิสระในเรื่องไหนอย่างไร มีบทมาตราอะไรที่เปึนตัวรองรับ นั่นประการที่ ๑ นะครับที่จะต้องตอบ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเน้นให้มีองค์กรที่เปึนอิสระ แล้วเขียนไว้ ในบทบัญญัติเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมมาดูในรายละเอียดนะครับ บทบัญญัติแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มิได้หมายความว่าต้องสังกัดรัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรีนะครับ คําว่า รัฐ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงรัฐบาล เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมมี ข้อสงสัยต่อไปก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอขึ้นมา ในมาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ผมเป่ดไปดูสถานะขององค์กรในมาตราที่ว่าด้วยเรื่อง ของสํานักงานปฏิรูปกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ สถานะองค์กรให้เปึนหน่วยงาน ของรัฐมีฐานะเปึนนิติบุคคล แล้วอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของประธานคณะกรรมการ นั่นหมายถึงคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายฉบับนี้ เปึน หน่วยงานของรัฐอยู่ภายใต้การกํากับ แต่ภายใต้การกํากับของอะไรครับ มีองค์กรลักษณะ นี้หลายอย่างครับที่จะต้องการมีความเปึนอิสระในการที่จะบริหาร ในการที่จะดําเนิน กิจการขององค์กรให้มีความคล่องตัวนี่ก็อยู่ภายใต้การกํากับ หลายหน่วยงานขึ้นกํากับ ของรัฐมนตรีหลายหน่วยงานขึ้นกํากับของท่านนายกรัฐมนตรี แต่หน่วยงานนี้เขียนบอกว่า เปึนหน่วยที่อยู่ภายใต้กํากับของท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ท่านประธาน ครับ ผมเองค่อนข้างจะมีข้อสงสัยอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ให้ช่วยชี้แจงนะครับ สถานะของกฎหมายฉบับนี้เปึนหน่วยงานของรัฐ เปึนนิติบุคคล มีความเปึนอิสระ โดยข้อความตรงนี้จริง ๆ ต้องเน้นย้ําด้วยว่าเปึนหน่วยงานที่เปึนอิสระ ด้วย ในมาตรา ๒๑ แต่สิ่งที่ผมต้องถามก็คือว่าท่านไม่เขียนให้นายกรัฐมนตรี เปึนผู้รักษาการ นั่นคือเปึนผู้ที่มีอํานาจออกกฎ ออกระเบียบ กฎต่าง ๆ ในการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ความหมายของผู้รักษาการเปึนอย่างนั้น เชื่อมโยงอย่างไร ระหว่าง ประธานคณะกรรมการที่เข้าไปกํากับดูแลอยู่ คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นกับท่านนายกรัฐมนตรีไหม หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานของรัฐที่ ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีไหม ถ้าตรวจสอบตามนี้ไม่ขึ้นเลยครับ ขึ้นกับประธานคณะกรรมการ เขาเปึนผู้กํากับ เพราะฉะนั้นสถานภาพของหน่วยงานผมค่อนข้างจะสับสนพอสมควร ครับว่า ฐานะหน่วยงานเมื่อไม่ขึ้นกํากับกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมไปตรวจสอบดู ความเปึนอิสระในการบริหารงบประมาณนะครับ เพราะเปึนปัจจัยหนึ่งที่บอกว่าเปึนความ อิสระ ท่านบอกว่าในร่างของรัฐบาลนะครับ หน่วยงานนี้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ลักษณะเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แน่นอนครับ ได้รับเงินอุดหนุนเปึนก้อนไปเลย โดยที่ ประธานคณะกรรมการโดยความเห็นของกรรมการจัดทําคําขอผ่านนายกรัฐมนตรีให้เสนอ กับสํานักงบประมาณ ท่านประธานครับ ลักษณะอย่างนี้เสมือนว่าโดยข้อเท็จจริง เขาเสมือนเปึนหน่วยงานภายใต้การกํากับของนายกรัฐมนตรี ในกระบวนการของการ ได้รับมาซึ่งงบประมาณ แต่ว่าตัวกฎหมายนี้เขียนให้ไปรองรับว่าอยู่ภายใต้กํากับของ ประธานคณะกรรมการ ผมก็เข้าใจนะครับ ท่านประธานครับว่า ความไม่ชัดเจนในฐานะ ของหน่วยงานที่เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี่เขียนไว้มันจะไปทางไหน ก็ลําบากมาก ครั้นจะให้หน่วยงานสามารถจัดทําคําของบประมาณโดยตรง ต่อกรรมาธิการเสมือนหน่วยงานอื่นที่เปึนอิสระ ก็เสมือนว่าจะทําไม่ได้ เพราะว่าความเปึน ประธานคณะกรรมการนี้ไม่ใช่เปึนลักษณะหน่วยงานครับ ไม่ใช่ลักษณะเปึนตัวหน่วยงาน ที่มีลักษณะเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของวิธีการ งบประมาณ ท่านเขียนออกมาหน่วยงานนี้เปึนนิติบุคคลให้ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป ในเรื่อง ของการบริหารการเงินการคลังท่านก็พยายามเชื่อมโยงให้มีความสัมพันธ์กับทางฝ์าย บริหารโดยผ่านให้นายกรัฐมนตรีเสนอเข้ามา และการตรวจสอบท่านก็ใช้วิธีการตรวจสอบ ซึ่งผมดูแล้วก็เหมือนกับตรวจสอบในฐานะที่เปึนองค์กรอิสระที่มีเงินเปึนของตนเอง นั่นก็คือจะต้องรายงานต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา นั่นหมายถึงสภาผู้แทนราษฎร กับรัฐสภาตามลําดับในมาตรา ๓๑ นะครับ ลักษณะเปึนอย่างนั้น แต่แน่นอนครับ เมื่อ กฎหมายฉบับนี้เขียนตัวเองให้เปึนหน่วยงานที่รับงบประมาณโดยตรง และนําเงินตรงนั้น มาเปึนเงินนอกงบประมาณ คือไม่ต้องนําเงินส่งคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ก็เหมือนกับว่ารับมาแล้วเปึนเงินนอกงบประมาณ ท่านต้องทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ อยู่ดีครับ ก็คือต้องรายงานงบดุลหรือการเงิน การใช้จ่าย รายรับ รายจ่ายต่าง ๆ ให้รัฐสภาทราบ โดยผ่านความเห็นของคณะรัฐมนตรีหลังจากที่รายงาน คณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ตรงนี้ก็ชัดเจนท่านเขียนไว้ อันนี้เสมือนว่าท่านเปึนอิสระในการ บริหารงบประมาณ ท่านประธานครับ นั่นคือประเด็นความเปึนอิสระขององค์กรและของ หน่วยงาน ทีนี้ประเด็นที่ผมตั้งประเด็นแต่แรกว่า เปึนองค์กรของรัฐที่เปึนองค์กรอิสระ ร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิก ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้เสนอชื่อกฎหมายว่า เปึนพระราชบัญญัติองค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... แต่ของรัฐบาลใช้คําว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ตรงนี้มีนัยสําคัญไหมครับ ท่านประธานครับ ผมฝากเปึนประเด็นให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงว่า ถ้าจะรับไปแล้ว แน่นอนครับเสียงส่วนใหญ่คงรับร่างรัฐบาลไป รับร่างรัฐบาลเปึนหลักในการพิจารณา แต่เพื่อนสมาชิกอาจจะต้องเสนอให้รับร่างของท่านสมาชิกที่เสนอประกอบไปด้วยนะครับ การที่เราจะมองประเด็นนี้ผมอยากให้กรรมาธิการช่วยไปดูนะครับว่า ในข้อเท็จจริงจะใช้ อย่างไร เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้คําว่า องค์กร ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์กรปฏิรูป กฎหมาย จําเปึนหรือไม่ต้องใช้ถ้อยคําตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓ ) เพราะว่ากฎหมายรัฐบาลเองเกิดจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ ที่เปึนบทเฉพาะกาล นะครับ ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีตั้งขึ้น ไปยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา แล้วเสนอผ่าน ครม. ครม. เสนอในนามของรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ในประการต่อไปครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่ที่มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะยกประเด็นนิดเดียวครับ ประเด็นเรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้พยายามจะเขียนให้สอดคล้องกับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ (๕) ในมาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้นะครับ ท่านประธานครับ (๕) เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็คือ ๔ กลุ่มที่มีอํานาจเสนอกฎหมาย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ๔ กลุ่ม ทั้งนี้อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงาน และประชาชนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ผมถามอย่างนี้ครับ บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับจะต้องมีการวิเคราะห์ ทําบันทึก วิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบแนบท้ายมาให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาทุกฉบับที่มีการเสนอกฎหมาย เพราะเปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ตรงนั้นเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกาเปึนผู้ทํามาให้ ผมถามนะครับ อํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๘ (๕) ตรงนี้แยกอย่างไรครับ คาบเกี่ยว อย่างไรกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะท่านใช้คําว่า ให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือองค์กรปฏิรูปกฎหมายนี่แล้วแต่จะใช้นะครับ แต่ ความเห็นผมคิดว่าใช้คําว่า องค์กรปฏิรูปกฎหมาย น่าจะมีความหมายความสําคัญ มากกว่า และเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จริงอยู่ครับ คําว่า กรรมการ ก็เปึนองค์กร ชนิดหนึ่ง แต่ถ้าองค์กรตรงนี้หมายถึงตัวกรรมการนี่ผมคิดว่าความหมายเชิงแคบครับ ความหมายเชิงกว้างคําว่า องค์กร ในภาษาไทยถ้าจะให้ถูกเปึนความหมายเชิงกว้างนี่ ไม่เฉพาะตัวคณะกรรมการครับ มันต้องมีองค์กรที่มีประกอบจากส่วนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของสํานักงาน เรื่องของผู้คนที่เข้ามา เรื่องวัตถุประสงค์ที่ทําประกอบกันทั้งมวลนั้นเปึน องค์กร จริงอยู่ครับ ท่านเขียนในตัวร่างพระราชบัญญัติ แต่ชื่อมันต้องเรียกให้ครบ ผมฝาก เปึนประเด็นในตรงนั้นนะครับ อํานาจหน้าที่ตามมาตราที่ผมได้ยกให้ประธานดูนะครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่กรรมการ เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิก ท่านเขียนเลี่ยงว่าเปึนเสนอความเห็นและข้อสังเกต ทุกฉบับไหมครับ ทุกฉบับไหม ถ้าเขียนอย่างนี้หมายความว่าร่างกฎหมายที่เสนอโดย คน ๔ กลุ่มนี้ไม่ว่าจะเปึนตัวรัฐมนตรีเอง ตัว ส.ส. ตัวองค์กรอิสระที่มีอํานาจเสนอ กฎหมายของตัวเองได้ แล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าชื่อกันนี่ทุกฉบับต้องผ่านความเห็นของ คณะกรรมการชุดนี้ใช่ไหมก่อนที่จะนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ลักษณะการเสนอ ข้อสังเกตความเห็นนั้นมีสาระคล้ายกับบันทึกวิเคราะห์สรุปร่างไหม ถ้าเปึนตรงนั้น ผมคิดว่าอํานาจหน้าที่ตรงนี้ซ้ําซ้อนกันอย่างแน่นอน นั่นคือเรื่องของอํานาจหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพยายามตรวจสอบร่างที่เสนอมาที่เปึนคําถามผมตั้งแต่แรก สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลอาจจะตอบได้ว่ามีความเปึนอิสระก็คือการสรรหาคณะกรรมการ และเมื่อ ได้แล้วก็นําทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ นะครับ ซึ่งแตกต่างจากร่างของท่านสมาชิกที่ให้มาจาก การแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรี ในประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ครับว่า ผมเห็นด้วยกับร่างของรัฐบาลว่ากรณีถ้าจะมีความเปึนอิสระจริงนี่ คณะกรรมการ ที่มาต้องผ่านกระบวนการสรรหา เมื่อผ่านกระบวนการสรรหาแล้วก็เข้าสู่กระบวนการ ของการนําเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนคณะกรรมการ ไม่อยากให้ถูกแต่งตั้งโดย คณะรัฐมนตรีนะครับ ร่างของท่านสมาชิกที่เสนอ ท่านเจริญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามลําดับ มันไม่แตกต่างจากคณะกรรมการ ปปง. เรื่องผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่แตกต่างจาก คณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่เราเสนอไป ซึ่งถ้าเปึนอย่างนั้นนะครับ ภายใต้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภา เปึนไปตามเสียงข้างมากอย่างแน่นอน ไม่มีความเปึนอิสระหรอกครับ มันก็ไปผูกโยงกับ ฝ์ายที่มีเสียงข้างมาก ผมไม่ได้กล่าวหาฝ์ายไหนครับ อันนี้คือกระบวนการ เสียงข้างมาก เอาอย่างไรรายชื่อที่เสนอมาก็เปึนไปอย่างนั้น รายชื่อที่เสนอมาแม้มีความเหมาะสม มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างไร ถ้าเสียงข้างมากไม่เอาก็ไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ ร่างของท่านคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามานะครับ กระบวนการสรรหาผ่านเข้าสู่กระบวนการ การทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนะครับ โดยที่ทางคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอเข้าไป ไม่อยากให้มาใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ให้ความเห็นชอบกับการแต่งตั้ง กรรมการชุดนี้ เพราะถือว่า คําว่า อิสระ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นมีความหมาย ถ้าเปึนอย่างนี้ผมเชื่อว่าไม่มีความเปึนอิสระ

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นมีความต่าง ๒ ร่างนี้ แล้วฝากไปยังท่านกรรมาธิการนะครับ สถานภาพขององค์กรและการใช้เม็ดเงินในการ บริหารงานที่มีความต่างกัน ของท่านสมาชิกที่เสนอให้มีกองทุน และว่าด้วยรายได้ของ สํานักงาน ซึ่งอาจจะเปึนจากกองทุนนี้ก็ได้ ถ้าจะให้ความเปึนอิสระอยากให้กรรมาธิการ ช่วยพิจารณาว่า ความเปึนกองทุนกับการรับเงินอุดหนุนเปึนเงินหมวดอุดหนุนทั่วไปรายป้ อันไหนจะมีความอิสระมากกว่ากัน อันไหนจะมีความคล่องตัวในการที่จะตอบต่อภารกิจ หน้าที่ของคณะกรรมการหรือองค์กรปฏิรูปกฎหมายมากกว่ากัน ท่านสมาชิกหลายท่าน อภิปรายไปนะครับ หลายท่านทางนักวิชาการก็เห็นว่ากรณีถ้าเปึนองค์กรที่อยากจะมี ความคล่องตัวในการบริหารงาน แม้แต่สภาแห่งนี้ผมตรวจสอบดูร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป .ป .ช .กรรมาธิการของเราเสนอให้มี กองทุนโดยอ้างเหตุผลว่ามีความอิสระและความคล่องตัว ในการที่จะใช้งบประมาณ ในการที่จะเสริมสร้างการปัองกันการทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ ถ้าท่านคิดว่ากองทุน นั้นเปึนประโยชน์ในการที่จะเสริมสร้างตามกรอบบทบาทอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ อํานาจหน้าที่ของฝ์ายสํานักงาน ซึ่งเปึนเลขานุการของคณะกรรมการ ผมก็คิดว่ากองทุน ก็น่าจะเปึนประโยชน์ ซึ่งรูปแบบการจัดสรรก็ไม่ได้แตกต่างกันจากงบประมาณแผ่นดิน มีแต่เพียงเงินประเดิมแล้วก็เงินอุดหนุนเปึนรายป้ที่เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปใส่ไว้ในกองทุน เท่านั้นเอง ระบบการตรวจสอบก็ใกล้เคียงกันไม่แตกต่าง เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ผม ฝากหน่อยครับว่า ทางกรรมาธิการจะมีความเห็นอย่างไรว่าจะให้เปึนเงินอุดหนุนรายป้ เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป หรือว่าจะเปึนอุดหนุนทั่วไปใส่เข้าไปในกองทุนให้เขามีเงินที่จะมี หมุนเวียนเอามาใช้จ่ายได้ ถ้าอุดหนุนทั่วไปรายป้ก็ต้องใช้เปึนรายป้ ขึ้นกับหน่วยงาน กํากับด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลที่ผมได้อภิปรายมาไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของสาระของตัวกฎหมาย สถานะขององค์กร ความเปึนอิสระขององค์กร อํานาจหน้าที่ แล้วก็สิ่งที่จะเปึนประโยชน์ที่สุดกับประเทศชาติบ้านเมืองนี้ โดยเฉพาะอํานาจหน้าที่ ในการปฏิรูปกฎหมาย ผมทิ้งท้ายท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายเรื่องเขียนไว้ดี แต่หลายเรื่องนี่เขียนไว้ดีแต่ไม่สามารถนําสู่การปฏิบัติได้ เพราะว่าเราต้องยอมรับครับ รัฐธรรมนูญสถานะเหมือนกับโครงสร้าง การกําหนดโครงสร้างของประเทศ กําหนดกติกา กลางของประเทศ หลายเรื่องอยู่ในตรงนี้ไม่สามารถกระทําได้ หลายเรื่องพยายามจะ กระทําก็ไม่รู้ว่าจะกระทําได้หรือไม่ ก็จะพิสูจน์กันครับว่าคณะองค์กรเปึนรูปกฎหมายของ ประเทศชาติบ้านเมืองเรามันจะเปึนไปตามเจตนารมณ์นี้หรือไม่ แต่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ ถ้าโครงสร้างโดยรวมและผู้คนโดยรวม เจตจํานงมุ่งหมายโดยรวม มันเปึนไปเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชนจริง ผมคิดว่าการตรากฎหมายของเรามันก็จะ เปึนประโยชน์ แล้วก็อย่าลืมครับความผูกพัน ความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรต่าง ๆ บทบัญญัติตรงนี้ให้มีรายงาน เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้วครับ ผมจะไม่ลงเน้นตรงนั้น แต่ถามว่า ตอบคําถามว่า รัฐ หมายถึงคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ ฝากเปึน ประเด็นให้กรรมการไปพิจารณาครับ ว่าจริง ๆ รัฐ ตรงนี้หมายถึงตัวรัฐสภาด้วยไหม พวกเราที่เปึนเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตรงนี้ ถ้าจะเชื่อมโยงให้มีความครอบคลุมและความชัดเจน มากกว่าที่เขียนในบทบัญญัตินี้จะทําได้อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยาวพอสมควร ต่อไป คุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมดูร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับที่พวกเรากําลังร่วมกันพิจารณาอยู่นี้ ในมาตรา ๑๘ (๓) ที่กําหนดให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบายและ แผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประกอบการพิจารณา ผมว่าเพียงอํานาจหน้าที่ในข้อ ๓ ก็เพียงพอที่จะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศเราแม้ว่าจะมี ภาคส่วนอื่นช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ แต่ว่าองค์กรหลักก็เปึน หน่วยงานราชการ เปึนหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศโดยใช้กฎหมายเปึนหลัก จากการศึกษาพบว่าผมเห็นใจในบางรัฐบาลที่มีอายุรัฐบาลสั้น ไม่สามารถออกกฎหมาย ตรากฎหมายที่ออกมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้ แต่เช่นเดียวกันครับ บางรัฐบาล แม้มีเวลาแต่เลี่ยงที่จะออกกฎหมายเพราะคิดว่ากฎหมายบางฉบับจะเปึนอุปสรรคต่อการ บริหารประเทศ การที่จะมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าจะเปึนคณะกรรมการที่ทํา ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ทําให้เกิดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้นะครับ ผม ยกตัวอย่างในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ที่กําหนดให้มีองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยตัวแทน องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหรือสุขภาพให้ความเห็นหลังการทํา อีไอเอ (EIA) ก่อนดําเนินการ กฎหมายในเนื้อความดังกล่าวมีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ว่ารัฐบาล ในช่วงนั้นมีเวลาน้อย แต่ว่าหลังจากนั้นมารัฐบาลที่มีระยะเวลายาวก็ไม่ออกกฎหมายที่ให้ มีองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อที่จะให้ อีไอเอ ของประเทศได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผลจากที่ อีไอเอ ไม่มี ผลที่สมบูรณ์ ทําให้ประเทศเราได้รับความเสียหายหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างเรื่องแหลมผักเบี้ย กรณีแหลมผักเบี้ยที่จะตัดถนนจากกรุงเทพมหานครลงไปภาคใต้ แหลมผักเบี้ยเดิมถูก รัฐบาลในอดีตโมเมว่าเปึนโครงการพระราชดําริ หลังจากตรวจสอบแล้วไม่มีพระราชดําริ เกี่ยวข้อง แล้วก็พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่าไม่มีพระราชดําริ เรื่องแหลมผักเบี้ย เพียงแต่อ้างว่าเปึนโครงการพระราชดําริเพียงเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการ อีไอเอ เท่านั้นนะครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีคณะกรรมการอิสระที่จะให้ความเห็นใน อีไอเอ ซึ่งจะเกิดตามกฎหมายตามมา ความเสียหายก็อาจจะไม่เกิดขึ้นที่แหลมผักเบี้ย แหลมผักเบี้ยใช้งบประมาณไปมากมายในการศึกษา นี่เปึนเรื่องที่ ๑

และอีกเรื่องหนึ่งก็คือขณะนี้มีการลงทุนจากต่างประเทศในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการผลิตถ่านคาร์บอนซึ่งก่อมลพิษมากต่อประเทศ ใน อีไอเอ กฎกระทรวง ที่เกี่ยวข้องยังไม่จัดให้โรงงานคาร์บอนอยู่ในประเภทที่ต้องไปตรวจสอบ ต้องทําอีไอเอ นะครับ ผมคิดว่าการที่จะต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระที่จะให้ ความเห็นหลังการทํา อีไอเอ เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งครับ

เรื่องที่ ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่จะให้มีกฎหมายว่าด้วย กําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจหรือสังคมประเทศอย่างกว้างขวาง ให้มีกฎหมายขั้นตอน วันนี้เราก็พิจารณา กรอบข้อตกลงระหว่างประเทศที่ท่านประธานบรรจุไว้ทั้งหมด ๑๕ กรอบ เราทําไป ได้ ลงมติเห็นชอบไปเพียง ๖ กรอบเท่านั้นละครับ แล้วจะมาอีกมากมาย ผมคิดว่าการเร่งรัดให้มีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการ กระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเปึนความจําเปึน ผมคิดว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะเปึนตัวหลักในการที่จะจัดทําหรือผลักดัน หรือให้ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการทํากฎหมายแผนและขั้นตอนเพื่อ ลดภาระในการพิจารณาของสภา เพราะว่าใน ๖ เรื่อง ใน ๖ ความตกลงวันนี้ที่ขออนุมัติ ต่อสภา พวกเราก็ทราบครับ ว่าบางเรื่องไม่จําเปึนที่จะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้และหากดู กลับไปทั้ง ๑๕ เรื่อง ก็ยิ่งเห็นชัดครับว่าหลายเรื่องเกินครึ่งหนึ่งไม่มีความจําเปึนต้องเข้ามา สู่การพิจารณาของสภา แม้ว่าบางเรื่องก็จําเปึนจริง ๆ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนความจําเปึน ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เปึนความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบเพื่อที่จะ ดําเนินการให้ออกมาเปึนกฎหมาย เพื่อให้สภาสามารถทํางานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมได้ไปตรวจสอบว่าที่จริงแล้วรัฐบาลบางรัฐบาลก็ไม่ได้ ละเลยที่จะให้ผลักดันกฎหมาย บางรัฐบาล เช่น รัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้มี มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งเสนอกฎหมายเข้ามา โดยเฉพาะกฎหมายที่กําหนดระยะเวลาเอาไว้ ไม่ว่าจะเปึน ๑๘๐ วัน หลังรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ๑ ป้ ตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายโดยทั่วไป จากมติ คณะรัฐมนตรีดังกล่าว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ส่วนราชการเขากลัวมาก กลัวว่าผิด มติคณะรัฐมนตรี รีบเสนอกฎหมายเข้ามา ผมทราบว่าเกือบทุกฉบับได้เสนอเข้ามาอยู่ใน ห้องของรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลสมัคร โดยเฉพาะกฎหมายแก้ไขกฎหมายป์าสงวน แห่งชาติ แก้ไขกฎหมายป์าไม้ ป้ ๒๔๘๔ แก้ไขกฎหมายอุทยานแห่งชาติแก้ไขกฎหมาย คุ้มครองและสงวนสัตว์ป์า รวมทั้งกฎหมายสวนป์ามาอยู่ที่ห้องรัฐมนตรีแล้วก็ไม่ผลักดัน เข้ามาสู่สภา แม้จะมีมติคณะรัฐมนตรีให้เสนอแล้วก็ตาม ผมคิดว่าหากมีคณะกรรมการ ชุดดังกล่าวนี้ ผมคิดว่าจะได้ช่วยรัฐบาล จะได้ช่วยรัฐมนตรีในการผลักดันให้กฎหมายออก จากห้องรัฐมนตรีมาให้ได้

เรื่องสุดท้ายที่กระผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือ บางมติ คณะรัฐมนตรี เช่น มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เปึนมติคณะรัฐมนตรี ที่ผมคิดว่าต้องรีบเร่งตราเปึนกฎหมายอย่างยิ่งครับ เพราะว่าการให้ประชาชนผ่อนปรน ทํากินในที่ป์าสงวน ผมคิดว่าไม่ควรทอดระยะเวลาไว้ยาวนาน ต้องมีกฎหมายเข้าไปรีบเร่ง ดําเนินการ เพราะมติคณะรัฐมนตรีที่อนุญาตให้คนผ่อนปรนทํากินอยู่ได้นี่ แต่ว่ายังผิด กฎหมายหลักอยู่ คือกฎหมายป์าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายอุทยานแห่งชาติ หรือ กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป์า และข้าราชการที่ผ่อนปรนให้เจ้าหน้าที่อยู่ เพียงแต่ว่า ชอบด้วยมติคณะรัฐมนตรี แต่ว่ายังละเว้นปฏิบัติอยู่ ผมคิดว่าความเร่งรีบที่จะให้มี กฎหมายในลักษณะเปึนไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งด้วย เหตุผล ๔ ประการของผมที่จะเร่งผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับ หลังการสํารวจ อีไอเอ และกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา ๑๙๐ รวมทั้งการเร่งรัดกฎหมายที่ไปอยู่ในห้องรัฐมนตรี ต่าง ๆ ตามมติในรัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช และกฎหมายที่เกี่ยวข้องสอดคล้อง กับมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ผมคิดว่าด้วยเหตุผลดังกล่าวนะครับ ผมคิดว่าจึงมีความจําเปึนที่จะให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมจึงเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรควรที่จะรับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และพิจารณากฎหมายฉบับนี้โดยเร็วครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ผมขอแสดงความคิดเห็นกับ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... มีอยู่หลายประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ผมอยากอภิปรายมาตรา ๘ เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะเปึน กรรมการ ซึ่ง (๒) ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะว่า (๒) บอกว่า มีอายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ป้ ผมว่ามันน้อยเกินไปสําหรับกรรมการที่จะมา ปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการอื่น ๆ ๗๐ ป้ ๗๑ ป้ ๗๐ ป้ขึ้นไป หรือ ๖๐ ป้ขึ้นไป พอมาดู คณะกรรมการที่จะมาปฏิรูปกฎหมายบ้านเมืองมีประสบการณ์น้อยมาก ซึ่งผมไม่เห็นด้วย อันนี้ผมก็เห็นว่าน่าจะมีการปรับปรุง

อีกประเด็นหนึ่ง (๔) ไม่เปึนสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งของพรรคการเมือง อันนี้ผมเห็นด้วยกับผู้ร่างกับรัฐบาลที่ยกร่างมา เพราะตรงนี้มีหลายท่านไม่เห็นด้วย แต่ผม เห็นด้วย ผมว่าไม่เปึนสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งพรรคการเมือง ถ้าเอาผู้เปึนสมาชิกหรือ ผู้ดํารงตําแหน่งพรรคการเมืองเข้ามา ก็แสดงว่าลําเอียงแล้ว ไม่ควรมี อันนี้ผมขอสนับสนุน ตรงนี้นะครับ คือไม่ควรเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น ถ้าจะเปึนอิสระ เปึนกลางจริง ๆ (๗) ไม่เปึนกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน อันนี้ผมก็สนับสนุน ผมเห็นด้วย ไม่ควรที่จะเอาคนที่เปึนกรรมการ พวกนี้เข้ามาร่วมเปึนกรรมการ ถ้าอย่างนั้นประเทศไทยเรามีคนแค่นี้หรือที่มารักษาความถูกต้อง เปึนธรรม ก็เป่ดโอกาสให้คนอื่นเขาได้มาร่วมทํางานด้วย ผมอยากให้เพิ่มเข้าไปว่า ไม่เคยเปึนด้วยซ้ําไป ไม่ว่าแต่เปึนนะ ไม่เคยนะครับ คือถ้าจะเอาเคยก็เคยกี่ป้ ๕ ป้มาแล้ว หรือ ๑๐ ป้ก็ว่าไป ถ้า ๑๐ ป้ คงตายไปแล้ว อันนี้ผมเห็นด้วยกับคณะที่ร่างนะครับ

(๙) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ อันนี้ผมคัดค้านแนวคิดนี้ ไม่ติดยาเสพติด ให้โทษ ถ้าสมมุติว่าเขาเคยล่ะ ถ้าเขาเคย ตอนนี้ไม่ติดแต่เคยมาอดีต แต่จะมาเปึน กรรมการจะเปึนอย่างไร ถ้าเคยนะครับ เคยติดตอนเปึนเด็กนักเรียน ตอนโตขึ้นมาได้รับ ราชการหรือได้ตําแหน่งสูงขึ้น หรือเปึนลูกผู้มีเงินมีทองมาเปึนกรรมการ แต่เคยติด ยาเสพติดอย่างนี้จะทําอย่างไร จะให้เปึนผู้มีเกียรติมาเปึนผู้ร่างปฏิรูปกฎหมายอยู่หรือ อันนี้เปึนข้อที่ผมเสนอแนะ

(๑๐) ไม่เปึนบุคคลล้มละลาย ถ้าเคยเปึนล่ะ ศาลเคยสั่งล้มละลาย ผมยกตัวอย่าง ท่านที่ฝ์ายเสื้อเหลือง หัวหน้าเสื้อเหลืองเคยถูกศาลสั่งล้มละลาย เกิดมาตั้งเปึนกรรมการนี้ล่ะดีไหม อันนี้ก็ฝากให้กรรมการผู้ที่เกี่ยวข้องได้นําไปพิจารณา

ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องวาระ วาระในการดํารงตําแหน่ง วาระโดยปกติ กรรมการ ๖ ป้ แต่สําหรับผู้ที่ทําหน้าที่เต็มเวลา ๓ ป้ อันนี้ก็ไม่ทราบเหตุผล เพราะอะไรถึง ให้แตกต่างกัน แล้วให้ดํารงตําแหน่งวาระเดียว แต่มันค้านกับวรรคต่อไปว่า วรรคต่อไป มาตรา ๑๒ วรรคสาม กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสอง ถ้ามีวาระเหลืออยู่ไม่ถึง ๒ ป้ อาจได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งอีกวาระหนึ่งได้ ก็แสดงว่าได้ ๒ วาระ มันก็ขัดกันอยู่ ครับ แต่ว่าถ้าได้เปึนน้อยให้เปึนอีกอย่างนี้ ถ้าวาระที่เหลืออยู่น้อย พอวาระต่อไปถ้าได้ สมัครอีกก็ให้เปึนอีก ผมแปลว่าอย่างนี้ คือถ้าได้เปึนน้อยสมัยก่อนให้เปึนต่อไปได้ แปลว่า เปึน ๒ วาระ มันก็ขัดกันกับบอกว่าเปึนวาระเดียว ท่านประธานครับ มีหลายท่านอธิบายไปบอกว่าอยากให้คนเคารพกฎหมาย หลายท่านก็ กล่าวไปถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณให้กลับมารับโทษตามกฎหมาย เพราะข้อ กฎหมายมันไม่เปึนธรรมอย่างไร ถึงมีการปฏิรูป ถ้าเราคิดว่ามันเปึนธรรมแล้วเราจะมา ปฏิรูปเพื่ออะไร นี่ละครับมันจําเปึนถึงจะต้องมีการปฏิรูปกฎหมาย ผมว่าสําคัญที่สุดคน ที่มาดูแลเรื่องการปฏิรูปเปึนคณะกรรมการนี้คือคน สําคัญที่สุดคน คุณมีอุดมการณ์ขนาดไหน คุณมีอุดมการณ์แต่ปากหรือการปฏิบัติ คุณมีอุดมการณ์ตามที่คุณพูดไหม หลายคนพูด แต่เรื่องประชาธิปไตย ผมบอกว่าประเทศไทยเราเดี๋ยวนี้เปึนประชาธิปไตยแต่ปาก แต่ถ้ามีกําลังทหารเข้ามาร่วมด้วย ดีอกดีใจตีป้กกัน ผมเลยตั้งว่าประชาคณาธิปไตย ประเทศไทยเดี๋ยวนี้ อ้างบอกว่าเปึนประชาธิปไตย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความเอารัดเอาเปรียบ คนอื่นดีอกดีใจอย่างนี้ชอบ เผด็จการ กดขี่คนอื่นอย่างนี้ ผมอยากฝากไปถึงผู้ที่จะเปึน คณะกรรมาธิการที่จะดําเนินการเกี่ยวกับกฎหมายนี้ ผมอยากบอกว่ารัฐบาล รัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมพูดเลยเรื่องจัดสรรงบประมาณ เรื่องการทุจริตอยู่ขณะนี้ เราจะทํา อย่างไร อย่าลอยนวลนะครับ ออกกฎหมาย ออกระเบียบ ประกาศมาว่าจะเอาโทษ อย่างไร คนที่เปึนรัฐบาลเปึนรัฐมนตรี คนที่เปึนเจ้าหน้าที่ระดับสูง จัดงบประมาณไม่เปึนธรรม ไม่โปร่งใส ไม่ใช่ปล่อยลอยนวลแล้วมาหัวเราะเยาะกันอยู่ ผมว่าต้องเอาโทษให้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย เพราะเอาความผิดของคนที่ทําผิดไม่ได้ เดี๋ยวนี้ยังบอกว่าใครมีความสามารถ ใครประสานงานได้ก็ได้งบประมาณมาก ไม่ได้สนใจ ผมถามว่าภาคอีสานของผม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดโคราช จังหวัดบุรีรัมย์ได้ไปเท่าไร คิดเปึนสัดส่วนกับประชาชนดูสิเปึนธรรมไหม ใครจะมาลงโทษพวกนี้ที่ไปทํางบประมาณ แบบไม่เปึนธรรม ต้องทํา อย่ามาทําเพื่อให้โก้ ๆ เฉย ๆ นะครับ ที่ผมอภิปรายวันนี้ ผมรู้เลย ว่าอย่างไรมันก็ผ่าน สมัยพวกเราเปึนรัฐบาลก็บอกว่า พวกมากลากไป แต่สมัยนี้จะพวก อะไร ทําอะไรผมไม่รู้ การล่าลายเซ็นเหมือนกัน ฝ์ายประชาชนล่าลายเซ็นถวายฎีกาในหลวง เพื่อขออภัยโทษหรืออะไรก็แล้วแต่ตามที่เขาต้องการ นั่นคือการกระทําของประชาชน กลุ่มหนึ่ง แต่อีกรัฐบาลมาล่าลายเซ็นไม่เห็นด้วย อย่างนี้มันมีกฎหมายให้ ทําไหม แล้วถ้าทําอย่างนี้ผิดไหม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ผมว่ามีแต่สร้างความแตกแยก ขึ้นมาในสังคมไทย ผมก็ฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะไปร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ การปฏิรูปกฎหมายนี้ให้นําแนวคิดต่าง ๆ ที่ผู้มีเกียรติทั้งหลายได้อภิปรายนี้นําไปแก้ไข อย่างจริงจัง อย่าลําเอียง ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุวโรช พะลัง

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีอะไรคุณธนิตพล ประท้วงอะไรผม

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ เนื่องจากเราได้อภิปรายวาระนี้ มาพอสมควรครับ กระผมเห็นว่าจะขอความกรุณาท่านประธานอีกสักท่านสองท่าน แล้วก็จะขออนุญาตได้เสนอญัตติป่ดการอภิปรายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้อ่านรายชื่อไปแล้ว ๗ ท่าน ควรจะให้เกียรติเขานะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ญัตตินี้เราได้อภิปรายกันมา ๔ ชั่วโมง และผมก็คิดว่ายังมีญัตติของผู้รับงานไปทําที่บ้าน และที่สําคัญที่สุดคือญัตติของผู้สูงอายุซึ่งเปึนสิ่งที่ผู้สูงอายุทั่วประเทศรอคอยอยู่ ผมคิดว่า ถ้าวันนี้ถ้าเราได้พิจารณาอีก ๒ ญัตติก็จะเปึนประโยชน์กับสภาครับ จึงได้ขอความกรุณา ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นขอท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ขอให้ท่านประธานได้ กําหนดผู้อภิปรายว่าขอให้อภิปรายอยู่ในประเด็น และขอให้ผู้อภิปรายใช้เวลาประมาณ สักคนละ ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาทีครับ แล้วแต่ความกรุณาของท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แล้วแต่ผู้อภิปราย เพราะวาระหนึ่งวาระแรก ก็เป่ดโอกาสให้เขาก็แล้วกันคุณธนิตพล มันเรื่องกฎหมายของ แผ่นดิน ก็ทนหน่อยก็แล้วกัน เชิญคุณสุวโรช

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตที่จะ กราบขอบพระคุณทางรัฐบาลที่ได้เสนอร่างกฎหมายที่ดีแล้วก็มีประโยชน์ ซึ่งก็เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) ซึ่งตรงนี้ท่านสมาชิกก็ได้ แสดงความคิดเห็นกันมามากพอสมควร ท่านประธานครับ แต่ในส่วนของผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานในประเด็นหลัก ๆ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๘๑ (๓) เรื่องใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ เรื่อง

ในเรื่องที่ ๑ ก็คือการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งต้อง ดําเนินการที่เปึนอิสระ คําว่า ที่เปึนอิสระ ตรงนี้ ซึ่งได้มีสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกันมา พอสมควรในส่วนตรงนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในแนวความคิดดังกล่าวนั้น แต่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อที่จะเสริมหรือเพิ่มเติมในบางประเด็นว่า ความเปึนอิสระ ผมมองว่าความเปึนอิสระในที่นี้อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อิสระในที่นี้ผมอยากจะให้มองเปึน ๓ ส่วนด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คืออิสระในเรื่องของบุคลากร ซึ่งเปึนที่มาของคณะกรรมการ ปฏิรูปทางด้านกฎหมาย หรือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ความหลากหลายในการสรรหา ของกลุ่มอาชีพนอกเหนือจากวิชาชีพกฎหมายซึ่งเปึนอาชีพหลักแล้วนี่ครับก็น่าที่จะมี อาชีพอย่างอื่นเข้ามาผสมผสาน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในที่มาของการที่จะมาดู กฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ หรือที่มีสภาพบังคับแล้วให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในส่วน ตรงนั้นคือประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบว่า ในร่างกฎหมายของรัฐบาลนี้ครับ บอกว่าเงินที่จะเอามาสนับสนุนนี้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป ตรงนี้จะทําให้เกิดความเปึนอิสระ ในการที่จะบริหารจัดการในเรื่องงบประมาณของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้ ได้แค่ไหน เพียงไร ตรงนี้สําคัญมากท่านประธานครับ ถ้าที่มาของคนเราได้ข้อสรุปว่า มีความเปึนอิสระแล้ว เรามีการใช้เงินที่มีความเปึนอิสระ แต่ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ กติกา คือภายใต้กรอบของกฎหมายด้วย ก็จะทําให้เห็นประสิทธิภาพขององค์กรนี้ได้มากยิ่งขึ้น

ในประการที่ ๓ ที่ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญภายใต้กรอบของ ความเปึนอิสระ ก็คือความเปึนอิสระในการบริหารจัดการในนโยบาย ตรงนี้ผมมองว่าเปึน เรื่องที่มีความสําคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมคิดว่า ต้องพูดใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ตรงนี้ให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาล ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ หลักใหญ่ ๆ ของความเปึนอิสระทั้ง ๓ หัวข้อ หรือ ๓ ประเด็นนี้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานมีความเปึนอิสระแค่ไหนเพียงไร แต่ทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่อิสระโดยไม่มีกรอบ กรอบมาขีดเส้นไว้ขนาดไหน นี่คือประเด็น ของปัญหาในเรื่องของความเปึนอิสระ

ในประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือในช่วงท้ายของมาตรา ๘๑ (๓) ซึ่งได้มีการบัญญัติเอาไว้ว่าทั้งนี้ต้องเปึนไปตามที่ผู้ที่ได้รับฟัง ต้องมีการรับฟัง ความคิดเห็น ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ ตรงนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) ตอนท้าย ต้องมีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ แค่ไหน การรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ ขีดเส้นได้ขนาดไหน มีอะไรเปึนกฎเกณฑ์ กติกา การที่จะฟังว่าผู้ที่ได้รับฟังจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ แค่ไหน ผมยกตัวอย่างสัก ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ

ในเรื่องแรก ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศในวันนี้เห็นอยู่แล้ว สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว นั่นก็คือในเรื่องที่ดินทํากิน วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าที่ดินทํากินคือทุนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง วันนี้ต้องยอมรับ นะครับพี่น้องหลายสิบล้านครัวเรือนที่อยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับรอง สิทธิตามกฎหมาย แต่บนที่ดินของรัฐเหล่านั้นมีผลอาสินเต็มไปหมดแล้ว ผมใช้คําว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยก็ว่าได้ ความเจ็บปวดทุกข์ระทมของพี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ เปึนเรื่องที่กฎหมายฉบับนี้ต้องเข้ามาดู เพราะฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นของคนที่ได้รับ ผลกระทบ รับฟังอย่างไร มีการไปรับฟังความคิดเห็นโดยให้พี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ เขาได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไหม ว่ากรณีที่เขาอยู่ในเขตของอุทยาน อุทยานมาทับที่ ของเขา เขาอยู่มาก่อน แต่วันนี้ถูกประกาศเปึนเขตอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืช เขาถูกฟัองคดี แต่มือเขาสั้น เขาสู้ในแง่ของกฎหมายไม่ได้ ต้องถูกศาลมีคําพิพากษา ลงโทษจําคุก ติดทั้งคุก โดนทั้งค่าปรับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีไปดูสิครับ จังหวัดพัทลุง ถ้าผม จําไม่ผิดเสียค่าปรับเท่าไร เพราะเปึนคนยากคนจน วันนี้ต้องขอให้ทางกระทรวงการคลัง ชดใช้หนี้ตามคําพิพากษาให้ ถามว่านั่นคืออาชญากรรมของแผ่นดินหรือครับ นั่นคือ คนที่เขาสมควรที่จะต้องได้รับโทษทัณฑ์ถึงขนาดที่ต้องถูกพิพากษาล้มละลายในวันข้างหน้า หรือครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายตรงนี้ในการที่เขาอยู่ในที่ดินของรัฐ ซึ่งหลายครั้งรัฐมา รังแกราษฎร รังแกประชาชน แต่ประชาชนไม่สามารถสู้อํานาจรัฐได้ ต้องตกเปึนเบี้ยล่าง และต้องถูกคําพิพากษาของศาล ซึ่งเราปกครองโดยผลของกฎหมาย เพราะฉะนั้น คณะกรรมการในการปฏิรูปกฎหมายตรงนี้ต้องมาดูว่าการรับฟังความคิดเห็นของ คนกลุ่มนี้ ลักษณะอย่างนี้ครับ ถ้าฟังมาแล้วการปฏิรูปกฎหมายเพื่อจะช่วยเขาเหล่านี้ให้ ปลดแอกจากความทุกข์ในสิ่งเหล่านี้จะทําได้แค่ไหนเพียงไร การรับฟังความคิดเห็นไปยัง บัวที่อยู่ใต้น้ําของคนที่อยู่ใต้ใบบัว ผมคิดว่าตรงนี้มีอยู่เยอะ มีอยู่มาก แต่สังคมเรามองเขา เห็นได้น้อยมาก ตรงนี้ต้องฝากถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าจะมาดูแล พี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ที่ต้องถูกคําพิพากษา ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความยุติธรรม แต่ว่า ในขณะเดียวกันประชาชนคนเหล่านี้เขาไม่สามารถที่จะต่อสู้อํานาจรัฐได้ ก็ต้องถูก คําพิพากษาถึงที่สุดวันนี้ ต้องชําระค่าเบี้ยปรับไม่รู้กี่สิบล้านบาท ไม่รู้กี่พันล้านบาท ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมมีตัวเลขในสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว จะช่วย คนเหล่านี้ได้อย่างไรถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ ในเรื่องที่ ๑

ในเรื่องที่ ๒ การขายทอดตลาด ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมจะรู้ดีครับ วันนี้ไปดูสิครับที่ดินที่อยู่ในการบังคับคดีของศาล วันนี้ไปดูสิครับ คนที่บังคับคดีที่เปึนโจทก์ผมว่าไม่น้อยกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนสถาบันการเงิน เปึนธนาคาร สถาบันการเงินแทบทั้งสิ้น คนเหล่านี้เขามีที่ปรึกษากฎหมายที่ดี คนเหล่านี้ ครับเขาสามารถใช้กฎหมายให้เปึนประโยชน์ในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ของสถาบัน การเงินได้ดี เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่เปึนลูกหนี้ตามคําพิพากษาครับ ไม่มีใคร อยากจะหลบหนีหรอกครับ แต่ว่าสู้ไปมันแพ้แน่ เพราะมันแพ้ตั้งแต่เบื้องต้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาสู้คดี ส่วนใหญ่ก็ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็ชนะคดีแทบทั้งสิ้น และที่สุดก็จะมีการยึดทรัพย์บังคับคดี ตรงนี้ละครับอันตราย การยึดทรัพย์บังคับคดี การขายทอดตลาดในช่วงแรก ๆ ถ้าใครหวงแหนที่ดินของตน เอามาชูคอสลอน วันขายทอดตลาด การขายทอดตลาดในวันแรก ๆ ก็อาจจะมาคัดค้านกะปริบกะปรอย ก็อาจจะได้สักนัด ๒ นัด แต่พอไปสักนัดที่ ๓ นัดที่ ๔ ครับไม่มาแล้ว คราวนี้ละครับ ของเคยมีราคามูลค่าตั้งราคาประเมินเอาไว้ ๑๐ บาท ไม่มีธนาคารพาณิชย์ที่ไหน ไม่มีสถาบันการเงินที่ไหนหรอกครับตั้งราคาตาม ๑๐ บาท ที่ได้มีการประเมินเอาไว้ ยิ่งนานเท่าไร การตั้งราคาในการที่จะขายทอดตลาดก็จะต่ําลงเท่านั้น แล้วของที่มีคุณค่า เหล่านี้ ที่ควรจะได้ขายได้ที่มีราคาก็ขายได้ไม่ตรงต่อความเปึนจริงที่สุดครับ ที่ดินก็จะ ไปอยู่ในสถาบันการเงิน วันนี้เห็นไหมครับสภาวะเศรษฐกิจของบ้านของเมืองง่อนแง่น แทบเอาตัวไม่รอด แต่สถาบันการเงินมีความเข้มแข็งมีความแข็งแกร่ง เพราะอะไรครับ เพราะที่ดินอสังหาริมทรัพย์ของประชาชนไปอยู่ในสถาบันการเงินมาก เพราะฉะนั้น เมื่อตีมูลค่าออกมาแล้วในอนาคตข้างหน้าถ้าสภาพเศรษฐกิจอยู่ในสภาพที่เปึนอยู่ ในขณะนี้ ผมก็ไม่มั่นใจว่าในวันข้างหน้าจะเปึนที่ดินของสถาบันการเงินแทบทั้งหมด หรือไม่ และประชาชนจะไปอยู่ที่ไหนครับ ในป์าต่าง ๆ ก็ไม่มีที่จะให้อยู่แล้ว ๓๒๐ ล้านไร่วันนี้ ๑๒๐ ล้านไร่ก็เปึนของกรมที่ดิน ที่เหลือ ๒๐๐ ล้านไร่โดยประมาณเปึนที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ก็โดนพี่น้องประชาชน เข้าไปอยู่ในที่ดิน หรือรัฐก็ไปรังแกที่ดินของพี่น้องประชาชนไปประกาศเปึนเขตทับที่ของ ประชาชนที่เขาครอบครองอยู่แล้วก็ดี สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือประเด็นของปัญหาที่ผม อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องตอบให้ มีความชัดเจนว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้แล้ว มีคณะกรรมการปฏิรูป ทางด้านกฎหมายออกมาแล้ว และมีเงินมีอํานาจอยู่ในมือลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ มีความเปึนอิสระแล้ว สิ่งที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานถึงความทุกข์ระทมเหล่านี้ เราสามารถที่จะมาปัดเป์าสิ่งที่เปึนความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ได้

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายเมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วคือมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งวันนี้เราต้องยอมรับความจริง ว่านี่คือการผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในป์าที่เสื่อมโทรม มีการสํารวจผลอาสิน กันไปหมดแล้วครับ มีการออกหนังสือรับรองสิทธิต่าง ๆ ออกครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑเหลือง ครุฑดํา ครุฑอะไรเต็มไปหมดท่านประธานครับ ออกกันกลาดเกลื่อน เสียดาย ผมไม่ได้เอามาในวันนี้ ไม่อย่างนั้นจะโชว์ให้ท่านประธานอีก เซ็นกันมั่วไปหมดครับ แล้วข้างบนหัวหนังสือก็มีตราครุฑ ถามว่าครุฑคือตราของแผ่นดินนะครับ ไพร่แบบพวกเรา ไม่ใช่เอาไปใช้ได้ง่าย ๆ นะครับ มันต้องมีกฎหมายรับรอง แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏอยู่ ในมือของพี่น้องเกษตรกรคนที่อยู่ในป์าเสื่อมโทรมเหล่านี้ ผมถามท่านประธานครับว่า หนังสือรับรองเหล่านี้ออกตามมติ ครม. ป้ ๒๕๔๑ มติ ครม. ไม่ใช่กฎหมายครับ แต่ในขณะนี้พี่น้องประชาชนมีความภาคภูมิใจที่เขาได้ถือครองสิทธิในต้นผลได้รับ การรับรอง จะถูกหรือจะผิดก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อมีคณะกรรมการในการปฏิรูป กฎหมายตรงนี้ขึ้นมาแล้วนะครับ การที่จะให้ความเห็นวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในสภาพ ของมติ ครม. ไม่ใช่เฉพาะวันที่ ๓๐ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๑ มติ ครม. อีกหลากหลายที่ออกมา เพื่อปลดแอกความทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ควรจะได้รับการพิจารณาวิเคราะห์ เจาะลึก แล้วก็ยกสถานะให้มามีผลทางกฎหมาย กฎหมายตรงนั้นก็เปึนเรื่องของ ตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็มาจากแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในส่วนที่ ๕ เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนเพื่อฝากเปึนประเด็นต่าง ๆ แล้วก็ ซักถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า ถ้าท่านจะได้กรุณา ให้ความกระจ่างชัดในประเด็นที่ผมได้ตั้งคําถามไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าในส่วนตัวผม ผมยกมือให้สนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม และผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้พี่น้องประชาชน คนที่รับฟังอยู่ก็จะให้การสนับสนุนท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สรุป ๆ หน่อยนะครับ ค่ําแล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นกระผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในวันนี้ ผมดีใจมากนะครับท่านประธานที่ได้เห็นความก้าวหน้าซึ่งเปึนหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎรโดยตรง เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากให้รัฐบาลได้ทํากฎหมายให้ ทันสมัยหน่อย เพราะว่ากฎหมายที่ทันสมัยนั้น กฎหมายอันไหนที่มันล้าหลังล้าสมัย ก็อยากจะให้ยกเลิกไป เพราะฉะนั้นการปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญของคุณเจริญ จรรย์โกมล กับคณะได้เพิ่มออกมาคือมาตรา ๔๑ (๑) (๒) (๓) และ (๔) ขออนุญาตท่านประธาน นะครับ การที่มาตรา ๔๑ เพื่อให้ปัญหาที่สําคัญแล้วส่งผลกระทบต่อประชาชน ในประเทศที่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และจัดทํา ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ

(๑) ดําเนินการปฏิรูปที่สําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการ การจัดการความ สงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ

(๒) ดําเนินการปฏิรูปกฎหมายที่สําคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน อันนี้เปึน สิ่งสําคัญนะครับ

ผมเองนั้นเปึน ส.ส. บ้านนอก ซึ่งเกิดมาก็ได้เห็นป์าสงวนซึ่งอยู่กันมานับ หลายป้ โดยเฉพาะอําเภอไชยวาน อําเภอวังสามหมอ อําเภอศรีธาตุ อําเภอประจักษ์ ศิลปาคม แล้วก็หลาย ๆ อําเภอ จนบางครั้งสถานที่ราชการก็ยังเปึนที่ป์าสงวนแห่งชาติ บางครั้งบางคนไปบุกรุกป์าแล้วก็เปึนคดีอยู่ ยังไม่สําเร็จก็มี เพราะฉะนั้นกฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้เปึนประโยชน์มาก ผมขอสนับสนุน ผมมีโอกาสได้เปึนผู้แทนราษฎรมา แล้วก็ มาเห็นกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผมขอสนับสนุนว่ารัฐบาลจะต้องดําเนินการโดยเร็ว ผมจะ ยกตัวอย่าง ผมขออนุญาตว่าเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีสิทธิที่ดินอย่างเปึนธรรม แล้วก็ มี น.ส. ๓ มีโฉนดดังที่ท่านสมาชิกผู้เกียรติที่ได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ผมก็จะไม่พูดซ้ํา นะครับ การมีโฉนด มี น.ส. ๓ มี ส.ค. ๑ ผมต้องขอชมเชยย้อนหลังรัฐบาลสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ทําเรื่องนี้ออกจาก คนไหนที่มี ส.ค. ๑ ครอบครองที่ดิน มาแล้ว ๑๐ ป้ ให้ไปทําออกโฉนดได้เลยนะครับ อันนั้นเปึนเรื่องเดิม รัฐบาลต่อมาไม่ได้ทํา อะไร เนื่องจากมีการเดินขบวนบ้าง รัฐบาลดังที่ท่านสมาชิกผู้เกียรติได้อภิปรายไปแล้วว่า รัฐบาลบางรัฐบาลก็มีอายุน้อยไม่ได้ทํากฎหมาย เนื่องจากว่าแนวคิดของประชาชนเกิด ความแตกแยก เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ให้สมกับว่าเปึนรัฐบาลที่เปึนคนหนุ่มมาบริหาร ให้เปึนรัฐบาลทันสมัย เราอย่าไปแบ่งแยก เราอย่าทําเปึน ๒ มาตรฐาน ดังที่ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ํานะครับ อยากจะฝากว่าเรื่องของ ประชาชนนั้น เรื่องสิทธิทํากิน ที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ ที่ป์าสงวนที่มันเสื่อมโทรม อําเภอกุมภวาป้ ของผมในตลาดมีแต่ที่เขาเรียกว่า ที่ราชพัสดุ หมด เปึนที่ราชพัสดุนะครับ อําเภอกุมภวาป้ เปึนอําเภอที่ใหญ่ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากรัฐบาลว่าถ้ามันมีบ้านเรือนเปึนที่ไม่มีป์าแล้ว เปึนที่ที่เขาเอาไว้ปลูกสร้างบ้าน มีที่ว่าการอําเภอ มีตลาด มีโรงเรียน มีหลาย ๆ อย่าง ก็อยากจะฝากรัฐบาลนี้ได้ยกเลิกไป ให้มาเปึนกรรมสิทธิ์ของประชาชน ให้เขาได้อยู่ ได้มี ที่ทํากิน ได้มีเอกสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าไปครอบครอง แล้วก็หลายอย่างนะครับ อย่างที่ราชพัสดุ ถ้าหากว่าเปึนผู้มีอิทธิพล มีเงิน เขาจะสามารถไปออกโฉนด หรือ น.ส. ๓ ได้นะครับ แล้วก็ ไปสร้างโรงงาน แล้วก็มีการเดินขบวน มีประชาชนไป บางครั้งไปออกโฉนดทับที่ อีกคนหนึ่งก็มี เพราะฉะนั้นอันนี้นะครับ ก็ขอฝากท่านประธานไปถึงยังรัฐบาลนะครับ ให้ได้ทํากฎหมาย อันนี้โดยเร็วนะครับ ผมคงจะไม่ใช้เวลามากนะครับ เพราะว่าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติก็ได้ อภิปรายไปแล้วหลายอย่าง ก็อยากจะฝากว่าอยากจะให้รัฐบาลได้นําร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เข้าสู่สภาในวันนี้ ผมขอสนับสนุนนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีอยู่อีก ๓ ท่าน มีคุณธนา คุณสุนัย คุณนิพิฏฐ์ เชิญคุณธนาสั้น ๆ หน่อยครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมจะไม่อภิปรายโดยใช้เวลาเนิ่นนาน แต่ว่าก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะ สนับสนุนหลักการในพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอ พร้อมท่านสมาชิก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าโดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ คงจะเห็นตรงกันนะครับว่าการออกกฎหมายเพื่อใช้บังคับ ในประเทศไทยนั้นมีกระบวนการที่ล่าช้าอย่างมาก ไม่สามารถที่จะดําเนินการให้สัมฤทธิผล และให้ทันต่อกระบวนการพัฒนาประเทศ ความเจริญต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงได้บัญญัติไว้ว่าให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อทําหน้าที่อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนแล้ว ท่านประธานครับผมจะขอตั้ง ข้อสังเกตในหลักการอยู่ ๔ ประการ เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปพิจารณา ในขณะเดียวกันผมจะไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการก็คงจะได้ ทําหน้าที่ในส่วนนี้

เรื่องแรกยอมรับตรงกันครับว่าการออกกฎหมายในรัฐสภาแห่งนี้มีความ ล่าช้า ผมกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เคยมาจากท้องถิ่น วันนี้ท้องถิ่นได้มี การพัฒนาองค์กรของตัวเอง มีการออกกฎหมายที่จะใช้บังคับในองค์กรของตัวเอง ในท้องถิ่น ของตัวเอง กฎหมายของท้องถิ่นหลายส่วนที่พยายามที่จะออกเพื่อให้ทันต่อความเจริญ ต่อปัญหาของเมืองต่าง ๆ นั้น กลายเปึนว่าสภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายไม่ทัน วันนี้ท้องถิ่นหลายแห่งเขาก้าวหน้าไปออกกฎหมาย แต่ว่าใช้บังคับไม่ได้ เพราะไปขัดต่อ พ.ร.บ. ซึ่งมีศักดิ์ และฐานะที่เหนือกว่า ปัญหาสิ่งนี้ละครับที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายต้องไปดู แล้วโดยเฉพาะปัจจุบันนั้น การบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลบริหารราชการผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้น ค่อนข้างจะแยกขาดจากการปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นจริง ๆ ไม่ได้สะท้อนกลับมาที่รัฐบาล เพราะเปึนการแก้ไข ปัญหาภายในท้องถิ่นของตัวเอง อันนี้อยากจะฝากรัฐบาลที่จะต้องหาทางที่จะทําอย่างไร ให้การแก้ไขกฎหมายในอนาคตนั้น เกิดประสิทธิภาพและมุ่งยังประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ได้มีการจัดตั้ง ขึ้นในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการดําเนินการนั้น ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุว่าให้โอนบรรดา กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และเงินงบประมาณของสํานักกิจการยุติธรรมในส่วนของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ให้มาเปึนทรัพย์สินของ สํานักงานดําเนินการไปก่อน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงครับท่านประธาน เพราะว่า เจ้าหน้าที่ของสํานักกิจการยุติธรรมก็จะอยู่ในรูปแบบของข้าราชการ ไม่ได้มีโอกาสไป สัมผัสปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างที่ผมได้บอกว่ามีปัญหาติดขัด ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างไร การที่จะพัฒนากฎหมายให้ทันต่อความเจริญ ของบ้านเมืองอย่างไร วันนี้กฎหมายอาคารที่ใช้บังคับทั่วประเทศนั้นมีความล่าช้ามาก บางฉบับใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๔ ป้ ๒๕๐๕ ก็ไม่ได้มีการแก้ไข ในขณะที่วิวัฒนาการความเจริญ นั้นมีมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นก็เกิดปัญหาในทางบังคับใช้ให้เกิดความปลอดภัย กับชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน วันนี้ในประเทศที่เขาเจริญมากมายแล้ว อาคารสาธารณะ อาคารขนาดใหญ่เขามีกฎหมายกําหนดไว้ชัดครับว่าจะต้องมี เครื่องอํานวยความสะดวก หรือเครื่องช่วยเหลือชีวิตพี่น้องประชาชนในกรณีที่เกิด อัคคีภัยอย่างไร แต่ว่ากฎหมายก็ไม่สามารถทันต่อความเจริญอย่างที่ผมได้กราบเรียน เพราะฉะนั้นผมต้องฝากว่าคณะกรรมการชุดนี้เมื่อดําเนินการไปแล้วอย่าให้เปึนในรูปแบบ ของราชการ แต่ต้องมุ่งเน้นที่จะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ฟังปัญหาในการบังคับ ใช้ที่จะสร้างผลประโยชน์ให้เกิดสูงสุดกับพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่า มาตรา ๘๑ มุ่งเน้น แล้วก็ให้ความสําคัญว่าการออกกฎหมายของประเทศมีความล่าช้า ในฐานะที่เรา เปึนส่วนหนึ่งของการออกกฎหมาย เราต้องมองปัญหานี้เปึนปัญหาของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยครับ กฎหมายที่จะผ่านความเห็นชอบของสภานี้ใช้เวลามากมายเหลือเกินครับท่านประธาน บางฉบับไปติดขัดอยู่ในชั้นกรรมาธิการบางฉบับนั้นใช้เวลาในการที่จะรับหลักการในวาระหนึ่ง ก็ดี วาระสอง วาระสามนั้น อันนี้ต้องอยากฝากท่านประธานว่าเราควรที่จะพัฒนา รูปแบบในการออกกฎหมายของสภาให้ทันกับความเจริญ ให้ทันต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้หรือไม่อย่างไร เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ก็เคารพในเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดนี้ แม้ว่าจะเข้าไปดูแล ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เสนอความเห็นให้กับรัฐบาล แต่ว่าไม่มี อํานาจในการเสนอกฎหมายเอง ซึ่งตรงนี้ล่ะครับผมจะทําให้เห็นว่าแม้ว่าเจตนารมณ์ของ กฎหมายจะมีประโยชน์ แต่กระบวนการอาจจะทําให้การแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ไม่สามารถ ลุล่วงได้ เพราะคณะกรรมการชุดนี้ก็ต้องเสนอความเห็นทางกฎหมายให้กับรัฐบาล ถ้ารัฐบาลใดไม่ให้ความสําคัญในการแก้ไขกฎหมาย กฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไปคา อยู่ที่ ครม. ไปคาอยู่ที่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากฝาก ท่านประธานว่าในมาตราที่เปึนอํานาจของคณะกรรมการ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ วิสามัญครับว่า ยกตัวอย่างในข้อ ๓ การเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการ ตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อประกอบการพิจารณา หรือใน (๔) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการให้มี กฎหมายหรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยพิจารณาภาพรวมของกฎหมายในเรื่องนั้น หรือกลุ่มกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีความสัมพันธ์ในเรื่องนั้น เปึนไปได้ไหมครับท่านประธาน ครับ นอกจากเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว เสนอความเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วย รวมทั้งเสนอร่างกฎหมายที่พิจารณาแล้วให้กับสภาผู้แทนราษฎร เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้กฎหมายได้เขียนไว้ว่า คนที่จะเสนอกฎหมายนั้นมีอยู่แค่ไม่กี่คน มีรัฐบาล มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ แล้วก็พี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ วันนี้แม้แต่ พี่น้องประชาชนก็ยังเสนอกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการเล็งเห็นปัญหาของ การออกกฎหมายแล้วแต่ไปติดขัดที่รัฐบาลหรือไม่ได้นําเสนอต่อสภา เพราะฉะนั้น ทางออกอีกทางหนึ่งที่จะทําให้กฎหมายนี้สามารถเดินหน้าไปได้รวดเร็วก็คือให้เสนอ ความเห็นแล้วก็พิจารณาร่างกฎหมายนั้นให้กับสภาผู้แทนราษฎรนั้นด้วย เพื่ออะไรครับ ท่านประธาน เพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาสนใจกฎหมายต่าง ๆ ที่คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายไปทําขึ้นนี้ เขาจะสามารถหยิบยกกฎหมายนั้นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ได้อีกทางหนึ่ง เพื่อให้กระบวนการเข้าสู่การแก้ของกฎหมายนั้นเปึนไปได้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น นะครับ ด้วยเหตุผล ๔ ประการ ผมไม่อยากรบกวนเวลาสภาแห่งนี้มากก็คืออยากจะเรียน ท่านประธานว่าที่ประชุมสภาแห่งนี้ต้องช่วยกันพิจารณา เพื่อจะทําให้กฎหมายต่าง ๆ ที่มีปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้ ขอขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านประธาน โดยเฉพาะที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาพูด ปกติก็เข้าใจอยู่ครับว่าเวลาของสภาก็สําคัญ แต่ว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นผมคิดว่ามันมีความสําคัญที่ผมต้องขอเวลามานําเสนอข้อคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการก็จะได้ฝากข้อคิดจากเพื่อนสมาชิกสภา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั่งอยู่ที่นี่ จะขอฝากประเด็น เข้าไปด้วย กฎหมายฉบับนี้นั้นเราออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) ที่กําหนดให้มี กฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ดําเนินการเปึนอิสระเพื่อปรับปรุง พัฒนากฎหมายของประเทศ ฟังดูแล้วก็เปึนเรื่องดีครับที่เราจะต้องมีคณะกรรมการนี้ ในการปรับปรุงกฎหมาย แต่ปัญหาจริง ๆ วันนี้ ปัญหาใหญ่ไม่ใช่กฎหมายล้าหลัง แต่ปัญหาใหญ่คือกระบวนการบังคับใช้กฎหมายไม่เปึนธรรมในสังคมนี้ กระบวนการบังคับใช้กฎหมายหรือที่เราเรียกว่า ลอว์ เอนฟอร์สเมนท์ (Law enforcement) นี้ มันได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมที่เปึนต้นรากและทําให้สังคมเกิดความไม่สงบจนถึง วันนี้ ท่านประธานครับ ความไม่เปึนธรรมของการบังคับใช้กฎหมายที่เราเรียกว่า ๒ มาตรฐานก็ดี หรือเราเรียกว่าการเลือกปฏิบัติ หรือดิสคริมิเนชัน (Discrimination) ก็ดี มันได้สะท้อนอยู่ในกฎหมายฉบับที่เรากําลังเสนออยู่นี่ครับ กฎหมายฉบับหนึ่งของ ส.ส. ของพรรคที่ถูกอํานาจไม่เปึนธรรมนั้นยุบไปแล้วครับ ขณะที่ ส.ส. เจริญและเพื่อน ส.ส. อีกหลายคนเสนอนี้ ตอนที่เสนอก็ไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองก็จะได้รับความไม่เปึนธรรม จากระบบการบังคับใช้กฎหมาย นั่นก็คือเสนอมาในขณะที่เปึนพรรคพลังประชาชน ไม่รู้อนาคตหรอกครับว่าเขาจะฟันหัวแล้วครับ พอเอ่ยชื่อเห็นปัูบก็เห็นทันทีว่ามันเกิดผล อะไรขึ้น เพื่อนสมาชิกหลายคนรักกันดี ๆ แท้ ๆ ต้องแยกพรรคกันแล้ว ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ เมื่อสักครู่นี้อภิปรายไปแล้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่าน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเรารักกัน แท้ ๆ ครับ แต่ต้องแยกพรรคกันไป ด้วยโครงสร้างของระบบการเมืองที่มีอํานาจนอกระบบ กฎหมายครับท่านรัฐมนตรี มันเปึนโครงสร้างการเมืองนอกระบบ อํานาจการเมืองนอก ระบบนี้มันใหญ่กว่าการที่จะร่างกฎหมาย เมื่อเปึนเหตุนี้เองครับ เราจึงได้พบปัญหาต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความระส่ําระสายของบ้านเมืองวันนี้หมดเลย ผมอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานนําเสนอข้อคิดรูปธรรม เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่เปึน กรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีนําไปใช้ในการร่างกฎหมายฉบับนี้ที่มีทั้งของฝ์ายค้านซึ่งเดิม ก็เสนอในนามของ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล และรัฐบาลที่เพิ่งเสนอเข้ามานี้ ถ้าดูจากเวลาที่เสนอ ของฝ์ายของท่านเจริญ ของฝ์ายกระผมนี้ เสนอตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้วครับ ครบ ๑ ป้แล้ว เพื่อนําไปปฏิรูป นําไปหาทางแก้ปัญหาว่าทําอย่างไร ปัญหาใหญ่คือการบังคับใช้กฎหมายนั้น ทําอย่างไรให้เปึนธรรม ไม่อย่างนั้นสังคมไม่สงบ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลา ๒-๓ ป้ มานี้ มันได้เกิดการกระทําซึ่งภาพลักษณ์ชัดเจนของเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ที่ทําให้ สังคมไทยเกิดข้อโต้แย้งแล้วหาข้อยุติไม่ได้ ต่างคนต่างว่าตัวถูก แต่ถ้ามองแล้วจริง ๆ คือ ความไม่เปึนธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ ครับท่านประธาน เมื่อช่วงแรกของการอภิปรายนั้น ผมได้ลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อน ส.ส. ซึ่งจริง ๆ ผมก็ไม่อยาก ประท้วง เพราะว่าเพื่อน ส.ส. ที่อภิปรายท่านหนึ่งนั้นท่านก็พูดดี แต่ว่าบางประเด็น มันอธิบายกันยากมาก ท่านพยายามจะโจมตี พันตํารวจโท ทักษิณว่าไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย เพราะความผิดไปเซ็นชื่อให้ภรรยาซื้อที่ดิน ในขณะเดียวกันมีเหตุการณ์เดียวกัน มีคนมีฐานะเหมือนกัน ท่านผู้นั้นคืออดีตนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ขอประทานโทษ ต้องเอ่ยชื่อท่าน ไม่ได้รังเกียจท่าน ยังเคารพท่านอยู่ครับ เคารพพ่อท่านด้วยครับ นั่นคือ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี และท่านผิดเรื่องที่ดินเหมือนกัน ไม่ใช่เซ็นชื่อให้ภรรยาไปซื้อที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เข้าไปครอบครองที่ดินที่ผิด กฎหมายเลยครับ คือยอดเขายายเที่ยง แล้ววันนี้ท่านเปึนองคมนตรีด้วย ท่านครับ ถ้าเรา สามารถดําเนินคดีได้ทั้ง ๆ ที่ท่านทักษิณก็ถูกดําเนินคดี พลเอก สุรยุทธ์ก็ถูกดําเนินคดี เหมือนกัน แล้วเปึนคดีที่หนักกว่าด้วย ท่านรัฐมนตรีครับ ฝากท่านเถอะ ทําในสมัยที่ท่าน มีอํานาจได้ไหม ดําเนินคดีกับ พลเอก สุรยุทธ์ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีและองคมนตรี ที่เข้าไปครอบครองที่ดินยอดเขายายเที่ยง

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงต่อผู้อภิปรายในขณะนี้นะครับ ท่านกล่าวหาคนนอกแล้วท่านนั้นก็ไม่ได้ถูก ตัดสินว่าผิดหรือไม่ ไม่ได้ถูกดําเนินคดีด้วยนะครับ ข้อบังคับการประชุมก็บอกอยู่แล้วว่า การกล่าวหาคนนอก พาดพิงไปถึงคนนอกนั้นกระทําไม่ได้ ท่านกรุณาควบคุมผู้อภิปราย ด้วยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมวินิจฉัยนะครับ คุณสุนัยไม่ได้กล่าวหานะครับ เปึนเรื่องข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม แต่อย่างไรก็ตามการอภิปรายพาดพิงถึงคนนอก

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านพูดว่าเขาผิดนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต้องฟังผมวินิจฉัยให้จบก่อนครับ เมื่อมีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก คุณสุนัย ผู้อภิปรายต้องรับผิดชอบในคําพูดที่ตัวเองอภิปรายไป ผมเชิญคุณบุญยอดนั่งลงครับ ประท้วงข้ออื่นต่อหรือเปล่าครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมเรียนท่านประธาน นะครับว่าข้อกล่าวหานี้ไม่มีการพิสูจน์นะครับ ถ้าอย่างนั้นก็มีการกล่าวเท็จกันในสภานี้ ได้อย่างนั้นหรือครับ ผมเรียนต่อท่านประธานว่าท่านประธานใจเย็น ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ผมวินิจฉัยครับ คือผมวินิจฉัยว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ปรากฏเปึนข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ สังคมทราบดี ถ้าหากว่าคุณสุนัยพูดเท็จ คุณสุนัยก็ต้องรับผิดชอบในการถูกฟัองร้อง ในเรื่องการหมิ่นประมาท เปึนที่ทราบกันดีอยู่ เชิญคุณสุนัยต่อครับ นั่งลงเถอะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ที่ผมต้องกราบ ขออภัยและอยากจะมาใช้เวลาตรงนี้พูด เพราะตอนที่ประท้วงไม่มีเวลาให้เหตุผล ตอนที่ พลเอก สุรยุทธ์ท่านได้ขึ้น ผบ.ทบ. นั้น นายสุนัยคนนี้เปึน ส.ส. ครับ ผมได้เขียนจดหมาย แสดงความยินดีและชื่นชมในตัวท่านครับ เพราะบิดาท่านนั้นเปึนคนมีอุดมการณ์ และ ท่านก็มีอุดมการณ์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยก็รวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าเรื่องรายละเอียดคงไม่ต้องครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

มิได้ครับ ท่านครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกัน เพราะว่าท่านเปึนผู้ใหญ่ในสังคมนี้ ถ้าฟังผมอภิปรายในสภาอย่างผิวเผินจะมองว่า ผมไม่เคารพผู้ใหญ่นั้น ผมเคารพท่านครับ แต่ผมจําเปึนที่ต้องขออนุญาตท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่า จําเปึนต้องเอารูปธรรมของการใช้กฎหมายอย่าง ๒ มาตรฐานมาเปึนประเด็น สําคัญเพราะมันเกี่ยวโยงกับที่จะฝากท่านรัฐมนตรีเข้าไปหาทางป่ดช่องโหว่ตรงนี้ในระบบ กฎหมายที่เราเสนอกัน ตัวอย่างนี้ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสังคมแตกแยก เพราะมันชัด ๆ นี่ครับ สิ่งที่ผมพูดนี้ผมรับผิดชอบ และผมพูดตามข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการได้ลงมติ เมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่า ยอดเขายายเที่ยงนั้นการครอบครองนั้นผิดครับ อีกรูปธรรมหนึ่ง ครับ วันนี้วันที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมย้อนความไปอีก ๑ ป้ที่แล้ว เกิดจลาจล มีกลุ่ม บุคคลยึดท้องที่ทําเนียบรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครอยู่ในภาวะที่อดทน อดกลั้น ไม่รู้จะทําอย่างไร ในที่สุดประกาศภาวะฉุกเฉิน มอบอํานาจให้ผู้บัญชาการทหารบก ไปดําเนินการแก้ปัญหา นั่นทางกฎหมายชัดเลยนะครับ นี่ละครับ ลอว์ เอนฟอร์สเมนท์ ปรากฏว่าในภาวะฉุกเฉินวิกฤติอย่างนั้น ผบ.ทบ. กลับไม่ทําอะไร แล้วก็บอกว่า การเมือง ก็แก้ด้วยการเมืองก็แล้วกัน ท่านรัฐมนตรีผมฝากผ่านไปท่านประธานครับ เหตุการณ์ เดียวกันอย่างนี้อยู่ในภาวะวิกฤติ มีการประกาศภาวะฉุกเฉินที่อําเภอตากใบครับ คนไทย เหมือนกัน กฎหมายแบบเดียวกัน ปรากฏว่าถูกดําเนินการอย่างหนัก แล้วก็ตายไป ๘๔ คน ท่านครับ ในที่สุดเรื่องนี้ไม่จบครับ เพราะมันเปึนปัญหาความรู้สึกของประชาชน ที่แตกต่างศาสนา และเจ็บปวดมานานแล้ว ซึ่งเพื่อนสมาชิกสภาจากภาคใต้เคยหยิบยก เรื่องเหล่านี้ขึ้นมาเรียกร้องความเปึนธรรมเสมอ แต่เดี๋ยวนี้เงียบ ผมขออนุญาต ท่านประธานนําเรื่องนี้มากล่าวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเปึนข้อเตือนใจว่าเราจะหาทางแก้ กฎหมายอย่างไร ปรากฏว่าญาติของคนตายที่ตากใบฟัองศาลครับ ศาลตัดสินบอกว่า คนที่ตายไปนั้นตายเพราะขาดอากาศ เอ๊ะ อยู่ ๆ มันขาดอากาศได้อย่างไร จะทําผิด ในเวลาไหน ในรัฐบาลไหนไม่สําคัญ แต่ว่าผลออกมาเปึนอย่างนี้ ในขณะที่ภาคใต้เกิด ภาวะความไม่สงบแล้วเราเห็นเหตุการณ์อย่างนี้ พอทีคนกรุงเทพฯ ไม่เปึนไรครับ การเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง แต่พอประกาศภาวะฉุกเฉินภาคใต้ ต่างศาสนาเท่านั้น ตายทันทีครับ อยู่อย่างไรครับท่านครับ ในขณะที่คนเสื้อแดงป่ดถนน ผมไม่ได้เชียร์ ผิดครับ แต่ถูกดําเนินคดีทันทีครับ รวดเร็วด้วย แต่คนเสื้อเหลืองป่ดถนน ยึดทําเนียบรัฐบาลป้หนึ่งแล้ว ป่ดสนามบินด้วย ไม่ถูกดําเนินคดี ใด ๆ จนถึงวันนี้ครับ ผมพูดฝากท่านนายกรัฐมนตรีหลายครั้งว่า สังคมที่ความปัืนป์วนนั้น เกิดจากปัญหาของดิสคริมิเนท (Discriminate) คือการเลือกปฏิบัติทางกฎหมายและการใช้ ๒ มาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมาย ผมถึงบอกว่าวันนี้สังคมจะสงบทันทีครับถ้าท่าน รีบดําเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองไม่รู้ชื่ออะไรนั่นล่ะที่ยึดทําเนียบ ยึดสนามบิน ป่ดถนน นั่นล่ะ เหตุการณ์จะเพลาลงเพราะคนเสื้อแดงจะขาดความชอบธรรมในการที่จะกล่าวอ้าง ทันที ท่านประธานครับ อีกรูปธรรมหนึ่งซึ่งเพื่อนสมาชิกท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. จากจังหวัดเชียงรายอยากจะใช้เวลาในการอภิปราย แต่ตัดประเด็นไปเพราะว่าเวลา มันน้อย

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยครับมีผู้ประท้วงนะครับ คุณเจะอามิงประท้วงอะไรครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ว่า เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึงว่าสมาชิกจาก ภาคใต้ในกรณีอําเภอตากใบ สมาชิกจากภาคใต้ได้เคยเรียกร้องความเปึนธรรมในขณะนี้ อยู่เฉย ในกรณีอําเภอตากใบผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ต่อสู้แล้วก็เคยพูดถึงเรื่องของอําเภอตากใบก็คือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจะอามิงใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

พาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหลังจากอภิปรายจบแล้วนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

จะให้ผมพูดชี้แจงนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะให้สิทธิพาดพิงครับ เชิญคุณสุนัยต่อ ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ เพราะเดี๋ยวเรา ยังมีอีก ๒ พระราชบัญญัติใหญ่ ๆ ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานครับ กรณีที่ผมกราบเรียนนี้ อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึนการประหยัดเวลา เพราะไม่อย่างนั้นท่านพิเชษฐ์ก็จะขอพูด ผมบอก ไม่เปึนอะไรท่านพิเชษฐ์ ท่าน ส.ส. เดี๋ยวผมพูดแทนท่านครับ ประหยัดเวลาไป การยึด ถนนราชดําเนินของคนที่ใส่เสื้อเหลือง ขณะนี้ป้ที่แล้ว เราก็รู้กันว่าเวลานั้นมีกําหนด พระราชพิธีส่งสวรรคาลัยของสมเด็จพระพี่นาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความ จําเปึนจะต้องเสด็จพระราชดําเนินผ่านถนนราชดําเนินไป เพื่อไปประกอบพระราชพิธี ท่านครับ พระองค์ไม่สามารถจะผ่านถนนราชดําเนินได้ต้องเลี่ยงไปครับ ถามว่าคนที่ ยึดถนนนี้ รัฐบาลดําเนินคดีหรือยังครับ รูปถ่ายก็มี ทีวีก็มี แต่ชาวนาที่อําเภอพานของ ท่านพิเชษฐ์ ข้าวราคาตก ตกเพราะอะไรครับ เพราะผลจากการบริหารรัฐอย่างไม่เปึนเรื่อง เปึนราวของกระทรวงพาณิชย์ทําให้ข้าวราคาตก ชาวนาประท้วงถูกจับทันที ถูกตัดสิน จําคุก ๖ เดือน ไม่รอลงอาญาครับ ผมถามหน่อยเถอะครับว่าถนนเมืองพานกับถนนราชดําเนิน ในภารกิจของพระราชพิธีนั้น กับถนนเมืองพานอะไรสําคัญกว่ากันครับ เห็นชัดเจน แต่ไม่มีการดําเนินการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านยังมีใจเปึน ความยุติธรรมอยู่ไหม ทําสักหน่อยได้ไหมครับ ผมฝากผ่านท่านประธานไป และที่รู้มาที่ ผมต้องบอกท่านรัฐมนตรีถ้าเปึนไปได้ ผมเห็นใจท่าน เพราะภาวการณ์สังคมขณะนี้มันมี ความซับซ้อนป์วนมาก แต่ท่านต้องใช้อํานาจของท่านช่วยเหลือ เพราะชาวนาอีก หลายขบวนที่เคยประท้วงลักษณะอย่างนี้ที่จังหวัดเชียงรายของท่านพิเชษฐ์ ในป้ที่แล้ว ป้ก่อนกําลังจะถูกดําเนินคดีอีกครับย้อนหลังด้วย นี่คือความไม่เปึนธรรมสะสมในสังคมนี้ เหตุที่ผมกราบเรียนท่านเปึนรูปธรรมเห็นชัดแต่ละเรื่อง ๆ และที่ร้ายที่สุดท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถูกร่างขึ้นโดยลืมไป พวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก ประชาชนนั้นมีเกียรติ เราทุกคนมีเกียรติ ในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราถือว่าการได้รับความเห็นชอบจาก ประชาชนนั้นเปึนเกียรติสูงส่งที่สุด แต่วันนี้เรากําลังถูกวาทกรรมทางสังคมใส่ร้ายปัายสี ผู้แทนราษฎรต่าง ๆ นานาอย่างไม่มีทางที่จะตอบโต้ และที่ร้ายที่สุดคือพวกเรากันเองก็รับ วาทกรรมนั้นมาด้วย และดูถูกตัวเราเองด้วย นั่นคืออะไรครับ นั่นคือในกฎหมายฉบับนี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าเรากําลังดูถูกตัวเราเองอย่างยิ่ง นั่นคือสมาชิกพรรคการเมืองเปึน กรรมการไม่ได้ ท่านประธานครับ ในระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนั้นเรารู้กันมานาน นักศึกษาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ทุกแห่ง เปึนที่รู้กันว่าสถาบันพรรคการเมือง พรรคการเมืองมีความสําคัญที่สุดต่อ การขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา หรือแม้กระทั่งระบบประธานาธิบดี ก็เช่นเดียวกัน ถ้าขึ้นชื่อว่าเปึนประชาธิปไตยปกครองตนเองนั้น ระบบพรรคการเมือง สําคัญที่สุดครับ แต่เรากลับกีดกันไม่ให้คนในพรรคการเมืองไป ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ ถือว่าเราเปึนฝ์ายค้านหรือเปึนฝ์ายรัฐบาล ในมิติหนึ่งเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกัน แต่ท่านครับ ปรากฏว่าไม่ต้องเอาใครครับ เอาร่างของ ส .ส .ฝ์ายเดียวกับผม ผมก็ไม่เห็นด้วย มีอย่างที่ไหนครับบอกว่าคนที่รักษาการตามกฎหมายนี้คือประธาน กรรมการปฏิรูปกฎหมาย รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามมาตรา ๔ แปลก ผมไม่ได้ชอบคุณอภิสิทธิ์หรอกครับ แต่ผมถือว่าท่านอภิสิทธิ์กับผมมีเกียรติด้วยกัน เพราะเราเปึนตัวแทนของประชาชน หลักการพื้นฐานอันนี้จําเปึนต้องยืนไว้ไม่ว่าคุณจะอยู่ ฝ์ายไหนครับ เฉพาะประเด็นนี้ผมจึงสนับสนุนร่างของรัฐบาลที่บอกว่าให้นายกรัฐมนตรี เปึนผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ครับ แม้นายกรัฐมนตรีนั้นจะไม่ใช่พรรคเดียวกับผมหรือแม้ มาโดยไม่ชอบที่ผมรู้สึกรําคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ยินดีครับโดยหลักการ ท่านประธานครับ ในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้จึงมีทั้งข้ออ่อนและข้อแข็ง แต่ที่ร้ายที่สุดคือไม่ยอมรับ กระบวนการพรรคการเมือง แล้วไม่ใช่ฉบับเดียวครับ กฎหมายลักษณะทํานองนี้เต็ม ไปหมด เช่น องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กฎหมายฉบับนั้น ฉบับนี้ แล้วมักจะให้อํานาจกับ ใครครับ ส่วนใหญ่อํานาจจะไปอยู่ที่องค์กรอิสระ องค์กรเอกชนครับ ผมไม่ได้รังเกียจ คนเหล่านั้นเลยครับ และยินดีที่จะให้เข้ามาแต่ทําไมต้องกีดกันคนจากพรรคการเมือง ล่ะครับ เปึนไปได้อย่างไรครับคนที่ร่างกฎหมายในระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ระบบขุนนาง นะครับ คือตัวแทนของประชาชนเปึนคนร่าง แต่แหย่มือเข้าไปไม่ได้เลยครับ โดยกล่าวอ้าง ว่าพรรคนี้จะเห็นอย่างนั้น พรรคนี้จะเห็นอย่างนี้ไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายหลายฝ์ายเรามี คณะกรรมาธิการเยอะแยะที่หลายพรรคตั้งเข้าไปนั้นในที่สุดก็เกิดความสมดุลขึ้นเองครับ จากเหตุผลในห้องเล็ก ๆ ครับ นี่คือการละเมิดหลักการครั้งยิ่งใหญ่ที่ทํากันจนกระทั่ง ไม่รู้ผิดรู้ถูกแล้ว ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้แม้จะมีส่วนคล้ายกัน แต่ส่วนที่ แตกต่างกันก็มีไม่มากนัก แต่ที่คล้ายกันที่สุดก็คือตกอยู่ในวาทกรรมอันเดียวกันของ ระบบอมาตยาธิปไตย คําว่า อมาตยาธิปไตย ผมไม่ได้กล่าวล่วงอย่างอื่นผมหมายถึง ระบบราชการที่เข้มแข็ง ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีระบบราชการ ในประเทศอังกฤษ ก็มีระบบราชการ ในประเทศฝรั่งเศสก็มีระบบราชการที่ต้องใช้คู่กันแต่อยู่ภายใต้ การบริหารการภายใต้ร่มของรัฐสภาครับ แต่ปรากฏว่าระบบราชการของเราขี่คอรัฐสภา โดยเราไม่รู้ตัวเลย แล้วเขาก็สร้างเครือข่ายอันมีฐานที่มั่นใหญ่อยู่ที่คณะกรรมการ กฤษฎีกาครับ คิดแบบระบบราชการเลยครับ อํานาจต่าง ๆ ถูกดึงไปหมดเลยครับ ถูกดึงไปหมด เป่ดรัฐธรรมนูญฉบับอํามาตยาธิปไตยดูสิครับ องค์กรอิสระมีอํานาจสูงสุดหมดเลยครับ อยู่กัน ๙ ป้ ๗ ป้ อยู่กระทั่งลูกโต หลานได้แต่งงานกันเลย นี่คือเราตกอยู่ในวาทกรรม แล้วเราก็ร่างกันไปเรื่อยเป๋ือยอย่างนี้ โดยไม่นึกถึงว่าอนาคตจะเปึนอย่างไร หรือว่า พรรคประชาธิปัตย์ที่เปึนรัฐบาล เปึนแกนนําอยู่นี้จะจบลงในอีกไม่กี่ป้นี้ จริง ๆ มันต้องอยู่ ยาวครับ เราก็อยู่ยาว ท่านก็อยู่ยาว เราเห็นกับอนาคตสิครับ แต่ระบบราชการไทยนั้นมันมี ความเข้มแข็งเกินเหตุ เพราะได้รับอํานาจจากอํานาจนอกระบบ อยู่มาวันดีคืนดีราชการ ก็มาขี่คอเราเปึนระยะ ๆ ด้วยการยึดอํานาจ จึงมีคนพูดบอกว่าวันนี้การเมืองไทยนั้นไม่ได้ ต่อสู้กันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยครับ แต่เปึนการต่อสู้ระหว่าง พรรคพลเรือนกับพรรคข้าราชการครับ และพรรคข้าราชการนั้นมีหัวหน้าพรรคคือ ผู้บัญชาการทหารบกครับ จะเข้ามาเปึนระยะ ๆ เราจะยอมให้อย่างนี้อยู่หรือครับ เอาเถอะ ครับ เราไม่ยอม แต่สิ่งที่มันได้สร้างวัฒนธรรมและวาทกรรมที่อันตรายที่สุดก็คือทําให้คน ทั้งสังคม คนในสภาเองก็ดูถูกพรรคการเมืองด้วยกันครับ จึงได้ออกร่างกฎหมายอย่างนี้ ขึ้นมาครับ องค์กรเอกชนนั้นผมมีเพื่อนเยอะแยะ ถ้าอยู่ในอเมริกา อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่มั่นคง ไม่เปึนอะไรครับ แต่ปรากฏว่าองค์กรเอกชนในประเทศไทยนี้น่าสงสัยบางองค์กร ครับ เพราะพวกนี้พยายามจะใกล้ชิดกับทหารเรื่อยครับ ใกล้ชิดกับอํานาจนอกระบบเรื่อย แล้วก็รอส่วนบุญ ยึดอํานาจเมื่อไรฉันจะไปมีอํานาจกับเขาด้วย องค์กรเอกชนบางองค์กร แสดงตัวชัดเจน ปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายนเท่านั้นละครับ มานั่งในสภานิติบัญญัติแห่งนี้ เต็มเพียบหมดเลย ไม่อายเลยครับ ไม่อายเลย เมื่อเปึนอย่างนั้น เราเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เราอยู่ในโครงสร้างของระบบอํานาจของประชาชน เราจึงต้องสร้าง วาทกรรมใหม่ต่อสู้กับวาทกรรมเก่านี้ครับ ผมไปสู้ในคณะกรรมาธิการหลายครั้งว่าทําไม จึงไม่ให้คนจากพรรคการเมืองเข้าไป วันนี้ท่านมีอํานาจ ท่านก็มีอํานาจมากกว่าผม มีคะแนนเสียงมากกว่าผม ทําเถอะครับ ท่านก็เข้าไป ไม่เปึนอะไร แต่ว่าในที่สุดคนที่ เข้าไปในโครงสร้างนั้นแม้จะมาจากพรรคในที่สุดก็เกิดความสมดุลขึ้นครับ เพราะว่า ในห้องเล็กนั้นจะไปเอาหัวเดินต่างเท้ามันไม่ได้อยู่แล้วครับ เราก็พูดกันไปพูดกันมาก็ทํา ให้เราเข้าใจได้ ตรงนี้ละครับท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้เราพูดแต่ปาก ท่านรัฐมนตรีครับ ผมฝากผ่านท่านประธานด้วย เราพูดแต่ปากว่าเราเปึนนิติรัฐ นิติรัฐ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เรากําลังเปึนทิฐิรัฐครับ รัฐที่มีทิฐิ ไม่ใช่ นิติ รู้ทั้งรู้ว่าอันนี้บังคับใช้ กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติแล้ว เช่น ชาวนาจากจังหวัดเชียงราย อําเภอพาน ถูกเลือก ปฏิบัติแล้ว ทําเฉย รัฐมนตรีช่วยอะไรเขาบ้าง มาจากประชาชนหรือเปล่า ตรงนี้เองครับ ท่านประธานครับ

อีกจุดหนึ่งที่ผมเห็นว่าอันตรายที่สุด นั่นก็คือโครงสร้างของระบอบ อํามาตยาธิปไตย ร่างรัฐธรรมนูญมากี่รอบ ๆ ก็พยายามจะสร้างบิวโร (Bureau) ขึ้นมา สร้างองค์กรมหาชนขึ้นมาเยอะแยะไปหมดเลยครับ แล้วองค์กรมหาชนกินเงินเดือนทีละ แสนบาท ๆ ครับ กินเสร็จได้เงินทอนบ้าง มีรถใช้ แต่ไม่ถูกด่าเลยนะครับ แต่ผู้แทนราษฎร อยู่ในสภาถูกด่าเหยง ๆ เปึนผู้ร้ายหมดครับ อะไรกัน ดังนั้นองค์กรอิสระ จึงฝากเพื่อน ฝ์ายขวา ฝ์ายข้างโน้นของสภาด้วยว่าองค์กรอิสระเราให้ความสําคัญ แต่องค์กรอิสระ ต้องมีจุดยืนประชาธิปไตยด้วยครับ ไม่ใช่ทะร่อทะแร่อยู่กับเผด็จการเขาตลอดไป พรรคการเมืองบางพรรคเคยมีความโดดเด่นมากในเรื่องการต่อสู้กับเผด็จการ แต่ตอนหลังนี้ ชักอ่อยไปแล้วครับ การต่อสู้กับเผด็จการจึงมาอยู่ที่พรรคเพื่อไทยแล้วครับ วันนี้ประชาชน เขาถึงชอบใจ ท่านประธานครับ ตรงนี้ที่ผมบอกกับท่านว่าวันนี้ระบบอํามาตยาธิปไตยลืมนึกไปเรื่องหนึ่ง สร้างโครงสร้างขึ้นเยอะแยะไปหมดครับ ร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ให้มีองค์กรนั้น มีองค์กรนี้ หาเงินที่ไหนมาให้เขาล่ะครับ ทุกองค์กรกินเงินเดือนไม่ใช่น้อยครับ อยู่กันยืดยาว มีสวัสดิการ มีรถยนต์ ของเราแค่เปึน ส.ส. จะไปเปึนเลขานุการรัฐมนตรีก็ไม่ได้ เปึน ส.ส. เปึนที่ปรึกษาก็ไม่ได้ ถูกกันหมด แต่พวกนั้นขยายตัวเต็มไปหมดครับ ถ้าขยายตัวในระบบ ประชาธิปไตยผมไม่ว่าครับ แต่มันไปขยายตัวในฐานะเปึนนายหน้าของกลุ่มเผด็จการ ด้วยครับ นี่คือเรื่องใหญ่ และต้นทุนค่าใช้จ่ายของรัฐ ยิ่งเจอรัฐบาลหาเงินไม่ค่อยเก่งด้วย ไม่ตายหรือครับ ไม่ตายหรือ ค่าใช้จ่ายเท่าไรครับ แต่ละองค์กร แล้วคนที่คิด ๆ ทั้งหลายนี่ วันนี้ท่านไปดูนะครับ แต่ละกฎหมาย แต่ละองค์การมหาชนออกกฎหมายมานี่ใครไปนั่งรู้ ไหมครับท่านรัฐมนตรี เปึนองค์การมหาชนที่เตรียมการเพื่อปลัดกระทรวงและอธิบดีครับ กันหมดเลยครับ กันฝ์ายการเมืองหมดเลยครับ แต่ว่าที่ไม่กันเลยคือราชการมาแท้ ๆ ละครับ ตรงนี้ละครับจึงเปึนระบอบประชาธิปไตยที่มีลักษณะพิเศษครับของไทย ที่เขา เรียกว่าระบบอมาตยาธิปไตย คือระบบราชการมันเข้มแข็งเกินเหตุ และมีอํานาจในตัว ของมันเองครับ ผมจึงต้องกราบขออภัยท่านประธานที่ต้องขอเวลาเช่นนี้ในการที่จะพูด เวลาอย่างนี้ท่านไม่เห็นหรอกครับ ครั้งล่าสุดได้มีกระบวนการ ผมรู้นะครับรัฐบาลไม่ได้ทํา ครับ กระบวนการต่อต้านฎีกาครับ ปลัดกระทรวงแสดงอํานาจขึ้นมาทันทีเลยครับ ออกมา ค้านกันเหยง ๆ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งแน่นอน ที่เชื่อเช่นนี้เพราะอะไรครับ ท่านไม่ได้มีอํานาจอะไรมากหรอกครับ เจอแค่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติก็จะตายแล้ว ผมรู้ครับท่านไม่ได้สั่ง แต่มีคนคนหนึ่งที่สั่งครับ ที่ประชาชนพูดกันทั่วไปและชอบพาดพิง ผมบอกคนหัวขาวครับ ผมบังเอิญหัวขาวด้วยเลยต้องมีปัญหา ท่านประธานครับ นั่นคือ กระบวนการที่จะยุให้ฝ์ายการเมืองแตกกันให้หมด ให้พังกันให้หมด นี่คือวิกฤติของสังคม จริง ๆ แล้วในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่าง ๒ มาตรฐาน แต่น่าชื่นชมนะครับ จะถูก จะผิด ดีร้ายอย่างไรไม่ทราบ ชื่นชมปลัดกระทรวงกลาโหมครับที่ไม่ยอมฟังคําสั่ง คนสีเดียวกับของผม ไม่เซ็นด้วยครับในการคล้าย ๆ ถวายฎีกา ทหารต้องเปึนหลักให้ แก่บ้านเมืองครับ คนบางคนมีระบบคิดเปึนอํามาตยาธิปไตยชอบชิงอํานาจ อยากเปึนใหญ่ โดยไม่ผ่านกระบวนการประชาชนมีครับ แต่ผมไม่ได้ว่าทหารทุกคน ทหารดี ๆ เยอะเลย ครับ โดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อยเวลานี้ครับ ใครที่อยากจะชิงอํานาจเตรียมจะปฏิวัติระวังไว้ ก็แล้วกัน จะเจอเยลซิลโดยไม่รู้ตัวแบบรัสเซียครับ เพราะวันนี้คนข้างล่าง วันนี้คนไทย เหมือนกับคนรัสเซียก่อนป้ ๑๙๙๐ ครับ เหมือนอย่างไรครับ พอได้ยินบอกว่าจะยึดอํานาจนี่ ขอประทานโทษครับ กินข้าวไม่ได้ครับ มันจะอาเจียนครับ คนไทยทั้งประเทศมันจะ อาเจียนแล้วด้วยคําว่า รัฐประหาร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอคุณสุนัยช่วยรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว ขอรวบรัดด้วย นะครับ ยังมีอีกหลายท่าน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรีครับ ลืมพูดผิดไป ผมพูดผิดไปหรือเปล่าไม่ทราบครับ เรียกรัฐมนตรี ขอโทษท่านประธาน จริง ๆ พูดผิดไปครับ ที่ถูกต้องใส่คําว่า นายกรัฐมนตรี ข้างหน้าด้วย เมื่อท่านพูดอย่างนี้ผมก็ ยินดีครับ ผมคิดว่าผมขอฝากข้อคิดเห็นถ้าผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการช่วยหาทางออก กฎหมายที่ป่ดข้อบกพร่องของเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เปึนธรรม และโดยขณะนี้ กฎหมายยังไม่ผ่านง่าย ๆ ฝากชาวนาที่จังหวัดเชียงรายของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ด้วยครับ กําลังจะถูกดําเนินคดีอีกหลายกลุ่มย้อนหลังครับ ในขณะที่คนป่ดถนน ราชดําเนินอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วไม่เปึนอะไร ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะดําเนินการ อย่างไรก็ขอให้ท่าน

(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุมพฏประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ผมจะใช้สิทธิพาดพิงเมื่อท่านอภิปราย จบครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเห็นแล้วครับเดี๋ยวอภิปรายจบ ผมจะให้ใช้สิทธิพาดพิง ๒ ท่าน คุณเจะอามิง กับ คุณจุมพฏ

(นายนคร มาฉิม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณนครประท้วงครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงหลังจากที่ ผู้อภิปรายจบด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยนะครับ เพราะมีผู้พาดพิง ๓ ท่าน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

บุคคลเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่รู้จักชื่ออะไร ผมไม่ได้เอ่ยชื่อท่านนะครับ ผมเมื่อสักครู่ไม่ได้เอ่ย แต่คุณจุมพฏนี้ผมเอ่ย แต่ผมไม่อยาก ให้คุณจุมพฏต้องมาขอใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวรัฐบาลเขาจะเข้าใจว่าเราซูเอี๋ยกัน ๒ พรรคนี้ รู้กันนะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจะอามิง พาดพิงเรื่องตากใบครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาพูดในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีตากใบเมื่อสักครู่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยต่อสู้ในเรื่องนี้เงียบ ผมขออนุญาตเรียบเรียงคําพูดอย่างนี้ครับว่าในกรณีตากใบที่ท่านสมาชิกกําลังเทียบเคียง เปรียบเทียบจะให้กรณีตากใบไปเหมือนกับกรณีประท้วงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร มันแตกต่างกันครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่ากรณีตากใบ มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้นในขณะนั้นในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วผมก็เตือนตลอดในสภาผู้แทนราษฎรนี้ว่านโยบายภายใต้การนํา ของรัฐบาลของคุณทักษิณ ชินวัตร กับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดพลาด มาตลอด จนนํามาสู่ความรุนแรงถึงกับการแก้ไขปัญหา ณ วันนี้ถึงกับยากมาก เกิดจาก เหล่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ การที่พยายามจะให้ดูว่ากรณีในตากใบกับกรณี ประท้วงที่กรุงเทพมหานครนั้นเปึนเรื่องต่างกรรม ต่างวาระและคนละเรื่องกัน คนที่ตากใบ เสียชีวิต ๘๐ กว่าศพ เกิดจากการกระทําที่ลุแก่อํานาจ จากการสั่งการของผู้คน ณ วันนั้น แต่คนที่ตากใบก็ยอมรับครับ ในเมื่อกระบวนการนําสู่กระบวนการตามกฎหมายก็ยอมรับ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเมืองถึงจะมีกฎหมาย อย่างไร ถ้าการบังคับกฎหมายให้เปึนไปตามกฎหมาย ถ้าคนไม่ยอมรับ มีกฎหมายดี มีกฎหมายอย่างไร ก็ไร้บอยครับ ทําอะไรไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างว่าในกรณีบ้านเมืองที่เกิดความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าคนไม่ยอมรับ กติกากันครับ การร่างกฎหมายเพื่อเปึนกติกาให้บังคับกับคนในสังคม ให้อยู่ภายใต้กติกา เดียวกัน ณ วันนี้ที่เกิดขึ้น ความวุ่นวายเกิดขึ้นในสังคม ณ วันนี้เพราะการไม่ยอมรับกติกา ผมถามว่ากติกาถ้าร่างผ่านจากสภานี้แล้ว ทุกคนต้องอยู่ภายใต้ในกรอบกติกาเดียวกัน ก็ต้องยอมรับกันนะครับ ผมถึงมีความคิดว่าทุกคนต้องยอมรับร่างกฎหมายจากสภานี้เอา ไปใช้ เพื่อบังคับใช้กับพี่น้องประชาชน คนดีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ก็ต้องยอมรับครับ ปัญหาทุกวันนี้เหมือนละคร การแก้ไขปัญหา การประท้วงต่าง ๆ มุมต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครนี้เกิดความเอือมระอาในต่างจังหวัดเหลือเกินท่านประธาน จนเปึน ที่มา เขาบอกว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอคุณเจะอามิงรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าอันนี้เกินพาดพิงไปแล้วนะครับ เดี๋ยวจะได้มีผู้ใช้สิทธิพาดพิง ขอรวบรัดหน่อยครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

จนเปึนที่มาของการประท้วงว่า เกิดจากขบวนการสามเกลอหัวขวด สู้แล้วรวยครับ ขอบคุณครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงนะครับ คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้อง ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ จริง ๆ ผมได้อภิปรายตรงนี้นั้น ๑. ไม่ได้เอ่ยชื่อคุณเจะอามิง โตะตาหยง เลย เอาเถอะครับไม่เปึนไรครับ ท่านอยู่ภาคใต้ และผมก็ไม่อยากใช้ทัศนะ การขีดเส้นรัฐบาล ถ้าอันนี้เปึนรัฐบาลนั้น นั่นเปึนรัฐบาลนี้ เหตุการณ์ตากใบนั้นขีดเส้นไปแล้ว วันนี้ตอนที่ดําเนินคดีมันถึงรัฐบาลนี้ แล้วก็บังเอิญผลแห่งคําพิพากษานั้น ผมก็เจ็บปวด แทนพี่น้องประชาชน และเปึนห่วงว่าบ้านเมืองมันจะลุกเปึนไฟ เพราะอะไรครับ เพราะคําพิพากษาออกมาไม่มีใครผิดเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วไม่ใช่ประท้วงนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

มิได้ครับ และกระบวนการที่ท่าน ตวัดหางมาสามเกลอหัวขวดนี้ บังเอิญขวดนี้เปึนชื่อผมพอดี เปึนชื่อเล่นของผม นิคเนม (Nickname) ส.ส. รู้หมด ไม่ใช่ผมนะครับ ดังนั้นท่านจะตวัดหางอย่างนี้ไม่ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่เปึนไรครับ ถือว่านิดหน่อยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ไม่เปึนไรครับ อภัยครับ แต่ว่า การตวัดหางอย่างนี้ทําเปึนเหมือนกัน แต่ว่าที่ผมอภิปรายมานั้นด้วยเจตนาดีเปึนห่วง เพื่อนพี่น้องชาวมุสลิมที่ได้รับผลร้ายอันนี้ และเปึนห่วงบ้านเมืองว่าเกิดภาวการณ์ ๒ มาตรฐานอย่างนี้ ทําไม ส.ส. ภาคใต้ไม่ได้ช่วยดูแลเขาที่ตายไป ๘๐ กว่าคนนั้น ปรากฏว่าสู้คดีแล้วก็ไม่มีใครผิดเลย ก็ไม่ว่าครับ เปึนอํานาจของศาล แต่ว่าเราต้องหาทาง เยียวยาอย่างอื่น ผมก็พูดเท่านั้นเอง ไม่ได้เจตนาอย่างอื่นเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอท่านสมาชิกเลยครับ ไม่อยากให้เปึนวัฒนธรรม เวลาเราประท้วงกันแล้วก่อน เราจะจบเราจะเหน็บฝ์ายตรงข้าม ต้องขอเลยนะครับ คุณจุมพฏครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้ง ที่ ๒ พรรคเพื่อไทยนะครับ ย้ําอีกครั้งครับ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ อันเนื่องจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งเปึนรุ่นพี่และผมเคารพนับถือ ท่านได้เอ่ยระบุถึง ผมว่าได้หนีออกจากพรรคลักษณะนี้นะครับ ซึ่งพูดคลุมเครือไม่จบประเด็น ผมเสียหาย ครับท่านประธาน ผมขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ในขณะนั้น ผมได้ร่วมเสนอกฎหมายฉบับนี้ ร่างตัวนี้กับท่านเจริญ จรรย์โกมล ผมเสนอ ลายเซ็นผมอยู่ ลําดับที่ ๒ หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ผมได้เข้าสังกัด พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม วันรุ่งขึ้นทันทีครับ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิก ที่พาดพิงผมไม่ทราบว่าเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่เท่าไร พรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์ เขียนไว้ในข้อที่ ๘ ท่านประธานครับ ว่าพรรคเพื่อไทยเปึนพรรคของปวงชนชาวไทย จะไม่ อยู่ภายใต้การครอบงําของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะบุคคลคณะใดคณะหนึ่ง ผมพยายามทํางาน ทําหน้าที่ในฐานะของสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่น การเสนอญัตติ เกี่ยวกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งนั่งอยู่ในขณะนี้ ลงคะแนนในพระราชบัญญัติ งบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งผมเห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนูญและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ๑๒๐ ท่าน เห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ผมจึงได้ยกร่างคําร้องตามที่ประธานวิปฝ์ายค้านได้มอบหมาย เพื่อถอดถอนรัฐมนตรี ๓ ท่าน เมื่อลายเซ็นครบแล้วพรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้ยื่นต่อวุฒิสภา เพื่อถอดถอน ผมเห็นว่ามีเงื่อนงําบางประการ ซึ่งเปึนการทําให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร ผมไม่สามารถสําเร็จผลได้ และเมื่อในคราวอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมได้รับมอบหมายและ ได้เสนอเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของท่านนายกรัฐมนตรีต่อท่านประธาน ส.ส. คือ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขอประทานอภัยเอ่ยนามท่าน ท่านได้อนุมัติเห็นพร้อมและวางตัวผม ไว้ให้อภิปรายนายกรัฐมนตรี แต่ก่อนการอภิปรายเพียง ๔-๕ นาทีครับ ก็ได้มีการบอกว่า ให้ผมละเว้นเนื้อหานี้ ให้อภิปรายเนื้อหาของรัฐมนตรีอื่น ไม่ให้อภิปรายเนื้อหานี้ ผมเห็นว่า เปึนการแจ้งกะทันหันและเปึนการตัดโอกาสผมที่จะได้นําเสนอข้อมูลบางประการเกี่ยวกับ นายกรัฐมนตรีให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบ ผมจึงเห็นว่านี่คือการครอบงํา และผม เพื่อต่อสู้ว่าพรรคการเมืองควรเปึนพรรคของประชาชน ไม่ให้มีการครอบงํา ผมจึงได้แสดง เจตจํานงต่อผู้ที่ไปแจ้งกับผมว่าไม่ให้อภิปรายว่า ถ้าอย่างนั้นผมไม่ขออยู่เปึนสมาชิกพรรค เพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมจึงได้ประกาศต่อสาธารณชนที่บ้านนาดีหนองไผ่ ผมได้พิจารณาแล้วว่าพรรคการเมืองที่ผมจะนําความคิด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงพอแล้วครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้ฟังรายละเอียดแล้วครับ เราจะได้อภิปราย ผมได้เป่ดโอกาสให้คุณจุมพฏได้อภิปรายนานพอสมควรแล้วครับ ยังมีผู้พาดพิงอีกนะครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานครับ ผมขออีก ๑ นาทีครับ ผมจึงเห็นว่าพรรคการเมืองที่ผมจะนําความคิดของผมนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน คือพรรคภูมิใจไทย ผมได้เข้าไปในที่สัมมนาเสนอว่าชาวนาควร กําหนดราคาข้าวได้ พรรคภูมิใจไทยก็ได้นําไปเขียนเปึนนโยบายพรรค เช่น มีโครงการ ๑ ธนาคารข้าว ๑ ตําบล และผมได้เห็นว่าประเทศนี้ประชาชนไม่รักสามัคคีกัน ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม นั่นเปึนร่างของผมครับ ผมยกร่างทั้งหมด นําเสนอต่อ พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยก็เห็นว่าประเทศนี้ควรมีทางออก โดยการปรองดอง สมานฉันท์และได้นําร่างนี้เปึนร่างของพรรคเพื่อนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงบอก ว่าสมัยหน้าถ้าภูมิใจไทยส่งผม ผมจะลงสมัครภูมิใจไทย เพื่อนําความคิดของผมไปสู่ การปฏิบัติครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนคร มาฉิม พาดพิง ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวให้คุณนคร มาฉิม ก่อนนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับ ไม่เสียเวลาเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวเกิดคุณนครพูดไปแล้วโดนพาดพิงกลับมาอีกครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึน คนเดียวครับที่ได้พูดถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในช่วงการอภิปรายเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ว่าท่านได้อภิปรายในทํานองที่ว่า เห็นด้วยในหลายประเด็น แต่ท่านพูดโดยภาพรวมแล้วเสมือนหนึ่งว่าผมพูดอภิปราย เพื่อที่จะให้กระบวนการ ยุติธรรมหรือว่าหลักนิติรัฐให้ลงโทษเฉพาะท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งอันที่จริง ไม่ใช่ อันที่จริงแล้วเปัาหมายของผมก็คือต้องการให้ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าใครผู้นั้น จะเปึนใคร มาจากไหน จะต้องได้รับการปฏิบัติบนกฎหมายอันเดียวในมาตรฐานเดียวกัน อันนั้นเปึนกรณีตัวอย่าง

เรื่องที่ ๒ สั้น ๆ ท่านประธานครับ ผมเปึนผู้หนึ่งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เปึนผู้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ การที่ท่านกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า การเลือกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีเปึนไป ตามกฎหมายแล้วก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยรวบรัดด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ครับ คือท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นั้น ผมก็ทราบดีครับว่าการพูดถึงชื่อนั้นจะทําให้ท่านใช้สิทธิพาดพิง แต่ผมก็พยายามไม่เอ่ย ชื่อ แต่ที่ผมต้องขอตัดสินใจอภิปรายในวันนี้ เพราะว่าเมื่อเช้านี้ครับท่านประธานเวลามัน สั้น ถ้าผมไปประท้วงพูดยาวก็ไม่ได้ พูดสั้นก็ต้องพูดให้ได้เนื้อ ก็กลัวจะไม่เข้าใจกันเดี๋ยว ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างท่านสุรยุทธ์จะเกิดไม่เข้าใจผม ผมก็พยายามจะเปรียบเทียบให้เห็น เหตุการณ์ว่า การพูดถึงกระบวนการยุติธรรมต่อหน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้น มันต้องพูดอย่างมีการเปรียบเทียบและเราต้องยอมรับความเปึนจริงว่า โครงสร้างของ การเมืองระบบกฎหมายวันนี้มันคลอนแคลนมาก ก็พยายามจะพูดถึงตรงนี้เท่านั้นเองครับ ส่วนเรื่องของท่านจุมพฏนั้น ด้วยความเคารพ ผมไม่ได้ว่าอะไรท่านเลยนะครับ ยังยืนยัน ว่าท่านอยู่พรรคเพื่อไทยอยู่ เพียงแต่ท่านไม่ได้มานั่งตรงนี้เท่านั้นเอง ไม่ได้มานั่งตรงที่ พรรคเพื่อไทยเขาอยู่กันตรงนี้ ผมบอกเพียงว่าเราเปึนเหยื่อของระบบการใช้บังคับ กฎหมายที่ไม่เปึนธรรมเท่านั้นเองครับ ถ้าท่านขัดข้องใจก็ขอประทานโทษนะครับ ก็ขอให้ ท่านโชคดีได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไปในโอกาสหน้า ขอบคุณครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ผมขออนุญาตประท้วง ท่านสมาชิกพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย ผมในฐานะเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

พาดพิงเรื่องว่าพรรคเพื่อไทย ครอบงํา ไม่ได้ครอบงํานะครับท่านประธาน ท่านเปึนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับการเลือกตั้ง จากประชาชน ไม่ควรแสดงถ้อยคําอย่างนี้ ถ้าท่านคิดว่าท่านจะไปลงสมัครในนาม พรรคภูมิใจไทย ลาออกเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ แล้วตกลงประท้วงจะให้ทําอะไรครับ คุณเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ผมก็นั่งฟัง โดยมารยาท ผมก็จะไม่ลุกขึ้นมาทักท้วง แต่จะปล่อยให้เพื่อนสมาชิกพูดให้เสร็จสิ้นกระบวนความ ทั้งหมดก่อน แต่ด้วยความวิตกกังวลก็คือว่า เราในฐานะสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ประมาณ ๑๐๐ กว่าท่านนี้นะครับ ในการที่มีการเตรียมการในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลที่ผ่านมานี้ เราก็ต้องทําตามระบบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณเจริญประท้วงหรือเปล่าครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมขอใช้สิทธิพาดพิงที่จะต้องอธิบายให้ ท่านประธาน ท่านผู้ฟังที่ฟังการอภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่ไม่ใช่ประท้วงใช่ไหมครับ ไม่ใช่ประท้วงนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญรวบรัดด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย ประมาณ ๑๐๐ กว่าท่าน ก็มีการเตรียมการในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้อภิปรายและดูแลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกัน แต่ปรากฏว่าในพรรคของเราก็ มีการประชุมซักซ้อมทําความเข้าใจกันในหลายเรื่อง เราก็ยอมรับในระบบของพรรคเราว่า อะไรที่ควร อะไรที่ไม่ควร อะไรที่จะต้องนําเสนอ ไม่นําเสนอ อันนี้เปึนเรื่องระบบภายใน ของพรรค เพราะฉะนั้นเพื่อทําความเข้าใจเมื่อพี่น้องประชาชนได้ฟัง พรรคไม่ได้ มีการครอบงําใด ๆ ทั้งสิ้น แต่การที่จะมีการอภิปรายได้ อภิปรายไม่ได้ อภิปรายนั้นเรา ก็จะต้องอยู่ในระบบของพรรคเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงเรียนท่านประธานเพื่อ พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยทั่วประเทศที่รับฟังการถ่ายทอดในครั้งนี้ จะได้เข้าใจ ส่วนท่านจะไปอยู่พรรคใดก็สุดแล้วแต่ท่าน เปึนดุลยพินิจของท่าน เปึนสิทธิ ส่วนตัวของท่านตามรัฐธรรมนูญด้วยซ้ํา เราก็ไม่ได้ขัดข้อง ขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น จึงเรียน ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ต้องขออนุญาตท่านประธานได้แสดงความคิดเห็น ในเรื่องพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ตามสมควร ผมได้นั่งฟัง เพื่อนสมาชิกอภิปรายหลายท่านทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาของกฎหมายและไม่เกี่ยวเนื่อง กับเนื้อหาของกฎหมาย และการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในบางครั้งก็ได้เลยเถิด พาดพิงถึงพรรคการเมืองด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าจําเปึนที่ผมในฐานะเปึนสมาชิกของพรรค ประชาธิปัตย์ก็ต้องใช้เวลานี้แสดงความคิดเห็นไว้ ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายท่านล่าสุด ท่านสุนัย ขออภัยเอ่ยนาม ท่านได้แสดงความคิดเห็นที่ผมคิดว่าพยายามที่จะสื่อเปึนนัยถึง พรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคการเมืองพรรคหนึ่งซึ่งเคยต่อสู้กับระบบเผด็จการ แต่วันนี้มิได้ต่อสู้ในแนวทางนั้นอีกแล้ว ทํานองนั้นนะครับ แล้วท่านก็ยังพูดต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ต่างหากเปึนผู้ที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการ ผมเข้าใจทีเดียวครับว่า ที่ท่านพูดอย่างนั้นคงจะหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์แน่นอนคงไม่ใช่พรรคอื่น ถ้าพี่น้องประชาชนที่ได้รับฟังการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้เชื่อตามที่ท่านพูด ผมในฐานะ ที่เปึนสมาชิกพรรคก็ย่อมได้รับความเสียหายไปด้วย ผมชี้แจงประเด็นนี้เล็กน้อยเท่านั้น นะครับว่า คําประกาศ หรืออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๘๙ มีอยู่ข้อหนึ่งที่เราได้เขียนไว้และถือปฏิบัติมาจนถึงวันนี้ก็คือ พรรคนี้จะต่อสู้กับ ระบอบเผด็จการทั้งเปึนเผด็จการของทหารหรือพลเรือนก็ตาม หรือแม้ว่าจะเปึนเผด็จการ ในระบบรัฐสภา หรือนอกรัฐสภาเราก็จะต่อสู้กับระบอบเผด็จการเหล่านั้น วันนี้ก็ยังเปึน อย่างนั้นครับ แต่ว่าเมื่อพูดคําว่า อุดมคติ หรืออุดมการณ์นั้น เรามองสิ่งเหล่านี้แตกต่าง กันเสมอ ซึ่งผมเคยพูดมาในสภานี้หลายครั้งแล้วว่า อุดมคติ หรืออุดมการณ์นั้นเรามอง ต่างกันได้ และผมคิดว่าอุดมการณ์ หรืออุดมคติของท่านสุนัยก็ไม่มีทางที่จะมาบรรจบ เปึนอุดมการณ์หรืออุดมคติของผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ เราแยกขนานกันเหมือน ทางรถไฟนะครับ มาบรรจบกันเมื่อไรรถไฟก็ตกรางเท่านั้นละครับ ผมเรียนเรื่องนี้สั้น ๆ นะครับว่า เรามองสิ่งที่เปึนความดีความงามหรืออุดมคติต่างกัน ไม่มีทางที่เราจะมอง เหมือนกัน เรื่องที่ ๑ เรายังต่อสู้กับระบอบเผด็จการอยู่จนถึงขณะนี้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบกฎหมายของประเทศ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ฝากถึงท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านสักท่านหนึ่งหรือ ๒ ท่านก็ตามที่ฟังอยู่เผื่อท่านจะเข้าใจผิด ว่าเมื่อมีการออกกฎหมาย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้แล้วบ้านเมืองจะกลับคืน สู่ปกติ บ้านเมืองจะมีความสงบเรียบร้อย หาเปึนเช่นนั้นไม่ครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระเพื่อการพัฒนาระบบกฎหมายของประเทศเท่านั้นเอง ถามว่าในประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เราเปึนสมาชิกอยู่ในขณะนี้ ประเทศไทยมีการพัฒนาหรือ มีระบอบกฎหมายดี หรือมีคุณภาพหรือไม่ ผมตอบได้ว่าประเทศไทยเปึนประเทศหนึ่ง ในเอเชียครับที่มีระบอบกฎหมายที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งของเอเชียหรือของโลกก็ว่าได้ เราดีกว่าหลายประเทศครับ ผมขออนุญาตที่จะไม่เอ่ยนามประเทศเพื่อนบ้านของเรา หลายประเทศ แต่ความสงสัยก็ต้องสงสัยต่อว่า เมื่อเรามีระบบกฎหมายที่ดีสูงสุดอันดับ หนึ่งของโลกหรือของเอเชียแล้วทําไมบ้านเมืองเราถึงไม่มีความสงบสุข ทําไมบ้านเมือง ของเพื่อนบ้านของเราซึ่งอยู่ใกล้ ๆ เรา ระบบกฎหมายเขาก็ยังไม่พัฒนาเหมือนของเรา แต่บ้านเมืองเขามีความสงบสุข อะไรมันเกิดขึ้นในสังคมโลกในขณะนี้ ต้องทําความเข้าใจ ครับว่า กฎหมายของเรานั้นดีแล้วครับ และกฎหมายของประเทศเรานั้นมีมากเหลือเกิน ครับ ลักษณะที่บอกว่า ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น นั่นละครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เรา ไม่สามารถทําให้บ้านเมืองมีความสงบสุขได้ผมเห็นตรงกับเพื่อนสมาชิกก็คือการบังคับใช้ กฎหมายเราไม่ดี เราไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ในระยะ ๑ ป้ หรือ ๒ ป้ ที่ผ่านมานั้น เราถกเถียงกันใน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เราบอกว่ากฎหมายเราไม่ดี กฎหมายเราคล้าย ๆ กับว่ากฎหมาย เราเปึนเผด็จการ เราต่อสู้เรื่องนี้กันมาครับ

เรื่องที่ ๒ ที่เราต่อสู้กันในเชิงอุดมคติก็คือเราบอกว่า การบังคับใช้กฎหมาย ของเรานั้นไม่ดี เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ ผมไม่ เอ่ยนามถึงท่าน ผมไม่พูดถึงท่าน ข้อหาด้วยความผิดทั้งหลายที่ดําเนินคดีกันอยู่ในขณะนี้ ยังไม่ถึงที่สุด ผมไม่สามารถใช้ดุลยพินิจได้ว่าท่านผิดหรือถูก ยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุด ไปตัดสินท่าน ผมเลยประเด็นนี้ไป แต่ว่าถ้าหากผมจะพาดพิงถึงบ้างในอดีตผู้นําบางท่าน ผมจะพาดพิงถึงอดีตผู้นําบางท่านที่เกี่ยวข้องในเฉพาะคดีที่มีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เท่านั้น เพราะเมื่อมีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่มีใครก็ตามในประเทศนี้ที่จะกล่าวอ้างได้ว่า ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้าพูดว่ามีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และยังกล่าวอ้างว่า ยังไม่ได้รับความยุติธรรมเท่ากับปฏิเสธระบอบกฎหมายของประเทศนี้ คนคนนั้นก็ไม่ควร ถือสัญชาติไทย คนคนนั้นก็ไม่ควรจะกล่าวได้ว่าเปึนคนไทย ผมคิดอย่างนั้นท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายในขณะนี้ครับมันมีความทันสมัยอยู่พอสมควรแล้ว แต่ว่าตัวกฎหมายนั้นต้องมีการพัฒนา กฎหมายเปึนปัจจัยหนึ่งที่จะกําหนดสถานะของ ประเทศ ถ้ากฎหมายของเราไม่พัฒนาหรือไม่มีความก้าวหน้าแล้วเราจะอยู่ในสถานะ ที่ประเทศในโลกนี้ไม่คบค้าสมาคมด้วย การพัฒนากฎหมายจึงมีความจําเปึนต้องทํา ต่อไปครับ และเปึนความจริงครับว่าในระบอบของประเทศไทยในขณะนี้ครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือใครก็ตามที่มีหน้าที่ในการแสดงความเห็นกฎหมายต่อรัฐบาล นั้นไม่สามารถทําหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปแล้วครับ จําเปึนต้องมี คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมา ผมคิดว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้เห็นด้วยที่จะออก กฎหมายฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเราออกกฎหมายฉบับนี้เข้าไปแล้ว เมื่อสักครู่ผมทิ้งท้ายว่า เมื่อเรามีกฎหมายที่ทันสมัยในระดับหนึ่งแล้วทําไมบ้านเมืองเราถึง ไม่เปึนปกติสุข ไม่มีความสงบ เพราะเราไม่เคารพกฎหมาย วัฒนธรรมในการเคารพ กฎหมายต้องสร้างขึ้นควบคู่กับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ครับ เราต้อง มีวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมาย เราไม่เคารพกฎหมายครับ กฎหมายของเมืองไทย ผมเรียนท่านประธานว่า ลักษณะถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น เหมือนผมเรียน ท่านประธานแล้วครับ และขั้นตอนของกฎหมายในประเทศนี้ก็ยืดยาวครับ คําพิพากษา ศาลชั้นต้น คําพิพากษาศาลอุทธรณ์ ท้ายที่สุดคําพิพากษาศาลฎีกา เมื่อมีคําพิพากษา ศาลฎีกาแล้วในระบอบที่เราอยู่ในขณะนี้ครับ ไม่ใช่ว่าจะถึงที่สุดครับ ยังมีขั้นตอนของ การขอพระราชทานอภัยโทษต่อองค์พระประมุขอีกขั้นตอนหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจําเปึนต้องกล่าวอย่างนี้ ท่านประธานนั่งฟังการประชุมนี้อยู่ตลอด ท่านประธานคงจะได้ยินครับว่าเพื่อนสมาชิกเกือบทุกท่านที่ลุกขึ้นอภิปรายได้พูดถึง การขอพระราชทานอภัยโทษเกือบทุกท่าน เรามีความเห็นต่างกันในเรื่องนี้จริง ๆ ครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อมีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้วการขอพระราชทานอภัยโทษ ก็เกิดขึ้น แต่ว่าสิ่งที่เรากําลังทําความสับสนให้เกิดขึ้นกับประชาชน และผมพูดเรื่องนี้บ่อย ในสภาแห่งนี้ก็คือ เรากําลังเอาปริมาณเข้าไปตัดสินความดีของบุคคล ท่านประธานคงเชื่อ เช่นเดียวกับผมนะครับว่า การตัดสินความดี ความเลวของบุคคลนั้นเขาไม่ใช้ปริมาณ ของบุคคลเปึนเกณฑ์ในการตัดสิน ถ้าผมกระทําความผิดสักเรื่องหนึ่งเขาใช้ผู้พิพากษา นายเดียวเท่านั้นละครับตัดสินความดีหรือความเลวของบุคคล มากที่สุดไม่เกิน ๓ คนที่จะ ตัดสินว่าบุคคลนี้ดีหรือเลว ผิดหรือชั่ว ถูกหรือผิด ๓ คนคือ ศาลฎีกาครับ แต่ว่าถ้าเปึน คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ใช้ผู้พิพากษาศาลฎีกา ๙ คน เท่านั้นละครับ ก็ไม่จําเปึนต้องใช้คนตั้ง ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน มาตัดสินความดีความเลว ของบุคคลครับ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับฝากถึงใครก็ตามที่เรา มีความเห็นต่างกันในขณะนี้ เราความเห็นต่างกันได้แต่ว่าถ้าเรามีความเห็นต่างกัน เราอย่าใช้ปริมาณไปตัดสินความดี ความเลวของบุคคลนะครับ เมื่อไรก็ตามที่เราใช้ ความดีไปตัดสิน เมื่อไรก็ตามที่เราใช้ปริมาณของบุคคลนั้นไปตัดสินความชั่วหรือความดี ของบุคคลบ้านเมืองจะกลียุคทันทีครับ เหมือนที่เรากําลังประสบอยู่ในขณะนี้ครับ ตัวปริมาณของคนมากหรือน้อยไม่สามารถตัดสินได้ว่าคนนั้นดีหรือคนนั้นเลวนะครับ ต่อให้มีผู้ลงลายมือชื่อให้ท่านเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษสัก ๒๐ ล้านคน มิได้หมายความว่าคน ๑ คน ที่คน ๒๐ ล้านคนลงลายมือชื่อให้นั้นจะเปึนคนดีไม่เปึน เช่นนั้นละครับ ผมเรียนย้ํานะครับ คนจะดีหรือเลวเขาใช้กระบวนการยุติธรรม เขาใช้ ผู้พิพากษาเปึนคนตัดสินครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ศาลยุติธรรมได้ตัดสินแล้วครับว่าคนนั้นผิด หรือคนนั้นถูก เมื่อศาลได้มีคําพิพากษาหรือตัดสินแล้วก็จําเปึนที่ต้องยอมรับว่าเขา เปึนเช่นนั้นจริง ๆ แต่ว่ากระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ขั้นตอนทั้งหมด มันไม่ได้เปึนอย่างนั้น มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายพาดพิงไปถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม พาดพิง ไปถึงปลัดกระทรวงหลายท่านว่ามีการคัดค้านการยื่นฎีกา ซึ่งเขาก็สามารถที่จะแสดง ความคิดเห็นได้ ผมเปึนคนหนึ่งครับถึงแม้จะอยู่ในซีกของรัฐบาล ที่ผมไม่เห็นด้วยที่มี การลงลายมือชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมไม่เห็นด้วย และในขณะเดียวกันผมเปึนคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยในการลงลายมือคัดค้าน ของกระทรวงมหาดไทย ผมไม่เห็นด้วยทั้ง ๒ ความเห็นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเราจะทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดถ้าเราจะทําอะไรสักอย่างขึ้น มันต้องดูว่าสิ่งที่เราจะทํานั้น มันมีจุดจบอย่างไร การขอพระราชทานอภัยโทษการลงลายมือของประชาชน ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน มันจะจบอย่างไร แล้วการคัดค้านที่บอกว่ามี ๑๐ ล้านคน นั้นจะจบอย่างไร ท่านประธานลองนึกดูนะครับ ถ้ามีรายชื่อคน ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ในขณะเดียวกันอีกฝ์ายหนึ่งบอกว่ามีรายชื่อประชาชนอยู่ ๑๐ ล้านคน ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในพระหัตถ์ซ้ายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือครับ ๑๐ ล้านคนอยู่ในพระหัตถ์ ขวาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือครับ จะให้ท่านตัดสินพระทัยอย่างไรครับ ท่านประธานลองคิดดูสิครับ ตัดสินวินิจฉัยไปทาง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนหรือครับ หรือจะ วินิจฉัยไปทาง ๑๐ ล้านคน ผมคิดว่าไม่มีเหตุผลเลยที่พสกนิกรของประเทศนี้กระทํา อย่างนั้นต่อสถาบันสูงสุด ผมเรียนท่านประธานย้ํานะครับ ผมไม่เห็นด้วย ทั้งการยื่นฎีกา ที่เอาปริมาณของคนเข้าไปตัดสิน และเช่นเดียวกันผมไม่เห็นด้วยที่เอาปริมาณของคน เข้าไปคัดค้าน แต่ทุกอย่างขอให้เปึนไปตามกระบวนการของกฎหมาย การขอพระราชทาน อภัยโทษนั้นจําเปึนต้องพูดสักเล็กน้อย เจ้าตัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่จะพึงกระทํา ได้ มันยากหรือครับที่อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถ้าท่านจะขอ พระราชทานอภัยโทษต่อองค์พระประมุข ท่านลงชื่อด้วยตัวท่านเองไม่ได้หรือครับ มันยาก ขนาดนั้นหรือครับ ที่ภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ลงชื่อ มันยากขนาดนั้นเลย หรือครับที่ลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ลงชื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ่อของ ตัวเอง ทําไมล่ะครับ ผมคิดว่าถ้าพี่น้องประชาชนคิดถึงประเด็นนี้ได้ คงหาคําตอบได้ครับ เจ้าตัวแท้ ๆ หยิบปากกาขึ้นมาแล้วก็เซ็นชื่อ ลงลายมือชื่อขอพระราชทานอภัยโทษ ให้กับตัวเอง ภรรยา ลูกหยิบปากกาขึ้นมาลงลายมือชื่อขอพระราชทานอภัยโทษ ให้กับสามี หรือพ่อของตัวเองมันยากนักหรือครับ ทําไมต้องเกณฑ์ประชาชนตั้ง ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คนมาทําเรื่องนี้ อันนี้ผมคิดว่าต้องเรียนท่านประธานฝากไป ถึงพี่น้องประชาชนว่า

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงคุณพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ผมประท้วงท่านประธานด้วยในข้อ ๘ สาระ ของกฎหมาย ท่านเปึนนักกฎหมายระดับประเทศท่านพูดไปเลย แต่เรื่องของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมันเปึนเรื่องเล็ก แล้วก็เรื่องถวายฎีกาเปึนเรื่องของประชาชน เปึนสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสามารถที่จะขอพึ่ง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ประท้วงว่าท่านประธานช่วยเตือน ผู้อภิปรายว่าพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เสียดสี ให้ร้ายถึงลูก ถึงเมีย ถึงครอบครัว ผมว่า ไม่เหมาะสม ท่านใช้เรื่องอื่นได้นะครับ เรื่องนี้มันไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ แล้วมันเปึน เรื่องละเอียดอ่อนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านเจตนาดีแต่ท่านเอาคน ๑๐ ล้านคน เอาคน ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน เจตนาจะเอามาชนกันหรือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมฟังรู้แล้วครับ ขอวินิจฉัยเลยครับ คุณนิพิฏฐ์ไม่ได้พูดในลักษณะเสียดสี แต่ก็ขอให้ รวบรัด เพราะว่าประเด็นเรื่องนี้จะได้เข้าพระราชบัญญัติ เรายังมีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน และวันนี้เราตั้งใจไว้ว่าจะให้จบพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ยังเหลืออีก ๒ พระราชบัญญัติ ต้องขอความกรุณาพวกเราทุกคนด้วยครับ ขอรวบรัดด้วยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ขออนุญาตเรียนท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่าผมยืนอยู่ในฟากที่ไม่ใส่เสื้อ ไม่ว่า จะเปึนเสื้อสีเหลือง สีแดง หรือสีน้ําเงินก็ตาม ผมคิดว่าการเคารพกฎหมาย หรือการเคารพ สถาบันสูงสุด ไม่ว่าสถาบันไหนก็ตามครับ มันอยู่ที่ใจ มันไม่ได้อยู่ที่เสื้อ และผมเรียน ท่านประธานซ้ําอีกสักครั้งว่าผมไม่เห็นด้วยทั้งรายชื่อของคนทั้ง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ขอ พระราชทานอภัยโทษ และผมไม่เห็นด้วยที่กระทรวงมหาดไทยเขาทํา เอารายชื่อคนทั้ง ๑๐ ล้านคนคัดค้านที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันจะจบอย่างไรล่ะครับ ผมพูดต่อ เสียเลยก็ได้ครับ แล้ว ๑๐ ล้านคน ที่อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยนั้นเอาไปไหนครับ การเริ่มต้นที่มันไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร อย่าไปกระทําเลยครับ มันสร้างความแตกแยก ผมเรียนเรื่องนี้เท่านั้น ที่ผมจําเปึนต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึง เรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา ผมไม่ตั้งใจจะพูด แล้วไม่เตรียมจะอภิปราย ในวันนี้ด้วย แต่ผมก็เรียนท่านประธานว่าเมื่อมีการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นทําไม เจ้าตัวถึงไม่ลงชื่อ ซึ่งมันยากนักหรือครับ ผมทิ้งไว้เท่านี้ครับ แล้วทําไมต้องรบกวน พี่น้องประชาชนก่อให้เกิดความแตกแยกกันถึงขนาดนี้

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณประเสริฐประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ นะครับ ท่านผู้อภิปรายนั้นไม่ได้อยู่ในประเด็น แล้วก็จะพูดวกวนเสียดสีพยายาม เข้าเรื่องถึงบุคคลอื่นตลอดเวลา ผมคิดว่าถ้าท่านพูดอย่างนี้ต่อไปบรรยากาศมันจะเริ่ม ไม่ดี แล้วก็จะเปึนปัญหา เปึนอุปสรรคนะครับ ท่านอย่าไปเอ่ยสิทธิของใครเขาจะยื่น หรือไม่ยื่น ย่อมเปึนสิทธิของเขา ท่านไม่มีสิทธิไปวิจารณ์คนอื่น ท่านมีความคิดเห็น อย่างไรในสภาแห่งนี้ท่านก็พูดไปสิครับ แต่อย่าไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณประเสริฐประท้วงเรื่องคุณนิพิฏฐ์พูดว่าจะเสียดสีใช่ไหมครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ใช่ครับท่านประธานครับ ท่านไปวิจารณ์บุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ บอกว่าทําไมท่านยื่นถวายฎีกาได้ ทําไมท่านไม่ยื่น เปึนสิทธิของคนเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับคุณประเสริฐครับ วินิจฉัยยืนยันเหมือนเดิมว่าคุณนิพิฏฐ์ไม่ได้พูดจา เสียดสีนะครับ แต่ก็ขอให้รวบรัด เพราะว่ามันไม่ใช่ประเด็นของพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วยังมีผู้อภิปรายอีกเยอะ กําลังจะจบแล้วนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมปฏิบัติตามคําแนะนําของท่านประธาน ผมจะเลยประเด็นนี้ไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

ในประเด็นสุดท้ายที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องระบบนิติรัฐ ความจริง การเรียกร้องระบบนิติรัฐนั้น ผมต่อสู้กับระบบนี้มา ๘ ป้ หรือ ๙ ป้นะครับท่าน แล้ว ๘ ป้ หรือ ๙ ป้ ย้อนหลังนั้นผมไม่ได้เปึนรัฐบาลนะครับ ผมเปึนฝ์ายค้านมา ๘ ป้ นะครับ แล้ว ๘ ป้ที่ผมเปึนฝ์ายค้านนั้นผมเรียกร้องระบบนิติรัฐมาตลอด ผมเรียกร้องการบังคับใช้ กฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวมาตลอด วันนี้ผมก็ยืนยันว่าผมยังเรียกร้องสิ่งเหล่านั้นอยู่ เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นที่อาจจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ท่านบอกว่า ท่านอยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เปึนมาตรฐานเดียวกัน ผมเห็นด้วยครับ แล้วถึงแม้ ผมจะอยู่ในซีกรัฐบาล ผมก็สนับสนุนที่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เปึนมาตรฐานเดียวกัน ท่านพูดถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดหนึ่งที่ป่ดถนน แล้วถูกศาลพิพากษาจําคุก และพาดพิงไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าได้ทําเรื่องนี้ อย่างไรบ้าง ความจริงเรื่องนี้เปึนเรื่องของศาลซึ่งเราเกี่ยวข้องไม่ได้ เราไปพาดพิงไม่ได้ เมื่อศาลได้ตัดสินอย่างนั้นแล้ว ผมคิดว่าเราก็ต้องเคารพ เพราะเราเรียกร้องให้มีการบังคับ ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันและอย่างเข้มแข็ง มีการพูดถึงว่ามีพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ที่ป่ดถนน และไม่มีการดําเนินคดี มีการยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน และไม่มี การดําเนินคดี ถ้าท่านพูดอย่างนั้นจริง ๆ ผมคิดว่าประชาชนอาจจะเข้าใจผิด การป่ด ทําเนียบรัฐบาลก็ดี ป่ดสนามบินก็ดี ท่านคงทราบนะครับว่าได้มีการดําเนินคดีกับกลุ่มคน เหล่านั้นไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าขั้นตอนมันอยู่ในขั้นตอนของพนักงาน สอบสวนหรือของพนักงานอัยการยังไม่ถึงขั้นตอนของศาลสถิตยุติธรรมเท่านั้นเอง ผมก็เรียนว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลได้ดําเนินการไปแล้วทั้งสิ้นมิได้ละเลยอย่างที่ท่านพูด แต่มันอาจจะไม่ทันใจท่านทั้งหลายเท่านั้นเอง ยืนยันว่ามีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ สุดท้ายผมต้องเรียนท่านประธานว่า ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า มีการป่ดถนนราชดําเนินในพระราชพิธีต่าง ๆ ทําไมถึงไม่ดําเนินคดี ผมก็ยืนยันเลยว่า มีการดําเนินคดี แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ครับ เวลามีการป่ดถนนหรือป่ดทําเนียบ ป่ดสนามบินก็ดี นะครับ เราจะดําเนินคดีคนทั้ง ๕๐,๐๐๐ คน คนทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ คนอย่างนั้นเชียวหรือครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับ มันต้องยอมรับความจริงครับว่ากระบวนการต่อสู้ในทางการเมืองนั้น เขาไม่จําคุกคนไม่จับคนทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ คนไปขังคุกหรอกครับ เขาเอาเฉพาะแกนนําหรือ พวกที่ก่อการ ก่อให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นเท่านั้นละครับ ยืนยันได้ครับ ท่านประธาน ยืนยันกับผมได้ การป่ดล้อม การบุกรุกหน้าบ้านประธานองคมนตรี ไม่ใช่ไปกัน ๙ คน ๑๐ คน นะครับผมเข้าใจว่าไปกันเปึนเรือนหมื่นนะครับ แต่เขาดําเนินคดีคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง เขาดําเนินคดีเฉพาะแกนนําเท่านั้นละครับที่เปึนแกนนําประชาชนเข้าไปบุกรุกบ้านอดีต ประธานองคมนตรี จะจับคนตั้งเปึนหมื่นเปึนแสนมาจําคุกไม่ได้ครับ เพราะคนเหล่านั้น อาจจะถูกเปึนเครื่องมือของพวกที่เปึนแกนนําเท่านั้นละครับ ผมอภิปรายเรื่องนี้เพื่อชี้แจง บางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พาดพิงถึงและผมอภิปรายเรื่องนี้ในวัตถุประสงค์ ประการที่ ๒ เพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องเรียนคุณนิพิฏฐ์ครับ ผมไม่ได้เปึนแกนนํายังโดนเลยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้กล่าวหา ท่านประธานนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ ขอคุณสุนัยก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จําเปึนจะต้องประท้วง เมื่อสักครู่นี้ก็กลัวว่าจะขัดจังหวะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านได้กล่าวพาดพิงและได้กล่าวในสิ่งที่เปึนเท็จต่อสภานี้หลายเรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านพยายามจะกล่าวหาว่าผมไปวิจารณ์ศาล ท่านประธานครับ อันนี้เสียหายมากนะครับ เพราะผมกับท่านนั้นเปึนทนายความหากินอยู่ที่ศาล ผมไม่ได้ กล่าววิจารณ์ศาล แต่ผมบอกว่าสถานการณ์ที่มันตัดสินอย่างนี้ โครงสร้างของรัฐ โดยรัฐมนตรีนั้นดําเนินการอย่างไรบ้าง อันนี้อันที่ ๑ นะครับ เพื่อความเข้าใจ

อันที่ ๒ ผมไม่ได้ไปกล่าวหาเอ่ยชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขาก็จะได้รับรางวัลกันอะไรกันก็ไม่รู้ละครับที่ประท้วงผมนี้ จะมา โกรธผม แต่ผมบอกเรียนว่าเรื่องนี้เพียงแต่ผมสงสัยที่สุดว่าทุกครั้งที่ผมอภิปรายวิจารณ์ คมช. เผด็จการนั้น ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงผมทุกทีในอดีต เพราะอะไร ส่วนเรื่องที่ท่านมา อธิบายว่าผมไม่รู้เรื่องการเมือง ประชาธิปไตย ต่างคนต่างความเห็นรางรถไฟคู่นั้น ท่านครับ ผมเห็นด้วยครับ และอย่ามารวมกันเลยครับ ๑ บวก ๑ นี้อย่าทําเลยครับ ไม่ดีครับ แต่ที่ผ่านมาท่านเองบอกว่าท่านอยู่มา ๘ ป้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยใช้สิทธิพาดพิง ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ครับผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือไม่ต้องพาดพิงทุกประเด็นนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านบอกท่านอยู่มา ๘ ป้เปึน ฝ์ายค้าน ก็นี่กระมังครับ นานจัด รางรถไฟผมยังอยู่ที่เดิมครับ แต่ถ้ารางอีกรางหนึ่ง มันเบี่ยงไปมาก รางตกเหมือนกันครับ รถไฟตกรางเหมือนกัน เพราะมันเบี่ยงออกไปเยอะ อีกอันหนึ่งที่ผมต้องขออภัยจริง ๆ ครับท่าน ที่ท่านว่าวิจารณ์ท่านทักษิณแล้วท่านไม่ได้อยู่ ที่นี่ เมื่อสักครู่นี้ผมได้รับโทรศัพท์จากญาติของท่านคนหนึ่งที่นามสกุลเดียวกัน ท่านครับ หยุดสักทีเถอะครับ วันนี้ลักษณะคําพูดของท่านพลิกไปพลิกมา ถ้าทักษิณเซ็นชื่อจริง ท่านก็จะกล่าวหาอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน และรูปธรรมหนึ่งที่ต้องตอบครับ ในขณะที่ กระทรวงยุติธรรมบอกว่าไม่มีญาติเซ็นไม่ได้ ปรากฏว่า ท่าน ส.ส. สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บอกเปึนญาติครับ พอบอกว่าเปึนญาติเซ็นเท่านั้นเองครับ รัฐบาลก็บอกว่าญาติห่างไป ไม่ได้ ต้องใกล้อีก อธิบายอย่างไรครับ และที่ท่านพยายามสอนผมบอกว่าอย่าเอาความ ถูกต้องอย่านับจํานวนนั้นไม่ถูกครับ ท่านโกหกครับ ที่อภิสิทธิ์เปึนนี้ เพราะนับจํานวนหรือ เปล่าครับ ทั้ง ๆ ที่มาไม่ถูก ความถูกต้องทางศีลธรรม ศาสนากับการเมืองไม่เหมือนกัน ในทางการเมืองเราต้องเอาเสียงข้างมากครับ มีนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีทําผิดศีลธรรม ศีลข้อ ๓ ครับ ผิดศีลแหง ๆ เลยครับ ผิดลูกผิดเมีย เขานี่ครับ แต่ว่าในสภาเขายอมยกมือให้ก็อยู่ต่อไปครับ เห็นไหมครับ จะอธิบายอย่างไร ครับ แต่ถ้าไม่อธิบายอีกผมก็ไม่พูดอีกครับ แต่ขอเถียงแทนทักษิณเขาว่าเขาถูกกระทํา จะเซ็นเองก็ไม่ได้ คุณก็จะด่าเขาอีกแบบหนึ่ง ไม่เซ็นคุณก็ด่าเขาอีกแบบหนึ่ง ขนาดญาติของเขาเซ็นแล้ว สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เซ็นแล้ว ก็พูดอยู่หยก ๆ บอกว่าต้องใช้ญาติเซ็น ๆ พอสุรพงษ์บอกผมนี่ละครับญาติ แม่ผมเปึนญาติกัน เขาบอกห่างไปอีกแล้ว มันชัดเจนจนอย่างนี้จะเอาอย่างไรอีกครับ ท่านประธาน อย่าบิดเบือนถึงขนาดนั้นครับ กราบขอบพระคุณครับ ถ้าไม่มีอีก อย่าพาดพิง ผมนะ อภิปรายแบบให้ห่างนะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่ยังประท้วงค้างไว้ ท่านเชาวริน แล้วเดี๋ยวจะให้คุณนิพิฏฐ์พาดพิงนะครับ แล้วคุณวิทยาจะใช้สิทธิอภิปรายครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายที่จบไป ซึ่งผมจะไม่เอ่ยนามท่านหรอกครับ โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่บัญญัติไว้ว่า ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือ ใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิก หรือบุคคลใดโดยไม่จําเปึน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การประท้วงนี้ผมรักษามารยาทจะปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายอภิปรายให้จบก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ ท่านประธานครับผมประท้วง ผมไม่ทําอย่างนั้นละ ผมนั่งฟังด้วยความอดทน แต่จําเปึน ที่จะต้องประท้วงเพราะว่าถ้าไม่มีใครทัก ท่านก็จะทําผิดเรื่อยไป รวมถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ในสภาแห่งนี้ก็ต้องทําผิดเรื่อยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการถ่ายทอดโดยสถานีวิทยุคลื่นความถี่ ๘๗.๕ MHZ ประชาชนทั้งประเทศรับฟังอยู่ ท่านใช้มาตรา ๖๑ วรรคสอง ท่านไปอ้างถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยไม่จําเปึน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเปึนการอภิปรายประกอบในการพิจารณากฎหมาย แต่ท่านทําผิด ผิดตรงที่ ๑๐ ล้านคน อยู่ในพระหัตถ์ซ้าย ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนอยู่ในพระหัตถ์ขวา แล้วพระเจ้าอยู่หัวจะตัดสินอย่างไร ทําไมไม่ใส่คําว่า ทรงวินิจฉัย อย่างไร หรือ ทรงตัดสิน อย่างไร ต้องใช้คําว่า ทรง ใส่เข้าไปด้วย กลับคําสามัญให้เปึนราชาศัพท์ เว้นแต่กิริยาหนึ่ง ๆ มีคําเฉพาะก็ใช้คําเฉพาะ ถ้าไม่ได้ใช้คําเฉพาะก็ใส่คําว่า ทรงวินิจฉัยอย่างไร หรือ จะทรง ตัดสินอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอทักท้วงไว้ตรงนี้ให้มันปรากฏในรายงานการประชุมครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ประท้วงนะครับ แล้วก็เปึนคําพูดที่เราพูดกันในสามัญชนนะครับ แต่ขอความกรุณา สมาชิกด้วย ในอนาคตข้างหน้าถ้าจะอภิปรายแล้วพาดพิงถึงองค์พระมหากษัตริย์ก็ขอให้ ใช้ราชาศัพท์ด้วยถ้าเราทําได้ ขอเชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมด้วยความเคารพคําวินิจฉัยของท่านประธาน แต่ผมก็ต้องสะกิดท่านนิดหนึ่ง ที่ท่านไป วินิจฉัยว่า ไม่ใช่เปึนการประท้วงนี่ ผมประท้วง ผมบอกว่าผมประท้วง ที่ท่านไม่ใช้ราชาศัพท์ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปึนคําประท้วงครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ประท้วง แต่ไม่ได้ขอให้ถอนคําพูด หรืออะไรทั้งสิ้น ก็ขอความกรุณาสมาชิกทุกท่าน นะครับ ถ้าเปึนไปได้ขอให้พวกเราใช้ราชาศัพท์ด้วย คุณนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ครับ ผมไม่ติดใจคําประท้วง ของท่านเชาวรินแล้วก็ไม่ตอบโต้ท่านในประเด็นนี้ เพราะผมคิดว่าที่ท่านประธานได้ วินิจฉัยนั้นถูกต้องแล้ว และผมไม่ได้ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อขอให้ท่านสุนัย ขออภัยเอ่ยนาม ได้ถอนคําพูด เพราะผมคิดว่าไม่มีประโยชน์ ท่านจะถอนหรือไม่ถอนก็ไม่สามารถทําให้ผม ดีขึ้นหรือเลวลงจากการถอนคําพูดของท่านได้ แต่ผมเรียนท่านประธานยืนขึ้นเพื่อบอกว่า ที่ท่านบอกว่าผมโกหกในหลาย ๆ เรื่องนั้น ผมเรียนท่านประธานนะครับ ผมพูดความจริง ทุกเรื่อง ผมไม่ได้โกหก ส่วนสิ่งที่ผมพูดนั้นพี่น้องประชาชนจะเชื่อ ส.ส. นิพิฏฐ์หรือจะเชื่อ ส.ส. สุนัย ก็ใช้ดุลยพินิจเอาเองเท่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ ไม่จริงตรงที่ว่าท่านบอก ว่าเมื่อท่านพูดถึง คมช. เผด็จการ ผมประท้วงทุกครั้ง ผมปฏิเสธครับ ผมไม่เคยประท้วง ทุกครั้ง สิ่งที่ท่านพูดผมเห็นว่าท่านพูดถูกต้อง ผมไม่เคยประท้วงท่าน ที่ผมประท้วงท่าน หลายเรื่อง ผมคิดว่าท่านพูดไม่ตรงกับความเปึนจริงแล้วทําให้ผู้อื่นเสียหายเท่านั้นละครับ

เรื่องที่ ๒ ครับ ท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาไม่ถูกต้อง อันนี้ก็เปึนเรื่อง ของอุดมคติอีกละครับ ความจริงมันไม่ใช่เรื่องอุดมคติหรอกครับมันเปึนมุมมองที่ต่างกัน ผมก็เลยบอกว่าผมยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลมาถูกต้องตามรัฐธรรมนูญนะครับ ส่วนที่ท่านบอกว่ามาไม่ถูกต้องนั้นมันเรื่องที่ท่านต้องทําใจเท่านั้น ถ้าท่านทําใจได้ ท่านก็ มองเห็นสัจธรรมว่ารัฐบาลนี้มาถูกต้องแล้ว แต่ถ้าท่านยังทําใจไม่ได้ท่านก็จะเจ็บปวดไป อย่างนี้ แล้วผมอยากจะให้ท่านเจ็บปวดอย่างนี้สัก ๘ ป้ครับ ท่านต้องพูดอย่างนี้อีกสัก ๘ ป้ครับ

ประเด็นสุดท้าย ผมสนับสนุนคําพูดของท่าน และผมยืนยันว่าขอให้ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เหมือนรางรถไฟที่คู่ขนานไปเช่นนี้ตลอด ขอให้ รักษาคําพูดนั้น และพี่น้องประชาชนจะได้ตัดสินว่าระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และ พรรคเพื่อไทยนั้นพรรคไหนจะนําประเทศชาติไปสู่สันติสุขได้ ท่านบอกว่ารถไฟ ท่านพูดถึงรถไฟนะครับ แล้วบอกว่านํามาหยุดขบวนรถไฟท่านพูด ทํานองนั้นนะครับ ผมจําคําพูดของท่านไม่ได้ แต่ผมสรุปตรงนี้ว่า ถ้าเปรียบเหมือนรถไฟ ที่พรรคของท่านเปึนผู้ขับหรือนําขบวนรถไฟอยู่ในขณะนั้น ผมเรียนท่านว่า รถไฟขบวน ที่ท่านเปึนผู้นําอยู่ขณะนั้นนะครับกําลังนําประเทศไปสู่หายนะ พรรคประชาธิปัตย์ จึงจําเปึนต้องหยุดรถไฟขบวนนั้นครับ ขอบพระคุณครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

อย่างนี้ไม่ได้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันก็ประท้วงกันอย่างนี้ครับ ผมต้องขอความกรุณาสมาชิกทุกฝ์ายนะครับ การประท้วง หรือการพาดพิงผมไม่อยากให้เปึนวัฒนธรรม และผมกําลังเห็นมันเปึนวัฒนธรรมไปแล้ว เวลาเราตอบโต้ก็พาดพิงกันไปมา แล้วพอพาดพิงเสร็จปัูบก็โต้กลับอย่างนี้ทุกที ก็ให้สิทธิ คุณสุนัยในฐานะที่ถูกพาดพิงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณ จริง ๆ ไม่ต้องขึ้นประท้วงเลย ถ้าท่านประธานกดหยุดเสียงก่อน โดยเฉพาะตอนท้ายครับ

(นายประมวล เอมเป้ย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานผมประท้วงท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยมีผู้ประท้วงต่อครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ผมประท้วงท่านประธาน ในข้อบังคับ ข้อ ๘ (๓) ท่านประธานไม่ได้ควบคุมการประชุมสภาในเรื่องที่เรากําลังพูดคุยกัน ท่านก็ ปล่อยให้โต้ตอบอยู่ตลอด ฝ์ายค้านพูดมาตลอด พูดถึงบุคคลที่สามบุคคลภายนอก พูดทั้ง ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ พวกเราก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านประธานปล่อยให้โต้ตอบกันไป โต้ตอบ กันมาโดยที่ไม่เข้าประเด็นเนื้อหาสาระ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ผมพยายามสร้างบรรยากาศของการประชุมให้ดี แล้วก็ได้พูดเตือน ทุกครั้งพอพูดออกนอกประเด็นก็เตือน โดยการให้เกียรติสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ว่าจะฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านก็พูดถึงคนนอกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนใครก็ตาม ซึ่งผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม แล้วผมกําลังจะเตือนพวกเราว่า ขอความกรุณาเถอะครับ เรามาสร้างวัฒนธรรมการอภิปรายในสภาที่ดี พูดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวพระราชบัญญัติ นะครับ ถ้าเราพูดพาดพิงอย่างนี้มันก็โต้กลับไปกลับมา ซึ่งผมตามข้อบังคับเมื่อพาดพิง ทําให้เสียหายผมก็ต้องเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์าย ทั้งคุณสุนัย ทั้งคุณนิพิฏฐ์นะครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานยัง ปล่อยให้ท่านสุนัยอีก ท่านนิพิฏฐ์ก็ขึ้นมาอีก คนอื่นก็ขึ้นมาอีกครับ ท่านต้องยุติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มันก็ต้องอย่างนี้นะครับ ในเมื่อพาดพิง เพราะฉะนั้นผมต้องขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์าย ถ้าพาดพิงปัูบ เราก็ชี้แจงข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรโดยไม่ต้องพูดถึงอีกพรรคหนึ่ง อย่างนั้น ก็จบ กําลังขอความกรุณาให้ทุกฝ์ายทําอย่างนี้เพื่อสร้างให้เปึนวัฒนธรรมทางการเมือง ในการอภิปรายในสภานะครับ ต้องขอเชิญนั่งลง

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมสังเกตท่านประธาน หลายครั้งแล้วว่าท่านประธานให้โอกาสพรรคฝ์ายค้านแบบนี้มาโดยตลอด ผมก็ ไม่อยากจะประท้วงแบบนี้ เพราะว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่าประท้วงหลายคนนะครับ ผมนี่ละครับให้โอกาสอย่างเปึนธรรมทุกฝ์าย คุณนิพิฏฐ์ ออกมาตอบโต้ ๓ ครั้งนะครับเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นผมยืนยันผมให้ความเปึนธรรม นะครับ เชิญเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ แล้วเดี๋ยวขอคุณสุนัยแก้ไขข้อพาดพิงแล้วก็อย่าไป ตอบโต้นะครับ ขอช่วยกันสร้างวัฒนธรรมที่ดีด้วยครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ คุณประมวลครับ เชิญครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ๑๐ วินาทีครับท่าน ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่อยู่ภายนอก ที่ผมไปอยู่ภายนอกฟังมานี่ เขาบอกตรง ๆ ว่าเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในขณะนี้เราไม่มีความเคารพรักจากพี่น้อง ประชาชนเหมือนที่ผ่านมาเลย เพราะเราเล่นเกมการเมืองกันมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้สมาชิกที่เคารพทุกท่านต้องเคารพกฎกติกา กฎระเบียบข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ที่ผมมาอยู่ในที่นี้แล้วผม ก็สังเกตประธานตลอดว่า ประธานให้โอกาสพูดโต้กันไปโต้กันมาโดยตลอดโดยไม่อยู่ ในเนื้อหาสาระที่เราจะต้องดําเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนให้ท่านประธาน ได้ทราบด้วย ศักดิ์ศรีของความเปึนผู้แทนราษฎรมันด้อยลงทุกวันเพราะเราเล่นเกมกัน แบบนี้นะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็เห็นด้วยในข้อเสนอนะครับ ผมพยายามพูดมาหลายครั้งนะครับว่า อยากจะขอให้ ทุกท่านอภิปรายโดยไม่พาดพิงพรรคอื่น หรือถ้าเปึนไปได้เมื่อพาดพิงมาเรื่องไม่หนักหนา สาหัสนัก เราน่าจะต้องทําใจฟังซึ่งกันและกันด้วยนะครับ ขอคุณสุนัยรวบรัดด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมจะปฏิบัติให้ความร่วมมือกับที่ ท่านประธานบอก แล้วก็จะไม่ใช้วัฒนธรรมเถียงประธานตลอดเวลาโดยประธานยังไม่ได้ชี้ ผมก็ยังยืนนิ่ง ๆ

(นายประมวล เอมเป้ย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธาน ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับว่า เมื่อพูดพาดพิงตามข้อบังคับผมก็ต้องให้สิทธิผู้ที่ถูกพาดพิง แล้วทําให้เสียหายเขาตอบนะครับ แล้วผมได้ขอร้อง ตอบแล้วก็อย่าไปพาดพิง อีกพรรคหนึ่ง

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานให้ผมพูดแล้วนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดแล้วเขาบอกว่าไม่ได้ชี้ให้ผมพูด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องอะไรนะครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ก็เรื่องที่ผมประท้วงท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับว่าคุณสุนัยถูกพาดพิงนะครับ ก็เป่ดโอกาสให้คุณสุนัย

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ก็ถูกต้องครับ ก็ถูกพาดพิง ผมก็ไม่ได้ ว่าอะไร ท่านประธานจะให้พูด แต่เมื่อสักครู่นี้เขาบอกว่าท่านประธานไม่ได้บอกให้ผมพูด แล้วผมขึ้นมาพูดเฉย ๆ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนั้นเรื่องเล็ก ๆ ครับ ไม่เปึนอะไรนะครับ ผ่านไปแล้วครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานก็เปึนแบบนี้ตลอดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นั่งลงเถอะครับ ผมเองก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรนะครับ เพราะว่าได้เรียกให้ลุกขึ้นพูดนะครับ เพราะว่าประท้วง เมื่อมีผู้ประท้วงผมก็ต้องให้คุณประมวลลุกขึ้นมาพูดนะครับ เชิญคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมเองก็กราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมก็มีจิตใจเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ครับ คือมีความรัก พรรคการเมืองเหมือนกัน ช่วงแรก ๆ ที่ท่านตวัดมาว่าผม ผมไม่โกรธและไม่ประท้วง แต่ตอนสุดท้ายที่ท่านมาตวัดบอกว่า พรรคของผมจะนําพาประเทศชาติเสียหาย ท่านจึงมาชนเสีย ให้ออกไป ตรงนี้เสียหายครับท่าน ผมก็จะไม่บอกว่าท่านผิดหรือถูก หรือผมผิดหรือถูก แต่ขอให้ประชาชนตัดสินว่า จริง ๆ แล้วเราบริหารมาดีตลอดนะครับ แต่ที่เกิดเหตุ ผมเข้าใจว่าที่รถไฟตกรางนั้นเปึนเพราะมีรางหนึ่งมันเบี่ยงออกข้างนอก มากจัดครับ เพราะเปึนฝ์ายค้านนานเท่านั้นเอง แต่จะเชื่อผมหรือไม่เชื่อก็โอเค (OK) ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องรวบรัดนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะตอบโต้กันไปมานะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ครับ ก็ขอแก้ตรงนี้เท่านั้นละครับ ให้ประชาชนดูว่าก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ไม่มีอะไรเลยครับ บ้านเมืองดีหมด แล้วตั้งแต่ วันนี้ทุกข์ยากทั้งหมดมันเริ่มต้นจากตรงนั้นมา แล้วประชาชนจะเชื่อใคร แล้วเราไม่ว่า พรรคครับ โอเคนะครับ อย่าว่าพรรคผมอีกนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน วิปฝ์ายค้านนะครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน เนื่องจากว่าสมาชิก ท่านหนึ่ง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่อภิปรายหรือครับ พาดพิงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมนั่งฟังท่านสมาชิกท่านหนึ่ง จากจังหวัดสกลนครได้พูดพาดพิงถึงตัวกระผมในทางที่ถ้าพี่น้องประชาชนรับฟังอยู่แล้ว จะเสียหาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ใช่ไหมครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ถูกต้องครับท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อสักครู่นี้คุณเจริญได้ใช้สิทธิพาดพิงไปแล้วนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมในฐานะประธานวิปฝ์ายค้านครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ รวบรัดด้วยครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เพราะเขากล่าวถึงประธานวิป ฝ์ายค้านได้เสนอชื่อและมีสมาชิกเซ็นชื่อประมาณ ๑๒๐ ท่าน ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกเขากล่าวอ้าง ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการพีระพันธุ์ เนื่องจากสมาชิกผู้ที่กล่าวนั้นท่านบอกว่าท่านเสียโอกาส ในการที่จะยื่นถอดถอนท่านรัฐมนตรีว่าการพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมต้องพูดต่อท่านประธานและต่อสมาชิกและต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน นะครับว่าการทําหน้าที่ของผมในฐานะประธานวิปฝ์ายค้าน เรามีการกลั่นกรองและ มีขั้นตอนการพิจารณา เพื่อให้การประชุมหรือการดําเนินการทางการเมืองนั้นเปึน ในรูปแบบที่พี่น้องประชาชนได้มีความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่ต้องละเอียดอ่อน ส่วนท่านที่ไม่ได้อภิปรายนั้น เพราะกรณีท่านจะอภิปรายพาดพิงไปถึง คุณแม่ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ กระผมและคณะ แม้กระทั่ง ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ก็คงจะทราบ เราเห็นว่าเรื่องนั้นเปึนเรื่องที่ข้อมูลยังไม่ชี้ชัด ก็เลยไม่อนุญาตให้ท่านอภิปรายพาดพิงไปถึงคุณแม่ของท่านอภิสิทธิ์ด้วย อาจจะเปึนเหตุ แห่งการไม่สบายใจ อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ผมขออนุญาตนําเรียนสําหรับท่านสมาชิก เห็นใจครับ เพราะว่าท่านอาจจะอยู่ในซีกของพรรคเพื่อไทย ผมก็เลยลําบากหน่อย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ พรรคก็ให้โอกาสในการปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วนะครับ ไม่เคยครอบงํา ใคร เพราะฉะนั้นอํานาจในการตัดสินใจในทางการบริหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ของสภา ผมในฐานะที่เปึนประธานวิปก็มีส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นมีก็มีส่วนในการตัดสินใจ นั่นเปึน อํานาจที่ผมสามารถกระทําได้ครับท่านครับ

(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุมพฏประท้วงหรือใช้สิทธิพาดพิงครับ มีผู้ประท้วงนะครับ คุณจุมพฏประท้วงครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใช้ สิทธิพาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญสั้น ๆ นะครับ คุณวิทยาจบหรือยังครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เผื่อจะพาดมาถึงผมอีก ผมยืน คอยครับท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุมพฏขอสั้น ๆ นะครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เปึนข่าวแล้วไม่มีใครรู้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพาดพิงถึงท่านแน่นอนครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านกรุณายืนยันได้ไหมครับว่า ลายเซ็น ส .ส .พรรคเพื่อไทย ๑๒๐ ลายเซ็นนั้นได้ครบแล้ว ร่างคําร้องถอดถอนนั้นได้ตีแผ่ ไปทางหนังสือพิมพ์ โดยหนังสือพิมพ์มติชนได้ครบแล้วแต่เหตุใดจึงไม่ยื่น และเพราะเหตุ ญัตตินี้ซึ่งพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ทําให้รัฐบาลขณะนี้ไม่กล้าลงคะแนนให้ พระราชบัญญัติงบประมาณตัวเอง มีเหตุผลไหมครับ ในเมื่อรัฐมนตรี ๓ ท่านได้ลงมติให้ พระราชบัญญัติงบประมาณของตัวเองนั้น ซึ่งถ้าบอกว่าไม่ผิดกฎหมาย กฎหมาย งบประมาณเมื่อสักครู่ที่ผ่านไปรัฐมนตรีควรลงให้ตัวเองนะครับ ในขณะนี้มีการกริ่งเกรง เพราะฉะนั้นทําไมไม่ยื่นไปเสีย ถ้ายื่นไปแล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า วุฒิสภาบอกว่า ไม่ผิด รัฐบาลขณะนี้ รัฐมนตรีทุกท่านก็จะได้ลงมติให้กฎหมายของตัวเองได้ ท่านประธานครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความมาแล้วนะครับลงไม่ได้ ถ้ายื่นถอดถอนรัฐมนตรี ๓ ท่านหลุดตําแหน่งไหมครับ หลุดครับ ท่านประธานครับ ทีนี้เรื่องของการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ผมได้เสนอเอกสารครับ ไม่ได้พาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวของคุณแม่ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ถ้าพิจารณาข้อเท็จจริงผมจะไม่พูดตัวนี้เพราะ ท่านนายกรัฐมนตรีจะเสียหาย เพราะพูดไม่ชัดเจน ผมเลยเก็บหลักฐานตัวนี้ไว้ ผมเอาขึ้น หิ้งพระบูชาไว้ครับว่าสักวันหนึ่งผมจะได้พูดในเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เสนอเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ให้ท่านประธาน ส .ส . ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอีกครั้งครับ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ด้วยความเคารพครับ ท่านก็ ให้กําลังใจผมครับ พร้อมจะอภิปราย ถ้าแจ้งผมตัดผมการอภิปรายเนื้อหาอันนี้ก่อน เพราะผมต้องออกจากโรงพยาบาลถอนหนังสือลาเพื่อมาทําหน้าที่ผู้แทนราษฎร ซึ่งประชาชนในพื้นที่ผมก็รอฟังผมในเนื้อหา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ทั้งคุณวิทยา คุณจุมพฏครับ ผมขอใช้อํานาจตามข้อ ๘ ขอให้ทั้ง ๒ ท่านหยุดอภิปรายได้แล้วครับ เพราะว่าได้ชี้แจงกันมาหลายรอบแล้วในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนได้ฟังแล้วครับ เราเข้าสู่พระราชบัญญัติปฏิรูปกฎหมายดีกว่า นะครับ ขอเชิญคุณวิทยานั่งลงนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับนิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องอะไรครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมไม่มีประเด็นใดนอกจากนั่น เปึนสิทธิที่คุณจุมพฏต้องร้องเองในสมัยที่ท่านได้ยื่นหนังสือแล้วครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม ได้เรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ผมถือว่าอยู่ในส่วนที่ผมมีอํานาจตัดสินใจ ณ เวลานั้น ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณวัชระ เพรชทอง ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ถูกพาดพิงเยอะเลย ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้นะครับคุณพิเชษฐ์ครับ ขอกันกินมากกว่านี้นะครับ เราอภิปรายกันดีกว่า นะครับ เพราะว่าคุณวิทยาก็ได้ชี้แจงไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเถอะครับ เราจะได้ลงมติ ยังมีพระราชบัญญัติสําคัญอีก ๒ ฉบับนะครับ ผมคงไม่อนุญาตนะครับ เพราะว่าวันนี้ อะลุ่มอล่วยมาค่อนข้างเยอะนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ คือว่าผมถูก พาดพิงตั้งแต่ท่านสุนัยจนมาถึงท่านวิทยา ซึ่งมันเปึนเรื่องระหว่างท่านจุมพฏ ผมจะ อธิบายแค่ ๑ นาที นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ได้เห็นคุณสุนัยกับคุณจุมพฏพาดพิงถึงคุณพิเชษฐ์เลยนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ทั้งสภาได้ยินหมดครับ ท่านนิดเดียวครับ เพราะว่าผมจะเสียหายนะครับ ในเรื่องของการไม่ไว้วางใจท่านอภิสิทธิ์นั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถให้ท่านจุมพฏอภิปรายในวันที่อภิปราย ไม่ไว้วางใจได้ เพราะว่าข้อมูลของท่านจุมพฏนั้นไปพาดพิง ไปกล่าวหาคุณแม่ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ซึ่งข้อมูลตรงนั้นเปึนการทําเพื่อส่วนรวม เพื่อสาธารณะ ดังนั้นผมเห็นว่าเส้นคุณธรรม เส้นแบ่งของคุณธรรม

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ หมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานตรง ๆ เลยนะครับ เพราะว่าท่านประธานวินิจฉัยอะไรไปแล้ว ท่านไม่เด็ดขาดเลย รัฐสภาก็วุ่นวายตลอดมาเพราะว่าประธานไม่เด็ดขาดครับ ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยให้ถูกต้องด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ผมว่าผมเปึนประธานในที่ประชุมที่เด็ดขาดที่สุดนะครับ ในบรรดาทั้ง ๓ ท่านครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสุชาติ ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ที่สมาชิก ใช้คําพูดไม่สุภาพ ใช้คําว่า ประธานวุ่นวาย ประธานสภาไม่ได้มานั่งง่าย ๆ จะมาเปึน ประธานสภาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงเถอะครับ ไม่เปึนอะไรครับ คุณสุชาติครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงยังไม่จบ ท่านประธานครับ ผมประท้วงยังไม่จบ ถ้าผมประท้วง ท่านประธานไม่ให้ผมประท้วง เดี๋ยวผมจะเสนอนับ องค์ประชุม ท่านประธานครับ ถ้าไม่ให้ผมประท้วง ผมจะเสนอนับองค์ประชุม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ประท้วงครับ ผมวินิจฉัยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิเพียง อีก ๕ วินาที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมวินิจฉัยที่คุณสุชาติประท้วงก่อนนะครับ คุณหมอวรงค์ประท้วงก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ เพียงแต่ว่าเปึนความรู้สึกของคุณหมอวรงค์นะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้สิทธิคุณพิเชษฐ์

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

นิดเดียวท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่นิดเดียวละครับ ผมวินิจฉัยแล้ว นั่งลงครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

แต่ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ผมควบคุมครับ ท่านต้องฟังผมก่อนครับ นั่งก่อน นั่งลงเถอะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ผมฟังประธาน ผมนั่งฟังตั้งนานแล้วครับ ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง ผมจะเสนอนับองค์ประชุมนะครับท่านประธาน คอยสักครู่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ คุณพิเชษฐ์เอาสั้น ๆ นะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ เรื่องการ อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นถึงผมเปึนฝ์ายค้าน อยากจะอภิปราย อยากจะทําลายรัฐบาล เต็มที่นะครับ แต่เส้นแบ่งของคุณธรรมและจริยธรรมในฐานะเปึนนักการเมืองนั้นต้อง รักษาไว้นะครับ เราไม่สามารถที่จะไปพูดทําลายคนอื่นโดยที่คนอื่นนั้นตั้งใจที่จะเสียสละ เพื่อส่วนรวม คือกฎตรงนี้พรรคขอรักษาไว้นะครับ ท่านจุมพฏจะว่าอย่างไรพวกเราก็ยินดี นะครับ คือเปึนกฎที่ว่าไม่อยากจะทําลายคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในวาระรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... เนื่องด้วยว่าได้ขออนุญาต ท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ซึ่งมีแววว่าจะเปึนรัฐมนตรีในอนาคต ท่านได้อนุญาตให้ผมพูด ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมนั้นเปึนคนหนึ่งที่เคยลุกขึ้นประท้วงและผมก็ลุกขึ้นประท้วง ก็หวังว่าการประชุมใน สภาผู้แทนราษฎรจะเปึนไปโดยระเบียบเรียบร้อย และไม่ได้หวังรางวัลแต่ประการใด ท่านประธานครับ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอมา มีท่านอาจารย์พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านเปึนคนดี มีศีลธรรมอยู่แล้วครับ และผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อรัฐสภาได้พิจารณาก็จะสามารถที่จะ ทําการพัฒนา ปฏิรูปและปรับปรุงกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งนัก ทั้งนี้เพราะ กฎหมายฉบับนี้ได้อ้างอิงเอารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๘๑ (๓) และมาตรา ๓๐๘ วรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) นั้น คณะกรรมการต้อง พิจารณาและต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายที่จะมีขึ้นด้วย นั่นก็หมายความว่ากฎหมายฉบับใด ๆ ก็แล้วแต่ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะมีขึ้นนั้น จะต้องรับฟังผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายที่จะบัญญัติขึ้น ท่านประธานครับ ผมเปึน อดีตนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ครูบาอาจารย์กฎหมาย ในมหาวิทยาลัยได้สอนให้ผมรักความเปึนธรรม รักความถูกต้อง ครูบาอาจารย์หลายท่าน ก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว บางท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่เราภูมิใจในความเปึนรามคําแหง ซึ่งได้ผลิต บัณฑิตนิติศาสตร์ออกมาจํานวนนับแสนคน ซึ่งรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ อยู่ในขณะนี้ เมื่อผมมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ หน้าที่ที่สําคัญยิ่ง ก็คือการออกกฎหมายในฐานะที่เปึนสภานิติบัญญัติ และการออกกฎหมายใด ๆ ก็สุดแท้แต่ จะต้องเปึนการออกกฎหมายเพื่อคนส่วนใหญ่ เพื่ออํานวยความยุติธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานครับ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างกฎหมาย ฉบับนี้เข้ามา ผมมีความคิดเห็นว่าในมาตรา ๘ ซึ่งใน (๒) ได้ร่างว่า กรรมการต้อง มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ คือมีอายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ป้ ตรงนี้นั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นแย้งไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ เนื่องจากว่า คนอายุเพียงแค่ ๓๕ ป้นั้นไม่อาจที่จะรับรู้กฎหมายได้อย่างละเอียดรอบคอบ อายุเพียง แค่ ๓๕ ป้คงไม่เพียงพอที่จะเปึนคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพราะอะไรท่านประธานครับ กฎหมายนั้นมีข้อซับซ้อน มีข้อยกเว้น และเปึนที่รู้โดยทั่วกัน ว่าคนไทยเรานั้นเก่งในการหาช่องว่างทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า พี่น้องกรรมกร พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศไม่ได้รับความเปึนธรรม พี่น้องชาวนา ชาวไร่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีดจากบรรดานายทุน พี่น้องคนจนไม่มีที่ดินทํากินไปบุกรุก ป์าสงวนตํารวจจับติดคุกมีความผิด ท่านประธานครับ แต่คนรวยบุกรุกป์า ข้าราชการ ทางการเมืองบุกรุกป์าแต่กลับไม่มีความผิด ท่านประธานครับ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ไม่โกงปรากฏว่าถูกไล่ออกจากราชการ ถูกติดคุก แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่โกงหรือคน ที่ใหญ่กว่านั้นโกงแต่ก็ไม่ติดคุก ทั้งนี้เปึนเพราะว่ากฎหมายมีช่องว่าง กฎหมายมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น รายงานผล การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๒๖๒/๕๒ ก็คือทับป้นี้ ซึ่งท่านอาจารย์เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้สรุปปัญหาพี่น้องประชาชนบุกรุกป์าแห่งหนึ่งแล้วสรุปออกมาว่า

๑. ให้ ส.ป.ก. เร่งรัดนําที่ดินในเขต ส.ป.ก. คืนจากบริษัทเอกชน และนํามา จัดสรรให้แก่เกษตรกรภายใน ๑๒๐ วันนับแต่มีคําวินิจฉัย คําวินิจฉัยลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ บัดนี้ครบ ๑๒๐ วันแล้ว เลขาธิการ ส.ป.ก. ยังเพิกเฉย

๒. ให้กรมที่ดินตรวจสอบเอกสารสิทธิว่าทับซ้อนเขตป์าไม้ถาวรและ เขตปฏิรูปออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และให้ดําเนินการภายใน ๓๐ วันนับแต่ คําวินิจฉัย แต่ก็ไม่มีการปฏิบัติ สุดท้ายให้กรมป์าไม้ดําเนินคดีกับบริษัทซึ่งบุกรุกที่ดิน ภายใน ๑๒๐ วัน ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตัดสินออก มาแล้วมีผลผูกพันทุกองค์กรตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่ขนาดมีกฎหมายอยู่ ปรากฏว่า อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป์าไม้ เลขาธิการ ส.ป.ก. เพิกเฉย ไม่ยินยอมปฏิบัติตาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นี่คือตัวอย่างหนึ่งครับท่านประธานครับที่ประชาชน ไม่ได้รับความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าที่ผ่านมามีหลายสิ่ง หลายอย่างที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม ผมในฐานะที่เปึนนักกฎหมาย และในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ทุกข์ไปกับชาวบ้านด้วย ทุกข์ไปกับพี่น้องประชาชนด้วย พี่น้องประชาชนทุกข์ ผมก็ทุกข์ พี่น้องประชาชนมีความสุข ผมก็มีความสุข ผมเปึน ส.ส. ในกรุงเทพมหานคร แล้วต้อง เดือดร้อนอะไรกับการไม่มีที่ดินทํากินของพี่น้องทั่วประเทศ เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็เพราะว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรมนั่นเอง คนจนทําผิดกฎหมายถูกตัดสิน ติดคุก คนรวยทําผิดกฎหมายแต่ไม่ติดคุก ท่านประธานครับ ไม่ต้องถามนะครับว่า กรมราชทัณฑ์ในขณะนี้ได้คุมขังนักโทษซึ่งไม่มีความผิด แต่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด จํานวนกี่พันคน มีคนดีอยู่ในเรือนจํามากมายครับแต่คนเหล่านั้นได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด นี่คือความเปึนจริงอันปวดร้าวในสังคมของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ และเมื่อถ้า มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็สามารถที่จะปฏิรูปกฎหมายตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญทุกประการก็จะทําให้กฎหมายของเรานั้นพัฒนาก้าวหน้าไปข้างหน้า ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง กฎหมายเกี่ยวกับ ด้านการศึกษา ท่านประธานทราบไหมครับว่าทุกวันนี้มีนักศึกษาหรือนักเรียนพาณิชย์ ที่จบ ปวท. ปวช. หรือ ปวส. จํานวนกี่ร้อยคน กี่พันคนในประเทศไทยที่เรียนจบแล้วไม่ได้ ประกาศนียบัตร เพราะอะไรครับ เพราะไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม นักเรียนหญิง ประถมศึกษาป้ที่ ๖ เรียนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งนั่งทําข้อสอบอยู่ในห้องสอบ ปรากฏว่าคุณครูไปดึงมือเด็กออกจากห้องสอบ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม คุณพ่อของเขามาเล่าให้ผมฟังด้วยความปวดร้าว ท่านประธานครับ กฎหมายการศึกษา กฎหมายเกี่ยวกับบัตรเครดิตก็ต้องแก้ไข มีการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่แพงเกินกว่า มนุษย์ปกติพึงจะจ่ายได้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้จะเห็นว่าไม่มีความเปึนธรรมทั้งสิ้น รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการลงโทษความผิด หรือการละเมิดทางเพศ ผู้ชายที่ไปข่มขืน ผู้หญิง ท่านประธานครับ กฎหมายควรจะลงโทษให้หนักกว่านี้ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่า พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมา เพราะการฆ่าแล้วข่มขืนมีอยู่เกิดขึ้นเปึนประจํา ในสังคมไทย ซึ่งทําให้เพศแม่ของเราประสบความเดือดร้อนทั่วทั้งแผ่นดิน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กล่าวมาและกราบเรียนท่านประธานไปแล้วนั้น ผมขอสนับสนุนการที่คณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้ออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะพัฒนาปฏิรูปกฎหมายให้ดีขึ้น เพื่อหวังว่าความยุติธรรมจะได้เกิดมากขึ้น แต่นั่นมิได้หมายความว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพราะอะไร ครับท่านประธาน ก็เพราะศีลธรรม ความดีงามของผู้คนในจิตใจนั้นนับวันจะเสื่อมถอยลง ท่านประธาน ผมนั้นยึดในสิ่งที่ท่านประธานได้สอน คืออย่าพูดเสียดสีในที่ประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเสียดสี หรือสีเสียด ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้ว ซึ่งจะมีขึ้นตาม ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในฉบับนี้นั้นจะเปึนประโยชน์ กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน และเปึนสิ่งที่ผมปรารถนาที่จะเห็นกฎหมาย ที่ชราภาพแล้ว กฎหมายที่ไม่อาจบังคับใช้ได้แล้วได้ถูกยกเลิกไป และกฎหมายใดก็สุดแท้แต่ ที่ไม่ได้อํานวยความยุติธรรม ความเปึนธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในสังคม อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง กฎหมายนั้นก็ต้องปฏิรูปด้วย ขอขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นสมควรป่ดการอภิปรายครับ เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวสรุปครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็นับเปึนเวลาประมาณ ๖ ชั่วโมง ที่ได้ฟังความคิดเห็นจากท่านสมาชิก ทุกท่านต้องยอมรับว่าปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องความยุติธรรมในประเทศเรามีปัญหามานานไม่ใช่เพิ่งมีในสมัยรัฐบาลชุดนี้ หรือว่าในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว หรือว่าในชุดที่ก่อนหน้าชุดที่แล้ว และผมก็เชื่อ โดยความสุจริตใจว่าไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลชุดไหน จะมีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกแซง หรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ทุกท่านก็เจตนาที่จะสร้างความยุติธรรม ความถูกต้องให้กับบ้านเมือง ให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมยืนยันได้ก็คือว่าในยุคของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ผมได้ร่วมเปึนรัฐมนตรีอยู่ด้วย และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้พูดกับผมเปึนประจําเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่สําคัญก็คือว่าตั้งแต่ตอนเริ่มต้น ตั้งรัฐบาลตอนเขียนนโยบาย ฯพณฯ ก็เปึนห่วง ในเรื่องนี้เปึนอย่างยิ่ง แล้วก็มอบนโยบายให้ดําเนินการที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ อย่างจริงจัง ซึ่งผมเองก็ได้รับนโยบายและแนวทางที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กําชับกับผมมาเปึนระยะในหลายโอกาส วันนี้ก็เช่นเดียวกันในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ ความเปึนจริงแล้วไม่ได้เพิ่งทําในรัฐบาลชุดนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นได้ยกร่างแล้วก็ ดําเนินการกันมาตั้งแต่หลังจากที่มีการตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ได้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ และคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้ดําเนินการยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา เพียงแต่ว่ายังไม่เสร็จสิ้นกระแสความที่จะดําเนินการที่จะส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเอง มาเสร็จเอาในยุครัฐบาลชุดนี้ ซึ่งตามที่ผมได้กราบเรียนว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มอบนโยบายที่สําคัญเรื่องของการเร่งรัดกระบวนการยุติธรรม จึงได้มีการเร่งรัด แล้วก็ขอให้ดําเนินการออกมาให้ได้เร็วที่สุด นี่คือที่มา แล้วก็ต้อง พูดความเปึนจริงครับ ผมเองก็ไม่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้เขาเลยครับ ไม่ใช่กฎหมาย ของกระทรวงยุติธรรม แล้วก็เมื่อกฎหมายนี้ผ่านก็ไม่ใช่กฎหมายที่ผมจะเปึนคนใช้ อีกเหมือนกัน แต่เผอิญในช่วงที่ผ่านมาเขาได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมกับ หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมเปึนฝ์ายเลขาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ ทําหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เปึนกรรมการของกระทรวงยุติธรรมด้วย ผมก็เลยจึงต้อง มารับภาระเปึนหน้าที่ในการที่ต้องนําเสนอกฎหมายฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร ก็ต้อง ขอขอบคุณครับเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะท่านเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งได้ทํางานร่วมกัน มานาน ซึ่งท่านก็เปึนเจ้าของร่างร่วมกับเพื่อน ๆ ของท่านที่เสนออีกร่างหนึ่งมาประกอบ ในวันนี้ ซึ่งสําหรับผมเองโดยส่วนตัวที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ที่ได้ทํางานร่วมกันมา จะเห็นและทราบนะครับว่า ในขั้นตอนการทํางานในกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างกฎหมายนั้น ผมไม่เคยยึดแนวทางของรัฐบาลหรือของฝ์ายค้าน ผมยึด แนวทางของความถูกต้องและสิ่งที่จะต้องมีให้กับบ้านเมืองให้กับประชาชน ซึ่งผม ไม่ทราบนะครับ ขออภัยเอ่ยนาม ท่านเจริญจะเข้าไปเปึนกรรมาธิการหรือเปล่า แต่ถ้า เข้าไปเปึนผมก็เชื่อครับว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะว่าผมกับท่านเจริญนั้นได้มีโอกาสทํางานร่วมกันมาในกฎหมายหลายฉบับ แล้วเราก็ ได้ทําหน้าที่ในส่วนนี้กันมาเปึนอย่างดี หลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ท้วงติงไว้นั้นเปึน รายละเอียดครับ ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่ว่าเราสามารถปรับปรุงแก้ไขให้ไปใน ทิศทางที่ถูกต้องเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านตั้งข้อสังเกตให้ดีขึ้นได้ บางเรื่องที่เราคิด ว่าดีมาแล้ว ไม่ว่าจะเปึนของรัฐบาลก็ดีหรือของท่านสมาชิก ท้ายที่สุดเราอาจจะไปพบใน ที่ประชุมกรรมาธิการว่ามันยังดีไม่พอก็ได้ หรือที่เราคิดว่ามันดีมาแล้ว ท้ายที่สุดมันไม่ดี มันมีได้ทั้งนั้นครับ อยู่ที่พวกเราที่จะต้องเข้าไปช่วยกันทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ผมก็ดีใจที่วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ข้อสังเกตแล้วก็ให้ข้อห่วงใย ในกฎหมายฉบับนี้ ต้องนับว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีครับ เพราะว่าการที่ท่านสมาชิก ให้ความสนใจ ใส่ใจกับกฎหมายลักษณะนี้ย่อมแปลว่าจะมีผู้ที่แปรญัตติเยอะ ผมก็หวัง แต่เพียงว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นก็น่าที่จะรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกที่ได้มีการ อภิปรายพูดจาท้วงติง หรือเสนอแนะ หรือติชมอะไรก็แล้วแต่ในวันนี้ไปเปึนแนวทางในการ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ด้วย ความเปึนจริงหลายเรื่องที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมา ซึ่งผมได้ฟังมาตลอดตั้งแต่ต้นจนนาทีนี้นั้น มีปัญหาอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งคือกฎหมาย บ้านเมืองของเราต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนา ไม่ว่าให้ดีขึ้น สร้างความเปึนธรรม ให้ถูกต้องมากขึ้น หรือว่าให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญมากขึ้น อันนั้นคือ เรื่องของการปฏิรูปปรับปรุงกฎหมาย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของความถูกต้อง ความเหมาะสม ความพอดี ความพอควรในเรื่องของกระบวนการในการดําเนินการ ตามกฎหมาย อันนั้นเปึนเรื่องของการปฏิรูป เรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเปึน คนละภารกิจ คนละกฎหมายกับกฎหมายฉบับนี้ ผมเองเห็นด้วยครับว่าหลายเรื่อง ที่เพื่อนสมาชิกได้ท้วงติงได้พูดจาไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้แต่เปึนส่วนหนึ่ง ของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องนําไปสู่การปรับปรุงแก้ไข หลายท่านถามว่าในส่วนที่ ผมเข้ามารับหน้าที่ดูแลกระทรวงยุติธรรมได้ทําอะไรบ้าง ผมเรียนยืนยันเลยครับว่า ตั้งแต่ผมมารับหน้าที่ อะไรที่อยู่ในกรอบอํานาจที่พอจะทําให้ได้ ผมทําหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องลําไยที่ลําพูน ผมก็เปึนคนเข้าไปดําเนินการดูแลให้ ถ้าหากว่า ขออภัยเอ่ยนาม ท่านพิเชษฐ์ไม่ได้รับความเปึนธรรมในส่วนของที่จังหวัดเชียงราย ขอให้ร้องเรียนมาผมจะเข้าไปดูแลให้เท่าที่ผมจะทําได้ แต่ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า ในส่วนของสถาบันศาลนั้นกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เกี่ยวข้อง และเราไม่สามารถที่จะเข้าไป แทรกแซงการใช้ดุลยพินิจของสถาบันศาลได้ แต่สําหรับกระบวนการในชั้นสืบสวน สอบสวนของพนักงานสอบสวนก็ดี การดําเนินการ ที่ไม่ได้สร้างความเปึนธรรม หรือเปึนการกดขี่ข่มเหงประชาชนก็ดีนั้น ผมยินดีที่จะเข้าไป กํากับดูแลให้เกิดความถูกต้องเหมาะสมให้ เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พาชาวบ้านมาร้องเรียนมาหาผม ไม่ว่าเรื่องอะไรผมก็พยายามดําเนินการอยู่ ในกรอบนี้ให้เสมอ

และขณะนี้เองผมก็ดีใจที่ว่าตั้งแต่ผมเข้ามารับหน้าที่ใน ๗ เดือน ๘ เดือนที่ผ่าน ผมได้กําหนดทิศทางแล้วก็มอบหมายให้กับบรรดาข้าราชการของ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ท่านปลัดกระทรวงไล่ลงไปทุกคน เพื่อนสมาชิกถามว่า ผมทําอะไรบ้าง ลําพังผมทําไม่ได้หรอกครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนเดียว รัฐบาลคนเดียวทําไม่ได้ ถ้าเราไม่มีบรรดาข้าราชการของกระทรวงยุติธรรมเข้ามาช่วย วันนี้หลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้ติติงนั้น ผมก็กราบเรียนว่าในกระทรวงยุติธรรมซึ่งขณะนี้ ทุกคนกําลังปรับตัว กําลังเดินไปในทิศทางที่จะสร้างให้องค์กรของกระทรวงยุติธรรม ทุกหน่วยเปึนองค์กรที่จะเปึนหลักประกันความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ที่สําคัญหลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมา คือเรื่องของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ผมดีใจที่เพื่อนสมาชิกพูดเรื่องนี้ เพราะว่าประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องกระบวนการ บังคับใช้กฎหมายนานแล้วครับ แม้กระทั่งประเด็นสุดท้าย ขออภัยเอ่ยนามท่านวัชระ ที่พูดไม่ได้เสียหายนะครับ นั่นคือกระบวนการในการบังคับใช้กฎหมาย เรามักจะ ออกกฎหมายให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ แต่เวลาที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเอากฎหมายนั้น ไปบังคับใช้ กี่ครั้งที่ไม่ได้บังคับใช้ให้ถูกต้อง กี่ครั้งไม่ได้บังคับใช้เพื่อประโยชน์ ของประชาชนหรือบ้านเมือง นั่นคือปัญหาเรื่องกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมา เราไม่มีหน่วยงานที่จะมากํากับดูแลเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายให้กับพี่น้องประชาชนเลย ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ ผมได้รับคําร้องเรียนมากที่สุด เช่น ทําไมร้านคาราโอเกะข้างบ้าน ใกล้บ้าน ตีสามก็แล้ว ตีสี่ก็แล้วไม่ป่ดครับ บางแห่งหกโมงเช้า ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง มีอํานาจ มีกฎหมายอยู่ในมือ ทําไมไม่ไปดําเนินการ นั่นละครับคือปัญหาเรื่องใครจะไป บังคับให้เจ้าหน้าที่ที่ถือกฎหมายไปทํางาน ผมก็หวังเปึนอย่างยิ่งครับ อีกไม่นาน ผมจะมีการเสนอกฎหมายจัดตั้งกรมบังคับคดีอาญาและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อมาแก้ไขปัญหานี้ ตอนนี้เราได้ยกร่างแล้วก็ดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ให้เปึนสํานักบังคับคดีอาญา และการบังคับใช้กฎหมายในสํานักงานปลัดกระทรวง ยุติธรรมแล้ว หน่วยงานนี้จะมาทําหน้าที่เปึนผู้กํากับดูแลการบังคับใช้กฎหมาย ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้อยู่ในกรอบ ในทิศทางที่ถูกต้อง แล้วถ้าหากว่าหน่วยงานนี้ มีและเกิดขึ้นมาแล้ว ผมมั่นใจว่าหลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้ถามวันนี้ หรือตั้งข้อสังเกตวันนี้ จะมีคนเข้ามารับผิดชอบดูแลเปึนการเฉพาะ

ทั้งหมดนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าปัญหาไม่ได้แก้ที่วันเดียว ปัญหาเรื่องกระบวนการยุติธรรมมีหลายด้าน ปฏิรูปกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย แต่ที่สําคัญที่สุดครับ สําคัญยิ่งกว่าการปฏิรูป และสําคัญยิ่งกว่าการบังคับใช้กฎหมาย คือ ความเข้าใจกฎหมาย ใช้กฎหมายในทางที่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้น และ ความสุจริตในการใช้กฎหมาย ผมยืนยันครับว่าผมและรัฐบาลชุดนี้เราใช้กฎหมาย ด้วยความเข้าใจและด้วยความสุจริตใจ และจะรับโน้ต ประเด็นต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิก ได้บอกไว้ทั้งหมดนะครับ ไปดําเนินการที่จะดําเนินการให้เปึนไปในแนวทางที่ดีขึ้นครับ หลายเรื่องที่ท่านสมาชิกบอก ผมก็พยายามจะจับประเด็นแล้วก็เก็บเอาไว้แล้วก็ไป ดําเนินการ อะไรที่ยังไม่เปึนสิ่งที่ถูกต้องตามใจที่ตั้งไว้ก็จะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ว่าขอให้ ท่านช่วยกันสนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้มีเกิดขึ้น และผหวังเปึนอย่างยิ่งว่ากฎหมาย ฉบับนี้จะเปึนอีกฉบับหนึ่งที่สร้างองค์กรขึ้นมาช่วยดูแลพี่น้องประชาชนให้มีระบบ กฎหมายที่ดีขึ้น และเปึนประโยชน์กับบ้านเมืองอย่างแท้จริงครับ ผมในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้การสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าจบการอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ เมื่อเข้ามาถึงแล้วกรุณากดบัตรแสดงตน ด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามากดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ๒๔๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ท่านสมาชิกครับต่อไปจะเปึนการลงมติรับหรือไม่รับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... นะครับ ผมจะถาม ท่านสมาชิกครับ ท่านใดเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ได้ลงมติยกมือด้วยนะครับ ป่ดการลงมติ ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๕ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... นะครับ

ต่อไปจะเปึนการตั้งคณะกรรมาธิการครับ ขอเชิญเสนอจํานวนกรรมาธิการ ครับ เชิญคุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอตั้งคณะกรรมาธิการโดยใช้ร่างของรัฐบาลเปึนหลักครับ โดยมีสัดส่วนของ คณะกรรมาธิการจํานวน ๓๖ ท่าน โดยเปึนส่วนของรัฐบาล ๕ ท่านครับ เปึนส่วนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๑ ท่าน โดยมีสัดส่วนดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน และพรรคมาตุภูมิ ประชาราชอีก ๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์เสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ รัฐบาลขอเสนอกรรมาธิการ ๕ ท่านดังนี้นะครับ ๑. นายกิติพงษ์ กิตยารักษ์ ๒. นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๓. นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ๔. นายวัลลภ นาคบัว ๕. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ขอบคุณครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจํานวน ๑๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๔. นายสงวน พงษ์มณี ๕. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ๖. นายประชา ประสพดี ๗. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๘. นายกมล บันไดเพชร ๙. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๑๐. นายคณิน บุญสุวรรณ ๑๑. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ๑๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จํานวน ๑๑ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๓. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๔. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๕. นายอรรถพร พลบุตร ๖. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๗. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๘. นายสัญชัย อินทรสูต ๙. นายธนา ชีรวินิจ ๑๐. นายทศพล เพ็งส้ม และ ๑๑. ดอกเตอร์อรรยา สิงห์สงบ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม ขอเสนอสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ท่านแรก นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ท่านที่ ๒ นายประกิจ พลเดช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินจํานวน ๒ ท่านคือ ๑. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ๒. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สุพรรณบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๑ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการดังนี้ ๑. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ๒. นายกมลวิทย์ แก้วแฝก ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนรวมใจไทยชาติพัฒนาและ พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน คือ นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาราช ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... นายสรวงศ์ เทียนทอง ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นางอุมาสีว์ สอาดเอี่ยม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ๑. นายกิติพงษ์ กิตยารักษ์ ๒. นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๓. นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ๔. นายวัลลภ นาคบัว ๕. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ๖. นายไพจิต ศรีวรขาน ๗. นายขจิตร ชัยนิคม ๘. นายสุนัย จุลพงศธร ๙. นายสงวน พงษ์มณี ๑๐. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ๑๑. นายประชา ประสพดี ๑๒. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๑๓. นายกมล บันไดเพชร ๑๔. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๑๕. นายคณิน บุญสุวรรณ ๑๖. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ๑๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๘. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๙. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๐.นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒๑. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๒. นายอรรถพร พลบุตร ๒๓. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๔. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๕. นายสัญชัย อินทรสูตร ๒๖. นายธนา ชีรวินิจ ๒๗. นายทศพล เพ็งส้ม ๒๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรยา สิงห์สงบ ๒๙. นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ๓๐. นายประกิจ พลเดช ๓๑. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ๓๒. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ๓๓. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ๓๔. นายกมลวิทย์ แก้วแฝก ๓๕. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ และ ๓๖. นายสรวงศ์ เทียนทอง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการเรียบร้อยนะครับ ต่อไปขอผู้เสนอว่าจะใช้ร่างใดเปึนร่างหลัก แล้วก็วันในการ แปรญัตติครับ เชิญคุณธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอ ให้ใช้ร่างของรัฐบาลเปึนหลักครับ และขอเสนอการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ เปึนอันว่าให้ใช้ร่างของรัฐบาลเปึนหลัก แล้วก็ใช้เวลาในการแปรญัตติ ๗ วัน เปึนอันจบการพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ด้วยครับ

ต่อไปเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๒ เปึนการพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) และมีร่างที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๒ ร่างนะครับ คือร่างของท่านไพฑูรย์ แก้วทอง และร่าง ของคุณสถาพร มณีรัตน์ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่มีหลักการเดียวกัน จะขอรวมพิจารณาพร้อมกัน ไปเลยนะครับ

ขอเชิญคณะรัฐมนตรีแถลงหลักการด้วยครับ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทํา ที่บ้าน พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน

เหตุผล เนื่องจากสภาพการณ์เกี่ยวกับการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่นายจ้างให้ลูกจ้างทํางานในสถานประกอบกิจการเปึนการจ้างโดยมอบงานให้ผู้รับจ้าง ไปผลิต หรือประกอบนอกสถานประกอบกิจการ ซึ่งกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่อาจให้ความคุ้มครองแก่ผู้รับงานไปทําที่บ้านให้ได้รับความเปึนธรรม และมีมาตรฐาน ด้านความปลอดภัยในการทํางาน สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทํา ที่บ้าน จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้ โดยมีสาระสําคัญดังนี้

๑. ห้ามมิให้ผู้จ้างงานจ้างผู้รับงานไปทําที่บ้านทํางานอันตราย รวมทั้ง ห้ามส่งมอบวัตถุดิบ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทํางานที่อาจเปึนอันตราย

๒. ห้ามผู้ใดให้หญิงมีครรภ์หรือเด็กอายุต่ํากว่าสิบห้าป้ ทํางานที่เปึนอันตราย ต่อสุขภาพ และความปลอดภัย

๓. ให้ผู้จ้างงานแจ้งเตือนให้ผู้รับงานไปทําที่บ้านทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับ อันตรายอันอาจเกิดขึ้นจากการใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทํางาน

๔. กรณีที่ผู้รับงานไปทําที่บ้านประสบอันตราย เจ็บป์วย ถึงแก่ความตาย อันมิใช่เปึนการจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับงานไปทําที่บ้าน และให้ ผู้จ้างงานจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าทําศพตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

๕. ให้ผู้จ้างงานจัดทําเอกสารเกี่ยวกับเงื่อนไขการทํางาน การจ่ายค่าจ้าง ห้ามหักค่าตอบแทนในการทํางาน เว้นแต่การหักตามที่กฎหมายกําหนด

ประโยชน์ที่คาดว่าผู้ใช้แรงงานจะได้รับ หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประกาศใช้บังคับแล้วจะทําให้ผู้รับงานไปทําที่บ้านกว่า ๕๔๙,๘๐๐ คน ได้รับการคุ้มครอง ในด้านสวัสดิการ ความปลอดภัยในการทํางาน รวมถึงค่าตอบแทนที่เปึนธรรมจากการ ทํางาน สอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศ และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศด้วย จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจาณา ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับผมถือเสมือนว่าคุณนคร มาฉิม เสนอหลักการอีกฉบับหนึ่งนะครับ ผมกําลังนึกว่าท่านรัฐมนตรีเสนอทีเดียว ๒ ฉบับเลย เชิญคุณนครครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมกับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ฯพณฯ ไพฑูรย์ แก้วทอง ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ กระผม นายนคร มาฉิม ท่าน ส.ส. ฮอชาลี ม่าเหร็ม ท่าน ส.ส. ทศพล เพ็งส้ม ท่าน ส.ส. เทิดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านสุวโรช พะลัง ท่านสมควร โอบอ้อม ท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านอสิ มะหะมัดยังกี ท่านปรีชา มุสิกุล ท่านสกลธี ภัททิยกุล ท่านนาราชา สุวิทย์ ท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ท่านสราวุธ อ่อนละมัย ท่านปรีชญา ขําเจริญ ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ และท่าน ส.ส. ชุมพล จุลใส รวมทั้งหมด ๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม พัฒนาผู้รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้

หลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมพัฒนาผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน พ.ศ. ....

เหตุผล เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและความสัมพันธ์ในการจ้าง งาน โดยอยู่ในรูปแบบผู้รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งไม่อยู่บนพื้นฐานของสัญญาจ้างแรงงาน ทําให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เกิดการเอารัด เอาเปรียบในเรื่องสภาพการจ้าง อย่างเช่น เรื่องค่าตอบแทนขั้นต่ํา การผลักภาระ ค่าใช้จ่าย และวัสดุอุปกรณ์ในการทํางาน เกิดสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัย ขาดแหล่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแรงงาน และการตลาด การพัฒนา ทักษะฝ้มือแรงงานตลอดจนเงินทุนหมุนเวียน ไม่มีการรวมกลุ่มทําให้ขาดความเข้มแข็ง และอํานาจต่อรอง ขาดประสิทธิภาพในการทํางาน และคุณภาพของฝ้มือ และผลผลิต อีกทั้งไม่มีกลไกในการบังคับใช้กฎหมาย และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เปึนการประสาน ประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอันนํามาซึ่งความขัดแย้งและทําลายความสัมพันธ์ อันดีในการจ้างแรงงานที่มีต่อกันระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง จึงจําเปึนต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

โดยมีสาระสําคัญ ผมขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปก็เพื่อที่จะให้แรงงาน หรือผู้นํางานไปทําที่บ้านได้รับทราบถึงสิทธิและประโยชน์ที่จะพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย และกําหนดให้มีคณะกรรมการค่าตอบแทนการทํางาน เพื่อกําหนดอัตราค่าตอบแทนที่ เปึนธรรมแก่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน มีการกําหนดหลักเกณฑ์การจ้างงาน และค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนแก่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน กําหนดประเภทของงานที่ห้ามมิให้ผู้ว่าจ้าง ไม่ให้ ผู้จ้างงานส่งมอบงานให้ผู้รับงานไปทําที่บ้าน กําหนดให้ผู้จ้างงานเปึนผู้รับผิดชอบ ในค่ารักษาพยาบาล ค่าทําศพ ค่าฟุ๋นฟูสมรรถภาพในกรณีที่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทํางานประสบกับอันตราย เจ็บป์วย ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ ความตายอันเนื่องมาจากการทํางาน

ที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือการกําหนดห้ามมิให้ใช้เด็กทํางานในงานที่รับ ไปทําที่บ้านที่อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือร่างกายของเด็ก โดยเฉพาะเรื่องสารเคมี และสารที่เปึนอันตราย และกําหนดให้เปึนข้อห้ามสําหรับผู้ที่รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งเปึนหญิงที่มีครรภ์ เพื่อปัองกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กในครรภ์

และประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนไว้เปึนเบื้องต้น ซึ่งอันที่จริงมีอยู่ ทั้งหมด ๒๑ ประโยชน์ แล้วก็ข้อสังเกตที่เปึนสาระสําคัญ

ประเด็นสุดท้ายก็คือการกําหนดให้กรณีที่คู่กรณีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งไม่พอใจ ผลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย และระงับข้อพิพาทมีสิทธิยื่น คําร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พุทธศักราช ๒๕๔๑

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยก็คือ เนื่องจากว่าปัจจุบันผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นขาดสวัสดิภาพ ขาดสวัสดิการตามกฎหมาย หลายฉบับที่จะพึงมีพึงได้ตามสิทธิของผู้ใช้แรงงาน และจํานวนนี้จะเปึนผู้ที่ขับเคลื่อน แรงงานและสร้างงานให้กับประเทศไม่น้อย ถึงเวลาแล้วที่จะมีการตราพระราชบัญญัติ เพื่อให้สิทธิประโยชน์กับผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านได้รับการคุ้มครอง โดยผ่านกลไกของ ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วก็สนองตอบตามนโยบายของรัฐบาล เพราะนั้นผมจึงขออนุญาต เปึนตัวแทนเพื่อนสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณสถาพร มณีรัตน์ แถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ได้ร่วมกับมิตรสหาย เพื่อน ส.ส. ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๒๐ คน ๒๐ ท่าน เสนอ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมพัฒนาผู้รับงานไปทําที่บ้าน โดยมีหลักการและ เหตุผลย่อ ๆ และสาระสําคัญดังนี้นะครับ

เนื่องจากสภาพเกี่ยวกับการจ้างงานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากพื้นฐาน เดิมของรูปแบบสัญญาจ้างงาน โดยมีการมอบงานหรือทําสัญญาใด ๆ ที่ไม่ใช่สัญญาจ้าง แรงงาน เพื่อให้ผู้รับงานไปผลิตประกอบแปรรูปชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์นอกสถานที่ ซึ่งกฎหมายไม่ได้ใช้บังคับ จึงทําให้ผู้ใช้แรงงานเสียเปรียบในการรับงานไปทําที่บ้าน สาระสําคัญของพระราชบัญญัตินี้ ๑. คือการคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน ๒. กําหนดให้ ศาลแรงงานมีอํานาจในการเพิกถอนข้อสัญญาไม่เปึนธรรม หรือสั่งเพิ่มเติมข้อสัญญา ที่เห็นว่าเปึนธรรมในสัญญาระหว่างผู้จ้างงานกับผู้รับงานไปทําที่บ้าน ๓. ความหมายของ การไปรับงานที่บ้าน คือเปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต ทําที่บ้านของผู้รับงานไปทํา ที่บ้านหรือสถานที่อื่นที่มิใช่ของผู้จ้างงาน หรือในความควบคุมของผู้จ้างงาน ฝ์ายใดจัดหา วัสดุอุปกรณ์ในการทํางานก็ได้ ๔. รวมถึงสัญญาที่ผู้จ้างงานขายวัสดุ หรือสิ่งของ ที่เกี่ยวกับงานสั่งให้ผู้รับงานไปทําที่บ้าน ทํางานสัญญาจัดซื้อผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนที่ ทําสัญญาอื่นทํานองเดียวกัน

จากเหตุผล หลักการดังกล่าวขั้นต้น กระผมและเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจึงได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ และมีเหตุผลประกอบอีก สักเล็กน้อยครับ ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้แรงงานหรือรับงานไปทําที่บ้านทั้งหมดประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ในภาคเกษตรแล้วก็เปึนผู้หญิง และรวมทั้งเรื่องของ การอุตสาหกรรมในการตัดเย็บเสื้อผ้า ปัญหาที่ไม่มีกฎหมายฉบับใดรองรับคือเรื่องของ ความปลอดภัยและมาตรฐานการจ้างงาน และขณะนี้นั้นมีการจ้างงานที่ยังไม่มีสัญญา ใด ๆ ก็กรณีรับงานด้านเกษตร ยกตัวอย่าง เช่น มีครอบครัวหนึ่งไปรับจ้าง ซีพี (CP) หรือบริษัทเอกชนรายใหญ่ไปเลี้ยงหมู เห็ด เปึด ไก่ และชั่งเปึนกิโลกรัม ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ เหล่านั้นก็ล้วนที่จะเอาเปรียบผู้ที่ไปเลี้ยง โดยถ้าขาดทุนก็ขาดทุนเลย ไม่สามารถที่จะ เจรจาต่อรองและไม่มีสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น บางครั้งถ้าบริษัทใดที่มีคุณธรรม คนเหล่านั้น ก็ไม่หมดเนื้อประดาตัว แต่ถ้าบริษัทใดที่ไม่มีคุณธรรมผู้เลี้ยงหรือผู้รับงานไปทําที่บ้าน เหล่านั้นก็จะประสบเคราะห์กรรม ผมและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายจึงเห็นว่าบัดนี้ได้ถือว่า เปึนเวลาอันสมควรที่ผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นจะมีกฎหมายคุ้มครองจึงเสนอพระราชบัญญัตินี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่สอง

ต่อไปเชิญผู้อภิปรายครับ คุณวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมเองต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้เสนอกฎหมายในเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... แต่ก่อนที่ผมจะได้ร่วมลงมติให้ความเห็นชอบ ในวาระขั้นรับหลักการนั้น ต้องขออภิปรายแล้วก็ขอสอบถามบางประเด็นที่ดูสาระทาง กฎหมายแล้วทราบว่าเปึนกฎหมายที่ให้การคุ้มครองโดยเฉพาะคุ้มครองด้านแรงงานกับ ผู้ที่รับงานไปทําที่บ้าน ถ้าฟังดูในหลักการแล้วว่าการมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับ งานไปทําที่บ้านน่าจะเปึนเรื่องที่ใหม่ และตัวเลขต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าตัวเลข เมื่อใด จํานวน ๕๔๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นที่ท่านนํามากล่าวอ้างถึงเหตุผลทําให้เห็นว่า มีแรงงานที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นเปึนจํานวนถึง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพื่อประกอบเปึน แนวทางต่อสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาถึงความสําคัญ นั่นก็เปึนเหตุผลหนึ่ง แต่อย่างไร ก็แล้วแต่นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มีสิ่งหนึ่งที่ผมอาจจะต้องเรียนถามว่าอาจจะเปึนอุปสรรคหรือไม่อย่างไร หากกฎหมาย ฉบับนี้ได้ตราบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจากว่าเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก งานที่สามารถเอาไปทําที่บ้านนั้นคงจะมีงานอยู่ไม่กี่ประเภท ๑. ก็คือไม่ต้องใช้ เครื่องจักรกลหนัก ๒. ก็คือถ้าเปึนเครื่องจักรกลหนักหรือเครื่องจักรกลเบาก็ต้องได้รับ อนุญาต ซึ่งเปึนไปตามกรอบกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้นะครับเมื่อดูถึง รายละเอียดสาระสําคัญของกฎหมายแล้ว ผมเรียนตามตรงว่ายังเขียนไม่ได้ละเอียด บางมาตรา ผมเรียนตามตรงว่ายังเขียนไม่ได้ละเอียดบางมาตรา เนื่องจากว่างานที่ สามารถเอาไปทําที่บ้านปัจจุบันที่เรารับทราบจะมีงานผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เช่น สินค้าโอทอป (OTOP) ที่เราพบกันส่วนมากจะเปึนกิจกรรมในหมู่บ้านและสินค้าโอทอป เสียเปึนส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากกฎหมายฉบับนี้ตราบังคับใช้ต้องถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรกับสินค้าโอทอปและสินค้าเกษตร สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ น่าวิตกกังวลนะครับว่าอาจจะเปึนสองคมก็ว่าได้ คมที่หนึ่งก็คือเปึนประโยชน์กับพี่น้อง ชาวแรงงาน คมที่สองนั้นอาจจะเกิดโทษ ถ้ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ผมไม่มั่นใจนะครับ ว่าการบังคับใช้กฎหมายนั้นจะมีผลบังคับอย่างไร แต่ที่ผ่านมาได้ตรวจและได้รับทราบ ปัญหาแล้ว กฎหมายลักษณะแบบนี้ค่อนข้างจะเปึนโทษกับการรับงานไปทําที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด หรือมีอายุเกินกว่าความต้องการของ ตลาดแรงงาน ผมจําเปึนต้องอภิปรายอย่างนี้เปึนเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะเราพบว่าส่วนใหญ่ แล้วในสังคมปัจจุบันผู้ที่เปึนแรงงานนั้นจะอายุเกินกว่า ๓๐ ป้ขึ้นไปนะครับ แรงงาน ประเภทนี้ นั่นหมายถึงว่า ไม่สามารถเปึนลูกจ้างในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ก็ดี หรือโรงงาน ที่ทันสมัย แล้วกลับมาเปึนลูกจ้างแรงงานรับงานไปทําที่บ้านเสียส่วนใหญ่ ถ้าได้ดูตาม รายละเอียดในมาตราบางมาตราแล้วยิ่งวิตกกันอีก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ ในมาตรา ๒๐ ท่านประธานครับ เราจะเห็นได้ว่าในนี้ก็ไม่ได้กําหนดว่ามีครรภ์เริ่มตั้งแต่ กี่เดือน แล้วคนส่วนใหญ่ที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นเปึนคนที่ยากจนครับท่านประธาน เปึน คนที่หาเช้ากินค่ําแล้วเปึนอาชีพเสริมที่เขาเหล่านั้นสามารถที่จะใช้อาชีพนี้เปึนการประทัง หรือเสริมรายได้ครับ เพราะฉะนั้นความวิตกกังวลของผมต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีความวิตกกังวลว่า หากได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปแล้วผลกระทบจะมีหรือไม่ ได้อ่านในรายละเอียดดู ยกตัวอย่างที่ผมยกให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบ ในมาตรา ๒๐ ผู้ใดให้หญิงมีครรภ์หรือเด็ก ซึ่งมีอายุที่ต่ํากว่า ๑๕ ป้ ทํางานที่มีลักษณะ เปึนอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของหญิงมีครรภ์และเด็ก ซึ่งมีอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ เด็กน้อยสมัยนี้เด็กไทยเปึนลูกกตัญ็ู เห็นพ่อแม่เหนื่อยเข้าไปช่วยหยิบจับงานที่พ่อแม่ทํา มาตรานี้มีปัญหาแล้วครับ หรือหญิงมีครรภ์ที่ตัวเองเพิ่งตั้งครรภ์ได้ ๒ เดือน ท้องแรก ท้องสาวก็มีปัญหาแล้วครับ มองไม่เห็นแล้วว่ามีครรภ์ หรือสิ่งที่ตนเองนําไปทําที่บ้าน ก็เปึนปัญหาอีกครับว่าอะไรคือสิ่งที่มีโทษกับร่างกายของหญิงตามมาตรานี้ ต้องเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับว่ามีการศึกษาหรือไม่ว่าอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนใดที่เอาไปทําที่บ้าน ที่เข้าข่ายในมาตรานี้แล้วจะเกิดโทษกับหญิงมีครรภ์และเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ ตามกฎหมายกําหนดตามมาตรา ๒๐ ผมเรียนตามตรงว่าลูกกตัญ็ูของคนไทยมีเยอะ ครับ เห็นพ่อแม่เหนื่อย อายุ ๑๐ กว่าขวบเราก็พบแล้วช่วยพ่อแม่ทํางาน แล้วบังเอิญงานที่ เอาไปทํานั้นเปึนงานที่เด็กสามารถช่วยพ่อแม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมเปึนห่วง เหมือนทําคุณบูชาโทษหรือเปล่า ต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีเจ้าของพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับว่าเราควรศึกษาให้กว้างหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สําคัญก็ฝากกรรมาธิการด้วยนะครับว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนประเด็นดูเสมือนว่ากฎหมายนั้น เปึนประโยชน์ แต่ได้ดูขอบเขตอํานาจและบทบังคับตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว ผมเริ่มมี ความวิตกกังวลแล้วครับว่าในภาวะวิกฤติแรงงาน ซึ่งเรียนตามตรงว่าบัดนี้เราพบว่ามีการ เลิกจ้างงานกันอย่างมาก และผนวกกับถ้ากฎหมายฉบับนี้ออก ท่านประธานครับ ผมมีความเปึนห่วงครับ การรับงานไปทําที่บ้านไม่ใช่เรื่องง่ายสําหรับพี่น้องประชาชน คนยากจนอีกแล้วครับ เพราะสิ่งเหล่านี้จึงต้องอภิปรายไว้ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า มีการศึกษากันไว้หรือเปล่าครับว่าจะมีผลกระทบกับผู้ที่ยากไร้ที่ต้องออกจากโรงงาน แล้วก็เอางานไปทําที่บ้าน เมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้แล้วเขาเหล่านั้นกลับไม่มีงานทํา เพราะโรงงานก็ไม่คิดว่าสินค้าหรือวัสดุบางตัวที่เอาไปจ้างงานนั้นเกิดผลกระทบกับ ครอบครัวของเขา ยกตัวอย่างตามมาตรา ๒๐ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่ามีการศึกษาอย่างครอบคลุมหรือไม่ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร มิใช่ว่าพอ มีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ทําให้โรงงานนั้นไม่จ้างแรงงาน ก็คือไม่ให้งานกับผู้ใช้ แรงงานที่จะไปทํางานที่บ้าน ตรงนี้ผมถามว่าเปึนปัญหา อุปสรรคหรือไม่อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้อภิปรายท่านละ ๑๐ นาทีก็แล้วกันนะครับ เชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรคร่วมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านคะดิฉันได้เห็นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน ดีใจมากนะคะ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างประชาชนรากหญ้า ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ถ้าหากว่ามีกฎหมาย ตัวนี้ขึ้นมาคุ้มครองนะคะ เขาเหล่านั้นก็คงจะได้ไม่โดนกดขี่ ไม่ว่าจะเรื่องราคา ไม่ว่าจะ เรื่องจํานวน ดิฉันอยากจะขอเสนอแนะในส่วนของร่างกฎหมายนี้ ได้กําหนดนี้ส่วนมากดู แล้วร่างกฎหมายนั้นจะกําหนดประกอบว่าในส่วนในพื้นที่ในตัวเมืองไม่ไปเกี่ยวข้อง ในพื้นที่ชนบทเลย เพราะส่วนมากนั้นโรงงานนั้นจะเกิดอยู่ที่กรุงเทพฯ เปึนส่วนมาก และอยู่ตัวจังหวัดที่ใหญ่ ๆ แต่ในร่างกฎหมายนี้อาจจะไม่ได้ควบคุมไปถึงตามพื้นที่ชนบท ดิฉันจึงอยากจะขอว่าในส่วนนี้บุคคลใดที่จะเปึนกรรมาธิการในการที่จะมาดูแล ร่างกฎหมายนี้ก็คงจะขอให้เพิ่มเติมในส่วนที่ไปถึงในพื้นที่ ถ้าเราสามารถให้กรรมการ ที่เปึนตัวแทนของในจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนอุตสาหกรรมจังหวัด แรงงานจังหวัดนั้นไปดูแล ประชาชนในพื้นที่ชนบท เขาเหล่านี้นะคะ ในช่วงที่หลังเก็บเกี่ยวข้าว หรือหลังจากที่ลงไร่ ลงนาเสร็จเขาจะมีเวลาว่าง และจากเวลาว่างนั้นเขาอยากจะมาทํางานในโรงงาน แต่ในโรงงานนั้นส่วนมากก็จะอยู่ในตัวจังหวัด แต่ในพื้นที่อําเภอ ตําบลนั้นจะไม่ค่อยมี แต่การเดินทางของเขาเข้ามาในจังหวัดนั้นก็อาจจะลําบากหน่อย ในส่วนที่เขาจะต้องดูแล ผู้สูงอายุในบ้าน และลูกที่อยู่ในบ้านด้วยนะคะ ส่วนมากสตรีกลุ่มแม่บ้านนั้นเขามี ฝ้ไม้ลายมือในด้านปักเย็บนี้มาก เพราะได้รับนโยบายตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ มีนโยบายของ รัฐบาลส่งเสริมให้สตรีผู้ที่ว่างเว้นจากงาน และไม่ได้ทํางานดูแลลูกในบ้านนั้นได้มีงานทํา โดยจัดหาพวกตัดเย็บเสื้อผ้าโหล ไม่ว่าจะเปึนชุดกีฬา ไม่ว่าจะเปึนชุดชั้นใน กางเกงใน อย่างนี้นะคะ จังหวัดมุกดาหารของดิฉันนะคะไม่ค่อยมีโรงงานแต่จะรับงานมาจาก กรุงเทพฯ หรือที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดสกลนคร หรือไม่ก็จังหวัด กาฬสินธุ์ แต่รับมาถึงกว่าจะมาถึงพื้นที่แม่บ้านที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นเปึนทอดที่ ๕ แล้ว จากปกติที่เขาได้รับค่าเย็บกางเกงชุดกีฬานี้ ได้รับกางเกงตัวหนึ่ง ๑๐ บาท ได้ไปสอบถาม ที่โรงงานให้ค่าจ้าง ๑๐ บาท แต่ไปถึงในพื้นที่หมู่บ้านเขารับเย็บได้โหลละ ๒๔ บาท ถ้ามาหักลบคูณแล้วก็ตกตัวละ ๒ บาทเท่านั้นเอง นี่ละค่ะคือการคุ้มครองค่าแรงของเขานั้น เขาอุตส่าห์เย็บตั้งแต่เช้าถึงเย็นกว่าจะได้ ๑ โหล ก็ต้องเปึนรูปกางเกงเลยใส่ผ้ายางยืดอยู่ ในเอวขอบ เย็บ ๒ ขา แล้วให้ได้มา ทั้งตัดทั้งเย็บ ได้มาแค่ ๒ บาท ๑ โหล ๒๔ บาท นี่ละค่ะเปึนสิ่งที่ดิฉันดีใจที่มีกฎหมายนี้จะได้มาคุ้มครองกลุ่มแม่บ้านที่สามารถเย็บปัก ถักร้อยนี้ได้นะคะ อย่างเช่น เย็บเสื้อชั้นใน เสื้อชั้นในนี้เราเห็นว่าง่าย ๆ อาจจะมีแค่ ๒ จุด หรือแค่มีสายแค่นั้นเอง แต่ถ้าไปดูเขาเย็บยากมาก ๆ เลยค่ะ จะต้องจับทรงให้เข้ากับ รูปทรงของบุคคลคนนั้น ดิฉันจึงบอกว่าค่าเย็บที่เขาได้นั้นเย็บเสื้อยกทรงนี้ได้ตัวละ ๑ บาท เท่านั้นเอง เสื้อกีฬาได้ตัวละ ๕ บาท ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้นท่าน นั่งอยู่ ท่านก็คงจะทราบ จึงอยากจะบอกว่าในกฎหมายที่จะร่างออกมานี้ ถ้าจะคุ้มครอง ได้จริง ๆ นั้น อยากจะให้ท่านตั้งคณะกรรมการที่ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ อุตสาหกรรมจังหวัด หรือไม่ก็แรงงานจังหวัดตรวจสอบได้เลยค่ะ ในพื้นที่จังหวัดนั้น แต่ละจังหวัดนั้นมีแม่บ้านที่มีฝ้ไม้ลายมือในการเย็บผ้านี้มากเท่าไร อีกอย่างหนึ่งนะคะ ดิฉันได้อ่านในหนังสือของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าจะได้มีการตั้งกองทุน ให้กับผู้ที่รับงานไปทําที่บ้าน การตั้งกองทุนให้ผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นอยากจะให้ คุ้มครองไปถึงผู้ที่รับจ้างช่วงงานไปทําที่บ้าน แล้วก็สมาชิกที่รับจากช่วงงานมานั้น ให้มีทะเบียนของกลุ่ม กลุ่มนั้นควบคุมไว้ด้วยเลย ถ้าหากว่าไม่ควบคุม ผู้ที่เปึนสมาชิก หรือผู้ที่มาทําสัญญากับอุตสาหกรรมจังหวัด หรือแรงงานจังหวัด หรือโรงงานก็จะเปึน คนที่ได้รับประโยชน์ไปคนเดียว และส่วนต่างนั้นคงจะไม่ถึงมือบุคคลที่ใช้แรงงานตนเอง ด้วย ดิฉันจึงบอกว่าในเหตุที่ดิฉันอยากต้องการอภิปรายนี้ เพื่อต้องการให้คณะกรรมาธิการ หลังจากที่ได้รับร่างนี้ไว้เพื่อให้พิจารณาแล้ว ขอให้ไปตรวจสอบดูพื้นที่ของแต่ละท่าน ในพื้นที่แต่ละจังหวัด ถ้ามีนะคะ คนที่ใช้แรงงาน ไม่ใช่ ๕๐๐,๐๐๐ คนแน่ค่ะ ไม่ใช่ ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่คนที่ลงทะเบียนนั้น ๕๐๐,๐๐๐ คนจริง แต่คนที่เย็บจริง ๆ นั้นมากกว่านั้น เยอะค่ะ ๕ เท่านะคะ ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งฟังอยู่ ดิฉันอยากจะขอบอก จังหวัดมุกดาหาร ของดิฉันรับมาเย็บทั้งเสื้อชั้นใน เสื้อกีฬา ยกทรงค่ะท่าน ส.ส. วินัยบอกว่า เย็บยกทรง ใช่ค่ะ ยกทรงไว้สําหรับผู้ที่ทรงยานนะคะ ก็มีโรงงานที่ส่งไปให้ แต่คนที่รับไป ก็คือบุคคลที่อยู่ในโรงงานนั้น ๆ แต่ไปส่งให้ พอไปส่งในพื้นที่นั้น ๆ แล้ว ผู้ที่รับไปช่วงหนึ่ง ไม่ได้แม้กระทั่งที่ได้ลงทะเบียนนะคะ เครื่องจักรเครื่องกลอะไรก็ไม่มี จะต้องไปหยิบยืมเงิน แต่ก่อนนั้นก็ได้รับอานิสงส์จากทางกองทุนหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้นล่ะค่ะ ก็ได้ ไปซื้อจักรเย็บผ้า แต่มาถึงนั้นก็ไม่เพียงพอแก่ผู้ที่จะรับทํางานนะคะ แต่ส่วนมากพอได้มา แล้ว มาแบ่งปันกันว่าวันนี้คุณมีจักรอยู่แค่ ๒๐ ตัว ถ้าอย่างนั้นคุณก็เย็บไปแค่ ๒๐โหล แล้วส่วนที่รับมาตั้ง ๒๐๐ โหลจะทําอย่างไร ถ้าเกิดว่าเย็บไม่ทัน ผู้ที่มาส่งงาน พอมารับ ก็โดนปรับอีก จาก ๒ บาทก็ปรับลงไปเหลืออยู่ ๑.๗๕ บาท นี่ละค่ะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในจังหวัดมุกดาหารนั้นมีเยอะนะคะ ทุกตําบล แทบจะทุกตําบลในจังหวัดมุกดาหารนั้นรับ เย็บผ้า เย็บเสื้อชั้นใน เสื้อกีฬา กางเกงในอย่างนี้นะคะ ส่วนมากจะเย็บพวกนี้ค่ะ ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีนะคะ ท่านเปึนคนที่ร่างและท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนคนเสนอร่างนี้ ก็ขอให้ดูแลผู้เย็บเสื้อโหลนะคะ เขาเรียกพวกกลุ่มเย็บเสื้อโหลในแต่ละจังหวัดในจังหวัด มุกดาหารของดิฉันก็มีเยอะ วันหลังที่ดิฉันได้เปึนกรรมาธิการแล้วดิฉันก็จะเสนอ แล้วก็จะ นํารายชื่อผู้ที่เย็บนั้นฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนะคะ ให้ทางกระทรวง แรงงานนั้นสั่งไปที่แรงงานจังหวัดหรืออุตสาหกรรมจังหวัดนะคะดูแลให้ทั่วถึงค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธานคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมพัฒนาผู้รับงานไปทํา ที่บ้าน พ.ศ. .... ผมดีใจนะครับ แล้วก็ภาคภูมิใจที่ได้ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ มันเปึนการเพิ่มศักยภาพผลผลิตของประเทศ แล้วก็เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางด้าน แรงงานของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมชอบใจมาตรา ๑๒ นะครับ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินภายใน ๗ วันนะครับ แล้วก็มาตรา ๓๐ คนในบ้านจะต้องได้รับ การตรวจสุขภาพทุกป้ อันนี้เปึนข้อดีสําหรับคนที่จะทํางานในบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ์นเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว เปึนเยาวชน ตัวแทนประเทศไทยไปใช้ ชีวิตกับชาวนาของประเทศญี่ปุ์น ชาวนาประเทศญี่ปุ์นร่ํารวย ไม่มีหนี้ เขาใช้ชีวิต แบบพอเพียงนะครับ แล้วก็มีอาชีพที่ ๒ มีงานอดิเรก คือว่าตอนเช้านี้ตื่นมาหกโมงเช้า ชาวนาซึ่งเปึนผู้ชาย เปึนหัวหน้าครอบครัว เขาก็จะรับงานจากโรงงานมาทําที่บ้าน ตีห้าถึง เจ็ดโมงเช้า ทํางานของโรงงานที่บ้านเพื่อเปึนค่าอาหารเช้า พอแปดโมงเช้าก็ไปทํางานในไร่ นา พอตอนเย็นครับกลับมาแม่บ้านก็ทํากับข้าว แต่พ่อบ้านนั้นก็ทํางานของโรงงานซึ่งรับ งานมา อันนี้ก็เปึนค่าอาหารเย็น สรุปแล้ววันหนึ่งไม่ได้ใช้เงินที่ในส่วนของไร่นาที่จะได้มา เปึนกอบเปึนกําตามฤดูกาล อันนี้ละครับทําให้ผมประทับใจมาเปึนเวลายาวนาน วันนี้ได้มาเห็นพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมดีใจครับที่ประเทศไทยจะได้มีผู้ใช้แรงงานแฝง แล้วได้ประโยชน์ และได้ประสบการณ์กับประเทศ การที่รับงานของโรงงานมาทํา หรือผู้ว่าจ้างทุก ๆ วัน มันทําให้ในครอบครัวนั้นมีความอบอุ่น ครอบครัวเปึนสุข ผู้สูงอายุก็ อบอุ่น รายได้เข้าครอบครัวก็ดี สําหรับผู้ว่าจ้างก็ไม่ถูกเบี้ยวมีความมั่นคงทางด้านแรงงาน ดังนั้นลักษณะนี้เจ้าของ โรงงานกับผู้รับงานไปทําจะมีปฏิสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เปึนญาติพี่น้อง ผมอยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้โดยเร็ว เพราะประเทศเราจะได้มีแรงงานซึ่งราคาถูก แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เราจะมีความมั่นคงทางด้านแรงงาน เศรษฐกิจของ ครอบครัวก็จะดี ผมเห็นด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณเรวัต สิรินุกุล

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมเห็น กฎหมายฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งเสนอโดย คณะรัฐมนตรีและท่านสมาชิก ๒ ท่าน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ข้อเท็จจริง แล้วก็กราบเรียนสั้น ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่ทราบว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมา ในช่วงนี้จะช้าหรือเร็ว แต่ถ้าหากข้อเท็จจริงในช่วงสมัยก่อนที่เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง นะครับ งานผลิตนี้ออกไม่ทัน โอ้โฮ ไปต่างจังหวัดนี้เยอะแยะ ไม่ว่าจะเปึนเสื้อโหลก็ดี เย็บ เสื้อผ้านะครับ เสื้อโหล แล้วก็อื่น ๆ มีเยอะแยะ ผลิตดอกไม้ ทํารองเท้า โอ้โฮ สารพัดครับ ไปเยอะ ช่วงนั้นการคุ้มครองไม่มี กฎหมายไม่มีการคุ้มครอง มาถึงวันนี้เศรษฐกิจตกต่ํา งานพวกนี้เลิกไปเยอะเลย ผู้ที่ลงทุน พี่น้องประชาชนที่ลงทุนนี้ ไม่ว่าจักรเย็บผ้า ไม่ว่า เครื่องอะไรก็แล้วแต่ ผ่อนไม่ได้ ขาดทุนย่อยยับ ปัญหาเกิดขึ้น กฎหมายฉบับนี้มันช้าไป ไหมครับท่านประธาน แต่ถ้าวันนี้จากช่วงนี้เปึนต้นไปอนาคตเศรษฐกิจดีขึ้น เศรษฐกิจ รุ่งเรืองขึ้น ผมว่ากฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์จากนี้ไปมีประโยชน์มาก ผมเลยคิดว่าถ้าจะ กระตุ้นเศรษฐกิจนี้ เงินจะกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นตรงนี้ครับ ได้เห็นผลโดยแท้จริงเลย สิ่งที่เอางานไปทําที่บ้านนี้ครับ คนทั้งหมดไม่ใช่ ๕๐๐,๐๐๐ คน เปึนล้านคนนะครับ ครอบครัวเกือบจะทุกครอบครัวในหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศนี้เอาไปทําทั้งนั้น เมื่อเปึน อย่างนี้ เอางบประมาณนี้ครับ ไม่ว่าจะเปึนงบเงินกู้ก็ดี งบกลางก็ดีก็แล้วแต่ เอาไปลงทุน เอาไปทําอย่างนี้ เอาไปลงนี่ทั่วทั้งประเทศเลย ใครจะรับเหมาอะไรส่งเสริมไปครับ จะเห็น ผลทันที แล้วกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่ามีประโยชน์ต่ออนาคตในการที่จะดูแลคุ้มครอง พี่น้องประชาชนที่รับงานไปทําที่บ้าน ผมจึงขอฝากไว้ด้วยเหตุผลนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าเราอภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรแล้วนะครับ ยังมี ท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่อยากจะ ให้เสียเวลาสภาแห่งนี้ คิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายก็ได้ อภิปรายกันทุกคนว่าเปึนกฎหมายที่มีความสําคัญแล้วเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการที่จะได้ลงไปดูกํากับให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่รับงาน ไปทําที่บ้าน ต้องขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งครับ ต้องฝากท่านคณะกรรมาธิการที่จะขึ้นไป พิจารณาในเรื่องนี้ว่า วันนี้ก็ยังเปึนห่วงอยู่ว่าถ้าเกิดว่าสภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองไม่ดี แล้วนี้ อย่างไรก็แล้วแต่บรรดาโรงงานทั้งหลายก็ยังจะต้องหาวิธีหลบเลี่ยง หลีกหนีในเรื่อง ของการที่จะทําให้ตัวเองนั้นได้พ้นผิด พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายังมีโอกาสที่จะใช้ความได้เปรียบตรงนั้นในการที่จะเอาเปรียบกับผู้ใช้ แรงงาน ผมเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ในส่วนของพี่น้องแม่บ้านที่ได้รับงานไปทําตามที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไม่ว่าจะเปึนแม่บ้านที่ตําบลหนองสาหร่าย ปากช่อง ไม่ว่าจะเปึน แม่บ้านที่ตําบลวังไทร อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีเยอะแยะครับ แม้กระทั่ง ในหลายตําบลในพื้นที่ของแต่ละพื้นที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราก็จะได้รับทราบเลย ว่ามีปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้กฎหมายมีความสําคัญมาก และเปึนประโยชน์จริง ๆ แต่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการว่า ในรายละเอียดทั้งหลาย ที่ท่านขึ้นไปนั่งแล้วร่วมกันพิจารณา คงจะต้องหามาตรการในการปัองกันและระมัดระวัง ในการหลบเลี่ยง หลีกหนี การเอารัดเอาเปรียบที่ยังคงเกิดอยู่ และในภาวะเศรษฐกิจที่มัน ชะงักงันแล้วเปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็ยังคงทําให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับความเดือดร้อน แต่อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้วผมคิดว่ามีประโยชน์ ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้านที่คณะรัฐมนตรีและท่านสมาชิกได้เสนอวันนี้ ถือว่าเปึนพัฒนาการทางด้านการคุ้มครองการพัฒนาการใช้แรงงานที่เราได้เห็น ผมเชื่อว่า คงจะไปเอาตัวอย่างจากประเทศที่พัฒนาในด้านการใช้แรงงานมาใช้ในประเทศ แล้วก็ หวังที่จะให้เกิดความยุติธรรมในการคุ้มครอง หวังที่จะให้เกิดการพัฒนางาน ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ด้วยเจตนารมณ์ในการใช้แรงงาน ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ามันอาจจะยังไม่ถูกต้องกับกาลเทศะ แปลว่าวันนี้ฝ์ายที่จะจ้างงานคือโรงงาน อุตสาหกรรมก็ดี โรงงานเกษตรกรรมก็ดีก็จะมีปัญหาด้านผู้สั่งสินค้า ผู้ซื้อสินค้า ผู้อุปโภค บริโภคลดน้อยลง ภาวะการจ้างงานลดลง ถ้ามันมากขึ้น ๆ ก็จะมีส่วนนี้ต้องผลิตทั้ง ในโรงงานและนอกโรงงาน ผมเข้าใจว่าน่าจะเปึนการเตรียมการ เตรียมการเพื่อจะรองรับ การขยายภาคเศรษฐกิจทางด้านอุตสาหกรรมในอนาคต ท่านประธานครับ คงไม่ใช่เฉพาะ ๕๐๐,๐๐๐ คนตามข้อมูลที่มี ในความเปึนจริง จริง ๆ อาจจะเปึน ๒ เท่า ๓ เท่า เปึนกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องทํางานกันที่บ้าน หลบเลี่ยง ไม่ว่าจะเปึนค่าจ้าง คุณภาพการใช้ แรงงานต่าง ๆ ที่เปึนไปตามกฎหมายแรงงาน ผมมั่นใจว่าการเกิดปัญหาไม่ว่าจะเปึน ค่าจ้างขั้นต่ํา การให้ค่าตอบแทนในการจ้างงานที่ไม่ได้เปึนไปตามกฎหมายการคุ้มครอง แรงงาน เมื่อทํางานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้รับการแก้ไขจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยความเปึนธรรมมากขึ้น การค้ามนุษย์เพื่อที่จะนํามาใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะ เปึนในโรงงานหรือในบ้านที่ไหนก็ตามก็จะเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคของแรงงานอยู่เปึน ประจํา ผมเข้าใจว่าปัญหานี้ก็ต้องครอบคลุมไปให้ถึง ผมมีความวิตกต่อเรื่องประสิทธิภาพ ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการของแรงงาน ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีเข้าใจดีนะครับ แปลว่า ไม่ว่าจะเปึนบุคลากรภาครัฐที่จะต้องเปึนผู้ดูแล ควบคุมให้พระราชบัญญัติฉบับนี้มี ประสิทธิภาพและเปึนประโยชน์ต่อคนยากคนจน อย่าไปให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเปึนฝ์าย ที่จะต้องคุ้มครองสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานที่เปึนธรรม ก่อความเดือดร้อนกับพี่น้อง ประชาชนของพวกผม มาตรฐานแบบนี้ผมขอคํายืนยันจากท่านรัฐมนตรีว่า การบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ลําพังปัญหาที่เกิดขึ้นกับพระราชบัญญัติแรงงานในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึน ในประเทศหรือนอกประเทศก็มากอยู่แล้วนะครับ บางทีเห็นการปฏิบัติงานของข้าราชการของกระทรวงแรงงาน ผมก็น้อยใจนะครับ แปลว่า ความเดือดร้อนของคนยากคนจนไม่ค่อยได้รับการแก้ไข ส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ฝ์ายที่จ้าง ไม่อยู่ฝ์ายที่ถูกจ้างหรอกครับ เราเจรจา เราร้องขอไป ๑ วัน ๒ วันผมต้องมาขอ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานให้ช่วยดูหน่อย ปัญหาเหล่านี้อย่าให้เกิดขึ้น ถ้ามีแบบนี้แปลว่าขูดเลือดกับปู กับคนยากคนจน แล้วถ้าเกิดกฎหมายที่เกิดขึ้น ที่จะคุ้มครองทําให้เกิดสิทธิประโยชน์กับคนที่รับจ้างทํางานไปทํา พวกเหล่านี้เปึนผู้หญิง พวกเหล่านี้อาจจะเปึนเด็กเหมือนที่ท่านวิทยาอภิปรายนะครับ ก็จะเข้าข่าย พระราชบัญญัติที่ต้องบังคับ ก็ขอให้ได้ทําความเข้าใจ แล้วก็การพัฒนาทางด้านกฎหมาย กับวิถีชีวิตของประชาชนยังมีความจําเปึนที่จะต้องมีเวลา ที่ต้องทําความเข้าใจ ผมเชื่อว่า คนที่เขาลงทุนค้าขาย ท่านประธานครับ เขาอยากมีกําไรเหมือนกัน ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้อง ดูแลซึ่งกันและกันก็เปึนความจําเปึนที่ต้องดูทั้งฝ์ายที่ลงทุนและฝ์ายที่จะค้าจะขาย เพราะฉะนั้นดอกผลที่ได้ในยามที่บ้านเมืองมีปัญหาอย่างนี้อาจจะต้องพบกันครึ่งทาง ผ่อนปรนซึ่งกันและกัน แต่หวังว่าถ้าเราออกกฎหมายฉบับนี้แล้วขอให้มันเปึนคุณในการ คุ้มครองคนยากคนจน คนที่จะทํางานที่บ้าน ผู้หญิงและเด็ก อย่าไปซ้ําเติมต่อภาวะที่ เกิดขึ้น แล้วขณะเดียวกันผมวิตกอย่างมากว่าต้นทุนการผลิต การสั่งซื้อสินค้าก็ลดลงอยู่แล้ว ฝ์ายจ้างงานก็จะทําให้เกิดการปลดคนออกจากโรงงาน สินค้าก็สั่งน้อยลง ก็จะไปซ้ําเติม ทําให้ภาคการผลิต การฟุ๋นเศรษฐกิจมันจะไม่ซ้ําเติมหรือ มีทิศทางในการวิเคราะห์ วิจัยว่า ถ้าออกกฎหมายฉบับนี้คงต้องให้เสร็จภายในสมัยประชุมหรือต่อจากนี้เพียงเล็กน้อย เศรษฐกิจยังไม่ฟุ๋นนะครับท่านประธาน แล้วภาวะเหล่านี้จะแก้ปัญหาได้วิเคราะห์มองเห็น หรือยังว่าจะเปึนผลดีกับภาคเศรษฐกิจ ในแง่ของแรงงานผมเชื่อว่าคนยากคนจนจะได้รับ ความคุ้มครองเปึนประโยชน์ แต่ว่าอย่าให้ช่องว่างเหล่านี้ให้มีฝ์ายไปแสวงผลประโยชน์ จากการบังคับใช้กฎหมาย ขอคํายืนยันจากทางรัฐบาล ก็ฝากคณะกรรมาธิการนะครับ ไปดูด้วยความรอบคอบอย่าเร่งรีบทํา เรายังมีเวลาที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้อยู่ บางที กฎหมายพัฒนาไปมาก แต่ว่าวิถีชีวิตของประชาชนมันยังเปึนชนบท ยังเปึนสังคมแบบ พึ่งพาอยู่ ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทองดี มนิสสาร

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฎหมายการคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน ผมคนหนึ่งที่อยู่แรงงานมาตลอด เดินทางไปต่างประเทศไปดูงานแล้ว ประเทศที่เจริญทางด้านพัฒนาระบอบประชาธิปไตย จะมีกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานมาทําที่บ้าน ก็อย่างเอเชียเราหรือยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเรา ผมคนหนึ่งที่อยู่กับปัญหานี้มาตลอด ก็เห็นพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่รับงานมา ทําที่บ้าน ปัญหาตรงนี้ถูกเอารัดเอาเปรียบทางด้านการแรงงานมาตลอด ๑ .กฎหมาย คุ้มครองไม่ถึง วันนี้ผมส่วนหนึ่งเห็นด้วย แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่ามาตรา ๒๕ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง ที่เคยอยู่ แรงงานด้วยกันมาตลอด ในส่วนนี้ยังให้ข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงแรงงานตามไปเปึน คณะกรรมการอยู่ ผมตั้งข้อสังเกตฝากทางท่านกรรมาธิการว่า ส่วนไหนที่พี่น้องประชาชน แทนที่จะได้โอกาสและไม่เสียเปรียบ แล้วเราจะเสียเปรียบเพิ่มขึ้น มีส่วนราชการเข้าไปคุม อยู่ไหม ในส่วนที่การรับงานไปทําค่าแรงก็น้อยอยู่แล้ว แล้วตรงนี้จะถูกบริษัทหรือว่า เจ้าของงานหรือผู้ให้งานไปทําเอารัดเอาเปรียบอีกไหม แทนที่จะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้นก็จะ ถูกกดขี่ลดตรงนี้ลงมา

และอีกส่วนหนึ่งครับมีปัญหาในด้านกฎหมายนั้นถูกต้องแล้วครับว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่นําไปทําเปึนวัตถุดิบนั้น สารเคมีหรือสิ่งที่ทําให้ชีวิตการเปึนอยู่ สุขภาพทางร่างกายและจิตใจนั้น ถูกต้องแล้วครับว่าต้องกฎหมายเข้าไปคุ้มครอง ถ้าเพราะฉะนั้นแล้วพี่น้องเราจะเสียเปรียบ แต่ฝากว่าทําไมต้องให้ปลัดกระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานทั้งหมดลงไปถึงรากหญ้าอีกครั้งหนึ่ง ทําไมถึงไม่ให้กรรมการ ในหมู่บ้านหรือตั้งขึ้นมาเปึนพิเศษ คนในชุมชนเขาดูแลกันเองจะไม่ดีกว่าหรือครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ให้กระทรวงแรงงานยังเข้าไปคุมอยู่ เพราะฉะนั้นฝากตรงนี้ด้วย ผมจะไม่ให้เสียเวลาสภาเรามากนัก ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะต้องมีตรงนี้ เพราะเราเห็น ปัญหาพี่น้องเสียเปรียบมาตลอด เย็บรองเท้าก็ต้องมีบริษัทส่งไปจากกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นตรงนี้แรงงาน ๑ .ค่าแรงขั้นต่ําก็ต่ําอยู่แล้ว แล้วก็ดีแก้ปัญหาทางสังคม ก็คือแก้การว่างงาน แก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ คือคนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ทําอยู่ แล้ว ถ้ามีกฎหมายในการคุ้มครองเราก็จะได้เข้าไปถึงในส่วนนี้ ผมคนหนึ่งนะครับ ขอตั้งข้อสังเกตว่าเห็นด้วยกับหลักการของกฎหมายทั้งหมด ฝากทางท่านกรรมาธิการ วิสามัญที่เข้าไปทํากฎหมายตรงนี้ แล้วทําไมถึงต้องพอประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ต้อง ๑๒๐ วันหรือ ๑๖๐ วัน ทําไมถึงไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็บังคับได้ทันที นะครับ เพราะฉะนั้นฝากตรงนี้ด้วย แล้วอย่างไรก็อย่าให้ส่วนราชการเข้าไปคุมถึง พี่น้องประชาชนที่โอทอปที่รับงานไปทํา อย่างที่บอกว่าเย็บผ้าที่เอาไปเปึนแรงงานของ พี่น้องเรา ส่วนไหนที่เราจะเสียเปรียบขอให้เข้าไปถึงจริง ๆ ฝากด้วยว่า ใครมีส่วนร่วมในการที่ไปทํากฎหมายตรงนี้ ผมในความรู้สึกส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะอยู่ด้านแรงงานมาตลอดก็เห็นความจําเปึนเดือดร้อนของพี่น้องในชุมชน ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรครับ ผมเห็นสมควร ป่ดการอภิปรายครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีไพฑูรย์อภิปรายสรุปด้วยครับ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่เกือบจะทุกท่านเห็นด้วยกับ พ .ร .บ . ฉบับนี้ เพราะว่ามีความจําเปึน แต่ข้อสังเกตที่ท่านทั้งหลายได้สอบถาม โดยเฉพาะ ท่าน ส .ส .วิทยา บุรณศิริ ก็เปึนห่วงว่าข้อมูลสถิติหรือว่ามีการได้ศึกษาดูหรือไม่ว่าผู้ที่รับ งานไปทําที่บ้านจริง ๆ มันเปึนเท่าไรกันแน่ อันนี้สถิติที่สํานักงานสถิติแห่งชาติได้สํารวจ เมื่อป้ ๒๕๔๕ ประมาณ ๕๙๐ ,๐๐๐ คน ป้ ๒๕๔๘ คน ก็ประมาณ ๕๔๐ ,๐๐๐ คน ป้ ๒๕๕๐ ลดลงมานิดหนึ่ง ๔๔๐ ,๐๐๐ คนนะครับ ปัจจุบันนี้ที่ได้รับตัวเลขมาก็ประมาณ ๕๙๐ ,๐๐๐ กว่ารายนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลก่อนนั้นก็ได้ออกกฎกระทรวง เพื่อคุ้มครองผู้ไปทํางานเหมือนกัน แต่ไม่คุ้มครองไปถึงในส่วนที่สําคัญหลายอย่าง เช่น กรณีเรื่องผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านแล้ว พวกวัตถุดิบหรืองานที่เปึนอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนสารที่เปึนพิษติดตามวัตถุดิบไปด้วยนะครับ ไม่ได้มีการควบคุมไปได้ ทั่วถึง เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ที่ออกมาแล้วนะครับ จะได้ควบคุมไปถึงค่อนข้าง ชัดเจน แล้วที่ท่าน ส .ส .วิทยาเปึนห่วงว่าผู้มีครรภ์หรือเด็ก ตามปกติแล้วต้องมาช่วยกัน ทํางานแม้กระทั่งผู้สูงอายุนะครับ เพราะฉะนั้นผู้ว่าจ้าง ผู้ที่ให้งานไปทําต้องชี้แจงเหตุผล วัตถุดิบอันนี้เปึนอย่างไร มีพิษหรือไม่ ถ้าสิ่งที่ไม่มีพิษ ไม่เปึนอันตรายก็สามารถทําได้ ส่วนที่เปึนห่วงว่าจะไปกระทบอุตสาหกรรมของโอทอป หรือสินค้าเกษตรนั้นคิดว่าคงจะแยกกันเปึนส่วนนะครับ ส่วนที่รับงานไปทําที่บ้าน ส่วนใหญ่แล้วบางทีก็อาจจะเปึนชิ้นแล้วบริษัทก็มาประกอบเองเปึนส่วนใหญ่ สําหรับ ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายเปึนห่วง โดยเฉพาะท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่เปึนห่วงว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ําอย่างนี้ถ้ารับงานไปทําที่บ้านแล้ว อันนี้ก็คิดว่าเปึนส่วนหนึ่ง คนที่ออกจากงานกลับไปอยู่บ้านกลับจะได้รับอานิสงส์อันนี้ เพราะเอางานไปทําที่บ้าน ก็เปึนส่วนหนึ่งที่แก้ปัญหาการว่างงาน และอีกหลาย ๆ ท่าน ผมคงจะไม่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ เพราะว่าทุกท่านนั้นก็เปึนห่วง ก็ฝากกรรมาธิการซึ่งเราก็คงจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ หลาย ๆ ท่านในรายละเอียดบางสิ่งบางอย่างนั้นก็สามารถที่จะไปแก้ไขในขั้นกรรมาธิการ ได้โดยที่มีวัตถุประสงค์อันเดียวกันคือ พ.ร.บ. นี้ทุกท่านเห็นด้วยและมีความจําเปึนนะครับ ผมจึงขอเรียนและขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะเปึนการลงมติรับหรือไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ผมจะถามว่าท่านผู้ใดเห็นควร รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ป่ดการลงมติครับ ขอผลคะแนนการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่านครับ เปึนอันว่า สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ร่างนะครับ

ต่อไปขอเชิญผู้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอรายชื่อร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ ท่าน โดยมี สัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่าน และสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๓๑ ท่าน โดยแบ่งดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคมอีก ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราชอีก ๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญรัฐมนตรีไพฑูรย์เสนอรายชื่อกรรมาธิการในส่วนของ คณะรัฐมนตรีครับ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในสัดส่วนของรัฐบาลนะครับ จํานวน ๕ ท่าน ๑. นายปนิธิ ศิริเขต ๒. นางจันทวรรณ ทองสมบุญ ๓. นายอาทิตย์ อิสโม ๔. นายรังสฤษฎ์ จันทรัตน์ ๕. นายอภิมุข สุขประสิทธิ์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจํานวน ๑๒ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายไชยา พรหมา ๒. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๓. นายสมคิด บาลไธสง ๔. นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ ๕. นายสถาพร มณีรัตน์ ๖. นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ ๗. นายชัชสิษฐ์ โอจารุทิพย์ ๘. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๙. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๐. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๑๑. นายจํารัส เวียงสงค์ และ ๑๒. นางสุนทรี หัตถีเซ่งกิ่ง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ คนดังนี้ค่ะ ๑. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๓. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๔. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๕. นายเรวัต อารีรอบ ๖. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๗. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๘. นายชลิต มีสิทธิ์ ๙. นายนคร มาฉิม ๑๐. นายสมควร โอบอ้อม และ ๑๑. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจ ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ประกอบไปด้วย ๑. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๒. นายเอกพร รักความสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทํา ที่บ้านในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน คือ ๑. นายอุดร ทองประเสริฐ ๒. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ

นางอุดร จินตะเวช อุบลราชธานี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาดังนี้ค่ะ ๑. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๒. นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่านครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคมจํานวน ๑ ท่าน คือนางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคประชาราชค่ะ ขอเสนอรายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาราชและพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน คือนายมุข สุไลมาน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เปึนอันจบการเสนอคณะกรรมาธิการ เชิญท่านเลขาธิการ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายปนิธิ ศิริเขต ๒. นางจันทวรรณ ทองสมบุญ ๓. นายอาทิตย์ อิสโม ๔. นายรังสฤษฎ์ จันทรรัตน์ ๕ นายอภิมุข สุขประสิทธิ์ ๖ นายไชยา พรหมา ๗. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๘. นายสมคิด บาลไธสง ๙. นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ ๑๐. นายสถาพร มณีรัตน์ ๑๑. นายบัณฑิตข์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ ๑๒. นายชัชสิษฐ์ โอจารุทิพย์ ๑๓. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๔. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๕. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๑๖. นายจํารัส เวียงสงค์ ๑๗. นางสุนทรี หัตถีเซ่งกิ่ง ๑๘. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๑๙. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๒๐. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๒๑. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๒๒. นายเรวัต อารีรอบ ๒๓. นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๒๔. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๒๕. นายชฤทธิ์ มีสิทธิ์ ๒๖. นายนคร มาฉิม ๒๗. นายสมควร โอบอ้อม ๒๘. นางสาว พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๙. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๓๐. นายเอกพร รักความสุข ๓๑. นายอุดร ทองประเสริฐ ๓๒. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ๓๓. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๓๔. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๓๕. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ๓๖. นายมุข สุไลมาน ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปขอเชิญสมาชิกเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติและร่างหลักที่เราจะใช้ ในการพิจารณาครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอ ให้ใช้ร่างของรัฐบาลเปึนหลักครับ และขอให้แปรญัตติตามข้อบังคับ ๗ วันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ เปึนอันว่าสภาแห่งนี้เห็นควรใช้ร่างรัฐบาลเปึนร่างหลัก และใช้เวลาในการแปรญัตติ ๗ วัน ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนะครับ ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง เปึนอันจบเรื่องเลื่อนที่ ๓

ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔

๔.๑ ครับ ท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอญัตติ เลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๔๐ เรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ (นายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วาระที่เท่าไรนะครับ ผมฟังไม่ถนัด

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ครับผมขออนุญาตอภิปราย เพื่อขอความกรุณาท่านประธานให้ท่านสมาชิกได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วาระที่ ๕.๔๐

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

วาระที่ ๕.๔๐ ครับ เรื่องพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ท่านประธานครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความประสงค์ร่วมกันจากบุคคล หลายฝ์ายนะครับ ฝ์ายภาคการเมืองเองก็ได้เสนอเกือบจะทุกพรรคการเมืองนะครับ สําหรับพรรคเพื่อไทยก็มีอีกฉบับของท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ เสนอในนามที่เปึนตัวแทนของ กรรมาธิการการเกษตร แล้วยังมีของรัฐบาลและของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ทั้ง ๓-๔ พรรคครับ พี่น้องเกษตรกรก็คอยครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มายื่นความประสงค์ที่จะขอให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา มันอยู่ท้าย ๆ ครับเกรงว่าจะช้าไปสําหรับการแก้ไข ปัญหาภาคเกษตร แล้วได้หารือกับทางท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลก็เห็นว่ามีเจตจํานงอยู่ ใกล้เคียงกันครับว่าจะพิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งก็น่าที่จะได้เลื่อนไว้ในสัปดาห์นี้ ขอความกรุณาโปรดได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือกับภาคเกษตรกรที่ต้องการความ มั่นคงท่ามกลางภาวะวิกฤติที่แสนทุกข์ยากลําเค็ญครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมอยากจะหารือ ท่านประธานว่าที่เลื่อนขึ้นมานี้เห็นความจําเปึนเรื่องสภาเกษตรกรแห่งชาติ แต่อยากจะ กราบเรียนถามท่านประธานว่าในกรณีของ พ.ร.บ. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จะมีผลกระทบ หรือไม่ครับ เพราะว่าถ้าเผื่อวันนี้ได้ลงมติเรื่องของ พ.ร.บ. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว ผมคิดว่า จะช่วยได้เยอะครับ เพราะว่าถ้าเผื่อของเราเสร็จตรงนี้ไปก็ส่งไปวุฒิสภา และในวันที่ ๑ ตุลาคม ท่านประธานครับ ถ้าเผื่อกฎหมายฉบับนี้สามารถพิจารณาผ่านทัน อย่างน้อย ที่สุดผู้สูงอายุจะไม่ได้รับผลกระทบเลย เพราะว่าจะสามารถใช้กฎหมายนี้บังคับได้ และ เงินนี้รัฐบาลก็เตรียมไว้ให้อยู่แล้วครับ ผมคิดว่าถ้าเผื่อเปึนไปได้ถ้าไม่ได้รับผลกระทบ ในเรื่องของมีกฎหมายฉบับอื่นมาแซง ก็อยากจะขอความกรุณาที่ประชุมว่าช่วยดูแล ผู้สูงอายุให้เสร็จไป เรื่องเกษตรกร สภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นก็สําคัญครับ แต่ของเราเสร็จ มาหมดแล้ว นี่ท่านเพิ่งเข้าวาระแรกก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธานครับว่าเปึนไป ได้ไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เห็นด้วย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ผ่านวาระสองไปเรียบร้อย แล้วก็ส่งกลับ ไปให้ประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะพิจารณาแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้เซ็น รับรองมา ขอเชิญคุณไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมได้กราบเรียน ท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผมต้องการให้สภาได้พิจารณา ซึ่งเปึนไปตามข้อบังคับอยู่แล้ว วันนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะได้พิจารณากันถึง ร่างพระราชบัญญัติของผู้สูงอายุตามที่ท่านประสงค์อยู่แล้ว ที่เลื่อนวันนี้เพื่อจะให้ พิจารณาในคราวต่อไปครับ ซึ่งเปึนไปตามข้อบังคับอยู่แล้ว ผมให้ความร่วมมือและเห็นว่า เปึนความสัมฤทธิผลร่วมกันของพวกเราครับ อยากจะขอความกรุณาทางฝ์ายรัฐบาลได้ให้ เลื่อนเถอะครับ เพราะท่านก็จะเปึนผู้หนึ่งที่ทุ่มเทหัวใจให้กับคนยากคนจนภาค เกษตรกรรมนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสถาพร มีอะไรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน กระผมก็เห็นด้วยและสนับสนุนท่านไพจิต ศรีวรขาน ในส่วนของพระราชบัญญัติผู้สูงอายุซึ่งเปึนวาระสาม คงไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่อยากจะเรียกร้องให้สมาชิกสภาแห่งนี้ พ.ร.บ. สภาเกษตรแห่งชาติ ซึ่งผมเอง ก็เสนอร่าง ๑ ร่าง ก็อยากจะให้สภาแห่งนี้ดําเนินการเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณา เพราะว่า เวลาลงพื้นที่หรือเวลาพบปะพี่น้องของพวกเรา ไม่ว่ากลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มสหกรณ์ ต่าง ๆ ที่มีความหวังกับสภาเกษตรกรแห่งชาติจะถามอยู่เสมอว่า เมื่อสภาบรรจุวาระแล้ว ทําไมถึงไม่หยิบยกพระราชบัญญัติของเขาเข้ามาพิจารณา ผมสนับสนุนท่านไพจิต ศรีวรขาน แล้วก็ทั้งร่างผู้สูงอายุก็น่าที่จะดําเนินการตามวาระให้เสร็จสิ้นครับ ด้วยความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางฝ์ายรัฐบาลเชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะวิป รัฐบาล ความจริงทางตัวแทนของฝ์ายค้านก็ได้มาหารือในเรื่องของการที่จะหยิบยก กฎหมายเรื่องสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเปึนกฎหมายที่ได้กําหนดเอาไว้ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญและเปึนกฎหมายที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลนี้ที่ต้องการที่จะให้มีสภา เกษตรแห่งชาติ แต่ผมได้เรียนไปกับท่านพิษณุ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ผมบอกว่าวิปก็จะได้หยิกยกขึ้นมาพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป ทั้งนี้ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ มีร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีและมีร่างที่เสนอโดย ส.ส. เกือบทุกพรรค เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อที่จะให้การพิจารณากฎหมายเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ก็ขอว่า วิปจะรับไปในการที่จะนําเสนอในสัปดาห์ต่อไปนะครับที่สําคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้น เราได้มีการพิจารณาในวาระสองมาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว และร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ เพื่อนสมาชิกในสภาทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลก็เปึน ผู้เสนอ ที่สําคัญก็คือว่าในขณะนี้เราถือว่าเรื่องผู้สูงอายุนั้นเปึนนโยบายสําคัญของรัฐบาล นะครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้เพียงแต่เพื่อนสมาชิกได้ลงมติในวาระสามก็สามารถที่จะ ประกาศใช้เปึนกฎหมายได้เลยครับ แล้วก็จะเปึนความหวังของผู้สูงอายุทั่วประเทศ จึงอยากจะเรียนหารือว่า ถ้าเอาตามลําดับเช่นนี้กฎหมายก็จะเปึนไปตามที่เราได้ตกลงกัน ไว้ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการตามระเบียบวาระ ส่วนข้อหารือกับ วิปฝ์ายค้าน ผมคิดว่าก็จะได้หารือกันต่อไป และจะดําเนินการตามที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานสภาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอหารืออย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อประหยัดเวลา เดี๋ยวเราลงมติพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะหารือว่าขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ระเบียบวาระ ๕.๓๖ ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามหมายเลข อย่างนี้นะครับ ระเบียบวาระ ๕.๔๐ ระเบียบวาระ ๕.๔๑ ระเบียบวาระ ๕.๔๒ ระเบียบ ๕.๔๓ ระเบียบวาระ ๕.๔๗ ระเบียบวาระ ๕.๔๘ มาพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า ทุกท่านมีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เปึนอันเห็นพ้องต้องกันนะครับ เราจะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งหน้าครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะให้เปึนไป ตามข้อบังคับนะครับ เพราะว่าการเลื่อนระเบียบวาระนั้นต้องลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบ นะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เปึนไปตามที่ท่านประธานได้ดําเนินการ แล้วก็เรื่องกฎหมาย สภาเกษตรนั้นก็เปึนนโยบายของรัฐบาล และในขณะนี้ผมเข้าใจว่าทางท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ขัดข้อง และวิปก็เห็นเปึนเช่นเดียวกัน นะครับ ผมขออนุญาตเสนอเลื่อนระเบียบวาระที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรแห่งชาติ ระเบียบวาระ ๕.๓๖ ๕.๔๐ ๕.๔๑ ๕.๔๒ ตามลําดับขึ้นมา พิจารณาก่อน เพื่อพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ไม่จําเปึนต้องลงมตินะครับ เพราะถือว่าเปึนมติเอกฉันท์ คุณวรศุลีครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ยื่นเสนอกฎหมายเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเนื้อหามันคล้าย ๆ กับกฎหมายสภา เกษตรกรแห่งชาติ แต่เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ได้บรรจุไปว่าเปึนกฎหมายเกี่ยวกับ การเงิน ดิฉันอยากเสนอว่าในส่วนของกฎหมายเกษตรกรแห่งชาติ พ.ร.บ. ที่ดิฉันได้เสนอ ไว้ตั้งแต่ป้ที่แล้ว ถ้าหากว่าในกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายคลึงกันนั้น ขอให้เอาญัตตินี้เข้ามาพิจารณาร่วมในครั้งนี้เลยได้หรือไม่คะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ญัตติตามข้อ ๕.๔๘ ใช่ไหมครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ไม่ใช่ค่ะ คือยังไม่ได้บรรจุเข้า วาระ เพียงแต่ว่าได้เสนอมาแล้ว โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านยังไม่รับรอง เพราะบอกว่า เปึน พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งดิฉันดูแล้วว่าร่างญัตติข้อความมาตราต่าง ๆ นั้น คล้ายคลึงกับกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็เลยอยากจะขอท่านประธานผ่านไปถึง ท่านประธานวิป เพราะดิฉันได้หารือผ่านสภานี้ ๔ ครั้งแล้วนะคะ ๔ ครั้งในการหารือว่า ขอร้องให้ท่านว่าเอากฎหมายนี้เข้ามาพิจารณา เพราะเนื่องจากว่ากฎหมายที่ดิฉันได้ร่างไว้นี้เกี่ยวพันกับเกษตรกรทุกอย่างไม่ว่าจะเปึน การเกษตรล่วงหน้า คล้าย ๆ กับสภาเกษตรกรแห่งชาติ เนื่องจากว่าให้สิทธิ และกําหนดให้ประชาชนซึ่งเปึนเกษตรกรโดยตรงมีหน้าที่และมีสิทธิในหน้าที่ของความ เปึนคนไทยและเปึนประชาชนในภายใต้กฎหมายนี้ ดิฉันก็อยากจะฝากขอท่านประธานนะคะ ท่านประธานวิปอนุญาต ขอให้เราเอาร่างนั้นร่วมเข้ามาพิจารณาได้ไหม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้เซ็นรับรองนะครับ ที่ประชุม แห่งนี้ยังไม่สามารถจะอนุมัติให้ได้ แต่หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเซ็นรับรองแล้ว ขอคุณวรศุลีเสนอมาตอนก่อนพิจารณาวาระนี้นะครับ แล้วก็ใช้เปึนมติที่ประชุมนะครับ ทําได้

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

คือท่านประธานคะ ก็อยากจะ ขอถือโอกาสนี้ในกรณีที่จะมีการพิจารณาสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่าท่านได้ฟังเสียงดิฉันเนื่องจากว่าท่านไม่ได้นั่งอยู่ตรงที่แท่นของท่านนะคะ ก็ขอให้ท่านนําตัวนี้หรือเซ็นรับรองแกรกเดียวแค่นั้นเองค่ะก็เอาเข้าสภานะคะ แล้วก็ มาร่วมพิจารณาแล้วก็ผ่านไปด้วยกันอย่างนี้ ขอร้องนะคะท่านประธานคะ ดิฉันได้ยื่นมา ตั้งนานแล้วนะคะ แล้วก็เกี่ยวพันกับเรื่องประกันราคา จํานําราคาหรือช่วยอุทกภัยอะไร ต่าง ๆ นั้นนะคะ มันอยู่ในนั้นหมดทุกอย่างเลย และเนื้อหานั้นคล้าย ๆ เหมือน ๆ กัน เลยค่ะ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพียงแต่ว่าในส่วนนั้นมันมีการตั้งกองทุน ก็เลยไป เกี่ยวพันว่าจะต้องเปึนการเงิน แต่ถ้าหากว่าในร่างนั้นท่านจะไม่พิจารณาให้มีกองทุนก็ตัด มาตรานั้นออกไปก็ได้ ดิฉันก็เลยอยากจะขอถือโอกาสนี้ เนื่องจากว่าได้ยื่นมานานแล้ว นะคะท่านประธานคะ ตั้งแต่สมัยโน้นจนถึงสมัยนี้ ๓ สมัย และ ๓ นายกรัฐมนตรีแล้ว นะคะ อย่างไร ๆ ก็ขอให้ท่านช่วยเหลือเกษตรกรค่ะ เพราะไม่ต้องมาร้องอย่างนั้นอย่างนี้ ว่าประกันราคามันไม่ดี จํานํามันไม่ดี ให้เขาคิดเองบ้างนะคะ เดี๋ยวนี้เกษตรกรนั้นเขาเก่ง แล้วนะคะ เขารู้จักใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) นะคะ เขารู้จักใช้คอมพิวเตอร์ไม่เหมือน แต่ก่อน เขียน ก ข บวก ๑ บวก ๒ นะคะท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องอธิบายมากครับ ไม่เปึนอะไรครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านเซ็นรับรองแล้วเรา ก็มาครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็จะขอรับเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงแล้วก็จะได้ไปตรวจสอบในสารบัญของการรับรอง พระราชบัญญัติกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าเท่าที่ฟังเบื้องต้นเข้าใจว่าเนื้อหาสาระ คงมีหลักการบางประการที่เปึนเรื่องซึ่งต่างกันกับหลักการในพระราชบัญญัติสภา เกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้มีเรื่องของกองทุนอยู่นะครับ ทีนี้ประเด็นที่ท่านเสนอบอกว่า ให้ตัดเรื่องกองทุนออกนี้ โดยข้อเท็จจริงแล้วในทางปฏิบัตินั้นทางฝ์ายนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องรับรองกฎหมายไม่สามารถที่จะปรับเนื้อหาของท่านสมาชิกที่มีการส่งจากสภา เพื่อให้รับรองเปึนกฎหมายการเงินได้นะครับ หนทางปฏิบัติที่จะดีที่สุดถ้าท่านจะตัดออก ก็ขอกราบเรียนเสนอแนะท่านประธานว่าก็คือว่าท่านก็ร่างกฎหมายฉบับใหม่ แล้วก็ถอน ส่วนนั้นออกไป และถ้ามีหลักการใกล้เคียงกับเรื่องสภาเกษตรกรแห่งชาติและไม่มีเรื่องที่ เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวเนื่องด้วยการเงิน เมื่อท่านเสนอต่อท่านประธานแล้ววินิจฉัยว่า ไม่เปึนกฎหมายการเงินนี้ก็จะสะดวกในการที่จะไม่ต้องไปรับรองอีก แล้วก็เข้ามาสภานี้ ก็น่าที่จะดําเนินการทันนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามทางฝ์ายของสํานักนายกรัฐมนตรี จะได้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้อีกครั้งหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรศุลีเข้าใจไหมครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ค่ะ ยังไม่เข้าใจเท่าไรค่ะ ท่านประธานคะ ที่เข้าใจอย่างนี้ว่าถ้าอย่างนั้นในอาทิตย์หน้านี้คิดว่าจะเอาร่างญัตตินี้ เข้ามา ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ดิฉันก็ไปแก้ไขพระราชบัญญัตินั้นนะคะ แล้วก็เอานําเข้า แล้วขอให้ท่านรับว่าอาทิตย์หน้านี้เอาร่างที่ดิฉันร่างนั้นเข้ามาพิจารณาด้วยกัน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คุณวรศุลีก็ถอนร่างเดิมออกนะครับ แล้วก็เสนอร่างใหม่เข้ามา ให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่าไม่ใช่ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน อาทิตย์หน้าท่านประธานวิปรัฐบาลก็รับปาก นะครับว่าจะให้เข้ามาพิจารณาร่วมด้วยเหมือนกับร่างพระราชบัญญัติทั้งหลายที่เราเสนอ เข้ามาพิจารณาพร้อมกันทีเดียวหลายฉบับ ทําได้นะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ก็อยากให้บันทึกไว้เลยค่ะว่า ถ้าพรุ่งนี้ดิฉันยื่นแก้ก็จะไม่มีคําว่า จะ ก็คือพิจารณาอาทิตย์หน้านะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมมีรายงานการประชุมและบันทึกการประชุมอยู่แล้วนะครับ คุณพิษณุครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด หนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ถ้าผมฟังไม่ผิดมีการขอเสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ มี ๒ ท่านด้วยกัน ผมเกรงว่าจะมีการทําผิดข้อบังคับหรือไม่ เพราะตอนแรกท่านไพจิต ศรีวรขาน จากพรรคเพื่อไทยได้เสนอร่าง เรื่องที่ ๕.๔๐ ๕.๔๗ และ ๕.๔๘ ซึ่ง ๕.๔๐ เสนอโดยนายเจริญ จรรย์โกมล ๕.๔๗ ร่างพระราชบัญญัติสภา เกษตรกรแห่งชาติ เสนอโดยนายอนันต์ ศรีพันธุ์ กับคณะ ๕.๔๘ เสนอโดย นายสถาพร มณีรัตน์ กับคณะ ส่วนของท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลผมไม่มั่นใจว่าท่านเสนอรวมทั้ง ๗ คณะเลยหรือเปล่า และจะเปึนการเสนอญัตติซ้อนญัตติหรือไม่ ขอประธาน ช่วยกรุณาพิจารณาด้วยครับว่าจะถอนออกทั้ง ๒ คน แล้วก็เสนอใหม่พร้อมกันไปเลย ๗ ร่างน่าจะถูกต้องกว่าไหมครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริงไม่ใช่ญัตติซ้อนญัตติ เพราะต่างคนต่างพูดในเรื่องเดียวกัน แต่เผอิญมี ท่านประธานวิปรู้สึกท่านจะอ่านไม่ครบ ขาดไป ๕.๔๘ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อความเรียบร้อยก็ขอให้คุณไพจิตถอนญัตติเดิมออกไป แล้วก็จะให้ท่านประธานวิป ฝ์ายรัฐบาลท่านเสนอญัตติใหม่ท่านเดียว

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณ ท่านประธานวิป ด้วยเจตนารมณ์ที่ตรงกันคือให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภา เกษตรกรแห่งชาติของคณะรัฐมนตรีและของ ส.ส. ของทุกพรรคการเมืองได้ร่วมพิจารณา ผมยินดีถอนท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านประธานวิปรัฐบาลเสนอใหม่อีกครั้งนะครับ รวมให้หมดเลยนะครับ ในตัวร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งหมดรู้สึกจะเปึน ๗ ฉบับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ผมขอเสนอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ๕.๓๖ ที่คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ ๕.๔๐ ๕.๔๑ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... นายนพดล พลเสน และคณะ เปึนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรแห่งชาติ ที่นายศุภชัย โพธิ์สุ กับคณะ เปึนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่นายขยัน วิพรหมชัย กับคณะ เปึนผู้เสนอนะครับ และร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่นายอนันต์ ศรีพันธุ์ และคณะ เปึนผู้เสนอ ๕.๔๘ สุดท้ายนะครับ ร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกร แห่งชาติ พ.ศ. .... ที่นายสถาพร มณีรัตน์ กับคณะ เปึนผู้เสนอครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าเราลงมติเปึนเอกฉันท์ให้เลื่อนพระราชบัญญัติ ทั้ง ๗ ร่างพระราชบัญญัติมาพิจารณาในการประชุมครั้งหน้าครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา หารือกับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวิปได้กรุณาเลื่อนทั้ง ๗ วาระขึ้นมา เพื่อพิจารณาในอาทิตย์ถัดไป ปัญหามีอยู่นิดเดียวครับว่า ร่างของคุณนพดล พลเสน ซึ่งยื่นเสนอในนามของพรรคชาติไทยเดิม ซึ่งพรรคชาติไทยได้ถูกยุบไปแล้ว และมีเพื่อน สมาชิกหลายท่านที่ได้ลงชื่อเอาไว้ในร่างฉบับนั้น หารือกับท่านประธานครับว่า พวกผม จะต้องยื่นร่างประกบใหม่หรือไม่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนคุณภราดรอย่างนี้แล้วกันนะครับ ขอให้ท่านเสนอขึ้นมาใหม่ผ่าน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้นะครับ และเราก็บรรจุเข้าไปในการประชุมครั้งหน้า พิจารณาร่วมกันนะครับ

ต่อไปเปึน ระเบียบวาระที่ ๔

๔.๑ เปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุในวาระสาม ก็เรียน ชี้แจงท่านสมาชิกอย่างนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคมที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ พิจารณารับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุผ่านในวาระสองเรียบร้อยทุกมาตราแล้วนะครับ แต่หลังจากที่จะลงมติทั้งฉบับในวาระสาม ปรากฏว่ามีผู้ท้วงติงว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะเปึนพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับ การเงิน ท่านประธานที่ประชุมในครั้งนั้นจึงได้ชะลอการลงมติแล้วส่งเรื่องไปให้ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดประชุมประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ขณะนี้ ประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะได้ประชุมแล้ว มีมติว่าในการแก้ไขในขั้นแปรญัตติ ได้มีการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติการเงิน ตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๔ วรรคสอง ระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องส่งเรื่องไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรองพระราชบัญญัติฉบับนี้ บัดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เซ็น รับรองพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งเรื่องกลับคืนสู่สภาผู้แทนราษฎรของ เรา เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรของเราก็จะต้องดําเนินการต่อ คือลงมติทั้งฉบับในวาระ สามของร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติในวาระสามครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็กดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ไม่มีท่านผู้ใดที่จะแก้ไขถ้อยคํานะครับ ขอส่งผลการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ และเดินเข้ามาอีก ๓-๔ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปจะเปึนการลงมติในวาระสาม ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านผู้ใดเห็นด้วย ในการให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระสาม ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ขอเชิญท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้เข้าห้องมาลงมติ เชิญเข้าห้องเพื่อลงมติด้วยนะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ แบบสัดส่วน

ขออนุญาตค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างที่ รอเพื่อนสมาชิกมาลงมตินะคะ ดิฉันขอกราบเรียนตามที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุม ว่าในการพิจารณาวาระสอง เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ดิฉันขออนุญาตเพื่อจะได้ให้บันทึก ได้ถูกต้อง ในวาระสองเปึนการประชุมเมื่อวันพุธ ๒๐ พฤษภาคม ขอกราบเรียนค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ในนี้เขียนไว้ว่าวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ก็ขอแก้ไขให้ถูกต้องด้วยนะครับ ป่ดการลงมติ ขอแสดงผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน สมาชิก ครับ เดี๋ยวอย่าเพิ่งกลับ เดี๋ยวจะมีข้อสังเกตด้วยครับ เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระสามเรียบร้อยแล้วครับ

เนื่องจากมีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วม ซึ่งได้แจกไปให้พวกเรา ได้ศึกษาล่วงหน้าก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะต้องถามมติของพวกเราว่า ท่านผู้ใด เห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้ครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยนะครับ ให้ความเห็นชอบข้อสังเกตนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ป่ดการลงมติ ขอผลการลงมติครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ระหว่างรอลงมติ ผมจะกราบเรียนท่านประธาน อย่าเพิ่งป่ดนะครับ เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนรายชื่อกรรมาธิการ ๑ คน ขออนุญาตนะครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นก็ขอเสนอตอนนี้เลยก็แล้วกันนะครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาราช ขอเปลี่ยนรายชื่อ คณะกรรมการร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้านนะครับ จากนายมุข สุไลมาน เปึนนายนัจมุดดีน อูมา ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปเปึนการแจ้งผลการลงมตินะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๐ ท่าน เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน เปึนอันว่าเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ

ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน เจ้าหน้าที่ทุกคนครับ ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๕๐ นาฬิกา