สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

วิทยา บุรณศิริ อภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ..... และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายฉบับนี้ต่อแรงงานที่อายุเกินกว่า 30 ปี และหญิงมีครรภ์

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมเองต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้เสนอกฎหมายในเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... แต่ก่อนที่ผมจะได้ร่วมลงมติให้ความเห็นชอบ ในวาระขั้นรับหลักการนั้น ต้องขออภิปรายแล้วก็ขอสอบถามบางประเด็นที่ดูสาระทาง กฎหมายแล้วทราบว่าเปึนกฎหมายที่ให้การคุ้มครองโดยเฉพาะคุ้มครองด้านแรงงานกับ ผู้ที่รับงานไปทําที่บ้าน ถ้าฟังดูในหลักการแล้วว่าการมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับ งานไปทําที่บ้านน่าจะเปึนเรื่องที่ใหม่ และตัวเลขต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าตัวเลข เมื่อใด จํานวน ๕๔๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นที่ท่านนํามากล่าวอ้างถึงเหตุผลทําให้เห็นว่า มีแรงงานที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นเปึนจํานวนถึง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพื่อประกอบเปึน แนวทางต่อสมาชิกได้ร่วมกันพิจารณาถึงความสําคัญ นั่นก็เปึนเหตุผลหนึ่ง แต่อย่างไร ก็แล้วแต่นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มีสิ่งหนึ่งที่ผมอาจจะต้องเรียนถามว่าอาจจะเปึนอุปสรรคหรือไม่อย่างไร หากกฎหมาย ฉบับนี้ได้ตราบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจากว่าเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก งานที่สามารถเอาไปทําที่บ้านนั้นคงจะมีงานอยู่ไม่กี่ประเภท ๑. ก็คือไม่ต้องใช้ เครื่องจักรกลหนัก ๒. ก็คือถ้าเปึนเครื่องจักรกลหนักหรือเครื่องจักรกลเบาก็ต้องได้รับ อนุญาต ซึ่งเปึนไปตามกรอบกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้นะครับเมื่อดูถึง รายละเอียดสาระสําคัญของกฎหมายแล้ว ผมเรียนตามตรงว่ายังเขียนไม่ได้ละเอียด บางมาตรา ผมเรียนตามตรงว่ายังเขียนไม่ได้ละเอียดบางมาตรา เนื่องจากว่างานที่ สามารถเอาไปทําที่บ้านปัจจุบันที่เรารับทราบจะมีงานผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เช่น สินค้าโอทอป (OTOP) ที่เราพบกันส่วนมากจะเปึนกิจกรรมในหมู่บ้านและสินค้าโอทอป เสียเปึนส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากกฎหมายฉบับนี้ตราบังคับใช้ต้องถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรกับสินค้าโอทอปและสินค้าเกษตร สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ น่าวิตกกังวลนะครับว่าอาจจะเปึนสองคมก็ว่าได้ คมที่หนึ่งก็คือเปึนประโยชน์กับพี่น้อง ชาวแรงงาน คมที่สองนั้นอาจจะเกิดโทษ ถ้ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ผมไม่มั่นใจนะครับ ว่าการบังคับใช้กฎหมายนั้นจะมีผลบังคับอย่างไร แต่ที่ผ่านมาได้ตรวจและได้รับทราบ ปัญหาแล้ว กฎหมายลักษณะแบบนี้ค่อนข้างจะเปึนโทษกับการรับงานไปทําที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด หรือมีอายุเกินกว่าความต้องการของ ตลาดแรงงาน ผมจําเปึนต้องอภิปรายอย่างนี้เปึนเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะเราพบว่าส่วนใหญ่ แล้วในสังคมปัจจุบันผู้ที่เปึนแรงงานนั้นจะอายุเกินกว่า ๓๐ ป้ขึ้นไปนะครับ แรงงาน ประเภทนี้ นั่นหมายถึงว่า ไม่สามารถเปึนลูกจ้างในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ก็ดี หรือโรงงาน ที่ทันสมัย แล้วกลับมาเปึนลูกจ้างแรงงานรับงานไปทําที่บ้านเสียส่วนใหญ่ ถ้าได้ดูตาม รายละเอียดในมาตราบางมาตราแล้วยิ่งวิตกกันอีก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ ในมาตรา ๒๐ ท่านประธานครับ เราจะเห็นได้ว่าในนี้ก็ไม่ได้กําหนดว่ามีครรภ์เริ่มตั้งแต่ กี่เดือน แล้วคนส่วนใหญ่ที่รับงานไปทําที่บ้านนั้นเปึนคนที่ยากจนครับท่านประธาน เปึน คนที่หาเช้ากินค่ําแล้วเปึนอาชีพเสริมที่เขาเหล่านั้นสามารถที่จะใช้อาชีพนี้เปึนการประทัง หรือเสริมรายได้ครับ เพราะฉะนั้นความวิตกกังวลของผมต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีความวิตกกังวลว่า หากได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปแล้วผลกระทบจะมีหรือไม่ ได้อ่านในรายละเอียดดู ยกตัวอย่างที่ผมยกให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบ ในมาตรา ๒๐ ผู้ใดให้หญิงมีครรภ์หรือเด็ก ซึ่งมีอายุที่ต่ํากว่า ๑๕ ป้ ทํางานที่มีลักษณะ เปึนอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของหญิงมีครรภ์และเด็ก ซึ่งมีอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ เด็กน้อยสมัยนี้เด็กไทยเปึนลูกกตัญ็ู เห็นพ่อแม่เหนื่อยเข้าไปช่วยหยิบจับงานที่พ่อแม่ทํา มาตรานี้มีปัญหาแล้วครับ หรือหญิงมีครรภ์ที่ตัวเองเพิ่งตั้งครรภ์ได้ ๒ เดือน ท้องแรก ท้องสาวก็มีปัญหาแล้วครับ มองไม่เห็นแล้วว่ามีครรภ์ หรือสิ่งที่ตนเองนําไปทําที่บ้าน ก็เปึนปัญหาอีกครับว่าอะไรคือสิ่งที่มีโทษกับร่างกายของหญิงตามมาตรานี้ ต้องเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับว่ามีการศึกษาหรือไม่ว่าอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนใดที่เอาไปทําที่บ้าน ที่เข้าข่ายในมาตรานี้แล้วจะเกิดโทษกับหญิงมีครรภ์และเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ ตามกฎหมายกําหนดตามมาตรา ๒๐ ผมเรียนตามตรงว่าลูกกตัญ็ูของคนไทยมีเยอะ ครับ เห็นพ่อแม่เหนื่อย อายุ ๑๐ กว่าขวบเราก็พบแล้วช่วยพ่อแม่ทํางาน แล้วบังเอิญงานที่ เอาไปทํานั้นเปึนงานที่เด็กสามารถช่วยพ่อแม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมเปึนห่วง เหมือนทําคุณบูชาโทษหรือเปล่า ต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีเจ้าของพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับว่าเราควรศึกษาให้กว้างหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สําคัญก็ฝากกรรมาธิการด้วยนะครับว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนประเด็นดูเสมือนว่ากฎหมายนั้น เปึนประโยชน์ แต่ได้ดูขอบเขตอํานาจและบทบังคับตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว ผมเริ่มมี ความวิตกกังวลแล้วครับว่าในภาวะวิกฤติแรงงาน ซึ่งเรียนตามตรงว่าบัดนี้เราพบว่ามีการ เลิกจ้างงานกันอย่างมาก และผนวกกับถ้ากฎหมายฉบับนี้ออก ท่านประธานครับ ผมมีความเปึนห่วงครับ การรับงานไปทําที่บ้านไม่ใช่เรื่องง่ายสําหรับพี่น้องประชาชน คนยากจนอีกแล้วครับ เพราะสิ่งเหล่านี้จึงต้องอภิปรายไว้ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า มีการศึกษากันไว้หรือเปล่าครับว่าจะมีผลกระทบกับผู้ที่ยากไร้ที่ต้องออกจากโรงงาน แล้วก็เอางานไปทําที่บ้าน เมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้แล้วเขาเหล่านั้นกลับไม่มีงานทํา เพราะโรงงานก็ไม่คิดว่าสินค้าหรือวัสดุบางตัวที่เอาไปจ้างงานนั้นเกิดผลกระทบกับ ครอบครัวของเขา ยกตัวอย่างตามมาตรา ๒๐ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต้องขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่ามีการศึกษาอย่างครอบคลุมหรือไม่ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร มิใช่ว่าพอ มีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ทําให้โรงงานนั้นไม่จ้างแรงงาน ก็คือไม่ให้งานกับผู้ใช้ แรงงานที่จะไปทํางานที่บ้าน ตรงนี้ผมถามว่าเปึนปัญหา อุปสรรคหรือไม่อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน