ผุสดี ตามไท หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายให้เหมาะสมกับสังคมไทย และการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายในการปฏิรูปกฎหมายนั้น นอกจากนี้ยังชื่นชมความพยายามของที่ประชุมสภาในการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 6 ที่ห้ามสมาชิกพรรคการเมืองเป็นกรรมการ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ในเบื้องต้นดิฉันขออนุญาตอย่างนี้เลยว่าดิฉันอยากจะกราบเรียนท่าน ประธานว่า ดิฉันเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่เห็นด้วยและสนับสนุนนี้ไม่ใช่เปึนเพียงเพราะจะต้องทํา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๓) เท่านั้น แต่ดิฉันคิดว่ามันถึงเวลาและเปึนความจําเปึน อย่างมากที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าเราพูดกันอยู่ว่าเราเปึนนิติรัฐ แล้วก็ประชาชน ทุกคนอย่างเสมอภาคกัน คือจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คําว่า อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ไม่ใช่ แต่เพียงให้ความเคารพอย่างเดียว แต่จะต้องปฏิบัติตนตามกฎหมายด้วย แต่ท่านประธานคะ ในวิถีชีวิตจริง ๆ นั้น ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เลยว่า รู้สึกขมขื่น ในฐานะที่เปึนประชาชนซึ่งพยายามจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ว่าวันนี้เรารู้สึกเลยว่า ใครก็ตามที่พยายามจะทําตัวให้เปึนสมาชิกของสังคมที่ปฏิบัติตนตามกฎหมายนั้นก็รู้สึก จะท้อแท้ แล้วก็ไม่ค่อยจะมีกําลังใจเท่าไรนัก เพราะรู้สึกว่าจะกลายเปึนคนเสียเปรียบ และเลยส่งผลทําให้ผู้คนจํานวนไม่น้อยเลือกที่จะมีวิถีชีวิตแบบที่มักง่าย ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย ต่อเมื่อมีเรื่องมีราวเกิดขึ้นถึงจะหันมาดูกันเสียที แต่ว่าง่ายที่สุดเลย ท่านประธานคะ ดิฉันพูดในที่สภานี้หลายต่อหลายครั้ง เรื่องของการปฏิบัติตามกฎจราจร ผลสํารวจก็บอกชัดเจนว่า เกือบจะถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนคนไทยที่เลือก ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร อันนั้นก็สะท้อนชัดเจนนะคะว่ามันไม่ง่ายนักเลยในการที่จะเปึน คนที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ดิฉันไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะบ้านเราหรือสังคมไทยนั้นมีจํานวน กฎหมายมากล้นเหลือจนเกินไปหรือเปล่า จนกระทั่งไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไร และกฎหมาย เรื่องเดียวกันมันมีตั้งหลายฉบับ แล้วก็ที่เขียนขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยโบร่ําโบราณก็ยังคงมีอยู่ โดยมิได้มีการปฏิรูปแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามันเปึนความจําเปึนอย่างใหญ่หลวง กระนั้นก็ตาม ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะ ฝากข้อสังเกตไปให้กับคณะกรรมาธิการผู้ซึ่งจะทําหน้าที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระต่อไปนะคะ
ในเรื่องแรกเลยดิฉันคิดว่าที่เขียนไว้ที่เหตุผลนะคะบอกว่า อยากจะให้มี องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปึนอิสระ แนวคิดพื้นฐานเรื่องของความเปึน อิสระ ตรงนี้ดิฉันอยากจะฝากให้ได้ช่วยกันคิดจริง ๆ ว่ามันเปึนอะไรกันคะ ความเปึนอิสระ ตรงนี้ เปึนเรื่องความเปึนอิสระของการบริหารจัดการ หรือว่าเปึนเรื่องของความเปึนอิสระ จากอิทธิพลใด ๆ หรือว่าอย่างไร ดิฉันคิดว่าในช่วงระยะเวลาไม่กี่ป้ที่ผ่านมานี้ เราก็มักจะมีองค์กรที่เดี๋ยวก็เปึนอิสระ เดี๋ยวก็ เปึนอิสระ แต่ในท้ายที่สุดแล้วดูจะมีปัญหากันอยู่พอสมควรทีเดียวในเรื่องของการ ดําเนินการ ต้องช่วยกันคิดให้ได้ เพื่อที่จะบอกให้ได้เลยค่ะว่าเปึนอิสระอย่างไรคะ ถึงจะ เอื้ออํานวยต่อการทํางาน หรือปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ซึ่งจะต้องให้ไปเปึนประโยชน์ สูงสุดต่อประชาชน
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะบอกอย่างนี้ ในมาตรา ๔ จริง ๆ ข้อความมันสะท้อนมากเลยถึงความตั้งใจ แล้วก็ความมุ่งมั่นที่อยากจะมองเห็นสิ่ง ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม มันสะท้อนชัดเจน เช่น บอกว่าการปฏิรูปกฎหมายต้องเปึนไป เพื่อพัฒนาระบบกฎหมาย ในเชิงสหวิทยาการอย่างเปึนระบบ แล้วก็มีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน แล้วก็ประชาชน คําใหญ่ทั้งนั้นเลยค่ะ ท่านประธานคะ สหวิทยาการก็ดี อย่างเปึนระบบก็ดี มีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งหมดนี้คําใหญ่ ทั้งสิ้น แต่ว่าจะคิดกันอย่างไรคะถึงจะให้มีความมั่นใจว่ามีกลไกที่เหมาะสมที่จะ เอื้ออํานวยให้การปฏิรูปกฎหมายนั้นเปึนไปตามที่เขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็ขออนุญาตฝากเปึนประเด็นที่ ๒ ตรงนี้นะคะ แต่นอกเหนือจากนั้นในมาตรา ๔ หากจะมี ที่ลงไว้ได้ ดิฉันคิดว่าหลัก ๆ เลยนี่นะคะ ถ้าไม่ต้องให้เรื่องมากนัก แน่ ๆ เลย ก็ต้องคิดว่าการเขียนกฎหมาย หรือการปฏิรูปกฎหมายนั้นก็ต้องดู ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ที่ดิฉัน คิดว่าน่าจะต้องคํานึงถึง ก็คือ ๑. กฎหมายต่าง ๆ ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ ๒. ต้องไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ๒ เรื่องนี้ก็น่าจะครอบคลุมเพียงพอนะคะ และที่เหลือ เขียนไว้นั่นก็ดี ก็คือว่าในการที่จะนําเอากฎหมายไปปฏิบัติใช้ก็ต้องให้มันเสมอภาค เปึนธรรมก็ใช้ได้อยู่
ท่านประธานคะ ในประเด็นถัดไป มาตรา ๖ ตรงนี้มีเพื่อนสมาชิกได้ อภิปราย ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาตรงนี้สักนิดเดียว มาตรา ๖ ความจริง ดิฉันชื่นชมนะคะ แต่ชื่นชมแล้วก็มีข้อสงวนเล็กน้อยสําหรับคณะรัฐมนตรีที่ร่างมา โดยเขียนข้อความไว้ว่า โดยต้องคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย ความจริงแล้ว เปึนเรื่องสําคัญมากที่สุดเลย เพราะวันนี้นี่นะคะประชาชนทั้งหลายมันก็มีหญิงและชาย และวันนี้มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียด้วยซ้ําไปในสังคมไทยเกือบจะเปึนล้านคน เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่า ความจริงไม่ต้องบอกหรอกหญิงหรือชาย เพราะเขียนอยู่แล้วว่า มีความรู้ มีประสบการณ์ เปึนที่ประจักษ์ในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์หรือด้านอื่นใดก็แล้วแต่ ท่านประธานคะ นักเหล่านี้ค่ะ นักนิติศาสตร์ก็ดี นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ก็ดี ถ้าเปึนนักที่ไร้เพศ ท่านประธาน ขอประทานโทษ ดิฉันไม่ได้พูดหมายความเรื่องของสรีระของร่างกายนะคะ แต่ดิฉัน หมายถึงว่านักเหล่านี้ที่ไม่เคยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างหญิง ชาย ตรงนี้ละค่ะคือ หัวใจที่สําคัญ และนั่นคือเหตุผลที่ทําไมนักที่จะต้องไปเปึนกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น ถึงจําเปึนจะต้องประกอบด้วยทั้งหญิงและชาย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าหญิงและชายนั้นต่างกันทั้งอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ทําไมถึงต้องพูดเรื่องนี้ ในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยสนใจไยดีในเรื่องความแตกต่างถึงได้มี การเขียนกฎหมายที่สะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงหลายฉบับทีเดียว แม้เวลานี้ก็ยัง แก้ไขกันอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพระราชบัญญัติชื่อบุคคล ซึ่งบัดนี้ก็ได้ถูกแก้ไขไปแล้ว เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือจะเปึนเรื่องของการมีชู้ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายขึ้นมา เดิมถ้าผู้ชายมีชู้ผู้หญิงจะไปถือเปึนเหตุ แห่งการฟัองหย่าไม่ได้ นานนักหนาท่านประธานคะที่กว่าเราจะแก้ไขปัญหา แก้ไข กฎหมายตรงนี้เพื่อจะสะท้อนว่า ไม่ว่าหญิงหรือชายก็มีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความ เปึนมนุษย์อย่างเสมอกัน หากจะมีเหตุอันใดที่จะนําไปเปึนเหตุฟัองหย่าก็ต้องเปึน เหมือนกัน แต่ดีใจที่ได้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้แล้ว
ท่านประธานคะ อีกสักเรื่องที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อจะ ให้ท่านประธานได้ทราบว่ามันมีความจําเปึนจริง ๆ สมัยก่อนก็บอกว่าผู้หญิงไทยที่ไป แต่งงานกับผู้ชายต่างชาติ ลูกที่เกิดจากผู้หญิงไทยแท้ ๆ ไม่มีโอกาสได้รับสัญชาติไทยเลย ในขณะที่ผู้ชายไทยแต่งงานกับหญิงต่างด้าว ลูกได้รับสัญชาติไทยอย่างนี้ แต่ก็แก้ไข ไปแล้วเช่นเดียวกัน แต่มันไม่ได้มาโดยง่าย ๆ เลยการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ และนี่คือ ตัวอย่างประกอบที่ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเปึนความจําเปึนค่ะ จริง ๆ ดิฉัน อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่าเลิกใช้ดีไหมคะ ที่ต้องบอกว่าต้องคํานึงถึง บอกไปเลยค่ะ ทั้งนี้คณะกรรมการต้องมีทั้งหญิงและชายเพื่อจะให้มั่นใจว่าต่อไปนี้การพิจารณา กฎหมายนั้นต้องคํานึงถึงความแตกต่าง และเพื่อจะให้กฎหมายนั้นไปเปึนประโยชน์ต่อ ทั้งหญิงและชายอย่างเสมอภาคกัน อันนี้คือเบื้องต้นจริง ๆ เลยคือตัวกฎหมายที่เขียนไว้ เปึนลายลักษณ์อักษรนะคะ อันนั้นก็เปึนในมาตรา ๖
ท่านประธานคะ ในประเด็นถัดมาในมาตรา ๘ (๔) พูดถึงเรื่องคุณสมบัติ ของกรรมการ ท่านประธานคะแนวคิดตรงนี้ที่ดิฉันเปึนห่วงมาก ในกฎหมายหลายฉบับเลย ห้ามไม่ให้เปึนสมาชิกพรรคการเมือง ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจนะว่าห้ามคนที่ดํารง ตําแหน่งในพรรคการเมืองนั้นดิฉันเข้าใจ แต่ห้ามคนที่เขาเปึนสมาชิกพรรคการเมืองมา ทํางานซึ่งสําคัญอย่างนี้สําหรับประชาชน ดิฉันคิดว่าใช้ไม่ได้ค่ะ วันนี้เราพูดกันอยู่ ตลอดเวลาว่าเราอยากจะสนับสนุนส่งเสริมให้คนเปึนสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อการพัฒนา ประชาธิปไตยให้ดียิ่งขึ้น แต่ว่ากฎหมายยังรังเกียจความเปึนสมาชิกพรรคการเมือง ไม่ว่า จะเปึนพรรคไหนก็ตาม จะเปึนพรรคเล็ก พรรคน้อย พรรคใหญ่ ดิฉันคิดว่าตรงนี้ต้อง คํานึงถึง และต้องเอาออกเลยค่ะ เพราะใช้ไม่ได้ เปึนการเลือกปฏิบัติค่ะ สวนทางด้วยค่ะ กับสิ่งที่เรากําลังจะพยายามพัฒนาสังคม
แล้วก็สุดท้ายท่านประธานคะ ในมาตรา ๙ พูดถึงเรื่องของการปฏิบัติ หน้าที่ของคณะกรรมการที่บอกว่าเปึนอิสระและเปึนกลาง ท่านประธานคะ ดิฉันต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เลย เราก็ใช้คํานี้อีกแล้ว เปึนอิสระ เราก็ใช้คํานี้ อีกแล้ว เปึนกลาง ซึ่งทะเลาะขัดแย้งกันอยู่ทุกวันนี้ก็อย่างนี้ละค่ะ ไม่เปึนกลาง แต่จริง ๆ แล้วมันหมายความว่าอะไรกันคะ ที่ดิฉันจะพยายามเข้าใจและคิดว่าจะเปึนประโยชน์หรือ เปึนโทษมันใช่ตรงนี้หรือเปล่าคะว่า กรรมการต้องไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่ไปให้คุณหรือ ให้โทษกับบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างนั้นพอจะรับกันได้ แล้วมันก็จะชัดเจนกว่า แต่กลางอย่างไรไม่ทราบ ก็ขออนุญาตฝากไปนะคะ แล้วในส่วนสุดท้ายที่เขียนไว้ใน มาตรา ๙ พูดถึงเรื่องเกียรติศักดิ์แห่งตําแหน่งหน้าที่ คําหรู คําเก๋มากเลยท่านประธานคะ แต่ว่าจะช่วยกันคิดอย่างไรคะว่า นิยามคํานี้หมายถึงอะไร อะไรที่จะไปทําให้เสื่อมเสีย เกียรติศักดิ์ เกียรติศักดิ์คืออะไร
สุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะบอกไว้อีกสักครั้งหนึ่งว่าดิฉันเห็นด้วย แล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... แต่ต้องขอฝาก ข้อสังเกตของดิฉันอย่างจริงจังนะคะ แล้วก็ดิฉันจะขอแปรญัตติ แล้วก็ต้องติดตามดู ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่ยังได้รับฟังอยู่นั้นได้ช่วยกรุณาตกผลึก ทางความคิดในข้อสังเกตที่ดิฉันได้นําเสนอ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานไปด้วย ขอบพระคุณค่ะ