อําพล ยันสภาสร้างสรรค์ ปกป้องเพื่อนสมาชิก ยืนยันยื่นญัตติป่าชุมชนถูกต้อง

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๑ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

อําพล จินดาวัฒนะ หารือประเด็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรและชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการยื่นญัตติเกี่ยวกับป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ โดยยืนยันว่าสภาเป็นสถานที่สร้างสรรค์และต้องปกป้องเพื่อนสมาชิก พร้อมยืนยันว่าการยื่นญัตติทำตามหน้าที่อย่างถูกต้อง อําพล จินดาวัฒนะ ยืนยันความโปร่งใสของกรรมาธิการและปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าหมกเม็ด พร้อมทั้งชี้แจงกระบวนการทำงานและเรียกร้องให้สมาชิกเคารพซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

นายอําพล จินดาวัฒนะ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ประธานกรรมาธิการครับ ผมอยากจะเรียกชื่อ สปช. เราว่าสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์ แห่งชาตินะครับ ผมรู้สึกว่าบรรยากาศในการให้ข้อคิดเห็น ในการแลกเปลี่ยน ในการผลักดัน ข้อเสนอ อยู่บนการที่มีการสร้างสรรค์แล้วก็มีวุฒิภาวะอย่างยิ่งนะครับ ผมขอประเด็นเล็ก ๆ นิดหนึ่งว่าที่ท่านอาจารย์สังศิต เผอิญท่านอาจารย์พูดถึงผม ผมจําไม่ได้ว่าผมคุยกับอาจารย์ เรื่องนั้นนะครับ เพราะว่าไม่อยู่ในหัวเลยว่าผมเปึนคนไปคุยเรื่องสลาก เรื่องวิสาหกิจ อาจจะต้องขออภัยอาจารย์ แต่มีเร็ว ๆ นี้ที่อาจารย์ถามว่าเรื่องนี้เข้ามา มีเอกสารหรือยัง ผมบอกว่าเขาคงแจกแล้วแค่นั้นเอง ผมไม่ได้เปึนคนที่ลงไปในเนื้อของเรื่องนี้เลยนะครับ อันนี้ก็เท่าที่ผมจําได้นะครับ ก็ขออภัยแต่ก็คิดว่าไม่ได้คุยกับอา จารย์ลึกไปในเรื่องเนื้อตรงนี้ ต้องขอประทานโทษครับ พอดีอาจารย์พูดถึงแล้วผมนึกได้เท่านั้น ผมขอกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสัก ๔ ประเด็น แล้วเดี๋ยวผมจะรวบยอดเลยนะครับ ประเด็นที่ ๑ คือเอาตรงเนื้อนิดหนึ่งไปก่อนนะครับ

ผมคิดว่าขณะนี้เราอยู่กันที่วาระ ๓.๓ ที่ผนวกเข้าไปแล้วคือเรื่องสลาก อันนี้เปึนการแลกเปลี่ยนไว้ เพื่อจะบันทึกไว้และให้เข้าใจตรงกัน ผมคิดว่ามีเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งพูดถึงว่า สปช. เรามีสิทธิเสนอร่าง พ.ร.บ. ที่เปึนการเงินหรือไม่ ท่านพูดอย่างน้อย ๓ ท่าน ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามีสิทธิครับ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ. ที่เราเห็นชอบไปแล้วจํานวนมาก ส่วนใหญ่เปึน พ.ร.บ. เกี่ยวข้องกับการเงิน ก็คือมีการจัดตั้งองค์กร มีโน่น นี่ นั่น เขาเรียกว่า พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เสนอได้ครับ เพราะเราไม่ได้เปึนคนออกกฎหมายเอง ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๑ ให้เราเสนอข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป แล้วมาตราอื่นที่บอกว่า ถ้ามีการยกร่างกฎหมายก็ยกร่างไป เมื่อยกร่างไปแล้วส่งได้ ๒-๓ ที่ อันที่ ๑ คือส่ง สนช. อันที่ ๒ คือส่งรัฐบาล แต่ถ้าเปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องไปที่รัฐบาลก่อน แต่หลังจากที่เรามีสภาแล้วมีการตกลงกันว่าทุกร่างกฎหมายให้ส่งที่รัฐบาลก่อน รัฐบาลจะกรองก่อนว่าเปึนการเงินหรือไม่การเงินแล้วจะผลักดันต่อหรือไม่ เพราะว่าคนที่ จะทําให้ข้อเสนอของเราประสบความสําเร็จนั้นคือฝ์ายบริหารคือรัฐบาล เพราะฉะนั้น ผมอยากกราบเรียนให้ตรงกัน เพราะเวลาท่านพูดแล้วมันอาจจะทําให้เห็นว่า อันนี้เรื่องการเงินจริง ๆ แล้วกฎหมายที่เราเสนอไปเยอะแยะการเงินครับ แล้วเราก็มีสิทธิ เสนอทั้งเรื่องการเงินและไม่การเงิน ส่วนว่าจะไปทําให้สู่การปฏิบัติสุดท้ายหรือไม่รัฐบาล เปึนคนไปกรองครับแล้วก็บางเรื่องรัฐบาลก็ไปผลักเข้าสู่นิติบัญญัติ เราเปึนแค่ฝ์ายเสนอครับ อันนี้อยากกราบเรียนเพื่อเราจะได้เห็นตรงกัน ผมเห็นอย่างนี้ซึ่งถ้านักกฎหมาย หรือท่านที่เสนอท่านอาจจะมองอย่างอื่น เพราะว่าถ้าท่านทักเรื่องว่าเราไม่มีสิทธิ เสนอกฎหมายการเงินท่านน่าจะต้องทักกับร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ ด้วยที่มีการตั้งองค์กร มีหน่วยงานต่าง ๆ อันนี้ประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่ ๒ อยากกราบเรียนเรื่องเนื้อหาลงไป ในร่าง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... นิดเดียวเท่านั้นเปึนการย้ํา เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้ลงลึก วันนี้ก็ได้ฟัง ท่านทั้งหลายได้พูดอย่างชัดเจน ประเด็นคงจะมี บางท่านอภิปรายว่าเปึนการไปตัดสายเลือดใหญ่ ของรัฐบาล คือเงินที่จากสลากไปสู่ งบประมาณ ถ้าฟังดูแล้วจะเห็นจากในร่างจากรายงานทั้งหมดไม่ได้ตัดสายเลือดนั้น แต่เปึนการไปเปลี่ยนอีกสายหนึ่งคือสายที่มีออกสลากเพื่อสังคม ซึ่งเปึนเรื่องเฉพาะเรื่อง แล้วก็มีประเด็นที่เกี่ยวข้องเอาไปใช้ทางด้านการเมืองอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป อันนี้เขาพยายาม จะเสนอเรื่องของการไปเปลี่ยนสายน้ําที่ ๒ ไปสู่การจัดการให้มีระบบ มีคุณภาพ

และมีอะไรมากขึ้น ซึ่งรายละเอียดนั้นมีอยู่ในนั้นแล้ว แล้วก็บังเอิญก็ไป ตะสัมพันธ์กับ เรื่องว่าองค์กรที่อยู่ในปัจจุบันควรจะไปเปลี่ยนรูปอย่างไร ซึ่งอาจารย์วิริยะท่านได้กล่าว ไปแล้วผมจะขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดเหล่านั้นนะครับ ประเด็นที่ ๒ อันนี้ขออนุญาต ท่านประธานว่าปกติผมไม่เคยคิดว่าจะต้องพูดประเด็นนี้ แต่เนื่องจากมีสมาชิกของเรา บางท่านซึ่งผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ ท่านได้พูดย้อนกลับไปถึงการยื่นญัตติเกี่ยวกับ เรื่องป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ที่ผมในนามคณะกรรมาธิการและมีผู้สนับสนุนในการยื่นเสนอ แล้วท่านบอกว่าท่านชื่นชมมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ท่านพูดนั้นท่านไปเอาบางเรื่องกลับมาโจมตี และกล่าวหาผม ผมคิดว่าท่านไม่ชื่นชมเสียดีกว่าครับ ท่านชื่นชมแต่ท่านบอกว่ามีอะไร เคลือบแคลงสงสัยในการที่ยื่นญัตติอันนั้น ท่านไปโยงเรื่องนั้นมาทําไม เรื่องนั้นผมเลยต้อง ขออนุญาตกราบเรียน เผอิญท่านที่พูดนี่ก็เปึนเพื่อนสมาชิกของเราเปึนน้องนะครับ อนาคตท่านยังอีกไกล ผมคิดว่าสภาแห่งนี้คือสภาปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์แห่งชาติ เราคงไม่เอาอะไรที่มาเชือดเฉือนกันมากล่าวโจมตีกันนะครับ ผมจําเปึนต้องปกปัองเรื่องนี้ เพราะท่านพูดขึ้นมา ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องของการยื่นญัตติเราทําตามหน้าที่ ของเราในส่วนที่เราจะต้องรับผิดชอบ แล้วเราก็ยื่นญัตติเข้ามา ท่านประธานท่านก็ได้เสนอ ให้เข้ามาในสภา วันนั้นท่านประธานก็ได้ให้ผมแสดงความเห็น ๕ นาทีเหมือนคนอื่น เพียงแต่ท่านกรุณาให้ผมแสดงเปึนคนแรกซึ่งก็ได้กราบขอบพระคุณท่านประธานและ สมาชิกไปแล้ว ผมบอกวันนั้นชัดเจนครับเสนอมาแล้วสภาตัดสินอย่างไรผมเคารพตรงนั้น แล้วผมก็ทําหน้าที่นั้นแล้ว เราทําตามหน้าที่ถูกต้องครับ เราไม่ได้มีอะไรที่จะไปขัดแย้ง อะไรกันเลย แล้วไม่ได้มีอะไรหมกเม็ดหรือไม่ตรงไปตรงมา แต่ท่านเอามากล่าวหา ในที่นี้ได้อย่างไร

ผมคิดว่าผมฝากไว้เพื่อจะปกปัองสิ่งที่ผมทํา และเมื่อสภามีมติชี้ว่าญัตติยื่นไม่ได้เราก็เคารพ แล้วเราก็อภิปราย ๕ นาที แล้วมติวันนั้นออกมาอย่างไรเราเ คารพครับ ลองไปดูสิครับ ผมกับกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรารักกันแค่ไหน เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย ท่านอย่าได้ยุแยงให้มันแตกแยกครับ อนาคตท่านยังไกล ผมขออนุญาตฝากไว้ คิดว่าจะไม่พูดอันนี้ แต่บังเอิญท่านก้าวล่วงมาถึงผมโดยที่ผมขออนุญาต ไม่ได้ออกชื่อท่านนะครับ ท่านจะได้ไม่ใช้สิทธิพาดพิงมาอีกนะครับ เรื่องที่ ๒ ท่านพาดพิง ต่อไปอีกครับ ท่านบอกว่าการเสนอวาระ ๓.๓ เพิ่มเติม พูดง่าย ๆ ภาษาที่ท่านใช้สรุปว่า กรรมาธิการชุดนี้หมกเม็ด ท่านบอกท่านติดตามมาโดยตลอด ไม่มี ผมยืนยันครับว่า ตอนที่เราเสนอกรอบความคิดรอบที่ ๑ เรื่องปฏิรูปสวัสดิการที่เหมาะสมกับสังคมไทย เรามี ๔ เสาหลักครับ และในเสาหลักที่ ๔ คือเรื่องการสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม มีเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น แต่วันนั้นเปึนการเสนอกรอบความคิดรอบที่ ๑ ครับ เรายังไม่ได้ลงในเนื้อ เนื่องจากคณะอนุกรรมาธิการที่อาจารย์วิริยะท่านเปึนประธาน ท่านกําลังทําเรื่องนี้อยู่ แล้วสภาก็ใกล้จะหมดเวลา ผมเปึนประธานกรรมาธิการอันนี้เปึนครอส คัตติง เราบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเงิน ขอความกรุณาอาจารย์วิริยะไปทํางานกับคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังด้วย ท่านอาจารย์ไปทํางานครับ แล้วเมื่อเราต้องส่ง รายงานนี้ต่อสภา อาจารย์มาตอนท้ายแล้วอาจารย์บอกว่าได้คุยกันมาเรียบร้อยแล้วก็เสนอ เรื่องนี้ครับ ไม่ได้มีอะไรที่หมกเม็ดเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านไม่ต้องชื่นชมเรา แต่ท่าน อย่ากล่าวหา สภาแห่งนี้สภาของเราจนมาถึงวันนี้จะปลายสภาแล้ว เราไม่ได้เปึน สภาการเมือง เราเปึนสภาปฏิรูปสร้างสรรค์แห่งชาติ ที่เรากําลังทํางานเพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติตามหน้าที่ของเรา เราเสนอข้อเสนอไปแล้ว เสนอร่าง พ.ร.บ. ไปแล้วจะประสบ ความสําเร็จหรือไม่ยังอีกยาวไกลนัก ยังอยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติ อยู่ที่กลไกต่าง ๆ อีกมากมาย ต้องขอประทานโทษท่านผู้มีเกียรติ ขอประทานโทษ ท่านประธาน ที่ผมต้องพูด ๒ ประเด็นสักครู่นี้นะครับ สุดท้ายมาถึงประเด็นสําคัญ อันนี้ ผมคิดว่าวันนี้ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ ข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่ อง วาระปฏิรูปที่ ๒๙ และรวมถึงวาระปฏิรูปเพิ่มเติมซึ่งสัมพันธ์กับวาระปฏิรูปที่ ๒๙ คืออยู่ใน ระเบียบวาระ ๓.๓ ผมได้นั่งฟังด้วยคิดตามไปด้วย แล้วก็พิจารณาโดยรอบคอบ แล้วก็ได้ ปรึกษากับรองประธาน ได้ปรึกษากับทางเลขานุการ ได้ปรึกษากับทีมต่าง ๆ ที่อยู่ใน

คณะกรรมาธิการครับ ผมขอเคารพความคิดและข้อเสนอแนะของท่านทั้งหลาย ประเด็นในเนื้อหาเราจะได้ไปถกแถลงกันอีกมากมายนะครับ แต่เมื่อท่านมีความห่วงใย ในเรื่องประเด็นบางอย่างที่มันอาจจะทําให้เกิดผลกระทบ ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ สปช. เราเสนอไปนี้ เราจะไปห่วงว่าจะกระทบกับรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน อันนั้นเราต้องคํานึงถึงอยู่ด้วย แต่ สปช. ต้องมีเอกสิทธิ์ ในการเสนอเรื่องที่เปึนการปฏิรูปประเทศไทย แต่แน่นอน ต้องคิดถึงครับ ไม่ใช่บอกว่า สปช. เราเปึนลูกเราก็เลยไม่ทําอะไร ต้องรอว่าแม่เขาว่าอย่างไร ค่อยทํา ถ้าอย่างนั้น สปช. ก็ไม่มีความหมายอะไร แต่ผมคิดว่า สปช. เรามีสิทธิที่จะเสนอ ในข้อเสนอการปฏิรูปซึ่งเห็นเหมือน เห็นต่างไม่เปึนไร แต่ผมกราบเรียนนะว่าสุดท้าย รัฐบาลจะต้องเปึนคนดูว่าจะเอาไปทําต่อหรือไม่ อย่างไร หรือจะไปแปลง ไปเปลี่ยนอย่างไรก็ได้ แต่สิ่งที่ท่านเสนอในวันนี้พวกเราได้ปรึกษาหารือกันแล้วนะครับ เพื่อให้บรรยากาศทั้งหลาย เปึนไปได้ดี และเรื่องนี้มีความรอบคอบมากขึ้น กระผมในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เราจะขอถอนรายงาน และร่าง พ.ร.บ. ระเบียบวาระที่ ๓.๓ ออกจากการประชุม ออกจากการพิจารณาลงมติ และเรื่องนี้ไม่ได้ไปไหน ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างมากเพราะวันนี้สภาได้ให้ความเห็น อย่างรอบคอบ บางเรื่องแน่นอนตอนที่ท่านให้ความเห็นอาจจะไม่ได้ฟังคําชี้แจง แต่ได้แลกเปลี่ยนกันแล้ว ผมคิดว่ามีอะไรที่เกิดประโยชน์อย่างมาก ท่านอาจารย์วิริยะเอง ท่านก็เห็นว่ามีบางอย่างที่ต้องนําไปคิด นําไปปรับปรุง นําไปทํา ผมคิดว่าเรายังมีเวลาครับ ถ้าดูแล้วเรื่องนี้ผลักดันมานานเหลือเกิน ผ่าน ส.ว. สนช. ผ่านอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า ก็ต้องผลักดันและขับเคลื่อนกันต่อ ผมกราบเรีย นว่าอย่างนี้ครับ เราถอนตรงนี้ ด้วยความเคารพ ความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย ท่านสมาชิกนะครับ ที่ท่านเสนอแนะ อย่างเรียกว่าสร้างสรรค์อย่างยิ่ง แล้วผมก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องไปทําต่อ

แต่บังเอิญท่านประธานครับสภาปฏิรูป แห่งชาติเราหมดเวลาเสียแล้ว คณะของผมคงไปทํา ไม่ทันแล้วล ะครับ คิดว่าถ้ามีสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วอาจารย์วิริยะของเราน่าจะได้ เข้าไปอยู่ในนั้นเพื่อจะขับเคลื่อนและผลักดันต่อไปนะครับเราเอาใจช่วยอาจารย์ วันนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสรุปสุดท้ายนะครับก็คือจะเหลือแค่รายงาน ตามระเบียบวาระที่ ๓.๒ และมีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่อยู่ในนั้น ระเบียบวาระที่ ๓.๓ ก็ขออนุญาตถอนไปด้วยความเคารพแล้วขอบพระคุณ ต้องขออภัยท่านประธานที่ใช้เวลา มากไปสักนิด ขอบพระคุณครับ