สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย โดยแสดงเหตุผลและผลในการรับร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมระบุความแตกต่างระหว่าง 2 ร่าง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรและกองทุน และเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาว่าควรให้เงินอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปหรือเงินอุดหนุนรายปี และว่าควรให้กองทุนหรือไม่ และยังเรียกร้องให้เชื่อมโยงระหว่างองค์กรต่าง ๆ และบทบัญญัติตรงตามกฎหมายให้ชัดเจน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปราย พูดจาแสดงเหตุและผลในการพิจารณาที่จะรับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม แล้วก็ร่างของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอเข้ามานะครับ เปึนร่างของคุณเจริญ จรรย์โกมล และคณะ เปึนร่างพระราชบัญญัติองค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จากหลักการ และเหตุผลของร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ของท่านสมาชิกที่เสนอ เข้ามา มีหลักการที่ไม่แตกต่างกันครับ ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วย องค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในหลักการของคณะรัฐมนตรีเสนอหลักการว่า ให้มี กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แล้วก็ให้เหตุผลประกอบว่า ตามมาตรา ๘๑ (๓) ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้รัฐต้องจัดให้มี กฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ เพื่อปรับปรุงและ พัฒนากฎหมายของประเทศ หรือปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง สนับสนุนการดําเนินการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงจําเปึนที่จะต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ เหตุผลคล้ายกันครับท่านประธาน เหตุผลที่ทางคณะรัฐมนตรีและ ท่านสมาชิกยกขึ้นมานี้ก็เปึนข้อความที่เขียนในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) กับมาตรา ๓๐๘ เอามาประกอบกันเปึนเหตุผล ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานหลังจากที่ได้ตรวจสอบดูหลักการ เหตุผล แล้วก็ดูตัวบทบัญญัติของ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่เปึนข้อสงสัยและเปึนสิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่จะได้กรุณาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ในชั้นรับหลักการว่า ความเปึนอิสระขององค์กรนี้ในตัวร่างของคณะรัฐมนตรีนี่ ต้องตอบสภาให้ชัดนะครับว่า องค์กรมีความเปึนอิสระในเรื่องไหนอย่างไร มีบทมาตราอะไรที่เปึนตัวรองรับ นั่นประการที่ ๑ นะครับที่จะต้องตอบ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเน้นให้มีองค์กรที่เปึนอิสระ แล้วเขียนไว้ ในบทบัญญัติเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ผมมาดูในรายละเอียดนะครับ บทบัญญัติแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มิได้หมายความว่าต้องสังกัดรัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรีนะครับ คําว่า รัฐ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงรัฐบาล เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมมี ข้อสงสัยต่อไปก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอขึ้นมา ในมาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ผมเป่ดไปดูสถานะขององค์กรในมาตราที่ว่าด้วยเรื่อง ของสํานักงานปฏิรูปกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ สถานะองค์กรให้เปึนหน่วยงาน ของรัฐมีฐานะเปึนนิติบุคคล แล้วอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของประธานคณะกรรมการ นั่นหมายถึงคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายฉบับนี้ เปึน หน่วยงานของรัฐอยู่ภายใต้การกํากับ แต่ภายใต้การกํากับของอะไรครับ มีองค์กรลักษณะ นี้หลายอย่างครับที่จะต้องการมีความเปึนอิสระในการที่จะบริหาร ในการที่จะดําเนิน กิจการขององค์กรให้มีความคล่องตัวนี่ก็อยู่ภายใต้การกํากับ หลายหน่วยงานขึ้นกํากับ ของรัฐมนตรีหลายหน่วยงานขึ้นกํากับของท่านนายกรัฐมนตรี แต่หน่วยงานนี้เขียนบอกว่า เปึนหน่วยที่อยู่ภายใต้กํากับของท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ท่านประธาน ครับ ผมเองค่อนข้างจะมีข้อสงสัยอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ให้ช่วยชี้แจงนะครับ สถานะของกฎหมายฉบับนี้เปึนหน่วยงานของรัฐ เปึนนิติบุคคล มีความเปึนอิสระ โดยข้อความตรงนี้จริง ๆ ต้องเน้นย้ําด้วยว่าเปึนหน่วยงานที่เปึนอิสระ ด้วย ในมาตรา ๒๑ แต่สิ่งที่ผมต้องถามก็คือว่าท่านไม่เขียนให้นายกรัฐมนตรี เปึนผู้รักษาการ นั่นคือเปึนผู้ที่มีอํานาจออกกฎ ออกระเบียบ กฎต่าง ๆ ในการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ความหมายของผู้รักษาการเปึนอย่างนั้น เชื่อมโยงอย่างไร ระหว่าง ประธานคณะกรรมการที่เข้าไปกํากับดูแลอยู่ คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นกับท่านนายกรัฐมนตรีไหม หน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานของรัฐที่ ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีไหม ถ้าตรวจสอบตามนี้ไม่ขึ้นเลยครับ ขึ้นกับประธานคณะกรรมการ เขาเปึนผู้กํากับ เพราะฉะนั้นสถานภาพของหน่วยงานผมค่อนข้างจะสับสนพอสมควร ครับว่า ฐานะหน่วยงานเมื่อไม่ขึ้นกํากับกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมไปตรวจสอบดู ความเปึนอิสระในการบริหารงบประมาณนะครับ เพราะเปึนปัจจัยหนึ่งที่บอกว่าเปึนความ อิสระ ท่านบอกว่าในร่างของรัฐบาลนะครับ หน่วยงานนี้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ลักษณะเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แน่นอนครับ ได้รับเงินอุดหนุนเปึนก้อนไปเลย โดยที่ ประธานคณะกรรมการโดยความเห็นของกรรมการจัดทําคําขอผ่านนายกรัฐมนตรีให้เสนอ กับสํานักงบประมาณ ท่านประธานครับ ลักษณะอย่างนี้เสมือนว่าโดยข้อเท็จจริง เขาเสมือนเปึนหน่วยงานภายใต้การกํากับของนายกรัฐมนตรี ในกระบวนการของการ ได้รับมาซึ่งงบประมาณ แต่ว่าตัวกฎหมายนี้เขียนให้ไปรองรับว่าอยู่ภายใต้กํากับของ ประธานคณะกรรมการ ผมก็เข้าใจนะครับ ท่านประธานครับว่า ความไม่ชัดเจนในฐานะ ของหน่วยงานที่เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี่เขียนไว้มันจะไปทางไหน ก็ลําบากมาก ครั้นจะให้หน่วยงานสามารถจัดทําคําของบประมาณโดยตรง ต่อกรรมาธิการเสมือนหน่วยงานอื่นที่เปึนอิสระ ก็เสมือนว่าจะทําไม่ได้ เพราะว่าความเปึน ประธานคณะกรรมการนี้ไม่ใช่เปึนลักษณะหน่วยงานครับ ไม่ใช่ลักษณะเปึนตัวหน่วยงาน ที่มีลักษณะเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของวิธีการ งบประมาณ ท่านเขียนออกมาหน่วยงานนี้เปึนนิติบุคคลให้ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป ในเรื่อง ของการบริหารการเงินการคลังท่านก็พยายามเชื่อมโยงให้มีความสัมพันธ์กับทางฝ์าย บริหารโดยผ่านให้นายกรัฐมนตรีเสนอเข้ามา และการตรวจสอบท่านก็ใช้วิธีการตรวจสอบ ซึ่งผมดูแล้วก็เหมือนกับตรวจสอบในฐานะที่เปึนองค์กรอิสระที่มีเงินเปึนของตนเอง นั่นก็คือจะต้องรายงานต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา นั่นหมายถึงสภาผู้แทนราษฎร กับรัฐสภาตามลําดับในมาตรา ๓๑ นะครับ ลักษณะเปึนอย่างนั้น แต่แน่นอนครับ เมื่อ กฎหมายฉบับนี้เขียนตัวเองให้เปึนหน่วยงานที่รับงบประมาณโดยตรง และนําเงินตรงนั้น มาเปึนเงินนอกงบประมาณ คือไม่ต้องนําเงินส่งคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ก็เหมือนกับว่ารับมาแล้วเปึนเงินนอกงบประมาณ ท่านต้องทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ อยู่ดีครับ ก็คือต้องรายงานงบดุลหรือการเงิน การใช้จ่าย รายรับ รายจ่ายต่าง ๆ ให้รัฐสภาทราบ โดยผ่านความเห็นของคณะรัฐมนตรีหลังจากที่รายงาน คณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ตรงนี้ก็ชัดเจนท่านเขียนไว้ อันนี้เสมือนว่าท่านเปึนอิสระในการ บริหารงบประมาณ ท่านประธานครับ นั่นคือประเด็นความเปึนอิสระขององค์กรและของ หน่วยงาน ทีนี้ประเด็นที่ผมตั้งประเด็นแต่แรกว่า เปึนองค์กรของรัฐที่เปึนองค์กรอิสระ ร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิก ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้เสนอชื่อกฎหมายว่า เปึนพระราชบัญญัติองค์กรปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... แต่ของรัฐบาลใช้คําว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ตรงนี้มีนัยสําคัญไหมครับ ท่านประธานครับ ผมฝากเปึนประเด็นให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงว่า ถ้าจะรับไปแล้ว แน่นอนครับเสียงส่วนใหญ่คงรับร่างรัฐบาลไป รับร่างรัฐบาลเปึนหลักในการพิจารณา แต่เพื่อนสมาชิกอาจจะต้องเสนอให้รับร่างของท่านสมาชิกที่เสนอประกอบไปด้วยนะครับ การที่เราจะมองประเด็นนี้ผมอยากให้กรรมาธิการช่วยไปดูนะครับว่า ในข้อเท็จจริงจะใช้ อย่างไร เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้คําว่า องค์กร ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์กรปฏิรูป กฎหมาย จําเปึนหรือไม่ต้องใช้ถ้อยคําตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓ ) เพราะว่ากฎหมายรัฐบาลเองเกิดจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๘ ที่เปึนบทเฉพาะกาล นะครับ ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีตั้งขึ้น ไปยกร่างกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา แล้วเสนอผ่าน ครม. ครม. เสนอในนามของรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ในประการต่อไปครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่ที่มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะยกประเด็นนิดเดียวครับ ประเด็นเรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้พยายามจะเขียนให้สอดคล้องกับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ (๕) ในมาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้นะครับ ท่านประธานครับ (๕) เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็คือ ๔ กลุ่มที่มีอํานาจเสนอกฎหมาย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ๔ กลุ่ม ทั้งนี้อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงาน และประชาชนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ผมถามอย่างนี้ครับ บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับจะต้องมีการวิเคราะห์ ทําบันทึก วิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบแนบท้ายมาให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาทุกฉบับที่มีการเสนอกฎหมาย เพราะเปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ตรงนั้นเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกาเปึนผู้ทํามาให้ ผมถามนะครับ อํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๘ (๕) ตรงนี้แยกอย่างไรครับ คาบเกี่ยว อย่างไรกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะท่านใช้คําว่า ให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือองค์กรปฏิรูปกฎหมายนี่แล้วแต่จะใช้นะครับ แต่ ความเห็นผมคิดว่าใช้คําว่า องค์กรปฏิรูปกฎหมาย น่าจะมีความหมายความสําคัญ มากกว่า และเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จริงอยู่ครับ คําว่า กรรมการ ก็เปึนองค์กร ชนิดหนึ่ง แต่ถ้าองค์กรตรงนี้หมายถึงตัวกรรมการนี่ผมคิดว่าความหมายเชิงแคบครับ ความหมายเชิงกว้างคําว่า องค์กร ในภาษาไทยถ้าจะให้ถูกเปึนความหมายเชิงกว้างนี่ ไม่เฉพาะตัวคณะกรรมการครับ มันต้องมีองค์กรที่มีประกอบจากส่วนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของสํานักงาน เรื่องของผู้คนที่เข้ามา เรื่องวัตถุประสงค์ที่ทําประกอบกันทั้งมวลนั้นเปึน องค์กร จริงอยู่ครับ ท่านเขียนในตัวร่างพระราชบัญญัติ แต่ชื่อมันต้องเรียกให้ครบ ผมฝาก เปึนประเด็นในตรงนั้นนะครับ อํานาจหน้าที่ตามมาตราที่ผมได้ยกให้ประธานดูนะครับ เรื่องของอํานาจหน้าที่กรรมการ เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ ร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิก ท่านเขียนเลี่ยงว่าเปึนเสนอความเห็นและข้อสังเกต ทุกฉบับไหมครับ ทุกฉบับไหม ถ้าเขียนอย่างนี้หมายความว่าร่างกฎหมายที่เสนอโดย คน ๔ กลุ่มนี้ไม่ว่าจะเปึนตัวรัฐมนตรีเอง ตัว ส.ส. ตัวองค์กรอิสระที่มีอํานาจเสนอ กฎหมายของตัวเองได้ แล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าชื่อกันนี่ทุกฉบับต้องผ่านความเห็นของ คณะกรรมการชุดนี้ใช่ไหมก่อนที่จะนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ลักษณะการเสนอ ข้อสังเกตความเห็นนั้นมีสาระคล้ายกับบันทึกวิเคราะห์สรุปร่างไหม ถ้าเปึนตรงนั้น ผมคิดว่าอํานาจหน้าที่ตรงนี้ซ้ําซ้อนกันอย่างแน่นอน นั่นคือเรื่องของอํานาจหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพยายามตรวจสอบร่างที่เสนอมาที่เปึนคําถามผมตั้งแต่แรก สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลอาจจะตอบได้ว่ามีความเปึนอิสระก็คือการสรรหาคณะกรรมการ และเมื่อ ได้แล้วก็นําทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ นะครับ ซึ่งแตกต่างจากร่างของท่านสมาชิกที่ให้มาจาก การแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรี ในประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ครับว่า ผมเห็นด้วยกับร่างของรัฐบาลว่ากรณีถ้าจะมีความเปึนอิสระจริงนี่ คณะกรรมการ ที่มาต้องผ่านกระบวนการสรรหา เมื่อผ่านกระบวนการสรรหาแล้วก็เข้าสู่กระบวนการ ของการนําเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนคณะกรรมการ ไม่อยากให้ถูกแต่งตั้งโดย คณะรัฐมนตรีนะครับ ร่างของท่านสมาชิกที่เสนอ ท่านเจริญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามลําดับ มันไม่แตกต่างจากคณะกรรมการ ปปง. เรื่องผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่แตกต่างจาก คณะกรรมการ ป.ป.ท. ที่เราเสนอไป ซึ่งถ้าเปึนอย่างนั้นนะครับ ภายใต้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภา เปึนไปตามเสียงข้างมากอย่างแน่นอน ไม่มีความเปึนอิสระหรอกครับ มันก็ไปผูกโยงกับ ฝ์ายที่มีเสียงข้างมาก ผมไม่ได้กล่าวหาฝ์ายไหนครับ อันนี้คือกระบวนการ เสียงข้างมาก เอาอย่างไรรายชื่อที่เสนอมาก็เปึนไปอย่างนั้น รายชื่อที่เสนอมาแม้มีความเหมาะสม มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างไร ถ้าเสียงข้างมากไม่เอาก็ไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ ร่างของท่านคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามานะครับ กระบวนการสรรหาผ่านเข้าสู่กระบวนการ การทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนะครับ โดยที่ทางคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอเข้าไป ไม่อยากให้มาใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ให้ความเห็นชอบกับการแต่งตั้ง กรรมการชุดนี้ เพราะถือว่า คําว่า อิสระ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นมีความหมาย ถ้าเปึนอย่างนี้ผมเชื่อว่าไม่มีความเปึนอิสระ

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นมีความต่าง ๒ ร่างนี้ แล้วฝากไปยังท่านกรรมาธิการนะครับ สถานภาพขององค์กรและการใช้เม็ดเงินในการ บริหารงานที่มีความต่างกัน ของท่านสมาชิกที่เสนอให้มีกองทุน และว่าด้วยรายได้ของ สํานักงาน ซึ่งอาจจะเปึนจากกองทุนนี้ก็ได้ ถ้าจะให้ความเปึนอิสระอยากให้กรรมาธิการ ช่วยพิจารณาว่า ความเปึนกองทุนกับการรับเงินอุดหนุนเปึนเงินหมวดอุดหนุนทั่วไปรายป้ อันไหนจะมีความอิสระมากกว่ากัน อันไหนจะมีความคล่องตัวในการที่จะตอบต่อภารกิจ หน้าที่ของคณะกรรมการหรือองค์กรปฏิรูปกฎหมายมากกว่ากัน ท่านสมาชิกหลายท่าน อภิปรายไปนะครับ หลายท่านทางนักวิชาการก็เห็นว่ากรณีถ้าเปึนองค์กรที่อยากจะมี ความคล่องตัวในการบริหารงาน แม้แต่สภาแห่งนี้ผมตรวจสอบดูร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป .ป .ช .กรรมาธิการของเราเสนอให้มี กองทุนโดยอ้างเหตุผลว่ามีความอิสระและความคล่องตัว ในการที่จะใช้งบประมาณ ในการที่จะเสริมสร้างการปัองกันการทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ ถ้าท่านคิดว่ากองทุน นั้นเปึนประโยชน์ในการที่จะเสริมสร้างตามกรอบบทบาทอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ อํานาจหน้าที่ของฝ์ายสํานักงาน ซึ่งเปึนเลขานุการของคณะกรรมการ ผมก็คิดว่ากองทุน ก็น่าจะเปึนประโยชน์ ซึ่งรูปแบบการจัดสรรก็ไม่ได้แตกต่างกันจากงบประมาณแผ่นดิน มีแต่เพียงเงินประเดิมแล้วก็เงินอุดหนุนเปึนรายป้ที่เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปใส่ไว้ในกองทุน เท่านั้นเอง ระบบการตรวจสอบก็ใกล้เคียงกันไม่แตกต่าง เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ผม ฝากหน่อยครับว่า ทางกรรมาธิการจะมีความเห็นอย่างไรว่าจะให้เปึนเงินอุดหนุนรายป้ เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป หรือว่าจะเปึนอุดหนุนทั่วไปใส่เข้าไปในกองทุนให้เขามีเงินที่จะมี หมุนเวียนเอามาใช้จ่ายได้ ถ้าอุดหนุนทั่วไปรายป้ก็ต้องใช้เปึนรายป้ ขึ้นกับหน่วยงาน กํากับด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลที่ผมได้อภิปรายมาไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของสาระของตัวกฎหมาย สถานะขององค์กร ความเปึนอิสระขององค์กร อํานาจหน้าที่ แล้วก็สิ่งที่จะเปึนประโยชน์ที่สุดกับประเทศชาติบ้านเมืองนี้ โดยเฉพาะอํานาจหน้าที่ ในการปฏิรูปกฎหมาย ผมทิ้งท้ายท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายเรื่องเขียนไว้ดี แต่หลายเรื่องนี่เขียนไว้ดีแต่ไม่สามารถนําสู่การปฏิบัติได้ เพราะว่าเราต้องยอมรับครับ รัฐธรรมนูญสถานะเหมือนกับโครงสร้าง การกําหนดโครงสร้างของประเทศ กําหนดกติกา กลางของประเทศ หลายเรื่องอยู่ในตรงนี้ไม่สามารถกระทําได้ หลายเรื่องพยายามจะ กระทําก็ไม่รู้ว่าจะกระทําได้หรือไม่ ก็จะพิสูจน์กันครับว่าคณะองค์กรเปึนรูปกฎหมายของ ประเทศชาติบ้านเมืองเรามันจะเปึนไปตามเจตนารมณ์นี้หรือไม่ แต่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ ถ้าโครงสร้างโดยรวมและผู้คนโดยรวม เจตจํานงมุ่งหมายโดยรวม มันเปึนไปเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชนจริง ผมคิดว่าการตรากฎหมายของเรามันก็จะ เปึนประโยชน์ แล้วก็อย่าลืมครับความผูกพัน ความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรต่าง ๆ บทบัญญัติตรงนี้ให้มีรายงาน เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้วครับ ผมจะไม่ลงเน้นตรงนั้น แต่ถามว่า ตอบคําถามว่า รัฐ หมายถึงคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ ฝากเปึน ประเด็นให้กรรมการไปพิจารณาครับ ว่าจริง ๆ รัฐ ตรงนี้หมายถึงตัวรัฐสภาด้วยไหม พวกเราที่เปึนเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตรงนี้ ถ้าจะเชื่อมโยงให้มีความครอบคลุมและความชัดเจน มากกว่าที่เขียนในบทบัญญัตินี้จะทําได้อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ