นคร มาฉิม เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมพัฒนาผู้รับงานที่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบและขาดคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบการที่จ้างแรงงานไปทําที่บ้าน โดยหารือเรื่องสิทธิและประโยชน์ของแรงงานที่ทำงานที่บ้าน รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย โดยเฉพาะเด็กและหญิงที่มีครรภ์ นอกจากนี้ยังขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่รับงานที่บ้าน และเรียกร้องการตราพระราชบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้แรงงานที่รับงานที่บ้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมกับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้ ฯพณฯ ไพฑูรย์ แก้วทอง ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ กระผม นายนคร มาฉิม ท่าน ส.ส. ฮอชาลี ม่าเหร็ม ท่าน ส.ส. ทศพล เพ็งส้ม ท่าน ส.ส. เทิดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านสุวโรช พะลัง ท่านสมควร โอบอ้อม ท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านอสิ มะหะมัดยังกี ท่านปรีชา มุสิกุล ท่านสกลธี ภัททิยกุล ท่านนาราชา สุวิทย์ ท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ท่านสราวุธ อ่อนละมัย ท่านปรีชญา ขําเจริญ ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ และท่าน ส.ส. ชุมพล จุลใส รวมทั้งหมด ๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม พัฒนาผู้รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมพัฒนาผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน พ.ศ. ....
เหตุผล เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและความสัมพันธ์ในการจ้าง งาน โดยอยู่ในรูปแบบผู้รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งไม่อยู่บนพื้นฐานของสัญญาจ้างแรงงาน ทําให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เกิดการเอารัด เอาเปรียบในเรื่องสภาพการจ้าง อย่างเช่น เรื่องค่าตอบแทนขั้นต่ํา การผลักภาระ ค่าใช้จ่าย และวัสดุอุปกรณ์ในการทํางาน เกิดสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัย ขาดแหล่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแรงงาน และการตลาด การพัฒนา ทักษะฝ้มือแรงงานตลอดจนเงินทุนหมุนเวียน ไม่มีการรวมกลุ่มทําให้ขาดความเข้มแข็ง และอํานาจต่อรอง ขาดประสิทธิภาพในการทํางาน และคุณภาพของฝ้มือ และผลผลิต อีกทั้งไม่มีกลไกในการบังคับใช้กฎหมาย และไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เปึนการประสาน ประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอันนํามาซึ่งความขัดแย้งและทําลายความสัมพันธ์ อันดีในการจ้างแรงงานที่มีต่อกันระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง จึงจําเปึนต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
โดยมีสาระสําคัญ ผมขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปก็เพื่อที่จะให้แรงงาน หรือผู้นํางานไปทําที่บ้านได้รับทราบถึงสิทธิและประโยชน์ที่จะพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย และกําหนดให้มีคณะกรรมการค่าตอบแทนการทํางาน เพื่อกําหนดอัตราค่าตอบแทนที่ เปึนธรรมแก่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน มีการกําหนดหลักเกณฑ์การจ้างงาน และค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนแก่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน กําหนดประเภทของงานที่ห้ามมิให้ผู้ว่าจ้าง ไม่ให้ ผู้จ้างงานส่งมอบงานให้ผู้รับงานไปทําที่บ้าน กําหนดให้ผู้จ้างงานเปึนผู้รับผิดชอบ ในค่ารักษาพยาบาล ค่าทําศพ ค่าฟุ๋นฟูสมรรถภาพในกรณีที่ผู้รับงานไปทําที่บ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทํางานประสบกับอันตราย เจ็บป์วย ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ ความตายอันเนื่องมาจากการทํางาน
ที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือการกําหนดห้ามมิให้ใช้เด็กทํางานในงานที่รับ ไปทําที่บ้านที่อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือร่างกายของเด็ก โดยเฉพาะเรื่องสารเคมี และสารที่เปึนอันตราย และกําหนดให้เปึนข้อห้ามสําหรับผู้ที่รับงานไปทําที่บ้าน ซึ่งเปึนหญิงที่มีครรภ์ เพื่อปัองกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กในครรภ์
และประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนไว้เปึนเบื้องต้น ซึ่งอันที่จริงมีอยู่ ทั้งหมด ๒๑ ประโยชน์ แล้วก็ข้อสังเกตที่เปึนสาระสําคัญ
ประเด็นสุดท้ายก็คือการกําหนดให้กรณีที่คู่กรณีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งไม่พอใจ ผลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย และระงับข้อพิพาทมีสิทธิยื่น คําร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พุทธศักราช ๒๕๔๑
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยก็คือ เนื่องจากว่าปัจจุบันผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นขาดสวัสดิภาพ ขาดสวัสดิการตามกฎหมาย หลายฉบับที่จะพึงมีพึงได้ตามสิทธิของผู้ใช้แรงงาน และจํานวนนี้จะเปึนผู้ที่ขับเคลื่อน แรงงานและสร้างงานให้กับประเทศไม่น้อย ถึงเวลาแล้วที่จะมีการตราพระราชบัญญัติ เพื่อให้สิทธิประโยชน์กับผู้ที่รับงานไปทําที่บ้านได้รับการคุ้มครอง โดยผ่านกลไกของ ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วก็สนองตอบตามนโยบายของรัฐบาล เพราะนั้นผมจึงขออนุญาต เปึนตัวแทนเพื่อนสมาชิกที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ