รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๖๑/๒๕๕๘ เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๑๓๕ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้ว ดิฉันขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๑ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
วาระปฏิรูปที่ ๒๘ : ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง
เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) และ
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๘ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบแนวทาง การดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส วาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เรื่อง การปฏิรูประบบ เพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็น ข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการและกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงานวาระปฏิรูปนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ในวันนี้
ท่านสมาชิกคะ เนื่องจากเปึนการพิจารณารายงานรอบ ๒ ดิฉันจึงใคร่ ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการ เหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมานั้นจะมีส่ว นสําคัญ ในการผลักดันให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร โดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลง อย่างกระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก กรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และไม่ซ้ํากับรอบแรก ท่านประธาน พร้อมไหมคะ ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน พร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติเพื่อจะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาค่ะ ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการค่ะ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายแพทย์อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ทางเราจะนําเสนอตามที่ท่านประธานได้ให้คําแนะนํา
คือครั้งนี้เปึนรอบ ๒ เพราะฉะนั้นก็จะพยายามใช้เวลาให้กระชับที่สุด ด้วยความเข้าใจ เรื่องสถานการณ์ เรื่องเวลา และเรื่องงานของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานนั้น ท่านได้ทําหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย และทําหน้าที่อย่างสุดยอดนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณครับ ในส่วนที่คณะกรรมาธิการที่กระผมและคณะดูแลอยู่นี้ เราดูแลแผนปฏิรูปที่ ๒๘ ซึ่งได้เสนอรอบแรกไปแล้วที่ท่านประธานได้เรียนไปแล้ว ผมขอเรียนถึงเอกสาร ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ เอกสารจะเปึนเอกสารอยู่ ๑ เล่ม แผนปฏิรูป วาระปฏิรูปที่ ๒๘ แล้วก็มีเอกสารที่แทรกเพิ่มเติมอีกฉบับหนึ่ง เปึนเรื่อง (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ) ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมนี้เราได้ขอตัดรายงานหน้า ๑๗-๒๒ ในเล่มเดิม เนื่องจากว่าได้มีการเสนอผลักดันเรื่องของการแก้ไขกฎหมายฉบับหนึ่ง แล้วก็ในเอกสาร ที่เพิ่มเติมนี้ก็จะมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริ มการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพิ่มเข้ามาเพื่อจะขอความเห็นชอบจากสภาในวันนี้ด้วยครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ในส่วนของการปฏิรูประบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งนั้นวางอยู่บนกรอบคิดหลัก ๔ ประการ คือเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถ อํานาจและหน้าที่ในการจัดการชุมชนตามกระบวนการ ประชาธิปไตยทางตรง และประชาธิปไตยชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถจัดการตนเอง ได้มากร่วมกับรัฐและทั้งสังคม
ประเด็นที่ ๒ คือการจัดการทุนและทรัพยากรโดยชุมชน ซึ่งทุนในที่นี้หมายถึงทั้งทุน และทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาและอื่น ๆ ประการที่ ๓ คือเรื่องการสนับสนุน ให้ชุมชนเขาสามารถจัดสวัสดิการชุมชน เปึนหลักประกันที่ดีของชุมชน ร่วมจัดบริการสาธารณะ ประการที่ ๔ คือส่งเสริมเรื่องปากท้องเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและยั่งยืน ที่เรียกว่าสัมมาชีพชุมชน ในส่วนของประเด็นที่ ๑ นั้นผลสัมฤทธิ์ก็ต้องทําให้ชุมชนนั้น มีความเปึนเจ้าของกิจการต่าง ๆ และสามารถจัดการตนเองร่วมกับรัฐและสังคมได้ ตรงนี้ ก็จะมีประเด็นที่กราบเรียนเสนอในวันนี้ว่ามีแผนปฏิรูปเรื่องใดบ้าง ประเด็นที่ ๒ คือ เรื่องการจัดการทุนโดยชุมชน ตรงนี้มีคณะกรรมาธิการหลายชุดท่านได้ทําไปแล้วและเสนอแล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางเรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี รวมทั้ง ทุนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาก็ได้มีการผ่านหลักการและสาระสําคัญ เรื่องพระราชบัญญัติสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรรวมทั้งธนาคารที่ดิน และล่าสุดนี้ทาง สปช. เราก็ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไป แล้ว ซึ่งก็เปึน เครื่องมือหนึ่งที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการทรัพยากรในชุมชน ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องของสวัสดิการและความเปึนอยู่หรือพูดง่าย ๆ คือคุณภาพชีวิตของ ชุมชนนั้น เปัาหมายก็คือต้องทําให้ชุมชนมีการจัดบริการสาธารณะได้ เชื่อมโยงกับภาครัฐข้างบน เชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะให้เกิดการจัดสวัสดิการ ตรงนี้วันนี้จะมีการเสนอ หลักการในการเสนอปรับปรุงกฎหมายสวัสดิการสังคม ที่มีอยู่แล้ว ครับ เพื่อให้เอื้อ ต่อการสนับสนุนความเข้มแข็งของสวัสดิการชุมชนนะครับ และประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของ เศรษฐกิจฐานรากสัมมาชีพชุมชน ตรงนี้สภาเราได้เห็นชอบเรื่องข้อเสนอปฏิรูปสัมมำชีพ ชุมชนไปแล้วนะครับ อันนี้ก็เปึนภาพรวม ๔ กลุ่มงานสําคัญ หลายเรื่องนั้นสภาได้กรุณา ให้ความเห็นชอบข้อเสนอและร่างกฎหมายบางฉบับไปแล้ว วันนี้ก็จะเสนอรายงานเฉพาะ ในส่วนที่เปึนการเติมให้เต็ม นะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเชิญคุณฑิฆัมพร กองสอน ซึ่งเปึนประธานอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งได้นําเสนออย่างย่อ ๆ เกี่ยวกับเรื่องงานในกลุ่มที่ ๑ นะครับ แล้วก็ขออนุญาตเปึนคุณหมอพลเดช ป่ืนประทีป เสนอในส่วนของเรื่องบางส่วนที่ยังขาด รวมทั้งเรื่องของการแก้ไข พ.ร.บ. ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอเชิญค่ะ
ขอบคุณค่ะ เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ดิฉัน นางฑิฆัมพร กองสอน รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รายงานการปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) ก็จะรายงาน เฉพาะที่แก้ไขแล้วก็เพิ่มเติมจากรอบที่ ๑ ซึ่งมีประเด็นปฏิรูปในรอบนี้ ๒ ประเด็นหลักใหญ่ ๆ คือการจัดการชุมชน แล้วก็สวัสดิการสังคม การจัดการชุมชนมีจํานวน ๔ ประเด็นปฏิรูป ซึ่งมีการเพิ่มเติมจากครั้งที่ ๑ ประเด็นที่ ๑ คือการผลักดันร่างพระราชบัญญัติสิทธิชุมชน พ.ศ. .... ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติสิทธิชุมชน พ.ศ. .... ต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติสิทธิชุมชน พ.ศ. .... อยู่ใน ภาคผนวกของรายงานเล่มนี้นะคะ เพราะ พ.ร.บ. ฉบับนี้เปึน พ.ร.บ. ที่ให้ชุมชนมีสิทธิ ในการปกปัอง ฟุ๋นฟู อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ มีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อชุมชน ซึ่งถือว่าเปึนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ได้กําหนด ชุมชนไว้ ๓ ระดับก็คือชุมชน ชุมชนท้องถิ่น แล้วก็ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม
และในความหมายก็คือกลุ่มบุคคลที่มีวิถีชีวิตซึ่งสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม หรือสิ่งแวดล้อม โดยมีความสํานึกรับผิดชอบหรือผลประโยชน์ในการอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่หรือท้องถิ่น โดยยังคงดํารงวิถีชีวิต จารีตประเพณี ภูมิปัญญาหรือวัฒนธรรม แบบดั้งเดิมหรือ แบบพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา ซึ่งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ สิทธิชุมชน พ.ศ. .... ฉบับนี้ คือการบริหารจัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างชุมชนร่วมกับรัฐ โดยมีมาตรการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิชุมชนรับรองสถานภาพและสิทธิชุมชนขั้นพื้นฐาน และมีกลไกในการไกล่เกลี่ย ซึ่งประเด็นที่ ๒ ในประเด็นปฏิรูปของกลุ่มที่ ๑ เปึนการแก้ไขพระราชบัญญัติ สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านประธานคะ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตําบล ทางองค์กรชุมชนได้ใช้ พ.ร.บ. นี้เปึนเครื่องมือ ในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนมาแล้วประมาณ ๘ ป้ จากการสรุปบทเรียนของ สภาองค์กรชุมชนตําบล และที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตําบล จากการ ดําเนินงานที่ผ่านมา ท่านประธานคะ เราพบจุดบกพร่องพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังนี้ ภารกิจที่ไม่มีความชัดเจน กลไกสนับสนุนไม่ส่งเสริมให้สภาองค์กร ชุมชนตําบลให้มีความเข้มแข็ง หน่วยงานบางหน่วยงานยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ มีข้อจํากัด ในการส่งเสริมและการจัดการตนเองของชุมชน จึงมีข้อเสนอในการแก้ไขพระราชบัญญัติ สภาองค์กรชุมชนตําบล พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังนี้ ให้มีบทบาทภารกิจขับเคลื่อนงานจัดการตนเอง โดยให้มีสถานะเปึนนิติบุคคล เปึนพื้นที่กลางของตําบลแก้ไขปัญหา และพัฒนาตําบล พัฒนานโยบายสาธารณะ แก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างมีส่วนร่วม โดยกําหนดให้มี สํานักงานสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนตําบลแห่งชาติ มีบทบาทและหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ สนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพของสภาองค์กรชุมชน โดยใช้ระยะเวลา ๑ ป้ ในการที่จะ แก้ไขพระราชบัญญัติส ภาองค์กรชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประเด็นที่ ๓ การยกระดับ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๓ เปึนพระราชบัญญัติ สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. .... พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีวัตถุประสงค์ ๑. สนับสนุนองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนและประชาสังคม ๒. สนับสนุนด้านการเงินแก่องค์กรชุมชน ๓. สนับสนุนการพัฒนาองค์กรชุมชน เครือข่ายและประสานหน่วยงานทุกระดับ
ซึ่งทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือที่เราเรียกกันว่า พอช. มีผลการดําเนินงานดังต่อไปนี้ ที่ผ่านมานี่มีผลการดําเนินงาน ๑. สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาเครือข่ายองค์กร ชุมชนครอบคลุมทุกจังหวัด ๖,๕๕๗ ตําบล ๒. ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง สภาองค์กรชุมชน ๔,๕๖๗ ตําบล สวัสดิการชุมชน ๕,๘๘๑ ตําบล บ้านมั่นคง ๓๓๗ เมือง ๑,๖๐๖ ชุมชน แก้ไขปัญหาที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัย ๑,๕๐๐ ตําบล เศรษฐกิจและทุนชุมชน ๒๗๔ ตําบล ท่านประธานคะ ทางคณะกรรมาธิการเราได้เห็นความสําคัญขององค์การนี้ที่มี ผลการดําเนินงานที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนที่ชัดเจน จึงเสนอการปฏิรูปควรจะ ยกสถานะจากพระราชกฤษฎีกาเปึนพระราชบัญญัติ แนวทางการดําเนินงานให้ปรับบทบาท ขอบเขตภารกิจของสถาบันในการสนับสนุนและเอื้อให้องค์กรชุมชนในทุกระดับมีศักยภาพ ในการจัดการตนเองอย่างยั่งยืน ปรับโครงสร้างการบริหารงานให้เปึนหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ ส่วนราชการ และมีการบริหารจัดการที่สนับสนุนการขับเคลื่อนงาน ในเชิงนโยบาย โดยให้ ระยะเวลา ๑ ป้
ในการยกร่างพระราชบัญญัติสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พ.ศ. .... ต่อจากนี้ไปดิฉันเอง จึงขออนุญาตท่านประธานให้ทางคุณหมอพลเดช ป่ืนประทีป ได้นําเสนอรายงาน ประเด็นที่ ๔ การจัดตั้งกลไกส่งเสริมการฟุ๋นฟูและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจังหวัดชา ยแดนใต้ และประเด็นที่ ๕ การผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยสวัสดิการชุมชนและร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขออนุญาตท่านประธานนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอเชิญค่ะคุณหมอ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเดช ป่ืนประทีป สมาชิก สปช. หมายเลข ๑๕๒ ในฐานะ ที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ผมขออนุญาตนําเรียนที่ประชุมอยู่ ๒ เรื่องครับ เปึนเรื่องที่ ๔ ที่คุณฑิฆัม พรได้ส่งมานะครับ เรื่องที่ ๔ เปึนเรื่องการจัดตั้งกลไกส่งเสริม การฟุ๋นฟูและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้มีกรอบแนวคิด หรือว่าข้อมูลที่สําคัญประมาณนี้นะครับ ปัญหาเรื่องไฟใต้นั้นผมคิดว่าเปึนปัญหาที่ฝังลึก อยู่ในความวิตกกังวลอยู่ในใจลึก ๆ สําหรับคนไทยทั่วประเทศนะครับ เปึนอย่างนี้มาหลายป้ ตรงนี้ก็เรียกว่าข้ามทศวรรษกันแล้วนะครับคือ ๑๑-๑๒ ป้ ปัญหาความสูญเสียนับวันสะสม พอกพูนขึ้นยังไม่หยุดนะครับ ทั้งในเรื่องของจํานวนคนบาดเจ็บ ทั้งในเรื่องการตาย ทั้งเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ระเบิดต่าง ๆ ทั้งหลายนะครับ รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ ที่ใช้ไป ในแต่ละป้ก็ประมาณป้ละ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาทในแต่ละป้ สะสมไปเรื่อย ๆ ตรงนี้ก็ประมาณ เกือบ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ รวมทั้งการใช้ทรัพยากรบุคคลคือผู้บริหารระดับสูง ไม่ว่าจะเปึนทางฝ์ายทหาร ตํารวจ พลเรือนหรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้ทรัพยากรเหล่านี้ไปอย่างมากมาย แต่การแก้ไขปัญหานั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะมีข้อยุติ แนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาไฟใต้ของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมานะครับ ในรอบ ๑๒ ป้ สามารถจะพูดได้ว่าเปึนการใช้กําลังทหาร กําลังตํารวจ กําลังอาวุธที่เหนือกว่าไปกดทับ สถานการณ์เอาไว้ครับ แล้วก็ใช้มาตรการทางด้านความมั่นคงนําหน้า ใช้งานพัฒนาเปึนเพียง เครื่องมือรับใช้งานความมั่นคงเท่านั้น ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญที่จะนํามาสู่การมีข้อเสนอ การปฏิรูปนะครับ งบประมาณที่ทุ่มลงไปนั้นโดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละป้ร้อยละ ๕๕ ที่ใช้ไป
ในเรื่องของความมั่นคง ส่วนที่เหลือเพียงร้อยละ ๔๕ ก็ใช้ไปในเรื่องของงานพัฒนา แต่อย่างไรก็ตามครับงบที่ใช้ในเรื่องการพัฒนาทั้งหมดนี้ก็ดําเนินการโดยผ่านส่วนราชการ หน่วยราชการต่าง ๆ ของกระทรวงต่าง ๆ ๑๐ กว่ากระทรวง ๒๐ กระทรวงนี่นะครับ ลงไปทํางาน สําหรับในส่วนแรกที่เปึนงบประมาณในเรื่องของความมั่นคงนั้นก็คงมี ลักษณะเฉพาะมีข้อจํากัดเฉพาะของเขา อันนั้นเราจะไม่กล่าวถึงนะครับ แต่ในส่วน งานพัฒนานั้นเราพบว่ามีข้อจํากัดอยู่มาก จึงเปึนที่มาของการมีข้อเสนอในการปฏิรูปครับ งบการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีอยู่เปึนจํานวนมากนี้ เราพบว่าปัญหาที่สําคัญที่สุดคือข้าราชการไม่สามารถลงพื้นที่ได้ ส่วนหนึ่งก็เปึนเพราะว่าความขัดแย้งระหว่างอํานาจรัฐกับชุมชนข้างล่างมีความเห็น ที่แตกต่างกันจนกลายเปึนความรุนแรง จนกลายเปึนภาวะกึ่งสงครามที่ว่านะครับ ตรงนี้ ทําให้ข้าราชการตกเปึนเปัาหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่จะถูกทําร้าย ถูกทําลายในกระแส ความขัดแย้งที่ยังไม่มีการคลี่คลาย ดังนั้นงบประมาณที่จะใช้ในการลงไปพัฒนาจึงลงไป ไม่ค่อยถึงพื้นที่แต่อย่างไรก็ตามครับเงินหมดทุกป้ เงินหมดทุกป้โดยที่ไม่มีระบบการประเมิน ผลลัพธ์ที่ดีพอแต่อย่างใดนะครับ ตรงนี้ก็เปึนวิถีปกติของระบบราชการไทย ตรงนี้ต้องเปึน เรื่องของการปฏิรูปใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง จากประสบการณ์การทํางานของการพัฒนา ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในรูปแบบองค์กรนอกภาครัฐคือ องค์กรภาคประชาสังคมเราพบว่าในรูปแบบการทํางานแบบนั้น องค์กรแบบนอกภาครัฐนั้น สามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ดีกว่า
เพราะว่าไม่ติดระบบระเบียบของทางราชการ การทํางานก็ไม่ตกเปึนเปัา เพราะไม่ได้เปึน คู่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตามในความเปึนจริงการทํางานขององค์กรภาคประชาสังคมที่ไปทํางาน อยู่ในพื้นที่นั้นยังเปึนการทํางานในระดับจุลภาคเปึนจุดเล็ก ๆ เพราะว่าเปึนไปตามกําลัง ทรัพยากรที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ซึ่งแหล่งทุนส่วนใหญ่ก็จะเปึนแหล่งทุนจาก ต่างประเทศแล้วก็แหล่งทุนที่หาเงินบริจาคมาทํางานกันเอง ดังนั้นข้อเสนอในการปฏิรูป การจัดระบบการจัดการแก้ปัญหาไฟใต้ในเชิงนโยบายและระบบที่เครือข่ายภาคประชาสังคม แล้วก็คณะกรรมาธิการชุดของเราได้พิจารณาครับ คือต้องจัดให้มีองค์กรแบบใหม่ซึ่งเปึน องค์กรกึ่งรัฐให้เปึนกลไกเพื่อไปทําหน้าที่ ไปสนับสนุน ไปเติมเต็ม ไปป่ดช่องว่างการทํางานของ หน่วยงานพัฒนาของภาคราชการในพื้นที่ที่มีสถานการณ์พิเศษแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลไกที่ว่านี้จะมีภารกิจสําคัญในการฟุ๋นฟูและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในระดับฐานรากทั่วทั้ง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขยายเปึน ๕ จังหวัด ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน ทุกภาคี ให้เข้ามาช่วยกันค ลี่คลายปัญหาไฟใต้ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การสื่อสารสังคม การจัดการความรู้ การสร้างชุมชนเข้มแข็ง ให้สามารถจัดการปัญหาของ ตนเองได้ รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในวิถีชีวิตในรูปแบบวิถีการทํางานของ ชุมชน นอกจากนั้นมีหน้าที่ในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้ มีความเข้มแข็งในทุกด้าน องค์กรนี้จะเปึนองค์กรในเชิงส่งเสริมการฟุ๋นฟูชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนการเฉพาะกิจและเฉพาะกาล เฉพาะกิจหมายความว่าทํางานเฉพาะเรื่องการพัฒนา ชุมชนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันก็เฉพาะกาล เฉพาะกาลหมายความว่า องค์กรนี้ควรเปึนองค์กรชั่วคราว องค์กรชั่วคราวที่มีระยะเวลาทํางานอย่างเช่น ๑๐ ป้ จากนั้นต้องกลับเข้าสู่ในระบบปกติได้ เปึนองค์กรที่เกิดขึ้นมาเพื่อเติมเต็ม เพื่อป่ดช่องว่าง ทั้งนี้งบประมาณในการทํางานขององค์กรนี้ก็ไม่จําเปึนจะต้องไปเพิ่มเปึนพิเศษแต่อย่างใด เพราะแค่เจียดแบ่งจัดสรรจากส่วนงบประมาณ งบพัฒนาที่ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านส่วนราชการต่าง ๆ อยู่แล้วมาให้องค์กรแบบกึ่งรัฐเปึนคนทําบ้าง อย่างน้อยสักประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีมากเพียงพอที่จะสร้างนวัตกรรมการแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีไฟลุกโชนแบบนี้ตามแนวทางใหม่นี้ได้ อย่างมากเพียงพอแล้ว ผลที่เราคาดว่าจะได้รับ ถ้าหากว่ามีสถาบันที่เปึนกลไกฟุ๋นฟูแบบนี้ เปึนองค์กรแบบกึ่งราชการกึ่งรัฐแบบนี้ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็คือว่าประเทศของเรา
และสังคมไทยจะได้มีเครื่องมือที่เปึนทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหาไฟใต้ เปึนเครื่องมือทาง นโยบาย เปึนเครื่องมือในการแก้ปัญหา รวมทั้งในการฟุ๋นฟูพัฒนาชายแดนใต้ให้กลับสู่ ความสงบ ถ้าชายแดนใต้กลับสู่ความสงบได้ภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ ตรงนี้ชายแดนใต้จะเปึน สถานะที่สําคัญจะเปึนสะพานเชื่อมโลกอาเซียน แล้วก็ตะวันออกกลางและโลกมุสลิม ได้เปึนอย่างดีนะครับ อันนี้ก็เปึนกรอบแนวคิดต่าง ๆ ส่วนรายละเอียดของการจัดตั้งองค์กร แบบกึ่งราชการแบบที่ว่านี้ก็จะอยู่ในร่างพระราชกฤษฎีกาสถาบันส่งเสริมการฟุ๋นฟู และพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในภาคผนวกแล้วนะครับ มาอีกเรื่องหนึ่ง เปึนประเด็นที่ ๕ ก็คือประเด็นเรื่องการผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยสวัสดิการชุมชนครับ เรื่องสวัสดิการชุมชนนี้เปึนองค์ประกอบหนึ่งที่สําคัญของระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม กับประเทศไทย ปัจจุบันเรามีพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๖ เปึนเครื่องมือหลักในการส่งเสริมและพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมที่หลากหลาย อยู่แล้วนะครับ ในกฎหมายฉบับนี้มีกลไกทํางานใหญ่ ๆ อยู่ ๒ กลไก กลไกหนึ่งเรียกว่า เปึนคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมสวัสดิการสังคมระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน อันนี้อยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนที่ ๒ ก็มีกองทุนครับ มีกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมอยู่ที่สํานักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ตรงนี้มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนพวกองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ องค์กรศาสนา องค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ให้ไปมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมให้เกิดขึ้นนะครับ
ในช่วงป้ ๒๕๕๐ ได้มีสิ่งใหม่ที่เปึนนวัตกรรมเราเรียกว่าเปึนนวัตกรรมระบบสวัสดิการชุมชน แบบใหม่ ที่เปึนความริเริ่มของชุมชนอย่างหนึ่งเกิดขึ้นครับ คือชาวบ้านที่มีความแข็งแรง จํานวนหนึ่งในชุม ชนมีการรวมตัวกันแล้วเริ่มให้เงิน คือการสละหรือการบริจาคเงิน อุทิศเงินให้เอาไว้เปึนกองทุนกลาง แล้วก็เงินกองทุนกลางนี้จะถูกนําไปจัดเปึนสวัสดิการ ชุมชนให้แก่คนทั้งหมู่บ้าน คนทั้งตําบล รวมทั้งตัวเขาเองด้วย เช่น ให้วันละบาทที่เรียกว่า กองทุนวันละบาท เช่น เขาให้วันละบาท สละเงินวันละบาท เดือนละ ๓๐ บาท ป้หนึ่ง ๓๖๕ บาท บางแห่งก็ ๒ บาท บางแห่งก็ ๓ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ก็มี อันนี้ก็แตกต่างกันไป ตามสถานะ สวัสดิการสังคม สวัสดิการชุมชน ที่ชุมชนเขาจัดการแบบนี้ส่วนใหญ่เขาจะทํา ในเรื่องของวิถีชีวิต เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่น ถ้ามีใครคลอดบุตร เรื่องการให้ทุนการศึกษา ช่วยผู้พิการ ผู้ยากไร้ ให้บริการสาธารณะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้เปึนต้น เมื่อเห็นดังนี้รัฐบาลในสมัยนั้นเมื่อป้ ๒๕๕๐ จึงได้มีโครงการสนับสนุนความคิดริเริ่มของ ชุมชนด้วยการสมทบทุนเข้ากับกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ ชุมชนเปึนฝ์ายริเริ่มนี้อย่างเปึน ระบบและทําอย่างต่อเนื่อง ต่อมาคือการจัดสรรงบประมาณภายใต้การดูแลของ คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติที่ผมว่าเมื่อกี้ แล้วก็ให้เงินผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. ตรงนี้รัฐจะสมทบไปจํานวน ๓๖๕ บาทต่อหัวสมาชิก ถ้ากองทุนไหนมีสมาชิกอยู่ ๑,๐๐๐ คน ก็เอา ๓๖๕ บาทคูณเข้าไป ก็มีเงินสมทบตรงนั้น อบต. ได้เห็นดังนั้น อบต. ก็เลยเข้าร่วมสมทบเข้าอีกทางหนึ่ง เปึน ๓ ทาง อันนี้จึงเกิดกระบวนการครับ ในช่วงที่ผ่านมาเกิดกระบวนการพัฒนาระบบ กองทุนสวัสดิการชุมชนแบบนี้ขยายตัวออกไป จากข้อมูลเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ เมื่อป้ที่แล้วพบว่ามีจํานวนกองทุนแบบนี้ในระดับตําบลรวมทั้งสิ้น ๕,๘๖๔ กองทุน มีสมาชิกอยู่ ๔,๑๑๐,๐๐๐ คน มีเงินเหลือในกองทุนขณะนี้รวมแล้วทั้งสิ้นประมาณ ๖,๐๓๐ ล้านบาท สวัสดิการชุมชนมันหมายถึงหลักประกันความมั่นคงของคนในชุมชน อยู่บนหลักการของ การพึ่งตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยทั้งเปึนผู้ให้แล้วก็เปึนผู้รับในคราวเดียวกัน เกิดการเห็นคุณค่าระหว่างคนกับคน รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณะร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การปัองกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยชุมชน และการแก้ปัญหา ระหว่างชุมชนด้วยกันด้วยตามความเหมาะสม ทั้งนี้ก็อยู่บนฐานของความหลากหลายของ แต่ละภูมิสังคม ภูมิประเทศ ส่วนกองทุนสวัสดิการชุมชนคือกองทุนที่ประชาชนจัดตั้งกันขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสวัสดิการให้กับคนที่อยู่อาศัยในชุมชน ทีนี้ทั้งหมดนี้เพื่อเปึนการส่งเสริม และสนับสนุนระบบสวัสดิการชุมชนดังกล่าวให้กลายเปึนโครงข่ายนิรภัยทางสังคมที่เรียกว่า โซเชียล เซฟตี เนต (Social safety net) ที่แข็งแรง แล้วเปึนความแข็งแรงที่อยู่ในระดับ ฐานรากทั่วประเทศ และสามารถเชื่อมโยง หนุนเสริม เติมเต็ม กับระบบสวัสดิการใหญ่ อย่างเช่น กอช. ที่เราผ่านกันไปนะครับ หรือระบบสวัสดิการทางด้านประกันสังคม หรือระบบสวัสดิการราชการ ตรงนี้จะเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากว่ามีโครงข่าย ฐานรากที่แข็งแรง เราจึงเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเ สริม การจัดสวัสดิการสังคม ฉบับที่ ๒ เมื่อป้ ๒๕๕๑ โดยมีสาระในการที่จะแก้ไขดังนี้ ประการแรกเราจะมีการเพิ่มเติมคําว่า สวัสดิการชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน ตรงนี้ ให้มีความชัดเจน มีความครอบคลุม เราจะกําหนดสถานะของกองทุนสวัสดิการชุมชน ต่อไปนี้ถ้าหากว่าได้รับการจดทะเบียนจะมีสถานะเปึนนิติบุคคล จะต้องถูกตรวจสอบดูแล แล้วมีความน่าเชื่อถือได้ จะมีการระบุแหล่งและทรัพย์สินที่ได้มาดําเนินการจากสมาชิก แล้วก็สามารถรับสมาชิกได้ไม่จํากัดเพศ วัย สถานะ กําหนดวิธีการจัดตั้ง ยกเลิก ยุบรวม หรือแยกกองทุนได้ จัดตั้งกลไกบริหารกองทุนให้เปึนหน้าที่ของรัฐและ อปท. มาเปึน เจ้าภาพหลัก แล้วก็ให้มีอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม แห่งชาติให้เปึนกลไกเชิงนโยบายสําหรับเรื่องของสวัสดิการชุมชนครับ
ทั้งหมดนี้นะครับ ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. เปึนกลไกสนับสนุนงานสวัสดิการ ชุมชนนะครับ รายละเอียดก็จะปรากฏอยู่ในเอกสารที่แนบนะครับ ทั้งหมดนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไม่ได้เปึนการออกกฎหมายใหม่นะครับ แต่เปึนการแก้กฎหมาย ปรับปรุงแก้ไขให้มี ความสมบูรณ์ แล้วก็ให้มาในทิศทางของการส่งเสริม โซเชียล เซฟตี เนต ในระดับฐานราก แล้วก็ไม่ได้มีการตั้งองค์กรใหม่นะครับ ให้ภารกิจนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่เปึน องค์การมหาชนอยู่แล้ว ก็จะสามารถดําเนินการงานอันนี้ได้ ขอบคุณครับ
เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการนะครับ ก็โดยสรุปนะครับ จากรายงานนี้เราเสนอมีอยู่ ๕ เรื่องที่จะเปึนการเสนอเพื่อการปฏิรูปนะครับ แม้แต่ว่าการแก้กฎหมาย การออกกฎหมายใหม่ยังไม่ได้ทําวันนี้ แต่เปึนการเสนอไว้ ในแผนปฏิรูปมีกําหนดระยะเวลาและหลักการสําคัญต่าง ๆ ไว้ ๕ เรื่อง ส่วนวันนี้ นอกจากเสนอเพื่อพิจารณารายงานแล้วก็เสนอขอความเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑ ฉบับครับ ขอบพระคุณครับ
หมายถึงว่าคนละฉบับกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมฉบับนี้
ฉบับนี้แหละครับ
ฉบับนี้ โอเค (OK) ค่ะ ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าท่านสมาชิกได้รับทราบวาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) และได้รับทราบหลักการ เหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้ว ต่อไปดิฉันจะเชิญท่านสมาชิกอภิปราย ให้ความเห็นในประเด็นที่ได้นําเสนอแล้ว ขอเชิญท่านนายกเกรียงไกร เชิญค่ะ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หมายเลข ๐๑๕ นําเรียนด้วยความเคารพครับ
ท่านประธาน เรื่องปฏิรูประบบสวัสดิการชุมชนภาคประชาชนนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่ง ผมเองเปึนนายกเทศมนตรีซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งตรงนี้นะครับนําเรียนด้วยความเคารพ ว่าสิ่งหนึ่งที่ทางกองทุนสวัสดิการชุมชนทําขึ้นมานี้ มีสมาชิกทั้งหมด ๕,๘๖๔ แห่งนะครับ ถามว่ามีความสําคัญหรือไม่ อย่างไร นําเรียนด้วยความเคารพครับ มีความสําคัญอย่างมาก ท่านประธานครับ มีความสําคัญอย่างมากและเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเปึนกองทุนวันละบาทนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น นั่นก็คือความไม่เข้าใจครับ ท่านกรรมาธิการครับ ความไม่เข้าใจจริง ๆ ของประชาชนหรือความไม่เข้าใจของหน่วยงาน บางหน่วยงานที่นําเงินไปแล้วใช้เปึนประเภทเดียว เช่น ไปจ่ายแค่งานศพ จริง ๆ มันทําได้ หลายเรื่อง ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างเทศบาลผมนี่รู้เรื่อง เข้าใจ แต่หลายเทศบาล หลายท้องถิ่นทั้ง ๗,๐๐๐ กว่าแห่งนี่ไม่เข้าใจ เวลาผมไปดูงานหรือผมไปเยี่ยมเพื่อนที่เปึน นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรีทั้งประเทศ จะไปร่วมงานศพด้วย เห็นเอาเงินกองทุน วันละบาทมาจ่ายให้ ผมเลยถามนายก อบต. ว่าท่านได้ทําอย่างอื่นไหม ไม่ได้ทํา ทําเรื่องเดียว จริง ๆ แล้วความสําคัญตรงนี้มันจําเปึนอย่างมาก เพราะฉะนั้นผมอยากสนับสนุนนะครับ ผมชื่นชมอย่างมากตรงนี้เพราะประชาชนได้รับผลประโยชน์ ท่านประธานครับ แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะนําเสนออีกนั่นก็คือบ้านมั่นคง บ้านมั่นคงท่านประธานรู้ไหมครับว่าเปึนสิ่งที่ดี ที่สุดในโลก ผมใช้ศัพท์นี้เพราะว่ามันช่วยเหลือคนจนจริง ๆ ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ผู้ยากไร้ พอช. เขาทํานี่ถูกต้องแล้วครับ สอนให้ประชาชนมีเงินออม รู้จักการออม สมทบในการสร้างบ้าน ที่ตัวเองต้องการจะอยู่
แต่ผมอยากล้วงลึกเข้าไปในรายละเอียดของบ้านมั่นคง เพราะว่าตรงนี้นะครับผมเข้าใจว่า พอช. นี้ไปเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับกรมธนารักษ์ ในเรื่องขอที่ดินมาช่วยสร้า งบ้าน ให้คนจนอยู่ หลายที่ประสบปัญหาเรื่องที่ดินเพราะว่าไม่มีที่ของกรมธนารักษ์หรือที่ราชพัสดุ พอไปเจอที่สาธารณะซึ่งดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยใช้ยากมากครับ ใช้ยากจริง ๆ ท่านประธานครับ ไม่ต้องเอาอื่นไกล เอาเทศบาลตําบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์บ้านผม คนจนในเขตเทศบาลผมมีทั้งหมด ๑๔๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ๑๔๐ ครัวเรือน มีทั้งบางคนขอแยกจากครอบครัว อยู่ด้วยกันครัวเรือนเดียว ๑๖ คน พอช. เขาให้โอกาสว่า ให้บ้าน ๑ หลัง คุณแยกครัวเรือนออกมานะ บางคนไปเช่าบ้านอยู่ บางคนลูกเต้าทิ้งไป แล้วมาขออาศัยบ้านญาติ ไม่มีที่อยู่ รวมแล้ว ๑๔๐ ครัวเรือน ปรากฏว่าในเขตเทศบาล ตําบลยางตลาดผมนี่เปึนชุมชนเมือง เปึนสุขาภิบาลเก่า มีที่ราชพัสดุ แล้วก็มีที่สาธารณะ แต่ที่สาธารณะไม่ต้องพูดถึงครับใช้ไม่ได้ เพราะจะใช้ลําบากมาก ต้องผ่านขั้นตอน หลายขั้นตอนจนถึงรัฐมนตรีเปึนคนอนุมัติเท่านั้น แต่ที่ราชพัสดุนี่ล่าสุดมันมีที่อยู่แปลงหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล มีทั้งหมด ๑๔ ไร่ ท่านประธานครับ แต่อยู่ในความดูแลของ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๒ จังหวัดกาฬสินธุ์ เราไปดูแล้วว่าที่แปลงนี้มันเหมาะสม เพราะว่าไม่มีการทําอะไรเลย ปลูกยูคาลิปตัสขายครับ ไปดูได้ ผมบอกว่าถ้าทําอย่างนี้ สพฐ. ทําผิดวัตถุประสงค์ เพราะว่าวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเอามาทําอะไร พวกผมจึงร้องขอ ที่แปลงนี้ จนขณะนี้ล่วงเลยมา ๖-๗ เดือนแล้วไม่ได้รับคําตอบจากตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่ประชาชน ๑๔๐ ครัวเรือนในเขตพื้นที่อําเภอยางตลาดของผมออมเงินเรียบร้อยครบแล้ว พอช. โอนเงิน ไปให้เพื่อก่อสร้างบ้าน ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ทั้ง ๑๔๐ ครัวเรือน ไม่มีที่ที่จะก่อสร้าง นี่คือปัญหา เรารวมตัวกันไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะทําอย่างไรตรงนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็บอกว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งลงไปดูสิว่าที่แปลงนี้เปึนอย่างที่นายเก รียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ร้องมาหรือไม่ว่าเปึนที่ที่ปลูกยูคาลิปตัส ปรากฏว่ารักษาการธนารักษ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ยอมทําตาม ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเงินอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าสิ้นป้งบประมาณนี้เผลอ ๆ พอช. ขอคืนด้วยซ้ํา เพราะไม่สามารถ สร้างบ้านให้กับเขาได้ ทางรักษาการธนารักษ์จังหวัดกาฬสินธุ์บอกว่าหาที่แปลงใหม่ แปลงใหม่มันไม่มีครับท่านประธาน มันหายากมากเพราะผมเปึนชุมชนเมือง ไม่เหมือน อบต.
อบต. เขาเปึนชุมชนห่างไกล หรือเทศบาลที่ยกฐานะขึ้นมาจาก อบต. คนจนอีก ๑๔๐ ครัวเรือน ท่านประธานลองนึกสภาพสิว่าเขาไม่มีที่อยู่อาศัย เขาได้รับประโยชน์จาก พอช. แล้ว เขาจะสร้าง ไม่มีประโยชน์ครับ อันนี้ผมจึงฝากไปที่กรรมาธิการช่วยลงไปดูให้ผม สักนิดหนึ่งว่ามันติดขัดอย่างไร ทาง สพฐ. เขตพื้นที่การศึกษาเขาประชุมกันแล้วเขาไม่ยอม ยกคืนให้ ผมก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน ทําหนังสือไปหลายรอบตกลงร่วมกันแล้ว เขาบอกว่า ยังใช้ประโยชน์อยู่ ผมก็บอกว่าใช้ประโยชน์อะไร ปลูกยูคาลิปตัส เขาบอกว่าเปึนแหล่งเรียนรู้ เรียนรู้อะไรผมไม่ทราบ เรียนรู้ต้นยูคาลิปตัสแล้วตัดไปขาย มีบันทึกรายงานการประชุมของ คณะกรรมการดูแลสถานศึกษาชื่อโรงเรียนบ้านขาม ซึ่งอยู่ในพื้นที่นี้เขาบอกว่าถ้ามอบที่ดิน คืนให้แล้วเขาจะเสียผลประโยชน์คือเขาได้ตัดไม้ยูคาลิปตัสขาย ท่านประธานครับ ผมนึกภาพดูว่า มันจะเปึนอย่างไรกับเอาที่แปลงนี้มาให้ประชาชนอยู่ ตรงนี้ผมอยากฝากเรื่องนี้ แต่สุดท้าย ผมฝากไปทางกรรมาธิการแล้วเรื่องนี้ แต่ผมจะฝากเรื่องหนึ่งว่าความไม่เข้าใจของ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจริง ๆ ครับ แล้ววิธีการนําเงินกองทุนวันละบาทก็ดี สวัสดิการชุมชนก็ดี ไปใช้อย่าให้มันผิดประเภท หาวิธีการประชาสัมพันธ์ให้เขารู้ว่าคืออย่างไร เปึนอย่างไร ทําอย่างไร ประโยชน์สูงสุดตกแก่พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสมเกียรติ ชอบผล ค่ะ
ขอบคุณท่านประธาน ผม สมเกียรติ ชอบผล สปช. เลขที่ ๒๐๒ ก็เปึนที่น่ายินดี ที่ทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เอาเรื่องของ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเปึนประเด็นหนึ่งในการดําเนินการ ขอเอ่ยนาม คุณหมอพลเดช ท่านก็เสนอได้ชัดเจนในเรื่องปัญหาของการทํางานของรัฐบาล แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยอันหนึ่ง ผมว่ามันอาจจะต้องเข้าใจถึงสภาพปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งที่จริงท่านคงมีอยู่แล้ว แต่ว่าเสนอเฉพาะส่วนที่เปึนปัญหาของการทํางานของรัฐบาลมันก็เลยไม่เห็นภาพรวม ที่จริงปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันก็มีความซับซ้อน หลายท่านก็ทราบกันอยู่ว่า มันเปึนอย่างไร เช่นเรื่องของแนวคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ที่คนบางกลุ่มได้เรียนรู้มา แล้วก็ เรื่องประวัติศาสตร์ที่มันสะสมมาเปึนเวลานาน รวมทั้งผู้มีอิทธิพล ธุรกิจที่ไม่ถูกกฎหมาย ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกว่าความเข้าใจระหว่างกัน สังคมมิติหรือ โซเชียลไลเซชัน (Socialization) มันยิ่งห่างออกไปทุ กที แล้วประการสุดท้ายที่ผมเห็น แล้วก็ที่ได้ศึกษามาก็คือเรื่องอาชีพ ความเปึนอยู่ และรายได้ เพราะฉะนั้นถ้า ๒ ส่วนนี้ มันมาผสมกัน ผมเข้าใจว่าการทํางานก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น แล้วที่สําคัญที่ผมอยากจะ เรียนให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาก็คือในส่วนของกรรมาธิการที่เกี่ยวกับเรื่องของ การปรองดอง อันหนึ่งผมเข้าใจว่าที่ที่มีความสําคัญ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองที่เคยเสนอในสภาที่เราได้ฟัง ถ้ารูปแบบนี้มันลงมาอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย มันจะเกิดประโยชน์ เพราะว่าที่ฟังจากคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองนี้ ผมเข้าใจว่าเราไม่ได้หวังผลสุดท้าย ผลที่มันเกิดขึ้นตลอดทาง ความงดงามในการเจรจา ในการทําความเข้าใจมันจะเห็นผล มาเรื่อย ๆ แล้วคนที่อยู่ในกระบวนการก็จะเริ่ม มีความเข้าใจซึ่งกันและกั น รวมทั้งที่เคยได้ หารือกับคุณหมอพลเดชเปึนส่วนตัว อย่างเรื่องสังคมมิ ติหรือโซเซียลไลเซชันระหว่างเด็กและเยาวชนที่มันห่างออกไปทุกที ถ้ามันมีกระบวนการเรื่องนี้เข้ามา ผมเข้าใจว่าการทํางานขององค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ มันจะช่วยไปแก้ปัญหาช่องว่างที่เกิดขึ้น แล้วขณะนี้จริง ๆ แล้วมันก็มีหน่วยงานหลายหน่วย ที่ลงไปทําแล้วก็ได้ผล ถ้าหน่วยงานที่ตั้งขึ้นได้มีเครือข่ายในการทํางานในระดับพื้นที่ ผมยกตัวอย่างอย่างมูลนิธิหนึ่งของดอกเตอร์รุ่งคือ มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง อันนี้ก็ลงไปทําในพื้นที่
สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความผสมผสานระหว่างเยาวชนซึ่งก็ทําได้ดี แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางผู้นําท้องถิ่นที่ได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิสมาน -คุณหญิงเบญจา แสงมลิ ที่เขาช่วย ในการทําอาชีพแล้วรวมกลุ่มกันทําให้คนมีรายได้ ซึ่งอันนี้เปึนจุดเล็ก ๆ ก็จริง แต่ว่า ถ้ามีหน่วยงานอย่างที่กรรมาธิการเสนอ แล้วลงไปทํางานร่วมกับกลุ่มเหล่านี้ ผมเชื่อว่า ความเปลี่ยนแปลงมันก็จะเกิดขึ้นแล้วมันจะเกิดขึ้นจากท้อง ถิ่นของตัวเอง แล้วสิ่งเหล่านี้ มันจะคงอยู่อย่างยั่งยืน แล้วประการสุดท้ายที่ผมอยากเรียนก็คือเรื่องอุปสรรคสําคัญที่ทําให้ การทํางานขององค์กรท้องถิ่นหรือชุมชนมันมีปัญหา ก็คือเรื่องธรรมาภิบาล เรื่องความโปร่งใส ที่เราได้ฟังหลาย ๆ ที่ว่าเมื่อรวมกลุ่มกันมีการจัดตั้ง
แต่มันมีบางคนที่ไม่ซื่อสัตย์ไปทําให้ตรงนี้มันเสียหายไปมีการทุจริตสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันก็จะถูก ทําลาย เพราะฉะนั้นถ้าเราเน้นตรงธรรมาภิบาลมีหน่วยงานอะไรที่ไปตรวจสอบให้ชัดเจน อย่างที่คุณหมออําพลได้นําเสนอผมว่ากระบวนการของชุมชนมันก็จะมีความเข้ม แข็งแล้วก็ แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิก สปช. ๑๑๗ ทุกอย่างดีหมดนะครับ ทีนี้ผมอยากจะเพิ่มเติม ในรายละเอียดขอยกตัวอย่างคําพูดของท่านผู้รู้ปราชญ์ชาวบ้าน ขอเอ่ยนามนะครับ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ท่านเคยพูดว่าถ้าอยากได้ปริญญาให้ไปมหาวิทยาลัย ถ้าอยากได้ความรู้ให้ไปหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นหลักการของคณะกรรมาธิการนี่ดีมากครับเพราะเปึนการไปสร้างเสริมให้ชุมชน เข้มแข็งขึ้นมา เพราะชุมชนนี่จะเปึนฐานความรู้ที่มหาศาลมหัศจรรย์มากในบ้านเรา เพียงแต่ เราขาดการไปดูให้เปึนรูปธรรมขึ้นมาเท่านั้น ผมขอเสนอว่าในนี้ก็มีพูดถึงว่าเสาหลักที่ ๒ เรื่องการจัดการทุนและทรัพยากรโดยชุมชนนั้น ผมสนใจในเรื่องทรัพยากรวัฒนธรรมและ ทุนทางปัญญาความรู้ ยังมองไม่เห็นเปึนรูปธรรมครับ เพราะที่จริงแล้วเราสามารถจะทําได้ อย่างที่ผมเสนอไว้ในคณะกรรมาธิการเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม นั่นก็คือลักษณะที่เรียกว่า ภูมิบ้าน ภูมิเมืองครับ ยังไม่มีนะครับในประเทศนี้ จะมีแต่ลักษณะของพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แล้วก็ลักษณะที่เปึนประวัติเรื่องราวของชุมชนนั้นอย่างเปึนศิลปะและมีชีวิตชีวานั้นยังไม่มี ถ้าอย่างไรผมคิดว่าในรายละเอียดคณะกรรมาธิการน่าจะลองคิดถึงเรื่องนี้ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มันจะเปึนแหล่งประสานระหว่างผู้ใหญ่กับผู้เยาว์ด้วยครับ เพราะว่าเรื่องราวของชุมชนนั้น อยู่ที่ผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ผู้มีภูมิ ปราชญ์ต่าง ๆ แต่ว่ามันจะหายไปกับตัวเวลา ไปคุยท่านก็ต้องคุย ซ้ําแล้วซ้ําเล่าไม่มีการบันทึกกันอย่างเปึนเรื่องเปึนราว ผมคิดว่าโอกาสนี้น่าจะโรงเรียนหรือว่า เยาวชนน่าจะเป่ดโอกาสให้ทั้ง ๒ วัยนี้เขาได้ถ่ายทอดข้อมูลซึ่งกันและกัน ผู้ใหญ่ก็จะไม่เหงา ผู้เยาว์ก็ยังจะได้รับรู้มีข้อมูลมาให้สืบทอดกันต่อไปได้ด้วย แล้วก็ถ้าหากว่าจะมีอาคารสร้าง ขึ้นมา แต่อยากให้เปึนลักษณะที่ชาวบ้านเขารวมตัวกันทําขึ้นเองนะครับ อย่าให้ทางการ ไปจัดการ เพราะว่าถ้าทางการไปจัดการชาวบ้านเขาคิดว่านั่นเปึนเรื่องของทางการ แต่ถ้าชาวบ้านเขารวมตัวกันทําขึ้นมาได้เขาจะมีลักษณะเขามีสํานึกว่าเขาเปึนเจ้าของครับ
เมื่อเปึนเจ้าของแล้วทุกอย่างมันอยู่ครับ แล้วก็กิจกรรมต่าง ๆ ที่ว่ามันจะอยู่ในลักษณะของ อาคารที่เรียกว่าภูมิบ้าน ภูมิเมือง แล้วอาจจะเปึนลานวัฒนธรรมได้ด้วย ผมว่าสิ่งเหล่านี้ จําเปึนครับ ทําอย่างไรในรายละเอียดผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการน่าจะไปช่วยกันทํา ให้เปึนรูปธรรมได้ แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอก็ คือว่าในลักษณะที่เอกชน หรือชาวบ้านเขาจัดการในรูปพิพิธภัณฑ์ก็ดีที่มีอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเขาทําเปึนเรื่องของ ประโยชน์ของชุมชน สร้างจิตสํานึกในการรักชุมชนได้นั้น ขอทางการอย่าไปเก็บภาษีเขาครับ เพราะว่าเวลานี้มีการทําอย่างนั้นทําให้ประชาชนที่อยากจะทํางานเหล่านี้เขาท้อใ จ เขาไม่อยากจะทําก็จะเลิกทําไป ที่จริงสิ่งเหล่านี้ประชาชนเขาทําขึ้นมาในส่วนที่ราชการ ไม่สามารถทําได้ ตรงนี้ผมคิดว่าเราน่าจะต้องเห็นคุณค่าแล้วก็อํานวยสิทธิประโยชน์ให้เขา มากกว่านี้ครับแล้วก็ทําอย่างไรจึงจะให้ชุมชนนั้นเกิดความสํานึกในสิทธิของเขา อย่างผม เคยยกตัวอย่างเช่นว่าชาวเชียงใหม่นี่ตื่นเช้าขึ้นมาเขาเห็นดอยสุเทพทุกเช้า แล้ววันดีคืนดี เกิดมีตึกขึ้นมาบังผมว่าชุมชนมีสิทธิที่จะเข้าชื่อกันต่ อต้านเรียกร้องคัดค้านได้สิทธิเหล่านี้ ผมคิดว่าคณะกรรมการน่าจะลองไปพิจารณาดูในรายละเอียดนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ หมายเลข ๐๘๐ จากจังหวัดยะลานะครับ คือเกี่ยวกับวาระเรื่อง ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็งนั้นผมมองว่าถ้าลักษณะนี้นั้นเห็นด้วยที่ทํามา ดีหมดนะครับ แต่อยากจะเสนอแนะคณะกรรมาธิการว่า ในชุมชนหรือท้อง ถิ่นนั้น ๆ ภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมแล้วก็ให้ความสําคัญส่งเสริมในพื้นที่นั้นมันยังมีพวกมูลนิธิหรือสมาคม มูลนิธิ สมาคมเหล่านี้ถ้าเปึนไปได้แล้วในเงื่อนไขที่ท่านมีอยู่นี้ขอให้เพิ่มเข้าไป ส่งเสริมเข้าไป เพราะลักษณะเอกชนเหล่านี้เขาพึ่งตัวเองมาตลอด แล้วเขาก็ช่วยในพื้ นที่อยู่ตลอด ก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการช่วยเสริมตรงนี้เข้าไปนะครับ ส่วนที่ผมจะวกกลับเข้ามา เรื่องของพระราชบัญญัติของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของคุณหมอพลเดชนะครับ ซึ่งเกี่ยวกับว่าจัดตั้งสถาบันฟุ๋นฟูพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ผมมองว่าใน พ.ร.บ. อันนี้ที่ท่านกําลังจะร่างเข้ามานี้นะครับ อยากให้ท่านเพิ่มคําว่า มูลนิธิหรือสมาคมเข้าไปเปึนกรรมการ แต่จะต้องมีกําหนดว่ามูลนิธิหรือสมาคมเหล่านั้น จดทะเบียนมาก่อนป้ ๒๕๕๗ หรือป้ ๒๕๕๖ ถ้าหลังจากนี้ไปแล้วก็ขอไม่รับนะครับ ให้เขามี ส่วนร่วมใน พ.ร.บ. นี้เพื่อเปึนกรรมการนะครับ แล้วเขาจะมีส่วนช่วยเหลือตรงนี้ว่าจะส่งเสริม พื้นที่อย่างไร สร้างอาชีพอย่างไร สร้างรายได้อย่างไร เหล่านี้นะครับ พื้นที่จะได้เข้มแข็งขึ้น ชุมชนซึ่งเขาอยู่ในพื้นที่สมาคมหรือมูลนิธิเหล่านี้เขาจะรู้ว่าจังหวัดนี้ชุมชนอยู่ตรงไหน อะไรต่าง ๆ นะครับ พร้อมกันนี้มูลนิธิเหล่านี้ที่จะเข้ามาเปึนสมาชิกเขามีพวกกู้ชีพ กู้ภัย เหล่านี้สามารถเสริมความมั่นคงของทหาร ตํารวจได้ เพราะเวลาปฏิบัติการวันนี้เราก็ยอมรับว่า มูลนิธิเหล่านี้ที่ทํางานในพื้นที่เขาก็ไม่ได้รับอะไรมากมาย เปึนเงินของชาวบ้าน ชุมชน สนับสนุนกันขึ้นมา เขาก็เสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตนะครับ เวลาเกิดเหตุเกิดอะไรเขาก็ช่วยอยู่ตลอด ได้ค่าเคส (Case) บ้างเล็กน้อยจากโรงพยาบาลบ้างหรือสาธารณสุขบ้าง ก็เคสละ ๕๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ซึ่งมันก็ไม่พอ ก็อยากให้มีส่วนเปึนสมาชิกตรงนี้ และองค์กรที่ตั้งมากึ่งเอกชน กึ่งมหาชนนี้มันก็มีส่วนที่จะให้เขาได้รับรู้ว่าเราจะพัฒนาแนวทางใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดนี้ ไปกันอย่างไรนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการด้านสังคม ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุก ๆ ท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี จากจังหวัดยะลา ด้านสังคม ดิฉันขอสนับสนุนท่านคุณหมอพลเดชที่ท่านได้เดินทางไปถึงภาคใต้ด้วยตัวเองทุกครั้ง โดยเสี่ยงภัย ขอขอบคุณแทนชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามด้วยนะคะ อยากจะให้ กรรมาธิการด้านสังคมหรือด้านอื่น ๆ ไปสัมผัสชีวิต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง ในการที่มาปฏิรูปแล้วไม่ต้องไปกลัว เพื่อประเทศชาติ เพื่อพระองค์ท่าน เพื่อทุก ๆ คน ใน ๗๗ จังหวัด ชายแดนใต้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ไม่น่ากลัวนะคะ การจัดตั้งกลไกส่งเสริมการฟุ๋นฟู และพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจังหวัดชายแดนใต้ ปัจจุบันผู้นําใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ อยู่ในภาวะอ่อนแอ ในจังหวัดชายแดนใต้อ่อนแอเพราะอะไรนะคะ
สังคมประเทศไทยที่ผ่านมาได้สร้างความไม่เปึนธรรมในอดีต ทําให้เกิดแผลในใจฝังลึก ไปถึงหัวใจถึงลูกถึงหลาน ระบบราชการที่เลือกปฏิบัติ ทุจริต ใช้อํานาจมิชอบ ไม่เปึนธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเปึนธรรมได้แล้วค่ะ ข้อเสนอฟุ๋นฟูและพัฒนาจะต้องอาศัย ศาสนาอย่างเดียว แต่พอจะใช้ศาสนาก็จะเปึนก่อการร้ายอีกนะคะ ดังนั้นศาสนาอิสลาม จะเปึนศาสนาที่ละเอียดอ่อน มีประเพณีที่จะต้องเข้าใจ เข้าถึงในส่วนลึกของจิตใจ การฟุ๋นฟู ก็คือใช้ศาสนา เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในใจของเขา ที่ปู์ย่าตายายเขามีเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่ไม่เปึนธรรม ก็สร้างความชิงชัง เกลียด แค้นในจิตใจ ไม่สิ้นสุด เจ็บปวดไปสู่หัวใจ สู่ลูกสู่หลาน แต่ศาสนาอิสลามมีข้อดีนะคะ ท่านศาสดา มูฮัมหมัดบอกว่าพระอัลเลาะฮ์ทรงให้ อภัยกับทุกคนที่ตั้งใจ ไม่ตั้งใจ แต่เราจะทําอย่างไร ให้เขาให้อภัย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้กติกา ว่าตอนนี้คือไม่ใช่สุโขทัย ไม่ใช่อยุธยา ไม่ใช่รัตนโกสินทร์ นี่คือปัจจุบัน เราจะทําอย่างไรให้จิตใจของเขาที่จะมีอภัยแล้วก็ไปสวรรค์ ดิฉันก็เลยสมัครเปึน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันก็คิดว่าตอนนี้จะต้องสร้างชุมชนให้เข้มแข็งโดยผู้นําศาสนา อันดับ ๑ ผู้นําชุมชน ต่อไปก็ผู้นําหมู่บ้าน ผู้นําท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบท. ส่วนผู้นําศาสนา โต๊ะอิหม่าม โต๊ะคอเต็บ โต๊ะบิหลั่น คณะกรรมการมัสยิด ถ้ามีศาสนาพุทธ ก็คณะกรรมการของวัด แล้วก็จะต้องมีเศรษฐกิจให้กับเขา เพื่อสร้างกระเปิาของเขา ไม่ต้องไปประเทศมาเลเซียไปเปึนลูกจ้างอยู่ร้านต้มยํากุ้ง พอไปก็เปึนโจรอีกค่ะ เพราะว่า ราคายางพาราก็ตกต่ํา เศรษฐกิจไม่เพียงพอ พออยู่ใน ๓ จังหวัดก็ต้องรับจ้างฆ่าคน แล้วทําอย่างไรอีก เสพยาเสพติดอีก ทีนี้ถ้าไม่เข้าใจก็จะมีการถูกยิง ระเบิด นี่คือสาเหตุ ความจริงใจที่ดิฉันจะต้องให้ความรู้ ให้ศาสนา การศึกษา ส่งเสริมอาชีพ ให้คนไปสวรรค์ เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกเปึนคนดีได้ ศาสนาอิสลามบอกว่าเราเกิดมาเปึนคนไทย เราต้องรักประเทศไทย เราจะเปึนประเทศซาอุดีอาระเบีย ประเทศมาเลเซีย ไม่ได้ นี่จริง ๓ จังหวัดเอาไปไม่ได้นะคะ ตัวเราเองขอให้เปึนคนดีและไปสวรรค์ แล้วก็มีชื่อเสียง นั่นสุดยอดค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ค่ะ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒
จากจังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ในฐานะที่เปึนนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคามด้วยนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ที่ได้สร้างสิ่งที่ดีให้กับชุมชน เพราะการพัฒนาประเทศ ที่เราเคยพูดกันถึงจตุพลัง ก็คือการทํางานจากภาครัฐ จากท้องถิ่น ท้องที่ ภาคประชาคม แล้วก็ภาคสังคมร่วมกัน ในการที่จะเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งขึ้นมา ผมในฐานะที่อยู่ใน ระดับพื้นที่ ระดับเทศบาล อบต. หรือทางชุมชนเอง
เราก็เห็นนโยบายต่าง ๆ ที่ทางภาคประชาชนได้เข้ามาทํางานร่วมกับทางท้องถิ่น ซึ่งถือว่า เปึนสิ่งที่ดีมากที่ทําให้ท้องถิ่นเราได้ทํางานอย่างมีตัวช่วยเพิ่มขึ้น หลายสิ่งหลายอย่าง เช่นบางทีภาคประชาชน ภาคองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทํางานให้กับทางท้องถิ่น แล้วผมว่าทางจังหวัดด้วย ซึ่งผมคิดว่าที่เราพูดถึงสิทธิชุมชนนี่ก็อยากให้เน้นเรื่องของ สํานึกหน้าที่ในสิ่งต่าง ๆ ที่ทางชุมชนจะต้องแสดงบทบาทในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าบางทีเราอาจจะถูกคนอื่นมอง ว่า เอ๊ะ รู้จักแต่สิทธิ ๆ แต่ว่าต้องคํานึงถึงหน้าที่ และสํานึกต่อส่วนรวมด้วย เพราะฉะนั้นแล้วในบทบาทของชุมชนเองก็ต้องแก้ไขบทบาท ที่นอกจากเน้นสิทธิแล้วนะครับ สํานึกหน้าที่ต่าง ๆ ที่เราต้องทําในท้องถิ่นของเราในพื้นที่ของเรา เช่นปัญหาสาธารณะอื่น ๆ เช่นการบุกรุกที่สาธารณะ การไม่มีระเบียบของการจัดระเบียบ ของหาบเร่แผงลอยอะไรต่าง ๆ เราจะทําอย่างไรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการในระดับพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วม แล้วก็ให้ทุกคนมีความสุขร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าทางองค์กรชุมชนเข้ามา มีส่วนร่วมทางท้องถิ่นก็จะมีความสุขเพราะว่าทํางานร่ว มกันก็เหมือนเรายึดท้องที่เปึนฐาน แล้วก็ท้องถิ่นเปึนฐาน แล้วก็พื้นที่เปึนฐานเราก็จะมีความสุขร่วมกันในการทํางานร่วมกัน ส่วนจะอภิปรายก็คือการแก้ไข พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชนป้ ๒๕๕๑ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านได้ศึกษามา เช่นหน่วยงานบางหน่วยไม่เข้าใจบทบาทภารกิจ กลไกสนับสนุนไม่ส่งเสริมสภาองค์กรชุมชนตําบลให้เข้มแข็ง ภารกิจไม่ชัดเจน มีข้อจํากัด ในการส่งเสริมการจัดการองค์กรตนเองของชุมชน ซึ่งในการแก้ไข พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน ที่ได้นําความคิดในการขับเคลื่อนการจัดการตนเอง การพัฒนานโยบายสาธารณะ การมีสถานะเปึนนิติบุคคล การแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างมีส่วนร่วม แล้วก็สุดท้าย เปึนพื้นที่กลางของตําบลแก้ปัญหาและพัฒนาตําบล อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่า ท้องถิ่น ท้องที่ แล้วก็ภาคราชการต่าง ๆ ผมคิดว่าต้องถึงเวลาแล้วที่ในพื้นที่เองจะต้อง มีการจับมือกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แล้วก็ทํางาน ด้วยกันและกันโดยคิดถึงว่านี่คือบ้านของเรา เราจะทําอย่างไรที่จะให้บ้านของเรามีความสุข ร่วมกัน ท้องถิ่นเอง เทศบาล อบต. บางที่อาจจะทํางานกับองค์กรชุมชนได้เรียกว่า ไม่มีเอกภาพ การสร้างความเข้าใจของ ๒ องค์กรนี้น่าจะเปึนพลังที่สําคัญในการที่จะพัฒนา อย่างยั่งยืน และในสิ่งที่เราต้องคิดร่วมกันก็คือว่าเราทําอย่างไรให้ ๒ องค์กรนี้ไม่ว่าจะเปึน พื้นที่ท้องถิ่นเองได้มีการบูรณาการ มีมิตรภาพที่ดี พอมิตรภาพที่ดีก็จะเกิดความเข้าใจ แล้วก็
เกิดการทํางานร่วมกันอย่างบูรณาการ ก็หวังว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเพิ่มพื้นที่ให้มีความเชื่อมต่อ ของภาคท้องถิ่นกับภาคสภาชุมชนให้เกิดการทํางานอย่างมีเอกภาพและมีความสุขร่วมกัน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิฟาริด ระเด่นอาหมัด ค่ะ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิฟาริด ระเด่นอาหมัด จากจังหวัดปัตตานี ต้องขอชื่นชมคณะทํางานชุดนี้ที่นําเสนอสิ่งที่ เปึนประโยชน์อย่างยิ่งกับประเทศไทย ผมคิดว่างานชิ้นนี้ใช้ได้กับทั้งปร ะเทศไทยเลย ผมเคยอภิปรายว่าเราคงไม่สามารถทําประเทศไทยให้เหมือนประเทศสิงคโปร์ได้ เพราะมันยาก แล้วก็ไกลเกินเอื้อม แต่ถ้าเราโฟกัส (Focus) เปึนจังหวัด มีหลายจังหวัดที่มีความพร้อม ที่จะเข้าใกล้ประเทศสิงคโปร์ได้ แล้วก็งานชิ้นนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่จะนําประเทศไทย นําหลายจังหวัดให้สามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้นะครับ ทีนี้เมื่อท่านได้โฟกัสถึง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งเปึนปัญหาอันหนึ่งซึ่งเรื้อรังกันมาแล้วประมาณ ๑๐ กว่าป้
เราได้ฉีดยาเข้าไปแล้วด้วยมูลค่าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทประเทศไทยกําลังป์วย แล้วผมคิดว่าไม่ใช่เปึนไข้หวัดธรรมดา และคงไม่ใช่ใช้ยาขนานเดียวแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ท่านทํา ก็เปึนส่วนของการแก้ปัญหาตรงนี้ แต่เปึนการรักษาตามอาการอยู่ แล้วก็ไม่ปฏิเสธครับ ผลงานชิ้นนี้เปึนประโยชน์แน่ ๆ แต่ผมอยากจะให้ทําควบคู่คือการลงไปหาต้นเหตุที่แท้จริงว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือสาเหตุของโรคและอาการร้ายตรงนี้ แล้วก็จัดลําดับจัดไพรออริตี (Priority) ว่าเราจะแก้ปัญหาตรงไหนก่อน นั่นคือการผ่าตัดใหญ่ ถ้าเราสามารถแก้ปัญหา ตรงนี้ได้สําเร็จงานที่ท่านทําเข้าไปคือตัวเสริมเข้าไปเพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ผมคิดว่า ถ้าเราทําตรงนี้ได้สําเร็จประตูอาเซียน (ASEAN) จะมีคุณค่าทันทีเลย เพราะภาคใต้เปึน ทางผ่านไปสู่ประเทศใหญ่ข้างล่าง ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็ประเทศบรูไน อยากจะให้ทําตรงนี้สําเร็จ และเมื่อเราทําสําเร็จแล้วความร่วมมือจาก ทุกฝ์ายก็จะตามมา การแก้ปัญหาทั้งหมดต้องสร้างคนให้มีความเข้มแข็งเสียก่อน งานของท่านนี่ถูกแล้วที่ทําคนขึ้นมาให้มีความสําเร็จ มีความเข้มแข็งเพียงพอ ผมทํางานกับ นักศึกษาประมาณ ๙ ป้ ดูแลนักศึกษา ๙,๐๐๐ คนในแต่ละรุ่น ก่อนหน้าโน้นเด็กภาคใต้ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีจะเปึนเด็กที่แข็งกร้าว และเขาไม่มี ความหวังเลย ผมใช้นโยบายว่าเราต้องให้ความรัก แก่เขา สร้างความหวังให้ชัดเจนว่า เมื่อเขาจบแล้วเขามีอนาคตที่แจ่มใส ณ วันนี้เด็กทุกคนพร้อมจะทํางานกับทุกส่วน แล้วก็มีความสามารถเพียงพอ แล้วก็เปึนเด็กที่มีความหวังพร้อมแล้ว การทํางานตรงนี้ เปึนการดึงคนให้มาอยู่กับภาคส่วนของพวกเราของทางราชการ เพราะต้นทุนตรงนี้มีมากพอ ถ้าเราเพิ่มต้นทุนลงไปสู่ชุมชนอีกส่วนหนึ่งเข้าไปความเข้มแข็งก็จะตามมา ความสําเร็จตรงนี้ ถ้าเราตั้งเปัาให้ดีวางเปัาของแต่ละจังหวัดให้ชัดเจนว่าเราจะทําอะไรให้สําเร็จ แล้วก็แก้ปัญหา ไปทีละเปลาะ จากความสําเร็จของแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ จะกลายเปึนความสําเร็จของ ทั้งประเทศไทยเลยนะครับ ผมคิดว่าผมจะต้องสนับสนุนโครงการของท่านทุกประการนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน
ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมดูกฎหมายเรื่อง สิทธิชุมชน ลําดับแรกก็ไม่เคยให้กําลังใจหรือยกย่องกรรมาธิการกลุ่มไหน ขอยกย่องและ ให้กําลังใจท่านกรรมาธิการทั้งคณะที่เห็นความสําคัญของชุมชนในการสร้างประเทศ ผมขอเน้นคําว่าชุมชนถ้าเข้มแข็งแล้วประเทศอยู่ได้ เปึนรากฐานของความเข้มแข็ง ของประเทศ พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชนจริง ๆ แล้วในความเห็นของผม การเขียนกฎหมาย การร่างกฎหมาย ถ้าเราจะเปลี่ยนไมด์เซต (Mindset) หรือเปลี่ยน วิธีคิดใหม่ ถ้าเปึนพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของชุมชนก็น่าจะสมบูรณ์ขึ้น เพราะว่าสิทธิเปึนการให้อํานาจของคนที่จะกระทําอะไร แต่ถ้าเปึนหน้าที่ให้อํานาจ ของคนต้องกระทํา ก็คือเขียนกฎหมายให้คนทํา แต่เราไม่กําหนดบทลงโทษแค่นั้นเอง มีนักกฎหมายบางท่านว่าจะเขียนคําว่าหน้าที่ไม่ได้ ถ้าเขียนคําว่าหน้าที่แล้วไม่ทําตามหน้าที่ จะผิดกฎหมายมันก็ไม่ใช่เสมอไปนะครับ มีกฎหมายของต่างประเทศที่เขาเขียนเปลี่ยนวิธีคิด ของคนเขายังทํามาเลย ที่ผมสนใจก็คือในบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในหน้า ๔ มาตรา ๙ บอกว่าชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมมีสิทธิดังต่อไปนี้ (๔) บอกว่าสิทธิในการวางแผนการพัฒนา เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษาและวัฒนธรรม อยากขอความกรุณาให้ท่านกรรมาธิการ เพิ่มเข้าไปเรื่องศาสนา การกีฬา เนื่องจากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่มีการร่างทั้งหมวด ปฏิรูปก็ดี บอกว่าท้องถิ่นมีสิทธิหรือมีหน้าที่จะต้องจัดสถานที่ในการเล่นกีฬาให้กับชุมชน ก็คือเรามองว่าชุมชนนี่กีฬาเปึนพื้นฐานของความสามัคคี เปึนพื้นฐานของความมีระเบียบวินัย ของคนในชุมชน ศาสนาเปึนที่รวมของความสามัคคี เช่นเวลามีการทอดกฐิน ทอดผ้าป์า ทุกคนต้องไปรวมกันนะครับ เปึนแหล่งรวมจิตใจและความสามัคคีของคนในชุมชน อยากจะให้เพิ่มตรงนี้เข้าไปด้วยนะครับทุกคนมีสิทธิ
ผมอยากจะให้เพิ่มเข้าไปอย่างหนึ่งก็คือนอกจากมีสิทธิแล้วมีหน้าที่ (๑) มีหน้าที่ในการที่จะ ปกปัองภูมิปัญญำท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม เช่นถ้ามีลําห้วยอยู่ลําหนึ่ง ท่านบอกว่า จะอนุรักษ์ให้ปลามันไข่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อันนี้ผมทําประจําครับ ลําห้วยข้างหมู่บ้ำนผมในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมจะเอาปัายไปปักว่า ห้ามจับปลาในฤดูปลาวางไข่ ในเดือนนี้ถ้าท่านไปดูนะครับมีลูกปลาเต็มเปึนแสน ๆ ตัวเลยนะครับ ชาวบ้านเขาก็จะไม่ทํา เนื่องจากว่ามันเปึนหน้าที่ของทุก ๆ คนในหมู่บ้านนั้นในการที่จะ ปกปัองทรัพยากรธรรมชาติที่มันจะเกิดขึ้น ทุกคนก็ไม่ไปจับ ถ้าท่านเขียนว่าเปึนหน้าที่ทุกคน จะต้องปกปัองอย่างนี้นะครับ แต่เราไม่เขียนบทลงโทษในบรรทัดท้าย ๆ แค่นั้นเอง บางสิ่งบางอย่างที่ทุกคนต้องมีหน้าที่ อย่างเช่นพระศาสนา ถ้าเห็นพระไปเรี่ยไร คนปลอมเปึนพระ พระปลอมเปึนคนนี่นะครับ ถ้าท่านเขียนในกฎหมายว่ามันเปึนหน้าที่ของ ทุกคนที่จะต้องปกปัองพระศาสนา เขาก็ทําได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเปึนสิทธิเขาจะทํา หรือไม่ทําก็ได้ ถ้าเปึนหน้าที่ทุกคนจะต้องปกปัอง ผมว่ามันก็จะเปึนการเขียนกฎหมาย ที่มันสามารถปฏิบัติได้ ขอความกรุณาสักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าเพิ่มเข้าไปผมว่ามันก็ไม่ผิ ด ถ้าท่านเพิ่มกฎหมาย กฎหมายนี้ดีมาก ๆ นะครับ ซึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ถ้าท่านว่าง ท่านไปเยี่ยมก็ได้นะครับเดี๋ยวผมจะดูแลเอง เพราะว่าเรามีธรรมนูญ ๙ ดีของเรา เราดูแลกันเองโดยไม่ได้ใช้กฎหมาย แต่ใช้หลักจารีตต้องฟุ๋นฟูจารีตที่ดีโดยใช้หลักกฎหมาย ทุกคนมีหน้าที่จะฟุ๋นฟูจารีต ถ้าเพิ่มมาตรา ๙ ให้มีกว่านี้อีกนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่า ชุมชนมันมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยและพระราชบัญญัติท้องถิ่น ถ้าชุมชนรวมตัวกัน แล้วไปจดทะเบียนต่อกระทรวงมหาดไทย สามารถที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากท้องถิ่นได้ เช่นชุมชนนี้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลําห้วย ต้นไม้ หรือป์าไม้อะไรพวกนี้ในชุมชน เช่น ป์าช้า ป์าสาธารณะ เปึนชุมชนที่มีการจดทะเบียนต่อกระทรวงมหาดไทย ชุมชนสามารถจะไป ขอเงินอุดหนุนจากท้องถิ่น ท้องถิ่นสามารถจะให้เงินอุดหนุนได้ ที่ท่านต้องเพิ่มในมาตรา ๙ ผมลืมไปก็คือเรื่องเกษตร (๔) มีสิทธิที่จะวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา การเกษตร การศาสนา และการกีฬา ขอท่านเพิ่มไปตรงนี้นิดหนึ่งครับ เพราะพื้นฐานเหล่านี้ เปึนพื้นฐานหลักในการที่จะพัฒนาคนในท้องถิ่น ก่อให้เกิดความสามัคคีในท้องถิ่น ในกฎหมายผมไม่เห็นหรืออ่านไม่หมดไม่รู้นะครับ ท่านอย่าลืมว่าในท้องถิ่นนั้นจะมีกรรมการ กรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่ กํานัน หรือคนในท้องถิ่น นี่เปึนองค์กรหลักที่จะต้องร่วมกันนะครับ
นอกจากประชาชนคนธรรมดาแล้ว คนที่มีหน้าที่อยู่ตรงนั้น มีกฎหมายอื่น ๆ ให้เขามีหน้าที่ อยู่แล้ว ถ้ามารวมกับกฎหมายนี้ได้มันจะก่อให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน รากฐานของ ประเทศก็คือครอบครัว จากครอบครัวมาก็เปึนสังคม เปึนชุมชนนั่นแหละครับ ถ้าตราบใด ที่ในชุมชนไม่เข้มแข็งประเทศก็อยู่ไม่ได้ ขอให้กําลังใจท่านนะครับ จะสนับสนุนแล้วก็อาจจะ ขอความกรุณา ขอแก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้ไปที่คณะของท่าน ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สปช. ที่เคารพ กระผม นายพงศ์โพยม วาศภูติ สมาชิกหมายเลข ๑๔๔ ผมกราบเรียนท่านประธานและ คณะกรรมาธิการก่อนเลยนะครับว่าผมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกรูปแบบ ในทุกขั้นตอน แต่ผมเองก็เห็นด้วยกับหลายท่านที่ได้ท้วงติงเรื่องของสมัชชาพลเมือง ในร่างรัฐธรรมนูญที่เกรงว่าถ้ามันทําอะไรที่มั นเปึนรูปแบบขององค์กรหรือมีความริจิด (Rigid) คือเคลื่อนตัวยาก หรือว่าเอกซ์คลูด (Exclude) คนที่จะมีส่วนร่วมออกไปมันจะทําให้ กระบวนการของสมัชชาพลเมืองมีปัญหา ก็เช่นเดียวกันกับพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน ป้ ๒๕๕๑ เมื่อครั้งที่ผมเปึนสมาชิก สนช. อยู่กับคุณหมออําพลนั้นผมก็ได้คัดค้าน แต่คัดค้าน ของผมนี่ไม่ได้คัดค้านในเรื่องหลักการของการรวมตัวหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน
แต่ผมคัดค้านในการที่จะทําให้มันเปึนองค์กร เพราะผมอยู่ในภาคราชการมาตลอดชีวิต ผมรู้ว่าพอมันเริ่มเปึนราชการปุ็บอะไรมันจะยากไปหมด จะต้องมีขั้นตอน มีขนบธรรมเนียม ประเพณีหรือแบบราชการนะครับ จะเชิญก็ต้องมีหนังสือเชิญ จะมาประชุมก็ต้องมี เบี้ยประชุม มีค่าเดินทาง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วที่สําคัญที่สุดคือมันกั นคนที่อยากมี ส่วนร่วมออกไป เพราะว่าในพระราชบัญญัติองค์กรชุมชนเวลาเราจะกําหนดคุณสมบัติ ของคนที่จะมาเปึนสมาชิกได้รับการเลือก เลือกตั้งคัดสรรอะไรมา มันก็จะมีกระบวนการ ของมัน แล้วก็มีการกําหนดคุณสมบัติของคนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม และในที่สุดแล้ว คนส่วนหนึ่งก็จะถูกกันออกไปโดยจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า มีเด็กกลุ่มหนึ่งอายุ ๑๔-๑๕ ป้เขารักแม่น้ําลําคลอง เขาตั้งกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติแม่น้ําขึ้นมา เสร็จแล้วเขาก็อยากมีส่วนร่วมในองค์กรส ภาชุมชน แต่ว่าเขาเข้าไม่ได้แล้ว เพราะว่า อาจจะต้องกําหนดว่าอายุเท่าไ ร อะไร อย่างไร อย่างนี้เปึนต้น ฉะนั้นผมไม่เชื่อใน กระบวนการที่เปึนราชการจนเกินไป ผมเชื่อในพลังประชาชนที่เปึนธรรมชาติ มีความยืดหยุ่น มีความคล่องตัวสูง มีพลังโดยธรรมชาติของการรวมตัวกัน ดังนั้นในโอกาสที่ทางกรรมาธิการ จะเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุ มชน พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น ผมก็ฝากไว้ว่า อย่าไปมองถึงปัญหาอุปสรรคที่มาจากคนอื่น อยากให้มองถึงตัวพระราชบัญญัติเองนั่นแหละ ที่มันริจิดเกินไปหรือเปล่า มันมีเฟรม (Frame) มีกรอบเกินไปหรือเปล่า ทําอย่างไรถึงจะให้ พระราชบัญญัติฉบับนี้เป่ดโอกาสให้การมีส่วนร่วมมันหลวมกว่าเดิ มไหม แล้วก็มี ความไม่เปึนทางการมากขึ้นกว่าเดิมจะดีกว่าไหม ฉะนั้นผมเองก็ไม่ขัดข้องที่จะเพิ่มบทบาท เพิ่มอะไรเข้าไป แต่ก็อยากว่าในกระบวนการของการทํางานของสภาองค์กรชุมชนอยากให้ มันเปึนพลังธรรมชาติแล้วก็ไม่กีดกันคนอื่นออกไปน่าจะเปึนประโยชน์กว่า ก็ฝากไว้เปึน ข้อสังเกตนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์สีลาภรณ์ บัวสาย ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานและท่านคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ดิฉันกําลังทําสังเคราะห์ภาพรวมของการทํางาน ของสภาปฏิรูปแห่งชาติอยู่ กลไกตัวที่สําคัญมากที่สุดลําดับต้น ๆ เลยคือเรื่องการมีส่วนร่วม
ของภาคประชาชนแล้วก็สภาพลเมือง สมัชชาพลเมืองอะไรพวกนี้ ดิฉันมีประเด็นที่ดิฉันคิดว่า เราต้องให้น้ําหนักกับเรื่องสมัชชาพลเมืองมาก เพราะว่ามันจะเปึนกลไกสําคัญของ การขับเคลื่อนการปฏิรูปในภาพใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ระดับชุมชนแต่หมายถึงระดับจังหวัด ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต ๒-๓ ประเด็นเท่าที่ดูจากสไลด์นะคะ ตอนที่เราคุยกันเรื่องคอนเซปชวล เฟรมเวิร์ก (Conceptual framework) เรื่องกรอบแนวคิดรวบยอดมันมีการพูดถึง สิทธิชุมชน สภาองค์กรชุมชน สภาหรือสมัชชาพลเมืองอยู่นะคะ แล้วก็อีกหลายตัวที่ไล่ลงมา ในจํานวนนี้ถ้าดูจากสไลด์นะคะ ตัวที่สําคัญที่สุดคือเรื่องสิทธิชุมชนกับเรื่องสมัชชาพลเมือง สภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ อะไรพวกนี้เปึนตัวที่รอง ๆ ลงมา ในส่วนที่คณะกรรมาธิการเสนอมันมีเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งดิฉันคิดว่าโอเคเรื่องนี้ เรื่องนี้ใช่ เรื่องสภาองค์กรชุมชนเนื่องจากว่าตอนทําสังเคราะห์นั้น ต้องอ่านรายงานของทั้งหมดแล้วก็ได้อ่านดูแล้วเขาก็วิเคราะห์อะไรไว้เยอะว่าสถานการณ์ ปัญหาเดิมของสภาองค์กรชุมชนมีปัญหาอะไรบ้างอยู่ เช่นว่าในการขับเคลื่อนพบอุปสรรค อะไรต่อมิอะไรอย่างไร
ดิฉันคิดว่าการเสนอแก้กฎหมาย พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชนเปึนการแก้ที่ไม่ถูกจุด มันเหมือนกับเวลาเราทําคลอดเด็กออกมาแล้วเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ คือไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถทําอะไรได้เต็มที่ สิ่งที่ต้องทําคือการฟุ๋นฟูศักยภาพ การรักษา การแก้ไขปัญหาที่เขามี ไม่ใช่ไปจดทะเบียนเกิดเด็ก คือการจะแก้กฎหมายมันเหมือนกับการพยายามให้สถานะหรือ ไปทําอะไรพวกนี้ซึ่งถ้าปัญหามันเปึนเรื่องศักยภาพเขาก็ต้องแก้ที่ศักยภาพไม่ใช่ไปแก้ที่เรื่อง ความเปึนทางการตามกฎหมายของเขา ซึ่งมันเหมือนกับการทําเรื่อง พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน ก็เขียนกฎหมายมันไม่ทําให้การขับเคลื่อนการจัดการดีขึ้น การขับเคลื่อนการจัดการดีขึ้น มันเกิดจากศักยภาพในการจัดการที่สูงขึ้นของทีมงาน ของความเข้าใจ ของความเหนียวแน่น ของเครือข่าย ซึ่งไม่ได้เปึนเพราะมีกฎหมายเปึนอุปสรรค ดิฉันคิดว่าถ้าจะแก้ให้ตรงจุด อยากจะเสนอคณะกรรมาธิการโฟกัสลงไปมากกว่าเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. ประเด็นที่ ๒ คือ ตัวยกระดับพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชนเปึนพระราชบัญญัติ ดิฉันคิดว่า อันนี้ก็แก้ไม่ถูกจุดเหมือนกัน ที่จริงเคยคุยในเวทีของ พอช. ตรง ๆ กับผู้อํานวยการเขาด้วยว่า ปัญหาเราจริง ๆ อยู่ที่ตรงไหน แล้วการไปจดทะเบียนแจ้งเกิดให้มันกลายเปึน พ.ร.บ. ขึ้นมานี่ มันยกสถานะขึ้นมาแล้วมันแก้ปัญหาที่ พอช. ประสบอยู่หรือเปล่า ในการขับเคลื่อนให้ สมัชชาพลเมืองมีพลังได้จริง ๆ มันใช่ตรงนั้นหรือเปล่า ซึ่งเขาก็บอกว่าใช่ จริง ๆ จุดที่จะต้อง แก้ปัญหามันเปึนอีกจุดหนึ่ง ดิฉันคุยทั้งกับผู้อํานวยการทั้งกับบอร์ด (Board) ของเขา เพราะเราก็เปึนเครือข่ายกันอยู่ ที่พูดนี่ด้วยความคิดว่ามันเปึนประโยชน์จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจ จะกีดกันอะไร อย่างไร แต่ว่าการตั้งสถาบันขึ้นมาจากพระราชกฤษฎีกามาเปึน พ.ร.บ. ความเหนื่อยยากในการผ่าน พ.ร.บ. เราจะเสียเวลาไปกับการผ่าน พ.ร.บ. อีกเปึนป้ โดยที่ขีดความสามารถในการขับเคลื่อนของเรื่องผลักดันให้กระบวนการภาคประชาชนเติบโต อาจจะไม่ได้เปลี่ยนเลยเพราะมันอยู่ที่ศักยภาพของทีมเจ้าหน้าที่ ทีมการบริหารงานข้างใน ยุทธศาสตร์การทํางาน อะไรพวกนั้นมากกว่า ก็เสนอเช่นเดียวกัน การขับเคลื่อน ที่เปึนเนื้อจริง ๆ ของการแก้ปัญหา ตอนนี้ทราบไหมว่าข้อเสนอ สปช. ทั้งหมดทุกวาระ เสนอขอแก้กฎหมายทั้งหมด ทั้งแก้กฎหมายเดิม ๕๗ ฉบับได้กระมัง แล้วก็ร่างกฎหมายใหม่ ๖๓ ฉบับ รวมทั้งหมด ๑๓๐ ฉบับที่ดูอยู่ตอนนี้ เรื่องผลักดันกระบวนการภาคประชาชน เปึนเรื่องลําดับความสําคัญเร่งด่วนที่ต้องทําก่อนการเลือกตั้ง แต่ว่าการแก้ พ.ร.บ. ของ ๒ อันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ ดิฉันคิดว่าเราต้องช่วยกันคิดให้เข้มข้น ประการสุดท้ายคือ
เรื่องสมัชชาพลเมืองซึ่งกลับไม่เห็นข้อเสนอแนะของประเด็นนี้ดึงขึ้นมา สมัชชาพลเมืองนี่ ระดับของการทํางานมันสูงกว่าระดับชุมชน มันเปึนระดับจังหวัดขึ้นมา อันนี้ไม่เห็นหน้าตา ของการขับเคลื่อน อันนี้เปึนประเด็นที่สําคัญมาก ๆ อยากจะรบกวนท่านคณะกรรมาธิการ ถ้ามีข้อเสนออะไรนี่ขอคุยด่วนภายใน ๒-๓ วันนี้เลยเพราะดิฉันจะต้องสรุปสังเคราะห์ แล้วก็ อาทิตย์หน้ามันจะต้องมีการนําเสนอพับบลิก รีพอร์ต (Public report) ในวันที่ ๑๓ อยู่แล้ว ของเรื่องสมัชชาพลเมือง ขอบพระคุณค่ะ
ไม่ทราบว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดที่จะให้ความเห็นในวาระปฏิรูปนี้อีกบ้างคะ เรายังมีเวลา
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าเผื่อไม่มี ขณะนี้ท่านสมาชิกจํานวน ๑๐ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์จะอภิปราย ให้ความเห็นในวาระปฏิรูปที่ ๒๘ เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง แล้วก็ให้ความเห็นในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการ สังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการได้กรุณาตอบข้อซักถามค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นายอําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการนะครับ ผมคิดว่าวันนี้ ก็เปึนบรรยากาศที่ดีอีกวันหนึ่งของสภาเราที่ได้มีการพูดคุยกันเพื่อจะเสนอและผลักดัน ข้อเสนอการปฏิรูปที่เปึนเรื่องของฐานรากของสังคม ท่านจะเห็นว่าเรื่องที่เสนอมันจะไปพัน กับหลายเรื่อง หลายระบบ งานที่ออกมาที่เกี่ยวข้องกับชุมชนก็จะเกี่ยวกับทุกเรื่อง จะว่าไปแล้วก็เกี่ยวกับทุกระบบเลย เปึนการมองตัดขวางคือเปึนแนวราบซึ่งก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ๑๐ ท่าน รวมทั้งท่านที่อาจจะไม่ได้เสนอความเห็น ตรงนี้ ผมคิดว่าท่านก็มีความคิดความเห็นแล้วก็ให้การสนั บสนุนไปในทิศทางค่อนข้าง จะไปในทางเดียวกัน เพราะเราคิดว่าการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา เพิ่มความเปึนธรรมนั้นต้องให้ความสําคัญกับเรื่องทําให้ชุมชนเข้มแข็ง ถ้ายิ่งปฏิรูปไปแล้ว ชุมชนอ่อนแอลง ก็คงจะยิ่งผิดทิศทางกันไปใหญ่ ทุกท่านเห็นเหมือนกันหมดเลยครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงสําหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ข้อสังเกตที่เราจะต้องไป ปรับปรุง ผมกราบเรียนเพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นนะครับ ประเด็นที่ ๑ คือที่ท่านสมเกียรติ ท่านพูดถึงเรื่องบ้านมั่นคงก็ดี ถึงเรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านเกรียงไกร ขอประทานโทษ พูดถึงเรื่องบ้านมั่นคง อันนั้นก็เปึนสิ่งอยู่ใน ๑ ใน ๔ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสวัสดิการสังคม ซึ่งเดี๋ยวจะมีการพูดกันอยู่ในวาระปฏิรูปที่ ๒๙ เรื่องของสวัสดิการที่อยู่อาศัย ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้วในส่วนของสวัสดิการสังคมของเรา ก็ยังไปไม่ถึ งในการทําข้อเสนอการปฏิรูปครั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งเปึนเรื่อง ที่ใหญ่และสําคัญมากยังไปไม่ถึงครับ หมดเวลาเสียก่อนที่จะลงไปได้ลึกขนาดนั้นครับ เรื่องถัดมาที่ท่านเนาวรัตน์พูดถึงเรื่องเสาที่ ๒ คือเรื่องของทุนทางสังคมที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา อันนี้ผมคิดว่าเห็นตรงกันครับว่าสําคัญมาก แล้วก็ตรงนี้ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ยังไม่ไปถึงเหมือนกันครับ ในส่วนของการที่จะไปสู่การว่าจะทําอย่างไรในการปฏิรูประบบ เพื่อจะสร้างทุนทางสังคมให้มันเต็มแผ่นดิน ในขณะเดียวกันทางกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนาก็คิดอยู่ในส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ยัง
คาดหวังว่าวันหนึ่งที่เรามีสภาขับเคลื่อนประเด็นเห ล่านี้น่าจะได้มีการหยิบยกขึ้นมา ในสภาขับเคลื่อนที่จะดูแลต่อ ผลักดันต่อให้เกิดภูมิบ้าน ภูมิเมืองต่างที่จะต้องขับเคลื่อน อย่างน้อยขณะนี้เราไม่หลงลืมว่าเรื่องนี้คือทุนทางสังคม คือทุนของชุมชนที่จะต้องหาทาง ขับขึ้นมา แล้วสร้างระบบที่จะหนุนขึ้นมาให้ได้ กราบเรียนข้อเสนอของหลายท่านนะครับ ผมอาจจะไม่ได้กล่าวถึงทุกท่าน ของท่านพงศ์โพยมนั้นมีความกังวลเรื่ององค์กร ผมคิดว่า เปึนข้อสังเกตที่ต้องรับฟัง อย่างไรก็ตามวันนี้ในส่วนที่เราเสนอ ๕ เรื่อง เปึนข้อเสนอ ยังไม่ใช่เปึนข้อปฏิบัติ ตอนที่จะไปออกแบบไม่ว่าจะเปึนการแก้กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย หรือจะออกกฎหมายใหม่ ต้องไปคุยกันต่ออีกว่าสุดท้ายเราจะปรับอย่างไร ประเด็นสุดท้าย ที่ท่านอาจารย์สีลาภรณ์ได้กรุณาให้ข้อสังเกตนี่ผมคิดว่าสําคัญมาก ๆ เพราะท่านอาจารย์ ได้มองภาพรวมทั้งหมดของการปฏิรูปแล้วก็เห็นจุดอะไรต่าง ๆ ผมกราบเรียนเรื่องของ สมัชชาพลเมือง ในกรอบความคิดตอนแรกเขียนไว้อยู่ในเสาหลักที่ ๑ ยังไม่ได้หายไปไหน แต่ขณะนี้ที่กรรมาธิการไม่ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาดูให้ชัดแล้วเสนอให้ชัดนี่เนื่องจาก ๑. คือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตอนที่ท่านเขียนมารอบนั้นแล้วเราเสนอไป แล้วปรับรอบสุดท้ายเรายังไม่เห็นครับว่าท่านปรับไปเปึนอย่างไร เพียงแต่มีทางกรรมาธิการ บางท่านบอกว่าได้ปรับให้กระบวนการสมัชชาพลเมืองเปึนกระบวนการมีส่วนร่วม ไม่ใช่องค์กร เราทราบแค่นั้น แล้วก็ยังไม่ได้มีการทํางานกันต่อ ผมก็ไม่แน่ใจว่า ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเขียนให้มีการออกกฎหมายลูกเพื่อจะรองรับสมัชชาพลเมืองหรือไม่ อันนี้คือเหตุผลที่ฝ์ายปฏิรูปของเราเห็นความสําคัญชิ้นนี้อยู่ครับ
เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถที่จะเข้าไปลงไปลึกเพื่อจะศึกษาแล้วก็มีข้อเสนอว่ากระบวนการ สมัชชาพลเมืองจะเปึนอย่างไร จะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะว่าความไม่ชัดเจน และเจ้าภาพ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าเปึนของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราถึงยังไปไม่ถึง แต่เรื่องนี้สําคัญจริง ๆ ครับ แล้วพอพูดถึงเรื่องนี้ มันจะไปสัมพันธ์กับ พอช. หรือไม่ เราก็ยังบอกไม่ได้ เพราะว่าถ้ามันจะมีเรื่องของสมัชชาพลเมืองในร่างรัฐธรรมนูญ หน้าตามันจะเปึนอย่างไร จะมีการกําหนดให้ออกกฎหมายลูกไหม แล้วถ้าจะมีกลไกมาดูแล สนับสนุนสมัชชาพลเมืองนั้นจะเปึนองค์กรเก่าหรืออง ค์กรใหม่อย่างไร ผมกราบเรียนว่า เรายังไปไม่ถึงสําหรับกรรมาธิการชุดเรานะครับ เพราะว่ายังติดเรื่องว่าร่างรัฐธรรมนูญ จะออกมาอย่างไร ยังไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้จะไม่หายไปไหนนะครับ อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญออกมาคงจะเห็นชัดเจน แล้วก็ในที่สุดคงจะต้องมีการทํากฎ หมายลูก เพื่อจะรองรับ ซึ่งก็จะไปใช้กระบวนการทํากฎหมายลูกของกันตามหลังรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้น่าจะเปึนประเด็นสําคัญที่จะไม่หายไปไหนครับ ก็เลยกราบเรียนว่าขณะนี้เรายัง ไม่ได้หยิบขึ้นมาตรงนี้จริงครับ ทั้งหมดนี้ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้งหลายที่ได้ให้ ข้อสังเกตแล้วก็ให้คําแนะนําทั้งหลาย ด้วยความขอบพระคุณครับ
เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุม ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานที่นําเสนอ และเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวค่ะ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ดิฉันขออนุญาต ที่จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เดี๋ยวคอยนิดหนึ่งนะคะ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว ท่านกรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนนะคะ ท่านกรุณาใช้สิทธิแสดงตนค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ยังไม่ได้ป่ดค่ะท่านปรีชา แสดงได้ค่ะ ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๒ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ
ขออนุญาตค่ะ ขอเพิ่ม กอบแก้ว หมายเลข ๐๐๘ พอดีเครื่องกดไม่ได้ค่ะ
ค่ะ ขอเพิ่ม เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมนี้ว่าท่านจะเห็นด้วยกับ รายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ หากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อม ความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ถ้าเผื่อว่าทุกท่านลงคะแนนแล้วขอป่ดนะคะ ท่านอลงกรณ์ ลงทันหรือเปล่าคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๓ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ วาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริม ชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปนะคะ
ท่านประธานครับ ผม สิระ ลําดับที่ ๒๑๓ เห็นด้วยครับ เมื่อกี้ผมลืมกดครับ
เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยค่ะ ท่านสิระยังมีอีกนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ซึ่งถ้าที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบ ก็ให้ถือว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปค่ะ ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะคะ เพราะว่าดิฉันยังไม่เห็นใครเดินออกจากห้องประชุม องค์ประชุมจึงครบนะคะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ดิฉันขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านกรุณากดปุ์ ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ท่านสิระลงหรือยังคะ
ลงแล้วครับ
ถ้าเผื่อว่าทุกท่านลงคะแนนแล้วดิฉันป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๓ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ เหตุผล และสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยที่สมาชิกผู้ใดที่ประสงค์จะขอยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านโปรดยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมไปยังประธานคณะกรรมาธิการภายใน ๓ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติค่ะ ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าจบการพิจารณารายงาน วาระปฏิรูปที่ ๒๘ ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง เรื่อง การปฏิรูประบบเพื่อสร้างเสริม ชุมชนเข้มแข็ง (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้ว ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการค่ะ แต่ขอให้ท่านนั่งคงอยู่ประจําที่ไปก่อน เพราะว่างานของท่านยังไม่หมดค่ะ
ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับ คณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย
วาระปฏิรูปที่ ๒๙ : ระบบสวัสดิการสังคม
เรื่อง ระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติจํานวน ๒ ฉบับ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. ....
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกคะ ด้วยได้มีหนังสือจากประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส แจ้งว่า เพื่อให้การพิจารณาของ สภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงใคร่ขออนุญาตขอเสนอรายงานตาม ระเบียบวาระที่ ๓.๒ และระเบียบวาระที่ ๓.๓ วาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง แนวทางการปฏิรูป สลากเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม และร่างพระราชบัญญัติ กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... รวมการพิจารณากับระเบียบวาระที่ ๓.๒ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกัน จึงขอให้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน ดิฉันจึงขอปรึกษาที่ประชุมโดยนําระเบียบวาระที่ ๓.๓ เรื่องวาระปฏิรูปเพิ่มเติมนี้มาพิจารณาร่วมกับระเบียบวาระที่ ๓.๒ คือวาระปฏิรูปที่ ๒๙ โดยจะให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน และแถลงหลักการ เหตุผล และสาระสําคัญ อย่างย่อในพระราชบัญญัติทั้งหมด แล้วก็ให้สมาชิกอภิปรายรายงาน และร่างพระราชบัญญัติ ไปในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วดิฉันจึงจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะ เห็นด้วยหรือไม่กับรายงานที่คณะกรรมาธิการนําเสนอในแต่ละวาระปฏิรูปค่ะ และจะขอมติ จากท่านว่าจะเห็นชอบหรือไม่กับหลักการ เหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติ ทีละฉบับตามลําดับ ดิฉันจึงขอความเห็นชอบจากสภาเพื่อดําเนินการตามนี้ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
หากไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามที่ดิฉันได้ขอปรึกษานะคะ
ดิฉันใคร่ขอความร่วมมือจากกรรมาธิการในการแถลงรายงาน ขอให้แถลง อย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน และแถลงหลักการ เหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อขอ งร่างพระราชบัญญัติทีละฉบับ โดยแสดงให้เห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมา ธิการเสนอมาจะมีส่วนสําคัญอย่างไร ในการผลักดัน ให้การปฏิรูปประสบความสําเร็ จ สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก ก็เช่นเดียวกั น คงจะขอให้ท่านอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อความเห็นเพิ่มเติมนะคะ เชิญท่านประธาน กรรมาธิการค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส และประธานกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิ การสังคมที่เหมาะสมกับ ประเทศไทย ขออนุญาตกราบเรียนนําเสนอรายงานแผนการปฏิรูปเรื่องระบบสวัสดิการสังคม ที่เหมาะสมกับประเทศไทย กราบเรียนท่านสมาชิกว่ามีเอกสารทั้งหมดอยู่ ๔ ชิ้น ชิ้นที่ ๑ เปึนรายงานของคณะกรรมาธิการซึ่งก็เปึนเล่มที่หนาหน่อยแล้วก็มีปก ชิ้นที่ ๒ คือรายงาน การปฏิรูป (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจะใช้ประกอบเล่มใหญ่ ในนี้ก็จะมี เรื่องร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับ ชิ้นที่ ๓ จะเปึนเรื่องของรายงานวาระปฏิรูปเพิ่มเติม คือ ๓.๓ ซึ่งขณะนี้มาผนวกกับ ๓.๒ แล้ว อันนี้ก็จะเปึนเรื่องของรายงานและร่าง พ.ร.บ. กิจการสลาก วิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... และชิ้นที่ ๔ เปึนบทความ เรื่องระบบสวัสดิการสังคม ที่เหมาะสมสําหรับเด็กปฐมวัย นอกนั้นก็จะเปึนเรื่องเอกสารเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) กราบเรียนท่านประธานว่าทางคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการนั้นได้มีการเสนอ กรอบความคิดและสาระสําคัญระบบสวัสดิการ การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม กับประเทศไทยไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ได้รับฟังความเห็น ข้อคิดเห็น ข้อสังเกตจากสมาชิกนําไปปรับปรุง ซึ่งในวัตถุประสงค์ของการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่ เหมาะสมกับประเทศไทยนั้น ก็เปึนการที่จะเพิ่มให้การปฏิรูปและการมองระบบสวัสดิการ ครอบคลุม ๔ มิติ อันประกอบด้วยบริการสังคม หลักประกันทางด้านสังคม การช่วยเหลือ ทางสังคมและการสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม
ประเด็นที่ ๔ นี่สําคัญนะครับ แล้ววันนี้จะมีส่วนที่เราเสนอไปสู่การผลักดันในส่วนของ หุ้นส่วนทางสังคม เรื่องของการเสนอนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้เปึนระบบที่ครอบคลุม เพียงพอ ยั่งยืนและมีคุณภาพ เข้าถึงได้ ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยมีครอบครัวและชุมชน เปึนฐานเพื่อจะลดความเหลื่อมล้ําเพิ่มความเปึนธรรมนะครับ สร้างระบบส่งเสริม ความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมให้เข้ามาเปึนหุ้นส่วนที่ผมกราบเรียนแล้ว พัฒนาระบบ การดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องสําหรับกลุ่มที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือเปึนพิเศษ เรื่องนี้ จริง ๆ แล้วส่วนหนึ่งจะไปสัมพันธ์กับวาระปฏิรูปที่ ๓๐ เมื่อวานนี้ซึ่งเราพิจารณาไปแล้วคือ การปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัยนะครับ ส่วนหนึ่งเปึนส่วนสัมพันธ์กัน ในส่วนที่เรา ได้เสนอคราวที่แล้วเราได้วิเคราะห์ว่าระบบสวัสดิการสังคมนั้นมี ๔ เสาที่ผมกราบเรียนไป เมื่อสักครู่นี้เราพบว่ามีประเด็นที่จะต้องมีการขบคิดเรื่องการปฏิรูปทั้งหมดอยู่ ๑๖ ประเด็นครับ ใน ๑๖ ประเด็นนี้มีคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ทําไปแล้วเปึนส่วนใหญ่ มีอยู่เพียง ๖ เรื่องที่ทางคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการจะต้องเปึนคนดูแลเพื่อเสนอ แผนการปฏิรูปนะครับ ซึ่งใน ๖ ประเด็นนี้แบ่งอยู่ได้ใน ๔ ส่วน ส่วนที่ ๑ เปึนเรื่องการปฏิรูป ระบบการประกันทางสังคม แล้วก็ส่วนที่ ๒ เรื่องของเด็กปฐมวัย ส่วนที่ ๓ เรื่องของ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ส่วนที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการที่อยู่อาศัยซึ่งผมได้กราบเรียนเกริ่นไปแล้ว ในวาระที่แล้วว่าเปึนประเด็นหนึ่งที่สําคัญ แต่เรายังไปไม่ได้ลึกมากนักนะครับ ทีนี้ในส่วนที่ เราดําเนินการนี่ผมจะขออนุญาตประหยัดเวลาที่ประชุมก็คื อจะเข้าสู่ประเด็นที่เราได้เสนอ แผนปฏิรูปที่มีความชัดเจนแล้วก็จะมีการผลักดันขับเคลื่อนทั้งเรื่องมาตรการและเรื่องของ การเสนอการแก้ไขกฎหมายและมีการเสนอเรื่องกฎหมายนะครับ เพราะเรามองว่ากฎหมาย จะเปึนส่วนหนึ่งของการทําให้เกิดระบบและกลไกที่จะมีความยั่งยืนทําให้สิ่งที่ เราคิดนั้น นําไปสู่เปัาหมายได้ในที่สุดนะครับ ในส่วนที่เราจะนําเสนอท่านในวันนี้ซึ่งเราได้เตรียม การเสนอกันอย่างกระชับที่สุดเพื่อจะประหยัดเวลานะครับก็จะประกอบด้วยส่วนที่เปึน แผนปฏิรูปเรื่องระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะว่าเปึนเรื่องการลงทุนทางทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากนะครับ ไม่ใช่เรื่องของ การสงเคราะห์ การช่วยเหลือ แต่เปึนการลงทุนทางสังคม เรื่องของระบบสวัสดิการสังคม ที่เหมาะสมกับปฐมวัย ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้ให้ท่านรองประธานคืออาจารย์อุบล หลิมสกุล เปึนผู้นําเสนอเรื่องนี้ แล้วถัดจากนั้นจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับแผนปฏิรูประบบ
สวัสดิการสังคมสําหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้พิการและคนชายขอบ อันนี้ก็จะ ขออนุญาตให้อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ รองประธานอีกท่านหนึ่งเปึนคนเสนอครับ และถัดไปนั้นจะมีการนําเสนอแผนปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเข้มแข็ง ภาคประชาสังคมซึ่งเปึนหุ้นส่วนที่สําคัญนะครับ อันนี้ก็จะเปึนเรื่องที่จะขออนุญาตให้ คุณหมอพลเดช ป่ืนประทีป นําเสนอ และสุดท้ายเลยคือ ๓.๓ ที่มาผนวกอยู่เปึนเรื่องเดียวกัน คือเสริมสร้างความเข้มแข็งของหุ้นส่วนในการจัดสวัสดิการ คือการเสนอรายงาน และร่างพระราชบัญญัติ กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... เพื่อจะเปึนการไป หนุนเสริมให้การจัดระบบหุ้นส่วนทางสังคมที่เข้ามาจัดสวัสดิการสังคมมีความครบถ้วน และครอบคลุมครับ อันดับต่อไปผมก็ขออนุญาตให้ท่านรองประธานคุณอุบลนําเสนอครับ
เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน นางอุบล หลิมสกุล รองประธานกรรมาธิการ ขอนําเสนอแผน ปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย รายงานฉบับนี้เล่มใหญ่อยู่ใน ภาคผนวก ก ความหนาประมาณ ๖๐ หน้า เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นและประหยัดเวลาของ สภาแห่งนี้ดิฉันได้เขียนบทความเรื่องเดียวกันนี้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่คงจะแจกจ่ำยให้ทุกท่านแล้วนะคะ ขอมาทบทวนความสําคัญของเด็กปฐมวัยพอสังเขป ดังนี้นะคะ เด็กช่วงอายุแรกเกิดถึง ๓ ป้ เปึนช่วงที่สมองเจริญเติบโตมากที่สุดถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของชีวิตคนคนนั้น
และความสามารถและอุปนิสัยของคนส่วนใหญ่จะก่อรูปเรียบร้อยในช่วงวัยนี้ ปัญหาของ เด็กไทยขณะนี้คือเด็กแรกเกิดมีปัญหาด้านพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไอคิว (IQ) อยู่ที่ลําดับ ๕๓ จาก ๑๙๒ ประเทศทั่วโลก ไอคิวเด็กนักเรียนไทยโดยเฉลี่ย ทั้งประเทศอยู่ที่ ๙๘.๕๙ เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาด้านอีคิว (EQ) เช่นการปรับตัวต่อปัญหา ความกระตือรือร้น ขาดแรงจูงใจใฝ์สัมฤทธิ์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา จากการที่เด็กไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร อาทิ ปัญหาพฤติกรรมของเด็ก ผลการเรียนตกต่ํา ไม่รู้หนังสือ ออกจากการเรียนกลางคัน การใช้สารเสพติด อาชญากรรม คดีเด็กและเยาวชน มีถึง ๓๖,๐๐๐ รายต่อป้ การมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เด็กที่ตั้งครรภ์ ก่อนวัยอันควรเฉลี่ยอายุ ๑๒ ป้เท่านั้นเอง โดยรวมขาดพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งเรื่องนี้ สอดคล้องกับประเด็นที่กรรมการเอ จจิง โซไซตี (Ageing Society) เสนอเมื่อวานนะคะ เด็กเกิดน้อยแต่ด้อยคุณภาพ จากการศึกษาของกรรมาธิการพบว่าปัญหาหลัก ๆ ในการ ดําเนินงานในเรื่องนี้มี ๓ ประการ ประการที่ ๑ ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการดูแล เด็กปฐมวัย โดยเฉพาะในเรื่องระบบสวัสดิการที่เหมาะสม ประการที่ ๒ มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับแต่ขาดกลไกรองรับการทํางานในระดับพื้นที่ ประการที่ ๓ การดําเนินงานยังขาดคุณภาพและมาตรฐาน การลงทุนในมนุษย์ตัวเล็ก ๆ นี้ยังมีความเหลื่อมล้ํา อยู่มากซึ่งได้เคยนําเสนอไปแล้ว ในรอบแรก ในระบบสวัสดิการที่เหมาะสมที่เราได้ ศึกษา วิเคราะห์แล้วควรจะต้องมี สําหรับเด็กปฐมวัยนั้นก็คือการจัดระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอด คือเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ให้ครอบคลุม ๓ มิติ มิติที่ ๑ เปึนเรื่องของเวลาว่า ทําอย่างไรให้พ่อแม่ ครอบครัว มีเวลาเลี้ยงดูลูกเองเปึนหัวใจสําคัญ มิติที่ ๒ เรื่องรายได้ หากมีปัญหาเรื่องรายได้ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด ควรได้รับการหนุนช่วย มิติที่ ๓ คือมิติบริการที่มีทางเลือกที่หลากหลาย ที่สนองตอบต่อความต้องการของทุกกลุ่มเปัาหมาย ไม่ว่าจะเปึนแรงงานในระบบ นอกระบบ กลุ่มพิเศษ เช่น แม่เลี้ยงเดี่ยว แม่พิการ คนป์วย ผู้ต้องขัง เปึนต้ น ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปมี ๓ ประเด็นสําคัญ ประกอบด้วย ๑. ให้มียุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาระบบสวัสดิการเด็กปฐมวัย โดยยุทธศาสตร์นี้ ให้ประกอบด้วย ๓ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือการพัฒนาระบบการดูแลหญิงระหว่างตั้งครรภ์และ หลังคลอด ให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์อย่างน้อย ๕ ครั้ง ตัวเลขขณะนี้หญิงตั้งครรภ์ ที่ได้ฝากครรภ์ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะคะ สนับสนุนค่าครองชีพทดแทนรายได้
หากขาดรายได้ในช่วงนี้ ส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ให้เข้าสู่ระบบการฝากครรภ์ เช่น มีคลินิกนิรนาม ระบบเฝัาระวังและช่วยเหลือเชื่อมโยง ระบบสาธารณสุขในชุมชน ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป เรื่องที่ ๒ ที่ควรอยู่ในยุทธศาสตร์ก็คือ การส่งเสริมระบบการเลี้ยงดูบุตรในครอบครัว เช่นการให้เงินอุดหนุนในการเลี้ยงดูบุตร ตั้งแต่ ๐-๖ ป้ ซึ่งทุกวันนี้ผู้ที่จะได้รับเงินอุดหนุน อันนี้จะมีเฉพาะผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เราล้าหลังต่างประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่มากในเรื่องนี้ ซึ่งเขามีเรื่องของการอุดหนุน เลี้ยงดูบุตร เช่น ประเทศบราซิล ประเทศเม็กซิโก ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมองโกเลีย เปึนต้น เรื่องที่ ๓ เรื่องการส่งเสริมดูแลบุตรในครอบครัว ส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็งเพื่อให้ทําบทบาทหน้าที่ได้ เมื่อวานจะสอดคล้องกับของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนานะคะ ที่ขอเอ่ยนาม อาจารย์จุรีได้นําเสนอเรื่องบทบาทของครอบครัวนะคะ
จัดให้มีระบบช่วยเหลือพิเศษสําหรับครอบครัวที่ไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรเองได้ จัดให้มีระบบ การให้คําปรึกษาและช่วยเหลือครอบครัว เช่น เรื่องการวางแผนครอบครัว การวางแผนชีวิต การแนะแนวชีวิตสมรส ระบบการฝากเลี้ยงบางเวลา โดยมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นและชุมชน ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปเรื่องที่ ๓ ที่ควรให้อยู่ในยุทธศาสตร์ คือการพัฒนาระบบบริการ ทางเลือกสําหรับเด็กหากครอบครัวไม่สามารถดูแลเด็กได้ เช่น การพัฒนาบุคลากรที่ดูแลเด็ก ตามบ้าน พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สถานสงเคราะห์ให้มีมาตรฐาน การสนับสนุน ชุมชนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดูแลเด็กในชุมชนได้ จัดให้มีศูนย์เด็กเล็ก ในสถานประกอบการ หมู่บ้านจัดสรร สถานที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ เปึนต้น ข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูปประเด็นที่ ๒ คือการทบทวนกฎหมาย เมื่อกี้ได้กล่าวถึงว่ามีกฎหมายอยู่ หลายฉบับนะคะ ให้ทบทวนกฎหมายให้เอื้อต่อการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่เสนอ ในประเด็นที่ ๑ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับวันลาเพื่อการหยุดของแรงงานในระบบหรือข้าราชการ ที่จะมีเวลาดูแลลูกได้ กฎหมายเกี่ยวข้องกับจํานวนบุตรที่จะได้รับสิ ทธิและสวัสดิการ เช่น พ.ร.บ. สวัสดิการสังคม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวานมีข่าวว่า สปสช. ได้มีการกําหนดว่าไม่มีการกําหนดจํานวนบุตรแล้วที่จะได้รับสิทธิสวัสดิการ แต่ว่าจะเริ่มในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเด็นที่ ๓ ก็คือ การออกกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัยเปึนการเฉพาะ โดยมีสาระสําคัญ ประกอบด้วย ๓ ส่วนหลัก ๆ ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่จะให้เด็ก ได้รับการพัฒนา ที่เราเรียกว่าเซฟตี โซน (Safety Zone) ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย กับเด็กในสถานที่เหล่านี้ เช่น บ้าน ครอบครัว ชุมชน โรงเรียนอนุบาล สถานสงเคราะห์ เปึนต้น ส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการจัดระเบียบความสัมพันธ์ของภารกิจระหว่างกลไกต่าง ๆ ซึ่งสรุปได้ก็คือเซฟตี โรล (Safety Role) เพราะว่ามีหน่วยงานหลายหน่วย เช่น กระทรวงหลัก ๆ ที่ทําเรื่องนี้ก็จะมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กทม. แล้วก็ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ส่วนที่ ๓ ว่าด้วยการกําหนดยุทธศาสตร์ และแผนงานเพื่อให้มีทิศทางและการดําเนินงาน เปึนเครื่องมือสําหรับบูรณาการ ระหว่างกลไกต่าง ๆ โดยมีเด็กเปึนศูนย์ก ลาง แล้วก็มีบทลงโทษ เรียกสั้น ๆ ว่าเปึน เซฟตี ซิสเต็ม (Safety System) ทุกอย่างนี้ก็ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ซึ่งประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ระบบสวัสดิการสังคมนั้นมีเปัาหมาย ที่จะทําให้คนในสังคมมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นและได้รับการดูแลจากสังคมถึง ๗ ด้านนะคะ ดิฉันไม่ขออ่านรายละเอียด ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการลงทุน ในเรื่องนี้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจมส์ เจ. เอคแมน นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล ได้กล่าวไว้ว่าการลงทุนพัฒนา เด็กปฐมวัยเปึนการลงทุนที่คุ้ มค่าและให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต ๗-๑๐ เท่า สําหรับบ้านเมืองของเราโจทย์ที่แท้จริง จึงไม่ใช่คําถามว่ารัฐควรจะลงทุนด้านนี้หรือไม่ แต่เปึนคําถามว่ารัฐจะสามารถรับ ความเสียหายจากการไม่ลงทุนด้านนี้หรือไม่ สุดท้ายนี้ดิฉัน มีบทกวีที่จะขอฝาก แต่ว่าจะไม่อ่านนะคะ เปึนบทกวีจากกาเบรียล่า มิสทรัล สตรีจากประเทศชิลี ผู้ได้รับ รางวัลโนเบลด้านวรรณกรรม และถอดความโดยศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ ราชบัณฑิต ขอให้ทุกท่านได้อ่านและซาบซึ้งด้วยตัวเองค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ จะนําเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการกลุ่มเปัาหมาย คนพิการนะครับ ปัญหาและวิธีแก้ปัญหาเราได้พูดมาแล้ว และที่ประชุมแห่งนี้ได้เห็นชอบ
คือปัญหาของคนพิการเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการนั้นคือการทําสวัสดิการที่มีอยู่แล้วในกฎหมาย จากกระดาษให้เปึนจริง คือให้คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายนั้นอย่างแท้จริง แล้วก็ทั่วถึง ซึ่งเราได้เสนอว่าจะต้องมีประมาณ ๔ เรื่องที่จะทําให้สวัสดิการของคนพิการนั้น เปึนจริงอย่างทั่วถึง ก็มี ๓ เรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย แล้วก็เรื่องหนึ่งก็เปึนเรื่องในเชิง นโยบายซึ่งผมจะขอพูดเชื่อมโยงไปถึงหลักการของกฎหมายไปในเวลาเดียวกัน เพื่อจะได้ให้ ที่ประชุมนี้มีเวลาในการแสดงความคิดเห็ นและเสนอแนะต่อไป เรื่องแรกนั้นก็คือ เปึนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อที่จะทําให้สวัสดิการของคนพิการนั้นทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ก็โดยเฉพาะการเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ตามมาตรา ๒๐ (๖) นั้นได้พูดถึง สภาพแวดล้อมในเรื่องอื่นแต่ตกเรื่องสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ก็จึงได้ มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเดิมในมาตรา ๒๐ (๖) ตามร่างใหม่นี้ก็จะเสนออยู่ใน มาตรา ๒๐ เช่นเดียวกัน อันนี้ก็ทําให้สวัสดิการการเข้าถึงนั้นครบถ้วนในเรื่องสภาพแวดล้อม อันเปึนสาธารณะ บริการสาธารณะ สิ่งอํานวยความสะดวก การช่วยเหลืออื่นใด ที่สมเหตุสมผล แล้วก็มีการปรับปรุงมาตราอื่น ได้แก่ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ก็ขอท่านดู มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ประกอบไปด้วย มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ นั้นเปึนการไปกําหนดให้ฝัืง ผู้ที่มีหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานของสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะ แล้วก็กําหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เ ปึนเจ้าของสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะได้จัดทํา สภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะนั้นให้เอื้อกับทุกคนด้วย อันนี้ก็เปึนการเสนอในกฎหมายว่า หน่วยงานของรัฐ เช่นหน่วยงานของรัฐเปึนเจ้าของอาคารสถานที่สาธารณะก็ต้องทําอาคาร สถานที่สาธารณะให้เอื้อกับทุกคน หน่วยงานที่เปึนเจ้าของขนส่งสาธารณะก็ต้องทําขนส่ง สาธารณะให้เอื้อกับทุกคน เมื่อเอื้อกับทุกคนคนพิการก็ใช้ได้อย่างที่เราเคยได้เสนอมาแล้ว เพียงแต่ในครั้งนี้เอาตัวกฎหมายมาให้เห็นว่าเราได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อที่จะให้คนพิการ สามารถเข้าถึง ซึ่งก็รวมคนทั่วไปด้วย เพราะคนพิการเข้าถึงได้ คนทั่วไปก็เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ในสภาพแวดล้อมอันเปึนสาธารณะ ซึ่งก็เสนอปรับปรุงกฎหมายในส่วนนี้ ผมทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้แก่ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๔ ท่านสามารถดูประกอบไปด้วย เรื่องที่ ๒ นี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็เกี่ยวกับเรื่องการเร่งการจัดตั้ง และพัฒนาศูนย์บริการ คนพิการทั้งระดับจังหวัด และศูนย์บริการคนทั่วไป ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัดนั้น ได้พูดไปแล้ว อันนี้เปึนส่วนราชการ ก็คือเปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) ที่จะเข้ามากํากับดูแล
กําหนดมาตรฐานของบริการ แล้วก็เปึนการสนับสนุนเงินเพื่อให้ศูนย์บริการทั่วไปรับไปทํา ศูนย์บริการทั่วไปนั้นเราก็เน้นภาคประชาสังคมกับท้องถิ่นที่จะเข้ามาช่วยกันทําศูนย์บริการ เพื่อจัดบริการเกี่ยวกับสวัสดิการให้แก่คนพิการ ซึ่งก็จะมีเครือข่ายด้านคนพิการกับ ภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐอื่น อย่างเช่นศูนย์ การศึกษาพิเศษสําหรับคนพิการที่ดูแล เรื่องการศึกษา ก็อาจจะมาเปึนศูนย์บริการที่จะเข้าไปสร้างอาชีพให้กับผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งผู้ดูแลนั้นเปึนผู้ที่ยากจน ก็อาจจะมาจัดเปึนศูนย์บริการเข้าไปฝ๊กอาชีพ แล้วก็ดูแลให้มี การกู้ยืมเงินเพื่อไปประกอบอาชีพโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
อันนี้หน่วยงานรัฐอื่นที่มีบริการอื่นแล้วก็มาจัดสวัสดิการที่คนพิการและผู้ดูแลควรจะได้ ก็สามารถช่วยกันทําได้ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายแห่งก็ยินดีที่จะเข้ามาทํา กฎหมายนี้ก็เป่ดโอกาส เพราะเราเชื่อว่าต่อไปภายภาคหน้า เรื่องบริการต่าง ๆ ก็ต้องไปพึ่งพิงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้กฎหมายก็เขียนเอาไว้ แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องเชิงนโยบาย ได้มีการเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติในวันที่ ๒๘ ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยที่จะเสนอ ครม. เร่งที่จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ระดับจังหวัดแล้วก็เร่งช่วยเหลือสนับสนุนให้เกิดศูนย์บริการ ทั่วไป เพราะศูนย์บริการทั่วไปนี้จะขึ้นมาช่วยรัฐในการที่จะไปจัดบริการเรื่องสวัสดิการให้แก่ คนพิการ อันนี้ก็เปึนมาตรการที่ ๒ ที่เราได้ดําเนินการซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย เรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายอีก ๒ เรื่อง อันนั้นก็คือพัฒนาระบบขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม กับเรื่องกองทุนให้เปึ นนิติบุคคล ๒ มาตรการนี้เราได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เช่นเดิม ในส่วนที่เกี่ยวกับการขจัด การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมนั้นก็เพียงแต่ปรับปรุงกฎหมายยกระดับจากอนุ กรรมการ ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมมาเปึนคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม แล้วก็เพื่อให้คณะกรรมการนี้ทํางานได้ดีเหมือนในอารยประเทศ เราเลยกําหนดให้ประธาน ของคณะกรรมการนี้ทํางานเต็มเวลา ได้รับค่าตอบแทนตามที่กําหนดในกฎหมาย ซึ่งอาจจะเปึนพระราชกฤษฎีกาหรือด้วยข้อตกลงกับกรมบัญชีกลางก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ที่จะ เป่ดช่อง นอกจากนั้นก็กําหนดไว้ชัดว่าให้ทั้งหน่วยงานราชการและกองทุนนี้เข้ามาสนับสนุน ทรัพยากรเพื่อให้คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมนี้เข้ามาทํางานได้อย่าง เต็มที่ คณะกรรมการนี้จะช่วยให้คนพิการได้รั บสวัสดิการอย่างทั่วถึง เช่นคนพิการ ไปขอเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนปฏิเสธก็สามารถที่จะร้องว่าถูกเลือกปฏิบัติได้ หรือไปสมัครทํางานไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนแล้วถูกปฏิเสธ เพราะเหตุแห่งความพิการ อันนี้ก็มาร้องได้ หรือคนพิการติดเตียงบางคนได้พี เอ (PA) แต่บางคนไม่ได้ คนที่ไม่ได้ก็สามารถที่จะมาร้องได้ว่า ตัวเองถูกเลือกปฏิบัติ แล้วเราต้องให้ คณะกรรมการนี้ทํางานในเชิงรุกคือเข้าไปส่งเสริมให้ศูนย์บริการเข้าไปดูแลว่าสวัสดิการที่เกิด ไม่ทั่วถึงหรือสิทธิคนพิการไม่ทั่วถึงนี้ ถ้าเกิดจากเลือกปฏิบัติศูนย์บริกา รก็จะได้ทํางาน เปึนเครือข่ายร้องเรียนเข้ามา แล้วเข้าไปไกล่เกลี่ยตามกระบวนการทํางานในเชิงรุก
ให้สิทธิสวัสดิการทั่วถึง เรื่องสุดท้ายก็คือให้กองทุนเปึนนิติบุคคล เพื่อสามารถทํางาน ในเชิงรุกได้ เพราะว่าทุกวันนี้กองทุนเปึนส่วนของราชการก็จะอิงกับระเบียบราชการเปึนหลัก แล้วก็มีงานอื่นเปึนจํานวนมากจึงทําให้ไม่สามารถที่จะมาขับเคลื่อนกองทุนให้ทํางาน ในเชิงรุก เราจึงเห็นว่าถ้ากองทุนเปึนนิติบุคคล มีผู้จัดการที่เปึนมืออาชีพ แล้วก็มีคณะทํางาน บุคลากร ช่วยกันทํางานในเชิงรุกเข้าไปสนับสนุนให้ศู นย์บริการเข้มแข็ง แล้วก็จัดบริการ ให้กับคนพิการโดยเฉพาะในชนบทหรือร่วมกับท้องถิ่นจัดบริการสวัสดิการให้กับคนพิการ ในชนบทได้ก็จะเปึนประโยชน์อย่างมาก
ด้วยเหตุนี้เราจึงขอให้เปึนนิติบุคคล ในเรื่องกองทุนเปึนนิติบุคคลไม่ใช่แต่กองทุนคนพิการ กองทุนผู้สูงอายุก็ได้ทราบข่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ให้ทีมงานกําลังที่จะยกร่าง ที่จะทําให้กองทุนผู้สูงอายุเปึนนิติบุคคลเช่นเดียวกัน อันนี้ก็เปึนเรื่องที่จะช่วยกันขับเคลื่อน ภาคประชาสังคมมาจัดสวัสดิการให้กับคนพิการให้อย่างทั่วถึง ผมขอตอกย้ําอีกครั้งหนึ่ง ถ้าชุมชนเข้มแข็งในแอเรีย เบส (Area based) อย่างที่คุณฑิฆัมพรเสนอไปแล้ว รวมทั้ง ท้องถิ่ นด้วยเข้มแข็ง และเครือข่ายคนพิการก็คือชุมชนกลุ่มเปัาหมายเข้มแข็ง แล้วก็มาร่วมมือกันทําแล้วก็ลุยเรื่องสวัสดิการให้แก่คนพิการ เราเชื่อว่าพลังของพลเมือง ภาคประชาสังคมก็จะมาช่วยกับภาครัฐที่จะขับเคลื่อนให้สวัสดิการของคนพิการ ที่มีอยู่ในกระดาษเปึนกฎหมายแล้วเกิด ขึ้นมาเปึนจริงให้เปึนบริการแก่คนพิการได้ อันนี้ในส่วนของคนพิการนะครับ ซึ่งเราก็มีเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอยู่เหมือนกัน ในเรื่องขจัดหรือปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมก็มีอยู่ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๓๕ ส่วนกองทุนนะครับ เรื่องกองทุนเปึนนิติบุคคลนั้ นก็มีอยู่ ในหลายมาตราเช่นเดียวกับที่เราได้เสนอเอาไว้ กองทุนที่เปึนนิติบุคคลนั้นก็จะมีอยู่ใน มาตราต่าง ๆ อันนี้ก็ขอท่านช่วยดู ผมไม่ทราบว่าเพาเวอร์พอยต์มีหรือเปล่าครับ อันนี้ก็เปึน เรื่องที่เราจะเสนอ ถ้าในเรื่องนิติบุคคลนั้นก็จะอยู่แถวมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ ท่านลองช่วยดู รวมทั้ง มาตรา ๔๐ ช่วยเสนอแนะด้วย จริง ๆ ร่างกฎหมายนี้ได้เคยเข้าสภาในยามที่รัฐบาล ปกติแล้ว แต่สภาเห็นว่าในครั้งนั้นเกินหลักการที่รัฐบาลเสนอมาก็เลยไม่เห็นด้วย บอกว่า ให้ไปยกร่างมาใหม่ให้มีหลักการ แล้วก็ให้รัฐบาลเสนอมาใหม่ ผมก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่า เรื่องของคนพิการเรายังไม่เคยได้อะไรจากรัฐบาลที่เปึนปกติเลย เราได้จากการปฏิวัติทั้งนั้น ท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจครับ ฉบับแรกป้ ๒๕๓๔ ก็ รสช. ครับ เราปรับปรุงครั้งใหญ่ ป้ ๒๕๔๙ ผมก็หวังว่าครั้งนี้ก็คงจะมีการปฏิ รูปเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายอะไรดี ๆ ให้กับ คนพิการเช่นเดียวกัน ทีนี้ในกลุ่มเปัาหมายอื่นก็คือกลุ่มชายขอบก็คือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เราก็เสนอเปึนเชิงนโยบายว่ากลุ่มคนไร้รัฐ คนไร้สัญชาติ ที่อยู่ในประเทศไทยเปึนเวลานาน มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้วเราก็เสนอว่า ๑. ก็ต้องเร่งรัดในการพิสูจน์สัญชาติว่า เมื่อเปึนสัญชาติไทยแล้วก็ต้องให้สัญชาติ เพราะหลายคนอยู่ในข่ายได้สัญชาติแล้ว แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติก็เกิดจากกระบวนการทํางานที่ล่าช้า เราก็ต้องมาเร่งในเชิงนโยบายว่า
จะต้องเร่งให้คนที่เขาเปึนคนไทย แล้วเขามีสิทธิได้สัญชาติไทยอยู่แล้วก็ต้องให้เขาได้โดยเร็ว ส่วนคนที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว พิสูจน์แล้วเขาไม่พึงจะมีสัญชาติไทยแต่เปึนสัญชาติอื่น ก็อยากให้รัฐบาลเร่งรัดประสานกับรัฐบาลซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนประเทศข้างเคียงเรา ก็อยู่ในกลุ่ม อาเซียนให้สัญชาติกับบุคคลเหล่านั้นด้วย เพราะว่าถ้าได้สัญชาติไทยก็มีสิทธิได้สวัสดิการ ตามกฎหมายไทยครบถ้วน ถ้าเปึนสัญชาติอื่นเขาก็จะได้มีหลักฐานมาขออนุญาต เช่น เวิร์ก เพอร์มิท (Work permit) ทํางานในประเทศไทย สามารถเข้าออกประเทศไทย ได้อย่างเรียบร้อย ไม่ต้องแอบ แล้วก็ตกเปึนวัตถุของการค้ามนุษย์ไป
ส่วนอยู่ในระหว่างรอพิสูจน์สัญชาตินั้น สวัสดิการที่พึงมีพึงได้ก็ควรให้ ได้ตามหลัก สิทธิมนุษยชน เช่น เรื่องการศึกษา จริง ๆ ทุกวันนี้เราก็ให้อยู่แล้ว และเรื่องรักษาพยาบาล ทุกวันนี้ก็มีการให้อยู่แล้ว ซึ่ง สปสช. ก็เห็นชอบที่อยากจะให้การรักษาพยาบาลเหล่านี้ ก็เพียงแต่รอรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเรื่องเงินในส่วนนี้ด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เปึน จํานวน ที่มากมาย อันนี้ก็เปึนรายงานแล้วก็สรุปหลักการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการ กลุ่มเปัาหมายของคนพิการและกลุ่มเปัาหมายของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ผมก็ได้แต่หวังว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติของเรานี้จะช่วยเป่ดโอกาสให้กลุ่มคนพิการเขาลุกขึ้นมาจัดสวัสดิการ ของเขาร่วมกับชุมชนในพื้นที่และท้องถิ่นได้ลุกขึ้นมาช่วยกันจัดสวัสดิการให้กับคนพิการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ผมขอฝากอนาคตของคนพิการไว้ในมือของทุกท่าน ขอบคุณมากครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม พลเดช ป่ืนประทีป สปช. หมายเลข ๑๕๒ เพื่อต่อเรื่อง ในการนําเสนอผมขออนุญาตเสนอรายงานใน ๓ ประเด็นครับ เรื่องของประเด็นการปฏิรูป ระบบสวัสดิการสังคมมีส่วนที่ ๔ ส่วนที่ ๕ และส่วนที่ ๖ ดังนี้นะครับ ในส่วนที่ ๔ นั้น เปึนเรื่องสั้น ๆ ครับ เปึนเรื่องระบบสวัสดิการที่อยู่อาศัย ในเรื่องนี้คณะกรรมาธิการของเรา ได้ทําการศึกษาไว้เพียงเบื้องต้นเท่านั้นครับ เพราะว่ามีระยะเวลาที่สั้น ขณะนี้ก็หมดเวลาแล้ว ก็ได้แค่เพียงกรอบแนวคิดโดยมีกรอบแนวคิดที่สําคัญอย่างนี้นะครับ ว่าสวัสดิการเรื่องของ ที่อยู่อาศัยนั้น ในขณะนี้มีหลายหน่วยงานดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเปึน พอช. ก็ดูแลในเรื่องของ โครงการบ้านมั่นคงที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงนะครับ การเคหะแห่งชาติก็ดูแลเรื่องของ โครงการเคหะชุมชน แล้วก็เคหะท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งหลาย รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ดูแลในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยของคนยากคนจน ภาคประชาสังคม มูลนิธิต่าง ๆ ทั้งหลายเขาก็ทําอย่างนี้เหมือนกันนะครับ ดังนั้นในกรอบความคิดของเรา ก็คือว่าเราเห็นว่าควรจะมีการออกกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องการจัดการที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย สําหรับคนจนนะครับ ให้สามารถเชื่อมโยงในทุกโครงการ ทุกองค์กร ประเภทต่าง ๆ ทั้งหลายที่ทําอยู่นะครับ ซึ่งจะมีรูปแบบในการไปส่งเสริมพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งชุมชน กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการร่วมกัน รัฐสนับสนุนนโยบายและสนับสนุน
งบประมาณบ้างนะครับ ส่งเสริมรูปแบบการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยแบบสิทธิรวมหมู่ หรือการพัฒนาระบบสนับสนุนจากภาครัฐและที่สําคัญที่สุดอีกอันหนึ่งครับ ก็อาจจะต้อง มีกลไก นโยบายระดับชาติที่มาดูแลในภาพรวมตรงนี้นะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตรายงาน เพียงสั้น ๆ ประมาณนี้นะครับ ในส่วนที่ ๕ เปึนเรื่องของการส่งเสริมความเข้มแข็ง ภาคประชาสังคม แล้วก็จะมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... เข้ามาด้วยนะครับ เรื่องระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศเรานั้น ประเทศไทยเรา ได้รับหลักการไปแล้วนะครับว่ามีทั้งในส่วนที่ เปึนการบริการทางสังคม ในส่วนเรื่องของ หลักประกันทางสังคม เรื่องของการช่วยเหลือทางสังคม แล้วก็ในส่วนที่เปึนหุ้นส่วนทางสังคม โซเชียล พาร์ตเนอร์ชิป (Social partnership) ภาคประชาสังคมก็จะมีบทบาทอยู่ในส่วนนี้ ภาคประชาสังคมนั้นเปึนองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ แต่ว่าทํางานเพื่อประโยชน์สังคม ประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ส่วนรวมนะครับ ภาคประชาสังคมจึงมีองค์กรที่หลากหลายอยู่ในประเภทนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรภาคประชาชน หรือแม้แต่องค์กรซีเอสอาร์ (CSR) แล้วก็กลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ ทั้งหลายนะครับ การส่งเสริมให้เกิดภาคประชาสังคมที่มีความเข้มแข็งและเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและพัฒนาประเทศชาติในด้านต่าง ๆ ถือเปึนการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งตนเองได้ สามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้นะครับ
แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่ผ่านมาและที่ดํารงอยู่ประการหนึ่งคือรัฐและรัฐบาลยังไม่เคยมี นโยบายในการสนับสนุนที่เปึนรูปธรรมในด้านนี้เลย ขาดหน่วยงานและขาดกฎหมาย ขาดงบประมาณรองรับสนับสนุนการดําเนินงานของภาคประชาสังคม ตรงนี้ก็ทําให้อยู่ในสภาพ ที่อาจจะอคติต่อกันและไม่สามา รถที่จะเชื่อมประสานเข้าหากันเปึนพันธมิตรกันได้จริง ดังนั้นข้อเสนอในเรื่องนี้จึงสร้างความเข้มแข็งของพันธมิตรทางสังคมที่ว่านี้ มีข้อเสนอ แนวทางการปฏิรูประบบเพื่อส่งเสริมภาคประชาสังคมเปึนหุ้นส่วนการพัฒนาระบบสวัสดิการ สังคม แล้วก็การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ๕ แนวทาง แนวทางที่ ๑ นั้นเปึนแนวทาง สนับสนุนให้ประชาชนมีการรวมตัวกันเปึนภาคประชาสังคมในรูปแบบในกลุ่มองค์กร เครือข่ายต่าง ๆ เพื่อทํางานประโยชน์กับสาธารณะ แนวทางที่ ๒ เปึนแนวทางที่ต้องสร้าง ระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในภาคประชาสังคม ที่ท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายในช่วงกฎหมาย ฉบับที่แล้ว ตรงนี้ก็เปึนภารกิจอันหนึ่งที่จะต้องมีการสร้างระบบธรรมาธิบาล เราจะสร้าง ระบบธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในภาคประชาสังคมได้นั้นรัฐจะต้องส่งเสริม จะต้องไปพัฒนา จะต้องไปจัดระเบียบ อย่างนี้ก็ต้องมีเครื่องมือและช่องทางเฉพาะในการที่จะทําให้เข้าถึง เข้าใจ แล้วก็ไปร่วมพัฒนากับเขาได้ แนวทางที่ ๓ เปึนแนวทางส่งเสริมหรือเสริมสร้าง ศักยภาพในการทํางานขององค์กรภาคประชาสังคม หมายความว่าเรื่องของคาพาซิตี บิลดิง (Capacity building) นั้นก็เปึนเรื่องสําคัญที่เขาขาด ทางภาครัฐสามารถช่วยได้ แนวทางที่ ๔ เปึนแนวทางในการสร้างความเปึนหุ้นส่วนในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แนวทางที่ ๕ เปึนแนวทางการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดําเนินงานของภาคประชาสังคมในรูปแบบ ในกระบวนการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสม ในแนวทางดังกล่าวทั้ง ๕ ประการนี้ ได้มีการทํางานร่วมกันกับทางรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ล่าสุดนี้มีความก้าวหน้าล่าสุดครับ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวานนี้เอง วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้วนะครับ ตามระเบียบนี้จะมีการตั้งองค์กรขึ้นมาในการที่จะทําหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ดังกล่าวนะครับ ดังนั้นการที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม ตามร่างกฎหมายที่เสนอมานี้จะเปึนเครื่องมือที่ไปหนุนเสริม และต่อยอดกันอย่างพอเหมาะพอเจาะและถูกจังหวะมากนะครับ สําหรับสาระสําคัญ
ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มีดังนี้ เรื่องแรกก็เปึนเรื่องของการกําหนดนิยามที่เกี่ยวข้อง ให้มีความชัดเจน ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมภาคประชาสังคมเปึนกลไกนโยบายและจะเปึน กลไกที่จะดูแลระบบธรรมาภิบาลที่ว่าด้วย ให้มีสํานักงานส่งเสริมเปึนหน่วยงาน ขนาดเล็ก สํานักงานนี้ถ้าหากว่ามีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่ออกเมื่อวานนี้ตรงนี้ก็จะเปึน จุดเริ่มต้นของหน่วยงานนี้ได้ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของผู้บริหาร เรื่องของการตั้งกองทุน ส่งเสริมภาคประชาสังคม เรื่องของการกําหนดเปัาหมายในการไปส่งเสริมภาคประชาสังคม กําหนดคุณสมบัติต้องห้ามและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนกับองค์กรภาคประชาสังคม กําหนดให้มีระบบบัญชีการตรวจสอบและการประเมินผล อันนี้ก็โดยประมาณของ เนื้อหาสาระของด้านกฎหมายฉบับนี้ รายละเอียดก็จะมีอยู่ในเอกสารที่ประกอบนะครับ ผมขออนุญาตไปเรื่องสุดท้ายสําหรับของผม คือในส่วนที่ ๖ ในส่วนที่ ๖ ก็เปึนส่วนสั้น ๆ ครับ เปึนเรื่องการปฏิรูปกลไกบริหารจัดการระบบสวัสดิการของประเทศ เนื่องจากว่าขณะนี้ เรื่องของระบบการจัดสวัสดิการสังคมของประเทศนั้นมี ๔ เสาหลัก แล้วมีกฎหมายต่าง ๆ ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องอยู่ถึง ๗๐ ฉบับ มี พ.ร.บ. อยู่ ๗๐ ฉบับมันมีมาก แล้วมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบมากมาย ตรงนี้ในคณะกรรมการของเราได้ทําการศึกษาในเบื้องต้น แต่ก็หมดเวลาเสียก่อน เรามองเห็นว่าอาจจะต้องมีการคิดถึงเรื่องของการมีกฎหมำยกลาง ที่จะเปึนตัวเชื่อมประสาน ต้องมีการทบทวน ดูความซ้ําซ้อน ดูการทับซ้อน ดูการซ้ําเสริม ดูการหนุนเสริมต่าง ๆ ให้ดีนะครับ แล้วก็บูรณาการกัน ก็ทําได้เพียงแค่นี้ครับหมดเวลา เสียก่อน ขอบคุณท่านประธานครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมก็ขอต่อเนื่องเลยเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปสลาก จากสลากหารายได้เข้ารัฐ มาเปึนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม ความคิดในการที่จะเอาเงินจากสลากมาใช้ประโยชน์ ทางสังคมนั้นจริง ๆ ได้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๕๐ นั้น ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์สังศิตและผมเอง ในฐานะ สนช. ซึ่งสมัยนั้นก็มีท่านอําพลด้วย เราได้มี การปรับปรุงสลากกินแบ่งรัฐบาลเล็กน้อย ซึ่งรัฐบาลให้เราปรับปรุงได้เล็กน้อย ก็ด้วยการเอาเงิน จากหวยบนดินมาให้กับกองทุนต่าง ๆ เพื่อมาทํางานด้านสังคมได้ แล้วก็ปรับปรุง คณะกรรมการของสลากให้มีภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ก็น่าเสียดาย ที่กฎหมายฉบับนั้นก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกไปด้วยเหตุผลที่ว่าองค์ประชุมในการพิจารณา รับหลักการนั้นไม่ครบองค์ ทุกวันนี้จึงต้องมีการเสียบบัตรให้ครบองค์นะครับ สมัยก่อนนั้น ใช้คําว่าเซ็นชื่อครบแล้วก็พอแล้ว ทีนี้มาในสมัยนี้ได้มีการศึกษามานานโดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ได้มีการศึกษาทําวิจัยแล้วก็ได้มีการยกร่างกฎหมาย มาเรียบร้อย ทําเปเปอร์ (Paper) มีงานวิจัยเปึนเล่ม ได้มีการเชิญรัฐบาล ทั้งรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ผอ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในยุคนั้น ไม่ใช่ในยุคนี้ เข้ามาร่วมคิด ร่วมกันที่จะปรับปรุง พ.ร.บ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยยึดหลักว่าจะให้รายได้รัฐ คงเดิม รายได้รัฐไม่เสียไป แต่เอาสลากการกุศลซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุค แต่ละสมัย ซึ่งก็มีปัญหามาโดยตลอด เราก็อยากให้มันเปึนระบบก็เอาเงินสลากการกุศล เหล่านี้มาใส่เปึนกองทุนแล้วก็กระจายไปให้กองทุนต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนหลักการสําคัญอันหนึ่ง ข้อเสนอของเราก็จึงเสนอประเด็นแรกเลยนะครับ นั่นก็คือการเปลี่ยนปรัชญา สลากกินแบ่งรัฐบาลมาเปึนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม จากการหารายได้เข้ารัฐมาเปึน การหารายได้เพื่อมาทําประโยชน์ในสังคม การเปลี่ยนปรัชญานี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาว่า เราไปเอาเงินที่มันควรจะเปึนของรัฐเหมือนเอียร์มาร์ ก (Earmark) มาใส่กองทุน อย่างกรณี ของ สสส. หรือของไทยพีบีเอส อันนี้เมื่อมีการปรึกษากับคณะกรรมาธิการ ปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เศรษฐกิจ ๑ ก็เห็นว่าชื่อก็ต้องเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ ในการแก้ไขกฎหมายเราก็จึงกําหนดเอาไว้ในมาตรา ๑๑ ว่าให้องค์การสลากมีฐานะเปึน บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังค มที่กระทรวงการคลังถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปก็จะกําหนด กันในกฎหมายให้ชัดเจนว่าก็ออกสลากจํานวน ๕๐ ล้านฉบับ หารายได้เข้ารัฐเหมือนเดิม
แล้วก็ส่วนที่เปึนสลากการกุศลซึ่งทุกวันนี้ก็มีประมาณ ๒๒-๒๔ ล้านฉบับก็เอามาเข้ากองทุน คือไม่ได้ปล่อยให้เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัย ก็คือมาจัดเปึนระบบ เข้ากองทุนสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม
หลักการที่ ๒ ก็คือการเอารายได้จากสลากการกุศลในส่วนที่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไหลเข้ามา ในกองทุนนะครับ ก็ให้ไหลเข้าไปในกองทุนอื่น ๆ อีก ๓ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกก็คือกองทุน ที่จัดตั้งโดยกฎหมายซึ่งก็มีท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธานกรรมการของกองทุนเหล่านั้น อยู่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ พม. ก็ให้ไหลไปที่นั่นไม่เกินร้อยละ ๓๐ ซึ่งก็มีกองทุนเด็ก สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ และสวัสดิการสังคม นั่นหมายความว่าเงินเมื่อไหลเข้าไปในกองทุนเหล่านั้น กองทุนเหล่านั้นก็นําไปสร้างอาชีพแล้วสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน กลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ ที่อยู่ในกระทรวง พม. นะครับ แล้วรายได้กลุ่มที่ ๒ ก็เอามาแก้ปัญหาหลักของประเทศชาติ อันแรกก็คือลดความเหลื่อมล้ําก็ไปอยู่ในส่วนนั้นนะครับ ก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่งก็เพื่อมาแก้ ปัญหาหลักของประเทศชาติ ก็เช่นเอามาใช้เรื่องการศึกษา เอามาใช้ในเรื่องวิสาหกิจ เพื่อสังคม เอามาใช้เรื่องปัองกันการทุจริต ปัองกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เอามาสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคมที่เราจะตั้งกันขึ้นมา ก็ให้เงินเหล่านี้ ไหลเข้าไปนะครับ อันนี้ถ้าเงินเหล่านี้เอามาแก้ปัญหาหลักของประเทศชำติ แต่ก็ต้องไหลเข้าไปตามกองทุน นั่นก็หมายถึงว่าก็ต้องไหลเข้าไปกองทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งก็กําลังจะออกเปึนกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนพัฒนาภาคประชาสังคมก็กําลังเสนอเปึนกฎหมาย ที่เพิ่งเสนอไปเมื่อสักครู่นี้เองนะครั บ แล้วก็กองทุนที่อยากใช้ปัองกันและ ปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันก็ไหลไปตามนั้นนะครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือเพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคม ก็คือเราต้องการที่จะให้การจําหน่ายสลาก เมื่อมันเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมแล้ว การจําหน่ายสลากเราก็เน้นที่จะให้กลุ่มที่จะเข้ามาจําหน่ายสลากก็จะต้องเปึนกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ มาเปึนผู้จําหน่ายสลากรายย่อยนะครับ ส่วนกลุ่มที่จะเปึนผู้กระจายสลาก เราก็ขอให้ตั้งเปึนบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งกําลังจะ ออกมาเปึนกฎหมาย ตอนนี้อยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเลยนะครับ เพื่อให้นายทุนทั้งหลายที่เคยเอาเงินจากสลาก ซึ่งเปึนเงินของคนจนไปเข้ากระเปิาตัวเอง ก็ต้องเอามาทําประโยชน์เพื่อสังคม สามารถที่จะให้ไหลเข้ากระเปิาตัวเองได้ไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ ตาม พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็ปัองกันผู้นํากลุ่ม ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายที่เคยรวบรัดเอาสลาก เอาชื่อคนพิการด้วยกัน เอาชื่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยกันไปขอโควตา แต่ในที่สุดก็เอาโควตาเปึนของตัวเองแล้วก็ไปขาย ยี่ปัูวะเอาเงินเข้า กระเปิาตัวเอง เราก็จะไม่ให้เกิดเช่นนั้น ก็คือใครจะมาเอาสลากไปกระจายให้กับผู้ด้อยโอกาส
ก็ต้องเปึนบริษัทวิสาห กิจเพื่อสังคม ซึ่งก็จะมีองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคมมาดูแลที่จะให้ เอาเงินไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคม แล้วสามารถเอาเข้ากระเปิาตัวเองได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ทีนี้ท่านดูในสไลด์ก็จะเห็นนะครับว่ารายได้ที่จากการซื้อสลาก ๑๐๐ บาท เราก็ยึดตามของ คสช. นะครับ ทุกวันนี้ คสช. ๑๐๐ บาท ๖๐ บาทก็เปึนรางวัลนะครับ ๒๐ บาท ถ้าเปึน ๕๐ ล้านฉบับแรกก็ให้กระทรวงการคลังไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในส่วนที่เปึน สลากการกุศลก็มาเข้ากองทุนไป ส่วนอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ของ คสช. แต่เดิมนั้น มี ๓ เปอร์เซ็นต์ ไปใช้แก้ปัญหาเรื่องการพนัน เนื่องจากเรามีเงินที่จะไหลเข้าไปกองทุน แล้วเอาไปแก้ไขเรื่องการพนันอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๘ ที่เงินมันไหลไปตามที่ต่าง ๆ มันก็จะเอาไปใช้แก้ปัญหาเรื่องการพนันอยู่แล้ว เราก็เลยเอา ๓ เปอร์เซ็นต์นี้มาใ ห้กับ ผู้ขายรายย่อยนะครับ
ก็จะทําให้ผู้ขายรายย่อยถ้าขายสลากไม่เกินราคา ๘๐ บาท แล้วได้รับการจัดสรร ๑๐ เล่ม เดือนหนึ่งก็จะมีรายได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ทําให้สามารถที่จะดํารงชีวิตได้อยู่ดี พอสมควรสําหรับผู้สูงอายุและคนพิการ อันนี้ก็เปึนตัวที่เราปรับปรุงครับ ประเด็นที่ ๔ เราก็ปฏิรูปองค์ การสลากแห่งประเทศไทย ก็คือปรับปรุงให้มีความโปร่งใส ขออภัย ท่านประธานพอดีผมต้องใช้นิ้วคลํามันช้ากว่าลูกตา ก็ช้านิดช้าหน่อยก็ให้อภัยกันได้นะครับ เรื่องต่อไปนั้นที่เราจะพูดก็คือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล การปรับปรุงโครงสร้างนี้ก็เพื่อให้มีความโปร่งใส ให้มีการตรวจสอบ อันนี้ก็จะมีการปรับปรุงก็อยู่ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๔๘ อันนี้ก็เพื่อที่จะให้ กรรมการมาทํางานให้เข้ากับหลักการของวิสาหกิจเพื่อสังคม เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่อง ที่พูดไปแล้ว ก็ตามวัตถุประสงค์ของ คสช. เช่นเดียวกันที่เอา ๓ เปอร์เซ็นต์มาใช้ในการลด ละ เลิกการพนัน เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปครั้งนี้เราก็เน้นเช่นเดียวกัน ซึ่งจะอยู่ใน มาตรา ๒๘ (๓) เราก็ต้องเอาเงินมาใช้ในเรื่องการลด ละ เลิก การพนัน เราเข้าใจดีว่า เราไม่สามารถทําให้การพนันหมดไป เหมือนเหล้า บุหรี่ เราไม่สามารถทําให้หมดไป แต่เราทําให้ มันเพิ่มในสัดส่วนที่ช้าลง อย่าให้มันเพิ่มอย่างรวดเร็ว เรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลก็เหมือนกัน เพิ่มรวดเร็วมากนะครับท่านประธาน ในป้ ๒๕๔๖ สลากกินแบ่งรัฐบาลมีแค่ ๑๔ ล้านฉบับ เปึนการกุศล ๓๐ กว่าล้านฉบับ พอมาในป้ ๒๕๔๙ มีการปฏิวัติก็ยุบสลากการกุศลทั้งหมด เพราะถือว่านักการเมืองเอาไปใช้หาประโยชน์แจกจ่ายพรรคพวกตัวเอง ก็เลยยุบเปึน สลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมด ๕๐ ล้านฉบับ แล้วจากนั้นก็เริ่มมีสลากการกุศลโผล่ขึ้นมาอีก ตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาเปึน ๒๒-๒๔ ล้านฉบับ ทุกวันนี้สลากก็มีอยู่ประมาณ ๗๔ ล้านฉบับ แต่ถามว่าดีมานด์ (Demand) เงินที่สามารถซื้อได้นั้นสามารถซื้อได้ถึง ๑๒๐ ล้านฉบับ ดูได้จากอะไรครับท่านประธาน ก็ดูได้จากทุกวันนี้ขายสลากกันที่ ๑๒๐ บาท เมื่อขายสลาก ๑๒๐ บาท จาก ๘๐ บาท นั่นหมายความว่ากําลังซื้อสามารถซื้อได้เพิ่มจากสลากที่เปึนอยู่ ได้ถึงอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าถึงออกสลากมา ๑๒๐ ล้านฉบับก็ขายหมด เพราะฉะนั้นเราก็จึงต้องเน้นเรื่องที่ลด ละ การพนัน คือจะทําอย่างไรให้การเพิ่มสลากนั้นช้าลง กล่าวโดยสรุปแล้วในการปฏิรูปครั้งนี้ ถือเปึนการปฏิรูปครั้งใหญ่ เราหวังพึ่งได้ก็เฉพาะ ในยุคปฏิวัติเท่านั้นครับท่านประธาน ที่เราจะเอาเงินออกจากมือของนักการเมืองที่เขาจะเอา ไปทําอะไรก็ได้ในรูปสลากการกุศลให้ไหลเข้ามาอยู่ในกองทุน แล้วก็ให้กองทุนกลางนี้
กระจายไปให้กองทุนต่าง ๆ เพื่อลด ละ ปัญหาความเหลื่อมล้ําทางสังคม ก็คือสร้างอาชีพ ให้กับผู้ด้อยโอกาส ให้เอาเงินต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในทางสังคม แล้วก็ไปใช้ในการแก้ไข ปัญหาหลักของประเทศ การปฏิรูปครั้งนี้จะสําเร็จหรือไม่สําเร็จก็อยู่ในมือของ สปช. ยุคนี้ ผมคิดว่าอย่าให้พวกเราต้องรอการปฏิวัติรอบใหม่เลยครับ ขอให้รอบนี้ก็ให้สําเร็จครบถ้วน ปฏิวัติครั้งที่แล้วก็สําเร็จนิดหน่อยแต่ไปตกที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าครั้งนี้เรารอบคอบ ถ้าเราช่วยทําอย่างถึงที่สุดเราก็จะเอาเงินที่มันควรจะเอามาใช้ประโยชน์ในสังคมให้เกิด ประโยชน์กับสังคมจริง ๆ ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส แล้วก็คณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม ที่เหมาะสมกับประเทศไทยได้นําเสนอรายงาน เรื่องระบบสวัสดิการสังคม แล้วก็เรื่องแนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิ สาหกิจเพื่อ สังคม ๒ เรื่องไปพร้อมกัน พร้อมร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ มีท่านสมาชิกแสดงความจํา นงในการ อภิปรายไว้ ๖ ท่าน ผมจะขออนุญาตเชิญ ทั้ง ๖ ท่านตามลําดับดังนี้ ท่านแรกคือ ท่านรองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อน ๆ สมาชิก และคณะกรรมาธิการ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ กอบกุล พันธ์เจริ ญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัส ๐๐๗ จริง ๆ ในวาระที่นําเสนอในช่วงที่ ๒ คือวาระการปฏิรูปที่ ๒๙ แล้วก็ผนวกกับวาระเพิ่มเติมเรื่องของแนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม วาระการปฏิรูปที่ ๒๙ ระบบสวัสดิการสั งคมเปึนเรื่องค่อนข้างใหญ่มาก แล้วก็ เปึนเรื่องที่ถ้าดูแล้วก็อาจจะมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับวาระ ที่ ๒๘ คือเรื่องระบบเพื่อส่งเสริม ชุมชนเข้มแข็งด้วย อย่างไรก็ดีในข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการ เสนอมาส่วนใหญ่ดิฉันก็เห็นด้วย เพราะคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีที่เราจะต้องปฏิรูประบบสวัสดิการ สังคมพอ ๆ กับระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งซึ่งควรจะต้องทําไปด้วยกัน อย่างไรก็ดี ในการเสนอการปฏิรูปจุดคานงัดอย่ำงที่เมื่อสักครู่มีผู้อภิปรายไปว่าเราจะนําเสนอ ในเรื่องของการปรับแก้กฎหมายหรือยกร่างกฎหมายใหม่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งทําให้เรามองว่า จริง ๆ แล้วประเด็นการปฏิรูปหรือจุดคานงัดมันไม่จําเปึนที่จะต้องไปแก้ในเรื่องกฎหมาย หรือไปเพิ่มเติมยกร่างกฎหมายใหม่เสมอไป เพราะดิฉันเห็นด้วยกับท่านที่อภิปรายไป ในวาระปฏิรูปที่ ๒๘ คือท่านสีลาภรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าบางครั้งการออกกฎหมายใหม่ และการแก้กฎหมายแทนที่จะเปึนจุดคานงัด จะกลายเปึนจุดที่ไปบล็อ กทําให้เรา ปฏิรูปไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ดิฉันก็อยากจะยกตัวอย่างว่าใน พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่ท่านเสนอมา
คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ทั้ง ๒ พ.ร.บ. นี้ดิฉันคิดว่า มันก็มีจุดอ่อนที่ทําให้เราต้องไป นึกถึงว่าการทํางานการขับเคลื่อนของวาระปฏิรูปเหล่านี้ มันอาจจะไปถูกบล็อกด้วยร่าง พ.ร.บ. เหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ในร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยหลักการท่านต้องการที่จะทําให้มี การเปลี่ยนแปลงในองค์กรที่จากสํานักงานมา เปึนกรม แล้วก็กลายเปึนกรมใหม่ขึ้นมา จากผู้อํานวยการและสํานักงานเดิมก็มากลายเปึนอธิบดีของกรมส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ ลักษณะการทํางานในหน่วยงานภาครัฐ เมื่อเช้าก็มีคนพูดไปว่า การทํางานในหน่วยราชการหลายสิ่งหลายอย่างมันเปึนจุดที่บล็อ กหรือกั้น เปึนสิ่งกีดขวาง การทํางานที่ควรจะสามารถมูฟ (Move) ไปข้างหน้าได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในส่วนที่ท่านเสนอ ให้มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดิฉันเรียนตามตรงว่าการที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาเปึนประธานกรรมการชุดนี้ มันน่าจะเวิร์ก (Work) ไปได้ยาก กรรมการทั้งหมดเท่าที่ดิฉันนับ ๒๙ ท่าน จะครบองค์ประชุมได้ง่าย ๆ ไหม จะประชุมป้ละ ๔ ครั้งได้ไหม อยากให้ท่านไปศึกษา จากตัวอย่างของคณะกรรมการระดับชาติที่ไม่สามารถทํางานได้ดี ยกตัวอย่าง ก็คือคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ นี่เปึนเพียง ๒ ตัวอย่างที่เห็นว่าเปึนความล้มเหลว ในลักษณะของคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธานกรรมการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วนายกรัฐมนตรีก็จะเปึนนักการเมืองที่จะต้องดูหลายเรื่อง พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นอยากฝากแนวคิดไปว่าจําเปึนไหม ส่วน พ.ร.บ. ฉบับที่ ๒ ก็มีหลายสิ่งเปึน พ.ร.บ. ใหม่ในเรื่องของส่งเสริมสวัสดิการ จัดสวัสดิการสั งคมนี่ ในหลาย ๆ ส่วนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉันก็คิดว่ากลายเปึนสิ่งกีดขวางในสิ่งที่ท่านอยากจะไป ผลักดันค่อนข้างมาก ดิฉันอาจจะไม่มีเวลาที่จะลงไปในรายละเอียดในการยกตัวอย่าง แต่ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนที่ท่านอยากจะทําให้เปึนนิติบุคคลว่าทํางานในลักษณะ ของคณะกรรมการ แล้วก็มีวัตถุประสงค์และองค์ประกอบที่ดิฉันคิดว่าทํางานยากเหมือนกัน แล้วก็ความโปร่งใสที่จะตอบแก่สังคมโดยเฉพาะการพิจารณาโครงการต่าง ๆ ดิฉันเห็น มาเยอะในลักษณะของคณะกรรมการที่มีสิทธิเสียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการพิจารณา โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคนที่เขียนโ ครงการเก่ง นักกิจกรรมที่เขียน โครงการเก่งเขาก็จะได้ทุนเหล่านี้ไป เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะไปถึงกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่ ควรจะเปึนประโยชน์จริง ๆ ในการส่งเสริมสวัสดิการภาคประชาสังคมมีปัญหามาก ๆ ดิฉันขอเวลาท่านประธานอีกสักครึ่งนาที ขอแตะเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของครอบครัวที่ท่าน ได้เสนอไว้เปึนประเด็นสุดท้ายว่าในเรื่องของการดูแลตั้งแต่สวัสดิการที่เหมาะสม ตั้งแต่ เด็กปฐมวัย แล้วก็เสนอลงไปถึงพัฒนาระบบการดูแลหญิงระหว่างตั้งครรภ์จนไปถึงหลังคลอด หรือจนระยะเลี้ยงดูบุตรในครอบครัว ๐-๖ ป้ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้หลายสิ่งหลายอย่าง มันเปึนสิ่งที่เปึนกฎกระทรวงอยู่แล้ว เช่น การดูแลหญิงตั้งครรภ์ให้รับการฝากครรภ์ป้หนึ่ง อย่างน้อยตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์อย่างน้อยกี่ครั้งอะไรนี่มันมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท่าน เสนอมาและทําให้เราเห็นว่าครอส คัตติง (Cross cutting) ไม่เกิดขึ้น ก็คือเรื่องของ การพัฒนาครอบครัวหรือการเตรียมความพร้อมครอบครัว เมื่อวานนี้ดิฉันก็ได้คอมเมนต์ (Comment) ว่าในสังคมผู้สูงวัยก็เสนอเรื่องของการสร้างครอบครัว การเตรียมความพร้อม ครอบครัวตั้งแต่วัยหนุ่มสาวหรือจริง ๆ หนุ่มสาวก็ช้าไปแล้ว เพื่อให้เขาเปึนพ่อแม่ที่ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ก็เสนอการเตรียมพร้อมครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสําหรับสังคมไทย ทั้งหมดนี้ไม่มีแกนหลัก องค์กรหลักหรือหน่วยงานหลักที่จะผลักดันเรื่องครอบครัว และดิฉันไม่คิดว่ากระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะทําสิ่งเหล่านี้ได้ดี เพราะมันคร่อม หลายกระทรวงและคร่อมหลายคอนเซปต์ (Concept) เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านไปคิดว่า
จะทําอย่างไรสําหรับคอนเซปต์ที่เกี่ยวเนื่อง ในระบบที่จะทําให้ครอบครัวเข้มแข็งสมบูรณ์ ใครจะเปึนเจ้าภาพหลักที่ดีที่สุด ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ต่อไปเชิญอาจารย์นิรันดร์ พันทรกิจ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ครับท่านประธาน ผมคงไม่พูด ๒ เรื่องแรก เพราะว่าผมฟังแล้วก็ได้อ่านเอกสารแล้วก็ค่อนข้างชื่นชมคณะกรรมาธิการที่จัดทํามา จะไป จับเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของแนวทางในการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม และร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ที่จริงเรื่องนี้ผมไม่ควรพูด หรอกครับ เพราะว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องการพนันเลย ไม่เคยซื้อ แล้วก็ไม่ได้ให้ความสําคัญ อะไรเลย คือถ้าให้ความเห็นของผมผมว่าเลิกได้ยิ่งดี เลิกไปเลยครับไม่ต้องมี ประเทศไทยนี้ ให้คนมันหลงเรื่องการพนันมาก แต่ว่าเมื่อจําเปึนจะต้องมีเพราะว่าทฤษฎีของการทําสลาก ก็คือว่าเมื่อสังคมไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันเปึนธรรมชาติของคนไทยแล้วในการที่จะอยู่กับ การพนันก็ทําให้การพนันมันดีขึ้นให้มันตอบสนองต่อสังคมมากขึ้น ผมมีเวลาจํากัดแค่ ๕ นาที เพราะฉะนั้นผมจะพูดกระชับ ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ หมายถึงว่า ฉบับที่มีอยู่เดิมป้ ๒๕๑๗ กับฉบับที่จะเกิดขึ้นใหม่ มันก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ว่าปัญหา ที่จะเกิดขึ้นและจะต้องตอบโจทย์สําคัญผมว่าปัญหาเรื่องสลากมันมีอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่ ๑ สลากแพง ปัญหาที่สําคัญก็คือว่าถ้าออกพระราชบัญ ญัติฉบับนี้ออกมาแทน ป้ ๒๕๑๗ มันจะแก้ปัญหาสลากแพงได้ไหม
ในเวลานี้ที่สลากมันแพงแล้วทําให้ถูกลงนี่มันด้วยอํานาจพิเศษ แต่ถ้าสมมุติว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปแล้วไม่มีอํานาจพิเศษนี่มันจะกําหนดควบคุมระบบราคา ของสลากได้หรือไม่ นี่คือคําถามที่ ๑ แม้จะมีคณะกรรมการคอยกํากับดูแล ท่านเขียนไว้ ชัดเจน แต่ว่าในความเปึนจริงในการกํากับดูแลไม่ให้ราคามันแพงนี่ทําได้จริงหรือเปล่า ประการที่ ๒ ปัญหาของสลากก็คือว่าเรื่องโควตาที่กระจายไปยังหน่วยงาน ในบุคคล ในหน่วยอะไรก็แล้วแต่ คือประสบการณ์ที่เคยรู้เคยรับทราบนี่มันกลายเปึนว่าเรื่องโควตานี่ เปึนเรื่องของบรรดาเจ้าแม่ทั้งหลาย ไม่รู้ใช้วิธีการเก็บซ่อนกลอย่างไรก็ไม่ทราบครับ แต่ว่า เขาสามารถควบคุมโควตาเอาไว้ได้และหาประโยชน์จากการกําหนดควบคุมโควตา แล้วบรรดาเจ้าแม่เหล่านี้ครับเปึนคนส่งบําเหน็จบํานาญ เปึนคนส่งรายได้ให้กับรัฐมนตรีและ นักการเมือง ใส่ตะกร้าให้เลย มีกี่เจ้าแม่ ก็มีเจ้าแม่ใหญ่คอยรวบรวม มาถึงเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ใส่ตะกร้าส่งเงินให้เลย แน่นอนครับในนี้ที่ท่านบอกว่ามี ๙,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ ให้กับคนนั้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับ ให้กับคนนี้ หน่วยงานนี้ แต่ในความเปึนจริงมันมีกระบวนการซับซ้อน ในการที่จะซ่อนเงื่อนเอาประโยชน์จากโควตาเหล่านี้มันมีครับ ท่านจะแก้ปัญหาเหล่านี้ อย่างไร ทราบว่ามีพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา ประเด็นที่ ๓ ครับ อันนี้ผมชื่นชม คือเรื่องของรายได้ที่มาจากการจําหน่ายสลาก เพราะว่าท่านเขียนไว้ในมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ นี่ค่อนข้างกว้างกว่า แม้ว่าทาง คสช. เขาจะแก้มาตรา ๒๒ ขยายความออกไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่ามาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ ของท่านนี่กว้างกว่า ผมไม่มีเวลาอ่านนะครับ แต่กว้างกว่าอันนี้ชื่นชมนะครับว่าถ้าสามารถที่จะเอารายได้จากตรงนี้แล้วไปตอบสนอง บุคคลต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ ได้นี่ถือว่าเอาล ะครับอย่างไรเสียการพนัน มันก็จําเปึนจะต้องมีในสังคมไทย แต่ถ้าสามารถจะตอบสนองต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ความเหลื่อมล้ํา การเสียประโยชน์ คนด้อย โอกาสมันได้ประโยชน์จริง ๆ นี่ผมคิดว่าก็ควรจะให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไป แต่ว่าต้องตอบโจทย์ ๒-๓ ข้อที่ผมว่าเอาไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเรียนเชิญอาจารย์อรพินท์ สพโชคชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่านนะคะ ดิฉันมีประเด็นที่จะขออภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องของประเด็นการปฏิรูปสําหรับเด็กปฐมวัยนะคะ การดูแลเด็กในช่วงปฐมวัยนั้นเปึนช่วงที่ มีความสําคัญก็จริงนะคะ แต่ดิฉันอยากจะเสนอว่าจริง ๆ แล้วรายงานฉบับนี้น่าจะลองขยาย ให้ครอบคลุมเด็กในวัยต่าง ๆ ให้ครบวงจรนะคะ เพราะว่าในแต่ละช่วงวัยนั้นเปึนช่วง ที่มีความสําคัญ ถึงแม้ว่าช่วงปฐมวัยจะ เปึนช่วงที่มีความสําคัญมาก แต่ว่าถ้าทําแล้ว แค่ช่วงปฐมวัยแล้วไม่ต่อเนื่องไปถึงวัยอื่นนั้นดิฉันคิดว่าอาจจะเปึนการพัฒนาหรือ การปรับปรุงระบบที่ไม่ครบวงจรนะคะ ในช่วงเด็กปฐมวัยนั้น สิ่งที่ท่านเสนอมานั้นดิฉันคิดว่า ครอบคลุมในส่วนที่เรียกว่าเปึนสวัสดิการเด็กในครอบค รัวต่าง ๆ นะคะ ดิฉันคิดว่า ในเด็กปฐมวัยนั้นในการดูแลเด็กน่าจะให้ครบวงจรในเรื่องของการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า เปึนการเติบโตทางร่างกาย ในทางร่างกายนั้นจะต้องมีการให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับ ทําอย่างไรให้เด็กมีการพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์ในทุก ๆ ด้านนะคะ มีร่างกาย ที่เติบโตขึ้นเปึนเด็กที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ในภาคปัจจุบันจะเห็นว่าการเลี้ยงดูเด็ก ในปฐมวัยนั้นเริ่มมีการเลี้ยงดูในลักษณะที่ไม่ค่อยถูกต้อง เด็กพัฒนาการมาเปึนเด็กที่มีปัญหา อย่างเช่นปัญหาโรคอ้วนต่าง ๆ ซึ่งนําไปสู่การเปึนพลเมืองในอนาคตที่จะมีปัญหาใน เรื่อง เกี่ยวกับสุขภาพนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องมีการศึกษาเจาะลึก ให้มีความเข้มข้นนะคะ
ในเรื่องที่ ๒ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการในช่วงปฐมวัย ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องเจาะ ในเรื่องของการพัฒนาการทางด้านสมอง การพัฒนาการทางด้านสมองนั้นเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการพัฒนาการทางด้านร่างกายในช่วงต้น ทําอย่างไรให้สมองมีการพัฒนาการและ มีการสร้างเซลล์ของสมองที่จะรองรับความเฉลียวฉลาดของเด็กในอนาคต แต่การพัฒนา สมองนั้นจําเปึนที่จะต้องคํานึงถึงอาหารสมอง ๓ ด้าน ด้านที่ ๑ คืออาหารที่จะเข้าไป บํารุงการเติบโตของสมอง ด้านที่ ๒ คือการทํากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้สมองนั้น มีความชาญฉลาด อย่างเช่นเด็กในวัยนี้จะต้องมีการพัฒนาสมองในส่วนที่เรียกว่าเปึนมอเตอร์ หรือเปึนอะไรต่าง ๆ จะมีการพัฒนา จะทําอย่างไรให้เด็กมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ อาหารสมองด้านที่ ๓ คือทําอย่างไรให้เด็กอยู่อย่างมีความสุข จากการวิจัยนั้นเราพบว่า คู่สมองจะจับเมื่อเด็กได้รับความสุขหรือมีการสัมผัส เพราะฉะนั้นตรงนี้การทํายุทธศาสตร์ สําหรับเด็กในปฐมวัยนั้นก็ควรจะครอบคลุมถึงส่วนนี้ แล้วสิ่งต่าง ๆ พวกนี้เปึนสิ่งที่ง่าย ๆ ที่คนที่ดูแลเด็กหรือพ่อแม่สามารถดําเนินการได้ ในส่วนสุดท้ายก็คือในยุทธศาสตร์ได้เขียนไว้ แต่อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจน ก็คือการพัฒนาในเรื่องของจิตใจและอารมณ์ ดิฉันอยากจะให้ เพิ่มเติมว่าทําอย่างไรในช่วงเด็กปฐมวัยนั้นจะทําให้เด็กสามารถมีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งจะนําไปสู่การเปึนพลเมืองที่มีจิตใจดี และเปึนคนที่มีความอ่อนโยน ตรงนี้ถึงแม้ปฐมวัย ใน ๐-๓ ป้ แต่ว่าดิฉันยังมีความ เห็นว่าน่าจะขยายต่อไปถึงช่วงวัยต่อไปคือ ๔-๑๕ ป้ ในช่วง ๔-๑๕ ป้นั้นจริง ๆ จะแบ่งได้อีกหลายวัย ๔-๑๐ ป้ แล้วก็ ๑๑-๑๕ ป้ ๑๕-๒๐ ป้ ดิฉันคิดว่าแต่ละช่วงวัยนั้นมีการพัฒนาการที่แตกต่างกัน ถ้าจะให้ครบวงจรดิฉันคิดว่า น่าจะเขียนต่อให้ครบในช่วงวัยต่าง ๆ ในวัยต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔-๑๕ ป้นั้น ดิฉันคิดว่าเปึนวัยที่จะสร้างความเปึนพลเมือง สร้างความเปึนมนุษย์ให้กับคนไทยในอนาคต เพราะฉะนั้นเด็กจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาอยู่ในช่วงนี้เปึนช่วงที่สมองกําลังจะต้องพัฒนา ในส่วนที่เรียกว่าเปึนส่วนของสมองที่เขาเรียกกันว่าสมองศิวิไ ลซ์ ถ้าในช่วงนี้เด็กไม่ได้รับ การพัฒนา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเราจะได้พลเมืองในอนาคตที่อาจจะพัฒนาเปึนคนที่มีปัญหา ทางสังคม เปึนเด็กที่มีปัญหาในเรื่องของอาชญากรรมต่าง ๆ ในส่วนที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะ อีกช่วงหนึ่งก็คือว่าประเทศไทยนั้นควรจะมีมาตรการที่เข้มข้นในการ คุ้มครองเด็ก คุ้มครอง ในเรื่องอะไรบ้าง คุ้มครองในเรื่องของการพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมแล้วก็สมดุลให้เด็กนั้น มีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง คุ้มครองในเรื่องสิทธิเด็ก ตรงนี้แม้เรามีกฎหมายแล้ว
แต่ดิฉันคิดว่าเรายังทําไม่เข้มข้น จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างชัดเจน คุ้มครองเด็ก อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่าทําอย่างไรจะคุ้มครองให้เด็กปลอดจากความรุนแรงต่าง ๆ ทุกประเภท ทั้งความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งดิฉันคิดว่าเราคงจะต้องเลิกหลักการที่เรียกว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีความรุนแรงก็จะ พัฒนาการต่อไปเปึนบุคคลที่มีความรุนแรง ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าอยากจะ ให้มีมาตรการที่ดูแลเปึนพิเศษสําหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันคิดว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเด็กไม่ใช่เฉพาะ ปฐมวัยนะคะ อยากจะให้ต่อขึ้นมาถึงวัยรุ่นอะไรต่าง ๆ จะต้องได้รับการดูแลแล้วก็เยียวยา เพราะว่าเขาอยู่ในภาวะของสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรง ดิฉันคิดว่ามาตรการนี้มีความสําคัญ แล้วก็ยังไม่ได้เห็นอยู่ในส่วนนี้นะคะ ก็ขออนุญาตฝากไว้ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณสุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการ ผมคิดว่าตลอด ๒ วันที่ผ่านมา พวกเราสมาชิกสมองค่อนข้างบวมเพราะว่าเลิกดึกกันทุกคืน สําหรับวันนี้ก็สดชื่นขึ้นหน่อยครับ และวันนี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสได้นําเสนอ ผมคิดว่ากระชับนะครับ แล้วก็ดูเอกสารร้อยเรียงได้ อ่านง่าย เข้าใจเห็นประเด็นต่าง ๆ นะครับ
อย่างไรก็ตามผมมีประเด็นที่อยากจะช่วยกันเติมเต็ม ผมมีในเรื่องเกี่ยวกับประเด็นเรื่องของ เด็กปฐมวัยเช่นเดียวกัน ในเอกสารหน้า ๑๑ ข้อ ๕ ข้อเสนอปฏิรูปแนวทางการดําเนินงาน ซึ่งเสนอไว้ ๓ ข้อ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องยุทธศาสตร์ เรื่องของการทบทวนกฎหมาย หรือการจะ ออกกฎหมายใหม่ก็ตามเพื่อให้ครอบคลุมในส่วนต่าง ๆ ผมคิดว่าเห็นด้วย ภาพรวมเห็นด้วยหมด ทีนี้ในข้อ ๕.๑ นี่สิ่งที่ผมอยากจะเติมอย่างนี้ ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ ๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึน เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลหญิงระหว่างการตั้งครรภ์ หลังคลอด การส่งเสริมระบบ การเลี้ยงบุตรในครอบครัว แล้วก็การพัฒนาระบบบริการทางเลือกเห็นด้วย อยากเติม อย่างนี้ ผมคิดว่าอาจจะต้องมียุทธศาสตร์อีก ๑ ยุทธศาสตร์ไหมที่เราต้องลงทุนลงแรง คือผมใช้ชื่อประมาณนี้เปึนยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อการพัฒนา ผมเองมีประสบการณ์ ที่ทําการศึกษาวิจัยระยะยาวในเด็กไทย ที่เราเรียกว่าเปึนโคฮอร์ต สตัดดี (Cohort study) เปึนลองจิทูดดะเนิล สตัดดี (Longitudinal study) น่าจะยาวที่สุดในโลกขณะนี้ ในพื้นที่ ที่อําเภอเทพา จังหวัดสงขลา เราตามเด็ก ๑,๐๐๐ คน เราตามตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องแม่ อายุในครรภ์ประมาณ ๒๔ สัปดาห์ ตามจนกระทั่งผมเข้าใจว่าเด็กขณะนี้อายุประมาณ ๑๑ ป้ ลักษณะการทําวิจัยเพื่อการพัฒนานี่คือการไปเรียนรู้ ไปศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ การเจริญเติบโตของเด็ก ปัจจัยทั้งสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องอื่น ๆ ผมมีตัวอย่าง ที่ง่าย ๆ ซึ่งผมคิดว่าตัวอย่างเหล่านี้บางทีมันไม่มีอยู่ในเอกสารงานวิชาการ เช่น เรื่องเปลนอนของเด็กไทยเรา เอาแค่เฉพาะเปลนอน ในชนบทนี่เด็กยังนอนเปล แค่เปลนี่ ปากป่ดกับปากเป่ดนี่เราพบเลยว่าพัฒนาการของเด็ก ไอคิวของเด็กหลังจากเราไปทดสอบ หลังจากนั้นต่างกันชัดเจน ถ้าเปลปากเป่ดนี่เด็กเขาจะเห็น มีนกบินผ่าน มีลม ใบไม้ไหวตามลม อะไรอย่างนี้ มันก็จะกระตุ้นพัฒนาการไปในตัว ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จําเปึนอย่างยิ่งที่ต้อง มีการสังเคราะห์เก็บรวมรวมข้อมูล และคืนข้อมูลให้กับชุมชน เรามีสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เรามีวิทยาลัยชุมชน ผมคิดว่านี่คือโอกาสที่เราบอกว่าเราจะสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สร้างพื้นที่ เปึนฐาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมมองว่ามันเปึนสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของเล่นในเด็กปฐมวัย ผมไปเจอความงดงามในพื้นที่ที่ชาวบ้านเขาทํากันเองไม่ต้อง ไปซื้อตามห้างสรรพสินค้า เขาก็ผลิตจากไม้ไผ่ ผลิตจากท่อน้ํา แป็บน้ําที่ไม่ได้ใช้การแล้วก็ มาต่อกัน แล้วก็ให้เด็กเดินเวียนรอบที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าแอกเวียน จะทําให้เด็ก
มีพัฒนาการเรื่องของสมรรถภาพของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ดีขึ้นอย่างนี้เปึนต้น ผมคิดว่า นี่คือสิ่งที่เราเจอในขณะที่เราทําการศึกษาวิจัย แล้วเราคืนข้อมูลเหล่านี้กลับไปให้ชุม ชน ให้ท้องถิ่น ให้ประชาคม พอเขาเห็นนี่เขาจะมีความภาคภูมิใจว่าเขาทําได้นะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่มันมีอยู่แล้ว เปึนทุนทางสังคมที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมมองว่าถ้าเรามี ยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในข้อ ๕.๑ นอกเหนือจาก ๓ ข้อนี่ ผมใช้คําว่าเปึนยุทธศาสตร์วิจัย เพื่อการพัฒนา ก็จะทําให้ภาพของการเจริญเติบโตของเด็กนี่อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ มันเปึน ความงดงามของสังคม และมันเปึนเอกลักษณ์ของเราด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เรียนเชิญคุณกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ ครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ สมาชิกหมายเลข ๐๐๔ จังหวัดพิษณุโลก ดิฉันเองเห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่ง ๒ ส่วนนี้ก็คือมันจะเปึน ส่วนของการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม แต่ว่าสิ่งที่อยากจะ เสนอเพิ่มเติม แล้วก็กล่าวถึงในวันนี้คือประเด็นเรื่องของเด็กปฐมวัย ดิฉันเองมาอ่านเอกสาร ในหน้า ๔๔ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ทํามานี่ ในหน้า ๔๔ ใน ๕.๓.๓ นี่มันจะมีข้อมูล ที่สําคัญที่ไม่อยากละเลยแล้วก็อ ยากจะหยิบมาพูดก็คือเรื่องของการดูแลเด็กเล็ก ใน ๐-๕ ป้ เขาบอกว่ามันเปึนยุคทองของ พัฒนาการเรียนรู้ แล้วก็เปึนช่วงเวลาสําคัญ ที่สมองมีการพัฒนาการสูงสุดที่จะมีผลต่อสติปัญญา บุคลิกภาพ และความฉลาดทางอารมณ์
แล้วก็การลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เด็กเล็กนี่ถือเปึนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และต่อมาในส่วนของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลก็ยังพูดถึงว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัย จะได้ผลตอบแทนกลับคืนในอนาคตถึง ๗ เท่า ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองอยากจะให้เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ เปึนความสําคัญของรัฐบาลแล้วก็ทุกระดับเลยว่าทุกวันนี้เรามีการลงทุนในเรื่องต่าง ๆ มากมาย แต่การลงทุนในเด็กปฐมวัยของประเทศไทยจากรายงานศึกษาหน้า ๔๕ บอกว่า ของเราน้อยมากเลย มีเพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เราได้มีการลงทุนให้กับเด็กปฐมวัย แม้แต่ในกลุ่ มเด็กในกลุ่มวัยอื่น ๆ ก็มากกว่าเด็กปฐมวัยทั้งหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะมีข้อเสนอฝากไปให้ทางท่านกรรมาธิการส่งไปถึงทางรัฐบาลว่ามันจะต้องมี เรื่องของการอุดหนุนเงินให้กับเด็ก แต่ตอนนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีที่รัฐบาลได้ให้การสนับสนุน เงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดคนละ ๔๐๐ บาทต่อเดือน ให้กับครอบครัวยากจนที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ครอบครัวที่ไม่มีที่ดินทํากินและมีภาวะพึ่งพิง เช่น มีคนพิการ มีผู้สูงอายุ หรือเปึนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ว่าจะมีการดําเนินการเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมนี้ จะใช้ระยะเวลาเพียง ๑ ป้ ก็คิดว่าจะเปึนเรื่องของการทดลองดําเนินการ แต่สิ่งที่จะฝากไปถึง รัฐบาลไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลต่อไป ก็คือมันเปึนเรื่องจําเปึนที่เราควรจะต้องให้ การสนับสนุนมากกว่านี้ในการลงทุนสําหรับทรัพยากรมนุษย์ของเรา ซึ่งต่อไปจะต้องเติบโต เปึนกําลังสําคัญในการที่จะพัฒนาประเ ทศ ดิฉันว่าเราไม่น่าเสียดายกับงบประมาณ ที่จะลงทุน ดิฉันเสนอว่าอยากจะให้ขยายการอุดหนุนว่าหลังจาก ๑ ป้ไปแล้วที่รัฐบาล ได้ดําเนินการนี่ให้ขยายต่อไปตลอดไปเลยว่าเปึนเรื่องที่ถือเปึนอันดับ ๑ ที่ควรจะต้อง มุ่งงบประมาณเข้ามาดูแลส่วนนี้ แล้วไม่ใช่ว่าดูแลแค่เด็กแรกเกิ ดนะคะ ตอนนี้โครงการ ของรัฐบาลได้ดูแลแต่เฉพาะเด็กแรกเกิด แต่อยากขยายให้ไปถึงเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ป้ เพราะดิฉันว่าวัยเริ่มต้นเปึนวัยที่สําคัญ ก็อย่างที่มีรายงานศึกษาที่กล่าวมาให้มีการดูแล ท่านอาจจะคิดว่างบประมาณนั้นจะต้องใช้ในหลายเรื่องก็อาจจะใช้โดยเฉพาะ ในกลุ่มเด็ก ในครอบครัวที่ยากจน ดิฉันเองทํางานอยู่ในต่างจังหวัดมาตลอดได้เห็นสภาพของครอบครัว ที่วันนี้ไม่ใช่แค่พ่อแม่ดูแลเด็ก เปึนปู์ย่าตายายเลี้ยงดูเด็ก และปู์ย่าตายายเหล่านั้นก็ยากจน พ่อแม่ไปไหนก็ไม่ทราบ ขณะเดียวกันถึงมีพ่อมีแม่แต่พ่อแม่ก็มาทํางานกรุงเทพฯ ทํางาน ต่างจังหวัด ก็ยังทิ้งให้เด็กอยู่ในความดูแลปู์ย่าตายาย แล้วเปึนเด็กวัยต้นทั้งนั้นเลย ถามว่า ปู์ย่าตายายเหล่านั้นเขาจะมีกําลังที่จะดูแลไปได้ขนาดไหน ก็เลี้ยงไปตามมีตามเกิด แล้วถามว่า
อนาคตของประเทศชาติจะไปอยู่ตรงไหน ต้องฝากในเรื่องตรงนี้ว่าต้องยอมลงทุนงบประมาณ ในเรื่องนี้ในการจะอุดหนุนโดยเฉพาะครอบครัวเด็กที่ยากจน ครอบครัวที่มีสภาพเปราะบาง ส่วนเรื่องที่ ๒ เรามักจะถามเสมอว่าในการเสนอต่าง ๆ มีเจ้าภาพอยู่ตรงไหน เจ้าภาพก็คือ เจ้ากระทรวงต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ก็จะมีกระทรวงการพัฒนาสั งคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เขามีกรมกิจการเด็กและเยาวชน แต่ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าจุดอ่อนของบ้านเราก็คือ พอเจ้ากระทรวงรับผิดชอบในเรื่องไหนก็มักจะเปึนเจ้าข้าวเจ้าของเรื่องของตัวเอง แต่ไม่เคย ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้กับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม หรือองค์กรเอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมตรงนี้ หรือแม้แต่กระทรวงอื่น ๆ ก็ไม่ได้เข้ามามากมายเท่าไร เพราะฉะนั้นอยากจะ ให้เสนอว่าถึงมีเจ้าภาพก็ต้องมีกรรมการระดับชาติที่จะมาดูแล และเจ้าภาพนั้นต้องทําหน้าที่ แค่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน ต้องจํากัดบทบาทตรงนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นท่านก็จะลงไป ทําเอง ท่านก็จะเอางบประมาณไปจัดการเองแล้วก็ทําของท่านแต่เพียงผู้เดียว อีกนิดหนึ่งนะคะ สนับสนุนเรื่องที่เมื่อกี้ท่านอภิปรายได้พูดถึงยุทธศาสตร์การวิจัยเชิงพัฒนาที่มีการติดตามเด็ก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงขณะนี้ก็ ๑๑ ขวบแล้ว ดิฉันว่าควรจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วอยากให้มียุทธศาสตร์นี้อย่างมากเลยเพื่อที่จะช่วยให้เราได้ทราบถึงว่าการที่จะดูแลเด็ก อย่างมีคุณภาพนั้นจะเปึนไปได้อย่างไร และจะนําไปสู่ในเรื่องของการวางแผน ในการที่จะ พัฒนากําลังคนของประเทศชาติในอนาคต ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านประธานกรรมาธิการค่ะ ดิฉันอยากจะขออนุญาต ให้กําลังใจท่านประธานกรรมาธิการนะคะ ท่านได้ทําเกี่ยวกับเรื่องของสังคมนี้มากมาย ก็ขอเปึนกําลังใจ คิดว่าการปฏิรูปของท่านในแนวคิดแต่ละอย่างที่ได้เสนอมานั้นนับเปึนเรื่อง ที่จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งเลย ก็ขอให้กําลังใจ อย่างไรก็ตามก็อยากจะมีข้อที่จะขออนุญาต เสนอแนะหรือว่าเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ เรื่องแรกนั้นจะเปึนเรื่องของระบบสวัสดิการสังคม ที่เกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพชีวิตคนพิการ อันนี้ท่านรองศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ซึ่งท่านเปึนตัวอย่างที่ดีที่สุดของคนพิการที่มีความเฉลียวฉลาด แล้วก็ทําประโยชน์ให้สังคม อย่างมากมายดิฉันอยากจะขอสนับสนุนตรงนี้ว่าความคิดของท่านประธานอนุกรรมาธิการ เกี่ยวกับเรื่องของการที่จะมีการเร่งให้มีการจัดตั้งแล้วก็พัฒนาศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด แล้วก็ให้บริการคนพิการลงไปถึงระดับจังหวัด มีทั้งประเทศ ลงไปถึงระดับจังหวัดด้วย ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าคนพิการนั้นดิฉันทราบดีจากการที่ได้สัมผัสมานะคะ คนพิการไม่ต้องการความสงสารเวทนาค่ะ แต่ต้องการโอกาสที่จะให้เขาแสดงความสามารถ แล้วเราก็มีนักกีฬาคนพิการ หรือว่าศิลป่นคนพิการมากมายที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ของเรา ดังนั้นเรื่องของการที่มีการเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ทั้งของภาครัฐเอง แล้วก็ศูนย์บริการคนพิการทั่วไปโดยท้องถิ่นด้วยนั้น ดิฉันเห็นว่าเปึนเรื่อง ที่ดีมาก ๆ เลย ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าสําหรับการจัดตั้งศูนย์ที่เราอยากจะให้มีขึ้นนั้น อยากจะขอเรียนเสนอว่าน่าจะมีการกําหนดอย่างแน่แท้ให้แม่นยําในพระราชบัญญัติ ที่ท่านเสนอมาว่าต้องมีหลักเกณฑ์ และมาตรฐานของการให้บริการในศูนย์ทั้งในระดับประเทศ และในระดับจังหวัดนั้นต้องได้มาต รฐานเดียวกันค่ะ และสิ่งที่ท่านว่าจะต้องมีเรื่องของ สภาพแวดล้อมที่เราจะต้องปรับระดับอะไรต่าง ๆ ให้บริการคนพิการที่นั่งวีลแชร์ (Wheelchair) นั้น ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเชิดหน้าชูตาประเทศไทยด้วย
เพราะว่าเรานั้นกําลังไปสู่อาเซียน คอมมูนิตี (ASEAN Community) หรือว่าประชาคม อาเซียน ถ้าประเทศอื่นเขาให้บริการคนพิการ ให้เกียรติคนพิการอย่างไร ถ้าประเทศไทยทําได้ อย่างนั้น เราเหมาะสมเปึนศูนย์กลางของอาเซียนอย่างแท้จริงอย่างที่เราอยากเปึนนะคะ ก็ขอเรียนเสนอว่าหลักเกณฑ์ในการให้บริการระดับมาตรฐานต้องดีอย่างยิ่ง ต้องมีการกําหนด ถึงจะจัดตั้งได้ อีกอย่างหนึ่งที่ท่านได้เสนอมาดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก เราพลิกวิกฤติ ให้เปึนโอกาสได้ตรงจุดที่ท่านเสนอให้มีศูนย์บริการทั่วไปภาคเอกชน เมื่อวานดิฉันได้อภิปราย ไปแล้วว่าเราสามารถพลิกวิกฤติให้เปึนโอกาสได้ ตอนนี้คนบอกว่าเงินฝ๋ด อันนี้หลายคน นักเศรษฐศาสตร์ก็บอกว่าคนมีเงินค่ะ แต่ว่าไม่กล้าเอาเงินออกมาใช้ ไม่กล้าลงทุนนะคะ ทีนี้ดิฉันอยากจะ ขอสนับสนุนว่าในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะสนับสนุนอย่างเปึน รูปธรรม ด้านของการที่ส่งเสริมการลงทุนโดยภาคราชการ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่เขามั่นใจ ว่าถ้ามาลงทุนเพื่อคนพิการแล้วเขาจะได้รับประโยชน์ตามสมควรและยุติธรรม ด้วยการส่งเสริมการลงทุนโดยบีโอไอ (BOI) แล้วก็ด้านภาษีอากรดิฉันอยากจะขอเสนอว่า เราอาจจะมีบทเฉพาะกาลหรือว่าเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติอันนี้เรื่องของคนพิการว่า เราจะยกเว้นภาษีหรือเวฟ (Wave) ภาษีให้เอกชนที่มาตั้งศูนย์ให้บริการคนพิการทั้งในระดับ จังหวัดและในระดับประเทศนั้น ๑-๓ ป้แรกอาจจะไม่เก็บภาษีเลย จากนั้นป้ที่ ๔ เปึนต้นไป อาจจะเก็บภาษีเปึนขั้นบันไดเริ่มว่ากี่เปอร์เซ็นต์ กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าทําตรงนี้ดิฉันเชื่อมั่นว่า เอกชนที่กําลังมองหาอยากจะลงทุน รวมทั้งเพื่อนประชาคมอาเซียน และชาวต่างชาติ ที่เขาอยากจะมาลงทุนในประเทศไทยเรา ซึ่งเรามีดีอะไรต่าง ๆ มากมาย ดิฉันคงไม่ต้องพูดถึง อีกนะคะว่าทั้งน้ําใจ แล้วก็ชีวิตความเปึนอยู่อะไรต่าง ๆ อากาศก็ดี เขาอาจจะมาลงทุน ตรงนี้จะเปึนการเพิ่มรายได้ให้กับทางพี่น้องประชาชนชาวไทยและรัฐบาลเราได้อย่างดี จากภาษี เวลาเหลือน้อยแล้ว ดิฉันขออนุญาต
มาถึงเรื่องอีกเรื่องก็คือเรื่องของการที่ท่านเสนอแนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจ เพื่อสังคมค่ะ อันนี้เปึนแนวคิดที่ดีทีเดียวเพราะว่าจากการศึกษาแล้วท่านจะไม่กระทบ เรื่องของเงินรายได้แผ่นดิน ไม่กระทบเรื่องของเงินรางวัลที่พี่น้องประชาชนทั่วไป หวังรอคอยอยู่นะคะ แต่มีอย่างเดียวที่ดิฉันห่วงแล้วก็อยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธาน ด้วยความห่วงใยก็คือเรื่องของการที่ท่านเสนอให้มีการ ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดเดียว ว่ามีการจัดตั้งบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมเปึนของภาคประชาคมให้เปึนผู้มีสิทธิจําหน่ายเท่านั้น ตรงจุดนี้ดิฉันก็มีความห่วงใยนิดหนึ่งว่าปัจจุบันนี้ที่บรรดา ๕ เสือที่นอนกินทั้งหลายเขาได้ โควตาไปเพราะอะไร เพราะเรื่องของการที่ว่าพอให้ไปแล้วทางสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ต้องห่วงใยเรื่ องของการที่เขาจะคืนสลากมา ดังนั้นมันก็พันกันไปหลายเรื่องที่ว่า ไม่ต้องคืนสลากก็เลยมีการที่จะเอารัดเอาเปรียบพี่น้องที่ขายปลีกทําให้ราคาสูงนะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราทราบดีว่ารัฐบาลปัจจุบันโดยคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น ได้มีการปรับปรุงเรื่องของสลากนะคะ จะเห็นว่าในงวดที่ผ่าน ๆ มานั้นทุกคนต้องขาย ๘๐ บาทตรงตามมาตรฐานและห้ามขายเกินราคา ซึ่งก็มีการแก้ไขหลายกฎ ระเบียบมากแล้ว ก็อยากจะขอเรียนตรงนี้ว่าถ้าท่านต้องการที่จะตั้งบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมจริง ๆ ขอให้ มีการเตรียมบุคลากรให้พร้อมก่อน อาจจะต้องทําเปึนกําหนดระยะเวลา ไม่ใช่ปรับเปลี่ยน ทันทีหรือเสนอพระราชบัญญัตินี้ ดิฉันคิดว่าอาจจะกระทบกับสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือว่าคนที่เขาดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน แต่แนวคิดของการตั้งบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม มาดําเนินการเรื่องนี้ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่น่าสนใจเพราะว่าจะเปึนประโยชน์กับสังคม ผู้พิการ การศึกษา รวมทั้งเรื่องของการที่จะต่อต้านเรื่องของการพนันลดน้อยลงอะไรต่าง ๆ เปึนสิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้นในสังคมนะคะ ก็ขอที่จะเห็นด้วยในจุดนี้ แต่ขอเรียนว่าน่าจะมี ระยะเวลาที่ท่านจะต้องมีเปลี่ยนผ่านในการที่จะฝ๊กบุคลากรหรือตั้งหน่วยงานนี้ให้แน่ใจว่า สามารถทําหน้าที่นี้ได้อย่างดีโดยไม่กระทบผลประโยชน์ของคนอื่น แต่มุ่งประชาชนเปึนหลักว่า ได้ซื้อสลากไม่เกินราคานะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านอาจารย์สังศิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิก สปช. ท่านประธานครับ ผมได้เห็นตัวร่าง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจ
เพื่อสังคม พ.ศ. .... ด้วยความเปึนห่วงนะครับ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เปึน พ.ร.บ. การเงิน ซึ่งโดยหลักการแล้วมีคําถามว่า สปช. ควรเสนอได้หรือไม่ ผมคิดว่าโดยหลักการแล้ว เสนอไม่ได้ครับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงินต้องให้รัฐบาลเปึนฝ์ำยเสนอ คําถามว่า ถ้ากรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ต้องการทําจริง ๆ จะทําอย่างไร ผมคิดว่าในทางปฏิบัติเหมือนกับที่ผมทําเมื่อครั้งเปึน สนช. ก็คือต้องทํางานร่วมกับกระทรวงการคลังแล้วก็ทางสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อวาน ผมได้ติดต่อสอบถามไปที่ประธานบอร์ด (Board) ของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเรื่องนี้ ท่านก็ยืนยันว่าท่านไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน แล้วท่านก็ตกใจมากนะครับ เมื่อเช้าผมไปพบกับ ผู้บริหารระดับสูงของทําเนียบรัฐบาล ท่านก็มีอาการตกใจเลยว่าทําไม สปช. จึงได้เสนอเรื่องนี้ เข้ามาโดยไม่ปรึกษาทางรัฐบาล แล้วผมก็เกรงอย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า ความปรารถนาดีของเราที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะกลายเปึนความขัดแย้งระหว่างสมาชิก สปช. กับทางรัฐบาลอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นนี้ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ ถ้า สปช. รับเรื่องนี้โหวตให้ผ่านผมว่าจะเปึนความขัดแย้งแน่นอน ไม่ใช่ว่าผมไม่สนับสนุนให้ปฏิรูปสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนะครับผมเห็นด้วย และผมก็ พยายามทํา แต่ผมคิดว่าทําแล้วก็ต้องอยู่ในครรลองครับ แล้วก็ผมคิดว่าเรื่องนี้อยากจะให้ สมาชิก สปช. รวมทั้งท่านประธานกรรมาธิการด้วยนะครับได้ช่วยพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างรอบคอบ ด้วยความระมัดระวังว่าท่านจะยังยืนยันหรือว่าท่านควรจะนํากลับไป พิจารณาทบทวนใหม่ ผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ
ในเอกสารรายงานฉบับนี้หน้าแรกได้ขึ้นประโยคแรกเลยว่าลอตเตอรี่เปึนการพนัน ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีข้อถกเถียงว่าลอตเตอรี่นี่เปึนการพนันหรือการเสี่ยงโชคกันแน่ ถ้าตาม พ.ร.บ. การพนันป้ ๒๔๗๘ ซึ่งผมเข้าใจว่าในขณะนั้นความรู้ของคนไทยส่วนใหญ่ ก็แยกไม่ออกระหว่างสิ่งที่เปึนการพนันกับการเสี่ยงโชคจึงรวมการเสี่ยงโชคทั้งหมดไว้ใน พ.ร.บ. การพนันทั้งหมด แต่ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ลองพิจารณา เปรียบเทียบอย่างนี้ว่าเว ลาเราจะเรียกเกมอันหนึ่งว่าเปึนการพนันนี่ ขอให้นึกถึงกาสิโน กาสิโนเวลาเราเดินเข้าไปนี่คนเล่นจะเปึนคนเลือกเกมที่ตัวเองมีทักษะ ประสบการณ์ แล้วคิดว่าตัวเองจะได้ชนะ ไม่เหมือนกับเกมเสี่ยงโชคครับ เสี่ยงโชคหรือชิงโชคนี่ คนเล่น ไม่ได้เปึนคนเลือกครับ เปึนคนถูกกําหนดทั้งหมด ตัวอย่างเช่นชาเขียว ๒ บริษัทที่แข่งขันกัน แจกรางวัล เกมกติกาทั้งหมด ๒ บริษัทเปึนคนกําหนดทั้งหมด คนที่ส่งฝาจุกไปแล้ว ทําอะไรไม่ได้นอกจากรออยู่ที่บ้านว่าเขาจะจับรางวัล ถ้าเปึนชื่อเราเราก็รับรางวัล ลอตเตอรี่ ก็เหมือนกันครับ ลอตเตอรี่ผมได้สํารวจความเห็นของคน ไทยประมาณ ๕,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ พบอย่างนี้ว่าคนที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่จะไม่ซื้อลอตเตอรี่เพราะเห็นว่าลอตเตอรี่ เปึนการพนัน แต่คนชั้นกลางลงมาถึงคนระดับล่างซึ่งเปึนลูกค้าของสํานักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาลเขาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล และเขามองว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่การพนัน เขามองว่า เปึนการเสี่ยงโชค เพราะฉะนั้นการไประบุตั้งแต่ต้นว่าลอตเตอรี่เปึนการพนัน ผมคิดว่า โดยทางวิชาการมันยังเถียงกันได้หลายมุม แล้วผมก็ไม่อยากให้สรุปอย่างรวดเร็วเกินไป ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ลําดับที่ ๐๕๙ ก็ขออนุญาตอภิปรายเปึนวาระเพิ่มเติมก็แล้วกันเพราะเวลาน้อย แนวทางในการปฏิรูป สลากกินแบ่งรัฐบาลเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติด้วย คืออย่างนี้ ต้องเรียนว่าตัวผมเองพอได้เห็นรายงานก็ชื่นชมท่านอาจารย์วิริยะ เพราะว่าท่านก็อยากจะมี ความปรารถนาดีช่วย ช่วยใครครับ ช่วยสร้างอาชีพให้คนไม่ได้ช่วยให้ท่านมีผลประโยชน์ อะไรเลยอันนี้ก็ชื่นชม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเรียนว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลของเดิม ที่เปึน
รัฐวิสาหกิจนี่เราต้องยอมรับว่ามันก็เปึนประวัติศาสตร์ไปแล้วยาวนานมาก และได้สร้างงาน ให้กับคนเยอะแยะมากมาย ก็คือผมเจอคนขายลอตเตอรี่ผมจะเรียกเขาว่าเขาเปึนเซลส์แมน (Salesman) รัฐบาล เซลส์ เกิร์ล (Sales girl) เซลส์แมน เพราะว่าเขาอยู่ได้ เพราะว่าเขามี รายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วก็ส่งลูกเรียน นี่คือประเด็นไฮไลต์ (Highlight) ที่ผมจะเรียนให้ทราบว่าข้อเสนอของท่านกรรมาธิการเปึนข้อเสนอซึ่งรัฐบาลจะรับหรือไม่รับ เราไม่รู้ แต่ในเนื้อหาได้มาถกกันนี่ผมว่าเปึนประประโยชน์มาก เพราะสิ่งหนึ่งซึ่งผมเห็นแล้ว ผมอยากที่จะช่วยเสริมว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน แล้วก็ของอาจารย์วิริยะที่ได้นําเสนอ เข้ามานี่ ทุกอย่างรายละเอียดทั้งฉบับ นี่ข้อดีคือดีเหมือนกัน คือว่าได้ไปช่วยสังคม แต่ข้อประเด็นซึ่งถกไม่ออกก็คือเรื่องของการที่ผู้จําหน่ายจะอยู่ได้อย่างไร เมื่อกี้เพื่อนสมาชิก อภิปรายว่าขณะนี้สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายอยู่ปัจจุบันราคา ๘๐ บาทจริงหรือไม่ ผมเจอมา ๒ งวดแล้วคือไม่จริงคือขาย ๙๐ บาทแล้ว อันนี้ต้องยอมรับว่ามันอยู่ที่กลไก ผมจึงขอเสนอว่า กลไกก็คือว่าเดิมทีการจําหน่ายสลากจากกองสลาก ผ่านยี่ปัูวจริง ๆ ๕ เสือจริง ๆ แล้วมันก็ มีการผ่านเปึนทอด ๆ ยิ่งเยอะทอด ส่วนตรงกลางก็จะกินกําไรไปหมด
สุดท้ายคนจําหน่ายนี่จะเหลือแค่ ๓ บาทคือไปถึงผู้จําหน่าย เดิมทีผมถามเขาว่าผู้จําหน่าย เท่าไรถึงจะอยู่ได้ เขาบอกว่า ๑๐ บาท แล้วเวลาออกจากหน้ากองสลากจริง ๆ วันนี้ถ้าเปึน ผู้ที่ทําสัญญาสัมปทานหรืออะไรก็ไม่รู้นะครับ ๗๐ บาท หรือ ๗๑ บาทแล้ว แล้วกว่าจะไปถึง คนกลาง ถึงจังหวัด ถึงอะไรนี่มันก็ปาเข้าไป ๗๗ บาท เหมือนกับ ๗๗ จังหวัด ๗๗ บาทนี่ แล้วเอาไปขาย ๘๐ บาทได้อย่างไร นี่คือการที่ว่าเปึนเหตุผลหนึ่งซึ่งมันไม่สมเหตุสมผล แล้วเขาจะเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไร ฉะนั้นต้องตั้งเกณฑ์ว่าคนจําหน่ายต้องได้ ๑๐ บาทให้ได้ กลไกที่ผมจะเสนออาจารย์วิริยะ แล้วก็ท่านคุณหมอนะครับ ต่อไปก็คือคุณหมออําพล คือจริง ๆ แล้วเราอยากให้ใช้กลไกตรงกลางคือใครครับ ธนาคารอย่างไรครับ ธนาคารของรัฐ ต้องมาเปึนคนกลางที่จะมาคอนแทกต์ (Contact) ระหว่างกองสลากกับผู้จําหน่ายโดยการ ขึ้นทะเบียน และผู้ที่ขึ้นทะเบียนธนาคารก็จะเปึนผู้ที่ทํานิติก รรมด้วย วางมัดจําเพื่อปัองกัน สลากเหลือ นี่เปึนกลไกที่ผมว่าทําไมทุ กคนมองข้ามมานานหลายสิบป้ ทําไมไม่เห็นว่า ถ้าให้คนกลางอย่างธนาคารของรัฐสักฉบับละ ๒ บาท เขาแฮปป้ (Happy) เลยนะครับ หมายถึงว่าถ้าเกิดผลิตมาแ ล้ว ๖๘ บาท พอ ๗๐ บาท หมายถึงว่าไปถึงมือผู้จําหน่าย ๗๐ บาท อีก ๑๐ บาท ก็คือจําหน่ำยได้ ๘๐ แน่นอนเลยคือมีช่องว่าง ให้คนจําหน่าย ได้ ๑๐ บาทให้ได้ ผมว่าทุกอย่างตรงนี้ทําไม่ยาก แต่ในการที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกรูปแบบใหม่ หรือไม่อย่างไร ผมว่าก็เปึนข้อเสนอ เปึนการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน เพราะว่าอะไร รู้ไหมครับ ผมเองต้องยอมรับว่าวันนี้เราก็ลืมไปว่าเรายังมีสลากออมสิน ซึ่งผมเองก็ชอบ มีสลากของ ธ.ก.ส. ซึ่งก็มีสิทธิเสี่ยงโชคได้เหมือนกัน ไม่ใช่การพนัน เสี่ยงโชคแล้วยังมี เงินคืนด้วย แล้วก็มีสิ่งดี ๆ ให้คนที่จะไปซื้อสลากถึง ๗๒ ล้านฉบับนี่ก็มีทางเลือกอื่น ก็ฝากว่าให้ช่วยกันคิด ช่วยกันมอง ก็ฝากไปทางรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาสิ่งที่ผมอภิปรายด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช ช้างใหญ่ ขอกราบเรียนว่าในการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่เสนอเข้ามานี่บอกว่า
แนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมได้เสนอร่าง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจ เพื่อสังคม พ.ศ. .... เข้ามา สาระสําคัญคือให้ยุบเลิก สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วก็ยกเลิกพระราชบัญญัติสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ ในร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอเข้ามาเสนอให้มีการจัดตั้งองค์การสลากแห่งประเทศไทย แทนสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล บอกว่าจะอยู่ที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลก็สุดแท้แต่ แต่ขณะนี้สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่จังหวัดนนทบุรีในปริมณฑล นอกจากนี้ในร่าง ยังเสนอให้มีกองทุนสลากเพื่อสังคม ซึ่งเสนอมาแล้วก็ดูเข้าท่าเข้าทีนะ ในการที่จะนํา เงินรายได้จากกองทุนมาลดความเหลื่อมล้ํา แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่ในการยุบสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีองค์กรเกิดขึ้นใหม่ แล้วก็แบ่ง การจัดสรรเงินรายได้เอามาใช้จ่ายก็อยากจะกราบเรียนว่าประเทศ กําลังเผชิญปั ญหา ทุกรัฐบาลว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศ ในการปฏิรูปที่เกิด สปช. ขึ้น ทําหน้าที่เสนออะไรต่าง ๆ นั้นมีองค์กรใหม่ ๆ เสนอขึ้นเปึนจํานวนมาก
ถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน ก็ตอบว่าอยากจะเอามาจากเงินภาษีบาป ในร่างนี้บอกว่า จะเอาเงินมาจากหวย มาช่วยเหลือคนจน ถามว่า ๑๘ คณะกรรมาธิการ มีคณะกรรมาธิการ ชุดไหนเสนอการปฏิรูปเพื่อที่จะหารายได้ให้เปึนกอบเปึนกํา นอกเหนือไปจากเงินรายได้ ที่หากันตามปกติจากภาษีบุญ ภาษีบาป หวย การท่องเที่ยว หามาจากไหนครับ นี่คือประเด็นปัญหาใหญ่ว่าเราเสนอร่าง พ.ร.บ. อันนี้ไป เรามองภาพรวมของการหารายได้ เพื่อที่จะเอามาใช้จ่ายหรือเปล่า หรือว่ามีแต่อยากจะได้เงิน ในขณะนี้ก็กําลังเกิดข้อขัดแย้งกันอยู่ จะหาข้อสรุปกันอย่างไร สําหรับเงินงบประมาณที่จะแบ่งไปให้ สสส. สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส กองทุนทางด้านกีฬา นี่ยังขัดแย้งกันอยู่ถึงขั้นว่าจะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูปหรือไม่นะครับ ยังไม่ยุตินะครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าขณะนี้ทางรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังของ ครม. ชุดประยุทธ์ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เสนอเข้าไปหลังจากมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ นี้เองนะครับ ให้จัดสรรแบ่งเงิน รายได้ให้เข้ารัฐบาลน้อยลงหน่อย แล้วเอาไป ช่วยเหลือเพื่อสาธารณประโยชน์ ถ้าเราจะเสนออันนี้เข้าไปอีกก็อย่างที่อาจารย์สังศิตท่านได้ กรุณากล่าวไปแล้วว่ามันจะไปอย่างไร มาอย่างไร แล้วมันจะไปตลอดรอดฝัืงหรือเปล่า นี่ก็เปึนประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะเรียนว่าอย่าให้ได้เกิ ดข้อขัดแย้งในการปฏิรูป ที่เรามองเพียงบางส่วน บางแง่ บางมุม บางประเด็น ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมมองข้าม ไม่ได้ให้ความสําคัญ ภาคสังคม ไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ไม่ใช่เลย เรามาปฏิรูปเราก็ต้องการที่จะลดความเหลื่อมล้ํา แต่เราจะทํากันอย่างไร สําหรับการปฏิรูปโดยภาพรวมในด้านต่าง ๆ ท้ายนี้อยากจะเรียนว่าในร่าง พ.ร.บ. นี้ เสนอว่า จะให้แบ่งเงินไปให้กับภาคประชาสังคมที่เปึนนิติบุคคลด้วย และรวมถึงไม่เปึนนิติบุคคล เราก็จะให้ด้วย บรรดาชมรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาก็คงจะเกิดขึ้นกันหนุบหนับ กระจัดกระจาย กันทั่วประเทศ ถ้าหากว่ายอมรับในจุดนี้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ ผมก็กราบเรียน ท้วงติงด้วยความเคารพว่าพิจารณากันให้ถี่ถ้วนรอบคอบว่าเราจะลงมติแล้วก็จะเสนอไป ให้รัฐบาลอย่างไร หรือปรับแก้กันอย่างไร ถ้าหากว่าที่ประชุมแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ ขอบพระคุณครับ
คุณเกรียงไกรยืนยันขอเปึนคนสุดท้ายใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ความเห็นของท่านบุญเลิศ เมื่อสักครู่นี้ คล้าย ๆ ผมมี ๒ ประเด็นนะครับ ในประเด็นที่ ๑ ในฐานะที่เปึนนักธุรกิจ ผมค่อนข้างเปึนห่วง ถึงแม้ว่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดในการที่จะเปึนรัฐสวัสดิการ ประเทศเรา ยังยากจนอยู่เปรียบเหมือนบริษัทที่รายได้ก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง เราคิดการใหญ่ในการที่จะ มีแต่รายจ่าย เราตั้งองค์กรขึ้นมาซึ่งก็ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปทํางาน ซึ่งต้องมีเงินเดือน เราพยายามที่จะลดจํานวนข้าราชการลง แต่เราก็ตั้งองค์กรขึ้นมาเยอะแยะมากนะครับ เปึนความคิดที่ดีตรงที่ว่าเราจะพยายามลดความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ ใน ๔-๕ ด้าน ที่ได้มีการศึกษาขึ้นมา แต่ผมใคร่เสนอแนะในลักษณะนี้ว่าถ้าเราจัดลําดับก่อนหลังได้หรือไม่ อย่างเช่นในกรณีของคนพิการให้เปึนไพรออริตีที่ ๑ เพราะเขาช่วยตัวเองลําบาก แล้วก็ อาจจะเปึนภาระสังคม เพราะฉะนั้นตรงนี้จัดลําดับก่อนหลังได้ไหม อาจจะตามกําลังเงิน ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าเราคิดการใหญ่ในการที่จะรวมทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ช่วยให้ทางด้านสังคม อย่างเดียว ซึ่งถามว่าดีไหม ดีครับ แต่ขณะเดียวกันดูกระเปิานี้มันแฟบ โดยเฉพาะสภาวะ เศรษฐกิจในขณะนี้ ทุกท่านคงทราบว่าจริง ๆ เศรษฐกิจมันมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องของแฟกต์ (Fact) กับเรื่องของฟ่ลลิง (Feeling) เรื่องของแฟกต์มันอาจจะชี้ชัดว่าเรากําลังเงยหัวขึ้น แต่มันยังติดลบอยู่ แต่ในเรื่องของฟ่ลลิงนั้นไม่ได้เรื่องเลยครับ ตอนนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็น ในทางที่เปึนเนกาทีฟ (Negative) คือเปึนลบกับเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะฉะนั้น คนก็จะไม่ใช้เงิน
เมื่อไม่ใช้เงินภาษีที่กลับเข้ามาในส่วนของรัฐบาลก็จะมีปัญหาอีกในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมก็ใคร่คิดว่าทางกรรมาธิการซึ่งดูแลตรงนี้อยู่ถ้าไปจัดลําดับก่อนหลัง ตามความจําเปึนได้หรือไม่ ไม่ใช่เสนอทุกเรื่องขึ้นมา ถามว่าดีไหม อย่างที่ผมตอบ ในครั้งแรกว่าดี แต่ว่าเงินไม่มีเราจะทําอย่างไรกับมัน เราเก่งในเรื่องของการที่จะคิด ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เรื่องของการหาเงินเราไม่เก่งเลย เราด้อยทุกอย่างติดลบ เดือนมิถุนายนส่งออกแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าลําบากมาก นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะฝาก กรรมาธิการไป ในประเด็นที่ ๒ เปึนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการประกันสังคมถ้วนหน้า เราพยายามที่จะศึกษาออกมาว่ามีลูกจ้างในหลายหน่วยงานโดยเฉพาะของราชการ ที่ไม่เกี่ยวข้อง และคนที่ทํางานอีกหลายประเภทที่ไม่เข้าข่าย ผมอยากจะกราบเรียน อย่างนี้ว่าประกันสังคมจริ ง ๆ ป้ ๒๕๓๓ นั้นออกมาเพื่อดูแลผู้ที่ทํางานอยู่ในภาคของ เอกชน ในธุรกิจเอกชน แต่มันน่าตลกตรงที่ว่าเอสเอ็มอี (SME) ที่มีอยู่ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย เมื่อป้ ๒๕๕๖ ตัวเลขเหลือ ๒,๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย หายไป ๗๐,๐๐๐ กว่าราย เนื่องจากว่าเจ๊งไปบ้าง อะไรไปบ้าง ตรงนี้เปึนเรื่องแปลกตรงที่ว่าคนที่เปึน ลูกจ้างพยายามจะผลักตัวเองขึ้นมาเปึนนายจ้าง มาเปึนเอสเอ็มอีเล็ก ๆ ลูกจ้างก็อาจจะ มีภรรยาเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าเข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ ไปยื่นขอประกันสังคม จ่ายประกันสังคม เก็บไป ๘ เดือนก็มีหนังสือกลับมาบอกว่าให้ไปรับเงินคืน เพราะอะไร เพราะไม่มีสถานภาพของลูกจ้าง เขาถือว่าเปึนนายจ้าง เพราะฉะนั้นประกันสังคมไม่ประกัน นายจ้าง ประกันลูกจ้าง เพราะฉะนั้นเอสเอ็มอีต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่มีหลักประกันในเรื่องของ ความมั่นคงของชีวิต ทั้ง ๆ ที่เขาเติบโตขึ้นมาจากเรียกว่าไมโคร (Micro) หรือสตาร์ตอัพ (Startup) มาเปึนไมโครแล้วก็ค่อยประกอบธุรกิจส่วนตัว ลูกจ้างยังไม่มี ตัวเองคือลูกจ้าง มี ๒ สถานภาพอยู่ด้วยกัน แต่เข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ ก็ถามว่าประกันสังคมป้ ๒๕๓๓ ที่มุ่งไปสู่ผู้ประกอบการหรือลูกจ้างรายเล็ก ๆ เหล่านี้แล้วทําไมถึงไม่สามารถไปคั ฟเวอร์ (Cover) ได้ ทั้ง ๆ ที่จะประกันตนเองโดยสมัครใจก็ได้ในตอนหลังนี้ แต่คนที่ ๒ สถานภาพ กลับไม่ได้ ที่ตลกร้ายยิ่งกว่านั้นอีกก็คือว่าที่เก็บเงินไปแล้ว ๘ เดือนคืนไม่ครบ ครับ เพราะเขาถือว่าระยะนั้นประกันสังคมได้ทําหน้าที่ตัวเองไปแล้วคืนแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ยอมคืน มันก็เลยเปึนข้อครหาตรงที่ว่าแล้วเอสเอ็มอีเล็ก ๆ ที่ลูกจ้าง จริง ๆ ไม่มี ตัวเขาเองดํารงสถานภาพ ๒ สถานภาพ ในวัตถุประสงค์ของกฎหมายประกันสังคม
ป้ ๒๕๓๓ ต้องการอย่างนั้น ทําไมถึงเข้าไปสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ อย่างนี้หรือคือสิ่งที่ รัฐบาลพยายามออกมาแล้วเพื่อจะช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ๆ หรือขนาดใหญ่กันแน่ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนฝากไปทางกรรมาธิการว่าลองศึกษาตรงนี้ดู แล้วเรื่องอย่างนี้ยังลามไปถึงผู้ที่เปึน หุ้นส่วนผู้จัดการอีกด้วยซ้ําไป กรรมการผู้จัดการเขาตีความหมายว่าเปึนเจ้าของกิจการ แต่ยังดีที่ไม่ไปเรียกเงินกลับ ไม่เรียกมาให้เอาเงินคืน ยังทําไม่รู้ไม่ชี้ไป เพราะฉะนั้นในจุดนี้ ผมคิดว่าถ้าจะช่วยเอสเอ็มอีจริง ๆ ให้เขาอยู่ได้ในระบบประกันสังคมที่ท่านบอกว่าเหมาะสม สําหรับประเทศไทย ช่วยไปดูตรงนี้ให้หน่อยได้ไหม นอกจากลูกจ้างของราชการซึ่งไม่เกี่ยวข้องนี่ ถ้าทําตรงนี้ได้เอสเอ็มอีอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่ารายจะได้อานิสงส์ในส่วนนี้ด้วย แล้วจะทําให้ เขาเติบโตขึ้นมาเปึนเอ็ม (M) เปึนแอล (L) ในอนาคต ทําให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ไม่ใช่หลักประกันต่าง ๆ เหล่านี้ที่มุ่งไปสู่พวกเขาแล้วไม่ได้รับการเหลียวแลเลย ก็ฝากทาง กรรมาธิการไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ขอสนับสนุนการปฏิรูประบบสวัสดิการ สําหรับเด็กปฐมวัย ดิฉันเห็นว่าคนเราจะเปึนคนดีได้จะต้องเริ่มจากเด็ก ต้นไม้ตอนที่อ่อน ดัดง่าย แต่ถ้าแข็งหรือแก่แล้วดัดยาก ควรจะปรับปรุงระบบพัฒนาเด็กปฐมวัยตั้งแต่อยู่ใน ครรภ์มารดา โดยเพิ่มความรู้ให้ผู้ที่เปึนแม่ ผู้ที่จะคลอดออกมา แล้วก็ผู้เลี้ยงให้มีสมรรถภาพ สมรรถนะที่เหมาะสม อย่างเช่นศาสนาอิสลามจะเริ่มจากอาหารฮาลาล แล้วก็หลังจากนั้น จะฝังด้วยศาสนา หลังจากนั้นก็จะมีการดูแลสุขภาพ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากเด็กเล็ก ๆ ไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง เพราะเมื่อเด็กเล็กไม่ได้รับ การเลี้ยงดูแล้วจะทําให้สังคมเกิดปัญหาขึ้นในประเทศไทย เผชิญกับความเสียหาย เช่น เด็กมีพฤติกรรมต่าง ๆ ดื้อ ซน แล้วก็ไม่เคารพต่อ พ่อแม่ การเรียนตกต่ํา ไม่รู้หนังสือ การเรียนหยุดกลางคัน ติดยาเสพติด เกิดอาชญากรรม ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควรอยู่ในวัยใส ทําให้ประเทศขาดพลเมืองที่มีคุณภาพและแรงงานที่มีคุณภาพ ดังนั้นดิฉันว่านี่เปึนการปฏิรูป อยากจะฝากถึงกรรมาธิการค่ะ ดิฉันได้ศึกษาดูงานที่ประเทศมาเ ลเซียเขามีโรงเรียนค่ะ แม้แต่เนิร์สเซอรี (Nursery) เขามีศูนย์ให้อาจารย์เรียนบริบาลโดยเฉพาะ ไม่ได้ฝาก อสม. ไม่ได้ฝากศูนย์ที่เปึนครูที่มีจิตใจไม่ได้รักเด็ก แล้วก็พอเข้าประถมศึกษาเขามีโรงเรียนประจํา ให้พ่อแม่ไปเยี่ยม แล้วก็เด็กตั้งแต่ ป. ๑ เด็กเก่งทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาในอาเซียนหมดแล้ว ประเทศไทยต้องมี ฝากด้วยนะคะ ดังนั้นดิฉันขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ดิฉันเห็นว่าคนพิการ ยกตัวอย่าง ไอดอล นัมเบอร์ วัน (Idol number one) ก็คือท่านอาจารย์วิริยะ ดิฉันมาเปึน สปช. วันไหว้ครูดิฉันได้เอาวันไหว้ครูให้ท่านเลย ขอเปึนอาจารย์สักคนค่ะ ท่านเก่งมาก เก่งทุกอย่างเลย ทั้งปริญญา ท่านเปึนจิตสาธารณะ การจัดตั้งศูนย์บริการขอ งคนพิการในระดับจังหวัด ศูนย์บริการคนทั่วไปไม่ได้ให้การสนับสนุน ในฐานะที่ดิฉันอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะฝากให้การปฏิรูปครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ให้สับเปลี่ยนของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารระดับจังหวัด ระดับอําเภอ เพราะว่ายังไม่จริงจัง ยังไม่ทั่วถึง มีการสนับสนุนงบประมาณระดับจังหวัดหรือว่าเลือกปฏิบัติ งบประมาณ ก็ไม่ทั่วถึง แล้วก็สําหรับระดับจังหวัดพัฒนาก็ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร ศูนย์ที่เกิดขึ้นใหม่ก็ไม่มี ดิฉันได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์วิริยะได้ไปเป่ดสาขา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่มี ระเบิดท่านยังไปเป่ดปัายสาขาของท่านเพื่อประสานงานให้คนพิการ แล้วก็ท่านยังมีจิตใจ สูงส่ง ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้รักท่านตลอดค่ะ แล้วก็อยากจะเอาโครงการของท่าน ไปทําด้วย ถ้าท่านไปถึงรากหญ้าจริง ๆ ความสงบเกิดขึ้นแน่นอน เพราะคนพิการไม่ว่ากีฬา ไม่ว่าอาชีพ ดิฉันไปดูหอศิลปีของท่าน คนพิการหายากค่ะ ส่งเสริมอาชีพและรายได้ ดิฉันคิดว่าถ้าไปสนับสนุนภาคใต้ให้มากกว่านี้เปึนการส่งเสริมทุกมิติ ข้าราชการ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็จะมีชีวิตที่ปรับปรุงถึงราก หญ้าจริง ๆ ดิฉันคิดว่ากรอบภายใต้สวัสดิการ ๔ เสาหลักของคุณหมออําพล ๑. การบริการสังคม การประกันสังคม การช่วยเหลือสังคม
และสนับสนุนหุ้นส่วนของสังคม แล้วก็นโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการทุกอย่างดีมากเลยค่ะ ดิฉันอยากจะให้ไปสัมผัส แล้วก็เหมือนกับท่านอาจารย์หมอพลเดชเหมือนกันค่ะ ของสังคม ดิฉันก็เลยสมัครมาอยู่กับท่าน ขอขอบคุณค่ะ
เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ และสมาชิกที่มีเกียรติและเคารพทุกท่านครับ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ ผมดูรายงานแล้วมีความไม่สบายใจ เปึนอย่างยิ่ง นะครับ ในรายงานของท่านที่บอกว่าบันทึก วิเคราะห์สาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ท่านบอกว่าพระราชบัญญัติ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ แสวงหารายได้เปึนของแผ่นดิน ไม่สอดคล้องกับ บริบทของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ปัจจุบันอะไรมันเปลี่ยนครับ รายได้ของแผ่นดิน เปึนรายได้ของประชาชนทุกคนนําไปเพื่อบริหารแผ่นดินนะครับท่านอย่าลืมเปึนรายได้ของ ผมด้วย ท่านบอกว่าจะต้องเปลี่ยนสลากกินแบ่งรัฐบาลตามข้อ ๒.๓ ในสาระสําคัญของ พระราชบัญญัติให้เปึนบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมอยู่ในกํากับดูแล
ในพระราชบัญญัตินี้มีบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในมาตรา ๕ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติ มีอํานาจหน้าที่นี้ ขอความกรุณาครับ มันเปึนการตั้งบริษัทขายหวย องค์กรจะอยู่ในกํากับดูแลของรัฐคือ รัฐวิสาหกิจและองค์กรมหาชน โดยหลักแล้วนี่ท่านตั้งบริษัทขึ้นมาเลยนะครับ ยุบกองสลาก คือการประหารชีวิตองค์กรของเขา ท่านศึกษาวิเคราะห์หรือเปล่า ขอความกรุณา ศึกษาวิเคราะห์ให้ดี เปึนเรื่องใหญ่เปึนเรื่องของประเทศเปึนเรื่องของผมด้วย แล้วหลักการ เขียนกฎหมายผมอยู่กับกฎหมายผมเขียนกฎหมายไม่เปึนหรืออ่านกฎหมายไม่เปึนหรือเปล่า ท่านบอกว่าให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แต่ท่านไม่ยกเลิกพระราชบัญญัติ สํานักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ ท่านให้รัฐบาลไปยกเลิกเอง เท่ากับมีองค์กร ๒ องค์กร ในท้าย ๆ นี่ ท่านบอกว่าให้โอน มาตรา ๖๐ ให้โอนบรรดากิจการเงินกองทุน ทรัพย์สิน หนี้สิน งบประมาณ บุคลากร ของสลากกินแบ่งรัฐบาลตามพระราชบัญญัติสํานักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ ไปเปึนองค์กรสลากแห่งประเทศไทย ขอความกรุณาครับเขาเปึน รัฐวิสาหกิจ บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจหรื อองค์กรมหาชนกระทําความผิด มีความผิดตามพระราชบัญญัติองค์กรของรัฐ ป้ ๒๕๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษ ทางอาญา แล้วถ้าโอนเขาไปอยู่ในบริษัทเขาอยู่ในพระราชบัญญัติอะไร ก่อนที่ท่านจะเขียน กฎหมายอะไรท่านต้องดูกฎหมายหลาย ๆ ฉบับในประเทศนี้นะครับมันผูกกันไปมันผูกกันมา ท่านตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาแล้วประหารชีวิตองค์กรเดิม แนวคิดของท่านผมเห็นด้วย แต่การเขียนกฎหมายหรือการทําอะไรก็ได้ท่า นต้องดูนะครับ องค์กรของรัฐอย่างธนาคาร ออมสิน ธนาคารกรุงไทย ถ้าทําผิดไปก็ไปผิดพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทําความผิด ขององค์กรหน่วยงานของรัฐ ป้ ๒๕๐๒ กฎหมายนี้ยังใช้บังคับอยู่นะครับ มาตรา ๕ หรือ มาตรา ๑๑ นี่ครับ มีความผิดคล้าย ๆ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ การเขียน กฎหมายอย่างไม่รอบคอบอย่างนี้มันใช้ไม่ได้นะครับ ขอความกรุณาผมไม่ได้ต่อว่าแต่ว่า ดูแล้วไม่สบายใจ ขอขอบพระคุณท่านไปคิดให้รอบคอบก่อนว่าท่านจะเอากฎหมายนี้ เข้าสู่สภาหรือว่าจะถอนออกไป ถ้าความเห็นของผมขอความกรุณานะครับคิดให้มันรอบคอบ แล้วถ้าถอนได้ก็ขอความกรุณาถอนก็ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญคุณเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในป้ ๒๕๓๖ ผมได้มีโอกาสเปึนผู้แทนของ รัฐบาลไทยแล้วก็ไปปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งประเทศหนึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยในนาม ของสหประชาชาติ ผมได้เห็นสภาพของประชาชนในประเทศที่ไปทําการเลือกตั้ง เปึนประชาธิปไตยในครั้งแรกในป้ ๒๕๓๖ ในป้นั้น ทุกถนน ทุกหย่อมหญ้ามีกุ้ง หอย ปู ปลา ไฮโล โปปัืน การพนันให้ทุกประเภทอยู่ริม ๒ ข้างถนน เด็กเล็ก ๆ ดีดลูกแก้วแล้วก็การพนันกัน ผมนั่งมองประเทศนั้นว่าระหว่าง ๒ ประเทศนี้กับประเทศไทยเราว่าให้เขาพัฒนาไป ต่างหากอีก ๕๐ ป้ แล้วเราหยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องพัฒนาเลยนี่ ๕๐ ป้ของเขาคงจะไม่ทันเรา แน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องพัฒนาแล้วอยู่เฉย ๆ แต่หลังจากนั้น ๑๖ ป้ ในป้ ๒๕๕๒ ผมไปที่ประเทศนี้อีกครั้งหนึ่ง ภาพต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ว่าจะเปึนไฮโล โปปัืน กุ้ง หอย ปู ปลา การพนันข้างถนนหนทางทั้งหมดไม่เห็นอีกแล้วเขายกระดับเข้าไปสู่โรงแรม ถูกต้องตาม ระบบทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด เพราะ ๑. ผู้นํา ๒. องค์กรต่าง ๆ เขาช่วยเหลือกันแล้วก็เขาชี้นํา ให้กับพี่น้องประชาชนของเขาว่าการพนันมันเปึนสิ่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นข้างล่างเขาหยุด แต่ว่าใครที่จะขึ้นไปอยู่ข้างบนต้องไปอีกระดับหนึ่ง
ย้อนกลับมาดูที่กรรมาธิการชุดนี้เสนอร่างพระราชบัญญัติ เสนอรายงานตรงนี้เข้ามา ส่วนหนึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วย ก็เนื่องจากว่ากรรมาธิการชุดนี้ เปึนคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสังคม เราพูดกันอยู่เสมอไม่ใช่หรือครับว่าเมืองไทย เปึนเมืองพุทธ เมืองไทยไม่ชอบเรื่องการพนัน แต่ในขณะที่มีการพนันกันทุกหย่อมหญ้า ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อ ๑๖-๑๗ ป้เหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ว่ามันก็เหมือนกับ ลักษณะการเกลียดตัวกิน ไข่เกลียดปลาไหลกินน้ําแกงเช่นเดียวกันครับ ดูจากรายงาน ฉบับนี้ก็ทําให้ทราบว่าเรายังไม่ได้ศึกษาถึงความรอบคอบของการที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติ ยกเลิกสํานักงานเดิม แล้วก็ไปก่อตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมา ถามว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษา เรื่องเหล่านี้รอบคอบดีแล้วหรือยังหรือ ว่าสักแต่ว่าเสนอ เพราะว่าเวลาของสภาปฏิรูป แห่งชาตินี้ใกล้จะจบลงแล้วก็เลยต้องรีบ รีบ รีบ โดยไม่ศึกษาความรอบคอบให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แล้วก็นําเสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นประการที่ ๒ ที่ผมมองดูว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเงินหรือเปล่า เปึนพระราชบัญญัติที่เสนอเกี่ยวกับเรื่อง การเงินหรือเปล่า ถ้าเปึนร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน อยู่ในอํานาจหน้าที่ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของพวกเราหรือไม่ ต้องพิจารณาตรงจุดนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น เนื่องจากความรอบคอบ ไม่มีผลการศึกษา แล้วก็ในเรื่องของมาตรา ๗ เรื่องของรายได้ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ทําให้มองดูแล้วไม่แน่ใจว่ารายงานแล้วก็ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอ เข้ามาตรงนี้นั้นควรที่จะพิจารณากันต่อหรือว่าควรจะถอน ผมมีความรู้สึกว่าทางที่ดี ท่านน่าจะถอนเสียเถอะครับ ถอนแล้วก็ไปศึกษาหาความรอบคอบ ความละเอียด ความสมบูรณ์ให้ถูกต้อง ผลกระทบ ผลดี ผลเสีย ทั้งหลายทั้งปวงทั้งหมดเสียก่อนแล้วค่อยมา ว่ากันอีกทีดีกว่าครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณสยุมพร ลิ่มไทย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เดิมทีนั้นผมไม่ตั้งใจ จะอภิปรายเรื่องนี้ ก็คิดว่าจะรับฟังแล้วก็จะลงมติในตอนนั้นเลย แต่หลังจากที่เมื่อกี้ ได้นั่งฟังหลายท่านได้พูดถึงนี่มีความรู้สึกว่าจําเปึนต้องออกมาพูดด้วยความรู้สึกที่วิตกกังวล แล้วก็ห่วงใยมากนะครับ ผมเชื่อว่าผู้ที่เสนอเรื่องนี้ท่านมีเจตนาดี อันนี้ผมยอมรับ แต่ว่าเรื่องที่ เสนอนี้อยากเรียนว่ามีเรื่องที่จะต้องพิจารณากันหลายมิติ แล้วก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะอ่อนไหว
ผมเรียนนะครับเปึนเรื่องที่อ่อนไหว ทําไมถึงเปึนเรื่องที่อ่อนไหว เราต้องยอมรับความจริงว่า รายได้จากสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นเปึนรายได้หลักของรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาล ที่ไม่มีรายได้หลักทางอื่นที่มากพอนะครับ รายได้จากสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ถือว่า เปึนรายได้หลักต้องยอมรับนะครับ แต่ในขณะที่รายได้ของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปึนรายได้หลักนี่นะครับ เรากําลังจะพิจารณาทุบหม้อข้าวของรัฐบาลทิ้ง ผมเรียนตรง ๆ นี่คือความรู้สึกของผม ในเมื่อเปึนรายได้หลักนะครับ แล้วเรากําลังจะทุบหม้อข้าวแล้วก็ไปตั้ง องค์กรใหม่ขึ้นมา ถึงแม้ว่าเจตนาดีอย่างที่ผมเรียนว่าคือเอารายได้ส่วนใหญ่จาก สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้เพื่อกิจการสังคมนั่นเปึนเจตนาที่ดีผมไม่ขัดข้อง แต่ว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหาในมิติอื่น ๆ อีกหลายมิตินะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ท่านอาจารย์สังศิตพูดนี่เรื่องนี้เปึนเรื่องของการเสนอให้ยุบองค์กรเก่านะครับ
โดยหลักแล้วอย่างน้อยต้องเชิญผู้แทนหน่วยงานนั้นมาชี้แจง มาให้ข้อมูล อย่างน้อยก็คือ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ถ้าหากมีคนบอกว่าวันนี้จะเสนอยุบ กระทรวงมหาดไทยที่ผมเคยสังกัดอยู่นี่นะครับ โดยในข้อเท็จจริงไม่เคยเชิญผู้แทน กระทรวงมหาดไทยมาชี้แจง มาให้ข้อมูลเลย อยู่ ๆ วันหนึ่งก็มีคนเสนอให้ยุบ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเรียนเสนอในวันนี้ก็คือว่า นอกจากเรียนกับท่านกรรมาธิการแล้ว ผมอยากจะเรียนกับเพื่อน ๆ สปช. ด้วยนะครับ ไม่ว่าท่านที่ อยู่ข้างนอกหรือข้างใน ท่านช่วยดูเรื่องนี้ดี ๆ หน่อยนะครับ เปึนเรื่องที่มี ความสุ่มเสี่ยง มีความอ่อนไหว ความจริงเรื่องที่เราพิจารณาที่เข้าสู่ สปช. ส่วนใหญ่ทุกเรื่อง เรื่องไหนที่พอไปได้ส่วนใหญ่พวกเราก็ให้ความเห็นชอบทั้งนั้นแหละครับ เพราะถือว่า เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว เรื่องนี้ผมถึงเรียนว่าผมไม่เคยคิด จะอภิปรายเพิ่งมาเข้าชื่อเมื่อกี้แทบจะเปึนคนสุดท้ายนี่ครับ โดยหลักแล้วในเรื่องที่ศึกษา แต่ละเรื่องจะมี ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกก็ต้องดูว่าในเรื่องนั้นขณะนี้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ที่ต้องแก้ไข ๒. แนวทางแก้ไขปัญหาที่หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทําอยู่ ขณะนี้ได้ทําอะไรไปบ้างแล้ว ได้ผลสําเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สําเร็จควรจะเสนอปฏิรูปอะไร ในรายงานฉบับนี้ผมดูแล้วไม่มีส่วนที่ ๒ คือไม่มีรายละเอียดว่าเรื่องนี้รัฐบาลกําลังแก้ไข อะไรกันอยู่บ้าง ผมติดตามจากข่าวก็ได้รับฟังมาตลอดนะครับว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลมีนโยบาย ให้ความสนใจอย่างจริงจังในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ก็อยากจะฟังส่วนนี้ก่อนด้วยว่า รัฐบาลเขากําลังทําอะไรอยู่ กําลังแก้อะไรอยู่ ได้ผลหรือไม่ แล้วเราจะไปช่วยต่อยอดตรงไหน ของรัฐบาล นี่อยู่ ๆ เราจะกระโดดข้ามมาเสนอเลยนะครับ บอกว่าให้ยุบสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลทิ้งแล้วตั้งมาเปึนองค์กรใหม่ขึ้นมา เอารายได้ซึ่งเคยเปึนรายได้หลัก ของรัฐบาลไปจัดเปึนกิจการเพื่อสังคม ผมว่าต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบเปึนอย่างยิ่ง ผมไม่ถึงขั้นที่จะเสนอให้ถอนหรอกครับ แต่ว่ามันมีวิธี ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนการนําเข้าสู่ สภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนครั้งแรก ถ้าจะทําแบบเรื่องก่อน ๆ ก็เข้ามาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ก่อนได้ไหมครับ วันนี้ท่านก็รับฟังไป แล้วท่านก็เอากลับไปพิจารณาอีกรอบหนึ่งก็ยังได้ ก็ไม่ถึงขั้นเรียกว่าถอนนะครับ เปึนขั้นของการเข้ามาเพื่อรั บฟัง ก็เรียนด้วยความห่วงใย ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ด้วยความห่วงใยนะครับ แล้วก็ผมยืนยันว่าผมคิดว่าผู้เสนอมีเจตนา ที่ดีมาก เพียงแต่ว่าช่วยพิจารณาด้วยความรอบคอบเถอะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองศาสตราจารย์เปรื่อง จันดา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส และกรรมาธิการทุกท่านครับ ความจริงแล้วผมก็ต่อคิว ไม่ได้คิดว่า จะอภิปรายเหมือนกัน ต้องขอยืมคําท่านผู้ว่าสยุมพรมาใช้นะครับ เรื่องนี้ผมพิจารณาแล้ว ประการที่ ๑ ท่านเขียนว่าเปึนวาระเพิ่มเติม แต่ขณะนี้เรากําลังอยู่ในระหว่างกรรมาธิการ รายงานผลการที่ไปศึกษารวบรวมเปึนรอบ ๒ แต่อันนี้เปึนวาระปฏิรูปเพิ่มเติม จะสอดคล้องกับ สิ่งที่เราทําอยู่หรือไม่ ประการที่ ๒ ผมคิดว่ามาตรา ๓ ค่อนข้างจะเปึนความรู้สึกที่ค่อนข้าง รุนแรงกับพวกเราสักนิดหนึ่ง ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ป้ ๒๕๑๗ รัฐบาลดําเนินการมาแล้ว ๔๑ ป้ แล้วคุยกับรัฐบาลดีหรือยังครับ คุยให้ท่านเข้าใจ หรือยังว่าเจตจํานงของเรานั้นเราต้องการไปทําเพื่อให้เกิดมีกองทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม และท่านเห็นด้วยกับเราหรือยัง อันนี้เปึนเรื่องที่น่าจะมีส่วนที่จะสนับสนุนเพื่อที่จะนําไปสู่ การนําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมเหมือนกับว่าเรากําลังเอากําลังของลูกไปล้มแม่ เกรงว่าแม่จะไม่เข้าใจแล้วก็จะเกิดปัญหาตามมานะครับ ประการที่ ๓ ผมดูที่หมวด ๑ ให้มี กิจการสลากตามพระราชบัญญัตินี้
แล้วก็มาตรา ๗ นํารายได้ไปสนับสนุนเพื่อพัฒนาสังคมที่ดําเนินการโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม และภาคประชาสังคม อันที่ ๒ เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส อันที่ ๓ เพื่อการบริหารจัดการขององค์การ ตรงวัตถุประสงค์นี้ วัตถุประสงค์ เดิมของพระราชบัญญัติสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปึนอย่างไร เราไปล้มวัตถุประสงค์ ของเดิมหรือเปล่า หรือว่าได้ศึกษามาดีแล้ว ในหน้า ๒๐ คณะกรรมการบริหารองค์การสลาก แห่งประเทศไทย มาตรา ๑๓ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสภาสมาคมคนพิการทุกประเ ภทแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมสภาผู้สูงอายุ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ เปึนกรรมการ แต่ไม่ระบุว่าเปึนจํานวนเท่าไร หมายความว่าผู้แทนจากทุกองค์กรนี้ เปึนกรรมการหมด ลักษณะของการจัดเปึนกรรมการในแต่ละองค์กรนั้นเขามักจะถ่ว งดุล เพื่อให้เกิดการดูว่าอะไรเหมาะสม ไม่เหมาะสม แล้วกรรรมการก็เปึนผู้ชี้ขาดในการดําเนินการ ฉะนั้นไม่มีระบุจํานวนตรงข้อ ๓ นี้ผมคิดว่ามันทําให้เห็นว่าจะมีกรรมการตรงนี้มากเกินไป หรือเปล่ากับกรรมการในจุดอื่น ประการต่อไป ในเรื่องของการจัดสรรรายได้ ที่เกิดจากการจําหน่ายสลาก นี่ก็เหมือนกันมันคงจะไปดูที่ว่าวัตถุประสงค์เดิมที่รัฐบาล มีสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นเขาตั้งไว้อย่างไร แต่ท่านเขียนไว้ว่าร้อยละ ๖๐ เปึนเงินรางวัล ร้อยละ ๑๕ เปึนเรื่องของการบริหารจัดการในคณะกรรมการ ร้อยละ ๑๐ ส่งนําเปึนเรื่องของรำยได้ของแผ่นดิน และไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ จัดสรรเข้ากองทุน วิสาหกิจเพื่อสังคม อันนี้เอาตัวเลข เอาปริมาณมาจากไหน เทียบกันอย่างไรกับวัตถุประสงค์ ของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วก็มาตรา ๒๖ ข้อ ๔ ก็อาจจะขัด ๆ กันอยู่ว่า ตรงนี้ท่านอยากได้เงินมาเปึนกองทุน แต่ท่านบอกว่าใน (๔) มาตรา ๒๖ สนับสนุนนโยบาย มาตรการในการปัองกันและลดผลเสียจากการพนัน การเสี่ยงโชค กลายเปึนว่า จะต้องไปศึกษาเรื่องนั้น ถ้าผลออกมาแล้วประชาชนไม่เห็นด้วยจะทําอย่างไร ศึกษาวิจัย และสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ลด ละ เลิกการเล่นพนัน และการเสี่ยงโชคทุกประเภท แต่ว่าในลักษณะของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องการเงินเข้ากองทุน ฉะนั้นมันก็มีอะไรขัดกันอยู่ สิ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างมากก็คือสิ่งที่เราจะไปล้มในสิ่งที่ชาติทําอยู่ กับเราเปึนคณะกรรมการ
ในการปฏิรูปนั้นเราจะทําได้มากน้อยแค่ไหน ก็อยากให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ถ้าจะทําได้จริง ๆ แล้วก็คงจะมีการพูดคุยกันให้มากกว่านี้ ขอบพระคุณครับ
เข้าใจว่ามีท่านสุดท้าย คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ท่านประธานครับ ผมเองนั้นชื่นชม คณะกรรมาธิการมาโดยตลอดในเรื่องการต่อสู้เพื่อเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ หรือชุมชน ผมชื่นชมครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าการชื่นชมของผมนั้นมันจะขัดกับหลักการและ เจตนารมณ์ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมจําได้ว่าการอภิปรายคราวที่แล้วไม่มีวาระเรื่องของ สลากวิสาหกิจ สลากวิสาหกิจเข้ามามันเหมือนกับแทรกเข้ามา เหมือนกับว่าพวกเรานั้น ไม่ได้อ่านหรือไม่รู้เรื่อง วิธีการแบบนี้ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน การอภิปราย คราวที่แล้ว หลักสําคัญนั่นก็คือว่านําข้อเสนอแนะ ข้ออภิปรายของสมาชิกไปแก้ไขปรับปรุง และนําเสนอ มันก็เหมือนวาระซ่อนเร้น ป์าชุมชนเมื่อวันก่อน อยู่ ๆ เสนอญัตติอีกแบบหนึ่ง เสนอซ้อนกับญัตติของกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แบบนี้เปึนวิธีการที่ผมไม่เห็นด้วยครับ นําเรียนด้วยความเคารพ
เมื่อผมมาดูไส้ในครับท่านประธาน ผมมาอ่านดูเรื่องนี้แนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจ เพื่อสังคมอย่างหลายท่านอภิปราย รายงานครั้งนี้มันเหมือนรายงานเกี่ยวกับการเงิน ไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. ต้องมาพิจารณาด้วยซ้ํา ซึ่งจริง ๆ แล้วผมบอกได้เลยว่าเจตนา ของกรรมาธิการเปึนเรื่องที่ดีมากต้องการหาเงินช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเด็ก สตรี คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผมเห็นด้วยครับ แต่เรามีวิธีการอื่นที่จะหาเงินเยอะแยะมากมาย ท่านประธานครับ ท่านลองเสนอว่าเหมือนต่างประเทศบางประเทศอย่างประเทศฟ่ลิปป่นส์หรือห ลาย ๆ ประเทศเขาออกสลากรายวัน ออกรายวันครับท่านประธาน ที่นี่ออกเดือนละ ๒ ครั้ง ท่านอาจจะเอาชมรมสลากเพื่อคนพิการออกสักครั้งหนึ่งเดือนละครั้งย่อมทําได้ผมคิดให้ครับ ๒. ผมเคยอภิปรายที่สภาแห่งนี้ว่ากาสิโนที่ผมเสนอ ว่าเอาเงินรายได้จากกาสิโนป้หนึ่งเปึน แสนล้านบาท หมื่นล้านบาทมาช่วยเหลือคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส นี่คือวิธีคิด วิธีหาเงินมันถึงจะถูกต้อง แต่การที่มีวาระซ่อนเร้นแล้วตั้งเปึนบริษัทใหม่ผมถือว่าเปึนการปล้น ไปยุบองค์กรเขา แต่ถ้าเขายุบองค์กรท่านท่านจะรู้สึกอย่างไรนี่คือความเปึนจริงครับ แล้วประกาศของ คสช. เขาปรับปรุงแล้วเราเห็นอยู่ ท่านประธานครับ ประกาศของหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๘ ได้กําหนดให้วิธีการจัดตั้งกองทุน สลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม มีข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เกี่ยวกับสังคมโดยทั้งสิ้น ทั้งวิจัย เรื่องการพนันทั้งอะไรต่าง ๆ มีหมด แล้วท่านจําได้ไหมเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคมที่เราประชุม ร่วมระหว่าง สนช. คณะรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ว่าสภาแห่งนี้อะไรที่ รัฐบาลกําลังทําอยู่แล้ว สปช. แห่งนี้ไม่ต้องทําจําได้ไหมครับ จะเปึนการซ้ําซ้อนสําหรับเรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาล ท่านได้ปฏิรูปแล้ว และดําเนินการจึงถื อได้ว่าเปึนความสําเร็จ อยู่ในระดับหนึ่งเปึนที่น่าพอใจ สิ่งนี้ผมจําได้เสมอและบันทึกไว้เสมอ เพราะฉะนั้นจากรายงาน ฉบับนี้โดยส่วนตัวของผมไม่เห็นด้วยโดยทั้งสิ้น แต่รายงานอื่น ๆ ที่เห็นนั้นเห็นด้วยกับ กรรมาธิการ ถ้าเปึนไปได้เอาวิธีที่ผมหาเงินให้ท่านช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนพิการ กาสิโนครับ กาสิโนเปึนสิ่งที่ดี เดี๋ยวนี้มันเปึนเอนเ ทอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) คนไทยเข้าได้ต้องอายุเกิน ๓๐ ป้ ต้องมีเงินโชว์มันนี (Money) มีอะไรต่าง ๆ เยอะแยะมากมายวิธีการ ไม่ใช่การมอมเมาครับ ท่านมาช่วยผม เรามาช่วยผลักดันช่วยกัน เอาเงินรายได้กาสิโนป้หนึ่งเปึน แสนล้านบาท หมื่นล้านบาท มาช่วยพัฒนาสังคม การศึกษา ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ คนพิการ ท่านประธานครับ
นี่คือสิ่งหนึ่ง แต่พวกเราคิดต่าง การคิดต่างไม่ใช่เรื่องแตกแยก ครับนี่คือแผ่นดินไทย นี่คือเมืองไทย ผมอยากจะเห็นแผ่นดินไทยแห่งนี้ปฏิรูปในทิศทางที่ดี คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเราคิดจะทําดีเพื่อแผ่นดินเกิดได้ ขอบคุณครับ
เปึนอันว่าท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงขออภิปรายจบแล้วนะครับ ผมจะขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการและประธานกรรมการตอบข้อชี้แจงซักถามของท่านสมาชิก เชิญครับคุณหมอ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ประธานกรรมาธิการนะครับ เดี๋ยวตอนท้ายผมจะขออนุญาตสรุปก่อนที่ท่านจะไปสู่ การให้สมาชิกได้ลงมติอีกทีนะครับ ช่วงนี้ผมขอเพียงแต่มีประเด็นสําคัญประเด็นหนึ่ง ที่ทางท่านสมาชิกได้กล่าวถึงเรื่องของเมื่อพูดถึงเรื่องการแก้กฎหมาย การเสนอกฎหมาย ปรับปรุง และการออกกฎหมายนี่บอกว่าจะเปึนปัญหาอุปสรรคขัดขวาง
ผมเรียนนิดหนึ่งครับว่าเรื่องสวัสดิการสังคมทั้งระบบที่เราได้วิเคราะห์ไว้นี่มีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องอยู่ทั้งหมดตั้ง ๗๐ กว่าฉบับ กฎหมายส่วนหนึ่งก็ไปด้วยกันได้ แต่กฎหมาย อีกส่วนหนึ่งก็กระจัดกระจายมากแล้วก็เปึนปัญหาอุปสรรคที่จะพัฒนาหรือปฏิรูประบบ สวัสดิการสังคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเสนอเข้ามาส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนแรกก็เปึน การขจัดปัญหาอุปสรรคที่การแก้ไขกฎหมายเก่าแล้วก็มีการเสนอออกกฎหมายใหม่ เพื่อจะสร้างกลไกส่งเสริม อันนี้ผมตอบสั้น ๆ เท่านั้น สําหรับสิ่งที่ท่านได้อภิปรายส่วนใหญ่นั้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแผนวาระปฏิรูปที่ ๒๙ นั้นก็เปึนข้อสังเกต เปึนข้อคิดเห็นที่จะนําไป ปรับปรุงได้ทั้งสิ้น ทีนี้มีประเด็นเรื่องสําคัญมากก็คือเรื่อง ๓.๓ เรื่องรายงานเดี๋ยวผม จะขออนุญาตขมวดตรงนั้นอีกทีหนึ่งว่าอะไรเปึนอย่างไร แต่ก็อยากจะให้เจ้าของเรื่องซึ่งเปึน ผู้ที่ผลักดันเรื่องนี้กับทาง สนช. ด้วย สปช. และ สนช. ที่ผลักดัน ที่อาจารย์ได้เล่าไว้แล้วตั้งแต่ ส.ว. ผลักดันมาจนถึงวันนี้ แล้วเปึนเจ้าของเรื่องนี้ที่จะเสนอ ผมอยากให้อาจารย์วิริยะ ได้มีโอกาสอธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง แล้วตอนท้ายผมขออนุญาตท่านประธาน จะกลับมาขมวดอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมต้องขอบคุณที่ทุกท่านได้ให้ความเห็น ผมขอชี้แจง อย่างนี้ว่าหลายเรื่องผมว่าเกิดจากความเข้าใจผิด เรื่องแรกของคุณกอบกุล พ.ร.บ. ที่เราแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราไม่ได้เปลี่ยนจาก ผู้อํานวยการเปึนอธิบดี แต่เนื่องจากมันมีกฎหมายเปลี่ยนโครงสร้าง มีการปฏิรูปโครงสร้าง กระทรวง พม. แล้วก็ยกระดับสํานักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ไปเปึนกรมแล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายตัวนี้ก็เลยต้องแก้ตาม คือทุกวันนี้มันเปึนกรมอยู่แล้ว แล้วเราก็ต้องแก้ตาม เราต่อต้านไม่ไหวครับ เราไม่ยอมให้เปึนกรม แต่เมื่อรัฐบาลเอาไปเปึนกรม เราก็ไม่ได้ว่าอะไร เราก็มาแก้ตัวนี้ให้สอดรับกัน แล้วคณะกรรมการนโยบายคนพิการแห่งชาติ มีมานานแล้วค รับ มีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็กรุณาพวกเรา มาโดยตลอด อย่างเช่นในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมต้องให้ความดีความชอบ กับท่านว่า ๑. ท่านกําหนดโควตาการจ้างงานร้อยละ ๑ แล้วไม่จ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน ตอนนี้ทําให้มีเงินไหลเข้ากองทุนป้หนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้กองทุน คนพิการมีเงินอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรีบ
ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธจึงเชิญทีม ส.ส. มาช่วยเราคิดว่าจะเร่งใ ช้เงินให้มันเกิด ประโยชน์กับคนพิการอย่างไร จึงต้องชี้แจงให้ทราบ หรือสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็เช่นเดียวกัน ท่านก็ออกหวยการกุศลเอาเงินเข้ากองทุนคนพิการ ๘๘๐ ล้านบาท หวยการกุศลที่เราจะดึงมาใส่กองทุนทั้งหลาย หรือสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านก็มานั่ง เปึนประธานให้ ผมขออธิบายยาวนิดหนึ่งเพื่อให้เห็นว่าเรื่องของคนพิการนี่ก็ทํางาน กับฝ์ายการเมืองมาโดยตลอด สมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีนโยบาย ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลไปทําสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ เพราะฉะนั้น ท่านเห็นเลยศาลากลางจังหวัดทุกแห่งเรียบร้อย แล้วก็หน่วยงานราชการหลายแห่งก็อยู่ใน โครงการนี้ที่รีบทําสิ่งอํานวยความสะดวก อันนี้ผมก็ขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ว่าเราไม่ได้ไปเปลี่ยนโครงสร้างอะไรเลย เราเพียงแต่แก้ตาม แล้วเรื่องที่ ๒ ที่บอกว่ากองทุนเปึนโปรเจกต์ เบส (Project based) คนเขียนโครงการเก่งก็ได้เงิน อันนี้เราเห็นด้วย เราจึงเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธก็เห็นชอบแล้วเราจะไม่ใช้ โปรเจกต์ เบส แต่เราจะให้เอาต์ คัม (Outcome) โดยมีค่าตอบแทนเปึนรายหัว
ผมยกตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยคนพิการก็ได้ชั่วโมงละ ๕๐ บาท ศูนย์บริการได้งบบริหาร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ล่ามภาษามือถ้าจัดบริการล่ามภาษามือชั่วโมงละ ๖๐๐ บาท ศูนย์บริการ ที่จัดล่ามภาษามือไปให้บริการที่ต่าง ๆ ก็ได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นต่อไปศูนย์บริการ จะทํากิจกรรมอะไรมันจะเปึนรายหัวลงมา รายหัวมันจะเปึนประโยชน์นะครับ เราจะเน้น ผลผลิต ผลสําเร็จของงาน เช่น นวดไทยที่ตาบอดเราไปทํา ก็จะกําหนดเลยว่าถ้าคุณนวดปุ็บ คุณต้องผ่านมาตรฐานนี้แล้วก็เอาไปเลยหัวละ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็อบรมให้เสร็จ ภายใน ๓ เดือน เราจะมาเน้นเรื่องเอาต์คัมเราจะไม่เน้นเรื่องโปรเจกต์ เบสอีกแล้ว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วทางกองทุนก็กําลังจ้างคนทําวิจัยว่าในแต่ละเรื่อง รายหัวควรจะเปึนเท่าไร อันนี้ผมก็ขอชี้แจงว่าเมื่อมันเปึนรายหัวแล้ว ศูนย์บริการก็ไปบริการ ให้มันถูกที่เหลือก็เปึนงบบ ริหารได้ อันนี้ก็ขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทีนี้เกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. กิจการสลาก วิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ถามว่าเรากับรัฐบาลต่อยอดกัน หรือเปล่า ต้องบอกว่า ต่อยอดกันมาโดยตลอดครับ เรื่อง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ที่เราเสนอปรับปรุงได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ องมาโดยตลอด ในสมัยรัฐบาลที่แล้วเราก็ปรึกษาหารือจนทําเปึนงานวิจัยสําเร็จเรียบร้อย เมื่อมีการปฏิวัติ เราก็รีบเอางานวิจัย ไปเสนอ คสช. แล้วก็ขอให้ คสช. ช่วย แล้ว คสช. ก็ใช้มาตรา ๔๔ ก็ปรับตามงานวิจัยนั้น หลายส่วน เช่น ลดรายได้ที่เข้ารัฐลงจาก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ให้มีการรณรงค์ ลด ละ เลิกการพนัน คสช. ก็เอาไปตั้ง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึนกองทุน ลด ละ เลิกการพนัน แล้วก็บอกว่าให้เพิ่มรายได้ให้กับคนพิการ เพราะว่า เดิมคนพิการได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็คือประมาณ ๐๕.๖๐ บาท จะไม่ขายเกินราคามันอยู่ไม่ได้ ยิ่งรัฐบาลมีนโยบายว่าคุณเอาไป ๑๐ เล่มยิ่งเปึ นไปไม่ได้ที่จะอยู่ได้ เพราะฉะนั้น คสช. ก็ใจดีครับ ก็เพิ่มเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเปึน๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เปึน ๙.๖๐ บาท ส่วนเราก็มาต่อยอดให้ครับ ที่เราเสนอผมขออภัยพอดีเราแก้ใน พ.ร.บ. ไม่ทัน เนื่องจากว่า เราต้องเอากฎหมายชุดนี้ไปปรึกษาหารือทั้งซีกรัฐบาลแล้วก็ ทั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังเราก็เลยปรับ เพาเวอร์พอยต์วันนี้ที่เราเอามาเสนอในเวลาที่ เราพรีเซนต์ (Present) เราเพิ่มให้กับคนขายจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ถามว่า ไปเอามาจากไหน ก็เอา ๓ เปอร์เซ็นต์ที่ไปตั้งเปึนกองทุนลด ละ เลิกการพนันมาเติมให้กับ
ผู้ขายรายย่อย ทําไมเติมให้กับผู้ขาย รายย่อยก็เพื่อจะไม่ให้ขายสลากเกินราคา แล้วก็มี รายได้มากและอยู่ได้อย่างที่ผมพูดไปแล้ว ถ้าเราเพิ่มให้ผู้ขายรายย่อยเปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้ ๓ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ผู้กระจายก็ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิม รายย่อยก็จะมีรายได้ใบละ ๑๒ บาท ที่ผมพูดไปแล้ว ๑๒ บาทเราให้ ๑๐ เล่ม เดือนหนึ่งก็อยู่ได้ ก็ ๑๒,๐๐๐ บาทที่ผมพูดไปแล้ว สําหรับคนที่เคยมี ๒๐ เล่ม เดิมที่สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังย อมให้คนที่เคยได้โควตา ๒๐ เล่มเดิมก็ให้ได้ต่อไป ก็จะได้ถึง ๒๔,๐๐๐ บาท เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาขายสลากเกินราคา และถ้าเกิน เราก็จับได้ อันนี้เปึนการต่อยอดนะครับ เพราะฉะนั้นมันเปึนการต่อยอดกันไปมา ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เราก็แหกคอกออกมา ทีนี้เรื่องผมตั้งองค์กรใหม่ไหม ไม่ได้ตั้งครับ
ถามว่าได้ปรึกษารัฐบาลชุดนี้ไหม ปรึกษาครับ ก็คือชุด สนช. ครับ ได้จัดสัมมนาครับ ท่านรัฐมนตรีรับปากมา แต่เมื่อในที่สุดท่านมาไม่ได้ ท่านก็ให้รัฐมนตรีช่ วยว่าการมา ประธานสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็มาเอง แล้วก็ผู้แทนสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็มาฟังความเห็นของภาคประชาชน แต่จัดฝัืง สนช. ไม่ได้จัดฝัืง สปช. เพราะเราทํางาน เปึนเครือข่ายไม่ได้ยิงลูกโดด แล้วก็แสดงความคิดเห็นกันว่าควรจะเอารายได้มาใช้เพื่อสังคม ในส่วนที่เปึนส่วนเกิน เอาละตอนที่เราเสนอกับรัฐบาลนั้นสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่เมื่อเราเข้ามาพูดคุยกับคณะกรรมำธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ฟังความคิดเห็นคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังก็มองว่าเดี๋ยวมันจะไปเข้าเรื่องเอาเงิน ของแผ่นดินเหมือนเอียร์มาร์ก แทกซ์ (Earmark tax) หรือเปล่า แต่ถ้ามันเปึนบริษัทวิสาหกิจ เพื่อสังคมมันก็จะไม่เข้าเรื่องเอียร์มาร์ก แทกซ์ แล้วถามว่าบริษัทนี่มันก็ไม่ได้เปลี่ยน รัฐวิสาหกิจเลยมันก็ยังเปึนรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม ก็เหมือนไปรษณีย์ไทย เหมือนแคท เทเลคอม (CAT Telecom) เหมือนทีโอที (TOT) เหมือนบริษัทการไฟฟัาก็คือยังเปึนรัฐวิสาหกิจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ไปเปลี่ยนอะไรเลยครับ เพียงแต่เปลี่ยนรูปบริหารงานเปึนแบบบริษัท เท่านั้นเอง แต่ถ้าที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยเราก็กลับไปที่เดิมได้ เพราะว่าร่างที่คณะกรรมการศึกษา แล้วตอนพูดคุยกับรัฐบาลนั้นยอมรับครับเรายังไม่ได้เสนอเปึนรูปบริษัท การที่มาปรับ เปึนเสนอรูปบริษัทนี่มาปรับเมื่อเราไปปรึกษากับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เมื่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังว่าถ้าเปึนบริษัทแบบไปรษณีย์ไทย เขาก็บริหารงานได้ดี มันบริหารแบบบริษัทไม่บริหารแบบราชการ ก็น่าจะดีเราก็รับมา แต่ถ้าที่ประชุมแห่งนี้บอกว่าอย่าไปแตะเขาเลยกลับไปเหมือนเดิม ผมไม่ติดใจ ไม่แตะก็ได้ครับ ตรงนี้ไม่ได้ติดใจอะไรเลย เพราะว่าร่างเดิมที่เราเคยเสนอรัฐบาลเราก็ไม่ได้แตะ แต่เมื่อเรา ปรึกษาหารือแล้วอะไรที่เราเห็นว่าแตะแล้วมันดีขึ้นเราก็แตะ แต่ถ้าที่แห่งนี้บอกว่าอย่าไปแตะ เขาเลยเราก็ไม่แตะ แล้วถามว่ารายได้ของรัฐน้อยลงหรือไม่ ตอนที่เราเสนอรัฐบาลก็คือ ให้รัฐบาลเก็บเปึนภาษี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม รัฐบาลก็บอกว่ายังต้องการเปึน สลาก เอารายได้เข้ารัฐ เพราะฉะนั้นเราจึงเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล ๕๐ ล้านฉบับ ก็ยังให้รัฐเหมือนเดิมครับ เราไม่ได้ไปแตะเลย เราเพียงแต่ขอ ขออะไรครับ ก็ขอสลาก
การกุศลที่มันมีอยู่ ๒๐ กว่าล้านฉบับ แล้วตอนนี้มันกําลังจะหมดวัตถุประสงค์ในการใช้ อย่าลืมนะครับ ๒๒ ล้านฉบับหรือประมาณ ๒๔ ล้านฉบับนี่มันเปึนผลิตผลจากรัฐบาลก่อน ๆ ว่าออกสลากการกุศลไปใช้เรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วเดือนสิงหาคมมันก็จะจบแล้วสลากการกุศล ก็ไม่มีว่าจะเอาไปทําอะไร จริง ๆ แล้วรัฐบาลที่แล้วก็เคยรับปากว่าถ้าสลากการกุศลหมด การใช้เรื่องอื่นแล้วก็จะเอาเงินไปเข้ากองทุนการศึกษา ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีมติ ครม. ชัดเจนครับ แล้วก็มีมติ ครม. อยู่หลายเรื่องว่าเมื่อสลากการกุศลจบแล้วนี่จะเอาสลาก การกุศลไปใช้อะไรอีก มีครับ เราเคยเห็นว่าแทนที่จะปล่อยสลากการกุศลเปึนไปตามแต่ รัฐบาล แล้วภายภาคหน้าก็ไม่รู้เอาไปทําอะไรอีก เราก็มาทําให้มันเปึนระบบเท่านั้นเอง แล้วก็แค่ขอเอาสลากการกุศลมาใส่กองทุนเท่านั้นเองครับ เราไม่ได้ไปแตะ สลากกินแบ่งรัฐบาลเลยครับ เราก็มีพรีเซนต์ เปเปอร์ (Present paper) เราชัดเจนเลยว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล ๕๐ ล้านฉบับหารายได้เข้ารัฐก็หารายได้เข้ารัฐ เราไม่ได้ไปแย่งไม่ได้ไปแตะ
แล้วสลากการกุศลมันก็ไม่ได้มีรายได้เข้ารัฐมันก็ไปช่วยที่โน่นช่วยที่นี่อยู่แล้ว เราก็เพียงแต่ เอามาเปึนระบบว่ามาใส่กองทุนแล้วให้มันไหลไปตามกองทุนต่าง ๆ ดีไหมเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นถามว่าเปึนการต่อยอดไหม ต่อยอดครับ จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็เสนอแก้ พ.ร.บ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่เมื่อจัดสัมมนากับเราปัูบนี่รัฐบาลก็ดึงออกมาจาก กฤษฎีกาแล้วครับ เพราะฉะนั้นฉบับที่รัฐบาลกําลังแก้ไขนี่เสนอเข้ากฤษฎีกาก็ดึงออกมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเสนอเรื่องนี้ไปประกบมันก็ไปต่อยอดกันเท่านั้นเองครับ แล้วถามว่า มันเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายไหม ในตัวโครงสร้างผมว่ามันแทบไม่เปลี่ยน แต่เราอยากให้ ปรัชญามาเปึนเพื่อวิสาหกิจ เพื่อสังคม ก็เพื่อไม่ต้องมานั่งถกกันว่าเอียร์มาร์ก แทกซ์ หรือเปล่า ถ้ามันยังเปึนองค์กร ไม่เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม คนก็จะมาบอกว่าแบบนี้มัน เอียร์มาร์ก แทกซ์ ดี ๆ นี่ เดี๋ยวมันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าองค์กรแปลงรูปมาเปึนบริษัท เหมือนไปรษณีย์ไทย เหมือนแคท เทเลคอม เหมือนสารพัด รัฐวิสาหกิจที่แปลงรูปมาเปึน บริษัทแล้วก็บริหารงานบริษัท แล้วก็มีคุณภาพนี่ ถ้าทําแบบนี้มันมีคุณภาพดีขึ้นเราก็ยินดีรับ เท่านั้นเองครับ แล้วมันก็จะชัดเจนว่าไม่เปึนเอียร์มาร์ก แทกซ์ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า เรื่องนี้มันเกิดจากความเข้าใจผิดของท่านหลายท่าน ถามว่ารัฐบาลรับรู้ไหม รับรู้มาตลอด ไม่รับรู้แล้วจะมาร่วม เปึนวิทยากรรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร เพียงแต่ฉบับที่เสนอนั้น ตอนที่รัฐบาลมาร่วมผมยอมรับครับ เราไม่ได้เสนอว่าเปึน บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เราเพิ่งมาเปลี่ยนใจตอนที่เอาไป เข้าคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เพราะเราจะฟังทุกชุดครับ ที่มันช้านี่เพราะต้องไปฟังชุดโน้น ชุดนี้ตลอดครับท่านประธาน ตอนแรกผมก็ดีใจมีคนบอกผมว่าเอาไปให้ท่านสังศิตดูแล้ว ท่านเห็นด้วยแล้ว ผมก็ดีใจตายชักเลยครับ เพราะว่าถ้าไม่บอกว่าเห็นชอบแล้วนี่ ผมจะวิ่ง ไปคุยครับ เพราะว่าก็เคยทํามาด้วยกันมาก่อนครั้งนั้น แต่ครั้งนี้ที่ไม่ได้คุยเพราะว่ามีผู้ใหญ่ บอกผมว่าได้ไปคุยกับท่านแล้ว แล้วท่านเห็นชอบแล้ว ผมก็ดีใจก็เลยไม่ได้ไปคุยกับท่าน ก็ขออภัยด้วย ส่วนใหญ่มันก็เปึนปัญหาเรื่องการสื่อสาร อันนี้ก็ต้องขออภัย แต่ยินดีที่จะรับฟัง จากทุกท่านเอามาปรับที่ผมฟังมานี่ส่วนใหญ่บอกว่าอย่าไปเปึนบริษัทเลย เปึนองค์กรของเขา เหมือนเดิมนั่นแหละ ผมก็ยินดีครับ ก็ไม่เปึนบริษัทก็ไม่เปึนบริษัท แต่เราก็จะทําหมายเหตุ เอาไว้ว่าถ้ามันเปึนบริษัทมันจะดีอย่างนั้นนะ ถ้ารัฐบาลจะเอาก็เรื่องของรัฐบาล เพราะว่า ในที่สุดมันก็เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะทําครับ ผมก็หวังว่าถ้าฉบับนี้เข้าไปประกบรัฐบาลก็จะได้เอา
ฉบับที่ดึงออกมาจากกฤษฎีกานี่มาดูด้วยกัน แล้วรัฐบาลจะปรับตามเราหรือไม่ก็เรื่องของ รัฐบาลครับ เพราะเรามันเปึนต้นเรื่องที่นําเสนอ ทีนี้ผมขอตอบเรื่องสลากไม่ให้เกินราคา เหตุผลแรก เราเพิ่มรายได้ให้ผู้ขายรายย่อยจาก ๐๙.๖๐ บาท คืออันนี้ผมต้องขอบคุณ คสช. ที่เพิ่มจาก ๐๕.๖๐ บาท เปึน ๐๙.๖๐ บาทให้รายย่อยเพื่อให้รายย่อยอยู่ได้ แล้วก็ต่อยอด ให้เปึน ๑๒ บาท ยิ่งอยู่ได้ใหญ่รายย่อยจึงไม่มีเหตุผลจะขายเกินราคา ถ้าขายเกินสมควร แก่การถูกจับครับ ทีนี้เราบอกว่ามันมีหลายเสือเราก็เลยจับเสือเข้ากรงอย่างไรครับ ก็คือให้มี บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เพราะฉะนั้นสมาคมต่าง ๆ สภาสังคมสงเคราะห์ที่ได้สลากแล้วก็ไป กระจายให้กับสมาชิกก็เพียง ต่ตั้งเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็เอารายได้ทั้งหมด ไปสนับสนุนสมาคม ไปสนับสนุนสภาสังคมสงเคราะห์ เพียงแต่เมื่อคุณเปึนวิสาหกิจ เพื่อสังคมแล้วคุณต้องโปร่งใสครับ คุณจะมาซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิาไม่ได้เท่านั้นเองครับ อย่างที่ผมบอกมีผู้นําคนพิการ แล้วก็มีหลายคนซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิา เราก็เพียงแต่เอา บริษัทมาครอบว่าเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมปุ็บคุณต้องแจกให้สมาชิกไปขายนะ
คุณจะซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิาเองไม่ได้นะ แล้วถามว่า ๕ เสือล่ะ ๕ เสือก็จับเข้ากรงอย่างไร ก็ให้เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมเหมือนกันถ้าจะทํา แล้วคุณก็มีเงินเอาเข้ากระเปิาตัวเอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคุณต้องเอาไปทําประโยชน์เพื่อสังคม คุณจะเอาเข้ากระเปิาหมด ก็ไม่ได้ เมื่อเราเอาเสือทั้งหลายเข้ากรงนะครับ เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม เอาเงินมาใช้ประโยชน์ หน่วยกระจาย ซึ่งเขาได้อยู่แล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์ อย่างสภาสังคมสงเคราะห์ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์นี่ เปึนเงิน ๔๘ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่น้อยนะครับ สมาคมต่าง ๆ นี่ที่จะเอาไปกระจาย ๒ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินจํานวนมาก เราก็เพียงแต่ควรตั้งเปึ นบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมเสีย ให้โปร่งใสเสีย หลายแห่งเขาบอกเขาทําได้ครับ คนที่ทํางานโปร่งใสบอกยินดีครับ แต่พวกไม่โปร่งใสไม่ยินดีครับ อันนั้นก็ต้องแก้กันไป อันนี้ผมเพียงแต่อธิบายว่าเราเพียงแต่ เอาสิ่งเหล่านี้มาครอบของเก่า ๆ เท่านั้นเอง เปึนการต่อยอดไม่ได้ไปล้มไปอะไรเลยครับ เพราะฉะนั้นการสื่อสารเรากับรัฐสื่อสารกันมาโดยตลอดอย่างที่ผมบอก เพียงแต่ว่า ครั้งหลังสุดนี่ยังไม่ได้สื่อสาร เพราะว่ามันต้องรีบเอาเข้าครับ มิฉะนั้นจะเข้าในการพิจารณา ครั้งนี้ไม่ทัน เราก็เลยยังไม่ได้สื่อสารกับรัฐบาลว่าหลังจากที่เราได้ปรับแก้ตา มความเห็น ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เพราะว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังเช่นให้เราตัด เรกูเลเตอร์ออก เราก็ตัดออก ปรับตรงโน้น ปรับตรงนี้เราก็ปรับ ก็เพื่ออะไรที่เราเห็นว่าใครเห็นว่าดี เราก็ปรับตามเพื่อเสนอรัฐบาล แล้วก็ยินดีที่จะไปอธิบายรัฐบาลต่อ แล้วผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่เราทํานี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ของรัฐบาลที่เปึนเรื่องใหญ่โตเลยครับ ก็เพียงแต่เอาสลากการกุศลมาใช้ประโยชน์เท่านั้นเอง แล้วก็จับเสือทั้งหลายเข้ากรงเท่านั้นเอง แล้วก็เพิ่มเงินให้กับรายย่อยจาก ๐๙.๖๐ บาท เปึน ๑๒ บาท เพื่อบอกห้ามขายเกินราคา ถ้าขายเกินนี่สมควรโดนจับนะครับ เพราะใบหนึ่ง คุณได้ตั้ง ๑๒ บาทแล้ว มันมีเหตุผลอะไรที่คุณจะขายเกินราคาอีก แล้วรัฐขาดรายได้ไหม ไม่ขาด ได้เหมือนเดิม ผมต้องตอกย้ําครับ รัฐยังได้เหมือนเดิม ๕๐ ล้านฉบับเหมือนเดิม อย่างที่เปึนอยู่ทุกวัน นี้นะครับ แล้วถามเราว่าคุณหารายได้แล้วยังไปรณรงค์ให้เลิกเล่น การพนันก็เหมือนเหล้า บุหรี่ครับ เราก็เพียงแต่รู้ว่ารณรงค์แล้ว เขาก็ลดได้บ้าง ไม่ได้เพิ่ม อย่างรวดเร็ว
ท่านอาจารย์ครับ เข้าใจว่าท่านอาจารย์ตอบครบทุกประเด็นแล้วนะครับ
ขอบคุณมากครับ ผมก็ขอตอบแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เล็กน้อยเท่านั้นเองครับ เพื่อจะยืนยันว่าผมไม่เคยได้ปรึกษาหารือเรื่องนี้กับคณะกรรมาธิการ ผมจําได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งคุณหมออําพล เดินผ่านผม ผมกําลังนั่งอยู่ ท่านก็ถามว่าอาจารย์ ถ้าทําสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เปึนวิสาหกิจชุมชน อาจารย์คิดอย่างไร ผมบอกว่า เรื่องนี้จะทําได้ยาก สิ่งที่ทําได้ง่ายกว่าก็คือทําแบบ สสส. หรือว่าไทยพีบีเอสนะครับ คือขอแบ่งเปอร์เซ็นต์ไปเลยจากสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อันนี้จะทําง่ายกว่า นี่เปึนข้อแนะนําอันเดียวนะครับ ส่วนเนื้อหาสาระทั้งหมดนี้ผมก็เพิ่งได้เห็นนะครับ เพราะฉะนั้นยืนยันว่าไม่เคยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอะไรนอกเหนือจากนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธานกรรมาธิการ อาจารย์หมออําพลครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ประธานกรรมาธิการครับ ผมอยากจะเรียกชื่อ สปช. เราว่าสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์ แห่งชาตินะครับ ผมรู้สึกว่าบรรยากาศในการให้ข้อคิดเห็น ในการแลกเปลี่ยน ในการผลักดัน ข้อเสนอ อยู่บนการที่มีการสร้างสรรค์แล้วก็มีวุฒิภาวะอย่างยิ่งนะครับ ผมขอประเด็นเล็ก ๆ นิดหนึ่งว่าที่ท่านอาจารย์สังศิต เผอิญท่านอาจารย์พูดถึงผม ผมจําไม่ได้ว่าผมคุยกับอาจารย์ เรื่องนั้นนะครับ เพราะว่าไม่อยู่ในหัวเลยว่าผมเปึนคนไปคุยเรื่องสลาก เรื่องวิสาหกิจ อาจจะต้องขออภัยอาจารย์ แต่มีเร็ว ๆ นี้ที่อาจารย์ถามว่าเรื่องนี้เข้ามา มีเอกสารหรือยัง ผมบอกว่าเขาคงแจกแล้วแค่นั้นเอง ผมไม่ได้เปึนคนที่ลงไปในเนื้อของเรื่องนี้เลยนะครับ อันนี้ก็เท่าที่ผมจําได้นะครับ ก็ขออภัยแต่ก็คิดว่าไม่ได้คุยกับอา จารย์ลึกไปในเรื่องเนื้อตรงนี้ ต้องขอประทานโทษครับ พอดีอาจารย์พูดถึงแล้วผมนึกได้เท่านั้น ผมขอกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสัก ๔ ประเด็น แล้วเดี๋ยวผมจะรวบยอดเลยนะครับ ประเด็นที่ ๑ คือเอาตรงเนื้อนิดหนึ่งไปก่อนนะครับ
ผมคิดว่าขณะนี้เราอยู่กันที่วาระ ๓.๓ ที่ผนวกเข้าไปแล้วคือเรื่องสลาก อันนี้เปึนการแลกเปลี่ยนไว้ เพื่อจะบันทึกไว้และให้เข้าใจตรงกัน ผมคิดว่ามีเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งพูดถึงว่า สปช. เรามีสิทธิเสนอร่าง พ.ร.บ. ที่เปึนการเงินหรือไม่ ท่านพูดอย่างน้อย ๓ ท่าน ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามีสิทธิครับ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ. ที่เราเห็นชอบไปแล้วจํานวนมาก ส่วนใหญ่เปึน พ.ร.บ. เกี่ยวข้องกับการเงิน ก็คือมีการจัดตั้งองค์กร มีโน่น นี่ นั่น เขาเรียกว่า พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เสนอได้ครับ เพราะเราไม่ได้เปึนคนออกกฎหมายเอง ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๑ ให้เราเสนอข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป แล้วมาตราอื่นที่บอกว่า ถ้ามีการยกร่างกฎหมายก็ยกร่างไป เมื่อยกร่างไปแล้วส่งได้ ๒-๓ ที่ อันที่ ๑ คือส่ง สนช. อันที่ ๒ คือส่งรัฐบาล แต่ถ้าเปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องไปที่รัฐบาลก่อน แต่หลังจากที่เรามีสภาแล้วมีการตกลงกันว่าทุกร่างกฎหมายให้ส่งที่รัฐบาลก่อน รัฐบาลจะกรองก่อนว่าเปึนการเงินหรือไม่การเงินแล้วจะผลักดันต่อหรือไม่ เพราะว่าคนที่ จะทําให้ข้อเสนอของเราประสบความสําเร็จนั้นคือฝ์ายบริหารคือรัฐบาล เพราะฉะนั้น ผมอยากกราบเรียนให้ตรงกัน เพราะเวลาท่านพูดแล้วมันอาจจะทําให้เห็นว่า อันนี้เรื่องการเงินจริง ๆ แล้วกฎหมายที่เราเสนอไปเยอะแยะการเงินครับ แล้วเราก็มีสิทธิ เสนอทั้งเรื่องการเงินและไม่การเงิน ส่วนว่าจะไปทําให้สู่การปฏิบัติสุดท้ายหรือไม่รัฐบาล เปึนคนไปกรองครับแล้วก็บางเรื่องรัฐบาลก็ไปผลักเข้าสู่นิติบัญญัติ เราเปึนแค่ฝ์ายเสนอครับ อันนี้อยากกราบเรียนเพื่อเราจะได้เห็นตรงกัน ผมเห็นอย่างนี้ซึ่งถ้านักกฎหมาย หรือท่านที่เสนอท่านอาจจะมองอย่างอื่น เพราะว่าถ้าท่านทักเรื่องว่าเราไม่มีสิทธิ เสนอกฎหมายการเงินท่านน่าจะต้องทักกับร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ ด้วยที่มีการตั้งองค์กร มีหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้ประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่ ๒ อยากกราบเรียนเรื่องเนื้อหาลงไป ในร่าง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... นิดเดียวเท่านั้นเปึนการย้ํา เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้ลงลึก วันนี้ก็ได้ฟัง ท่านทั้งหลายได้พูดอย่างชัดเจน ประเด็นคงจะมี บางท่านอภิปรายว่าเปึนการไปตัดสายเลือดใหญ่ ของรัฐบาล คือเงินที่จากสลากไปสู่ งบประมาณ ถ้าฟังดูแล้วจะเห็นจากในร่างจากรายงานทั้งหมดไม่ได้ตัดสายเลือดนั้น แต่เปึนการไปเปลี่ยนอีกสายหนึ่งคือสายที่มีออกสลากเพื่อสังคม ซึ่งเปึนเรื่องเฉพาะเรื่อง แล้วก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้องเอาไปใช้ทางด้านการเมืองอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป อันนี้เขาพยายาม จะเสนอเรื่องของการไปเปลี่ยนสายน้ําที่ ๒ ไปสู่การจัดการให้มีระบบ มีคุณภาพ
และมีอะไรมากขึ้น ซึ่งรายละเอียดนั้นมีอยู่ในนั้นแล้ว แล้วก็บังเอิญก็ไป ตะสัมพันธ์กับ เรื่องว่าองค์กรที่อยู่ในปัจจุบันควรจะไปเปลี่ยนรูปอย่างไร ซึ่งอาจารย์วิริยะท่านได้กล่าว ไปแล้วผมจะขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดเหล่านั้นนะครับ ประเด็นที่ ๒ อันนี้ขออนุญาต ท่านประธานว่าปกติผมไม่เคยคิดว่าจะต้องพูดประเด็นนี้ แต่เนื่องจากมีสมาชิกของเรา บางท่านซึ่งผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ ท่านได้พูดย้อนกลับไปถึงการยื่นญัตติเกี่ยวกับ เรื่องป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ที่ผมในนามคณะกรรมาธิการและมีผู้สนับสนุนในการยื่นเสนอ แล้วท่านบอกว่าท่านชื่นชมมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ท่านพูดนั้นท่านไปเอาบางเรื่องกลับมาโจมตี และกล่าวหาผม ผมคิดว่าท่านไม่ชื่นชมเสียดีกว่าครับ ท่านชื่นชมแต่ท่านบอกว่ามีอะไร เคลือบแคลงสงสัยในการที่ยื่นญัตติอันนั้น ท่านไปโยงเรื่องนั้นมาทําไม เรื่องนั้นผมเลยต้อง ขออนุญาตกราบเรียน เผอิญท่านที่พูดนี่ก็เปึนเพื่อนสมาชิกของเราเปึนน้องนะครับ อนาคตท่านยังอีกไกล ผมคิดว่าสภาแห่งนี้คือสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์แห่งชาติ เราคงไม่เอาอะไรที่มาเชือดเฉือนกันมากล่าวโจมตีกันนะครับ ผมจําเปึนต้องปกปัองเรื่องนี้ เพราะท่านพูดขึ้นมา ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องของการยื่นญัตติเราทําตามหน้าที่ ของเราในส่วนที่เราจะต้องรับผิดชอบ แล้วเราก็ยื่นญัตติเข้ามา ท่านประธานท่านก็ได้เสนอ ให้เข้ามาในสภา วันนั้นท่านประธานก็ได้ให้ผมแสดงความเห็น ๕ นาทีเหมือนคนอื่น เพียงแต่ท่านกรุณาให้ผมแสดงเปึนคนแรกซึ่งก็ได้กราบขอบพระคุณท่านประธานและ สมาชิกไปแล้ว ผมบอกวันนั้นชัดเจนครับเสนอมาแล้วสภาตัดสินอย่างไรผมเคารพตรงนั้น แล้วผมก็ทําหน้าที่นั้นแล้ว เราทําตามหน้าที่ถูกต้องครับ เราไม่ได้มีอะไรที่จะไปขัดแย้ง อะไรกันเลย แล้วไม่ได้มีอะไรหมกเม็ดหรือไม่ตรงไปตรงมา แต่ท่านเอามากล่าวหา ในที่นี้ได้อย่างไร
ผมคิดว่าผมฝากไว้เพื่อจะปกปัองสิ่งที่ผมทํา และเมื่อสภามีมติชี้ว่าญัตติยื่นไม่ได้เราก็เคารพ แล้วเราก็อภิปราย ๕ นาที แล้วมติวันนั้นออกมาอย่างไรเราเ คารพครับ ลองไปดูสิครับ ผมกับกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรารักกันแค่ไหน เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย ท่านอย่าได้ยุแยงให้มันแตกแยกครับ อนาคตท่านยังไกล ผมขออนุญาตฝากไว้ คิดว่าจะไม่พูดอันนี้ แต่บังเอิญท่านก้าวล่วงมาถึงผมโดยที่ผมขออนุญาต ไม่ได้ออกชื่อท่านนะครับ ท่านจะได้ไม่ใช้สิทธิพาดพิงมาอีกนะครับ เรื่องที่ ๒ ท่านพาดพิง ต่อไปอีกครับ ท่านบอกว่าการเสนอวาระ ๓.๓ เพิ่มเติม พูดง่าย ๆ ภาษาที่ท่านใช้สรุปว่า กรรมาธิการชุดนี้หมกเม็ด ท่านบอกท่านติดตามมาโดยตลอด ไม่มี ผมยืนยันครับว่า ตอนที่เราเสนอกรอบความคิดรอบที่ ๑ เรื่องปฏิรูปสวัสดิการที่เหมาะสมกับสังคมไทย เรามี ๔ เสาหลักครับ และในเสาหลักที่ ๔ คือเรื่องการสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม มีเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น แต่วันนั้นเปึนการเสนอกรอบความคิดรอบที่ ๑ ครับ เรายังไม่ได้ลงในเนื้อ เนื่องจากคณะอนุกรรมาธิการที่อาจารย์วิริยะท่านเปึนประธาน ท่านกําลังทําเรื่องนี้อยู่ แล้วสภาก็ใกล้จะหมดเวลา ผมเปึนประธานกรรมาธิการอันนี้เปึนครอส คัตติง เราบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเงิน ขอความกรุณาอาจารย์วิริยะไปทํางานกับคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังด้วย ท่านอาจารย์ไปทํางานครับ แล้วเมื่อเราต้องส่ง รายงานนี้ต่อสภา อาจารย์มาตอนท้ายแล้วอาจารย์บอกว่าได้คุยกันมาเรียบร้อยแล้วก็เสนอ เรื่องนี้ครับ ไม่ได้มีอะไรที่หมกเม็ดเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านไม่ต้องชื่นชมเรา แต่ท่าน อย่ากล่าวหา สภาแห่งนี้สภาของเราจนมาถึงวันนี้จะปลายสภาแล้ว เราไม่ได้เปึน สภาการเมือง เราเปึนสภาปฏิรูปสร้างสรรค์แห่งชาติ ที่เรากําลังทํางานเพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติตามหน้าที่ของเรา เราเสนอข้อเสนอไปแล้ว เสนอร่าง พ.ร.บ. ไปแล้วจะประสบ ความสําเร็จหรือไม่ยังอีกยาวไกลนัก ยังอยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติ อยู่ที่กลไกต่าง ๆ อีกมากมาย ต้องขอประทานโทษท่านผู้มีเกียรติ ขอประทานโทษ ท่านประธาน ที่ผมต้องพูด ๒ ประเด็นสักครู่นี้นะครับ สุดท้ายมาถึงประเด็นสําคัญ อันนี้ ผมคิดว่าวันนี้ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ ข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่ อง วาระปฏิรูปที่ ๒๙ และรวมถึงวาระปฏิรูปเพิ่มเติมซึ่งสัมพันธ์กับวาระปฏิรูปที่ ๒๙ คืออยู่ใน ระเบียบวาระ ๓.๓ ผมได้นั่งฟังด้วยคิดตามไปด้วย แล้วก็พิจารณาโดยรอบคอบ แล้วก็ได้ ปรึกษากับรองประธาน ได้ปรึกษากับทางเลขานุการ ได้ปรึกษากับทีมต่าง ๆ ที่อยู่ใน
คณะกรรมาธิการครับ ผมขอเคารพความคิดและข้อเสนอแนะของท่านทั้งหลาย ประเด็นในเนื้อหาเราจะได้ไปถกแถลงกันอีกมากมายนะครับ แต่เมื่อท่านมีความห่วงใย ในเรื่องประเด็นบางอย่างที่มันอาจจะทําให้เกิดผลกระทบ ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ สปช. เราเสนอไปนี้ เราจะไปห่วงว่าจะกระทบกับรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน อันนั้นเราต้องคํานึงถึงอยู่ด้วย แต่ สปช. ต้องมีเอกสิทธิ์ ในการเสนอเรื่องที่เปึนการปฏิรูปประเทศไทย แต่แน่นอน ต้องคิดถึงครับ ไม่ใช่บอกว่า สปช. เราเปึนลูกเราก็เลยไม่ทําอะไร ต้องรอว่าแม่เขาว่าอย่างไร ค่อยทํา ถ้าอย่างนั้น สปช. ก็ไม่มีความหมายอะไร แต่ผมคิดว่า สปช. เรามีสิทธิที่จะเสนอ ในข้อเสนอการปฏิรูปซึ่งเห็นเหมือน เห็นต่างไม่เปึนไร แต่ผมกราบเรียนนะว่าสุดท้าย รัฐบาลจะต้องเปึนคนดูว่าจะเอาไปทําต่อหรือไม่ อย่างไร หรือจะไปแปลง ไปเปลี่ยนอย่างไรก็ได้ แต่สิ่งที่ท่านเสนอในวันนี้พวกเราได้ปรึกษาหารือกันแล้วนะครับ เพื่อให้บรรยากาศทั้งหลาย เปึนไปได้ดี และเรื่องนี้มีความรอบคอบมากขึ้น กระผมในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เราจะขอถอนรายงาน และร่าง พ.ร.บ. ระเบียบวาระที่ ๓.๓ ออกจากการประชุม ออกจากการพิจารณาลงมติ และเรื่องนี้ไม่ได้ไปไหน ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างมากเพราะวันนี้สภาได้ให้ความเห็น อย่างรอบคอบ บางเรื่องแน่นอนตอนที่ท่านให้ความเห็นอาจจะไม่ได้ฟังคําชี้แจง แต่ได้แลกเปลี่ยนกันแล้ว ผมคิดว่ามีอะไรที่เกิดประโยชน์อย่างมาก ท่านอาจารย์วิริยะเอง ท่านก็เห็นว่ามีบางอย่างที่ต้องนําไปคิด นําไปปรับปรุง นําไปทํา ผมคิดว่าเรายังมีเวลาครับ ถ้าดูแล้วเรื่องนี้ผลักดันมานานเหลือเกิน ผ่าน ส.ว. สนช. ผ่านอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า ก็ต้องผลักดันและขับเคลื่อนกันต่อ ผมกราบเรีย นว่าอย่างนี้ครับ เราถอนตรงนี้ ด้วยความเคารพ ความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย ท่านสมาชิกนะครับ ที่ท่านเสนอแนะ อย่างเรียกว่าสร้างสรรค์อย่างยิ่ง แล้วผมก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องไปทําต่อ
แต่บังเอิญท่านประธานครับสภาปฏิรูป แห่งชาติเราหมดเวลาเสียแล้ว คณะของผมคงไปทํา ไม่ทันแล้วล ะครับ คิดว่าถ้ามีสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วอาจารย์วิริยะของเราน่าจะได้ เข้าไปอยู่ในนั้นเพื่อจะขับเคลื่อนและผลักดันต่อไปนะครับเราเอาใจช่วยอาจารย์ วันนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสรุปสุดท้ายนะครับก็คือจะเหลือแค่รายงาน ตามระเบียบวาระที่ ๓.๒ และมีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่อยู่ในนั้น ระเบียบวาระที่ ๓.๓ ก็ขออนุญาตถอนไปด้วยความเคารพแล้วขอบพระคุณ ต้องขออภัยท่านประธานที่ใช้เวลา มากไปสักนิด ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ คุณเกรียงไกรครับผมขอร้องนะครับ
ไม่ได้โต้แย้งครับท่านประธานครับ ขอนิดเดียวนาทีเดียว กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอโทษ คุณหมออําพลและกรรมาธิการ จริง ๆ แล้วเจตนาไม่มีที่จะต้องไปให้ร้ายหรืออะไรต่าง ๆ บางครั้งมันเปึนข้อเปรียบเปรยว่า ผมบอกว่าตัวนี้ผมไม่เห็นในคราวที่แล้วมันไม่มี พอคราวนี้ อยู่ ๆ โผล่มาปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่เมื่อท่านอธิบายให้ผมฟังแล้วว่าอาจารย์วิริยะ กําลังไปศึกษาไปดําเนินการและนํามาเข้าที่ประชุมนี่ผมยินดีรับครับท่านประธาน เข้าใจครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมต้องกราบขอโทษท่านคุณหมออําพลและกรรมาธิการด้วยความจริงใจครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
นี่เรียกว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเปึนความน่ารักของ สปช. ที่ที่อื่นไม่มีนะครับ ท่านสมาชิกครับ ได้พิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๒๙ แล้ววาระปฏิรูปเพิ่มเติม ๒ วาระ บังเอิญ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสท่านขอถอนระเบียบวาระที่ ๓.๓ วาระปฏิรูปเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติ กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... แต่ตามข้อบังคับนั้นเมื่อเรื่องใดบรรจุเปึน ระเบียบวาระแล้วการขอถอนต้องได้รับความเห็นชอ บจากที่ประชุม ผมจะขออนุญาต ไม่ต้องลงมติแบบกดนะครับ จะถามที่ประชุมแห่งนี้ว่าท่านผู้ใดจะขัดข้องหรือไม่ถ้าหากว่า ท่านไม่ยกมือ หรือไม่แสดงอาการขัดข้อง ผมจะสรุปว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบ
ให้ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรู ปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสถอนวาระ ๓.๓ และร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ออกไปจากการพิจารณาได้
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติให้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ถอนวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง แนวทางการปฏิรูปสลากเปึนวิสาหกิจเพื่อ สังคม และร่างพระราชบัญญัติกิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ออกจากการพิจารณา
ต่อไปขออนุญาตไปสู่ระเบียบวาระซึ่งจะต้องมีมติ คือวาระปฏิรูปที่ ๒๙ ระบบสวัสดิการสังคม ซึ่งเปึนรายงานที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับคณะกรรมการที่ประธานตั้งขึ้นคือ คณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งมีคุณหมออําพล เปึนประธานกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาส ส่วนคุณหมอพลเดชเปึนประธานกรรมการปฏิรูประบ บสวัสดิการสังคม ที่เหมาะสมกับประเทศไทยร่วมกันเสนอมาจะต้องพิจารณาว่าที่ประชุมแห่งนี้จะเห็นชอบกับ รายงานเรื่องระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย (รอบ ๒) หรือไม่ แล้วเดี๋ยวผม จะถามร่างพระราชบัญญัติแยกกันทีละฉบับนะครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกทั้งหลายกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ แล้วก็ช่วย กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนหมดทุกท่านหรือยังครับ มีปัญหาไหมครับ เชิญครับ ช่วยกรุณา แสดงผลหน่อยครับ บัตรใช้ไม่ได้ครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม วรรณชัย บุญบํารุง ลําดับที่ ๑๗๕ บัตรหาไม่เจอครับ
บัตรหาไม่เจอก็ขอบัตรสํารองได้นะครับ ไม่อย่างนั้นท่านจะต้องประกาศ บัตรหาไม่เจอไปตลอดจนกระทั่งลงมติจบ ตกลงแสดงตนครบหรือยังครับ เจ้าหน้าที่ ต้องล้างใหม่ไหม ไม่ต้องนะ ตกลงจํานวนผู้เข้าประชุมเวลานี้ที่แสดงอยู่คือ ๑๖๙ ท่าน รวมคุณวรรณชัยด้วยก็เปึน ๑๗๐ ท่าน เพราะไม่มีบัตร ทางนี้อีก ๒ ท่าน เปึน ๑๗๒ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ
จะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกลงมติว่าจะเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๙ ระบบสวัสดิการสังคม เรื่อง ระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย (รอบ ๒) ตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอหรือไม่ หากเห็นชอบด้วยก็จะได้นําเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกลงคะแนนหมดทุกท่านหรือยังครับ คุณวรรณชัยได้บัตรหรือยังครับ ได้แล้วนะครับ
ยังไม่ได้ครับ
ท่านยังไม่ได้บัตร ขอยืมบัตรชั่วคราวครับ เจ้าหน้าที่ช่ว ยกรุณานิดหนึ่ง ไม่เปึน อะไรครับยังไม่ป่ดการลงคะแนน ตกลงมีผู้เข้าประชุม ๑๗๒ ท่านนะครับ แล้วก็ลงคะแนนแล้วนะครับ ผมขออนุญาตป่ดการลงคะแนน ช่วยกรุณาแสดงผลด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุมมี ๑๗๔ ท่าน เห็นชอบด้วยกับรายงาน ๑๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕ ท่าน งดออกเสียง ๒๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้เสนอรายงานนี้ไปยังคณะรัฐมนตรีหลังจากที่ คณะกรรมาธิการนําข้อสังเกตของสมาชิกไปปรับปรุงรายงานแล้วนะครับ
ต่อไปผมขออนุญาตไปสู่การลงมติว่าท่านผู้ใ ดจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือเปล่าครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกช่วยกรุณาแสดงตนแล้วก็ลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วเห็นว่าควรส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ์ม งดออกเสียง ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกลงคะแนนครบทุกท่านหรือยังครับ ครบทุกท่านแล้วนะครับ ผมขออนุญาตป่ดการลงคะแนนนะครับ ช่วยกรุณาแสดงผลด้วยครับ เปึนอันว่าผู้เข้าประชุม คงเดิม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๒๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
ก็ขออนุญาตว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ให้ท่านกรรมาธิการนําข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ โดยท่านสมาชิกผู้ใดประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ให้ยื่นต่อ ประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนะครับ
เปึนอันว่าเราจะไปสู่การลงมติอีกเรื่องหนึ่ง คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. ....
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขออนุญาตท่านสมาชิกทั้งหลายได้กรุณาแสดงตน ช่วยกรุณากดปุ์มนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยว่าควรส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ให้คณะรัฐมนตรี กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกลงคะแนนกันหมดแล้ว ผมขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ช่วยกรุณา ส่งผลด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุมคงเดิม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๓๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไป พร้อมความเห็น ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกให้กรรมาธิการไปประกอบการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ และท่านสมาชิกผู้ใดประสงค์ จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ก็ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันที่สภา มีมติครับ
ท่านสมาชิกครับ เราก็จะเข้าไปสู่การพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๔ ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการและคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะครับ ระเบียบวาระที่ ๓.๓ ที่ประชุมเห็นชอบให้นําไปพิจารณารวมกับระเบียบวาระที่ ๓.๒ แล้ว แล้วก็มีการถอน ออกจากระเบียบวาระไปแล้วนะครับ
๓.๔ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง จํานวน ๒ เรื่อง
วาระปฏิรูปเพิ่มเติม : ๑. แนวทางการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล
๒. แนวทางการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เนื่องจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังได้นําเสนอ วาระปฏิรูปเพิ่มเติม ๒ เรื่อง ผมจะขอออนุญาติหารือที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาจะขออนุญาตให้พิจารณา ๒ เรื่องนี้รวมกันไป แต่ว่าตอนลงมตินี่คงจะต้อง ลงมติแยกเรื่องเปึนแนวทางการปฏิรูปการประกันภัยพืชผลเรื่องหนึ่ง แล้วก็แนวทางการปฏิรูป ระบบประกันสุขภาพอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตอนพิจารณานั้นขอให้ท่านประธานกรรมาธิการ ชี้แจงทั้ง ๒ เรื่องไปด้วยกัน และท่านสมาชิกอภิปรายไปด้วยกันทั้ง ๒ เรื่อง เรียนเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกที่รัก ผมขออนุญาตนําเสนอรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ผม สมชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะประธาน กรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง มีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกเปึนเรื่องแนวทาง การปฏิรูปการประกันภัยพืชผล เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องแนวทางการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ ในเรื่องแรกนี้ผมขอสรุปกล่าวนําสั้น ๆ เดี๋ยวจะให้อาจารย์ธวัชชัยเปึนผู้นําเสนอรายละเอียด ภาคเกษตรเปึนภาคที่สําคัญมากของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าจะมีสัดส่วนที่น้อยลงมากกว่าเดิม มากก็ตาม เพราะว่าเราพัฒนาภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเยอะ อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังถือว่าเปึนภาคที่สําคัญมาก ในป้ ๒๕๕๖ นี่ เกษตรกรในประเทศไทยนี่มีจํานวน ถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน การผลิตภาคเกษตรของไทยยังพึ่งพาธรรมชาติอยู่มาก ปริมาณ น้ําฝน การตกต้องตามฤดูกาลของฝน และภัยธรรมชาติอื่น ๆ ยังมีผลกระทบต่อปริมาณ ผลผลิตภาคเกษตรอย่างมาก ภัยธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง น้ําท่วม และภัยจากศัตรูพืชจึงเปึน ความเสี่ยงที่สําคัญของการประกอบการผลิตทางภาคเกษตร ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการบรรเทาควำมเดือดร้อนอันเกิดจาก ภัยธรรมชาติเปึนจํานวนเงินมาก ในป้ ๒๕๔๗ นี่รัฐบาลใช้เงินเพื่อช่วยเกษตรกร ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากการประสบภัยธรรมชาตินี่ถึง ๓,๗๙๔.๖ ล้านบาท พอในป้ ๒๕๕๓ จํานวนที่เคยอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเพิ่มขึ้นเปึน ๒๐,๘๓๑.๗ ล้านบาท
และพอในป้ถัดมาคือป้ ๒๕๕๔ นี่ เพิ่มขึ้นเปึน ๓๑,๒๑๙.๖ ล้านบาท แสดงว่าจํานวนเงิน ที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอันเนื่องมาจากการประสบภัยพิ บัติทางธรรมชาตินี่ เพิ่มขึ้นทุกป้ ขณะเดียวกันระบบประกันพืชผลของไทยนี่ยังอยู่ในสถานภาพที่ เรียกว่า ยังด้อยพัฒนาอยู่มากจึงมีความจําเปึนต้องทําการปฏิรูประบบการประกันภัยพืชผลของไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการกระจายความเสี่ยงของเกษตรกร ข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการในการทําเรื่องนี้ ๑. คือว่าให้รัฐบาลระดมสรรพกําลังในการให้ความรู้ เกี่ยวกับการประกันภัยพืชผลให้แก่เกษตรกรอย่างเปึนระบบ และให้ถือเปึนภารกิจที่สําคัญ ของรัฐบาล ประการที่ ๒ รัฐบาลอุดหนุนค่าประกันภัยบางส่วน และจูงใจให้สถาบันการเงิน อุดหนุนค่าบริการไปอีกบางส่วน เพื่อลดภาระและจูงใจให้เกษตรกรทําประกันภัยอย่างทั่วถึง
เรื่องประกันภัยจริง ๆ แล้วคือการกระจายความเสี่ยง มันจะมีผลก็ต่อเมื่อมีปริมาณคน เข้าร่วมประกันเยอะ และดําเนินการประกันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ขณะนี้เกษตรกร ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ แล้วก็ไม่อยากจะลงทุนเรื่อ งนี้ โดยมากคนที่รู้ว่าจะมีภัย จึงจะมาประกัน บริษัทประกันก็เลยจะยากลําบาก แล้วเราก็เลยคิดว่าในเบื้องแรก ถ้ารัฐอุดหนุนค่าประกันภัยให้กับเกษตรกรก็จะทําให้เกษตรกรค่อย ๆ เรียนรู้ขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ประการที่ ๓ เสนอให้รัฐช่วยทําประกันต่อบางส่วน เพื่อลดการรั่วไหลของค่าประกัน ไปต่างประเทศ การประกันต่อก็มีความเสี่ยง แต่ว่าถ้าจะให้ประกันต่อทั้งหมดหรือจะบางส่วน อย่างไรก็คงต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงอันนี้ด้วย ประการที่ ๔ คือส่งเสริมให้มีช่องทาง การจําหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างแพร่หลาย ประการที่ ๕ ส่งเสริมการวิจัย เรื่องการประกันภัยพืชผลอย่างจริงจังและอย่างเปึนระบบ ประการที่ ๖ คือกํากับดูแล ให้ธุรกิจประกันภัยมีการแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม สําหรับเรื่องการประกันภัยพืชผล ผมจะขอให้อาจารย์ธวัชชัยนําเสนอในรายละเอียดต่อไป กระผมจะสรุปอีกเรื่องหนึ่งไปเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องกล่ำวแยกกันนะครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการประกันระบบ ประกันสุขภาพ ความจริงระบบประกันสุขภาพของประเทศไทยที่ใช้อยู่ถือว่าเปึนประเทศ ที่มีระบบประกันสุขภาพที่ดีมากประเทศหนึ่ง แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อสังคมไทย เปึนที่ร่ําลือว่าเราประสบผลสําเร็จในด้านนี้ แต่อย่างไรก็ตามมีจุดบางจุดที่เราสามารถ พัฒนาได้ ประการแรก ผมอยากจะเรียนว่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือเรียกว่า ยูนิเวอร์แซล แคร์ (Universal care) นั้นเปึนหลักการที่ดีและควรสนับสนุนให้ดําเนินการ ต่อไป แต่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ได้แปลว่ารัฐต้องใช้เงินภาษีมาจัดบริการ รักษาพยาบาลให้เพียงพอและครบถ้วน เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับบริการ รักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง คือเปึนการคล้าย ๆ ว่าไปเอนชัวร์ ซัพพลาย (Ensure supply) รัฐจัดโรงพยาบาลให้เยอะแยะอย่างนี้ ผมว่าไม่ใช่ในความหมายนั้นนะครับ อีกด้านหนึ่งก็คือ บอกว่าหลักประกันสุขภาพถ้ วนหน้า ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้กับ ประชาชนทุกคนเพื่อให้ประชาชนได้มีเงินไปซื้อบริการรักษาพยาบาลตามความจําเปึนของตน อย่างทั่วถึง ไม่ได้แปลว่าต้องไปจัดโรงพยาบาลให้พอโดยรัฐใช้เงินภาษีทั้งหมด แล้วก็ ไม่ได้แปลว่าจะไปทํางานด้านดีมานด์ คือไปเอนชัวร์ (Ensure) ว่าคนที่มีความต้องการ ได้รับบริการทั้งหมดโดยไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับทุกคน
ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แปลว่าคอมบิเนชัน (Combination) ของทั้ง ๒ อย่าง ทั้งด้านซัพพลาย (Supply) และดีมานด์โดยใช้เงินภาษีของรัฐทั้งหมด ทั้ง ๓ อย่างที่ผมพูดมานี่เปึนเรื่องที่เน้น คําว่าใช้เงินภาษีของรัฐทั้งหมด แต่ผมเข้าใจว่าการดูแลให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพ อย่างถ้วนหน้าเปึนภารกิจของรัฐ รัฐต้องดูแลให้เกิดภาวการณ์ที่มีการได้รับบริการสุขภาพ อย่างถ้วนหน้า แต่ไม่ได้แปลว่ารัฐต้องจัดให้มีบริการสุขภาพอย่างถ้วนหน้าด้วยการใช้เงินภาษี แต่เพียงอย่างเดียว ความหมายคือว่ารัฐต้องดําเนินการจัดระบบให้สังคมทั้งสังคมทุกภาคส่วน ได้ช่วยเหลือกันในการทําให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพอย่างถ้วนหน้า โดยใช้เงินภาษี และใช้การประกันสุขภาพ และการดูแลรับผิดชอบเองของผู้ที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ คือใช้ทั้งเงินภาษีและใช้ทั้งเงินที่แต่ละคนออก และระบบต่าง ๆ ที่จะตั้งขึ้นเพื่อให้มี การระดมทุนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาช่วยในด้านการประกันสุขภาพ ระบบของประเทศไทย ที่ทําอยู่ขณะนี้ผมก็คิดว่าเปึนระบบที่ค่อนข้างดีมากอยู่แล้ว คือเราไม่ได้ผูกขาดซัพพลาย ของการรักษาพยาบาล และยอมให้มีโรงพยาบาลเอกชนจํานวนมากดําเนินการโดยอิสระ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน แล้วก็ชาร์จ (Charge) ค่าบริการ ทางด้านดีมานด์เราก็มี ระบบประกันสังคม มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของ สปสช. แล้วก็มีระบบสวัสดิการ รักษาพยาบาลของข้าราชการ รวมทั้งระบบการประกันสุขภาพของภาคเอกชนด้วย ก็มีอยู่หลายระบบซึ่งค่อนข้างครบถ้วน
แต่ปัญหาของเราอยู่ที่ว่าเรายังไม่ได้ให้ความสําคัญของแต่ละภาคส่วน ของแต่ละระบบ อย่างเพียงพอและอย่างได้ดุล เราเน้นระบบที่รัฐเปึนผู้จ่ายโดยใช้ภาษีเปึนหลัก เราให้ความสําคัญแก่ระบบการประกันสุขภาพของภาค เอกชนน้อยเกินไป ข้อเสนอของ การปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ก็คือประการที่ ๑ ให้เปลี่ยนระบบคิดใหม่ โดยให้เน้นว่าเรื่องของสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นรัฐบาลต้อง ระดมสรรพกําลังในสังคมมาช่วยกันรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ไม่ใช่พึ่งแต่เงินภาษีแต่เพียงอย่างเดียว ประการที่ ๒ ก็คือว่าให้ส่งเสริมและให้ความสําคัญ กับการประกันสุขภาพของภาคเอกชนให้มากขึ้น และต้องส่งเสริมและพัฒนาระบบ ประกันสุขภาพอย่างเปึนระบบ ประการที่ ๓ ให้ลดบทบาทภารกิจของเงินภาษีให้เหลือเท่าที่ จําเปึนสําหรับช่วยเหลือคนที่ช่วยตนเองไม่ได้ เพื่อเปึนหลักประกันว่าคนไทยทุกคนจะได้รับ การรักษาพยาบาลอย่างถ้วนหน้า ระบบนี้มีรายละเอียดอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นขออนุญาต ให้อาจารย์ธวัชชัยได้นําเสนอต่อไปครับ ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ กระผม นายธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๐๐ ครับ ผมขอเรียนเสนอสรุปผลการศึกษาดังต่อไปนี้ครับ
ในเรื่องแรกคือแนวทางการปฏิรูประบบการประกันภัยพืชผล
ข้อ ๑ หลักการและเหตุผล การเกษตรเปึนอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงทั้งจาก ภัยธรรมชาติและ ราคาตกต่ํา เมื่อได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเกษตรกรส่วนใหญ่ ก็จะไม่สามารถรับภาระนั้นได้ ทําให้เปึนหนี้เปึนสินหรืออาจจะสูญเสียที่ดินทํากิน ประเทศส่วนใหญ่ที่มีภาคเกษตรเปึนภาคเศรษฐกิจที่สําคัญต่างก็มีนโยบายช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับภัยพิบัติ ความช่วยเหลือก็มีหลายรูปแบบ มีทั้งการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรง และการอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัย ตลอดจนการรับประกันภัยต่อโดยรัฐ เปึนต้น น่าสังเกตว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาซึ่งมีภาคการเกษตรที่เจริญก้าวหน้ามากกว่า ประเทศใดในโลก รัฐบาลก็ให้การสนับสนุนการปร ะกันภัยทุกรูปแบบ เว้นแต่การเปึน ผู้ประกันร่วมกับภาคเอกชน มาตรการสนับสนุนนอกจากจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันแล้ว ยังมีการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ การวิจัยและพัฒนา อย่างนี้เปึนต้น ในประเทศไทย การสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนใหญ่เปึนการอุดหนุนหรือชดเชยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
โดยตรง แต่ก็เปึนจํานวนเงินแต่ละรายเพียงเล็กน้อย ไม่ครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับ ความเสียหายอย่างเท่าเทียมกัน การซื้อประกันจากบริษัทประกันภัยเพิ่งจะมีขึ้นเมื่อ ไม่นานมานี้ แต่ก็ยังมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการน้อยมากทําให้ค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูง นอกจากนี้หลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยก็ยังขาดความชัดเจน ต้องอาศัยการสํารวจเปึน รายแปลงโดยรัฐ ทําให้เกิดข้อพิพาทบ่อยครั้ง ปัญหาต่าง ๆ ทําให้การประกันภัยไม่ได้รับ ความนิยมเท่าที่ควร จึงต้องอาศัยการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อส่งเสริมให้การประกันภัยพืชผล เปึนมาตรการหลักในการสร้างความมั่นคงในชีวิตของเกษตรกร
ข้อ ๒ ประเด็นการปฏิรูป ในประเทศกําลังพัฒนาที่กิจการประกันภัยยังไม่มี ความพร้อมรัฐจําเปึนต้องมีบทบาทในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่การช่วยเหลือของรัฐมีอุปสรรคหลายประการ คือภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่มีความแน่นอนทําให้มีปัญหาในการจัดเตรียมงบประมาณได้ทันท่วงทีและเพียงพอ กลไกของรัฐเองก็ไม่มีความคล่องตัว นอกจากนี้บางครั้งก็มีการแทรกแซงทางการเมือง ทําให้การจ่ายเงินชดเชยไม่เท่าเทียมกันและมีการทุจริต แม้กิจการประกันภัยในปัจจุบันจะได้ พัฒนาไปมากแล้วเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังไม่นิยมประกันตนเอง เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ และเนื่องจากมีเกษตรกรประกันตนเองน้อยจึงมีผลทําให้ค่าเบี้ยประกันแพง ดังนั้นรัฐจึง จําเปึนต้องมีบทบาทในการสนับสนุนให้เกษตรกรประกันตนเองมากขึ้น เพื่อลดภาระของรัฐ และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตของเกษตรกร
ข้อ ๓ ผลกระทบของภัยธรรมชาติต่อเกษตรกรในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา ในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมาเกษตรกรประสบภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง วาตภัย และศัตรูพืช ประเทศไทยมีเกษตรกรประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่ในป้ ๒๕๕๖ มีจํานวนเพิ่มขึ้นเปึน ๗,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน จํานวนเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติมีความผันแปรสูง จํานวนต่ําสุดในป้ ๒๕๕๒ คือ ๕๓๐,๐๐๐ ล้านครัวเรือน และจํานวนสูงสุด ในป้ ๒๕๔๗ ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่ส่วนใหญ่ค รั วเรือ นที่ได้รับผลกระ ทบ จะ ผันแปร อยู่ในช่วงป ระมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านครัวเรือนถึง ๑.๓ ล้านครัวเรือน สัดส่วนของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ต่อจํานวนเกษตรกรทั้งประเทศก็มีความผันผ วนสูงเช่นเดียวกัน ในป้ที่สัดส่วนต่ําที่สุดคือ ป้ ๒๕๕๒ คิดเปึนร้อยละ ๙.๑๑ แต่ในป้ที่สัดส่วนสูงสุดคือในป้ ๒๕๔๗ มีเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบถึงร้อยละ ๓๕ ของครัวเรือนทั้งหมด แต่โดยทั่วไปจะผันแปร อยู่ในช่วงประมาณ ๑๓-๒๓ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรทั้งประเทศ ประเทศไทยมีพื้นที่ เพาะปลูกทั้งประเทศประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ จํานวนพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหาย ผันแปรระหว่างป้ที่ต่ําสุด ๑.๒ ล้านไร่ในป้ ๒๕๔๙ จนถึงสูงสุด ๑๑.๕ ล้านไร่ ในป้ ๒๕๔๗ แต่โดยทั่วไปจะผันแปรอยู่ในช่วงประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เมื่อคิดเปึน สัดส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายต่อพื้นที่ทั้งประเทศจะผันแปรระหว่างร้อยละ ๒ ถึงร้อยละ ๓ แต่ในป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงนั้น สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๗.๖ ของพื้นที่ เพาะปลูกทั้งประเทศ
ข้อ ๔ ภาระงบประมาณในการช่วยเหลือในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา ในป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเปึนป้ที่จํานวนเกษตรกรและพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายสูงสุดในรอบ ๑๐ ป้ รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรเปึนจํานวนเงิน ๓,๗๙๔ ล้านบาท แต่ในป้ ๒๕๕๓ และป้ ๒๕๕๔ ซึ่งจํานวนเกษตรกรและพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายน้อยกว่าป้ ๒๕๔๗ รัฐบาลกลับใช้งบประมาณในการชดเชยเกษตรกรเปึนจํานวนสูงกว่ามาก และจัดว่าสูงสุด ติดต่อกันทั้ง ๒ ป้ คือ ๒๐,๘๓๑ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๓ และ ๓๑,๒๑๙ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๔ ดังนั้นจะเห็นว่ามีความไม่แน่นอนสูงของจํานวนเงินชดเชยที่จะต้องจัดเตรียมทุกป้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะผันแปรในช่วงประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ แม้จํานวนเงิน
ที่รัฐบาลจ่ายชดเชยจะดูค่อนข้างสูงแต่ว่าก็ยังต่ํากว่าต้นทุนของผลผลิตที่ได้รับความเสียหาย และบ่อยครั้งก็มีการร้องเรียนว่าเกษตรกรได้รับไม่ทั่วถึงและไม่เปึนธรรม
ข้อ ๕ การประกันภัยพืชผลในประเทศไทย หลักการของการประกันภัยก็คือ การที่กลุ่มบุคคลร่วมกันจัดตั้งกองทุนเพื่อให้สมาชิกช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อได้รับ ผลกระทบจากภัยพิบัติ การประกันภัยทุกประเภทจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีสมาชิก เข้าร่วมโครงการเปึนจํานวนมากตามหลักของกฎว่าด้วยจํานวนมาก หรือลอว์ ออฟ ลาร์จ นัมเบอร์ (Law of Large Number) ในสังคมดั้งเดิมนั้นสมาชิกในชุมชนใกล้เคียงกัน สามารถพึ่งพากันได้ แต่ระบบนี้จะใช้ไม่ได้เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นทั้งชุมชน หรือเกิดขึ้นแก่ สมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนก็จะไม่มีใครช่วยเหลือใครได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้เกิดธุรกิจ ประกันภัยขึ้นเพื่อขยายความร่วมมือจากสมาชิกในวงที่กว้างขึ้น
การประกันภัยพืชผลเปึนกิจการหนึ่งที่สามารถนํามาใช้ได้ด้วยหลักการเดียวกัน ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีภาคการเกษตรที่เจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น ๆ มีการดําเนินกิจการประกันภัยพืชผลตั้งแต่ป้ ๑๙๓๐ หลังจากนั้นก็มีประเทศอื่น ๆ จะดําเนินการเช่นเดียวกันจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยเริ่มมีการศึกษาการประกันภัยพืชผล มาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๓ โดยกรมการประกันภัย ในป้ ๒๕๒๑-๒๕๒๓ ได้มีการทดลองโครงการ ประกันภัยฝัาย ที่อําเภอปากช่อง โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพียงประมาณ ๕๐๐ ราย อัตราค่าเบี้ยประกันไร่ละ ๕๐ บาท คุ้มครองไร่ละ ๑,๔๐๐ บาท ผลการดําเนินงานมีกําไร ๒ ป้แรกเปึนเงิน ๑๘๓,๐๐๐ บาท แต่ในป้ที่ ๓ ขาดทุนเปึนเงิน ๑๒๓,๐๐๐ บาท ในป้ ๒๕๒๕-๒๕๒๗ กรมส่งเสริมการเกษตรดําเนินการต่อ ผลการดําเนินงาน ๓ ป้ ขาดทุน ๑,๐๔๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นก็มีบริษัทประกันภัยร่วมกันจัดทําโครงการ ประกันภัยข้าวโพด ข้าวฟ์าง และถั่วเหลือง ในช่วงป้ ๒๕๓๑-๒๕๓๔ ผลการดําเนินงาน ขาดทุนเช่นเดียวกัน ในป้ ๒๕๔๘ ธนาคารโลกได้ทําการศึกษาความเปึนไปได้ ของการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยใช้ดัชนีสภาพอากาศในอําเภอปากช่อง แทนการสํารวจผลความเสียหายเปึนรายแปลง และมีการดําเนินงานจริงในป้ ๒๕๕๓ ในป้ ๒๕๕๔ ถึงปัจจุบันกระทรวงการคลังได้จัดทําโครงการประกันภัยข้าวทั่วประเทศ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และบริษัทประกัน เปึนการประกันโดยความสมัครใจ ของเกษตรกร เนื่องจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแต่ละครั้งยังมีน้อย รัฐบาลจึงให้สิ่งจูงใจ เพื่อชักจูงให้เกษตรกรเข้าร่วมมากขึ้น ในป้ ๒๕๕๘ คือในป้นี้รัฐบาลได้อนุมัติอัตราเบี้ยประกัน ตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้ นที่เพาะปลูก ซึ่งมีอัตราตั้งแต่ไร่ละ ๑๒๔.๑๒ บาท จนถึงไร่ละ ๔๘๓.๖๔ บาท รวมมูลค่าเพิ่มแล้ว รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกัน ไร่ละ ๖๔.๑๒ บาทจนถึงไร่ละ ๓๘๓.๖๔ บาท เพื่อให้ค่าเบี้ยประกันที่เกษตรกรต้องชําระนั้น อยู่ในช่วงประมาณ ๖๐-๑๐๐ บาทต่อไร่ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ก็สมทบกรณีที่เปึนลูกค้า ของธนาคารไร่ละอีก ๑๐ บาท ดังนั้นเกษตรกรที่เปึนลูกค้าจะจ่ายสุทธิเพียงไร่ละ ๕๐-๙๐ บาท กระทรวงการคลังก็มีเปัาหมายที่จะให้เกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมดนี้ ๑.๕ ล้านไร่
ข้อ ๖ ผลการดําเนินงานของบริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยที่เข้าร่วม โครงการประมาณ ๑๐ บริษัท มี ธ.ก.ส. เปึนแกนนําในการประสานงาน ผลการดําเนินงานของ การประกันภัยข้าวในช่วงป้ ๒๕๕๔-๒๕๕๗ มีดังนี้ ในจํานวนพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ
ประมาณ ๖๑ ล้านไร่มีพื้นที่เอาประกันเพียงร้อยละ ๑.๓-๑.๗ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ในจํานวนพื้นที่เอาประกันแต่ละป้มีพื้นที่ที่ขอรับสินไหมทดแทนในป้ ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ร้อยละ ๕๙ และร้อยละ ๖๑.๘ ต่อมาในป้ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ พื้นที่ขอรับสินไหมทดแทนก็ลดลง เหลือร้อยละ ๒๓.๓ และร้อยละ ๑๑.๘ ตามลําดับ ดังนั้นจะเห็นว่าสัดส่วนสินไหมทดแทน ต่อเบี้ยประกันภัยสูงมาก ในป้ ๒๕๕๔-๒๕๕๕ สูงถึงร้อยละ ๕๕๓.๙๔ และร้อยละ ๕๓๒.๒๒ ตามลําดับ ต่อมาในป้ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ สัดส่วนดังกล่าวก็ลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังนับว่าสูง คือร้อยละ ๗๒ และร้อยละ ๓๐.๑๘ ตามลําดับ
ข้อ ๗ ประเด็นปัญหา ๑. การประกันภัยพืชผลยังไม่เปึนที่นิยมของ เกษตรกรไทย การที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการน้อยไม่เพียงพอที่จะกระจายความเสี่ยง ตามหลักลอว์ ออฟ ลาร์จ นัมเบอร์ ดังนั้นจึงทําให้อัตราเบี้ยประกันค่อนข้างสูง ๒. เกษตรกร ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและประโยชน์ของการเอาประกัน ๓. การเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศทําให้ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น จนเปึนภาระของรัฐบาลในการจัดเตรียมงบประมาณช่วยเหลือให้เพียงพอและเท่าเทียมกัน ๔. เกษตรกรอาศัยช่องว่างของสัญญาสามารถตัดสินใจเอาประกันเฉพาะในกรณีที่ มีความชัดเจนว่าจะได้รับความเสียหายเปึนจํานวนมากเท่านั้น ทําให้บริษัทประกันภัยต้องคิด อัตราเบี้ยประกันค่อนข้างสูงหรือมิฉะนั้นก็ไม่รั บประกันเพราะว่ามีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ๕. เกษตรกรยังไม่มีความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัย จึงเปึนหน้าที่ของ บริษัทที่จะต้องทําความเข้าใจกับเกษตรกร พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและระบบ ธรรมาภิบาลที่ดี ในส่วนของรัฐจะต้องดูแลให้ธุรกิจประกันภัยมี การแข่งขันอย่างเปึนธรรม และมีระบบธรรมาภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส
ข้อ ๘ ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ๑. รัฐและภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกันสร้าง ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เกษตรกรให้เห็นประโยชน์ของการประกันภัยพืชผล ๒. รัฐบาลควรจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันบางส่วน และสถาบันการเงินอุดหนุนบางส่วนสําหรับ เกษตรกรที่เปึนลูกค้า โดยมีเปัาหมายที่จะให้อัตราเบี้ยประกันที่เกษตรกรจ่ายอยู่ในอัตราที่ เกษตรกรยอมรับได้ ๓. ปัจจุบันการจ่ายเงินชดเชยยังใช้ระบบสํารวจเปึนรายแปลงซึ่งจะมี ปัญหาต่าง ๆ ดังที่ผมได้เรียนไปแล้ว แต่ปัจจุบันได้มีการใช้ดัชนีสภาพอากาศแทนการสํารวจ รายแปลงซึ่งทําให้การวินิจฉัยมีความเที่ยงตรงและโปร่งใส จึงควรสนับสนุนให้จ่ายเงินชดเชย โดยใช้ดัชนีสภาพอากาศเปึนหลัก ๔. เนื่องจากบริษัทประกันภัยในประเทศยังมีการประกัน ต่อกับบริษัทในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงของตน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ละครั้งเปึนจํานวนเงินสูงมาก ซึ่งบริษัทประกันภัยในประเทศไทยเองก็คงจะไม่สามารถ รับภาระนั้นได้ จึงได้มีการประกันภัยต่อกับบริษัทในต่างประเทศ หากรัฐบาลคิดว่า จะประหยัดเงินจํานวนนี้ได้ ก็อาจจะพิจารณาเปึนผู้รับประกันบางส่วนต่อเพื่อลดการ สูญเสียรายได้แก่ต่างประเทศ อันนี้ก็เปึนแต่เพียงทางเลือกที่เสนอเพื่อพิจารณาเท่านั้น
๕. ส่งเสริมให้มีช่องทางจําหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างแพร่หลาย ๖. สนับสนุนการวิจัย และพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ของระบบการประกันภัยพืชผล และ ๗. ดูแลให้ธุรกิจ ประกันภัยมีการแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี ผมขอเรียนว่า โดยความเปึนจริงแล้วในขณะนี้ก็มีการใช้ระบบประกันอยู่นะครับ แต่ว่าก็ยังไม่แพร่หลาย เท่าที่ควร เกษตรกรก็ยังไม่ค่อยนิยม ดังนั้นจึงขอเรียนว่าควรจะเน้นในเรื่องของการที่จะต้อง รณรงค์ให้เกษตรกรมีความเข้าใจที่ถูกต้อง แล้วก็ใช้ดัชนีสภาพอากาศเปึนหลักเกณฑ์ในการ จ่ายชดเชย ดังนี้ก็จะช่วยทําให้เกษตรกรมีความกระตือรือร้นที่จะทําประกันมากขึ้น ในส่วนของสภาบันการเงินเองก็จะมีบทบาทสูงในการที่จะชักจูงให้เกษตรกรประกันตนเอง ทั้งหมดก็คือเปึนแนวทางที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในชีวิตของเกษตรกร โดยที่ไม่ต้องเปึนภาระ แก่รัฐมากเกินสมควรนะครับ
ผมขอต่อรายงานเรื่องที่ ๒ คือแนวทางปฏิรูประบบประกันสุขภาพ
ข้อ ๑ หลักการและเหตุผล รัฐบาลไทยถือว่าภารกิจในการดูแลให้ประชาชน ทุกคนได้รับการรักษา พยาบาลอย่างถ้วนหน้าเปึนสวัสดิการขั้นพื้นฐาน สวัสดิการ รักษาพยาบาลในปัจจุบันมี ๓ ระบบ คือระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลสําหรับข้าราชการ ซึ่งรวมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วยมีจํานวน ๕.๕ ล้านคน ระบบประกันสังคม รัฐบาล ร่วมจ่ายสมทบ ๑ ใน ๓ ของเงินสมทบทั้งหมด สามารถครอบคลุมประชาชนได้ถึง ๑๐.๗ ล้านคน
และระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมประชาชนที่ไม่อยู่ในระบบทั้ง ๒ ข้างต้น เปึนจํานวน ๔๘.๖ ล้านคน ดังนั้นรวมประชาชนที่ได้รับการดูแลทั้งประเทศ ๖๔.๘ ล้านคน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเปึนปัญหาสําคัญที่คนทุกคนต้องเผชิญ ในบางครั้ง อาจจะมีจํานวนเงินสูงจนเกิน ความสามารถที่จะจ่ายได้ การประกันสุขภาพจึงเปึน หลักประกันสําคัญที่เพิ่มความมั่นคงในชีวิต ดังนั้นนโยบายในการจัดให้ประชาชนได้รับ ประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าจึงเปึนสิ่งจําเปึน ระบบประกันสุขภาพของไทยจึงได้รับ การยกย่องอย่างกว้างขวางจากประเทศต่าง ๆ ว่าเปึนนโยบายที่ดีและประสบความสําเร็จสูง แม้กระนั้นก็ตามระบบประกันสุขภาพในปัจจุบันก็ยังมีปัญหาหลายประการที่สมควรได้รับ การแก้ไข กล่าวคือ ๑. ระบบประกันสุขภาพทั้ง ๓ ระบบมีมาตรฐานในการรักษาพยาบาล ที่แตกต่างกัน มีความเหลื่อมล้ําในคุณภาพที่ประชาชนได้รับจากแต่ละระบบ ๒. รายได้และ ผลตอบแทนของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ยังมีความเหลื่อมล้ําไม่สอดคล้องกับภาระ ในการดูแลรักษา ๓. เปึนระบบที่นําทรัพยากรของประชาชนรุ่นปัจจุบันไปถ่ายโอน ให้ประชาชนสูงวัยเปึนส่วนใหญ่และเปึนระบบซึ่งไม่สามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ เมื่อสังคม เข้าสู่ภาวะสูงวัยและประชาชนส่วนที่จะต้องจ่ายภาษี มีสัดส่วนน้อยกว่าประชาชนสูงวัย จะเปึนภาระอย่างหนักและอาจจะไม่สามารถคงระบบนี้ไว้ได้ ปัญหาความเหลื่อมล้ํา ของคุณภาพการรักษาพยาบาลและความเหลื่อมล้ําของรายได้ ได้รับการศึกษาวิเคราะห์ จากคณะกรรมาธิการคณะอื่น ๆ แล้ว คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง จึงขอเน้นศึกษาเฉพาะประเด็นความมั่นคงทางการคลังเท่านั้น
ข้อ ๒ ลักษณะสําคัญของระบบประกันสุขภาพทั้ง ๓ ระบบมีดังต่อไปนี้ ระบบที่ ๑ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการเปึนส่วนหนึ่งของสัญญาว่าจ้าง ระหว่างนายจ้างคือรัฐบาลและลูกจ้างคือข้าราชการ รัฐบาลจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง โดยใช้ยาในบัญชีหลัก ผู้ป์วยสามารถเลือกใช้โรงพยาบาลใดก็ได้ที่เปึนของรัฐ ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะทําให้เกิดการรักษาซ้ําซ้อนและกระทบต่อประสิทธิภาพในการติดตามผลได้ เงินงบประมาณที่จ่ายชดเชยโรงพยาบาลไม่มีความแน่นอน และไม่สะท้อนต้นทุนทั้งหมด และเปึนระบบที่นําทรัพยากรของประชากรรุ่นปัจจุบันไปถ่ายโอนให้ประชากรสูงวัย ประชาชนในวัยทํางานเปึนผู้จ่ายภาษี เพื่อให้ผู้สูงวัยนําไปใช้ มีลักษณะเปึนแบบที่เรียกว่า เพย์ แอส ยู โก (Pay as you go) ไม่สามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ เมื่อสังคมเข้าสู่ภาวะสูงวัย
ผู้จ่ายภาษีจะมีสัดส่วนน้อยกว่าผู้รับประโยชน์ และจะไม่สามารถรับภาระได้ ระบบนี้ จะไม่สามารถคงอยู่ได้ ระบบที่ ๒ คือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในระบบนี้ประชาชน ทุกคนที่ไม่มีสิทธิรับการรักษาพยาบาลจากระบบสวัสดิการอื่น ๆ สามารถใช้สิทธิในระบบ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า รัฐบาลเปึนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด ผู้เจ็บป์วยจ่ายเพียง ๓๐ บาท แต่ผู้ยากไร้ไม่ต้องจ่าย และเปึนระบบสวัสดิการที่มีเจตนารมณ์ที่ดี มีวัตถุประสงค์ ที่จะลดความเหลื่อมล้ําแต่ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ในการที่จะกลั่นกรองผู้ใช้ประโยชน์ แม้ผู้ที่ มีความสามารถจะจ่ายได้ก็สามารถรับประโยชน์จากระบบประกันสุขภาพนี้ได้ จึงไม่มีความ กระตือรือร้นที่จะพึ่งตนเอง เนื่องจากมีงบประมาณจํากัด รัฐบาลจึงจ่ายชดเชยให้แก่ โรงพยาบาลแบบเหมาจ่ายรายหัว ไม่ใช่ชดเชยตามค่าใช้จ่ายจริง ทําให้โรงพยาบาลต่าง ๆ พยายามส่งต่อผู้เจ็บป์วยที่มีค่าใช้จ่ายสูงไปรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีผลทําให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนและบางแห่งก็ประสบ ปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง โรงพยาบาลขนาดใหญ่ประสบปัญหาแออัด ไม่สามารถ ให้บริการได้อย่างมีคุณภาพและทั่วถึง รายจ่ายเงินอุดหนุนจากงบประมาณก็มีจํานวนสูง แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอย่างไม่สิ้นสุด แล้วยังจะต้องชดเชย การขาดทุนของโรงพยาบาลอีกด้วย เปึนระบบที่มีความเสี่ยงว่าจะไม่ยั่งยืน
ระบบที่ ๓ คือระบบประกันสังคม เปึนระบบที่มีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างความมั่นคง ในชีวิต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากสังคมเกษตรเปึนสังคมอุตสาหกรรม ทําให้การพึ่งพาภายในครอบครัวล่มสลายไป การจัดตั้งกองทุนประกันสังคมโดยมีผู้ร่วมจ่าย ๓ ฝ์าย คือ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล กองทุนนี้บริหารด้วยสํานักงานประกันสังคม โดยกําหนดรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าหลักเกณฑ์ให้ลูกจ้างเลือก แต่จ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้แก่โรงพยาบาลแบบเหมาจ่ายรายหัวตามอัตราที่ตกลงกัน เปึนระบบที่จ่ายชดเชย ให้แก่โรงพยาบาลแบบเพย์ แอส ยู โกเหมือนระบบสวัสดิการข้าราชการ เพราะฉะนั้น จึงมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาวเช่นเดียวกัน ส่วนอีกระบบหนึ่งก็คือ ระบบประกันสุขภาพเอกชน แม้ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข องรัฐจะครอบคลุม ประชาชนทุกหมู่เหล่า แต่เนื่องจากมีงบประมาณจํากัด ระบบสวัสดิการของรัฐจึงไม่สามารถ รักษามาตรฐานการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้ ประชาชนบางส่วนไม่มีความประสงค์ จะใช้สิทธิ แต่รับการรักษาพยาบาลด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองจากคลินิกหรือโรงพยาบาล เอกชน มีประชาชนประมาณ ๓.๔ ล้านคนเท่านั้นที่ประกันตนเองโดยซื้อประกันสุขภาพ จากบริษัทประกันภัย หลักการสําคัญของระบบประกันภัยก็คือการที่สมาชิกตกลงช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน โดยการกระจายความเสี่ยงระหว่างสมาชิกด้วยกัน การประกันที่มีประสิทธิภาพ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการเปึนจํานวนมาก แต่ปัจจุบันยังมีผู้ประกันตนเองน้อย ดังนั้น การกระจายความเสี่ยงจึงยังไม่มีประสิทธิภาพ ทําให้ค่าเบี้ยประกันค่อนข้างสูง แต่ผู้เจ็บป์วย จะได้รับผลประโยชน์ชดเชยค่ารักษาพยาบาลตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งแตกต่างกัน ตามสัญญาการคุ้มครอง
ข้อ ๓ แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของสุขภาพถ้วนหน้าและ ประกันเอกชนและข้าราชการ ระบบประกันสุขภาพเอกชนมีรายจ่าย จากกราฟ ท่านจะเห็นว่าเส้นที่ต่ําสุดก็คือประกันสุขภาพเอกชนซึ่งมีรายจ่ายต่ํากว่าระบบสวัสดิการ ของรัฐทั้ง ๒ ระบบ แต่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เพราะจํานวน ผู้ประกันตนเองยังมีน้อยและมีระบบการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างรัดกุม เอกชน เปึนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐ ส่วนระบบสวัสดิการข้าราชการ มีค่าใช้จ่ายเพียง ๒๐,๔๗๖ ล้านบาทในป้ ๒๕๔๕ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นใน ๒-๓ ป้ต่อมา หลังจากนั้นก็เพิ่มในอัตราเร่งจนมาชะลออยู่ที่ระดับ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษในป้ ๒๕๕๔
ระบบสุดท้ายคือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเริ่มโครงการในป้ ๒๕๔๕ มีรายจ่ายเพียง ๒๖,๖๔๘ ล้านบาท และเพิ่มในอัตราที่น้อยมากใน ๓ ป้แรก หลังจากนั้ นก็เพิ่ม อย่างก้าวกระโดดถึง ๑๐๖,๕๐๕ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๔ ในป้ ๒๕๕๘ คือป้นี้ประมาณค่าใช้จ่าย ของระบบสวัสดิการข้าราชการประมาณ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ระบบประกันสังคมประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท และระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าประมาณ ๑๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้ง ๓ ระบบเปึนเงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคิดเปึนประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณหรือประมาณ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ประเด็นการปฏิรูป แม้ระบบประกันสุขภาพในปัจจุบันจะมีวัตถุประสงค์ที่ดีในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ให้แก่ประชาชนอย่างถ้วนหน้า แต่การที่รัฐให้หลักประกันความมั่นคงโดยไ ม่มีการกําหนด หลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิ ทําให้ประชาชนที่มีฐานะดีสามารถดูแลตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐ ขาดความกระตือรือร้นที่จะแสดงความรับผิดชอบในการพึ่งตนเอง มีส่วนเปึนภาระ ต่องบประมาณโดยไม่สมควร ผลสืบเนื่องจากข้างต้นทําให้เกิดความแออัดในโรงพยาบาล ของรัฐ และการดูแลผู้เจ็บป์วยไม่สามารถทําได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับเงินอุดหนุนที่รัฐบาล จัดสรรให้ต่ํากว่าค่าใช้จ่ายจริง ทําให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะ โรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ที่ต้องรับผู้เจ็บป์วยที่มีอาการรุนแรงจากโรงพยาบาลขนาดเล็ก ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง
ในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างเปึนธรรม เอกชนสามารถผลิตและให้บริการ ด้วยกลไกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลไกตลาดจะไม่สามารถสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเปึนธรรมสําหรับบริการบางประเภท เช่น การรักษา ความมั่นคงของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ําว่าด้วยการศึกษาและบริการสาธารณสุข เปึนต้น รัฐบาลจึงสมควรแทรกแซงเพื่อขจัดจุดอ่อนของกลไกตลาด การรักษาพยาบาล เปึนบริการหนึ่งที่กลไกตลาดไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ แต่การแทรกแซงของรัฐก็ไม่จําเปึนต้องทําด้วยมาตรการ ให้บริการโดยตรง หรือที่เรียกว่าซัพพลาย ไซด์ อินเตอร์เวนชัน (Supply side intervention) แต่ควรดําเนินการ ผ่านเงินอุดหนุนด้านอุปสงค์หรือดีมานด์ ไซด์ อินเตอร์เวนชัน (Demand side intervention) ดังนั้นจึงขอเสนอให้รัฐบาลให้สิ่งจูงใจแก่ประชาชนให้พึ่งตนเอง โดยอนุญาตให้นํา ค่าเบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนทางภาษีให้อยู่ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทเท่ากับปัจจุบัน ซึ่งเปึนวงเงินที่ให้หักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ไม่รวมค่าเบี้ยประกันสําหรับประกัน สุขภาพ การให้สิ่งจูงใจนี้จะไม่เปึนการขยายสิทธิเกิ นสิทธิได้รับอยู่แล้ว หากมีประชาชน ประกันตนเองมากขึ้นจะไม่จําเปึนต้องพึ่งบริการของโรงพยาบาลรัฐเพียงแห่งเดียว แต่สามารถรับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนได้ เปึนการลดภาระของโรงพยาบาลรัฐ ทําให้มีความแออัดน้อยลง และคุณภาพของบริการก็จะดีขึ้น บริษัทประกันสุขภาพยังมี บทบาทสําคัญ กล่าวคือว่าสามารถประสานงานกับโรงพยาบาลให้จัดศูนย์ข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ ทําให้เกิดความสะดวกในการติดตามผลการรักษา และลดปัญหา การรักษาซ้ําซ้อน สิ้นเปลืองโดยไม่จําเปึน นอกจากนี้บริษัทประกันสุขภาพยังจะสามารถ เปึนตัวแทนประชาชนผู้ประกันตนเองในการทําความตกลงกับโรงพยาบาลเอกชนให้กําหนด มาตรฐานและขั้นตอนการรักษาเ ปึนรายโรค ทําให้การคิดค่าใช้จ่าย มีความโปร่งใส ลดความขัดแย้งระหว่างผู้เจ็บป์วยและโรงพยาบาล โดยรัฐไม่จําเปึนต้องแทรกแซงหรือ ควบคุมโดยไม่จําเปึน
วัตถุประสงค์ของการปฏิรูป ๑. การปฏิรูปจะไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน ที่ได้รับการประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าอยู่แล้ว เพียงแต่จะเป่ดโอกาสให้มีทางเลือกสําหรับ ผู้ที่สามารถพึ่งตนเองได้ ๒. สนับสนุนให้ประชาชนที่มีความพร้อมที่จะดูแลตนเอง โดยไม่เปึนภาระต่อภาครัฐและโรงพยาบาลของรัฐ ๓. ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีการแข่งขัน
อย่างเปึนธรรมเพื่อให้มีส่วนร่วมในการ ให้บริการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและมีระบบ ธรรมาภิบาลที่ดี ๔. ลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพให้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้รับความมั่นคงในชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน
ข้อเสนอประเด็นการปฏิรูป มี ๒ ด้านคือ ทางด้านการปัองกัน ๑. สนับสนุน ให้ สสส. จัดทําแผนงานส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร ๒. ส่งเสริมองค์กรและชุมชนท้องถิ่น ให้มีบทบาทในการส่งเสริมสาธารณสุขพื้นฐานของชุมชน และให้บริการ ให้คําแนะนํา การดูแลสุขภาพ และการรักษาขั้นพื้นฐานก่อนที่จะต้องส่งเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ ๓. ส่งเสริมให้ประชาชนมีจิตสํานึกในการเตรียมความพร้อมสําหรับการดํารงชีวิตในวัยชรา รัฐบาลควรร่วมรณรงค์กับภาคเอกชนและสถานศึกษาให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการเตรียม ความพร้อมของตนเอง ในด้านการรักษาพยาบาล ๑. สนับสนุนให้ผู้มีเงินได้สามารถ นําค่าเบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีได้โดยให้อยู่ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทเท่าเดิม เพื่อเปึนทางเลือกในการเลือกใช้บริการรักษาพยาบาลแทนการพึ่งบริการของรัฐแต่อย่างเดียว ๒. จัดตั้งศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพเพื่อให้สถานพยาบาลต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้ง่าย ต่อการวินิจฉัยโรค และติดตามผลการรักษาจากสถานพยาบาลอื่น ๓. จัดให้มีระบบ การตรวจอาการเบื้องต้นก่อนที่จะพบแพทย์ หากสามารถให้คําแนะนําหรือให้บริการรักษา เล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องพบแพทย์ทุกรายจะลดภาระของแพทย์ลงได้มาก
๔. ให้พิจารณาความเหมาะสมในการที่จะนําระบบการมีส่วนร่วมจ่ายเพื่อจูงใจให้มีจิตสํานึก ในการประหยัดค่ารักษาพยาบาลที่เกินความจําเปึน ๕. ในระยะยาวควรทบทวนบทบาทของ ภาครัฐในการให้บริการค่ารักษาพยาบาลโดยเน้นการอุดหนุนด้านอุปสงค์แทนการอุดหนุน ด้านอุปทาน เพื่อให้รัฐสามารถจัดสรรทรัพยำกรที่มีจํากัดไปทุ่มเททางด้านการวิจัยและ พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ๖. กํากับดูแลให้ภาคเอกชนมีการแข่งขันอย่างเสรี และเปึนธรรม มีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลที่ดี กระผมขอจบเสนอรายงานเพียงเท่านี้ครับ ใคร่ขอทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วยครับ ขอขอบพระคุณ
ท่านสมาชิกครับ เวลานี้มีผู้ลงนามเอาไว้ ๔ ท่าน เชิญท่านแรกครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ รายงานที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยพืชผลผมจะขอพูดแต่ประเด็นเรื่องนี้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งผมจะไม่พูด ผมคิดว่าเรื่องประกันภัยพืชผลคณะกรรมาธิการได้หยิบปัญหา มาถูกต้อง แต่ว่าก็ต้องเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ทั้งท่านประธาน ทั้งท่านอาจารย์ธวัชชัย เราก็ร่วมทํางานอยู่ในสังคมสูงวัยด้วยกัน ผมต้องเรียนว่าข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปนี่มันยังเปึน เพียงแค่ข้อเสนอเพื่อการพัฒนา มันยังไม่สามารถจะเปลี่ยนปัญหา แก้ไขปัญหาในเชิงปฏิรูปได้ ทําไมผมกล้าพูด ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ได้พูดถึงประวัติของการทําประกันภัย พืชผลแล้วก็บอกว่าได้เคยมีการทําแห่งแรกที่ปากช่องเมื่อป้ ๒๕๒๑ ถึงป้ ๒๕๒๓ ผมเปึนคน ออกแบบโครงการนั้น ชื่อว่าโครงการเกษตรไทย-เยอรมัน ผมเปึนที่ปรึกษาโครงการ เปึนคนออกแบบในเรื่องนี้ ผมได้ทํา ๓ ขาด้วยกัน ก็คือว่าเกษตรกรที่ปลูกฝัายนี่เขาต้องใช้ เงินทุนสูง แต่ว่าธนาคารนี่ไม่มั่นใจ เพราะฝัายนี่ภัยแล้งก็มี แมลงเจาะสมอฝัายก็สูง ก็เลย มีคําถามถัดไปว่าถ้าอย่างนั้นเราอยากจะส่งเสริมให้พื้นที่ปากช่องในสมัยนั้นยังไม่ได้ฟู์ฟ์า เปึนแหล่งท่องเที่ยวนะครับ ไม่ว่าจะเปึนโขนงพระ หมูสี หนองสาหร่าย ตําบลปากช่อง ตําบลกลางดง ปลูกฝัาย ผมเข้าไปทํางานในนั้นก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ทําอย่างไรที่จะให้ธนาคารมั่นใจ ก็ไปคิดเรื่องโครงการประกันภัยพืชผล โดยที่ถ้าความเสียหายให้ไร่ละ ๑,๔๐๐ บาท อย่างที่ท่านพูดไม่มีผิดเลยแล้วเบี้ยประกัน ๕๐ บาท โครงการเกษตรไทย-เยอรมัน
แอบอยู่เบื้องหลัง แอบซับซิดี (Subsidy) ผ่านบริษัทประกัน ผ่านธนาคาร พยายามให้ เกษตรกรได้เชื่อมโยงกับธนาคารได้เชื่อมโยงกับบริษัทประกัน แล้วบริษัทประกันรวมกันก็ไป รีอินชัวรันซ์ (Reinsurance) กับต่างประเทศเหมือนที่ท่านพูดไม่มีผิด แต่ท่านประธานครับ พอทําไปได้ ๓ ป้เลิก ถามว่าทําไมถึงเลิก ที่เลิกนี่มันมีเหตุผลอยู่ ๒-๓ อย่าง อย่างที่ ๑ เกษตรกรเขาบอกว่าถ้าแน่จริงต้องประกันแมลงด้วยสิ ผมก็ชะงักสิครับประกันแมลงนี่ มันประกันง่ายไหมล่ะครับ คือถ้าแมลงลงแล้วจ่าย ถ้าเกษตรกรไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะฝัาย ใช้ยาฆ่าแมลงสูง ถ้าเขาหยุดไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ระบบประกันมันก็พังพินาศ ตกลงพอบอกว่าใช้ เราประกันแต่แล้ง
มันก็แล้งเปึนรายแปลง เราก็สามารถจะดูเปึนรายแปลงได้ ไม่ได้ใช้น้ําฝนอย่างที่ท่านพูด ตอนหลังเขาพัฒนาไปใช้สถิติน้ําฝนแล้วจ่ายเปึนการทั่วไปในบริเวณนั้น และประการที่ ๓ ท่านก็พูดถึงลอว์ ออฟ ลาร์จ นัมเบอร์ซึ่งก็ตรง ก็คือว่าผมทําแต่เฉพาะในเขตอําเภอปากช่อง ๖ ตําบล และมันเปึนการเริ่มประกันภัยพืชผลครั้งแรกในประเทศไทย มันเปึนพื้นที่เดียว แล้งมันแล้งหมด ดีมันดีหมด บางป้มันก็ได้ บางป้มันก็โดนหมด ถูกไหมครับ มันไม่ขยายไปทั่ว พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ไปดูงานที่ผมทํา พอผมเล่าให้ฟังท่านบอกว่าช่วยออกแบบ ทั้งประเทศได้ไหม แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครทํา ก็ค่อย ๆ พัฒนามาเรื่อย ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ท่านเขียนว่า ธ.ก.ส. ทําไอ้โน่น ทําไอ้นี่ ผมคิดว่าท่านจับประเด็นปัญหาถูกหมดเลย ท่านประธานครับ เขาจับประเด็นปัญหาได้ถูกหมด แต่ตัวปฏิรูปเท่านั้นที่ผมยังมองไม่เห็น แล้วถ้าอาจารย์ธวัชชัยถามผม เมื่อกี้ท่านก็คุยกับผม ท่านก็ถามผมว่าแล้วผมคิดว่าจะปฏิรูป อย่างไร ผมก็ตอบท่านไปตรง ๆ ว่าผมก็ไม่รู้ เพราะปัญหามันเปึนอย่างนี้ครับ เมื่อเกษตรกร มีความไม่ไว้วางใจบริษัทประกัน ท่านประธานครับ นี่คือตัวสําคัญ เขาก็ไม่อยากประกัน เพราะว่าเขาเสียค่าเบี้ยประกัน รัฐก็ช่วยอุดหนุนเบี้ยประกันบางส่วน แต่พื้นที่มันก็เล็ก และเกษตรกรก็รู้อีกว่าที่ของตัวเองตรงไหนที่มันเสี่ยงก็จะประกันแต่ตรงนั้น ตกลง ก็กินตัวมันเองถูกไหมครับ การประกันจะต้องมีบางที่ได้ บางที่เสีย ซึ่งนี่ก็คือตัวปัญหาทั้งหมด แต่ว่าหลังจากที่โครงการที่ผมว่าเราจะทําอย่างไรที่ให้เกษตรกรทําทีเดียวเปึนวงกว้าง นั่นคือโจทย์ เผื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ช่วยคิดได้ ถ้าทําเล็กทําไม่รอด ขณะเดียวกัน ถ้าจะผูกกับสินเชื่อให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเปึนเงื่อนไขในการให้สินเชื่อว่าเขา จะต้องประกัน ได้ไหม และเบี้ยประกันนี้รัฐจะช่วยบางส่วนได้ไหม แต่เรื่องรีอินชัวรันซ์ที่บอกว่าให้รัฐบาล มาทํารีอินชัวรันซ์ผมไม่มั่นใจจริง ๆ ท่านประธานครับ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการประกัน ธนาคาร เงิน ๆ ทอง ๆ และให้รัฐเปึนตัวมารับประกันต่อ รีอินชัวรันซ์คือการป ระกันต่อ อีกทอดหนึ่ง จริงอยู่เงินไม่ออกไปต่างประเทศ จริงอยู่รัฐอาจจะคิดเบี้ยประกันต่อ คือรีอินชัวรันซ์ต่ําหน่อย แต่ผมพูดตรง ๆ ว่าผมไม่สบายใจ ผมคิดว่าระบบของมัน ก็วางอยู่แล้วเรื่องรีอินชัวรันซ์ ผมคิดว่าตรงนั้นไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไรเท่าที่ผมทํางานมา แต่มันก็ หลายป้แล้วนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๑ ถึงป้ ๒๕๒๓ แล้วผมก็เลิกไม่ได้ทําอีก ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๓ แต่ผมเห็นรายงานนี้ด้วยความระทึกใจ เพราะว่ามันมาตรงกับสิ่งที่ผมเริ่มทํา ในประเทศไทยครั้งแรก ผมนึกว่าท่านจะแก้ปัญหาให้ผมได้ นี่ผมพูดจริง ๆ ผมก็ฝันเลยว่า
ต่อไปนี้มันจะต้องปฏิรูปแล้ว แต่พออ่านไปปัูบท่านบอกว่าประเด็นเสนอแนะปฏิรูปมี ๕-๖ ข้อ ผมไม่เถียงเลย ผมเห็นด้วยกับท่านเกือบหมด ยกเว้นรีอินชัวรันซ์นิดเดียว พูดตรง ๆ มันไม่ถึงใจ มันไม่ใช่ปฏิรูป มันเปึนแต่เพียงแค่ข้อแนะนํา ซึ่งเหมือนบทความบทความหนึ่ง ที่เขียนออกมาแล้วก็เขียนข้อเสนอได้ แต่ว่าท่านไม่ได้พิสูจน์ แล้วท่านก็ไม่มีอะไรที่บอกว่า มันเปึนจุดคานงัด มันปรับโครงสร้าง ปรับระบบ เพราะฉะนั้นท่านกลับไปทําใหม่ได้ไหมครับ นี่ผมพูดด้วยความเคารพอย่างสูงจริง ๆ เพราะว่าทีมนี้กับทีมผมทํางานด้วยกันนะครั บ ท่านประธาน เรื่องสังคมสูงวัยเราทําด้วยกัน แล้วก็วิเคราะห์กันสนุกสนานมาก คือดูกัน อย่างละเอียด แต่อันนี้มันพลิกความคาดหมายผม
ผมดีใจมากเลยพอเห็นว่ามีท่านทําเรื่องครอป อินชัวรันซ์ (Crop insurance) แต่ว่า ท่านกรุณารับกลับไปสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ ทําต่ออีกสักนิดเถอะครับ แล้วทําให้เห็น จุดคานงัดประเด็นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตรงนี้ให้เห็นว่ามันเดินได้ ผมจะสนับสนุนเต็มที่ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดส งขลา ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้หยิบเอาเรื่องการประกันภัยพืชผลยกมาเปึน วาระการปฏิรูปเพิ่มเติม เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่และเปึนเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งที่บ้านเรา คิดว่าเรื่องของการดูแลภาคเกษตรและดูแลเรื่องของพืชผลเกษตร โดยเฉพาะที่จะช่วย ประกันภัย แต่ก็เรียนนะครับว่าเรื่องการประกันภัยพืชผลเกษตร ผมบังเอิญอยู่ในภาคเกษตร ในฐานะนักวิชาการด้วย แล้วก็ส่วนหนึ่งก็มีเรื่องของการทําการเกษตรเองอยู่บ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่าพืชพันธุ์ที่ผมทํานี่อาจจะไม่อยู่ในข่ายที่จะประกันภัยได้ ก็อยากจะเรียนว่า เห็นท่านศึกษาแล้วก็มีข้อสรุปมาแล้ว ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กรุณาอภิปรายไปนั้น ผมเองก็เห็นด้วยเกือบทั้งหมดที่ท่านอภิปรายเพิ่มเติมไปนี่ แล้วก็เช่นเดียวกันครับ ผมเรียนว่า พอดูรายละเอียดผมอ่านทั้งหมดเลยนะครับทุกหน้าเลย แล้วก็มาอ่านในเพาเวอร์พอยต์นี่อีก แล้วก็เห็นว่าท่านได้พยายามที่จะทํา แล้วก็ได้พยายามจะให้เหมือนกับจะทําอย่างไรถึงจะให้ เรื่องของประกันพืชผลมันเปึนไปได้ แต่ข้อเสนอที่ท่านเสนอผมขอเรียนว่ามันยังไม่มีอะไร ที่น่าจะเปึนน้ําหนักไปถึงขั้นที่บอกว่านี่คือการปฏิรูป ต้องเรียนตรง ๆ ต้องขออภัย ไม่ได้บอกว่า ท่านทําไม่ดีหรือว่าไม่ได้ทําให้ครบถ้วน แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่ามันเปึนปัญหาที่หาทางออก ยากครับเรื่องประกันภัยพืชผล อย่างที่ผมเรียนนะครับ ผมเรียนและสอนอยู่ทางเกษตร แล้วก็มีลูกศิษย์ลูกหาทํางานอยู่ในวงการเกษตรเยอะมาก เขาก็พูดเช่นเดียวกันเลยว่า เรื่องประกันภัยนี่มันไปไม่รอด แล้วข้อมูลที่ท่านเสนอมาตอนแรกทําอยู่ป้ ๒ ป้ก็มีกําไรออกมา ป้ละแสนกว่าบาท สุดท้ายพอโอนไปให้กรมส่งเสริมการเกษตรขาดทุนเปึนล้านบาทเลย อย่างนี้เปึนต้น ไม่ได้บอกว่าภาครัฐเองก็ทํางานไม่ได้ดีแล้วทําให้เกิดภาวะขาดทุน แต่ในเรื่อง การประกันภัยพืชผลมันมีอาการอย่างนี้จริง ๆ มันยากและลําบากที่จะทํา แล้วสภาวะของ
การเกษตรในบ้านเราเปึนการเกษตรในลักษณะเกษตรกรรายย่อย ถึงแม้จะมีฟาร์มขนาดใหญ่ อยู่บ้างเปึนร้อยเปึนอะไรไร่นะครับ แต่อย่าลืมว่าพืชผลส่วนใหญ่ที่อยู่ในข่ายที่จะ ทําประกันภัยเปึนพืชล้มลุก เปึนพวกข้าว พวกข้าวโพด พวกฝัาย พวกอะไรต่อมิอะไรพวกนี้ อยู่เปึนส่วนใหญ่ ซึ่งก็เปึนเกษตรกรที่ไม่ใช่รายใหญ่มาก เปึนรายย่อยอยู่ เมื่อเปึนเช่นนี้แล้ว มันก็ทําให้เกิดความยากลําบากในการที่จะดําเนินการการบริหารจัดการ ผมขออนุญาต มีความเห็นสักนิดหนึ่งว่าถ้าเผื่อเราเอาเรื่องของสิ่งที่เราได้พูดกันในเรื่องของการปฏิรูปเกษตร อยู่บ้าง ในเรื่องของภาคการผลิต เราเอาเรื่องของโซนนิง (Zoning) มาเปึนตัวหลักขึ้นมา เอากําหนดพื้นที่การเกษตรให้ชัดเจนเลยว่าพื้นที่ใดปลูกพืชใด แล้วพื้นที่ที่กําหนดมานั้น ไปเปึนเงื่อนไขสําคัญของการที่ว่าจะทําให้การประกันภัยพืชผลเปึนไปได้ขึ้นมา จริงอยู่ครับ ราคาการประกันภัยอาจจะสูงหน่อย แต่เมื่อมีโซนนิงขึ้นมาแล้ว แล้วให้ดําเนินการ เรื่องการประกันภัยพืชผลให้เปึนไปตามโซนนิงที่กําหนด โซนนิงไหนกําหนดให้ปลูกข้าว โซนนิงไหนกําหนดให้ปลูกพืชไร่ ประเภทข้าวโพด ฝัาย ถั่วเหลือง ถั่วลิสงได้นี่ แล้วพยายาม เอาระบบประกันภัยพืชผลเข้าไปให้สอดคล้องกับโซนนิงที่กําหนด แล้วรายละเอียด ที่ประกอบเรื่องของโซนนิงนั้น
เช่น เรื่องภูมิอากาศ ความเสี่ยงของพื้นที่ ความเสี่ยงของภัยที่จะเกิดขึ้น ซึ่งภัยที่จะเกิดขึ้น อาจจะมีทั้งอุทกภัย หรืออาจจะเปึนภัยแล้ง หรืออาจจะเปึนวาตภัย และที่คาดการณ์ไม่ได้คือ ศัตรูพืช และศัตรูพืชนี่มันมีเงื่อนไขซับซ้อนเข้ามาอีกมากมายเลย ไปประกันแล้วนี่เกษตรกร ก็จะไม่ยอมลงทุนเรื่องการใช้สารกําจัดศัตรูพืชแล้ว เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวถ้าศัตรูพืชลงมากิน ก็ได้เบี้ยประกันภัย เพราะฉะนั้นอะไรหลายอย่างมันเปึนตัวแปรอย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ได้กรุณาพูดไปแล้วนี่มากมายเลย แต่ผมคิดว่าเรื่องของการกําหนดโซนนิง แล้วไปกําหนด ชนิดพืช แล้วชนิดภัยให้มันชัดเจนขึ้นมานี่ แล้วก็ถ้าอยู่ในโซนนิงนั้นแล้วนี่เรื่องของ การประกันภัยก็น่าจะเข้าไปได้ แต่แน่นอนอัตราค่าประกันภัยคงจะสูง แล้วก็ทําอย่างไร รัฐถึงจะไปซับซิดีในเรื่องของค่าประกันภัยได้ หรือถ้าไม่ซับซิดีมีระบ บอื่น ระบบร่วมกับ สถาบันการเงิน หรือระบบที่รัฐอาจจะไปดูแลเรื่องการประกันภัยเอง เพราะเข้าใจได้ รัฐไปซับซิดี ในที่สุดเงินที่ซับซิดีมันก็ตกมาอยู่กับต่างประเทศอีก ซึ่งก็น่าห่วงใยอีกเพราะว่า บริษัทประกันภัยนั้นก็ทราบกันอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้เอาเงินเก็บไว้ที่ประเทศ ไทย ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์บริษัทรับประกันภัยนี่ที่จะมาทําเรื่องประกันภัยตรงนี้นี่มักจะเปึน สาขาย่อยของบริษัทใหญ่ในต่างประเทศ เพราะเขาก็ต้องประกันความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องขออนุญาตเพิ่มเข้ามา เรื่องของชนิดและเรื่องของโซนนิง เสร็จแล้วไปดู เรื่องชนิดพืช แล้วก็ไปดูเรื่องของชนิดภัย แล้วก็คิดว่าน่าจะพอปรับขึ้นมาได้สักหน่อยหนึ่ง แต่ว่าร่างที่ท่านเสนอมาแล้วนี่ผมคิดว่าผมไม่ถึงกับบอกว่าท่านเอากลับไปเถอะ ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าทําอย่างไรให้มีความรู้สึกว่ามันมีอะไรที่พอเปึนนามธรรม เปึนรูปธรรม ขึ้นมาได้บ้าง เพราะว่าที่เสนอมานั้นท่านก็พยายามแล้วผมเข้าใจครับ แต่ก็ยังคิดว่าเปึน นามธรรมอยู่มากครับ
ท่านประธานเกริกไกร จีระแพทย์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ กระผม เกริกไกร จีระแพทย์ สปช. หมายเลข ๐๑๔ ครับ ท่านประธานผมมีความเห็นสั้น ๆ ที่จะสนับสนุน ข้อเสนอของผู้ที่เสนอในวันนี้ ในฐานะที่เปึนส่วนหนึ่งของงานนี้ด้วย จริง ๆ แล้วเราทําด้วยกัน แต่ว่าท่านธวัชชัยทําให้งานของผมสบายขึ้นเยอะมากเลยโดยท่านรับอาสา แล้วก็เปึนตัวตั้งตัวตี ผมขอขอบคุณในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขา โดยเฉพาะทางภาคเกษตรด้วย
ผมคิดว่าเหตุผลที่สนับสนุนนี้ค่อนข้างจะชัดเจนว่าในบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย ในประเทศไทยนี่มีเซกเตอร์ (Sector) เดียวเท่านั้นที่ไม่มีการบริหารจัดการเรื่องความเสี่ยง ทางธุรกิจเขาจะต้องมองความเสี่ยงในหลายมิติด้วยกัน แต่ว่าน่าเสียดายที่ภาคเกษตรกรรม ซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของชาติที่เราพูดตั้งแต่สมัยผมเด็ก ๆ นี่ร้องเพลงกสิกรแข็งขัน เปึนภาค ที่ไม่มีการประกันความเสี่ยงหรือบริหารจัดการความเสี่ยงเลย เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุที่ทําไม เราจึงเสนอการปฏิรูปภาคเกษตรนั้นมี ๑ ใน ๔ ประเด็นคือการบริหารความเสี่ยงของ ภาคเกษตรกร ผมจึงสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าสิ่งที่เสนอนั้นก็ถูกต้อง ที่ท่านทั้งสองที่อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่าเปึนเรื่องของการพัฒนา แต่ผมคิดว่ามันจะ นําไปสู่การปฏิรูปที่ดีได้ในอนาคต เพราะว่าที่ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๐ กว่าโดยกรมประกันภัยก็ดี โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดีนั้น มันไม่ได้มีความต่อเนื่องและ จริงจัง แล้วก็ใช้เอฟฟอร์ต (Effort) ใช้ความพยายามมากเท่าที่ควรนะครับ ก็ทําให้เกิดปัญหา เกิดขึ้นมาเปึนภาระของรัฐ ผมคิดว่าถ้าจะเพิ่มเติมในประเด็นที่ได้พูดกันไว้ว่าถ้าเราจะสร้าง เงื่อนไขให้เกิดลาร์จ นัมเบอร์ (Large number) เพราะว่าถ้าการประกันภัยนั้นถ้าไม่มีฐาน ของผู้เอาประกันเยอะ ๆ แล้วนี่เบี้ยประกันภัยจะสูงมาก แล้วก็จะไม่มีใครมาเอาประกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะมีลาร์จ นัมเบอร์และดึงให้เกษตรกรเข้ามา นอกจากมีเรื่องมาตรการจูงใจแล้ว น่าจะมีมาตรการเงื่อนไขกําหนดไว้ที่จะรับความช่วยเหลือของรัฐ
เช่นจะต้องเปึนผู้เอาประกันภัยพืชผลย้อนหลังกี่ป้อันนี้ผมกําลังยกเปึนโจทย์ให้รัฐบาล ไปคิดต่อนะครับ แล้วจึงจะสามารถได้รับความช่วยเหลือทางรัฐในเรื่องสินเชื่อ ซึ่งดอกเตอร์เจิมศักดิ์พูดไว้แล้ว เอ่ยนามด้วยความเคารพ หรือจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ในแง่ของการแทรกแซงราคา ผมคิดว่าถ้าเราสามารถทําเช่นนี้ได้อย่างค่อยเปึนค่อยไป ก็จะทําให้เกิดการปฏิรูปอย่างน้อยในแง่ควา มคิดของเกษตรกร เช่น ๑. การพึ่งพาตนเอง การพึ่งพิงตนเองไม่ได้มองแต่ว่าจะอาศัยรัฐเปึนหลัก ๒. มีการที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะ ทําพลังด้านนี้ให้เข้มแข็งขึ้น ๓. คือจะทําให้เขามีความรู้สึกว่าเขาต้องจัดการกับความเสี่ยง ของผลิตผลที่ตัวเองจะทําขึ้น และ ๔. ทําให้เขารู้สึกว่ามันมีความหมายที่จะติดตามข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจการผลิต เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้อาจจะไม่ใช่ความหวือหวา ของการปฏิรูป แต่มันน่าจะเปึนก้าวแรกที่นําไปสู่การปฏิรูปภาคเศรษฐกิจเกษตรในด้านอื่น ๆ ในระยะยาว ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในส่วนที่เปึนเรื่องของแนวทางการปฏิรูป ระบบการประกัน ประกันภัยพืชผลก็คงเปึนอะไรที่ทําลําบากเมื่อมาเทียบกับประกันภัย ด้านสุขภาพ ซึ่งระบบประกันสุขภาพน่าจะจัดการได้ง่ายกว่า และรัฐก็อาจจะทุ่มเงินลงไป มากกว่า ทีนี้ส่วนที่ดิฉันคิดว่าอยากจะขอ อภิปรายเพิ่มเติมในเรื่องนี้ก็คือในเรื่องของระบบ ประกันสุขภาพที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษามา เหมือนกับว่าในระบบประกันที่เรามีอยู่ ในปัจจุบันนี้ซึ่งมันก็ยังไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราดูว่าครอบคลุมคนเท่าไร และใช้เงิน งบประมาณไปเท่าไร เราครอบคลุมคน ๖๔.๘ ล้านคน ส่วนใหญ่ก็คือประมาณ ๔๘.๖ ล้านคนอยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าคือทุกคนต้องอยู่ในระบบนี้ ที่จริงก็เพิ่งมี มาประมาณ ๑๐ ป้ และเสมือนกับว่าเราอยากจะผลักดันให้ไปใช้ระบบประกันสุขภาพเอกชน เพิ่มขึ้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ ซึ่งกลุ่มคน ๓.๔ ล้านคนที่ท่านบอกว่าสามารถ ประกันสุขภาพเอกชนได้ ดิฉันเข้าใจว่าเขาก็อยู่ในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดว่าในประชากรไทย ๖๔.๘ ล้านคนที่มีอยู่เราจะเอาไปไว้ที่ไหนในระบบ
ประกันสุขภาพอย่างไร จะเกลี่ยอย่างไร ก็เหมือนกับว่าเราต้องเกลี่ย ๔๘.๖ ล้านคนให้มาเข้า การประกันสุขภาพเอกชนซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓.๔ ล้านคนให้เพิ่มขึ้นเพื่อลดภาระของภาครัฐ หรือภาระงบประมาณ ทีนี้ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ระบบประกันไม่ได้รวมอยู่ดิฉันคิดว่าน่าจะ ประมาณสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนถ้าลองดูคร่าว ๆ ก็คือเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่จะอยู่ในกลุ่มไหน ได้เลย ได้แก่กลุ่มภิกษุสามเณรซึ่งท่านไม่ได้อยู่ในกลุ่มไหนเลยที่จะใช้สิทธิทั้ง ๓-๔ ด้านนี้ได้ นอกจากว่าท่านจะมีเงินไปประกันสุขภาพเอกชน หรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ น่าจะมี ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนรวมทั้งกลุ่มผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยชัดเจน กลุ่มเด็กเร่ร่อนอะไรพวกนี้ อีกประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่อาจจะตกสํารวจไป อันนั้นเปึนประเด็นที่ ๑ ดิฉันอยากให้ เอาไปอินคลูด (Include) ด้วยนะคะ ประเด็นที่ ๒ คือข้อเสนอแนะประเด็นปฏิรูปของท่าน ดิฉันก็จะมองหาว่าจุดคานงัดคืออะไรเช่นเดียวกับการประกันภัยพืชผล ทีนี้เวลามองหา จุดคานงัดมันก็ค่อนข้างจะไม่ชัดเจนว่าแล้วเราจะลดโหลด (Load) ตรงนี้ ลดโหลดภาระของ งบประมาณแผ่นดินได้อย่างไร เพราะว่า ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้จะต้อง เอามาใช้จ่ายในเรื่องของระบบสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคมและประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสุขภาพถ้วนหน้ำนี้เยอะมากอาจจะเพิ่มขึ้นมาถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในป้นี้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ดิฉันก็อยากจะมองว่า ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณหรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ถ้าเราจะผลักภาระให้ผู้มีรายได้ดีหรือสามารถช่วยตัวเองได้ จะทําได้อย่างไร
ตรงนี้มันจะไปเกี่ยวกับการที่ว่าเราต้องเพิ่มรายได้ประชาชนทั้งประเทศอยู่ดี ถ้าประชาชน ทั้งประเทศมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นเขาก็สามารถที่จะไปเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเอกชนได้ อันนั้นก็เปึนทางหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าจุดคานงัดก็ต้องไปทําตรงนั้นด้วย จุดคานงัดประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันมองเห็นก็คือด้านการปัองกันของท่าน ด้านการปัองกันที่ท่านเขียนไว้น่าจะใช้เปึน จุดคานงัดได้ว่าถ้ามีระบบปัองกันและส่ งเสริมสุขภาพที่ดีมันจะไปลดรายจ่ายในด้าน การรักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าการประกันที่เราตีราคาไว้สูงแต่ละป้ ถ้าคนไม่เจ็บป์วยนี่ประกันที่ตั้งเอาไว้มันก็จะใช้น้อยลง ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มข้าราชการ กลุ่มประกันสังคม หรือกลุ่มของสุขภาพถ้วนหน้าก็ตาม ทีนี้ประเด็นของด้านการปัองกัน ดิฉันคิดว่าท่านยังไม่สามารถตีได้ตรงจุด เพราะว่าแค่มองสิ่งที่ท่านพูดไว้ ๓ ข้อ อันที่ ๑ ท่านจะสนับสนุนให้สํานักงาน สสส. ทําแผนงานส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร ทําไมเงิน สสส. หลายพันล้านบาทที่ได้รับไปกําลังจะถูกตัดทอนลงนี่ก็คงเนื่องจากว่าเขาทําตรงนี้ ออกมาให้เปึนรูปธรรมไม่ได้ ท่านต้องเสนอให้เขาทําเปึนรูปธรรมให้ได้ว่ามันจะไปถึงตัวชี้วัด ของท่านว่าประชาชนทั่วไปมีสุขภาพดีขึ้น ก็จะลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่เกณฑ์ ที่ไปวัดว่าประชาชนทั่วไปมีสุขภาพดีขึ้น สสส. ต้องทําออกมาให้ได้ว่าจะวัดจากอะไร อย่างไร ไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ ลดการสูบบุหรี่ อีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน แล้วก็ประเด็นที่ ๒ ของท่าน ที่ว่าจะให้ส่งเสริมองค์กรและชุมชนท้องถิ่นไปมีบทบาทในการส่งเสริมสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน หรือไพรมารี เฮลต์ แคร์ (Primary health care) ของชุมชน ท่านคงต้องใส่รายละเอียด ให้ด้วยว่าทั้งเรื่องงบประมาณ และบุคลากรของชุมชนท้องถิ่นหรือองค์กรท้องถิ่นนี่เขาอยู่ใน ศักยภาพที่ทําได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งในงบประมาณที่จะไปให้เขาแล้วบุคลากรที่จะทําให้เขา ดูแลสุขภาพในเรื่องการส่งเสริมสาธารณสุขขั้นพื้นฐานให้ได้ โดยเฉพาะในแง่การปัองกัน และการส่งเสริมสุขภาพ มันต้องการรายละเอียดชัดเจนว่าต้องไปให้เขารับประทานอาหาร อย่างไร ออกกําลังกายอย่างไร มีกลุ่ม มีเครือข่าย ที่จะสร้างเสริมสุขภาพอย่างไร ซึ่งดิฉัน คิดว่า สสส. ก็ยังไม่ประสบผลสําเร็จในการทําเรื่องนี้ ก็เรียนฝากเพื่อที่จะให้ท่านเอาไปทํา ให้เปึนจุดคานงัดให้ได้ ส่วนข้อ ๓ ส่งเสริมให้ประชาชนมีจิตสํานึก จิตสํานึกให้เตรียม ความพร้อมเข้าสู่วัยชรา ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะถูกต้อง จิตสํานึกตรงนี้ต้องเปึนจิตสํานึกของ คนทุกวัยในการที่จะทําให้เขาดํารงภาวะสุขภาพที่ดีได้ ไม่ว่าด้านการกิน การออกกําลังกาย อากาศ การหายใจอะไรก็ตาม ทําอย่างไรให้ประชาชนทุกคนมีจิตสํานึกว่าเราต้องมีสุขภาพที่ดี
และเราต้องไม่เจ็บป์วย อันนี้คือสิ่งสําคัญ ไม่ใช่ให้เขาไปเตรียมเข้าสู่วัยชรา ทุกคนก็รู้ อยู่แล้วเข้าสู่วัยชรามันต้องเจ็บป์วย ดิฉันอยากให้เตรียมทุกช่วงอายุ แล้วก็ในการตื่นตัว หรือการเตรียมตรงนี้สถานศึกษาภาคเอกชนและทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องมีส่วนช่วยกัน ขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญคุณหมอพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ในฐานะที่ดิฉันอยู่กรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข แล้วก็ความจริงแล้วก็ไม่ได้ดิสคัส (Discuss) กับท่านธวัชชัยมากเท่าไร แต่ก็ดีใจที่ความเห็น ของเราซึ่งเปึนฝ์ายทางด้านสาธารณสุขกับทางด้านของเศรษฐกิ จนี่มันมาสอดคล้องกัน ค่อนข้างจะไปด้วยกันได้อย่างดี ดิฉันขอเรียนเพิ่มเติมในเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในเรื่องของการเงินการคลังด้านสาธารณสุขที่เรามีความเห็นเหมือนกันว่า ด้วยการเติบโตของค่าใช้จ่ายของระบบบริการสุขภาพในขณะนี้ เมื่อเทียบกับการเติบโต ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ รวมทั้งสัดส่วนของรายจ่ายทางด้านสุขภาพ ต่องบประมาณรายจ่ายประจําป้ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย เราก็พบว่าอย่างไรมันก็ต้องเปึนปัญหาแน่ แล้วที่สําคัญมากไปกว่านั้นก็คือในขณะนี้มันมีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าประชาชนเอง ก็ยังมีปัญหาในผลลั พธ์ด้านสุขภาพถึงแม้ว่าจะมีกองทุนทางด้านประกันสุขภาพใหญ่ ๆ ๓ กองทุน แต่ยังมีความเหลื่อมล้ําในผลลัพธ์ทางสุขภาพระหว่างคนใน ๓ กองทุน
ก็คือระบบของบัตรทองก็จะมีการอยู่รอดหรือว่าการหายจากโรคต่ํากว่า ไม่ว่าจะเปึนของ สวัสดิการข้าราชการหรือว่าประกันสังคม อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ในขณะนี้ที่ของระบบสุขภาพ ของเรา ไม่ใช่ความครอบคลุมเพราะว่าในความครอบคลุมนั้นก็ประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่คุณภาพเปึนเรื่ องที่เราจะต้องมาพิจารณา แล้วประชาชนที่รับบริการเองก็ยังมี การร้องเรียนมาเสมอจากศูนย์ร้องเรียนต่าง ๆ สิ่งที่เขาร้องเรียนก็คือความแออัดยัดเยียด ของบริการ การต้องคอยเปึนเวลานาน การที่รู้สึกว่าเขาได้รับบริการที่คุณภาพยังไม่ดี ในสิ่งเหล่านี้เราก็มองเห็นว่าถ้ารัฐจะเติมเงินเข้าไปอีกมันก็จะเปึนเรื่องที่มีปัญหาแน่ แต่ถ้าสิ่ง ที่เราเสนอให้ปฏิรูปก็คือทําสิทธิประโยชน์พื้นฐานให้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเปึนของทุกคน ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนกองทุนใดก็ตามที สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่จําเปึนให้เหมือนกัน ซึ่งอันนั้นก็หมายถึงว่ารัฐประกั นสุขภาพให้คนไทยทุกคน อาจจะเปึนด้วยราคาต่อหัว ค่าใช้จ่ายต่อหัวประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งเปึนงบประมาณในป้ปัจจุบันนี้ ทั้งหมดนี้ก็จะเปึน เงินประมาณสัก ต่อประชาชน ๖๕ ล้านคนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่ารายจ่าย เหล่านี้ฟ่กซ์ (Fix) รัฐก็มีความค่อนข้างจะสบายใจในการที่จะประมาณงบประมาณรายจ่าย ด้านสุขภาพในแต่ละป้ แล้วเราก็เสนอว่าต่อไปเงินที่จะทําให้คนได้รับบริการที่ดีมากขึ้น แล้วก็รัฐสามารถที่จะนํากระทรวงสาธารณสุข สามารถขยายบริการ สามารถจะสร้างตึก ขยายสถานที่ได้มาก มันอาจจะเพิ่มขึ้นได้ถ้าหากว่างบประมาณจริง ๆ ค่าเหมาจ่ายรายหัว มันไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก สิ่งที่จะเติมเต็มขึ้นมาก็คือในระบบประกันสุขภาพของส่วนบุคคล ซึ่งแอด ออน (Add on) ไปกับสิทธิประโยชน์พื้นฐาน อันนี้คือข้อเสนอในการปฏิรูปของ กรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขซึ่งก็สอดคล้องกัน แต่ว่าของเราเรามุ่งหวังให้รัฐบาลนั้น เปึนเจ้าของบริษัทประกัน ซึ่งอาจจะคล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ์น ซึ่งประเทศญี่ปุ์นก็เคยทํา เหมือนเราหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ว่าสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหวก็ต้องเปลี่ยนกลับมาเปึน ระบบประกันสุขภาพ แล้วก็โคเพย์เมนต์ (Co-payment) ด้วยนะคะ ของเราถ้าหากว่า มีระบบประกันสุขภาพแอด ออนแต่ละบุคคลไปที่สิทธิประโยชน์พื้นฐานซึ่งเรารู้ว่า ในคน ๔๙ ล้านคนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ สปสช. นั้นจะมีคนประมาณ ๓๐ ล้านคนที่สามารถจะประกันสุขภาพได้ในส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นส่วนนี้แหละจะเปึนเงิน ที่เติมเข้ามาในระบบและทําให้ระบบมั่นคงนะคะ สําหรับข้าราชการท่านก็สามารถที่จะใช้ ให้เขามีสิทธิประโยชน์คงเดิมโดยที่หน่วยราชการอาจจะเติมส่วนต่างของค่าใช้จ่าย
ที่ใช้จ่ายรายหัวอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าเราไปในทิศทางเดียวกัน ที่มองเห็นว่าประเทศนี้ต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงว่าเราจะอยู่โดยที่เราจะคิดว่า ทุกอย่างเปึนฟ่โลโซฟ้ (Philosophy) ที่ค่อนข้างจะเปึนอุดมคติว่าทุกคนต้องเท่ากันหมด คนรวยคนจนต้องไม่เสียเงินเหมือนกันหมด ดิฉันคิดว่ามันหมดสมัยนะคะ ความเสมอภาค ที่แท้จริงทางด้านสุขภาพ ความเปึนธรรมทางด้านระบบสุขภาพก็คือใครที่มีศักยภาพ มีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย ไม่มีไม่ต้องจ่าย แต่บริการที่ได้จะต้องเปึนบริการที่มีคุณภาพ เท่าเทียมกันทั้งหมดอันนี้คือความเปึนธรรมทางด้านสุขภาพที่แท้จริง ซึ่งรู้สึกกองทุนใหญ่ ๆ ของประเทศไทย ขณะนี้โดยเฉพาะบอร์ดของกองทุนยังไม่ค่อยไ ด้คิดถึงข้อนี้ ก็ขอเรียน ให้ทราบและขอบคุณทางกรรมาธิการ ทางท่านธวัชชัยที่ได้เสนอแนะในสิ่งที่เปึนประโยชน์ ขอบคุณค่ะ
ท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ครับ
นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก กระผม นาวาอากาศเอก นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ก่อนอื่นในฐำนะที่เปึนหนึ่งในกรรมาธิการปฏิรูป ระบบสาธารณสุข ก็ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ที่ได้นําเสนอในเรื่องที่ผมจะอภิปรายคือเรื่องระบบประกันสุขภาพนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ที่ได้คิดเปึนออ ปชัน (Option) หรือเปึนทางเลือกหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าก็จะเปึ นทางเลือก ที่มีเหตุและมีผล ซึ่งผมจะขออภิปรายสนับสนุนว่าทําไมถึงสนับสนุนนะครับ ผมคิดว่า เมื่อสักครู่ได้มีการพูดถึงว่าความแออัดของโรงพยาบาลในภาครัฐ แล้วก็เรื่องของการที่จะ ทําให้มีระบบประกันสุขภาพ แล้วก็ทําให้ผู้ที่เจ็บป์วยต้องไปที่โรงพยาบาลเอกชน ผมคิดว่า จริง ๆ แล้วในปัจจุบันท่านอาจจะต้องใส่ข้อมูลไปว่าจริง ๆ แล้วขณะนี้ในโรงพยาบาล ของภาครัฐเองก็อาจจะมีการบริหารจัดการที่เปึนเสมือนหนึ่งการหารายได้หรือเปึนลักษณะ ของเอกชนอยู่ในคณะแพทยศาสตร์หลาย ๆ แห่งนะครับ ผมคิดว่าหากจะเอ่ยชื่อก็คงได้ เพราะเปึนที่รับรู้กันว่ามหาวิทยาลัยไหนบ้าง เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือโรงพยาบาลเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงพยาบาลซึ่งไม่ได้เป่ดขึ้นมาเพื่อที่จะให้บริการในโครงการ ที่จะเปึน ๓๐ บาท หรือประกันสังคม หรืออะไรก็ตามนะครับ ซึ่งลักษณะของการบริหาร จัดการก็เปึนเรื่องของการที่จะทําให้มีบริการที่มีความสะดวก ความสบาย หรือความรวดเร็ว ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่าระบบประกันสุขภาพที่จะเสนอมานั้นเกิดขึ้นจริง ผมคิดว่า ประชาชนที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพ แล้วก็มีอินเซนทีฟ (Incentive) ในเรื่องของภาษี หรือเรื่องของอะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าจะเปึนจุดคานงัดที่จะทําใ ห้ประชาชนหันมาใส่ใจ ในการดูแลสุขภาพ ระบบของประกันสุขภาพนั้นถ้าหากว่าไม่เจ็บ ไม่ป์วย แล้วไม่ได้มี การใช้สิทธิหรือเข้าไปใช้บริการ ค่าใช้จ่าย ค่าประกัน หรือค่าอะไรต่าง ๆ อาจจะมีระบบ ซึ่งสามารถรองรับได้ว่าเปึนอินเซนทีฟต่อบุคคลนั้น ๆ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยช น์ และเปึนทางเลือกของประชาชน ผมคิดว่าในระบบของการส่งเสริมสุขภาพนั้นทุกคนทราบดี ว่าถ้าปฏิบัติตัวเจ็บป์วยน้อยลง เราจะเห็นในผู้ที่ปฏิบัติตัวเช่นผู้ที่ไปแข่งขันวิ่งการกุศล หรืออะไรต่าง ๆ เราจะเห็นว่าคนอายุ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้นั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เคยเจ็บ
ไม่เคยป์วย ไม่เคยใช้บริการทางการแพทย์เลย ซึ่งตรงนั้นเปึนอินเซนทีฟที่ชัดเจนนะครับ แต่ถ้าหากว่ามีระบบของประกันสุขภาพแล้วทําให้ระบบนี้เปึนทางเลือก แล้วก็ผู้ที่เข้ามา ใช้สิทธิตรงนี้เปึนสมาชิกในการที่จะเข้าไปออกเงินของตัวเองเพื่อจะดูแลสุขภาพของตัวเองนั้น ผมคิดว่าก็อาจจะเปึนออปชัน เปึนทางเลือกที่จะทําให้ประชาชนนั้นมีโอกาส แล้วก็แน่นอน ก็จะเปึนผลประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวมในเรื่องของงบประมาณของประเทศ ที่เรารู้อยู่แล้วว่าค่าใช้จ่ายในด้านของการรักษาพยาบาลนั้นมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ก็อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วอยากจะให้ ท่านกรรมาธิการได้กรุณาเพิ่มเติมข้อมูลที่ผมได้อภิปรายไปแล้วเข้าไปอยู่ในส่วนของรายงาน ของท่านด้วยนะครับ เพราะว่าผมคิดว่าเปึนทางออกทางหนึ่งที่จะทําให้ระบบการดูแล แล้วก็ ทําให้งบประมาณของประเทศได้มีการดูแลได้ดียิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันขอสนับสนุนการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล
เนื่องจากใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประชาชนมีอาชีพการทําสวนยาง การเกษตร สวนผลไม้เปึนหลัก เมื่อมีความไม่แน่นอนของราคาพืชผล แล้วก็มีเหตุการณ์ธรรมชาติ เมื่อต้นป้ที่ผ่านมามีภัยพิบัติเกิดน้ําท่วม ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติได้บริจาค ขอขอบคุณ ให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนะคะ มีน้ําท่วมป้ที่แล้วประชาชน ชาวสวนได้รับ ความเสียหายเปึนอย่างมาก ประชาชนที่ได้กู้ ธ.ก.ส. หรือรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะช่วย ทันท่วงที ดิฉันจึงคิดว่าการช่วยเหลือกระจายความเสี่ยง ดิฉันจึงขอสนับสนุนให้เกษตรกร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการทําประกันภัยพืชผล แต่เกษตรกรทางจังหวัดยะลาของดิฉัน บ้านของดิฉัน แล้วก็จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ประชาชนไม่ได้ข้อมูล ไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจทั่วถึง ในเรื่องของประกันพืชผลทางการเกษตรทําให้ไม่มีเกษตร บ้านของดิฉันเข้าโครงการเท่าที่ควร หากมีการปฏิรูปครั้งนี้ดิฉันคิดว่าเปึนการดีนะคะ ที่จะประชาสัมพันธ์ทําให้ความรู้ความเข้าใจโครงการนี้ให้เกษตรกรมากขึ้น ยกตัวอย่าง จังหวัดดิฉันมีมังคุดกิโลกรัมละ ๑๖ บาท ในขณะที่ดิฉันเดินทางมาประชุม สปช. จังหวัดชุมพร มาจากจังหวัดยะลาของดิฉันเหมือนกัน มังคุดกิโลกรัมตั้ง ๖๐ บาท ดิฉันคิดว่า ถ้าไม่เกิดการประกันก็จะเกิดอัตราที่ไม่เปึนธรรม ดังนั้นดิฉันขอเสนอวาระปฏิรูป ระบบประกันสุขภาพด้วยนะคะ ในฐานะดิฉันเคยเปึนอดีตพยาบาลค่ะ ดิฉันเห็นว่าระบบ สวัสดิการการรักษาพยาบาลในปัจจุบันเปึนระบบเป่ดให้สิ ทธิแก่ประชาชนทุกคนสามารถ เข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างถ้วนหน้า ซึ่งเปึนระบบที่ไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แต่เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยระบบสวัสดิการนี้จึงมีความเสี่ยงไม่สามารถคงอยู่ ได้นาน ทําให้เกิดความแออัดและการดูแลผู้เจ็บป์วยไม่สามารถทําได้อย่างทั่ วถึง ไม่เหมือน ประเทศญี่ปุ์น การบริการมีคุณภาพนั้นโรงพยาบาล อย่างเช่นจังหวัดยะลาของดิฉันเจ็บป์วย ระเบิดทุกวัน เหตุการณ์รุนแรงนะคะ โรงพยาบาลอําเภอก็ต้องมาส่งที่โรงพยาบาลศูนย์ ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง ดังนั้นดิฉันว่าการปฏิรูปครั้งนี้มีความจําเปึนส่งเสริ ม ให้ประชากรทุกส่วนทุกเหล่าสามารถเข้าถึงบริการทางพยาบาลที่มีคุณภาพ ส่วนมาก ทางจังหวัดยะลาเขาสนใจที่จะเข้าโรงพยาบาลเอกชน เพราะว่าโรงพยาบาลของรัฐเขาถือว่า ๓๐ บาทแล้วราคายาที่ใช้จ่ายมันถูกกว่าเขาเลยเข้าโรงพยาบาล ยกตัวอย่างจังหวัดยะลา โรงพยาบาลสิโรรส ดังนั้นจะทําอย่างไรที่จะให้ประชาชนลดการเจ็บป์วย ดิฉันคิดว่า ทางเลือกใหม่ให้ประชาชนใช้สมุนไพร แพทย์แผนไทย แล้วก็หลักประกัน ๓๐ บาท เพราะว่า
ดิฉันคิดว่ารถยนต์ยังมีประกันชั้น ๑ มี พ.ร.บ. ชั้น ๓ มนุษย์เปึนคนนะคะ คนจน ๆ ไม่มีสิทธิ ที่จะประกันชีวิต ประกันภัยได้ ชีวิตของคนประกันสุขภาพเพียง ๓๐ บาทเท่านั้นหรือ ดิฉันคิดว่าให้เขาสามารถดูแลตัวเอง แล้วก็ดิฉันได้รับโอกาสไปดูแลบําบัด ที่อาคารรัฐสภา ชั้นล่าง ที่เขามาช่วยของรัฐสภา ทําอย่างไรให้คนดูแลตัวเอง ครอบครัวลดการเจ็บป์วย ที่จะไปบริการกระทรวงสาธารณสุขระดับอนามัย โรงพยาบาล แล้วก็หลักการของอิสลาม ส่งเสริมให้รับประทานอาหารฮาลาลในภาคใต้ น่าจะมีโรงงานฮาลาล ผลิตภัณฑ์ฮาลาล สนับสนุนแล้วก็สมุนไพรประกอบด้วยในการต้อนรับเศรษฐกิจอาเซียนที่จะถึงนี้ค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณสารี อ๋องสมหวัง ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพแล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านนะคะ เรียนไป ถึงทางคณะกรรมาธิการด้วย จริง ๆ ดิฉันก็คิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญ แล้วก็น่าเสียดายนะคะที่ทางกรรมาธิการไม่ได้ชักชวนที่จะคุยกันกับหลายคณะ เพราะว่า จริง ๆ น่าจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน อย่างน้อยก็กับคณะสาธารณสุขแล้วก็คณะผู้บริโภค ตามทิศทางปฏิรูปที่เราได้ร่วมกันวางไว้นะคะ ดิฉันคิดว่าประเด็นเรื่องหลักประกันสุขภาพ หรือประกันภัยเอกชน ดิฉันก็คิดว่าประกันภัยเอกชน ดิฉันก็ไม่ได้ขัดแย้งนะคะ แล้วก็อยากจะเรียนว่าในส่วนประเด็นหลายท่านดิฉันได้ยิ นพูดเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ การปฏิรูปครั้งนี้เราต้องช่วยกันนะคะที่จะทําอย่างไรให้การปฏิรูป ที่สําคัญส่วนหนึ่งก็คือการปฏิรูปเรื่องการเงิน การคลังเพื่อสังคม แล้วก็ต้องยอมรับ ว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในขณะนี้อย่างที่ดิฉันเคยได้เรียนกับที่ ประชุมนะคะว่าขณะนี้ เราใช้เงินเพียง ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็การลงทุนด้านสุขภาพในหลายประเทศ เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้นนะคะ แล้วก็การลงทุนด้านสุขภาพ ไม่ใช่ภาระแต่ว่าถ้าทุกคน ในประเทศมีสุขภาพดี คุณก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ในกิจการอื่น ๆ หรือทํางานได้แม้กระทั่ง คนไข้ไตวายที่เดิมเขาไม่สามารถฟอกไตได้เขาก็จะเสียชีวิต แต่เมื่อขณะนี้การฟอกไต เปึนส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์ เขาก็สามารถที่จะทํางานได้เหมือนคนทั่วไป เพราะฉะนั้น ต้องเรียนว่าเราต้องอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงนะคะว่าขณะนี้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเราไม่ได้ สูงเกินไปจนเปึนภาระ แล้วก็ดิฉันไม่อยากเห็นว่าการเงินการคลังเรื่องสุขภาพ เรื่องการศึกษา เรื่องการสาธารณสุข เปึนภาระ แต่อยากให้เรียนว่าเปึนเรื่องของการลงทุน ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าตลาดสุขภาพเปึนตลาดที่ไม่สมบูรณ์นะคะ คือผู้ให้บริการกับผู้รับบริการ มีฐานะที่อาจจะเรียกว่าไม่เท่า เทียมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อคุณมีฐานะที่ไม่เท่าเทียมกัน การรับรู้ที่ไม่เท่ากันทําให้รัฐต้องเข้าไปแทรกแซง ซึ่งขณะนี้ระบบที่กําลังดําเนินการก็คือ มีสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเปึนผู้ซื้อบริการให้กับคน ๔๘ ล้านคน สํานักงานประกันสังคมซื้อให้ประกันสังคม ๑๐ ล้านค น แล้วก็กรมบัญชีกลาง ที่ดูแลข้าราชการอีกจํานวนหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นการแทรกแซงจากรัฐในส่วนนี้
เปึนเรื่องที่มีความสําคัญเนื่องจากว่าตลาดไม่สมบูรณ์ ประเด็นที่ ๒ กรณีที่ทางนี้เสนอ ถ้าดิฉันก็คิดว่าก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังด้วยนะคะ ที่เปลี่ยนเปึนเรื่องของการทําประกันสุขภาพ เพราะว่าถ้าเปึนไปตามรายงานจริง ๆ ดิฉัน ได้อ่านแล้วก็จะเห็นว่าการแทรกแซงจากรัฐก็คือแยกคนรวยกับคนจน ดิฉันต้องเรียนว่า จริง ๆ ระบบสุขภาพขณะนี้เราไม่ได้แยกคนรวยกับคนจน แต่คิดว่าเรื่องสุขภาพเปึนเรื่องของ ทุกคน เพื่อนดิฉันเองเพิ่งเปึนมะเร็งก็หมดตัวเหมือนกันนะคะ ต้องกลับมาหาระบบ หลักประกันสุขภาพ เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนเรื่องของทุกคน เราควรจะทําให้ระบบไม่ใช่แยก คนรวยกับคนจนนะคะ เพราะว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครอยากรักษาคนจน เพราะว่าคนที่รักษา คนรวยก็มีโอกาสที่จะดึงหมอ ดึงผู้เชี่ยวชาญ ดึงทุกอย่างเพราะคุณจ่ายสตางค์มากกว่า เพราะฉะนั้นระบบในส่วนของคนจนก็กลายเปึนระบบสงเคราะห์ ซึ่งนั่นคือเมื่อป้ ๒๕๔๕ นะคะ ที่เรามีระบบสงเคราะห์ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าขณะนี้ป้ ๒๕๕๘ เรามีระบบสวัสดิการ ทางสังคม เรามีหลักประกันสุขภาพ เรามาไกลเกินไปแล้ว แล้วเราก็ได้ยอมรับนับถือจาก ทั่วโลกนะคะ โดยเฉพาะองค์การอนามัยโลกว่าประเทศไทยให้บริการหลักประกันสุขภาพ กูด เฮลต์ แอท โลว์ คอสต์ (Good Health at low cost) ก็คือว่าเรามีสุขภาพที่ดีภายใต้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่คิดแยกคนรวยจากคนจนนี่ มันไม่สามารถแยกได้จริง
สุดท้ายเราก็ไม่มี ดิฉันก็ว่าหมอก็เปึนปุถุชน หมอก็เปึนมนุษย์ ที่ไหนจ่ายเงินเยอะกว่า เราก็อยากไปอยู่โรงพยาบาลเยอะกว่า ดิฉันเองก็คิดว่านี่เปึนเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ เราไม่สามารถที่ไปก้าวข้ามได้ เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะมีข้อจํากัดที่ทําให้เขาต้องอยู่กับ โรงพยาบาลที่ให้ค่าตอบแทนที่น้อยหรือที่ต่ํา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าก็ต้องขอบคุณ ทางกรรมาธิการที่ปรับรายงาน เพียงแต่ว่าตัวรายงานที่เสนอถ้ายังเปึนเหมือนเดิม การแทรกแซงจากรัฐโดยใช้วิธีแยกคนรวยออกจากคนจนจะยิ่งทํา ให้เกิดความเหลื่อมล้ํา มากขึ้น แล้วทําให้เปึนปัญหามากขึ้น มีหลายมาตรฐานเกิดหลายระบบมากขึ้น ซึ่งเปึนสิ่งที่ เราไม่อยากจะเห็น สุดท้ายดิฉันคิดว่าการที่ให้กลไกเอกชนเปึนกลไกกลาง เปัาหมาย ที่อาจจะเน้นกําไรสูงสุด เผอิญดิฉันมีโอกาสได้คุยกับคุณไพบูลย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็แนะนําว่าจริง ๆ แล้วเราสามารถที่จะทําได้ ที่จะทําให้โรงพยาบาลเอกชน ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ทํากําไรเกินควรจนเปึนการค้ากําไร โรงพยาบาลเอกชน จํานวนมากในต่างประเทศไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการระดมทุน ก็ทําได้ แต่ว่าไม่ควรจะทํากําไรสูงสุดเกินไปในส่วนของบริการด้านสุขภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ เปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็แม้กระทั่งใน ประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ยังไม่สามารถทําระบบ หลักประกันได้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้เอกชนเปึนกลไกกลาง เรียกว่าเราเอาคนไข้ ออกจากระบบ แล้วก็สุดท้ายเราก็จะเอาคนที่ป์วยหนักไ ปอยู่กับภาครัฐอยู่ดีท้ายที่สุด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าบริการสุขภาพมีความซับซ้อน แล้วก็คนไข้ไม่ได้มีอํานาจต่อรอง มันไม่เหมือนเราซื้อรถ รถเบนซ์ รถโตโยต้า ซึ่งคุณเลือกได้ ถึงไม่ได้มีความรู้ ไม่ได้เปึนวิศวกร อย่างน้อยก็เลือกได้ แต่ว่าเวลาคุณหมอเขาบอกเราว่าเราป์ว ยเปึนโรคนี้ต้องใช้วิธีการนี้ คนไข้ส่วนใหญ่แม้กระทั่งจบปริญญาเอกก็ต้องทําตามทั้งหมด เพราะฉะนั้นความไม่สมบูรณ์ ของข้อมูล อํานาจต่อรองมันไม่ได้มีมากในตลาดสุขภาพ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ถ้าเปึนไปตามรายงานก็อาจจะเปึนปัญหา แต่ว่าถ้าเปลี่ยนแปลงแค่ให้แต่ละคนสมัครใจ ทําประกัน แล้วก็ระบบประกันนั้นจะไปอยู่ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทที่จะลดภาษี ดิฉันก็คิดว่า ถ้าเปึนประเด็นแบบนั้นก็ไม่น่าจะมีข้อโต้แย้งอะไร เพราะว่าเราไม่ควรส่งเสริมให้เกิด ความเหลื่อมล้ํามากขึ้น เพราะว่าคณะเรามาปฏิรูปแล้วก็ทําให้ลดความเหลื่อมล้ํา หรือขจัดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ทําให้สร้างความเปึนธรรมมากขึ้น ขอบพระคุณมากค่ะ
ต่อไปขอเรียนเชิญท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ครับ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ คณะกรรมาธิการ และสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ผม พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ หมายเลข ๐๖๒ แล้วก็อีกฐานะหนึ่งก็คือเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูป การแพทย์แผนไทย ผมต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการอย่างมากที่ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้ นมา แล้วก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ ถือว่าท่านเปึนแฟนพันธุ์แท้ ของวงการสมุนไพรโดยแท้จริงนะครับ ในเรื่องของการปฏิรูปแพทย์แผนไทยผมจําเปึนต้อง เอ่ยถึง เพราะว่าหัวข้อหนึ่งของการปฏิรูปก็คือว่าในเรื่องของระบบบริการสุขภาพมีเรื่องของ การพูดถึงว่าให้นําการแพทย์แผนไทยมาใช้ในระบบบริการสุขภาพ และประเด็นอีกอันหนึ่ง ก็คือว่าเรื่องของกองทุนประกันสุขภาพนั้นจะต้องมีการส่งเสริมให้มีการเบิกจ่ายของการรักษา โดยวิธีการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการทั้งหลายที่เกี่ยวกับสุขภาพ เพราะฉะนั้นประเด็นที่กรรมาธิการได้ยกขึ้นมาในเรื่องของกองทุนนี้ผมคิดว่าตรงประเด็น โดยตรงเลยในส่วนที่ผมจะพูด การแพทย์แผนไทยนั้นผมได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่า มันมีความสําคัญในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเปึนเรื่องของมรดกของชาติ แต่ผมมองดูแล้ว ลึก ๆ ก็เสียใจเหมือนกันนะครับ คือผมพูดถึงว่าพยายามจะเปลี่ยนทัศนคติ แต่จะเห็นว่า ในกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง
คือไม่ได้มีใครคิดถึงเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเปึนวาระแห่งชาติด้วยซ้ําไป เราจะเห็นว่า การพัฒนาทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่ผ่านมาโดยตลอดเราจะเห็นว่าโรคต่าง ๆ เพิ่มมากมายขึ้น เราพูดถึงว่าประเทศไทยติดอันดับโลกในหลายเรื่อง หลาย ๆ โรค เราผิดทาง หรือเปล่า เราคิดจะนําเรื่องภูมิปัญญาไทยทางด้านสุขภาพมาใช้บ้างไ หม เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดว่ามันถึงเวลา แล้วมันน่าจะทดลองดูมันอาจจะได้ผล ก็ต้องคิดในทุกองคาพยพ ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นในเอกสารอันนี้ผมอยากจะให้เพิ่มเติมเรื่องประเด็นปัญหา ประเด็นปัญหาควรจะพูดถึงเรื่องว่าโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายที่มันเกิดขึ้นส่วนหนึ่ง เพราะว่า เราขาดการให้ความรู้ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่คุณหมอไพศาลก็พูดไปแล้วว่า มันเปึนหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องดูแล และโดยเฉพาะให้ความรู้ในเรื่องของสมุนไพร เรื่องของการดูแลสุขภาพโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งผมคิดว่า ประเด็นปัญหานี้น่าจะพู ดถึงเพื่อมาโยงเข้ากับประเด็นการปฏิรูป ผมเห็นด้วยนะครับว่า ข้อเสนอแนะประเด็นการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ ในหัวข้อแรกเลย คือเรื่องของ การปัองกัน โดยเฉพาะก่อนที่จะถึงหัวข้อแรกพูดถึงว่าจะต้องเน้นทั้งด้านการรักษาสุขภาพ เพื่อปัองกันการเจ็บป์วย แต่มันก็ควรจะมีต่อท้าย และด้านการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ โดยไม่สร้างภาระการคลังจนบั่นทอนความยั่งยืน แล้วก็อาจจะมีข้อความ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการนําเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาไทยทางด้านสุขภาพ ภูมิปัญญาไทยอะไรก็แล้วแต่เรื่องนี้ ผมว่าพารากราฟ (Paragraph) นี้น่าจะเขียนถึง แล้วในด้านการปัองกันผมยังคิดว่าในเรื่องหนึ่งควรจะต้อง เปึนเรื่องที่หน่วยงานทั้งหลาย ส่งเสริม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี หรือว่ากองทุน สสส. จะต้องมีการจัดสรร งบประมาณเรื่องนี้ แล้วก็ดําเนินการอย่างจริงจังในชุมชนทุกชุมชนที่เกี่ยวข้องนะค รับ ก็ขอเน้นย้ําว่าในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องสมุนไพร การปลูกก็ดี ให้ความรู้ชุมชนก็ดี และโดยเฉพาะเรื่องแพทย์พื้นบ้าน ถ้านําไปใช้อย่างจริงจังในชุมชนแล้วผมเชื่อว่าในเรื่อง ของการปัองกันมันจะเปึนส่วนสําคัญยิ่งของการทําให้อาการเจ็บป์วยของผู้คนต่าง ๆ หรือประชาชนลดน้อยลง แล้วมันก็จะทําให้ด้านงบประมาณที่ใช้โดยเฉพาะเรื่องของ กองทุนต่าง ๆ ได้ลดน้อยลงไป ซึ่งเปึนการลดภาระงบประมาณของประเทศชาติได้โดยส่วนรวม ในเรื่องของการรักษาพยาบาลอันนี้ก็คงเพื่อจะแจ้งเปึนข้อมูลให้ทราบเท่านั้นนะครับว่า มันมีกลุ่มโรคที่ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่ามันรักษาด้วยแพทย์แผนไทยอย่างได้ผล
ผมยกตัวอย่างอย่างกลุ่มโรคซึ่งผมได้เคยอภิปรายไปแล้วว่าในเรื่องของกลุ่มโรค ทางเดินอาหารก็ดี โรคผิวหนังก็ดี โรคอาการไข้ หรือว่าพวกอัมพฤกษ์ เรื่องการนวด ซึ่งก็แพร่ไปไกลติดอันดับโลก การนวดไทยไปถึงโลกแล้วซึ่งเราน่าจะส่งเสริม เพราะฉะนั้น ผมอยากให้กรรมาธิการชุดนี้มีส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริม สนับสนุน มีส่วนอย่างสําคัญนะครับ ที่ส่งเสริมให้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย หรือภูมิปัญญาทางชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทางด้านสุขภา พได้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผมอยากให้ท่านเปึนส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ ขอขอบคุณครับ
เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา หมายเลข ๐๕๙ ครับ ผมขออภิปรายในวาระปฏิรูปเพิ่มเติม แนวทางการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตรงนี้เปึนเรื่องที่ดีที่จะสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตร แต่เนื่องจากว่าผมว่ายังมีปัญหา อีกหลายเรื่องที่เราต้องยอมรับว่าทางเกษตรกรทั้งหมดหลายล้านไร่ อาจจะการบริหารจาก ความเข้มแข็งทางฐานะการเงิ นก็ยังไม่พร้อมที่จะซื้อประกัน ถึงแม้รัฐบาลหรือว่า ถ้าบริษัทเอกชนเข้ามาซัพพอร์ต (Support) ผมก็ยังมองว่าการวางแผนในเรื่องการประกันภัย
และตอนผลตอบแทนนี่ครับเวลาเกิดภัยพูดง่าย ๆ ว่ามันก็ไม่ครอบคลุมแล้วก็อาจจะทําให้เขา ไม่สามารถที่จะมีความเข้มแข็งได้ ฉะนั้นจากผลของการทําประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เราดูจาก ธ.ก.ส. เขาตั้งเปัาไว้ ๑.๕ แสนล้านไร่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเปึนส่วนน้อยนิดหนึ่ง ของพี่น้องการเกษตรทั้งหมด ๖๕ ล้านไร่ ซึ่งตรงนี้ต้องเรียนว่าถ้าหากราคาพืชผลทาง การเกษตรนี่ยังอยู่ไม่ได้หรือไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรได้ ผมว่าโอกาสที่เรา จะเกิดในเรื่องของการเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรมาทําประกันนี่โดยเฉพาะถ้าเรามองโฟกัส (Focus) ไปที่เรื่องข้าวซึ่งเปึนหัวใจหลักของประเทศไทยนี่ผมก็ยังมองว่าที่ผ่านมา ก็พิสูจน์แล้วครับว่าเมืองไทยของเราระบบการประกันโดยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันนี่อาจจะ ต้องใช้พละกําลัง รัฐบาลเองต้องเปึนแม่งานครับ เพราะว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนมาสมทบกับเกษตรกร เพราะถ้าเกษตรกรทั้งหมดนี่ผมมั่นใจเลยว่า แค่ไปชวนเขาก็คงจะบอกปฏิเสธแล้วว่าไม่มีเงินหรอก เพราะว่าเงินจะทํานายังไม่มีเลย ต้องไปกู้เขามาและจะเอาเงินที่ไหนมาทํา ตรงนี้สําคัญ ฉะนั้นส่วนที่ผมขออภิปรายเพิ่มเติม ก็คือวัน นี้เรามาปฏิรูปแต่เราก็ต้องติดกับตัวเองนิดหนึ่งเพราะว่าเราก็บอกว่าเราจะ ไม่ประชานิยมแล้วละคงจะไม่มีจํานํา ไม่มีประกันส่วนต่างเกิดขึ้นแน่นอน เพราะว่า เงินของรัฐบาลเองก็ต้องบอกว่าต้องใช้ในสิ่งที่จําเปึนอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเทศเราจะต้องเดินหน้าต่อไปจะต้องขับเคลื่อนแล้วที่สําคัญคือเกษตรกรเปึนกระดูกสันหลัง เปึนหัวใจสําคัญของประเทศชาติ ผมอยากให้มีนโยบายที่จะไม่ใช่ประชานิยม แต่เปึนการที่จะ ทําอย่างไรที่จะสร้างเครือข่ายให้ได้ว่าถ้าเกิดผ่านหลักสูตรที่ ๑ อย่างเช่นคนที่เคยลงทะเบียนไว้ ไม่ว่าจะเปึนการประกันรายได้เกษตรกร (ส่วนต่าง) ที่เขาไม่ได้จ่ายเบี้ย แต่เปึนนโยบายของ รัฐบาล เหล่านี้นะครับถ้าเราสามารถจะดึงเขาเข้ามาเปึนเครือข่าย แล้วให้ความรู้เขา โดยอาจจะให้เขาใช้ระบบการลงบัญชีครัวเรือน บัญชีเรื่องของต้นทุนทั้งหมด แล้วส่วนหนึ่ง ของเบี้ยประกันก็เปึนส่วนหนึ่งของต้นทุนซึ่งจําเปึนต้องจ่ายเปึนข้อแรก แต่ว่าอาจจะต้องเริ่ม ทีละน้อย ๆ ก่อนให้เขาเกิดความเคยชิน แล้วก็ขยายวงจากทะเบียนที่เรามีอยู่แล้วก็เชิญชวน ภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมงานกัน อันนี้ก็คงจะต้องบอกว่าเปึนก้าวหนึ่ง ที่เราจะสร้างความ เข้มแข็งให้เกษตรกรไทย ก็ขอสนับสนุนนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ท่านที่ได้ลงนามไว้เพื่อแสดงความจํานงจะขออภิปราย
หมดแล้วนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการครับมีอะไรจะตอบข้อซักถามหรือข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกไหมครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนอย่างยิ่งเลยนะครับที่ได้กรุณาให้ข้อคิดแล้วก็คําแนะนํา ที่มีคุณค่าเปึนอย่างยิ่ง ผมคงจะไม่ลงไปในรายละเอียดทุก ๆ ท่านเพราะว่าผมจดไว้หมดแล้ว ก็จะนําไปปรับปรุง สําหรับเรื่องการประกันภัยพืชผลนั้นผมจะลองไปดูนะครับว่าจะมีคานงัด ตรงไหนอย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้กรุณาแนะนํา ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราอยากจะเห็น คือทําอย่างไรถึงจะรณรงค์ให้ เกษตรกรเข้ามาร่วมประกันมากขึ้น อันนี้อาจจะต้องอาศัย ความร่วมมือหลายภาคส่วนด้วยกัน ทั้งรัฐบาล ทั้งสถาบันการเงินแล้วก็บริษัทประกัน
ที่จะทําความเข้าใจว่าเกษตรกรปัญหาอยู่ที่ไหน แล้วก็ร่วมกันรณรงค์ ส่วนเรื่องเบี้ยประกัน ต้องยอมรับว่าขณะนี้ยังแพง ผมดูแล้วก็รู้สึกมันแพง ทั้งนี้เพราะว่าผู้ประกันยังน้อย แล้วก็อย่างที่ผมได้กราบเรียน เกษตรกรบ้านเราฉลาดครับ คือถ้าไม่มีความเสี่ยงจริง ๆ ที่เขารู้แน่ ๆ ว่าไม่เกิดขึ้นเขาจะไม่ประกัน แม้กระทั่งเวลามีที่หลายไร่เขาจะเลือกประกัน เฉพาะที่มันจะเสียหายอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้ก็ทําให้บริษัทประกันลังเลมากที่จะรับ อันนี้ผมคิดว่า ขึ้นอยู่กับความเข้าใจซึ่งจะต้องร่วมกันทํา มันยังมีโอกาสที่เราจะรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจ ดีขึ้นแล้วก็ทําประกันมากขึ้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุติว่าอย่างป้นี้ที่กระทรวงการคลัง ตั้งเปัาไว้จะให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ๑.๕ ล้านไร่ โดยเฉลี่ยรัฐบาลอาจจะสนับสนุน ดูจากตัวเลขแล้วไม่เกินไร่ละ ๒๐๐ บาท เกษตรกรก็จ่ายประมาณ ๕๐-๙๐ บาทต่อไร่ ซึ่งถูกมาก คราวนี้ในจํานวน ๑.๕ ล้านไร่ สมมุติว่าเต็มที่รัฐบาลใช้เงินไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าคิดว่าเกิดความเสียหายขึ้นมันเปึนพันล้านบาท คือผมคิดว่าตัวเลขมันชัดเจนว่าการประกัน ช่วยลดภาระของหลาย ๆ ฝ์ายได้ ประเด็นอื่น ๆ ผมคิดว่าผมจะรับไปดู แต่ว่าอีกอันหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าจะต้องรณรงค์ มากก็คือว่าในการจ่ายเงินชดเชยในปัจจุบันยังใช้ระบบที่ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการไปสํารวจเปึนรายแปลงแล้วก็มาจ่ายเงินชดเชย อันนี้มีปัญหามาก ดังที่เปึนข่าวอยู่คือมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ๒ ท่านกําลังถูกสอบสวนอยู่ ว่าเกษตรกรไม่เสียหายแต่ไปจ่ายเงินเขาได้อย่างไร ถ้าใช้ดัชนีสภาพอากาศมันจะแก้ไขปัญหา ตรงนี้ได้ จะไม่มีเสียงโต้แย้งกัน แล้วก็ข้อสําคัญก็คือว่าสามารถปัองกันการแทรกแซง ทางการเมืองด้วย นอกจากนั้นข้อแนะนําของท่านอื่น ๆ ผมจะรีบนําไปพิจารณาแล้วก็แก้ไข ส่วนเรื่องประกันสุขภาพ ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าเจตนารมณ์ของเราไม่ต้องการทําให้คนมีสิทธิ อยู่แล้วเสียสิทธิหรือสิทธิด้อยลง แต่เรามองในภาพรวมแล้วต้องยอมรับว่าขณะนี้โรงพยาบาล ขนาดใหญ่ของรัฐแออัดมาก คนที่จะไปเข้าโรงพยาบาลเท่าที่สอบถามดูถ้าจะต้องไป โรงพยาบาลต้องไปเข้าคิวตั้งแต่ตีสี่เพื่อรอให้หมอมา ๑๐ โมงเช้า แล้วก็หมดไปครึ่งวันเลย อย่างน้อยกว่าจะได้พบหมอ แล้วคุณภาพในสภาพอย่างนั้นก็คงจะไม่สามารถที่จะการันตี (Guarantee) ได้ เจตนารมณ์ของเราอยากจะให้คนที่ไปโรงพยาบาลของรัฐได้รับบริการ ที่ดีขึ้น แต่ว่ามันมีวิธีทํา ๒ วิธี ก็คือเพิ่มงบประมาณ ซึ่งตรงนี้เราเปึนห่วงมาก เราก็ดูครับคือเพิ่ มงบประมาณ คืองบประมาณที่จัดให้ขณะนี้มันไม่พอหรอกที่จะทําให้ คุณภาพดีขึ้น เพราะฉะนั้นวิธีหนึ่งก็คือว่าพยำยามชักจูงให้คนที่มีฐานะดีไปทํา ประกันเสีย
เพื่อไม่ต้องไปเบียดเสียดใช้โรงพยาบาลของรัฐ เมื่อคนไปใช้โรงพยาบาลของรัฐน้อยลง โรงพยาบาลของรัฐก็จะมีงบประมาณมากขึ้นที่จะมาปรับปรุงคุณภาพ ปรับปรุงบริการต่าง ๆ ให้ได้ทั่วถึงกัน อันนี้คือหลักใหญ่ ๆ เราคิดว่าเจตนารมณ์คือปัองกันปัญหาทางการคลัง และขณะเดียวกันก็ต้องการให้หลักประกันถ้วนหน้ามีคุณภาพที่ดีขึ้นจากปัจจุบันนะครับ แต่ทั้งหมดนี้เปึนการกระทําด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ไม่มีการแยกระหว่างคนรวย คนจนเปึนอันขาด แล้วรับประกันได้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้าอยู่แล้ว มีแต่จะดีขึ้นถ้าหากว่าคนร่วมมือนะครับ ประเด็นอื่น ๆ ผมขอเรียนเชิญ ท่านประธาน เชิญครับ
ขอขอบคุณสมาชิก ที่ให้ความเห็นที่เปึนประโยชน์หลายอย่าง ทั้งในเรื่องของการประกันพืชผลและการประกัน สุขภาพนะครับ มีอยู่ประเด็นหนึ่งคือเรื่องเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ แนวคิดของผมก็คือว่า ขณะนี้เราใช้เงินผ่านงบประมาณแผ่นดินคือเงินภาษีเข้าไปในกองทุนต่าง ๆ เพื่อให้มี การบริการรักษาพยาบาลกับประชาชนคนไทยจํานวนหนึ่ง เราก็อาศัยช่องทางนี้เปึนหลัก มาตลอด อันนี้ผมคิดว่าความจริงการไฟแนนซ์ (Finance) การรักษาพยาบาลไม่จําเปึนต้อง ทําผ่านภาษีเสมอไป มันมีช่องทางอื่นที่สามารถทําได้ และในนานาชาติก็ทํากันอยู่ ฉะนั้น จึงคิดว่าถ้าเผื่อเราเป่ดการรณรงค์ในเรื่องของการประกันสุขภาพซึ่งเปึนบริษัทประกัน ของภาคเอกชน เพื่อจะได้ทําการจัดตั้ง
ทําการออร์แกไนซ์ (Organize) ผู้ซื้อคือคนไข้ทั้งหลายให้มีตัวแทนที่สามารถเจรจาได้ กับผู้ที่ซัพพลายการรักษาพยาบาล ก็จะทําให้การเจรจาต่อรองเปึนไปได้ดีขึ้น อีกอย่างหนึ่ง ก็จะเปึนช่องทางอีกช่องทางหนึ่งซึ่งจะนําเงินของสังคมโดยรวมเข้ามาใช้ในภาคการรักษาพยาบาล เพื่อให้คุณภาพของการรักษาพยาบาลดีขึ้น โดยที่ไปจูงใจให้คนที่เขามีปัญญาที่จะประกันภัย เขาทําการประกันภัย ซึ่งความจริงขณะนี้คนเหล่านี้ก็ไปรักษาพยาบาลโดยใช้เงินของตนเองอยู่ แต่ว่าก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่ำการรักษาพยาบาลเปึนความเสี่ยงในชีวิต แล้วก็บางทีมันเกิดขึ้นแล้วทําให้ล่มจมได้ แล้วก็ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก เพราะฉะนั้น ระบบทั่ว ๆ ไปเขาจึงใช้การประกันภัย แต่ว่าบ้านเราเนื่องจากการประกันรักษาพยาบาล ยังไม่ค่อยแพร่หลาย คนที่เข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ส่วนมากก็จะเปึน คนที่มีฐานะดีมาก ซึ่งไม่แคร์ (Care) ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร หรือมิเช่นนั้นก็เปึนคนที่มีหลักประกันจากนายจ้าง จากบริษัท จากองค์กร ซึ่งแบงก์จ่ายให้ บริษัทจ่ายให้ พวกนี้จะไปทําตรงนั้น แต่ถ้าหากว่า เราสร้างระบบการประกันสุขภาพให้เปึนที่แพร่หลายทั่วไป และมีคนประกันจํานวนมาก การกระจายความเสี่ยงก็จะเปึนไปได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้เปึนแนวคิดนะครับ และผมเห็นด้วย กับท่านสารี ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านบอกว่าความจริงเรื่องนี้มันควรจะคุยกันอย่างน้อย ๓ ฝ์าย คือฝ์ายผู้บริโภค กับฝ์ายทางการแพทย์ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข แล้วก็ฝ์ายการคลัง ผมเห็นด้วยนะครับว่าควรจะทํา แต่ว่าที่แล้วมานี้ก็ทํากันอยู่แต่ไม่ได้ เปึนทางการ ไม่ได้ตั้งเปึนกรรมการ แต่ว่าการที่จะทําให้เปึนทางการและช่วยกัน ขบคิดต่อไปผมว่าเปึนประโยชน์ แม้ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะไม่ได้อยู่ไปอีกนานก็ตาม แต่ว่าพวกเราทั้งหลายซึ่ งสนใจในเรื่องนี้อยู่ แล้วคงอาศัยความเปึนเพื่อนในสภาปฏิรูป แห่งชาติด้วยกันมาพูดคุยกันได้และช่วยกันพัฒนาดําเนินการต่อไป ขออนุญาตตอบเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ คือระเบียบวาระนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ได้เสนอรายงานมา ๒ ฉบับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาต ท่านสมาชิกว่าผมจะขอมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายงาน ๒ ครั้งนะครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมได้โปรดเข้ามาในห้องประชุมด้วยครับ ท่านสมาชิกมาพร้อมกันในห้องประชุมแล้วนะครับ ขออนุญาตให้กดปุ์มแสดงตนด้วยครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านผู้ใดกดไม่ได้มีบ้างไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม อลงกรณ์ ๒๓๘ ขอแสดงตน
อยู่ทางไหนครับนี่ อ๋อ คุณอลงกรณ์อยู่ทางโน้น โอเคครับ แต่ไม่ลืมบัตรนะครับ ใครลืมบัตรต้องให้เจ้าหน้ากรุณาเอาบัตรสํารองไปให้ยืมหน่อย ช่วยแสดงผลด้วยครับ ท่านสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมตอนนี้มี ๑๖๖ ท่าน
ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับรายงานของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งนําเสนอในเรื่องแรกคือแนวทางการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล แล้วก็ จะได้นําไปปรับปรุงและนําข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกนําเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านผู้ใดเห็นชอบด้วยขอได้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบด้วย กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ์ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนได้เลยครับ
เมื่อกี้ตอนแสดงตนผมไม่ได้ แสดงตนครับ ขอแสดงครับ หมายเลข ๑๐ ครับ
ครับ ก็เพิ่มเปึน ๑๖๗ ท่าน ท่านสมาชิกลงคะแนนครบทุกท่านหรือยังครับ ถ้าลงคะแนนครบแล้วผมขอป่ดการลงคะแนนนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ เปึนอันว่าท่านผู้เข้าร่วมประชุมมีทั้งสิ้น ๑๗๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ
เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอ ในเรื่องแนวทางการปฏิรูปการประกันภัยพืชผล ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นําไปปรับปรุง ก่อนจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป
ผมจะขออนุญาตขอมติในเรื่องที่ ๒ เลยนะครับ รายงานเรื่องที่ ๒ รายงาน แนวทางการปฏิรูประบบประกันสุขภาพครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกผู้ใดเห็นชอบด้วยขอได้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ ช่วยแสดงผล ด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๑๗๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องแนวทางการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํากลับไปปรับปรุง แล้วก็ส่งความเห็นรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป
เปึนอันว่าระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ครบถ้วนแล้วนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการและ ท่านสมาชิกทุกท่านที่มาร่วมประชุมอยู่กันจนกระทั่งเลิก ขอป่ดประชุมครับ