นคร มาฉิม หารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่าไม้ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ตรากฎหมายใหม่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงทรัพย์สินและที่ดินของตนเอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชมและก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ที่เสนอโดยรัฐบาล ซึ่งผมขออนุญาตที่จะแสดง เหตุผลไว้เพื่อบันทึกเปึนประวัติศาสตร์ในการตรากฎหมายที่สําคัญอย่างยิ่งฉบับนี้ของ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ และต้องขอชื่นชมรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ที่ได้กําหนดให้มีหมวดนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรมในมาตรา ๘๑ ที่รัฐจะต้อง ดําเนินการตามนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรมใน (๓) ซึ่งบัญญัติไว้ว่า จะต้องจัด ให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระเพื่อปรับปรุง และพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ โดยต้องรับฟังความเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เปึนที่ทราบกันดีว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในประเทศในปัจจุบันนี้ เปึนพัน ๆ ฉบับ นับพันฉบับนี้บางอย่างก็ขัดหรือแย้งกันเอง บางอย่างก็ล้าสมัย บางอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะบังคับใช้ให้บรรลุเปัาหมายหรือบรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มีอยู่ได้ เพราะฉะนั้นโดยหลักการใหญ่แล้วควรเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา เพื่อประมวลรวมทั้งหมดว่ากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ทั้งหมด มีกี่ประเภท มีกี่ลักษณะ ผลการบังคับใช้อันไหนที่ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน กฎหมายฉบับไหนที่ก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติกฎหมายฉบับไหนที่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนหรือไม่สามารถที่จะสนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็ ควรที่จะปฏิวัติหรือว่าอนุวัติกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และที่สําคัญก็คือต้องเปึนหลักในการที่จะธํารงไว้ ซึ่งความเปึนธรรมและเที่ยงธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และให้ทุกคนที่เปึนคนไทยได้รับความเสมอภาคในทางกฎหมายเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างประกอบ กฎหมายที่ยังมีปัญหา แล้วก็ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่ผมเองในฐานะได้รับมอบหมาย จากสภาให้ไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน กฎหมาย ป์าไม้ และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้กับราษฎรของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวที่มีท่านสุวโรช พะลัง เปึนประธาน ชุดใหญ่อยู่ได้เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดิน ป์าไม้ และขับเคลื่อนในการออกเอกสารสิทธิจากสภาผู้แทนราษฎร ต้องยอมรับว่าปัญหาในเรื่อง ที่ดินแล้วก็ป์าไม้จําเปึนที่จะต้องได้รับการแก้ไขเปึนการเร่งด่วน จําเปึนที่จะต้องได้รับ การปรับปรุงอย่างทันท่วงที และจําเปึนที่จะต้องเร่งตรากฎหมายใหม่เพื่อให้ประชาชน ได้เข้าถึงทรัพย์สิน ที่ดิน และให้ประชาชนคนไทยได้อยู่กับป์าได้อย่างสงบสุข และก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ์าย ที่ผมได้รวบรวมเปึนเบื้องต้นประมาณ ๒๐ ฉบับ สภาพของปัญหาก้าวไปไกลเกินกว่ากฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันจะรองรับได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ที่ที่มี ส.ค. ๑ ที่ราษฎรได้รับ ส.ค. ๑ ตั้งแต่ ป้ ๒๔๙๗ ป้ ๒๔๙๘ แล้วก็ ป้ ๒๔๙๙ รัฐบาลจะต้องออกกรรมสิทธิ์ ออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชนที่ได้ถือครองได้ ทํากินตามประมวลกฎหมายที่ดินให้แล้วเสร็จ ซึ่งในปัจจุบัน ๕๐ กว่าป้แล้วก็ยังไม่มี การออกโฉนดที่ดินอย่างครบถ้วน แล้วก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ประเด็นต่อมาก็คือหลังจากที่ ราษฎรได้ทํากินในที่ดินของตนเอง ซึ่งแต่ก่อนนี้เขาเรียกว่ารัฐออกนโยบายที่จะให้ ประชาชนได้เข้าไปทํากิน พอรัฐบาลในสมัยต่อ ๆ มามีนโยบายที่เปลี่ยนไป จากการเข้าไป ให้ทํากินกลายเปึนการบุกรุกมีมากเหลือเกิน ราษฎรได้ทํากินมายาวนานหลาย ชั่วคน และปัจจุบันหมดสภาพของป์าไปแล้ว แต่รัฐก็ยังคงไม่ไว้ใจประชาชน ยังคงยืนยัน ที่จะให้ป์าในบริเวณที่ได้ทํากินจนหมดสภาพป์า บางที่เปึนเทศบาล บางที่เปึนหมู่บ้าน บางที่เปึนวัด เปึนโรงเรียน เปึนชุมชน เปึนทุ่งนา เปึนที่ทํามาหากินของราษฎร แต่สภาพ ประชาชนยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิแล้วก็ยังผิดกฎหมายอยู่ ถ้าหน่วยงาน ของรัฐจะไปจับกุมราษฎร ก็ก่อให้เกิดความเดือดร้อน แล้วก็สภาพปัญหาที่ประชาชน ในฐานะที่ว่าเปึนคนไทยไม่ควรที่จะได้รับความเดือดร้อนหรือปัญหาแบบนี้ แล้วก็ไม่มี โอกาสที่จะได้รับการพัฒนา เพราะไม่มีกรรมสิทธิ์ก็ไม่สามารถที่จะใช้ที่ดินที่ตนเองทํา อยู่แล้วก็ได้ครอบครองจนสภาพมั่นคงถาวรแล้วไปเปึนหลักทรัพย์ ไปเปึนหลักประกัน ไปเปึนมรดกตกทอดไปถึงลูกถึงหลานได้ เพราะฉะนั้นแล้วถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยน แนวคิดใหม่ แล้วก็ยอมรับว่าคนไทยที่ได้ทํากินโดยสุจริตเขาควรที่จะได้รับการปกปัองและ รับรองสิทธิในฐานะที่เขาเปึนคนไทย ซึ่งถ้าเกิดว่าทําได้แบบนี้ ผมเชื่อว่าสินทรัพย์ของ ประชาชนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ๖,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนย้ํา อันนี้จากการ ศึกษาวิจัยแล้วก็การวิจัยของ สกว. สํานักวิจัยที่ได้รับทุนจากรัฐบาลไปทําการศึกษาวิจัย เรื่องนี้ สินทรัพย์ของประเทศที่จะตกถึงมือประชาชน และทุกคนจะหวงแหนกรรมสิทธิ์ให้ เปึนมรดกกับลูกหลานไม่น้อยกว่า ๖,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็ได้ประโยชน์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ รัฐบาลได้ประโยชน์อย่างไรครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ต้องไปทะเลาะ ไม่ต้องไปมีปัญหา ไม่ต้องไปคอยที่ว่าจะมี ข้อพิพาทจับกุมราษฎร คดีความในโรงศาลต่าง ๆ ก็น้อยลง ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ได้เปึนกรรมสิทธิ์ ได้เปึนหลักทรัพย์ ได้เปึนหลักประกัน เวลาจะไปหยิบยืม ไปกู้เงินจาก สถาบันต่าง ๆ เปึนหลักทรัพย์ได้ สินทรัพย์ของประชาชนก็เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีนิติกรรม ต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดิน เกี่ยวกับทรัพย์สิน รัฐบาลก็ได้รูปของภาษี ป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท เปึนแสนล้านบาท ในรูปของภาษีต่าง ๆ ก็จะไหลย้อนกลับไปที่ท้องถิ่น ไปที่ชุมชน ไปที่รัฐบาล รัฐบาลก็มีงบประมาณในการที่จะพัฒนาประเทศ ท้องถิ่นก็มีงบที่จะไปดูแล ปัญหาความเดือดร้อนในท้องถิ่นของตนเอง ทุกฝ์ายได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่จะต้องได้รับการแก้ไขแล้วก็พัฒนาแล้วก็ปรับปรุง นําไปสู่การพัฒนาที่เปึน เอกสารสิทธิแยกให้ชัดระหว่างที่ราษฎรกับที่หลวง ที่ราษฎรกับที่ของรัฐ พอชัดเรียบร้อย แล้วปัญหาจะไม่มี คนไทยกับรัฐจะอยู่ด้วยกันอย่างเปึนปกติสุขและจะเดินพัฒนาประเทศ ด้วยกันอย่างมั่นคงแล้วก็ยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พูดกันมามากแล้วก็สิ่งที่ วิพากษ์วิจารณ์ บางฝ์ายอยู่ในส่วนนี้ก็คือการบังคับใช้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าเปึนธรรมแล้ว อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าบังคับใช้แบบ ๒ มาตรฐาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน การปกครองประเทศของเราเปึนการปกครองแบบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เราแยกอํานาจการปกครองชัดเจนครับ อํานาจนิติบัญญัติก็คือรัฐสภา สภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อํานาจฝ์ายบริหารก็คือรัฐบาล เปึนผู้บังคับใช้ เพื่อให้เปึนไปตามกฎหมายที่สภาแห่งนี้ตราขึ้นและบังคับใช้แล้ว และอีก อํานาจหนึ่งก็คืออํานาจตุลาการก็คือศาลยุติธรรม ศาลต่าง ๆ ที่ตัดสินหรือพิพากษา อรรถคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม ว่าท่านตัดสินบนมาตรฐานเดียวกัน ขอให้ผู้ที่อยู่ใต้บังคับของ กฎหมายแห่งรัฐไทยจะต้องยอมรับถึงหลักนิติธรรมอันนี้ ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะเปึนใคร ไม่ว่า จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้าศาลได้ตัดสินถึงที่สุดว่าท่านผิด ขอให้ท่านน้อมรับคําพิพากษา ของศาล ถ้าท่านได้รับการตัดสินว่าบริสุทธิ์ ท่านได้รับความเปึนธรรมจากศาลแล้ว ถ้าท่าน ถูกศาลพิพากษาว่าผิด ท่านต้องกลับมารับโทษที่ศาลได้พิพากษาบนมาตรฐานเดียวกันแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งประท้วงผมนะครับ ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณท่านถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่าท่านผิดและลงโทษจําคุก ๒ ป้ ในพระปรมาภิไธย ท่านประธานครับ ท่านอย่าบอกว่า ศาลตัดสินบน ๒ มาตรฐาน ท่านจะต้องยืนรับความผิดที่ศาลได้พิพากษาในฐานะนิติรัฐ ในฐานะกระบวนการยุติธรรมว่าจริง ท่านจะได้รับการชื่นชม แต่ถ้าเกิดว่าศาลพิพากษาว่า