สุวโรช ยื่นความเห็น สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เน้นอิสระ 3 ด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

สุวโรช พะลัง หารือเรื่องที่ดินทำกินและเรียกร้องให้รัฐรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเขตอุทยาน โดยเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องคดีและชำระหนี้สิน รวมถึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมดูแลความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนที่ต่อสู้กับอำนาจรัฐไม่ได้

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตที่จะ กราบขอบพระคุณทางรัฐบาลที่ได้เสนอร่างกฎหมายที่ดีแล้วก็มีประโยชน์ ซึ่งก็เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) ซึ่งตรงนี้ท่านสมาชิกก็ได้ แสดงความคิดเห็นกันมามากพอสมควร ท่านประธานครับ แต่ในส่วนของผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานในประเด็นหลัก ๆ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๘๑ (๓) เรื่องใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ เรื่อง

ในเรื่องที่ ๑ ก็คือการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งต้อง ดําเนินการที่เปึนอิสระ คําว่า ที่เปึนอิสระ ตรงนี้ ซึ่งได้มีสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกันมา พอสมควรในส่วนตรงนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในแนวความคิดดังกล่าวนั้น แต่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อที่จะเสริมหรือเพิ่มเติมในบางประเด็นว่า ความเปึนอิสระ ผมมองว่าความเปึนอิสระในที่นี้อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อิสระในที่นี้ผมอยากจะให้มองเปึน ๓ ส่วนด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คืออิสระในเรื่องของบุคลากร ซึ่งเปึนที่มาของคณะกรรมการ ปฏิรูปทางด้านกฎหมาย หรือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ความหลากหลายในการสรรหา ของกลุ่มอาชีพนอกเหนือจากวิชาชีพกฎหมายซึ่งเปึนอาชีพหลักแล้วนี่ครับก็น่าที่จะมี อาชีพอย่างอื่นเข้ามาผสมผสาน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในที่มาของการที่จะมาดู กฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ หรือที่มีสภาพบังคับแล้วให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในส่วน ตรงนั้นคือประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบว่า ในร่างกฎหมายของรัฐบาลนี้ครับ บอกว่าเงินที่จะเอามาสนับสนุนนี้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป ตรงนี้จะทําให้เกิดความเปึนอิสระ ในการที่จะบริหารจัดการในเรื่องงบประมาณของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี้ ได้แค่ไหน เพียงไร ตรงนี้สําคัญมากท่านประธานครับ ถ้าที่มาของคนเราได้ข้อสรุปว่า มีความเปึนอิสระแล้ว เรามีการใช้เงินที่มีความเปึนอิสระ แต่ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ กติกา คือภายใต้กรอบของกฎหมายด้วย ก็จะทําให้เห็นประสิทธิภาพขององค์กรนี้ได้มากยิ่งขึ้น

ในประการที่ ๓ ที่ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญภายใต้กรอบของ ความเปึนอิสระ ก็คือความเปึนอิสระในการบริหารจัดการในนโยบาย ตรงนี้ผมมองว่าเปึน เรื่องที่มีความสําคัญเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมคิดว่า ต้องพูดใน ๓ ประเด็นหลัก ๆ ตรงนี้ให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาล ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ หลักใหญ่ ๆ ของความเปึนอิสระทั้ง ๓ หัวข้อ หรือ ๓ ประเด็นนี้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานมีความเปึนอิสระแค่ไหนเพียงไร แต่ทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่อิสระโดยไม่มีกรอบ กรอบมาขีดเส้นไว้ขนาดไหน นี่คือประเด็น ของปัญหาในเรื่องของความเปึนอิสระ

ในประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือในช่วงท้ายของมาตรา ๘๑ (๓) ซึ่งได้มีการบัญญัติเอาไว้ว่าทั้งนี้ต้องเปึนไปตามที่ผู้ที่ได้รับฟัง ต้องมีการรับฟัง ความคิดเห็น ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ ตรงนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) ตอนท้าย ต้องมีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ แค่ไหน การรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ ขีดเส้นได้ขนาดไหน มีอะไรเปึนกฎเกณฑ์ กติกา การที่จะฟังว่าผู้ที่ได้รับฟังจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้น ๆ แค่ไหน ผมยกตัวอย่างสัก ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ

ในเรื่องแรก ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศในวันนี้เห็นอยู่แล้ว สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว นั่นก็คือในเรื่องที่ดินทํากิน วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าที่ดินทํากินคือทุนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง วันนี้ต้องยอมรับ นะครับพี่น้องหลายสิบล้านครัวเรือนที่อยู่ในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับรอง สิทธิตามกฎหมาย แต่บนที่ดินของรัฐเหล่านั้นมีผลอาสินเต็มไปหมดแล้ว ผมใช้คําว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยก็ว่าได้ ความเจ็บปวดทุกข์ระทมของพี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ เปึนเรื่องที่กฎหมายฉบับนี้ต้องเข้ามาดู เพราะฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นของคนที่ได้รับ ผลกระทบ รับฟังอย่างไร มีการไปรับฟังความคิดเห็นโดยให้พี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ เขาได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไหม ว่ากรณีที่เขาอยู่ในเขตของอุทยาน อุทยานมาทับที่ ของเขา เขาอยู่มาก่อน แต่วันนี้ถูกประกาศเปึนเขตอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืช เขาถูกฟัองคดี แต่มือเขาสั้น เขาสู้ในแง่ของกฎหมายไม่ได้ ต้องถูกศาลมีคําพิพากษา ลงโทษจําคุก ติดทั้งคุก โดนทั้งค่าปรับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีไปดูสิครับ จังหวัดพัทลุง ถ้าผม จําไม่ผิดเสียค่าปรับเท่าไร เพราะเปึนคนยากคนจน วันนี้ต้องขอให้ทางกระทรวงการคลัง ชดใช้หนี้ตามคําพิพากษาให้ ถามว่านั่นคืออาชญากรรมของแผ่นดินหรือครับ นั่นคือ คนที่เขาสมควรที่จะต้องได้รับโทษทัณฑ์ถึงขนาดที่ต้องถูกพิพากษาล้มละลายในวันข้างหน้า หรือครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายตรงนี้ในการที่เขาอยู่ในที่ดินของรัฐ ซึ่งหลายครั้งรัฐมา รังแกราษฎร รังแกประชาชน แต่ประชาชนไม่สามารถสู้อํานาจรัฐได้ ต้องตกเปึนเบี้ยล่าง และต้องถูกคําพิพากษาของศาล ซึ่งเราปกครองโดยผลของกฎหมาย เพราะฉะนั้น คณะกรรมการในการปฏิรูปกฎหมายตรงนี้ต้องมาดูว่าการรับฟังความคิดเห็นของ คนกลุ่มนี้ ลักษณะอย่างนี้ครับ ถ้าฟังมาแล้วการปฏิรูปกฎหมายเพื่อจะช่วยเขาเหล่านี้ให้ ปลดแอกจากความทุกข์ในสิ่งเหล่านี้จะทําได้แค่ไหนเพียงไร การรับฟังความคิดเห็นไปยัง บัวที่อยู่ใต้น้ําของคนที่อยู่ใต้ใบบัว ผมคิดว่าตรงนี้มีอยู่เยอะ มีอยู่มาก แต่สังคมเรามองเขา เห็นได้น้อยมาก ตรงนี้ต้องฝากถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าจะมาดูแล พี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ที่ต้องถูกคําพิพากษา ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความยุติธรรม แต่ว่า ในขณะเดียวกันประชาชนคนเหล่านี้เขาไม่สามารถที่จะต่อสู้อํานาจรัฐได้ ก็ต้องถูก คําพิพากษาถึงที่สุดวันนี้ ต้องชําระค่าเบี้ยปรับไม่รู้กี่สิบล้านบาท ไม่รู้กี่พันล้านบาท ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมมีตัวเลขในสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว จะช่วย คนเหล่านี้ได้อย่างไรถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ ในเรื่องที่ ๑

ในเรื่องที่ ๒ การขายทอดตลาด ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมจะรู้ดีครับ วันนี้ไปดูสิครับที่ดินที่อยู่ในการบังคับคดีของศาล วันนี้ไปดูสิครับ คนที่บังคับคดีที่เปึนโจทก์ผมว่าไม่น้อยกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนสถาบันการเงิน เปึนธนาคาร สถาบันการเงินแทบทั้งสิ้น คนเหล่านี้เขามีที่ปรึกษากฎหมายที่ดี คนเหล่านี้ ครับเขาสามารถใช้กฎหมายให้เปึนประโยชน์ในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ของสถาบัน การเงินได้ดี เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่เปึนลูกหนี้ตามคําพิพากษาครับ ไม่มีใคร อยากจะหลบหนีหรอกครับ แต่ว่าสู้ไปมันแพ้แน่ เพราะมันแพ้ตั้งแต่เบื้องต้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาสู้คดี ส่วนใหญ่ก็ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็ชนะคดีแทบทั้งสิ้น และที่สุดก็จะมีการยึดทรัพย์บังคับคดี ตรงนี้ละครับอันตราย การยึดทรัพย์บังคับคดี การขายทอดตลาดในช่วงแรก ๆ ถ้าใครหวงแหนที่ดินของตน เอามาชูคอสลอน วันขายทอดตลาด การขายทอดตลาดในวันแรก ๆ ก็อาจจะมาคัดค้านกะปริบกะปรอย ก็อาจจะได้สักนัด ๒ นัด แต่พอไปสักนัดที่ ๓ นัดที่ ๔ ครับไม่มาแล้ว คราวนี้ละครับ ของเคยมีราคามูลค่าตั้งราคาประเมินเอาไว้ ๑๐ บาท ไม่มีธนาคารพาณิชย์ที่ไหน ไม่มีสถาบันการเงินที่ไหนหรอกครับตั้งราคาตาม ๑๐ บาท ที่ได้มีการประเมินเอาไว้ ยิ่งนานเท่าไร การตั้งราคาในการที่จะขายทอดตลาดก็จะต่ําลงเท่านั้น แล้วของที่มีคุณค่า เหล่านี้ ที่ควรจะได้ขายได้ที่มีราคาก็ขายได้ไม่ตรงต่อความเปึนจริงที่สุดครับ ที่ดินก็จะ ไปอยู่ในสถาบันการเงิน วันนี้เห็นไหมครับสภาวะเศรษฐกิจของบ้านของเมืองง่อนแง่น แทบเอาตัวไม่รอด แต่สถาบันการเงินมีความเข้มแข็งมีความแข็งแกร่ง เพราะอะไรครับ เพราะที่ดินอสังหาริมทรัพย์ของประชาชนไปอยู่ในสถาบันการเงินมาก เพราะฉะนั้น เมื่อตีมูลค่าออกมาแล้วในอนาคตข้างหน้าถ้าสภาพเศรษฐกิจอยู่ในสภาพที่เปึนอยู่ ในขณะนี้ ผมก็ไม่มั่นใจว่าในวันข้างหน้าจะเปึนที่ดินของสถาบันการเงินแทบทั้งหมด หรือไม่ และประชาชนจะไปอยู่ที่ไหนครับ ในป์าต่าง ๆ ก็ไม่มีที่จะให้อยู่แล้ว ๓๒๐ ล้านไร่วันนี้ ๑๒๐ ล้านไร่ก็เปึนของกรมที่ดิน ที่เหลือ ๒๐๐ ล้านไร่โดยประมาณเปึนที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ ก็โดนพี่น้องประชาชน เข้าไปอยู่ในที่ดิน หรือรัฐก็ไปรังแกที่ดินของพี่น้องประชาชนไปประกาศเปึนเขตทับที่ของ ประชาชนที่เขาครอบครองอยู่แล้วก็ดี สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือประเด็นของปัญหาที่ผม อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องตอบให้ มีความชัดเจนว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้แล้ว มีคณะกรรมการปฏิรูป ทางด้านกฎหมายออกมาแล้ว และมีเงินมีอํานาจอยู่ในมือลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ มีความเปึนอิสระแล้ว สิ่งที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานถึงความทุกข์ระทมเหล่านี้ เราสามารถที่จะมาปัดเป์าสิ่งที่เปึนความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนคนเหล่านี้ได้

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายเมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วคือมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งวันนี้เราต้องยอมรับความจริง ว่านี่คือการผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในป์าที่เสื่อมโทรม มีการสํารวจผลอาสิน กันไปหมดแล้วครับ มีการออกหนังสือรับรองสิทธิต่าง ๆ ออกครุฑแดง ครุฑเขียว ครุฑเหลือง ครุฑดํา ครุฑอะไรเต็มไปหมดท่านประธานครับ ออกกันกลาดเกลื่อน เสียดาย ผมไม่ได้เอามาในวันนี้ ไม่อย่างนั้นจะโชว์ให้ท่านประธานอีก เซ็นกันมั่วไปหมดครับ แล้วข้างบนหัวหนังสือก็มีตราครุฑ ถามว่าครุฑคือตราของแผ่นดินนะครับ ไพร่แบบพวกเรา ไม่ใช่เอาไปใช้ได้ง่าย ๆ นะครับ มันต้องมีกฎหมายรับรอง แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้ได้ปรากฏอยู่ ในมือของพี่น้องเกษตรกรคนที่อยู่ในป์าเสื่อมโทรมเหล่านี้ ผมถามท่านประธานครับว่า หนังสือรับรองเหล่านี้ออกตามมติ ครม. ป้ ๒๕๔๑ มติ ครม. ไม่ใช่กฎหมายครับ แต่ในขณะนี้พี่น้องประชาชนมีความภาคภูมิใจที่เขาได้ถือครองสิทธิในต้นผลได้รับ การรับรอง จะถูกหรือจะผิดก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เมื่อมีคณะกรรมการในการปฏิรูป กฎหมายตรงนี้ขึ้นมาแล้วนะครับ การที่จะให้ความเห็นวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในสภาพ ของมติ ครม. ไม่ใช่เฉพาะวันที่ ๓๐ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๑ มติ ครม. อีกหลากหลายที่ออกมา เพื่อปลดแอกความทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ควรจะได้รับการพิจารณาวิเคราะห์ เจาะลึก แล้วก็ยกสถานะให้มามีผลทางกฎหมาย กฎหมายตรงนั้นก็เปึนเรื่องของ ตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็มาจากแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในส่วนที่ ๕ เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสตรงนี้กราบเรียนเพื่อฝากเปึนประเด็นต่าง ๆ แล้วก็ ซักถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า ถ้าท่านจะได้กรุณา ให้ความกระจ่างชัดในประเด็นที่ผมได้ตั้งคําถามไปแล้วนะครับ ผมคิดว่าในส่วนตัวผม ผมยกมือให้สนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม และผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้พี่น้องประชาชน คนที่รับฟังอยู่ก็จะให้การสนับสนุนท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณ ครับ