ธนา ชีรวินิจ สนับสนุนพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย โดยระบุว่ากระบวนการออกกฎหมายในประเทศไทยล่าช้าและไม่สอดคล้องกับความเจริญของประเทศ นอกจากนี้เขายังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกฎหมายที่ล่าช้า โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและความก้าวหน้าของท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมจะไม่อภิปรายโดยใช้เวลาเนิ่นนาน แต่ว่าก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะ สนับสนุนหลักการในพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอ พร้อมท่านสมาชิก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าโดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ คงจะเห็นตรงกันนะครับว่าการออกกฎหมายเพื่อใช้บังคับ ในประเทศไทยนั้นมีกระบวนการที่ล่าช้าอย่างมาก ไม่สามารถที่จะดําเนินการให้สัมฤทธิผล และให้ทันต่อกระบวนการพัฒนาประเทศ ความเจริญต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงได้บัญญัติไว้ว่าให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อทําหน้าที่อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนแล้ว ท่านประธานครับผมจะขอตั้ง ข้อสังเกตในหลักการอยู่ ๔ ประการ เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปพิจารณา ในขณะเดียวกันผมจะไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการก็คงจะได้ ทําหน้าที่ในส่วนนี้
เรื่องแรกยอมรับตรงกันครับว่าการออกกฎหมายในรัฐสภาแห่งนี้มีความ ล่าช้า ผมกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เคยมาจากท้องถิ่น วันนี้ท้องถิ่นได้มี การพัฒนาองค์กรของตัวเอง มีการออกกฎหมายที่จะใช้บังคับในองค์กรของตัวเอง ในท้องถิ่น ของตัวเอง กฎหมายของท้องถิ่นหลายส่วนที่พยายามที่จะออกเพื่อให้ทันต่อความเจริญ ต่อปัญหาของเมืองต่าง ๆ นั้น กลายเปึนว่าสภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายไม่ทัน วันนี้ท้องถิ่นหลายแห่งเขาก้าวหน้าไปออกกฎหมาย แต่ว่าใช้บังคับไม่ได้ เพราะไปขัดต่อ พ.ร.บ. ซึ่งมีศักดิ์ และฐานะที่เหนือกว่า ปัญหาสิ่งนี้ละครับที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายต้องไปดู แล้วโดยเฉพาะปัจจุบันนั้น การบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลบริหารราชการผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้น ค่อนข้างจะแยกขาดจากการปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นจริง ๆ ไม่ได้สะท้อนกลับมาที่รัฐบาล เพราะเปึนการแก้ไข ปัญหาภายในท้องถิ่นของตัวเอง อันนี้อยากจะฝากรัฐบาลที่จะต้องหาทางที่จะทําอย่างไร ให้การแก้ไขกฎหมายในอนาคตนั้น เกิดประสิทธิภาพและมุ่งยังประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ได้มีการจัดตั้ง ขึ้นในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการดําเนินการนั้น ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุว่าให้โอนบรรดา กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน และเงินงบประมาณของสํานักกิจการยุติธรรมในส่วนของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ให้มาเปึนทรัพย์สินของ สํานักงานดําเนินการไปก่อน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงครับท่านประธาน เพราะว่า เจ้าหน้าที่ของสํานักกิจการยุติธรรมก็จะอยู่ในรูปแบบของข้าราชการ ไม่ได้มีโอกาสไป สัมผัสปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างที่ผมได้บอกว่ามีปัญหาติดขัด ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างไร การที่จะพัฒนากฎหมายให้ทันต่อความเจริญ ของบ้านเมืองอย่างไร วันนี้กฎหมายอาคารที่ใช้บังคับทั่วประเทศนั้นมีความล่าช้ามาก บางฉบับใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๔ ป้ ๒๕๐๕ ก็ไม่ได้มีการแก้ไข ในขณะที่วิวัฒนาการความเจริญ นั้นมีมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นก็เกิดปัญหาในทางบังคับใช้ให้เกิดความปลอดภัย กับชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน วันนี้ในประเทศที่เขาเจริญมากมายแล้ว อาคารสาธารณะ อาคารขนาดใหญ่เขามีกฎหมายกําหนดไว้ชัดครับว่าจะต้องมี เครื่องอํานวยความสะดวก หรือเครื่องช่วยเหลือชีวิตพี่น้องประชาชนในกรณีที่เกิด อัคคีภัยอย่างไร แต่ว่ากฎหมายก็ไม่สามารถทันต่อความเจริญอย่างที่ผมได้กราบเรียน เพราะฉะนั้นผมต้องฝากว่าคณะกรรมการชุดนี้เมื่อดําเนินการไปแล้วอย่าให้เปึนในรูปแบบ ของราชการ แต่ต้องมุ่งเน้นที่จะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ฟังปัญหาในการบังคับ ใช้ที่จะสร้างผลประโยชน์ให้เกิดสูงสุดกับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เราต้องยอมรับนะครับว่า มาตรา ๘๑ มุ่งเน้น แล้วก็ให้ความสําคัญว่าการออกกฎหมายของประเทศมีความล่าช้า ในฐานะที่เรา เปึนส่วนหนึ่งของการออกกฎหมาย เราต้องมองปัญหานี้เปึนปัญหาของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยครับ กฎหมายที่จะผ่านความเห็นชอบของสภานี้ใช้เวลามากมายเหลือเกินครับท่านประธาน บางฉบับไปติดขัดอยู่ในชั้นกรรมาธิการบางฉบับนั้นใช้เวลาในการที่จะรับหลักการในวาระหนึ่ง ก็ดี วาระสอง วาระสามนั้น อันนี้ต้องอยากฝากท่านประธานว่าเราควรที่จะพัฒนา รูปแบบในการออกกฎหมายของสภาให้ทันกับความเจริญ ให้ทันต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้หรือไม่อย่างไร เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ก็เคารพในเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดนี้ แม้ว่าจะเข้าไปดูแล ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เสนอความเห็นให้กับรัฐบาล แต่ว่าไม่มี อํานาจในการเสนอกฎหมายเอง ซึ่งตรงนี้ล่ะครับผมจะทําให้เห็นว่าแม้ว่าเจตนารมณ์ของ กฎหมายจะมีประโยชน์ แต่กระบวนการอาจจะทําให้การแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ไม่สามารถ ลุล่วงได้ เพราะคณะกรรมการชุดนี้ก็ต้องเสนอความเห็นทางกฎหมายให้กับรัฐบาล ถ้ารัฐบาลใดไม่ให้ความสําคัญในการแก้ไขกฎหมาย กฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไปคา อยู่ที่ ครม. ไปคาอยู่ที่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากฝาก ท่านประธานว่าในมาตราที่เปึนอํานาจของคณะกรรมการ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ วิสามัญครับว่า ยกตัวอย่างในข้อ ๓ การเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการ ตรากฎหมายที่จําเปึนต่อการดําเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อประกอบการพิจารณา หรือใน (๔) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการให้มี กฎหมายหรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยพิจารณาภาพรวมของกฎหมายในเรื่องนั้น หรือกลุ่มกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีความสัมพันธ์ในเรื่องนั้น เปึนไปได้ไหมครับท่านประธาน ครับ นอกจากเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว เสนอความเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วย รวมทั้งเสนอร่างกฎหมายที่พิจารณาแล้วให้กับสภาผู้แทนราษฎร เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้กฎหมายได้เขียนไว้ว่า คนที่จะเสนอกฎหมายนั้นมีอยู่แค่ไม่กี่คน มีรัฐบาล มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ แล้วก็พี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ วันนี้แม้แต่ พี่น้องประชาชนก็ยังเสนอกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการเล็งเห็นปัญหาของ การออกกฎหมายแล้วแต่ไปติดขัดที่รัฐบาลหรือไม่ได้นําเสนอต่อสภา เพราะฉะนั้น ทางออกอีกทางหนึ่งที่จะทําให้กฎหมายนี้สามารถเดินหน้าไปได้รวดเร็วก็คือให้เสนอ ความเห็นแล้วก็พิจารณาร่างกฎหมายนั้นให้กับสภาผู้แทนราษฎรนั้นด้วย เพื่ออะไรครับ ท่านประธาน เพื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาสนใจกฎหมายต่าง ๆ ที่คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายไปทําขึ้นนี้ เขาจะสามารถหยิบยกกฎหมายนั้นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ได้อีกทางหนึ่ง เพื่อให้กระบวนการเข้าสู่การแก้ของกฎหมายนั้นเปึนไปได้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น นะครับ ด้วยเหตุผล ๔ ประการ ผมไม่อยากรบกวนเวลาสภาแห่งนี้มากก็คืออยากจะเรียน ท่านประธานว่าที่ประชุมสภาแห่งนี้ต้องช่วยกันพิจารณา เพื่อจะทําให้กฎหมายต่าง ๆ ที่มีปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้ ขอขอบคุณครับ