นริศ ขํานุรักษ เสนอหลักการพิจารณาพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

นริศ ขํานุรักษ เสนอหลักการพิจารณาพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย โดยชี้ว่าอำนาจหน้าที่ในมาตรา ๑๘ (๓) เพียงพอต่อการขับเคลื่อนประเทศและแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องแหลมผักเบี้ยเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการมีองค์กรอิสระในการกำกับดูแลกระบวนการอีไอเออย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติจากการขาดการตรวจสอบที่แท้จริง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมดูร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายฉบับที่พวกเรากําลังร่วมกันพิจารณาอยู่นี้ ในมาตรา ๑๘ (๓) ที่กําหนดให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่เสนอความเห็นต่อ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบายและ แผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประกอบการพิจารณา ผมว่าเพียงอํานาจหน้าที่ในข้อ ๓ ก็เพียงพอที่จะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ เพราะต้องยอมรับว่าประเทศเราแม้ว่าจะมี ภาคส่วนอื่นช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ แต่ว่าองค์กรหลักก็เปึน หน่วยงานราชการ เปึนหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศโดยใช้กฎหมายเปึนหลัก จากการศึกษาพบว่าผมเห็นใจในบางรัฐบาลที่มีอายุรัฐบาลสั้น ไม่สามารถออกกฎหมาย ตรากฎหมายที่ออกมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้ แต่เช่นเดียวกันครับ บางรัฐบาล แม้มีเวลาแต่เลี่ยงที่จะออกกฎหมายเพราะคิดว่ากฎหมายบางฉบับจะเปึนอุปสรรคต่อการ บริหารประเทศ การที่จะมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าจะเปึนคณะกรรมการที่ทํา ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ทําให้เกิดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้นะครับ ผม ยกตัวอย่างในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ที่กําหนดให้มีองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยตัวแทน องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหรือสุขภาพให้ความเห็นหลังการทํา อีไอเอ (EIA) ก่อนดําเนินการ กฎหมายในเนื้อความดังกล่าวมีตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ว่ารัฐบาล ในช่วงนั้นมีเวลาน้อย แต่ว่าหลังจากนั้นมารัฐบาลที่มีระยะเวลายาวก็ไม่ออกกฎหมายที่ให้ มีองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อที่จะให้ อีไอเอ ของประเทศได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผลจากที่ อีไอเอ ไม่มี ผลที่สมบูรณ์ ทําให้ประเทศเราได้รับความเสียหายหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างเรื่องแหลมผักเบี้ย กรณีแหลมผักเบี้ยที่จะตัดถนนจากกรุงเทพมหานครลงไปภาคใต้ แหลมผักเบี้ยเดิมถูก รัฐบาลในอดีตโมเมว่าเปึนโครงการพระราชดําริ หลังจากตรวจสอบแล้วไม่มีพระราชดําริ เกี่ยวข้อง แล้วก็พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่าไม่มีพระราชดําริ เรื่องแหลมผักเบี้ย เพียงแต่อ้างว่าเปึนโครงการพระราชดําริเพียงเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการ อีไอเอ เท่านั้นนะครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีคณะกรรมการอิสระที่จะให้ความเห็นใน อีไอเอ ซึ่งจะเกิดตามกฎหมายตามมา ความเสียหายก็อาจจะไม่เกิดขึ้นที่แหลมผักเบี้ย แหลมผักเบี้ยใช้งบประมาณไปมากมายในการศึกษา นี่เปึนเรื่องที่ ๑

และอีกเรื่องหนึ่งก็คือขณะนี้มีการลงทุนจากต่างประเทศในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการผลิตถ่านคาร์บอนซึ่งก่อมลพิษมากต่อประเทศ ใน อีไอเอ กฎกระทรวง ที่เกี่ยวข้องยังไม่จัดให้โรงงานคาร์บอนอยู่ในประเภทที่ต้องไปตรวจสอบ ต้องทําอีไอเอ นะครับ ผมคิดว่าการที่จะต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระที่จะให้ ความเห็นหลังการทํา อีไอเอ เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งครับ

เรื่องที่ ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่จะให้มีกฎหมายว่าด้วย กําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจหรือสังคมประเทศอย่างกว้างขวาง ให้มีกฎหมายขั้นตอน วันนี้เราก็พิจารณา กรอบข้อตกลงระหว่างประเทศที่ท่านประธานบรรจุไว้ทั้งหมด ๑๕ กรอบ เราทําไป ได้ ลงมติเห็นชอบไปเพียง ๖ กรอบเท่านั้นละครับ แล้วจะมาอีกมากมาย ผมคิดว่าการเร่งรัดให้มีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการ กระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเปึนความจําเปึน ผมคิดว่า คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะเปึนตัวหลักในการที่จะจัดทําหรือผลักดัน หรือให้ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการทํากฎหมายแผนและขั้นตอนเพื่อ ลดภาระในการพิจารณาของสภา เพราะว่าใน ๖ เรื่อง ใน ๖ ความตกลงวันนี้ที่ขออนุมัติ ต่อสภา พวกเราก็ทราบครับ ว่าบางเรื่องไม่จําเปึนที่จะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้และหากดู กลับไปทั้ง ๑๕ เรื่อง ก็ยิ่งเห็นชัดครับว่าหลายเรื่องเกินครึ่งหนึ่งไม่มีความจําเปึนต้องเข้ามา สู่การพิจารณาของสภา แม้ว่าบางเรื่องก็จําเปึนจริง ๆ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนความจําเปึน ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เปึนความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบเพื่อที่จะ ดําเนินการให้ออกมาเปึนกฎหมาย เพื่อให้สภาสามารถทํางานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมได้ไปตรวจสอบว่าที่จริงแล้วรัฐบาลบางรัฐบาลก็ไม่ได้ ละเลยที่จะให้ผลักดันกฎหมาย บางรัฐบาล เช่น รัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้มี มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งเสนอกฎหมายเข้ามา โดยเฉพาะกฎหมายที่กําหนดระยะเวลาเอาไว้ ไม่ว่าจะเปึน ๑๘๐ วัน หลังรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ๑ ป้ ตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายโดยทั่วไป จากมติ คณะรัฐมนตรีดังกล่าว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ส่วนราชการเขากลัวมาก กลัวว่าผิด มติคณะรัฐมนตรี รีบเสนอกฎหมายเข้ามา ผมทราบว่าเกือบทุกฉบับได้เสนอเข้ามาอยู่ใน ห้องของรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลสมัคร โดยเฉพาะกฎหมายแก้ไขกฎหมายป์าสงวน แห่งชาติ แก้ไขกฎหมายป์าไม้ ป้ ๒๔๘๔ แก้ไขกฎหมายอุทยานแห่งชาติแก้ไขกฎหมาย คุ้มครองและสงวนสัตว์ป์า รวมทั้งกฎหมายสวนป์ามาอยู่ที่ห้องรัฐมนตรีแล้วก็ไม่ผลักดัน เข้ามาสู่สภา แม้จะมีมติคณะรัฐมนตรีให้เสนอแล้วก็ตาม ผมคิดว่าหากมีคณะกรรมการ ชุดดังกล่าวนี้ ผมคิดว่าจะได้ช่วยรัฐบาล จะได้ช่วยรัฐมนตรีในการผลักดันให้กฎหมายออก จากห้องรัฐมนตรีมาให้ได้

เรื่องสุดท้ายที่กระผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือ บางมติ คณะรัฐมนตรี เช่น มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เปึนมติคณะรัฐมนตรี ที่ผมคิดว่าต้องรีบเร่งตราเปึนกฎหมายอย่างยิ่งครับ เพราะว่าการให้ประชาชนผ่อนปรน ทํากินในที่ป์าสงวน ผมคิดว่าไม่ควรทอดระยะเวลาไว้ยาวนาน ต้องมีกฎหมายเข้าไปรีบเร่ง ดําเนินการ เพราะมติคณะรัฐมนตรีที่อนุญาตให้คนผ่อนปรนทํากินอยู่ได้นี่ แต่ว่ายังผิด กฎหมายหลักอยู่ คือกฎหมายป์าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายอุทยานแห่งชาติ หรือ กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป์า และข้าราชการที่ผ่อนปรนให้เจ้าหน้าที่อยู่ เพียงแต่ว่า ชอบด้วยมติคณะรัฐมนตรี แต่ว่ายังละเว้นปฏิบัติอยู่ ผมคิดว่าความเร่งรีบที่จะให้มี กฎหมายในลักษณะเปึนไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งด้วย เหตุผล ๔ ประการของผมที่จะเร่งผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับ หลังการสํารวจ อีไอเอ และกฎหมายแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา ๑๙๐ รวมทั้งการเร่งรัดกฎหมายที่ไปอยู่ในห้องรัฐมนตรี ต่าง ๆ ตามมติในรัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช และกฎหมายที่เกี่ยวข้องสอดคล้อง กับมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ผมคิดว่าด้วยเหตุผลดังกล่าวนะครับ ผมคิดว่าจึงมีความจําเปึนที่จะให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมจึงเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรควรที่จะรับร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และพิจารณากฎหมายฉบับนี้โดยเร็วครับ กราบขอบคุณครับ