สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๑ · ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หารือเรื่องความเห็นของท่านบุญเลิศ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังติดลบอยู่ โดยวิพากษ์วิจารณ์ระบบประกันสังคมที่ไม่สามารถรองรับเอสเอ็มอีเล็ก ๆ ที่มีลูกจ้างไม่มีหลักประกันความมั่นคงของชีวิต และเสนอให้ศึกษาและพิจารณาเรื่องการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเข้าระบบประกันสังคมได้

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

คุณเกรียงไกรยืนยันขอเปึนคนสุดท้ายใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ความเห็นของท่านบุญเลิศ เมื่อสักครู่นี้ คล้าย ๆ ผมมี ๒ ประเด็นนะครับ ในประเด็นที่ ๑ ในฐานะที่เปึนนักธุรกิจ ผมค่อนข้างเปึนห่วง ถึงแม้ว่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดในการที่จะเปึนรัฐสวัสดิการ ประเทศเรา ยังยากจนอยู่เปรียบเหมือนบริษัทที่รายได้ก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง เราคิดการใหญ่ในการที่จะ มีแต่รายจ่าย เราตั้งองค์กรขึ้นมาซึ่งก็ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปทํางาน ซึ่งต้องมีเงินเดือน เราพยายามที่จะลดจํานวนข้าราชการลง แต่เราก็ตั้งองค์กรขึ้นมาเยอะแยะมากนะครับ เปึนความคิดที่ดีตรงที่ว่าเราจะพยายามลดความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ ใน ๔-๕ ด้าน ที่ได้มีการศึกษาขึ้นมา แต่ผมใคร่เสนอแนะในลักษณะนี้ว่าถ้าเราจัดลําดับก่อนหลังได้หรือไม่ อย่างเช่นในกรณีของคนพิการให้เปึนไพรออริตีที่ ๑ เพราะเขาช่วยตัวเองลําบาก แล้วก็ อาจจะเปึนภาระสังคม เพราะฉะนั้นตรงนี้จัดลําดับก่อนหลังได้ไหม อาจจะตามกําลังเงิน ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าเราคิดการใหญ่ในการที่จะรวมทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ช่วยให้ทางด้านสังคม อย่างเดียว ซึ่งถามว่าดีไหม ดีครับ แต่ขณะเดียวกันดูกระเปิานี้มันแฟบ โดยเฉพาะสภาวะ เศรษฐกิจในขณะนี้ ทุกท่านคงทราบว่าจริง ๆ เศรษฐกิจมันมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องของแฟกต์ (Fact) กับเรื่องของฟ่ลลิง (Feeling) เรื่องของแฟกต์มันอาจจะชี้ชัดว่าเรากําลังเงยหัวขึ้น แต่มันยังติดลบอยู่ แต่ในเรื่องของฟ่ลลิงนั้นไม่ได้เรื่องเลยครับ ตอนนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็น ในทางที่เปึนเนกาทีฟ (Negative) คือเปึนลบกับเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะฉะนั้น คนก็จะไม่ใช้เงิน

เมื่อไม่ใช้เงินภาษีที่กลับเข้ามาในส่วนของรัฐบาลก็จะมีปัญหาอีกในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมก็ใคร่คิดว่าทางกรรมาธิการซึ่งดูแลตรงนี้อยู่ถ้าไปจัดลําดับก่อนหลัง ตามความจําเปึนได้หรือไม่ ไม่ใช่เสนอทุกเรื่องขึ้นมา ถามว่าดีไหม อย่างที่ผมตอบ ในครั้งแรกว่าดี แต่ว่าเงินไม่มีเราจะทําอย่างไรกับมัน เราเก่งในเรื่องของการที่จะคิด ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เรื่องของการหาเงินเราไม่เก่งเลย เราด้อยทุกอย่างติดลบ เดือนมิถุนายนส่งออกแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าลําบากมาก นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะฝาก กรรมาธิการไป ในประเด็นที่ ๒ เปึนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการประกันสังคมถ้วนหน้า เราพยายามที่จะศึกษาออกมาว่ามีลูกจ้างในหลายหน่วยงานโดยเฉพาะของราชการ ที่ไม่เกี่ยวข้อง และคนที่ทํางานอีกหลายประเภทที่ไม่เข้าข่าย ผมอยากจะกราบเรียน อย่างนี้ว่าประกันสังคมจริ ง ๆ ป้ ๒๕๓๓ นั้นออกมาเพื่อดูแลผู้ที่ทํางานอยู่ในภาคของ เอกชน ในธุรกิจเอกชน แต่มันน่าตลกตรงที่ว่าเอสเอ็มอี (SME) ที่มีอยู่ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย เมื่อป้ ๒๕๕๖ ตัวเลขเหลือ ๒,๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย หายไป ๗๐,๐๐๐ กว่าราย เนื่องจากว่าเจ๊งไปบ้าง อะไรไปบ้าง ตรงนี้เปึนเรื่องแปลกตรงที่ว่าคนที่เปึน ลูกจ้างพยายามจะผลักตัวเองขึ้นมาเปึนนายจ้าง มาเปึนเอสเอ็มอีเล็ก ๆ ลูกจ้างก็อาจจะ มีภรรยาเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าเข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ ไปยื่นขอประกันสังคม จ่ายประกันสังคม เก็บไป ๘ เดือนก็มีหนังสือกลับมาบอกว่าให้ไปรับเงินคืน เพราะอะไร เพราะไม่มีสถานภาพของลูกจ้าง เขาถือว่าเปึนนายจ้าง เพราะฉะนั้นประกันสังคมไม่ประกัน นายจ้าง ประกันลูกจ้าง เพราะฉะนั้นเอสเอ็มอีต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่มีหลักประกันในเรื่องของ ความมั่นคงของชีวิต ทั้ง ๆ ที่เขาเติบโตขึ้นมาจากเรียกว่าไมโคร (Micro) หรือสตาร์ตอัพ (Startup) มาเปึนไมโครแล้วก็ค่อยประกอบธุรกิจส่วนตัว ลูกจ้างยังไม่มี ตัวเองคือลูกจ้าง มี ๒ สถานภาพอยู่ด้วยกัน แต่เข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ ก็ถามว่าประกันสังคมป้ ๒๕๓๓ ที่มุ่งไปสู่ผู้ประกอบการหรือลูกจ้างรายเล็ก ๆ เหล่านี้แล้วทําไมถึงไม่สามารถไปคั ฟเวอร์ (Cover) ได้ ทั้ง ๆ ที่จะประกันตนเองโดยสมัครใจก็ได้ในตอนหลังนี้ แต่คนที่ ๒ สถานภาพ กลับไม่ได้ ที่ตลกร้ายยิ่งกว่านั้นอีกก็คือว่าที่เก็บเงินไปแล้ว ๘ เดือนคืนไม่ครบ ครับ เพราะเขาถือว่าระยะนั้นประกันสังคมได้ทําหน้าที่ตัวเองไปแล้วคืนแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ยอมคืน มันก็เลยเปึนข้อครหาตรงที่ว่าแล้วเอสเอ็มอีเล็ก ๆ ที่ลูกจ้าง จริง ๆ ไม่มี ตัวเขาเองดํารงสถานภาพ ๒ สถานภาพ ในวัตถุประสงค์ของกฎหมายประกันสังคม

ป้ ๒๕๓๓ ต้องการอย่างนั้น ทําไมถึงเข้าไปสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้ อย่างนี้หรือคือสิ่งที่ รัฐบาลพยายามออกมาแล้วเพื่อจะช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ๆ หรือขนาดใหญ่กันแน่ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนฝากไปทางกรรมาธิการว่าลองศึกษาตรงนี้ดู แล้วเรื่องอย่างนี้ยังลามไปถึงผู้ที่เปึน หุ้นส่วนผู้จัดการอีกด้วยซ้ําไป กรรมการผู้จัดการเขาตีความหมายว่าเปึนเจ้าของกิจการ แต่ยังดีที่ไม่ไปเรียกเงินกลับ ไม่เรียกมาให้เอาเงินคืน ยังทําไม่รู้ไม่ชี้ไป เพราะฉะนั้นในจุดนี้ ผมคิดว่าถ้าจะช่วยเอสเอ็มอีจริง ๆ ให้เขาอยู่ได้ในระบบประกันสังคมที่ท่านบอกว่าเหมาะสม สําหรับประเทศไทย ช่วยไปดูตรงนี้ให้หน่อยได้ไหม นอกจากลูกจ้างของราชการซึ่งไม่เกี่ยวข้องนี่ ถ้าทําตรงนี้ได้เอสเอ็มอีอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่ารายจะได้อานิสงส์ในส่วนนี้ด้วย แล้วจะทําให้ เขาเติบโตขึ้นมาเปึนเอ็ม (M) เปึนแอล (L) ในอนาคต ทําให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ไม่ใช่หลักประกันต่าง ๆ เหล่านี้ที่มุ่งไปสู่พวกเขาแล้วไม่ได้รับการเหลียวแลเลย ก็ฝากทาง กรรมาธิการไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

ต่อไปเชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ