สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒ กันยายน ๒๕๕๒

สถาพร มณีรัตน์ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายที่ไม่ทันสมัยและไม่เที่ยงธรรม โดยเฉพาะกฎหมายที่ออกในสมัยไทยไปกู้เงินจาก IMF ในปี 2540 ซึ่งถูกเรียกว่า "กฎหมายขายชาติ" และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ สถาพร มณีรัตน์ ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีความหลากหลายและตรวจสอบโดยสภาเพื่อให้มีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและประโยชน์ต่อประชาชน

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ก็ขอชื่นชมผู้เสนอ กฎหมายทั้ง ๒ ร่าง ซึ่งประเทศไทยเรานั้นสมควรที่จะมีองค์กรปฏิรูปกฎหมาย เพราะกฎหมายหลายฉบับ กฎหมายบางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ทันสมัย แล้วก็ตามเทคโนโลยี ไม่ทัน แล้วบางครั้งก็ทําให้ผู้คนเกิดความสงสัยในการบังคับใช้กฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมาย ๒ มาตรฐาน ผมเองนั้นมีประเด็น ๒-๓ ประเด็นที่จะขออนุญาตฝากผ่านไปยัง กรรมาธิการ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นมีอํานาจหน้าที่ขยาย ถึงการที่วิพากษ์วิจารณ์สํานวนบางสํานวนของการตัดสินอรรถคดีจะได้หรือไม่ เพราะบางครั้งพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบนั้นเกิดความสงสัยในมาตรฐานของสํานวน บางสํานวน ยกตัวอย่างเช่น การตัดสินคดีของพี่น้องประชาชนในจังหวัดลําพูนกรณี เรื่องฉ้อโกงลําไย รูปลักษณะอัตลักษณ์ของจําเลยนั้นเขียนหนังสือก็ไม่เปึน ไปที่ไหนก็ เงอะ ๆ งะ ๆ เปึนชาวเขา ชาวดอย แต่ปรากฏว่าถูกตัดสินคดีฉ้อโกงเงินหลวง ซึ่งตรงนี้ โดยอัตลักษณ์ของจําเลยแล้ว โดยสัญชาตญาณของผู้คน มองก็รู้ว่าคนนี้ไม่มี ความสามารถที่จะโกงเงินหลวงได้หรอก เพราะเขียนหนังสือก็ไม่เปึน เปึนชาวเขา ชาวดอย แต่โกงเงินหลวงได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ถูกพิพากษาจําคุก ๖ เดือน ไม่รอลงอาญา ตรงนี้นั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วเปึนไปไม่ได้เลย

ประเด็นที่ ๒ นั้นก็มีความสงสัย บางครั้งสํานวนเทียบเคียงกันก็คนละอย่าง ยกตัวอย่างเช่น การพิพากษาจําคุกคนป่ดถนนที่จังหวัดเชียงรายถึง ๓ ป้ โดยไม่รอ ลงอาญา ที่จริงการไต่สวน การสอบทานนั้นจะต้องทําโดยปราศจากอคติ ตามจรรยาบรรณ คุณสมบัติของผู้มีหน้าที่เหล่านั้น แต่ที่มาของเขาเหล่านั้นมันเปึนเรื่อง ของความเดือดร้อน ต้องการให้เห็นถึงส่วนกลาง ถึงเชิงนโยบาย ไม่มีเจตนาทําให้ผู้อื่นเกิด ความเสียหาย แต่บางครั้งคําพิพากษาชั้นต้นก็สร้างความกดดัน คําพิพากษาบางคํา พิพากษาก็ทําให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พี่น้องประชาชนถึงความเที่ยงธรรม ตรงนี้ ถ้าเปึนไปได้ให้มีคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อที่จะให้เปึน บรรทัดฐาน ไม่ถูกกล่าวหาว่าเปึน ๒ มาตรฐาน

ประเด็นที่ ๓ ที่จะต้องฝากทางกรรมาธิการไปพิจารณาคือเรื่องของการ ออกกฎหมาย กรณีที่ออกในสมัยไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่ประเทศไทยไปกู้เงินในป้ ๒๕๔๐ แล้วถูกบังคับให้ออกกฎหมาย เขาเรียกว่ากฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ ซึ่งประกอบไปด้วย พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ร.บ. ประกอบวิชาชีพ ซึ่งเปึนแพคเกจ (Package) ออกเปึนล็อท (Lot) ๑๑ ฉบับ ซึ่งเมื่อเราใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ หมดเรียบร้อย เงื่อนไขเหล่านี้หมดเรียบร้อยแล้ว เปึนไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่เมื่อเราออกตามเงื่อนไข ไอเอ็มเอฟ เราได้ปลดหนี้ ไอเอ็มเอฟ ในสมัยที่ ท่านทักษิณ ชินวัตร เรียบร้อยแล้วนั้น เราก็ต้องยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ด้วย เพื่อที่จะสร้าง บรรทัดฐานว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่เปึนกฎหมายขายชาติอย่างที่เขากล่าวอ้างกัน เราก็ สามารถยกเลิก เพราะกฎหมายเหล่านี้ไม่เปึนประโยชน์ เพราะว่าสถานการณ์ มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว ในแง่ของเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องฐานะของพี่น้องประชาชน ผมก็ ฝากทางกรรมาธิการว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เข้าไปสามารถที่จะเชื่อมโยงในการกําหนดกฎเกณฑ์ ว่ากฎหมายใดที่ออกในบทบัญญัติของต่างชาติ ที่เรามีเงื่อนไขกับต่างชาตินั้นสามารถ ที่จะยกเลิกได้หรือไม่อย่างไร

ประเด็นที่ ๔ เรามีกฎหมายหลายฉบับที่ออกในสมัย สนช. ซึ่งเปึนการ เร่งรีบออกกฎหมาย ซึ่งบางฉบับนั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองก็เพิกถอนออกไป ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบก็มี เปึนโมฆะ แต่มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งครับ เขาเรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติของพนักงานรัฐวิสาหกิจ กฎหมายฉบับนี้นั้นออก ในสมัย สนช. สาระสําคัญก็คือการลงโทษพนักงานรัฐวิสาหกิจว่าด้วยคุณสมบัติ ซึ่งมาตรฐานหน่วยราชการหรือมาตรฐานพนักงานองค์กรของรัฐนั้นจะต้องตัดสินคดี ถึงที่สุด ต้องจําคุกถึงจะให้ออก ไล่ออก ปลดออก แต่พระราชบัญญัติรัฐวิสาหกิจนั้น แค่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผิดก็ไม่มีคุณสมบัติ สามารถให้ออกงานได้เลย ซึ่งขณะนี้ยังเปึน ที่เดือดร้อนของพี่น้องรัฐวิสาหกิจ ๓๐๐,๐๐๐ คนเปึนอย่างมาก เพราะว่าที่การสื่อสารและการไปรษณีย์ส่วนใหญ่เขาจะออกพื้นที่แล้วก็มีนอกเวลางานเขา ก็ดื่มกินกัน พอเจอเขาตรวจแอลกอฮอล์ศาลชั้นต้นตัดสินผิดเกือบ ๒๐๐ คน พนักงาน รัฐวิสาหกิจต้องออกงานเลยครับ ซึ่งถือว่าเปึนการรอนสิทธิของพนักงาน และรอนสิทธิของ พี่น้องประชาชน ศาลชั้นต้นตัดสินให้ผิดออกงานเลยครับ อันนี้ไม่มีความเปึนธรรมให้กับ ผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งออกในสมัย สนช. ซึ่งสมัย สนช. รุ่นนั้นก็มีการเคลื่อนไหว ทางการเมือง พวกพนักงานรัฐวิสาหกิจเขาก็มาเคลื่อนไหวคัดค้าน คมช. หลายประเด็น ท่านก็ออกกฎหมายมาตัดตอนให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจออกโดยการที่จะไม่ต้องมีถึง ศาลฎีกาซึ่งประเด็นนี้เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานของกฎหมายในสมัย สนช. เปึนอย่างยิ่ง ก็ฝากทางกรรมาธิการว่าประเด็นเหล่านี้จะพ่วงให้เปึนอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการและหรือจะใส่เข้าไปในบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดก็แล้วแต่ ส่วนที่มา ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นควรจะมีความหลากหลายแล้วควรที่จะมี การตรวจสอบและอย่างน้อยก็ควรจะผ่านสภา เพื่อที่จะช่วยกันตรวจสอบเรื่องของ คุณสมบัติของคณะกรรมการชุดนี้อย่างน้อยก็จะทําให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมขอชื่นชมกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่จะมีโอกาสได้บังคับใช้แล้วก็ขอให้ ฝาก ๓-๔ ประเด็นของกระผมเข้าไปในขั้นกรรมาธิการด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ