อรพินท์ สพโชคชัย หารือเรื่องการปฏิรูปสำหรับเด็กปฐมวัย โดยเน้นการพัฒนาการทางสมองและการคุ้มครองเด็กจากการเกิดปัญหาทางจิตใจและอาชญากรรม และเรียกร้องการสนับสนุนมาตรการดูแลเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความรุนแรง
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่านนะคะ ดิฉันมีประเด็นที่จะขออภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องของประเด็นการปฏิรูปสําหรับเด็กปฐมวัยนะคะ การดูแลเด็กในช่วงปฐมวัยนั้นเปึนช่วงที่ มีความสําคัญก็จริงนะคะ แต่ดิฉันอยากจะเสนอว่าจริง ๆ แล้วรายงานฉบับนี้น่าจะลองขยาย ให้ครอบคลุมเด็กในวัยต่าง ๆ ให้ครบวงจรนะคะ เพราะว่าในแต่ละช่วงวัยนั้นเปึนช่วง ที่มีความสําคัญ ถึงแม้ว่าช่วงปฐมวัยจะ เปึนช่วงที่มีความสําคัญมาก แต่ว่าถ้าทําแล้ว แค่ช่วงปฐมวัยแล้วไม่ต่อเนื่องไปถึงวัยอื่นนั้นดิฉันคิดว่าอาจจะเปึนการพัฒนาหรือ การปรับปรุงระบบที่ไม่ครบวงจรนะคะ ในช่วงเด็กปฐมวัยนั้น สิ่งที่ท่านเสนอมานั้นดิฉันคิดว่า ครอบคลุมในส่วนที่เรียกว่าเปึนสวัสดิการเด็กในครอบค รัวต่าง ๆ นะคะ ดิฉันคิดว่า ในเด็กปฐมวัยนั้นในการดูแลเด็กน่าจะให้ครบวงจรในเรื่องของการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า เปึนการเติบโตทางร่างกาย ในทางร่างกายนั้นจะต้องมีการให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับ ทําอย่างไรให้เด็กมีการพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์ในทุก ๆ ด้านนะคะ มีร่างกาย ที่เติบโตขึ้นเปึนเด็กที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ในภาคปัจจุบันจะเห็นว่าการเลี้ยงดูเด็ก ในปฐมวัยนั้นเริ่มมีการเลี้ยงดูในลักษณะที่ไม่ค่อยถูกต้อง เด็กพัฒนาการมาเปึนเด็กที่มีปัญหา อย่างเช่นปัญหาโรคอ้วนต่าง ๆ ซึ่งนําไปสู่การเปึนพลเมืองในอนาคตที่จะมีปัญหาใน เรื่อง เกี่ยวกับสุขภาพนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องมีการศึกษาเจาะลึก ให้มีความเข้มข้นนะคะ
ในเรื่องที่ ๒ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการในช่วงปฐมวัย ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องเจาะ ในเรื่องของการพัฒนาการทางด้านสมอง การพัฒนาการทางด้านสมองนั้นเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการพัฒนาการทางด้านร่างกายในช่วงต้น ทําอย่างไรให้สมองมีการพัฒนาการและ มีการสร้างเซลล์ของสมองที่จะรองรับความเฉลียวฉลาดของเด็กในอนาคต แต่การพัฒนา สมองนั้นจําเปึนที่จะต้องคํานึงถึงอาหารสมอง ๓ ด้าน ด้านที่ ๑ คืออาหารที่จะเข้าไป บํารุงการเติบโตของสมอง ด้านที่ ๒ คือการทํากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้สมองนั้น มีความชาญฉลาด อย่างเช่นเด็กในวัยนี้จะต้องมีการพัฒนาสมองในส่วนที่เรียกว่าเปึนมอเตอร์ หรือเปึนอะไรต่าง ๆ จะมีการพัฒนา จะทําอย่างไรให้เด็กมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ อาหารสมองด้านที่ ๓ คือทําอย่างไรให้เด็กอยู่อย่างมีความสุข จากการวิจัยนั้นเราพบว่า คู่สมองจะจับเมื่อเด็กได้รับความสุขหรือมีการสัมผัส เพราะฉะนั้นตรงนี้การทํายุทธศาสตร์ สําหรับเด็กในปฐมวัยนั้นก็ควรจะครอบคลุมถึงส่วนนี้ แล้วสิ่งต่าง ๆ พวกนี้เปึนสิ่งที่ง่าย ๆ ที่คนที่ดูแลเด็กหรือพ่อแม่สามารถดําเนินการได้ ในส่วนสุดท้ายก็คือในยุทธศาสตร์ได้เขียนไว้ แต่อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจน ก็คือการพัฒนาในเรื่องของจิตใจและอารมณ์ ดิฉันอยากจะให้ เพิ่มเติมว่าทําอย่างไรในช่วงเด็กปฐมวัยนั้นจะทําให้เด็กสามารถมีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งจะนําไปสู่การเปึนพลเมืองที่มีจิตใจดี และเปึนคนที่มีความอ่อนโยน ตรงนี้ถึงแม้ปฐมวัย ใน ๐-๓ ป้ แต่ว่าดิฉันยังมีความ เห็นว่าน่าจะขยายต่อไปถึงช่วงวัยต่อไปคือ ๔-๑๕ ป้ ในช่วง ๔-๑๕ ป้นั้นจริง ๆ จะแบ่งได้อีกหลายวัย ๔-๑๐ ป้ แล้วก็ ๑๑-๑๕ ป้ ๑๕-๒๐ ป้ ดิฉันคิดว่าแต่ละช่วงวัยนั้นมีการพัฒนาการที่แตกต่างกัน ถ้าจะให้ครบวงจรดิฉันคิดว่า น่าจะเขียนต่อให้ครบในช่วงวัยต่าง ๆ ในวัยต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔-๑๕ ป้นั้น ดิฉันคิดว่าเปึนวัยที่จะสร้างความเปึนพลเมือง สร้างความเปึนมนุษย์ให้กับคนไทยในอนาคต เพราะฉะนั้นเด็กจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาอยู่ในช่วงนี้เปึนช่วงที่สมองกําลังจะต้องพัฒนา ในส่วนที่เรียกว่าเปึนส่วนของสมองที่เขาเรียกกันว่าสมองศิวิไ ลซ์ ถ้าในช่วงนี้เด็กไม่ได้รับ การพัฒนา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเราจะได้พลเมืองในอนาคตที่อาจจะพัฒนาเปึนคนที่มีปัญหา ทางสังคม เปึนเด็กที่มีปัญหาในเรื่องของอาชญากรรมต่าง ๆ ในส่วนที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะ อีกช่วงหนึ่งก็คือว่าประเทศไทยนั้นควรจะมีมาตรการที่เข้มข้นในการ คุ้มครองเด็ก คุ้มครอง ในเรื่องอะไรบ้าง คุ้มครองในเรื่องของการพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมแล้วก็สมดุลให้เด็กนั้น มีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง คุ้มครองในเรื่องสิทธิเด็ก ตรงนี้แม้เรามีกฎหมายแล้ว
แต่ดิฉันคิดว่าเรายังทําไม่เข้มข้น จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างชัดเจน คุ้มครองเด็ก อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่าทําอย่างไรจะคุ้มครองให้เด็กปลอดจากความรุนแรงต่าง ๆ ทุกประเภท ทั้งความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งดิฉันคิดว่าเราคงจะต้องเลิกหลักการที่เรียกว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีความรุนแรงก็จะ พัฒนาการต่อไปเปึนบุคคลที่มีความรุนแรง ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าอยากจะ ให้มีมาตรการที่ดูแลเปึนพิเศษสําหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันคิดว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเด็กไม่ใช่เฉพาะ ปฐมวัยนะคะ อยากจะให้ต่อขึ้นมาถึงวัยรุ่นอะไรต่าง ๆ จะต้องได้รับการดูแลแล้วก็เยียวยา เพราะว่าเขาอยู่ในภาวะของสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรง ดิฉันคิดว่ามาตรการนี้มีความสําคัญ แล้วก็ยังไม่ได้เห็นอยู่ในส่วนนี้นะคะ ก็ขออนุญาตฝากไว้ ขอบพระคุณค่ะ