วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดสรรเงินสำหรับคนพิการ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการสนับสนุนคนพิการ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ การเพิ่มเปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ขายรายย่อยสลากกินแบ่งรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงระบบสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเสนอให้เปลี่ยนเป็นบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้น และไม่ถือว่าเป็นเอียร์มาร์ก แทกซ์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมต้องขอบคุณที่ทุกท่านได้ให้ความเห็น ผมขอชี้แจง อย่างนี้ว่าหลายเรื่องผมว่าเกิดจากความเข้าใจผิด เรื่องแรกของคุณกอบกุล พ.ร.บ. ที่เราแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราไม่ได้เปลี่ยนจาก ผู้อํานวยการเปึนอธิบดี แต่เนื่องจากมันมีกฎหมายเปลี่ยนโครงสร้าง มีการปฏิรูปโครงสร้าง กระทรวง พม. แล้วก็ยกระดับสํานักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ไปเปึนกรมแล้ว เพราะฉะนั้นกฎหมายตัวนี้ก็เลยต้องแก้ตาม คือทุกวันนี้มันเปึนกรมอยู่แล้ว แล้วเราก็ต้องแก้ตาม เราต่อต้านไม่ไหวครับ เราไม่ยอมให้เปึนกรม แต่เมื่อรัฐบาลเอาไปเปึนกรม เราก็ไม่ได้ว่าอะไร เราก็มาแก้ตัวนี้ให้สอดรับกัน แล้วคณะกรรมการนโยบายคนพิการแห่งชาติ มีมานานแล้วค รับ มีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็กรุณาพวกเรา มาโดยตลอด อย่างเช่นในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมต้องให้ความดีความชอบ กับท่านว่า ๑. ท่านกําหนดโควตาการจ้างงานร้อยละ ๑ แล้วไม่จ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน ตอนนี้ทําให้มีเงินไหลเข้ากองทุนป้หนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้กองทุน คนพิการมีเงินอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรีบ
ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธจึงเชิญทีม ส.ส. มาช่วยเราคิดว่าจะเร่งใ ช้เงินให้มันเกิด ประโยชน์กับคนพิการอย่างไร จึงต้องชี้แจงให้ทราบ หรือสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็เช่นเดียวกัน ท่านก็ออกหวยการกุศลเอาเงินเข้ากองทุนคนพิการ ๘๘๐ ล้านบาท หวยการกุศลที่เราจะดึงมาใส่กองทุนทั้งหลาย หรือสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านก็มานั่ง เปึนประธานให้ ผมขออธิบายยาวนิดหนึ่งเพื่อให้เห็นว่าเรื่องของคนพิการนี่ก็ทํางาน กับฝ์ายการเมืองมาโดยตลอด สมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีนโยบาย ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลไปทําสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ เพราะฉะนั้น ท่านเห็นเลยศาลากลางจังหวัดทุกแห่งเรียบร้อย แล้วก็หน่วยงานราชการหลายแห่งก็อยู่ใน โครงการนี้ที่รีบทําสิ่งอํานวยความสะดวก อันนี้ผมก็ขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ว่าเราไม่ได้ไปเปลี่ยนโครงสร้างอะไรเลย เราเพียงแต่แก้ตาม แล้วเรื่องที่ ๒ ที่บอกว่ากองทุนเปึนโปรเจกต์ เบส (Project based) คนเขียนโครงการเก่งก็ได้เงิน อันนี้เราเห็นด้วย เราจึงเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธก็เห็นชอบแล้วเราจะไม่ใช้ โปรเจกต์ เบส แต่เราจะให้เอาต์ คัม (Outcome) โดยมีค่าตอบแทนเปึนรายหัว
ผมยกตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยคนพิการก็ได้ชั่วโมงละ ๕๐ บาท ศูนย์บริการได้งบบริหาร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ล่ามภาษามือถ้าจัดบริการล่ามภาษามือชั่วโมงละ ๖๐๐ บาท ศูนย์บริการ ที่จัดล่ามภาษามือไปให้บริการที่ต่าง ๆ ก็ได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นต่อไปศูนย์บริการ จะทํากิจกรรมอะไรมันจะเปึนรายหัวลงมา รายหัวมันจะเปึนประโยชน์นะครับ เราจะเน้น ผลผลิต ผลสําเร็จของงาน เช่น นวดไทยที่ตาบอดเราไปทํา ก็จะกําหนดเลยว่าถ้าคุณนวดปุ็บ คุณต้องผ่านมาตรฐานนี้แล้วก็เอาไปเลยหัวละ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็อบรมให้เสร็จ ภายใน ๓ เดือน เราจะมาเน้นเรื่องเอาต์คัมเราจะไม่เน้นเรื่องโปรเจกต์ เบสอีกแล้ว ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วทางกองทุนก็กําลังจ้างคนทําวิจัยว่าในแต่ละเรื่อง รายหัวควรจะเปึนเท่าไร อันนี้ผมก็ขอชี้แจงว่าเมื่อมันเปึนรายหัวแล้ว ศูนย์บริการก็ไปบริการ ให้มันถูกที่เหลือก็เปึนงบบ ริหารได้ อันนี้ก็ขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทีนี้เกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. กิจการสลาก วิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ถามว่าเรากับรัฐบาลต่อยอดกัน หรือเปล่า ต้องบอกว่า ต่อยอดกันมาโดยตลอดครับ เรื่อง พ.ร.บ. กิจการสลากวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ที่เราเสนอปรับปรุงได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ องมาโดยตลอด ในสมัยรัฐบาลที่แล้วเราก็ปรึกษาหารือจนทําเปึนงานวิจัยสําเร็จเรียบร้อย เมื่อมีการปฏิวัติ เราก็รีบเอางานวิจัย ไปเสนอ คสช. แล้วก็ขอให้ คสช. ช่วย แล้ว คสช. ก็ใช้มาตรา ๔๔ ก็ปรับตามงานวิจัยนั้น หลายส่วน เช่น ลดรายได้ที่เข้ารัฐลงจาก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ให้มีการรณรงค์ ลด ละ เลิกการพนัน คสช. ก็เอาไปตั้ง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึนกองทุน ลด ละ เลิกการพนัน แล้วก็บอกว่าให้เพิ่มรายได้ให้กับคนพิการ เพราะว่า เดิมคนพิการได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็คือประมาณ ๐๕.๖๐ บาท จะไม่ขายเกินราคามันอยู่ไม่ได้ ยิ่งรัฐบาลมีนโยบายว่าคุณเอาไป ๑๐ เล่มยิ่งเปึ นไปไม่ได้ที่จะอยู่ได้ เพราะฉะนั้น คสช. ก็ใจดีครับ ก็เพิ่มเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเปึน๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เปึน ๙.๖๐ บาท ส่วนเราก็มาต่อยอดให้ครับ ที่เราเสนอผมขออภัยพอดีเราแก้ใน พ.ร.บ. ไม่ทัน เนื่องจากว่า เราต้องเอากฎหมายชุดนี้ไปปรึกษาหารือทั้งซีกรัฐบาลแล้วก็ ทั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังเราก็เลยปรับ เพาเวอร์พอยต์วันนี้ที่เราเอามาเสนอในเวลาที่ เราพรีเซนต์ (Present) เราเพิ่มให้กับคนขายจาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ถามว่า ไปเอามาจากไหน ก็เอา ๓ เปอร์เซ็นต์ที่ไปตั้งเปึนกองทุนลด ละ เลิกการพนันมาเติมให้กับ
ผู้ขายรายย่อย ทําไมเติมให้กับผู้ขาย รายย่อยก็เพื่อจะไม่ให้ขายสลากเกินราคา แล้วก็มี รายได้มากและอยู่ได้อย่างที่ผมพูดไปแล้ว ถ้าเราเพิ่มให้ผู้ขายรายย่อยเปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้ ๓ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ผู้กระจายก็ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิม รายย่อยก็จะมีรายได้ใบละ ๑๒ บาท ที่ผมพูดไปแล้ว ๑๒ บาทเราให้ ๑๐ เล่ม เดือนหนึ่งก็อยู่ได้ ก็ ๑๒,๐๐๐ บาทที่ผมพูดไปแล้ว สําหรับคนที่เคยมี ๒๐ เล่ม เดิมที่สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังย อมให้คนที่เคยได้โควตา ๒๐ เล่มเดิมก็ให้ได้ต่อไป ก็จะได้ถึง ๒๔,๐๐๐ บาท เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาขายสลากเกินราคา และถ้าเกิน เราก็จับได้ อันนี้เปึนการต่อยอดนะครับ เพราะฉะนั้นมันเปึนการต่อยอดกันไปมา ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เราก็แหกคอกออกมา ทีนี้เรื่องผมตั้งองค์กรใหม่ไหม ไม่ได้ตั้งครับ
ถามว่าได้ปรึกษารัฐบาลชุดนี้ไหม ปรึกษาครับ ก็คือชุด สนช. ครับ ได้จัดสัมมนาครับ ท่านรัฐมนตรีรับปากมา แต่เมื่อในที่สุดท่านมาไม่ได้ ท่านก็ให้รัฐมนตรีช่ วยว่าการมา ประธานสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็มาเอง แล้วก็ผู้แทนสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็มาฟังความเห็นของภาคประชาชน แต่จัดฝัืง สนช. ไม่ได้จัดฝัืง สปช. เพราะเราทํางาน เปึนเครือข่ายไม่ได้ยิงลูกโดด แล้วก็แสดงความคิดเห็นกันว่าควรจะเอารายได้มาใช้เพื่อสังคม ในส่วนที่เปึนส่วนเกิน เอาละตอนที่เราเสนอกับรัฐบาลนั้นสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่เมื่อเราเข้ามาพูดคุยกับคณะกรรมำธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ฟังความคิดเห็นคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังก็มองว่าเดี๋ยวมันจะไปเข้าเรื่องเอาเงิน ของแผ่นดินเหมือนเอียร์มาร์ก แทกซ์ (Earmark tax) หรือเปล่า แต่ถ้ามันเปึนบริษัทวิสาหกิจ เพื่อสังคมมันก็จะไม่เข้าเรื่องเอียร์มาร์ก แทกซ์ แล้วถามว่าบริษัทนี่มันก็ไม่ได้เปลี่ยน รัฐวิสาหกิจเลยมันก็ยังเปึนรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม ก็เหมือนไปรษณีย์ไทย เหมือนแคท เทเลคอม (CAT Telecom) เหมือนทีโอที (TOT) เหมือนบริษัทการไฟฟัาก็คือยังเปึนรัฐวิสาหกิจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ไปเปลี่ยนอะไรเลยครับ เพียงแต่เปลี่ยนรูปบริหารงานเปึนแบบบริษัท เท่านั้นเอง แต่ถ้าที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยเราก็กลับไปที่เดิมได้ เพราะว่าร่างที่คณะกรรมการศึกษา แล้วตอนพูดคุยกับรัฐบาลนั้นยอมรับครับเรายังไม่ได้เสนอเปึนรูปบริษัท การที่มาปรับ เปึนเสนอรูปบริษัทนี่มาปรับเมื่อเราไปปรึกษากับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เมื่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังว่าถ้าเปึนบริษัทแบบไปรษณีย์ไทย เขาก็บริหารงานได้ดี มันบริหารแบบบริษัทไม่บริหารแบบราชการ ก็น่าจะดีเราก็รับมา แต่ถ้าที่ประชุมแห่งนี้บอกว่าอย่าไปแตะเขาเลยกลับไปเหมือนเดิม ผมไม่ติดใจ ไม่แตะก็ได้ครับ ตรงนี้ไม่ได้ติดใจอะไรเลย เพราะว่าร่างเดิมที่เราเคยเสนอรัฐบาลเราก็ไม่ได้แตะ แต่เมื่อเรา ปรึกษาหารือแล้วอะไรที่เราเห็นว่าแตะแล้วมันดีขึ้นเราก็แตะ แต่ถ้าที่แห่งนี้บอกว่าอย่าไปแตะ เขาเลยเราก็ไม่แตะ แล้วถามว่ารายได้ของรัฐน้อยลงหรือไม่ ตอนที่เราเสนอรัฐบาลก็คือ ให้รัฐบาลเก็บเปึนภาษี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม รัฐบาลก็บอกว่ายังต้องการเปึน สลาก เอารายได้เข้ารัฐ เพราะฉะนั้นเราจึงเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล ๕๐ ล้านฉบับ ก็ยังให้รัฐเหมือนเดิมครับ เราไม่ได้ไปแตะเลย เราเพียงแต่ขอ ขออะไรครับ ก็ขอสลาก
การกุศลที่มันมีอยู่ ๒๐ กว่าล้านฉบับ แล้วตอนนี้มันกําลังจะหมดวัตถุประสงค์ในการใช้ อย่าลืมนะครับ ๒๒ ล้านฉบับหรือประมาณ ๒๔ ล้านฉบับนี่มันเปึนผลิตผลจากรัฐบาลก่อน ๆ ว่าออกสลากการกุศลไปใช้เรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วเดือนสิงหาคมมันก็จะจบแล้วสลากการกุศล ก็ไม่มีว่าจะเอาไปทําอะไร จริง ๆ แล้วรัฐบาลที่แล้วก็เคยรับปากว่าถ้าสลากการกุศลหมด การใช้เรื่องอื่นแล้วก็จะเอาเงินไปเข้ากองทุนการศึกษา ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีมติ ครม. ชัดเจนครับ แล้วก็มีมติ ครม. อยู่หลายเรื่องว่าเมื่อสลากการกุศลจบแล้วนี่จะเอาสลาก การกุศลไปใช้อะไรอีก มีครับ เราเคยเห็นว่าแทนที่จะปล่อยสลากการกุศลเปึนไปตามแต่ รัฐบาล แล้วภายภาคหน้าก็ไม่รู้เอาไปทําอะไรอีก เราก็มาทําให้มันเปึนระบบเท่านั้นเอง แล้วก็แค่ขอเอาสลากการกุศลมาใส่กองทุนเท่านั้นเองครับ เราไม่ได้ไปแตะ สลากกินแบ่งรัฐบาลเลยครับ เราก็มีพรีเซนต์ เปเปอร์ (Present paper) เราชัดเจนเลยว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล ๕๐ ล้านฉบับหารายได้เข้ารัฐก็หารายได้เข้ารัฐ เราไม่ได้ไปแย่งไม่ได้ไปแตะ
แล้วสลากการกุศลมันก็ไม่ได้มีรายได้เข้ารัฐมันก็ไปช่วยที่โน่นช่วยที่นี่อยู่แล้ว เราก็เพียงแต่ เอามาเปึนระบบว่ามาใส่กองทุนแล้วให้มันไหลไปตามกองทุนต่าง ๆ ดีไหมเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นถามว่าเปึนการต่อยอดไหม ต่อยอดครับ จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็เสนอแก้ พ.ร.บ. สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่เมื่อจัดสัมมนากับเราปัูบนี่รัฐบาลก็ดึงออกมาจาก กฤษฎีกาแล้วครับ เพราะฉะนั้นฉบับที่รัฐบาลกําลังแก้ไขนี่เสนอเข้ากฤษฎีกาก็ดึงออกมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเสนอเรื่องนี้ไปประกบมันก็ไปต่อยอดกันเท่านั้นเองครับ แล้วถามว่า มันเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายไหม ในตัวโครงสร้างผมว่ามันแทบไม่เปลี่ยน แต่เราอยากให้ ปรัชญามาเปึนเพื่อวิสาหกิจ เพื่อสังคม ก็เพื่อไม่ต้องมานั่งถกกันว่าเอียร์มาร์ก แทกซ์ หรือเปล่า ถ้ามันยังเปึนองค์กร ไม่เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม คนก็จะมาบอกว่าแบบนี้มัน เอียร์มาร์ก แทกซ์ ดี ๆ นี่ เดี๋ยวมันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าองค์กรแปลงรูปมาเปึนบริษัท เหมือนไปรษณีย์ไทย เหมือนแคท เทเลคอม เหมือนสารพัด รัฐวิสาหกิจที่แปลงรูปมาเปึน บริษัทแล้วก็บริหารงานบริษัท แล้วก็มีคุณภาพนี่ ถ้าทําแบบนี้มันมีคุณภาพดีขึ้นเราก็ยินดีรับ เท่านั้นเองครับ แล้วมันก็จะชัดเจนว่าไม่เปึนเอียร์มาร์ก แทกซ์ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า เรื่องนี้มันเกิดจากความเข้าใจผิดของท่านหลายท่าน ถามว่ารัฐบาลรับรู้ไหม รับรู้มาตลอด ไม่รับรู้แล้วจะมาร่วม เปึนวิทยากรรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร เพียงแต่ฉบับที่เสนอนั้น ตอนที่รัฐบาลมาร่วมผมยอมรับครับ เราไม่ได้เสนอว่าเปึน บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เราเพิ่งมาเปลี่ยนใจตอนที่เอาไป เข้าคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เพราะเราจะฟังทุกชุดครับ ที่มันช้านี่เพราะต้องไปฟังชุดโน้น ชุดนี้ตลอดครับท่านประธาน ตอนแรกผมก็ดีใจมีคนบอกผมว่าเอาไปให้ท่านสังศิตดูแล้ว ท่านเห็นด้วยแล้ว ผมก็ดีใจตายชักเลยครับ เพราะว่าถ้าไม่บอกว่าเห็นชอบแล้วนี่ ผมจะวิ่ง ไปคุยครับ เพราะว่าก็เคยทํามาด้วยกันมาก่อนครั้งนั้น แต่ครั้งนี้ที่ไม่ได้คุยเพราะว่ามีผู้ใหญ่ บอกผมว่าได้ไปคุยกับท่านแล้ว แล้วท่านเห็นชอบแล้ว ผมก็ดีใจก็เลยไม่ได้ไปคุยกับท่าน ก็ขออภัยด้วย ส่วนใหญ่มันก็เปึนปัญหาเรื่องการสื่อสาร อันนี้ก็ต้องขออภัย แต่ยินดีที่จะรับฟัง จากทุกท่านเอามาปรับที่ผมฟังมานี่ส่วนใหญ่บอกว่าอย่าไปเปึนบริษัทเลย เปึนองค์กรของเขา เหมือนเดิมนั่นแหละ ผมก็ยินดีครับ ก็ไม่เปึนบริษัทก็ไม่เปึนบริษัท แต่เราก็จะทําหมายเหตุ เอาไว้ว่าถ้ามันเปึนบริษัทมันจะดีอย่างนั้นนะ ถ้ารัฐบาลจะเอาก็เรื่องของรัฐบาล เพราะว่า ในที่สุดมันก็เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะทําครับ ผมก็หวังว่าถ้าฉบับนี้เข้าไปประกบรัฐบาลก็จะได้เอา
ฉบับที่ดึงออกมาจากกฤษฎีกานี่มาดูด้วยกัน แล้วรัฐบาลจะปรับตามเราหรือไม่ก็เรื่องของ รัฐบาลครับ เพราะเรามันเปึนต้นเรื่องที่นําเสนอ ทีนี้ผมขอตอบเรื่องสลากไม่ให้เกินราคา เหตุผลแรก เราเพิ่มรายได้ให้ผู้ขายรายย่อยจาก ๐๙.๖๐ บาท คืออันนี้ผมต้องขอบคุณ คสช. ที่เพิ่มจาก ๐๕.๖๐ บาท เปึน ๐๙.๖๐ บาทให้รายย่อยเพื่อให้รายย่อยอยู่ได้ แล้วก็ต่อยอด ให้เปึน ๑๒ บาท ยิ่งอยู่ได้ใหญ่รายย่อยจึงไม่มีเหตุผลจะขายเกินราคา ถ้าขายเกินสมควร แก่การถูกจับครับ ทีนี้เราบอกว่ามันมีหลายเสือเราก็เลยจับเสือเข้ากรงอย่างไรครับ ก็คือให้มี บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม เพราะฉะนั้นสมาคมต่าง ๆ สภาสังคมสงเคราะห์ที่ได้สลากแล้วก็ไป กระจายให้กับสมาชิกก็เพียง ต่ตั้งเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม แล้วก็เอารายได้ทั้งหมด ไปสนับสนุนสมาคม ไปสนับสนุนสภาสังคมสงเคราะห์ เพียงแต่เมื่อคุณเปึนวิสาหกิจ เพื่อสังคมแล้วคุณต้องโปร่งใสครับ คุณจะมาซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิาไม่ได้เท่านั้นเองครับ อย่างที่ผมบอกมีผู้นําคนพิการ แล้วก็มีหลายคนซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิา เราก็เพียงแต่เอา บริษัทมาครอบว่าเปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมปุ็บคุณต้องแจกให้สมาชิกไปขายนะ
คุณจะซิกแซ็กเอาเงินเข้ากระเปิาเองไม่ได้นะ แล้วถามว่า ๕ เสือล่ะ ๕ เสือก็จับเข้ากรงอย่างไร ก็ให้เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคมเหมือนกันถ้าจะทํา แล้วคุณก็มีเงินเอาเข้ากระเปิาตัวเอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคุณต้องเอาไปทําประโยชน์เพื่อสังคม คุณจะเอาเข้ากระเปิาหมด ก็ไม่ได้ เมื่อเราเอาเสือทั้งหลายเข้ากรงนะครับ เปึนวิสาหกิจเพื่อสังคม เอาเงินมาใช้ประโยชน์ หน่วยกระจาย ซึ่งเขาได้อยู่แล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์ อย่างสภาสังคมสงเคราะห์ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์นี่ เปึนเงิน ๔๘ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่น้อยนะครับ สมาคมต่าง ๆ นี่ที่จะเอาไปกระจาย ๒ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินจํานวนมาก เราก็เพียงแต่ควรตั้งเปึ นบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคมเสีย ให้โปร่งใสเสีย หลายแห่งเขาบอกเขาทําได้ครับ คนที่ทํางานโปร่งใสบอกยินดีครับ แต่พวกไม่โปร่งใสไม่ยินดีครับ อันนั้นก็ต้องแก้กันไป อันนี้ผมเพียงแต่อธิบายว่าเราเพียงแต่ เอาสิ่งเหล่านี้มาครอบของเก่า ๆ เท่านั้นเอง เปึนการต่อยอดไม่ได้ไปล้มไปอะไรเลยครับ เพราะฉะนั้นการสื่อสารเรากับรัฐสื่อสารกันมาโดยตลอดอย่างที่ผมบอก เพียงแต่ว่า ครั้งหลังสุดนี่ยังไม่ได้สื่อสาร เพราะว่ามันต้องรีบเอาเข้าครับ มิฉะนั้นจะเข้าในการพิจารณา ครั้งนี้ไม่ทัน เราก็เลยยังไม่ได้สื่อสารกับรัฐบาลว่าหลังจากที่เราได้ปรับแก้ตา มความเห็น ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เพราะว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังเช่นให้เราตัด เรกูเลเตอร์ออก เราก็ตัดออก ปรับตรงโน้น ปรับตรงนี้เราก็ปรับ ก็เพื่ออะไรที่เราเห็นว่าใครเห็นว่าดี เราก็ปรับตามเพื่อเสนอรัฐบาล แล้วก็ยินดีที่จะไปอธิบายรัฐบาลต่อ แล้วผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่เราทํานี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ของรัฐบาลที่เปึนเรื่องใหญ่โตเลยครับ ก็เพียงแต่เอาสลากการกุศลมาใช้ประโยชน์เท่านั้นเอง แล้วก็จับเสือทั้งหลายเข้ากรงเท่านั้นเอง แล้วก็เพิ่มเงินให้กับรายย่อยจาก ๐๙.๖๐ บาท เปึน ๑๒ บาท เพื่อบอกห้ามขายเกินราคา ถ้าขายเกินนี่สมควรโดนจับนะครับ เพราะใบหนึ่ง คุณได้ตั้ง ๑๒ บาทแล้ว มันมีเหตุผลอะไรที่คุณจะขายเกินราคาอีก แล้วรัฐขาดรายได้ไหม ไม่ขาด ได้เหมือนเดิม ผมต้องตอกย้ําครับ รัฐยังได้เหมือนเดิม ๕๐ ล้านฉบับเหมือนเดิม อย่างที่เปึนอยู่ทุกวัน นี้นะครับ แล้วถามเราว่าคุณหารายได้แล้วยังไปรณรงค์ให้เลิกเล่น การพนันก็เหมือนเหล้า บุหรี่ครับ เราก็เพียงแต่รู้ว่ารณรงค์แล้ว เขาก็ลดได้บ้าง ไม่ได้เพิ่ม อย่างรวดเร็ว